Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 5 บทหาบเพชร

5 บทหาบเพชร

Published by สุรภา เชาวันดี, 2020-03-22 14:06:54

Description: 5 บทหาบเพชร

Search

Read the Text Version

1 สรุปผลการจดั กจิ กรรม การจดั กจิ กรรมการศึกษาเพอื่ พัฒนาอาชีพ วิชา การจักสานหาบไมไ ผจ๋ิว หลกั สตู ร 10 ชัว่ โมง ระหวางวนั ที่ วันท่ี 6-7 กมุ ภาพันธ 63 เวลา 9.00 – 15.00 น. ณ ศูนยฝก อาชพี OTOP ม.2 ตําบลหนองปรือ อําเภอพนสั นคิ ม จังหวดั ชลบรุ ี กศน.ตําบลหนองปรอื ศูนยการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอําเภอพนัสนิคม สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี

2 บทสรปุ ผูบรหิ าร โครงการอบรมอาชีพระยะส้นั เพือ่ การมงี านทํา หลักสตู ร วชิ าชพี รูปแบบกลุมสนใจ วิชา การสานหาบไมไผจ ิ๋ว (หลักสตู ร 10 ชว่ั โมง ) จดั ขึ้นในครงั้ นีม้ ีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนาการงานและอาชีพ โดยใหความสําคัญกับการจดั การศึกษา เพ่อื พัฒนางานและอาชีพระดับพนื้ ฐาน ระดบั ก่งึ ฝม ือ และระดับฝมือ ทสี่ อดคลองกบั สภาพและความตองการของ กลมุ เปาหมาย โดยมงุ เนนใหผูเรียนสามารถนาความรูไปใชในการประกอบอาชพี หรือเพ่ิมพูนรายได ทั้งนใี้ หมกี ารพฒั นา หลกั สตู รและวธิ กี ารที่หลากหลายและทนั สมยั สามารถใหบรกิ ารไดอยางทั่วถึง อีกท้งั มุงจัดการศึกษาเพ่อื พฒั นาทักษะชวี ติ ใหกับทุกกลมุ เปา หมาย โดยจดั กจิ กรรมการศึกษาท่ีมงุ เนนใหทุกลมุ เปา หมายมคี วามรูความสามารถในการจัดการชวี ิตของ ตนเองใหอยูใ นสงั คมไดอ ยา งมีความสุขรวมทัง้ การใชเ วลาวา งใหเปนประโยชนตอตนเอง ครอบครวั และชมุ ชน โดยมี กลุมเปา หมายคือ ประชาชนในตาํ บลหนองปรือ จาํ นวน 12 คน โดยจะใชกลุมเปาหมายท้งั หมดในการคํานวณโดยใช โปรแกรมสําเรจ็ รปู คอมพวิ เตอร (โปรแกรมตารางคํานวณ) เพ่อื สรุปผลการดําเนินงานในครั้งน้ี วิธกี ารดาํ เนนิ งาน โดยการสํารวจความตองการของประชาชนในพื้นทีต่ ําบลหนองปรือและนําผลจากการสาํ รวจมา จดั ทํากจิ กรรมโครงการอบรมอาชีพระยะสัน้ เพือ่ การมงี านทํา หลกั สูตร วิชาชีพรูปแบบกลุมสนใจ วิชา การสานหาบไมไผ จ๋ิว จํานวน 8 คน ในวันท่ี 6-7 กมุ ภาพันธ 2563 ณ ศนู ฝ ก อาชีพ OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรอื อาํ เภอพนัสนคิ ม จ.ชลบรุ ี โดยมี นางสาวสราญเนตร รอดทอง เปนวทิ ยากรใหค วามรู หลงั จากการจัดกจิ กรรมโครงการแลว มีการแจกแจงแบบ ประเมินความพึงพอใจ สําหรับผูเขา รวมโครงการทั้งหมด จํานวน 8 ชดุ แลวนาํ ขอ มูลทไ่ี ดม าคํานวณทางสถิติ หาคารอยละ คา เฉล่ยี การแจกแจงความถี่ และคาเบ่ียงเบนมาตรฐาน ในการแปรผล ผลการดาํ เนินงาน จากการนําขอมลู ที่ไดมาทําการคาํ นวณหาคาสถิติตางๆ สรปุ วา ผเู ขา รว มกิจกรรม มคี วามพึง พอใจอยใู น ระดบั 4.39 (ด)ี

3 คาํ นาํ ตามท่ี กศน.ตาํ บลหนองปรือ สังกัดศูนยก ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอําเภอพนสั นคิ ม ได ดาํ เนนิ งานตามนโยบายของสํานักงานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั ดว ยการเห็นความสําคัญใน การจดั การศกึ ษาพฒั นาอาชพี เพื่อการมีงานทําอยา งยง่ั ยืน จึงไดจ ดั การฝก อาชีพระยะสนั้ รูปแบบชั้นเรียนวิชาชพี วชิ าการ สานหาบไมไ ผจว๋ิ ข้ึน เพือ่ สามารถนาํ ไปประกอบอาชพี ไดแ ละยงั สรางมลู คา เพิ่มใหกับอาชพี ในปจ จุบนั ระหวางวนั ที่ 6-7 กมุ ภาพนั ธ 2563 ณ ศูนยฝกอาชีพ OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรอื อําเภอพนัสนิคม จงั หวัดชลบรุ ี โดยมี นางสาวสราญเนตร รอดทอง เปนวทิ ยากรใหความรู เพอ่ื ใหไ ดขอ มูลสําหรับเปน แนวทางในการพัฒนากจิ กรรมดานพัฒนาอาชีพใหดยี ิ่งขึน้ ตอไป กศน. ตําบลหนองปรือ สังกัดศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอําเภอพนัสนคิ ม จงึ ไดจดั ทําสรุปผลการจัด กิจกรรมการดาํ เนนิ งานเพื่อใหประชาชนในตําบลหนองปรือ มอี าชีพเสริมที่สามารถสรา งรายไดใ หกบั ครอบครัวเพ่ิมขึ้น กศน.ตาํ บลหนองปรือ กมุ ภาพันธ 2563

4 สารบญั หวั เร่อื ง หนา คาํ นํา บทท่ี 1 บทนํา 1- หลักการและเหตผุ ล 1 - วตั ถปุ ระสงค 1 - เปาหมาย 1 - วิธีดาํ เนนิ การ 2 - วงเงินงบประมาณทั้งโครงการ 2 - แผนการใชจายงบประมาณ 2 - ผรู บั ผิดชอบ 3 - เครือขาย 3 - โครงการที่เกี่ยวขอ ง 3 - ผลลพั ธ 3 - ตวั ช้วี ดั ความสําเร็จของโครงการ 3 - การติดตามและประเมนิ ผลของโครงการ 3 บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานท่เี กยี่ วขอ ง 4 - ยุทธศาสตรแ ละจดุ เนน การดําเนินงาน สํานักงาน กศน.ประจาํ ปง บประมาณ 2562 4 - แนวทาง/กลยุทธก ารดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยของ กศน.ตาํ บลหนองปรอื 10 - หลกั การจัดการศกึ ษาตอเนอื่ ง 17 - อาชพี ชน้ั เรียนและอาชพี ระยะส้นั 31 บทที่ 3 วธิ ดี ําเนินงาน 33 - สํารวจความตองการของกลุม เปา หมาย 33 - ดําเนินการจัดกรรม 33 - การวเิ คราะหขอ มลู 33 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอ มลู 34 - ตอนที่ 1 ขอมลู สว นตัวของผูตอบแบบสอบถามของผเู ขา รวมกิจกรรมวิชาชพี รปู แบบชน้ั เรียนวชิ าชีพ วิชาการสานตะกราไหมฟาง( 40 ชว่ั โมง) 34 - ตอนที่ 2 ขอ มลู เก่ยี วกับความคดิ เห็นของผูเขารบั อบรมวชิ าชีพรูปแบบช้ันเรยี นวชิ าชพี วิชาการสาน ตะกราไหมฟาง( 40 ชว่ั โมง) 36 บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล ขอเสนอแนะ 38 - สรปุ ผลการดําเนินงาน 38 - อภิปรายผล 38 - ขอเสนอแนะ 38 บรรณานุกรม ภาคผนวก

5 สารบญั ตาราง หนา 34 หัวเรื่อง 34 ตารางท่ี 1 ผเู ขา รวมโครงการท่ีตอบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามเพศ 34 ตารางท่ี 2 ผเู ขารวมโครงการท่ีตอบแบบสอบถามไดน าํ มาจําแนกตามอายุ 35 ตารางที่ 3 ผูเ ขา รว มโครงการท่ตี อบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามอาชีพ 35 ตารางท่ี 4 ผเู ขา รว มโครงการทตี่ อบแบบสอบถามไดน าํ มาจําแนกตามระดับการศึกษา 36 ตารางที่ 5 แสดงคารอยละเฉลีย่ ความสําเรจ็ ของตัวช้วี ดั ผลผลติ ประชาชนทว่ั ไปตาํ บลหนองปรอื 37 ตารางที่ 6 ผลการประเมนิ การอบรมวชิ าชีพรปู แบบกลุม สนใจ วิชาการสานหาบไมไผจ ๋ิว ตารางท่ี 7 ผลการประเมนิ ผูเ ขารวมกิจกรรมการอบรมรูปแบบกลุม สนใจวชิ าการสานหาบไมไผจิ๋ว

6 บทที่ 1 บทนํา หลกั การและเหตผุ ล ตามนโยบายของสํานักงาน กศน.ท่ีมุงเนน ใหม ีการพฒั นาและจัดทําหลกั สตู รการศกึ ษาอาชีพเพื่อการมีงานทําที่ สอดคลอ งกับความตอ งการของผูเรียน ความตองการของตลาด และศักยภาพของพน้ื ทโี่ ดยมเี ปา หมายเพื่อใหการจดั การศกึ ษาอาชพี แนวใหม เปนการจดั การศกึ ษาทีส่ ามารถสรา งอาชพี หลักทม่ี ั่นคงใหกบั ผูเรียนโดยสามารถสรางรายไดไดจริง ทง้ั ในระหวา งเรยี นและสาํ เรจ็ การศึกษาไปแลว และสามารถใชป ระโยชนจากเทคโนโลยใี นการสรางมลู คา เพ่มิ ใหก บั อาชีพ เพอ่ื พฒั นาใหเปนผูป ระกอบการทีม่ ีความสามารถเชิงการแขงขนั อยางยั่งยนื จากการสํารวจความตองการของประชาชนตาํ บลหนองปรือ พบวา ประชาชนสว นใหญป ระกอบอาชีพเกษตรกรรม รับจางทว่ั ไปคาขาย ธรุ กจิ สว นตัว แมบ า น และเวลาวางหลงั จากการประกอบอาชีพ จงึ มกี ารรว มกลุม กนั เพื่อเรียนรวู ิชาชีพ ตา งๆเพ่ิมเตมิ โดยมีความคิดเห็นตรงกนั ทจี่ ะเรยี นวิชา การจกั สานหาบไมไผจว๋ิ เพือ่ ใหผเู รียนนําไปใชใ นชวี ิตประจําวนั และ เปน แนวทางในการประกอบอาชพี เสริมสรางรายได ศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาํ เภอพนสั นคิ ม และ กศน.ตาํ บลหนองปรอื ไดเล็งเห็นความสําคญั ของกระบวนการเรียนรใู นชมุ ชนดา นการพฒั นาอาชีพ จึงไดจ ดั กิจกรรม สงเสริมศูนยฝ ก อาชีพชมุ ชน หลกั สูตรระยะสนั้ รูปแบบกลุม สนใจ วชิ า การการจกั สานหาบไมไผจ วิ๋ หลักสตู รละ 10 ชั่วโมง สาํ หรบั ประชาชนตําบลหนองปรอื ขนึ้ วตั ถปุ ระสงค 1. เพอ่ื ใหผเู รยี นมีความรู เกย่ี วกับวสั ดุ อปุ กรณใ นการการจักสานหาบไมไผจิ๋ว 2. เพอ่ื ใหผ เู รียนมีทักษะในการการจักสานหาบไมไ ผจ ว๋ิ ได 3. เพ่ือใหผ ูเรยี นสามารถนาํ ความรูไ ปปรบั ใชใ นชวี ติ ประจาํ วันและการประกอบอาชีพได เปา หมาย เชิงปริมาณ - ประชาชนท่ัวไปในตําบลหนองปรือ จํานวน 8 คน เชงิ คณุ ภาพ - ผเู ขารวมกจิ กรรมสามารถนําความรูไปใชใ นการประกอบอาชีพและสรางรายไดไ ดจ ริงเพ่ือเปนการเพมิ่ รายไดใ หก ับครอบครัว

72 วธิ ีดําเนนิ การ วตั ถุประสงค กลุมเปาหมาย เปาหมาย พ้ืนท่ี ระยะเวลา งบประมาณ 1. เพอื่ ใหผเู รยี นมี ประชาชนท่วั ไป 8 คน ดาํ เนินการ 6-7 3,000..- กจิ กรรมหลกั ความรู เกยี่ วกับ ในตําบลหนอง ศูนยฝก อาชีพ บาท 1.ดาํ เนนิ การขอรูปแบบ วัสดุ อปุ กรณใ น OTOP กมุ ภาพันธ กลมุ สนใจ การการจกั สาน ปรือ หมู 2 2563 2.ดําเนนิ งานและติดตอ หาบไมไผจ ๋วิ ตําบลหนองปรือ ประสานงาน 2. เพือ่ ใหผ ูเรียนมี อําเภอพนสั นคิ ม 3.ดําเนินกจิ กรรมตาม ทักษะในการการ จังหวดั ชลบรุ ี โครงการฝก ทักษะอาชพี จักสานหาบไมไผ “การจกั สานหาบไมไผ จิ๋วได จว๋ิ ” 3. เพ่อื ใหผ เู รียน 4.สรุปผลและรายงานผล สามารถนาํ ความรู ไปปรบั ใชใ น ชวี ติ ประจําวันและ การประกอบอาชพี ได วงเงนิ งบประมาณทัง้ โครงการ เงินงบประมาณดําเนนิ งาน การศกึ ษาตอเน่ือง (กจิ กรรมสงเสริมศูนยฝ ก อาชพี ชมุ ชน) รูปแบบกลุมสนใจ จํานวน 3,000.- (สามพันบาทถวน-) จํานวนเงิน กิจกรรมการศึกษา ไตรมาส 1 รายละเอยี ดคา ใชจา ยในการดําเนนิ งาน บาท สต. 1.การอบรมใหค วามรู 3,000.-บาท 1.คาวิทยากร จาํ นวน 10 ชั่วโมงๆ ละ 200 บาท 2,000 - 2.การฝกทักษะ 2.คาวสั ดุฝก ทกั ษะอาชพี 1,000 - รวมเปน เงินทัง้ สิน้ 3,000 - หมายเหตุ ทั้งนข้ี อถวั จา ยตามจรงิ ทกุ ประการ แผนการใชจายงบประมาณ กิจกรรมหลกั ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 โครงการศนู ยฝ กอาชพี ชุมชนรูปแบบกลุมสนใจ - - 3,000.- - วชิ าการการการจกั สานหาบไมไผจว๋ิ (จํานวน 10 ช่ัวโมง)

38 ผรู ับผิดชอบ นางสาวสุรภา เชาวนั ดี หวั หนา กศน.ตาํ บลหนองปรือ เครือขาย 1. องคการบรหิ ารสว นตําบลหนองปรอื 2. สมาชกิ บทบาทสตรตี ําบลหนองปรอื โครงการท่เี กยี่ วขอ ง โครงการจดั การศึกษาตอเน่ืองเพื่อพฒั นาอาชพี ผลลพั ธ ผเู ขารวมกิจกรรมสามารถนําความรไู ปใชในการประกอบอาชพี และสรางรายไดไดจรงิ เพื่อเปน การเพ่ิมรายไดใหกับ ครอบครัว ตวั ชี้วดั ความสาํ เรจ็ ของโครงการ ตวั ชีว้ ัดเชงิ ปรมิ าณ ผเู ขา รว มกจิ กรรมไมนอยกวา รอ ยละ 80 ของเปา หมาย ตวั ชี้วัดคุณภาพ ผูเขา รว มกจิ กรรมไดร บั ความรูเกยี่ วกับการการจกั สานหาบไมไผจ ิว๋ รอ ยละ 80 1. ผูรับการฝกทักษะอาชพี ไดรบั ความรูเกี่ยวกบั การการจักสานหาบไมไผจ ๋วิ ไมน อ ยกวารอ ยละ 80 2. หลงั จากจบกิจกรรมการฝก ทักษะอาชพี “การการจกั สานหาบไมไผจ ิ๋ว” ผูเ ขา รวมกิจกรรมไมน อยกวา รอ ยละ 80 สามารถนาํ ไปประกอบอาชีพได การตดิ ตามและประเมนิ ผลของโครงการ 1. รายงานผลการจดั กจิ กรรม 2. แบบประเมินความพึงพอใจ 3. การสังเกตผูเขารว มกิจกรรม

9 บทที่ 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานทเ่ี กย่ี วขอ ง ททททททททในการจดั ทาํ รายงานครัง้ นี้ ไดทาํ การศกึ ษาคนควา เน้อื หาจากเอกสารการศึกษาและรายงานทเี่ ก่ียวของ ดงั ตอ ไปนี้ 1. ยุทธศาสตรและจดุ เนน การดําเนนิ งาน สํานกั งาน กศน.ประจําปงบประมาณ 2563 ทททททททท2. แนวทาง/กลยทุ ธก ารดําเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตาํ บลหนองปรือ 3. หลกั การจัดการศึกษาตอเนอื่ ง 4. อาชพี รปู แบบกลมุ สนใจ (ราง) นโยบายและจดุ เนนการดําเนนิ งาน สํานักงาน กศน. ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2563 วิสยั ทศั น คนไทยไดร บั โอกาสการศึกษาและการเรยี นรูตลอดชวี ติ อยา งมีคณุ ภาพ สามารถดํารงชวี ติ ทเ่ี หมาะสม กับชว งวัย สอดคลองกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และมีทักษะท่ีจําเปน ในโลกศตวรรษที่ 21 พนั ธกิจ 1. จดั และสงเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยทีม่ คี ุณภาพ เพอ่ื ยกระดบั การศึกษา พัฒนา ทักษะการเรยี นรูของประชาชนทกุ กลุมเปาหมายใหเ หมาะสมทุกชวงวัย พรอมรับการเปล่ียนแปลงบริบททางสงั คม และ สรางสังคมแหงการเรียนรูต ลอดชวี ิต 2 สง เสรมิ สนบั สนนุ และประสานภาคเี ครือขา ย ในการมสี ว นรว มจดั การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อัธยาศัย และการเรียนรูต ลอดชวี ิต รวมทัง้ การดําเนนิ กจิ กรรมของศูนยการเรยี นและแหลง การเรียนรูอ่นื ใน รูปแบบตา ง ๆ 3. สงเสรมิ และพัฒนาการนาํ เทคโนโลยที างการศึกษา และเทคโนโลยดี จิ ิทัลมาใชใหเ กิดประสทิ ธิภาพในการจดั การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ใหกับประชาชนอยา งทวั่ ถงึ 4. พฒั นาหลักสตู ร รูปแบบการจดั กิจกรรมการเรียนรู ส่อื และนวตั กรรม การวดั และประเมนิ ผลในทุกรปู แบบให สอดคลองกบั บรบิ ทในปจจบุ ัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการใหมปี ระสิทธภิ าพ เพือ่ มุงจดั การศกึ ษาและการเรยี นรทู ่ีมคี ุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เปาประสงค 1. ประชาชนผูดอ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศกึ ษา รวมท้งั ประชาชนทัว่ ไปไดรบั โอกาสทางการศึกษาใน รปู แบบการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน การศกึ ษาตอเน่ือง และการศึกษาตามอธั ยาศัย ทมี่ ีคุณภาพอยาง เทาเทียมและทวั่ ถึง เปนไปตามสภาพ ปญหา และความตองการของแตล ะ กลมุ เปา หมาย

510 2. ประชาชนไดรับการยกระดับการศกึ ษา สรา งเสริมและปลกู ฝง คุณธรรม จริยธรรม และความเปนพลเมือง อนั นําไปสูการยกระดับคุณภาพชวี ติ และเสริมสรา งความเขม แข็งใหชุมชน เพอื่ พัฒนาไปสูความม่ันคงและย่ังยนื ทางดาน เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ประวัติศาสตร และส่งิ แวดลอ ม 3. ประชาชนไดรับโอกาสในการเรยี นรู และมเี จตคตทิ างวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมสามารถคิด วิเคราะห และประยุกตใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน รวมทง้ั แกปญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตไดอยา งสรา งสรรค 4. ประชาชนไดร ับการสรา งและสง เสรมิ ใหมนี ิสัยรกั การอานเพื่อการแสวงหาความรูดวยตนเอง 5. ชุมชนและภาคเี ครอื ขา ยทุกภาคสว น รวมจัด สงเสรมิ และสนบั สนนุ การดําเนินงานการศกึ ษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมทั้งการขับเคลอื่ นกจิ กรรมการเรียนรขู องชุมชน 6. หนวยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดจิ ิทลั มาใชใ นการยกระดบั คุณภาพใน การจดั การเรียนรแู ละเพ่ิมโอกาสการเรยี นรูใ หกับประชาชน 7. หนว ยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรยี นรู เพื่อแกปญหาและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ี ตอบสนองกบั การเปลีย่ นแปลงบรบิ ทดานเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง วฒั นธรรม ประวัตศิ าสตรและส่งิ แวดลอม รวมท้งั ตาม ความตอ งการของประชาชนและชมุ ชนในรูปแบบท่หี ลากหลาย 8. หนวยงานและสถานศึกษามีระบบการบรหิ ารจัดการทเ่ี ปนไปตามหลักธรรมาภบิ าล 9. บุคลากรของหนว ยงานและสถานศึกษาไดร บั การพัฒนาเพอื่ เพมิ่ สมรรถนะในการปฏบิ ัตงิ านการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยา งมีประสิทธภิ าพ ตัวชวี้ ัด ตวั ช้ีวดั เชิงปริมาณ 1. จํานวนผเู รยี นการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาชัน้ พื้นฐานท่ไี ดรับการสนบั สนนุ คาใชจา ยตามสิทธทิ ีก่ ําหนด ไว 2. จาํ นวนของคนไทยกลุมเปา หมายตาง ๆ ท่เี ขารว มกจิ กรรมการเรียนรู/เขารบั บรกิ ารกิจกรรมการศึกษาตอเนื่อง และการศกึ ษาตามอัธยาศัยที่สอดคลองกบั สภาพ ปญหา และความตองการ 3. รอ ยละของกําลังแรงงานท่ีสาํ เรจ็ การศกึ ษาระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ข้นึ ไป 4. จํานวนภาคีเครือขายทเ่ี ขามามสี วนรวมในการจดั /พัฒนา/สงเสรมิ การศึกษา (ภาคีเครือขา ย : สถานประกอบการ องคก ร หนวยงานทม่ี ารว มจดั /พัฒนา/สง เสรมิ การศึกษา) 5. จาํ นวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพนื้ ทีส่ ูง และชาวไทยมอแกน ในพน้ื ท่ี 5 จังหวดั 11 อําเภอ ไดร บั บริการการศึกษาตลอดชีวติ จากศนู ยการเรียนชุมชนสงั กดั สํานักงาน กศน. 6. จํานวนผูรบั บรกิ ารในพืน้ ทเ่ี ปาหมายไดร บั การสง เสรมิ ดา นการรูหนงั สอื และการพฒั นาทักษะชวี ิต 7. จํานวนนักเรยี นนกั ศกึ ษาท่ีไดรับบรกิ ารตวิ เขมเตม็ ความรู 8. จาํ นวนประชาชนทไ่ี ดร ับการฝกอาชีพระยะสั้น สามารถสรางอาชพี เพื่อสรางรายได 9. จํานวน ครู กศน. ตาํ บล จากพื้นที่ กศน.ภาค ไดรับการพฒั นาศักยภาพดานการจดั การเรยี นการสอน ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 10. จาํ นวนประชาชนที่ไดร ับการฝก อบรมภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสารดานอาชีพ 11. จาํ นวนผสู งู อายภุ าวะพงึ่ พงิ ในระบบ Long Term Care มีผดู ูแลทม่ี คี ุณภาพและมาตรฐาน 12. จํานวนประชาชนทผี่ า นการอบรมจากศูนยด ิจทิ ัลชุมชน 13. จาํ นวนศูนยก ารเรียนชุมชน กศน. บนพืน้ ทีส่ งู ในพน้ื ท่ี 5 จังหวดั ท่สี ง เสรมิ การพัฒนาทกั ษะการฟง พดู ภาษาไทยเพอื่ การสือ่ สาร รวมกนั ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน.

611 14. จาํ นวนบุคลากร กศน. ตําบลท่ีสามารถจัดทาํ คลังความรไู ด 15. จาํ นวนบทความเพื่อการเรียนรตู ลอดชวี ิตในระดับตาํ บลในหัวขอตา ง ๆ 16. จาํ นวนหลักสูตรและสื่อออนไลนท ี่ใหบ รกิ ารกบั ประชาชน ทัง้ การศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน การศกึ ษาตอเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศยั ตวั ชวี้ ัดเชิงคุณภาพ 1. รอ ยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทกุ ระดับ 2. รอยละของผเู รยี นที่ไดรบั การสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานเทยี บกับคาเปาหมาย 3. รอยละของประชาชนกลุมเปาหมายทลี่ งทะเบียนเรียนในทกุ หลกั สตู ร/กจิ กรรมการศกึ ษาตอ เน่ืองเทียบกับ เปาหมาย 4. รอยละของผผู า นการฝก อบรม/พัฒนาทักษะอาชพี ระยะสน้ั สามารถนาํ ความรูไปใชในการประกอบอาชพี หรือ พัฒนางานได 5. รอยละของผูเรยี นในเขตพื้นทจ่ี งั หวดั ชายแดนภาคใตท ่ีไดร ับการพัฒนาศักยภาพ หรอื ทกั ษะดานอาชีพ สามารถ มงี านทาํ หรือนําไปประกอบอาชพี ได 6. รอยละของผูจบหลักสูตร/กิจกรรมทสี่ ามารถนาํ ความรคู วามเขา ใจไปใชไดต ามจุดมุงหมายของหลักสูตรกิจกรรม การศกึ ษาตอเนอ่ื ง 7. รอ ยละของประชาชนที่ไดร ับบริการมีความพงึ พอใจตอ การบรกิ าร/เขารวมกจิ กรรมการเรยี นรูก ารศกึ ษาตาม อธั ยาศยั 8. รอ ยละของประชาชนกลุมเปาหมายท่ไี ดร บั บรกิ าร/ขา รวมกิจกรรมทม่ี ีความรคู วามเขาใจ/เจตคติ ทกั ษะ ตามจุดมุงหมายของกิจกรรมที่กําหนด ของการศึกษาตามอัธยาศยั 9. รอยละของนกั เรยี น/นักศึกษาท่มี ีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนในวชิ าที่ไดรบั บรกิ ารติวเขม เต็มความรู เพิม่ สงู ขึ้น 10. รอยละของผสู งู อายทุ ่เี ปน กลมุ เปาหมาย มีโอกาสมาเขารว มกิจกรรมการศึกษาตลอดชวี ติ นโยบายเรง ดวนเพอื่ รวมขบั เคลือ่ นยุทธศาสตรก ารพฒั นาประเทศ 1.ยุทธศาสตรด า นความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสรา งความจงรกั ภักดีตอสถาบนั หลักของชาติ โดยปลูกฝง และสรางความตระหนักรถู งึ ความสําคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงคเสริมสรา งความรักและความภาคภมู ใิ จในความเปน คนไทยและชาตไิ ทย นอม นําและเผยแพรศ าสตรพระราชา หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงรวมถึงแนวทางพระราชดํารติ า ง ๆ 1.2 เสริมสรางความรคู วามเขาใจท่ีถูกตอ ง และการมสี วนรวมอยา งถูกตองกบั การปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ ในบริบทของไทย มคี วามเปน พลเมืองดี ยอมรบั และเคารพความหลากหลายทาง ความคิดและอุดมการณ 1.3 สงเสริมและสนับสนนุ การจดั การศกึ ษาเพ่อื ปองกันและแกไขปญหาภัยคุกคามในรปู แบบใหม ทง้ั ยาเสพตดิ การคามนุษย ภยั จากไซเบอร ภยั พิบตั จิ ากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม ฯลฯ

712 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสรางเสริมโอกาสในการเขา ถึงบริการการศกึ ษา การพฒั นาทกั ษะ การ สรางอาชีพ และการใชชวี ติ ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม ในเขตพัฒนาพเิ ศษเฉพาะกิจจงั หวัดชายแดนภาคใต และพน้ื ทชี่ ายแดน อืน่ ๆ 1.5 สรา งความรู ความเขาใจในขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพ่ือนบานยอมรับและเคารพใน ประเพณี วัฒนธรรมของกลมุ ชาตพิ นั ธุ และชาวตางชาติทีม่ ีความหลากหลาย ในลกั ษณะพหุสังคมทีอ่ ยูร วมกัน 2 ยทุ ธศาสตรด า นการสรา งความสามารถในการแขงขนั 2.1 เรงปรบั หลักสตู รการจัดการศกึ ษาอาชีพ กศน. เพ่ือยกระดับทักษะดานอาชีพของประชาชน ใหเ ปนอาชพี ท่ีรองรับอตุ สาหกรรมเปา หมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณา การความรว มมือในการพฒั นาและเสรมิ ทักษะใหมด านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมงุ เนนสรางโอกาส ในการสรา งงาน สรางรายได และตอบสนองตอความตอ งการของตลาดแรงานท้ังภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพนื้ ท่เี ขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพเิ ศษตามภมู ภิ าคตาง ๆ ของประเทศสําหรบั พน้ื ทป่ี กติใหพัฒนา อาชีพทเี่ นน การตอยอดศกั ยภาพและตามบริบทของพ้ืนที่ 2.2 จัดการศกึ ษาเพ่อื พฒั นาพ้ืนท่ีภาคตะวนั ออก ยกระดับการศึกษาใหกบั ประชาชนใหจ บการศึกษาอยางนอย การศกึ ษาภาคบงั คบั สามารถนําคุณวฒุ ทิ ไี่ ดร บั ไปตอยอดในการประกอบอาชพี รวมท้ังพัฒนาทกั ษะในการประกอบอาชีพ ตามความตองการของประชาชน สรางอาชีพ สรางรายได ตอบสนองตอบริบทของสงั คมและชุมชน รวมทั้งรองรับการ พัฒนาเขตพ้ืนท่รี ะเบียบเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและสง เสรมิ ประชาชนเพื่อตอยอดการผลิตและจาํ หนายสนิ คแ ละผลิตภณั ฑออนไลน 1) เรงจดั ต้ังศนู ยใหคาํ ปรึกษาและพัฒนาผลิตภณั ฑ Brand กศน. เพื่อยกระดบั คุณภาพของสนิ คและผลิตภัณฑ การบรหิ ารจดั การทค่ี รบวงจร (การผลติ การตลาด การสงออก และสรา งชองทางจําหนาย) รวมทั้งสงเสรมิ การใชประโยชน จากเทคโนโลยดี จิ ิทลั ในการเผยแพรแ ละจําหนา ยผลติ ภัณฑ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินคาและลิตภณั ฑ กศน. ในแตล ะจังหวดั พรอมท้งั ประสานความรว มมอื กบั สถานี บรกิ ารน้าํ มนั ในการเปนซองทางการจาํ หนา ยสดุ ยอดสินคาและผลติ ภณั ฑ กศน.ใหกวางขวางยิ่งขนึ้ 3 ยทุ ธศาสตรการพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรท่เี ก่ยี วขอ งกบั การจัดกจิ กรรมและการเรยี นรู เปนผเู ชอื่ มโยงความรกู บั ผเู รยี นและผรู ับบริการ มคี วามเปน \"ครูมืออาชพี \" มจี ิตบรกิ าร มีความรอบรูและทันตอการเปลย่ี นแปลงของสังคมและเปน \"ผูอ ํานวยการการเรยี นรู\" ทสี่ ามารถบริหารจดั การความรู กิจกรรม และการเรยี นรทู ด่ี ี 1) เพม่ิ อัตราขา ราชการครูใหกับ กศน. อาํ เภอทุกแหง โดยเรงดําเนนิ การเร่ืองการหาอัตราตําแหนง การสรรหา บรรจุ และแตง ต้งั ขา ราชการครู 2) พฒั นาขาราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลกั สูตรท่เี ช่ือมโยงกับวทิ ยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตาํ บลใหสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ โดยเนนเรื่องการพัฒนาทักษะการจัดการ เรยี นการสอนออนไลน ทักษะภาษาตา งประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรยี นรู 4) พฒั นาศึกษานิเทศก ใหสามารถปฏิบัตกิ ารนเิ ทศไดอ ยางมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทกุ ระดบั ทุกประเภทใหมีทักษะความรเู ร่อื งการใชประโยชนจากดิจทิ ลั และ ภาษาตา งประเทศที่จําเปน 3.2 พัฒนาแหลงเรยี นรูใ หมีบรรยากาศและสภาพแวดลอ มทีเ่ อื้อตอการเรยี นรู มคี วามพรอ มในการใหบรกิ าร กจิ กรรมการศึกษาและการเรียนรู เปน แหลงสารสนเทศสาธารณะที่งยตอการเขา ถึง มีบรรยากาศทีเ่ อ้ือตอการเรยี นรู เปน

813 คาเพพืน้ ที่การเรยี นรูสาํ หรับคนทกุ ชวงวัย มสี งิ่ อํานวยความสะดวก มีบรรยากาศสวยงามมีชีวติ ท่ีดงึ ดดู ความสนใจ และมี ความปลอดภยั สําหรบั ผใู ชบ รกิ าร 1) เรง ยกระดบั กศน.ตาํ บลนํารอ ง 928 แหง (อําเภอละ 1 แหง ) ใหเ ปน กศน.ตําบล 5 ดี พรีเมย่ี ม ทีป่ ระกอบดวย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพ้นื ที่) กจิ กรรมดี เครือขายดี และมีนวตั กรรมการเรยี นรูที่ดมี ีประโยชน 2) จัดใหม ีศนู ยการเรยี นรูตนแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู ใน 6 ภูมภิ าค เปนพื้นที่การเรยี นรู (Co - Learning Space) ทที่ ันสมัยสําหรับทุกคน มีความพรอมในการใหบรกิ ารตาง ๆ อาทิ พน้ื ท่ีสาํ หรับการทํางาน/การ เรียนรู พ้ืนทส่ี าํ หรับกิจกรรมตาง ๆ มีหอ งประชมุ ขนาดเลก็ รวมทั้งทํางานรวมกบั หองสมุดประชาชนในการใหบริการใน รูปแบบหอ งสมุดดิจทิ ัล บริการอินเทอรเ นต็ สอื่ มัลติมีเดยี เพ่อื รองรับการเรยี นรูแบบ Active Learning 3) พัฒนาหองสมดุ ประชชน \"เฉลมิ ราชกมุ ารี\" ใหเปน Digital Library โดยใหมีบรกิ ารหนงั สอื ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร และอนิ เทอรเ น็ตความเรว็ สงู รวมทัง้ Free Wifi เพอื่ การสบื คนขอมลู 3.3 สงเสรมิ การจดั การเรียนรูที่ทนั สมยั และมีประสิทธภิ าพ เอื้อตอการเรียนรสู ําหรับทกุ คน สามารถ เรียนไดทกุ ทท่ี ุกเวลา มกี จิ กรรมทีห่ ลากลาย นา สนใจ สนองตอบความตองการของชมุ ชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรูของประชาชน รวมท้งั ใชป ระโยชนจ ากประชาชนในชุมชนในการรวมจดั กิจกรรมการเรยี นรเู พื่อเชื่อมโยง ความสัมพนั ธข องคนในชุมชนไปสูก ารจดั การความรูของชมุ ชนอยางยงั่ ยืน 1) สง เสริมการจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ปี่ ลูกฝงคุณธรรม สรางวินัย จิตสาธารณะ ความรับผดิ ชอบ ตอ สวนรวม และการมีจิตอาสา ผา นกิจกรรมรูปแบบตา ง ๆ อาทิ กจิ กรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจน สนบั สนนุ ใหม ีการจดั กจิ กรรมเพื่อปลูกฝง คุณธรรม จรยิ ธรรมใหกบั บุคลากรในองคกร 2) จดั ใหม หี ลกั สตู รลูกเสือมัคคเุ ทศก โดยใหสาํ นกั งาน กศน.จังหวดั ทกุ แหปกทม. จัดตง้ั กองลูกเสือ ที่ลูกเสือมีความพรอ มดานทักษะภาษาตางประเทศ เปน ลูกเสอื มัคคเุ ทศกจงั หวดั ละ 1 กอง เพอื่ สงเสริมลูกเสือจติ อาสา พัฒนาการทองเที่ยวในแตล ะจงั หวัด 3.4 เสริมสรา งความรว มมือกับภาคเี ครอื ขาย ประสาน สงเสรมิ ความรวมมือภาคเี ครือขาย ทงั้ ภาครฐั เอกชน ประชาสงั คม และองคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ รวมทัง้ สง เสริมและสนบั สนนุ การมสี ว นรว มของชมุ ชนเพ่ือสรางความเขาใจ และใหเกิดความรวมมือในการสง เสรมิ สนับสนนุ และจัดการศึกษาและการเรยี นรูใหกับประชาชนอยา งมีคณุ ภาพ 1) เรง จดั ทําทําเนยี บภูมปิ ญ ญาทองถน่ิ ในแตล ะตาํ บล เพื่อใชป ระโยชนจ ากภมู ิปญญาทองถ่นิ ในการสรา งการเรยี นรู จากองคค วามรใู นตัวบุคคลใหเกดิ การถายทอดภูมิปญ ญา สรางคุณคาทางวฒั นธรรมอยางยงั่ ยืน 2) สงเสริมภมู ิปญ ญาทองถน่ิ สูการจัดการเรยี นรูช มุ ชน 3) ประสานความรว มมอื กับภาคเี ครือขายเพือ่ การขยายและพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ใหเขา ถงึ กลมุ เปาหมายทุกกลุมอยา งกวางขวางและมีคณุ ภาพ อาทิ กลุมผสู งู อายุ กลมุ อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือประโยชนต อการจัดการศกึ ษาและกลุม เปาหมาย 1) พฒั นาการจดั การศกึ ษาออนไลน กศน. ทัง้ ในรปู แบบของการศึกษาขน้ั พื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวติ และทักษะอาชีพ การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมทัง้ การพัฒนาชอ งทางการคาออนไลน 2) สง เสริมการใชเ ทคโนโลยใี นการปฏิบัตงิ าน การบรหิ ารจัดการ และการจัดการเรียนรู 3) สง เสรมิ ใหมีการใชก ารวิจยั อยางงา ยเพ่ือสรางนวตั กรรมใหม 3.6 พัฒนาศกั ยภาพคนดานทักษะและความเขาใจในการใชเ ทคโนโลยดี ิจิทัล (Digital Literacy) 1) พฒั นาความรแู ละทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครแู ละบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือพฒั นา รูปแบบการจัดการเรยี นการสอน 2) สงเสรมิ การจัดการเรยี นรูดานเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่อื ใหประชาชนมีทักษะความเขา ใจและ

914 ใชเทคโนโลยีดจิ ิทลั ท่ีสามารถนําไปใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจําวัน รวมท้ังสรา งรายไดใหกับตนเองได 3.7 พฒั นาทกั ษะภาษาตางประเทศเพ่ือการสื่อสารของประชาชนในรปู แบบตา ง ๆ อยา งเปนรูปธรรม โดยเนน ทกั ษะภาษาเพ่ืออาชีพ ทงั้ ในภาคธุรกจิ การบรกิ าร และการทองเท่ียว รวมท้งั พัฒนาสอ่ื การเรียนการสอนเพอ่ื สงเสรมิ การใชภาษาเพื่อการส่อื สารและการพฒั นาอาชีพ 3.8 เตรยี มความพรอ มการเขาสูสงั คมผูส ูงอายุท่ีเหมาะสมและมคี ุณภาพ 1) สง เสริมการจัดกิจกรรมใหก ับประชาชนเพ่ือสรา งความตระหนักถึงการเตรียมพรอมเขาสู สังคมผสู งู อายุ (Aging Society) มีความเขาใจในพฒั นาการของชว งวยั รวมทั้งเรยี นรูและมีสว นรวมในการดูแล รบั ผดิ ชอบผสู ูงอายใุ นครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจดั บรกิ ารการศึกษาและการเรียนรสู าํ หรบั ประชาชนในการเตรียมความพรอ ม เขา สวู ยั สูงอายุที่เหมาะสมและมคี ุณภาพ 3) จดั การศึกษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชวี ติ สาํ หรบั ผสู งู อายภุ ายใตแนวคดิ \"Active Aging\" การศกึ ษาเพือ่ พฒั นาคุณภาพชีวติ และพัฒนาทักษะชีวิต ใหส ามารถดแู ลตนเองทง้ั สุขภาพกายและสขุ ภาพจิต และรจู ักใชป ระโยชนจ ากเทคโนโลยี 4) สรา งความตระหนักถงึ คุณคา และศกั ด์ิศรขี องผูสูงอายุ เปด โอกาสใหม ีการเผยแพรภูมิปญ ญา ของผสู ูงอายุ และใหมีสว นรวมในกิจกรรมดา นตาง ๆ ในชุมชน เชน ดา นอาชพี กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชพี เพื่อรองรับสังคมผูส ูงอายุ โดยบูรณาการความรวมมือกบั หนวยงานทีเ่ ก่ยี วของ ในทุกระดบั 3.9 การสง เสริมวิทยาศาสตรเ พอื่ การศึกษา 1) จดั กิจกรรมวทิ ยาศาสตรเ ชิงรกุ และเนนใหความรูว ทิ ยาศาสตรอ ยา งงายกับประชาชนในชุมชน ท้งั วทิ ยาศาสตรใ นวถิ ีชีวติ และวทิ ยาศาสตรใ นชีวติ ประจําวนั 2) พัฒนาสอื่ นิทรรศการเละรูปแบบการจดั กจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตรใ หมีความทันสมัย 3.10 สง เสริมการรภู าษาไทยใหก ับประชาชนในรูปแบบตาง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพน้ื ทสี่ ูง ใหสามารถฟง พูด อาน และเขียนภาษาไทย เพ่ือประโยชในการใชช ีวติ ประจาํ วันได 4 ยทุ ธศาสตรตน การสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศนู ยก ารเรียนรสู ําหรบั ทกุ ชว งวัย ท่ีเปน ศูนยการเรยี นรตู ลอดชีวติ ทีส่ ามารถใหบรกิ าร ประชาชนไดท ุกคน ทุกชวงวัย ทม่ี ีกิจกรรมท่ีหลากหลาย ตอบสนองความตองการในการเรียนรูในแตล ะวัย และเปน ศูนยบ ริการความรู ศูนยก ารจดั กิจกรรมทคี่ รอบคลุมทุกชวงวัย เพอ่ื ใหมีพฒั นาการเรยี นรทู ่เี หมาะสม และมีความสุขกับการเรียนรูตามความสนใจ 1) เรง ประสานกบั สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพือ่ จดั ทาํ ฐานขอมูลโรงเรยี นทีถ่ ูกยบุ รวม หรอื คาดวา นา จะถูกยุบรวม 2) ใหส าํ นักงาน กศน.จงั หวดั ทกุ แหง ทอี่ ยใู นจังหวัดท่ีมโี รงเรียนที่ถกู ยบุ รวม ประสานขอใชพ ้นื ท่เี พื่อจดั ตั้งศนู ยการ เรยี นรูส าํ หรบั ทกุ ชว งวัย กศน. 4.2 สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรยี นรูสําหรับกลมุ เปา หมายผูพิการ 1) จัดการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชวี ิตและทกั ษะอาชีพ และการศกึ ษาตามอัธยาศัย โดยเนน รูปแบบการศึกษาออนไลน 2) ใหสํานักงาน กศน.จงั หวดั ทกุ แหง/กทม. ทําความรว มมือกบั ศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัด ในการใช สถานท่ี วัสดุอุปกรณ และครุภณั ฑด านการศกึ ษา เพื่อสนับสนนุ การจัดการศึกษาและการเรยี นรสู าํ หรบั กลุมเปาหมายผู พิการ

1105 4.3 ยกระดบั การศึกษาใหกับกลมุ เปา หมายทหารกองประจาํ การ รวมทั้งกลุมเปา หมายพเิ ศษอืน่ ๆ อาทิ ผูตองขัง คนพิการ เด็กออกกลางคนั ประชากรวัยเรยี นทอี่ ยนู อกระบบการศกึ ษาใหจ บการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน สามารถนําความรทู ่ีไดร ับไปพัฒนาตนเองไดอยา งตอเนอ่ื ง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศกึ ษาอาชีพระะสั้น ใหมคี วามหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบั บรบิ ทของพืน้ ที่ และตอบสนองความตอ งการของประชาชนผูรับบรกิ าร 5. ยทุ ธศาสตรด านการสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวติ ท่เี ปนมิตรตอ สิง่ แวดลอม 5.1 สงเสรมิ ใหมกี ารใหความรูกบั ประชาชนในการรบั มอื และปรบั ตวั เพื่อลดความเสยี หายจากภัยธรรมชาตแิ ละ ผลกระทบท่ีเก่ียวของกบั การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สรางความตระหนักถึงความสาํ คัญของการสรางสงั คมสเี ขียว สงเสรมิ ความรูใ หก บั ประชาชนเกยี่ วกบั การคดั แยกตงั้ แตตน ทาง การกาํ จดั ขยะ และการนํากลับมาใชช าํ้ เพือ่ ลดปรมิ าณและตนทุนในการจัดการขยะของเมือง และ สามารถนําขยะกลบั มาใชป ระโยชนไ ดโ ดยงาย รวมทงั้ การจัดการมลพิษในชมุ ชน 5.3 สงเสรมิ ใหหนว ยงานและสถานศกึ ษาใชพลงั งานทเี่ ปน มติ รกบั สงิ่ แวดลอ ม รวมทงั้ ลดการใชท รัพยากรท่สี ง ผล กระทบตอส่ิงแวดลอม เชน รณรงคเ ร่ืองการลดการใชถ งุ พลาสตกิ การประหยดั ไฟฟา เปน ตน 6. ยทุ ธศาสตรดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พฒั นาและปรบั ระบบวธิ กี ารปฏบิ ตั ิราชการใหทันสมยั มคี วามโปรงใส ปลอดการทุจรติ บริหารจดั การบน ขอ มลู และหลกั ฐานเชงิ ประจักษ มงุ ผลสัมฤทธิม์ ีความโปรงใส 6.2 นาํ นวตั กรรมและเทคโนโลยีระบบการทํางานที่เปนดจิ ิทัลมาใชในการบริหารและพัฒนางานสามารถเชื่อมโยง กับระบบฐานขอมูลกลางของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พรอมทั้งพฒั นาโปรแกรมออนไลนท ีส่ ามารถเช่อื มโยงขอ มลู ตาง ๆ ท่ีทาํ ใหก ารบรหิ ารจดั การเปนไปอยางตอเน่ืองกนั ตั้งแตตน จนจบกระบวนการและใหประชาชนกลมุ เปา หมายสามารถเขา ถึง บริการไดอยางทันที ทุกทแ่ี ละทกุ เวลา 6.3 สงเสรมิ การพฒั นาบุคลากรทุกระดบั อยางตอเนื่อง ใหมคี วามรูและทักษะตามมาตรฐานตาํ แหนง ใหตรงกบั สายงาน ความชํานาญ และความตองการของบุคลากร 2. แนวทาง/กลยุทธก ารดําเนนิ งานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ของ กศน.ตําบลหนอง ปรือ สังกดั กศน.อาํ เภอพนัสนคิ ม วสิ ัยทัศน “กศน.อําเภอพนสั นิคม จัดและสงเสรมิ สนบั สนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยใหกับประชาชน กลมุ เปาหมายอําเภอพนสั นิคมไดอยางมีคุณภาพดว ยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” พันธกิจ 1. ออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรูใหส อดคลองกับหลักสูตร 2. จดั ระบบสารสนเทศเพื่อการเรยี นรูแ ละการบริหารการศึกษา 3. พัฒนาบุคลากรดานการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู/สื่อ/การประเมนิ ผล 4. สง เสริมและสนับสนนุ การมสี ว นรวมของภาคีเครือขายและชมุ ชนในการจดั กิจกรรมการศกึ ษา

1116 เปาประสงค ประชาชนผดู อ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทว่ั ไปไดร ับโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบ การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน การศึกษาตอเน่อื ง และการศึกษาตามอัธยาศัย ทม่ี คี ุณภาพอยางเทา เทยี ม และทัว่ ถงึ เปน ไปตามสภาพ ปญหา และความตองการของแตล ะ กลมุ เปา หมาย 1. ประชาชนไดรับการยกระดับการศกึ ษา สรางเสริมและปลกู ฝงคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความเปน พลเมือง อัน นําไปสูการยกระดบั คณุ ภาพชีวติ และเสรมิ สรา งความเขมแข็งใหช มุ ชน เพื่อพัฒนาไปสูความมั่นคงและย่ังยืนทางดาน เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรม ประวัตศิ าสตร และสงิ่ แวดลอ ม 2. ประชาชนไดร ับโอกาสในการเรยี นรู และมีเจตคติทางวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยที ีเ่ หมาะสมสามารถคิด วิเคราะห และประยุกตใชใ นชีวติ ประจําวนั รวมทั้งแกป ญหาและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ไดอ ยา งสรางสรรค 3. ประชาชนไดร บั การสรางและสงเสริมใหมีนสิ ัยรักการอานเพอื่ การแสวงหาความรดู ว ยตนเอง 4. ชุมชนและภาคีเครอื ขา ยทุกภาคสว น รวมจัด สงเสริม และสนบั สนุนการดาํ เนนิ งานการศึกษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมทั้งการขบั เคลอื่ นกจิ กรรมการเรียนรูของชมุ ชน 5. หนวยงานและสถานศึกษาพฒั นา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจทิ ัล มาใชในการยกระดบั คุณภาพใน การจดั การเรยี นรแู ละเพ่ิมโอกาสการเรยี นรูใหก บั ประชาชน 6. หนว ยงานและสถานศึกษาพฒั นาสื่อและการจดั กระบวนการเรียนรู เพ่ือแกปญหาและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ี ตอบสนองกับการเปล่ยี นแปลงบริบทดานเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วฒั นธรรม ประวตั ิศาสตรแ ละสิ่งแวดลอม รวมทงั้ ตาม ความตองการของประชาชนและชมุ ชนในรูปแบบทห่ี ลากหลาย 7. หนว ยงานและสถานศึกษามรี ะบบการบริหารจัดการท่ีเปนไปตามหลักธรรมาภิบาล 8. บคุ ลากรของหนวยงานและสถานศึกษาไดร บั การพฒั นาเพือ่ เพม่ิ สมรรถนะในการปฏิบัติงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอยางมปี ระสิทธภิ าพ ตวั ชว้ี ัด ตัวชวี้ ดั เชิงปริมาณ 1. จํานวนผเู รียนการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาช้นั พนื้ ฐานทไี่ ดรบั การสนบั สนุนคา ใชจายตามสทิ ธทิ ก่ี าํ หนด ไว 2. จาํ นวนของคนไทยกลุมเปาหมายตาง ๆ ทเี่ ขารว มกิจกรรมการเรียนรู/เขา รบั บรกิ ารกิจกรรมการศึกษาตอ เนื่อง และการศึกษาตามอธั ยาศยั ที่สอดคลอ งกบั สภาพ ปญ หา และความตองการ 3. รอ ยละของกําลงั แรงงานที่สําเร็จการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนตนขน้ึ ไป 4. จํานวนภาคเี ครอื ขายที่เขามามสี วนรวมในการจัด/พัฒนา/สงเสริมการศึกษา (ภาคีเครือขา ย : สถานประกอบการ องคกร หนว ยงานท่ีมารวมจดั /พฒั นา/สงเสริมการศึกษา) 5. จาํ นวนประชาชน เดก็ และเยาวชนในพน้ื ท่ีสูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นท่ี 5 จังหวดั 11 อําเภอ ไดรบั บริการการศึกษาตลอดชีวติ จากศูนยการเรียนชมุ ชนสังกัดสํานักงาน กศน. 6. จํานวนผรู บั บรกิ ารในพืน้ ท่เี ปา หมายไดรบั การสง เสริมดานการรูหนงั สอื และการพัฒนาทกั ษะชีวติ 7. จํานวนนักเรยี นนักศกึ ษาที่ไดรบั บรกิ ารติวเขมเตม็ ความรู 8. จาํ นวนประชาชนทีไ่ ดร ับการฝกอาชพี ระยะส้ัน สามารถสรา งอาชีพเพ่ือสรา งรายได

1217 9. จาํ นวน ครู กศน. ตําบล จากพน้ื ที่ กศน.ภาค ไดรับการพฒั นาศักยภาพดา นการจดั การเรยี นการสอน ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 10. จาํ นวนประชาชนที่ไดรบั การฝก อบรมภาษาตา งประเทศเพ่ือการสื่อสารดานอาชีพ 11. จาํ นวนผูสงู อายุภาวะพง่ึ พงิ ในระบบ Long Term Care มผี ูดูแลทีม่ คี ุณภาพและมาตรฐาน 12. จาํ นวนประชาชนทีผ่ านการอบรมจากศูนยด ิจิทัลชุมชน 13. จาํ นวนศนู ยการเรยี นชมุ ชน กศน. บนพื้นทส่ี ูง ในพ้ืนท่ี 5 จังหวัด ทีส่ งเสริมการพฒั นาทักษะการฟง พดู ภาษาไทยเพื่อการสอื่ สาร รวมกนั ในสถานศึกษาสังกดั สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จํานวนบคุ ลากร กศน. ตําบลที่สามารถจัดทําคลงั ความรูได 15. จาํ นวนบทความเพ่ือการเรยี นรตู ลอดชีวิตในระดบั ตาํ บลในหวั ขอ ตา ง ๆ 16. จํานวนหลักสตู รและสือ่ ออนไลนท ี่ใหบ รกิ ารกบั ประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน การศึกษาตอเน่ือง และการศึกษาตามอธั ยาศัย ตัวช้วี ดั เชิงคณุ ภาพ 1. รอยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทกุ รายวิชาทกุ ระดับ 2. รอยละของผเู รยี นท่ีไดร ับการสนบั สนนุ การจัดการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานเทยี บกบั คาเปาหมาย 3. รอ ยละของประชาชนกลุมเปาหมายทลี่ งทะเบียนเรียนในทุกหลกั สูตร/กิจกรรมการศกึ ษาตอ เนื่องเทยี บกับ เปาหมาย 4. รอ ยละของผูผา นการฝก อบรม/พัฒนาทักษะอาชพี ระยะสั้นสามารถนาํ ความรไู ปใชใ นการประกอบอาชพี หรือ พฒั นางานได 5. รอ ยละของผูเรยี นในเขตพ้ืนที่จงั หวดั ชายแดนภาคใตที่ไดรับการพฒั นาศักยภาพ หรอื ทักษะดานอาชพี สามารถ มีงานทาํ หรือนําไปประกอบอาชพี ได 6. รอ ยละของผูจบหลกั สูตร/กิจกรรมทีส่ ามารถนําความรูความเขา ใจไปใชไดต ามจุดมงุ หมายของหลักสูตรกิจกรรม การศกึ ษาตอเนื่อง 7. รอ ยละของประชาชนท่ีไดร ับบริการมีความพึงพอใจตอ การบริการ/เขารวมกิจกรรมการเรยี นรูก ารศึกษาตาม อัธยาศัย 8. รอยละของประชาชนกลุมเปาหมายทีไ่ ดร ับบรกิ าร/ขา รว มกจิ กรรมทม่ี คี วามรคู วามเขาใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมงุ หมายของกิจกรรมทกี่ ําหนด ของการศกึ ษาตามอัธยาศัย 9. รอ ยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นในวชิ าท่ไี ดร ับบรกิ ารตวิ เขมเต็มความรเู พิ่มสูงขนึ้ 10. รอยละของผสู งู อายทุ เี่ ปน กลมุ เปา หมาย มโี อกาสมาเขา รว มกจิ กรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเรง ดวนเพอื่ รวมขบั เคลื่อนยทุ ธศาสตรการพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตรด า นความม่นั คง 1.1 พัฒนาและเสริมสรางความจงรกั ภกั ดีตอสถาบนั หลักของชาติ โดยปลกู ฝงและสรางความตระหนักรูถึง ความสาํ คัญของสถาบนั หลักของชาติ รณรงคเสริมสรา งความรักและความภาคภูมิใจในความเปนคนไทยและชาตไิ ทย นอม นําและเผยแพรศ าสตรพระราชา หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งรวมถึงแนวทางพระราชดาํ ริตาง ๆ

1318 1.2 เสริมสรา งความรคู วามเขาใจท่ถี ูกตอง และการมีสว นรวมอยางถูกตองกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ท รงเปน ประมุข ในบริบทของไทย มคี วามเปน พลเมืองดี ยอมรบั และเคารพความหลากหลายทาง ความคิดและอดุ มการณ 1.3 สง เสรมิ และสนับสนนุ การจัดการศึกษาเพือ่ ปองกันและแกไขปญหาภัยคุกคามในรปู แบบใหม ท้งั ยา เสพตดิ การคามนุษย ภยั จากไซเบอร ภัยพิบตั จิ ากธรรมชาติ โรคอบุ ัตใิ หม ฯลฯ 1.4 ยกระดับคณุ ภาพการศึกษาและสรางเสรมิ โอกาสในการเขาถงึ บริการการศกึ ษา การพัฒนาทกั ษะ การ สรางอาชีพ และการใชช ีวติ ในสงั คมพหุวฒั นธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกจิ จงั หวดั ชายแดนภาคใต และพน้ื ที่ชายแดน อนื่ ๆ 1.5 สรา งความรู ความเขาใจในขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพ่ือนบานยอมรบั และเคารพใน ประเพณี วฒั นธรรมของกลมุ ชาตพิ ันธุ และชาวตา งชาตทิ ม่ี ีความหลากหลาย ในลักษณะพหุสงั คมท่ีอยรู วมกนั 2 ยุทธศาสตรด านการสรางความสามารถในการแขงขนั 2.1 เรงปรบั หลักสูตรการจดั การศึกษาอาชพี กศน. เพื่อยกระดับทักษะดานอาชีพของประชาชน ใหเปน อาชีพทีร่ องรบั อตุ สาหกรรมเปา หมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณา การความรว มมือในการพฒั นาและเสริมทักษะใหมดานอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุงเนน สรา งโอกาส ในการสรา งงาน สรา งรายได และตอบสนองตอความตองการของตลาดแรงานท้ังภาคอุตสาหกรรมและ การบริการ โดยเฉพาะในพนื้ ท่ีเขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพเิ ศษตามภมู ภิ าคตาง ๆ ของประเทศ สําหรบั พืน้ ทป่ี กติใหพ ฒั นาอาชพี ที่เนน การตอยอดศักยภาพและตามบรบิ ทของพื้นที่ 2.2 จดั การศึกษาเพ่ือพฒั นาพ้ืนท่ีภาคตะวนั ออก ยกระดบั การศกึ ษาใหกับประชาชนใหจบการศกึ ษาอยางนอย การศกึ ษาภาคบังคับ สามารถนาํ คุณวุฒทิ ่ีไดรับไปตอยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนาทกั ษะในการประกอบอาชพี ตามความตองการของประชาชน สรางอาชีพ สรา งรายได ตอบสนองตอบรบิ ทของสงั คมและชมุ ชน รวมทงั้ รองรบั การ พฒั นาเขตพน้ื ที่ระเบยี บเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พฒั นาและสง เสรมิ ประชาชนเพือ่ ตอยอดการผลิตและจําหนายสินคแ ละผลิตภณั ฑออนไลน 1) เรงจัดต้งั ศนู ยใหคําปรึกษาและพัฒนาผลติ ภณั ฑ Brand กศน. เพ่ือยกระดบั คุณภาพของสินคและผลิตภัณฑ การบรหิ ารจดั การท่คี รบวงจร (การผลิต การตลาด การสง ออก และสรา งชองทางจําหนาย) รวมทงั้ สง เสริมการใชประโยชน จากเทคโนโลยดี จิ ิทลั ในการเผยแพรแ ละจําหนา ยผลติ ภัณฑ 2) พฒั นาและคัดเลือกสุดยอดสนิ คาและลิตภณั ฑ กศน. ในแตละจงั หวดั พรอมท้งั ประสานความรวมมอื กบั สถานี บรกิ ารนาํ้ มนั ในการเปนซองทางการจาํ หนา ยสุดยอดสินคา และผลติ ภัณฑ กศน.ใหกวางขวางย่งิ ข้นึ 3 ยทุ ธศาสตรการพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพทรัพยากรมนษุ ย 3.1 พัฒนาครแู ละบุคลากรทเี่ กยี่ วขอ งกบั การจัดกิจกรรมและการเรียนรู เปนผเู ชือ่ มโยงความรูก บั ผเู รียนและผูรับบรกิ าร มีความเปน \"ครูมืออาชีพ\" มีจติ บริการ มีความรอบรูและทันตอการเปลีย่ นแปลงของสงั คมและเปน \"ผูอาํ นวยการการเรยี นรู\" ทส่ี ามารถบรหิ ารจดั การความรู กิจกรรม และการเรยี นรูทีด่ ี 1) เพิม่ อตั ราขาราชการครูใหกับ กศน. อําเภอทุกแหง โดยเรง ดาํ เนนิ การเรื่องการหาอตั ราตาํ แหนง การสรรหา บรรจุ และแตง ต้ัง ขาราชการครู 2) พฒั นาขาราชการครูในรปู แบบครบวงจร ตามหลกั สตู รท่ีเช่อื มโยงกบั วทิ ยฐานะ 3) พฒั นาครู กศน.ตําบลใหสามารถปฏิบตั งิ านไดอ ยางมีประสทิ ธภิ าพ โดยเนน เร่ืองการพัฒนาทกั ษะการจัดการ เรยี นการสอนออนไลน ทักษะภาษาตางประเทศ ทักษะการจดั กระบวนการเรียนรู 4) พฒั นาศึกษานิเทศก ใหสามารถปฏิบัตกิ ารนิเทศไดอยางมีประสิทธภิ าพ

1419 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทกุ ระดับทุกประเภทใหม ีทักษะความรูเรอ่ื งการใชประโยชนจากดิจทิ ัลและ ภาษาตา งประเทศท่ีจาํ เปน 3.2 พัฒนาแหลง เรยี นรใู หม บี รรยากาศและสภาพแวดลอมทเ่ี อื้อตอ การเรยี นรู มคี วามพรอมในการใหบรกิ าร กจิ กรรมการศกึ ษาและการเรียนรู เปน แหลงสารสนเทศสาธารณะท่งี ยตอการเขาถึง มีบรรยากาศทเ่ี อ้ือตอการเรยี นรู เปน คาเพพนื้ ท่ีการเรยี นรสู าํ หรับคนทกุ ชว งวัย มีสงิ่ อาํ นวยความสะดวก มีบรรยากาศสวยงามมีชวี ิต ทด่ี ึงดดู ความสนใจ และมี ความปลอดภัยสาํ หรับผใู ชบริการ 1) เรงยกระดบั กศน.ตําบลนาํ รอ ง 928 แหง (อาํ เภอละ 1 แหง ) ใหเ ปน กศน.ตาํ บล 5 ดี พรเี ม่ียม ท่ปี ระกอบดว ย ครูดี สถานท่ีดี (ตามบริบทของพน้ื ที่) กจิ กรรมดี เครอื ขา ยดี และมีนวตั กรรมการเรียนรทู ่ีดีมปี ระโยชน 2) จดั ใหมศี นู ยการเรยี นรตู นแบบ กศน. เพือ่ ยกระดับการเรียนรู ใน 6 ภมู ภิ าค เปน พืน้ ที่การเรียนรู (Co - Learning Space) ทีท่ ันสมยั สาํ หรับทกุ คน มีความพรอ มในการใหบริการตา ง ๆ อาทิ พน้ื ทส่ี ําหรบั การทํางาน/การ เรยี นรู พืน้ ท่ีสาํ หรบั กจิ กรรมตาง ๆ มหี อ งประชุมขนาดเลก็ รวมทง้ั ทํางานรว มกับหอ งสมุดประชาชนในการใหบ ริการใน รปู แบบหอ งสมดุ ดจิ ทิ ลั บริการอนิ เทอรเนต็ ส่ือมลั ติมีเดยี เพอ่ื รองรับการเรียนรแู บบ Active Learning 3) พัฒนาหองสมดุ ประชชน \"เฉลิมราชกุมารี\" ใหเปน Digital Library โดยใหมบี รกิ ารหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพวิ เตอร และอนิ เทอรเน็ตความเรว็ สูง รวมท้งั Free Wifi เพื่อการสืบคน ขอมูล 3.3 สงเสรมิ การจดั การเรยี นรูที่ทนั สมยั และมีประสิทธิภาพ เออ้ื ตอการเรียนรสู าํ หรับทุกคน สามารถ เรียนไดทกุ ทที่ ุกเวลา มกี จิ กรรมที่หลากลาย นา สนใจ สนองตอบความตองการของชมุ ชน เพือ่ พฒั นาศักยภาพ การเรยี นรูข องประชาชน รวมทงั้ ใชป ระโยชนจ ากประชาชนในชุมชนในการรว มจัดกจิ กรรมการเรยี นรูเพ่ือเช่อื มโยง ความสัมพันธข องคนในชุมชนไปสูการจัดการความรขู องชุมชนอยางยัง่ ยืน 1) สงเสริมการจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ่ีปลกู ฝงคณุ ธรรม สรางวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบ ตอสวนรวม และการมจี ิตอาสา ผานกจิ กรรมรปู แบบตา ง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจน สนบั สนุนใหม ีการจดั กจิ กรรมเพอ่ื ปลูกฝง คณุ ธรรม จริยธรรมใหกับบุคลากรในองคกร 2) จดั ใหมหี ลกั สตู รลกู เสือมัคคเุ ทศก โดยใหส ํานักงาน กศน.จงั หวัดทกุ แหปกทม. จัดตงั้ กองลูกเสือ ที่ลูกเสอื มีความพรอ มดา นทักษะภาษาตางประเทศ เปน ลูกเสือมัคคเุ ทศกจ งั หวดั ละ 1 กอง เพอ่ื สง เสริมลูกเสอื จติ อาสา พฒั นาการทอ งเที่ยวในแตละจังหวัด 3.4 เสริมสรา งความรวมมือกับภาคเี ครือขา ย ประสาน สง เสริมความรวมมือภาคีเครือขาย ท้งั ภาครัฐเอกชน ประชาสงั คม และองคกรปกครองสว นทอ งถิ่น รวมทั้งสง เสริมและสนับสนนุ การมสี ว นรวมของชุมชนเพ่อื สรางความเขาใจ และใหเ กิดความรว มมือในการสง เสริม สนับสนุน และจดั การศึกษาและการเรียนรใู หก ับประชาชนอยางมีคุณภาพ 1) เรง จัดทําทําเนยี บภูมิปญญาทอ งถิน่ ในแตละตําบล เพ่ือใชประโยชนจ ากภูมปิ ญญาทองถนิ่ ในการสรางการเรยี นรู จากองคความรใู นตวั บุคคลใหเกดิ การถายทอดภมู ิปญ ญา สรา งคุณคาทางวฒั นธรรมอยางยงั่ ยนื 2) สงเสริมภูมิปญ ญาทองถิน่ สูการจดั การเรียนรชู มุ ชน 3) ประสานความรวมมอื กับภาคีเครือขา ยเพือ่ การขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหเขา ถึงกลมุ เปาหมายทุกกลุมอยา งกวางขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลมุ ผสู ูงอายุ กลมุ อสม. 3.5 พฒั นานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชนตอ การจัดการศึกษาและกลมุ เปาหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน กศน. ทัง้ ในรูปแบบของการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวติ และทกั ษะอาชพี การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมท้ังการพัฒนาชอ งทางการคา ออนไลน 2) สง เสรมิ การใชเทคโนโลยใี นการปฏบิ ตั ิงาน การบรหิ ารจัดการ และการจัดการเรยี นรู 3) สงเสรมิ ใหมีการใชก ารวิจยั อยางงา ยเพื่อสรางนวัตกรรมใหม

1520 3.6 พฒั นาศกั ยภาพคนดานทักษะและความเขาใจในการใชเ ทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พฒั นาความรูและทักษะเทคโนโลยีดิจทิ ัลของครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา เพ่ือพัฒนา รปู แบบการจัดการเรยี นการสอน 2) สง เสรมิ การจัดการเรยี นรูด านเทคโนโลยีดิจทิ ัล เพือ่ ใหประชาชนมีทกั ษะความเขาใจและ ใชเ ทคโนโลยดี จิ ิทลั ท่ีสามารถนาํ ไปใชป ระโยชนในชวี ติ ประจําวนั รวมทั้งสรางรายไดใหกับตนเองได 3.7 พฒั นาทักษะภาษาตา งประเทศเพ่ือการส่ือสารของประชาชนในรูปแบบตาง ๆ อยา งเปน รูปธรรม โดยเนน ทกั ษะภาษาเพื่ออาชีพ ท้งั ในภาคธุรกจิ การบริการ และการทองเที่ยว รวมท้งั พัฒนาสือ่ การเรยี นการสอนเพือ่ สง เสรมิ การใชภาษาเพ่อื การสอ่ื สารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพรอมการเขาสูสงั คมผสู ูงอายุทีเ่ หมาะสมและมคี ุณภาพ 1) สงเสรมิ การจดั กจิ กรรมใหกับประชาชนเพื่อสรา งความตระหนกั ถึงการเตรยี มพรอมเขาสูสังคมผูสูงอายุ (Aging Society) มคี วามเขาใจในพัฒนาการของชวงวยั รวมทง้ั เรยี นรูแ ละมสี วนรว มในการดูแล รบั ผดิ ชอบผูสูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจดั บริการการศึกษาและการเรียนรสู ําหรบั ประชาชนในการเตรียมความพรอ ม เขาสูวยั สูงอายุทเ่ี หมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวติ สาํ หรับผสู ูงอายุภายใตแนวคดิ \"Active Aging\"การศกึ ษาเพ่ือพัฒนา คุณภาพชวี ติ และพฒั นาทักษะชวี ติ ใหสามารถดูแลตนเองท้ังสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตและรจู กั ใชป ระโยชนจาก เทคโนโลยี 4) สรางความตระหนักถึงคุณคาและศักด์ิศรีของผูส งู อายุ เปด โอกาสใหม ีการเผยแพรภ มู ิปญ ญาของผสู งู อายุ และ ใหมสี วนรวมในกจิ กรรมดานตาง ๆ ในชุมชน เชน ดานอาชพี กฬี า ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จดั การศึกษาอาชีพเพ่ือรองรับสงั คมผสู ูงอายุ โดยบูรณาการความรวมมือกับหนว ยงานทเี่ กย่ี วของ ในทุกระดบั 3.9 การสง เสรมิ วิทยาศาสตรเพอ่ื การศึกษา 1) จดั กิจกรรมวิทยาศาสตรเ ชิงรกุ และเนนใหความรูว ิทยาศาสตรอ ยา งงายกับประชาชนในชมุ ชน ทงั้ วิทยาศาสตรในวถิ ชี ีวติ และวทิ ยาศาสตรใ นชวี ิตประจาํ วัน 2) พัฒนาส่อื นิทรรศการเละรูปแบบการจดั กจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตรใ หมีความทันสมัย 3.10 สงเสรมิ การรภู าษาไทยใหกบั ประชาชนในรปู แบบตาง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพ้นื ท่สี ูง ใหส ามารถฟง พูด อา น และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชในการใชช วี ติ ประจําวนั ได 4 ยทุ ธศาสตรตน การสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จดั ต้งั ศนู ยการเรียนรูสําหรับทุกชว งวยั ที่เปน ศูนยก ารเรยี นรตู ลอดชีวติ ทส่ี ามารถใหบริการ ประชาชนไดทุกคน ทุกชว งวยั ที่มีกจิ กรรมทหี่ ลากหลาย ตอบสนองความตองการในการเรียนรูในแตล ะวยั และเปน ศูนยบริการความรู ศูนยการจัดกจิ กรรมทีค่ รอบคลุมทุกชวงวัย เพอื่ ใหม ีพฒั นาการเรยี นรูที่เหมาะสม และมีความสขุ กบั การเรียนรตู ามความสนใจ 1) เรงประสานกบั สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน เพ่อื จดั ทําฐานขอมูลโรงเรยี นท่ีถูกยุบรวม หรอื คาดวานา จะถูกยบุ รวม 2) ใหส ํานกั งาน กศน.จังหวดั ทุกแหงท่อี ยูใ นจังหวัดทมี่ ีโรงเรยี นท่ถี กู ยุบรวม ประสานขอใชพ้ืนท่เี พ่ือจดั ตั้งศูนยการ เรยี นรสู าํ หรบั ทุกชว งวัย กศน. 4.2 สง เสริมและสนับสนนุ การจดั การศกึ ษาและการเรยี นรูสําหรบั กลุม เปา หมายผูพิการ

1621 1) จดั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน การศกึ ษาเพื่อพัฒนาทกั ษะชวี ติ และทกั ษะอาชีพ และการศึกษาตามอธั ยาศัย โดยเนน รูปแบบการศึกษาออนไลน 2) ใหสํานกั งาน กศน.จังหวดั ทุกแหง /กทม. ทําความรวมมือกับศนู ยก ารศึกษาพิเศษประจําจงั หวัด ในการใช สถานท่ี วสั ดอุ ุปกรณ และครุภณั ฑดา นการศกึ ษา เพ่ือสนบั สนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรูส าํ หรบั กลมุ เปาหมายผู พิการ 4.3 ยกระดบั การศึกษาใหกบั กลุม เปาหมายทหารกองประจาํ การ รวมทัง้ กลุมเปาหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผตู องขัง คนพกิ าร เดก็ ออกกลางคนั ประชากรวยั เรยี นท่อี ยนู อกระบบการศกึ ษาใหจบการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน สามารถนาํ ความรูที่ไดรับไปพฒั นาตนเองไดอยา งตอเนอื่ ง 4.4 พัฒนาหลกั สตู รการจดั การศกึ ษาอาชพี ระะส้นั ใหมคี วามหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบั บรบิ ทของพ้ืนที่ และตอบสนองความตอ งการของประชาชนผรู ับบริการ 5. ยทุ ธศาสตรดานการสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ิตทเี่ ปน มิตรตอสง่ิ แวดลอม 5.1 สงเสรมิ ใหม กี ารใหความรูกับประชาชนในการรับมือและปรบั ตวั เพ่ือลดความเสยี หายจากภัยธรรมชาตแิ ละ ผลกระทบที่เกย่ี วของกับการเปลยี่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ 5.2 สรางความตระหนักถงึ ความสําคญั ของการสรางสังคมสีเขยี ว สง เสริมความรูใ หก บั ประชาชนเก่ียวกับการคัด แยกตัง้ แตตน ทาง การกาํ จัดขยะ และการนํากลับมาใชช ้ํา เพอื่ ลดปรมิ าณและตน ทุนในการจัดการขยะของเมือง และ สามารถนาํ ขยะกลับมาใชป ระโยชนไดโ ดยงาย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 สงเสรมิ ใหหนว ยงานและสถานศึกษาใชพลังงานทเี่ ปน มิตรกับสิง่ แวดลอม รวมทัง้ ลดการใชท รพั ยากรที่สงผล กระทบตอสง่ิ แวดลอม เชน รณรงคเ รื่องการลดการใชถ ุงพลาสตกิ การประหยดั ไฟฟา เปน ตน 6. ยทุ ธศาสตรดา นการปรับสมดลุ และพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พฒั นาและปรับระบบวิธกี ารปฏบิ ตั ริ าชการใหท นั สมยั มคี วามโปรงใส ปลอดการทจุ ริต บรหิ ารจดั การบน ขอมูลและหลกั ฐานเชงิ ประจักษ มงุ ผลสมั ฤทธิ์มีความโปรง ใส 6.2 นํานวตั กรรมและเทคโนโลยรี ะบบการทํางานท่เี ปนดิจิทัลมาใชในการบริหารและพัฒนางานสามารถเชื่อมโยง กับระบบฐานขอมูลกลางของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พรอมทั้งพฒั นาโปรแกรมออนไลนท ีส่ ามารถเช่ือมโยงขอ มูลตาง ๆ ท่ที าํ ใหก ารบรหิ ารจดั การเปนไปอยางตอ เน่ืองกนั ต้ังแตต น จนจบกระบวนการและใหประชาชนกลุมเปาหมายสามารถเขา ถึง บรกิ ารไดอยางทันที ทุกท่ีและทกุ เวลา 6.3 สง เสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดบั อยา งตอเน่ือง ใหมีความรแู ละทักษะตามมาตรฐานตําแหนง ใหตรงกับ สายงาน ความชาํ นาญ และความตอ งการของบุคลากร

1272 3. หลักการจัดการศึกษาตอ เนอื่ ง เพื่อใหก ารดําเนินงานการจัดการศกึ ษาตอเน่ือง เปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ สํานักงาน กศน. จึงไดกาํ หนดหลักการ ในการจดั ไว ดงั น้ี 1. หลักสูตรไดรับการพฒั นาใหม ีความสอดคลอ งกับสภาพสงั คมชุมชนและความตองการของกลุม เปา หมาย (เปน หลักสตู รท่ไี ดรบั อนุมัติโดยสถานศกึ ษา ผูอํานวยการสถานศึกษาเปนผูอนมุ ตั ิ ผานความเห็นชอบของคณะกรรมการ สถานศึกษา และหรือเปนหลักสูตรที่หนวยงานภาครัฐไดอนุมตั ิและอนญุ าตใหใ ชแ ลว ) 2. ส่อื และแหลงคน ควา ตลอดจนวสั ดุ อุปกรณ เครื่องมือ ตองไดรับการพฒั นาใหมคี วามสอดคลองกับหลักสูตร และ กิจกรรมการเรียนรขู องผูเรียน 3. วิทยากร ตอ งสรรหาวิทยากรท่ีมีความรูความสามารถหรอื มีความเชีย่ วชาญในสาขาท่จี ะสอนอยา งแทจ ริง และ วิทยากรควรผา นการอบรมการเปน วิทยากรจากหนว ยงานสถานศกึ ษาของ กศน. 4. การจัดการเรยี นรู จะตองจัดการศึกษาใหส อดคลองกบั ศักยภาพของผเู รียนและความพรอมของผูเรียน และ สอดคลอ งกับความตองการและบูรณาการวธิ กี ารจดั การเรียนรู 5. การจัดกระบวนการเรียนรู จะตองเนน ใหม ีการจัดกระบวนการเรียนรูทห่ี ลากหลายและสอดคลอ ง กับความ ตอ งการของกลุมเปาหมาย 6. กลมุ เปา หมายสามารถนําความรูที่ไดรับจากการศึกษาไปใชใ นการประกอบอาชีพ การพฒั นาอาชีพ พัฒนา คณุ ภาพชีวิต และสามารถอยูใ นสงั คมไดอ ยางมีความสขุ การจดั การศึกษาตอเนื่อง อาจจดั ได ดงั ตอไปน้ี 1. จดั โดยสถานศกึ ษาในสังกดั สาํ นักงานสง เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั 2. จดั โดยสถานศกึ ษาในสังกัด สาํ นักงานสง เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั รว มกับภาคี เครือขาย 3. จัดโดยภาคีเครอื ขาย

1823 ความหมาย การศกึ ษาตอเน่อื ง หมายความวา เปนการจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบทเ่ี ปน หลักสูตร ระยะส้ัน การศกึ ษาสายอาชีพ กลุม สนใจ ท่จี ดั ตามความตองการของกลุมเปา หมายท่ีมีเนื้อหาเกย่ี วกบั อาชีพ ทักษะชีวติ การพัฒนาสังคมและชมุ ชน การจดั กระบวนการเรียนรูตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ซึง่ นาํ ไปสกู ารพฒั นาคุณภาพ ชวี ิต อาชีพ เปนการศกึ ษาเพ่อื พฒั นาความรคู วามสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพของบุคคล เพ่ือให บุคคลสามารถประกอบอาชีพหรอื พัฒนาอาชีพของตนเองได โดยพจิ ารณาถึงความตองการในการเรยี นของแตล ะบคุ คล ทักษะชีวติ เปน การศึกษาทใี่ หความสาํ คัญกบั การพัฒนาคนเพอ่ื ใหมคี วามรู เจตคตแิ ละทักษะท่ีจําเปน สาํ หรบั การดํารงชวี ติ ในสงั คมปจจุบนั เพื่อใหบุคคลสามารถเผชิญสถานการณต าง ๆ ในชีวิตประจาํ วนั ไดอ ยางมี ประสทิ ธิภาพ และเตรียมความพรอมกบั การปรับตวั ในอนาคต เชน ความปลอดภยั ในชวี ิตและทรัพยส นิ คณุ ธรรม จริยธรรม และคา นยิ มที่ดี เปนตน การพฒั นาสังคมและชมุ ชน เปน การศกึ ษาท่ีบูรณาการความรูและทักษะจากการศึกษาท่ีผเู รยี นมอี ยหู รือ ไดร บั จากการเขารวมกิจกรรมการศึกษานอกระบบ แลวนาํ ไปใชใ หเ ปน ประโยชนตอการพัฒนาสังคมและชมุ ชนโดยมี รูปแบบการเรียนรูท ่หี ลากหลาย และใชชมุ ชนเปนฐานในการพัฒนาการเรียนรูของคนในชุมชน เชน ประชาธปิ ไตย ส่งิ แวดลอ ม วิสาหกิจชุมชน เปน ตน วิธกี ารจดั การเรยี นรู วิธกี ารจดั การศึกษาตอเนอื่ ง เปน การจดั ประสบการณการเรียนรูจากวิทยากร สอื่ หรือการปฏบิ ตั ิ โดย วธิ ีการเรยี นรูท่หี ลากหลาย ดงั นี้ 1. การเรยี นรรู ายบุคคล เปน การเรียนรูของผูเรียนบุคคลใดบุคคลหนงึ่ ท่ตี องการจะ เรียนรูในเนอ้ื หาใด เนื้อหาหน่ึง ซึ่งเปนความสนใจเฉพาะตัว ตามหลักสูตรการศึกษาตอ เน่ืองในสถานศึกษาหรอื ภาคี เครอื ขาย โดยผเู รยี นและวทิ ยากรรวมกันวางแผน และออกแบบการเรียนรทู ตี่ อบสนองความตองการของผเู รยี นแตล ะ บุคคล 2. การเรยี นรรู ายกลุม เปน การเรยี นรขู องผูเรียนตง้ั แคสองคนขึ้นไป แตไมควรเกิน สบิ หาคน ซ่งึ มคี วามสนใจตรงกันตามหลักสูตรการศึกษาตอเนื่อง 3. การเรียนรูจ ากแหลงเรยี นรู เปน การจดั การเรยี นรใู หผเู รียนในแหลง เรียนรู เชน

1924 ศูนยข ยายเพาะพนั ธปุ ลา ศูนยสาธิตการทาํ ไรน าสวนผสม ศนู ยก ารเรยี นรูเ ศรษฐกิจพอเพียง กลมุ ออมทรัพยเ พื่อการผลิต องคการชุมชน กลมุ วิสาหกิจชุมชน เปน ตน โดยมกี ารประสานความรว มมือกับเครือขา ยแหลง เรียนรูใ นการจัดการศึกษา ใหก ับผเู รียน 4. การเรยี นรใู นสถานประกอบการ เปน การจดั ใหผูเรยี นไดเรียนรูใ นสถาน ประกอบการ เชน อูซอมรถยนต หา งสรรพสินคาหรือแหลง ประกอบการ SMEs ที่มีสวนรว มหรือมีวตั ถุประสงคใ นการจัด การศึกษาตอเนื่อง 5. การเรียนรูจากฐานการเรยี นรู เปน การเรยี นรทู ม่ี ีเปาหมายเฉพาะเจาะจง เชน ฐาน การเรียนรูเกษตรธรรมชาติ ฐานการเรยี นรเู ศรษฐกิจพอเพียง ฐานการเรียนรอู นุรักษส่งิ แวดลอ ม ฐานการเรยี นรสู ขุ ภาพ อนามยั ฐานการเรียนรูคุณธรรม จรยิ ธรรม ฐานการเรยี นรูว ฒั นธรรมไทย เปน ตน ซงึ่ เปนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูที่เนนให ผูเ รียนไดเรียนรูจากวิทยากร สถานการณจริง หรือเรียนรูดวยตนเอง 6. การศกึ ษาทางไกล เปนวธิ ีการจัดการศึกษาท่ีเปดกวา งในเรอื่ งของเวลา สถานท่ี เนน การเรยี นรูดวยตนเองจากส่ือประสมทีห่ ลากหลาย มีการจัดกิจกรรมเสรมิ ความรู ทกั ษะ ประสบการณ ท่จี าํ เปน เหมาะสม กบั เนอ้ื หา ตามหลกั สูตร รวมทัง้ มกี ารศกึ ษาคน ควาเพ่ิมเตมิ หรือปฏบิ ัตกิ ารจากแหลงการเรยี นรูต าง ๆ เปน การเรยี นรแู บบ พึ่งพาตนเอง ผเู รยี นจึงตอ งวางแผนและสรางวินัยในการเรียนรดู วยตนเอง การสรรหาและแตง ตงั้ วิทยากร การสรรหาวทิ ยากร ใหส ถานศึกษาสรรหาวทิ ยากรโดยพิจารณาจากคณุ สมบัตดิ งั นี้ 1. เปนผูทม่ี ีคุณวฒุ ิหรอื เกียรติบัตรรบั รอง หรอื หลักฐานอ่นื ๆ ทีแ่ สดงวาเปนผูมีความรู ความสามารถ ทักษะ ในสาขาวิชาหรอื หลกั สูตรนั้น ๆ 2. เปนผูมคี วามรู ความชํานาญ ประสบการณในการประกอบอาชีพสาขาวิชาหรอื หลักสตู รนน้ั ๆ หรือ 3. เปนผทู ่มี คี วามสามารถและประสบการณในการถายทอดความรูใ หแกผูเรยี น การแตง ตงั้ วิทยากร ใหผ ูอํานวยการสถานศกึ ษาในสังกัด สํานักงาน กศน. เปนผอู นุมตั ิแตงต้ัง โดยจัดทาํ เปนคําสง่ั

2025 ขัน้ ตอนการดําเนินงาน 1. สถานศึกษาและภาคีเครอื ขาย เตรยี มความพรอมในเร่อื งหลักสูตร วทิ ยากร สถานที่ วสั ดอุ ปุ กรณท ่ีเอ้ือตอการจดั การศึกษา 2. ผเู รยี นสมคั รและลงทะเบียนเรยี นตอ สถานศึกษาหรอื ภาคเี ครอื ขา ย 3. สถานศกึ ษาพจิ ารณาอนญุ าตและจดั สงผูเรียนไดเรยี นกับวิทยากรในแหลง การเรียนรู สถานประกอบการ ทเ่ี หมาะสมตามหลักสตู ร 4. วิทยากรประเมนิ พ้ืนฐานความรขู องผูเ รยี นกอ นจัดกระบวนการเรยี นรู 5. ผเู รยี นกับวิทยากรรวมกนั จัดทําแผนการเรียนรู 6. ดาํ เนินการจัดการเรยี นการสอน 7. วทิ ยากรประเมินผลการเรียนระหวางเรยี นและหลังจบหลกั สตู ร รวมทงั้ ประเมนิ ความ พงึ พอใจของผูเรียน การวัดผลประเมินผลและรายงานผลการเรียน การวดั ผลประเมนิ ผลใหด าํ เนินการตามทหี่ ลักสตู รกําหนด ดว ยวิธกี ารหลากหลาย เชน 1. ประเมินความรู ความสามารถ ทักษะ ดว ยการซักถาม ทดสอบและปฏิบัติ 2. ประเมินดา นคุณธรรม ดว ยแบบประเมนิ คุณธรรม 3. ประเมนิ ช้ินงาน ดวยผลงานที่ปฏบิ ตั ิ 4. ประเมินความพงึ พอใจของผเู รยี นดว ยแบบสอบถาม การออกหลกั ฐานการศึกษา ใหผูอํานวยการสถานศึกษาเปนผลู งนามในหลกั ฐานการศึกษา ตามหลักสูตรกาํ หนด โดยระบชุ อื่ วชิ า/ กจิ กรรม ระยะเวลา ในกรณภี าคเี ครือขายท่ีไมใ ชสถานศกึ ษาเปน ผจู ัดใหส งหลกั ฐานการจบการศึกษาใหกับผูอํานวยการ กศน. อาํ เภอเปน ผูออกวฒุ บิ ตั ร แหลง เรยี นร/ู สถานประกอบการ แหลงเรยี นรู/สถานประกอบการ ควรมีลักษณะ ดังนี้ 1. อยูใ นทําเลท่ตี ้ังทีผ่ ูเ รยี นสามารถเดินทางไดสะดวก ปลอดภัย

2126 2. มสี ่ิงแวดลอ มทเ่ี ออื้ อํานวยตอ การเรยี นรู และฝกปฏิบตั ิ 3. เปน แหลงการเรยี นร/ู สถานประกอบการ ที่มกี ารดําเนินงานมนั่ คง นา เช่ือถือเปนท่ียอมรบั ในสงั คม 4. มคี วามพรอม มีวทิ ยากร หรอื ผใู หค วามรูประจํา สามารถจดั การเรยี นรู หรอื จดั การ เรยี นการสอนจนจบหลักสูตรหรอื จบกระบวนการได รวมท้ังสามารถใหการฝกปฏบิ ัตแิ กผเู รียนจนสามารถปฏบิ ตั ิในเรื่องนั้น ๆ ได 5. สามารถจดั บุคลากรเขารว มประชุม อบรม พฒั นากับสถานศึกษาได 6. มีทัศนคติ เจตคตทิ ่ดี ีตอการถายทอดความรู ประสบการณใ หกับผูอ่ืน 7. สามารถดแู ล ใหคําปรึกษา แนะนาํ และรบั ผดิ ชอบผเู รยี นจนจบหลกั สูตร หลกั เกณฑก ารจายเงินงบประมาณ 1. อาชีพ ในแตละ กศน. ตําบล ใหเ ปดสอนอาชีพ 40 ช่วั โมงขน้ึ ไป จํานวน 1 หอ ง ผเู รยี นไมน อ ยกวา 15 คน โดยใหเ บิกคาใชจา ยดังน้ี 1.1 คา ตอบแทน จายคา ตอบแทนวทิ ยากรชว่ั โมงละไมเกนิ 200 บาท ตาม จํานวนผูเ รียน 3 ระดบั ดังนี้ (1) ผูเรียนทมี่ ีต่ํากวา 6 คน ช่วั โมงละไมเกิน 50 บาท (2) ผูเรยี นทมี่ ตี ัง้ แต 6 – 10 คน ชวั่ โมงละไมเ กิน 100 บาท (3) ผเู รียนทีม่ ีต้งั แต 11 คนขน้ึ ไป ชัว่ โมงละไมเกิน 200 บาท 1.2 คา ใชส อย จายเปนคาเชา สถานท่ี เครอื่ งมืออปุ กรณ และคา ใชจายในการ เดินทางไปราชการของวทิ ยากรท่เี ปน บุคคลภายนอก (จา ยเปนคาพาหนะ และคาเชาท่ีพัก ในอัตราตํ่าสดุ กรณีเปน ขาราชการบํานาญเบกิ จายตามยศ ตําแหนงครงั้ สดุ ทาย) 1.3 คา วัสดุ จา ยเปนคาวัสดฝุ ก เทาที่จายจรงิ ตามความจําเปนและเหมาะสม ประหยดั และเพื่อ ประโยชนข องทางราชการ ภายในวงเงนิ งบประมาณท่ไี ดร ับจัดสรร หลักสูตรละไมเ กิน 2000 บาทตอผูเรยี น 1 คน 1.4 คาสาธารณูปโภค จา ยใหแ กหนว ยงานภาครัฐหรอื เอกชน จายไดเ ทา ทจ่ี ายจริง ถัวจายจากวงเงินท่ีไดร ับในแตละหลักสตู ร (ใชใบเสรจ็ รบั เงนิ หรือใบสาํ คัญรับเงนิ )

2227 3.1 ความหมายของหลกั สูตรและการพัฒนาหลักสตู ร ความหมายของหลักสูตร ททททททททวชิ ยั วงษใหญ (2525:2-3) กลาววา หลกั สูตร หมายถงึ ประสบการณทงั้ หลายท่ีสถานศกึ ษาจดั ใหแกผูเรียน เพอื่ ใหเ กิดการเรียนรแู ละการพัฒนาตนเอง และหลกั สตู รท่ีดีน้นั ตอ งเปน หลกั สตู รท่ีตอบสนองความตองการ ความสนใจ ของผเู รยี น และสอดคลองกับความตองการของชีวิต ทีเ่ หมาะสมท่ีสดุ ไดแ ก สภาพทางเศรษฐกจิ การเปลี่ยนแปลงทาง วฒั นธรรมดา นการศึกษา การเปลยี่ นแปลงทางสังคม สภาพแวดลอมทางจติ วทิ ยาที่เอ้ืออาํ นวยตอการเรยี นรู สภาพทาง การเมืองการปกครอง สภาพดานขนบธรรมเนียมประเพณีวฒั นธรรม คานยิ ม และคณุ ธรรม สํานกั บริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2549:2) กลาววา หลักสูตรระยะส้นั หมายถงึ หลกั สตู รทสี่ ถานศึกษาจัด การศึกษาใหกับผเู รยี นนอกเหนอื จาการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน เพื่อมุงพัฒนาคุณภาพชวี ิต โดยใหม คี วามยดื หยุน เนอ้ื หา ระยะเวลาเรียน และสถานท่ีตามความตองการของกลุมเปาหมายและชมุ ชน หรอื ตามนโยบายของทางราชการ สรุปไดวา หลักสตู รคอื ประสบการณท ่ผี ูเ รยี นไดรบั จะเปนประสบการณใดๆ ก็ไดเ ม่ือผานเขา ไปในการรับรูข อง ผเู รียนแลว ทาํ ใหผ เู รียนเกิดการเรียนรู และเกิดการพฒั นาตนเองใหมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น ความหมายของการพัฒนาหลักสตู ร สํานกั บรหิ ารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน (2547:17) กลา ววา การพัฒนาหลกั สตู รนน้ั สถาบนั หรือสถานศึกษา จะตองสาํ รวจศึกษาวิเคราะหความตองการของกลุมเปา หมายโดยตรง จงึ จะสามารถพฒั นาหลกั สตู รไดสอดคลองกับความ ตอ งการของกลุมเปาหมาย บรรพต สุวรรณประเสรฐิ (2544:12) กลาววา การพัฒนาหลกั สตู รตา งๆ ในสถานศึกษาใหมีประสิทธภิ าพและ เปนไปในทิศทางที่ชาตติ อ งการ 3.2 ข้ันตอนในการพฒั นาหลักสตู ร Taba (อางถึงใน วชิ ัย วงษใ หญ ,2525:10) ไดกลาวถงึ ข้ันตอนของการพัฒนาหลักสตู รและการสอนท่เี ต็มรูปแบบ และสมบรู ณไว 7 ประการ ดังนี้ 1. การศกึ ษาวเิ คราะหความตองการของผูเ รียน ของสังคมและวัฒนธรรม 2. การกาํ หนดจดุ มุงหมาย 3. การเลอื กเน้ือหาสาระ 4. การจดั รวบรวมพินิจเนอื้ หาสาระ

2328 5. การเลือกประสบการณเรียน 6. การจัดประสบการณเ รียน 7. การประเมนิ ผล เพ่ือตรวจสอบดูวากจิ กรรมและประสบการณเ รียนทจ่ี ดั ขนึ้ นั้นไดบรรลุจุดมงุ หมายที่ กําหนดไวหรอื ไม สาํ นกั บริหารงานการศกึ ษานอกโรงเรยี น (2549:5) กลาววา ในการจัดทาํ หลักสตู รจะตองมีองคประกอบ อยางนอย 5 ขัน้ ตอน คอื 1. สํารวจ / รวบรวมความตอ งการของกลุมเปา หมาย 2. วเิ คราะห / จดั ลาํ ดบั ขอมลู ความตองการของกลุมเปาหมาย 3. กําหนดหลกั สตู รระยะสั้น 4. การอนุมัตหิ ลักสูตร 5. คลังหลกั สูตรระยะส้ัน ททททททททและตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 (กรมการศึกษานอกโรงเรียนม.ป.ป.:9) ยงั ไดก ลาว การศึกษานอกระบบเปน การศกึ ษาท่ีมคี วามยืดหยนุ ในการกําหนดจดุ มงุ หมาย รูปแบบวิธกี ารจัดการศึกษา ระยะเวลาของ การศกึ ษา การวดั และประเมินผล ซง่ึ เปนเงื่อนไขสําคญั ของการสาํ เรจ็ การศกึ ษา โดยเนอ้ื หาและหลักสูตรจะตองมีความ เหมาะสม สอดคลองกบั สภาพปญหาและความตองการของบุคคลแตละกลุม ทททททททททสรปุ ไดวา การพัฒนาหลักสูตรจะตองมีการสํารวจ ศึกษา วเิ คราะหความตองการของกลุม เปาหมายกอน แลวจงึ นําขอ มูลท่ีสํารวจ ศกึ ษา วิเคราะห มากําหนดทศิ ทางในการพัฒนาหลักสตู รใหต อบสนองความตองการความสนใจ ความถนดั และความแตกตางของกลมุ เปา หมาย 3.3 หลักสูตรระยะสัน้ ททททททททหหมายถึง หลักสูตรทสี่ ถานศกึ ษาจดั การศกึ ษาใหก ับผเู รยี นนอกเหนอื จากการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน เพื่อพฒั นา คุณภาพชีวติ โดยใหม ีความยืดหยุน ดานเน้อื หา ระยะเวลาเรยี น และสถานทต่ี ามความตองการของกลุมเปาหมายและชุมชน หรอื ตามนโยบายของทางราชการ หมายถงึ บคุ คลทีส่ ถานศกึ ษาหรอื หนวยงานท่ีคดั เลือกใหท าํ หนาท่ีจัดการศึกษาหลักสูตร ระยะสนั้ ซง่ึ ไดร ับความไววางใจจากสถานศึกษาใหเ ปน ผูแ ทนในการถายทอดความรูใ หกับผเู รียนโดยจะตองเปนผทู ี่มีความรู ทักษะและประสบการณมีความเขา ใจในปรชั ญาการศึกษาผูใหญและจติ วทิ ยาการศึกษาผูใหญเ ปน ตน 3.4 วิทยากรผสู อน

2429 ททททททททวทิ ยากรหรือผูส อน จะตองโนม นา วและสามารถควบคมุ ผเู รียนในการดําเนินกจิ กรรมการเรยี นรใู หบ รรลุตาม เปาหมาย โดยวิทยากร/ผสู อน จะตองมศี ลิ ปะเทคนิคตา งๆ ที่จะตอ งสรา งทศั นคติท่ีดีใหแกผ เู รียน เพื่อมงุ ไปสูความรวมมือ ในการเรยี นรู เพ่ือใหบรรลเุ ปา หมายของกจิ กรรมนัน้ พรอมทั้งจะตองใหคาํ ปรกึ ษาแกผ ูเ รยี นได และ วิทยากร/ผสู อน จะตองมีความรูเชงิ วชิ าการและทักษะในกิจกรรมตา งๆ เปนอยา งดี พรอมที่จะรวมลงมอื ปฏิบัติ สาธติ และแกปญ หาใหกบั ผเู รยี นไดอยา งมีประสิทธิภาพ เพ่อื สรา งความศรัทธาเชื่อมั่นใหกบั ผูเ รยี น ททททททททวทิ ยากร หรือผูส อน จะตอ งดําเนินการ ดังน้ี 1) ศกึ ษารายละเอียดและวตั ถุประสงคของหลักสูตรนน้ั ใหเขาใจ 2) จดั ทําหรอื เตรียมแผนการสอนของหลักสตู รระยะส้นั 3) คิดกิจกรรมใหส อดคลองกับหลกั สตู รระยะสั้น และเตรียมอปุ กรณ วัสดุสื่อการเรยี นการสอนท่เี กย่ี วของ 4) จดั ทําบญั ชีลงเวลา 5) ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรยี นรูใหผ ูเรยี น 6) ทําการวดั ผล ประเมนิ ผล การเรียนของผูเรียนแตละคน และรายวชิ า 7) รบั ผิดชอบและควบคุม ดูแลวัสดุอุปกรณใหใชอยา งคุมคาและประหยัด 8) เปน ผใู หค ําแนะนาํ และเปนทีป่ รึกษาเก่ยี วกบั หลกั สูตรและการเรียนรูใหกับผูเรียน 9) รายงานผล 10) จัดทําอกสาร/หลักฐานการจบ 3.5 สถานศึกษา ททททททททหมายถงึ สถานศกึ ษาทส่ี ังกดั สาํ นักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรือหนว ยงานอื่นทส่ี ถานศึกษาเหน็ ชอบใหจดั การศึกษาหลักสูตรระยะสั้นได สถานศกึ ษามีบทบาท หนาท่ี คอื 1) จัดการศึกษาหลักสูตรระยะส้ัน ดงั นี้ ททท 1.1 สาํ รวจและสืบคน ขอ มลู ความตอ งการของกลมุ เปาหมายผรู ับการอบรม โดยคํานงึ ถึงความ แตกตางระหวา งบุคคล

2530 1.2 จดั หา/รวบรวมหลกั สูตรระยะสั้น หรือจดั ทาํ /พัฒนาขนึ้ ใหม จากหลกั สตู รที่มอี ยูแลว จาก หนวยงานอ่ืนทัง้ ภาครัฐและเอกชน โดยคาํ นงึ ถงึ รูปแบบ วธิ ีการ และมาตรฐาน ทัง้ นีใ้ หเปนไปตามคําสง่ั และหลักเกณฑท่ี เกี่ยวของ 1.3 ออกแบบการจดั กิจกรรมการเรยี นรใู หบ รรลุจุดประสงคของหลักสูตร 1.4 ฝกอบรมและพฒั นาและพัฒนาวิทยากรผูสอน ใหจ ัดการเรียนการสอนได 1.5 กําหนดแผนงาน/โครงการ 1.6 ดาํ เนนิ กจิ กรรมตามแผนงาน/โครงการ 1.7 สงเสริมสนบั สนนุ หนว ยงานอื่นจัด 1.8 วดั ผลประเมนิ ผล สรุปรายงาน 1.9 ออกหลกั ฐานวฒุ ิบตั ร / ใบสาํ คัญการจบหลกั สตู ร 2) ผอู ํานวยการสถานศึกษา มีอาํ นาจหนา ท่ี ททท2.1 อนมุ ตั ิหลกั สูตร 2.2 แตงต้ังคณะกรรมการการพจิ ารณาหลักสูตร 3.3 อนมุ ัติเกณฑการพจิ ารณาหลักสตู ร 2.4 อนญุ าตใหจ ัดการศึกษาหลักสตู รระยะสนั้ 2.5 บริหาร ประสานงาน สถานศึกษา เครอื ขา ยอืน่ 2.6 กํากับ ตรวจสอบ ตดิ ตาม สนบั สนนุ กจิ กรรม 2.7 จดั ตัง้ ขยาย เปลี่ยนแปลง ยบุ หยดุ ทาํ การสอนชว่ั คราว กลุมสนใจ/กลุม 3.6 ผเู รยี น ททททททททหมายถงึ ผทู ี่สมัครเขารับการศกึ ษา และไดข ึ้นทะเบียนเปนนักศึกษาของสถานศกึ ษา หรือหนวยงานนน้ั โดยมี พื้นฐานความรู ประสบการณ และอายุของผเู รียนใหเ ปน ไปตามหลักสูตรนน้ั ๆ กาํ หนด

2361 4. กรอบการจัดกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผเู รยี นใหมปี ระสิทธิภาพ ตามนโยบายเรยี นฟรี เรยี นดี 15 ป อยางมีคณุ ภาพ ของสถานศึกษา สังกดั สาํ นักงานสงเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั 1. หลักการ ททททททททตามท่รี ัฐบาลไดกาํ หนดนโยบายเรยี นฟรี เรยี นดี 15 ปอ ยา งมีคุณภาพ และใหค วามสาํ คัญ กับนโยบายน้เี ปน อยางมาก โดยมอบหมายใหก ระทรวงศึกษาธกิ ารดาํ เนินงานและรัฐบาลใหก ารสนบั สนนุ งบประมาณเปน คา จดั การเรียนการสอน คาหนงั สือเรียน คา อุปกรณการเรียน คาเครอื่ งแบบนกั เรียน และ คา จัดกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผเู รยี น เพ่ือพัฒนาคุณภาพผูเรยี นใหม ีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน โดยพฒั นาพน้ื ฐาน การเรยี นรใู หผ เู รยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสงู ขึน้ มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และสามารถใชช ีวติ แบบพอเพียง ไดอยา งมีความสุขนั้น ทททททททททสาํ นกั งานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ไดกําหนดกรอบการจัดกจิ กรรมเพ่อื พัฒนาคณุ ภาพผเู รียนใหมปี ระสิทธิภาพ สาํ หรับนกั ศึกษา กศน. ในหลกั สตู รการศึกษานอกระบบขัน้ พืน้ ฐาน เพ่ือสนอง นโยบายดังกลาว จํานวน 8 กจิ กรรม โดยเปนกิจกรรมที่ใหส ถานศึกษาจดั เพ่ิมเตมิ จากการเรยี นปกติ ดังนี้ 1.1กจิ กรรมเรยี นปรับพืน้ ฐาน เพ่ือพัฒนาผูเรียนใหม คี วามรูค วามสามารถขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะวิชาหลักให เพียงพอทจ่ี ะเรียนตอไปไดและเรียนทนั กับผูเรยี นคนอืน่ ๆ 1.2กิจกรรมพัฒนาวิชาการ เปนการจดั กจิ กรรมเพ่ือใหผเู รียนไดเ พ่ิมพนู ความรคู วามสามารถ ตอ ยอดจากการเรยี นปรบั พ้ืนฐาน และในวิชาหลัก ไดแก ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร การ พฒั นาคุณธรรมจรยิ ธรรม (Decency) การปองกนั ยาเสพตดิ (Drug-Free) และการพฒั นาอาชีพ 1.3กิจกรรมพัฒนาความรูค วามสามารถดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (ICT) เพอื่ ใหผเู รียน มีความสามารถดา น ICT อยางทวั่ ถึง 1.4 กิจกรรมทแ่ี สดงความจงรกั ภกั ดีตอชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ  เปนการจัดกจิ กรรมเพื่อพัฒนาผูเรยี นให มีความรกั ชาติ ศาสนา ปกปองและเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย 1.5 กิจกรรมสง เสรมิ ประชาธิปไตย (Democracy) เปน การจัดกจิ กรรมเพอื่ สรา งความเปน พลเมืองและ ประชาธิปไตยใหกับผูเรียน เพื่อใหส อดคลองกับการปฎิรปู การศึกษาในทศวรรษทีส่ อง(พ.ศ.2552-2561) ของ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

2732 1.6 กจิ กรรมการเรียนรดู านเศรษฐกิจพอเพียง เปน การจัดกิจกรรมเพ่ือพฒั นาผูเรียนใหสามารถนาํ ความรจู ากหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใชในชีวิตประจาํ วนั 1.7 กิจกรรมกีฬา เปน การจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาผเู รียนใหมีความสามัคคี มนี ํ้าใจนกั กีฬา มีสุขภาพพลานามัยทีด่ ี และการสรางสัมพนั ธอ นั ดีระหวา งนักศกึ ษา กศน. ครู บคุ ลากรทางการศึกษาและผูบรหิ ารหนว ยงาน/สถานศึกษา 1.8 กิจกรรมจดั หาสื่ออุปกรณการสอนของครหู รือหนงั สือที่นอกเหนือจากแบบเรยี น เพื่อใหบรกิ ารในหองสมดุ และ กศน.ตําบล/แขวง 2. เงื่อนไขของการดาํ เนินงาน ทททททททท2.1ผรู ับบริการตองเปน บุคคลท่ขี ึ้นทะเบียนเปนนกั ศึกษา กศน. ในหลกั สูตรการศกึ ษา นอกระบบข้นั พื้นฐาน 2.2ใหสถานศึกษา สงั กัดสํานักงาน กศน. จัดทาํ แผนการจดั กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผูเ รยี น เปนรายภาคเรียน โดยมงุ ใหเ กดิ ประโยชนส งู สดุ ในการพัฒนาคุณภาพผเู รียนอยา งมีคุณภาพและประสทิ ธิภาพเพอื่ ขอความ เหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ผูแทนองคกรนักศึกษา กศน. ผูแ ทนครแู ละผูบรหิ ารสถานศึกษา 2.3ใหส ถานศกึ ษา สังกดั สํานกั งาน กศน. เสนอแผนการจัดกจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพผเู รียน เปนรายภาคเรียน ตอ สาํ นกั งาน กศน. จังหวัด กอ นเปด ภาคเรยี น 2.4ใหก ารเบิกจายในการจัดกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผเู รียน เปน ไปตามคําสั่งสํานักงานปลดั กระทรวง ศึกษาธิการ ที่ 895/2551 ลงวนั ที่ 14 กรกฎาคม 2551 เรือ่ ง หลกั เกณฑการเบิกจายเงินอดุ หนุนของสาํ นักงาน กศน. และระเบยี บตางๆ ที่เก่ียวของ โดยยดึ หลกั ประหยดั โปรง ใส ถกู ตอง และซื่อสตั ยพรอมรับการตรวจสอบ และไมใ ห สถานศกึ ษาเรียกเกบ็ เงนิ คาใชจายเพ่ิมเติมจากผูเรียน 3. งบประมาณ ททททททททงบประมาณในแผนงานสนับสนุนการจัดการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน 15 ป โครงการสนบั สนุน การจดั การศึกษาโดยไมเ สียคาใชจ า ย 15 ป หมวดเงินอดุ หนุน เปนคาใชจ ายในการจัดกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผเู รียนใหม ี คณุ ภาพและประสทิ ธิภาพ มีรายละเอยี ด ดังนี้ ระดบั ประถมศึกษา คนละ 140 บาทตอภาคเรยี น ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน คนละ 290 บาทตอภาคเรยี น ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย คนละ 290 บาทตอ ภาคเรียน

2833 ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี คนละ 530 บาทตอ ภาคเรียน 4. วธิ กี ารดาํ เนินงาน ททททททททเพ่ือใหการดาํ เนินงานจัดกิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผูเ รียนใหม ปี ระสิทธภิ าพ เปน ไปตามเปาหมาย จงึ ได กาํ หนดวธิ กี ารดําเนินงานการจัดกิจกรรมตางๆ ไวด งั น้ี ทททททททททททท4.1กิจกรรมการเรยี นปรับพ้นื ฐาน เปน กจิ กรรมที่จดั ใหก ับผูเ รียนทม่ี พี ื้นฐานความรู โดยเฉพาะรายวิชาหลกั ทย่ี ังไมเพียงพอกบั การศึกษาตอในแตล ะระดบั โดยมแี นวทางการดําเนินงานดงั นี้ 4.1.1 ใหสถานศกึ ษาทดสอบความรูพื้นฐานของผเู รยี น โดยเฉพาะรายวิชาหลัก ไดแก ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และแบงกลุมผเู รยี นทม่ี คี วามรูพนื้ ฐานต่าํ ในวิชาหลัก ใหไ ดรับการเรียนปรับพ้ืนฐาน ใหผบู รหิ ารสถานศกึ ษา และ ครู กศน. รวมประชุมวางแผนการจัดกิจกรรมการ ปรับพน้ื ฐานในแตล ะรายวิชาใหสอดคลอ งกับความตองการกลมุ ผเู รยี น 4.1.3 วทิ ยากรหรือผูส อน ตองเปนผูท ่ีมคี วามรูและประสบการณในสาขาวิชานัน้ ๆ กรณี ครู กศน. เปน ผูสอนเอง จะตองไมสง ผลกระทบตอ การทํางาน 4.1.4 จํานวนนกั ศกึ ษา กศน. ท่รี ว มกิจกรรม ใหอยูในดุลยพินิจของผูบรหิ ารสถานศึกษา 4.1.5 การเบิกจายงบประมาณ ใหเปนไปตามระเบยี บท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด ททททททททททท4.2กจิ กรรมพฒั นาวิชาการ เปน การจัดกิจกรรมเพอ่ื ใหผ ูเ รียนไดเ พิ่มพนู ความรูความสามารถทางดานวิชาการ เพอ่ื ตอยอดจากการเรียนปรบั พ้นื ฐานใน 4 วชิ าหลกั ไดแ ก ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ คณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร การ พฒั นาทกั ษะชวี ติ และการพัฒนาอาชพี โดยแบง ประเภทและรูปแบบการดําเนินงาน ดงั น้ี 4.2.1 ประเภทของกจิ กรรม 1)วชิ าการ เปน รายวชิ าการท่ตี อยอดจากการเรียนปรับพื้นฐานใน 4 วชิ าหลกั ไดแ ก ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร ใหม ปี ระสิทธภิ าพมากขน้ึ 2) ทักษะชีวิต เพื่อเสริมสรางคุณธรรมจรยิ ธรรม (Decency) การปองกนั ยาเสพติด (Drug-Free) เพศศึกษา ส่ิงแวดลอม และกจิ กรรมอื่นๆ เชน ลูกเสอื อาสายุวกาชาด 3) อาชพี เนน การพฒั นาอาชีพอยางครบวงจร

2934 4.2.2 รปู แบบของกิจกรรม 1) แบบการจดั คา ยวชิ าการ ท้ังคา ยไป – กลับ และคายคางคืน 2) แบบกลมุ สนใจ โดยครู กศน. เปน ผจู ัดกิจกรรมหรือรว มกับเครือขาย 3) แบบศึกษาดูงาน ในพนื้ ทใ่ี กลเคยี งหรอื ภายในจังหวัด/ภาคเดียวกัน กรณี ออกนอกพ้นื ท่ี ใหขอความเห็นชอบจากผอู ํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัด/กทม. 4) กิจกรรมทีจ่ ดั โดยองคก รนักศกึ ษา กศน. 5) อน่ื ๆ โดยใหพจิ ารณารูปแบบของกิจกรรมขอท1่ี – 4 กอน แลวจงึ ดาํ เนินการในขอ 5 4.2.3 วิทยากรหรอื ผสู อน ควรเปน ผทู ม่ี คี วามรูหรือประสบการณในการสอนวิชานัน้ ๆ ซ่ึงอาจจะเปน บคุ คลภายนอก หรอื ครู กศน. ตามความเหมาะสม 4.2.4 ระยะเวลาการจดั กิจกรรม ใหด ําเนินการนอกเวลาการพบกลมุ ปกติ 4.2.5 การเบกิ จา ยงบประมาณ ใหเ ปน ไปตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลังกําหนด ทททททททท4.3 กจิ กรรมเพ่ือพัฒนาความรคู วามสามารถดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (ICT) เปนกิจกรรมเพอื่ ใหผูเรยี นมีความรูค วามสามารถและทักษะในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ในการเรียนรหู รือ แสวงหาขา วสารขอมลู ตางๆ ไดต ลอดไป โดยกําหนดแนวทางการดําเนนิ งาน ดงั นี้ จดั การเรียนการสอนใหกับกลุมเปาหมายท่จี ะจบหลักสูตร กศน. ข้ันพื้นฐาน ทุกระดับ ทีย่ ังไมมีความรูตามหลักสูตรคอมพิวเตอรพ้นื ฐาน 4.3.2 จัดการเรียนการสอนโดยใชหลักสูตรคอมพวิ เตอรพน้ื ฐาน 4.3.3 การจดั การเรียนการสอนสามารถดําเนนิ การได ดังน้ี 1) สถานศึกษา กศน. จัดทดสอบเพอ่ื ประเมินและเทียบโอนความรู สําหรับ ผทู ่ีมคี วามรูต ามหลักสูตรคอมพิวเตอรพนื้ ฐานอยูแลว 2) สถานศกึ ษา กศน.จดั การเรยี นการสอนเอง 3) สถานศึกษา กศน.จดั การเรียนการสอนรวมกับเครอื ขา ย 4.3.4 ระยะเวลาจัดการเรยี นการสอน ไมนอ ยกวา 40 ช่วั โมง หรือเทยี บเทา 4.3.5 การเบกิ จา ยงบประมาณ คาตอบแทน คาวัสดุและคา บํารุงรกั ษา ใหเปนไป ตามระเบียบทกี่ ระทรวงการคลงั กาํ หนด (วา ดวยการจัดวิชาชพี หลักสูตรระยะสั้น)

3035 ทททททททท4.4 กจิ กรรมสง เสรมิ ประชาธิปไตย (Democracy) เพอื่ สรางความเปน พลเมอื งและประชาธปิ ไตยในชุมชน ท่สี อดคลองกบั การปฏิรปู การศกึ ษาในทศวรรษทส่ี อง (พ.ศ. 2552 – 2561) เปนกิจกรรมเพื่อใหผูเรยี นไดมีความรใู นเร่ืองรฐั ธรรมนญู นติ ริ ฐั สทิ ธิและเสรีภาพของประชาชน การเมอื งภาคพลเมอื ง ระบบการเลือกต้ัง เพ่อื ฝกฝนการเปนพลเมืองทเี่ คารพผอู ืน่ เคารพกติกา สามารถรวมวิเคราะหแ ละแกปญหาของทองถิ่น และชุมชนดวยวิถที างประชาธปิ ไตย เพื่อสรางความเปนพลเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษทีส่ อง (พ.ศ. 2552 - 2561) ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 4.5 กจิ กรรมการจัดหาส่ืออปุ กรณก ารสอนของครหู รือหนงั สอื ทน่ี อกเหนือจากแบบเรียน เพอื่ ใหบ รกิ ารในหองสมุดประชาชน และ กศน.ตําบล/แขวง เปน การจัดหาสอ่ื อปุ กรณก ารเรยี นการสอนหรือหนังสอื ท่นี อกเหนือจากแบบเรยี น เพ่อื ใหบ รกิ ารในหองสมุดประชาชน และ กศน.ตาํ บล/แขวง เพือ่ ใหครูและนักศึกษามสี ื่ออุปกรณห รือหนงั สือ เพอ่ื ใชป ระกอบการเรยี นรหู รอื ศกึ ษาคนควาเพ่ิมเติม โดยใหดาํ เนินการไดในกรณีทีม่ เี งนิ เหลือจากการจัดกจิ กรรมพฒั นา คณุ ภาพผเู รียน ขอ 4.1 - 4.4 แลว 5. ขั้นตอนการดําเนินงานของสถานศกึ ษา 5.1 ใหสถานศึกษา จัดทําแผนการจดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผูเรียนใหม ีประสทิ ธิภาพ เปน รายภาคเรยี นทกุ ภาคเรียน ตามกรอบการจดั กิจกรรมเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพผเู รียนใหม ปี ระสทิ ธภิ าพ ของสถานศึกษาสังกดั สาํ นกั งาน กศน. และตามนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ป อยางมคี ุณภาพของรฐั บาล เพ่ือขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษา ผูแทนองคกรนักศึกษา กศน. ผแู ทนครแู ละผูบริหารสถานศึกษา (ในขอ 5.2) 5.2 ใหสถานศกึ ษา จัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ผแู ทนองคกรนักศึกษา กศน. ผูแทนครแู ละ ผูบรหิ ารสถานศกึ ษา เพอื่ พิจารณาและเห็นชอบแผนการกิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพผเู รยี น (ตามขอ 5.1) 5.3 ใหสถานศึกษา จดั สง แผนการจดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผูเรียนทไี่ ดร บั ความเห็นชอบจากการประชุม คณะกรรมการสถานศึกษา ผูแทนองคกรนักศึกษา กศน. ผูแ ทนครแู ละผูบริหารสถานศึกษา (จากขอ 5.2) ใหส าํ นักงาน กศน. จังหวัด/กทม. กอนเปดภาคเรียนของทุกภาคเรียน 5.4 ใหสถานศกึ ษา ดําเนนิ การตามแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผเู รยี น ที่ไดรับความเหน็ ชอบแลว พรอมเบกิ จา ยเงนิ ตามระเบยี บท่กี ําหนด ใหแ ลว เสรจ็ ภายในแตล ะภาคเรยี น

3316 5.5 ใหส ํานักงาน กศน. จงั หวดั /กทม. แตงตงั้ คณะกรรมการประสานงาน ตดิ ตาม ตรวจสอบประเมนิ ผลการ จดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผูเรียน และรายงานใหส ํานักงาน กศน. ภายใน 30 วนั หลงั ปดภาคเรยี น ทกุ ภาคเรยี น 5.6 ใหสาํ นกั งาน กศน. แตง ตงั้ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล การจดั กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผเู รยี นจากสวนกลาง และสรปุ รายงานผลทุกส้ินปงบประมาณ 4. อาชพี กลุมสนใจและอาชีพระยะสัน้ การจดั การศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชพี เปน การจดั การศกึ ษาท่ีมุงเนนใหผเู รียนมคี วามรู เจตคติ และมีทักษะ ใน อาชีพ ตามวัตถปุ ระสงคข องหลกั สตู ร ประกอบดวย ทักษะเกย่ี วกบั การปฏิบตั ิงาน การใชเทคโนโลยีสารสนเทศพ้ืนฐาน การ คดิ แกปญหา การสอื่ สาร และทกั ษะเก่ยี วกับความปลอดภัยในอาชพี มีคณุ ลักษณะท่ี สําคญั ในเร่อื งความซื่อสตั ยส ุจรติ ความคิดเชิงบวก ความมุงมั่นในการทํางาน การทาํ งานรวมกับผูอื่น การรักษาสงิ่ แวดลอ ม และการคาํ นึงถึงประโยชนสวนรวม มากกวาสว นตน การจัดกระบวนการเรียนรูเนน การปฏบิ ตั จิ รงิ และการเรียนรูจาก วิทยากรหรอื ผรู ทู ่ีประกอบอาชีพน้นั ๆ กรอบแนวคิดการจัดการศึกษาตอ เนื่อง จะเหน็ วา การเตรยี มความพรอมกอนดาํ เนินการจดั กจิ กรรมการศึกษา ตอ เน่ืองใหแกผ ูเ รียน จะตอ งคํานงึ ถึงความตอ งการ ความจาํ เปน และความแตกตา งของผเู รยี นแตละคน สถานศึกษา จึงควร ตอ งศึกษาขอ มูลและดาํ เนินการตามกระบวนการ โดยฝกกระบวนการคดิ วิเคราะหต นเองใหแ กผ เู รยี น เพื่อใหผูเรียน สามารถคน หาสภาพปญ หาและความตองการท่แี ทจรงิ ของตนเอง อนั จะนําไปสกู ารเลือกเรียนกจิ กรรม กศน. ไดอยาง เหมาะสมเปนประโยชนตอตนเองมากท่ีสดุ ในการฝก กระบวนการคดิ วิเคราะหต นเอง เปนการบรู ณาการ “หลักปรัชญา คิดเปน” และ “หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ในกระบวนการเลือกและการตัดสินใจของผเู รยี น ซ่ึงสามารถประมวลได เปน 2 ดาน คอื 1. ปญหาดานเศรษฐกิจ ผเู รียนทม่ี ีปญ หาดานเศรษฐกิจ สามารถที่จะหาทางชว ยตนเองเปน เบื้องตน โดยการ จัดทาํ บญั ชีครวั เรอื น เพื่อนาํ ไปสูการจดั การชีวติ ดา นการลดรายจาย และการเพม่ิ รายได 2. ปญ หาทวั่ ไปในชีวิตประจําวัน ผเู รยี นสามารถนําผลจากการวิเคราะหสูกจิ กรรมการศึกษาทเ่ี หมาะสม กับ ผูเรียนแตล ะคน เปนรายบุคคล ซ่ึงสถานศกึ ษา กศน. จะไดจัดเปน กจิ กรรมการศึกษาใน 2 รูปแบบ คอื 1. รปู แบบกลมุ สนใจ เปนการจดั การศกึ ษาหลักสูตรท่สี ถานศกึ ษาจดั ขึน้ เพื่อมุงพฒั นาคุณภาพชีวติ และสงเสริมการเรยี นรู ของประชาชน โดยหลักสตู รมคี วามยดื หยุนดา นเนื้อหา สาระ ระยะเวลาเรยี น และสถานท่ี ตามความตองการและความ จําเปนของกลุมเปา หมาย หรือชุมชน หรือนโยบายของทางราชการ 2. รูปแบบกลุมสนใจ เปน การจัดการศึกษาหลกั สูตรวิชาชพี ท่สี ถานศึกษาจดั ขึ้น เพ่ือมงุ พัฒนา ใหผเู รยี นสามารถนาํ ความรู ดงั กลา วไปประยุกตใชในการประกอบอาชีพ และพัฒนาตอยอด อันจะนําไปสูการพัฒนา คณุ ภาพชีวิต แกปญหาของผูเ รียน ไดอยางเปนรปู ธรรม การพึ่งพาตนเองอยา งย่ังยนื และชุมชนเขมแข็งตอ ไปตอไป การศกึ ษาตอ เนื่องรปู แบบกลุมสนใจ การสานหาบไมไผจ วิ๋ การจัดการศึกษาอาชีพในปจ จุบนั มีความสําคญั มาก เพราะจะเปนการพฒั นาประชากรของประเทศใหมคี วามรู ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เปนการแกปญหาการวา งงานและสงเสรมิ ความเขมแขง็ ใหแกเ ศรษฐกิจ ซง่ึ กระทรวงศึกษาธิการไดกาํ หนดยทุ ธศาสตร ทจ่ี ะพฒั นา 5 ศักยภาพของพนื้ ทใ่ี น 5 กลุมอาชพี ใหม คือ กลมุ อตุ สาหกรรม กลมุ พาณิชกรรมกลุมเกษตรกรรม กลุมความคดิ สรา งสรรค กลุม อาํ นวยการและอาชพี เฉพาะทาง ใหส ามารถแขงขันไดใน 5 ภูมภิ าคหลกั ของโลก “รเู ขา รูเรา เทา ทัน เพ่ือแขง ขันไดใ นเวทีโลก” ตลอดจนกาํ หนดภารกิจทจ่ี ะยกระดบั การจดั การศกึ ษา

3237 เพอื่ เพ่มิ ศักยภาพและขดี ความสามารถใหกับประชาชนไดม ีอาชีพทส่ี รา งรายไดท่มี นั่ คง โดยเนนการบรู ณาการใหส อดคลอ ง กบั ศกั ยภาพดานตา งๆ มุงพัฒนาคนไทยใหไ ดร ับการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพและการมีงานทาํ อยา งมีคุณภาพทวั่ ถึงและเทา เทยี มกนั ประชาชนมรี ายไดม่ันคง และมีงานทําท่ียง่ั ยนื มคี วามสามารถเชิงการแขง ขนั ทัง้ ในระดับภูมิภาคอาเซียนและ ระดบั สากล ซง่ึ จะเปน การจดั การศกึ ษาตลอดชีวติ ในรปู แบบใหมทส่ี รางความม่นั คงใหแ กประชาชนและประเทศชาติ การเลอื กประกอบอาชีพในภาวะเศรษฐกิจยุคปจ จุบันจําเปน ตอ งมีขอมูลพ้ืนฐานในหลักสตู รในหลายๆดา นทง้ั ดาน การผลิตลความตองการของตลาดแรงงานในสาขาอาชีพตางๆกลมุ อาชพี หลกั สูตร การจกั สานหาบไมไผจิว๋ ก็เปนทางเลือก หนง่ึ ในการเลือกประกบอาชีพ เพือ่ ใหประชาชนผูท ่สี นใจในการฝกปฏบิ ัติและนําไปประกอบอาชีพสรางรายไดมีความม่ันใจ ในการนาํ ความรูและทักษะไปประกอบอาชีพ การกาํ หนดเน้ือหาและช่วั โมงการเรียนหลักสตู รจะประกอบไปดว ยจาํ นวน ชว่ั โมงของเนอื้ หาความรูแ ละการปฏิบัตเิ มือ่ ผเู รยี นๆจบหลักสูตรแลวสามารถนําความรแู ละทักษะไปประกอบอาชีพสรา ง รายไดห รอื เปนรายไดเสริมอ่ืนท่อี กเหนือจากการประกอบอาชพี ของตนเองมาสนับสนุนครอบครัวเปน ระบบ กระบวนการพฒั นาความคดิ สรางสรรคป ระยกุ ตพฒั นางานตลอดจนนําภูมปิ ญญาทอ งถนิ่ แหลง เรียนรูผูเกี่ยวของมสี วนรวม จัดเนอ้ื หาประสบการณใหเ กิดผลกับผเู รยี นเปนคนดมี ปี ญญามีรายไดเ สรมิ แกครอบครัวเพ่ือพฒั นาคุณภาพชวี ติ และความ เปนอยูท่ดี ีขนึ้ รวมถึงเพือ่ เปนการสนบั สนนุ การรวมกลมุ กอใหเ กดิ รายไดในชมุ ชนเกดิ ความเขม แขง็ ตอไปซึง่ เปน การศึกษา ตอ เนือ่ งเพ่ือการพัฒนายง่ั ยืนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

38 บทท่ี 3 วธิ ีดาํ เนินงาน โครงการฝก อาชีพและสง เสรมิ การเรียนรู วิชาการการจักสานหาบไมไผจ๋ิว (หลักสูตร 10 ชว่ั โมง) มีขั้นตอนดังน้ี 1. สาํ รวจความตอ งการของกลุมเปา หมาย 2. ดาํ เนินการจัดกจิ กรรมโครงการรวมกบั กลมุ ประชาชนทวั่ ไปของตาํ บลหนองปรือ (โดยการอบรมใหความรูและฝก ทักษะอาชพี ) 3. การวเิ คราะหขอ มูล 1. สาํ รวจความตอ งการของกลุมเปา หมาย กลมุ ภารกจิ การจดั การศึกษานอกโรงเรยี น มอบหมายให ครู กศน.ตาํ บลหนองปรือ อาํ เภอพนสั นิคม จงั หวัดชลบุรี สํารวจความตอ งการของผูเ รยี นของกลุมเปา หมายและแจงใหก ลุมเปา หมายฯ ทราบถงึ กําหนดการจดั กจิ กรรม 2. ดาํ เนินการจดั กิจกรรม โครงการฝก อาชพี และสงเสรมิ การเรยี นรู วิชาการการจกั สานหาบไมไผจิ๋ว (หลักสตู ร 10 ช่วั โมง) ระหวา งวนั ท่ี 6-7 กุมภาพันธ 2563จัดอบรมใหความรแู ละฝก ทกั ษะอาชีพ ณ ศนู ยฝก อาชพี OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรอื อาํ เภอพนสั นิคม จังหวดั ชลบรุ ี มผี เู ขารว มกจิ กรรม 8 คน 3. การวิเคราะหขอ มลู การวิเคราะหขอมูล ใชคาสถิติรอยละในการประมวลผลขอมูลสวนตัวและตัวช้ีวัดความสําเร็จของโครงการตาม แบบสอบถามคดิ เปน รายขอ โดยแปลความหมายคาสถติ ิรอ ยละออกมา ไดดงั นี้ คาสถิตริ อยละ 90 ข้นึ ไป ดีมาก คาสถิติรอยละ 75 – 89.99 ดี คาสถติ ิรอ ยละ 60 – 74.99 พอใช คา สถิติรอยละ 50 – 59.99 ปรับปรงุ คาสถิตริ อยละ 0 – 49.99 ปรบั ปรุงเรงดวน สวนการวิเคราะหขอมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นรายขอซ่ึงมีลักษณะเปนคาน้ําหนักคะแนน และนํามา เปรยี บเทียบ ไดระดบั คุณภาพตามเกณฑการประเมนิ ดงั นี้ เกณฑการประเมิน คา นา้ํ หนกั คะแนน 4.50 – 5.00 ระดบั คณุ ภาพ คือ ดมี าก คา น้ําหนักคะแนน 3.75 – 4.49 ระดบั คณุ ภาพ คือ ดี คา นาํ้ หนักคะแนน 3.00 – 3.74 ระดับคุณภาพ คือ พอใช คา นา้ํ หนักคะแนน 2.50 – 2.99 ระดับคณุ ภาพ คอื ตอ งปรับปรงุ คานํา้ หนักคะแนน 0.00 – 2.49 ระดบั คุณภาพ คือ ตองปรับปรงุ เรง ดว น

39 บทที่ 4 สรปุ ผลการดําเนินงานและการวิเคราะหข อมูล การจดั กิจกรรมการศกึ ษาอาชีพกลมุ สนใจ วชิ าการการจกั สานหาบไมไผจ ๋ิว (หลักสูตร 10 ชวั่ โมง) ซงึ่ ไดสรุป รายงานผลจากแบบสอบถามความคิดเห็น ขอมูลที่ไดสามารถวิเคราะหและแสดงคาสถิติ ดังน้ี ตอนท่ี 1 ขอมูลสว นตัวของผตู อบแบบสอบถามของผูเขา รว มกิจกรรมวชิ าชีพรูปแบบกลมุ สนใจ วิชาการ การจักสานหาบไมไ ผจ ิว๋ (หลกั สตู ร 10 ชัว่ โมง) ตารางท่ี 1 ผูเขา รว มโครงการทีต่ อบแบบสอบถามไดนาํ มาจําแนกตามเพศ เพศ รายละเอยี ด ชาย หญิง จาํ นวน (คน) 0 8 รอยละ 0.00 100.00 จากตารางที่ 1 พบวา ผตู อบแบบสอบถามทีเ่ ขา รวมกจิ กรรมวิชาชพี รูปแบบกลุม สนใจ วิชาการการจกั สานหาบไมไผ จิ๋ว (หลกั สูตร 10 ชว่ั โมง) เปนหญงิ จํานวน 8 คน คิดเปน รอ ยละ 100.00 ตารางที่ 2 ผูเ ขา รว มโครงการท่ีตอบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามอายุ รายละเอยี ด อายุ (ป) อายุ ต่าํ กวา 15 ป 16 - 39 40 - 49 50-59 60 ขน้ึ ไป จํานวน (คน) 0 00 1 7 รอ ยละ 0.00 0.00 0.00 12.5 87.5 จากตารางที่ 2 พบวาผูตอบแบบสอบถามทีเ่ ขา รว มกจิ กรรมวชิ าชพี รปู แบบกลุมสนใจ วิชาการการจักสานหาบไมไผ จิว๋ (หลกั สูตร 10 ชว่ั โมง) พบวา ผเู ขา รวมโครงการฯ มี อายุ 50 – 59 ป จาํ นวน 1 คน คิดเปน รอ ยละ 12.5 และอายุ 60 ป ข้ึนไป จาํ นวน 7 คน คดิ เปนรอ ยละ 87.5 ตารางท่ี 3 ผูเขารว มโครงการทต่ี อบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามอาชพี อาชพี รายละเอยี ด เกษตรกรรม รบั จาง รับราชการ/รฐั วิสาหกิจ คาขาย อน่ื ๆ จํานวน (คน) 8 รอ ยละ 100.00 จากตารางท่ี 3 พบวา ผูต อบแบบสอบถามทเ่ี ขารวมกิจกรรมวชิ าชีพรูปแบบกลุมสนใจ วิชาการการจกั สานหาบไมไผ จิ๋ว (หลักสูตร 10 ชัว่ โมง) มอี าชีพเกษตรกรรม จํานวน 8 คน คดิ เปนรอ ยละ 100.00

3450 ตารางท่ี 4 ผูเขา รวมโครงการท่ตี อบแบบสอบถามไดน าํ มาจาํ แนกตามระดับการศกึ ษา รายละเอยี ด ระดบั การศึกษา การศกึ ษา ประถม ม.ตน ม.ปลาย/ปวช. ปวส.ขึ้นไป จํานวน (คน) 8 0 0 0 รอยละ 100.00 0.00 0.00 0.00 จากตารางท่ี 4 พบวาผูตอบแบบสอบถามทเ่ี ขารวมกจิ กรรมวชิ าชีพรปู แบบกลุม สนใจ วิชาการการจกั สานหาบไมไผ จิ๋ว (หลักสูตร 10 ชว่ั โมง) ระดับประถมศกึ ษา จํานวน 8 คน คดิ เปนรอยละ 100 ตารางท่ี 5 แสดงคารอยละเฉลี่ยความสาํ เร็จของตัวช้ีวดั ผลผลิต ประชาชนทั่วไปตําบลหนองปรอื เขา รว มโครงการจาํ นวน 8 คน ผลสําเรจ็ ของโครงการ เปาหมาย ผูเขา รว มโครงการ คดิ เปน รอ ยละ 88 100 จากตารางท่ี 5 พบวาผลสาํ เรจ็ ของตวั ชว้ี ดั ผลผลิตกิจกรรมวิชาชีพรปู แบบกลุม สนใจ วิชาการการจักสานหาบไมไผ จิ๋ว (หลักสูตร 10 ชั่วโมง) มีผูเขารว มโครงการ จํานวน 8 คน คดิ เปนรอยละ 100 ซงึ่ บรรลเุ ปา หมายดา นตัวช้วี ดั ผลผลิต ประชาชนท่วั ไปตาํ บลหนองปรอื เขา รวมโครงการจํานวน 8 คน

3641 ตอนท่ี 2 ขอ มูลเกี่ยวกับความคิดเหน็ ของผูเขารับอบรมวิชาชพี รูปแบบกลมุ สนใจ วิชาการการจกั สาน หาบไมไผจว๋ิ ความคดิ เห็นของผเู ขารบั รว มกิจกรรม จาํ นวน 8 คน จากแบบสอบถามทง้ั หมดท่มี ีตอการอบรมวิชาชีพรปู แบบกลุมสนใจ ตารางท่ี 6 ผลการประเมนิ การอบรมวชิ าชีพรปู แบบกลุม สนใจ รายการทีป่ ระเมิน n=8 ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจดานเนอื้ หา 1. เนือ้ หาตรงตามความตองการ µ σ อนั ดบั ระดบั ผล 2. เนือ้ หาเพยี งพอตอความตองการ ท่ี การประเมนิ 3. เนอ้ื หาปจจุบันทนั สมยั 4.63 4. เน้อื หามีประโยชนตอการนาํ ไปใชใ นการพฒั นา 4.25 0.52 1 4.13 0.71 11 คณุ ภาพชีวิต 4.50 0.64 15 ตอนที่ 2 ความพึงพอใจดานกระบวนการจัดกิจกรรม 0.53 3 5 การเตรียมความพรอมกอ นจัดกิจกรรม 4.25 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค 4.50 0.46 11 7 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา 4.38 0.53 3 8 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุมเปา หมาย 4.38 0.74 7 9 วธิ วี ดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค 4.25 0.74 7 ตอนที่ 3 ความพึงพอใจตอวิทยากร 4.38 0.46 11 10 วิทยากรมคี วามรูความสามารถในเรือ่ งทถ่ี ายทอด 4.25 0.74 7 11 วิทยากรมเี ทคนคิ การถายทอดใชส ื่อเหมาะสม 4.50 0.46 11 12 วทิ ยากรเปดโอกาสใหม สี วนรวมและซักถาม 4.63 0.76 3 ตอนท่ี 4 ความพึงพอใจดานการอํานวยความสะดวก 4.38 0.52 1 13 สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณและสง่ิ อาํ นวยความสะดวก 4.50 0.74 7 14 การสื่อสาร การสรา งบรรยากาศเพ่ือใหเกดิ การ 4.39 0.53 3 0.61 เรียนรู 15 การบรกิ าร การชวยเหลอื และการแกปญหา คาเฉลีย่ ททททททททจากตารางท่ี 4 แสดงใหเห็นวา ผูเขารว มการอบรมวิชาชีพรูปแบบกลมุ สนใจ วชิ าการการจักสานหาบไมไผจ ิว๋ พบวา อยูใ นระดบั ดีมาก เม่ือวเิ คราะหเปน รายขอพบวาอันดับท่ี 1 คือเนื้อหาตรงตามความตองการ,สถานท่ี วสั ดุ อุปกรณ และสง่ิ อํานวยความสะดวก(µ= 4.63) อนั ดบั ท่ี 3 คือ เน้ือหามปี ระโยชนต อ การนาํ ไปใชใ นการพัฒนาคุณภาพชีวติ ,การ ออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค,วิทยากรเปดโอกาสใหมีสวนรวมและซักถาม,การบรกิ าร การชว ยเหลอื และการ แกปญ หา(µ= 4.50) อันดับท่ี 7 คอื การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา,การจดั กิจกรรมเหมาะสมกับกลมุ เปา หมาย,วิทยากร

3472 มคี วามรคู วามสามารถในเรื่องทถ่ี ายทอด,การส่ือสาร การสรา งบรรยากาศเพ่ือใหเ กิดการเรียนรู, (µ= 4.38) อนั ดับที่ 11 คือ เนือ้ หาเพยี งพอตอความตองการ,การเตรียมความพรอ มกอนจัดกิจกรรม,วธิ วี ดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค, วิทยากรมีเทคนคิ การถา ยทอดใชส่อื เหมาะสม(µ= 4.25) และอันดับที่ 15 คือเน้ือหาปจ จบุ ันทันสมัย(µ= 4.13 )ตามลําดบั ตารางที่ 7 ผลการประเมนิ ผเู ขารวมกจิ กรรมการอบรมวิชาชพี รปู แบบกลุมสนใจ วิชา การการจักสานหาบไมไผจ๋ิว เน้อื หาผเู ขารวมกจิ กรรมการอบรมวิชาชพี รปู แบบ N = 12 กลมุ สนใจ การการจกั สานหาบไมไผจ ว๋ิ µ σ อันดบั ท่ี ระดบั ผลการประเมิน 1. การมสี ว นรวมในกิจกรรมกลุม 050 1 ดมี าก 2. ความพงึ พอใจในการเขารวมโครงการ 4.53 0.50 1 ดมี าก 3. การคิดอยา งมีเหตผุ ล 4.53 0.50 3 ดมี าก 4. การเขาใจ และรับฟงความคดิ เหน็ จากผูอื่น 4.52 0.50 5 ดี 5. การรจู ัก และเขา ใจตนเอง 4.48 0.50 4 ดี คาเฉลี่ย 4.50 0.50 ดีมาก 4.51 รรรรรรรรจากตารางท่ี 5 พบวา โดยเฉล่ียแลวผเู ขา รว มผูเขา รว มกจิ กรรมการอบรมวิชาชีพรปู แบบกลุมสนใจ วิชาการจกั สานหาบไมไ ผจ ๋วิ อยูในระดับ ดมี าก เมื่อวเิ คราะหเปน รายขอพบวา การมสี ว นรว มในกิจกรรมกลมุ และ. ความพงึ พอใจใน การเขารวมโครงการมีคาทา กัน คือ (µ=4.53) เปนอันดบั ท่ี 1 และรองลงมาคือ การมีการคิดอยางมเี หตุผล (µ= 4.52) และการรจู ักและเขาใจตนเอง (µ= 4.50) การเขาใจและรบั ฟงความคิดเห็นจากผอู ืน่ (µ= 4.48) ตามลาํ ดบั

43 บทที่ 5 สรปุ อภปิ ราย ขอเสนอแนะ การจัดกิจกรรมโครงการฝกอาชีพและสงเสรมิ การเรียนรู วิชาการการจกั สานหาบไมไผจ ิ๋ว (หลกั สูตร 10 ชว่ั โมง) มี วตั ถุประสงคเ พื่อไดร ับความรูและฝก ทักษะเกี่ยวกับการการจักสานหาบไมไผจ ๋ิวและสามารถนาํ ความรไู ปใชในการประกอบ อาชีพไดจริงและเปนการเพ่มิ รายไดใ หก ับครอบครวั วิธีดาํ เนินการกลุมภารกจิ การจดั การศกึ ษานอกโรงเรยี น มอบหมายให ครู กศน.ตาํ บลหนองปรอื สํารวจความตอ งการเรยี นรขู องกลมุ เปาหมาย กลุมประชาชนท่ัวไปในตาํ บลหนองปรือ และแจง ใหก ลมุ เปาหมายฯ ทราบถึงกําหนดการจดั กจิ กรรมวชิ าชพี รูปแบบกลุม สนใจ วิชาการการจักสานหาบไมไผจ ๋วิ (หลักสูตร 10 ชวั่ โมง) เปน การอบรมใหความรูและฝก ทักษะอาชีพ และปฏบิ ตั ิจริงในหองเรยี น จัดข้ึนในวันท่ี 6-7 กมุ ภาพนั ธ 2563 โดยเปนการจัดอบรมใหค วามรูฝก ทกั ษะอาชพี ณ ศูนยฝกอาชพี OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรือ อาํ เภอพนัสนคิ ม จังหวัด ชลบุรี งบประมาณดาํ เนนิ การโดย กศน.อาํ เภอพนสั นคิ ม มีผเู ขา รวมโครงการ จํานวน 8 คน สรุปผลการดาํ เนินงาน สรุปไดวา กลมุ ประชาชนทวั่ ไปในตําบลหนองปรือ เขา รวมโครงการฝกอาชีพและสงเสรมิ การเรียนรู วิชาการจกั สานหาบไมไ ผจ ิ๋ว (หลกั สตู ร 10 ช่ัวโมง) ท่จี ดั ขึ้นในวันที่ 6-7 กมุ ภาพนั ธ 2563 โดยเปน การจดั อบรมใหความรฝู กทักษะ อาชพี คือ ความรคู วามเขา ใจเกี่ยวกบั การการการจักสานหาบไมไผจิว๋ ณ ศูนยฝกอาชีพ OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรือ อาํ เภอพนสั นคิ ม จังหวดั ชลบุรี งบประมาณดาํ เนนิ การโดย กศน.อําเภอพนัสนิคม มีผเู ขา รว มโครงการ จาํ นวน 8 คน (รอ ย ละ 100 ของเปาหมายโครงการ) โครงการฝก อาชพี อาชีพชุมชนรปู แบบกลุมสนใจ วิชาการจักสานหาบไมไผจิ๋ว (หลักสูตร 10 ช่ัวโมง) ผูเ ขา รวมมีระดับความคิดเหน็ / ความพงึ พอใจ ตอ โครงการ อยูในระดับ 4.39 “ด”ี อภิปรายผล จากการจัดโครงการฝก อาชีพและสง เสรมิ การเรียนรู วิชาการการจกั สานหาบไมไผจ ิ๋ว (หลกั สตู ร 10 ชวั่ โมง) เนอ่ื งจากกลุมประชาชนทว่ั ไปในตําบลหนองปรือสว นใหญมีระดบั ความคิดเหน็ /ความพงึ พอใจตอโครงการอยูในระดบั “ด”ี และบรรลคุ วามสาํ เรจ็ ตามเปา หมายตวั ชี้วัดผลลพั ธทีต่ งั้ ไว ขอเสนอแนะ อยากใหมกี ารจัดกจิ กรรมอีก จะไดน ําความรไู ปปฏบิ ตั ิ

44

45 รายงานผลการจัดกจิ กรรม วิชา........การจักสานหาบไมไผจ ว๋ิ ........จํานวน..........10.......ช่วั โมง รหวา งวันท.่ี .........6-7 กุมภาพันธ. ...2563 ณ.......ศนู ยส ง เสริมอาชพี OTOP ม.2 วทิ ยากร คือ...........นางสาวสราญเนตร........รอดทอง.................. ………………………………………..ผรู ายงาน ( นางสาวสุรภา เชาวนั ด)ี

46 เลขท่ี………………. ใบสมัครผูเรยี นหลกั สตู รการจดั การศึกษาตอเน่ือง สถานศึกษา ศนู ยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาํ เภอ/เขต....พนัสนิคม........ สํานักงานสง เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศกึ ษาธิการ หลกั สูตร/กิจกรรม……………………………………………………………………….....จํานวน...........ช่วั โมง  ๑. ขอมูลสว นตวั (กรุณากรอกขอมูลดว ยตวั บรรจง) ชอื่ -นามสกุล นาย/นาง/นางสาว....................................................เลขบัตรประจําตัวประชาชน.......................... เกิดวนั ท่ี/เดอื น/พ.ศ............................อาย.ุ .........ป สญั ชาติ..................ศาสนา.....................อาชีพ..................... ความรูสูงสุดจบระดับ.................................จากสถานศกึ ษา.......................................จงั หวดั .............................. ทอ่ี ยตู ามทะเบยี นบา นเลขท.ี่ ...........หมูท .่ี .............ถนน/หมบู าน.........................................ตาํ บล/แขวง.............. อาํ เภอ.............................จงั หวัด...............................รหัสไปรษณยี . ........................โทรศพั ท. .............................. ๒. สนใจเขา รว มกจิ กรรม เน่อื งจาก...........................................................................................................................  เปนพนื้ ฐานในการศึกษาตอในระดบั /สาขา………………………………………………………………………………..  ตองการเปลยี่ นอาชพี  ตอ งการใชเวลาวา งใหเ ปน ประโยชน  ตอ งการมีอาชพี เสริม/อาชีพหลกั  อ่นื ๆ ระบุ.................................................................... ๓. สถานภาพของผสู มัคร  เปนผวู า งงาน  สมาชิกกองทนุ พฒั นาบทบาทสตรี  สมาชิกกองทนุ สตรีเทศบาล  ผูถือบัตรสวสั ดกิ ารของรฐั  อสม./อสส. รับจาง  เกษตรกร  สมาชกิ กองทุนหมบู าน  อ่ืนๆ.................................. ๔. ทานไดร ับขาวสารการรับสมคั รจาก...................................................................................................................... สําหรับเจา หนา ที่ ลงชอ่ื .............................................ผสู มัคร ตรวจสอบรายละเอยี ด/ความเหน็ (.......................................................) .................................................... ลงช่ือ............................................ผูรับสมคั ร วันท่/ี เดอื น/ป............................................... (..............................................) วันที/่ เดอื น/ป............................................... หมายเหตุ สถานศึกษาสามารถปรบั เปลย่ี นไดต ามความเหมาะสม แบบ กศ.ตน. 10 ในกรณตี างดาว ตอ งมี Work Permit จงึ จะสามารถสมัครเรยี นได แบบประเมนิ ความพึงพอใจ หลักสูตร..................................................................ระหวา งวันท่.ี ...................เดือน….....................พ.ศ…............... สถานที่จัด........................................................................................อําเภอ………...............................จงั หวัดชลบรุ ี ขอ มูลพนื้ ฐานของผปู ระเมินความพงึ พอใจ

47 เพศ ชาย หญิง อายุ...........ป วฒุ กิ ารศกึ ษา.............................อาชีพ.......................................... คําชี้แจง 1. แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ มี 4 ตอน 2. โปรดแสดงเครือ่ งหมาย √ ในชองวางระดบั ความพึงพอใจตามความคิดเห็นของทา น ระดบั ความพงึ พอใจ หมาย ขอ รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ มาก มาก ปาน นอย นอ ย เหตุ ท่ีสุด กลาง ท่สี ดุ ตอนท่ี 1 ความพงึ พอใจดา นเนอ้ื หา 1 เนอ้ื หาตรงตามความตองการ 2 เน้ือหาเพียงพอตอ ความตองการ 3 เนื้อหาปจจบุ ันทนั สมัย 4 เนือ้ หามปี ระโยชนตอ การนําไปใชในการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจดา นกระบวนการจัดกิจกรรม 5 การเตรียมความพรอมกอ นจดั กิจกรรม 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค 7 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา 8 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุม เปาหมาย 9 วธิ ีการวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกับวตั ถปุ ระสงค ตอนที่ 3 ความพึงพอใจตอ วทิ ยากร 10 วทิ ยากรมคี วามรคู วามสามารถในเร่อื งที่ถา ยทอด 11 วิทยากรมเี ทคนิคการถา ยทอดใชสอ่ื เหมาะสม 12 วิทยากรเปด โอกาสใหมสี ว นรว มและซกั ถาม ตอนท่ี 4 ความพงึ พอใจดา นการอาํ นวยความสะดวก 13 สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณและสง่ิ อํานวยความสะดวก 14 การสือ่ สาร การสรา งบรรยากาศเพ่อื ใหเ กดิ การเรยี นรู 15 การบรกิ าร การชวยเหลือและการแกป ญ หา ผผู า นการฝกอบรมไดน าํ ความรไู ปใชจรงิ เพ่มิ รายได ลดรายจาย นาํ ไปประกอบอาชีพ พฒั นาคุณภาพชวี ิต ใชเ วลาวา งใหเกิดประโยชน อน่ื ๆ ระบ…ุ ……………………. ความคิดเหน็ และขอเสนอแนะอน่ื ๆ ............................................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................

48 ทป่ี รึกษา ผูจดั ทํา นางณชั ธกัญ หมนื่ สา นางสาวมุทกิ า การงานดี ผูอาํ นวยการ กศน.อาํ เภอพนัสนคิ ม ครู ผูจัดทาํ ครู กศน.ตาํ บลหนองปรือ นางสาวสรุ ภา เชาวันดี ครู กศน.ตาํ บลหนองปรอื ผูร วบรวม เรียบเรียง และจัดพิมพ นางสาวสุรภา เชาวนั ดี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook