1 สรุปผลการจดั กจิ กรรม การจดั กจิ กรรมการศึกษาเพอื่ พัฒนาอาชีพ วิชา การจักสานหาบไมไ ผจ๋ิว หลกั สตู ร 10 ชัว่ โมง ระหวางวนั ที่ วันท่ี 6-7 กมุ ภาพันธ 63 เวลา 9.00 – 15.00 น. ณ ศูนยฝก อาชพี OTOP ม.2 ตําบลหนองปรือ อําเภอพนสั นคิ ม จังหวดั ชลบรุ ี กศน.ตําบลหนองปรอื ศูนยการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอําเภอพนัสนิคม สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี
2 บทสรปุ ผูบรหิ าร โครงการอบรมอาชีพระยะส้นั เพือ่ การมงี านทํา หลักสตู ร วชิ าชพี รูปแบบกลุมสนใจ วิชา การสานหาบไมไผจ ิ๋ว (หลักสตู ร 10 ชว่ั โมง ) จดั ขึ้นในครงั้ นีม้ ีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนาการงานและอาชีพ โดยใหความสําคัญกับการจดั การศึกษา เพ่อื พัฒนางานและอาชีพระดับพนื้ ฐาน ระดบั ก่งึ ฝม ือ และระดับฝมือ ทสี่ อดคลองกบั สภาพและความตองการของ กลมุ เปาหมาย โดยมงุ เนนใหผูเรียนสามารถนาความรูไปใชในการประกอบอาชพี หรือเพ่ิมพูนรายได ทั้งนใี้ หมกี ารพฒั นา หลกั สตู รและวธิ กี ารที่หลากหลายและทนั สมยั สามารถใหบรกิ ารไดอยางทั่วถึง อีกท้งั มุงจัดการศึกษาเพ่อื พฒั นาทักษะชวี ติ ใหกับทุกกลมุ เปา หมาย โดยจดั กจิ กรรมการศึกษาท่ีมงุ เนนใหทุกลมุ เปา หมายมคี วามรูความสามารถในการจัดการชวี ิตของ ตนเองใหอยูใ นสงั คมไดอ ยา งมีความสุขรวมทัง้ การใชเ วลาวา งใหเปนประโยชนตอตนเอง ครอบครวั และชมุ ชน โดยมี กลุมเปา หมายคือ ประชาชนในตาํ บลหนองปรือ จาํ นวน 12 คน โดยจะใชกลุมเปาหมายท้งั หมดในการคํานวณโดยใช โปรแกรมสําเรจ็ รปู คอมพวิ เตอร (โปรแกรมตารางคํานวณ) เพ่อื สรุปผลการดําเนินงานในครั้งน้ี วิธกี ารดาํ เนนิ งาน โดยการสํารวจความตองการของประชาชนในพื้นทีต่ ําบลหนองปรือและนําผลจากการสาํ รวจมา จดั ทํากจิ กรรมโครงการอบรมอาชีพระยะสัน้ เพือ่ การมงี านทํา หลกั สูตร วิชาชีพรูปแบบกลุมสนใจ วิชา การสานหาบไมไผ จ๋ิว จํานวน 8 คน ในวันท่ี 6-7 กมุ ภาพันธ 2563 ณ ศนู ฝ ก อาชีพ OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรอื อาํ เภอพนัสนคิ ม จ.ชลบรุ ี โดยมี นางสาวสราญเนตร รอดทอง เปนวทิ ยากรใหค วามรู หลงั จากการจัดกจิ กรรมโครงการแลว มีการแจกแจงแบบ ประเมินความพึงพอใจ สําหรับผูเขา รวมโครงการทั้งหมด จํานวน 8 ชดุ แลวนาํ ขอ มูลทไ่ี ดม าคํานวณทางสถิติ หาคารอยละ คา เฉล่ยี การแจกแจงความถี่ และคาเบ่ียงเบนมาตรฐาน ในการแปรผล ผลการดาํ เนินงาน จากการนําขอมลู ที่ไดมาทําการคาํ นวณหาคาสถิติตางๆ สรปุ วา ผเู ขา รว มกิจกรรม มคี วามพึง พอใจอยใู น ระดบั 4.39 (ด)ี
3 คาํ นาํ ตามท่ี กศน.ตาํ บลหนองปรือ สังกัดศูนยก ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอําเภอพนสั นคิ ม ได ดาํ เนนิ งานตามนโยบายของสํานักงานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั ดว ยการเห็นความสําคัญใน การจดั การศกึ ษาพฒั นาอาชพี เพื่อการมีงานทําอยา งยง่ั ยืน จึงไดจ ดั การฝก อาชีพระยะสนั้ รูปแบบชั้นเรียนวิชาชพี วชิ าการ สานหาบไมไ ผจว๋ิ ข้ึน เพือ่ สามารถนาํ ไปประกอบอาชพี ไดแ ละยงั สรางมลู คา เพิ่มใหกับอาชพี ในปจ จุบนั ระหวางวนั ที่ 6-7 กมุ ภาพนั ธ 2563 ณ ศูนยฝกอาชีพ OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรอื อําเภอพนัสนิคม จงั หวัดชลบรุ ี โดยมี นางสาวสราญเนตร รอดทอง เปนวทิ ยากรใหความรู เพอ่ื ใหไ ดขอ มูลสําหรับเปน แนวทางในการพัฒนากจิ กรรมดานพัฒนาอาชีพใหดยี ิ่งขึน้ ตอไป กศน. ตําบลหนองปรือ สังกัดศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอําเภอพนัสนคิ ม จงึ ไดจดั ทําสรุปผลการจัด กิจกรรมการดาํ เนนิ งานเพื่อใหประชาชนในตําบลหนองปรือ มอี าชีพเสริมที่สามารถสรา งรายไดใ หกบั ครอบครัวเพ่ิมขึ้น กศน.ตาํ บลหนองปรือ กมุ ภาพันธ 2563
4 สารบญั หวั เร่อื ง หนา คาํ นํา บทท่ี 1 บทนํา 1- หลักการและเหตผุ ล 1 - วตั ถปุ ระสงค 1 - เปาหมาย 1 - วิธีดาํ เนนิ การ 2 - วงเงินงบประมาณทั้งโครงการ 2 - แผนการใชจายงบประมาณ 2 - ผรู บั ผิดชอบ 3 - เครือขาย 3 - โครงการที่เกี่ยวขอ ง 3 - ผลลพั ธ 3 - ตวั ช้วี ดั ความสําเร็จของโครงการ 3 - การติดตามและประเมนิ ผลของโครงการ 3 บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานท่เี กยี่ วขอ ง 4 - ยุทธศาสตรแ ละจดุ เนน การดําเนินงาน สํานักงาน กศน.ประจาํ ปง บประมาณ 2562 4 - แนวทาง/กลยุทธก ารดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยของ กศน.ตาํ บลหนองปรอื 10 - หลกั การจัดการศกึ ษาตอเนอื่ ง 17 - อาชพี ชน้ั เรียนและอาชพี ระยะส้นั 31 บทที่ 3 วธิ ดี ําเนินงาน 33 - สํารวจความตองการของกลุม เปา หมาย 33 - ดําเนินการจัดกรรม 33 - การวเิ คราะหขอ มลู 33 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอ มลู 34 - ตอนที่ 1 ขอมลู สว นตัวของผูตอบแบบสอบถามของผเู ขา รวมกิจกรรมวิชาชพี รปู แบบชน้ั เรียนวชิ าชีพ วิชาการสานตะกราไหมฟาง( 40 ชว่ั โมง) 34 - ตอนที่ 2 ขอ มลู เก่ยี วกับความคดิ เห็นของผูเขารบั อบรมวชิ าชีพรูปแบบช้ันเรยี นวชิ าชพี วิชาการสาน ตะกราไหมฟาง( 40 ชว่ั โมง) 36 บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล ขอเสนอแนะ 38 - สรปุ ผลการดําเนินงาน 38 - อภิปรายผล 38 - ขอเสนอแนะ 38 บรรณานุกรม ภาคผนวก
5 สารบญั ตาราง หนา 34 หัวเรื่อง 34 ตารางท่ี 1 ผเู ขา รวมโครงการท่ีตอบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามเพศ 34 ตารางท่ี 2 ผเู ขารวมโครงการท่ีตอบแบบสอบถามไดน าํ มาจําแนกตามอายุ 35 ตารางที่ 3 ผูเ ขา รว มโครงการท่ตี อบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามอาชีพ 35 ตารางท่ี 4 ผเู ขา รว มโครงการทตี่ อบแบบสอบถามไดน าํ มาจําแนกตามระดับการศึกษา 36 ตารางที่ 5 แสดงคารอยละเฉลีย่ ความสําเรจ็ ของตัวช้วี ดั ผลผลติ ประชาชนทว่ั ไปตาํ บลหนองปรอื 37 ตารางที่ 6 ผลการประเมนิ การอบรมวชิ าชีพรปู แบบกลุม สนใจ วิชาการสานหาบไมไผจ ๋ิว ตารางท่ี 7 ผลการประเมนิ ผูเ ขารวมกิจกรรมการอบรมรูปแบบกลุม สนใจวชิ าการสานหาบไมไผจิ๋ว
6 บทที่ 1 บทนํา หลกั การและเหตผุ ล ตามนโยบายของสํานักงาน กศน.ท่ีมุงเนน ใหม ีการพฒั นาและจัดทําหลกั สตู รการศกึ ษาอาชีพเพื่อการมีงานทําที่ สอดคลอ งกับความตอ งการของผูเรียน ความตองการของตลาด และศักยภาพของพน้ื ทโี่ ดยมเี ปา หมายเพื่อใหการจดั การศกึ ษาอาชพี แนวใหม เปนการจดั การศกึ ษาทีส่ ามารถสรา งอาชพี หลักทม่ี ั่นคงใหกบั ผูเรียนโดยสามารถสรางรายไดไดจริง ทง้ั ในระหวา งเรยี นและสาํ เรจ็ การศึกษาไปแลว และสามารถใชป ระโยชนจากเทคโนโลยใี นการสรางมลู คา เพ่มิ ใหก บั อาชีพ เพอ่ื พฒั นาใหเปนผูป ระกอบการทีม่ ีความสามารถเชิงการแขงขนั อยางยั่งยนื จากการสํารวจความตองการของประชาชนตาํ บลหนองปรือ พบวา ประชาชนสว นใหญป ระกอบอาชีพเกษตรกรรม รับจางทว่ั ไปคาขาย ธรุ กจิ สว นตัว แมบ า น และเวลาวางหลงั จากการประกอบอาชีพ จงึ มกี ารรว มกลุม กนั เพื่อเรียนรวู ิชาชีพ ตา งๆเพ่ิมเตมิ โดยมีความคิดเห็นตรงกนั ทจี่ ะเรยี นวิชา การจกั สานหาบไมไผจว๋ิ เพือ่ ใหผเู รียนนําไปใชใ นชวี ิตประจําวนั และ เปน แนวทางในการประกอบอาชพี เสริมสรางรายได ศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาํ เภอพนสั นคิ ม และ กศน.ตาํ บลหนองปรอื ไดเล็งเห็นความสําคญั ของกระบวนการเรียนรใู นชมุ ชนดา นการพฒั นาอาชีพ จึงไดจ ดั กิจกรรม สงเสริมศูนยฝ ก อาชีพชมุ ชน หลกั สูตรระยะสนั้ รูปแบบกลุม สนใจ วชิ า การการจกั สานหาบไมไผจ วิ๋ หลักสตู รละ 10 ชั่วโมง สาํ หรบั ประชาชนตําบลหนองปรอื ขนึ้ วตั ถปุ ระสงค 1. เพอ่ื ใหผเู รยี นมีความรู เกย่ี วกับวสั ดุ อปุ กรณใ นการการจักสานหาบไมไผจิ๋ว 2. เพอ่ื ใหผ เู รียนมีทักษะในการการจักสานหาบไมไ ผจ ว๋ิ ได 3. เพ่ือใหผ ูเรยี นสามารถนาํ ความรูไ ปปรบั ใชใ นชวี ติ ประจาํ วันและการประกอบอาชีพได เปา หมาย เชิงปริมาณ - ประชาชนท่ัวไปในตําบลหนองปรือ จํานวน 8 คน เชงิ คณุ ภาพ - ผเู ขารวมกจิ กรรมสามารถนําความรูไปใชใ นการประกอบอาชีพและสรางรายไดไ ดจ ริงเพ่ือเปนการเพมิ่ รายไดใ หก ับครอบครัว
72 วธิ ีดําเนนิ การ วตั ถุประสงค กลุมเปาหมาย เปาหมาย พ้ืนท่ี ระยะเวลา งบประมาณ 1. เพอื่ ใหผเู รยี นมี ประชาชนท่วั ไป 8 คน ดาํ เนินการ 6-7 3,000..- กจิ กรรมหลกั ความรู เกยี่ วกับ ในตําบลหนอง ศูนยฝก อาชีพ บาท 1.ดาํ เนนิ การขอรูปแบบ วัสดุ อปุ กรณใ น OTOP กมุ ภาพันธ กลมุ สนใจ การการจกั สาน ปรือ หมู 2 2563 2.ดําเนนิ งานและติดตอ หาบไมไผจ ๋วิ ตําบลหนองปรือ ประสานงาน 2. เพือ่ ใหผ ูเรียนมี อําเภอพนสั นคิ ม 3.ดําเนินกจิ กรรมตาม ทักษะในการการ จังหวดั ชลบรุ ี โครงการฝก ทักษะอาชพี จักสานหาบไมไผ “การจกั สานหาบไมไผ จิ๋วได จว๋ิ ” 3. เพ่อื ใหผ เู รียน 4.สรุปผลและรายงานผล สามารถนาํ ความรู ไปปรบั ใชใ น ชวี ติ ประจําวันและ การประกอบอาชพี ได วงเงนิ งบประมาณทัง้ โครงการ เงินงบประมาณดําเนนิ งาน การศกึ ษาตอเน่ือง (กจิ กรรมสงเสริมศูนยฝ ก อาชพี ชมุ ชน) รูปแบบกลุมสนใจ จํานวน 3,000.- (สามพันบาทถวน-) จํานวนเงิน กิจกรรมการศึกษา ไตรมาส 1 รายละเอยี ดคา ใชจา ยในการดําเนนิ งาน บาท สต. 1.การอบรมใหค วามรู 3,000.-บาท 1.คาวิทยากร จาํ นวน 10 ชั่วโมงๆ ละ 200 บาท 2,000 - 2.การฝกทักษะ 2.คาวสั ดุฝก ทกั ษะอาชพี 1,000 - รวมเปน เงินทัง้ สิน้ 3,000 - หมายเหตุ ทั้งนข้ี อถวั จา ยตามจรงิ ทกุ ประการ แผนการใชจายงบประมาณ กิจกรรมหลกั ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 โครงการศนู ยฝ กอาชพี ชุมชนรูปแบบกลุมสนใจ - - 3,000.- - วชิ าการการการจกั สานหาบไมไผจว๋ิ (จํานวน 10 ช่ัวโมง)
38 ผรู ับผิดชอบ นางสาวสุรภา เชาวนั ดี หวั หนา กศน.ตาํ บลหนองปรือ เครือขาย 1. องคการบรหิ ารสว นตําบลหนองปรอื 2. สมาชกิ บทบาทสตรตี ําบลหนองปรอื โครงการท่เี กยี่ วขอ ง โครงการจดั การศึกษาตอเน่ืองเพื่อพฒั นาอาชพี ผลลพั ธ ผเู ขารวมกิจกรรมสามารถนําความรไู ปใชในการประกอบอาชพี และสรางรายไดไดจรงิ เพื่อเปน การเพ่ิมรายไดใหกับ ครอบครัว ตวั ชี้วดั ความสาํ เรจ็ ของโครงการ ตวั ชีว้ ัดเชงิ ปรมิ าณ ผเู ขา รว มกจิ กรรมไมนอยกวา รอ ยละ 80 ของเปา หมาย ตวั ชี้วัดคุณภาพ ผูเขา รว มกจิ กรรมไดร บั ความรูเกยี่ วกับการการจกั สานหาบไมไผจ ิว๋ รอ ยละ 80 1. ผูรับการฝกทักษะอาชพี ไดรบั ความรูเกี่ยวกบั การการจักสานหาบไมไผจ ๋วิ ไมน อ ยกวารอ ยละ 80 2. หลงั จากจบกิจกรรมการฝก ทักษะอาชพี “การการจกั สานหาบไมไผจ ิ๋ว” ผูเ ขา รวมกิจกรรมไมน อยกวา รอ ยละ 80 สามารถนาํ ไปประกอบอาชีพได การตดิ ตามและประเมนิ ผลของโครงการ 1. รายงานผลการจดั กจิ กรรม 2. แบบประเมินความพึงพอใจ 3. การสังเกตผูเขารว มกิจกรรม
9 บทที่ 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานทเ่ี กย่ี วขอ ง ททททททททในการจดั ทาํ รายงานครัง้ นี้ ไดทาํ การศกึ ษาคนควา เน้อื หาจากเอกสารการศึกษาและรายงานทเี่ ก่ียวของ ดงั ตอ ไปนี้ 1. ยุทธศาสตรและจดุ เนน การดําเนนิ งาน สํานกั งาน กศน.ประจําปงบประมาณ 2563 ทททททททท2. แนวทาง/กลยทุ ธก ารดําเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตาํ บลหนองปรือ 3. หลกั การจัดการศึกษาตอเนอื่ ง 4. อาชพี รปู แบบกลมุ สนใจ (ราง) นโยบายและจดุ เนนการดําเนนิ งาน สํานักงาน กศน. ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2563 วิสยั ทศั น คนไทยไดร บั โอกาสการศึกษาและการเรยี นรูตลอดชวี ติ อยา งมีคณุ ภาพ สามารถดํารงชวี ติ ทเ่ี หมาะสม กับชว งวัย สอดคลองกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และมีทักษะท่ีจําเปน ในโลกศตวรรษที่ 21 พนั ธกิจ 1. จดั และสงเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยทีม่ คี ุณภาพ เพอ่ื ยกระดบั การศึกษา พัฒนา ทักษะการเรยี นรูของประชาชนทกุ กลุมเปาหมายใหเ หมาะสมทุกชวงวัย พรอมรับการเปล่ียนแปลงบริบททางสงั คม และ สรางสังคมแหงการเรียนรูต ลอดชวี ิต 2 สง เสรมิ สนบั สนนุ และประสานภาคเี ครือขา ย ในการมสี ว นรว มจดั การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อัธยาศัย และการเรียนรูต ลอดชวี ิต รวมทัง้ การดําเนนิ กจิ กรรมของศูนยการเรยี นและแหลง การเรียนรูอ่นื ใน รูปแบบตา ง ๆ 3. สงเสรมิ และพัฒนาการนาํ เทคโนโลยที างการศึกษา และเทคโนโลยดี จิ ิทัลมาใชใหเ กิดประสทิ ธิภาพในการจดั การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ใหกับประชาชนอยา งทวั่ ถงึ 4. พฒั นาหลักสตู ร รูปแบบการจดั กิจกรรมการเรียนรู ส่อื และนวตั กรรม การวดั และประเมนิ ผลในทุกรปู แบบให สอดคลองกบั บรบิ ทในปจจบุ ัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการใหมปี ระสิทธภิ าพ เพือ่ มุงจดั การศกึ ษาและการเรยี นรทู ่ีมคี ุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เปาประสงค 1. ประชาชนผูดอ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศกึ ษา รวมท้งั ประชาชนทัว่ ไปไดรบั โอกาสทางการศึกษาใน รปู แบบการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน การศกึ ษาตอเน่ือง และการศึกษาตามอธั ยาศัย ทมี่ ีคุณภาพอยาง เทาเทียมและทวั่ ถึง เปนไปตามสภาพ ปญหา และความตองการของแตล ะ กลมุ เปา หมาย
510 2. ประชาชนไดรับการยกระดับการศกึ ษา สรา งเสริมและปลกู ฝง คุณธรรม จริยธรรม และความเปนพลเมือง อนั นําไปสูการยกระดับคุณภาพชวี ติ และเสริมสรา งความเขม แข็งใหชุมชน เพอื่ พัฒนาไปสูความม่ันคงและย่ังยนื ทางดาน เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ประวัติศาสตร และส่งิ แวดลอ ม 3. ประชาชนไดรับโอกาสในการเรยี นรู และมเี จตคตทิ างวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมสามารถคิด วิเคราะห และประยุกตใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน รวมทง้ั แกปญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตไดอยา งสรา งสรรค 4. ประชาชนไดร ับการสรา งและสง เสรมิ ใหมนี ิสัยรกั การอานเพื่อการแสวงหาความรูดวยตนเอง 5. ชุมชนและภาคเี ครอื ขา ยทุกภาคสว น รวมจัด สงเสรมิ และสนบั สนนุ การดําเนินงานการศกึ ษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมทั้งการขับเคลอื่ นกจิ กรรมการเรียนรขู องชุมชน 6. หนวยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดจิ ิทลั มาใชใ นการยกระดบั คุณภาพใน การจดั การเรียนรแู ละเพ่ิมโอกาสการเรยี นรูใ หกับประชาชน 7. หนว ยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรยี นรู เพื่อแกปญหาและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ี ตอบสนองกบั การเปลีย่ นแปลงบรบิ ทดานเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง วฒั นธรรม ประวัตศิ าสตรและส่งิ แวดลอม รวมท้งั ตาม ความตอ งการของประชาชนและชมุ ชนในรูปแบบท่หี ลากหลาย 8. หนวยงานและสถานศึกษามีระบบการบรหิ ารจัดการทเ่ี ปนไปตามหลักธรรมาภบิ าล 9. บุคลากรของหนว ยงานและสถานศึกษาไดร บั การพัฒนาเพอื่ เพมิ่ สมรรถนะในการปฏบิ ัตงิ านการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยา งมีประสิทธภิ าพ ตัวชวี้ ัด ตวั ช้ีวดั เชิงปริมาณ 1. จํานวนผเู รยี นการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาชัน้ พื้นฐานท่ไี ดรับการสนบั สนนุ คาใชจา ยตามสิทธทิ ีก่ ําหนด ไว 2. จาํ นวนของคนไทยกลุมเปา หมายตาง ๆ ท่เี ขารว มกจิ กรรมการเรียนรู/เขารบั บรกิ ารกิจกรรมการศึกษาตอเนื่อง และการศกึ ษาตามอัธยาศัยที่สอดคลองกบั สภาพ ปญหา และความตองการ 3. รอ ยละของกําลังแรงงานท่ีสาํ เรจ็ การศกึ ษาระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ข้นึ ไป 4. จํานวนภาคีเครือขายทเ่ี ขามามสี วนรวมในการจดั /พัฒนา/สงเสรมิ การศึกษา (ภาคีเครือขา ย : สถานประกอบการ องคก ร หนวยงานทม่ี ารว มจดั /พัฒนา/สง เสรมิ การศึกษา) 5. จาํ นวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพนื้ ทีส่ ูง และชาวไทยมอแกน ในพน้ื ท่ี 5 จังหวดั 11 อําเภอ ไดร บั บริการการศึกษาตลอดชีวติ จากศนู ยการเรียนชุมชนสงั กดั สํานักงาน กศน. 6. จํานวนผูรบั บรกิ ารในพืน้ ทเ่ี ปาหมายไดร บั การสง เสรมิ ดา นการรูหนงั สอื และการพฒั นาทักษะชวี ิต 7. จํานวนนักเรยี นนกั ศกึ ษาท่ีไดรับบรกิ ารตวิ เขมเตม็ ความรู 8. จาํ นวนประชาชนทไ่ี ดร ับการฝกอาชีพระยะสั้น สามารถสรางอาชพี เพื่อสรางรายได 9. จํานวน ครู กศน. ตาํ บล จากพื้นที่ กศน.ภาค ไดรับการพฒั นาศักยภาพดานการจดั การเรยี นการสอน ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 10. จาํ นวนประชาชนที่ไดร ับการฝก อบรมภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสารดานอาชีพ 11. จาํ นวนผสู งู อายภุ าวะพงึ่ พงิ ในระบบ Long Term Care มีผดู ูแลทม่ี คี ุณภาพและมาตรฐาน 12. จํานวนประชาชนทผี่ า นการอบรมจากศูนยด ิจทิ ัลชุมชน 13. จาํ นวนศูนยก ารเรียนชุมชน กศน. บนพืน้ ทีส่ งู ในพน้ื ท่ี 5 จังหวดั ท่สี ง เสรมิ การพัฒนาทกั ษะการฟง พดู ภาษาไทยเพอื่ การสือ่ สาร รวมกนั ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน.
611 14. จาํ นวนบุคลากร กศน. ตําบลท่ีสามารถจัดทาํ คลังความรไู ด 15. จาํ นวนบทความเพื่อการเรียนรตู ลอดชวี ิตในระดับตาํ บลในหัวขอตา ง ๆ 16. จาํ นวนหลักสูตรและสื่อออนไลนท ี่ใหบ รกิ ารกบั ประชาชน ทัง้ การศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน การศกึ ษาตอเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศยั ตวั ชวี้ ัดเชิงคุณภาพ 1. รอ ยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทกุ ระดับ 2. รอยละของผเู รยี นที่ไดรบั การสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานเทยี บกับคาเปาหมาย 3. รอยละของประชาชนกลุมเปาหมายทลี่ งทะเบียนเรียนในทกุ หลกั สตู ร/กจิ กรรมการศกึ ษาตอ เน่ืองเทียบกับ เปาหมาย 4. รอยละของผผู า นการฝก อบรม/พัฒนาทักษะอาชพี ระยะสน้ั สามารถนาํ ความรูไปใชในการประกอบอาชพี หรือ พัฒนางานได 5. รอยละของผูเรยี นในเขตพื้นทจ่ี งั หวดั ชายแดนภาคใตท ่ีไดร ับการพัฒนาศักยภาพ หรอื ทกั ษะดานอาชีพ สามารถ มงี านทาํ หรือนําไปประกอบอาชพี ได 6. รอยละของผูจบหลักสูตร/กิจกรรมทสี่ ามารถนาํ ความรคู วามเขา ใจไปใชไดต ามจุดมุงหมายของหลักสูตรกิจกรรม การศกึ ษาตอเนอ่ื ง 7. รอ ยละของประชาชนที่ไดร ับบริการมีความพงึ พอใจตอ การบรกิ าร/เขารวมกจิ กรรมการเรยี นรูก ารศกึ ษาตาม อธั ยาศยั 8. รอ ยละของประชาชนกลุมเปาหมายท่ไี ดร บั บรกิ าร/ขา รวมกิจกรรมทม่ี ีความรคู วามเขาใจ/เจตคติ ทกั ษะ ตามจุดมุงหมายของกิจกรรมที่กําหนด ของการศึกษาตามอัธยาศยั 9. รอยละของนกั เรยี น/นักศึกษาท่มี ีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนในวชิ าที่ไดรบั บรกิ ารติวเขม เต็มความรู เพิม่ สงู ขึ้น 10. รอยละของผสู งู อายทุ ่เี ปน กลมุ เปาหมาย มีโอกาสมาเขารว มกิจกรรมการศึกษาตลอดชวี ติ นโยบายเรง ดวนเพอื่ รวมขบั เคลือ่ นยุทธศาสตรก ารพฒั นาประเทศ 1.ยุทธศาสตรด า นความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสรา งความจงรกั ภักดีตอสถาบนั หลักของชาติ โดยปลูกฝง และสรางความตระหนักรถู งึ ความสําคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงคเสริมสรา งความรักและความภาคภมู ใิ จในความเปน คนไทยและชาตไิ ทย นอม นําและเผยแพรศ าสตรพระราชา หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงรวมถึงแนวทางพระราชดํารติ า ง ๆ 1.2 เสริมสรางความรคู วามเขาใจท่ีถูกตอ ง และการมสี วนรวมอยา งถูกตองกบั การปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ ในบริบทของไทย มคี วามเปน พลเมืองดี ยอมรบั และเคารพความหลากหลายทาง ความคิดและอุดมการณ 1.3 สงเสริมและสนับสนนุ การจดั การศกึ ษาเพ่อื ปองกันและแกไขปญหาภัยคุกคามในรปู แบบใหม ทง้ั ยาเสพตดิ การคามนุษย ภยั จากไซเบอร ภยั พิบตั จิ ากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม ฯลฯ
712 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสรางเสริมโอกาสในการเขา ถึงบริการการศกึ ษา การพฒั นาทกั ษะ การ สรางอาชีพ และการใชชวี ติ ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม ในเขตพัฒนาพเิ ศษเฉพาะกิจจงั หวัดชายแดนภาคใต และพน้ื ทชี่ ายแดน อืน่ ๆ 1.5 สรา งความรู ความเขาใจในขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพ่ือนบานยอมรับและเคารพใน ประเพณี วัฒนธรรมของกลมุ ชาตพิ นั ธุ และชาวตางชาติทีม่ ีความหลากหลาย ในลกั ษณะพหุสังคมทีอ่ ยูร วมกัน 2 ยทุ ธศาสตรด า นการสรา งความสามารถในการแขงขนั 2.1 เรงปรบั หลักสตู รการจัดการศกึ ษาอาชีพ กศน. เพ่ือยกระดับทักษะดานอาชีพของประชาชน ใหเ ปนอาชพี ท่ีรองรับอตุ สาหกรรมเปา หมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณา การความรว มมือในการพฒั นาและเสรมิ ทักษะใหมด านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมงุ เนนสรางโอกาส ในการสรา งงาน สรางรายได และตอบสนองตอความตอ งการของตลาดแรงานท้ังภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพนื้ ท่เี ขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพเิ ศษตามภมู ภิ าคตาง ๆ ของประเทศสําหรบั พน้ื ทป่ี กติใหพัฒนา อาชีพทเี่ นน การตอยอดศกั ยภาพและตามบริบทของพ้ืนที่ 2.2 จัดการศกึ ษาเพ่อื พฒั นาพ้ืนท่ีภาคตะวนั ออก ยกระดับการศึกษาใหกบั ประชาชนใหจ บการศึกษาอยางนอย การศกึ ษาภาคบงั คบั สามารถนําคุณวฒุ ทิ ไี่ ดร บั ไปตอยอดในการประกอบอาชพี รวมท้ังพัฒนาทกั ษะในการประกอบอาชีพ ตามความตองการของประชาชน สรางอาชีพ สรางรายได ตอบสนองตอบริบทของสงั คมและชุมชน รวมทั้งรองรับการ พัฒนาเขตพ้ืนท่รี ะเบียบเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและสง เสรมิ ประชาชนเพื่อตอยอดการผลิตและจาํ หนายสนิ คแ ละผลิตภณั ฑออนไลน 1) เรงจดั ต้ังศนู ยใหคาํ ปรึกษาและพัฒนาผลิตภณั ฑ Brand กศน. เพื่อยกระดบั คุณภาพของสนิ คและผลิตภัณฑ การบรหิ ารจดั การทค่ี รบวงจร (การผลติ การตลาด การสงออก และสรา งชองทางจําหนาย) รวมทั้งสงเสรมิ การใชประโยชน จากเทคโนโลยดี จิ ิทลั ในการเผยแพรแ ละจําหนา ยผลติ ภัณฑ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินคาและลิตภณั ฑ กศน. ในแตล ะจังหวดั พรอมท้งั ประสานความรว มมอื กบั สถานี บรกิ ารน้าํ มนั ในการเปนซองทางการจาํ หนา ยสดุ ยอดสินคาและผลติ ภณั ฑ กศน.ใหกวางขวางยิ่งขนึ้ 3 ยทุ ธศาสตรการพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรท่เี ก่ยี วขอ งกบั การจัดกจิ กรรมและการเรยี นรู เปนผเู ชอื่ มโยงความรกู บั ผเู รยี นและผรู ับบริการ มคี วามเปน \"ครูมืออาชพี \" มจี ิตบรกิ าร มีความรอบรูและทันตอการเปลย่ี นแปลงของสังคมและเปน \"ผูอ ํานวยการการเรยี นรู\" ทสี่ ามารถบริหารจดั การความรู กิจกรรม และการเรยี นรทู ด่ี ี 1) เพม่ิ อัตราขา ราชการครูใหกับ กศน. อาํ เภอทุกแหง โดยเรงดําเนนิ การเร่ืองการหาอัตราตําแหนง การสรรหา บรรจุ และแตง ต้งั ขา ราชการครู 2) พฒั นาขาราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลกั สูตรท่เี ช่ือมโยงกับวทิ ยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตาํ บลใหสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ โดยเนนเรื่องการพัฒนาทักษะการจัดการ เรยี นการสอนออนไลน ทักษะภาษาตา งประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรยี นรู 4) พฒั นาศึกษานิเทศก ใหสามารถปฏิบัตกิ ารนเิ ทศไดอ ยางมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทกุ ระดบั ทุกประเภทใหมีทักษะความรเู ร่อื งการใชประโยชนจากดิจทิ ลั และ ภาษาตา งประเทศที่จําเปน 3.2 พัฒนาแหลงเรยี นรูใ หมีบรรยากาศและสภาพแวดลอ มทีเ่ อื้อตอการเรยี นรู มคี วามพรอ มในการใหบรกิ าร กจิ กรรมการศึกษาและการเรียนรู เปน แหลงสารสนเทศสาธารณะที่งยตอการเขา ถึง มีบรรยากาศทีเ่ อ้ือตอการเรยี นรู เปน
813 คาเพพืน้ ที่การเรยี นรูสาํ หรับคนทกุ ชวงวัย มสี งิ่ อํานวยความสะดวก มีบรรยากาศสวยงามมีชีวติ ท่ีดงึ ดดู ความสนใจ และมี ความปลอดภยั สําหรบั ผใู ชบ รกิ าร 1) เรง ยกระดบั กศน.ตาํ บลนํารอ ง 928 แหง (อําเภอละ 1 แหง ) ใหเ ปน กศน.ตําบล 5 ดี พรีเมย่ี ม ทีป่ ระกอบดวย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพ้นื ที่) กจิ กรรมดี เครือขายดี และมีนวตั กรรมการเรยี นรูที่ดมี ีประโยชน 2) จัดใหม ีศนู ยการเรยี นรูตนแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู ใน 6 ภูมภิ าค เปนพื้นที่การเรยี นรู (Co - Learning Space) ทที่ ันสมัยสําหรับทุกคน มีความพรอมในการใหบรกิ ารตาง ๆ อาทิ พน้ื ท่ีสาํ หรับการทํางาน/การ เรียนรู พ้ืนทส่ี าํ หรับกิจกรรมตาง ๆ มีหอ งประชมุ ขนาดเลก็ รวมทั้งทํางานรวมกบั หองสมุดประชาชนในการใหบริการใน รูปแบบหอ งสมุดดิจทิ ัล บริการอินเทอรเ นต็ สอื่ มัลติมีเดยี เพ่อื รองรับการเรยี นรูแบบ Active Learning 3) พัฒนาหองสมดุ ประชชน \"เฉลมิ ราชกมุ ารี\" ใหเปน Digital Library โดยใหมีบรกิ ารหนงั สอื ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร และอนิ เทอรเ น็ตความเรว็ สงู รวมทัง้ Free Wifi เพอื่ การสบื คนขอมลู 3.3 สงเสรมิ การจดั การเรียนรูที่ทนั สมยั และมีประสิทธภิ าพ เอื้อตอการเรียนรสู ําหรับทกุ คน สามารถ เรียนไดทกุ ทท่ี ุกเวลา มกี จิ กรรมทีห่ ลากลาย นา สนใจ สนองตอบความตองการของชมุ ชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรูของประชาชน รวมท้งั ใชป ระโยชนจ ากประชาชนในชุมชนในการรวมจดั กิจกรรมการเรยี นรเู พื่อเชื่อมโยง ความสัมพนั ธข องคนในชุมชนไปสูก ารจดั การความรูของชมุ ชนอยางยงั่ ยืน 1) สง เสริมการจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ปี่ ลูกฝงคุณธรรม สรางวินัย จิตสาธารณะ ความรับผดิ ชอบ ตอ สวนรวม และการมีจิตอาสา ผา นกิจกรรมรูปแบบตา ง ๆ อาทิ กจิ กรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจน สนบั สนนุ ใหม ีการจดั กจิ กรรมเพื่อปลูกฝง คุณธรรม จรยิ ธรรมใหกบั บุคลากรในองคกร 2) จดั ใหม หี ลกั สตู รลูกเสือมัคคเุ ทศก โดยใหสาํ นกั งาน กศน.จังหวดั ทกุ แหปกทม. จัดตง้ั กองลูกเสือ ที่ลูกเสือมีความพรอ มดานทักษะภาษาตางประเทศ เปน ลูกเสอื มัคคเุ ทศกจงั หวดั ละ 1 กอง เพอื่ สงเสริมลูกเสือจติ อาสา พัฒนาการทองเที่ยวในแตล ะจงั หวัด 3.4 เสริมสรา งความรว มมือกับภาคเี ครอื ขาย ประสาน สงเสรมิ ความรวมมือภาคเี ครือขาย ทงั้ ภาครฐั เอกชน ประชาสงั คม และองคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ รวมทัง้ สง เสริมและสนบั สนนุ การมสี ว นรว มของชมุ ชนเพ่ือสรางความเขาใจ และใหเกิดความรวมมือในการสง เสรมิ สนับสนนุ และจัดการศึกษาและการเรยี นรูใหกับประชาชนอยา งมีคณุ ภาพ 1) เรง จดั ทําทําเนยี บภูมปิ ญ ญาทองถน่ิ ในแตล ะตาํ บล เพื่อใชป ระโยชนจ ากภมู ิปญญาทองถ่นิ ในการสรา งการเรยี นรู จากองคค วามรใู นตัวบุคคลใหเกดิ การถายทอดภูมิปญ ญา สรางคุณคาทางวฒั นธรรมอยางยงั่ ยืน 2) สงเสริมภมู ิปญ ญาทองถน่ิ สูการจัดการเรยี นรูช มุ ชน 3) ประสานความรว มมอื กับภาคเี ครือขายเพือ่ การขยายและพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ใหเขา ถงึ กลมุ เปาหมายทุกกลุมอยา งกวางขวางและมีคณุ ภาพ อาทิ กลุมผสู งู อายุ กลมุ อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือประโยชนต อการจัดการศกึ ษาและกลุม เปาหมาย 1) พฒั นาการจดั การศกึ ษาออนไลน กศน. ทัง้ ในรปู แบบของการศึกษาขน้ั พื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวติ และทักษะอาชีพ การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมทัง้ การพัฒนาชอ งทางการคาออนไลน 2) สง เสริมการใชเ ทคโนโลยใี นการปฏิบัตงิ าน การบรหิ ารจัดการ และการจัดการเรียนรู 3) สง เสรมิ ใหมีการใชก ารวิจยั อยางงา ยเพ่ือสรางนวตั กรรมใหม 3.6 พัฒนาศกั ยภาพคนดานทักษะและความเขาใจในการใชเ ทคโนโลยดี ิจิทัล (Digital Literacy) 1) พฒั นาความรแู ละทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครแู ละบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือพฒั นา รูปแบบการจัดการเรยี นการสอน 2) สงเสรมิ การจัดการเรยี นรูดานเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่อื ใหประชาชนมีทักษะความเขา ใจและ
914 ใชเทคโนโลยีดจิ ิทลั ท่ีสามารถนําไปใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจําวัน รวมท้ังสรา งรายไดใหกับตนเองได 3.7 พฒั นาทกั ษะภาษาตางประเทศเพ่ือการสื่อสารของประชาชนในรปู แบบตา ง ๆ อยา งเปนรูปธรรม โดยเนน ทกั ษะภาษาเพ่ืออาชีพ ทงั้ ในภาคธุรกจิ การบรกิ าร และการทองเท่ียว รวมท้งั พัฒนาสอ่ื การเรียนการสอนเพอ่ื สงเสรมิ การใชภาษาเพื่อการส่อื สารและการพฒั นาอาชีพ 3.8 เตรยี มความพรอ มการเขาสูสงั คมผูส ูงอายุท่ีเหมาะสมและมคี ุณภาพ 1) สง เสริมการจัดกิจกรรมใหก ับประชาชนเพ่ือสรา งความตระหนักถึงการเตรียมพรอมเขาสู สังคมผสู งู อายุ (Aging Society) มีความเขาใจในพฒั นาการของชว งวยั รวมทั้งเรยี นรูและมีสว นรวมในการดูแล รบั ผดิ ชอบผสู ูงอายใุ นครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจดั บรกิ ารการศึกษาและการเรียนรสู าํ หรบั ประชาชนในการเตรียมความพรอ ม เขา สวู ยั สูงอายุที่เหมาะสมและมคี ุณภาพ 3) จดั การศึกษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชวี ติ สาํ หรบั ผสู งู อายภุ ายใตแนวคดิ \"Active Aging\" การศกึ ษาเพือ่ พฒั นาคุณภาพชีวติ และพัฒนาทักษะชีวิต ใหส ามารถดแู ลตนเองทง้ั สุขภาพกายและสขุ ภาพจิต และรจู ักใชป ระโยชนจ ากเทคโนโลยี 4) สรา งความตระหนักถงึ คุณคา และศกั ด์ิศรขี องผูสูงอายุ เปด โอกาสใหม ีการเผยแพรภูมิปญ ญา ของผสู ูงอายุ และใหมีสว นรวมในกิจกรรมดา นตาง ๆ ในชุมชน เชน ดา นอาชพี กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชพี เพื่อรองรับสังคมผูส ูงอายุ โดยบูรณาการความรวมมือกบั หนวยงานทีเ่ ก่ยี วของ ในทุกระดบั 3.9 การสง เสริมวิทยาศาสตรเ พอื่ การศึกษา 1) จดั กิจกรรมวทิ ยาศาสตรเ ชิงรกุ และเนนใหความรูว ทิ ยาศาสตรอ ยา งงายกับประชาชนในชุมชน ท้งั วทิ ยาศาสตรใ นวถิ ีชีวติ และวทิ ยาศาสตรใ นชีวติ ประจําวนั 2) พัฒนาสอื่ นิทรรศการเละรูปแบบการจดั กจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตรใ หมีความทันสมัย 3.10 สง เสริมการรภู าษาไทยใหก ับประชาชนในรูปแบบตาง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพน้ื ทสี่ ูง ใหสามารถฟง พูด อาน และเขียนภาษาไทย เพ่ือประโยชในการใชช ีวติ ประจาํ วันได 4 ยทุ ธศาสตรตน การสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศนู ยก ารเรียนรสู ําหรบั ทกุ ชว งวัย ท่ีเปน ศูนยการเรยี นรตู ลอดชีวติ ทีส่ ามารถใหบรกิ าร ประชาชนไดท ุกคน ทุกชวงวัย ทม่ี ีกิจกรรมท่ีหลากหลาย ตอบสนองความตองการในการเรียนรูในแตล ะวัย และเปน ศูนยบ ริการความรู ศูนยก ารจดั กิจกรรมทคี่ รอบคลุมทุกชวงวัย เพอ่ื ใหมีพฒั นาการเรยี นรทู ่เี หมาะสม และมีความสุขกับการเรียนรูตามความสนใจ 1) เรง ประสานกบั สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพือ่ จดั ทาํ ฐานขอมูลโรงเรยี นทีถ่ ูกยบุ รวม หรอื คาดวา นา จะถูกยุบรวม 2) ใหส าํ นักงาน กศน.จงั หวดั ทกุ แหง ทอี่ ยใู นจังหวัดท่ีมโี รงเรียนที่ถกู ยบุ รวม ประสานขอใชพ ้นื ท่เี พื่อจดั ตั้งศนู ยการ เรยี นรูส าํ หรบั ทกุ ชว งวัย กศน. 4.2 สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรยี นรูสําหรับกลมุ เปา หมายผูพิการ 1) จัดการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชวี ิตและทกั ษะอาชีพ และการศกึ ษาตามอัธยาศัย โดยเนน รูปแบบการศึกษาออนไลน 2) ใหสํานักงาน กศน.จงั หวดั ทกุ แหง/กทม. ทําความรว มมือกบั ศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัด ในการใช สถานท่ี วัสดุอุปกรณ และครุภณั ฑด านการศกึ ษา เพื่อสนับสนนุ การจัดการศึกษาและการเรยี นรสู าํ หรบั กลุมเปาหมายผู พิการ
1105 4.3 ยกระดบั การศึกษาใหกับกลมุ เปา หมายทหารกองประจาํ การ รวมทั้งกลุมเปา หมายพเิ ศษอืน่ ๆ อาทิ ผูตองขัง คนพิการ เด็กออกกลางคนั ประชากรวัยเรยี นทอี่ ยนู อกระบบการศกึ ษาใหจ บการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน สามารถนําความรทู ่ีไดร ับไปพัฒนาตนเองไดอยา งตอเนอ่ื ง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศกึ ษาอาชีพระะสั้น ใหมคี วามหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบั บรบิ ทของพืน้ ที่ และตอบสนองความตอ งการของประชาชนผูรับบรกิ าร 5. ยทุ ธศาสตรด านการสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวติ ท่เี ปนมิตรตอ สิง่ แวดลอม 5.1 สงเสรมิ ใหมกี ารใหความรูกบั ประชาชนในการรบั มอื และปรบั ตวั เพื่อลดความเสยี หายจากภัยธรรมชาตแิ ละ ผลกระทบท่ีเก่ียวของกบั การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สรางความตระหนักถึงความสาํ คัญของการสรางสงั คมสเี ขียว สงเสรมิ ความรูใ หก บั ประชาชนเกยี่ วกบั การคดั แยกตงั้ แตตน ทาง การกาํ จดั ขยะ และการนํากลับมาใชช าํ้ เพือ่ ลดปรมิ าณและตนทุนในการจัดการขยะของเมือง และ สามารถนําขยะกลบั มาใชป ระโยชนไ ดโ ดยงาย รวมทงั้ การจัดการมลพิษในชมุ ชน 5.3 สงเสรมิ ใหหนว ยงานและสถานศกึ ษาใชพลงั งานทเี่ ปน มติ รกบั สงิ่ แวดลอ ม รวมทงั้ ลดการใชท รัพยากรท่สี ง ผล กระทบตอส่ิงแวดลอม เชน รณรงคเ ร่ืองการลดการใชถ งุ พลาสตกิ การประหยดั ไฟฟา เปน ตน 6. ยทุ ธศาสตรดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พฒั นาและปรบั ระบบวธิ กี ารปฏบิ ตั ิราชการใหทันสมยั มคี วามโปรงใส ปลอดการทุจรติ บริหารจดั การบน ขอ มลู และหลกั ฐานเชงิ ประจักษ มงุ ผลสัมฤทธิม์ ีความโปรงใส 6.2 นาํ นวตั กรรมและเทคโนโลยีระบบการทํางานที่เปนดจิ ิทัลมาใชในการบริหารและพัฒนางานสามารถเชื่อมโยง กับระบบฐานขอมูลกลางของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พรอมทั้งพฒั นาโปรแกรมออนไลนท ีส่ ามารถเช่อื มโยงขอ มลู ตาง ๆ ท่ีทาํ ใหก ารบรหิ ารจดั การเปนไปอยางตอเน่ืองกนั ตั้งแตตน จนจบกระบวนการและใหประชาชนกลมุ เปา หมายสามารถเขา ถึง บริการไดอยางทันที ทุกทแ่ี ละทกุ เวลา 6.3 สงเสรมิ การพฒั นาบุคลากรทุกระดบั อยางตอเนื่อง ใหมคี วามรูและทักษะตามมาตรฐานตาํ แหนง ใหตรงกบั สายงาน ความชํานาญ และความตองการของบุคลากร 2. แนวทาง/กลยุทธก ารดําเนนิ งานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ของ กศน.ตําบลหนอง ปรือ สังกดั กศน.อาํ เภอพนัสนคิ ม วสิ ัยทัศน “กศน.อําเภอพนสั นิคม จัดและสงเสรมิ สนบั สนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยใหกับประชาชน กลมุ เปาหมายอําเภอพนสั นิคมไดอยางมีคุณภาพดว ยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” พันธกิจ 1. ออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรูใหส อดคลองกับหลักสูตร 2. จดั ระบบสารสนเทศเพื่อการเรยี นรูแ ละการบริหารการศึกษา 3. พัฒนาบุคลากรดานการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู/สื่อ/การประเมนิ ผล 4. สง เสริมและสนับสนนุ การมสี ว นรวมของภาคีเครือขายและชมุ ชนในการจดั กิจกรรมการศกึ ษา
1116 เปาประสงค ประชาชนผดู อ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทว่ั ไปไดร ับโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบ การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน การศึกษาตอเน่อื ง และการศึกษาตามอัธยาศัย ทม่ี คี ุณภาพอยางเทา เทยี ม และทัว่ ถงึ เปน ไปตามสภาพ ปญหา และความตองการของแตล ะ กลมุ เปา หมาย 1. ประชาชนไดรับการยกระดับการศกึ ษา สรางเสริมและปลกู ฝงคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความเปน พลเมือง อัน นําไปสูการยกระดบั คณุ ภาพชีวติ และเสรมิ สรา งความเขมแข็งใหช มุ ชน เพื่อพัฒนาไปสูความมั่นคงและย่ังยืนทางดาน เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรม ประวัตศิ าสตร และสงิ่ แวดลอ ม 2. ประชาชนไดร ับโอกาสในการเรยี นรู และมีเจตคติทางวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยที ีเ่ หมาะสมสามารถคิด วิเคราะห และประยุกตใชใ นชีวติ ประจําวนั รวมทั้งแกป ญหาและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ไดอ ยา งสรางสรรค 3. ประชาชนไดร บั การสรางและสงเสริมใหมีนสิ ัยรักการอานเพอื่ การแสวงหาความรดู ว ยตนเอง 4. ชุมชนและภาคีเครอื ขา ยทุกภาคสว น รวมจัด สงเสริม และสนบั สนุนการดาํ เนนิ งานการศึกษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมทั้งการขบั เคลอื่ นกจิ กรรมการเรียนรูของชมุ ชน 5. หนวยงานและสถานศึกษาพฒั นา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจทิ ัล มาใชในการยกระดบั คุณภาพใน การจดั การเรยี นรแู ละเพ่ิมโอกาสการเรยี นรูใหก บั ประชาชน 6. หนว ยงานและสถานศึกษาพฒั นาสื่อและการจดั กระบวนการเรียนรู เพ่ือแกปญหาและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ี ตอบสนองกับการเปล่ยี นแปลงบริบทดานเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วฒั นธรรม ประวตั ิศาสตรแ ละสิ่งแวดลอม รวมทงั้ ตาม ความตองการของประชาชนและชมุ ชนในรูปแบบทห่ี ลากหลาย 7. หนว ยงานและสถานศึกษามรี ะบบการบริหารจัดการท่ีเปนไปตามหลักธรรมาภิบาล 8. บคุ ลากรของหนวยงานและสถานศึกษาไดร บั การพฒั นาเพือ่ เพม่ิ สมรรถนะในการปฏิบัติงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอยางมปี ระสิทธภิ าพ ตวั ชว้ี ัด ตัวชวี้ ดั เชิงปริมาณ 1. จํานวนผเู รียนการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาช้นั พนื้ ฐานทไี่ ดรบั การสนบั สนุนคา ใชจายตามสทิ ธทิ ก่ี าํ หนด ไว 2. จาํ นวนของคนไทยกลุมเปาหมายตาง ๆ ทเี่ ขารว มกิจกรรมการเรียนรู/เขา รบั บรกิ ารกิจกรรมการศึกษาตอ เนื่อง และการศึกษาตามอธั ยาศยั ที่สอดคลอ งกบั สภาพ ปญ หา และความตองการ 3. รอ ยละของกําลงั แรงงานที่สําเร็จการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนตนขน้ึ ไป 4. จํานวนภาคเี ครอื ขายที่เขามามสี วนรวมในการจัด/พัฒนา/สงเสริมการศึกษา (ภาคีเครือขา ย : สถานประกอบการ องคกร หนว ยงานท่ีมารวมจดั /พฒั นา/สงเสริมการศึกษา) 5. จาํ นวนประชาชน เดก็ และเยาวชนในพน้ื ท่ีสูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นท่ี 5 จังหวดั 11 อําเภอ ไดรบั บริการการศึกษาตลอดชีวติ จากศูนยการเรียนชมุ ชนสังกัดสํานักงาน กศน. 6. จํานวนผรู บั บรกิ ารในพืน้ ท่เี ปา หมายไดรบั การสง เสริมดานการรูหนงั สอื และการพัฒนาทกั ษะชีวติ 7. จํานวนนักเรยี นนักศกึ ษาที่ไดรบั บรกิ ารติวเขมเตม็ ความรู 8. จาํ นวนประชาชนทีไ่ ดร ับการฝกอาชพี ระยะส้ัน สามารถสรา งอาชีพเพ่ือสรา งรายได
1217 9. จาํ นวน ครู กศน. ตําบล จากพน้ื ที่ กศน.ภาค ไดรับการพฒั นาศักยภาพดา นการจดั การเรยี นการสอน ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 10. จาํ นวนประชาชนที่ไดรบั การฝก อบรมภาษาตา งประเทศเพ่ือการสื่อสารดานอาชีพ 11. จาํ นวนผูสงู อายุภาวะพง่ึ พงิ ในระบบ Long Term Care มผี ูดูแลทีม่ คี ุณภาพและมาตรฐาน 12. จาํ นวนประชาชนทีผ่ านการอบรมจากศูนยด ิจิทัลชุมชน 13. จาํ นวนศนู ยการเรยี นชมุ ชน กศน. บนพื้นทส่ี ูง ในพ้ืนท่ี 5 จังหวัด ทีส่ งเสริมการพฒั นาทักษะการฟง พดู ภาษาไทยเพื่อการสอื่ สาร รวมกนั ในสถานศึกษาสังกดั สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จํานวนบคุ ลากร กศน. ตําบลที่สามารถจัดทําคลงั ความรูได 15. จาํ นวนบทความเพ่ือการเรยี นรตู ลอดชีวิตในระดบั ตาํ บลในหวั ขอ ตา ง ๆ 16. จํานวนหลักสตู รและสือ่ ออนไลนท ี่ใหบ รกิ ารกบั ประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน การศึกษาตอเน่ือง และการศึกษาตามอธั ยาศัย ตัวช้วี ดั เชิงคณุ ภาพ 1. รอยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทกุ รายวิชาทกุ ระดับ 2. รอยละของผเู รยี นท่ีไดร ับการสนบั สนนุ การจัดการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานเทยี บกบั คาเปาหมาย 3. รอ ยละของประชาชนกลุมเปาหมายทลี่ งทะเบียนเรียนในทุกหลกั สูตร/กิจกรรมการศกึ ษาตอ เนื่องเทยี บกับ เปาหมาย 4. รอ ยละของผูผา นการฝก อบรม/พัฒนาทักษะอาชพี ระยะสั้นสามารถนาํ ความรไู ปใชใ นการประกอบอาชพี หรือ พฒั นางานได 5. รอ ยละของผูเรยี นในเขตพ้ืนที่จงั หวดั ชายแดนภาคใตที่ไดรับการพฒั นาศักยภาพ หรอื ทักษะดานอาชพี สามารถ มีงานทาํ หรือนําไปประกอบอาชพี ได 6. รอ ยละของผูจบหลกั สูตร/กิจกรรมทีส่ ามารถนําความรูความเขา ใจไปใชไดต ามจุดมงุ หมายของหลักสูตรกิจกรรม การศกึ ษาตอเนื่อง 7. รอ ยละของประชาชนท่ีไดร ับบริการมีความพึงพอใจตอ การบริการ/เขารวมกิจกรรมการเรยี นรูก ารศึกษาตาม อัธยาศัย 8. รอยละของประชาชนกลุมเปาหมายทีไ่ ดร ับบรกิ าร/ขา รว มกจิ กรรมทม่ี คี วามรคู วามเขาใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมงุ หมายของกิจกรรมทกี่ ําหนด ของการศกึ ษาตามอัธยาศัย 9. รอ ยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นในวชิ าท่ไี ดร ับบรกิ ารตวิ เขมเต็มความรเู พิ่มสูงขนึ้ 10. รอยละของผสู งู อายทุ เี่ ปน กลมุ เปา หมาย มโี อกาสมาเขา รว มกจิ กรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเรง ดวนเพอื่ รวมขบั เคลื่อนยทุ ธศาสตรการพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตรด า นความม่นั คง 1.1 พัฒนาและเสริมสรางความจงรกั ภกั ดีตอสถาบนั หลักของชาติ โดยปลกู ฝงและสรางความตระหนักรูถึง ความสาํ คัญของสถาบนั หลักของชาติ รณรงคเสริมสรา งความรักและความภาคภูมิใจในความเปนคนไทยและชาตไิ ทย นอม นําและเผยแพรศ าสตรพระราชา หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งรวมถึงแนวทางพระราชดาํ ริตาง ๆ
1318 1.2 เสริมสรา งความรคู วามเขาใจท่ถี ูกตอง และการมีสว นรวมอยางถูกตองกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ท รงเปน ประมุข ในบริบทของไทย มคี วามเปน พลเมืองดี ยอมรบั และเคารพความหลากหลายทาง ความคิดและอดุ มการณ 1.3 สง เสรมิ และสนับสนนุ การจัดการศึกษาเพือ่ ปองกันและแกไขปญหาภัยคุกคามในรปู แบบใหม ท้งั ยา เสพตดิ การคามนุษย ภยั จากไซเบอร ภัยพิบตั จิ ากธรรมชาติ โรคอบุ ัตใิ หม ฯลฯ 1.4 ยกระดับคณุ ภาพการศึกษาและสรางเสรมิ โอกาสในการเขาถงึ บริการการศกึ ษา การพัฒนาทกั ษะ การ สรางอาชีพ และการใชช ีวติ ในสงั คมพหุวฒั นธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกจิ จงั หวดั ชายแดนภาคใต และพน้ื ที่ชายแดน อนื่ ๆ 1.5 สรา งความรู ความเขาใจในขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพ่ือนบานยอมรบั และเคารพใน ประเพณี วฒั นธรรมของกลมุ ชาตพิ ันธุ และชาวตา งชาตทิ ม่ี ีความหลากหลาย ในลักษณะพหุสงั คมท่ีอยรู วมกนั 2 ยุทธศาสตรด านการสรางความสามารถในการแขงขนั 2.1 เรงปรบั หลักสูตรการจดั การศึกษาอาชพี กศน. เพื่อยกระดับทักษะดานอาชีพของประชาชน ใหเปน อาชีพทีร่ องรบั อตุ สาหกรรมเปา หมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณา การความรว มมือในการพฒั นาและเสริมทักษะใหมดานอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุงเนน สรา งโอกาส ในการสรา งงาน สรา งรายได และตอบสนองตอความตองการของตลาดแรงานท้ังภาคอุตสาหกรรมและ การบริการ โดยเฉพาะในพนื้ ท่ีเขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพเิ ศษตามภมู ภิ าคตาง ๆ ของประเทศ สําหรบั พืน้ ทป่ี กติใหพ ฒั นาอาชพี ที่เนน การตอยอดศักยภาพและตามบรบิ ทของพื้นที่ 2.2 จดั การศึกษาเพ่ือพฒั นาพ้ืนท่ีภาคตะวนั ออก ยกระดบั การศกึ ษาใหกับประชาชนใหจบการศกึ ษาอยางนอย การศกึ ษาภาคบังคับ สามารถนาํ คุณวุฒทิ ่ีไดรับไปตอยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนาทกั ษะในการประกอบอาชพี ตามความตองการของประชาชน สรางอาชีพ สรา งรายได ตอบสนองตอบรบิ ทของสงั คมและชมุ ชน รวมทงั้ รองรบั การ พฒั นาเขตพน้ื ที่ระเบยี บเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พฒั นาและสง เสรมิ ประชาชนเพือ่ ตอยอดการผลิตและจําหนายสินคแ ละผลิตภณั ฑออนไลน 1) เรงจัดต้งั ศนู ยใหคําปรึกษาและพัฒนาผลติ ภณั ฑ Brand กศน. เพ่ือยกระดบั คุณภาพของสินคและผลิตภัณฑ การบรหิ ารจดั การท่คี รบวงจร (การผลิต การตลาด การสง ออก และสรา งชองทางจําหนาย) รวมทงั้ สง เสริมการใชประโยชน จากเทคโนโลยดี จิ ิทลั ในการเผยแพรแ ละจําหนา ยผลติ ภัณฑ 2) พฒั นาและคัดเลือกสุดยอดสนิ คาและลิตภณั ฑ กศน. ในแตละจงั หวดั พรอมท้งั ประสานความรวมมอื กบั สถานี บรกิ ารนาํ้ มนั ในการเปนซองทางการจาํ หนา ยสุดยอดสินคา และผลติ ภัณฑ กศน.ใหกวางขวางย่งิ ข้นึ 3 ยทุ ธศาสตรการพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพทรัพยากรมนษุ ย 3.1 พัฒนาครแู ละบุคลากรทเี่ กยี่ วขอ งกบั การจัดกิจกรรมและการเรียนรู เปนผเู ชือ่ มโยงความรูก บั ผเู รียนและผูรับบรกิ าร มีความเปน \"ครูมืออาชีพ\" มีจติ บริการ มีความรอบรูและทันตอการเปลีย่ นแปลงของสงั คมและเปน \"ผูอาํ นวยการการเรยี นรู\" ทส่ี ามารถบรหิ ารจดั การความรู กิจกรรม และการเรยี นรูทีด่ ี 1) เพิม่ อตั ราขาราชการครูใหกับ กศน. อําเภอทุกแหง โดยเรง ดาํ เนนิ การเรื่องการหาอตั ราตาํ แหนง การสรรหา บรรจุ และแตง ต้ัง ขาราชการครู 2) พฒั นาขาราชการครูในรปู แบบครบวงจร ตามหลกั สตู รท่ีเช่อื มโยงกบั วทิ ยฐานะ 3) พฒั นาครู กศน.ตําบลใหสามารถปฏิบตั งิ านไดอ ยางมีประสทิ ธภิ าพ โดยเนน เร่ืองการพัฒนาทกั ษะการจัดการ เรยี นการสอนออนไลน ทักษะภาษาตางประเทศ ทักษะการจดั กระบวนการเรียนรู 4) พฒั นาศึกษานิเทศก ใหสามารถปฏิบัตกิ ารนิเทศไดอยางมีประสิทธภิ าพ
1419 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทกุ ระดับทุกประเภทใหม ีทักษะความรูเรอ่ื งการใชประโยชนจากดิจทิ ัลและ ภาษาตา งประเทศท่ีจาํ เปน 3.2 พัฒนาแหลง เรยี นรใู หม บี รรยากาศและสภาพแวดลอมทเ่ี อื้อตอ การเรยี นรู มคี วามพรอมในการใหบรกิ าร กจิ กรรมการศกึ ษาและการเรียนรู เปน แหลงสารสนเทศสาธารณะท่งี ยตอการเขาถึง มีบรรยากาศทเ่ี อ้ือตอการเรยี นรู เปน คาเพพนื้ ท่ีการเรยี นรสู าํ หรับคนทกุ ชว งวัย มีสงิ่ อาํ นวยความสะดวก มีบรรยากาศสวยงามมีชวี ิต ทด่ี ึงดดู ความสนใจ และมี ความปลอดภัยสาํ หรับผใู ชบริการ 1) เรงยกระดบั กศน.ตําบลนาํ รอ ง 928 แหง (อาํ เภอละ 1 แหง ) ใหเ ปน กศน.ตาํ บล 5 ดี พรเี ม่ียม ท่ปี ระกอบดว ย ครูดี สถานท่ีดี (ตามบริบทของพน้ื ที่) กจิ กรรมดี เครอื ขา ยดี และมีนวตั กรรมการเรียนรทู ่ีดีมปี ระโยชน 2) จดั ใหมศี นู ยการเรยี นรตู นแบบ กศน. เพือ่ ยกระดับการเรียนรู ใน 6 ภมู ภิ าค เปน พืน้ ที่การเรียนรู (Co - Learning Space) ทีท่ ันสมยั สาํ หรับทกุ คน มีความพรอ มในการใหบริการตา ง ๆ อาทิ พน้ื ทส่ี ําหรบั การทํางาน/การ เรยี นรู พืน้ ท่ีสาํ หรบั กจิ กรรมตาง ๆ มหี อ งประชุมขนาดเลก็ รวมทง้ั ทํางานรว มกับหอ งสมุดประชาชนในการใหบ ริการใน รปู แบบหอ งสมดุ ดจิ ทิ ลั บริการอนิ เทอรเนต็ ส่ือมลั ติมีเดยี เพอ่ื รองรับการเรียนรแู บบ Active Learning 3) พัฒนาหองสมดุ ประชชน \"เฉลิมราชกุมารี\" ใหเปน Digital Library โดยใหมบี รกิ ารหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพวิ เตอร และอนิ เทอรเน็ตความเรว็ สูง รวมท้งั Free Wifi เพื่อการสืบคน ขอมูล 3.3 สงเสรมิ การจดั การเรยี นรูที่ทนั สมยั และมีประสิทธิภาพ เออ้ื ตอการเรียนรสู าํ หรับทุกคน สามารถ เรียนไดทกุ ทที่ ุกเวลา มกี จิ กรรมที่หลากลาย นา สนใจ สนองตอบความตองการของชมุ ชน เพือ่ พฒั นาศักยภาพ การเรยี นรูข องประชาชน รวมทงั้ ใชป ระโยชนจ ากประชาชนในชุมชนในการรว มจัดกจิ กรรมการเรยี นรูเพ่ือเช่อื มโยง ความสัมพันธข องคนในชุมชนไปสูการจัดการความรขู องชุมชนอยางยัง่ ยืน 1) สงเสริมการจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ่ีปลกู ฝงคณุ ธรรม สรางวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบ ตอสวนรวม และการมจี ิตอาสา ผานกจิ กรรมรปู แบบตา ง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจน สนบั สนุนใหม ีการจดั กจิ กรรมเพอ่ื ปลูกฝง คณุ ธรรม จริยธรรมใหกับบุคลากรในองคกร 2) จดั ใหมหี ลกั สตู รลกู เสือมัคคเุ ทศก โดยใหส ํานักงาน กศน.จงั หวัดทกุ แหปกทม. จัดตงั้ กองลูกเสือ ที่ลูกเสอื มีความพรอ มดา นทักษะภาษาตางประเทศ เปน ลูกเสือมัคคเุ ทศกจ งั หวดั ละ 1 กอง เพอ่ื สง เสริมลูกเสอื จติ อาสา พฒั นาการทอ งเที่ยวในแตละจังหวัด 3.4 เสริมสรา งความรวมมือกับภาคเี ครือขา ย ประสาน สง เสริมความรวมมือภาคีเครือขาย ท้งั ภาครัฐเอกชน ประชาสงั คม และองคกรปกครองสว นทอ งถิ่น รวมทั้งสง เสริมและสนับสนนุ การมสี ว นรวมของชุมชนเพ่อื สรางความเขาใจ และใหเ กิดความรว มมือในการสง เสริม สนับสนุน และจดั การศึกษาและการเรียนรใู หก ับประชาชนอยางมีคุณภาพ 1) เรง จัดทําทําเนยี บภูมิปญญาทอ งถิน่ ในแตละตําบล เพ่ือใชประโยชนจ ากภูมปิ ญญาทองถนิ่ ในการสรางการเรยี นรู จากองคความรใู นตวั บุคคลใหเกดิ การถายทอดภมู ิปญ ญา สรา งคุณคาทางวฒั นธรรมอยางยงั่ ยนื 2) สงเสริมภูมิปญ ญาทองถิน่ สูการจดั การเรียนรชู มุ ชน 3) ประสานความรวมมอื กับภาคีเครือขา ยเพือ่ การขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหเขา ถึงกลมุ เปาหมายทุกกลุมอยา งกวางขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลมุ ผสู ูงอายุ กลมุ อสม. 3.5 พฒั นานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชนตอ การจัดการศึกษาและกลมุ เปาหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน กศน. ทัง้ ในรูปแบบของการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวติ และทกั ษะอาชพี การศกึ ษาตามอธั ยาศัย รวมท้ังการพัฒนาชอ งทางการคา ออนไลน 2) สง เสรมิ การใชเทคโนโลยใี นการปฏบิ ตั ิงาน การบรหิ ารจัดการ และการจัดการเรยี นรู 3) สงเสรมิ ใหมีการใชก ารวิจยั อยางงา ยเพื่อสรางนวัตกรรมใหม
1520 3.6 พฒั นาศกั ยภาพคนดานทักษะและความเขาใจในการใชเ ทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พฒั นาความรูและทักษะเทคโนโลยีดิจทิ ัลของครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา เพ่ือพัฒนา รปู แบบการจัดการเรยี นการสอน 2) สง เสรมิ การจัดการเรยี นรูด านเทคโนโลยีดิจทิ ัล เพือ่ ใหประชาชนมีทกั ษะความเขาใจและ ใชเ ทคโนโลยดี จิ ิทลั ท่ีสามารถนาํ ไปใชป ระโยชนในชวี ติ ประจําวนั รวมทั้งสรางรายไดใหกับตนเองได 3.7 พฒั นาทักษะภาษาตา งประเทศเพ่ือการส่ือสารของประชาชนในรูปแบบตาง ๆ อยา งเปน รูปธรรม โดยเนน ทกั ษะภาษาเพื่ออาชีพ ท้งั ในภาคธุรกจิ การบริการ และการทองเที่ยว รวมท้งั พัฒนาสือ่ การเรยี นการสอนเพือ่ สง เสรมิ การใชภาษาเพ่อื การสอ่ื สารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพรอมการเขาสูสงั คมผสู ูงอายุทีเ่ หมาะสมและมคี ุณภาพ 1) สงเสรมิ การจดั กจิ กรรมใหกับประชาชนเพื่อสรา งความตระหนกั ถึงการเตรยี มพรอมเขาสูสังคมผูสูงอายุ (Aging Society) มคี วามเขาใจในพัฒนาการของชวงวยั รวมทง้ั เรยี นรูแ ละมสี วนรว มในการดูแล รบั ผดิ ชอบผูสูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจดั บริการการศึกษาและการเรียนรสู ําหรบั ประชาชนในการเตรียมความพรอ ม เขาสูวยั สูงอายุทเ่ี หมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวติ สาํ หรับผสู ูงอายุภายใตแนวคดิ \"Active Aging\"การศกึ ษาเพ่ือพัฒนา คุณภาพชวี ติ และพฒั นาทักษะชวี ติ ใหสามารถดูแลตนเองท้ังสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตและรจู กั ใชป ระโยชนจาก เทคโนโลยี 4) สรางความตระหนักถึงคุณคาและศักด์ิศรีของผูส งู อายุ เปด โอกาสใหม ีการเผยแพรภ มู ิปญ ญาของผสู งู อายุ และ ใหมสี วนรวมในกจิ กรรมดานตาง ๆ ในชุมชน เชน ดานอาชพี กฬี า ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จดั การศึกษาอาชีพเพ่ือรองรับสงั คมผสู ูงอายุ โดยบูรณาการความรวมมือกับหนว ยงานทเี่ กย่ี วของ ในทุกระดบั 3.9 การสง เสรมิ วิทยาศาสตรเพอ่ื การศึกษา 1) จดั กิจกรรมวิทยาศาสตรเ ชิงรกุ และเนนใหความรูว ิทยาศาสตรอ ยา งงายกับประชาชนในชมุ ชน ทงั้ วิทยาศาสตรในวถิ ชี ีวติ และวทิ ยาศาสตรใ นชวี ิตประจาํ วัน 2) พัฒนาส่อื นิทรรศการเละรูปแบบการจดั กจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตรใ หมีความทันสมัย 3.10 สงเสรมิ การรภู าษาไทยใหกบั ประชาชนในรปู แบบตาง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพ้นื ท่สี ูง ใหส ามารถฟง พูด อา น และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชในการใชช วี ติ ประจําวนั ได 4 ยทุ ธศาสตรตน การสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จดั ต้งั ศนู ยการเรียนรูสําหรับทุกชว งวยั ที่เปน ศูนยก ารเรยี นรตู ลอดชีวติ ทส่ี ามารถใหบริการ ประชาชนไดทุกคน ทุกชว งวยั ที่มีกจิ กรรมทหี่ ลากหลาย ตอบสนองความตองการในการเรียนรูในแตล ะวยั และเปน ศูนยบริการความรู ศูนยการจัดกจิ กรรมทีค่ รอบคลุมทุกชวงวัย เพอื่ ใหม ีพฒั นาการเรยี นรูที่เหมาะสม และมีความสขุ กบั การเรียนรตู ามความสนใจ 1) เรงประสานกบั สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน เพ่อื จดั ทําฐานขอมูลโรงเรยี นท่ีถูกยุบรวม หรอื คาดวานา จะถูกยบุ รวม 2) ใหส ํานกั งาน กศน.จังหวดั ทุกแหงท่อี ยูใ นจังหวัดทมี่ ีโรงเรยี นท่ถี กู ยุบรวม ประสานขอใชพ้ืนท่เี พ่ือจดั ตั้งศูนยการ เรยี นรสู าํ หรบั ทุกชว งวัย กศน. 4.2 สง เสริมและสนับสนนุ การจดั การศกึ ษาและการเรยี นรูสําหรบั กลุม เปา หมายผูพิการ
1621 1) จดั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน การศกึ ษาเพื่อพัฒนาทกั ษะชวี ติ และทกั ษะอาชีพ และการศึกษาตามอธั ยาศัย โดยเนน รูปแบบการศึกษาออนไลน 2) ใหสํานกั งาน กศน.จังหวดั ทุกแหง /กทม. ทําความรวมมือกับศนู ยก ารศึกษาพิเศษประจําจงั หวัด ในการใช สถานท่ี วสั ดอุ ุปกรณ และครุภณั ฑดา นการศกึ ษา เพ่ือสนบั สนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรูส าํ หรบั กลมุ เปาหมายผู พิการ 4.3 ยกระดบั การศึกษาใหกบั กลุม เปาหมายทหารกองประจาํ การ รวมทัง้ กลุมเปาหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผตู องขัง คนพกิ าร เดก็ ออกกลางคนั ประชากรวยั เรยี นท่อี ยนู อกระบบการศกึ ษาใหจบการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน สามารถนาํ ความรูที่ไดรับไปพฒั นาตนเองไดอยา งตอเนอื่ ง 4.4 พัฒนาหลกั สตู รการจดั การศกึ ษาอาชพี ระะส้นั ใหมคี วามหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกบั บรบิ ทของพ้ืนที่ และตอบสนองความตอ งการของประชาชนผรู ับบริการ 5. ยทุ ธศาสตรดานการสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ิตทเี่ ปน มิตรตอสง่ิ แวดลอม 5.1 สงเสรมิ ใหม กี ารใหความรูกับประชาชนในการรับมือและปรบั ตวั เพ่ือลดความเสยี หายจากภัยธรรมชาตแิ ละ ผลกระทบที่เกย่ี วของกับการเปลยี่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ 5.2 สรางความตระหนักถงึ ความสําคญั ของการสรางสังคมสีเขยี ว สง เสริมความรูใ หก บั ประชาชนเก่ียวกับการคัด แยกตัง้ แตตน ทาง การกาํ จัดขยะ และการนํากลับมาใชช ้ํา เพอื่ ลดปรมิ าณและตน ทุนในการจัดการขยะของเมือง และ สามารถนาํ ขยะกลับมาใชป ระโยชนไดโ ดยงาย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 สงเสรมิ ใหหนว ยงานและสถานศึกษาใชพลังงานทเี่ ปน มิตรกับสิง่ แวดลอม รวมทัง้ ลดการใชท รพั ยากรที่สงผล กระทบตอสง่ิ แวดลอม เชน รณรงคเ รื่องการลดการใชถ ุงพลาสตกิ การประหยดั ไฟฟา เปน ตน 6. ยทุ ธศาสตรดา นการปรับสมดลุ และพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พฒั นาและปรับระบบวิธกี ารปฏบิ ตั ริ าชการใหท นั สมยั มคี วามโปรงใส ปลอดการทจุ ริต บรหิ ารจดั การบน ขอมูลและหลกั ฐานเชงิ ประจักษ มงุ ผลสมั ฤทธิ์มีความโปรง ใส 6.2 นํานวตั กรรมและเทคโนโลยรี ะบบการทํางานท่เี ปนดิจิทัลมาใชในการบริหารและพัฒนางานสามารถเชื่อมโยง กับระบบฐานขอมูลกลางของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พรอมทั้งพฒั นาโปรแกรมออนไลนท ีส่ ามารถเช่ือมโยงขอ มูลตาง ๆ ท่ที าํ ใหก ารบรหิ ารจดั การเปนไปอยางตอ เน่ืองกนั ต้ังแตต น จนจบกระบวนการและใหประชาชนกลุมเปาหมายสามารถเขา ถึง บรกิ ารไดอยางทันที ทุกท่ีและทกุ เวลา 6.3 สง เสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดบั อยา งตอเน่ือง ใหมีความรแู ละทักษะตามมาตรฐานตําแหนง ใหตรงกับ สายงาน ความชาํ นาญ และความตอ งการของบุคลากร
1272 3. หลักการจัดการศึกษาตอ เนอื่ ง เพื่อใหก ารดําเนินงานการจัดการศกึ ษาตอเน่ือง เปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ สํานักงาน กศน. จึงไดกาํ หนดหลักการ ในการจดั ไว ดงั น้ี 1. หลักสูตรไดรับการพฒั นาใหม ีความสอดคลอ งกับสภาพสงั คมชุมชนและความตองการของกลุม เปา หมาย (เปน หลักสตู รท่ไี ดรบั อนุมัติโดยสถานศกึ ษา ผูอํานวยการสถานศึกษาเปนผูอนมุ ตั ิ ผานความเห็นชอบของคณะกรรมการ สถานศึกษา และหรือเปนหลักสูตรที่หนวยงานภาครัฐไดอนุมตั ิและอนญุ าตใหใ ชแ ลว ) 2. ส่อื และแหลงคน ควา ตลอดจนวสั ดุ อุปกรณ เครื่องมือ ตองไดรับการพฒั นาใหมคี วามสอดคลองกับหลักสูตร และ กิจกรรมการเรียนรขู องผูเรียน 3. วิทยากร ตอ งสรรหาวิทยากรท่ีมีความรูความสามารถหรอื มีความเชีย่ วชาญในสาขาท่จี ะสอนอยา งแทจ ริง และ วิทยากรควรผา นการอบรมการเปน วิทยากรจากหนว ยงานสถานศกึ ษาของ กศน. 4. การจัดการเรยี นรู จะตองจัดการศึกษาใหส อดคลองกบั ศักยภาพของผเู รียนและความพรอมของผูเรียน และ สอดคลอ งกับความตองการและบูรณาการวธิ กี ารจดั การเรียนรู 5. การจัดกระบวนการเรียนรู จะตองเนน ใหม ีการจัดกระบวนการเรียนรูทห่ี ลากหลายและสอดคลอ ง กับความ ตอ งการของกลุมเปาหมาย 6. กลมุ เปา หมายสามารถนําความรูที่ไดรับจากการศึกษาไปใชใ นการประกอบอาชีพ การพฒั นาอาชีพ พัฒนา คณุ ภาพชีวิต และสามารถอยูใ นสงั คมไดอ ยางมีความสขุ การจดั การศึกษาตอเนื่อง อาจจดั ได ดงั ตอไปน้ี 1. จดั โดยสถานศกึ ษาในสังกดั สาํ นักงานสง เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั 2. จดั โดยสถานศกึ ษาในสังกัด สาํ นักงานสง เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั รว มกับภาคี เครือขาย 3. จัดโดยภาคีเครอื ขาย
1823 ความหมาย การศกึ ษาตอเน่อื ง หมายความวา เปนการจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบทเ่ี ปน หลักสูตร ระยะส้ัน การศกึ ษาสายอาชีพ กลุม สนใจ ท่จี ดั ตามความตองการของกลุมเปา หมายท่ีมีเนื้อหาเกย่ี วกบั อาชีพ ทักษะชีวติ การพัฒนาสังคมและชมุ ชน การจดั กระบวนการเรียนรูตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ซึง่ นาํ ไปสกู ารพฒั นาคุณภาพ ชวี ิต อาชีพ เปนการศกึ ษาเพ่อื พฒั นาความรคู วามสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพของบุคคล เพ่ือให บุคคลสามารถประกอบอาชีพหรอื พัฒนาอาชีพของตนเองได โดยพจิ ารณาถึงความตองการในการเรยี นของแตล ะบคุ คล ทักษะชีวติ เปน การศึกษาทใี่ หความสาํ คัญกบั การพัฒนาคนเพอ่ื ใหมคี วามรู เจตคตแิ ละทักษะท่ีจําเปน สาํ หรบั การดํารงชวี ติ ในสงั คมปจจุบนั เพื่อใหบุคคลสามารถเผชิญสถานการณต าง ๆ ในชีวิตประจาํ วนั ไดอ ยางมี ประสทิ ธิภาพ และเตรียมความพรอมกบั การปรับตวั ในอนาคต เชน ความปลอดภยั ในชวี ิตและทรัพยส นิ คณุ ธรรม จริยธรรม และคา นยิ มที่ดี เปนตน การพฒั นาสังคมและชมุ ชน เปน การศกึ ษาท่ีบูรณาการความรูและทักษะจากการศึกษาท่ีผเู รยี นมอี ยหู รือ ไดร บั จากการเขารวมกิจกรรมการศึกษานอกระบบ แลวนาํ ไปใชใ หเ ปน ประโยชนตอการพัฒนาสังคมและชมุ ชนโดยมี รูปแบบการเรียนรูท ่หี ลากหลาย และใชชมุ ชนเปนฐานในการพัฒนาการเรียนรูของคนในชุมชน เชน ประชาธปิ ไตย ส่งิ แวดลอ ม วิสาหกิจชุมชน เปน ตน วิธกี ารจดั การเรยี นรู วิธกี ารจดั การศึกษาตอเนอื่ ง เปน การจดั ประสบการณการเรียนรูจากวิทยากร สอื่ หรือการปฏบิ ตั ิ โดย วธิ ีการเรยี นรูท่หี ลากหลาย ดงั นี้ 1. การเรยี นรรู ายบุคคล เปน การเรียนรูของผูเรียนบุคคลใดบุคคลหนงึ่ ท่ตี องการจะ เรียนรูในเนอ้ื หาใด เนื้อหาหน่ึง ซึ่งเปนความสนใจเฉพาะตัว ตามหลักสูตรการศึกษาตอ เน่ืองในสถานศึกษาหรอื ภาคี เครอื ขาย โดยผเู รยี นและวทิ ยากรรวมกันวางแผน และออกแบบการเรียนรทู ตี่ อบสนองความตองการของผเู รยี นแตล ะ บุคคล 2. การเรยี นรรู ายกลุม เปน การเรยี นรขู องผูเรียนตง้ั แคสองคนขึ้นไป แตไมควรเกิน สบิ หาคน ซ่งึ มคี วามสนใจตรงกันตามหลักสูตรการศึกษาตอเนื่อง 3. การเรียนรูจ ากแหลงเรยี นรู เปน การจดั การเรยี นรใู หผเู รียนในแหลง เรียนรู เชน
1924 ศูนยข ยายเพาะพนั ธปุ ลา ศูนยสาธิตการทาํ ไรน าสวนผสม ศนู ยก ารเรยี นรูเ ศรษฐกิจพอเพียง กลมุ ออมทรัพยเ พื่อการผลิต องคการชุมชน กลมุ วิสาหกิจชุมชน เปน ตน โดยมกี ารประสานความรว มมือกับเครือขา ยแหลง เรียนรูใ นการจัดการศึกษา ใหก ับผเู รียน 4. การเรยี นรใู นสถานประกอบการ เปน การจดั ใหผูเรยี นไดเรียนรูใ นสถาน ประกอบการ เชน อูซอมรถยนต หา งสรรพสินคาหรือแหลง ประกอบการ SMEs ที่มีสวนรว มหรือมีวตั ถุประสงคใ นการจัด การศึกษาตอเนื่อง 5. การเรียนรูจากฐานการเรยี นรู เปน การเรยี นรทู ม่ี ีเปาหมายเฉพาะเจาะจง เชน ฐาน การเรียนรูเกษตรธรรมชาติ ฐานการเรยี นรเู ศรษฐกิจพอเพียง ฐานการเรียนรอู นุรักษส่งิ แวดลอ ม ฐานการเรยี นรสู ขุ ภาพ อนามยั ฐานการเรียนรูคุณธรรม จรยิ ธรรม ฐานการเรยี นรูว ฒั นธรรมไทย เปน ตน ซงึ่ เปนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูที่เนนให ผูเ รียนไดเรียนรูจากวิทยากร สถานการณจริง หรือเรียนรูดวยตนเอง 6. การศกึ ษาทางไกล เปนวธิ ีการจัดการศึกษาท่ีเปดกวา งในเรอื่ งของเวลา สถานท่ี เนน การเรยี นรูดวยตนเองจากส่ือประสมทีห่ ลากหลาย มีการจัดกิจกรรมเสรมิ ความรู ทกั ษะ ประสบการณ ท่จี าํ เปน เหมาะสม กบั เนอ้ื หา ตามหลกั สูตร รวมทัง้ มกี ารศกึ ษาคน ควาเพ่ิมเตมิ หรือปฏบิ ัตกิ ารจากแหลงการเรยี นรูต าง ๆ เปน การเรยี นรแู บบ พึ่งพาตนเอง ผเู รยี นจึงตอ งวางแผนและสรางวินัยในการเรียนรดู วยตนเอง การสรรหาและแตง ตงั้ วิทยากร การสรรหาวทิ ยากร ใหส ถานศึกษาสรรหาวทิ ยากรโดยพิจารณาจากคณุ สมบัตดิ งั นี้ 1. เปนผูทม่ี ีคุณวฒุ ิหรอื เกียรติบัตรรบั รอง หรอื หลักฐานอ่นื ๆ ทีแ่ สดงวาเปนผูมีความรู ความสามารถ ทักษะ ในสาขาวิชาหรอื หลกั สูตรนั้น ๆ 2. เปนผูมคี วามรู ความชํานาญ ประสบการณในการประกอบอาชีพสาขาวิชาหรอื หลักสตู รนน้ั ๆ หรือ 3. เปนผทู ่มี คี วามสามารถและประสบการณในการถายทอดความรูใ หแกผูเรยี น การแตง ตงั้ วิทยากร ใหผ ูอํานวยการสถานศกึ ษาในสังกัด สํานักงาน กศน. เปนผอู นุมตั ิแตงต้ัง โดยจัดทาํ เปนคําสง่ั
2025 ขัน้ ตอนการดําเนินงาน 1. สถานศึกษาและภาคีเครอื ขาย เตรยี มความพรอมในเร่อื งหลักสูตร วทิ ยากร สถานที่ วสั ดอุ ปุ กรณท ่ีเอ้ือตอการจดั การศึกษา 2. ผเู รยี นสมคั รและลงทะเบียนเรยี นตอ สถานศึกษาหรอื ภาคเี ครอื ขา ย 3. สถานศกึ ษาพจิ ารณาอนญุ าตและจดั สงผูเรียนไดเรยี นกับวิทยากรในแหลง การเรียนรู สถานประกอบการ ทเ่ี หมาะสมตามหลักสตู ร 4. วิทยากรประเมนิ พ้ืนฐานความรขู องผูเ รยี นกอ นจัดกระบวนการเรยี นรู 5. ผเู รยี นกับวิทยากรรวมกนั จัดทําแผนการเรียนรู 6. ดาํ เนินการจัดการเรยี นการสอน 7. วทิ ยากรประเมินผลการเรียนระหวางเรยี นและหลังจบหลกั สตู ร รวมทงั้ ประเมนิ ความ พงึ พอใจของผูเรียน การวัดผลประเมินผลและรายงานผลการเรียน การวดั ผลประเมนิ ผลใหด าํ เนินการตามทหี่ ลักสตู รกําหนด ดว ยวิธกี ารหลากหลาย เชน 1. ประเมินความรู ความสามารถ ทักษะ ดว ยการซักถาม ทดสอบและปฏิบัติ 2. ประเมินดา นคุณธรรม ดว ยแบบประเมนิ คุณธรรม 3. ประเมนิ ช้ินงาน ดวยผลงานที่ปฏบิ ตั ิ 4. ประเมินความพงึ พอใจของผเู รยี นดว ยแบบสอบถาม การออกหลกั ฐานการศึกษา ใหผูอํานวยการสถานศึกษาเปนผลู งนามในหลกั ฐานการศึกษา ตามหลักสูตรกาํ หนด โดยระบชุ อื่ วชิ า/ กจิ กรรม ระยะเวลา ในกรณภี าคเี ครือขายท่ีไมใ ชสถานศกึ ษาเปน ผจู ัดใหส งหลกั ฐานการจบการศึกษาใหกับผูอํานวยการ กศน. อาํ เภอเปน ผูออกวฒุ บิ ตั ร แหลง เรยี นร/ู สถานประกอบการ แหลงเรยี นรู/สถานประกอบการ ควรมีลักษณะ ดังนี้ 1. อยูใ นทําเลท่ตี ้ังทีผ่ ูเ รยี นสามารถเดินทางไดสะดวก ปลอดภัย
2126 2. มสี ่ิงแวดลอ มทเ่ี ออื้ อํานวยตอ การเรยี นรู และฝกปฏิบตั ิ 3. เปน แหลงการเรยี นร/ู สถานประกอบการ ที่มกี ารดําเนินงานมนั่ คง นา เช่ือถือเปนท่ียอมรบั ในสงั คม 4. มคี วามพรอม มีวทิ ยากร หรอื ผใู หค วามรูประจํา สามารถจดั การเรยี นรู หรอื จดั การ เรยี นการสอนจนจบหลักสูตรหรอื จบกระบวนการได รวมท้ังสามารถใหการฝกปฏบิ ัตแิ กผเู รียนจนสามารถปฏบิ ตั ิในเรื่องนั้น ๆ ได 5. สามารถจดั บุคลากรเขารว มประชุม อบรม พฒั นากับสถานศึกษาได 6. มีทัศนคติ เจตคตทิ ่ดี ีตอการถายทอดความรู ประสบการณใ หกับผูอ่ืน 7. สามารถดแู ล ใหคําปรึกษา แนะนาํ และรบั ผดิ ชอบผเู รยี นจนจบหลกั สูตร หลกั เกณฑก ารจายเงินงบประมาณ 1. อาชีพ ในแตละ กศน. ตําบล ใหเ ปดสอนอาชีพ 40 ช่วั โมงขน้ึ ไป จํานวน 1 หอ ง ผเู รยี นไมน อ ยกวา 15 คน โดยใหเ บิกคาใชจา ยดังน้ี 1.1 คา ตอบแทน จายคา ตอบแทนวทิ ยากรชว่ั โมงละไมเกนิ 200 บาท ตาม จํานวนผูเ รียน 3 ระดบั ดังนี้ (1) ผูเรียนทมี่ ีต่ํากวา 6 คน ช่วั โมงละไมเกิน 50 บาท (2) ผูเรยี นทมี่ ตี ัง้ แต 6 – 10 คน ชวั่ โมงละไมเ กิน 100 บาท (3) ผเู รียนทีม่ ีต้งั แต 11 คนขน้ึ ไป ชัว่ โมงละไมเกิน 200 บาท 1.2 คา ใชส อย จายเปนคาเชา สถานท่ี เครอื่ งมืออปุ กรณ และคา ใชจายในการ เดินทางไปราชการของวทิ ยากรท่เี ปน บุคคลภายนอก (จา ยเปนคาพาหนะ และคาเชาท่ีพัก ในอัตราตํ่าสดุ กรณีเปน ขาราชการบํานาญเบกิ จายตามยศ ตําแหนงครงั้ สดุ ทาย) 1.3 คา วัสดุ จา ยเปนคาวัสดฝุ ก เทาที่จายจรงิ ตามความจําเปนและเหมาะสม ประหยดั และเพื่อ ประโยชนข องทางราชการ ภายในวงเงนิ งบประมาณท่ไี ดร ับจัดสรร หลักสูตรละไมเ กิน 2000 บาทตอผูเรยี น 1 คน 1.4 คาสาธารณูปโภค จา ยใหแ กหนว ยงานภาครัฐหรอื เอกชน จายไดเ ทา ทจ่ี ายจริง ถัวจายจากวงเงินท่ีไดร ับในแตละหลักสตู ร (ใชใบเสรจ็ รบั เงนิ หรือใบสาํ คัญรับเงนิ )
2227 3.1 ความหมายของหลกั สูตรและการพัฒนาหลักสตู ร ความหมายของหลักสูตร ททททททททวชิ ยั วงษใหญ (2525:2-3) กลาววา หลกั สูตร หมายถงึ ประสบการณทงั้ หลายท่ีสถานศกึ ษาจดั ใหแกผูเรียน เพอื่ ใหเ กิดการเรียนรแู ละการพัฒนาตนเอง และหลกั สตู รท่ีดีน้นั ตอ งเปน หลกั สตู รท่ีตอบสนองความตองการ ความสนใจ ของผเู รยี น และสอดคลองกับความตองการของชีวิต ทีเ่ หมาะสมท่ีสดุ ไดแ ก สภาพทางเศรษฐกจิ การเปลี่ยนแปลงทาง วฒั นธรรมดา นการศึกษา การเปลยี่ นแปลงทางสังคม สภาพแวดลอมทางจติ วทิ ยาที่เอ้ืออาํ นวยตอการเรยี นรู สภาพทาง การเมืองการปกครอง สภาพดานขนบธรรมเนียมประเพณีวฒั นธรรม คานยิ ม และคณุ ธรรม สํานกั บริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2549:2) กลาววา หลักสูตรระยะส้นั หมายถงึ หลกั สตู รทสี่ ถานศึกษาจัด การศึกษาใหกับผเู รยี นนอกเหนอื จาการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน เพื่อมุงพัฒนาคุณภาพชวี ิต โดยใหม คี วามยดื หยุน เนอ้ื หา ระยะเวลาเรียน และสถานท่ีตามความตองการของกลุมเปาหมายและชมุ ชน หรอื ตามนโยบายของทางราชการ สรุปไดวา หลักสตู รคอื ประสบการณท ่ผี ูเ รยี นไดรบั จะเปนประสบการณใดๆ ก็ไดเ ม่ือผานเขา ไปในการรับรูข อง ผเู รียนแลว ทาํ ใหผ เู รียนเกิดการเรียนรู และเกิดการพฒั นาตนเองใหมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น ความหมายของการพัฒนาหลักสตู ร สํานกั บรหิ ารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน (2547:17) กลา ววา การพัฒนาหลกั สตู รนน้ั สถาบนั หรือสถานศึกษา จะตองสาํ รวจศึกษาวิเคราะหความตองการของกลุมเปา หมายโดยตรง จงึ จะสามารถพฒั นาหลกั สตู รไดสอดคลองกับความ ตอ งการของกลุมเปาหมาย บรรพต สุวรรณประเสรฐิ (2544:12) กลาววา การพัฒนาหลกั สตู รตา งๆ ในสถานศึกษาใหมีประสิทธภิ าพและ เปนไปในทิศทางที่ชาตติ อ งการ 3.2 ข้ันตอนในการพฒั นาหลักสตู ร Taba (อางถึงใน วชิ ัย วงษใ หญ ,2525:10) ไดกลาวถงึ ข้ันตอนของการพัฒนาหลักสตู รและการสอนท่เี ต็มรูปแบบ และสมบรู ณไว 7 ประการ ดังนี้ 1. การศกึ ษาวเิ คราะหความตองการของผูเ รียน ของสังคมและวัฒนธรรม 2. การกาํ หนดจดุ มุงหมาย 3. การเลอื กเน้ือหาสาระ 4. การจดั รวบรวมพินิจเนอื้ หาสาระ
2328 5. การเลือกประสบการณเรียน 6. การจัดประสบการณเ รียน 7. การประเมนิ ผล เพ่ือตรวจสอบดูวากจิ กรรมและประสบการณเ รียนทจ่ี ดั ขนึ้ นั้นไดบรรลุจุดมงุ หมายที่ กําหนดไวหรอื ไม สาํ นกั บริหารงานการศกึ ษานอกโรงเรยี น (2549:5) กลาววา ในการจัดทาํ หลักสตู รจะตองมีองคประกอบ อยางนอย 5 ขัน้ ตอน คอื 1. สํารวจ / รวบรวมความตอ งการของกลุมเปา หมาย 2. วเิ คราะห / จดั ลาํ ดบั ขอมลู ความตองการของกลุมเปาหมาย 3. กําหนดหลกั สตู รระยะสั้น 4. การอนุมัตหิ ลักสูตร 5. คลังหลกั สูตรระยะส้ัน ททททททททและตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 (กรมการศึกษานอกโรงเรียนม.ป.ป.:9) ยงั ไดก ลาว การศึกษานอกระบบเปน การศกึ ษาท่ีมคี วามยืดหยนุ ในการกําหนดจดุ มงุ หมาย รูปแบบวิธกี ารจัดการศึกษา ระยะเวลาของ การศกึ ษา การวดั และประเมินผล ซง่ึ เปนเงื่อนไขสําคญั ของการสาํ เรจ็ การศกึ ษา โดยเนอ้ื หาและหลักสูตรจะตองมีความ เหมาะสม สอดคลองกบั สภาพปญหาและความตองการของบุคคลแตละกลุม ทททททททททสรปุ ไดวา การพัฒนาหลักสูตรจะตองมีการสํารวจ ศึกษา วเิ คราะหความตองการของกลุม เปาหมายกอน แลวจงึ นําขอ มูลท่ีสํารวจ ศกึ ษา วิเคราะห มากําหนดทศิ ทางในการพัฒนาหลักสตู รใหต อบสนองความตองการความสนใจ ความถนดั และความแตกตางของกลมุ เปา หมาย 3.3 หลักสูตรระยะสัน้ ททททททททหหมายถึง หลักสูตรทสี่ ถานศกึ ษาจดั การศกึ ษาใหก ับผเู รยี นนอกเหนอื จากการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน เพื่อพฒั นา คุณภาพชีวติ โดยใหม ีความยืดหยุน ดานเน้อื หา ระยะเวลาเรยี น และสถานทต่ี ามความตองการของกลุมเปาหมายและชุมชน หรอื ตามนโยบายของทางราชการ หมายถงึ บคุ คลทีส่ ถานศกึ ษาหรอื หนวยงานท่ีคดั เลือกใหท าํ หนาท่ีจัดการศึกษาหลักสูตร ระยะสนั้ ซง่ึ ไดร ับความไววางใจจากสถานศึกษาใหเ ปน ผูแ ทนในการถายทอดความรูใ หกับผเู รียนโดยจะตองเปนผทู ี่มีความรู ทักษะและประสบการณมีความเขา ใจในปรชั ญาการศึกษาผูใหญและจติ วทิ ยาการศึกษาผูใหญเ ปน ตน 3.4 วิทยากรผสู อน
2429 ททททททททวทิ ยากรหรือผูส อน จะตองโนม นา วและสามารถควบคมุ ผเู รียนในการดําเนินกจิ กรรมการเรยี นรใู หบ รรลุตาม เปาหมาย โดยวิทยากร/ผสู อน จะตองมศี ลิ ปะเทคนิคตา งๆ ที่จะตอ งสรา งทศั นคติท่ีดีใหแกผ เู รียน เพื่อมงุ ไปสูความรวมมือ ในการเรยี นรู เพ่ือใหบรรลเุ ปา หมายของกจิ กรรมนัน้ พรอมทั้งจะตองใหคาํ ปรกึ ษาแกผ ูเ รยี นได และ วิทยากร/ผสู อน จะตองมีความรูเชงิ วชิ าการและทักษะในกิจกรรมตา งๆ เปนอยา งดี พรอมที่จะรวมลงมอื ปฏิบัติ สาธติ และแกปญ หาใหกบั ผเู รยี นไดอยา งมีประสิทธิภาพ เพ่อื สรา งความศรัทธาเชื่อมั่นใหกบั ผูเ รยี น ททททททททวทิ ยากร หรือผูส อน จะตอ งดําเนินการ ดังน้ี 1) ศกึ ษารายละเอียดและวตั ถุประสงคของหลักสูตรนน้ั ใหเขาใจ 2) จดั ทําหรอื เตรียมแผนการสอนของหลักสตู รระยะส้นั 3) คิดกิจกรรมใหส อดคลองกับหลกั สตู รระยะสั้น และเตรียมอปุ กรณ วัสดุสื่อการเรยี นการสอนท่เี กย่ี วของ 4) จดั ทําบญั ชีลงเวลา 5) ดําเนินการจัดกิจกรรมการเรยี นรูใหผ ูเรยี น 6) ทําการวดั ผล ประเมนิ ผล การเรียนของผูเรียนแตละคน และรายวชิ า 7) รบั ผิดชอบและควบคุม ดูแลวัสดุอุปกรณใหใชอยา งคุมคาและประหยัด 8) เปน ผใู หค ําแนะนาํ และเปนทีป่ รึกษาเก่ยี วกบั หลกั สูตรและการเรียนรูใหกับผูเรียน 9) รายงานผล 10) จัดทําอกสาร/หลักฐานการจบ 3.5 สถานศึกษา ททททททททหมายถงึ สถานศกึ ษาทส่ี ังกดั สาํ นักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรือหนว ยงานอื่นทส่ี ถานศึกษาเหน็ ชอบใหจดั การศึกษาหลักสูตรระยะสั้นได สถานศกึ ษามีบทบาท หนาท่ี คอื 1) จัดการศึกษาหลักสูตรระยะส้ัน ดงั นี้ ททท 1.1 สาํ รวจและสืบคน ขอ มลู ความตอ งการของกลมุ เปาหมายผรู ับการอบรม โดยคํานงึ ถึงความ แตกตางระหวา งบุคคล
2530 1.2 จดั หา/รวบรวมหลกั สูตรระยะสั้น หรือจดั ทาํ /พัฒนาขนึ้ ใหม จากหลกั สตู รที่มอี ยูแลว จาก หนวยงานอ่ืนทัง้ ภาครัฐและเอกชน โดยคาํ นงึ ถงึ รูปแบบ วธิ ีการ และมาตรฐาน ทัง้ นีใ้ หเปนไปตามคําสง่ั และหลักเกณฑท่ี เกี่ยวของ 1.3 ออกแบบการจดั กิจกรรมการเรยี นรใู หบ รรลุจุดประสงคของหลักสูตร 1.4 ฝกอบรมและพฒั นาและพัฒนาวิทยากรผูสอน ใหจ ัดการเรียนการสอนได 1.5 กําหนดแผนงาน/โครงการ 1.6 ดาํ เนนิ กจิ กรรมตามแผนงาน/โครงการ 1.7 สงเสริมสนบั สนนุ หนว ยงานอื่นจัด 1.8 วดั ผลประเมนิ ผล สรุปรายงาน 1.9 ออกหลกั ฐานวฒุ ิบตั ร / ใบสาํ คัญการจบหลกั สตู ร 2) ผอู ํานวยการสถานศึกษา มีอาํ นาจหนา ท่ี ททท2.1 อนมุ ตั ิหลกั สูตร 2.2 แตงต้ังคณะกรรมการการพจิ ารณาหลักสูตร 3.3 อนมุ ัติเกณฑการพจิ ารณาหลักสตู ร 2.4 อนญุ าตใหจ ัดการศึกษาหลักสตู รระยะสนั้ 2.5 บริหาร ประสานงาน สถานศึกษา เครอื ขา ยอืน่ 2.6 กํากับ ตรวจสอบ ตดิ ตาม สนบั สนนุ กจิ กรรม 2.7 จดั ตัง้ ขยาย เปลี่ยนแปลง ยบุ หยดุ ทาํ การสอนชว่ั คราว กลุมสนใจ/กลุม 3.6 ผเู รยี น ททททททททหมายถงึ ผทู ี่สมัครเขารับการศกึ ษา และไดข ึ้นทะเบียนเปนนักศึกษาของสถานศกึ ษา หรือหนวยงานนน้ั โดยมี พื้นฐานความรู ประสบการณ และอายุของผเู รียนใหเ ปน ไปตามหลักสูตรนน้ั ๆ กาํ หนด
2361 4. กรอบการจัดกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผเู รยี นใหมปี ระสิทธิภาพ ตามนโยบายเรยี นฟรี เรยี นดี 15 ป อยางมีคณุ ภาพ ของสถานศึกษา สังกดั สาํ นักงานสงเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั 1. หลักการ ททททททททตามท่รี ัฐบาลไดกาํ หนดนโยบายเรยี นฟรี เรยี นดี 15 ปอ ยา งมีคุณภาพ และใหค วามสาํ คัญ กับนโยบายน้เี ปน อยางมาก โดยมอบหมายใหก ระทรวงศึกษาธกิ ารดาํ เนินงานและรัฐบาลใหก ารสนบั สนนุ งบประมาณเปน คา จดั การเรียนการสอน คาหนงั สือเรียน คา อุปกรณการเรียน คาเครอื่ งแบบนกั เรียน และ คา จัดกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผเู รยี น เพ่ือพัฒนาคุณภาพผูเรยี นใหม ีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน โดยพฒั นาพน้ื ฐาน การเรยี นรใู หผ เู รยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสงู ขึน้ มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และสามารถใชช ีวติ แบบพอเพียง ไดอยา งมีความสุขนั้น ทททททททททสาํ นกั งานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ไดกําหนดกรอบการจัดกจิ กรรมเพ่อื พัฒนาคณุ ภาพผเู รียนใหมปี ระสิทธิภาพ สาํ หรับนกั ศึกษา กศน. ในหลกั สตู รการศึกษานอกระบบขัน้ พืน้ ฐาน เพ่ือสนอง นโยบายดังกลาว จํานวน 8 กจิ กรรม โดยเปนกิจกรรมที่ใหส ถานศึกษาจดั เพ่ิมเตมิ จากการเรยี นปกติ ดังนี้ 1.1กจิ กรรมเรยี นปรับพืน้ ฐาน เพ่ือพัฒนาผูเรียนใหม คี วามรูค วามสามารถขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะวิชาหลักให เพียงพอทจ่ี ะเรียนตอไปไดและเรียนทนั กับผูเรยี นคนอืน่ ๆ 1.2กิจกรรมพัฒนาวิชาการ เปนการจดั กจิ กรรมเพ่ือใหผเู รียนไดเ พ่ิมพนู ความรคู วามสามารถ ตอ ยอดจากการเรยี นปรบั พ้ืนฐาน และในวิชาหลัก ไดแก ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร การ พฒั นาคุณธรรมจรยิ ธรรม (Decency) การปองกนั ยาเสพตดิ (Drug-Free) และการพฒั นาอาชีพ 1.3กิจกรรมพัฒนาความรูค วามสามารถดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (ICT) เพอื่ ใหผเู รียน มีความสามารถดา น ICT อยางทวั่ ถึง 1.4 กิจกรรมทแ่ี สดงความจงรกั ภกั ดีตอชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ เปนการจัดกจิ กรรมเพื่อพัฒนาผูเรยี นให มีความรกั ชาติ ศาสนา ปกปองและเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย 1.5 กิจกรรมสง เสรมิ ประชาธิปไตย (Democracy) เปน การจัดกจิ กรรมเพอื่ สรา งความเปน พลเมืองและ ประชาธิปไตยใหกับผูเรียน เพื่อใหส อดคลองกับการปฎิรปู การศึกษาในทศวรรษทีส่ อง(พ.ศ.2552-2561) ของ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
2732 1.6 กจิ กรรมการเรียนรดู านเศรษฐกิจพอเพียง เปน การจัดกิจกรรมเพ่ือพฒั นาผูเรียนใหสามารถนาํ ความรจู ากหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใชในชีวิตประจาํ วนั 1.7 กิจกรรมกีฬา เปน การจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาผเู รียนใหมีความสามัคคี มนี ํ้าใจนกั กีฬา มีสุขภาพพลานามัยทีด่ ี และการสรางสัมพนั ธอ นั ดีระหวา งนักศกึ ษา กศน. ครู บคุ ลากรทางการศึกษาและผูบรหิ ารหนว ยงาน/สถานศึกษา 1.8 กิจกรรมจดั หาสื่ออุปกรณการสอนของครหู รือหนงั สือที่นอกเหนือจากแบบเรยี น เพื่อใหบรกิ ารในหองสมดุ และ กศน.ตําบล/แขวง 2. เงื่อนไขของการดาํ เนินงาน ทททททททท2.1ผรู ับบริการตองเปน บุคคลท่ขี ึ้นทะเบียนเปนนกั ศึกษา กศน. ในหลกั สูตรการศกึ ษา นอกระบบข้นั พื้นฐาน 2.2ใหสถานศึกษา สงั กัดสํานักงาน กศน. จัดทาํ แผนการจดั กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผูเ รยี น เปนรายภาคเรียน โดยมงุ ใหเ กดิ ประโยชนส งู สดุ ในการพัฒนาคุณภาพผเู รียนอยา งมีคุณภาพและประสทิ ธิภาพเพอื่ ขอความ เหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ผูแทนองคกรนักศึกษา กศน. ผูแ ทนครแู ละผูบรหิ ารสถานศึกษา 2.3ใหส ถานศกึ ษา สังกดั สํานกั งาน กศน. เสนอแผนการจัดกจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพผเู รียน เปนรายภาคเรียน ตอ สาํ นกั งาน กศน. จังหวัด กอ นเปด ภาคเรยี น 2.4ใหก ารเบิกจายในการจัดกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผเู รียน เปน ไปตามคําสั่งสํานักงานปลดั กระทรวง ศึกษาธิการ ที่ 895/2551 ลงวนั ที่ 14 กรกฎาคม 2551 เรือ่ ง หลกั เกณฑการเบิกจายเงินอดุ หนุนของสาํ นักงาน กศน. และระเบยี บตางๆ ที่เก่ียวของ โดยยดึ หลกั ประหยดั โปรง ใส ถกู ตอง และซื่อสตั ยพรอมรับการตรวจสอบ และไมใ ห สถานศกึ ษาเรียกเกบ็ เงนิ คาใชจายเพ่ิมเติมจากผูเรียน 3. งบประมาณ ททททททททงบประมาณในแผนงานสนับสนุนการจัดการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน 15 ป โครงการสนบั สนุน การจดั การศึกษาโดยไมเ สียคาใชจ า ย 15 ป หมวดเงินอดุ หนุน เปนคาใชจ ายในการจัดกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผเู รียนใหม ี คณุ ภาพและประสทิ ธิภาพ มีรายละเอยี ด ดังนี้ ระดบั ประถมศึกษา คนละ 140 บาทตอภาคเรยี น ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน คนละ 290 บาทตอภาคเรยี น ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย คนละ 290 บาทตอ ภาคเรียน
2833 ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี คนละ 530 บาทตอ ภาคเรียน 4. วธิ กี ารดาํ เนินงาน ททททททททเพ่ือใหการดาํ เนินงานจัดกิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผูเ รียนใหม ปี ระสิทธภิ าพ เปน ไปตามเปาหมาย จงึ ได กาํ หนดวธิ กี ารดําเนินงานการจัดกิจกรรมตางๆ ไวด งั น้ี ทททททททททททท4.1กิจกรรมการเรยี นปรับพ้นื ฐาน เปน กจิ กรรมที่จดั ใหก ับผูเ รียนทม่ี พี ื้นฐานความรู โดยเฉพาะรายวิชาหลกั ทย่ี ังไมเพียงพอกบั การศึกษาตอในแตล ะระดบั โดยมแี นวทางการดําเนินงานดงั นี้ 4.1.1 ใหสถานศกึ ษาทดสอบความรูพื้นฐานของผเู รยี น โดยเฉพาะรายวิชาหลัก ไดแก ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และแบงกลุมผเู รยี นทม่ี คี วามรูพนื้ ฐานต่าํ ในวิชาหลัก ใหไ ดรับการเรียนปรับพ้ืนฐาน ใหผบู รหิ ารสถานศกึ ษา และ ครู กศน. รวมประชุมวางแผนการจัดกิจกรรมการ ปรับพน้ื ฐานในแตล ะรายวิชาใหสอดคลอ งกับความตองการกลมุ ผเู รยี น 4.1.3 วทิ ยากรหรือผูส อน ตองเปนผูท ่ีมคี วามรูและประสบการณในสาขาวิชานัน้ ๆ กรณี ครู กศน. เปน ผูสอนเอง จะตองไมสง ผลกระทบตอ การทํางาน 4.1.4 จํานวนนกั ศกึ ษา กศน. ท่รี ว มกิจกรรม ใหอยูในดุลยพินิจของผูบรหิ ารสถานศึกษา 4.1.5 การเบิกจายงบประมาณ ใหเปนไปตามระเบยี บท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด ททททททททททท4.2กจิ กรรมพฒั นาวิชาการ เปน การจัดกิจกรรมเพอ่ื ใหผ ูเ รียนไดเ พิ่มพนู ความรูความสามารถทางดานวิชาการ เพอ่ื ตอยอดจากการเรียนปรบั พ้นื ฐานใน 4 วชิ าหลกั ไดแ ก ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ คณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร การ พฒั นาทกั ษะชวี ติ และการพัฒนาอาชพี โดยแบง ประเภทและรูปแบบการดําเนินงาน ดงั น้ี 4.2.1 ประเภทของกจิ กรรม 1)วชิ าการ เปน รายวชิ าการท่ตี อยอดจากการเรียนปรับพื้นฐานใน 4 วชิ าหลกั ไดแ ก ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร ใหม ปี ระสิทธภิ าพมากขน้ึ 2) ทักษะชีวิต เพื่อเสริมสรางคุณธรรมจรยิ ธรรม (Decency) การปองกนั ยาเสพติด (Drug-Free) เพศศึกษา ส่ิงแวดลอม และกจิ กรรมอื่นๆ เชน ลูกเสอื อาสายุวกาชาด 3) อาชพี เนน การพฒั นาอาชีพอยางครบวงจร
2934 4.2.2 รปู แบบของกิจกรรม 1) แบบการจดั คา ยวชิ าการ ท้ังคา ยไป – กลับ และคายคางคืน 2) แบบกลมุ สนใจ โดยครู กศน. เปน ผจู ัดกิจกรรมหรือรว มกับเครือขาย 3) แบบศึกษาดูงาน ในพนื้ ทใ่ี กลเคยี งหรอื ภายในจังหวัด/ภาคเดียวกัน กรณี ออกนอกพ้นื ท่ี ใหขอความเห็นชอบจากผอู ํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัด/กทม. 4) กิจกรรมทีจ่ ดั โดยองคก รนักศกึ ษา กศน. 5) อน่ื ๆ โดยใหพจิ ารณารูปแบบของกิจกรรมขอท1่ี – 4 กอน แลวจงึ ดาํ เนินการในขอ 5 4.2.3 วิทยากรหรอื ผสู อน ควรเปน ผทู ม่ี คี วามรูหรือประสบการณในการสอนวิชานัน้ ๆ ซ่ึงอาจจะเปน บคุ คลภายนอก หรอื ครู กศน. ตามความเหมาะสม 4.2.4 ระยะเวลาการจดั กิจกรรม ใหด ําเนินการนอกเวลาการพบกลมุ ปกติ 4.2.5 การเบกิ จา ยงบประมาณ ใหเ ปน ไปตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลังกําหนด ทททททททท4.3 กจิ กรรมเพ่ือพัฒนาความรคู วามสามารถดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (ICT) เปนกิจกรรมเพอื่ ใหผูเรยี นมีความรูค วามสามารถและทักษะในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ในการเรียนรหู รือ แสวงหาขา วสารขอมลู ตางๆ ไดต ลอดไป โดยกําหนดแนวทางการดําเนนิ งาน ดงั นี้ จดั การเรียนการสอนใหกับกลุมเปาหมายท่จี ะจบหลักสูตร กศน. ข้ันพื้นฐาน ทุกระดับ ทีย่ ังไมมีความรูตามหลักสูตรคอมพิวเตอรพ้นื ฐาน 4.3.2 จัดการเรียนการสอนโดยใชหลักสูตรคอมพวิ เตอรพน้ื ฐาน 4.3.3 การจดั การเรียนการสอนสามารถดําเนนิ การได ดังน้ี 1) สถานศึกษา กศน. จัดทดสอบเพอ่ื ประเมินและเทียบโอนความรู สําหรับ ผทู ่ีมคี วามรูต ามหลักสูตรคอมพิวเตอรพนื้ ฐานอยูแลว 2) สถานศกึ ษา กศน.จดั การเรยี นการสอนเอง 3) สถานศึกษา กศน.จดั การเรียนการสอนรวมกับเครอื ขา ย 4.3.4 ระยะเวลาจัดการเรยี นการสอน ไมนอ ยกวา 40 ช่วั โมง หรือเทยี บเทา 4.3.5 การเบกิ จา ยงบประมาณ คาตอบแทน คาวัสดุและคา บํารุงรกั ษา ใหเปนไป ตามระเบียบทกี่ ระทรวงการคลงั กาํ หนด (วา ดวยการจัดวิชาชพี หลักสูตรระยะสั้น)
3035 ทททททททท4.4 กจิ กรรมสง เสรมิ ประชาธิปไตย (Democracy) เพอื่ สรางความเปน พลเมอื งและประชาธปิ ไตยในชุมชน ท่สี อดคลองกบั การปฏิรปู การศกึ ษาในทศวรรษทส่ี อง (พ.ศ. 2552 – 2561) เปนกิจกรรมเพื่อใหผูเรยี นไดมีความรใู นเร่ืองรฐั ธรรมนญู นติ ริ ฐั สทิ ธิและเสรีภาพของประชาชน การเมอื งภาคพลเมอื ง ระบบการเลือกต้ัง เพ่อื ฝกฝนการเปนพลเมืองทเี่ คารพผอู ืน่ เคารพกติกา สามารถรวมวิเคราะหแ ละแกปญหาของทองถิ่น และชุมชนดวยวิถที างประชาธปิ ไตย เพื่อสรางความเปนพลเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษทีส่ อง (พ.ศ. 2552 - 2561) ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 4.5 กจิ กรรมการจัดหาส่ืออปุ กรณก ารสอนของครหู รือหนงั สอื ทน่ี อกเหนือจากแบบเรียน เพอื่ ใหบ รกิ ารในหองสมุดประชาชน และ กศน.ตําบล/แขวง เปน การจัดหาสอ่ื อปุ กรณก ารเรยี นการสอนหรือหนังสอื ท่นี อกเหนือจากแบบเรยี น เพ่อื ใหบ รกิ ารในหองสมุดประชาชน และ กศน.ตาํ บล/แขวง เพือ่ ใหครูและนักศึกษามสี ื่ออุปกรณห รือหนงั สือ เพอ่ื ใชป ระกอบการเรยี นรหู รอื ศกึ ษาคนควาเพ่ิมเติม โดยใหดาํ เนินการไดในกรณีทีม่ เี งนิ เหลือจากการจัดกจิ กรรมพฒั นา คณุ ภาพผเู รียน ขอ 4.1 - 4.4 แลว 5. ขั้นตอนการดําเนินงานของสถานศกึ ษา 5.1 ใหสถานศึกษา จัดทําแผนการจดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผูเรียนใหม ีประสทิ ธิภาพ เปน รายภาคเรยี นทกุ ภาคเรียน ตามกรอบการจดั กิจกรรมเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพผเู รียนใหม ปี ระสทิ ธภิ าพ ของสถานศึกษาสังกดั สาํ นกั งาน กศน. และตามนโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ป อยางมคี ุณภาพของรฐั บาล เพ่ือขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษา ผูแทนองคกรนักศึกษา กศน. ผแู ทนครแู ละผูบริหารสถานศึกษา (ในขอ 5.2) 5.2 ใหสถานศกึ ษา จัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ผแู ทนองคกรนักศึกษา กศน. ผูแทนครแู ละ ผูบรหิ ารสถานศกึ ษา เพอื่ พิจารณาและเห็นชอบแผนการกิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพผเู รยี น (ตามขอ 5.1) 5.3 ใหสถานศึกษา จดั สง แผนการจดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผูเรียนทไี่ ดร บั ความเห็นชอบจากการประชุม คณะกรรมการสถานศึกษา ผูแทนองคกรนักศึกษา กศน. ผูแ ทนครแู ละผูบริหารสถานศึกษา (จากขอ 5.2) ใหส าํ นักงาน กศน. จังหวัด/กทม. กอนเปดภาคเรียนของทุกภาคเรียน 5.4 ใหสถานศกึ ษา ดําเนนิ การตามแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผเู รยี น ที่ไดรับความเหน็ ชอบแลว พรอมเบกิ จา ยเงนิ ตามระเบยี บท่กี ําหนด ใหแ ลว เสรจ็ ภายในแตล ะภาคเรยี น
3316 5.5 ใหส ํานักงาน กศน. จงั หวดั /กทม. แตงตงั้ คณะกรรมการประสานงาน ตดิ ตาม ตรวจสอบประเมนิ ผลการ จดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผูเรียน และรายงานใหส ํานักงาน กศน. ภายใน 30 วนั หลงั ปดภาคเรยี น ทกุ ภาคเรยี น 5.6 ใหสาํ นกั งาน กศน. แตง ตงั้ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล การจดั กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผเู รยี นจากสวนกลาง และสรปุ รายงานผลทุกส้ินปงบประมาณ 4. อาชพี กลุมสนใจและอาชีพระยะสัน้ การจดั การศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชพี เปน การจดั การศกึ ษาท่ีมุงเนนใหผเู รียนมคี วามรู เจตคติ และมีทักษะ ใน อาชีพ ตามวัตถปุ ระสงคข องหลกั สตู ร ประกอบดวย ทักษะเกย่ี วกบั การปฏิบตั ิงาน การใชเทคโนโลยีสารสนเทศพ้ืนฐาน การ คดิ แกปญหา การสอื่ สาร และทกั ษะเก่ยี วกับความปลอดภัยในอาชพี มีคณุ ลักษณะท่ี สําคญั ในเร่อื งความซื่อสตั ยส ุจรติ ความคิดเชิงบวก ความมุงมั่นในการทํางาน การทาํ งานรวมกับผูอื่น การรักษาสงิ่ แวดลอ ม และการคาํ นึงถึงประโยชนสวนรวม มากกวาสว นตน การจัดกระบวนการเรียนรูเนน การปฏบิ ตั จิ รงิ และการเรียนรูจาก วิทยากรหรอื ผรู ทู ่ีประกอบอาชีพน้นั ๆ กรอบแนวคิดการจัดการศึกษาตอ เนื่อง จะเหน็ วา การเตรยี มความพรอมกอนดาํ เนินการจดั กจิ กรรมการศึกษา ตอ เน่ืองใหแกผ ูเ รียน จะตอ งคํานงึ ถึงความตอ งการ ความจาํ เปน และความแตกตา งของผเู รยี นแตละคน สถานศึกษา จึงควร ตอ งศึกษาขอ มูลและดาํ เนินการตามกระบวนการ โดยฝกกระบวนการคดิ วิเคราะหต นเองใหแ กผ เู รยี น เพื่อใหผูเรียน สามารถคน หาสภาพปญ หาและความตองการท่แี ทจรงิ ของตนเอง อนั จะนําไปสกู ารเลือกเรียนกจิ กรรม กศน. ไดอยาง เหมาะสมเปนประโยชนตอตนเองมากท่ีสดุ ในการฝก กระบวนการคดิ วิเคราะหต นเอง เปนการบรู ณาการ “หลักปรัชญา คิดเปน” และ “หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ในกระบวนการเลือกและการตัดสินใจของผเู รยี น ซ่ึงสามารถประมวลได เปน 2 ดาน คอื 1. ปญหาดานเศรษฐกิจ ผเู รียนทม่ี ีปญ หาดานเศรษฐกิจ สามารถที่จะหาทางชว ยตนเองเปน เบื้องตน โดยการ จัดทาํ บญั ชีครวั เรอื น เพื่อนาํ ไปสูการจดั การชีวติ ดา นการลดรายจาย และการเพม่ิ รายได 2. ปญ หาทวั่ ไปในชีวิตประจําวัน ผเู รยี นสามารถนําผลจากการวิเคราะหสูกจิ กรรมการศึกษาทเ่ี หมาะสม กับ ผูเรียนแตล ะคน เปนรายบุคคล ซ่ึงสถานศกึ ษา กศน. จะไดจัดเปน กจิ กรรมการศึกษาใน 2 รูปแบบ คอื 1. รปู แบบกลมุ สนใจ เปนการจดั การศกึ ษาหลักสูตรท่สี ถานศกึ ษาจดั ขึน้ เพื่อมุงพฒั นาคุณภาพชีวติ และสงเสริมการเรยี นรู ของประชาชน โดยหลักสตู รมคี วามยดื หยุนดา นเนื้อหา สาระ ระยะเวลาเรยี น และสถานท่ี ตามความตองการและความ จําเปนของกลุมเปา หมาย หรือชุมชน หรือนโยบายของทางราชการ 2. รูปแบบกลุมสนใจ เปน การจัดการศึกษาหลกั สูตรวิชาชพี ท่สี ถานศึกษาจดั ขึ้น เพ่ือมงุ พัฒนา ใหผเู รยี นสามารถนาํ ความรู ดงั กลา วไปประยุกตใชในการประกอบอาชีพ และพัฒนาตอยอด อันจะนําไปสูการพัฒนา คณุ ภาพชีวิต แกปญหาของผูเ รียน ไดอยางเปนรปู ธรรม การพึ่งพาตนเองอยา งย่ังยนื และชุมชนเขมแข็งตอ ไปตอไป การศกึ ษาตอ เนื่องรปู แบบกลุมสนใจ การสานหาบไมไผจ วิ๋ การจัดการศึกษาอาชีพในปจ จุบนั มีความสําคญั มาก เพราะจะเปนการพฒั นาประชากรของประเทศใหมคี วามรู ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เปนการแกปญหาการวา งงานและสงเสรมิ ความเขมแขง็ ใหแกเ ศรษฐกิจ ซง่ึ กระทรวงศึกษาธิการไดกาํ หนดยทุ ธศาสตร ทจ่ี ะพฒั นา 5 ศักยภาพของพนื้ ทใ่ี น 5 กลุมอาชพี ใหม คือ กลมุ อตุ สาหกรรม กลมุ พาณิชกรรมกลุมเกษตรกรรม กลุมความคดิ สรา งสรรค กลุม อาํ นวยการและอาชพี เฉพาะทาง ใหส ามารถแขงขันไดใน 5 ภูมภิ าคหลกั ของโลก “รเู ขา รูเรา เทา ทัน เพ่ือแขง ขันไดใ นเวทีโลก” ตลอดจนกาํ หนดภารกิจทจ่ี ะยกระดบั การจดั การศกึ ษา
3237 เพอื่ เพ่มิ ศักยภาพและขดี ความสามารถใหกับประชาชนไดม ีอาชีพทส่ี รา งรายไดท่มี นั่ คง โดยเนนการบรู ณาการใหส อดคลอ ง กบั ศกั ยภาพดานตา งๆ มุงพัฒนาคนไทยใหไ ดร ับการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพและการมีงานทาํ อยา งมีคุณภาพทวั่ ถึงและเทา เทยี มกนั ประชาชนมรี ายไดม่ันคง และมีงานทําท่ียง่ั ยนื มคี วามสามารถเชิงการแขง ขนั ทัง้ ในระดับภูมิภาคอาเซียนและ ระดบั สากล ซง่ึ จะเปน การจดั การศกึ ษาตลอดชีวติ ในรปู แบบใหมทส่ี รางความม่นั คงใหแ กประชาชนและประเทศชาติ การเลอื กประกอบอาชีพในภาวะเศรษฐกิจยุคปจ จุบันจําเปน ตอ งมีขอมูลพ้ืนฐานในหลักสตู รในหลายๆดา นทง้ั ดาน การผลิตลความตองการของตลาดแรงงานในสาขาอาชีพตางๆกลมุ อาชพี หลกั สูตร การจกั สานหาบไมไผจิว๋ ก็เปนทางเลือก หนง่ึ ในการเลือกประกบอาชีพ เพือ่ ใหประชาชนผูท ่สี นใจในการฝกปฏบิ ัติและนําไปประกอบอาชีพสรางรายไดมีความม่ันใจ ในการนาํ ความรูและทักษะไปประกอบอาชีพ การกาํ หนดเน้ือหาและช่วั โมงการเรียนหลักสตู รจะประกอบไปดว ยจาํ นวน ชว่ั โมงของเนอื้ หาความรูแ ละการปฏิบัตเิ มือ่ ผเู รยี นๆจบหลักสูตรแลวสามารถนําความรแู ละทักษะไปประกอบอาชีพสรา ง รายไดห รอื เปนรายไดเสริมอ่ืนท่อี กเหนือจากการประกอบอาชพี ของตนเองมาสนับสนุนครอบครัวเปน ระบบ กระบวนการพฒั นาความคดิ สรางสรรคป ระยกุ ตพฒั นางานตลอดจนนําภูมปิ ญญาทอ งถนิ่ แหลง เรียนรูผูเกี่ยวของมสี วนรวม จัดเนอ้ื หาประสบการณใหเ กิดผลกับผเู รยี นเปนคนดมี ปี ญญามีรายไดเ สรมิ แกครอบครัวเพ่ือพฒั นาคุณภาพชวี ติ และความ เปนอยูท่ดี ีขนึ้ รวมถึงเพือ่ เปนการสนบั สนนุ การรวมกลมุ กอใหเ กดิ รายไดในชมุ ชนเกดิ ความเขม แขง็ ตอไปซึง่ เปน การศึกษา ตอ เนือ่ งเพ่ือการพัฒนายง่ั ยืนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
38 บทท่ี 3 วธิ ีดาํ เนินงาน โครงการฝก อาชีพและสง เสรมิ การเรียนรู วิชาการการจักสานหาบไมไผจ๋ิว (หลักสูตร 10 ชว่ั โมง) มีขั้นตอนดังน้ี 1. สาํ รวจความตอ งการของกลุมเปา หมาย 2. ดาํ เนินการจัดกจิ กรรมโครงการรวมกบั กลมุ ประชาชนทวั่ ไปของตาํ บลหนองปรือ (โดยการอบรมใหความรูและฝก ทักษะอาชพี ) 3. การวเิ คราะหขอ มูล 1. สาํ รวจความตอ งการของกลุมเปา หมาย กลมุ ภารกจิ การจดั การศึกษานอกโรงเรยี น มอบหมายให ครู กศน.ตาํ บลหนองปรือ อาํ เภอพนสั นิคม จงั หวัดชลบุรี สํารวจความตอ งการของผูเ รยี นของกลุมเปา หมายและแจงใหก ลุมเปา หมายฯ ทราบถงึ กําหนดการจดั กจิ กรรม 2. ดาํ เนินการจดั กิจกรรม โครงการฝก อาชพี และสงเสรมิ การเรยี นรู วิชาการการจกั สานหาบไมไผจิ๋ว (หลักสตู ร 10 ช่วั โมง) ระหวา งวนั ท่ี 6-7 กุมภาพันธ 2563จัดอบรมใหความรแู ละฝก ทกั ษะอาชีพ ณ ศนู ยฝก อาชพี OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรอื อาํ เภอพนสั นิคม จังหวดั ชลบรุ ี มผี เู ขารว มกจิ กรรม 8 คน 3. การวิเคราะหขอ มลู การวิเคราะหขอมูล ใชคาสถิติรอยละในการประมวลผลขอมูลสวนตัวและตัวช้ีวัดความสําเร็จของโครงการตาม แบบสอบถามคดิ เปน รายขอ โดยแปลความหมายคาสถติ ิรอ ยละออกมา ไดดงั นี้ คาสถิตริ อยละ 90 ข้นึ ไป ดีมาก คาสถิติรอยละ 75 – 89.99 ดี คาสถติ ิรอ ยละ 60 – 74.99 พอใช คา สถิติรอยละ 50 – 59.99 ปรับปรงุ คาสถิตริ อยละ 0 – 49.99 ปรบั ปรุงเรงดวน สวนการวิเคราะหขอมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นรายขอซ่ึงมีลักษณะเปนคาน้ําหนักคะแนน และนํามา เปรยี บเทียบ ไดระดบั คุณภาพตามเกณฑการประเมนิ ดงั นี้ เกณฑการประเมิน คา นา้ํ หนกั คะแนน 4.50 – 5.00 ระดบั คณุ ภาพ คือ ดมี าก คา น้ําหนักคะแนน 3.75 – 4.49 ระดบั คณุ ภาพ คือ ดี คา นาํ้ หนักคะแนน 3.00 – 3.74 ระดับคุณภาพ คือ พอใช คา นา้ํ หนักคะแนน 2.50 – 2.99 ระดับคณุ ภาพ คอื ตอ งปรับปรงุ คานํา้ หนักคะแนน 0.00 – 2.49 ระดบั คุณภาพ คือ ตองปรับปรงุ เรง ดว น
39 บทที่ 4 สรปุ ผลการดําเนินงานและการวิเคราะหข อมูล การจดั กิจกรรมการศกึ ษาอาชีพกลมุ สนใจ วชิ าการการจกั สานหาบไมไผจ ๋ิว (หลักสูตร 10 ชวั่ โมง) ซงึ่ ไดสรุป รายงานผลจากแบบสอบถามความคิดเห็น ขอมูลที่ไดสามารถวิเคราะหและแสดงคาสถิติ ดังน้ี ตอนท่ี 1 ขอมูลสว นตัวของผตู อบแบบสอบถามของผูเขา รว มกิจกรรมวชิ าชีพรูปแบบกลมุ สนใจ วิชาการ การจักสานหาบไมไ ผจ ิว๋ (หลกั สตู ร 10 ชัว่ โมง) ตารางท่ี 1 ผูเขา รว มโครงการทีต่ อบแบบสอบถามไดนาํ มาจําแนกตามเพศ เพศ รายละเอยี ด ชาย หญิง จาํ นวน (คน) 0 8 รอยละ 0.00 100.00 จากตารางที่ 1 พบวา ผตู อบแบบสอบถามทีเ่ ขา รวมกจิ กรรมวิชาชพี รูปแบบกลุม สนใจ วิชาการการจกั สานหาบไมไผ จิ๋ว (หลกั สูตร 10 ชว่ั โมง) เปนหญงิ จํานวน 8 คน คิดเปน รอ ยละ 100.00 ตารางที่ 2 ผูเ ขา รว มโครงการท่ีตอบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามอายุ รายละเอยี ด อายุ (ป) อายุ ต่าํ กวา 15 ป 16 - 39 40 - 49 50-59 60 ขน้ึ ไป จํานวน (คน) 0 00 1 7 รอ ยละ 0.00 0.00 0.00 12.5 87.5 จากตารางที่ 2 พบวาผูตอบแบบสอบถามทีเ่ ขา รว มกจิ กรรมวชิ าชพี รปู แบบกลุมสนใจ วิชาการการจักสานหาบไมไผ จิว๋ (หลกั สูตร 10 ชว่ั โมง) พบวา ผเู ขา รวมโครงการฯ มี อายุ 50 – 59 ป จาํ นวน 1 คน คิดเปน รอ ยละ 12.5 และอายุ 60 ป ข้ึนไป จาํ นวน 7 คน คดิ เปนรอ ยละ 87.5 ตารางท่ี 3 ผูเขารว มโครงการทต่ี อบแบบสอบถามไดนํามาจําแนกตามอาชพี อาชพี รายละเอยี ด เกษตรกรรม รบั จาง รับราชการ/รฐั วิสาหกิจ คาขาย อน่ื ๆ จํานวน (คน) 8 รอ ยละ 100.00 จากตารางท่ี 3 พบวา ผูต อบแบบสอบถามทเ่ี ขารวมกิจกรรมวชิ าชีพรูปแบบกลุมสนใจ วิชาการการจกั สานหาบไมไผ จิ๋ว (หลักสูตร 10 ชัว่ โมง) มอี าชีพเกษตรกรรม จํานวน 8 คน คดิ เปนรอ ยละ 100.00
3450 ตารางท่ี 4 ผูเขา รวมโครงการท่ตี อบแบบสอบถามไดน าํ มาจาํ แนกตามระดับการศกึ ษา รายละเอยี ด ระดบั การศึกษา การศกึ ษา ประถม ม.ตน ม.ปลาย/ปวช. ปวส.ขึ้นไป จํานวน (คน) 8 0 0 0 รอยละ 100.00 0.00 0.00 0.00 จากตารางท่ี 4 พบวาผูตอบแบบสอบถามทเ่ี ขารวมกจิ กรรมวชิ าชีพรปู แบบกลุม สนใจ วิชาการการจกั สานหาบไมไผ จิ๋ว (หลักสูตร 10 ชว่ั โมง) ระดับประถมศกึ ษา จํานวน 8 คน คดิ เปนรอยละ 100 ตารางท่ี 5 แสดงคารอยละเฉลี่ยความสาํ เร็จของตัวช้ีวดั ผลผลิต ประชาชนทั่วไปตําบลหนองปรอื เขา รว มโครงการจาํ นวน 8 คน ผลสําเรจ็ ของโครงการ เปาหมาย ผูเขา รว มโครงการ คดิ เปน รอ ยละ 88 100 จากตารางท่ี 5 พบวาผลสาํ เรจ็ ของตวั ชว้ี ดั ผลผลิตกิจกรรมวิชาชีพรปู แบบกลุม สนใจ วิชาการการจักสานหาบไมไผ จิ๋ว (หลักสูตร 10 ชั่วโมง) มีผูเขารว มโครงการ จํานวน 8 คน คดิ เปนรอยละ 100 ซงึ่ บรรลเุ ปา หมายดา นตัวช้วี ดั ผลผลิต ประชาชนท่วั ไปตาํ บลหนองปรอื เขา รวมโครงการจํานวน 8 คน
3641 ตอนท่ี 2 ขอ มูลเกี่ยวกับความคิดเหน็ ของผูเขารับอบรมวิชาชพี รูปแบบกลมุ สนใจ วิชาการการจกั สาน หาบไมไผจว๋ิ ความคดิ เห็นของผเู ขารบั รว มกิจกรรม จาํ นวน 8 คน จากแบบสอบถามทง้ั หมดท่มี ีตอการอบรมวิชาชีพรปู แบบกลุมสนใจ ตารางท่ี 6 ผลการประเมนิ การอบรมวชิ าชีพรปู แบบกลุม สนใจ รายการทีป่ ระเมิน n=8 ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจดานเนอื้ หา 1. เนือ้ หาตรงตามความตองการ µ σ อนั ดบั ระดบั ผล 2. เนือ้ หาเพยี งพอตอความตองการ ท่ี การประเมนิ 3. เนอ้ื หาปจจุบันทนั สมยั 4.63 4. เน้อื หามีประโยชนตอการนาํ ไปใชใ นการพฒั นา 4.25 0.52 1 4.13 0.71 11 คณุ ภาพชีวิต 4.50 0.64 15 ตอนที่ 2 ความพึงพอใจดานกระบวนการจัดกิจกรรม 0.53 3 5 การเตรียมความพรอมกอ นจัดกิจกรรม 4.25 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค 4.50 0.46 11 7 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา 4.38 0.53 3 8 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุมเปา หมาย 4.38 0.74 7 9 วธิ วี ดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค 4.25 0.74 7 ตอนที่ 3 ความพึงพอใจตอวิทยากร 4.38 0.46 11 10 วิทยากรมคี วามรูความสามารถในเรือ่ งทถ่ี ายทอด 4.25 0.74 7 11 วิทยากรมเี ทคนคิ การถายทอดใชส ื่อเหมาะสม 4.50 0.46 11 12 วทิ ยากรเปดโอกาสใหม สี วนรวมและซักถาม 4.63 0.76 3 ตอนท่ี 4 ความพึงพอใจดานการอํานวยความสะดวก 4.38 0.52 1 13 สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณและสง่ิ อาํ นวยความสะดวก 4.50 0.74 7 14 การสื่อสาร การสรา งบรรยากาศเพ่ือใหเกดิ การ 4.39 0.53 3 0.61 เรียนรู 15 การบรกิ าร การชวยเหลอื และการแกปญหา คาเฉลีย่ ททททททททจากตารางท่ี 4 แสดงใหเห็นวา ผูเขารว มการอบรมวิชาชีพรูปแบบกลมุ สนใจ วชิ าการการจักสานหาบไมไผจ ิว๋ พบวา อยูใ นระดบั ดีมาก เม่ือวเิ คราะหเปน รายขอพบวาอันดับท่ี 1 คือเนื้อหาตรงตามความตองการ,สถานท่ี วสั ดุ อุปกรณ และสง่ิ อํานวยความสะดวก(µ= 4.63) อนั ดบั ท่ี 3 คือ เน้ือหามปี ระโยชนต อ การนาํ ไปใชใ นการพัฒนาคุณภาพชีวติ ,การ ออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค,วิทยากรเปดโอกาสใหมีสวนรวมและซักถาม,การบรกิ าร การชว ยเหลอื และการ แกปญ หา(µ= 4.50) อันดับท่ี 7 คอื การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา,การจดั กิจกรรมเหมาะสมกับกลมุ เปา หมาย,วิทยากร
3472 มคี วามรคู วามสามารถในเรื่องทถ่ี ายทอด,การส่ือสาร การสรา งบรรยากาศเพ่ือใหเ กิดการเรียนรู, (µ= 4.38) อนั ดับที่ 11 คือ เนือ้ หาเพยี งพอตอความตองการ,การเตรียมความพรอ มกอนจัดกิจกรรม,วธิ วี ดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค, วิทยากรมีเทคนคิ การถา ยทอดใชส่อื เหมาะสม(µ= 4.25) และอันดับที่ 15 คือเน้ือหาปจ จบุ ันทันสมัย(µ= 4.13 )ตามลําดบั ตารางที่ 7 ผลการประเมนิ ผเู ขารวมกจิ กรรมการอบรมวิชาชพี รปู แบบกลุมสนใจ วิชา การการจักสานหาบไมไผจ๋ิว เน้อื หาผเู ขารวมกจิ กรรมการอบรมวิชาชพี รปู แบบ N = 12 กลมุ สนใจ การการจกั สานหาบไมไผจ ว๋ิ µ σ อันดบั ท่ี ระดบั ผลการประเมิน 1. การมสี ว นรวมในกิจกรรมกลุม 050 1 ดมี าก 2. ความพงึ พอใจในการเขารวมโครงการ 4.53 0.50 1 ดมี าก 3. การคิดอยา งมีเหตผุ ล 4.53 0.50 3 ดมี าก 4. การเขาใจ และรับฟงความคดิ เหน็ จากผูอื่น 4.52 0.50 5 ดี 5. การรจู ัก และเขา ใจตนเอง 4.48 0.50 4 ดี คาเฉลี่ย 4.50 0.50 ดีมาก 4.51 รรรรรรรรจากตารางท่ี 5 พบวา โดยเฉล่ียแลวผเู ขา รว มผูเขา รว มกจิ กรรมการอบรมวิชาชีพรปู แบบกลุมสนใจ วิชาการจกั สานหาบไมไ ผจ ๋วิ อยูในระดับ ดมี าก เมื่อวเิ คราะหเปน รายขอพบวา การมสี ว นรว มในกิจกรรมกลมุ และ. ความพงึ พอใจใน การเขารวมโครงการมีคาทา กัน คือ (µ=4.53) เปนอันดบั ท่ี 1 และรองลงมาคือ การมีการคิดอยางมเี หตุผล (µ= 4.52) และการรจู ักและเขาใจตนเอง (µ= 4.50) การเขาใจและรบั ฟงความคิดเห็นจากผอู ืน่ (µ= 4.48) ตามลาํ ดบั
43 บทที่ 5 สรปุ อภปิ ราย ขอเสนอแนะ การจัดกิจกรรมโครงการฝกอาชีพและสงเสรมิ การเรียนรู วิชาการการจกั สานหาบไมไผจ ิ๋ว (หลกั สูตร 10 ชว่ั โมง) มี วตั ถุประสงคเ พื่อไดร ับความรูและฝก ทักษะเกี่ยวกับการการจักสานหาบไมไผจ ๋ิวและสามารถนาํ ความรไู ปใชในการประกอบ อาชีพไดจริงและเปนการเพ่มิ รายไดใ หก ับครอบครวั วิธีดาํ เนินการกลุมภารกจิ การจดั การศกึ ษานอกโรงเรยี น มอบหมายให ครู กศน.ตาํ บลหนองปรอื สํารวจความตอ งการเรยี นรขู องกลมุ เปาหมาย กลุมประชาชนท่ัวไปในตาํ บลหนองปรือ และแจง ใหก ลมุ เปาหมายฯ ทราบถึงกําหนดการจดั กจิ กรรมวชิ าชพี รูปแบบกลุม สนใจ วิชาการการจักสานหาบไมไผจ ๋วิ (หลักสูตร 10 ชวั่ โมง) เปน การอบรมใหความรูและฝก ทักษะอาชีพ และปฏบิ ตั ิจริงในหองเรยี น จัดข้ึนในวันท่ี 6-7 กมุ ภาพนั ธ 2563 โดยเปนการจัดอบรมใหค วามรูฝก ทกั ษะอาชพี ณ ศูนยฝกอาชพี OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรือ อาํ เภอพนัสนคิ ม จังหวัด ชลบุรี งบประมาณดาํ เนนิ การโดย กศน.อาํ เภอพนสั นคิ ม มีผเู ขา รวมโครงการ จํานวน 8 คน สรุปผลการดาํ เนินงาน สรุปไดวา กลมุ ประชาชนทวั่ ไปในตําบลหนองปรือ เขา รวมโครงการฝกอาชีพและสงเสรมิ การเรียนรู วิชาการจกั สานหาบไมไ ผจ ิ๋ว (หลกั สตู ร 10 ช่ัวโมง) ท่จี ดั ขึ้นในวันที่ 6-7 กมุ ภาพนั ธ 2563 โดยเปน การจดั อบรมใหความรฝู กทักษะ อาชพี คือ ความรคู วามเขา ใจเกี่ยวกบั การการการจักสานหาบไมไผจิว๋ ณ ศูนยฝกอาชีพ OTOP หมู 2 ตาํ บลหนองปรือ อาํ เภอพนสั นคิ ม จังหวดั ชลบุรี งบประมาณดาํ เนนิ การโดย กศน.อําเภอพนัสนิคม มีผเู ขา รว มโครงการ จาํ นวน 8 คน (รอ ย ละ 100 ของเปาหมายโครงการ) โครงการฝก อาชพี อาชีพชุมชนรปู แบบกลุมสนใจ วิชาการจักสานหาบไมไผจิ๋ว (หลักสูตร 10 ช่ัวโมง) ผูเ ขา รวมมีระดับความคิดเหน็ / ความพงึ พอใจ ตอ โครงการ อยูในระดับ 4.39 “ด”ี อภิปรายผล จากการจัดโครงการฝก อาชีพและสง เสรมิ การเรียนรู วิชาการการจกั สานหาบไมไผจ ิ๋ว (หลกั สตู ร 10 ชวั่ โมง) เนอ่ื งจากกลุมประชาชนทว่ั ไปในตําบลหนองปรือสว นใหญมีระดบั ความคิดเหน็ /ความพงึ พอใจตอโครงการอยูในระดบั “ด”ี และบรรลคุ วามสาํ เรจ็ ตามเปา หมายตวั ชี้วัดผลลพั ธทีต่ งั้ ไว ขอเสนอแนะ อยากใหมกี ารจัดกจิ กรรมอีก จะไดน ําความรไู ปปฏบิ ตั ิ
44
45 รายงานผลการจัดกจิ กรรม วิชา........การจักสานหาบไมไผจ ว๋ิ ........จํานวน..........10.......ช่วั โมง รหวา งวันท.่ี .........6-7 กุมภาพันธ. ...2563 ณ.......ศนู ยส ง เสริมอาชพี OTOP ม.2 วทิ ยากร คือ...........นางสาวสราญเนตร........รอดทอง.................. ………………………………………..ผรู ายงาน ( นางสาวสุรภา เชาวนั ด)ี
46 เลขท่ี………………. ใบสมัครผูเรยี นหลกั สตู รการจดั การศึกษาตอเน่ือง สถานศึกษา ศนู ยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาํ เภอ/เขต....พนัสนิคม........ สํานักงานสง เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศกึ ษาธิการ หลกั สูตร/กิจกรรม……………………………………………………………………….....จํานวน...........ช่วั โมง ๑. ขอมูลสว นตวั (กรุณากรอกขอมูลดว ยตวั บรรจง) ชอื่ -นามสกุล นาย/นาง/นางสาว....................................................เลขบัตรประจําตัวประชาชน.......................... เกิดวนั ท่ี/เดอื น/พ.ศ............................อาย.ุ .........ป สญั ชาติ..................ศาสนา.....................อาชีพ..................... ความรูสูงสุดจบระดับ.................................จากสถานศกึ ษา.......................................จงั หวดั .............................. ทอ่ี ยตู ามทะเบยี นบา นเลขท.ี่ ...........หมูท .่ี .............ถนน/หมบู าน.........................................ตาํ บล/แขวง.............. อาํ เภอ.............................จงั หวัด...............................รหัสไปรษณยี . ........................โทรศพั ท. .............................. ๒. สนใจเขา รว มกจิ กรรม เน่อื งจาก........................................................................................................................... เปนพนื้ ฐานในการศึกษาตอในระดบั /สาขา……………………………………………………………………………….. ตองการเปลยี่ นอาชพี ตอ งการใชเวลาวา งใหเ ปน ประโยชน ตอ งการมีอาชพี เสริม/อาชีพหลกั อ่นื ๆ ระบุ.................................................................... ๓. สถานภาพของผสู มัคร เปนผวู า งงาน สมาชิกกองทนุ พฒั นาบทบาทสตรี สมาชิกกองทนุ สตรีเทศบาล ผูถือบัตรสวสั ดกิ ารของรฐั อสม./อสส. รับจาง เกษตรกร สมาชกิ กองทุนหมบู าน อ่ืนๆ.................................. ๔. ทานไดร ับขาวสารการรับสมคั รจาก...................................................................................................................... สําหรับเจา หนา ที่ ลงชอ่ื .............................................ผสู มัคร ตรวจสอบรายละเอยี ด/ความเหน็ (.......................................................) .................................................... ลงช่ือ............................................ผูรับสมคั ร วันท่/ี เดอื น/ป............................................... (..............................................) วันที/่ เดอื น/ป............................................... หมายเหตุ สถานศึกษาสามารถปรบั เปลย่ี นไดต ามความเหมาะสม แบบ กศ.ตน. 10 ในกรณตี างดาว ตอ งมี Work Permit จงึ จะสามารถสมัครเรยี นได แบบประเมนิ ความพึงพอใจ หลักสูตร..................................................................ระหวา งวันท่.ี ...................เดือน….....................พ.ศ…............... สถานที่จัด........................................................................................อําเภอ………...............................จงั หวัดชลบรุ ี ขอ มูลพนื้ ฐานของผปู ระเมินความพงึ พอใจ
47 เพศ ชาย หญิง อายุ...........ป วฒุ กิ ารศกึ ษา.............................อาชีพ.......................................... คําชี้แจง 1. แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ มี 4 ตอน 2. โปรดแสดงเครือ่ งหมาย √ ในชองวางระดบั ความพึงพอใจตามความคิดเห็นของทา น ระดบั ความพงึ พอใจ หมาย ขอ รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ มาก มาก ปาน นอย นอ ย เหตุ ท่ีสุด กลาง ท่สี ดุ ตอนท่ี 1 ความพงึ พอใจดา นเนอ้ื หา 1 เนอ้ื หาตรงตามความตองการ 2 เน้ือหาเพียงพอตอ ความตองการ 3 เนื้อหาปจจบุ ันทนั สมัย 4 เนือ้ หามปี ระโยชนตอ การนําไปใชในการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจดา นกระบวนการจัดกิจกรรม 5 การเตรียมความพรอมกอ นจดั กิจกรรม 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค 7 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา 8 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุม เปาหมาย 9 วธิ ีการวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกับวตั ถปุ ระสงค ตอนที่ 3 ความพึงพอใจตอ วทิ ยากร 10 วทิ ยากรมคี วามรคู วามสามารถในเร่อื งที่ถา ยทอด 11 วิทยากรมเี ทคนิคการถา ยทอดใชสอ่ื เหมาะสม 12 วิทยากรเปด โอกาสใหมสี ว นรว มและซกั ถาม ตอนท่ี 4 ความพงึ พอใจดา นการอาํ นวยความสะดวก 13 สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณและสง่ิ อํานวยความสะดวก 14 การสือ่ สาร การสรา งบรรยากาศเพ่อื ใหเ กดิ การเรยี นรู 15 การบรกิ าร การชวยเหลือและการแกป ญ หา ผผู า นการฝกอบรมไดน าํ ความรไู ปใชจรงิ เพ่มิ รายได ลดรายจาย นาํ ไปประกอบอาชีพ พฒั นาคุณภาพชวี ิต ใชเ วลาวา งใหเกิดประโยชน อน่ื ๆ ระบ…ุ ……………………. ความคิดเหน็ และขอเสนอแนะอน่ื ๆ ............................................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................................
48 ทป่ี รึกษา ผูจดั ทํา นางณชั ธกัญ หมนื่ สา นางสาวมุทกิ า การงานดี ผูอาํ นวยการ กศน.อาํ เภอพนัสนคิ ม ครู ผูจัดทาํ ครู กศน.ตาํ บลหนองปรือ นางสาวสรุ ภา เชาวันดี ครู กศน.ตาํ บลหนองปรอื ผูร วบรวม เรียบเรียง และจัดพิมพ นางสาวสุรภา เชาวนั ดี
Search
Read the Text Version
- 1 - 48
Pages: