หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model หนว่ ยที่ 3 การแสดงความสมั พันธข์ อง ข้อมูลด้วย ER Modelระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model สาระสาคญั Entity Relationship (ER Model) เป็นเคร่ืองมือท่ใี ช้สาหรับการออกแบบฐานข้อมูลในระดบั แนวคดิ (Conceptual Design) โดยใช้ในการวาดแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลต่างๆภายในฐานข้อมูล ER Model พัฒนาโดยPeter Pin Shan Chen จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) ในปี ค.ศ.1976 เน้ือหาในบทน้ีจะเร่ิมจากการให้ความหมายของสญั ลักษณ์ต่างๆท่ีใช้ใน ER Model ต่อจากน้ันจะแสดงตัวอย่างการสร้าง ER Model และในส่วนสดุ ท้ายจะเป็นการเปล่ียน ER Model ให้เป็นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model จุดประสงค์ท่วั ไป1. เพ่ือให้ทราบความหมาย และร้จู ักสญั ลักษณต์ ่างๆของ ER Model2. เพ่ือให้ทราบแต่ละประเภทของ Entity3. เพ่ือให้ทราบแต่ละประเภทของ Attributes4. เพ่ือให้ทราบแต่ละประเภทของ Relationship5. เพ่ือให้เข้าใจกระบวนการสร้าง ER Diagram6. เพ่ือให้ทราบวิธกี ารแปลง ER Diagram เป็นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelจุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม1. สามารถเขียน ER Diagram โดยใช้สญั ลักษณต์ ่างๆได้ถูกต้อง2. สามารถแปลง ER Diagram ไปเป็นตารางได้อย่างถูกต้องเน้อื หาสาระ 1. ความหมายของสญั ลักษณต์ ่างๆของ ER Model 2. วิธกี ารสร้าง ER Diagram 3. การแปลง ER Diagram เป็นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model3.1 ความหมายของสญั ลกั ษณต์ ่างๆของ ER Model Entity คือ ส่งิ ท่มี อี ยู่จริง จับต้องได้ ใช้สาหรับเกบ็ ข้อมูลภายในระบบเช่น บุคคล สนิ ค้า แผนกงานเป็นต้น จะใช้สญั ลักษณร์ ปู ส่เี หล่ียม และมีช่ือEntity อยู่ภายใน ลูกค้า รปู ท่ี 3.1 แสดงตัวอย่างของ Entity ลูกค้า Entity แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คอืระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 1. Regular Entity คือ Entity ทว่ั ๆไปท่ตี วั Entity เองมีคุณสมบตั ิท่ีสามารถกาหนดให้เป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะกบั Entity ได้ ไม่ต้องอาศยั Entity อ่นืในการคงอยู่ ตวั อย่างเช่น Entity Student ต่อไปน้ี SID Sname Faculty GPA 5214768 นายสามารถ รักดี วทิ ยาศาสตร์ 3.45 5227891 นายพิษณุ ใจกล้า บริหารธุรกจิ 2.89 5236734 นายสมพงษ์ รักถ่ิน วิศวกรรมศาสตร์ 2.50 Student รูปท่ี 3.2 แสดงตัวอย่างของ Entity Studentระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 2. Weak Entity คือ Entity อ่อนแอ ท่ไี ม่สามารถคงอยู่ได้ ต้องอาศัยEntity อ่นื ในการคงอยู่ ตวั อย่าง เช่น Entity Time Stamp ต่อไปน้ี EMP_Id Date Time_In Time_Out 111 13/04/2010 8.00 16.30 222 13/04/2010 8.45 17.00 333 13/04/2010 8.30 16.35 รปู ท่ี 3.3 ตวั อย่างตารางข้อมูลการลงเวลาของพนักงานระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model จากตวั อย่าง Entity TimeStamp น้ตี ้องอาศัย Attribute Emp_Id มารวมกบั Entity Timestamp เพ่ือให้สามารถแยกความแตกต่างในแต่ละแถวของข้อมูลได้ โดยถ้าอาศัยเฉพาะ Attribute Date, Time_In และ Time_Out จะไม่สามารถแยกความแตกต่างข้อมูลในแต่ละแถวได้เลย เน่ืองจากในวันเดียวกนั จะมีพนกั งานหลายคนมาลงเวลาเข้าออก ดังน้ันเราจะไม่สามารถร้ไู ด้เลยว่าข้อมูลในแต่ละแถวเป็นข้อมูลการลงเวลาของพนักงานคนไหน ถ้าไม่ใช้ Attribute Emp_Id มาช่วย และสญั ลักษณข์ อง Weak Entity จะใช้รปู ส่เี หล่ียม 2 รปู ซ้อนกนั และระบชุ ่ือ Weak Entity อยู่ภายใน ดงั น้ี TimeStamp รปู ท่ี 3.4 แสดงตัวอย่างของ Weak Entity TimeStampระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Attribute คือ คุณสมบัติหรือลักษณะของ Entity เป็นการแสดงรายละเอยี ด ทาให้ทราบว่า Entity เกบ็ ข้อมูลอะไรบ้าง สญั ลักษณข์ อง Attributeจะใช้รปู วงรีระบุช่ือของ Attribute โดยมเี ส้นตรงเช่ือมต่อออกมาจาก Entityตัวอย่างแสดง Attribute ของ Entity Student Faculty GPA Sname Student SID รปู ท่ี 3.4 แสดงตวั อย่างของ Entity Student และ Attribute ต่างๆระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER ModelAttribute แบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท คอื 1. Simple Attribute คอื Attribute ท่ไี ม่สามารถแบ่งแยกย่อยลงไปอกีได้ เช่น รหัสพนักงานแผนกเพศ เป็นต้น 2. Composite Attribute คือ Attribute ท่สี ามารถแบ่งแยกย่อยลงไปอกีได้ เช่น Attribute ช่ือสกุล สามารถแบ่งแยกย่อยลงไปอกี เป็น Attribute ช่ือ และAttribute นามสกุล หรือ Attribute ท่อี ยู่ สามารถแบ่งแยกย่อยลงไปอกี เป็นAttribute บ้านเลขท่ี Attribute ถนน Attribute ตาบล Attribute อาเภอ และAttribute จงั หวดั เป็นต้นระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 3. Key Attribute คอื Attribute ท่ที าหน้าท่เี ป็นคยี ์ท่มี ีคุณสมบตั ขิ องค่าของข้อมูลไม่ซา้ กนั เช่น Attribute รหัสพนักงาน ซ่ึงรหัสพนักงานแต่ละคนจะไม่มที างซา้ กนั ได้ สญั ลักษณข์ อง Key Attribute จะใช้วธิ กี ารขดี เส้นใต้ท่ชี ่ือAttribute ท่อี ยู่ภายในรปู วงรี 4. Single Valued Attribute คือ Attribute ท่มี ีค่าข้อมูลได้เพียงค่าเดยี วเทา่ น้ัน เช่น Attribute เพศ สามารถมีได้ค่าเดียว คือ ชายหรือหญิงเท่าน้ัน 5. Multi-valued Attribute คอื Attribute ท่มี ีค่าของข้อมูลได้หลายค่าเช่น Attribute ระดับการศึกษาของพนักงาน เน่ืองจากระดบั การศึกษาของพนักงานในแต่ละคนสามารถมีได้หลายระดับ เช่น ระดับปวช. ปวส. ปริญญาตรีปริญญาโท ปริญญาเอก เป็นต้น สญั ลักษณท์ ่ใี ช้สาหรับ Multi-Valued Attributeคือ รปู วงรีซ้อนกนั 2 รูประบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 6. Derived Attribute คอื Attribute ท่คี ่าของข้อมูลได้มาจากการนาเอาค่าของ Attribute อ่นื มาทาการคานวณ ซ่ึงค่าของ Attribute ประเภทน้ีจะต้องเปล่ียนแปลงทุกคร้ัง เม่ือมกี ารเปล่ียนแปลงค่าของ Attribute ท่ถี ูกนาค่ามาคานวณ เช่น Attribute อายุ ท่จี ะคานวณมาจาก Attribute วันเกดิ โดยนาไปลบจากวนั เดอื นปี ปัจจุบนั สญั ลักษณท์ ่ใี ช้สาหรับ Derived Attribute คือ รปู วงรีเส้นประ พิจารณาตวั อย่างการวาด Entity Employee และ Attribute เพ่ือแสดงรายละเอยี ดข้อมูลของพนักงาน ดังรูปต่อไปน้ี รูปท่ี 3.5 แสดงตัวอย่างของ Entity Employee และ Attribute ต่างๆระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004 จากรปู ท่ี 3.5 อธบิ ายได้ดังน้ี• Entity Employee ประกอบไปด้วยท้งั หมด 6 Attribute คอื Emp_ID (รหัสพนักงาน) Name_Surmane (ช่ือสกุลพนักงาน) Sex (เพศ) Birthdate (วันเดือนปี เกดิ ) Age (อายุ) และ Degree (ระดับการศึกษา)• Attribute Emp_ID เป็น Key Attribute รหัสพนักงานไม่มที างซา้ กนั ได้• Attribute Name_Surname เป็น Composite Attribute ซ่ึงสามารถแยกย่อยAttribute ลงไปอกี คอื Attribute Name และ Attribute Surname• Attribute Sex เป็น Single-Valued Attribute คอื มีค่าไม่เพศชาย หรือหญิงเท่าน้นัระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model• Attribute Simple เป็น Simple Attribute• Attribute Age เป็น Derived Attribute เน่ืองจากอายุของพนักงานสามารถคานวณได้จาก Attribute Birthdate โดยนาไปลบออกจากวนั เดอื นปี ปัจจุบัน• Attribute Degree เป็น Multi-Valued Attribute เน่ืองจากระดับการศกึ ษาของพนักงานสามารถมีได้หลายระดบั Relationship คอื ความสมั พันธร์ ะหว่าง Entity โดยอาจเป็นความสมั พันธใ์ นลกั ษณะกบั ตัวมันเอง หรือกบั Entity อ่นื สญั ลักษณท์ ่ใี ช้จะเป็นรปู ส่เี หล่ียมข้าวหลามตดั และระบุช่ืออธบิ ายความสมั พันธอ์ ยู่ภายในน้ันยกตวั อย่างเช่น ความสมั พันธร์ ะหว่าง Entity Employee และ EntityDepartment โดยความสมั พันธบ์ อกว่าพนักงานทางานสงั กดั อยู่ในแผนกต่างๆระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Employee Work_in Departmentรูปท่ี 3.6 แสดงตวั อย่างของความสมั พันธร์ ะหว่าง Entity Employee และ Entity Departmentประเภทของ Relationship แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ1. One-to-One Relationship คือ ความสมั พันธใ์ นลักษณะ 1 ต่อ 1 อธบิ ายด้วยรปู ภาพต่อไปน้ี คอื แต่ละ Entity ใน A สมั พันธก์ บั Entity ใดๆ Entityหน่ึงเท่าน้ันใน Bระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model รูปท่ี 3.7 แสดงความสมั พันธใ์ นลักษณะ One-to-One Relationship ในการกาหนดประเภทของความสมั พันธใ์ นแบบ One-to-OneRelationship น้จี ะทาด้วยการระบหุ มายเลข 1 บนเส้นท้งั 2 ด้านของสญั ลักษณ์Relationship ดงั ตัวอย่างต่อไปน้ี ลูกค้าสามารถมีบัญชีเงนิ ฝากได้เพียงบญั ชีเดยี วและแต่ละบญั ชีเงนิ ฝากจะมีเจ้าของบัญชีได้เพียงคนเดียวระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Customer Belong_to Accountรปู ท่ี 3.8 แสดงตัวอย่างของความสมั พันธร์ ะหว่างลูกค้า และบัญชีเงินฝากซ่ึงเป็นแบบ 1:12. One-to-Many Relationship คือ ความสมั พันธใ์ นลักษณะ 1 ต่อ M อธบิ ายด้วยรปู ภาพต่อไปน้ี คือ แต่ละ Entity ใน A สมั พันธก์ บั Entity ใดๆใน EntityB มากกว่า 1 Entityระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model รูปท่ี 3.9 แสดงความสมั พันธใ์ นลักษณะ One-to-Many Relationship ในการกาหนดประเภทของความสมั พันธใ์ นแบบ One-to-ManyRelationship น้จี ะทาด้วยการระบุหมายเลข 1 บนเส้นด้านหน่ึงของสญั ลกั ษณ์Relationship และ M บนอกี เส้นด้านหน่ึงของสญั ลักษณ์ Relationship ดงัตวั อย่างต่อไปน้ี ลูกค้าสามารถมบี ัญชีเงินฝากได้มากกว่า 1 บัญชี และแต่ละบญั ชีเงนิ ฝากจะต้องมีเจ้าของบัญชีเพียงคนเดียวระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Customer Belong_to Accountรูปท่ี 3.10 แสดงตัวอย่างของความสมั พันธร์ ะหว่างลูกค้า และบญั ชีเงินฝากซ่ึงเป็น 1:M3. Many-to-Many Relationship คือ ความสมั พันธใ์ นลกั ษณะ M ต่อ Mอธบิ ายด้วยรปู ภาพต่อไปน้ี คือ แต่ละ Entity ใน A สมั พันธก์ บั Entity ใดๆ ในEntity B มากกว่า 1 Entity และ แต่ละ Entity ใน B สมั พันธก์ บั Entity ใดๆใน Entity A มากกว่า 1 Entityระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model รปู ท่ี 3.11 แสดงความสมั พันธใ์ นลักษณะ Many-to-Manu Relationship ในการกาหนดประเภทของความสมั พันธใ์ นแบบ Many-to-ManyRelationship น้ีจะทาด้วยการระบหุ มายเลข M บนเส้นท้งั 2 ด้านของสญั ลักษณ์Relationship ดงั ตัวอย่างต่อไปน้ี ลูกค้าสามารถมบี ญั ชีเงนิ ฝากได้มากกว่า 1บัญชี และแต่ละบัญชีเงินฝากสามารถมีเจ้าของบัญชีได้มากกว่า 1 คนระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Customer Belong_to Accountรปู ท่ี 3.12 แสดงตัวอย่างของความสมั พันธร์ ะหว่างลูกค้า และบญั ชีเงินฝากซ่ึงเป็นแบบ M:M Recursive คือ เป็นความสมั พันธท์ ่เี กดิ จาก Entity เพียง Entity เดยี วเช่น ในภาควิชาหน่ึงมีอาจารย์หลายคน แต่มอี าจารย์ 1 ท่านเท่าน้ันท่เี ป็นหัวหน้าภาควชิ า และหัวหน้าภาควิชาเป็นผู้ดูแลอาจารยภ์ ายในภาควิชาหลายคนระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Teacher 1M Leaderรูปท่ี 3.13 แสดงตัวอย่าง Recursive ของความสมั พันธข์ องอาจารยท์ ่เี ป็นหัวหน้าภาควิชาระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Composite Entity คอื เป็น Entity ท่ถี ูกสร้างข้นึ เพ่ือแปลงความสมั พันธแ์ บบ Many-to-Many Relationship ให้เป็นแบบ Ont-to-ManyRelationship เน่ืองจากความสมั พันธแ์ บบ Many-to-Many Relationship น้ันค่อนข้างยากในการทาความเข้าใจ โดยหลังจากทาการแปลงแล้ว CompositeEntity จะประกอบไปด้วย Attribute ท่มี าจาก Key หลักของ 2 Entity รวมกบัAttribute อ่นื ท่สี นใจเป็น Attribute ของ Composite Entity สญั ลักษณข์ องComposite Entity คือ รปู ส่เี หล่ียมซ้อนด้วยรปู ส่เี หล่ียมข้าวหลามตดั อยู่ภายในตัวอย่างเช่น นักเรียนสามารถทะเบยี นเรียนได้มากกว่า 1 วิชา และแต่ละวิชาสามารถถูกลงทะเบียนเรียนได้มากกว่า 1 คนระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model รูปท่ี 3.14 แสดงตวั อย่างการเปล่ียนจาก M:M เป็น 1:Mระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 3.2 วิธีการสรา้ ง ER Diagramข้นั ตอนการสร้าง ER Diagram แสดงให้เข้าใจโดยง่ายตามแผนภาพต่อไปน้ี รปู ท่ี 3.16 แสดงข้ันตอนการสร้าง ER Diagram รหัสวิชา 3204-2004ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelอธบิ ายข้นั ตอนท้งั 6 ข้นั ตอน ได้ดงั น้ี1. ศึกษาถงึ ลักษณะหน้าท่งี านของระบบ (Business Function) ว่ามี รายละเอยี ดของการทางานและข้อมูลท่เี ก่ยี วข้องอะไรบ้าง โดยข้นั ตอนน้ี สามารถศึกษาได้จากเอกสาร รายงาน การสมั ภาษณ์ หรือ การเผ้า สงั เกตการณ์2. กาหนด Entity ท่คี วรจะมอี ยู่ในฐานข้อมูล ฐานข้อมูลหน่ึงๆ ประกอบด้วย หลาย Entity โดยการกาหนด Entity จะต้องคานงึ ถงึ ทุกประเภทของ Entity คือ Regular Entity และ Weak Entity3. กาหนด Relationship ระหว่าง Entity ว่ามคี วามสมั พันธอ์ ย่างไรบ้าง รวมถงึ กาหนดชนิดความสมั พันธว์ ่าเป็นอย่างไร (1:1, 1:M, M:M)ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model4. กาหนด Attribute ของ Entity ว่าควรจะมรี ายละเอยี ดอะไรบ้าง พร้อมท้งัพิจารณาว่า Attribute ใดบ้างท่เี ป็นแบบ Composite Attribute หรือ DerivedAttribute5. กาหนด Key ของแต่ละ Entity ว่าจะใช้รายละเอยี ดของข้อมูลใดเป็นคีย์ของEntity น้ันๆ ซ่ึงจะต้องเป็นรายละเอยี ดของข้อมูลท่มี ีค่าเป็นเอกลักษณ์ หรือ ค่าเฉพาะไม่ซา้ ซ้อนใน Entity น้ัน6. ประกอบส่วนประกอบท้งั หมด และอาจมีการปรับปรงุ เค้าร่างใหม่(Refinement Primitive) เพ่ือเป็นการทบทวน ER Diagram เพ่ือให้ได้ ERDiagram ท่สี มบูรณ์ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelตัวอย่างการออกแบบฐานข้อมูลด้วย ER Diagram ของระบบงานวชิ าการมหาวิทยาลัยข้นั ตอนท่ี 1 ศกึ ษา Business Function มหาวทิ ยาลัยแห่งหน่ึงประกอบไปด้วยคณะท้งั หมด 10 คณะ ในแต่ละคณะกป็ ระกอบไปด้วยภาควิชาต่างๆในแต่ละภาควิชากป็ ระกอบไปด้วยอาจารย์หลายท่าน อาจารยแ์ ต่ละทา่ นจะมเี งินเดอื นประจา และทาหน้าท่รี ับผดิ ชอบในการสอนอย่างน้อย 1 รายวิชา ในแต่ละรายวชิ าสามารถมีอาจารยส์ อนร่วมกนั ได้หลายทา่ น โดยอาจารยแ์ ต่ละท่านจะต้องสงั กดั อยู่ในภาควิชาใดภาควิชาหน่งึเท่าน้ัน ในส่วนของภาควิชากจ็ ะมีหัวหน้าภาควชิ าทาหน้าท่ดี ูแลรับผดิ ชอบงานของภาควิชา และดูแลอาจารย์ท้งั หมดภายในภาควิชาน้ันๆระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelข้นั ตอนท่ี 2 กาหนด Entity จากการศกึ ษา Business Function ในข้นั ตอนท่ี 1 ทาให้สามารถกาหนดEntity ท่เี ก่ยี วข้องกบั ระบบงานได้ท้งั หมด 4 Entity ดังน้ี • Entity Faculty แสดงรายละเอยี ดของคณะ • Entity Department แสดงรายละเอยี ดภาควิชา แสดงรายละเอยี ดของอาจารย์ • Entity Teacher แสดงรายละเอยี ดของรายวิชา • Entity Subjectระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelข้นั ตอนท่ี 3 กาหนด Relationship จากท้งั หมด 4 Entity ในข้นั ตอนท่ี 2 ให้ทาการกาหนดความสมั พันธใ์ นแต่ละ Entity โดยพิจารณาจากข้อมูลในข้นั ตอนท่ี 1 ประกอบด้วย จะได้ดังน้ีระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model รูปท่ี 3.16 แสดงการกาหนด Relationship ของแต่ละ Entityระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelข้นั ตอนท่ี 4 กาหนด Attribute ของ Entity จากท้งั หมด 4 Entity ในข้นั ตอนท่ี 2 ให้ทาการกาหนด Attribute ของแต่ละ Entity จะได้ดงั น้ีระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model รูปท่ี 3.17 แสดงการกาหนด Attribute ของแต่ละ Entityระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelข้นั ตอนท่ี 5 กาหนด Key ของแต่ละ Entity การเลือก Attribute ใดให้เป็น Key ให้พิจารณาว่า Attribute น้ันเป็นเอกลักษณ์ หรือเป็นข้อมูลท่ไี ม่มที างซา้ กนั หรือไม่ จาก Entity ท้งั 4 Entity ท่ไี ด้กาหนดต้ังแต่ข้นั ตอนท่ี 2 สามารถกาหนด Key ของ Entity ได้ ดงั น้ี • Entity Faculty กาหนดให้ Attribute Faculty_Id เป็น Key • Entity Department กาหนดให้ Attribute Dep_Id เป็น Key • Entity Teacher กาหนดให้ Attribute Teacher_Id เป็น Key • Entity Subject กาหนดให้ Attribute Subject_Id เป็น Key และหลังจากน้ันให้ทาการขดี เส้นใต้ท่ี Attribute ท่ไี ด้เลือกเป็น Key ในรปู จากข้นั ตอนท่ี 4ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelข้นั ตอนท่ี 6 ประกอบส่วนประกอบท้งั หมด โดยอาจมกี ารย้อนกลับไปในข้นั ตอนท่ี 1 เพ่ือปรับให้ได้ ER Diagram ท่สี มบูรณแ์ ละครบถ้วน รปู ท่ี 3.18 แสดง ER Diagram ท่สี มบูรณ์ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model3.3 การแปลง ER Diagram เป็นตาราง ให้ใช้กฎต่อไปน้ี 1. Attribute ของ Regular Entity คือ ฟิ ลด์ของตาราง รูปท่ี 3.19 แสดงการแปลง Regular Entity ไปเป็นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 2. Entity ท่มี ี Composite Attribute ให้ทาการแสดงเฉพาะช่ือฟิ ลด์ท่แี ยกย่อยแล้วเท่าน้ัน รูปท่ี 3.20 แสดงการแปลง Entity ท่มี ี Composite Attribute ไปเป็นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 3. Entity ท่มี ี Multi-valued Attribute ให้ทาการแตกตารางของ Multi-valued Attribute เพ่ิมอกี 1 ตารางโดยนา Attribute ท่เี ป็น Key จาก Entity หลักมาเป็นฟิ ลด์ร่วมกบั ฟิ ลด์ท่เี ป็น Multi-valued Attribute และกาหนดให้ฟิ ลด์ท้งั คู่เป็น Key ร่วมกนั รูปท่ี 3.21 แสดงการแปลง Entity ท่มี ี Multi-Valued Attribute ไปเป็นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 4. กรณีของ Weak Entity ให้นา Attribute ท่เี ป็น Key ในอกี ด้านหน่ึงมารวมกบั Attribute ของ Weak Entity รูปท่ี 3.22 แสดงการแปลง Weak Entity ไปเป็นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 5. แปลง Entity ท่มี คี วามสมั พันธแ์ บบ One-to-One Relationship ไปเป็นตาราง โดยแทนท่หี น่ึง Entity เป็นหน่งึ ตาราง Attribute ของแต่ละ Entityเป็นฟิ ลดข์ องแต่ละตาราง และให้นาค่า Key หลักของ Entity ท่มี ีความสมั พันธ์กนั มาเป็น Attribute หน่งึ ของอกี Entity ท่มี ีความสมั พันธก์ นัระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รปู ท่ี 3.22 แสดงการแปลง Entity ท่มี คี วามสมั พันธแ์ บบ One- to-One Relationship ไปเป็นตาราง รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 6. แปลง Entity ท่มี ีความสมั พันธแ์ บบ One-to-Many Relationship ไปเป็นตาราง โดยด้าน Entity ท่เี ป็นตัวเลข 1 น้ันสามารถแปลงเป็นตารางได้ทนั ทีAttribute ของ Entity น้นั จะเป็นฟิ ลดข์ องตารางทนั ที ส่วนด้าน Entity ท่เี ป็นตัวอกั ษร M ให้แปลง Entity เป็นตารางโดยมี Attribute ของ Entity ตัวมนั เองและนา Key หลักของ Entity ท่เี ป็นเลข 1 มาใสฟ่ ิ ลด์ในตารางน้ันด้วยระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelรปู ท่ี 3.23 แสดงการแปลง Entity ท่มี ีความสมั พันธแ์ บบ One-to-Many Relationshipsไปเป็ นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model 7. แปลง Entity ท่มี คี วามสมั พันธแ์ บบ Many-to-Many Relationshipไปเป็นตารางโดยสร้าง Entity กลาง (Composite Entity) Entity กลางจะนาคยี ์หลักของท้งั สองตารางมาเป็นคียห์ ลักของ Entity กลางด้วย ส่วน Entity ท้งั สองท่ีอยู่ระหว่าง Entity กลางกแ็ ปลงเป็นตารางได้ โดยนาเอา Attribute ของแต่ละEntity ไปเป็นฟิ ลด์ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Modelรปู ท่ี 3.24 แสดงการแปลง Entity ท่มี ีความสมั พันธแ์ บบ Many-to-Many Relationshipไปเป็ นตารางระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model ดังน้ัน จากรปู ท่ี 3.18 ER Diagram ระบบงานวชิ าการมหาวิทยาลัย จะสามารถแปลงเป็นตารางฐานข้อมูลได้ ดงั น้ี Table : Faculty Faculty_Id Faculty_Name Table : Department Dep_Name Faculty_Id Dep_Idระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Table : Subject Subject_Name Unit Dep_Id Subject_IdTable : Teacher Teacher_Name Salary Dep_Id Teacher_IdTable : Teaching Subject_Id Teacher_Idระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model สรุป Entity Relationship Model (ER Model) เป็นเคร่ืองมอื ท่ใี ช้สาหรับการออกแบบฐานข้อมูลในระดบั แนวคดิ (Conceptual Design) โดยใช้ในการวาดแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลต่างๆภายในฐานข้อมูล โดยประกอบไปด้วย Entity คอื ส่งิ ท่มี อี ยู่จริง จบั ต้องได้ ใช้สาหรับเกบ็ ข้อมูลภายในระบบ จะใช้สญั ลักษณร์ ปู ส่เี หล่ียม และมีช่ือ Entity อยู่ภายใน Entity แบ่งออกได้เป็นประเภท 2 ประเภท คือ 1.) Regular Entity คือ Entity ท่วั ๆไปท่ตี ัว Entity เองมคี ุณสมบัติ ท่สี ามารถ กาหนดให้เป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะกบั Entity ได้ ไม่ต้องอาศยั Entity อ่นื ในการคงอยู่ และ 2.) Weak Entity คือ Entity อ่อนแอ ท่ไี ม่สามารถคงอยู่ได้ ต้องอาศยั Entity อ่นื ในการคงอยู่ระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Attribute คอื คุณสมบัติหรือลักษณะของ Entity เป็นการแสดงรายละเอยี ด ทาให้ทราบว่า Entity เกบ็ ข้อมูลอะไรบ้าง สญั ลักษณข์ อง Attributeจะใช้รปู วงรีระบุช่ือของ Attributeโดยมเี ส้นตรงเช่ือมต่อออกมาจาก Entity แบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท คอื 1.) Simple Attribute คอื Attribute ท่ไี ม่สามารถแบ่งแยกย่อยลงไปอกี ได้ 2.) Composite Attribute คอื Attribute ท่สี ามารถแบ่งแยกย่อยลงไปอกี ได้ 3.) Key Attribute คือ Attribute ท่ที าหน้าท่เี ป็นคยี ์ท่มี ีคุณสมบตั ขิ องค่าของข้อมูลไม่ซา้ กนั 4.) Single Valued Attribute คอื Attributeท่มี ีค่าของข้อมูลได้เพียงค่าเดยี วเทา่ น้ัน 5.) Multi-Valued Attribute คอืAttribute ท่มี คี ่าของข้อมูลได้หลายค่า และ 6.) Derived Attribute คอื Attributeท่คี ่าของข้อมูลได้มาจากการนาเอาค่าของ Attribute อ่นื มาทาการคานวณระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model Relationship คอื ความสมั พันธร์ ะหว่าง Entity โดยอาจเป็นความสมั พันธใ์ นลกั ษณะกบั ตวั มนั เอง หรือกบั Entity อ่นื สญั ลักษณท์ ่ใี ช้จะเป็นรปู ส่เี หล่ียมข้าวหลามตดั และระบุช่ืออธบิ ายความสมั พันธอ์ ยู่ภายในน้ัน แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ 1.) One-to-One Relationship 2.) One-to-ManyRelationship 3.) Many-to-Many Relationship ข้นั ตอนการสร้าง ER Diagram ประกอบไปด้วย 6 ข้นั ตอน คือ 1.)ศึกษา Business Function 2.) กาหนด Entity 3.) กาหนด Relationship 4.)กาหนด Attribute 5.) กาหนด Key ของ Entity 6.) Refinement Primitiveระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
หน่วยท่ี 3 เร่ือง การแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูลด้วย ER Model การแปลง ER Diagram เป็นตารางให้ใช้กฎ คือ1.) Attribute ของ Regular Entity คอื ฟิ ลด์ของตาราง2.) Entity ท่มี ี Composite Attribute ให้ทาการแสดงเฉพาะช่ือฟิ ลดท์ ่แี ยกย่อยแล้วเท่าน้ัน3.) Entity ท่มี ี Multi-valued Attribute ให้ทาการแตกตารางของ Multi-valuedAttribute เพ่ิมอกี 1 ตารางโดยนา Attribute ท่เี ป็น Key จาก Entity หลักมาเป็นฟิ ลด์ร่วมกบั ฟิ ลดท์ ่เี ป็น Multi-valued Attribute และกาหนดให้ฟิ ลด์ท้งั คู่เป็นKey ร่วมกนั4.) กรณีของ Weak Entity ให้นา Attribute ท่เี ป็น Key ในอกี ด้านหน่งึ มารวมกบั Attribute ของ Weak Entityระบบฐานข้อมูลเบ้อื งต้น รหัสวิชา 3204-2004
Search