Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทขับซอของดีเวียงป่าเป้า2

บทขับซอของดีเวียงป่าเป้า2

Published by Wanasin, 2020-12-13 08:01:21

Description: บทขับซอของดีเวียงป่าเป้า2

Search

Read the Text Version

บทขบั ซอ เรื่อง ของดเี วยี งป่าเปา้ เนื่องในงาน 113 ปี ของดเี วียงป่าเป้า อาเภอเวียงปา่ เป้า จังหวัดเชยี งราย ขับซอโดย สวุ รรณ บา้ นดอน จัดทาโดย นายวนาศิลป์ ธรรมสิทธิ์ ครผู ู้สอนโรงเรยี นเทศบาลตาบลเวียงป่าเปา้



บทนา การขับซอ ในภาษาพ้ืนเมืองล้านนา หมายถึงการขับร้องเพลงพื้นบ้านประกอบเสียงดนตรีท่ีเป็น เอกลกั ษณ์ของท้องถ่ิน แยกออกเป็น ๒ ประเภท คอื การขบั ซอในแบบนยิ มของพื้นที่ล้านนาตะวันออกมีช่ือ เรียกว่า “ซอล่องน่าน” ได้แก่การขับซอของชาวจังหวัดน่านและจังหวัดแพร่เป็นกลุ่มหลัก ส่วนอีกรูปแบบ หน่ึงคอื การขับซอในแบบนิยมของพ้ืนที่ล้านนาตะวันตกเรียกว่าแบบ “ซอเชียงใหม่” ได้แก่การขับซอของ ชาวจังหวดั เชยี งใหม่ เชียงราย ลาพูน ลาปาง พะเยาและบางพนื้ ทขี่ องจงั หวดั แมฮ่ ่องสอน ในปัจจุบันการขับ ซอ จะเปน็ การซอร่วมสมัย หรอื ซอสตริง เป็นบทซอสั้นๆ ท่ีนาซอทานองล่องน่าน ลับแลหรือลับแลง เพลงอ่ือ เสเลเมา มาประยุกตเ์ ขา้ กบั ดนตรีสากล สาหรับการขับซอ เรื่อง ของดีเวียงป่าเป้า เป็นการขับซอร่วมสมัย ใช้ทานองอื่อ เพื่อใช้ประกอบการ แสดงในพธิ เี ปิดงาน ของดีเวียงป่าเป้า ประพันธ์และขับซอโดย สุวรรณ บ้านดอน ผู้จัดทาได้ถอดเน้ือร้อง จาก แถบบนั ทึกเสยี ง เพอื่ เผยแพร่และอนรุ ักษ์ การขบั ซอ ภูมปิ ญั ญาแหง่ เพลงพืน้ บ้านลา้ นนา หากมขี อ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู้ ัดทาขออภยั มา ณ โอกาสน้ี

บทขบั ซอ เรือ่ ง ของดเี วยี งป่าเปา้ บฯข฿ท ซฯบั อฯํ เรอฯง่ื ขงฯอ ดวี ยฯงปา่ เปา้ ทานอง ออ่ื ขบั ซอโดย สุวรรณ บา้ นดอน คนเวียงป่าเปา้ มคี วามภาคภมู ิใจ ท่ีได้เกิดในเวยี งเกา่ กอ่ นจะเปน๋ อาเภอเวียงป่าเปา้ จะขอไขกล่าวห้อื ฟงั เจา้ หลวงอินทวิชยานนท์ ส่งั พญาไชยวงค์รับบญั ชาการ นาราษฎรและพลทหาร ลงไปเพอื่ สร้างเมอื งใหม่ ตนพญาไชยวงค์นาเอา พลทหารและขา้ ไพร่ เดินออกจากนครเชยี งใหม่ มพี ญาไชยวงค์นาไป ไดไ้ ปแผ้วถางต้นไม้เฟยไฮ ปา่ ต้นไทรใบไหว เลยใสช่ อื่ วา่ เมอื งเฟยไฮ ก๊ึดใจ๋เมอื่ ได้แผ้วปา่ จนถงึ พอศอสองส่ีสามศนู ย์ นา้ ไหลมาหนนุ เมอื งข้า ลานา้ ซา้ มาไหลบา่ แล้วขา้ จะอยอู่ ยา่ งใด เลยยา้ ยขึ้นไปตังเหนือ ยังเหลอื แผน่ ดนิ แหมหลาย ซา้ เปน็ ปา่ เป้าดงไพร่ เลยใส่ป่าเป้าเป๋นชอ่ื ช่อื เมอื งป่าเป้าเป็นหลักเปน๋ ฐาน ทา่ นไดข้ นานนามไวห้ อื้ พญาเทพณรงค์ใสช่ ่ือ หอ้ื เปน็ เวยี งปา่ เป้าสบื มา หื้อสรา้ งกาแพงลอ้ มรอบ หื้อมีเขตขอบแน่นหนา เปน๋ เวียงปา่ เปา้ ต้งั แต่นัน้ มา ใสจ่ ื่อว่าเวยี ง เสยี ใหม่

ต่อมาในปีสองสส่ี หี่ ก เกดิ การกบฏหมู่เงย้ี วไทใหญ่ บา้ นเมืองตึงอยูบ่ ไ่ ด้ วุ่นวายในเมืองเจยี งฮาย พอหลงั จาการจลาจลสงบ ได้ปราบกบฏตังหลาย ทางราชการเข้ามาขยาย จัดตั้งได้เป็นอาเภอใหม่ อาเภอเวยี งปา่ เปา้ เฮามขี องดี เชิญน้องเชญิ ปม้ี าแอว่ กันได้ ต้ังแต่เป็นเมืองเฟยไฮ จนเป็นเวียงปา่ เป้าขึน้ มา ความภาคภูมใิ จคนเวยี งปา่ เปา้ ของแกข่ องเกา่ มากมายนกั หนา แล้วหมผู่ มจะปา แอ่วเวยี งป่าเป้าอเมซง่ิ ท่องเทย่ี วเชิงอนุรักษ์กนั ไปตามวถิ ไี ทย ในวิถีถ่ิน วิถีชีวติ มากมายหลายส่ิง ไปชิมกนิ เทีย่ วกอยมอง ผ่อเครอื่ งป้ันดนิ เผาท่เี วียงกาหลง ไปชมิ จ้ินสม้ ต้ีหอ่ ใบตอง ไปอาบน้าแร่ไปแชไ่ ปนอน ตนี๋ า้ พรุ ้อนตาบลบา้ นโปง่ ตโี้ ปง่ น้าร้อน และโป่งเทวี ไหวพ้ ระธาตแุ มเ่ จดยี ์ ปา๋ ระมีนาส่ง ผ่อท่งุ นากวา้ งก๋างโตง้ เปน๋ โร่งเกษตร จาวนา ไหวอ้ งค์พระเจา้ ทองคา แล้วปาทุกทา่ นไปหือ้ อาหารปลา ไปแอ่วต้ีวังมจั ฉา สะปะวา่ ปลามีในอา่ ง วัดศรีสุทธาวาทไปชมหอไตร กิ๋นไปแอว่ ไปในทีต่ ่างๆ ลวดปากันไปพกั ผ่อนในอา่ ง ตแี๋ ม่ฉางข้าว ฮมิ ดอย พกั โฮมสเตบา้ นหว้ ยนา้ กืน ไปนอนแรมคนื มนั เป๋นตา๋ ดขี อย ไปแอ่วขุนลาวผอ่ จาวเขาจาวดอย ไปกอยพระธาตุจอมผ่อ

หน่งึ ในเก้าวัดแหง่ จังหวัดเจียงฮาย เชญิ ทา่ นแอว่ ไปเต๊อะนอ ยินดตี ้อนรับคณุ แม่คณุ พ่อ กอ่ ยผ่อกันไป ในน้ามปี ลาในนามีขา้ ว มาแอ่วเวยี งปา่ เปา้ มแี ต่ความอนุ่ ใจ๋ ยินดตี ้อนรับสปู่ ระตเู จยี งฮาย ท่านมาเฮาดีใจแต้เนอ สามารบั ฟังเพลง ของดีเวยี งปา่ เป้า ท่ี https://www.youtube.com/watch?v=4f4Xm210eNA ตดิ ตอ่ การแสดงการขบั ซอ โดย สุวรรณ บ้านดอน และคณะมนต์เสียงซอเชียงใหม่ เบอรโ์ ทรศัพท์ 081-998-2645 Facebook | สุวรรณ บา้ นดอน

สาระน่ารู้ เร่ือง ทานอง อ่อื ซอทานอง อ่ือ ทานองซออ่อื น้ี เชอ่ื วา่ พัฒนามาจากการขับกลอ่ มลูกของคนล้านนาทเ่ี รียกว่าการอ่อื กล่อมลูก หากได้ พิจารณาถึงคาทก่ี ลา่ วในบทอื่อกล่อมลูกบางบทจะเหน็ ถึงความสัมพันธ์ระหว่างท่ีมาของทานองทั้งสองน้ี เช่น บทออื่ กลอ่ มลกู ทว่ี ่า “หลบั ห้อื จ่ืนๆ ตน่ื แล้วกิน๋ นม กอนตา๋ วนั ลง แมจ่ ะปาไปแอ่ว” ซ่งึ ตอ่ มาไดม้ กี ารวางแบบแผนของทานองซอใหส้ ามารถขับประกอบทานองดนตรีได้ จึงมีการเพิ่มเติม ถ้อยคาขึ้นมาอีกให้ลงตัว ตลอดจนมีการวางสัมผัสระหว่างบทท่ีช่างซอจะต้องให้ความสาคัญ หากมีการ ประพนั ธเ์ พื่อเลา่ เรอื่ งราวต่างๆหรอื ขบั ซอโตต้ อบกนั อนั เปน็ การแสดงถงึ ไหวพริบปฏภิ าณของช่างซอ จะต้องให้ เกิดความต่อเน่ืองระหว่างบทดังได้กล่าวมาแล้วน้ี ลักษณะโดยท่ัวไปของซอทานองซออ่ือน้ันเป็นทานองที่ อ่อนหวานนมิ่ นวล ไพเราะจับใจ ใช้สาหรับการพรรณนาเร่ืองราววรรณกรรมพ้ืนบ้านซ่ึงเป็นท่ีรู้จักโดยทั่วไป เช่นดาววีไก่หน้อย เตวทูตทั้ง5 ซอจัตตาวันเกิด ฯลฯ บางทีใช้สาหรับการขับเพ่ืออาลาหรื อพรรณนา เรือ่ งราวทไ่ี ม่ยืดยาวมากเกนิ ไป บทขับซอทานองน้ีจึงมักได้ถูกคัดเลือกมาเป็นบทประพันธ์หลักในการแข่งขัน หรือการประกวดดนตรีพื้นเมือง สะล้อ ซอ ซึง ที่ต้องการจากัดใจความสาคัญของเร่ืองราวท่ีกาหนดให้ กะทดั รดั สามารถขบั ซอโต้ตอบกันระหวา่ งช่างซอชายและหญิงได้เปน็ อย่างดี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook