Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Ancient Egypt อารยธรรมอียิปต์2 สมัยราชอาณาจักรเก่า

Ancient Egypt อารยธรรมอียิปต์2 สมัยราชอาณาจักรเก่า

Published by ขวัญจิต บุญมาก, 2022-01-21 02:20:08

Description: เรียนประวัติศาสตร์กับครูขวัญจิต

Search

Read the Text Version

อียิปต์สมยั ประวตั ิศาสตร์ ชาวอียปิ ต์สามารถประดิษฐอ์ ักษรภาพเรยี กว่า “เฮียโรกลฟิ ฟฟฟก” โดยจารกึ ตามฝาผนงั สุสานฟฟาโรห์ ต่อมาจงึ พฒั นาการเขยี นลงในกระดาษปาปรสุ เรยี กวา่ สมัยอาณาจกั รอียปิ ต์ แบ่งได้เปน็ 3 ชว่ งคือ สมัย มีความเจรญในชว่ ง 2700-2200 B.C. เป็นสมยั ทมี่ คี วามเจรญก้าวหนา้ ด้านวทยาศาสตรแ์ ละศิลปกรรม มีการก่อสรา้ งพีระมิด อาณาจกั ร ซง่ึ ถือว่าเปน็ เอกลกั ษณโ์ ดดเด่นของอารยธรรมอียปิ ต์ เก่า สมัย ฟฟาโรห์มีอานาจชว่ ง 2050-1652 B.C. มีความเจรญด้านวทยาการ การชลประทาน ถือเปน็ ยุคทองของอยี ิปต์ ชว่ งปลายอียปิ ต์ถกู รุกราน อาณาจกั ร จากต่างชาติ เปลี่ยนการนับถือเทพหลายองค์ มาเปน็ นับถือเทพเจา้ องคเ์ ดียวคือ สุรยเทพ Aton (อะตัน) กลาง สมัย อียิปต์กลับมามอี านาจปกครองชว่ ง 1567-1085 B.C. ต่อมาปี 1100 B.C. ก็ถูกต่างชาติรกุ ราน ได้แก่ อัสซเี รยี เปอรเ์ ซยี กรกี อาณาจกั ร จนถึงราชวงศ์สุดทา้ ยคือ ปโตเลมี มีฟฟาโรห์องคส์ ุดทา้ ยคือ พระนางคลโี อพัตรา ต่อมาอยี ิปต์ตกอยูภ่ ายใต้การปกครอง ใหม่ ของจกั รวรรดิโรมัน และเสื่อมสลายไป

พีระมิดทีเ่ ก่าแก่ทส่ี ุดในอียิปต์ พีระมิดแบบข้ันบันได ฟฟาโรห์โจเซอร์ (Djoser)หรอื ซอเซอร์ (Zoser) แห่งเมืองซคั คารา พีระมิดทใ่ี หญท่ สี่ ุดในอียิปต์ พีระมิดฟฟาโรห์คฟู ฟู (Khufu) หรอื คีออป แห่งเมืองกีซา พีระมิดฟฟาโรห์เครเฟฟ (Khafra) หรอื คีเฟฟรน และมหาสฟฟงค์ พีระมิดเมนคูเร หรอื เมนคราว (Menkaure)

ยุคอาณาจกั รเก่า (เรม่ ตั้งแต่ 2950 - 2150 ปีก่อน ค.ศ.) ราชวงศ์ที่ 1-8 • เป็นสมัยทอ่ี ียปิ ต์มีความเจรญก้าวหน้าในด้านวทยาศาสตรแ์ ละศลิ ปกรรม มีการก่อสรา้ งพีระมดิ ซงึ่ ถือวา่ เปน็ เอกลกั ษณโ์ ดดเด่นของอารยธรรมอียปิ ต์ งานสรา้ งสรรค์ความเจรญในยคุ นไ้ี ด้เปน็ รากฐานและแบบแผนของความเจรญของอยี ปิ ต์ในสมัยราชวงศ์ต่อๆ มา • กษัตรยไ์ ด้รบั ยกยอ่ งให้เปน็ เทพเจา้ • โซเซอร์ ฟฟาโรหแ์ หง่ ราชวงศ์ที่ 3 ทรงสรา้ งพรี ะมิดเปน็ ครง้ั แรกของโลก เพื่อเปน็ ทบ่ี รรจุพระศพ หรอื มมั มี่ ต่อมาคฟู ฟูแห่งราชวงศ์ที่ 4 ฟฟาโรห์ผมู้ ีอานาจมากทสี่ ุดทรงสรา้ งมหาพีระมดิ คฟู ฟทู เ่ี มอื ง กิซา ฟฟาโรหอ์ งค์ต่อมาคือคาฟฟราทรงสรา้ งพรี ะมดิ คาฟฟรา และเมนคเู รทรงสรา้ งพีระมิด เมนคาอูเร จนกลายเปน็ กลมุ่ พีระมิดทมี่ ีชอ่ื เสียงและงดงามทสี่ ุดในโลก

เทพเจา้ : ความเชอื่ ของชาวอยี ปิ ต์โบราณ นาสู่วถีการดาเนินชวี ตในโลกปจั จุบนั และโลกหลงั ความตาย ชาวอียิปต์เชอื่ เทพเจา้ หลายองค์ ที่สาคัญต่อวถีชวี ตชาวอียิปต์ ได้แก่ เทพอามุน-รา (Amun-Ra) ชาวอียิปต์โบราณเชอ่ื ว่าคนตายแลว้ จะกลับคืนชพี มาใหม่เหมือนดวงอาทติ ย์ทีห่ ายลบั ของฟฟ้าใน ยามเย็นและกลบั ขน้ึ มาใหม่ในวนั รงุ่ ขน้ึ จากการที่ดวงอาทิตย์มีอิทธพิ ลต่อวถีของชาวอียิปต์มาก ดังนั้น ชาวอียิปต์โบราณจงึ นับถือสุรยเทพ หรอื เทพแห่งดวงอาทติ ย์ นามว่า “รา” (Ra) เป็นเทพสงู สุดเหนือ เทพทั้งปวง เทพราเป็นเทพผู้ประทานความสุข และเป็นเทพเจา้ แห่งความเป็นอมตะ ลกั ษณะของเทพ ราที่พบมักมีรปู ทีม่ ีศีรษะเป็นเหย่ียวและมีดวงอาทิตย์อยู่ภายในขดทรงกลมของงเู ห่าวางอยู่เหนือ ศีรษะ ฟฟาโรห์ทกุ พระองค์ลว้ นถือวา่ เป็นโอรสแห่งสุรยเทพท่ีถกู ส่งมาปกครองโลกมนุษย์ เทพอนบู สี เทพแหง่ ความตาย จดั พธิ ศี พ เทวไี อซสิ เปน็ เทพแี หง่ ความอุดมสมบูรณ์ เทพเจา้ โอซรี สี มีรูปกายเป็นมนษุ ยแ์ ละมศี ีรษะเป็นสุนขั สีดา เทวแี ห่งลมุ่ แมน่ ้าไนล์ การกสกิ รรม การทอผ้า ต้นแบบของผหู้ ญงิ เป็นเทพเจา้ แห่งยมโลก เทพเจา้ แห่งมรณะ

เทพอานบู สิ อสูรกายอัมมตุ เทพเจา้ ธอธ เทพฮอรสั เทพโอซริ ส เทพีไอซสี คัมภรี ม์ รณะ หรอื Book of The Dead คัมภีร/์ เวทมนตรท์ ที่ กุ คนต้องอา่ นก่อนตาย (1185 คาถา) ชาวอียปิ ต์เชอื่ วา่ วญญาณ หรอื คา (Ka) เป็นอมตะ จงึ ต้องเก็บวญญาณไว้ในรา่ ง (มัมม่ี) เมื่อตายลง เทพอานบู สิ นาพา ดวงวญญาณของผู้วายชนม์เขา้ มาในห้องตัดสินเพื่อชง่ั นา้ หนักของหัวใจกับขนนกกระจอกเทศแห่งความเทย่ี งธรรม เบ้ืองหน้าจอมเทพโอซริ ส โดยมีเทพเจา้ ธอธ ผู้มีเศียรเป็นนกกระสาคอยจดบันทกึ หลังจากนั้น ถ้านา้ หนักหัวใจของผู้ วายชนม์เทา่ กับหรอื เบากว่าขนนก น่ันหมายความว่าบุคคลน้ันเป็นคนดี เทพฮอรสั นาพาไปเฝา้ เทพโอซริ สผู้ประทับนั่ง บนบลั ลังก์ก็จะอนุญาตให้ดวงวญญาณผ่านเขา้ ไปสู่ทุ่งต้นกกตามทปี่ รารถนาได้ แต่ถ้าบุคคลนั้นเป็นคนชวั่ หัวใจหนัก กวา่ ขนนกขน้ึ มา ก็จะถูกอสูรกายนามวา่ อัมมตุ (Ammut) ท่ีเฝ้าอยูใ่ ต้ตาชง่ั กัดกินจนไม่สามารถเดินทางไปใชช้ วี ตหลงั ความตายได้อีกต่อไป

คาวา่ \"มัมมี่\" มาจากคาวา่ \"มัมมียะ\" (Mummiya) ซง่ึ เป็นคาใน มัมม่ี (Mummy)ภาษาเปอรเ์ ซยี มีความหมายถึงรา่ งของซากศพทถี่ กู ดองจน กลายเป็นสีดา ชาวอียปิ ต์โบราณมีความเชอ่ื เรอ่ ื งโลกหลังความตาย วญญาณของผู้ตายจะออกจากรา่ งไป และกลับเข้ารา่ งอีกครง้ั หน่ึง พวกเขาจงึ ต้องเก็บรกั ษารา่ งน้ันไว้เพ่ือรอการฟฟ้ ืนคืนชพี ศพดอง หรอื มัมมี่จะต้องผ่านกรรมวธตี ่างๆ หลายข้ันตอน (Mummification) ก่อนจะถกู พันผ้าและใส่ไว้ในโลง หากเปน็ ราชวงศ์ หรอื คนมีฐานะ ศพและโลงเก็บศพจะได้รบั การ ตกแต่งอย่างสวยงาม พรอ้ มฝงั ใต้ผืนทรายไปพรอ้ มทรพั ย์สมบัติ มากมาย เพื่อให้ผู้ตายได้ใชเ้ ดินทางไปปรโลก

สุสานของกษัตรยฟ์ ฟาโรห์ในยคุ แรกๆ มีโครงสรา้ งเป็นอาคารทรง MASTABA มัสตาบา สี่เหลยี่ มจากหนิ ซง่ึ สรา้ งเพอ่ื ครอบสุสานใต้อาคารในพืน้ ดิน “มาสตาบา” (Mastaba) ในภาษาอารบิกแปลวา่ ม้าน่ัง ภายในลึก ลงไปใต้ดินจะมีห้องหลายห้องสาหรบั ไว้เก็บพระศพหรอื มัมมี่ และส่งิ ของผู้ตาย โถงทางเดิน ผังเป็นรูปสี่เหลย่ี มผืนผ้า ผนงั ด้านนอกทามุม 75 องศา หลังคาแบนราบ ห้องเกบ็ สรา้ งอยู่บนห้องเก็บศพใต้ดิน มีปลอ่ งจากหลังคาลงสู่ห้องเก็บศพ รปู แบบ สมบัติ อาจพัฒนามาจากมูลดินเหนือหลมุ ศพของสุสานในชว่ งแรกๆ มาสตาบาถูกสรา้ งรวมกลุ่มอยู่รอบๆ พีระมิดของฟฟาโรห์ โลงศพฟฟาโรห์

STEP PYRAMID พีระมิดทเี่ ก่าแกท่ ส่ี ุดในอียปิ ต์ อายุราว 2610 B.C. พีระมดิ ฟฟาโรห์โจเซอร์ Pyramid of Djoser) เมืองซคั คารา (Saqqara) โลงศพหนิ ฟฟาโรหโ์ จเซอร์ และโถงทางเดินภายใน ข ฟฟาโรห์โจเซอรม์ ีทีป่ รกึ ษาประจาองค์นามวา่ “อิมโฮเทป” (Imhotep) ผู้ซงึ่ เป็นทง้ั นักบวชและสถาปนิก รวมถึงนักดาราศาสตร์ แพทย์ และด้านอื่นๆอีกหลายแขนง เรยี กได้ว่าอิมโฮเทปเป็นยอดนักปราชญ์แห่งยุค ง อิมโฮเทปเป็นผู้ออกแบบในการสรา้ งพีระมิดข้นั บันไดท่ีซคั คาราซง่ึ นับเป็นพีระมิดแห่งแรกของอียิปต์ ลักษณะทีส่ าคัญคือเป็น พีระมิดขนั้ บันได (Step Pyramid) ซอ้ นกันรวม 6 ชน้ั เปรยี บเสมือนบันไดไปสู่สวรรค์

พีระมดิ ของฟฟาโรห์ พีระมดิ ของฟฟาโรห์ พีระมดิ ของฟฟาโรห์ เมนคูเร (Menkaure) เครเฟฟ (Khafre) คูฟฟู (Khufu) มหาพรี ะมดิ แห่งกีซา เมอื งหลวง เมมฟฟสี พีระมิด ขั้นบันได พีระมิดทใี่ หญท่ สี่ ุดของฟฟาโรห์คฟู ฟู (Khufu) ในชว่ งประมาณ 2500 B.C. ทีเ่ มือง กีซา (Giza) เป็นหนง่ึ ในกลมุ่ พรี ะมิดของ “มหาพีระมดิ แหง่ กซี า” ประกอบไปด้วย พีระมดิ ของฟฟาโรห์คฟู ฟู (Khufu) ฟฟาโรหเ์ ครเฟฟ (Khafre) และฟฟาโรหเ์ มนคูเร (Menkaure) โดยพริ ะมิดของฟฟาโรห์คฟู ฟูจะมขี นาดใหญท่ สี่ ุดและเกา่ แก่ทส่ี ุด (ตั้งอยู่ทางขวาสุด อาจจะดูเล็กกว่าพีระมิดอันกลางซง่ึ เป็นพีระมิดของฟฟาโรห์เครเฟฟ แต่เน่ืองจากพีระมิดฟฟาโรห์คฟู ฟูสรา้ งอยู่บนพ้ืนทีต่ า่ กว่า จงึ ทาให้ดูเล็กกว่านั่นเอง) พีระมิด ของฟฟาโรห์คูฟฟูนน้ั ใชห้ ินกอ้ นมหมึ าทก่ี ่อสรา้ งทง้ั หมดถึง 2,300,000 ก้อน เฮโรโดตัส นักประวตั ิศาสตรช์ าวกรกี ได้ตั้งขอสันนิษฐานวา่ พีระมิดของฟฟาโรห์ คูฟฟูน้ี น่าจะใชแ้ รงงานประมาณ 10,000 คน และสรา้ งในระยะเวลา 20 ปี

SPHINX Pyramid of Khafre สฟฟงซ์ ราว 2558 B.C. พระโอรสของฟฟาโรห์คฟู ฟู ฟฟาโรหเ์ ครเฟฟ (Khafre) ขน้ึ ครองราชย์ ทรงสรา้ งพีระมิดใกล้กับของพระบิดา คือ พีระมิดเครเฟฟ ก็คือพีระมิดท่ตี ั้งอยู่ตรงกลางของกลุ่มมหาพีระมิดแห่งกิซา นอกจาก พีระมิดเครเฟฟแลว้ พระองค์ยังให้มีการสรา้ ง มหาสฟฟงซ์ ประติมากรรม อันย่ิงใหญ่ท่นี อนหมอบเฝ้าอยู่ใกลก้ ับพีระมิดเครเฟฟ ซง่ึ มีตัวเป็นสงิ โต และมีหัวเป็นมนุษย์ โดยหันหน้าไปทางทศิ ตะวนั ออก ชาวอียิปต์โบราณ มีความเชอ่ื ว่าสฟฟงซเ์ ป็นผู้พิทกั ษ์จติ วญญาณและป้องกันสง่ิ ชว่ั รา้ ยต่างๆ สฟฟงซจ์ ะปรากฎตัวอยู่ตามหลุมฝังศพและวหารต่างๆ แต่สฟฟงซท์ ี่ ย่ิงใหญ่และมีชอ่ื เสียงท่สี ุดคือมหาสฟฟงซต์ ัวน้ี โดยถูกจดั ให้เป็นหนึง่ ใน รูปป้ ันทใี่ หญท่ ส่ี ุดในโลก มีความสงู ถึง 20 เมตร และยาวถึง 73 เมตร นอกเหนือจากน้ีแล้วยังเชอ่ื กันวา่ ใบหน้าของสฟฟงซต์ ัวน้ัน คือใบหน้าของ ฟฟาโรห์เครเฟฟนั่นเอง

ชว่ งปลายราชอาณาจกั รเก่า เกิดสงครามภายใน บรรดาหัวเมอื งต่างๆ Pyramid เกิดการแก่งแย่งอานาจกัน เกิดสงครามกลางเมอื งและความไมส่ งบ สุขยาวนาน เรยี กชว่ งเวลาน้ีวา่ ชว่ งต่อทห่ี นง่ึ (2181-2040 B.C.) of Menkaure and Queens ยุครอยต่อของอาณาจกั ร (2125 - 1975 ปีก่อนครสตกาล) อานาจรฐั ของฟฟาโรห์ทเี่ มมฟฟสสิ้นสุดลง บรรดา สมัยของ ฟฟาโรห์เมนคเู ร (Menkaure) พระโอรสของ นครรฐั ต่างตั้งตนเป็นอิสระและทาสงครามรบ ฟฟาโรห์เครเฟฟ ก็สรา้ งพีระมิดเฉกเชน่ เดียวกัน ทาให้มี พุ่งกันเอง ดินแดนแม่นา้ ไนลท์ ี่เคยอุดมสมบูรณ์ การสรา้ ง พีระมิดเมนคเู ร ซงึ่ เป็นพีระมิดที่เล็กทส่ี ุดใน เกิดภัยแลง้ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ฟฟาโรห์ กลมุ่ มหาพีระมิดแห่งกิซา ตั้งอยู่ทางซา้ ยมือ แก้ปัญหาระบบชลประทานไม่ได้ นอกจากน้ันแล้วยังมีการสรา้ งพีระมิดเลก็ ๆให้กับพระ เกิดความอดอยากและภัยสงครามแพรก่ ระจาย ราชนิ ีทง้ั 3 ของพระองค์ อยู่ทาง ด้านหน้าอีกด้วย ทัว่ แผ่นดิน ในทีส่ ุดอิยปิ ต์ถูกแบง่ เป็น 2 เขต อียิปต์บน-ลา่ ง และในปีท่ี 1975 B.C. เจา้ ชายนักรบจากธบี ีส ได้ทาสงคราม ผนวกอียิปต์ทั้งหมด และ ขนึ้ ครองราชย์ เป็นฟฟาโรห์ ทรงพระนามวา่ มอนตูโฮเทปที่ 2 (Montuhotep)