Best Practice รายงานผลการปฏิบัติงานทเี่ ปน็ เลศิ นาเสนอโดย นางสาวอจั ฉรา ช่ืนใจ ครูชานาญการ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) โรงเรยี นลำปำงกลั ยำณี สำนกั งำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำลำปำง ลำพนู สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
คำนำ เอกสารฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ชื่อเรื่อง แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยการสอนโดยใช้สะเต็มเป็นฐานวางแผนแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาต่างประเทศ เป็นเคร่อื งมือในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและแลกเปล่ียนเรยี นรู้กับสังคมโลก (มาตรฐาน 4.2) โดยใช้โมเดล การบริหารของสถานศึกษา L.K.S. SMART SCHOOL โรงเรียนลำปางกัลยาณี ซึ่งได้รายงานถึงความเป็นมาของ Best Practice จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน กระบวนการปฏิบัติงานหรือขั้นตอนการทำงาน ซึ่ง ประยกุ ต์ใชน้ วตั กรรมในรูปแบบวจิ ัยในชัน้ เรยี น เพื่อเปน็ เอกสารประกอบกจิ กรรมคดั เลือก ผลงานทป่ี ฏบิ ัตเิ ปน็ เลศิ ผู้นำเสนอหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้คงจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการ ประเมินผล งานทีป่ ฏบิ ตั เิ ป็นเลิศ (Best Practice) ได้เปน็ อย่างดี ขอขอบคณุ นายวโิ รจ หลกั มั่น ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปางกัลยาณี และขอขอบคุณผมู้ สี ว่ นเกี่ยวขอ้ งทุกฝ่าย ท่ีสนบั สนนุ ช่วยเหลือ และให้กำลังใจ จนผลงานประสบผลสำเรจ็ ในครัง้ น้ี อัจฉรา ชืน่ ใจ ผู้จัดทำ สงิ หาคม 2566
สารบญั หนา้ 1 ความสำคัญของผลงาน/นวตั กรรมทน่ี ำเสนอ 4 จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 4 กระบวนการปฏิบตั ิงานหรือขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน 8 ผลการดำเนนิ การ/ผลสัมฤทธ์/ิ ประโยชนท์ ่ไี ด้รบั 12 ปัจจัยความสำเร็จและบทเรียนทไ่ี ดร้ บั (Lesson Learned) 14 ผลทีเ่ กดิ ตามวตั ถุประสงค์ ภาคผนวก การเผยแพร่/การไดร้ บั การยอมรบั /รางวลั ท่ีได้รับ ผลงานนกั เรียนเชิงประจักษจ์ ากแผนการจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นโดยการสอนโดยใช้สะเตม็ เปน็ ฐานวาง แผนแกไ้ ขปญั หาการใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและแลกเปลยี่ น เรียนรู้กับสังคมโลก (มาตรฐาน 4.2) โรงเรยี นลำปางกัลยาณี
1 ชือ่ นวตั กรรม: แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยการสอนโดยใชส้ ะเตม็ เป็นฐานวางแผนแก้ไขปญั หาการใช้ ภาษาตา่ งประเทศเป็นเครือ่ งมอื ในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและแลกเปลี่ยนเรียนรกู้ บั สังคมโลก (มาตรฐาน 4.2) โรงเรียนลำปางกลั ยาณี ชอื่ ผนู้ ำเสนอนวัตกรรม: นางสาวอจั ฉรา ชื่นใจ ตำแหน่งครู โรงเรยี นลำปางกัลยาณี อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สงั กัดสำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษาลำปาง ลำพูน ตอนที่ 1 ความสำคญั ของผลงานหรอื นวตั กรรม โรงเรยี นลำปางกัลยาณไี ด้พัฒนาการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยในปีการศึกษา 2564-2565 ที่ผ่านมา พบวา่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พนื้ ฐาน ของนกั เรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศึกษา ปีที่ 6 มผี ลการพัฒนาปรากฏตามตารางดงั ต่อไปนี้ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 รายงานผลการศกึ ษาระดับชาตขิ ้ันพืน้ ฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ปีการศึกษา 2564-2565 ระดบั โรงเรยี น คะแนนเฉลยี่ ผลการพฒั นา เปรียบเทีย ระหว่าง รายวชิ า ระดบั โรงเรียน ระดบั ประเทศ ระดบั โรงเรียน ปี 65 โรงเรียนกบั ประเทศ ภาษาไทย ปี 64 ปี 65 ปี 65 +/- % สงู กว่า ต่ากว่า สงั คมศึกษา 15.34 - ภาษาองั กฤษ 61.85 59.43 44.09 -2.42 -3.91 7.55 - คณิตศาสตร์ 5.99 - วิทยาศาสตร์ 43.41 40.55 33.00 -2.86 -6.59 19.22 - 10.53 - เฉล่ีย 36.15 29.43 23.44 -6.72 -18.59 11.72 - 33.82 40.83 21.61 7.01 20.73 34.80 38.61 28.08 3.81 10.95 42.01 41.77 30.04 -0.24 -0.57 กราฟแสดงรายละเอียดข้อมูลผลการสอบ ONET ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6 ของกลุ่มสหวิทยาเขตกลั ยา ปกี ารศึกษา 2564-2565
2 ค่าสถิตแยกตามมาตรฐานการเรียนรู้ วิชาภาษาองั กฤษ ระดบั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 ปีการศึกษา 2564-2565 จากข้อมูลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปี การศึกษา 2565 ในระดับโรงเรียน พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับโรงเรียน มคี า่ เฉล่ียลดลง -6.72 และพบวา่ นักเรยี นมีปญั หาการใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเครื่องมอื ในการศึกษา ตอ่ การประกอบอาชีพและแลกเปล่ยี นเรยี นรกู้ ับสงั คมโลก (มาตรฐาน 4.2) มคี า่ เฉล่ยี -0.15 ขา้ พเจา้ จงึ แกไ้ ขปัญหา โดยบูรณาการเข้ากับแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยการสอนโดยใช้สะเต็มเป็นฐาน โดยใช้โมเดลการบริหาร ของสถานศึกษา L.K.S. SMART SCHOOL โดยครูมีการรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำหน้าที่ เป็น ชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ (Professional Learning Communities : PLC) ให้ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ช (Coach) และอำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการ เรียนรู้แบบ Active Learning ให้ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามหลัก 3R x 7C โดย ยึดนักเรียนเป็นสำคัญ การวัดผลประเมินผลจากสภาพจริง พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงกว่าค่าเฉล่ี ยของ นกั เรียนทัง้ ประเทศ และปรบั ปรุงระบบการจดั การเรยี นการสอนและการบริหารวิชาการให้มีประสิทธิภาพยิง่ ขึ้น โดย นำหลักการ ดังกล่าวลงสู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนกาสอนและการทำวิจัยในชั้นเรียนในปีการศึกษา 2564- 2566 ปจั จบุ ันโลกแห่งการศึกษาได้ก้าวหน้าและพัฒนาข้นึ รปู แบบการเรียนรู้ต้องปรับปรุงเพ่ือให้เข้ากับยุคสมัย โดย นกั เรยี นจะมีการเรียนรู้ทีย่ ืดหยุ่น สรา้ งสรรค์ และท้าทาย มองเหน็ ปัญหาเป็นโจทย์ให้นักเรียนได้เรยี นรู้วิธีการแก้ไข ซ่ึง ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ 3R x 8C โดย 3R ได้แก่ Reading (อ่านออก), (W) Writing (เขียนได้) และ(A)Arithmetic (คิดเลขเป็น) และ 8C ได้แก่ Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมี วจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา) Creativity & innovation (ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม) Cross- cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์) Collaboration, teamwork & leadership (ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นกลุ่ม และภาวะผู้นำ) Communications, information & media literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ) Computing & ICT literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) และ Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้) (พัชรี แก้วอาภรณ์, 2558: 39) และสภาการศึกษาได้เพิ่ม C ที่ 8 คือ Compassion (ความมีเมตตา วินัย คุณธรรมและ จริยธรรม) การจดั การช้นั เรียนเพื่อแกป้ ัญหาการเรียนรู้ให้เท่าทันสู่ยุคศตวรรษท่ี 21 ผสู้ อนต้องมุ่งเน้นทักษะท่ีสำคัญ คือ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills) ดงั นั้นการจดั การชนั้ เรยี นภาษาองั กฤษมีความท้าทายหลัก คอื การออกแบบ กิจกรรมการเรียนรูท้ ี่เข้าถึงและเขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งผู้เรียน ขณะเดียวกันผู้สอนก็ต้องพยายามจัดการเรียนรู้ ในชั้นเรยี นภาษาองั กฤษเพ่ือให้นักเรยี นเกิดการพฒั นาทักษะสู่การเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21
ทักษะที่จำเป็นในการ 3 เรียนร้ใู นศตวรรษที่ 21 การสอนโดยใช้สะเต็ม เปน็ ฐาน รูปภาพกรอบแนวความคิดโดยใชส้ ะเต็มเป็นฐาน ขา้ พเจา้ เลือกใช้กระบวนการสอนรูปแบบดังกล่าวเพราะพบปัญหาในชัน้ เรยี น 2 อยา่ ง คือ 1) ด้านครู คือ ขาดสื่อการสอนที่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนากระบวนการคิด แก้ปัญหา ที่เป็นกระบวนการคิดที่สำคัญในรายวิชาโครงงานภาษาอังกฤษ เพราะนักเรียนต้องทำการทดลองและ แก้ปัญหา ตามหัวข้อโครงงานที่ครูกำหนดเพื่อวางแผนและแก้ปัญหาการทำงานอย่างเป็นระเบียบ 2) ด้านนักเรียน คือ นักเรียนไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหา วางแผนการแก้ปัญหา ดังนั้น จากสภาพปัญหาดังกล่าวจึงทำให้ข้าพเจ้ามี แนวคดิ ปรับวิธีการเรียนรเู้ พ่ือส่งเสริมกระบวนการแกป้ ัญหา โดยทำการศกึ ษาหลกั การของสะเต็มศึกษา และจัดการ เรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษา คือ การเรียนการสอนแบบการบูรณาการศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณติ ศาสตร์ ที่ช่วยสง่ เสรมิ การเรียนรู้ของนกั เรยี นใหส้ อดคล้องตามสภาพสังคมสมัยใหม่ในยุค ไทยแลนด์ 4.0 และยงั คงนำหลักหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาบูรณาการในกระบวนการเรียนการสอน รูปภาพการจัดการเรียนร้ตู ามแนวสะเตม็ ศกึ ษาบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21
4 ตอนที่ 2 จดุ ประสงค์และเปา้ หมายของการดำเนินงาน 2.1 เพ่อื ส่งเสรมิ กระบวนการคดิ แกป้ ัญหาด้วยโครงงานสะเต็มภาษาอังกฤษในการจดั การชั้นเรยี น ภาษาองั กฤษ เพ่ือพฒั นาการเรียนรผู้ ้เู รียนในศตวรรษที่ 21 3. กระบวนการผลติ ผลงานหรือข้นั ตอนการดำเนนิ งาน 3.1 ขอบเขตเนื้อหา ผู้วิจัยศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานตามแนวคิดสะ เตม็ ศกึ ษาภาษาอังกฤษที่พฒั นากระบวนการคิดแกป้ ญั หาของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 3.2 กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ และ แผนการเรียนศิลป์-ภาษาอังกฤษ โรงเรียนลำปางกัลยาณี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ปีการศึกษา 2563-2564 จำนวน 13 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 566 คน และกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – วิทยาศาสตร์และแผนการเรียนศิลป์-ภาษาอังกฤษ โรงเรียนลำปางกัลยาณี สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวน นกั เรียน 88 คน เป็น ชาย 32 คน หญิง 56 คน โดยการสุม่ แบบกลุม่ (Cluster Random Sampling) สมมติฐานการวจิ ยั กระบวนการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน ตามแนวคดิ สะเตม็ ศึกษาภาษาองั กฤษ หลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรียน ตอนที่ 3 กระบวนการปฏิบตั ิงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ และแผนการเรียนศิลป์- ภาษาอังกฤษ โรงเรียนลำปางกัลยาณี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน ปีการศึกษา 2563-2564 จำนวน 13 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 566 คน และกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียน ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 แผนการเรียนวทิ ยาศาสตร์ – วทิ ยาศาสตรแ์ ละแผนการเรยี นศลิ ป์-ภาษาองั กฤษ โรงเรยี น ลำปางกัลยาณี สงั กัด สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาลำปาง ลำพูน จำนวน 2 หอ้ งเรยี น จำนวนนักเรียน 88 คน เปน็ ชาย 32 คน หญงิ 56 คน โดยการสมุ่ แบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วย ทศ่ี กึ ษา เครอื่ งมือทใ่ี ช้ในการวจิ ัย เครื่องมือที่ใชใ้ นการวิจยั ครง้ั นี้ มี 2 ชุด ชดุ แรก คอื เครอื่ งมอื วจิ ยั ประกอบด้วย แผนการจดั การเรียนรู้ การ สอนแบบโครงงานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาภาษาอังกฤษ ชุดที่สอง คือ เครื่องมือเก็บข้อมูล ประกอบด้วย แบบทดสอบ หลังเรียน เรือ่ ง กระบวนการคิดแกป้ ัญหา แบบอัตนัย และแบบประเมินการนำเสนอชน้ิ งาน (โครงงาน) เคร่อื งมือท่ีใช้ในการวจิ ัย เคร่อื งมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั ครั้งนี้ มี 2 ชุด ชุดแรก คือ เคร่อื งมือวิจยั ประกอบด้วย แผนการจดั การเรยี นรู้ การ สอนแบบโครงงานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาภาษาอังกฤษ ชุดที่สอง คือ เครื่องมือเก็บข้อมูล ประกอบด้วย แบบทดสอบ หลงั เรยี น เรื่อง กระบวนการคดิ แกป้ ญั หา แบบอัตนัย และแบบประเมินการนำเสนอช้นิ งาน (โครงงาน)
5 1. แผนการจัดการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้โดยการใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา จำนวน 10 แผนการ จดั การเรยี นรู้ ประกอบด้วย 1.1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 จำนวน 2 ชั่วโมง หน่วยที่ 1 ทบทวนการทำโครงงาน เรื่อง ความรู้ เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั สะเต็มศึกษาภาษาองั กฤษ 1.2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 จำนวน 2 ชั่วโมง หน่วยท่ี 1 ทบทวนการทำโครงงาน เร่อื ง กระบวนการ คดิ แก้ปญั หาภาษาอังกฤษ 1.3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 จำนวน 2 ชั่วโมง หน่วยที่ 2 แนวทางการทำโครงงานสะเต็ม 1 เรื่อง การจัดทำหัวขอ้ โครงงานภาษาองั กฤษ 1.4 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 จำนวน 2 ชั่วโมง หน่วยท่ี 3 แนวทางการทำโครงงานสะเตม็ 2 (การเขยี น รายงาน) เรื่อง บทท่ี 1 บทนำภาษาอังกฤษ 1.5 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5 จำนวน 2 ชั่วโมง หนว่ ยที่ 3 แนวทางการทำโครงงานสะเต็ม 2 (การเขยี น รายงาน) เร่ือง บทที่ 2 เอกสารทเี่ ก่ียวข้องภาษาองั กฤษและบทท่ี 3 การดำเนนิ งานภาษาอังกฤษ 1.6 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 จำนวน 2 ชั่วโมง หนว่ ยที่ 3 แนวทางการทำโครงงานสะเต็ม 2 (การเขียน รายงาน) เรอื่ ง การดำเนินงานโครงงานสะเต็มภาษาอังกฤษ 1.7 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 7 จำนวน 2 ชั่วโมง หน่วยท่ี 3 แนวทางการทำโครงงานสะเตม็ 2 (การเขียน รายงาน) เรอ่ื ง ทดสอบ ปรบั ปรุงผลงานภาษาองั กฤษ 1.8 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 8 จำนวน 2 ชั่วโมง หน่วยท่ี 3 แนวทางการทำโครงงานสะเต็ม 2 (การเขียน รายงาน) เรื่อง บทที่ 4 (ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู )ภาษาองั กฤษบทท่ี 5 (สรุป อภิปรายผล ขอ้ เสนอแนะ)ภาษาอังกฤษ 1.9 แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 9 จำนวน 2 ชว่ั โมง หนว่ ยท่ี 3 แนวทางการทำโครงงานสะเตม็ 2 (การเขียน รายงาน) เรือ่ ง การนำเสนอภาษาอังกฤษ 1.10 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 จำนวน 2 ชั่วโมง หน่วยที่ 4 แนวทางการทำโครงงานสะเต็ม 2 (การ เขยี นรายงาน) เรอ่ื ง นำเสนอวิธีแก้ปญั หาภาษาองั กฤษ 2. แบบทดสอบหลังเรียนวัดกระบวนการคิดแก้ปัญหาด้วยชุดกิจกรรมโครงงานสะเต็มภาษาอังกฤษสำหรับ นักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4แบบอัตนยั จำนวน 4 ข้อ โดยมขี นั้ ตอนการสร้างและเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดังน้ี
6 2.1 ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดกระบวนการคิดแก้ปัญหา แบบอัตนัย จากตัวอย่าง ทฤษฎี และเอกสารทีเ่ กยี่ วข้อง 2.2 วิเคราะห์เนื้อหาวิชามาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวดั เพื่อนำไปสร้างตารางวิเคราะห์หลักสตู ร โดย กำหนด ความสำคญั ของเนื้อหา กำหนดนำ้ หนกั ของขอ้ สอบ และเกณฑ 2.3 สร้างแบบทดสอบหลงั เรียนเพอื่ วัดกระบวนการคดิ แก้ปญั หา แบบอัตนัย จำนวน 4 ขอ้ แล้วเสนอตอ่ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิชาการ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านภาษาอังกฤษ และด้านสะเต็ม จำนวน 3 ทา่ น เพ่ือตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกบั เปา้ หมายการ เรยี นรู้ ความถกู ตอ้ งด้านภาษา ตัวเลือก และการใชค้ ำถาม แล้วนำมาปรับปรุงแกไ้ ขและคัดเลือก แบบทดสอบที่ มคี ่าดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ งแบบทดสอบกบั ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั (IOC) ต้งั แต่ 0.5 ขนึ้ ไป 2.4 ประชุมคณะครโู ดยใช้แนวทาง Focus Group เพ่ือปรบั ปแกไ้ ขตามขอ้ เสนอแนะของผ้เู ชยี่ วชาญ 2.5นำแบบทดสอบก่อน-หลังเรียนวัดกระบวนการคิดแก้ปัญหา แบบอัตนัย จำนวน 4 ข้อ ที่แก้ไขให้ ผูเ้ ชย่ี วชาญด้านวิชาการ ดา้ นวิทยาศาสตร์ ดา้ นภาษาองั กฤษและดา้ นสะเต็ม จำนวน 3 ทา่ น ตรวจสอบความถูกต้อง ของเนือ้ หาและให้ข้อเสนอแนะอกี ครง้ั 2.6 ผ้วู ิจัยปรับปรุงและแกไ้ ขร่วมกับคณะครู 2.7 นำแบบทดสอบไปทดลองใช้ครั้งที่ 1 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนลำปางกัลยาณี กับ นักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มที่ศึกษา เพื่อหาคุณภาพของแบบทดสอบโดยหาค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจ จำแนก (r) จากนั้นคัดเลือกข้อสอบที่มีค่าความยากงา่ ยระหว่าง 0.20 – 0.80 และค่าอำนาจจำแนก ตั้งแต่ 0.40 ขึ้นไป (ล้วน สายยศ และ องั คณา สายยศ 2543:185) 2.8 จากนั้นนำแบบทดสอบท่คี ัดเลือกจากข้อขา้ งตน้ ไปทดลอง ใช้ครัง้ ท่ี 2 กบั นกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4โรงเรียนลำปางกัลยาณี กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มที่ศึกษา เพื่อหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ หาค่า ความตรงตามสภาพดว้ ยสูตรฟี Phi (Φ) ของ Shrockand Coscarelli วเิ คราะหค์ ่าความเช่ือมน่ั ของแบบทดสอบอิง เกณฑ์ดว้ ยสตู ร (rcc) ของ Livingston และการหาคา่ ความคลาดเคล่อื น 2.9 นำแบบทดสอบที่สมบูรณ์แล้ว จำนวน 4 ข้อ ไปใช้กบั กลุม่ ที่ศกึ ษา 3. แบบประเมนิ การนำเสนอชนิ้ งาน (โครงงานภาษาอังกฤษ) จำนวน 10 ข้อ โดยมีขนั้ ตอนการสร้างและเก็บ รวบรวมขอ้ มลู ดงั น้ี
7 3.1 ศึกษาวิธกี ารสรา้ งแบบประเมินการนำเสนอชนิ้ งาน (โครงงานภาษาอังกฤษ) 3.2 สร้างแบบประเมินการนำเสนอชนิ้ งาน (โครงงานภาษาองั กฤษ) โดยให้ครอบคลุมเนอ้ื หาเก่ียวกับการ นำเสนอชิ้นงาน ซึ่งมีจำนวน 10 ข้อ ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านการแก้ปัญหา และด้าน เจตคติ 3.3 นำแบบวัดการประเมินการนำเสนอชิ้นงาน (โครงงานภาษาอังกฤษ) ที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน วิชาการ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านภาอังกฤษและด้านสะเต็ม จำนวน 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ในด้านความสอดคล้องกับด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านการแก้ปัญหา และด้านเจตคติ แล้ว นำไปปรับปรุงแก้ไขตาม ข้อเสนอแนะ พิจารณาตรวจสอบความตรง แล้วนำมาปรับปรุงตามคำแนะนำและ ขอ้ เสนอแนะ 3.4 ประชุมคณะครโู ดยใช้แนวทาง Focus Group เพ่อื ปรับปรงุ แก้ไขตามข้อเสนอแนะของผเู้ ช่ียวชาญ 3.5 นำแบบวัดการประเมินการนำเสนอชิ้นงาน (โครงงานภาษาอังกฤษ) ที่แก้ไขให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน วิชาการ ด้านวิทยาศาสตร์ และด้านสะเต็ม จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและให้ข้อเสนอแนะ อีกครงั้ 3.6 ผู้วจิ ัยปรับปรุงและแกไ้ ขร่วมกับคณะครู 3.7 นำแบบการประเมนิ การนำเสนอชิน้ งาน (โครงงานภาษาองั กฤษ) ท่สี มบรู ณ์แล้วไปใช้กับกลุม่ ทีศ่ ึกษา การวิเคราะหข์ อ้ มูล 1.สถติ ิที่ใชใ้ นการหาคุณภาพของเครื่องมือ ได้แก่ 1.1 การหาค่าความตรงเชิงเนื้อหาเป็นการนำผลของผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านมารวมกัน ซึ่งคำนวณจาก ความสอดคล้องระหว่างประเด็นที่ต้องการวัดกับคำถามที่สร้างขึ้น ดัชนีที่ใช้แสดงค่าความสอดคล้อง เรียกว่า ดัชนี ความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์ (Item-Objective Congruence Index : IOC) โดยผเู้ ชี่ยวชาญ จะต้องประเมินด้วยคะแนน 3 ระดับ คือ +1 = แน่ใจว่าข้อสอบข้อนั้นวัดได้ตรงตามจุดประสงค์ 0 = ไม่แน่ใจว่า ข้อสอบข้อนั้นวัดได้ตรงตามจุดประสงค์ -1 = แน่ใจว่าข้อสอบข้อน้ันไม่ไดว้ ัดตรงตามจดุ ประสงค์ โดยมีสูตรในการ คำนวณ ดงั นี้ (ทรงศักด์ิ ภสู อี อ่ น, 2551: 50)คา่ ดชั นคี วามสอดคล้องท่ยี อมรับได้ต้องมีค่าตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่า 0.5 ถือว่าคำถามขอ้ นน้ั จะต้องถกู ตดั ออกไป หรอื ต้องปรับปรงุ แก้ไขใหด้ ขี น้ึ 1.2 การหาคา่ ความยากงา่ ย คอื ความยากหรอื ความงา่ ยของข้อสอบ โดยท่วั ไปข้อสอบแตล่ ะข้อควรจะมี ความยากหรือความง่ายพอเหมาะ เกณฑ์ความยากงา่ ยทีย่ อมรับได้มีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 - 0.80 ถ้าข้อสอบนั้น มีค่า เกิน 0.80 แสดงว่า ข้อสอบนั้นมีความง่ายมากเกินไป ต้องตัดออกหรือปรับปรุงใหม่ แต่ถ้าข้อสอบ มีค่าต่ำกว่า 0.2 ถือวา่ ข้อสอบน้ันมีความยากเกนิ ไปต้องตดั ออกหรือปรับปรุงเช่นเดียวกัน
8 1.3 การหาค่าอำนาจจำแนก คือ ตัวหมายถึงความแตกต่างระหว่างผลรวม ของคะแนนในกลุ่มสูงและ กลุ่มต่ำที่เป็นสัดส่วนสูงสุดของความแตกต่างที่เป็นไปได้เป็นการดูควาเหมาะสมของรายข้อว่า ข้อคำถามสามารถ จำแนกกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนได้จริง ซึ่งคำนวณได้จากสูตร ดังนี้ (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. 2543: 186) เกณฑอ์ ำนาจจำแนกทย่ี อมรับได้จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 – 1.00 ถา้ คา่ อำนาจจำแนกต่ำกวา่ 0.20 จะต้องปรับปรุง แบบทดสอบข้อนน้ั หรือตดั ทง้ิ ไป 1.4 การหาค่าความเชื่อมั่น คือ ความคงเส้นคงวาของผลการวัดจากการที่นำแบบทดสอบชุดนั้นไป ทดสอบกับนักเรียนไม่ว่าจะทดสอบจำนวนกี่ครั้งคะแนนที่ได้จะไม่แตกต่างกัน ความเชื่อมั่นสามารถคำนวณเป็น ตัวเลขได้หลายวิธี และแต่ละวิธีจะได้ค่าไม่เกิน 1 ถ้าค่าที่คำนวณได้มี ค่าเข้าใกล้ 1 แสดงว่า แบบทดสอบนั้นมีค่า ความเชื่อมั่นสงู 2.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย หาค่าร้อยละ หาค่าเฉลี่ย (x)̅ หาค่าส่วน เบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D) (บุญชม ศรสี ะอาด. 2545: 104) สรุปผลการวิจยั จากการวิจัยพบว่าการบูรณาการพัฒนาการคิดต้องใช้เวลา ให้ตอนที่ 1 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน แบบโครงงานตามแนวคิดสะเตม็ ศึกษาภาษาอังกฤษท่ีพัฒนากระบวนการคิดแก้ปญั หาของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4 เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ กระบวนการตามกจิ กรรมในใบงาน และประสทิ ธิภาพของแบบทดสอบหลังเรยี นใช้เกณฑ์ 75/75 75 ตัวแรก คอื รอ้ ยละของคะแนนเฉล่ยี จากการทำกิจกรรมตามใบงาน 75 ตวั หลงั คอื รอ้ ยละของคะแนนเฉล่ยี ของนักเรยี นจากการทำแบบทดสอบหลงั เรียน ตอนที่ 4 ผลการดำเนนิ การ/ผลสมั ฤทธ/ิ์ ประโยชนท์ ี่ได้รับ ผลสรุป (เชงิ ปริมาณและเชิงคณุ ภาพ) การวเิ คราะห์กระบวนการคิดแกป้ ัญหาของนกั เรียนและผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และมีความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน เพื่อสามารถพิสูจน์ ข้อความ สมมติฐาน ข้อคิดเห็นได้ทุกรูปแบบตามข้อมูลเชิงคุณภาพ สอดคล้องกับรายงานการวิจัย สาขาการจัดการ เรียนรู้และข้อมูลเชิงปริมาณ อ้างอิงตามตารางคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และตารางความสามารถเชิงวิเคราะห์ (การ อ่าน คิด วเิ คราะห์ เขียน)
9 กรณีตวั อย่าง ห้องเรียน ม.4/2 ทีข่ า้ พเจ้าสอนในปีการศกึ ษา 2563-2564 มดี ังนี้ ครูมกี ารวิเคราะหห์ ลักสตู ร/มาตรฐานตวั ชว้ี ัด/มีการวิเคราะห์การพัฒนากิจกรรมการเรยี นร/ู้ รายงานการใช้ แผนการสอนโดยจัดกจิ กรรมการเรียนรูภ้ าษาอังกฤษโดยใช้สะเต็มเปน็ ฐาน แสดงคา่ ประสิทธิภาพของการจัดการ เรียนการสอนแบบโครงงานตามแนวคดิ สะเต็มศึกษาภาษาองั กฤษท่ีพัฒนากระบวนการคดิ แกป้ ัญหาของนักเรียน โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของกระบวนการตามกิจกรรมในใบงาน และประสิทธิภาพของแบบทดสอบหลัง เรียนใชเ้ กณฑ์ 75/75 คณุ ลกั ษณะอนั พึง ร้อยละนกั เรียนตามระดบั การพฒั นา ปี 2563 รอ้ ยละ ประสงค์ นักเรียนรวมทั้งหมด จำนวนนกั เรยี นเข้าสอบ ดีเยยี่ ม 100 ม.4/2 รอ้ ยละ 100 ความสามารถเชงิ 44 44 44 วิเคราะห์ (การอา่ น คิด ร้อยละนักเรียนตามระดบั การพัฒนาปี 2564 วเิ คราะห์ เขยี น) ม.4/2 นักเรียนรวมทั้งหมด จำนวนนกั เรียนเขา้ สอบ ดีเย่ยี ม 44 44 44 รายการ จำนวนนกั เรียน คะแนนเต็ม ���̅��� S.D. รอ้ ยละ คะแนนเฉล่ยี จากการทำ 44 100 80.00 .40 80.00 กจิ กรรมตามใบงาน คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจาก 44 20 17.31 .36 86.55 การทำแบบทดสอบหลงั เรียน จากตารางแสดงให้เห็นว่าระหว่างจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาโดยการเรียนรู้ จากใบงานสง่ ผลตอ่ การพฒั นากระบวนการคิดแกป้ ัญหาของนักเรียน ตามผลคะแนน ร้อยละ 80.00 และคะแนน จากแบบทดสอบหลังเรียน ได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 86.55 สรุปผลได้ว่า การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน แบบโครงงานตามแนวคดิ สะเตม็ ศึกษาส่งผลตอ่ การพฒั นากระบวนการคิดแก้ปญั หาของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4 มีประสิทธภิ าพ 80.00/86.55
10 การอภปิ รายผลการใช้ จากการมงุ่ พฒั นากระบวนการคิดแกไ้ ขปัญหาโดยใช้สะเต็มเป็นฐาน ซงึ่ เป็นเปน็ กลยุทธ์การจัดการเรียนการ สอนจดั การเรยี นการสอนในชั้นเรยี นภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาการเรียนร้ผู ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 พบว่า 1. การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ครู เข้าใจนักเรยี นเชิงลกึ โดยใช้ การตง้ั คำถามให้นกั เรียนค้นหาคำตอบ เรยี นรู้การตอบด้วยตนเองและแลกเปล่ียนร่วมกัน สามารถพิสูจน์ข้อคิดเห็น ได้ เคารพความคิดทีแ่ ตกตา่ งของนักเรียน มีการวิเคราะห์หลกั สตู ร/มาตรฐานตัวชี้วัด ทำให้เกิดผลสำเร็จทั้งด้านครู และนักเรียน ระดับที่สูง สอดคล้องกับปรียาภรณ์ ตังคุณานันต์ ที่กล่าวถึง สภาพการจัดการชั้นเรียนส่งผลโดยตรง ตอ่ ผลสัมฤทธิ์ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และการคงอยู่ในชนั้ เรยี นของผเู้ รยี น (ปรียาภรณ์ ตงั คณุ านนั ต์ , 2557) 2. การเรียนการสอนในชั้นเรียนภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ครูตระหนักถึงกระบวนการคิดและ แก้ไขปัญหาของนักเรียนเป็นสำคัญ รู้ถึงวิธีการสร้างกรอบกระบวนการคิดโดยใช้กลวิธีการเรียนการสอนแบบ โครงงานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมกระบวนการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน การใช้ความรวดเร็วควรมีความ ยืดหยุ่นกบั สถานการณ์ปัจจุบนั ในประเทศ เพือ่ ให้นักเรียนมที กั ษะการเรียนรู้เน้ือหา และทกั ษะด้านวิชาวิทยาศาสตร์ (Science) คณิตศาสตร์ (Mathematics) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และเทคโนโลยี (Technology) ที่เป็น ปจั จบุ ันมากสุด และการนำเทคโนโลยีเข้ามารว่ มกิจกรรมเพ่ือใหน้ ักเรียนนำมาบรู ณาการ และสามารถนำไปใช้ในการ ออกแบบสิ่งประดิษฐ์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ โดยนำกิจกรรมโครงงานสะเต็มมาเป็นวิธีการสอนของแต่ละ สาขาวิชามาผสมผสานกัน เพื่อให้นักเรียนนำความรู้ทุกแขนงมาใช้ในการแก้ปัญหาการค้นคว้าและการพัฒนาส่ิง ต่างๆ ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน เพราะในการทำงานจริงหรือในชีวิตประจำนั้นต้องใช้ความรู้หลายด้านในการ ทำงานในอนาคต ครจู งึ ทำการศึกษา สอนแบบบูรณาการข้ามกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และ คณิตศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนเห็นถึงความสัมพันธ์ของแต่ละศาสตร์ที่นำมาบูรณาการ และสามารถนำไปใช้ใน ชวี ิตประจำวันได้ และศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ทีม่ ีการบูรณาการวิชาตามแนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา (สะเต็มศึกษา) เพ่ือเปน็ แนวทางในการสอนทีถ่ กู ตอ้ งใหก้ ับนักเรียน 3. การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้สะเต็มเป็นฐานในกระบวนการคิดแก้ปัญหา พบว่า ผู้เรียนได้เรียนรูท้ ักษะในศตวรรษท่ี 21 คือ การเรียนรู้ 3R x 8C และได้เรียนรู้จากการปฏบิ ัติด้วยตนเองและ การปฏิบัตงิ านร่วมกับเพอ่ื น เรียนรู้ดว้ ยความสนใจ ผา่ น ICT ผา่ นการทำโครงงาน และเข้าถึงจดุ ม่งุ หมายรายวิชากับ ชีวิตตลอดจนมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างผู้เรียน จึงลดความแตกต่างกันระหว่างบุคคล ผลสรุปความสำเร็จ ระดับชาติและนานาชาติจึงสูง สอดคล้องกับ วิจารณ์ พานิช ได้กล่าวถึง การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยสรุปได้ว่า ควรเป็นการเรียนจากการค้นคว้าเองของศิษย์ โดยครูช่วยแนะนำ และช่วยออกแบบกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนแต่ละ คนสามารถประเมนิ ความก้าวหนา้ ของการเรียนรู้ของตนเองได้ (วจิ ารณ์ พานชิ , 2555)
บรรณานุกรม เกรียงศักดิ์ วิเชียรสร้าง. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ความสามารถในการแก้ปัญหา และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. ดวงพร สมจันทร์ตา. (2559). การศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอน ปลายที่ไดร้ ับการเรียนตามแนวทางสะเต็มศกึ ษา เรือ่ งกายวิภาคของพืช. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. ธรี ะศักดิ์ อนิ ตนั . (2560). การพัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนวิทยาศาสตรข์ องนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดกิจกรรม การเรียนรแู้ บบสะเตม็ ศึกษา (สะเตม็ ศึกษา) เรือ่ ง ไฟฟ้าน่าร้.ู กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ. นงนุช เอกตระกูล. (2558). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ STEM เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการ คิดแกป้ ญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ (CPS) ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. นันตพร วดีศิริศักดิ์. (2560). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ตาม แนวทางสะเตม็ ศึกษา เรอ่ื ง สารละลาย และสารละลายกรด – เบส กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปี ท่ี 1. สงขลา: มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร.์ นันทชา อัมฤทธิ์. (2560). การวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบปัญหาเป็นฐานตามแนวคิดสะเต็มศึกษา เรอ่ื ง งานและพลังงาน สำหรบั นักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4. พิษณุโลก: มหาวิทยาลยั นเรศวร. พัชรี แก้วอาภรณ์. (2558). การสร้างชุดกิจกรรม เรื่อง พืชใกล้ตวั เรา โดยใช้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้รว่ มกบั การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. สงขลา: มหาวิทยาลัยราชภัฏ สงขลา. ชนกนันท์ พะสุโร. (2558). ผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สะเตม็ ศกึ ษา เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่มตี ่อผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบ่อหิน จังหวัดยะลา. ยะลา: มหาวิทยาลัยราชภัฏ ยะลา. สธุ ารส อินสำราญ. (2560). การพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนและกระบวนการสร้างสรรค์ช้นิ งานของนกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ทไ่ี ด้รับจดั การเรียนรตู้ ามแนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา เรอื่ ง สะพานข้ามคลองบางบัว. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. สุนทร สารเจริญ. (2555). การศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาโครงการ (Project) ของนักศึกษากลุ่ม AU 501 ระดับชั้น ปวส.2 วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและ บรหิ ารธุรกจิ . Basham, J. D., & Marino, M. T. (2013). Understanding สะเต็มศึกษา and Supporting students through universal design for learning. Teaching Exceptional Children, 45(4), 8-15. Corlu, M. S., Capraro, R. M., & Capraro, M. M. (2014). Introducing STEM: Implications for educating our teachers in the age of innovation. Education and Science, 39(171), 74-85. Korthagen, F. A. (2 0 1 0 ) . Situated learning theory and the pedagogy of teacher education: Towards an integrative view of teacher behavior and teacher learning. Teaching and teacher education, 2 6 ( 1 ) , 98-106. Kuenzi, J. J. (2008). Science, technology, engineering, and mathematics (STEM) education: Background, federal policy, and legislative action. Williams, J. (2 0 1 1 ) . STEM: Proceed with caution. Design and Technology Education: An International Journal, 16(1).
11 การมุ่งสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 มงุ่ การสง่ เสรมิ กระบวนการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน การจัดการชน้ั เรียนภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 การบรหิ ารจัดการชัน้ เรยี นภาษาองั กฤษ การออกแบบการจดั กจิ กรรมการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ เพอื่ ส่งเสริมการเรียนรู้ แบบสะเต็มเปน็ ฐาน วเิ คราะหม์ าตรฐานครสู อนภาษาองั กฤษในประเทศไทย การออกแบบการจดั กจิ กรรม/ผลลพั ธ์กระบวนการ บริหารจดั การ/ผลลพั ธ์กระบวนการ การศึกษาการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ แบบสะเตม็ เป็นฐาน ขอบข่ายสาระท่ี 2 1. ครูมกี ารสอนที่มุง่ ให้ผเู้ รยี น ครมู ีการออกแบบกจิ กรรมการ นกั เรียนมีกระบวนการคดิ ความสามารถในการจดั มีบทบาท มีส่วนร่วมในการจดั เรียนรใู้ นรปู แบบภาษาองั กฤษ แกป้ ัญหาที่หลากหลายวธิ ี กระบวนการเรยี นรู้ กระบวนการเรยี นรู้ได้ปฏบิ ตั ิ แบบเสเต็มเป็นฐานท่ี บางคนมกี ารสบื ค้น การใชส้ ่ือ จรงิ ประกอบดว้ ยขน้ั นำ ข้ันสอน การใช้ทกั ษะคิดวิเคราะห์ มาตรฐานท่ี 3 ขัน้ สรุป ทมี่ กี ารสง่ เสรมิ ทกั ษะ แตกตา่ งกันในการนำไปใช้ 2.. นกั เรียนรจู้ กั แสวงหาข้อมลู ของคนในสศตวรรษท่ี 21 คอื สร้างโครงงาน จึงมีผลดงั นี้ - มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั สร้างองค์ความรู้และสรุป การเรยี นรู้ 3Rx8C ครมู กี ารใช้ 1. เรียนรทู้ ักษะของคนใน แนวคดิ วธิ สี อน ความร้ไู ด้ดว้ ยตนเอง ยุทธวธิ ีให้นักเรียนใช้ ศตวรรษท่ี 21 การเรยี นรู้ตาม ภาษาตา่ งประเทศ กลยทุ ธก์ าร กระบวนการคดิ แก้ปญั หาใน 3Rx8C2. เรียนรู้จกั การคิด เรยี นรู้ 3. นกั เรยี นมที กั ษะในการ ชุดกิจกรรมโครงงานสะเตม็ แก้ไขปัญหา การตัดสนิ ใจ แก้ปญั หา มีทักษะ โดยกระบวนการกลุ่มและ การคดิ แบบสร้างสรรค์และ มาตรฐานที่ 4 กระบวนการในการทำงาน สรา้ งชิน้ งานท่ไี ด้จากการ สงั เคราะห์ ตามลำดบั 3. เรียนรแู้ ละเพมิ่ การเรยี นร้โู ดย เรยี นรจู้ ากชดุ กจิ กรรมสะ - มีความสามารถในการจดั 4. นกั เรยี นไดฝ้ ึกกระบวนการ ปฏบิ ตั ิจริงดว้ ยตนเอง (Self- เตม็ ท่ีพฒั นากระบวนการคดิ กระบวนการเรียนรทู้ ่ี กลุม่ สมั พนั ธ์ ทำงานร่วมกนั Learning) โดยครูบูรณาการการ แกป้ ัญหา4. เรียนร้ทู กุ แขนง สอดคล้องกบั หลกั สตู ร กบั ผอู้ ื่นได้ สอนโดยใช้ชุดกิจกรรม เนน้ รายวิชาและนำมาใชใ้ นการ สถานศึกษา ทักษะการเรยี นรู้ (Learning แกป้ ัญหาการค้นควา้ และการ 5. นกั เรียนเกดิ ความคดิ รเิ ริ่ม Skills) และบูรณาการ พฒั นาการคดิ แก้ไขปญั หาใน ผลลพั ธภ์ าพรวม สรา้ งสรรค์ และสามารถนำ กระบวนการคดิ สามารถ ชวี จิ จรงิ โดยใชค้ วามรหู้ ลาย ความรู้ ความคดิ หรือแนวทาง เชอื่ มโยงวิทยาศาสตร์ ดา้ นผา่ นการทำโครงงาน มาตรฐานที่ 5 ที่ไดไ้ ปใชใ้ นการแกป้ ญั หาใน คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ชีวิต - มีการจดั การเรียนรทู้ ีเ่ ปน็ มาตรฐาน และครูคำนงึ ถึง 6. นักเรยี นไดฝ้ กึ กระบวนการ ผเู้ รยี นตอ้ งมลี กั ษณะอันพงึ กลุม่ สมั พันธ์ ทำงานร่วมกนั ประสงค์และ กับผูอ้ นื่ ได้ ทักษะของคนในศตวรรษท่ี 21 รปู แบบการเรยี นรู้ 3Rx8C
12 ผู้เรียนไดร้ บั การพัฒนาและมีทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ครูมีรูปแบบแนวทางการจดั การชน้ั เรยี นภาษาอังกฤษเพ่ือพัฒนาการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ 21 ทเี่ ปน็ แบบอย่างได้ ตอนที่ 5 ปัจจัยความสำเร็จและบทเรยี นทไ่ี ด้รับ (Lesson Learned) การใช้นวัตกรรม “L.K.S. SMART” ของโรงเรียนก่อนปีการศึกษา 2563 เป็นไปเพื่อการขับเคลื่อนใช้ แนวคิดการสร้างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ จากเกณฑ์รางวัลคุณภาพ OBEC QA เป็นมาตรฐานในการกำหนด ทิศทางของการปฏิบัติงาน ดงั น้ี โรงเรียนไดด้ ำเนินงานตามวิสยั ทัศน์ “มุ่งพฒั นาผเู้ รียนเปน็ คนดี มีความรู้ และทักษะ ในศตวรรษที่ 21” ขับเคลื่อนภารกิจตามค่านิยมองค์กร คือ รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาปัจจัย 3 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1) ด้านสถานศึกษา 2) ด้านนักเรียน และ 3) ดา้ นบุคลากร ซง่ึ มีรายละเอียด ดังน้ี 1. ด้านสถานศึกษา พัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอนด้วยระบบคุณภาพ เทียบเคียงมาตรฐานสากลเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อยกระดับเป็นสถานศึกษาพัฒนาสู่ มาตรฐานสากล 2. ด้านบคุ ลากร ผบู้ ริหารสรา้ งภาวะผู้นาให้กับคณะครูและบคุ ลากรของโรงเรียนโดยการกระจายอำนาจใน การตัดสินใจให้กับผู้รับผิดชอบ หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าระดับชั้น และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ สร้างวัฒนธรรมในการถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กันและกัน นำไปสู่การถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีคุณค่า ให้แกผ่ เู้ รียน 3. ด้านนักเรียน ร่วมกันสร้างเสริมนักเรียนให้เป็นไปตามอัตลักษณ์ของนักเรียนที่ว่า มีความรู้ เป็นคนดี มี คุณค่าคณะผู้บริหารโรงเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและเสริมสร้างภาวะผู้นาให้กบั บุคลากรในโรงเรียน ขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม L.K.S. SMART School เป็น Model ดังแผนภาพ สู่การบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ ส่งผลให้เกิด ประสทิ ธภิ าพในคุณภาพรอบด้าน รองรบั การปรบั ตัวของการพฒั นาองค์กรทั้งระบบ อย่างต่อเน่ืองและยั่งยนื การใชน้ วัตกรรม “L.K.S. SMART” ของโรงเรียนก่อนปกี ารศกึ ษา 2563 เปน็ ไปเพ่อื การขับเคลื่อนใชแ้ นวคิดการ สร้างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ จากเกณฑ์รางวัลคุณภาพ OBEC QA เป็นมาตรฐานในการกำหนดทิศทางของ การปฏิบัติงาน ดังนี้ โรงเรียนได้ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นคนดี มีความรู้ และทักษะใน ศตวรรษที่ 21” ขับเคลื่อนภารกิจตามค่านิยมองค์กร คือ รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาปัจจัย 3 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1) ด้านสถานศกึ ษา 2) ด้านนักเรยี น และ 3) ด้านบคุ ลากร ซงึ่ มีรายละเอียดดงั นี้ 1. ด้านสถานศึกษา พัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพเทียบเคียง มาตรฐานสากลเป็นองค์กรทมี่ ีประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลเพื่อยกระดบั เป็นสถานศึกษาพัฒนาสู่มาตรฐานสากล 2. ดา้ นบุคลากร ผู้บรหิ ารสรา้ งภาวะผ้นู าใหก้ บั คณะครูและบุคลากรของโรงเรียนโดยการกระจายอำนาจใน
13 การตัดสินใจให้กับผู้รับผิดชอบ หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าระดับชั้น และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ สร้างวัฒนธรรมในการถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กันและกัน นำไปสู่การถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีคุณค่า ใหแ้ ก่ผู้เรยี น 3. ดา้ นนกั เรียน รว่ มกันสรา้ งเสริมนกั เรียนให้เปน็ ไปตามอัตลกั ษณ์ของนกั เรียนท่ีวา่ มีความรู้ เป็นคนดี มีคุณค่าคณะ ผู้บริหารโรงเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและเสริมสร้างภาวะผู้นาให้กับบุคลากรในโรงเรียน ขับเคลื่อนด้วย นวัตกรรม L.K.S. SMART School เป็น Model ดังแผนภาพ สู่การบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ ส่งผลให้เกิด ประสทิ ธภิ าพในคุณภาพรอบดา้ น รองรับการปรับตัวของการพัฒนาองคก์ รท้ังระบบ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและย่งั ยืน ข้าพเจ้านางสาวอัจฉรา ชื่นใจ ตำแหน่ง ครูได้ใช้นวัตกรรม “L.K.S. SMART” ของโรงเรียนเพื่อการ ขับเคลื่อนใช้แนวคิดการสร้างโรงเรียนที่ประสบความสำเรจ็ จากเกณฑ์รางวัลคุณภาพ OBEC QA เป็นมาตรฐานใน การกำหนดทิศทางของการปฏิบัติงานในด้านนักเรียน ตามวิสัยทัศน์ โรงเรียน “มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นคนดี มีความรู้ และทักษะในศตวรรษที่ 21”โดยการส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน International Trade Challenge 2020 โดยให้ นกั เรยี นำเสนอผลงานในการแขง่ ขนั ออนไลน์ ในหัวขอ้ “Create a market entry strategy for a travel product. Your target product is Cambodia.” วันที่ 9 มกราคม 2564 ผลปรากฏว่า การใช้นวัตกรรม “L.K.S. SMART” ทำให้นกั เรียนในความควบคุมดแุ ลประสบผลสำเร็จหลงั จากท่ีขา้ พเจา้ มีการเรียนการสอนในชน้ั เรยี นโดยใชน้ วัตกรรม “L.K.S. SMART” ผลการแข่งขันฯ นักเรียนระดับ ม.ปลาย จำนวน 2 กลุ่ม สามารถผ่านเข้ารอบการแข่งขัน ระดับประเทศ มี 1 กลมุ่ ไดร้ บั โล่รางวัล Sustainability Award คอื นางสาวทณั ฑิกา ไตรฆอ้ ง นายปฏพิ ัทธ์ แขง็ แรง และ อีก 1 กลุ่ม ได้รับเกียรติบัตรผู้แข่งขันที่เข้ารอบสุดท้าย (A Finalist in Competition) คือ นางสาวอุรชา จิตติ พนั ธ์ุ นางสาวศศชิ า จนั ทรป์ กุ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4
14 ตอนท่ี 6 ผลท่ีเกดิ ตามวัตถปุ ระสงค์ ผลสัมฤทธิ์ของงาน: จากการได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นความภาคภูมิใจของครู นักเรียน และผุ้บริหาร เพราะ โรงเรียนของข้าพเจ้า ร่วมกันสร้างเสริมนักเรียนให้เป็นไปตามอัตลักษณ์ของนักเรียนที่ว่า “ มีความรู้ เป็นคนดี มี คุณค่า” คณะผู้บริหารโรงเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและเสริมสร้างภาวะผู้นาให้กับบุคลากรในโรงเรียน ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม L.K.S. SMART School เป็น Model สู่การบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ ส่งผลให้เกิด ประสิทธิภาพในคุณภาพรอบด้าน รองรับการปรับตัวของการพัฒนาองค์กรทั้งระบบ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นวัตกรรมของโรงเรียนลำปางกัลยาณี คือ L.K.S. SMART School ซึ่ง L.K.S. หมายถึง ชื่อภาษาอังกฤษของ โรงเรียนลำปางกลั ยาณี ส่วน SMART School นั้นมีรายละเอยี ดของตวั ย่อ S/M/A/R/T ตามแผนภาพท่ี 2 ดงั น้ี แผนภาพ L.K.S. SMART Student ท่มี า: รายงานโครงการการอบรมเชิงปฏิบัติการการทำวจิ ัยในช้นั เรียน เพ่อื ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม L.K.S. SMART School ในสถานศึกษา, 2563 หนา้ 2 นวัตกรรมสถานศึกษาที่ใช้เป็นตัวชี้วัดผลผลิตหรือนักเรียน ซึ่งถือว่าได้รับการพัฒนาจากกระบวนการของ L.K.S. SMART School Model ประกอบด้วย SMART PERSONALITY SMART HEART SMART BRAIN SMART LANGUAGE SMART HEALTH และSMART IT ซึงนวัตกรรมดังกล่าว มีรายละเอียดเป็นดังน้ี คำอธบิ าย SMART School
15 1.1 GOOD SYSTEM ระบบดี โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการทดี่ ี มีระบบพัฒนาครูและบคุ ลากรทีด่ ี มีระบบการเรียนรู้ ทด่ี ี ระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียนท่ดี ี และเปดิ โอกาสให้ชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการจดั การศึกษา 1.2 MORALITY มีคุณธรรมจริยธรรม โรงเรียนปลูกฝังให้คนในองค์กรมีคุณธรรม จริยธรรม มีมารยาทงาม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและ นอ้ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ 1.3 ACHIEVEMENT มุ่งมัน่ ส่คู วามสำเรจ็ เปน็ หน่งึ เดียวขององค์กร โรงเรยี นต้ังเปา้ หมายใหค้ นในองคก์ ร ม่งุ มัน่ พัฒนาส่คู วามสำเร็จเปน็ หนงึ่ เดียวขององคก์ ร ซึ่งได้แก่ การมีความเข้าใจในวัฒนธรรมขององค์กร จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีความเป็น มาตรฐานสากล เพอ่ื ส่งเสรมิ ทักษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 1.4 RESPONSIBILITY มคี วามรับผิดชอบ โรงเรียนมีบทบาทในความรับผิดชอบต่อการพัฒนาสังคม โดยเริ่มจากการสร้างบุคลากรที่มีความ รบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี และเปน็ คนท่มี จี ิตอาสาร่วมพฒั นาทอ้ งถ่ิน 1.5 TECHNOLOGY ใช้เทคโนโลยี โรงเรยี นมกี ารใช้เทคโนโลยใี นการบริหารจดั การ และใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรยี นรู้ คำอธบิ าย SMART TEACHER 2.1 SKILL ทักษะความรคู้ วามสามารถ ครูมีการพัฒนาวิชาชีพตนเอง ให้มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่สอน มีทักษะการถ่ายโอน ทักษะ ทางดา้ นภาษา ทกั ษะด้านปรมิ าณ และทกั ษะดา้ นการคดิ วิเคราะห์ 2.2 MANAGEMENT การบริหารจดั การ ครูเป็นผู้จัดการเรียนรู้ โดยเริ่มจากการบริหารจัดการตนเอง ให้เป็นผู้ที่มีความสามารถในการใช้ ทรัพยากร และเปน็ ผ้ทู ส่ี ามารถบรู ณาการการทำงานโดยใชว้ ทิ ยากรอนื่ All for Education
16 2.3 ATTITUDE เจตคติ ครูมีความเป็นครู รักและห่วงใยนักเรียน และคนทุกคนในองค์กร มี Education for all และเป็น แรงบันดาลใจให้กบั นกั เรียน 2.4 RESOURCE แหล่งทรัพยากร ครูเป็นผู้ที่มีความสามารถอำนวยความสะดวกในการจัดสิง่ แวดล้อมในการเรียนรู้หรือแหลง่ เรยี นรู้ ให้กับนกั เรยี นได้ 2.5 TECHNOLOGY เทคโนโลยี ครูมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ และมีความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรยี นรู้ คำอธิบาย SMART STUDENT 3.1 SMART PERSONALITY นักเรียนมีอัตลักษณ์ความเป็นลำปางกัลยาณี มีอารมณ์มั่นคง สง่างาม อ่อนน้อมถ่อมตน กล้า แสดงออกในสง่ิ ท่เี หมาะสม มมี นษุ ยสมั พนั ธแ์ ละใหเ้ กยี รตผิ อู้ น่ื 3.2 SMART HEART นักเรียนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความกตัญญู มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความรับผิดชอบ มีจิต อาสาช่วยเหลือสงั คม ม่งุ สรา้ งความดี และมีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ช้ 3.3 SMART BRAIN นกั เรยี นมีสติ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ มีความรอบคอบ มีความสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้จาก การศึกษาเล่าเรียน มคี วามคิดสร้างสรรค์ มองโลกในแงด่ ี คิดด้านบวก และสร้างนวตั กรรมจากการเรียนรู้ได้ 3.4 SMART LANGUAGE นักเรียนเป็นผู้ฟังทดี่ ี ให้เกยี รตผิ พู้ ดู เข้าใจภาษากาย สื่อสารตรงประเดน็ สือ่ สารดว้ ยภาษาที่สุภาพ อนรุ ักษ์ภาษาถ่ินและใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการส่อื สารไดด้ ี
17 3.5 SMART HEALTH นักเรียนเป็นผู้ที่มีความตระหนักในดูแลสุขลักษณะของตนเอง มีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพ อย่างมืออาชีพและมีความสามารถที่เป็นเลิศด้านการออกกำลังกาย รวมถึงเป็นผู้ที่ไม่ประมาท เคารพกฎ จราจรและกตกิ าสงั คม 3.6 SMART IT นักเรยี นมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีหลักของโรงเรยี น มีความรใู้ นการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการ ส่งเสริมการเรียนรู้ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ชาญฉลาดและ ร้เู ท่าทนั จากตัวชี้วัดผลผลิตหรือนักเรียน กระบวนการของ L.K.S. SMART School Model ดังกล่าวข้างตน้ ข้าพเจ้าใช้นวัตกรรมนี้ในการมุ่งเน้นด้านผู้เรียนเพื่อให้นักเรียนกลายเป็น SMART STUDENT ก่อนอันดับ แรกโดยเริ่มจากตัวชี้วัดที่ 3.4, 3.6, 3.5, 3.1, 3.3, 3.2ต่อมามีการเชื่อมโยงตัวชี้วัด 1.1 – 1.5 (SMART SCHOOL) และ ตัวชี้วัดที่ 2.1-2.5 (SMART TEACHER) ที่มีบทบาทของครู เข้าไปเชื่อมโยงความสามารถของผู้เรียน เพอ่ื มงุ่ พัฒนาผูเ้ รียนเปน็ คนดี มีความรู้ และทกั ษะในศตวรรษท่ี 21”ตามวสิ ยั ทัศน์ของโรงเรียน และเป็นไป ตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพ OBEC QA เป็นมาตรฐานในการกำหนดทิศทางของการปฏิบัติงานในด้าน นักเรียน ดังนั้น รูปแบบของผลงาน/นวัตกรรม การจัดการชั้นเรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ผู้เรียน ในศตวรรษท่ี 21 จงึ มคี วามสอดคล้องตามแผนผัง ดงั นี้
18 บทบาทของครู นักเรยี น และโรงเรยี นทสี่ ง่ ผลให้นักเรียนมคี วามฉลาดดา้ นภาษา (Smart Language) บทบาทของครู - ครมู ีความเปน็ ครู รักและหว่ งใยนักเรยี น และคนทุกคนในองค์กร มี Education for all และเปน็ แรงบันดาลใจ ให้กับนกั เรียน บทบาทของนักเรยี น - นักเรียนเปน็ ผูฟ้ งั ทด่ี ี ให้เกยี รตผิ พู้ ดู เข้าใจภาษากาย สือ่ สารตรงประเด็น สื่อสารด้วยภาษาท่สี ภุ าพ อนรุ ักษภ์ าษา ถิ่นและใช้ภาษาต่างประเทศในการส่ือสารได้ดี บทบาทของโรงเรยี น - โรงเรียนตั้งเป้าหมายให้คนในองค์กร มุ่งมั่นพัฒนาสู่ความสำเร็จเป็นหนึ่งเดียวขององค์กร ซึ่งได้แก่ การมีความ เข้าใจในวัฒนธรรมขององค์กร จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีความเป็น มาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมทักษะผู้เรียนใน ศตวรรษท่ี 21 เช่น การแขง่ ขันท่ีท้งั กลมุ่ สาระภาษาองั กฤษและผู้บริหารมีการให้การสนับสนนุ ครแู ละนักเรยี นเพ่ือ
19 ส่งเสริมทักษะความสามารถให้นักเรียนในสถานศึกษาไปถึงระดับสากล เช่นการแข่งขันทักษะการพูดภาษาอังกฤษ การแข่งขนั ทต่ี อ้ งพัฒนาทักษะของ 3R x 8C ท่ีขา้ พเจา้ ใชส้ ะเตม็ เปน็ ฐานในการพัฒนากระบวน การคดิ แก้ไขปัญหานักเรยี นในการเขียนโครงงานภาษาอังกฤษและเขา้ แข่งขนั ระดับนานาชาติ บทบาทของครู นักเรียน และโรงเรียนที่สง่ ผลใหน้ ักเรียนมีความฉลาดดา้ นเทคโนโลยี (Smart IT) บทบาทของครู ทกั ษะความรู้ความสามารถ - ครูมีการพัฒนาวชิ าชีพตนเอง ใหม้ คี วามเช่ียวชาญในสาขาวิชาทส่ี อน มีทกั ษะการถา่ ยโอนทักษะทางด้านภาษา ทกั ษะดา้ นปรมิ าณ และทกั ษะดา้ นการคิดวเิ คราะห์ฃ บทบาทของนักเรยี น - นักเรียนมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยหี ลกั ของโรงเรียน มีความร้ใู นการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่ือการสง่ เสริมการเรยี นรู้ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในชวี ิตประจำวนั อย่างเหมาะสม ชาญฉลาดและรู้เท่าทัน บทบาทของโรงเรยี น - โรงเรยี นมกี ารใชเ้ ทคโนโลยใี นการบรหิ ารจดั การ และใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการจดั การเรยี นรู้เช่น หอ้ งมัลตมิ เิ ดีย ห้องคอมพิวเตอร์ เพื่อสง่ เสรมิ กระบวนการเรียนรูข้ องผเู้ รยี นรวมถงึ วสั ดุอุปกรณ์ท่ีเอื้อต่อ การเรยี นรเู้ หมาะสำหรับการบรหิ ารจัดการทุกฝา่ ยในองค์กร
20 บทบาทของครู นกั เรียน และโรงเรียนทีส่ ่งผลให้นักเรยี นมคี วามฉลาดดา้ นสขุ ภาพ (Smart Health) บทบาทของครู - ครเู ปน็ ผทู้ ม่ี คี วามสามารถอำนวยความสะดวกในการจัดส่งิ แวดล้อมในการเรยี นรู้หรือแหล่งเรยี นรู้ใหก้ บั นักเรียนได้ เช่น การจัดห้องเรียนใหน้ ่าเรียน จัดสถานทีก่ ระต้นุ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้และผลกั ดันผู้เรียนใชค้ วามสามารถทกั ษะ ในการเข้าแข่งขนั เวทีตา่ งๆ เป็นต้น บทบาทของนักเรยี น - นักเรียนเปน็ ผู้ทม่ี ีความตระหนกั ในการดูแลสุขลักษณะของตนเอง มีความเขา้ ใจในการดูแลสุขภาพอย่างมืออาชีพ เช่น นักเรยี นมีการรักสุขภาพตนเองและคนรอบข้างในการนำเสนอให้ภาชนะจาน ชาม ที่เป็นผลิตภณั ฑ์ท่ีจะส่งออกไป ยังประเทศกัมพชู า วัสดเุ หลา่ น้ันตอ้ งทำมาจากวสั ดธุ รรมชาติเพอ่ื ความปลอดภัยตอ่ สุขภาพ เปน็ ต้น บทบาทของนกั เรียน - นักเรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีหลกั ของโรงเรียน มีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการส่งเสรมิ การเรียนรู้ มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยใี นชีวติ ประจำวันอย่างเหมาะสม ชาญฉลาดและรู้เท่าทันดา้ นสนิ คา้ เพ่ือสุขภาพ ยา ดา้ นการแพทย์ ด้านสาธารณสุข เป็นต้น
21 บทบาทของครู นกั เรยี น และโรงเรยี นทสี่ ง่ ผลให้นักเรยี นมคี วามฉลาดดา้ นสตปิ ญั ญา (Smart Personality) บทบาทของครู- ครเู ปน็ ผู้จดั การเรยี นรู้ โดยเริม่ จากการบรหิ ารจดั การตนเอง ใหเ้ ปน็ ผู้ท่ีมีความสามารถในการใช้ ทรัพยากร และเปน็ ผทู้ ่ีสามารถบรู ณาการการทำงานโดยใช้วทิ ยากรอื่น - ครมู คี วามเปน็ ครู รกั และห่วงใยนักเรียน และคนทุกคนในองค์กร และเป็นแรงบันดาลใจใหก้ บั นกั เรียน บทบาทของนกั เรยี น - นกั เรยี นมีอัตลกั ษณ์ความเป็นลำปางกลั ยาณี มีอารมณม์ ่ันคง สงา่ งาม อ่อนน้อมถ่อมตน กลา้ แสดงออกในสง่ิ ทีเ่ หมาะสม มีมนุษยสมั พันธแ์ ละใหเ้ กียรติผอู้ ่นื บทบาทของโรงเรยี น - โรงเรียนมบี ทบาทในความรับผดิ ชอบต่อการพฒั นาสังคม โดยเร่ิมจากการสร้างบุคลากรทีม่ คี วามรับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ี จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มคี วามเป็นมาตรฐานสากล เพอื่ ส่งเสริมทักษะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 มรี ะบบพัฒนาครแู ละบคุ ลากรทีด่ ี มีระบบการเรยี นรูท้ ด่ี ี
22 บทบาทของครู นักเรียน และโรงเรยี นทสี่ ง่ ผลใหน้ ักเรยี นมคี วามฉลาดด้านสตปิ ัญญา (Smart Brain) บทบาทของครู - ครูมีการพัฒนาวิชาชีพตนเอง ให้มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่สอน มีทักษะการถ่ายโอน ทักษะทางด้านภาษา ทกั ษะด้านปริมาณ และทกั ษะด้านการคิดวเิ คราะ ครูเป็นผูท้ ี่มคี วามสามารถอำนวยความสะดวกในการจัดสิ่งแวดล้อม ในการเรยี นรู้หรอื แหลง่ เรียนรู้ให้กับนกั เรยี นได้ บทบาทของนักเรยี น - นักเรยี นมสี ติ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ มีความรอบคอบ มีความสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้จากการศึกษาเลา่ เรยี น มคี วามคิดสร้างสรรค์ มองโลกในแง่ดี คดิ ดา้ นบวก และสร้างนวตั กรรมจากการเรียนร้ไู ด้ บทบาทของโรงเรียน - โรงเรยี นปลูกฝังให้คนในองคก์ รมีคณุ ธรรม จริยธรรม มมี ารยาทงาม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและน้อมนำหลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ต์ใช้ นนั่ คอื นักเรยี นแข่งขันสร้างผลติ ภณั ฑ์ นักเรยี นสร้างสนิ ค้าทม่ี าจากวัสดุใน ท้องถนิ่ นำเขา้ ส่ผู ลิตภัณฑ์อันยัง่ ยนื (Sustainability Product)
23 บทบาทของครู นกั เรยี น และโรงเรยี นที่สง่ ผลใหน้ กั เรียนมีความฉลาดด้านจติ ใจ (Smart Heart) บทบาทของครู - ครมู ีความเปน็ ครู รักและห่วงใยนักเรยี น และคนทุกคนในองค์กร และเปน็ แรงบันดาลใจให้กบั นกั เรยี นใน การสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนประสบผลสำเรจ็ ทกุ ด้าน เช่น การเรียน การแขง่ ขนั การประกอบอาชพี และการดำรงชีวติ อย่างมีความสขุ บทบาทของนกั เรยี น - นกั เรียนเปน็ ผมู้ คี ุณธรรม จรยิ ธรรม มีความกตัญญู มคี วามซ่ือสตั ย์ สุจรติ มีความรับผดิ ชอบ มีจติ อาสาชว่ ยเหลือ สงั คม มงุ่ สร้างความดี และมีการนอ้ มนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยุกต์ใช้ เชน่ ในการแข่งขันต่างๆ นกั เรียนจะใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงนำทางในการสร้างชิ้นงาน หรือ โครงงาน ซึ่งนักเรยี นจะบรู ณาการเนื้อหากบั แนวคิดปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงใหเ้ กิดเพ่อื เป็นประโยชนก์ บั อารยประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน
24 บทบาทของโรงเรียน - โรงเรียนปลกู ฝังให้คนในองคก์ รมีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีมารยาทงาม มีความซื่อสตั ย์ สจุ ริตและนอ้ มนำ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ช้ ในด้านนักเรยี น โรงเรยี นมีการใหน้ ักเรียนรจู้ กั ความพอเพียง การประหยดั อดออม มีธนาคารโรงเรยี น และกจิ กรรมและครอบครัวพอเพียงจงึ ทำให้นกั เรยี นมคี วามพอเพยี งใน สถานศกึ ษา ในชั้นเรยี นจะมีการให้นักเรียนทำโครงงานภาษาองั กฤษโดยใชส้ ะเต็มเป็นฐาน ซึ่งจะตอ้ งบูรณาการ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ดังนัน้ ในการแขง่ ขันทุกรายการนักเรยี นจะใชท้ กั ษะการคดิ แก้ไขปญั หาโดยใชส้ ะเตม็ ที่มหี ลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กลา่ วโดยสรปุ จากผลงานอันเป็นเลิศดังกลา่ ว ข้าพเจา้ ใชน้ วัตกรรม L.K..S SMART SCHOOL นำทางเขา้ สกู่ าร บริหารการจดั การเรียนโดยเริ่มต้นจากนักเรียนก่อนอันดับแรกที่ต้องมคี รูโรงเรยี นเข้าไปมีบทบาทในการใช้นวตั กรรมนี้ กบั นกั เรยี น ซง่ึ L.K.S. SMART School ในสถานศกึ ษา นกั เรยี นจะต้องมีถูกสร้างใหม้ ีลกั ษณะ “SMART PERSONALITY SMART HEART SMART BRAIN SMART LANGUAGE SMART HEALTH และ SMART IT” ซง่ึ นวัตกรรมดังกล่าว มีการรบั รองคุณภาพจาก สมศ. ตามวงจรการพฒั นานวตั กรรมสถานศกึ ษาในปีการศกึ ษา 2564 และ นักเรียนมปี ัญหาการใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่อื งมือในการศึกษาตา่ งการประกอบอาชีพและแลกเปลย่ี นเรยี นรู้กบั สงั คมโลก (มาตรฐาน 4.2) และได้นำนวัตกรรมวางแผนใช้ระยะยาวเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาเพื่อพฒั นาการเรียนรู้ ของผู้เรียน (Access for Learning) ในปีการศึกษา 2565-2566
ภาคผนวก ตอนท่ี 7 การเผยแพร่/การไดร้ ับการยอมรบั /รางวัลท่ีไดร้ บั โล่รางวลั นักเรียนไดร้ บั โล่รางวลั Sustainability Award จดั โดย JA THAILAND/FedEx International Trade Challenge 2020 โดยให้นักเรียนำเสนอผลงานในการแข่งขันออนไลน์ ในหวั ข้อ “Create a market entry strategy for a travel product. Your target product is Cambodia.”
โลร่ างวัล Sustainability Award จัดโดย JA THAILAND/FedEx International Trade Challenge 2020
โลร่ างวัล Sustainability Award จัดโดย JA THAILAND/FedEx International Trade Challenge 2020
โล่รางวัลครูผู้ฝกึ สอนนักเรยี นไดร้ ับโล่รางวลั Sustainability Award JA THAILAND/FedEx International Trade Challenge 2020 การเผยแพร่ผลงานวจิ ยั และนวตั กรรมในเวบ็ ไซต์โรงเรยี นลำปางกัลยาณี
การเผยแพร/่ การไดร้ บั การยอมรบั /รางวลั ท่ไี ดร้ ับ ระดับนานาชาติ
บรรณานุกรม สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน. (2564).รายงานผลการทดสอบ O-NET สำนกั งานเขตพื้นท่ี การศกึ ษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพนู . สบื ค้น 9 สงิ หาคม 2566, จาก http://www.sesalpglpn.go.th/onet/onet_m6_data.php?year=2565&group=2 กระทรวงศึกษาธกิ าร. 2553.หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน. พทุ ธศักราช 2551 พมิ พค์ รง้ั ท่ี 3 กรุงเทพฯ โรงพมิ พช์ มุ นุม สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.จำกัด. ทศิ นา แขมมณ.ี 2547. ศาสตรการสอน. กรุงเทพฯ: สํานักพมิ พ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. บรรเจิด สระปัญญา. 2563. รายงานโครงการการอบรมเชงิ ปฏิบัติการ การทำวจิ ยั ในชนั้ เรยี นเพือ่ สง่ เสรมิ การใช้ นวัตกรรม L.K.S. SMART School ในสถานศกึ ษา รายงานเสนอตอ่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา โรงเรียนลำปางกัลยาณ.ี ปรยิ าภรณ์ ตง้ั คุณานนั ต.์ 2557. การจัดการหอ้ งเรยี นและแหล่งเรียนรู้. กรงุ เทพมหานคร. สถาบนั เทคโนโลยีพระ จอมเกลา้ เจ้าคุณทหารลาดกระบัง.พมิ พ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพมหานคร. พัชรี แก้วอาภรณ์. 2558. การสร้างชุดกิจกรรม เรื่อง พืชใกล้ตัวเรา โดยใช้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นแหล่ง เรยี นรู้ร่วมกับการจัดการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สำหรบั นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4. สงขลา: มหาวิทยาลยั ราชภฏั สงขลา. รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ น้ั พื้นฐาน ปกี ารศึกษา 2562 ของโรงเรียนในสังกัด สพม.35 วจิ ารณ์ พานชิ . 2555. วิถีสรา้ งการเรียนรู้เพอื่ ศษิ ยใ์ นศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนธิ ิสดศรี-สฤษด์ิวงศ์. สำนักงานรบั รองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา (องค์การมหาชน). 2562. รายงานการประเมิน คณุ ภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.2559 – 2563) ระดับการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน รายงานเสนอต่อสถานศึกษา. สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. ระบบกลไกการสง่ เสริมบทบาทการมีสว่ นร่วมของ พ่อแมผ่ ู้ปกครองในการพัฒนาผู้เรยี น. กรงุ เทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
Bai Cham JA Thailand 2020 at the National Challenge Lampang Kanlayanee School Good morning ladies, gentlemen and judges. Thank you for your opportunity which provided us for the national challenge. First, let us introduce our team. I am Mr. Pathipat and Miss Tantika Today, I’d like to present about special product. The name is Bai Cham; “Natural food Container.” Let’s start off with presentation flow, which the audiences could follow Next, let me ask you a question “Do you prefer travel?” If you do. “Have you seen this during traveling?” Let’s go into more details Sustainability Award International Trade Challenge 2020
In Cambodia, the plastic waste problem is complex because Cambodian living in urban areas use a lot of plastic per year, higher than the European Union and China, and in Phnom Penh alone use around 10 million plastic are used in a day. Plastic is used on a daily basis. As a consequence, plastic waste scattered throughout the city causing problems with environment, for example. There was abandon plastic in the river and ocean. As a result that’s damage the ecosystem; however, as one of the most vulnerable countries to climate change, finding a solution is a necessity. Plastic consumption in Cambodia is synonymous with daily life. Bai Cham, a container for food without chemicals and does not make waste problem. Good for people health and good for earth. This product idea originated from my personal points of view about food containers without plastic. Currently, people around the word use plastic every day many countries abandon plastic in the ocean more than 8,300 million tons. This is a picture of Sihanoukville in Cambodia facing plastic waste problem Sustainability Award International Trade Challenge 2020
You might not believe this due to a large amount. As first, I did not but then I examined my daily routine I used a few plastic products, thinking it didn’t affect the world but now I’ m ashamed of my thoughts. In short time, one person used a great deal of plastic stuffs. So, the world has a lot of people we never know how much we use plastic stuffs for the time. As a result, people made a lot of negatively to earth moreover, people made disadvantage to an animal such as animals die because eating plastics or losing their residences. Finally, I made a product from idea what we can use anything for our food without chemicals and without causing waste in Cambodia. Therefore, I create the product name is Bai Cham. Sustainability Award International Trade Challenge 2020
The product can be used repeatedly for many cycles. It is chemical free and heat resistant. Moreover, can change the way people live in Cambodia natural ware is an answer for Cambodia to solve the problem of plastic waste and change our daily life for animals, Global warming, plastic wastes and also people’s health. - My target market is middle class to upper class or people with salary according to Cambodia standards because the product made for everyone who wants to save the world by not using plastic - Next for sellers or businesses. The product can be useful for seller, vendor, peddler or hawker they can buy Bai Cham for their business to illustrate bakery, restaurants, street food can use natural container to sell for consumers. According to a survey, Cambodians like to eat street food as a result, they can use Bai Cham instead of plastic that can be a waste problem. Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Advertising Moving on the next topic advertising first, promote my product to my target audience using both traditional and online media Such as Facebook, Google ads and YouTube. We place announcements at various bus stops or place advertisements on billboards for people who don’ t have Internet and social media. They can read advertisements from billboards at bus stop, Train stations next We can also sponsor Celebrities in Cambodia spoke about the plastic issues to raising awareness of the plastic waste problems. Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Application and Technology • The product be selling in the popular e-commerce market in Cambodia such as Tinh Tinh E-Commerce, Aliexpress. • From the survey Facebook is the most popular online trading channel. Facebook users in Cambodia are as high as 7 million. • Product announcements can be posted on the Facebook market and create a fan pagefor products in addition, we will distribute our products to other local operators' platforms, offering online trading services such as Gladmarket, Mall855, MyPhsar and RoseRb.com. Placing and Distribution • Even though our sales will be made mainly through E-Commerce websites and our page Facebook. We will transport products for sale to grocery stores and container shops for vendor who want to use containers food. We also have a delivery to entrepreneur in Cambodia such as bakery stores, cafe, Restaurant, hotel. Indirect distribution involves distributing your product by the use of an intermediary for example a manufacturer selling to a wholesaler and then on to the retailer. Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Pricing We product use the nature of raw materials 100% And easy to Procurement, Such as Betel palm Plantations and Riverside. Don’t you worry about the piece of trash because it can biodegradable in 45 day. More than that we product can help and save the nature, that not only save just nature but save our world. Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Transport Next let’s jump into transportation Shipping to Cambodia can also be made by car. It takes only 2-3 days from Thailand to Cambodia, including the time to manage the customhouse at the checkpoint and, more importantly, the cost compared to sea and air transportation transport by car is cheaper and convenient Tax Value Added Tax (VAT), Government of Cambodia Charge VAT on sales Goods and services including imports of all products at the rate of 10% of the traded value. Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Packing • We use hemp rope in packaging to pack the products because in we products use nature of raw materials 100% and packed into paper crates to prepare in order to wait for distribution by transportation • Let’s go into more details about we package We have a three package for a wide range of applications as you have seen it we have 10 pieces for mini party or traveling easy to buy and carrying next,50 piece for operators using in their business and placing at container store in Cambodia the last one is 1 set In 1 set includes -plate ⁃ spoon ⁃ fork ⁃ Food Container Box ⁃ Box Lid • To sum up cost of product. The rent for the storehouse: ฿180,000 per year. Marketing costs: ฿25,000 Employee costs:฿907,200 per year Production Cost: ฿7 or 13,395.40 Riel Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Sale price: ฿9 or 1,220.57Riel Margin: ฿2 or 271.24 Riel I’d would like to elaborate on financial this is a financial prediction statement show financial after we launch, we product we addition give away amount every 4 months until it is enough for consumers And the next one when it comes to Talk about supply chain. First thing first, in first month We will Purchas and supply the same automatic leaf plate making machine, materials, employee, and factory in Nakhon Pathom Thailand. then start production as to the expected Goal as soon as possible. Then we check for damage defect malfunction Products Quality before starting to packing products. for unsure the good quality and durability of our products to our customers or consumers. Pack the products completely. For the cleanliness and safety of products for consumers and prevent damage during transportation as well aim. Before we will prepare for distribution. And then distribute we products to market and such as shopping malls, restaurants, cafés, and more In Phnom Penh, Siem reap, Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Sihanoukville, Battambang, Cambodia by track. if the inventory remains from the target that is expected to be distribute the product will still be in the warehouse In Phnom pen. for a customer that wants to order online app and buy order the Goods well then be transported to the customers house in 3-5 days. Supply chain Before this product is born. bai cham will be purchased a lot of betel palm leaf. For Forward to factory in Nakhon Pathom Thailand. Then the factory will begin production the product According to the goal. when the goods It was packed in a package and then sent to a warehouse in Phnom Penh. To prepare to distribute products to other provinces in Cambodia Such as Phnom Penh, Siem Reap, Battambang and Sihanouk view. And started distributing to shopping malls, cafes, restaurants from that Customers can choose to buy at all. Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Swot & Competitive Sustainability Award International Trade Challenge 2020
Measurement of Success -Earned profit as expected. -There are many entrepreneurs who buy products to use in their business. - Customers in Cambodia can easily find products and use them widely. Customer feedback based on: a. Comments through our apps and Page Facebook b. Ratings and comments on e-Commerce websites -Cambodians have reduced their use of plastic and are able to buy Bai Cham products in daily life - No plastic waste problem in Cambodia and make people's lives better by using Bai Cham product -Having a larger production base both in Cambodia and in Thailand and can help peasants and Presenter: Mr. Patiphat Keangraeng Miss. Tantika Trikong Sustainability Award International Trade Challenge 2020
คลปิ VDO https://drive.google.com/drive/folders/1tupH-1sd4FsRmRb4EYNiyYNW1BXQ9wDL?usp=drive_link
Search
Read the Text Version
- 1 - 49
Pages: