Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนษุ ยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศิลปะ ISSN 1906 - 3431 ปที ี่ 10 ฉบบั ที่ 2 เดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม 2560 ศลิ ปะภาพถ่ายและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของ โทชยิ ูกิ ควุ าบาระ* Photography and scientific process in the work of Toshiyuki Kuwabara ลลติ วิสทุ ธโิ สภณ (Lalit Wisutthisophon)** บทคัดยอ่ ความเสมือนจริงอย่างท่ีสุดบนระนาบสองมิติคือลักษณะจาเพาะทางกายภาพของภาพถ่าย และเป็น ปัจจัยสาคัญที่ทาให้ภาพถ่ายเป็นสื่อทรงพลังในโลกสมัยใหม่ ภาพถ่ายถูกลดคุณค่าลงจากฐานะงานศิลปะ เน่อื งจากความหลากหลายในการนาไปใชโ้ ดยเฉพาะการใช้งานเชิงพาณิชย์ ในขณะเดียวกันศิลปินจานวนไม่น้อย เลอื กใช้ภาพถา่ ยเปน็ สือ่ ในการสร้างงาน เพราะเช่ือมนั่ ในศักยภาพและความเปน็ ศิลปะของมนั บทความชิ้นนี้ศึกษาการใช้ภาพถ่ายในงานศิลปะท่ีมีความเช่ือมโยงกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ประสาทสัมผัสและประสบการณ์การรับรู้ของมนุษย์ ชี้ให้เห็นกระบวนการทางความคิดและแก่นสาคัญที่ทาให้ ไดม้ าซง่ึ งานศลิ ปะภาพถ่าย หรอื งานศิลปะที่มภี าพถา่ ยเป็นส่วนหนึ่งในชนิ้ งาน คาสาคญั : การถา่ ยภาพ, ภาพถา่ ย, ศิลปะภาพถ่าย, กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ * บทความนีเ้ รียบเรยี งขึ้นจากเนอ้ื หาสว่ นหนง่ึ ของวิทยานพิ นธ์ เร่ือง การใชภ้ าพถา่ ยในงานศลิ ปะเชิงความคดิ อันเป็น วิทยานพิ นธ์ ปรญิ ญาศิลปมหาบัณฑติ สาขาทฤษฎีศิลป์ บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร ปกี ารศกึ ษา 2559 อาจารย์ทีป่ รึกษา วิทยานพิ นธ์ ผศ.ดร. ชยั ยศ อษิ ฏว์ รพันธ์ุ This article is a part of thesis named “The Use of Photography in Conceptual Art” for the Degree Master of Fine Arts Program in Art Theory Department of Art Theory Graduate School, Silpakorn University Academic Year 2016. Thesis Advisor: Assistant Professor Chaiyosh Isavorapant, Ph.D. ** นางสาวลลติ วิสุทธโิ สภณ นกั ศึกษาหลักสตู รปริญญามหาบัณฑติ สาขาทฤษฎศี ลิ ป์ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศิลปากร, 0898803363, [email protected] Lalit Wisutthisophon Student of the Requirements for the Degree Master of Fine Arts Program in Art Theory Department of Art Theory Graduate School, Silpakorn University, 0898803363, [email protected] 3073
ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปะ Veridian E-Journal, Silpakorn University ปที ่ี 10 ฉบบั ท่ี 2 เดอื นพฤษภาคม – สงิ หาคม 2560 ISSN 1906 - 3431 Abstract Two dimensional virtual images are the physical characteristics of photography which has turned photography into one of the most powerful communication tools in modern cul- ture. Since photography is widely commercialized, the value of it as an art form has dimin- ished. In the same time there are many artists who still believe in the impact of photography and use it as a tool to express their art work. The aim of this research is to study the connection between art photography, scien- tific procedures, sense and experience of human perception. To show the thinking process and the way of producing art photography. Keyword: Photography, Photograph, Photo Art, Scientific process บทนา จินตนาการของมนุษย์เป็นบ่อเกิดของการตั้งคาถาม คาถามนามาซึ่งการต้ังสมมติฐานที่นาไปสู่การ ค้นคว้าสร้างสรรค์ และเช่นเดียวกันจินตนาการเป็นส่ิงท่ีทาให้การถ่ายภาพเร่ิมต้นขึ้น เมื่อมนุษย์สังเกต ปรากฏการณ์ธรรมชาติและต้ังข้อสงสัยกับมัน ภาพถ่ายถือกาเนิดข้ึนจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติผนวกกับ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จึงทาให้ภาพถ่ายมีบทบาทไม่ชัดเจนในความเป็นศิลปะหากเทียบเคียงกับศิลปะ แขนงอ่นื กระบวนการถ่ายภาพเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ว่าด้วยเรื่องของ “แสง” (Light) ที่ตก กระทบวัตถแุ ละสะท้อนเข้าสู่รูเข็ม (รูที่มีขนาดเล็กมาก) จะทาให้ปรากฏภาพหัวกลับขึ้นในอีกด้านของฝ่ังตรงกัน ข้าม จงึ เกดิ กลอ้ งถา่ ยภาพตัวแรก คือ กล้องรูเข็ม (Pin Hole Camera) วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพถูกพัฒนา อย่างต่อเนือ่ ง ภายหลังจึงเกดิ การทดลองค้นควา้ วธิ ีการบนั ทึกภาพให้เหมือนกับตาเห็นได้สาเร็จ โดยการนาแผ่น โลหะเคลือบสารเคมีวางไว้หลังกล้องท่ีหันออกไปนอกหน้าต่าง ท้ิงไว้กลางแดดตามระยะเวลาท่ีสารเคมีทา ปฏกิ ริ ิยากบั แสงจะเกิดภาพปรากฏทแี่ ผน่ โลหะ ตอ่ มาจึงเกดิ การคดิ ค้นวธิ กี ารคงสภาพภาพถ่าย และถูกพัฒนามา เรือ่ ย ๆ จนเปน็ ภาพถา่ ยในปจั จบุ นั ภาพถ่ายเร่ิมมีความชัดเจนมากขึ้นในยุคศิลปะสมัยใหม่ต้ังแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยมี คุณสมบัติความเสมือนจริงอย่างท่ีสุดบนระนาบสองมิติ ศิลปะสมัยใหม่เริ่มก่อตัวข้ึนจากแนวคิดแบบปัจเจกของ ศิลปินซึ่งถูกถ่ายทอดสู่งานศิลปะท่ีมีความเฉพาะตัว ในขณะท่ีการถ่ายภาพ (Photography) ท่ีถือกาเนิดข้ึน ในชว่ งปี 1830 เติบโตและเฟ่อื งฟูอย่างต่อเน่อื ง อาจกล่าวได้ว่าการเติบโตของการถ่ายภาพเป็นเสน้ คูข่ นานทีต่ ัง้ อยู่ อีกฟากฝ่ังหนึ่งของงานศิลปะสมัยใหม่ การเติบโตของภาพถ่ายเป็นส่วนหน่ึงในข้อถกเถียงที่สาคัญ ดังที่ พอล เดอลาโคช (Paul Delaroche) จติ รกรชาวฝร่ังเศสแสดงความเหน็ ไวใ้ นปี 1839 ว่า “จากนไ้ี ปจติ รกรรมตายแลว้ ” (from today painting is dead) ซ่งึ อาจจะเป็นการด่วนสรุปจนเกินไป 3074
Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบบั ภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศลิ ปะ ISSN 1906 - 3431 ปีท่ี 10 ฉบบั ที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สงิ หาคม 2560 นับเป็นเวลาหลายศตวรรษที่ภาพถ่ายเป็นเพียงเครื่องมือในการบันทึกภาพ และเป็นเครื่องมือในการ ชว่ ยร่างภาพของศลิ ปิน ในชว่ งศตวรรษท่ี 20 จึงเกิดการตัง้ คาถามเพ่ือค้นหาความเป็นศลิ ปะในภาพถ่ายโดยกลุ่ม ช่างภาพจากสหรัฐอเมริกา จานวน 7 คน คือ กลุ่มช่างภาพที่เผยแพร่ลักษณะจาเพาะสามัญของรูปแบบการ ถ่ายภาพ โดยถ่ายภาพให้มีความคมชัดเท่ากันทั้งภาพและจัดองค์ประกอบภาพให้มีความสมบูรณ์แบบพวกเขา ก่อตั้ง ”กลุ่ม f/64” (F/64 Group) โดยมีแนวความคิดว่าการที่จะนาศักยภาพของกล้องถ่ายภาพ และเลนส์ ออกมาใช้ไดอ้ ย่างสมบรู ณ์ทส่ี ุดกค็ ือการถ่ายภาพให้คมชัดที่สุดท้ังภาพ จึงเรียกได้ว่าเป็นศิลปะภาพถ่ายท่ีสมบูรณ์ แบบ ในยคุ ปัจจบุ นั ศตวรรษท่ี 21 เทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง กล้องถ่ายภาพถูก พัฒนาจากระบบฟิล์ม (Film) สู่ระบบดิจิทัล (Digital) รวมไปถึงพัฒนาการกล้องถ่ายภาพบนโทรศัพท์มือถือที่ เรียกวา่ สมาร์ทโฟน (Smartphone) งานภาพถ่ายเชิงพาณิชย์คุณภาพสูงพบไดโ้ ดยทว่ั ไปอย่างคนุ้ ชนิ การได้มาซ่ึง ภาพถ่ายอย่างฉาบฉวยจากสมาร์ทโฟน เป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้ความเข้าใจ “ภาพถ่าย” ในฐานะงานศิลปะดู เหมอื นจะเปน็ ส่ิงทีห่ า่ งไกลจากผู้คนในสังคมออกไปทุกที เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและความฉาบฉวยของการได้มาซึ่งภาพถ่ายในปัจจุบัน ส่งผลทาให้ศิลปะ ภาพถ่ายเขา้ ถึงได้ยากและมคี วามซบั ซอ้ นย่ิงขนึ้ ช่องว่างระหว่างเทคนคิ การถ่ายภาพและกระบวนการการได้มาซ่ึง ภาพถ่ายทาให้ภาพถ่ายแบ่งออกเป็น 2 ขั้วที่แตกต่างโดยส้ินเชิง คือ ภาพถ่ายเชิงพาณิชย์และภาพถ่ายเชิงศิลป์ รวมไปถึงช่องว่างระหว่างแนวความคิดเก่าและใหม่ในการใช้ส่ือถ่ายทอดงานศิลปะ จุดประสงค์ในการถ่ายทอด แนวความคดิ จึงเปน็ สง่ิ ท่ีสาคัญท่ีสุดในการสรา้ งงานภาพถ่าย บทความชิ้นน้ีศึกษาศิลปะภาพถ่ายสมัยใหม่ ท่ีไม่เพียงแต่สรุปผลลัพธ์ท่ีได้จากภาพบนระนาบ 2 มิติ เทา่ น้ัน แตเ่ ป็นการศึกษาท้งั กระบวนการสรา้ งภาพทมี่ ีวิธีการทางวิยาศาสตรม์ าเกี่ยวขอ้ ง โดยศกึ ษาจากผลงานชื่อ “Eye” จาก โทชิยกู ิ คุวาบาระ (Toshiyuki Kuwabara) วิธวี จิ ัย ศึกษาการใช้ภาพถ่ายในงานศิลปะสมัยใหม่ในรูปแบบของสื่อ และการให้ความหมายกับภาพถ่ายใน บรบิ ทท่ีศิลปนิ ตอ้ งการนาเสนอในรูปแบบของงานศลิ ปะ โดยศึกษาจากลักษณะการนาภาพถ่ายมาใช้ในการสร้าง งานศิลปะจากผลงานของศลิ ปนิ วเิ คราะห์ โทชิยูกิ คุวาบาระ (Toshiyuki Kuwabara) ศิลปินชาวญ่ีปุ่น จบการศึกษาด้านทัศนศิลป์จาก มหาวิทยาลัยศิลปะโตเกียว (Faculty of Fine Arts, Tokyo University of the Arts) และได้รับรางวัลศิลปะ ร่วมสมยั ทาโร่ โอคาโมโตะ ครั้งท่ี 16 (The 16th Taro Okamoto Award for Contemporary Art) หรือ TA- RO Award เปน็ รางวัลทม่ี อบให้แกศ่ ิลปินทส่ี ร้างสรรค์งานศลิ ปะในรูปแบบเฉพาะตัวและมีความร่วมสมัย ปัจจุบัน เปน็ ท่ปี รึกษาพเิ ศษดา้ นการวิจัยศลิ ปะและวิทยาศาสตร์ใหก้ ับมหาวิทยาลัยศลิ ปะโตเกยี ว 3075
ฉบับภาษาไทย สาขามนษุ ยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ Veridian E-Journal, Silpakorn University ปที ี่ 10 ฉบบั ท่ี 2 เดอื นพฤษภาคม – สงิ หาคม 2560 ISSN 1906 - 3431 ผลงานของคุวาบาระมีความเชื่อมโยงกับกระบวนการทางวิทยศาสตร์หลายช้ิน เช่น “Optical Lan- tern of the month Yorumi”, “Fisheye TV”, “DNAND XX”, “Condensation” เป็นต้น คุวาบาระเป็น ศิลปินที่มีแนวทางชัดเจนในการทางานศิลปะในลักษณะการใช้เทคนิคและกระบวนการในการได้มาซึ่งภาพถ่าย โดยมีความสนใจในเร่อื ง เลนส์ (Lens) รวมท้ังใหค้ วามสาคญั ในเรื่อง แสง (Light) ท้งั แสงท่ีเกิดจากธรรมชาติและ แสงทม่ี นุษย์สรา้ งขึน้ รวมไปถงึ เรื่องราวเก่ยี วกับชวี ิตและความตาย Eye ผลงานชดุ “Eye” สร้างสรรค์ขน้ึ อย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2012-2014 (พ.ศ.2554-2556) เป็นงานชุดที่ ทาให้เห็นความชัดเจนในการใช้เทคนิคและกระบวนการ (Technique and Method) ที่เกี่ยวข้องกับการ ถา่ ยภาพไดอ้ ย่างโดดเด่นมากทีส่ ุดชิ้นหนง่ึ ภาพท่ี 1 กลอ้ งถา่ ยภาพทีใ่ ช้กระจกตาหมขู องคุวาบาระ ภาพที่ 2 ภาพรวมการจดั แสดงงาน ท่ีมา:http://toshiyukikuwa.net/works/2013/eye_n- ทีม่ า:http://toshiyukikuwa.net/works/2014/ey mark เข้าถึงเม่ือ 21 พฤศจิกายน 2559 e_bankart เขา้ ถงึ เม่อื 21 พฤศจิกายน 2559 หากเข้าไปยืนอยู่ท่ามกลางพื้นท่ีแสดงงาน ผู้ชมจะรู้สึกคล้ายกับการได้อยู่ในห้องทดลอง (Lab) ที่มี อุปกรณก์ ารทดลองขนาดใหญ่จดั วางอยเู่ บ้ืองหน้า ภาพรวมของงานที่ปรากฏต่อสายตา (Visual) คือลักษณะของ งานท่ีน่ิงเงียบแต่สามารถขับเคลื่อนอารมณ์ความโดดเด่ียวในชีวิต ความเสื่อมสลายและความตายได้อย่างน่า ประหลาดใจ งานชดุ นีแ้ บง่ ออกเป็น 3 สว่ น คอื 1. อุปกรณถ์ า่ ยภาพ (Equipment) 2. วีดีโอแสดงขน้ั ตอนการทางาน (Video Presentation) 3. ภาพที่บนั ทกึ ได้จากอุปกรณถ์ ่ายภาพ (Photograph) 3076
Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศิลปะ ISSN 1906 - 3431 ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 เดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม 2560 ภาพที่ 3 วธิ กี ารผา่ ตดั กระจกตาหมู ทม่ี า: http://toshiyukikuwa.net/works/2012/eye_da_complex/index.html เขา้ ถงึ เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2559 อปุ กรณถ์ า่ ยภาพ (Equipment) และวดี ีโอแสดงขัน้ ตอนการทางาน (Video Presentation) กลอ้ งถา่ ยภาพทปี่ ระกอบด้วยเลนส์ (Lens) หน้าตาประหลาดถูกจัดวางอย่างผิดท่ีผิดทางสาหรับการ ต้ังกล้องถ่ายภาพในลักษณะปกติ ช้ินเลนส์ถูกหงายขึ้นด้านบนวางแน่น่ิงอยู่ภายในตู้กระจกที่มีไฟ 2 ดวงสาหรับ เพิ่มความสว่าง ไม่นา่ แปลกใจท่เี ลนส์หนา้ ตาประหลาดช้นิ นั้นถกู จดั วางในลักษณะท่ีผิดเพ้ียน เพราะมันไม่ได้ผลิตจาก แก้วเหมอื นเลนสถ์ ่ายภาพทัว่ ไป ควุ าบาระเลือกใช้ดวงตาของหมู (Pig’s Eye) เป็นวัตถุดิบชิ้นสาคัญในการทางาน เขาผ่าตัดดวงตาของหมูให้เหลือเพียงกระจกตาเท่านั้น (Pig’s Cornea) กระจกตาชิ้นนี้มีลักษณะคล้ายช้ินเลนส์ (Lens) ขนาดเล็ก 1 ช้ิน นามาประกอบเข้ากับกล้องถ่ายภาพดิจิทัล DSLR (Digital Single Lens Reflex) กลายเป็นกล้องถา่ ยภาพดิจทิ ัลทีใ่ ชเ้ ลนสต์ าหมู จากความสาเร็จในการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาสาหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสายตาในประเทศจี น1ท่ีได้ นากระจกตาของหมมู าผา่ ตัดเปล่ยี นใหก้ บั ผ้ปู ว่ ยทีม่ องไมเ่ ห็น โดยภายหลงั เรียกกระจกตาหมูนน้ั วา่ “Acornea”2 และการทดลองพยายามปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์ในร่างกายหมู (Body) ท่ีประเทศสหรัฐอเมริกา3 เป็นปัจจัย สนับสนุนให้ “ตา” (Eye) ในทัศนะของคุวาบาระมีนัยยะสาคัญในการสื่อสารผ่านงานศิลปะชัดเจนยิ่งข้ึนด้วย เหตุผลในการเลอื กใช้ช้นิ สว่ นจากสิง่ มชี วี ิต (หมู) ชนิดทม่ี ีความสมั พันธก์ ับมนุษย์ 1Rebecca Morelle. (2559). Pig’s-eye view. เขา้ ถึงเมอื่ 16 พฤศจกิ ายน 2559. เขา้ ถึงได้จาก http://www.bbc.co.uk/news/resources/idt-0192822d-14f1-432b-bd25-92eab6466362 2Chloe Lyme. (2559). Surgeons claim to have successfully transplanted pig's cornea to 14-year-old to save his sight in pioneering operation. เขา้ ถงึ เม่อื 22 พฤศจกิ ายน 2559. เข้าถงึ ไดจ้ าก http://www.dailymail.co.uk/news/peoplesdaily/article-3487974/Surgeons-claim-successfully-transplanted-pig-s-cornea- 14-year-old-save-sight-pioneering-operation.html 3Fergus Walsh. (2559). US bid to grow human organs for transplant inside pigs. เขา้ ถึงเมื่อ 22 พฤศจกิ ายน 2559. เขา้ ถงึ ได้จาก http://www.bbc.com/news/health-36437428 3077
ฉบบั ภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปะ Veridian E-Journal, Silpakorn University ปที ี่ 10 ฉบบั ที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2560 ISSN 1906 - 3431 อกี ดา้ นของพ้ืนทแี่ สดงงานเป็นจอภาพขนาดใหญแ่ สดงภาพเคล่ือนไหวของกระบวนการแต่ละข้ันตอน ในการผ่าตัดดวงตาหมูและการประกอบช้ินเลนส์อย่างพิถีพิถัน บรรยากาศในห้องแสดงงานจึงอบอวลไปด้วย อารมณ์ของความเป็นหอ้ งทดลอง (Lab) ภาพท่ี 4 กล้องถ่ายภาพ DSLR ประกอบดว้ ยเลนสต์ าหมู ทม่ี า: http://toshiyukikuwa.net/works/2013/eye_ogaki/ เขา้ ถึงเม่ือ 29 พฤศจกิ ายน 2559 ภาพท่บี ันทึกไดจ้ ากกลอ้ งเลนส์ตาหมู (Photograph) อีกหน่ึงหัวใจสาคัญของการถ่ายภาพ คือ การรอจังหวะการกดชัตเตอร์ (Shutter) ในช่วงเวลาท่ี เหมาะสม คุวาบาระถ่ายภาพด้วยกล้องเลนส์ตาหมูโดยกาหนดระยะเวลาในการกดชัตเตอร์อย่างไม่รีบร้อน จนกระท่ังเสร็จสิ้นกระบวนการ เพื่อให้เห็นความเคล่ือนไหวของผลสรุปท้ังกระบวนการได้ชัดเจนที่สุด และ ผลสรุปของการบนั ทึกภาพทีไ่ ด้ คอื ภาพถา่ ยถกู เรยี งลาดบั ความคมชัดจากภาพทมี่ ีความคมชดั มากท่ีสดุ ไปหาภาพ ที่มีความคมชัดน้อยที่สุดตามลาดับ ภาพความคมชัดค่อย ๆ เลือนลางจนกระทั่งเป็นภาพที่มืดสนิท กล่าวคือ ในขณะท่ีชิ้นเลนส์เร่ิมเส่ือมสภาพภาพท่ีถ่ายออกมาได้ก็จะถูกลดความคมชัดลงไปด้วยตามสมรรถภาพของช้ิน เลนส์ (กระจกตาของหมู) ท่คี ่อย ๆ เสอ่ื มสลายและไม่สามารถใช้งานไดใ้ นท่สี ุด ภาพที่ 5 ภาพทบ่ี ันทกึ ได้จากกลอ้ งตาหมู ทีม่ า:http://toshiyukikuwa.net/works/2014/eye_bankar t เข้าถึงเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2559 3078
Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปะ ISSN 1906 - 3431 ปีที่ 10 ฉบบั ท่ี 2 เดือนพฤษภาคม – สงิ หาคม 2560 ภาพที่ 6 ภาพทบี่ ันทกึ ไดจ้ ากกลอ้ งเลนส์ตาหมู โดยเรียงลาดบั จากภาพทีม่ ีความคมชดั มากที่สุดไปหาภาพ ท่ีมคี วามคมชดั น้อยทีส่ ดุ ตามลาดบั ที่มา: http://toshiyukikuwa.net/works.html เข้าถงึ เม่ือ 22 สิงหาคม 2559 วธิ กี ารสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะในรปู แบบของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จุดเร่ิมต้นของการสร้างสรรค์ คือ จินตนาการ (Imagination) และเป็นจุดร่วมสาคัญในการสร้างงาน ของคุวาบาระท่ีผสมผสานระหว่างแนวคิดทางศิลปะและกระบวนการทางวิทยศาสตร์ เขาใช้ข้ันตอนการทางาน แบบเดียวกับวิธีการทางวิทยศาสตร์ (Science Process Skill) ตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการ แต่ผลสรุปสุดท้าย กลบั ไมใ่ ชข่ อ้ เทจ็ จรงิ ของคาตอบสาหรับการทดลองท่ตี อ้ งการหลักฐานมารองรบั เหตผุ ลและผลสรุปนน้ั แต่ผลสรุป กลายเป็นคาตอบในรปู แบบการให้ความหมายทม่ี ีนยั ทางศิลปะ วธิ กี ารดงั กล่าว มี 5 ขัน้ ตอน ดังน้ี 1. ข้นั กาหนดปัญหา เกดิ จากจนิ ตนาการและความต้องการในการถ่ายทอดแนวความคิดผา่ นงานศลิ ปะที่กลา่ วถึงความตาย โดยถา่ ยทอดออกมาในลักษณะความเส่อื มสลาย และความสญู สิน้ การทางานของร่างกายมนษุ ย์ที่มีเรื่องระยะเวลา มาเก่ยี วข้อง 2. ข้ันต้งั สมมติฐาน ต้งั สมมติฐานโดยการเลือกเครื่องมือท่ีจะส่งสาร คือ กล้องถ่ายภาพ โดยทดลองประดิษฐ์ช้ินเลนส์ที่มี ขอ้ สนั นิษฐานวา่ จะสามารถส่อื สารแนวคิดที่ตอ้ งการนาเสนอใหม้ ีประสิทธิภาพมากกว่าชิน้ เลนส์ถ่ายภาพแบบเดิม ที่ผลิตจากแก้ว ค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างแนวความคิด อุปกรณ์ และวัตถุดิบท่ีเลือกใช้ โดยการตั้งคาถามว่า อะไรคือวัตถดุ บิ ทเี่ หมาะสมในการถา่ ยทอดแนวความคิดเก่ียวกับความเสื่อมสลายและความสญู สิน้ การทางานได้ดี ท่ีสดุ 3. ขั้นตรวจสอบสมมตฐิ าน จากการค้นควา้ ตามสมมตฐิ านที่ตั้งไว้ ทาใหท้ ราบวา่ กระจกตาของหมูเป็นอวัยวะของสิ่งมีชีวิตที่มีอายุ การใช้งานจากัดอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง มีความเป็นไปได้ท่ีจะนามาใช้แทนช้ินเลนส์ถ่ายภาพแบบเดิมเพื่อใช้ในการ บันทึกภาพตามแนวคิดท่ีมีความสมั พันธ์ระหวา่ งเวลาและความเส่ือมสลาย 4. ข้ันวเิ คราะหข์ อ้ มลู เริ่มการผ่าตัดตาของหมูให้เหลือเพียงกระจกตา (Pig’s Cornea) คือส่วนท่ีจะนามาใช้แทนชิ้นเลนส์ แบบเดมิ เท่านั้น และทดลองถ่ายภาพโดยใช้เลนสต์ าหมตู ามสมมติฐานทีต่ ั้งไว้ 3079
ฉบับภาษาไทย สาขามนษุ ยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ Veridian E-Journal, Silpakorn University ปที ี่ 10 ฉบบั ที่ 2 เดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม 2560 ISSN 1906 - 3431 5. ข้ันสรุปผล กระจกตาของหมูสามารถเป็นวัตถุดิบในการส่ือสารแนวคิดเร่ืองความตายและการสูญส้ินการทางาน ของร่างกายมนษุ ยไ์ ด้ ภาพท่ี 7 ภาพแผนภูมแิ สดงข้นั ตอนของกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ท่ีมา: http://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm#02 เข้าถงึ เม่อื 29 พฤศจิกายน 2559 ศิลปะในภาพถ่าย “ตา” (Eye) คอื อวยั วะท่ีช่วยในการมองเห็นของสงิ่ มชี วี ิต “ตา” (กระจกตาของหมู) ในความหมายของคุวาบาระ คือ ชนิ้ ส่วนของสิ่งมีชีวิตที่มีความเช่ือมโยงกับ มนุษย์โดยทาหน้าที่เป็นสื่อในการถ่ายทอดแนวความคิดของเขาผ่านชิ้นงานศิลปะ “ตา” ถูกนามาแทนค่าชีวิต มนุษยท์ างกายภาพโดยการหลอมรวมนยั ทีศ่ ิลปินจงใจหยิบยืน่ ความหมายให้กับมัน และแปรสภาพตัวของมันเอง ตามระยะเวลาโดยมีความโรยราและความเส่ือมสลายเป็นปัจจัย ผลลัพธ์ของความเสื่อมสลายถูกถ่ายทอดให้ ปรากฏบนภาพทบ่ี ันทกึ ไดจ้ ากกล้องเลนส์ตาหมู กล่าวคือ ความคมชัดของภาพท่ีค่อย ๆ ลดลง แทนค่าความโรย ราของมนุษยท์ ่ีมีอายมุ ากข้ึน จนภาพสุดท้ายเป็นภาพทมี่ ดื สนิท หมายถึง การสูญสิ้นชีวิต การหมดอายุหรือความ ไรค้ า่ ของบางสง่ิ บางอยา่ ง เช่นเดียวกับการหมดอายไุ ขของมนุษย์ท่ีร่างกายเน่าเปอ่ื ยผุพงั 3080
Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบบั ภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปะ ISSN 1906 - 3431 ปีท่ี 10 ฉบบั ท่ี 2 เดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม 2560 ภาพที่ 8 ภาพแสดงช้นิ เลนส์ตาหมู ท่ีเสื่อมสภาพและไม่ ภาพที่ 9 ภาพผลลัพทธ์ทีบ่ นั ทึกไดจ้ ากเลนส์ตาหมูที่ สามารถใช้งานได้ ชิน้ เลนสค์ อ่ ย ๆ เสื่อมสภาพลงจนใชก้ ารไม่ได้ในที่สดุ ทมี่ า:http://toshiyukikuwa.net/works/2012/eye_b ท่มี า:http://toshiyukikuwa.net/works/2012/ey /index.html e_b/index.html เขา้ ถงึ เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2559 เขา้ ถึงเมอื่ 22 พฤศจกิ ายน 2559 ในแง่มุมของการถ่ายภาพ “กระจกตาหมู” (Pig’s Cornea) ทาหน้าเป็นสื่อกลางท่ีเชื่อมโยงการ มองเหน็ ระหวา่ งผถู้ ่ายภาพกบั วตั ถุท่ีตอ้ งการบันทึกภาพ ขณะเดียวกันก็ทาหน้าที่คล้ายแผ่นฟิล์ม (Film) ต้นฉบับ ท่ีสามารถทาซ้า (Copy) ได้ โดยมีระยะเวลาเป็นตัวทาลายสาเนาต้นฉบับให้เส่ือมสภาพลง การผลิตซ้าจาก ต้นฉบบั หลาย ๆ คร้งั สารทไ่ี ด้ก็จะค่อย ๆ ผิดเพยี้ นจากความเป็นจริงและไมเ่ หลอื ความจรงิ ในที่สุด ภาพถ่ายคือเครื่องมอื ในการบันทึกศิลปะของคุวาบาระ ศิลปะในงานชิ้นน้ีเกิดขึ้นก่อนการกดชัตเตอร์ และจบลงก่อนการกดชัตเตอร์เช่นเดียวกัน ศิลปะในภาพถ่ายของคุวาบาระเริ่มต้นและจบลงท่ีกระบวนการทาง ความคิดซ่ึงไม่สนใจความงามของภาพผลลัพธ์ท่ีปรากฏ เน่ืองจากเป็นเพียงส่ิงท่ีบันทึกผลลัพธ์จากกระบวนการ ทางความคิดของเขาเท่านน้ั การเกิดข้ึนของภาพถ่าย อุปกรณ์และกระบวนการถ่ายภาพมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ รวมไปถึงความสามารถในการผลติ ซา้ อยา่ งไมจ่ ากดั การถ่ายภาพถกู กังขาวา่ เป็นสื่อท่ียังห่างไกลจาก ความเป็นศิลปะที่แท้จริง แม้ว่าจะเกิดการต่อสู้เพื่อค้นหาความเป็นศิลปะในภาพถ่ายมาหลายยุคสมัยแล้วก็ตาม ผลงานศลิ ปะของคุวาบาระพิสูจน์ให้เห็นถึงการถ่ายภาพในอีกมิติที่แผ่นฟิล์ม (Film) ต้นฉบับของเขา (กระจกตา หม)ู ไม่มคี วามสามารถในการผลิตภาพซ้า (Copy) ได้อีกต่อไป ดังน้ัน ส่ิงที่เป็นแก่นแท้ของภาพถ่ายในฐานะงาน ศลิ ปะ คือ กระบวนการทางความคิดเท่านัน้ ผลสรุปการวจิ ยั โลกสมัยใหม่ในวันท่ีศิลปะไร้ขอบเขต ดูเหมือนว่าศิลปะไม่ได้อยู่ห่างไกลจากชีวิตประจาวันของผู้คน เท่าใดนัก ศิลปะเข้าใกล้และหลอมรวมสังคมไปพร้อม ๆ กับยุคสมัย ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้มีความ ใกล้ชิดกับผู้คนจนบางคร้ังแทบแยกไม่ออกว่าอะไรคือศิลปะ ศิลปะกลายเป็นชีวิตและถูกพัฒนาไปได้ไกลท่ีสุด เท่าท่มี นษุ ยจ์ ะจนิ ตนาการได้ โดยแปรเปลยี่ นแนวความคิดการสร้างสรรค์และรูปแบบในการแสดงออกอยา่ งอิสระ 3081
ฉบบั ภาษาไทย สาขามนษุ ยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศิลปะ Veridian E-Journal, Silpakorn University ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 เดอื นพฤษภาคม – สิงหาคม 2560 ISSN 1906 - 3431 แนวคิดการสร้างงานศลิ ปะจากความงามและความดีก้าวข้ามกฎเกณฑ์ และกรอบความคิดเดิมไปสู่การสร้างงาน ศลิ ปะรว่ มสมยั ทีไ่ รข้ อ้ จากัดใด ๆ ไม่จาเป็นทจ่ี ะตงั้ คาถามอีกต่อไปแล้วว่าศิลปะคืออะไรหากแต่จะถามว่ามุมมอง ทางความคิด วัตถุและภาพในบริบทใดบ้างที่ก่อให้เกิดศิลปะได้ ศิลปะในโลกสมัยใหม่คือการแสวงหาความจริง ค้นหาสารวจความเป็นไปของสรรพส่ิง ศิลปินต่อกรกับจินตนาการทางความงามในโลกอุดมคติดั้งเดิมด้วยสัจจะ กระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะสมัยใหม่จงึ เกดิ ขึน้ เพอ่ื ท้าทายแนวความคดิ และแนวทางการสร้างงานศิลปะใน รูปแบบเดิม เมอื่ แนวความคดิ และวิธกี ารนาเสนองานศลิ ปะรปู แบบใหม่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลาย ศตวรรษท่ี 19 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ศิลปะสมัยใหม่เร่ิมก่อตัวขึ้นจากจุดเปล่ียนสาคัญ เม่ือวันท่ีงานศิลปะไม่ จาเปน็ ต้องลอกเลียนแบบธรรมชาติเพือ่ นาเสนอโลกรอบตัวเหมือนในอดีต ศิลปะไม่จาเป็นต้องรับใช้สถาบันและ ศาสนาอีกต่อไป แต่กลับบอกเล่าถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตธรรมดาสามัญ โลกรอบตัวของศิลปินกลายเป็นพื้นท่ีบ่ม เพาะความคิด โดยศิลปินสร้างโลกท่ีเขาเห็นขึ้นมาใหม่ผ่านพลังสร้างสรรค์ ประสบการณ์และแรงจินตนาการ จนิ ตนาการ (Imagination) เปน็ สงิ่ ซ่ึงทาให้ขอบเขต และอดุ มคติของงานศิลปะแบบเดมิ พงั ทลายลง ภาพถ่ายมีคุณสมบตั ใิ นตวั มันเองท่ปี ัจจุบนั กลายเปน็ สอ่ื ท่ที รงพลงั ในโลกสมยั ใหม่ และมีบทบาทหน้าที่ ในหลากหลายรูปแบบ โดยปรับเปล่ียนบริบทไปตามความต้องการของผู้สร้างงานช้ินน้ัน ๆ เม่ือการอธิบายด้วย ด้วยตัวอักษรหรือการบอกเล่าในรูปแบบอื่น ๆ อาจทาความเข้าใจและให้ความหมายชัดเจนได้ไม่เพียงพอ ภาพถ่ายจึงทาหน้าท่ีเป็นส่ือในรูปแบบระนาบ 2 มิติที่บอกเล่าเรื่องราว บันทึกข้อมูล และเหตุการณ์ได้แม่นยา ใกล้เคยี งกับความเป็นจรงิ มากทส่ี ดุ ภาพถา่ ยเป็นส่งิ สะทอ้ นความจริง และในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งท่ีสร้างขึ้นเพื่อ บิดเบียนความจริงไดเ้ ชน่ เดียวกนั ข้อแตกต่างระหว่างงานศิลปะของคุวาบาระและวิทยาศาสตร์คือผลสรุปสุดท้าย โดยวิทยาศาสตร์ มพี น้ื ฐานจากการคน้ ควา้ หาขอ้ เท็จจริงซ่ึงมีความจาเป็นต้องมีผลสรุปที่ได้จากการทดลอง และผลสรุปนั้นจะต้อง เป็นรูปธรรมคือหลักฐานแสดงผลลัพธ์จากการทดลองในรูปแบบวัตถุมารองรับ แต่สาหรับศิลปะแม้ว่าจะ มีจินตนาการเป็นจุดเร่ิมต้นในการสร้างสรรเช่นเดียวกับขั้นตอนการกาหนดปัญหาในกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ แต่พ้ืนฐานของศิลปะเกี่ยวข้องกับอารมณ์และความต้องการของมนุษย์ จึงไม่มีความจาเป็นที่ ต้องการหลักฐานข้อเท็จจริงในลักษณะรูปธรรมมาสนับสนุนผลสรุป หากแต่ผลลัพธ์นั้นกระทบใจผู้ชมอย่างไร ศิลปะก็มีคณุ คา่ อย่างนั้น จากกระบวนการถ่ายภาพที่สร้างขึ้นนี้ หากมีจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์เพ่ือต้องการผลลัพธ์ทาง วทิ ยาศาสตรท์ จี่ าเป็นตอ้ งมหี ลกั ฐานแบบรูปธรรมมารองรบั คาตอบที่ได้คือภาพท่ีปรากฏแสดงความคมชัดโดยไล่ ลาดบั จากภาพทม่ี คี วามคมชดั สูงไปสภู่ าพทม่ี ีคความคมชัดต่า สรปุ ได้วา่ เลนสต์ าหมูสามารถนามาใชถ้ า่ ยภาพไดใ้ น ช่วงเวลาส้นั ๆ เทา่ นนั้ และศกั ยภาพของมันไมอ่ าจทดแทนเลนสถ์ ่ายภาพท่วั ไปทผี่ ลิตจากแกว้ ได้ หากแต่จุดประสงค์ในการสร้างสรรค์เพื่อต้องการผลลัพธ์ทางศิลปะท่ีไม่จาเป็นต้องมีหลักฐานแบบ รปู ธรรมมารองรับ คาตอบทีไ่ ดค้ ือภาพที่ปรากฏแสดงความคมชดั โดยไลล่ าดบั จากภาพทม่ี ีความคมชัดสูงไปสู่ภาพ ที่มีคความคมชัดต่าเช่นเดียวกัน ในแง่ของศิลปะสรุปได้ว่า เลนส์ตาหมูสามารถนามาใช้เป็นวัตถุดิบในการ 3082
Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนษุ ยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศิลปะ ISSN 1906 - 3431 ปีที่ 10 ฉบบั ที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สงิ หาคม 2560 ถา่ ยทอดแนวความคิดเรื่องความเสื่อมสลายและความตายท่ีศิลปินต้องการจะสื่อสารได้ และมีศักยภาพเพียงพอ เหมาะสมอยา่ งทส่ี ดุ ภาพถ่ายในฐานะงานศิลปะไปได้ไกลมากกว่าท่ีจะกล่าวว่ามันเป็นเพียงวิธีการได้มาซึ่งภาพถ่ายโดย กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผลงานของโทชิยูกิ คูวาบาระ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศิลปะและวิทยาศาสตร์มี จุดกาเนิดร่วมกันคือจินตนาการ และการผสมผสานทั้งสองศาสตร์เข้าด้วยกันทาให้ภาพถ่ายมีคุณสมบัติพิเศษใน การสร้างสรรค์ท่ีไร้ขีดจากัด กล้องถ่ายภาพของเขาไม่มีความสามารถในการทาให้งานศิลปะชิ้นนี้ผลิตภาพซ้าได้ ภาพถา่ ยในฐานะงานศิลปะทถี่ ูกลดคณุ คา่ ลงจงึ ถกู ตีความใหม่ อุปกรณ์การถ่ายภาพ กระบวนการทางานและภาพผลลัพธ์ที่ได้มาจากผลงานที่ชื่อว่า “Eye” ของ โทชยิ กู ิ คุวาบาระ เปน็ ส่ือในการแสดงออกทางความคิดของเขาเท่าน้ัน มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่งานศิลปะก็ได้ตาม ความรสู้ ึกและประสบการณร์ บั รขู้ องผชู้ ม คณุ ค่าของงานศลิ ปะขนึ้ อยู่กบั การประเมนิ ค่าจากบรรทดั ฐานการตดั สิน จากผู้ชมเท่านั้น เอกสารอ้างองิ ภาษาไทย จริ ะพัฒน์ พิตรปรีชา. (2552). โลกศลิ ปะศตวรรษท่ี 20. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2 (ปรับปรงุ ใหม่). กรงุ เทพฯ: ดา่ นสุทธาการพมิ พ์. เดวดิ , คอตตงิ ตนั . (2554). ศิลปะสมัยใหม่: ความร้ฉู บับพกพา. พิมพ์ครง้ั แรก. แปลจาก Modern Art: A Very Short Introduction. แปลโดย จณัญญา เตรียมอนุรกั ษ์.กรงุ เทพฯ: openworlds. สภุ าณี กอสุวรรณศริ ิ และสมุ ิตรา ขนั ตยาลงกต. (2531). จากอดตี ....ถงึ ปัจจุบัน การถ่ายภาพ. พิมพ์คร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ: บริษทั สารมวลชน จากดั . ภาษาตา่ งประเทศ Faris-Belt, Angela. (2012). The elements of photography : understanding and creating sophisticated images. 2nd ed. Waltham: USA. ขอ้ มลู จากเว็บไซต์ Awdhesh Singhhttp. (2007). Religion, Arts and Science - Why Branches of the Same Tree?. เขา้ ถึงเม่ือ 1 ธนั วาคม 2559. เข้าถงึ จาก http://ezinearticles.com/?Religion,-Arts-and- Science—Why-Branches-of-the-Same-Tree?&id=864456 Chloe Lyme. (2559). Surgeons claim to have successfully transplanted pig's cornea to 14-year-old to save his sight in pioneering operation. เขา้ ถงึ เมอ่ื 22 พฤศจกิ ายน 2559. เขา้ ถึงได้ จ า ก http://www.dailymail.co.uk/news/peoplesdaily/article-3487974/Surgeons-claim- successfully-transplanted-pig-s-cornea-14-year-old-save-sight-pioneering operation.html 3083
ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศิลปะ Veridian E-Journal, Silpakorn University ปที ่ี 10 ฉบบั ท่ี 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2560 ISSN 1906 - 3431 Fergus Walsh. (2559). US bid to grow human organs for transplant inside pigs. เขา้ ถึงเมอื่ 22 พฤศจิกายน 2559. เขา้ ถงึ ได้จาก http://www.bbc.com/news/health-36437428 Rebecca Morelle. (2559). Pig’s-eye view. เขา้ ถงึ เม่ือ 16 พฤศจกิ ายน 2559. เข้าถงึ ไดจ้ าก http://www.bbc.co.uk/news/resources/idt-0192822d-14f1-432b-bd25-92eab6466362 Toshiyuki Kuwabara. (2006-2016). Toshiyuki Kuwabara. เข้าถึงเม่อื 1 พฤศจกิ ายน 2559. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www.toshiyukikuwa.net 3084
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: