2 20500-1004 ความรู้เกีย่ วกับมาตรฐานการผลิตและผลิตผลทางการเกษตร 2-0-2 (Introduction to Standards of Agricultural Production and Products) จดุ ประสงค์รายวิชา เพื่อให้ 1. เข้าใจในหลักการและกระบวนการมาตรฐานการผลิตและผลิตผลทางการเกษตร มาตรฐาน ฟาร์ม การปฏบิ ัตทิ างการเกษตรท่ีดดี ้านพชื สัตว์ และสัตว์น้า การวางแผน เตรยี มการและจดั การเกษตร ทีด่ ี 2. สามารถวิเคราะห์ วางแผนและจัดการ การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีโดยประยุกต์ใชห้ ลักการ เกษตรทฤษฎใี หม่และปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง คานึงถงึ การอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการใชท้ รพั ยากรอย่างคุม้ คา่ 3. มเี จตคตแิ ละกิจนสิ ยั ท่ีดใี นการทางานด้วยความรับผดิ ชอบ รอบคอบ ขยัน และอดทน สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรเู้ บือ้ งตน้ เกย่ี วกับ มาตรฐานการผลิตและผลิตผลทางการเกษตร มาตรฐานฟารม์ การปฏบิ ตั ิทางการเกษตรที่ดีด้านพืช สัตว์ และสตั วน์ า้ 2. วางแผน และจดั การทางการเกษตรที่ดตี ามหลักการและกระบวนการ 3. เตรียมการจดั การทางการเกษตรท่ีดีตามมาตรฐานฟาร์ม คาอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาเก่ียวกับ ความสาคัญของมาตรฐานการผลิตและผลิตผลทางการเกษตร มาตรฐานฟาร์ม การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านพืช (มาตรฐานฟาร์มพืช การปฏิบัติท่ีดีด้านการผลติ พืช) มาตรฐานการ ผลิตสัตว์ (มาตรฐานฟาร์มสัตว์ การปฏิบัติที่ดีด้านการผลิตสัตว์) มาตรฐานการผลิตสัตว์น้า (มาตรฐาน ฟาร์มสัตว์น้า การปฏิบัติที่ดีด้านการผลิตสัตว์น้า) มาตรฐานผลิตผลทางการเกษตรการวางแผน เตรียมการ และจัดการเกษตรท่ีดี การวางแผน เตรยี มการและจดั การเกษตรทด่ี ี
3 หนว่ ยการเรียนรู้ หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ จานวน สัปดาหท์ ี่ การเรยี นรู้ท่ี ชัว่ โมง ความสาคัญของมาตรฐานการผลติ และผลิตผลทางการเกษตร 1-2 1 - สาเหตุท่ที าใหเ้ กษตรกรผลติ สินค้าเกษตรไม่ปลอดภยั 4 3-4 2 - มาตรฐาน GAP สาหรับพืชอาหาร 4 5-7 3 - ผลที่ได้จากการปฏบิ ตั ิทางการเกษตรท่ีดี (GAP) 6 8-9 4 มาตรฐานฟาร์ม การปฏิบตั ิทางการเกษตรที่ดดี ้านพชื 4 10-12 - หลักการเกย่ี วกบั การผลติ พืช 13-14 5 6 15-16 มาตรฐานผลติ ผลทางการเกษตรการวางแผน เตรยี มการ และ 6 จดั การเกษตรที่ดี 4 17-18 7 4 - การปฏบิ ัติทางการเกษตรทดี่ สี าหรับพชื (GAP พืช) 8 - การจดั การโรงเรอื นและอปุ กรณ์ 4 - การจัดการดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม การรบั รองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี - ความหมายและความสาคญั ในการเข้าสู่กระบวนการ ปฏบิ ตั ิการเกษตรสู่มาตรฐานสากล มาตรฐานบางประการสาหรับการเลีย้ งสัตว์ในประเทศไทย - มาตรฐานบางประการสาหรับการเลยี้ งสตั วใ์ นประเทศไทย - วัตถุประสงคข์ องการจดั ทามาตรฐานฟารม์ - องค์ประกอบพื้นฐานของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ท่ีขอใบรับรอง มาตรฐาน - กฎ/ ขอ้ บังคับอื่นๆ ตามกฎหมาย มาตรฐานสินคา้ เกษตรและความปลอดภยั อาหาร - การปฏบิ ตั ิทางการเกษตรท่ีดีสาหรบั พืชอาหาร มาตรฐานเกษตรอินทรยี ์ - หลักการของเกษตรอนิ ทรยี ์ - มาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์และเคร่อื งหมายรับรอง - ข้อกาหนดและวธิ กี ารผลิตพชื อนิ ทรยี ์ พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 และการ แสดงเครอ่ื งหมายรับรองมาตรฐาน - พระราชบัญญตั ิมาตรฐานสินค้าเกษตรพ.ศ.2551 - ประเภทและลักษณะมาตรฐานสินค้าเกษตร - การตรวจสอบและรบั รองมาตรฐาน - อานาจพนักงานเจ้าหนา้ ท่ี
44 ตารางวิเคราะห์หลกั สูตร รหสั วชิ า 20500-1004 ชอื่ วชิ า ความรเู้ กีย่ วกับมาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร ทฤษฎี 2 ปฏบิ ตั ิ 0 หนว่ ยกติ 2 ชน้ั ปวช. พฤติกรรม พุทธพิ ิสัย หน่วยการเรียนรูท้ ี่/หัวข้อย่อย ความรู้ 1. ความสาคัญของมาตรฐานการผลิตและ ความเ ้ขาใจ นาไปใ ้ช ผลิตผลทางการเกษตร ิวเคราะ ์ห ัสงเคราะห์ ประเ ิมนค่า ทักษะพิ ัสย ิจตพิ ัสย รวม ลา ัดบความสาคัญ จานวน ั่ชวโมง 3211 - - - 1844 2. มาตรฐานฟาร์ม การปฏิบัติทางการเกษตรท่ี ดดี ้านพืช 3 2 2 1 1 - - 2 11 3 4 3. มาตรฐานผลิตผลทางการเกษตรการวางแผน เตรียมการ และจดั การเกษตรทด่ี ี 3 2 3 2 1 1 - 3 15 2 6 4. การรบั รองมาตรฐาน การปฏบิ ตั ทิ าง 3 3 2 1 1 - - 2 12 3 4 การเกษตรท่ีดี 5. มาตรฐานบางประการสาหรับการเลย้ี งสัตว์ 3 1 2 1 1 - - 3 11 3 6 ในประเทศไทย 6. มาตรฐานสินค้าเกษตรและความปลอดภัย อาหาร 2 3 3 3 1 1 - 5 18 1 4 7. มาตรฐานเกษตรอินทรยี ์ 2 2 2 1 1 1 - 2 12 3 4 8. พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 และการแสดงเคร่ืองหมายรับรอง 3 2 2 2 1 1 - 2 13 3 4 มาตรฐาน รวม 22 17 17 12 7 4 - 20 100 - 36 ลาดับความสาคัญ 134567 - 2 - - -
5 แผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี 1 - 2 หนว่ ยท่ี 1 สอนครัง้ ท่ี 1-2 วชิ า ความรเู้ กีย่ วกบั มาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร จานวนชว่ั โมง 4 ชอ่ื หน่วย ความสาคัญของมาตรฐานการผลติ และผลติ ผล ชว่ั โมงรวม 4 ทางการเกษตร เรอื่ ง : มาตรฐานการผลติ สินค้าเกษตรปลอดภัย 1. สาระสาคัญ สภาวการณ์ผลิตพืชอาหารทางการเกษตรของประเทศไทยในปัจจุบัน เริ่มตระหนักถึงความสาคัญ ในการผลิตพืชอาหารปลอดภัยสาหรับการบริโภคในประเทศและการส่งออก เน่ืองจากปัญหาด้านสุขภาพของ ประชากรในประเทศท่ีเพิ่มสูงขึ้น และข้อจากัดทางด้านการค้าระหว่างประเทศเก่ียวกับการส่งผลิตผลทางการ เกษตรไปจาหน่ายยังประเทศต่างๆท่ีมีข้อบังคับว่าด้วยสินค้าทางการเกษตรท่ีจะนาเข้าสู่ประเทศน้ันๆต้องผ่าน มาตรฐานการรบั รองท่เี ปน็ สากล 2. สมรรถนะประจาหนว่ ย - แสดงความรเู้ ก่ียวกับความสาคญั ของมาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร 3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 3.1 ดา้ นความรู้ 3.1.1 อธบิ ายมาตรฐานการผลติ สนิ ค้าเกษตรปลอดภัยได้ 3.1.2 บอกความสาคญั ของมาตรฐานการผลติ และผลิตผลทางการเกษตรได้ 3.2 ดา้ นทักษะ - บอกปญั หาและแนวทางการแก้ปัญหามาตรฐานการผลิตสนิ ค้าเกษตรปลอดภยั ทางการเกษตรของไทยได้ 3.3 คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ 3.3.1 มเี จตคตแิ ละกจิ นิสัยทดี่ ตี ่อมาตรฐานการผลิตสนิ ค้าเกษตรปลอดภยั 3.3.2 ทางานด้วยความรับผดิ ชอบ รอบคอบ ขยัน อดทน และสามารถทางานรว่ มกบั ผอู้ น่ื 4. เน้ือหาสาระการเรียนรู้ 4.1 มาตรฐานการผลติ สินค้าเกษตรปลอดภัย
6 สภาวการณ์ผลิตพืชอาหารทางการเกษตรของประเทศไทยในปัจจุบัน เร่ิมตระหนักถึงความสาคัญในการ ผลิตพืชอาหารปลอดภยั สาหรับการบรโิ ภคในประเทศและการส่งออก เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพของประชากรใน ประเทศที่เพ่ิมสูงขึ้น และข้อจากัดทางด้านการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับการสง่ ผลติ ผลทางการเกษตรไปจาหน่าย ยังประเทศต่างๆที่มีข้อบังคับว่าด้วยสินค้าทางการเกษตรท่ีจะนาเข้าสู่ประเทศนั้นๆต้องผ่านมาตรฐานการรับรองที่ เป็นสากล อะไรคือสภาพปัญหาความไมป่ ลอดภยั ของสนิ คา้ เกษตร สามารถสรุปได้ดงั น้ี 1. การปนเปื้อนสารเคมีและจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่สารเคมีป้องกันกาจัดศัตรูพืชที่ใช้ใน ระหว่างขน้ั ตอนการเพาะปลกู และจลุ ินทรยี ์ท่ที าใหเ้ กดิ โรค ปนเปื้อนในผลิตผลทางการเกษตรทั้งในระหว่าง การเพาะปลูก การเก็บเก่ียวและการขนส่ง เช่น เช้ือ Salmonella spp. เชื้อ Escherichia coli ซึ่งเป็น จุลินทรีย์ท่ีเก่ียวข้องกับโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น นอกจากน้ียังพบการปนเป้ือนของสารปฏิชีวนะ ตกค้างในผลิตภัณฑ์สัตว์น้าและปศุสัตว์ สารพิษอะฟลาท็อกซินท่ีเกิดจากเชื้อรา ที่พบมากในถั่วลิสง ข้าวโพด และการใช้วัตถุเจือปนเพื่อการถนอมอาหารอย่างผดิ วิธี เช่น สารฟอกขาว สารกันบูด สารบอแรก็ เปน็ ต้น 2. การมีพฤติกรรมบรโิ ภคทไ่ี ม่ถูกหลักโภชนาการของประชากร ทาให้มีการเจ็บป่วยและเสียชวี ติ ด้วยโรคมะเร็ง ความดันโลหิตสงู และโรคระบบทางเดนิ อาหาร ตลอดจนอาการปว่ ยเร้ือรังรักษาไมห่ ายทเี่ พมิ่ สงู ข้ึน สาเหตุทที่ าให้เกษตรกรผลติ สนิ ค้าเกษตรไมป่ ลอดภยั 1. เกษตรกรสว่ นใหญ่ยังขาดความรู้และทักษะในการผลติ สินค้าเกษตรปลอดภยั 2. เกษตรกรขาดแรงจูงใจและทัศนคติทดี่ ีในการผลติ สนิ ค้าเกษตรปลอดภัย 3. ขาดความเชื่อมโยงระหวา่ งผผู้ ลติ ผู้คา้ และผูบ้ รโิ ภค ทาใหต้ ลาดสินคา้ เกษตรปลอดภยั ในประเทศไทยมี จากัด ด้วยเหตุน้ีทั้งภาครัฐและเอกชน จึงควรให้ความสาคัญและร่วมมือกันเก่ียวกับการนา การปฏิบัติทาง การเกษตรที่ดี (GAP = Good Agricultural Practice) มาส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจในภาคการเกษตรของ ประเทศ ให้เกิดการปฏิบัติเพ่ือป้องกัน หรือลดความเส่ียงของอันตรายท่ีเกิดขึ้นระหว่างการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลงั การเกบ็ เกยี่ ว เพ่ือให้ไดผ้ ลิตผลทม่ี ีคณุ ภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมตอ่ การบรโิ ภค มาตรฐาน GAP สาหรบั พชื อาหาร การรับรองมาตรฐาน GAP ท่ีผ่านมา ใช้มาตรฐาน GAP ของกรมวิชาการเกษตรในการตรวจรับรองแปลง โดยท่ีผ่านมา มกอช. (สานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ) ได้พัฒนามาตรฐาน GAP สาหรับพืช อาหาร (มกษ.9001-2552) โดยปรับปรุงและประกาศใช้ในปี 2552 โดยอ้างอิงและเทียบเคียงมาตรฐาน Codex มาตรฐาน ASEAN และมาตรฐานกรมวิชาการเกษตร และในปจั จบุ ันได้มีการใช้ มกษ. GAP พืชอาหาร (มกษ.9001- 2556) ทไ่ี ด้ปรบั ใหส้ อดคลอ้ งกบั มาตรฐาน ASEAN ซึง่ ไดป้ ระกาศเป็นมาตรฐานของประเทศ ผลทไ่ี ด้จากการปฏิบตั ิทางการเกษตรทด่ี ี (GAP) 1. ได้ผลิตผลท่มี ีคุณภาพและปลอดภัยสาหรับผบู้ ริโภคท้ังภายในประเทศและต่างประเทศ 2. เกษตรกรผ้ผู ลิตมีสุขภาพอนามัยดขี ้นึ ประหยัดค่าใช้จ่ายคา่ รักษาพยาบาลจากการเจ็บปว่ ย 3. ผู้บริโภคเช่ือมัน่ ในสินค้าทางการเกษตรของประเทศไทย
7 4. รักษาสภาพแวดล้อม และเกิดระบบการผลติ สินค้าเกษตรแบบยง่ั ยนื สงิ่ ท่ีควรร้กู ่อนจะเพาะเห็ดถั่งเช่าเปน็ อาชีพ เห็ดถ่ังเช่าเปน็ เห็ดท่ีเกิดข้ึนจากการที่เช้อื ราเจริญบนซากหนอนแมลง ในธรรมชาติของเชอ้ื เห็ดถ่ังเช่านั้น มี อยหู่ ลายสายพนั ธ์ุ โดยแตล่ ะสายพันธุ์ก็มขี อ้ ดแี ละข้อเสยี แตกต่างกนั ออกไป แม้กระท่งั ถง่ั เช่าจากทเิ บตที่ถอื ว่าเป็นถ่ัง เช่าแท้ๆทมี่ ีชื่อเสียงด้านสรรพคุณ ก็ยังมีคณุ ภาพและแบ่งเกรดต่างๆกัน ส่วนเห็ดถ่ังเช่าสที อง เกดิ จากการเพาะเล้ียง และคัดเลือกสายพันธุ์ในห้องปฏิบตั ิการ โดย เห็ดถ่ังเช่าสีทอง เป็นเห็ดตระกูลเดียวกับเห็ดถั่งเช่าทิเบต แต่ต่างเหล่า พันธุ์(Species) ซึ่งเป็นคนละชนิดกับเห็ดถ่ังเช่าแท้ เพราะถ่ังเช่าแท้ยังไม่สามารถเพาะให้มีคุณสมบัติแบบธรรมชาติ ได้ ราคาจาหน่ายถ่ังเช่าแท้ จึงมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละหนึ่งล้านบาทข้ึนไป สาหรับหลักสูตรท่ีฝึกอบรมการเพาะเห็ด ถ่ังเช่าท่ีเปิดกันทั่วไปจึงเป็นการเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง ปัจจุบันสายพันธุ์ที่มีการทาวิจัยและศึกษาสรรพคุณมาแล้ว และเปน็ ทตี่ อ้ งการในท้องตลาดคอื Cordyceps sinensis (cs-4) เน่ืองจากสรรพคุณของเห็ดถ่ังเช่า ไม่ว่าจะเป็นถ่ังเช่าทิเบตแท้ หรือถั่งเช่าสีทอง ที่มีอยู่มากมาย เช่น ช่วย บารุงรา่ งกาย บารงุ กาลงั เพม่ิ ภมู ติ า้ นทานโรคทาให้ร่างกายสดช่ืน ช่วยแกอ้ าการอ่อนเพลยี ช่วยตอ่ ต้านอนุมูลอิสระ ในร่างกาย ชะลอความแก่ชราและความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในรา่ งกาย ชว่ ยลดความดนั โลหติ สงู ลดระดบั น้าตาลใน เลือด ลดระดับคลอเรสเตอรอล และรักษาสมดุลของคลอเรสเตอรอลในหลอดเลือด ช่วยในด้านอารมณ์ ระงับ ประสาท ทาให้จิตใจสงบผ่อนคลาย ชว่ ยเพ่ิมความจา ปอ้ งกันโรคความจาเสื่อมในผู้สงู อายุ และจากงานวจิ ัยพบว่าถ่ัง เช่าช่วยให้ผู้ป่วยไตวายเร้ือรังมีอาการดีขึ้นมากถึง 51% หลังจากบริโภคถ่ังเชา่ 1 เดือน นอกจากน้ีสรรพคุณท่ีเป็นท่ี สนใจกันมากก็คือบารุงและเสริมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งได้มีรายงานวิจัยจากต่างประเทศในสัตว์ทดลองและมนุษย์ มาแล้ว จงึ ทาใหม้ ีผู้สนใจเป็นอยา่ งมากจากกลุ่มทเี่ ป็นผู้รกั สุขภาพ จากความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งราคาจาหน่ายท่ีสูงมากของเห็ดชนิดน้ี ทาให้มีผู้เปิดหลักสูตร ฝึกอบรมการเพาะเห็ดถ่ังเช่ากันมากมายหลายท่ี และมีวิธีการเพาะท่ีแตกต่างกันออกไป และมีผู้สนใจจานวนมากท่ี ยอมเสียเงินเข้าไปรับการฝึกอบรม โดยคาดหวังว่าจะนามาประกอบเป็นอาชีพ แต่ผู้ที่คิดจะเพาะเป็นอาชีพควร คานงึ ถึงสง่ิ เหล่าน้ใี หม้ าก ในเร่ืองของการลงทนุ เพราะเหด็ ชนิดน้ีต้องการสภาพแวดล้อมในการเจริญเตบิ โตค่อนข้าง
8 จาเพาะ ลักษณะโรงเรือนหรือตู้เพาะเห็ดต้องปรับอุณหภูมิเฉลี่ยขั้นต่า 25 องศาเซลเซียส จึงจาเป็นต้องติดตั้ง เครื่องปรับอากาศ นอกจากน้ีสถานท่ีซ่ึงใช้เพาะเห็ดและอุปกรณ์ท่ีใช้ต้องได้มาตรฐานและถูกสุขลักษณะ สามารถ ควบคุมกระบวนการเพาะได้เกือบ 100% และส่ิงสาคัญที่สุดคือตลาดรับซื้อที่จะนาไปแปรรปู ทาเป็นอาหารเสริม ซ่ึง ผู้เพาะควรคานึงถึงว่าผลผลิตที่เพาะออกมาได้นั้นใช่ว่าจะจาหน่ายกันได้ง่ายๆ เพราะจะต้องมีการตรวจสอบ แหล่งทมี่ า กระบวนการผลิต และการตรวจสอบคุณภาพของเห็ดด้านสารองคป์ ระกอบท่ีมสี รรพคุณทางยา ที่กวา่ จะ ผ่านกระบวนการเหล่านี้ได้ ต้องใช้เวลามากพอสมควร ซ่ึงคาดว่าผู้เพาะรายใหม่ๆคงไม่สามารถแบกรับต้นทุนการ ผลิตเหล่าน้ีได้ สาหรับผู้ที่สนใจจะเพาะเห็ดถั่งเช่าเป็นอาชีพ ควรจะต้องพิจารณาให้ดี เนื่องจากเห็ดชนิดน้ีไม่ใช่ สาหรับเป็นอาหารทั่วๆไป เพราะส่วนใหญ่จะถูกนาไปใช้เป็นอาหารเสริมสุขภาพ แม้ว่าราคาจาหนา่ ยของเห็ดชนิดน้ี จะมีราคาแพงแต่ก็ใชว่ ่าจะมตี ลาดรองรับซื้อทั้งหมด เพราะผู้ซื้อก็ย่อมจะต้องเลือกสายพนั ธุ์ท่ีมีคุณภาพ แหล่งผลิตท่ี ได้มาตรฐานท่ีมีการควบคุมคุณภาพการผลิต โดยเฉพาะอย่างย่ิงถ้าผลิตออกมาเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องการบริโภค จาเปน็ ต้องได้รับมาตรฐาน อย. ของสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา สรปุ กค็ ือ การเพาะเหด็ ถ่ังเช่าไม่ใชเ่ รือ่ งยาก เพราะสามารถเรยี นรู้ได้ แต่สงิ่ ทย่ี ากกว่าและต้องคานึงถึงให้ มากๆก่อนจะเพาะเปน็ อาชพี คือการตลาดและแหลง่ รบั ซื้อ เหด็ พษิ เหด็ สว่ นใหญท่ ่ีนามาบริโภค ได้แก่ เห็ดนางรม เหด็ นางฟา้ เห็ดฟาง เห็ดหูหนู เหด็ เปา๋ ฮื้อ และเหด็ อกี หลาย ชนดิ มคี ณุ ค่าทางอาหารประกอบด้วยคารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ไขมัน แรธ่ าตุและวติ ามนิ ชนดิ ตา่ งๆ แตกต่างกันออกไป และอาจกล่าวได้ว่าเห็ดสามารถนามาใช้เป็นอาหารที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ จึงเหมาะสาหรับผู้บริโภคท่ี รับประทานอาหารมังสวิรัติ หรือผู้ท่ีต้องการรักษาสุขภาพ เนื่องจากเห็ดไม่มีสารคลอเรสเตอรอล ท่ีเป็นอันตรายต่อ
9 ระบบไหลเวียนของโลหิต และพบว่ามีปริมาณโซเดียมต่า จึงจัดเป็นอาหารท่ีเหมาะแก่ผ้ทู ี่มีปัญหาทางสขุ ภาพ ได้แก่ ผูป้ ว่ ยทเี่ ป็นโรคตบั ไต หวั ใจ และความดนั โลหิตสูง อย่างไรกต็ ามการจาแนกประเภทของเหด็ สามารถจาแนกได้เป็น 3 กลมุ่ ไดแ้ ก่ 1. กลุ่มทใ่ี ช้เป็นอาหาร เห็ดมีคุณคา่ ทางอาหารหลายชนิดโดยเฉพาะโปรตนี และวิตะมนิ ได้แก่ เหด็ นางรม เห็ด นางฟา้ และเหด็ เป๋าฮอื้ เป็นต้น 2. กลุ่มทีใ่ ช้เป็นยาสมุนไพร เห็ดนอกจากเป็นอาหารแล้วยังมคี ุณคา่ ในเร่ืองของสรรพคณุ ทางยา ไดแ้ ก่ เห็ด หลินจอื เหด็ หอม 3. กลมุ่ เห็ดทีม่ ีพษิ เห็ดในกลุ่มนี้หลายชนิดมีพษิ รุนแรง หากบรโิ ภคเขา้ ไปอาจทาให้เสยี ชวี ิต ได้แก่ เห็ด ระโงกหนิ (ภาคกลาง) เห็ดระงาก (ภาคอีสาน) เห็ดเหล่านี้แมจ้ ะตม้ ใหส้ กุ เป็นเวลานาน แต่ยงั คงความเปน็ พษิ เพราะความร้อนไมส่ ามารถสลายสารพษิ ที่อยู่ในเห็ดกลุ่มนี้ เน่ืองจากภูมิอากาศของประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อนช้ืน ทาให้พบเห็ดหลากหลายชนิด ซ่ึงรวมท้ังเห็ดที่มี พิษอีกหลายชนิดด้วย ปัญหาที่สาคัญเม่ือพบผู้ป่วยจากการรับประทานเหด็ พิษ ส่วนใหญ่แลว้ แพทย์หรือแม้แตผ่ ปู้ ่วย ไม่รู้จักเห็ดชนิดน้ัน อย่างไรก็ตาม ในเห็ดพิษชนิดเดียวกันอาจมีสารพิษอยู่หลายชนิดต่างๆ กัน ตามพื้นที่ที่เห็ดขึ้น รวมท้ังการพิสูจน์ว่าเป็นเห็ดชนิดใด อาจต้องใช้เวลามากจนให้การรักษาไม่ทันการ การวินิจฉัยและการรักษาภาวะ พิษจึงข้ึนอยู่กับลักษณะทางคลินิก โดยเฉพาะอาการแสดงเบื้องต้นและระยะเวลาที่เริ่มแสดงอาการเป็นสาคัญ โดยทั่วไปแล้วเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้อาจมีรูปทรงคล้ายคลึงกัน จึงมีคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เก็บเห็ดท่ีมีพิษมา กินจนทาให้เสียชีวิตไปแล้วหลายราย สาหรับเห็ดพิษในประเทศไทย สมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย ได้จาแนกเหด็ พษิ ท่สี ารวจพบโดยจัดทาหนงั สอื เห็ดพิษ แยกตามกลุม่ สารพษิ ไดเ้ ปน็ 7 กลมุ่ ดังนี้ 1. กลุ่มที่สร้างสารพิษ Cyclopeptides เป็นสารพิษที่ทาลายเซลล์ของตับ ไต ระบบทางเดินอาหาร ระบบ เลือด ระบบหายใจและระบบสมอง ทาให้ถึงแก่ชีวิตภายใน 4-10 ชั่วโมง นับได้ว่าเป็นสารพิษในเห็ดท่ี ร้ายแรงท่ีสุด เห็ดพิษที่อยู่ในกลุ่มน้ีทพ่ี บในประเทศไทยของเราได้แก่ เห็ดระโงกหิน เห็ดไขต่ ายซาก 2. กลมุ่ ที่สรา้ งสารพิษ Monomethylhydrazin สารพษิ น้ีทาให้ถึงแก่ความตายหากรบั ประทานเห็ดดิบและ น้าตม้ เหด็ โดยทาลายระบบทางเดนิ อาหาร ระบบประสาทและทาลายเซลลต์ ับ ในประเทศไทยมรี ายงานว่า พบอย่หู น่งึ ชนิด คอื เหด็ สมองวัว 3. กลุ่มท่ีสร้างสารพิษ Coprine สารพิษในกลุ่มนี้มีผลต่อระบบประสาทต่อเม่ือรับประทานกับเครื่องดื่มท่ีมี สว่ นผสมของแอลกอฮอล์ เหด็ ในกลุ่มนไ้ี ดแ้ ก่ เหด็ หิ่งห้อย เห็ดนา้ หมกึ หรือเหด็ ถั่วที่ขนึ้ ตามธรรมชาติ แต่เหด็ ถ่ัวหรือเห็ดโคนน้อยท่ีเพาะเป็นการค้าในปัจจุบันมาจากสายพันธุ์ที่ผ่า นการคัดเลือกว่าปลอดส ารพิ ษ Coprine 4. กลุ่มท่ีสร้างสารพิษ Muscarine สารพิษในกลุ่มนี้มีผลต่อระบบประสาท ทาให้ผู้รับประทานเกิดอาการ เพ้อคลั่ง เคลิบเคลิ้มและหมดสติอยู่เป็นเวลานาน ไม่มีผลทางสมอง คนป่วยอาจไม่ถึงกับเสียชีวิต แต่มี อาการโคม่า ยกเวน้ มโี รคอนื่ แทรกซ้อน ได้แก่ เห็ดเกลด็ ดาว (Amanita pantherina) 5. กลุ่มที่สร้างสารพิษ Ibotenic acid และ Muscimol สารพิษในกลุ่มนี้มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทาให้เกิดอาการเพ้อคล่ัง เห็ดท่ีสร้างสารพิษชนิดนี้ ได้แก่ เห็ดบางพันธุ์ในตระกูล Amanita (เห็ดระโงกหิน) รวมท้ัง A. muscaria ชนบางเผ่ารวมท้ังชาวอเมริกันในบางรัฐ นิยมเสพเห็ดเหล่านี้เพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลนิ สารพิษในกล่มุ นม้ี ีผลต่อระบบประสาทสว่ นกลาง ทาให้เกิดอาการเพ้อคล่งั 6. กลุ่มที่สร้างสารพิษ Psilocybin และ Psilocin เห็ดพิษท่ีมีสารกลุ่มนี้ หากรับประทานเข้าไปจะทาให้มี อาการประสาทหลอน มึนเมา อาจถึงขั้นวิกลจริต กล่าวว่าช่วงแรกมีอาการเห็นทุกอย่างเป็นสีเขียวหมด
10 ต่อมาอาการถึงจะเป็นปกติ และอาจถึงตายได้ถ้ารับประทานเป็นจานวนมาก สารพิษมีฤทธิ์เหมือนกญั ชาจึง เป็นที่ต้องการของตลาด ในประเทศไทยจึงมีการแอบซ้ือขายกันอย่างลับๆ ตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง จดั ว่าเป็นเหด็ ทเ่ี ปน็ ยาเสพติด เหด็ ในกล่มุ น้มี ีหลายชนดิ ไดแ้ ก่ เห็ดขี้ควาย เหด็ ขอนเกล็ดสแี ดง 7. กลุ่มท่ีสร้างสารพิษ Gastrointestinal สารพิษชนิดนี้ทาให้มีอาการคล่ืนไส้ อาเจียน และท้องร่วง อาจถึง แก่เสียชีวิตได้หากรับประทานในจานวนมาก เม่ือรับประทานแบบดิบจะเป็นพิษ แต่สามารถรับประทานได้ ถา้ ตม้ สุกแล้ว เพราะความร้อนทาลายพิษให้หมดไป นอกจากน้เี ห็ดชนิดเดียวกนั บางคนที่รับประทานเข้าไป อาจแสดงอาการจากการได้รับพิษ หรือบางคนก็ไม่แสดงอาการอะไรเลยก็ได้เช่นกัน เห็ดในกลุ่มน้ีมีหลาย ชนิดไดแ้ ก่ เห็ดหัวกรวดครบี เขยี ว เห็ดกรวยเกล็ดทอง เห็ดแดงน้าหมากเห็ดไขเ่ น่า และเห็ดไขห่ งส์ เปน็ ตน้ การรักษาผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษ ท่ีสาคัญท่ีสุดคือ แพทย์จะทาการรักษาประคับประคองให้ ผ้ปู ่วยพ้นขดี อันตราย โดยการลดปริมาณสารพิษทีผ่ ู้ป่วยได้รบั และเร่งขบั สารพิษออกจากรา่ งกาย ดังนั้นถ้าผูป้ ่วยยัง ไม่อาเจียนควรกระตุ้นให้อาเจยี น หรือใช้สายยางสวนลา้ งกระเพาะอาหาร ในกรณีท่ีทาให้อาเจียนไม่ได้ ให้ผู้ป่วยทุก รายรับประทานผงถ่าน และถ้าผู้ป่วยไม่มีอาการท้องร่วงควรให้ยาระบายด้วย หลังจากท่ีสภาพของผู้ป่วยมี เสถียรภาพแล้ว แพทย์ผู้รักษาจะสัมภาษณ์ประวัติ และดาเนินการเพื่อให้ได้การวินิจฉัยถึงชนิดของสารชีวพิษจาก เห็ดท่ผี ปู้ ่วยได้รับ เพอื่ ให้การรักษาทจ่ี าเพาะต่อไป หลักการผลติ มะมว่ งทป่ี ลอดภยั จากสารพษิ ตกค้างและปลอดศตั รูพชื เพือ่ ใหเ้ กษตรกรมีความรู้ความเขา้ ใจในการดูแลและป้องกันกาจดั ศตั รูพชื ในสวนมะมว่ งโดยการใช้สารเคมี ป้องกนั กาจดั ศัตรพู ืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย และการใช้วิธผี สมผสาน ควรมแี นวปฏบิ ตั ดิ งั น้ี การเลอื กใช้สารเคมอี ยา่ งถกู ต้องและปลอดภยั 1. เลือกซ้ือสารเคมีป้องกันกาจดั ศตั รูพืชทีม่ ีคุณภาพและถกู ต้องตามกฎหมาย o ไมซ่ ้ือสารเคมีทมี่ ีฉลากไมช่ ัดเจน เลอะเลือน หรือมขี ้อมลู บนฉลากไมค่ รบถ้วน เชน่ ไม่มีเลข ทะเบยี น ไม่ระบผุ ู้ผลิต-และผู้จาหน่าย ไม่ระบวุ ัน เดือน ปี ทผ่ี ลิต o ไมซ่ ื้อสารเคมีที่ระบวุ ัน เดือน ปี ทผ่ี ลิตเกนิ กวา่ 2 ปี(นบั จากวนั ทผ่ี ลติ )
11 o ไมเ่ ลอื กซื้อสารเคมีท่มี ีราคาถูกเกนิ กวา่ ราคาจาหนา่ ยปกตขิ องผู้ผลิตหรอื ผจู้ าหน่ายอน่ื ซ่ึงมีโอกาส จะไดส้ ารเคมีปลอมปนหรือไม่ได้มาตรฐานที่มักนามาจาหน่ายโดยพอ่ คา้ เร่ หรือผู้ท่ีจาหนา่ ยแบบ ซ่อนเรน้ ปดิ บัง o ใช้สารเคมีที่ถูกต้องตามกฎหมาย มเี ลขทะเบยี นวตั ถอุ นั ตรายและมีคาแนะนาบนฉลากให้ใชก้ ับ มะมว่ ง ไมใ่ ช้สารเคมีอนั ตรายทางการเกษตรท่ีหา้ มผลติ นาเขา้ สง่ ออก หรือมีไวใ้ นครอบครองตาม พระราชบัญญตั ิวัตถอุ ันตราย 2. ใชส้ ารเคมปี ้องกันกาจัดศตั รูพืชอย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม o สารวจและตดิ ตามสถานการณ์ศัตรูพชื และศัตรธู รรมชาติอยา่ งสมา่ เสมอ จะช่วยให้ตดั สินใจ เลือกใช้สารเคมไี ด้ถูกต้องตามชนดิ ของศัตรูพืชเพื่อลดปรมิ าณการใชส้ ารเคมีเกนิ ความจาเปน็ และ ลดตน้ ทุนการผลิต o ใชส้ ารเคมีปอ้ งกนั กาจดั ศตั รูพืชในการผลติ มะมว่ งตามคาแนะนาของนกั วชิ าการ หรอื คาแนะนาท่ี ประกาศจากกรมวชิ าการเกษตร o พ่นสารป้องกนั กาจัดศตั รูพชื ในชว่ งเชา้ หรือเย็นขณะลมสงบ หลีกเลี่ยงการพน่ ในช่วงแดดจดั หรอื ลมแรง และขณะปฏบิ ตั งิ านผู้พ่นตอ้ งอยเู่ หนือลมตลอดเวลา โดยพ่นจากบรเิ วณรอบนอกของแปลง ปลกู เข้าสู่กลางแปลง o จดบนั ทกึ การใชส้ ารปอ้ งกันกาจัดศัตรูพชื ไวเ้ ป็นหลักฐานทุกครง้ั o ต้องหยุดใชส้ ารเคมีป้องกันกาจดั ศัตรูพชื ก่อนการเก็บเกี่ยว ตามระยะเวลาท่รี ะบุไวใ้ นฉลากกากับ การใช้ หรอื คาแนะนาการใชส้ ารเคมีป้องกันกาจัดศตั รูพชื ในการผลติ มะมว่ ง o ควรทาการวิเคราะหส์ ารพิษตกค้างกอ่ นการเกบ็ เกย่ี วในผลผลิตมะม่วงกบั หน่วยงานทรี่ ับตรวจ วเิ คราะห์ ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร สานักวิจัยและพฒั นาการเกษตรเขตต่างๆ ฯลฯ การป้องกนั กาจดั ศตั รูพืชแบบผสมผสาน 1. วิธีเขตกรรม เพ่อื ให้ตน้ มีความสมบรู ณแ์ ข็งแรงและปรับสภาพแวดลอ้ มไม่ใหเ้ หมาะสมกบั ศัตรูพชื ควรมีการ ตัดแต่งกิ่ง ใหน้ ้า ให้ป๋ยุ และการหอ่ ผล เพื่อช่วยลดการใชส้ ารเคมี 2. วิธีกลและฟิสกิ ส์ เพื่อลดปริมาณของศัตรูพชื โดยมกี ารใช้กับดักกาวเหนียว กบั ดักแมลงวันผลไม้ กับดักแสง ไฟ ทาใหไ้ ม่เป็นพิษต่อส่งิ แวดล้อม 3. วิธีชวี วธิ ี เพื่อใช้ศตั รธู รรมชาตแิ ละสารธรรมชาติจากพืช มาทดแทนการใช้สารเคมี เชน่ ใชส้ ารสะเดา หรอื หางไหล (โลต่ ิน้ ) ควบคมุ เพลี้ยจ๊กั จั่นหรือใชต้ วั ห้า ตวั เบยี น ควบคมุ ศตั รูพืชทาให้ไม่เป็นพิษต่อส่ิงแวดล้อม การผลติ มะม่วงใหป้ ลอดภยั จากศตั รูพชื เกษตรกรต้องหม่ันสารวจการเข้าทาลายของหนอนผีเส้ือเจาะผลมะม่วง แมลงวันผลไม้ เพล้ียไฟ เพลี้ย จักจนั่ และโรคแอนแทรคโนส ในช่วงแตกใบอ่อน ระยะแทงช่อ และติดผลออ่ น โดยทาการสารวจทุก 7-10 วัน เพื่อ ประเมินจานวนหรือความเสียหายระดับเศรษฐกิจแล้วทาการป้องกันกาจัดตามคาแนะนา ควรเก็บเก่ียวในระยะที่ เหมาะสมโดยใช้ตะกร้อ กรรไกรหรือใบมีดตัดก้านให้เหลือข้ัวผลยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพ่ือป้องกันน้ายาง ไหลเป้ือนผลระมัดระวังอย่าใหเ้ กิดแผลบนผลมะมว่ ง เชน่ รอยขดี ข่วน แตกหรือชา้ เนื่องจากตกกระแทกพืน้ ดนิ และ ไมค่ วรวางผลทเี่ กบ็ เก่ียวแลว้ บนพ้ืนดนิ โดยไม่บรรจุลงในภาชนะท่ีเหมาะสม ตวั อยา่ งระยะเก็บเกยี่ วของมะม่วงแต่ละ สายพนั ธุส์ าหรับบรโิ ภคสด(ดบิ และสุก) เช่น พันธ์เุ ขียวเสวยมอี ายุการเก็บเก่ยี วประมาณ 105 วันนับต้ังแต่ออกดอกหรือ 91 วันหลังชอ่ ดอกตดิ ผล 50 เปอร์เซน็ ต์
12 พันธ์ุแรด มีอายุการเกบ็ เกย่ี วประมาณ 77 วนั หลังชอ่ ดอกตดิ ผล 50 เปอร์เซน็ ต์ พันธ์ุนา้ ดอกไม้มีอายุการเกบ็ เก่ียวประมาณ 115 วนั นับตั้งแต่ออกดอก หรอื 93 วันหลงั ตดิ ผล 50 เปอร์เซน็ ต์ หากเกษตรกรผปู้ ลูกมะมว่ งสามารถปฏบิ ตั ติ ามแนวทางท้ังหมดท่กี ลา่ วมา ก็จะช่วยทาให้การผลติ มะมว่ ง มีคณุ ภาพ ปราศจากศัตรพู ชื และมคี วามปลอดภัยจากสารพิษตกคา้ ง
13 แบบฝกึ หดั ท้ายหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความสาคญั ของมาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร คาชี้แจง แบบทดสอบหลังเรียน มี 2 ตอนดงั น้ี 1. แบบทดสอบชดุ นเี้ ป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลอื ก จานวน ขอ้ 2. ข้อเขียน จานวน ขอ้ ตอนท่ี 1 คาสั่ง ใหน้ ักเรียนทาเคร่ืองหมาย X ในขอ้ ท่ถี ูกต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. ข้อจากัดทางด้านการค้าระหว่างประเทศเก่ียวกับการส่งผลิตผลทางการเกษตรไปจาหน่ายยังประเทศต่างๆที่มี ขอ้ บงั คับว่าดว้ ยสินค้าทางการเกษตร คอื ข้อใด ก. ตอ้ งผา่ นมาตรฐานการรบั รองทเ่ี ป็นสากล ค. ต้องผา่ นมาตรฐานการรบั รองระดับประเทศ ข. ต้องผา่ นมาตรฐานการรบั รองระดับจังหวดั ง. ต้องผา่ นมาตรฐานการรับรองระดับต่างประเทศ 2. อะไรคอื สภาพปญั หาความไม่ปลอดภยั ของสินค้าเกษตร ก. การมีพฤตกิ รรมบริโภคแตข่ องทดี่ ี ค. สภาพสินคา้ เกษตรมีหนอนและแมลง ข. เกษตรกรขาดความรู้ ในเรอื่ งทีควรรู้ ง. การปนเป้อื นสารเคมแี ละจุลนิ ทรีย์ 3. สาเหตุทีท่ าให้เกษตรกรผลติ สินค้าเกษตรไม่ปลอดภยั ก. เกษตรกรมีตน้ ทุนนอ้ ย ค. เกษตรสว่ นใหญ่มีความรูแ้ ละทกั ษะในการผลิต ข. เกษตรกรสว่ นใหญ่ยงั ขาดความรูแ้ ละทักษะ ง. เกษตรมตี น้ ทนุ มาก ผลติ ไดต้ ามความต้องการ 4. สานักงานมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรและอาหารแห่งชาติ ตวั ยอ่ คอื ข้อใด ก. บกอช. ข. บก.อช. ค. มกอช. ง. มก.อช. 5. สาเหตุท่ีทาให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรไม่ปลอดภัย จึงควรให้ความสาคัญและร่วมมือกันเกี่ยวกับการนาการ ปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรทดี่ ี คือข้อใด ก. (มกษ.9001-2552) ค. (มกษ.9001-2556) ข. (GAP = Good Agricultural Practice) ง. ASEAN 6. ผลทไ่ี ดจ้ ากการปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี (GAP) ค. ไดม้ าตรฐาน Codex มาตรฐาน ASEAN ก. ผลิตผลมีคุณภาพและปลอดภยั ตอ่ ผ้บู รโิ ภค ง. (มกษ.9001-2556) ข. ไดก้ ารรับรองมาตรฐาน GAP 7. เหด็ ถง่ั เชา่ เปน็ เห็ดทีเ่ กดิ ขนึ้ จากการที่เชอื้ อะไร ก. เชอื้ รา เจริญบนซากหนอนแมลง ค. เกดิ เองตามธรรมชาติ ข. เชอื้ ไวรสั เจริญบนซากหนอนแมลง ง. เกิดจากการเพาะเลยี้ งของมนุษย์ 8. การเพาะเห็ดถ่ังเช่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสามารถเรียนรู้ได้ แต่ส่ิงที่ยากกว่าและต้องคานึงถึงให้มากๆ ก่อนจะ เพาะเป็นอาชีพ คือ ค. การตลาดและแหลง่ รับซอื้ ก. วสั ดุ อปุ กรณใ์ นการเพาะเล้ยี ง ง. ขั้นตอนการดแู ลรักษาเหด็ ใหเ้ จรญิ เตบิ โต ข. หวั เชื้อในการเพาะเลีย้ ง 9. หลักการผลิตมะมว่ งท่ีปลอดภัยจากสารพิษตกค้างและปลอดภัยต่อศัตรูพชื ก. ผลติ ระบบอนิ ทรีย์/ผลผลติ นอ้ ย ค. การใชส้ ารเคมีควบค่กู ับอนิ ทรีย์ ข. การเลือกใช้สารเคมีตามความตอ้ งการ ง. การเลอื กใช้สารเคมีอยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภัย 10. การป้องกนั กาจัดศตั รูพชื แบบผสมผสาน เพอ่ื ลดปรมิ าณของศตั รูพชื โดยมกี ารใชก้ บั ดักกาวเหนยี ว กับดัก แมลงวนั ผลไม้ กับดักแสงไฟ ทาใหไ้ ม่เป็นพิษต่อสง่ิ แวดลอ้ ม คือ ข้อใด ก. วธิ เี ขตกรรม ค. วิธชี วี วธิ ี ข. วิธีกลและฟิสกิ ส์ ง. ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน
14 แผนการจดั การเรียนรู้ ท่ี 3 - 4 หนว่ ยที่ 2 3-4 วชิ า ความรเู้ ก่ียวกบั มาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร สอนครั้งที่ 4 ชอ่ื หน่วย มาตรฐานฟารม์ การปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรทด่ี ีดา้ นพืช จานวนชว่ั โมง 8 เร่ือง : มาตรฐานฟาร์ม การปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรทีด่ ีด้านพชื (มาตรฐานฟารม์ พชื ชัว่ โมงรวม การปฏบิ ัติท่ีดดี ้านการผลติ พืช) หลกั การเกีย่ วกับการผลติ พืช การปฏิบัตทิ างการเกษตรทดี่ ีและเหมาะสม (Good Agriculture Practices เรยี กย่อๆว่า GAP) หมายถึง แนวทางในการทาการเกษตร เพ่ือให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐานท่ีกาหนด ได้ ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุนและกระบวนการผลติ จะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผบู้ ริโภค มีการใช้ทรัพยากรท่ีเกิด ประโยชน์สูงสุด เกิดความย่ังยืนทางการเกษตรและไม่ทาให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยหลักการนี้ได้รับการ กาหนดโดยองค์การอาหารและเกษตรแหง่ สหประชาชาติ (FAO) หลกั การปฏบิ ตั ิทางการเกษตรทดี่ ี คอื แนวทางในการทาการเกษตร เพ่ือให้ไดผ้ ลผลิตทม่ี ีคุณภาพดีตรงตาม มาตรฐานท่กี าหนด ได้ผลผลิตสงู คมุ้ คา่ การลงทุนและกระบวนการผลติ จะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผบู้ รโิ ภค มี การใชท้ รัพยากรทเี่ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ เกดิ ความย่ังยืนทางการเกษตรและไมท่ าใหเ้ กิดมลพษิ ต่อส่งิ แวดลอ้ ม โดย หลกั การนไ้ี ดร้ บั การกาหนดโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประเทศไทยมีการนาหลักเกณฑ์ของ GAP มาประยุกต์ใช้ ดังนี้ การปฏิบตั ทิ างการเกษตรท่ีดีสาหรับพืช (Good Agriculture Practices: GAP) ของกรมวิชาการเกษตรและกรมการขา้ ว ทมี่ ุ่งใหเ้ กดิ กระบวนการผลติ ท่ีได้ ผลติ ผลปลอดภยั ปลอดจากศัตรูพืชและคุณภาพเป็นทีพ่ ึงพอใจของผบู้ ริโภค ประกอบด้วยขอ้ กาหนดเรอื่ ง แหล่งน้า พ้นื ทป่ี ลกู การใชว้ ัตถุอนั ตรายทางการเกษตร การเกบ็ รักษาและขนย้ายผลติ ผลภายในแปลง การบันทึกขอ้ มูล การ ผลติ ให้ปลอดภัยจากศัตรูพชื การจัดการกระบวนการผลติ เพื่อให้ไดผ้ ลิตผลคณุ ภาพ และการเก็บเกีย่ วและการปฏิบตั ิ หลงั การเกบ็ เก่ียว การปฏิบัตทิ างการเกษตรทดี่ ีสาหรบั ปศุสัตว์ (Good Agriculture Practices: GAP) ของกรมปศุสัตว์ เป็น หลกั เกณฑ์การปฏิบัติทางการเกษตรทด่ี ีสาหรับสตั ว์ (GAP สาหรบั สัตว์) มาใช้ เพอ่ื ยกระดับการเล้ยี งสัตว์ในประเทศ ไทย และเพ่ือให้เกษตรกรผูเ้ ลี้ยงสตั ว์ ผ้บู ริโภคอาหารทไ่ี ดจ้ ากสัตว์ และสิง่ แวดล้อมมคี วามปลอดภัย การปฏิบัตทิ างการเกษตรทีด่ ีสาหรบั สัตว์นา้ (Good Agriculture Practices: GAP) ของกรมประมง ซึง่ เปน็ มาตรฐานการปฏิบัติทางการประมงที่ดสี าหรับฟาร์มเลีย้ งสัตวน์ า้ (GAP สาหรบั สัตวน์ า้ ) เป็นส่วนหนงึ่ ของมาตรฐาน และหลกั เกณฑส์ าหรับกระบวนการผลติ ผลผลติ และผลิตภัณฑป์ ระมง สาหรับประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปน็ หนว่ ยงานท่มี ีหนา้ ทใ่ี นการตรวจ รับรองระบบการจัดการคุณภาพ : การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีสาหรับพืช (GAP) โดยได้กาหนดข้อกาหนด กฎเกณฑ์และวิธีการตรวจประเมิน ซึ่งเป็นไปตามหลักการท่ีสอดคล้องกับ GAP ตามหลักการสากล เพ่ือใช้เป็น มาตรฐานการผลิตพืชในระดับฟาร์มของประเทศ รวมทั้งได้จัดทาคู่มือการเพาะปลูกพืชตามหลัก GAP สาหรับพืชที่ สาคัญของไทยจานวน 24 ชนิด ประกอบด้วย ผลไม้ ทุเรียน ลาไย สับปะรด ส้มโอ มะม่วง และส้มเขียวหวาน พืช ผกั มะเขอื เทศ หนอ่ ไมฝ้ ร่ัง คะน้า หอมหัวใหญ่ กะหลา่ ปลีพรกิ ถ่ัวฝักยาว ถว่ั ลันเตา ผกั กาดขาวปลี ข้าวโพดฝัก อ่อน หัวหอมปลี และ หอมแดง ไม้ดอก กล้วยไม้ตัดดอก และปทุมมา พืชอ่ืนๆ กาแฟโรบัสต้า มันสาปะหลัง และ ยางพารา
15 การตรวจรับรองระบบ GAP ของกรมวชิ าการเกษตรได้แบ่งออกเปน็ 3 ระดบั ดงั นี้ 1. กระบวนการผลิตที่ไดผ้ ลิตผลปลอดภยั 2. กระบวนการทไี่ ด้ผลิตผลปลอดภัยและปลอดภัยจากศตั รพู ืช 3. กระบวนการผลิตทไี่ ดผ้ ลิตผลปลอดภัย ปลอดจากศัตรูพชื และคุณภาพเปน็ ที่พึงพอใจของผบู้ ริโภค หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจประเมินรับรองฟาร์ม GAP ข้อกาหนด หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจประเมินท่ีใช้ในการ ตรวจรับรองฟารม์ GAP ท้งั 3 ระดบั ประกอบดว้ ยข้อมลู ดังน้ี ลาดับข้อกาหนด เกณฑท์ ีก่ าหนด วธิ ีการตรวจประเมนิ 1. แหล่งน้า - นา้ ทใ่ี ชต้ อ้ งไดจ้ ากแหลง่ ทไ่ี ม่มสี ภาพแวดล้อม - ตรวจพนิ จิ สภาพแวดลอ้ มหากอยู่ ซึง่ กอ่ ให้เกดิ การปนเปื้อนวตั ถุอันตรายและ ในสภาวะเสยี่ งใหต้ รวจสอบและ จุลนิ ทรีย์ วเิ คราะห์คุณภาพนา้ 2. พนื้ ทปี่ ลูก - ตอ้ งเปน็ พืน้ ท่ที ไี่ ม่มวี ตั ถุอันตรายและจลุ นิ ทรีย์ - ตรวจพินิจสภาพแวดลอ้ ม หาก ทีจ่ ะทาให้เกดิ การตกค้างหรือปนเป้ือนในผลติ ผล อยู่ในสภาวะเส่ียงให้ตรวจสอบและ วิเคราะห์คุณภาพดิน 3. การใช้วัตถอุ ันตราย - หากมีการใชส้ ารเคมีในกระบวนการผลติ ใหใ้ ช้ - ตรวจสอบสถานทเ่ี ก็บรกั ษาวัตถุ ทางการเกษตร ตามคาแนะนาหรืออา้ งอิงคาแนะนาของกรม อนั ตรายทางการเกษตร วชิ าการเกษตร หรือ ตามฉลากทข่ี ้นึ ทะเบียนกบั - สารเคมที ี่ประเทศคู่คา้ อนุญาตให้ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและ ใชต้ รวจบนั ทึกขอ้ มูลการใช้วตั ถุ สหกรณ์ อันตรายทางการเกษตร และสมุ่ - ต้องใช้สารเคมใี ห้สอดคล้องกับรายการ ตัวอยา่ งวิเคราะห์สารพษิ ตกค้างใน - ห้ามใช้วตั ถุอันตรายทร่ี ะบใุ นทะเบยี นวัตถุ ผลิตผลกรณีมขี ้อสงสยั อนั ตรายทางการเกษตรทีห่ า้ มใช้ 4. การเกบ็ รักษาและ - สถานทีเ่ กบ็ รกั ษาต้องสะอาด อากาศถ่ายเทได้ - ตรวจพินจิ สถานท่ี อปุ กรณ์ การขนย้ายผลิตผล ดีและสามารถปอ้ งกนั การปนเป้ือนของวตั ถุ ภาชนะบรรจขุ น้ั ตอนและวธิ กี ารขน ภายในแปลง แปลกปลอม วัตถุอนั ตรายและสตั วพ์ าหะนาโรค ยา้ ยผลิตผล - อุปกรณแ์ ละพาหะในการขนย้ายตอ้ งสะอาด ปราศจากการปนเป้อื นสิ่งอันตรายทีม่ ผี ลต่อ ความปลอดภัยในการบรโิ ภค - ต้องขนยา้ ยผลติ ผลอย่างระมดั ระวัง 5. การบันทึกข้อมลู - ต้องมกี ารบันทกึ ขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วกบั การใช้วตั ถุ - ตรวจบันทึกข้อมลู ของเกษตรกร อนั ตรายทางการเกษตร ตามแบบบันทึกข้อมูล - ต้องมีการบนั ทกึ ข้อมูลการสารวจและการ ปอ้ งกันจากดั ศัตรพู ชื - ต้องมีการบนั ทกึ ขอ้ มลู การจัดการเพื่อให้ได้ ผลิตผลคุณภาพ
16 6. การผลิตให้ - ผลิตผลที่เก็บเก่ยี วแล้ว ต้องไม่มีศตั รพู ชื ติดอยู่ - ตรวจสอบบนั ทกึ ข้อมูลการสารวจ ปลอดภยั จากศตั รูพืช ถา้ พบต้องตดั แยกไวต้ ่างหาก ศตั รแู ละการปอ้ งกันกาจัด - ตรวจพนิ จิ ผลการคดั แยก 7. การจัดการ - การปฏบิ ตั ิและการจัดการตามแผนควบคุมการ - ตรวจสอบบนั ทึกข้อมลู การปฏิบตั ิ กระบวนการผลติ เพอ่ื ให้ไดผ้ ลติ ผล ผลิต และการจดั การเพ่ือให้ได้ผลติ ผล คุณภาพ - คดั แยกผลิตผลดอ้ ยคุณภาพไวต้ ่างหาก คณุ ภาพ - ตรวจพนิ ิจผลการคดั แยก 8. การเก็บเกย่ี ว และ - เก็บเก่ียวผลในระยะทเี่ หมาะสมตามเกณฑใ์ น - ตรวจสอบบนั ทกึ การเก็บเกี่ยว การปฏิบัตหิ ลงั การเกบ็ แผนควบคมุ การผลติ และการปฏบิ ตั หิ ลังการเกบ็ เกี่ยว เกี่ยว - อุปกรณ์ท่ีใช้ในการเก็บเกย่ี ว ภาชนะบรรจุและ - ตรวจพินจิ อุปกรณ์ ภาชนะบรรจุ วธิ ีการเก็บเกีย่ วต้องสะอาดไม่ก่อใหเ้ กิดอันตราย ขั้นตอนและวิธกี ารเก็บเก่ียว ต่อคุณภาพของผลผลิต และปนเปอ้ื นสงิ่ อนั ตรายทมี่ ีผลต่อความปลอดภัยในการบรโิ ภค หมายเหตุ: ข้อกาหนดในข้อ 1-5 สาหรับกระบวนการผลิตที่ได้ผลิตผลปลอดภยั ขอ้ กาหนดในขอ้ 1-6 สาหรับ กระบวนการผลิตที่ไดผ้ ลิตผลปลอดภยั และปลอดจากศตั รูพชื ขอ้ กาหนดในข้อ 1-8 สาหรบั กระบวนการผลติ ท่ีได้ ผลิตผลปลอดภยั ปลอดจากศัตรูพชื และคุณภาพเป็นท่ีพึงพอใจของผ้บู ริโภค
17 แบบฝกึ หดั ท้ายหน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 มาตรฐานฟารม์ การปฏิบัติทางการเกษตรทดี่ ีดา้ นพชื คาช้แี จง แบบทดสอบหลังเรียน มี 2 ตอนดงั น้ี 1. แบบทดสอบชดุ นี้เปน็ แบบปรนยั 4 ตัวเลือก จานวน ขอ้ 2. ขอ้ เขียน จานวน ขอ้ ตอนที่ 1 คาสั่ง ใหน้ ักเรยี นทาเคร่ืองหมาย X ในขอ้ ทถี่ ูกต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. พระราชบญั ญตั ิมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด ก. ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ค. ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ข. ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ง. ๒๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๑ 2. พระราชบญั ญัตนิ ใี้ ห้ใช้บงั คับเมอ่ื ใด ก. เม่อื พ้นกาหนด 90 วนั นบั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ข. เมือ่ พน้ กาหนด 180 วนั นับแต่วันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ค. เมอ่ื พ้นกาหนด 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ง. เม่อื พ้นกาหนด 120 วันนบั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 3. “สนิ ค้าเกษตร” หมายความวา่ อย่างไร ก. ผลิตผลหรอื ผลิตภัณฑอ์ ันเกดิ จากการกสิกรรม ข. ผลิตผลหรอื ผลิตภณั ฑ์อนั เกิดจากการปศสุ ตั ว์ หรอื การป่าไม้ ค. ผลพลอยได้ของผลติ ผลหรือผลติ ภัณฑท์ ่ีเกดิ จากการกสิกรรม ง. ถูกทุกขอ้ 4. มาตรฐานทมี่ ีประกาศกาหนดเพื่อส่งเสริมสินคา้ เกษตรใหไ้ ดม้ าตรฐาน คือมาตรฐานประเภทใด ก. มาตรฐานทัว่ ไป ข. มาตรฐานบังคบั ค. มาตรฐานเฉพาะ ง. มาตรฐานจากดั 5. มาตรฐานท่มี ีกฎกระทรวงกาหนดใหส้ ินคา้ เกษตรต้องเป็นไปตามมาตรฐาน คือมาตรฐานประเภทใด ก. มาตรฐานทว่ั ไป ข. มาตรฐานบังคบั ค. มาตรฐานเฉพาะ ง. มาตรฐานจากดั 6. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ “ผผู้ ลติ ” ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสนิ คา้ เกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ก. ผู้ซง่ึ ทาการกสกิ รรม การประมง การปศสุ ัตว์ หรือการป่าไม้เพอื่ การบริโภค ข. ผู้ซ่งึ ทาการกสิกรรม การประมง การปศุสัตว์ หรือการป่าไมเ้ พ่อื การคา้ ค. ผซู้ ง่ึ นาสินคา้ เกษตรมาบรรจุหบี ห่อ แปรรูป หรือกระทาด้วยวิธีการใด ๆ ง. ผปู้ ระกอบการขนส่งสินคา้ เกษตร คลังสินค้าเกษตร สะพานปลา ห้องเย็น โรงฆา่ สตั ว์หรือกจิ การ ต่อเนอ่ื งอื่นทเ่ี กี่ยวกับสนิ ค้าเกษตรตามท่ีคณะกรรมการกาหนด 7. ใครคือผ้รู ักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณชิ ย์ ข. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงการคลัง ค. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์ ง. รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
18 8. ใครเป็นประธานในคณะกรรมการมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร ก. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณห์ รือรัฐมนตรีชว่ ยวา่ การกระทรวงเกษตร ข. ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ค. ผู้อานวยการสานักงานมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติ ง. เลขาธิการสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร 9. ผู้ทรงคุณวุฒซิ ึง่ รฐั มนตรแี ต่งต้ังในคณะกรรมการมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรมีกี่คน ก. 3 คน ข. ไมเ่ กิน 3 คน ค. 5 คน ง. 4 คน 10. ข้อใดคอื อานาจหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการมาตรฐานสินคา้ เกษตร ก. กาหนดนโยบาย แผนงาน และมาตรการเกย่ี วกับการส่งเสริมและดาเนนิ การมาตรฐานสาหรบั สนิ คา้ เกษตร ข. พิจารณาข้อมูลทางวชิ าการดา้ นวิทยาศาสตร์หรอื เทคโนโลยี หรอื ข้อมลู อ่นื ที่เกย่ี วกับมาตรฐาน ค. พจิ ารณาอุทธรณ์คาส่ังของสานกั งานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ง. ถกู ทุกขอ้ 11. ข้อใดกลา่ วไม่ถูกต้องเกี่ยวกบั กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิในคณะกรรมการมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร ก. ไม่เปน็ บคุ คลล้มละลาย ข. ไมเ่ ป็นผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง กรรมการบรหิ าร ที่ปรึกษาหรอื เจ้าหน้าท่ีพรรคการเมอื ง ค. มอี ายุไม่ตา่ กวา่ 40 ปีบริบูรณ์ ง. ไมเ่ คยได้รบั โทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงท่ีสดุ ใหจ้ าคุก เวน้ แต่... 12. กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิมีวาระอยใู่ นตาแหน่งคราวละก่ปี ี ก. 2 ปี ข. 3 ปี ค. 4 ปี ง. 5 ปี 13. ใครมหี นา้ ท่ีจดั ทาร่างมาตรฐานสาหรับสนิ ค้าเกษตรในกรณที ่ีคณะกรรมการมาตรฐานสนิ คา้ เกษตรเหน็ สมควร กาหนดมาตรฐานสาหรับสินค้าเกษตร ก. คณะอนุกรรมการมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร ค. อธบิ ดกี รมวิชาการเกษตร ข. คณะกรรมการวิชาการ ง. รฐั มนตรชี ่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 14. คณะกรรมการวิชาการในแต่ละคณะให้มจี านวนไมเ่ กินกค่ี น ก. 10 คน 12 คน ค. 15 คน ง. 8 คน 15. ผูผ้ ลติ ผู้สง่ ออก หรือผนู้ าเข้าทข่ี อรับใบอนญุ าตตอ้ งมอี ายุเทา่ ใด ก. ไมต่ า่ กว่า 18 ปีบริบูรณ์ ค. ไมต่ า่ กว่า 25 ปบี ริบูรณ์ ข. ไมต่ ่ากวา่ 20 ปีบริบูรณ์ ง. ไม่ตา่ กว่า 30 ปีบริบรู ณ์ 16. ใบอนุญาตผู้ผลติ ผสู้ ง่ ออก หรือผู้นาเข้า มีอายุใช้ได้กป่ี ี ก. 3 ปี ข. 5 ปี ค. 4 ปี ง. 1 ปี 17. ในกรณที ี่ใบอนุญาตสญู หายหรือชารดุ เสียหายในสาระสาคญั จะต้องขอรบั ใบแทนจากสานักงานมาตรฐาน สินคา้ เกษตรและอาหารแห่งชาตภิ ายในกวี่ นั ก. 60 วัน ข. 20 วนั ค. 90 วนั ง. 30 วัน
19 18. ผรู้ ับใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผูส้ ่งออก หรือผู้นาเข้าซึ่งจะเลกิ ประกอบกจิ การต้องแจ้งเป็นหนังสอื ใหส้ านกั งาน มาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติทราบลว่ งหน้าก่อนเลกิ ประกอบกจิ การไมน่ อ้ ยกว่าก่วี ัน ก. ไมน่ อ้ ยกวา่ 30 วัน ค. ไม่นอ้ ยกวา่ 45 วนั ข. ไม่น้อยกวา่ 60 วนั ง. ไม่นอ้ ยกว่า 90 วัน 19. ใครเป็นผู้ประกาศการนาเข้าสินคา้ เกษตรจากต่างประเทศที่มีมาตรฐานทัดเทียมกับมาตรฐานบังคบั โดยไม่ตอ้ ง ไดร้ บั ใบรบั รอง ก. ผูอ้ านวยการสานกั งานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติ ข. คณะกรรมการมาตรฐานสินคา้ เกษตร ค. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ง. รฐั มนตรีโดยคาเสนอแนะของคณะกรรมการ 20. ใครมีอานาจสัง่ ใหผ้ ผู้ ลติ ผูส้ ง่ ออก หรอื ผนู้ าเข้าดาเนนิ การแก้ไขหรอื ปรับปรงุ สนิ ค้าเกษตรให้เปน็ ไปตาม มาตรฐานภายในระยะเวลาที่กาหนด ก. คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ค. สานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
20 แผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี 5 - 7 หน่วยที่ 3 สอนคร้ังท่ี 5-7 วชิ า ความรู้เก่ียวกับมาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร จานวนช่ัวโมง 6 ชื่อหน่วย มาตรฐานผลติ ผลทางการเกษตรการวางแผน ชวั่ โมงรวม 14 เตรยี มการ และจัดการเกษตรทด่ี ี เร่อื ง : การปฏบิ ตั ิทางการเกษตรทดี่ ีสาหรบั พชื (GAP พืช) GAP พืช ขอ้ กาหนด 8 ประการ มดี ังนี้ 1. น้า น้าทใี่ ชใ้ นกระบวนการผลิตตอ้ งมาจากเเหลง่ ที่ไม่มสี ภาพเเวดล้อมซึ่งก่อให้เกดิ การปนเปอ้ื นต่อ ผลผลิต 2. พื้นทปี่ ลกู ไมอ่ ยู่ในสภาพเเวดล้อมซ่ึงก่อให้เกิดการปนเปื้อนวัตถหุ รอื ส่งิ ทีเ่ ปน็ อนั ตรายต่อผลผลติ 3. วตั ถอุ ันตรายทางการเกษตร จัดเกบ็ เป็นหมวดหม่ใู นสถานที่เกบ็ ท่ีมดิ ชิดและใชต้ ามคาแนะนาของกรม วิชาการเกษตร 4. การจดั การคุณภาพในกระบวนการเกบ็ เกีย่ ว มแี ผนควบคมุ การผลิตเพอ่ื ให้ไดผ้ ลผลิตคุณภาพโดยใช้ หลักการปฏบิ ัติทางการเกษตรทดี่ ี 5. การเก็บเก่ยี วและการปฏบิ ัติหลังการเกบ็ เกยี่ ว เก็บเก่ยี วผลผลติ ท่มี อี ายเุ หมาะสม ผลผลติ มคี ุณภาพตาม ความต้องการของตลาดและข้อตกลงของประเทศคู่ค้า 6. การพักผลิตผล การขนย้ายในเเปลงปลกู และการเก็บรักษาผลผลิต มกี ารจัดการดา้ นสุขลกั ษณะเพื่อ ป้องกันการปนเป้ือนทีม่ ผี ลต่อความปลอดภยั ของผูบ้ รโิ ภค 7. สขุ ลักษณะส่วนบคุ คล ผู้ปฏบิ ัตงิ านต้องมีความรู้ ความเขา้ ใจในสขุ ลกั ษณะสว่ นบุคคล เพอ่ื สามารถ ปฏบิ ตั งิ านได้อย่างถูกสขุ ลักษณะ 8. การบนั ทกึ ขอ้ มลู และการตามสอบ มีการบนั ทึกข้อมูลการปฏิบัติงานการใช้สารเคมี ข้อมูลผรู้ ับซ้อื และ ปรมิ าณผลผลติ เพอ่ื ประโยชน์ตอ่ การตามสอบ
21 การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี (Good Agricultural Practices: GAP) ประเทศไทยเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารท่ีสาคัญ แต่ที่ผ่านมาผลผลิตสินค้าเกษตรและ อาหารยังไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเท่าท่ีควร เนื่องจากมีสารเคมีตกค้าง มีศัตรูพืชและจุลินทรีย์ปนเป้ือน ทาให้ คณุ ภาพและความปลอดภัยของผลผลติ ไม่เปน็ ไปตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานของประเทศผู้นาเขา้ ดงั น้ัน ควร สง่ เสริมใหเ้ กษตรกรผลิตสินคา้ เกษตรปลอดภัย ตามระบบการจดั การคณุ ภาพ หลกั ปฏิบตั ทิ างการเกษตรท่ีดี (Good Agricultural Practices: GAP) ซ่ึงเป็นระบบท่ีป้องกันหรือลดความเสี่ยงของอันตรายท่ีเกิดข้ึนในสินค้า เกษตรและ อาหาร การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี (Good Agricultural Practices: GAP) การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี(Good Agricultural Practices: GAP) หมายถึง แนวทางในการทาการเกษตร เพ่ือให้ได้ผลผลติ ท่ีมีคุณภาพดีและปลอดภัย ตามมาตรฐานท่ีกาหนด โดยขบวนการผลิตจะต้อง ปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ปราศจากการปนเป้ือนของ สารเคมีไม่ทาใหเ้ กดิ มลพิษต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้ ทรพั ยากรใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สุดได้ผลผลติ สูงคุ้มค่าการลงทนุ การ ผลิตตามมาตรฐาน GAP ก่อให้เกิดความย่ังยืน ทางการเกษตร ส่ิงแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม มาตรฐาน GAP เป็นมาตรฐานท่ีครอบคลุมการผลิตสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่ ปัจจัยการผลิต การผลิต การเก็บเกี่ยว การ จดั การหลงั การเก็บเกย่ี ว การบรรจหุ ีบห่อ และการขนส่งการผลิต สาหรับการผลิต สนิ ค้าเกษตร 3 ประเภท ไดแ้ ก่ 1. พชื ผล เช่น ผัก ผลไม้ ชา กาแฟ ฝา้ ย ฯลฯ 2. ปศุสตั ว์ เช่น ววั ควาย แกะ หมู ไกฯ่ ลฯ 3. สัตว์น้า เชน่ ปลานา้ จดื ประเภทลาตัวยาวมเี กล็ด ดงั เช่น ปลาแซลมอน และปลาเทร้าท์ กงุ้ ปลา สังกะวาด ปลานิล ฯลฯ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสาหรบั พืช (GAP พืช) การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีสาหรับพืช เป็นมาตรฐานการปฏิบัติท่ีระบุรายละเอียดข้อกาหนดด้านการ จัดการกระบวนการผลิตท่ีจาเป็นสาหรับการปฏิบัติที่ดีทางการผลิตพืชทุกชนิด โดยคานึงถึงส่ิงแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้ปฏิบัติงาน เพ่ือให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ปลอดจากศัตรูพืชเหมาะสม กับการบริโภค และมคี ณุ ภาพเปน็ ท่ีพงึ พอใจของผูบ้ ริโภค 1. แหล่งนา้ – แหลง่ นา้ ตอ้ งสะอาด ไมม่ กี ารปนเปอื้ นของวตั ถหุ รือส่ิงทเ่ี ป็นอันตราย 2. พ้นื ท่ีปลูก - ตอ้ งไมม่ วี ัตถหุ รอื ส่ิงทเ่ี ปน็ อันตรายทีจ่ ะทาใหเ้ กิดการตกคา้ งหรือปนเป้ือน 3. การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร – ใช้ตามคาแนะนา หรืออ้างอิงของกรมวิชาการเกษตร หรือตาม ฉลากท่ีขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ - ใช้สารเคมีท่ีประเทศคู่ค้า อนญุ าตให้ใช้ – ห้ามใชว้ ตั ถุอันตรายที่ระบุในทะเบียนวัตถุอันตรายที่ทางราชการห้ามใช้ 4. การจัดการกระบวนการผลติ เพ่ือให้ได้ผลิตผลคุณภาพ - ปฏิบัติและจัดการการผลติ ตามแผนควบคุมการ ผลิต 5. การผลิตให้ปลอดจากศัตรพู ืช - สารวจ ปูองกัน และกาจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง - ผลิตผลท่ีเก็บเก่ียวแล้ว ตอ้ งไมม่ ีศตั รูพชื ตดิ อยู่ ถ้าพบต้องคดั แยกไวต้ า่ งหาก 6. การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเก่ียว - เก็บเก่ียวผลผลิตในระยะเวลาที่เหมาะสมตามแผน ควบคุมการผลติ - อปุ กรณภ์ าชนะบรรจทุ ี่ใชร้ วมถึงวธิ กี ารเก็บเกย่ี ว ต้องสะอาด ไม่กอ่ ใหเ้ กดิ อันตรายต่อคณุ ภาพของ ผลติ ผล และไม่ปนเป้ือนสงิ่ อันตรายท่ีมผี ลตอ่ การบรโิ ภค - คัดแยกผลิตผลทไ่ี ม่มีคณุ ภาพไวต้ ่างหาก 7. การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลงเพาะปลูก - สถานที่เก็บรักษาต้องสะอาด อากาศ ถ่ายเทได้ดีสามารถปูองกันการปนเป้ือนของวัตถุ แปลกปลอม วัตถุอันตราย และสัตว์พาหะนาโรค - อุปกรณ์และ
22 พาหนะในการขนย้ายต้องสะอาด ปราศจากการปนเป้ือนสิ่งอันตรายที่มีผล ต่อ ความปลอดภัยในการบริโภค - ต้อง ขนยา้ ยผลิตผลอยา่ งระมัดระวงั 8. สุขลักษณะส่วนบุคคล - ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ที่เหมาะสม หรือผ่านกระบวนการอบรมการปฏิบัติที่ ถูกต้อง และถูกสุขลักษณะ - มีการดูแลสุขลักษณะส่วนบุคคล เพ่ือปูองกันไม่ให้ผลิตผลเกิดการปนเปื้อนจากผู้ที่ สัมผสั กบั ผลิตผล โดยตรง โดยเฉพาะในข้ันการเกบ็ เกี่ยวและหลงั การเกบ็ เกี่ยวสาหรับพืชทใี่ ช้บริโภคสด 9. การบันทึกข้อมูล - บันทึกข้อมูลเก่ียวกับปัจจัยการผลิต การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร ข้อมูลการ ขยายผลผลิต รวมถึงการปฏิบัตใิ นทุกข้ันตอน – ต้องมีการบันทึกข้อมูลการสารวจและการปูองกันการกาจัดศัตรพู ชื - ตอ้ งมีการบันทกึ ข้อมูลผู้รบั ซือ้ ผลิตผล หรือแหลง่ ทน่ี าผลิตผลในแต่ละรุ่นไปจาหน่าย การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีสาหรับฟาร์มปศุสัตว์ การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดีสาหรับฟาร์มปศุสัตว์ เป็น มาตรฐานรับ รองคุณภาพสินคา้ เกษตรและ อาหารตามกระบวนการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม เพ่ือให้ได้ ผลผลิตที่มีคุณภาพดีถูกสุขลักษณะและ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยการกากับดูแลให้มีความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ อาหาร เร่ิมต้ังแตร่ ะดบั ฟารม์ เลีย้ งสัตว์ อาหารสตั ว์ โรงงานผลติ อาหารสตั ว์ โรงฆา่ สัตว์ จนถึงโรงงานแปรรปู เนื้อสัตว์ เพือ่ ยกระดบั การจดั การฟาร์ม เลีย้ งสัตวใ์ หไ้ ดม้ าตรฐาน คมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค และเพือ่ ประโยชน์ในทางการคา้ 1.องค์ประกอบของฟาร์ม 1.1 ทาเลทีต่ ัง้ ของฟารม์ - สถานทตี่ ง้ั ควรอยู่ห่างไกลจาก 1) แหลง่ ชุมชนเมอื ง 2) ผู้เลยี้ งสตั ว์รายอนื่ 3) แหล่งน้าสาธารณะ 4) แหล่งปนเปอื้ นของสิ่งอนั ตรายทางกายภาพ เคมีและชวี ภาพ 5) โรงฆ่าสัตวแ์ ละตลาดนดั ค้าสัตว์ - นา้ ไม่ท่วมขัง มกี ารคมนาคมสะดวก 1.2 ลักษณะของฟาร์ม - มีเนอื้ ทีเ่ หมาะสมกบั ขนาดของฟารม์ - มกี ารจัดวางผังฟาร์มทีด่ ี มีพ้ืนทส่ี าหรับเลี้ยงสัตว์ โรงเกบ็ อาหาร พนื้ ท่ที าลายซากสัตว์ พืน้ ที่ บาบัดนา้ เสียและส่ิงปฏิกูล พ้ืนทีส่ าหรับอาคารสานักงานและบ้านพัก แยกเปน็ สดั ส่วน - มีร้วั ล้อมรอบฟาร์ม - มจี านวนโรงเรือนและขนาดทเ่ี พยี งพอกับจานวนสัตว์ - มแี หล่งน้าสะอาดเพยี งพอ 1.3 ลักษณะของโรงเรอื น - โรงเรือนต้องมโี ครงสร้างทแ่ี ข็งแรง มหี ลังคากันแดด กันฝน กันลมแรงได้ - ภายในโรงเรอื นมอี ากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม - ภายในโรงเรือนต้องมีแสงสวา่ งเพียงพอ - ภายในโรงเรือนจะต้องมีความเข้มของกา๊ ซ ฝุ่น อยู่ใน สภาพท่เี หมาะสม - พน้ื โรงเรอื นทาด้วยวัสดุทเี่ หมาะสม แห้ง สะอาด เพื่อปอู งกนั การล่ืนของสัตว์ - โรงเรือนและอุปกรณท์ ี่ใช้ภายในโรงเรือนต้องปลอดภยั ไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตวแ์ ละผูเ้ ลย้ี ง - มีอา่ งจุ่มนา้ ยาฆ่าเช้อื โรคกอ่ นเขา้ - ออกโรงเรือน - โรงเรอื นจะตอ้ งมที างระบายน้าที่สะดวก
23 2. การจัดการฟารม์ 2.1 การจัดการโรงเรอื นและอุปกรณ์ - มโี รงเรือนพอเพียงตามวัตถุประสงคข์ องการใชง้ าน - สถานท่ีเก็บอาหารแยกเป็นสดั ส่วน อากาศถ่ายเทไดด้ ี ไม่อับชืน้ มกี ารจดั การไมใ่ หส้ ัตวพ์ าหะ น าโรคเข้า ไปได้ - มีสถานที่เกบ็ เครื่องมอื และอุปกรณ์เปน็ สัดสว่ น สะดวกในการปฏบิ ัตงิ าน มเี ครื่องมือและ อปุ กรณเ์ พียงพอ - อปุ กรณใ์ ห้นา้ และอาหารต้องแห้ง สะอาด และมจี านวนเพยี งพอ - มีการจดั การโรงเรอื น และบริเวณโดยรอบให้สะอาด ไมใ่ ห้เป็นแหลง่ สะสม หรอื เพาะเชอ้ื โรค แมลง และ สตั วท์ ่เี ป็นพาหะนาโรค - โรงเรือนมีการซ่อมบารงุ ให้ใชป้ ระโยชน์ไดด้ ีมีความปลอดภยั ตอ่ สตั วแ์ ละผปู้ ฏบิ ัตงิ าน 2.2 การจัดการฝูง - คดั เลือกและจัดฝูงสตั ว์ตามขนาด อายุและเพศ - มกี ารคัดเลือกจดั หาพันธ์สุ ตั ว์เพือ่ ทดแทน - คัดสตั ว์ท่มี ีลกั ษณะไม่ดีพกิ าร หรอื ไม่สมบูรณ์ออกจากฝูง 2.3 การจดั การอาหารสัตว์ - อาหารหยาบและอาหารขน้ ต้องมีคุณภาพดมี คี ุณค่าทางอาหาร และเพยี งพอกับความต้องการ - อาหารสาเร็จรูปต้องมาจากแหล่งที่ได้รับอนญุ าตตามกฎหมายว่าดว้ ยการควบคุมคณุ ภาพอาหารสัตว์ - ในกรณผี สมอาหารเอง วัตถุดบิ ทีใ่ ช้ เช่น ราละเอียด ปลายข้าว กากถัว่ เหลือง หรอื ส่วนเติม ในอาหาร ตอ้ งมีคุณภาพตามท่ีกาหนดไวใ้ นกฎหมายทเี่ กี่ยวขอ้ ง - ตรวจสอบคุณภาพอาหารที่ใช้อยา่ งสม่าเสมอ - ถุง กระสอบท่ีใส่อาหารตอ้ งแหง้ และสะอาด - เกบ็ อาหารสัตวไ์ ว้ในโรงเรือนทสี่ ะอาด มกี ารระบายอากาศไดด้ ีปราศจากนก หนูแมลงและสัตว์ อื่นๆ ท่ี อาจทาให้อาหารเสยี หายหรือเสื่อมคุณภาพ - รถขนสง่ อาหาร และบริเวณท่ีขนส่งอาหารจะต้องแห้งและสะอาด 2.4 การบนั ทึกขอ้ มูล - การท าบันทึกข้อมลู ทะเบยี นประวัตหิ มายเลขประจาตัวสตั ว์ - ในกรณฟี าร์มพ่อแมพ่ นั ธ์ใุ ห้บันทกึ ข้อมูลการเจรญิ เตบิ โต - บนั ทกึ ข้อมูลการใช้อาหาร เช่น การรบั จ่าย อาหาร การให้อาหาร การซอ้ื อาหารสตั ว์ - บันทึกข้อมลู การรักษาโรค และดูแลสขุ ภาพ เชน่ การรับจ่ายการใชเ้ วชภัณฑแ์ ละสารเคมี การใช้วัคซนี การถา่ ยพยาธกิ ารรักษาโรค การดูแลสขุ ภาพ - บนั ทึกข้อมูลบัญชีฟาร์ม เป็นการทาบัญชตี วั สตั วภ์ ายในฟาร์ม 2.5 คู่มอื การจัดการฟาร์ม - ค่มู อื แสดงรายละเอียด การจดั การฟาร์ม แนวทางปฏิบตั ิการเลย้ี ง การจดั การอาหาร การดแู ล สุขภาพ การปูองกันและรกั ษาโรค 2.6 การจัดการบุคลากร - บคุ ลากรภายในฟาร์มจะต้องมกี ารฝกึ อบรมเรื่องการจดั การฟาร์ม การปฏิบตั ิการเลีย้ ง การจัดการอาหาร การสุขาภบิ าลฟาร์ม - มสี ตั วแพทย์ผ้คู วบคมุ ฟาร์ม ท าหน้าที่ในการดูแลด้านการปูองกันโรค รักษาโรค และการใชย้ า
24 - มจี านวนแรงงานเพียงพอ - บคุ ลากรภายในฟารม์ ต้องไดร้ ับการตรวจสขุ ภาพเปน็ ประจาทุกปีอย่างน้อยปี ละ 1 ครงั้ เพือ่ ปูองกันโรคที่สามารถตดิ ต่อจากคนสู่สตั วเ์ ช่น วัณโรค - มีการพัฒนาบุคลากร โดยการฝกึ อบรมให้ความรู้เก่ียวกับความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการ ปฏบิ ัตงิ านฟาร์มอย่างต่อเนื่อง 2.7 การควบคุมสัตว์ทเี่ ปน็ พาหะนาโรค – ตอ้ งมรี ะบบปอู งกันและกาจดั สัตวพ์ าหะนาโรค เชน่ สนุ ขั แมว นก หนูแมลงสาบ และแมลงวัน อย่าง ตอ่ เนอื่ งและเหมาะสม 3. การจัดการด้านสขุ ภาพสตั ว์ 3.1 การป้องกนั และควบคมุ โรค - มีระบบปอู งกันเชือ้ โรคเข้าสู่ฟารม์ โดยเฉพาะยานพาหนะและบคุ คล - มีการจดั การสุขลักษณะท่ดี ีภายในฟาร์ม เพือ่ ไม่ให้เปน็ แหล่งสะสมเชื้อโรค โดยฉีดพ่นยาฆา่ เช้ือโรค สารปู องกนั กาจัดแมลง ทาความสะอาดโรงเรอื น อปุ กรณแ์ ละบริเวณโดยรอบตาม ระยะเวลาที่เหมาะสม - สรา้ งภมู ิคุ้มกนั โรคตามโปรแกรมท่ีกาหนด รวมท้ังการกาจัดพยาธิ - การจัดการสตั ว์ป่วย มกี ารแยกสัตวป์ ว่ ยเพอ่ื รักษา - ไมใ่ ชส้ ารตอ้ งห้ามหรอื สารเร่งการเจริญเตบิ โต - กรณีเกดิ โรคระบาด ใหป้ ฏิบัตติ ามกฎหมายวา่ ด้วยการควบคมุ โรคระบาดสตั ว์พ.ศ. 2499 และที่แก้ไข เพิ่มเติม - ตรวจโรคที่อาจตดิ ต่อจากสัตว์สคู่ น อย่างนอ้ ยปีละ 1 คร้งั 3.2 การป้องกนั และรกั ษาโรค - อยใู่ นความดูแลของสตั วแพทยห์ รอื ผู้ที่ได้รับมอบหมาย - การใชย้ า ปฏบิ ัติตามมาตรฐานผลติ ภัณฑอ์ ตุ สาหกรรม 7001-2540 และระเบียบที่เก่ยี วข้อง 4. การจดั การดา้ นสวสั ดภิ าพสตั ว์ - ผเู้ ลยี้ งต้องตรวจสอบสัตวอ์ ย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพ่ือให้ม่ันใจว่าสตั ว์มสี ขุ ภาพดี - ภายในโรงเรือนต้องสะอาดถกู สขุ อนามัย - จัดการพนื้ ท่ใี ห้เหมาะสมกบั จานวนสตั ว์ - ดแู ลสตั ว์ใหไ้ ด้รบั อาหารอยา่ งทัว่ ถึง - สตั วท์ ไี่ ดร้ บั บาดเจบ็ ปว่ ย หรือพิการ ควรได้รบั การรกั ษาอยา่ งเรง่ ดว่ น หากพิจารณาแล้วเหน็ วา่ ไมส่ มควร รักษา ใหท้ าลายทนั ทีเพือ่ ไม่ใหท้ ุกขท์ รมาน 5. การจดั การระบบน้า - มกี ารจัดการระบบน้าท่ีดี - น้าทใี่ ชภ้ ายในฟารม์ ต้องสะอาด ถูกสขุ ลกั ษณะ ไม่เปน็ อนั ตรายตอ่ สัตว์ - น้ามีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานนา้ ใช้ 6. การจัดการด้านสงิ่ แวดลอ้ ม - การจัดการของเสยี สงิ่ ปฏกิ ูล มูลสตั ว์ นา้ ทิง้ และขยะต่างๆ ต้องผ่านการจัดการท่เี หมาะสม ไมก่ อ่ ให้เกิด กลนิ่ ทไ่ี ม่พึงประสงค์ หรือก่อความ ราคาญต่อผ้อู ยู่อาศัยขา้ งเคยี ง และไม่กอ่ ให้เกดิ มลภาวะ เปน็ พษิ ต่อส่ิงแวดล้อม
25 แบบฝึกหดั ท้ายหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 การปฏิบัติทางการเกษตรทดี่ ีสาหรับพืช (GAP พืช) คาชแ้ี จง แบบทดสอบหลงั เรียน มี 2 ตอนดังน้ี 1. แบบทดสอบชุดนี้เปน็ แบบปรนัย 4 ตวั เลือก จานวน ขอ้ 2. ขอ้ เขียน จานวน ขอ้ ตอนที่ 1 คาส่ัง ใหน้ ักเรยี นทาเคร่ืองหมาย X ในข้อท่ถี ูกต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. GAP พชื มีทงั้ หมดกข่ี อ้ กาหนด ค. 8 ข้อกาหนด ก. 6 ขอ้ กาหนด ง. 9 ข้อกาหนด ข. 7 ข้อกาหนด 2. GAP พชื ขอ้ กาหนดท่ีเท่าไหร่ คอื การพกั ผลิตผล ค. ข้อกาหนดท่ี 5 ก. ขอ้ กาหนดที่ 3 ง. ขอ้ กาหนดที่ 6 ข. ข้อกาหนดที่ 4 3. การปฏิบตั ิทางการเกษตรท่ีดี (Good Agricultural Practices: GAP) หมายถงึ ก. แนวทางในการทาการเกษตร เพื่อให้ไดผ้ ลผลิตท่ีมีคุณภาพดีและปลอดภยั ตามมาตรฐานที่กาหนด ข. เป็นมาตรฐานการปฏิบตั ทิ ่รี ะบุรายละเอียดข้อกาหนด ค. การบนั ทึกขอ้ มูลและการตามสอบ ง. การจัดการคณุ ภาพในกระบวนการเก็บเกย่ี ว 4. สนิ ค้าเกษตรมีก่ี ประเภท ก. 2 ประเภท ค. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ง. 5 ประเภท 5. สนิ ค้าเกษตรมีก่ี ประเภท ก. 2 ประเภท ค. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ง. 5 ประเภท 6. การปฏิบตั ทิ างการเกษตรที่ดีสาหรับพืช ขอ้ ใดกล่าวผิด ก. แหลง่ น้าต้องสะอาด ไม่มีการปนเป้ือนของวัตถุหรอื สิง่ ท่เี ป็นอนั ตราย ข. การจดั การกระบวนการผลิตเพ่ือใหไ้ ดผ้ ลิตผลคณุ ภาพ ค. การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรไมจ่ าเป็นตอ้ งใชต้ ามคาแนะนา ง. ผูป้ ฏิบตั ิงานต้องมคี วามรูท้ ่ีเหมาะสม 7. ทาเลทตี่ งั้ ของฟารม์ ท่ีดีตอ้ งมีลักษณะอย่างไร? ก. สถานท่ตี ง้ั ควรอยูห่ า่ งไกลจากแหลง่ ชุมชน ค. นา้ ไมท่ ่วมขัง มกี ารคมนาคมสะดวก ข. สถานที่ตง้ั ควรอยู่ห่างไกลจากแหลง่ นา้ สาธารณะ ง. ถูกทขี่ ้อ 8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่องค์ประกอบของฟาร์ม ก. ทาเลที่ตง้ั ค. ลกั ษณะของฟาร์ม ข. ลักษณะของโรงเรือน ง. ลกั ษณะของแหลง่ นา้ 9. ข้อใดคอื การจดั การดา้ นอาหารของสตั ว์ ก. ตรวจสอบคณุ ภาพอาหารที่ใชอ้ ยา่ งสมา่ เสมอ ค. โรงเรอื นพอเพียงตามวัตถุประสงคข์ องการใชง้ าน ข. ดูแลสัตวใ์ หไ้ ดร้ บั อาหารอยา่ งท่วั ถงึ ง. อาหารหยาบและอาหารขน้ 10. การป้องกันและควบคมุ โรคของฟาร์มตอ้ งเร่ิมจากขอ้ ใดก่อน ก. มีการจัดการสุขลักษณะท่ีดีภายในฟารม์ ค. การดแู ลของสัตวแพทย์หรอื ผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย ข. มรี ะบบการฆ่าเชอ้ื กอ่ นเข้าฟาร์ม ง. ภายในโรงเรอื นตอ้ งสะอาดถูกสขุ อนามัย
26 แผนการจดั การเรียนรู้ ท่ี 8 - 9 หน่วยท่ี 4 8-9 วิชา ความรู้เกย่ี วกับมาตรฐานการผลติ และผลติ ผลทางการเกษตร สอนคร้งั ท่ี 4 ชื่อหน่วย การรบั รองมาตรฐาน การปฏบิ ตั ิทางการเกษตรทด่ี ี จานวนชวั่ โมง 18 เรื่อง : การรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี Good Agricultural ช่ัวโมงรวม Practice (GAP) การรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี Good Agricultural Practice (GAP) ความสาคญั ในการเขาสกู ระบวนการปฏบิ ตั กิ ารเกษตรสูมาตรฐานสากล การเตรียมความพรอมและการพัฒนาเกษตรกรให้ไดร้ บั ความรแู้ ละมีการผลติ สินคา้ เกษตรให้มีคุณภาพ โดย การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีดี ซึ่งเป็นระบบการจัดการคุณภาพดานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม เพื่อให้ ไดผลผลิตทมี่ คี ุณภาพดีตรง ตามมาตรฐาน ท่ีกาหนด เป็นกระบวนการทจ่ี ะสามารถควบคุมระบบการผลิตให้ผลผลิต มีความปลอดภัย ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีกาจัดศัตรูพืช จุลินทรีย์ท่ีก่อให้เกิดอันตราย ถือเป็น กระบวนการทาการผลิตอยางเป็นระบบที่สามารถปกปองความปลอดภัยของผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยมีการใช้ ทรัพยากรให้เกิดประโยชนสูงสุดเป็นการปฏิบัติท่ีมุงจัดการให้เกิดความยั่งยืนทางการเกษตรส่ิงแวดลอมเศรษฐกิจ และสังคมของระบบการผลิตในแปลงเกษตรกรรมซึ่งจะมีผลทาให้ อาหารและผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพ ปลอดภัยตอผู้บรโิ ภค ไมทาให้เกิดมลพิษตอส่ิงแวดลอม และมีความย่ังยนื ความหมายของมาตรฐานสินค้าเกษตร มาตรฐาน หมายถึง ข้อกาหนดทางวิชาการในรูปของเอกสารวัตถุท่ีแพร่หลายแก่บุคคลท่ัวไป กาหนดขึ้น โดยความร่วมมือการยอมรับร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสียและผู้มีประโยชน์เก่ียวจากการพิจารณาร่วมกันโดยมุ่ง ประโยชน์สูงสุด สินค้าเกษตร หมายถึง ผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์อันเกิดจากการกสิกรรม การประมง การปศุสัตว์หรือการป่า ไม้ และผลพลอยได้ของผลติ ผลหรอื ผลติ ภัณฑ์ดงั กล่าว มาตรฐานสนิ ค้าเกษตร ทีก่ าหนดขน้ึ ภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานสนิ คา้ เกษตร พ.ศ.2551 แบ่งเปน็ 2 ประเภท คอื มาตรฐานบงั คับ และ มาตรฐานทวั่ ไป o มาตรฐานบงั คบั คือ มาตรฐานที่มกี ฎกระทรวงกาหนดให้สินค้าเกษตรต้องเปน็ ไปต มาตรฐาน o มาตรฐานทว่ั ไป คือ มาตรฐานทม่ี ปี ระกาศกาหนดเพื่อสง่ เสริมสนิ คา้ เกษตรใหไ้ ด้ มาตรฐาน วตั ถปุ ระสงคใ์ นการกาหนดมาตรฐานสินคา้ เกษตร เพ่ือเป็นเคร่ืองมือในการควบคุมและส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อความ ปลอดภัยและคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดแก่เกษตรกรหรื การค้าสินค้าเกษตร หรือ เศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั พนั ธกรณีระหว่างประเทศ
27 แบบฝกึ หัดท้ายหน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4 การรับรองมาตรฐาน การปฏบิ ัติทางการเกษตรท่ีดี Good Agricultural Practice (GAP) คาชี้แจง แบบทดสอบหลงั เรียน มี 2 ตอนดงั น้ี 1. แบบทดสอบชดุ นี้เปน็ แบบปรนยั 4 ตัวเลือก จานวน ขอ้ 2. ขอ้ เขยี น จานวน ขอ้ ตอนที่ 1 คาส่ัง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย X ในข้อที่ถูกต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. วตั ถุประสงคใ์ นการกาหนดมาตรฐานสินคา้ เกษตรคือข้อใด ก. เพ่ือเปน็ เครอื่ งมอื ในการควบคุมและส่งเสรมิ สินค้าเกษตรให้มคี ณุ ภาพเปน็ ไปตามมาตรฐาน ข. ขอ้ กาหนดทางวชิ าการในรูปของเอกสารวตั ถุทแ่ี พร่หลายแก่บุคคลทว่ั ไป ค. ผลติ ผลหรอื ผลติ ภัณฑอ์ นั เกดิ จากการกสิกรรม การประมง การปศุสัตว์หรอื การป่าไม้ ง. มาตรฐานท่ีมีกฎกระทรวงกาหนดใหส้ นิ คา้ เกษตรตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐาน 2. มาตรฐานสินค้าเกษตร ทีก่ าหนดข้ึนภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานสนิ คา้ เกษตร พ.ศ.2551 แบง่ เปน็ กปี่ ระเภท. ก. 2 ประเภท ค. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ง. 5 ประเภท 3. ขอ้ ใดคอื มาตรฐานบังคบั ก. มาตรฐานท่ีมกี ฎกระทรวงกาหนดใหส้ นิ คา้ เกษตรตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐาน ข. มาตรฐานท่ีมปี ระกาศกาหนดเพ่อื ส่งเสริมสนิ ค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน ค.ขอ้ กาหนดทางวชิ าการในรปู ของเอกสารวัตถทุ ่ีแพรห่ ลายแกบ่ ุคคลทว่ั ไป ง. กาหนดข้นึ ภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานสินคา้ เกษตร พ.ศ.2551 4. ขอ้ ใดคอื มาตรฐานทวั่ ไป ก. มาตรฐานท่มี กี ฎกระทรวงกาหนดให้สนิ ค้าเกษตรตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐาน ข. มาตรฐานท่มี ปี ระกาศกาหนดเพ่ือสง่ เสรมิ สินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน ค.ขอ้ กาหนดทางวชิ าการในรูปของเอกสารวตั ถทุ ี่แพร่หลายแกบ่ คุ คลท่ัวไป ง. กาหนดข้ึนภายใต้ พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551
28 แผนการจดั การเรียนรู้ ท่ี 10 - 12 หน่วยที่ 5 วิชา ความรูเ้ กย่ี วกบั มาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร สอนคร้งั ท่ี 10-12 ชอื่ หนว่ ย มาตรฐานบางประการสาหรับการเล้ยี งสัตว์ในประเทศไทย จานวนชัว่ โมง 6 เร่อื ง : มาตรฐานสาหรับการเลีย้ งสตั ว์ในประเทศไทย ช่ัวโมงรวม 24 มาตรฐานบางประการสาหรับการเล้ียงสตั วใ์ นประเทศไทย นับตั้งแต่ได้มีการก่อตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ซ่ึงเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลและกาหนดมาตรการต่างๆ ในการส่งออกสินค้าสู่ตลาดประเทศ ซ่ึงเริ่มมีการบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2543 ประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิกองค์กร ดังกล่าว จงึ มคี วามต่ืนตวั และจาเปน็ ที่จะต้องปรับตัวเพอื่ การแขง่ ขนั ทางการค้ามากขน้ึ หน่วยงานทรี่ ับผิดชอบในการ ผลิตปศุสัตว์ในประเทศไทย คือ กรมปศุสัตว์ ได้ออกกฎ ระเบียบ กฎหมาย รวมถึงมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้มีความ สอดคล้องกับข้อกาหนดขององค์การการค้าโลก และองค์กรโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) และถือว่าเป็นมาตรฐานการผลิตสินค้าทางการเกษตร (GAP) ด้านการผลิตปศุสัตว์ ซ่ึงมีมาตรฐานท่ีสาคัญบาง ประการดังนี้ · มาตรฐานฟาร์มเลย้ี งสัตว์ · การควบคุมการใช้ยาในมาตรฐานฟารม์ ปศสุ ัตว์ · ขอ้ กาหนดการควบคุมการใชย้ าสาหรบั สตั ว์ 1. มาตรฐานฟารม์ เลย้ี งสตั ว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเรื่องมาตรฐานฟาร์มเล้ียงสัตว์ประเทศไทย พ .ศ. 2542 เมื่อ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2542 จานวน 3 เรอื่ ง คอื · มาตรฐานฟาร์มเลีย้ งไกเ่ นือ้ ของประเทศไทย · มาตรฐานฟาร์มเลยี้ งสุกรของประเทศไทย · มาตรฐานฟารม์ โคนมและการผลิตน้านมดิบของประเทศไทย โดยให้ผปู้ ระกอบการฟาร์มเลย้ี งสัตว์ที่มีความต้องการขอใบรับรองมาตรฐานฟาร์มเลยี้ งสัตว์จากกรมปศุสัตว์ เพ่อื ย่ืน คาร้องพร้อมด้วยหลักฐานต่อปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์อาเภอในท้องท่ีฟาร์มต้ังอยู่ แล้วเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จึงไปทา การตรวจสอบฟาร์มเพื่อดาเนนิ การต่อไป วัตถปุ ระสงค์ของการจัดทามาตรฐานฟารม์ 1. เพอื่ ปรบั ปรงุ ระบบการเลีย้ งสตั ว์ของประเทศไทยให้เป็นรปู แบบมาตรฐานเดยี วกนั และมคี ุณภาพ 2. เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยในการบริโภคเน้ือสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์จากฟาร์มเล้ียงสัตว์ที่ได้รับการ รบั รองเป็นฟารม์ มาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ 3. เพื่ออานวยความสะดวกทางการคา้ แก่ผ้ปู ระกอบการฟาร์มเลยี้ งสตั ว์สง่ ออก 4. เพอ่ื ลดมลภาวะจากฟาร์มเลีย้ งสัตว์ทมี่ ผี ลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อมและชุมชน 5. เพื่อเพิม่ ประสทิ ธภิ าพในการควบคุม ป้องกันและกาจดั โรคในฟารม์ เล้ียงสตั ว์ องค์ประกอบพื้นฐานของฟาร์มเลยี้ งสตั ว์ทีข่ อใบรับรองมาตรฐาน 1. มที าเลทตี่ ้ังฟารม์ ตลอดจนมีการออกแบบสงิ่ กอ่ สร้างและโรงเรือนทเี่ หมาะสม 2. มรี ะบบทาลายเชื้อโรคก่อนเข้า – ออกจากฟารม์ 3. มีการจัดการโรงเรอื น สิง่ แวดล้อมและการจดั การของเสยี ทถ่ี ูกต้องตามหลกั สุขาภิบาล 4. โรงเรอื นที่ใช้เลี้ยงสตั วม์ ีลกั ษณะและขนาดทีเ่ หมาะสมกับจานวนสัตว์
29 5. มกี ารจัดการดา้ นอาหารสตั วอ์ ย่างถกู ต้องตามหลักสุขศาสตร์ 6. มีคู่มอื การจัดการฟาร์มและมีระบบการบันทึกข้อมูล 7. การจัดการดา้ นสขุ ภาพสตั ว์ มีโปรแกรมการให้วัคซีนปอ้ งกนั โรคและการให้ยาบาบัดโรคเม่ือเกิดโรค 8. การจัดการด้านบุคคล สัตวแพทย์ สัตวบาล และผู้เล้ียงสัตว์ต้องมีเพียงพอและเหมาะสมกับจานวนสัตว์ พรอ้ มทั้งมีสวสั ดกิ ารสังคมและการตรวจสขุ ภาพประจาปใี ห้กบั บุคลากร สทิ ธปิ ระโยชน์ของฟาร์มเล้ียงสัตว์ทไี่ ดม้ าตรฐาน 1. การเคลื่อนย้ายสัตว์ ผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงโคนมและสุกรสามารถขออนุญาตเคล่ือนย้ายสัตว์เข้าในหรือ ผ่านเขตปลอดโรคระบาดได้จากปศุสัตว์จังหวัด โดยปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการนาเข้าหรือการ เคลือ่ นยา้ ยสัตวห์ รอื ซากสตั ว์ภายในราชอาณาจกั ร 2. กรมปศุสัตว์จะจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเป่ือย และโรคอหิวาต์สุกรให้มีจาหน่ายอย่างเพียงพอ ตามปรมิ าณสกุ รของฟารม์ เล้ียงสุกรมาตรฐาน 3. กรมปศุสตั ว์จะให้บริการการทดสอบโรคแท้งตดิ ต่อในพ่อแม่พันธุ์สุกร รวมท้ังโรคแทง้ ตดิ ต่อและวัณโรคในโค นม โดยไมค่ ิดมูลค่าสาหรบั ฟารม์ ทไ่ี ด้มาตรฐาน 4. กรมปศุสัตว์จะให้บริการตรวจวินิจฉัยและชันสูตรโรคสัตว์ โดยไม่คิดมูลค่าสาหรับตัวอย่างที่ส่งตรวจจาก ฟาร์มเล้ยี งสตั ว์มาตรฐาน 1. มาตรฐานฟาร์มเล้ียงไก่เนื้อ 1. คานา มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อน้ีกาหนดข้ึนเป็นมาตรฐานเพื่อให้ฟาร์มที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นฟาร์มท่ีได้มาตรฐาน เป็นท่ียอมรับ ได้ยึดถือปฏิบัติเพ่ือให้ได้การรับรองจากกรมปศุสัตว์ ซ่ึงมาตรฐานน้ีเป็นท่ียอมรับ ได้ยึดถือปฏิบัติ เพ่อื ให้ได้การรับรองจากกรมปศุสัตว์ และถือเปน็ เกณฑม์ าตรฐานขน้ั พ้ืนฐานสาหรับฟาร์มทจี่ ะได้รบั การรับรอง 2. วตั ถปุ ระสงค์ มาตรฐานฟารม์ เลย้ี งไก่เนอื้ นกี้ าหนดวิธีปฏิบตั ิ การจัดการฟารม์ การจดั การดา้ นสุขภาพสตั วแ์ ละการจัดการ ด้านสงิ่ แวดลอ้ ม เพ่อื ใหไ้ ดไ้ ก่เนือ้ ทถี่ กู สขุ ลกั ษณะและเหมาะสมแกผ่ ้บู รโิ ภค 3. คานยิ าม ฟารม์ เล้ียงไก่เนอ้ื หมายถงึ ฟารม์ เลี้ยงไกเ่ น้อื เพอื่ การคา้ (Broiler) ที่มีจานวนตั้งแต่ 3,000 ตัวขึ้นไป 4. องคป์ ระกอบของฟารม์ 4.1 ทาเลทตี่ ้ังของฟารม์ 4.1.1 อยใู่ นบริเวณทม่ี ีการการคมนาคมสะดวก 4.1.2 สามารถป้องกนั และควบคุมการแพรร่ ะบาดของโรคจากภายนอกเขา้ สู่ฟาร์มได้ 4.1.3 อยู่ห่างจากแหล่งชมุ ชนโรงฆ่าสตั ว์ปีก ตลาดนัดค้าสัตว์ปีก และเส้นทางท่ีมีการเคลอ่ื นย้ายสัตว์ ปกี และซากสัตว์ปีก 4.1.4 อย่ใู นทาเลทม่ี ีแหล่งน้าสะอาดตามมาตรฐานคุณภาพนา้ ใช้ เพ่ือการบรโิ ภคอย่างเพยี งพอตลอด ปี 4.1.5 ควรไดร้ ับความยินยอมจากองคก์ ารบริหารราชการส่วนท้องถิน่ 4.1.6 เปน็ บรเิ วณทไ่ี ม่นา้ ทว่ มขัง 4.1.7 เป็นบริเวณทโ่ี ปร่ง อากาศสามารถถา่ ยเทไดด้ ี มีต้นไม้ใหร้ ม่ เงาภายในฟาร์ม
30 4.2 ลกั ษณะของฟารม์ 4.2.1 เน้อื ทขี่ องฟารม์ ต้องมีเน้ือทีเ่ หมาะสมกบั ขนาดของฟารม์ โรงเรือน 4.2.2 การจัดแบง่ พ้นื ที่ ต้องมีเน้ือท่ีกว้างขวางเพียงพอ สาหรับการจัดแบ่งการก่อสร้างอาคารโรงเรือนอย่างเป็น ระเบียบ สอดคล้องกับการปฏิบัติงานและไม่หนาแน่นจนไม่สามารถจัดการด้านการผลิตสัตว์การควบคุม โรคสัตว์ สุขอนามัยของผู้ปฏิบัตงิ าน และการรักษาส่ิงแวดล้อมไดต้ ามหลักวชิ าการ ฟาร์มจะต้องมีการจดั แบ่งพ้ืนท่ี ฟารม์ เปน็ สดั ส่วนโดยมีผังแสดงการจัดวางทแี่ นน่ อน 4.2.3 ถนนภายในฟาร์ม ต้องใช้วัสดุคงทน มีสภาพและความกว้างเหมาะสม สะดวกในการขนส่งลาเลียงอุปกรณ์ อาหารสัตว์ รวมท้ังผลผลติ เขา้ -ออกจากภายในและภายนอกฟารม์ 4.2.4 บ้านพักอาศัยและอาคารสานกั งาน อยู่ในบริเวณอาศัยโดยเฉพาะไม่มีการเข้าอยู่อาศัยในบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ บ้านพักต้อง อยู่ในสภาพแข็งแรงสะอาด เป็นระเบียบไม่สกปรกรกรุงรัง มีปริมาณเพียงพอกับจานวนเจ้าหน้าท่ี ต้องแยกห่าง จากบรเิ วณเลยี้ งสตั วพ์ อสมควร สะอาด ร่มรนื่ มรี ว้ั กัน้ แบ่งแยกจากบริเวณเล้ียงสัตวต์ ามกาหนดอย่างชัดเจน 4.3 ลักษณะของโรงเรือน โรงเรือนท่จี ะใชเ้ ลย้ี งไกค่ วรมีขนาดทเี่ หมาะสมกบั จานวนไกท่ ี่เลีย้ ง ถกู สุขลกั ษณะ สัตว์อยูส่ บาย 5. การจัดการฟารม์ 5.1. การจดั การด้านโรงเรอื น 5.1.1 โรงเรือนและที่ให้อาหาร ตอ้ งสะอาดและแห้ง 5.1.2 โรงเรือนต้องสะดวกในการปฏิบัตงิ าน 5.1.3 ตอ้ งดแู ลซอ่ มแซมโรงเรอื นให้มคี วามปลอดภยั ตอ่ ไก่และผ้ปู ฏบิ ัตงิ าน 5.1.4 มกี ารทาความสะอาดโรงเรอื นและอปุ กรณ์ ด้วยนา้ ยาฆา่ เช้ือโรคตามความเหมาะสม 5.1.5 มกี ารจดั การโรงเรอื น เพื่อเตรยี มความพร้อมกอ่ นนาไกเ่ ขา้ เล้ียง 5.2. การจัดการด้านบคุ ลากร 5.2.1 ต้องมีจานวนแรงงานอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับจานวนสัตว์ท่ีเล้ียง มีการจัดแบ่งหน้าที่และ ความรับผิดชอบในแต่ละตาแหน่งอย่างชัดเจน นอกจากน้ีบุคลากรภายในฟาร์มทุกคนควรได้รับการตรวจ สุขภาพเป็นประจาทุกปี 5.2.2 ให้มีสัตวแพทย์ควบคุมกากับดูแลด้านสุขภาพสัตว์ และสุขอนามัยภายในฟาร์ม โดย สัตวแพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบการบาบัดโรคสัตว์ช้ันหน่ึงและได้รับใบอนุญาตควบคุมฟาร์มจากกรม ปศสุ ัตว์ 5.3. คู่มอื การจดั การฟารม์ ผู้ประกอบการฟาร์มต้องมีคู่มือการจัดการฟาร์มแสดงให้เห็นระบบการเล้ียงการจัดการฟาร์มระบบ บนั ทกึ ขอ้ มูล การป้องกนั และควบคุมโรค การดแู ลสุขภาพสัตว์และสขุ อนามยั ในฟารม์ 5.4. ระบบการบันทกึ ขอ้ มูล ฟาร์มจะตอ้ งมีระบบการบันทกึ ขอ้ มลู ซ่ึงประกอบดว้ ย 5.4.1 ข้อมลู เกี่ยวกับการบริหารฟารม์ ได้แก่ บุคลากร แรงงาน 5.4.2 ข้อมูลเก่ียวกับการจัดการด้านการผลิต ได้แก่ ข้อมูลตัวสัตว์ ข้อมูลสุขภาพสัตว์ ข้อมูลการผลิต และข้อมลู ผลผลิต
31 5.5. การจัดการดา้ นอาหารสตั ว์ 5.5.1 คณุ ภาพอาหารสัตว์ - แหล่งทมี่ าของอาหารสัตว์ ก. ในกรณีซื้ออาหารสัตว์ ต้องซื้อจากผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตาม พรบ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 ข. ในกรณีผสมอาหารสัตว์ ต้องมีคุณภาพอาหารสัตว์เป็นไปตามท่ีกาหนดตาม พรบ.ควบคุม คุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 - ภาชนะบรรจุและการขนส่ง ภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ควรสะอาด ไม่เคยใช้บรรจุวัตถุมีพิษ ปุ๋ย หรือวัตถุอื่นใดท่ีอาจเป็น อันตรายต่อสัตว์ สะอาด แห้ง กันความช้ืนได้ ไม่มีสารที่จะปนเป้ือนกับอาหารสัตว์ ถ้าถูกเคลือบด้วยสารอ่ืนๆ สาร ดงั กลา่ วต้องไมเ่ ปน็ อันตรายตอ่ สัตว์ การตรวจสอบคณุ ภาพอาหารสัตว์ ควรมีการตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์อย่างงา่ ย นอกจากนี้ต้องสุ่มตัวอย่างอาหารสตั วส์ ่งห้องปฏิบตั ิการท่ี เชื่อถือได้ เพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพและสารตกค้างเป็นประจา และเก็บบันทึกผลการตรวจวิเคราะห์ไว้ให้ ตรวจสอบได้ 5.5.2 การเกบ็ รักษาอาหารสัตว์ ควรมีสถานที่เก็บอาหารสัตว์แยกต่างหาก กรณีมีวัตถุดิบเป็นวิตามินควรเก็บไว้ในห้องปรับ อากาศ ห้องเก็บอาหารสัตว์ต้องสามารถรักษาสภาพของอาหารสัตว์ไม่ให้เปลี่ยนแปลง สะอาด แห้ง ปลอดจาก แมลงและสตั ว์ตา่ งๆ ควรมแี ผงไมร้ องดา้ นลา่ งของภาชนะบรรจอุ าหารสัตว์ 6. การจดั การด้านสขุ ภาพสตั ว์ 6.1 ฟารม์ จะตอ้ งมรี ะบบเฝ้าระวงั ควบคุมและป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งน้ีรวมถึงการมีโปรแกรมทาลายเช้อื โรคก่อนเข้าและ ออกจากฟาร์ม การป้องกันการสะสมของเช้ือโรคในฟาร์ม การควบคุมโรคให้สงบโดยเร็ว และไม่ให้แพร่ระบาดจาก ฟาร์ม 6.2 การบาบัดโรค 6.2.1 การบาบัดโรคสตั ว์ ต้องปฏบิ ัตติ าม พรบ.ควบคุมการประกอบการบาบัดโรคสัตว์ พ.ศ. 2505 6.2.2 การใชย้ าสาหรับสตั ว์ ต้องปฏิบัติตามขอ้ กาหนดการใช้ยาสาหรับสัตว์ (มอก.7001-2540) 7. การจัดการส่ิงแวดล้อม วิธีการกาจดั ของเสีย สงิ่ ปฏกิ ูลต่างๆ รวมถึงขยะตอ้ งผา่ นการกาจดั อยา่ งเหมาะสม กฎ/ ขอ้ บงั คับอ่นื ๆ ตามกฎหมาย 1. ข้อกาหนดการใชย้ าสาหรับสัตว์ (มอก. 7001-2504) 2. พรบ. ควบคุมการประกอบการบาบดั โรคสตั ว์ พ.ศ. 2505 3. พรบ. ควบคมุ คณุ ภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 4. มาตรฐานคุณภาพนา้ ใช้
32 มาตรฐานฟาร์มเลีย้ งสุกร 1. คานา มาตรฐานฟาร์มเล้ียงสุกรน้ี กาหนดข้ึนเป็นมาตรฐานเพ่ือให้ฟาร์มท่ีต้องการขึ้นทะเบียนเป็นฟาร์มท่ีได้ มาตรฐานเป็นท่ียอมรับ ได้ยึดถือปฏิบัติเพ่ือให้ได้การรับรองจากกรมปศุสัตว์ ซ่ึงมาตรฐานนี้เป็นเกณฑ์ท่ีมาตรฐาน ขัน้ พื้นฐานสาหรับฟาร์มทีจ่ ะไดร้ ับการรบั รอง 2. วัตถุประสงค์ มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสุกรน้ีกาหนดวิธีปฏิบัติด้านการจัดการฟาร์ม การจัดการด้านสุขภาพสัตว์ และการ จัดการดา้ นสิง่ แวดล้อมเพื่อให้ได้สกุ รท่ถี ูกสขุ ลักษณะ และเหมาะสมตอ่ ผบู้ รโิ ภค 3. นิยาม ฟาร์มสกุ ร หมายถึง ฟารม์ ทผ่ี ลิตสุกรขุนเพอื่ การคา้ ฟาร์มพอ่ -แมพ่ นั ธ์เุ พ่อื ผลิตลกู สุกร และฟารม์ เลยี้ งสกุ ร 4. องค์ประกอบของฟาร์ม 4.1 ทาเลทต่ี ง้ั ของฟารม์ 4.1.1 อยู่บรเิ วณทีม่ กี ารคมนาคมสะดวก 4.1.2 สามารถปอ้ งกันและควบคมุ การแพร่ระบาดของโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม 4.1.3 อยูห่ า่ งจากแหลง่ ชุมชน โรงฆา่ สตั ว์ ตลาดนัดค้าสัตว์ 4.1.4 อยใู่ นทาเลทมี่ ี แหล่งนา้ สะอาดตามมาตรฐานคุณภาพนา้ ใช้ เพียงพอตอ่ การบรโิ ภคตลอดปี 4.1.5 ควรได้รบั การยนิ ยอมจากองคก์ ารบริหารราชการส่วนทอ้ งถน่ิ 4.1.6 เป็นบรเิ วณที่ไม่มนี า้ ท่วมขัง 4.1.7 เปน็ บริเวณท่ีโปรง่ อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี และมีตน้ ไม้ใหร้ ม่ เงาภายในฟาร์ม 4.2 ลกั ษณะของฟารม์ 4.2.1 เนอ้ื ท่ขี องฟาร์ม ตอ้ งมีเนอื้ ที่เหมาะสมกับขนาดของฟาร์ม โรงเรอื น 4.2.2 การจัดแบง่ เน้ือที่ ต้องมีเนื้อที่กว้างเพียงพอสาหรับการจัดแบ่ง การก่อสร้างอาหารโรงเรือนอย่างเป็นระเบียบ สอดคล้องกับการปฏิบัติงานและไม่หนาแน่นจนไม่สามารถจัดการด้านการผลิตสัตว์ การควบคุมโรคสัตว์ สุขอนามยั ของผ้ปู ฏิบัตงิ านและการรักษาส่ิงแวดล้อมไดต้ ามหลักวิชาการ ฟารม์ จะต้องมีการจดั แบ่งพ้นื ท่ีฟาร์มเป็น สัดสว่ นโดยมผี ังแสดงการจดั วางทแี่ นน่ อน 4.2.3 ถนนภายในฟารม์ ถนนภายในฟารม์ ตอ้ งใช้วัสดุคงทน มสี ภาพและความกวา้ งเหมาะสมสะดวกในการขนส่งลาเลียง อปุ กรณ์ อาหารสัตว์ รวมท้งั ผลผลิตเขา้ -ออกจากภายนอกและภายในฟารม์ 4.2.4 บ้านพกั อาศยั และอาการสานักงาน อยู่ในบริเวณอาศัย โดยเฉพาะไม่มีการเข้าอยู่อาศัยในบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ บ้านพักต้อง อยู่ในสภาพแข็งแรง สะอาด เป็นระเบียบไม่สกปรกรกรุงรัง มีปริมาณเพียงพอกับจานวนเจ้าหน้าท่ี ต้องแยกห่าง จากบริเวณเลย้ี งสัตว์พอสมควร สะอาด รม่ ร่ืน มรี ว้ั กั้นแบง่ แยกจากบรเิ วณเลยี้ งสัตว์ตามที่กาหนดอยา่ งชดั เจน 4.2.5 ไมค่ วรใหส้ ตั วเ์ ล้ยี งทอ่ี าจเป็นพาหะนาโรคเขา้ ไปในบริเวณเลย้ี งสกุ ร 4.3 ลกั ษณะโรงเรอื น โรงเรือนควรมขี นาดที่เหมาะสมกบั จานวนสตั ว์ ถูกสขุ อนามยั สัตวอ์ ย่สู ขุ สบาย
33 5. การจัดการฟาร์ม 5.1 การจดั การโรงเรือน 5.1.1 โรงเรือน และทใ่ี ห้อาหาร ต้องสะอาดและแห้ง 5.1.2 โรงเรือนต้องสะดวกในการปฏบิ ตั ิงาน 5.1.3 ตอ้ งดูแลซ่อมแซมโรงเรือนให้มคี วามปลอดภัยตอ่ สกุ รและผูป้ ฏบิ ตั ิงาน 5.1.4 มกี ารจดั การโรงเรือนเตรยี มความพรอ้ มก่อนนาสตั วเ์ ข้า 5.1.5 มกี ารทาความสะอาดโรงเรือนและอุปกรณ์ดว้ ยน้ายาฆ่าเชอ้ื ตามความเหมาะสม 5.2 การจัดการดา้ นบุคลากร 5.2.1 ต้องมีจานวนแรงงานอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับจานวนสัตว์เลี้ยง มีการจัดแบ่งหน้าที่และ ความรับผิดชอบของบุคลากรในแต่ละตาแหน่งอย่างชัดเจน บุคลากรภายในฟาร์มควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็น ประจาทกุ ปี 5.2.2 ให้มีสัตวแพทย์ ควบคุมกากับดูแลด้านสุขภาพสัตว์ภายในฟาร์มโดยสัตวแพทย์ ต้องมี ใบอนุญาตประกอบบาบัดโรคสัตวช์ ้ันหนึ่ง และได้รับอนญุ าตควบคมุ ฟาร์มจากกรมปศสุ ตั ว์ 5.3 คูม่ ือการจดั การฟารม์ ผู้ประกอบการฟาร์มต้องมีคู่มือการจัดการฟาร์ม แสดงให้เห็นระบบการเล้ียงการจัดการฟาร์มระบบ บันทกึ ขอ้ มูลการปอ้ งกนั และควบคุมโรคสตั ว์ การดแู ลสุขภาพสตั ว์และสุขอนามัยในฟารม์ 5.4 ระบบบันทึกขอ้ มูล ฟารม์ จะตอ้ งมีระบบการบันทกึ ข้อมลู ซง่ึ ประกอบดว้ ย 5.4.1 ขอ้ มลู การบรหิ ารฟารม์ ไดแ้ ก่ บุคลากร แรงงาน 5.4.2 ข้อมูลจดั การผลิตได้แก่ ขอ้ มลู ตวั สตั ว์ ขอ้ มลู สุขภาพสัตว์ ข้อมลู การผลติ และข้อมลู ผลผลิต 5.5 การจดั การดา้ นอาหารสัตว์ 5.5.1 คณุ ภาพอาหารสัตว์ - แหล่งทีม่ าของอาหารสตั ว์ ก. ในกรณีซื้ออาหาร ต้องซ้ือจากผู้ขายท่ีได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 ข. ในกรณีผสมอาหารสัตว์เองต้องมีคุณภาพอาหารสัตว์เป็นไปตามกาหนดตามกฏหมายตาม พ.ร.บ. ควบคมุ คุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 - ภาชนะบรรจุและการขนสง่ ภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ควรสะอาด ไม่เคยใช้บรรจุวัตถุมีพิษ ปุ๋ยหรือวัตถุอ่ืนๆ ใดที่อาจเป็นอันตราย ต่อสัตว์ สะอาด แห้ง กนั ความช้ืนได้ ไมม่ ีสารที่จะปนเป้ือนกับอาหารสตั ว์ ถา้ ถกู เคลือบดว้ ยสารอน่ื สารดงั กล่าวต้อง ไม่เป็นอนั ตรายตอ่ สัตว์ - การตรวจสอบคณุ ภาพอาหารสัตว์ ควรมีการตรวจสอบอาหารสัตว์อย่างง่าย นอกจากน้ีต้องสุ่มตัวอย่างอาหารสัตว์ส่งห้องปฏิบัติการที่ เช่อื ถือได้ เพ่ือวิเคราะหค์ ณุ ภาพและสารตกคา้ งเป็นประจาและเกบ็ บนั ทึกผลการตรวจวิเคราะห์ไวใ้ ห้ตรวจสอบได้ 5.2.2 การเกบ็ รักษาอาหารสัตว์ ควรมีสถานที่เก็บอาหารสัตว์แยกต่างหาก กรณีมีวัตถุดิบเป็นวิตามินต้องเก็บในห้องปรับอากาศ ห้อง เก็บอาหารสัตว์ ต้องสามารถรักษาสภาพของอาหารสตั ว์ไม่ให้เปลยี่ นแปลง สะอาด แห้ง ปลอดจากแมลงและสตั ว์ ตา่ งๆ ควรมีแผลงไม้รอ้ งดา้ นล่างของภาชนะบรรจอุ าหารสตั ว์
34 6. การจดั การดา้ นสขุ ภาพสตั ว์ 6.1 ฟาร์มจะต้องมีระบบเฝ้าระวังควบคุม และป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รวมถึงการมี โปรแกรมทาลายเชื้อโรคก่อนเข้าและออกจากฟาร์ม การป้องกันการสะสมของเช้ือโรคในฟาร์ม การควบคุมโรคให้ สงบโดยเร็ว และไม่ใหแ้ พร่ระบาดอาหารสัตว์ 6.2 การบาบดั โรค 1. การบาบัดโรคสตั ว์ ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ควบคุมการประกอบการบาบัดโรคสตั ว์ พ.ศ. 2505 2. การใช้ยาสาหรบั สตั ว์ตอ้ งปฏิบตั ิตามข้อกาหนดการใชย้ าสาหรบั สตั ว์ (มอก.7001-2540) 7. การจดั การส่งิ แวดล้อม 7.1 ประเภทของของเสยี ของเสียทเี่ กดิ จากฟารม์ ปศุสตั ว์ จะประกอบดว้ ย 7.1.1 ขยะมลู ฝอย 7.1.2 ซากสุกร 7.1.3 มลู สุกร 7.1.4 น้าเสีย 7.2 การกาจดั หรือบาบดั ของเสีย ฟาร์มจะต้องจัดให้มีระบบกาจัดหรือบาบัดของเสียท่ีเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ขา้ งเคียง หรือส่ิงแวดลอ้ ม ประกอบด้วย 7.2.1 ขยะมลู ฝอย ทาการเก็บรวบรวมขยะมูลฝอยในถังทม่ี ีฝาปิดมิดชิด และนาไปกาจัดท้งิ ในบริเวณ ท่ที ง้ิ ของเทศบาล สขุ าภิบาล หรอื องค์การบรหิ ารราชการส่วนทอ้ งถิ่น 7.2.2 ซากสกุ ร ฟาร์มจะต้องมีการจดั การกับซากสุกรให้ถกู สขุ ลักษณะอนามยั 7.2.3 มูลสุกร นาไปทาปุ๋ย หรือหมักเป็นปุ๋ยโดยไม่ทิ้งหรือกองเก็บในลักษณะท่ีจะทาให้เกิดกลิ่นหรอื ก่อความราคาญตอ่ ผอู้ ยู่อาศัยข้างเคยี ง 7.2.4 นา้ เสีย ฟารม์ จะตอ้ งมรี ะบบเกบ็ กัก หรือบาบัดน้าเสียใหเ้ หมาะสมทงั้ นี้น้าท้ิงจะต้องมคี ุณภาพน้า ทเ่ี ปน็ ไปตามมาตรฐานคุณภาพนา้ ท้ิงทก่ี าหนด มาตรฐานนา้ ท้งิ จากฟารม์ สุกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม อาศัย มาตรา 35, 48, 50 และ 51 ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในการดาเนิการในมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ ส่งิ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 ใหม้ ีประกาศ 2 ฉบบั ดงั นี้ 1. เร่ืองกาหนดให้การเล้ียงสุกรเป็นแหล่งกาเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้าเสียลงสู่แหล่งน้า สาธารณะ หรือ ออกสู่สิ่งแวดล้อม 2. กาหนดมาตรฐานควบคมุ การระบายน้าท้ิงจากแหล่งกาเนดิ มลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรซ่ึงท้ังสองฉบับมี สาระสรุปไดด้ ังนี้ การเล้ียงสุกร ประเภท ก และ ข เป็นแหล่งกาเนิดมลพิษ ซ่ึงถ้ามีการปล่อยน้าเสียลงสู่แหล่งน้าสาธารณะ หรือ ออกสู่สิ่งแวดล้อม จะต้องมีมาตรฐานของน้าท้ิงเป็นไปตามประกาศของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ สิง่ แวดลอ้ ม โดยมีการเก็บตวั อยา่ งนา้ ทง้ิ แบบเก็บจ้วงจากจุดทรี่ ะบายน้าทิ้งออกสูส่ ่งิ แวดล้อมและการตรวจสอบ มาตรฐานน้าทิ้งเป็นไปตามคู่มือวิเคราะห์น้าและน้าเสียของสหรัฐอเมริการ่วมกันกาหนดไว้หรือวิธีการอื่นๆ ตามท่ีกรมควบคุมมลพษิ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
35 ทั้งนี้ตามประกาศของกรมควบคุมมลพิษนี้จะมีผลเริ่มใชช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2545 เป็นต้นไป ซ่ึงมีค่า มาตรฐานนา้ ทง้ิ ของฟารม์ สกุ รดังน้ี คณุ สมบตั ทิ างเคมีของน้าทิ้ง ขนาดของฟาร์มสุกร หน่วย ก ข ค (> 600 นปส) (60-600 นปส) (>6<60 นปส) 5.5-9 5.5-9 5.5-9 มก/ลิตร 60 100 100 pH มก/ลิตร 300 400 400 BOD (Biochemical Oxygen Demand) มก/ลติ ร 150 200 200 COD (Chemical Oxygen Demand) มก/ลิตร 120 200 200 TSS (Total suspended solids) TKN (Total Kjeldahl Nitrogen) หมายเหตุ น้าหนักปศุสัตว์ 1 หน่วย: น้าหนักสุทธิของสุกรพ่อพันธุ์ แม่พันธ์ุ สุกรขุน หรือ ลูกสุกร ชนิดใดชนิดหนง่ึ หรือตง้ั แต่สองชนดิ ข้นึ ไปทม่ี นี ้าหนักรวมกันเท่ากบั 500 กโิ ลกรมั โดยที่ สุกรพอ่ พนั ธ์ุ หรอื แม่พนั ธ์ุ น้าหนักเฉลี่ยตัวละ 170 กโิ ลกรมั สุกรขนุ น้าหนักเฉลย่ี ตัวละ 60 กโิ ลกรัม ลกู สกุ ร นา้ หนักเฉล่ียตวั ละ 12 กิโลกรัม ท่ีมา รุง่ นภา, 2544 กฎ/ ข้อบงั คับอนื่ ๆ ทางกฎหมาย 1. ข้อกาหนดการควบคุมการใชย้ าสัตว์ (มอก. 7001-2540) 2. พ.ร.บ. ควบคุมการประกอบการบาบดั โรคสตั ว์ พ.ศ. 2505 3. พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสตั ว์ พ.ศ. 2525 4. มาตรฐานนา้ ทิ้งจากฟาร์มสกุ ร 5. มาตรฐานคุณภาพนา้ ใช้ มาตรฐานฟารม์ โคนมและการผลิตน้านมดิบ 1. คานา มาตรฐานฟาร์มฟาร์มโคนมและการผลติ นา้ นมดิบนี้ กาหนดขน้ึ เป็นมาตรฐานเพ่ือให้ฟารม์ โคนมที่ ต้องการขึ้นทะเบียน รับรองเป็นฟาร์มที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ได้ยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติด้านการ จัดการฟารม์ ซ่ึงมาตรฐานน้เี ปน็ เกณฑท์ ีม่ าตรฐานข้นั พ้นื ฐานสาหรบั ฟาร์มทจี่ ะไดร้ ับการรับรอง 2. วัตถุประสงค์ มาตรฐานฟาร์มฟาร์มโคนมและการผลิตน้านมดิบนี้กาหนดวิธปี ฏิบัติด้านฟาร์ม การจัดการฟาร์ม สุขภาพโคนม การเก็บรักษาน้านมดิบและการจัดการสิ่งแวดล้อม เพ่ือให้ได้น้านมท่ีถูกสุขลักษณะ และ เหมาะสมสาหรับผูบ้ รโิ ภค 3. นยิ าม
36 ฟาร์มโคนม หมายถึง ฟารม์ เพาะเลี้ยงโคนม เพือ่ ผลิตโคนมและนา้ นมดิบ การผลติ นา้ นมดบิ หมายถึง การผลิตนมอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ได้นมท่บี รสิ ุทธิ์ คุณภาพสงู ตามความ ต้องการของผ้บู ริโภค และสามารถทารายไดด้ ใี หก้ บั เกษตรกร 4. องคป์ ระกอบของฟาร์มโคนม 4.1 ทาเลที่ตง้ั ของฟารม์ โคนม 4.1.1 อยู่บริเวณท่ีมกี ารคมนาคมสะดวก 4.1.2 สามารถป้องกันและควบคุมการแพรร่ ะบาดของโรคจากภายนอกเขา้ สู่ฟาร์ม 4.1.3 อยู่ห่างจากแหล่งชุมชน โรงฆ่าสัตว์ ตลาดนัดค้าสัตว์ และเส้นทางท่ีมีการเคลื่อนย้ายสัตว์และ ซากสตั ว์ 4.1.4 อยใู่ นทาเลทีม่ ี แหล่งนา้ สะอาดตามมาตรฐานคณุ ภาพนา้ ใชเ้ พือ่ การบริโภคอยา่ งเพียงพอ 4.1.5 ควรได้รบั การยินยอมจากองค์การบริหารราชการสว่ นท้องถิ่น 4.1.6 เปน็ บริเวณทีไ่ ม่มนี ้าท่วมขัง 4.1.7 เปน็ บริเวณท่ีโปรง่ อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี และมีตน้ ไมใ้ ห้ร่มเงาภายในฟารม์ โคนมและแปลง หญา้ พอสมควร 4.2 ลักษณะของฟาร์มโคนม 4.2.1 เนอ้ื ที่ของฟาร์มโคนม ต้องมีเนื้อท่ีเหมาะสมกับขนาดของ โรงเรอื น และการอย่อู าศยั ของโคนม 4.2.2 การจดั แบ่งเน้อื ท่ี ต้องมีเนื้อที่กว้างเพียงพอสาหรับการจัดแบ่งการก่อสร้างอาคารโรงเรือนอย่างเป็น ระเบียบ สอดคลอ้ งกบั การปฏบิ ตั ิงานและไม่หนาแนน่ จนไมส่ ามารถจดั การดา้ นการผลิตสัตว์ การควบคมุ โรคสัตว์ สขุ อนามัย ของผู้ปฏิบัติงานและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้ตามหลักวิชาการ ฟาร์มจะต้องมีการจัดแบ่งพื้นที่ฟาร์มเป็นสัดส่วน โดยมผี งั แสดงการจดั วางท่แี นน่ อน 4.2.4 บา้ นพกั อาศัยและอาการสานักงาน อยู่ในบริเวณอาศัย โดยเฉพาะไม่มีการเข้าอยู่อาศัยในบริเวณโรงเรือนเล้ียงสัตว์ บ้านพักต้อง อยู่ในสภาพแข็งแรง สะอาด เป็นระเบียบไม่สกปรกรกรุงรัง มีปริมาณเพียงพอกับจานวนเจ้าหน้าท่ี ต้องแยกห่าง จากบรเิ วณเลี้ยงสัตวพ์ อสมควร สะอาด รม่ ร่ืน มรี ั้วกน้ั แบง่ แยกจากบรเิ วณเล้ยี งสตั วต์ ามทกี่ าหนดอยา่ งชดั เจน 4.2.5 ไมค่ วรให้สัตว์เล้ียงท่ีอาจเปน็ พาหะนาโรคเขา้ ไปในบรเิ วณเลย้ี งโคนม 4.3 ลักษณะโรงเรือน โรงเรือนท่ใี ช้เลยี้ งโคนมควรมีขนาดท่เี หมาะสมกับจานวนโคนมท่เี ลย้ี ง ถูกสุขลกั ษณะและอยู่สขุ สบาย 5. การจัดการฟารม์ 5.1 การจัดการโรงเรือน 5.1.1 โรงเรือน และท่ีให้อาหาร ตอ้ งสะอาดและแห้ง 5.1.2 โรงเรือนตอ้ งสะดวกในการปฏบิ ัติงาน 5.1.3 ตอ้ งดแู ลซ่อมแซมโรงเรือนให้มคี วามปลอดภัยต่อผูป้ ฏิบัตงิ าน 5.1.4 มกี ารทาความสะอาดโรงเรือนและอุปกรณ์ด้วยนา้ ยาฆ่าเช้อื โรคตามความเหมาะสม 5.1.5 มีการจดั การโรงเรือน เพ่ือเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นนาโคเขา้ เลย้ี ง
37 5.2 การจัดการดา้ นบคุ ลากร 5.2.1 ให้มีสัตวแพทย์ ควบคุมกากับดูแลด้านสุขภาพสัตว์ภายในฟาร์ม โดยสัตวแพทย์ต้องมี ใบอนุญาตประกอบบาบัดโรคสัตว์ชั้นหน่ึง และได้รับใบอนุญาตควบคุมฟาร์มโคนมจาก กรมปศสุ ัตว์ 5.2.2 ต้องมีจานวนแรงงานอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับจานวนสัตว์ท่ีเลี้ยง มีการจัดแบ่งหน้าที่และ ความรับผดิ ชอบของบุคลากรในแต่ละตาแหนง่ อยา่ งชัดเจน นอกจากนบี้ ุคลากรภายในฟารม์ โคนม ทุกคนควรได้รบั การตรวจสุขภาพเปน็ ประจาทกุ ปี 5.3 คู่มือการจดั การฟารม์ ผู้ประกอบการฟาร์มโคนมต้องมีคู่มือการจัดการฟาร์ม แสดงให้เห็นระบบการเลี้ยง การจัดการฟาร์ม ระบบบันทกึ ขอ้ มูล การป้องกันและควบคมุ โรค การดแู ลสุขภาพสตั วแ์ ละสุขอนามัยในฟารม์ โคนม 5.4 ระบบการบันทึกขอ้ มูล ฟารม์ จะตอ้ งมรี ะบบการบันทกึ ข้อมลู ซง่ึ ประกอบด้วย 5.4.1 ข้อมูลเกยี่ วกับการบรหิ ารฟาร์ม ได้แก่ บุคลากร แรงงาน 5.4.2 ข้อมูลจัดการผลติ ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลตวั สัตว์ ข้อมลู สุขภาพสัตว์ ขอ้ มูลการผลติ และข้อมูลผลผลติ 5.5 การจัดการด้านอาหารสัตว์ 5.5.1 คณุ ภาพอาหารสตั ว์ - แหล่งท่มี าของอาหารสัตว์ ก. ในกรณีซ้ืออาหาร ต้องซื้อจากผู้ขายที่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 ข. ในกรณีผสมอาหารสัตว์ ต้องมีคุณภาพอาหารสัตว์เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนดตาม พ.ร.บ. ควบคุม คุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 - ภาชนะบรรจุและการขนสง่ ภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ควรสะอาด ไม่เคยใช้บรรจุวัตถุมีพิษ ปุ๋ยหรือวัตถุอื่นๆ ใดที่อาจเป็นอันตราย ต่อสตั ว์ สะอาด แห้ง กนั ความชื้นได้ ไมม่ สี ารทจ่ี ะปนเปือ้ นกับอาหารสัตว์ - การตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์ ควรมีการตรวจสอบอาหารสัตว์อย่างง่าย นอกจากนี้ต้องสุ่มตัวอย่างอาหารสัตว์ส่งห้องปฏิบัติการท่ี เชอ่ื ถือได้ เพือ่ วเิ คราะหค์ ณุ ภาพและสารตกค้างเปน็ ประจา และเกบ็ บันทึกผลการตรวจวิเคราะหไ์ วใ้ หต้ รวจสอบได้ 5.2.2 การเก็บรกั ษาอาหารสตั ว์ ควรมีสถานท่ีเก็บอาหารสัตว์แยกต่างหาก กรณีมีวัตถุดิบเป็นวิตามินต้องเก็บในห้องปรับอากาศ ห้อง เก็บอาหารสัตว์ ต้องสามารถรักษาสภาพของอาหารสตั วไ์ ม่ให้เปลยี่ นแปลง สะอาด แห้ง ปลอดจากแมลงและสัตว์ ตา่ งๆ ควรมีแผงไมร้ องดา้ นล่างของภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ 6. การจดั การด้านสขุ ภาพสตั ว์ 6.1 ฟาร์มโคนมจะต้องมีระบบเฝ้าระวังควบคุม และป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้รวมถึงการมี โปรแกรมทาลายเช้ือโรคก่อนเข้าและออกจากฟาร์ม การป้องกันการสะสมของเชื้อโรคในฟาร์ม การควบคุมโรคให้ สงบโดยเร็ว และไม่ใหแ้ พรร่ ะบาดจากฟาร์ม 6.2 การบาบดั โรค 1. การบาบัดโรคสัตว์ ตอ้ งปฏบิ ตั ิตาม พ.ร.บ. ควบคมุ การประกอบการบาบัดโรคสัตว์ พ.ศ. 2505
38 2. การใชย้ าสตั ว์ ต้องปฏบิ ัตติ ามข้อกาหนดการใชย้ าสาหรบั สตั ว์ (มอก.7001-2540) 7. การจดั การส่ิงแวดลอ้ ม สิ่งปฏิกูลต่างๆ รวมถึงขยะ ต้องผ่านการกาจัดอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยข้างเคียง หรือ สงิ่ แวดล้อม ประกอบด้วย 7.1 ขยะมูลฝอย ทาการเก็บรวบรวมขยะมูลฝอยในถังท่ีมีฝาปิดมิดชิด และนาไปกาจัดท้ิงในบริเวณท่ีทิ้งของเทศบาล สุขาภบิ าล หรอื องค์กรทอ้ งถิ่น 7.2 ซากสัตว์ ทาการกลบฝังหรอื ทาลาย 7.3 มลู สตั ว์ นาไปทาเปน็ ปุย๋ หรอื หมกั เปน็ ปุย๋ โดยไม่ทงิ้ หรอื กองเก็บในลกั ษณะทจ่ี ะทาใหเ้ กิดกล่นิ หรือความราคาญต่อ ผู้อย่อู าศยั ขา้ งเคยี ง 7.4 น้าเสีย ฟาร์มโคนมจะต้องจัดให้มีระบบเก็บกัก หรือบาบัดน้าเสียให้เหมาะสม ทั้งน้ีน้าท้ิงที่ระบายออกนอกฟาร์ม จะตอ้ งมคี ุณภาพนา้ ท่เี ปน็ ไปตามมาตรฐานคุณภาพนา้ ทิ้งท่ีกาหนด 8. การผลติ นา้ นมดิบ 8.1 ตวั แม่โคใหน้ ม ฟารม์ โคนมต้องมีการเตรียมตัวแม่โคก่อนทาการรดี นม ให้สะอาด และไม่เครียด กอ่ นการรีดนม 8.2 การรดี นมโค ฟาร์มโคนมควรมีการทดสอบความผิดปกติของน้านมก่อนรีดนมลงถังรวม การรีดนมโค ควรให้ถูกต้องตามหลักวิธี ของการรีดนมด้วยมือ หรือด้วยเครื่องรีดนม และมีการปฏิบัติต่อเต้านมโค และน้านมท่ีผิดปกติ ตามหลักคาแนะนา ของสตั วแพทย์ 9. การเกบ็ รักษาและการขนสง่ น้านมดบิ 9.1 สาหรับเกษตรกร ฟาร์มโคนมควรต้องรีบขนส่งน้านมที่รีดได้ ไปยังถังรวมนมของศูนย์รวบรวมน้านมดิบให้เร็วท่ีสุดและหลังจากส่ง นา้ นมแล้วควรทาความสะอาดถงั รวมนมของฟาร์มโดยเรว็ ให้พรอ้ มใชง้ านในครงั้ ตอ่ ไปไดส้ ะดวก 9.2 สาหรับศูนยร์ วบรวมนา้ นมดบิ ควรมรี ะบบทาความเยน็ น้านมดิบก่อนรวมในถังนมรวมของศูนยร์ วบรวมนา้ นม และควรทาความสะอาดอปุ กรณ์เก็บ รักษาน้านมท้ังหมด ตามหลกั วิธีท่ีผผู้ ลิตอุปกรณ์เกบ็ รกั ษานา้ นมไดก้ าหนดไว้อยา่ งเคร่งครดั 9.3 คณุ ภาพนา้ นมดิบ คุณภาพน้านมดิบโดยรวมของฟาร์มโคนม ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2522 และ/ หรอื มาตรฐานผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรมนมสด (มอก. 738-2530) กฎ/ ขอ้ บงั คับอ่ืนๆ ทางกฎหมาย 1. ขอ้ กาหนดการใชย้ าสาหรับสตั ว์ (มอก. 7001-2540) 2. พ.ร.บ. ควบคุมการประกอบการบาบัดโรคสตั ว์ พ.ศ. 2505 3. มาตรฐานคณุ ภาพนา้ ใช้ 4. พ.ร.บ. ควบคมุ คุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 5. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบับท่ี 26 (พ.ศ.2522) 6. มาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรมนมสด (มอก. 738-2530)
39 2. การควบคมุ การใชย้ าในมาตรฐานฟารม์ ปศุสัตว์ ยาสัตว์ในมาตรฐานฟาร์มปศุสัตว์ หมายถึง ยาสัตว์หรือเภสัชเคมีภัณฑ์ท่ีได้รับการอนุญาตให้ผลิต นาเข้า หรอื ขายได้อยา่ งถูกตอ้ งตามกฎหมาย จาแนกออกเปน็ 3 กลุ่ม ดงั น้ี 1. ยาแผนปัจจบุ ันสาหรับสัตวต์ ามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 2. ยาท่ผี สมอย่ใู นอาหารสัตวต์ ามพระราชบัญญตั ิควบคมุ คุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 3. ยาฆ่าเช้อื โรคทใี่ ชส้ าหรับสัตวท์ ี่จดั เปน็ วตั ถุอันตรายตามพระราชบัญญตั ิวตั ถุอนั ตราย พ.ศ. 2535 ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2522 ยาหมายความถึง ยาสาเร็จรูป และเคมีภัณฑ์ที่นามาใช้สาหรับสัตว์ ผู้ท่ีประสงค์จะผลิตหรือ ขาย หรือ นา หรือ ส่ังยาสาเร็จรูปหรือเคมีภัณฑ์ ใน อุตสาหกรรมการเล้ียงสัตว์ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไขท่ีกาหนดในกฎกระทรวง โดยจะต้อง ได้รับอนุญาตให้ข้ึนทะเบียนตารับยาจากกองควบคุมยา สานักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วจึงจะผลิต หรือ ขาย หรือสั่งนาเข้าประเทศได้ และหากพบว่ายาน้ันอาจจะไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค กระทรวงสาธารณสุขจะมีคาส่ัง เพิกถอนทะเบียนตารับยาได้ แต่กรณีท่ีต้องการผลิต นา หรือส่ังเภสัชเคมีภณั ฑ์ ไม่ต้องนาไปขอข้ึนทะเบียนตารับยา เนื่องจากได้รบั การยกเวน้ ตามกฎหมาย ยาท่ีข้ึนทะเบียนตารับยาอย่างถูกต้อง จะต้องมีฉลากและเอกสารกากับยา และท่ีฉลากจะแสดงเลข ทะเบยี นยาที่ไดร้ ับอนุญาตเป็นเลขรหัสไว้ด้วย ผใู้ ชย้ าจะตอ้ งอา่ นฉลากและเอกสารกากับยาให้ละเอียดและใชย้ าตาม สรรพคุณ ขนาด วิธีใช้ และ ข้อแนะนาในการปฏิบัติ ตลอดจนอ่านรายละเอียดของข้อควรระวังและคาเตือนตาม ด้วย นอกจากนี้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2530) ท่ีเก่ียวข้องกับยาสัตว์ เร่ืองวัตถุท่ี ได้รับการยกเว้นไม่เป็นยา มีดังนี้ วัตถุท่ีได้รับยกเว้นไม่เป็นยาซึ่งประกาศให้วัตถุที่อยู่ในสภาพของสารผสม ล่วงหน้า (พรีมิกซ์) ท่ีมีความมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการเจริญเติบโตของสัตว์ และต้องไม่แสดงสรรพคุณ เปน็ ยา ได้รบั การยกเวน้ จากการเป็นยา 3. ขอ้ กาหนดการควบคุมการใชย้ าสาหรบั สัตว์ มาตรฐานสากล 1. Hazard Analysis Critical Control Point (HACCP) เป็นมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยอาหาร ซึ่งประกอบด้วยการวินิจฉัยและประเมินอันตรายของอาหารที่ อาจจะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค รวมทั้งสร้างระบบ การควบคมุ เพื่อขจัดหรือลดสาเหตทุ ีจ่ ะทาใหเ้ กิดอันตรายต่อผู้บรโิ ภคด้วย อนั ตรายทเ่ี กดิ ขน้ึ สามารถแยกได้เปน็ 3 กลุ่ม คือ 1. อันตรายชีวภาพ (Biological Hazard) ได้แก่อันตรายที่เกิดจากการปนเป้ือนของจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ใน อาหาร 2. อันตรายเคมี (Chemical Hazard) ได้แก่อันตรายที่เกิดจากการใช้สารเคมีเติมลงไปในกระบวนการผลิต อาหาร เช่น การใช้ยาฆ่าแมลงในการเพาะปลูก การใช้ยาปฏิชีวนะในการเล้ียงสัตว์ การใช้สารเคมีเพ่ือช่วยในการ ผลิต เช่น การใส่สี การเติมสารกันบูด การเติมสารกันหืน นอกจากน้ียังอาจเกิดการปนเปื้อนจากน้ายาทาความ สะอาด ยาฆ่าเชอ้ื และ สารเคมีทีใ่ ชใ้ นการบารุงรักษาเครื่องจักร เปน็ ตน้ 3. อันตรายกายภาพ (Physical Hazard) ได้แก่อันตรายจากการปนเป้ือนของวัตถุหรือวัสดุที่ไม่ใช่องค์ประกอบ ของอาหารและเป็นส่ิงแปลกปลอมในอาหารทีเ่ ป็นโทษต่อสุขภาพของผูบ้ รโิ ภค เช่น เศษแก้ว หิน เศษไม้ โลหะ เป็น ตน้ นอกจากน้ีการวเิ คราะห์อันตรายยงั ถอื เป็นจดุ สาคญั ทสี่ ดุ จดุ หนึ่งในกระบวนการของ HACCP ซึ่งจะตอ้ งพจิ ารณา ปัจจยั อนื่ ๆ ดงั นี้ • โอกาสทจ่ี ะเกดิ อันตรายและความรนุ แรงของผลเสยี ทเ่ี กิดขนึ้ ซง่ึ มผี ลตอ่ สุขภาพ
40 • การประเมินผลเชิงคุณภาพและ/ หรือเชิงปรมิ าณของการเกดิ อันตราย • การลดชวี ิตหรอื การเพ่มิ จานวนประชากรของจุลนิ ทรีย์ทีเ่ กีย่ วข้อง • การผลิตหรือความคงทนอยูใ่ นอาหารของสารพิษท่เี กิดจากสงิ่ มีชวี ิต วตั ถุเคมแี ละกายภาพ • สภาวะท่ีเออ้ื อานวยให้เกดิ ปจั จัยดงั กล่าวขา้ งต้น ตัวอย่างทีน่ ามาใช้ เชน่ ในโรงฆา่ สตั ว์และโรงงานแปรรปู ผลผลิตจากสัตว์ เปน็ ต้น ตารางท่ี 1 ความชุกของเชื้อ Salmonella spp. ในผลิตเน้ือสัตว์ที่เปล่ียนแปลงหลังจากการนา ระบบ HACCP มาใช้ควบคุมในการผลิต ชนดิ ผลติ ภัณฑ์ Pre – HACCP (%) Post - HACCP(%) เนอื้ ไกก่ ระทง 20.0 10.9 เนอื้ สุกร 8,7 4.4 เนอ้ื วัวบด 7.5 5.8 เนอ้ื ไก่งวงบด 49.9 34.6 ท่ีมา: www.fsis.usda.gov/oa/bub/fsisact2000.htm 2. International Organization for Standardization (ISO) เป็นข้อตกลงในกลุ่มประเทศที่เป็นสมาชิกว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมให้เป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน เพ่ือประโยชน์ทางการค้า หรือให้เกิดระบบมาตรฐานของโลกที่สมบูรณ์ยิ่งข้ึนไปในอนาคต ระบบน้ีแยกได้ เป็น 4 กลุ่มคือ 2.1. มาตรฐานระบบบรหิ ารงานคณุ ภาพ หรอื ISO 9000 series มีจุดประสงค์หลักในการจัดการระบบในองค์กร ทาให้การบริหารงานมีคุณภาพ มีการทบทวนและปรับปรุง คณุ ภาพบนพนื้ ฐานความพอใจของลกู ค้า ทาใหก้ ารปฏิบตั ิงานเป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ใชใ้ นผูป้ ระกอบการและผู้ ให้บริการต่างๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจร้านค้า และหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนผู้ประกอบการเล้ียงสัตว์ มาตรการน้ถี กู นามาใช้เพือ่ สรา้ งความเสมอภาคทางการค้าและสร้างความยอมรับรว่ มกนั ในการซ้ือขาย 2.2. มาตรฐานระบบการจัดการสิง่ แวดล้อม หรอื ISO 14000 series มีจุดประสงค์หลักในการผลิตสินค้าและแสวงหากระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ลดความ ส้ินเปลืองของการใช้พลังงานและทรัพยากร และการนาทรัพยาก ครกลับมาหมุนเวียนใช้เท่าท่ีทาได้ มาตรฐานนี้ ไมไ่ ด้มกี ารบงั คับใช้ แตม่ ีแนวโน้มวา่ จะมีการนามาใช้ปฏิบัตเิ ป็นมาตรการกีดกันทางการคา้ 2.3. มาตรฐานความปลอดภัยและอาชวี อนามัย หรือ ISO 18000 series มจี ุดประสงคเ์ พื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ โดยประเมินความเสี่ยงใน การทางานและหาวิธีป้องกันอุบัติภัยท่ีจะเกิดข้ึน มาตรฐานนี้ไม่ได้มีการบังคับใช้ แต่มีแนวโน้มว่าจะมีการนามาใช้ ปฏบิ ตั ิเปน็ มาตรการกดี กันทางการค้าเชน่ กัน เช่น กดี กนั สินค้าทีม่ าจากโรงงานท่ีไม่ได้กอ่ สร้างตามแบบมาตรฐาน ใช้ แรงงานเดก็ ไม่มีระบบประกนั สขุ ภาพ เป็นต้น 3. Agreement on Sanitary and Phytosanitary Measure (SPS Agreement) เป็นข้อตกลงทางการค้าในรอบอุรกุ วัยของ General Agreement on Tariffs and Trade (GATT) และได้ จดั ตั้งองค์กรค้าของโลกหรือ World Trade Organizaion ซึง่ เป็นผดู้ ูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ขอ้ ตกลงนี้มีวตั ถุประสงค์ คือ 1. เพ่ือคุ้มครองชีวิตของคนและสัตว์จากความเส่ียงท่ีเกิดข้ึนจากการปนเป้ือนของ Additives, Contaminants, Toxins หรือ โรคสัตวท์ ี่เกิดจากเช้อื จุลนิ ทรยี ใ์ นอาหาร 2. เพอ่ื ค้มุ ครองชีวติ คน จากพืชและสตั ว์ที่เปน็ พาหะของโรคติดตอ่ ระหว่างสตั วแ์ ละคน
41 3. เพอื่ คมุ้ ครองชีวติ สัตว์และพชื จากโรคระบาดหรือโรคท่ีมเี ชอ้ื จลุ ินทรยี ์เป็นสาเหตุ 4. เพื่อป้องกนั หรือลดความสูญเสยี ท่เี กิดจากการนาเข้าซ่งึ สตั วแ์ ละพชื จากต่างประเทศท่ีมโี รคระบาดอยู่ ข้อตกลงน้ีไม่ครอบคลมุ ถึงมาตรการป้องกนั ส่ิงแวดลอ้ มและสวัสดภิ าพของสัตว์ แต่เน้นความรับผดิ ชอบเฉพาะความ ปลอดภยั ของอาหารและมาตรการป้องกันสขุ ภาพของสตั ว์และพืชทมี่ ผี ลกระทบต่อการคา้ เท่านั้น 4. Total Quality Management เปน็ ระบบทีว่ ตั ถุประสงคห์ ลัก 7 ประการ คือ 1. ระบบการนา (Leadership System) 2. ธรรมวิธี (The Guiding Principles) 3. แนวคิด (The Concepts) 4. ระบบบรหิ ารคณุ ภาพ (Quality Management System) 5. เคร่ืองมือและเทคนคิ ตา่ งๆ (Tools and Techniques) 6. การบริหารทรพั ยากรมนุษย์ (Human Resources Management) 7. การวจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Research and Developments) เป็นระบบบริหารบุคคลทุกระดับ ในทุกขั้นตอนการผลิต ควบคู่ไปกับการใช้เคร่ืองมือควบคุมคุณภาพและการ ส่งเสริมการศึกษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5. มาตรการดา้ นการคมุ้ ครองสวสั ดิภาพของสตั ว์ (Animal Welfare) เป็นมาตรการทม่ี ุ้งเนน้ ดา้ นการคุ้มครองสัตว์ให้มีความเป็นอยปู่ กติ ปราศจากการรบกวน ทรมานหรือทารุณ สัตว์ ต้ังแต่การเลี้ยงดูไปจนถึงส่งสัตว์เข้าโรงฆ่าสัตว์ เช่น กาหนดพ้ืนท่ีที่เหมาะสมในการเลี้ยงสัตว์ ไม่เล้ียงสัตว์ หนาแน่นเกนิ ไป มีการจัดการส่ิงแวดล้อมในสถานท่เี ล้ียงสตั ว์ เช่น อณุ หภูมิ การระบายอากาศ ตลอดจนให้แสงสว่าง ตามที่สัตว์แต่ละชนิดต้องการ มีอุปกรณ์ให้อาหารและน้าอย่างพอเพียง ไม่ปล่อยสัตว์ให้ขาดอาหาร มีการป้องกัน และรักษาเมื่อสัตว์บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย มีการเคลื่อนย้ายขนส่งสัตว์โดยไม่ทรมานสัตว์ มีการฆ่าสัตว์โดยไม่ทารุณ และทรมาน 6. มาตรการเกย่ี วกบั สินค้าทม่ี ีการใชว้ ัตถดุ ิบดัดแปลงทางพนั ธกุ รรม (Genetically modified organisms หรือ GMOs) เป็นมาตรการเพ่ือเพิ่มความปลอดภัยทางชีวภาพในด้านอาหาร ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ จะเกี่ยวข้อง กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ซ่ึงจะมีข้อกาหนดการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ท่ีมีการดัดแปลงทางพันธุกรรม เช่น กาก ถั่วเหลือง ข้าวโพด ฯลฯ ท่ีอาจมีผลตกค้างในผลิตภัณฑ์สัตว์ โดยทั่วไปแล้วจะกาหนดให้มีส่วนประกอบที่เป็น วัตถุดบิ GMO ได้ไม่เกนิ 1-5 % ข้ึนกับความเขม้ งวดของแต่ละประเทศ
42 แบบฝกึ หัดทา้ ยหนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 มาตรฐานบางประการสาหรับการเลยี้ งสตั วใ์ นประเทศไทย คาชีแ้ จง แบบทดสอบหลงั เรียน มี 2 ตอนดังน้ี 1. แบบทดสอบชุดนเี้ ป็นแบบปรนัย 4 ตวั เลือก จานวน ขอ้ 2. ข้อเขยี น จานวน ข้อ ตอนที่ 1 คาสั่ง ใหน้ ักเรียนทาเครอื่ งหมาย X ในขอ้ ทถ่ี ูกต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. การก่อต้ังองค์การการค้าโลก (WTO) ซ่ึงมีหน้าท่ีดูแลและกาหนดมาตรการต่างๆ ในการส่งออกสินค้าสู่ตลาด ประเทศ เริ่มมีการบงั คบั ใชใ้ นปี พ.ศ. ใด ก. พ.ศ. 2541 ค. พ.ศ. 2543 ข. พ.ศ. 2542 ง. พ.ศ. 2544 2. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเรื่องมาตรฐานฟารม์ เล้ยี งสัตว์ประเทศไทย พ.ศ.ใด ก. พ.ศ.2542 ค. พ.ศ.2544 ข. พ.ศ.2543 ง. พ.ศ.2545 3. ข้อใดไมใ่ ช่วตั ถปุ ระสงคข์ องการจัดทามาตรฐานฟาร์ม ก. อานวยความสะดวกทางการคา้ แก่ผปู้ ระกอบการฟาร์มเลยี้ งสัตว์ส่งออก ข. ลดมลภาวะจากฟารม์ เล้ยี งสัตวท์ ่มี ผี ลกระทบตอ่ ส่ิงแวดล้อมและชุมชน ค. เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม ป้องกันและกาจดั โรคในฟารม์ เลยี้ งสัตว์ ง. ผปู้ ระกอบการฟาร์มเล้ยี งสัตวท์ ีม่ คี วามตอ้ งการขอใบรับรองมาตรฐานฟารม์ เลีย้ งสัตว์จากกรมปศุสตั ว์ 4. . การจัดการฟารม์ ไก่เน้อื มที ง้ั หมดกีด่ ้าน ก. 3 ดา้ น ข. 4 ดา้ น ค. 5 ดา้ น ง. 6 ดา้ น 5. การบาบดั โรคสัตว์ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ าม พรบ.ควบคุมการประกอบการบาบัดโรคสตั ว์ พ.ศ. อะไร ก. พ.ศ. 2504 ข. พ.ศ. 2505 ค. พ.ศ. 2506 ง. พ.ศ. 2507 6. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ของเสียทีเ่ กดิ จากฟารม์ ปศสุ ัตว์ ก. ขยะมูลฝอย ข. ซากสกุ ร ค. มลู สุกร ง. อาหารสกุ ร 7. พระราชบญั ญัติสง่ เสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ใหม้ กี ารประกาศกฉี่ บบั ก. 1 ฉบบั ข. 2 ฉบบั ค. 3 ฉบบั ง. 4 ฉบับ 8 . ลักษณะของฟารม์ โคนมตอ้ งเป็นอย่างไร ก. มเี น้อื ท่ีเหมาะสมกบั ขนาดของ โรงเรือน และการอยอู่ าศยั ของโคนม ข. อย่บู รเิ วณท่ีมีการคมนาคมสะดวก ค. ควรไดร้ ับการยนิ ยอมจากองคก์ ารบริหารราชการสว่ นท้องถ่ิน ง. สามารถป้องกนั และควบคมุ การแพรร่ ะบาดของโรคจากภายนอกเข้าสู่ฟาร์ม 9. คณุ ภาพนา้ นมดิบของฟาร์มโคนม ตอ้ งเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ท่ีเท่าไหร่ และปี พ.ศ. ก. ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2521 ค. ฉบบั ท่ี 27 พ.ศ. 2522 ข. ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2522 ง. ฉบับที่ 27 พ.ศ. 2523 10. การจัดการฟาร์มดา้ นการจดั การโรงเรือนขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกต้อง ก. ต้องดแู ลซอ่ มแซมโรงเรอื นใหม้ คี วามปลอดภัยต่อผปู้ ฏบิ ัติงาน ค. โรงเรือน และท่ใี ห้อาหาร ต้องสะอาดและแห้ง ข. มีการทาความสะอาดโรงเรือนและอุปกรณ์ดว้ ยน้ายาฆา่ เชอื้ โรคตามความเหมาะสม ง. โรงเรือนท่ใี ช้เลี้ยงโคนมควรมีขนาดทเ่ี หมาะสมกบั จานวนโคนมที่เล้ียง
43 แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 13 - 14 หนว่ ยที่ 6 วชิ า ความรเู้ ก่ียวกบั มาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร สอนครงั้ ท่ี 13 - 14 ชื่อหนว่ ย : มาตรฐานสินค้าเกษตรและความปลอดภยั อาหาร จานวนช่ัวโมง 4 ชัว่ โมงรวม 28 เร่อื ง : การปฏิบตั ิทางการเกษตรท่ดี สี าหรบั พชื อาหาร 1. สาระสาคญั สถานการณค์ วามปลอดภัยและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร 1. มีการแพรร่ ะบาดของเชื้อโรคให้ม่ 2. การพัฒนาเทคโนโลยีการผลติ เช่นGMO ฉายรงั สี การใชว้ ัตถุ เจือปนอาหาร 3. มาตรการทางการคา้ เชน่ การเปิดการคา้ เสรี 4. รปู แบบการจาหน่ายทีเป้ลย่ี นไป เชน่ ตลาดออนไลน์ 5. พฤติกรรมการบรโิ ภคท่ีเป้ลย่ี นไปจากเดิม เชน่ อาหารสขุ ภาพ อาหารอินทรีย์ Plant-based Food 6. กระแสสังคม เชน่ ส่งิ แวดล้อม สวสั ดิภาพสตั วแ์ รงงาน 2. สมรรถนะประจาหน่วย - แสดงความรูเ้ ก่ียวกบั การปฏบิ ัตทิ างการเกษตรท่ีดีสาหรับพชื อาหาร 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ดา้ นความรู้ 3.1.1 อธบิ ายการปฏิบตั ทิ างการเกษตรทดี่ ีสาหรบั พชื อาหารได้ 3.1.2 บอกการปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรทีด่ ีสาหรบั พชื อาหารได้ 3.2 ด้านทกั ษะ - บอกปญั หาและแนวทางการปฏบิ ัตทิ างการเกษตรทดี่ ีสาหรบั พืชอาหารได้ 3.3 คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ 3.3.1 มีเจตคติและกจิ นิสยั ทด่ี ตี ่อการปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรทด่ี สี าหรับพชื อาหาร 3.3.2 ทางานดว้ ยความรับผดิ ชอบ รอบคอบ ขยัน อดทน และสามารถทางานรว่ มกับผูอ้ นื่ 4. เนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ 4.1 สถานการณ์ความปลอดภัยและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร 1. มกี ารแพร่ระบาดของเชอ้ื โรคให้ม่ 2. การพัฒนาเทคโนโลยกี ารผลิต เช่นGMO ฉายรงั สี การใช้วัตถุ เจอื ปนอาหาร 3. มาตรการทางการคา้ เชน่ การเปิดการค้าเสรี 4. รูปแบบการจาหนา่ ยทีเป้ลย่ี นไป เชน่ ตลาดออนไลน์ 5. พฤติกรรมการบรโิ ภคท่ีเป้ลยี่ นไปจากเดิม เช่น อาหารสุขภาพ อาหารอนิ ทรีย์ Plant-based Food 6. กระแสสังคม เช่น ส่ิงแวดล้อม สวสั ดิภาพสัตวแ์ รงงาน
44 ความปลอดภยั อาหาร 1. สามารถทาให้เกิดปัญหาต่อผู้บริโภคผู้ผลิตู และ รฐั บาล: สญู เสียความเชอ่ื มั่นในอาหารทีบ่ รโิ ภค ปัญหาทางการคา้ สูญเสียทางเศรษฐกจิ เกิดปัญหาด้านสงั คม การเมือง 2. กระบวนการควบคมุ คุณภาพสนิ คา้ เกษตร 3. พรบ.มาตรฐานสนิ คา้ เกษตร พ.ศ. 2551
45 แบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 6 มาตรฐานสินคา้ เกษตรและความปลอดภยั อาหาร คาชแ้ี จง แบบทดสอบหลงั เรียน 1. แบบทดสอบชุดนเ้ี ป็นแบบปรนยั 4 ตวั เลือก จานวน ข้อ คาสัง่ ให้นักเรยี นทาเครอื่ งหมาย X ในข้อท่ีถกู ต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. ข้อใดเรียงถูกต้องในการขอรับอนุญาตเป็นผู้ผลติ ผนู้ าเขา้ และผสู้ ง่ ออก และการแจ้งนาเข้า-ส่งออกสินคา้ เกษตร ตามมาตรฐานบังคบั ก. สมัครใช้งานระบบ ย่นื คาขอรับใบอนญุ าตฯ ชาระเงนิ ตามช่องทางท่ีกาหนด จดั แสดงใบอนญุ าตทีเ่ ปดิ เผย ข. สมคั รใช้งานระบบ ชาระเงินตามชอ่ งทางท่ีกาหนด ย่นื คาขอรบั ใบอนุญาตฯ จัดแสดงใบอนญุ าตทเ่ี ปิดเผย ค. ยืน่ คาขอรบั ใบอนุญาตฯ สมคั รใช้งานระบบ ชาระเงนิ ตามช่องทางท่ีกาหนด จดั แสดงใบอนญุ าตทเี ปิดเผย ง. สมัครใชง้ านระบบ ยน่ื คาขอรบั ใบอนญุ าตฯ จัดแสดงใบอนญุ าตท่ีเปดิ เผย ชาระเงนิ ตามชอ่ งทางท่ีกาหนด 2. ค่าธรรมเนยี มในการขออนุญาตและแจ้งนาเขา้ -ส่งออกสาหรับมาตรฐานบงั คับสาหรบั บุคคลธรรมดา (ครั้งแรก) เสยี กบี่ าท ก. 80 บาท ข. 100 บาท ค. 120 บาท ง. 140 บาท 3. คา่ ธรรมเนียมในการขออนุญาตและแจ้งนาเขา้ -สง่ ออกสาหรับมาตรฐานบงั คับสาหรบั นติ ิบุคคล (ครง้ั แรก) เสยี กบ่ี าท ก. 1,000 บาท ข. 1,500 บาท ค. 2,000 บาท ง. 2,500 บาท 4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่อานาจในการปฏิบัติงานของพนักงานเจา้ หนา้ ท่ี ก. การตรวจสอบ ข. การส่มุ เก็บตัวอยา่ ง ค. การยึดหรืออายดั ง. การเซ็นอนุมัติ 5. มาตรา 50 ผผู้ ลิต ผู้นาเข้า ผ้สู ง่ ออก หรือผปู้ ระกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายท่ี ออกตาม พรบ.นีม้ กอช.มีอานาจส่ังพักใชใ้ บอนญุ าตได้ ไมเ่ กินครง้ั ละกเี่ ดอื น ก. 3 เดอื น ข. 4 เดอื น ค. 5 เดอื น ง. 6 เดือน 6. มาตรา 51 มกอช.มอี านาจสง่ั เพกิ ถอนใบอนุญาต เม่อื ปรากฏวา่ ก. ผู้รับใบอนุญาตขาดคุณสมบตั ิหรอื มีลักษณะตอ้ งหา้ ม ข. ผูร้ บั ใบอนญุ าตเคยถกู สง่ั พักใชใ้ บอนุญาตแล้วมากระทาผดิ อีกภายใน 5 ปี ค. ผรู้ บั ใบอนุญาตกระทาผิดที่กอ่ ให้เกิดความเสยี หายรา้ ยแรงตอ่ เศรษฐกจิ ง. ถกู ทุกขอ้ ค. ปรับไม่เกนิ 500,000 บาท 7. บทกาหนดโทษ มาตรา 59 ปราบไม่เกนิ กีบ่ าท ก. ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ข. ปรับไม่เกิน 300,000 บาท ง. ปรับไมเ่ กิน 700,000 บาท 8. บทกาหนดโทษ มาตรา 65 ปราบไมเ่ กนิ ก่บี าท ค. ปรบั ไมเ่ กิน 500,000 บาท ก. ปรบั ไม่เกนิ 100,000 บาท ข. ปรับไมเ่ กนิ 300,000 บาท ง. ปรับไม่เกิน 700,000 บาท 9. มาตรา 45 สินคา้ ตามมาตรา 43(6) ไม่ปรากฏเจ้าของภายใน 90 วัน นบั แตว่ ันท่ียดึ / อายดั หรือวันที่อยั การส่งั ไม่ ฟ้อง หรือศาลไม่พิพากษาใหร้ บิ และเจา้ ของไมร่ ้องขอคืน ภายในกี่วนั ก. ภายใน 89วนั ข. ภายใน 90 วัน ค. ภายใน 91 วัน ง. ภายใน 92 วัน ง. 5 รูปแบบ 10. การตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินคา้ เกษตรมกี รี่ ูปแบบ ก. 2 รปู แบบ ข. 3 รปู แบบ ค. 4 รปู แบบ
46 แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ 15 - 16 หน่วยที่ 7 วิชา ความรเู้ กี่ยวกับมาตรฐานการผลติ และผลิตผลทางการ สอนครงั้ ท่ี 15 - 16 เกษตร จานวนชั่วโมง 4 ช่อื หน่วย : มาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์ ชว่ั โมงรวม 32 เรอื่ ง : หลกั การของเกษตรอินทรยี ์ มาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์และเครือ่ งหมายรับรอง 1. สาระสาคญั 2. สมรรถนะประจาหนว่ ย - แสดงความรู้เกีย่ วกบั ความสาคญั ของมาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตร 3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 อธิบายมาตรฐานการผลติ สินค้าเกษตรปลอดภัยได้ 3.1.2 บอกความสาคญั ของมาตรฐานการผลติ และผลติ ผลทางการเกษตรได้ 3.2 ดา้ นทักษะ - บอกปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหามาตรฐานการผลติ สินค้าเกษตรปลอดภัยทางการเกษตรของไทยได้ 3.3 คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ 3.3.1 มเี จตคตแิ ละกจิ นสิ ัยทดี่ ตี อ่ มาตรฐานการผลติ สินคา้ เกษตรปลอดภัย 3.3.2 ทางานด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ ขยนั อดทน และสามารถทางานร่วมกับผู้อน่ื 4. เนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ 4.1
47 แบบฝึกหัดทา้ ยหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 มาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์ คาชแี้ จง แบบทดสอบหลงั เรียน 1. แบบทดสอบชดุ นเี้ ปน็ แบบปรนยั 4 ตัวเลือก จานวน ขอ้ คาส่ัง ใหน้ กั เรยี นทาเคร่ืองหมาย X ในข้อทถี่ กู ต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. เกษตรอนิ ทรยี ์ (Organic Agriculture) หมายถึง ก. ระบบจัดการการผลิตดา้ นการเกษตรแบบองคร์ วมที่เก้ือหนุนต่อระบบนิเวศรวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ข. มาตรฐานสนิ ค้าเกษตรนีท้ ี่กาหนดวิธกี ารผลิต แปรรูป แสดงฉลาก และ จาหน่ายผลติ ผลและผลิตภณั ฑเ์ กษตร อินทรยี ค. เกษตรผสมผสาน ง. กูกทุกขอ้ 2. มาตราฐานเกษตรอินทรยี แ์ ละเครอ่ื งหมายรองรับของสหรัฐอเมริกาคือขอ้ ใด ก. JAS-MAFF ข. ASOA ค. OP-USDA ง. EU Regulation 3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั การของเกษตรอินทรีย์ ก. เกษตรผสมผสาน ค. ความอุดมสมบรู ณ์ของดนิ ข. ความหลากหลายทางชีวภาพ ง. การดดั แปรพนั ธกุ รรม 4. ระยะปรบั เปลยี่ นข้อกาหนดวิธกี ารผลิตพชื อินทรยี ์สามารถลดลงได้ แตต่ ้องไมน่ ้อยกว่ากเ่ี ดอื น ก. 5 เดอื น ข. 6 เดือน ค. 7 เดอื น ง. 8 เดอื น 5. ขอ้ กาหนดวิธีการผลิตสตั ว์น้าอนิ ทรยี ด์ า้ นการจดั การฟาร์ม ข้อใดกล่าวผดิ ก. หลกี เล่ยี งการปนเป้ือนและทาลายสง่ิ แวดลอ้ ม ข. ใชพ้ นั ธ์สุ ัตวน์ า้ ต้านทานโรค ค. ใช้จุลินทรยี ์ GMOs/ป๋ยุ เทศบาล/สารเรง่ การเจรญิ เติบโต ง. ใช้พันธส์ุ ัตว์นา้ ตา้ นทานโรค 6. ขอ้ ใดกล่าวผดิ เก่ียวกบั การเกบ็ รกั ษา การขนส่งการแปรรูปและการบรรจุหบี ห่อของผลิตภณั ฑอ์ นิ ทรยี ์ ก. จากดั การใชว้ ตั ถุเจือปนอาหารและสารชว่ ยกรรมวธิ ีผลติ ข. มีการป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ การปนเปอื้ นของสารที่ไม่อนุญาตใหใ้ ช้ ค. บรรจภุ ัณฑใ์ ช้วสั ดุทีย่ ่อยสลายได้ ไม่ทาลายสิง่ แวดล้อม ง. ฉายรังสีได้ 7. “ผลิตภัณฑ์อนิ ทรยี ์” ตอ้ งมสี ่วนประกอบทีม่ าจากการผลิตแบบอนิ ทรียต์ ้ังแต่กี่เปอร์เซน็ ถงึ จะแสดงฉลากและ logo ได้ ก. 95 เปอรเ์ ซ็น ข. 96 เปอรเ์ ซ็น ค. 97 เปอรเ์ ซ็น ง. 98 เปอรเ์ ซ็น 8. กฎกระทรวง เร่อื ง กาหนดลกั ษณะการใช้ และการแสดงเครอื่ งหมายรบั รองมาตรฐานสาหรับสินค้าเกษตรล่าสุดปี พ.ศ.ใด ก. พ.ศ. 2561 ข. พ.ศ. 2562 ค. พ.ศ. 2563 ง. พ.ศ. 2564 9. ขนาดเครื่องหมายรบั รอง ขนาดท่แี นะนาให้ใชเ้ พ่อื แสดงเครือ่ งหมายรับรองมาตรฐานต้องมีขนาดไมเ่ ลก็ กว่าใด ก. 15 มลิ ลเิ มตร ข. 16 มลิ ลเิ มตร ค. 17 มิลลิเมตร ง. 18 มิลลเิ มตร 10. การใช้สีของเครื่องหมายรับรอง ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานรหสั สีในคอมพิวเตอรท์ ี่กาหนดไว้ ดังน้ันสแี ดง ต้องไชร้ หสั อะไร ข. DF1000 ค. 477F00 ง. 00067F ก. D7F96F
48 แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 17 - 18 หน่วยท่ี 8 วิชา ความร้เู กีย่ วกับมาตรฐานการผลติ และผลติ ผลทางการเกษตร สอนคร้งั ท่ี 17 - 18 จานวนชั่วโมง 2 ชอ่ื หน่วย : พระราชบญั ญัติมาตรฐานสินคา้ เกษตรพ.ศ.2551 เรื่อง : พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 และการแสดง ชัว่ โมงรวม 36 เครอื่ งหมายรับรองมาตรฐาน 1. สาระสาคญั 2. สมรรถนะประจาหนว่ ย - แสดงความรูเ้ ก่ยี วกบั ความสาคญั ของมาตรฐานการผลิตและผลิตผลทางการเกษตร 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 อธบิ ายมาตรฐานการผลติ สนิ คา้ เกษตรปลอดภัยได้ 3.1.2 บอกความสาคญั ของมาตรฐานการผลิตและผลติ ผลทางการเกษตรได้ 3.2 ด้านทักษะ - บอกปัญหาและแนวทางการแกป้ ัญหามาตรฐานการผลิตสินคา้ เกษตรปลอดภัยทางการเกษตรของไทยได้ 3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ 3.3.1 มเี จตคติและกจิ นิสัยท่ีดตี อ่ มาตรฐานการผลิตสนิ ค้าเกษตรปลอดภยั 3.3.2 ทางานด้วยความรบั ผดิ ชอบ รอบคอบ ขยนั อดทน และสามารถทางานรว่ มกับผอู้ น่ื 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 4.1
49 แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรูท้ ี่ 8 พระราชบัญญัตมิ าตรฐานสนิ ค้าเกษตรพ.ศ.2551 คาชี้แจง แบบทดสอบหลงั เรียน 1. แบบทดสอบชดุ นีเ้ ปน็ แบบปรนัย 4 ตวั เลือก จานวน ขอ้ คาสงั่ ให้นักเรยี นทาเครอ่ื งหมาย X ในข้อทีถ่ กู ต้อง ลงในกระดาษคาตอบ 1. อนั ตรายทีอาจเกดิ ขึน้ ในพืชอาหารทางกายภาพ คือ ก. ดิน หิน ค. แบคทีเรีย ข. วตั ถุเจอื ปนอาหาร ง. ไวรสั 2. มาตรฐานการผลิตสินคา้ แบ่งเปน็ ก่ีประเภท ก. 2 ประเภท ค. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ง. 5 ประเภท 3. GAP หรือGood Agricultural Practices คอื ก. มาตรฐานการปฏบิ ตั ทิ างการเกษตรท่ีดี ค. มาตรฐานการปฏิบตั ทิ างสุขลักษณะท่ีดี ข. มาตรฐานการปฏบิ ตั ิทางการผลติ ท่ดี ี ง. มาตรฐานการปฏิบตั ทิ างการแปรรูปทด่ี ี 4. GMP หรอื Good Manufacturing Practices คือ ก. มาตรฐานการปฏิบตั ทิ างการเกษตรที่ดี ค. มาตรฐานการปฏิบัติทางสุขลกั ษณะที่ดี ข. มาตรฐานการปฏิบัติทางการผลติ ท่ดี ี ง. มาตรฐานการปฏิบตั ทิ างการแปรรปู ที่ดี 5. GHP หรือGood Hygienic Practices คอื ก. มาตรฐานการปฏบิ ตั ิทางการเกษตรท่ีดี ค. มาตรฐานการปฏบิ ัตทิ างสุขลักษณะท่ีดี ข. มาตรฐานการปฏบิ ัติทางการผลติ ทดี่ ี ง. มาตรฐานการปฏิบตั ทิ างการแปรรูปทด่ี ี 6. ขอ้ ใดเป็นมาตรฐานข้อกาหนดทว่ั ไป ก. เป็นการคา้ และการตรวจสอบรบั รองผลิตผลหรือสนิ ค้านั้นๆ ข. เป็นขอ้ กาหนดทีเ่ ก่ยี วข้องกับความปลอดภยั สุขอนามัย สตั ว์และสขุ อนามัยพืช ค. เป็นเกณฑ์การตรวจสอบรับรองระบบผลิต ง. ไม่มีข้อถูก 7. การปฏิบตั ิทางการเกษตรทีดี่สาหรบั ฟาร์มไก่ไข่ ใช้มาตรฐานบังคับใด ก. มกษ. 2507-2559 ค. มกษ. 1004-2557 ข. มกษ.6909-2563 ง. มกษ. 7432-2558 8. หลกั ปฏบิ ัติสาหรับการผลิตเช้อื เห็ด ใชม้ าตรฐานบงั คับใด ก. มกษ. 2507-2559 ค. มกษ. 1004-2557 ข. มกษ.6909-2563 ง. มกษ. 7432-2558 9. หลักปฏบิ ตั สิ าหรบั กระบวนการรมผลไมส้ ดด้วยกา๊ ซซลั เฟอร์ไดออกไซด์ใชม้ าตรฐานบังคบั ใด ก. มกษ. 2507-2559 ค. มกษ. 1004-2557 ข. มกษ.6909-2563 ง. มกษ. 7432-2558 10. กระทรวงเกษตรฯ ประกาศใช้มาตรฐานGAP พชื อาหาร(มกษ. 9001) เมื่อวนั ทเี่ ท่าไหร่ ก. วนั ท่ี 6 พฤศจิกายน 2545 ค. วนั ท่ี 16 พฤศจิกายน 2545 ข. วนั ท่ี 6 พฤศจิกายน 2546 ง. วันท่ี 16 พฤศจิกายน 2546
Search
Read the Text Version
- 1 - 49
Pages: