พ่อขุนรามคําแหง มหาราช พระราชบดิ าแหง อกั ษรไทย อุ ท ย า น ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร สุ โ ข ทั ย King Ramkhamhaeng the Great : The Father of Thai Alphabets
1 พระราชประวตั ิสว่ นพระองค์ 2 พระราชกรณียกิจ 3 ศลิ าจารกึ และการกําเนิด ของอกั ษรไทย 4 การเชดิ ชพู ระเกียรติคุณ
พ่อขนุ รามคําแหงมหาราช : พระราชบดิ าแห่งอกั ษรไทย ภาพที่ 1 พระบรมรปู พอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช ณ อทุ ยานประวตั ศิ าสตรสโุ ขทยั จงั หวัดสุโขทยั ขอบคณุ ภาพจาก : วัชรี พูลแสง 1 พระราชประวตั ิสว่ นพระองค์ 1.1 พระราชสมภพและพระราชวงศ์ ตามพงศาวดารโยนก พอขนุ รามคาํ แหงมหาราชแหงกรงุ สโุ ขทัย พญามังรายมหาราชแหง ลานนา และพญางําเมอื งแหงพะเยา เปน ศิษยรว มพระอาจารยเดียวกนั ณ สาํ นกั พระสุกทันต ฤๅษี ท่ีเมืองละโว จึงนาจะมอี ายุรุนราวคราวเดยี วกนั โดยพญามังรายประสตู ิเม่ือ พ.ศ. 1782 พอขุนรามฯ นา จะประสูตใิ นปใ กลเคียงกนั น้ี พอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช เปน พระราชโอรสองคที่ 3 ของพอขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย (ปฐม กษัตริยใ นราชวงศพระรว งแหงราชอาณาจกั รสโุ ขทยั ) กับนางเสือง พระเชษฐาองคแ รก ส้นิ พระชนมตัง้ แตพ อขุนรามคาํ แหงยงั ทรงพระเยาว พระเชษฐาองคท ี่สองทรงพระนามตาม ศิลาจารกึ วา “พระยาบานเมอื ง” ซ่งึ ไดเ สวยราชยตอ จากพระราชบิดา และเมอ่ื สน้ิ พระชนม แลว พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราชกเ็ สวยราชยแทนตอ มา พระองคม ีพระราชโอรสทรงพระนามวา “พญาเลอไท” และพระราชธิดาทรงพระนามวา “พระสวุ รรณเทวี หรือพระนางเทพสดุ าสรอ ยดาว” ซ่ึงไดทรงอภเิ ษกสมรสกบั กษัตรยิ มอญ ทรงพระนามวา “พระเจาฟารวั่ ” แหงเมืองเมาะตะมะ (ดนัย ชยั โยธา, 2548, น. 129)
1.2 พระนาม พอขุนรามคําแหงมหาราช ทรงมพี ระนามเดิมวา “ขุนรามราช” เมอื่ ทรง พระชนมม ายไุ ด 19 พรรษา ไดช วยพระราชบิดาออกสรู บในการสงครามกบั ขุนสาม ชน เจาเมอื งฉอด ทรงเปน นกั รบทเี่ ขม แข็งสามารถเขา ชนชางชนะขนุ สามชนพวก เมอื งฉอดแตกพายไป พอขุนศรีอินทราทิตยจงึ พระราชทานพระนามแกขุนรามราช วา “พระรามคําแหง” 1.3 การเสวยราชย์ พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช เสดจ็ ขน้ึ ครองราชยส มบัตติ อ จากพอ ขุนบานเมอื ง พระเชษฐา เปนพระมหากษตั รยิ ร ชั กาลท่ี 3 แหงราชวงศพระรวง ครองกรุงสโุ ขทยั ในป พ.ศ. 1822 ถึงประมาณ พ.ศ. 1841 รวมระยะเวลา 19 ป (อจั ฉรา ปรชี าธีร ศาสตร, 2553) 1.4 สวรรคต จากจดหมายเหตุจีน พอขุนรามคําแหงมหาราชสวรรคตเมอื่ พ.ศ. 1841 และพระยาเลอไทย ซ่ึงเปน พระราชโอรสไดเสวยราชยแ ทนในปน ั้น (กระทรวง วฒั นธรรม, 2559)
2 พระราชกรณียกิจ 2.1 ด้านการเมอื งการปกครอง ลกั ษณะการปกครองในสมัยของพระเจารามคาํ แหงหรอื ราษฎรมักเรยี ก กันตดิ ปากวาพอขนุ รามคาํ แหงน้ัน เปน การปกครองแบบระบอบปต ุราชาธปิ ไตย หรอื พอปกครองลกู พระองคท รงถือเสมือนวา พระองคเปนบดิ าของราษฎร ทง้ั หลาย ทรงใหคําแนะนํา สงั่ สอน ใกลชิดเชนเดียวกับบิดาจะพงึ มตี อบตุ ร โปรดการสมาคมกบั ไพรบา นพลเมอื งไมเลอื กชัน้ วรรณะ ถาแมว าใครจะถวาย ทูลรองทุกขประการใดแลว ก็อนญุ าตใหเขาเฝา ใกลชิดไดไมเ ลือกหนา ในทุก วันพระมักเสดจ็ ออกประทับยังพระแทนศิลาอาสน ทาํ การสัง่ สอนประชาชนให ต้ังอยใู นศลี ธรรม ในดานการปกครองเพอ่ื ความปลอดภยั และมั่นคงของประเทศนน้ั พระองค ทรงถือวาชายฉกรรจที่มีอาการครบ 32 ทุกคนเปน ทหารของประเทศ พระเจา แผน ดนิ ทรงดาํ รงตาํ แหนงจอมทพั ขา ราชการก็มตี าํ แหนง ลดหลน่ั เปน นายพล นายรอย นายสบิ ถดั ลงมาตามลําดบั สวนการปกครองภายใน จดั เปน สวนภูมภิ าคแบง เปน หวั เมอื งช้นั ใน ชน้ั นอกและเมอื งประเทศราช หวั เมอื งช้ันใน มีพระเจาแผน ดินเปนผปู กครอง โดยตรง มีเมืองสุโขทัยเปน ราชธานี เมืองศรีสชั นาลัย (สวรรคโลก) เปน เมอื ง อุปราช มเี มืองทุงยั้งบางยม สองแคว (พิษณโุ ลก) เมืองสระหลวง (พจิ ติ ร) เมืองพระบาง (นครสวรรค) และเมอื งตาก เปน เมืองรายรอบ สําหรบั หวั เมืองชัน้ นอกนน้ั เรยี กวา เมืองพระยามหานคร ให ขนุ นางผูใหญท่ไี วว างพระราชหฤทัยไปปกครองมีเมืองใหญบ างเล็กบาง เวลามี ศกึ สงครามกใ็ หเกณฑพ ลในหวั เมอื งขนึ้ ของตนไปชวยทาํ การรบปองกนั เมือง หวั เมืองชั้นนอกในสมัยน้นั ไดแก เมอื งสรรคบรุ ี อทู อง ราชบุรี เพชรบรุ ี ตะนาว ศรี เพชรบรู ณ และเมอื งศรเี ทพ สว นเมืองประเทศราชนั้น เปน เมอื งที่อยชู ายพระราชอาณาเขตมกั มี คนตา งดา วชาวเมอื งเดิมปะปนอยูม าก จงึ ไดต้งั ใหเจา นายของเขาน้นั จดั การ ปกครองกนั เอง แตตอ งถวายดอกไมเ งนิ ดอกไมทองทุกป แลเมื่อเกิดศึก สงครามจะตองถลมทหารมาชวย เมืองประเทศราชเหลาน้ี ไดแ ก เมือง นครศรีธรรมราช มะละกา ยะโฮร ทะวาย เมาะตะมะ หงสาวดี นา น หลวงพระบาง เวยี งจนั ทร และเวยี ง คํา (มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง สาขาวิทยบริการเฉลมิ พระเกียรตจิ งั หวัด ปราจนี บรุ ี, 2564)
ภาพท่ี 2 การแบง พนื้ ท่กี ารปกครองในสมยั สโุ ขทยั ท่ีมา : HTTPS://WWW.SLIDESHARE.NET/YIMWIPHAWAN/PTT-80094481 ภาพที่ 3 แผนภมู แิ สดงทีต่ ั้งหวั เมืองช้ันในและหัวเมืองช้ันนอกสมยั สโุ ขทยั ทม่ี า : HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/SITE/HISTORYWITHKRUNAMFON /HOME/INTRO_SUKHOTHAI/ SUKHOTHAI/GOVERMENT
พระราชกรณียกจิ ทางดานการเมอื งการปกครองของพอขนุ รามคาํ แหงมหาราช (กระทรวงวัฒนธรรม, 2559) ประกอบดวย 1.ทรงทําสงครามขยายอาณาเขตไปอยางกวางขวางมากท่สี ดุ ในสมยั สโุ ขทยั 2. โปรดใหส รางพระแทน ศิลาขึ้น เรียกวา “พระแทนมนังคศิลาบาตร” ตัง้ ไวก ลางดงตาลสําหรบั ไวใ หพระภกิ ษสุ งฆข้ึนแสดงธรรมสวนะและทรงใชเปน ทป่ี ระทบั สาํ หรบั อบรมสง่ั สอนบรรดาขนุ นางและพสกนิกรในวันธรรมดา 3. ทรงเอาพระทยั ใสด ูแลทุกขสขุ ของราษฎรอยา งใกลชดิ พระองคโ ปรดให แขวนกระดิง่ ไวท ีพ่ ระดูพระราชวงั เพ่อื ใหร าษฎรท่ีไดร ับความเดือดรอ นและไม ไดรับความเปน ธรรม ไปสน่ั กระด่ิงกราบทูลความเดอื ดรอนของตนใหพระองค ทราบ พระองคก ็จะทรงตัดสินดวยพระองคเ อง 2.2 ด้านเศรษฐกิจและการค้า พระราชกรณียกจิ ทางดานเศรษฐกิจท่สี ําคญั ของพอขุนรามคาํ แหงมหาราช (ศุภารัตน อุนอมิ่ , 2564) ประกอบดวย 1.) สง เสรมิ การคาขายแกป ระชาชน พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช ทรงใชนโยบายทีเ่ อื้อประโยชนทางดา นเศรษฐกิจแก ประชาชน โดยใหประชาชนมีสิทธเิ สรีภาพ สามารถทําการคา ขายไดอ ยา งอิสระเสรี ไมมสี ินคา ตองหาม และไมเก็บภาษผี า นดา น (จังกอบ) จากพอ คา แมคา ภายใน อาณาจกั รสโุ ขทัย
2.) ทรงโปรดฯ ใหสรา งเตาเผาเครอ่ื งสงั คโลก พอขุนรามคาํ แหงมหาราชทรงโปรดฯ ใหสรา งเตาทเุ รยี ง เพอ่ื ใชเ ผา เคร่ืองปน ดนิ เผา (เครอ่ื งสงั คโลก) เปน จาํ นวนมากในอาณาจกั รสโุ ขทัย เพือ่ ผลติ ใชใน อาณาจกั ร และสงออกไปขายยังตา งประเทศ 3.) การจัดระบบชลประทาน อาณาจกั รสโุ ขทยั มีสภาพทางธรรมชาตไิ มเออ้ื อํานวยตอ การเพาะปลูก เน่อื งจากในฤดนู ํา้ หลากจะมีปรมิ าณน้ํามาก ไหลบามาจากทางตอนเหนอื ทําให มนี าํ้ ทว มขงั และในฤดแู ลงน้ําจะแหง ประกอบกบั สโุ ขทยั มีสภาพดินเปน ดินปน ทรายไมอุมนา้ํ ทําใหผ ลผลติ ทางการเกษตรไมอ ดุ มสมบูรณนัก พอ ขุนรามคาํ แหง มหาราช ทรงโปรดฯ ใหส รา งเขอ่ื นดินขนาดใหญ สาํ หรบั เก็บกักนาํ้ ทางทิศตะวัน ตกเฉยี งใตของตวั เมืองสุโขทยั ไดแก “เข่ือนสรีดภงส” หรือทาํ นบพระรว ง และ ภายในตวั เมอื งไดขดุ สระนํ้าขนาดใหญห ลายแหง เรยี กวา “ตระพัง” ทําให อาณาจักรสุโขทยั มนี ้ําใชสอยไดอยางเพยี งพอ ภาพท่ี 4 เตาทุเรยี งที่ใชในการผลิตเครื่องปน ดนิ เผาในสมยั สุโขทยั HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/SITE/63SUPHARAT36/PHRA-RACH- KRNIYKIC
ภาพท่ี 5 เขอ่ื นสรีดภงสท ี่ใชกกั เกบ็ น้ําในสมยั สุโขทยั ทม่ี า : HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/SITE/63SUPHARAT36/PHRA-RACH- KRNIYKIC 2.3 ด้านศาสนาและวฒั นธรรม ในสมัยพระเจารามคาํ แหงน้นั ปรากฏวา ศาสนาพทุ ธไดเ จริญรุง เรืองขนึ้ มาก เพราะพระองคท รงเลอื่ มใสศรทั ธาอยา งมาก เชน เมื่อมคี นไทยเดินทางไปยังเกาะ ลังกา เพือ่ บวชเรยี นตามลทั ธิลังกาวงศ คอื ถือคติอยา งหินยาน มีพระไตรปฎ กเปน ภาษามคธ แลวเขามาตัง้ เผยแพรพ ระพุทธศาสนาอยทู ่เี มืองนครธรรมราชนนั้ พระเจารามคําแหงยังไดเสรจ็ ไปพบดวยพระองคเ องแลว นมิ นตพระภิกษุน้ันขนึ้ มาตัง้ ใหเ ปน สงั ฆราชกรงุ สุโขทัย และไดบวชในคนไทยทเี่ ลื่อมใสศรัทธาตอ มาตาม ลําดบั ตอมาพระเจารามคําแหงไดทาํ ไมตรีกบั ลังกาและไดพระพุทธสหิ งิ คมาจาก ลังกา แลนบั แตน นั้ มาคนไทยจึงไดนับถอื ลัทธลิ งั กาวงศส ืบมา (มหาวิทยาลัย รามคําแหง สาขาวิทยบรกิ ารเฉลิมพระเกียรติ จังหวดั ปราจนี บรุ ี, 2564)
พระราชกรณียกิจท่สี าํ คญั ของพอขนุ รามคําแหงมหาราชทางดาน ศาสนาและวัฒนธรรม (กระทรวงวัฒนธรรม, 2559) มดี งั น้ี 1.) ทรงคดิ ประดษิ ฐอกั ษรไทยขึ้นใชแทนตวั อกั ษรขอมทเ่ี คยใชกันมาแต เดิม เม่อื พ.ศ. 1826 เรียกวา “ลายสอื ไทย” และไดมกี ารพฒั นาการมา เปนลําดับจนถงึ อักษรไทยในยุคปจ จบุ นั ทาํ ใหคนไทยมีอักษรไทยใชมา จนถึงทุกวันน้ี 2.) ทรงรบั เอาพระพุทธศาสนา นกิ ายเถรวาท ลทั ธิลังกาวงศ จากลงั กา ผา นเมอื งนครศรธี รรมราช มาประดษิ ฐานท่ีเมืองสุโขทัย ทําใหพระพทุ ธ ศาสนาวางรากฐานมน่ั คงในอาณาจกั รสโุ ขทยั และเผยแผไปยงั หวั เมอื งตา ง ๆ ในราชอาณาจกั รสุโขทยั จนกระทั่งไดก ลายเปนศาสนาประจาํ ชาติไทยมา จนถึงทกุ วนั นี้ 3.) โปรดใหจารกึ เร่อื งราวบางสวนทเ่ี กดิ ในสมยั ของพระองค โดยปรากฏ อยใู นศลิ าจารึกสุโขทัยหลกั ท่ี 1 ทาํ ใหค นไทยยคุ หลงั ไดท ราบ และนกั ประวัติศาสตรไ ดใ ชศิลาจารึกดังกลาวเปน ขอ มลู หลกั ฐานในการศกึ ษา คนควาเรอื่ งราวประวตั ิศาสตรส โุ ขทัย 4.) ทรงชกั นําใหร าษฎรประกอบการบุญกุศล ศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนา พระองคเองทรงเปนอัครศาสนูปถัมภก ไดทรงสรา งแทน มนงั คศิลาบาตรไว ท่ดี งตาล สาํ หรับใหพระสงฆแสดงธรรมและบางคร้ังกใ็ ชเ ปน ท่ปี ระทับวา ราชการแผน ดนิ
2.4 ด้านธรรมเนียมประเพณี “คนในเมืองสุโขทยั นมี้ กั ทาน มักทรงศลี มกั อวยทาน พอ ขุนรามคาํ แหง เจา เมอื งสุโขทัยนี้ ท้ังชาวแมช าวเจา ทว ยปว ทวยนาง ลกู เจา ลูกขนุ ท้ังส้ินทั้งหลาย ทั้งผชู ายผูหญงิ ฝงู ทว ยมศี รทั ธาในพระพุทธศาสนา ทรงศลี เมอ่ื พรรษาทกุ คน เมอ่ื ออกพรรษา กรานกฐินเดอื นหน่งึ จึงแลว เมื่อกรานกฐิน มพี นมเบ้ยี มพี นม หมาก มพี นมดอกไม มีหมอนนง่ั หมอนนอน บริพารกฐินอวยทานแลป แ ลญิบ ลา น ไปสวดญตั ติกฐินถึงอรัญญิกพูน เมื่อจักเขา มาเวียงเรียงกนั แตอ รัญญกิ พนู เทาหวั ลาน ดํบงคํกลอย ดว ยเสยี งพาทย เสยี งพิณ เสียงเล่ือนเสียงขับ ใคร จักมกั เลน เลน ใครจักมักหวั หวั ใครจกั มักเลอื่ น เลื่อน เมืองสุโขทัยน้ีมสี ป่ี าก ประตูหลวง เทยี รยอ มคนเสียดกนั เขา มาดูทานเผาเทียนทานเลนไฟ เมือง สุโขทยั นี้มดี ังจกั แตก” จากศิลาจารกึ ทําใหเ ราทราบไดวา บานเมืองในยคุ สุโขทยั นัน้ มงั่ คั่ง และมี ความสงบสุข เนื่องจากมกี ารสรา งวัดวาอารามขน้ึ มาก ประชาชนชอบทาํ บญุ ทาํ ทาน รกั ษาศลี ย่ิงเปน ชวงเขาพรรษาแลว จะมีการรกั ษาศีล ฟงธรรมกันทกุ คน หลงั จากออกพรรษามีประเพณีกรานกฐิน มกี ารละเลน รน่ื เรงิ เปนที่สนกุ สนาน มปี ระเพณเี ผาเทยี นเลน ไฟทีง่ ดงามยิง่ (ธนกร ชอไมท อง, 2564) ภาพที่ 5 ประเพณลี อยกระทง เผาเทยี น เลน ไฟ ณ อุทยานประวตั ศิ าสตรสโุ ขทยั จังหวัดสุโขทัย ทมี่ า : HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/SUCHATJHONGTHONG.YUY
ภาพท่ี 6 แผนท่อี าณาจักรสโุ ขทัย ทม่ี า : HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/SITE/HISTORYWITHKRUNAMFON/ HOME/INTRO_SUKHOTHAI/ SUKHOTHAI/GOVERNMENT 2.6 ด้านความสมั พันธ์ระหวา่ งประเทศ ทรงทําพระราชไมตรีกบั พอขุนเมง็ รายมหาราชแหง ลา นนา โดยทรงยินยอมให พอขนุ เม็งรายมหาราชขยายอาณาเขตลานนาทางแมนาํ้ กก แมนาํ้ ปง และแมนํ้า วังไดอยางสะดวก เพ่อื ใหเ ปน กนั ชนระหวา งจนี กบั สโุ ขทัย และทรงทําพระราช ไมตรกี บั พอขุนงําเมืองแหง พะเยา ไดเสด็จไปทรงชวยเหลือพอขนุ เมง็ รายมหาราช หาชยั ภูมสิ รา งเมืองเชยี งใหม เมื่อ พ.ศ. 1839 ดว ยทางประเทศมอญมพี อคา ไทย ใหญชื่อ “มะกะโท” เขา รับราชการอยูในราชสาํ นักของพอ ขนุ รามคําแหงมหาราช มะกะโทไดผ ูกสมคั รรักใครก บั พระธิดาของพอขนุ รามคําแหงมหาราช แลว พากัน หนีไปอยูเมืองเมาะตะมะ ตอ มาไดฆาเจาเมอื งและขึ้นเปน แทนเม่อื พ.ศ. 1824 แลว จงึ ขออภัยโทษตอพอ ขุนรามคําแหงมหาราช ขอพระราชทานนาม และขอ ยินยอมเปนประเทศราชของกรงุ สโุ ขทยั ซง่ึ พอขุนรามคาํ แหงไดพระราชทานนาม วา “พระเจาฟารวั่ ” สวนดานเมืองละโวน น้ั ทรงปลอ ยใหเ ปน เอกราชอยู เพราะ ปรากฏวายังสงเคร่อื งบรรณาการไปจีนอยรู ะหวาง พ.ศ. 1834 ถงึ พ.ศ. 1840 ทั้งนีพ้ อ ขนุ รามคําแหงมหาราชกค็ งจะไดทรงผูกไมตรกี บั เมอื งละโวไ ว (กระทรวง วฒั นธรรม, 2559)
3 ศลิ าจารกึ และการกําเนิดของอกั ษรไทย 3.1 กําเนิดลายสอื ไท เมอื่ ปพ ทุ ธศกั ราช 1826 พอขนุ รามคาํ แหงมหาราชแหง กรงุ สโุ ขทยั โปรดฯใหป ระดิษฐ อกั ษรไทยข้นึ การประดิษฐต ัวอกั ษรไทยนไี้ ดถอื เอาอกั ษรโบราณของอินเดยี มาเปน ตน แบบ แมวา รูปอกั ษรไทยมตี นเคามาจากรปู อักษรโบราณของอินเดีย (เชน รูปอกั ษรปลลวะ ใน อนิ เดียตอนใต) ซ่งึ ไดผ านการพฒั นามาเปนอักษรขอม อักษรมอญ ที่มีใชอยเู ดมิ ในพ้นื ถิน่ แตอ ักษรไทยของพอ ขุนรามคําแหงกต็ า งออกไปอยา งชดั เจน อาทิ อกั ษรแตล ะตวั แยกกัน เปนอสิ ระมีลักษณะเฉพาะของแตล ะตัว การเขียนรปู สระวางไวใ นบรรทัดเดียวกบั พยัญชนะ เชน การเขียนสระ อิ อี อุ อู ในระบบเขมร/ระบบไทยปจ จบุ นั เขียนไวบนและ ลางของพยัญชนะ แตระบบพอขุนรามคําแหงจะเขียนไวกอ นหรือหนาพยัญชนะในบรรทัด เดียวกนั แลว ขยายขนาดสระใหโ ต ทัดเทยี มกบั ตวั พยญั ชนะ รวมทั้งมีการกาํ หนด สญั ลักษณท ีเ่ รียกวา “วรรณยกุ ต” เขียนกํากับไวบ นพยัญชนะ เพอื่ ใหออกเสียงคําท่ีแตก ตางกัน จากทีก่ ลาวมาขา งตนถือเปน ลักษณะของความเปน ตนตํารับและคุณลักษณะอันโดด เดนในระบบการเขยี นอกั ษรไทยแบบพอขุนรามคาํ แหง ในศลิ าจารึกสโุ ขทยั หลักที่ 1 หรือ ศิลาจารึกพอ ขุนรามคําแหง ปรากฏคาํ วา “ลายสือไท” ใชใ นการเรียกตัวอักษรไทยท่คี ดิ ข้นึ น้ี ซง่ึ มปี รากฏอยูรวม 61 ตัว มพี ยัญชนะ 39 ตวั สระ 20 ตัว และวรรณยกุ ต 2 ตวั ลายสือไทของพอ ขุนรามคาํ แหงนบั เปนตนแบบของอักษรไทยท้ังปวง ไมว าจะเปนอักษรไทยลานนา ไทยอสี าน ไทยอยุธยา และไทยปจ จุบัน (ศนู ยเทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวฒั นธรรม, 2564) ภาพท่ี 7 ตวั อกั ษรลายสือไทยสมัยสุโขทยั ท้ังพยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต ทมี่ า : HTTPS://WRITER.DEK-D.COM/JIRACHAYA-WIJAN/WRITER/ VIEWLONGC.PHP?ID=1220858&CHAPTER=1
3.2 ศลิ าจารกึ พ่อขนุ รามคําแหง เมื่อป พ.ศ. 2376 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยูห ัว ขณะยังทรงผนวชไดเสดจ็ ประพาสนมสั การเจดียสถานตา ง ๆ ทางเมืองเหนอื ทรงพบศลิ าจารกึ พอขุนรามคาํ แหง พรอมแทน มนงั คศลิ า ทเ่ี นนิ ปราสาทเกา เมืองสโุ ขทัย มีลกั ษณะเปนแทน ศลิ ารูปส่ีเหล่ยี ม มยี อดแหลมมน สงู 1 เมตร 11 เซนติเมตร มีจารกึ ทงั้ 4 ดาน สงู 59 เซนตเิ มตร กวาง 35 เซนตเิ มตร ดานที่ 1 และ ดา นที่ 2 มี 35 บรรทดั ดา นที่ 3 และ 4 มี 27 บรรทัด ศลิ าจารึกน้นี บั เปนหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรและโบราณคดที ใี่ ชอ างองิ ไดว า รูปอักษร ไทยไดปรากฏขึน้ เปนครั้งแรกในป พ.ศ. 1826 จากขอ ความจารึกตอนหนึ่ง บนดา นที่ 4 บรรทดั ท่ี 8-11 ความวา “เม่อื กอ นลายสือไทยนบ้ี ม ี ๑๒๐๕ ศก ปม ะแม พอ ขุนรามคําแหง หาใครใจในใจ แลใสล ายสือไทยนี้ ลายสือไทยนี้จง่ึ มเี พอ่ื ขนุ ผูนน้ั ใสไว....” จากขอ ความดังกลาวบงชดั วากอ นปพ.ศ. 1826 ไมเคยมรี ูปอกั ษรไทยมากอ น พอ ขุน รามคําแหงมหาราชไดท รงคิดประดษิ ฐร ปู อกั ษรไทยขึ้นนับแตพทุ ธศักราชนนั้ ซง่ึ พระองค ทรงกําหนดใหร ูปอักษรแตกตางไปจากรปู อกั ษรโบราณอืน่ ๆ ทมี่ ีใชมากอน และเรียกตวั อักษรไทยนนั้ วา “ลายสือไทย” พระองคท รงกาํ หนดใหอ กั ษรแตล ะตัวแยกกนั เปนอิสระ วางรูปสระไวหนา พยญั ชนะอยูใ นแนวเดยี วกัน พรอมกับมีวรรณยกุ ตก าํ กับการออกเสยี ง ตามคําศัพทภาษาไทย นอกจากนพ้ี ระองคย ังไดอ อกแบบรปู อักษรใหม วี ธิ ีการเขียนเสน อกั ษรแตละตวั ลากสืบตอ กันโดยไมต อ งยกมอื ข้ึน โดยเรม่ิ ตน ลากจากหวั อกั ษรท่เี ปน เสน โคง งอเหมอื นขอเบ็ด แลว ลากไปจนสุดปลายเสนอักษรซึง่ มีลกั ษณะงอโคงเลก็ นอ ยเชนกนั มี พยัญชนะ 39 รูป สระ 20 รปู วรรณยกุ ต 2 รปู รวมทัง้ หมด 61 รูป ภาพท่ี 8 หลกั ศลิ าจารึกจาํ ลอง ณ พพิ ิธภณั ฑสถานแหงชาตริ ามคําแหง จงั หวัดสโุ ขทยั ขอขอบคณุ ภาพจาก : กัญญารตั น ธปู ทอง
3.3 ววิ ฒั นาการของรปู อกั ษรไทย นบั จากอดตี ถงึ ปจจบุ ัน มีเพยี งหลักศิลาจารกึ เพียงหลักเดียวเทา น้นั ทคี่ นพบวามีรปู อักษรไทยแบบทพ่ี อ ขุนรามคําแหงทรงประดิษฐขึน้ ในป พ.ศ. 1826 สว นจารึกหลกั อนื่ ๆ ทจี่ ารึกขน้ึ ในสมยั สโุ ขทัย จะมรี ะยะเวลาหางออกไปประมาณ 60-70 ป ซึ่งรปู แบบ อักษรไดเปล่ยี นแปลงไปบาง แตบางตัวยังคงรูปเดิม นอกจากนีก้ ารจารึกรูปอกั ษรตาง ๆ มไิ ดคงไวแตบนหลักศลิ าแตยงั มกี ารจารกึ บนแผนหนิ รปู อน่ื ๆ เชน จารึกวดั สรศักด์ิ พ.ศ. 1960 บนแผน หนิ รูปใบเสมา (ลายสือไทย : อกั ษรไทย สุโขทยั หรอื ลายสอื ไทย, 2564) ภาพท่ี 9 ตัวอกั ษรท่ใี ชใ นปจ จบุ นั เมอื่ เปรยี บเทียบกับตวั อกั ษร ลายสอื ไทยที่ปรากฏบนศลิ าจารึกพอขนุ รามคําแหง ทมี่ า : HTTPS://WWW.MUSEUMTHAILAND.COM/ TH/3594/STORYTELLING/ลายสือไทย/
4 การเชดิ ชพู ระเกียรติคุณ 4.1 พระบรมราชานุสาวรยี พ์ ่อขนุ รามคําแหงมหาราช ภาพท่ี 10 พระบรมราชานสุ าวรยี พ อ ขุนรามคาํ แหงมหาราช ณ อุทยานประวตั ิศาสตรส โุ ขทัย จังหวดั สุโขทยั เมือ่ วันท่ี 25 มกราคม พุทธศักราช 2507 พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห วั และสมเดจ็ พระนางเจา ฯพระบรมราชนิ ีนาถ เสด็จพระราชดาํ เนนิ ทรงประกอบพิธีเปด พพิ ิธภณั ฑสถานแหงชาติ ณ จงั หวดั สุโขทัย ในโอกาสนี้ไดทรงประกอบพิธีบวงสรวง สงั เวย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ วดั ศรชี ุมดว ย ในคร้งั น้นั ปรากฏวาประชาชนได เรยี กรอ งใหทางราชการดําเนนิ การสรา งพระบรมราชานสุ าวรียพ อขุนรามคาํ แหง มหาราช โดยใหเหตผุ ลวา พระบรมราชานสุ าวรียของมหาราชพระองคอืน่ ไดสรา งครบ ถวนทกุ พระองคแ ลว ยกเวนแต พระบรมราชานสุ าวรยี พ อขนุ รามคาํ แหงมหาราช ดังนนั้ จังหวัดสุโขทยั จึงไดริเริม่ ดําเนนิ การนําเสนอความเห็นมายงั กระทรวงมหาดไทย ซึง่ คณะรัฐมนตรีไดพจิ ารณาลง มติรับหลกั การ เมอ่ื วนั ท่ี 7 กรกฎาคม พทุ ธศักราช 2507และไดตง้ั คณะกรรมการดําเนนิ การกอสรา งพระบรมราชานุสาวรยี ข้นึ โดยกรมศลิ ปากรรบั ผดิ ชอบการออกแบบและ การหลอ พระบรมรปู พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช
นับตัง้ แตปพ ทุ ธศักราช 2507 สบื เนือ่ งตอมาหลายปผานสมัยของรัฐบาลหลายชดุ คณะกรรมการดําเนนิ การกอสรา งพระบรมราชานุสาวรียไดดาํ เนินการมาเปน ระยะ คือ พิจารณาคัดเลือกสถานท่โี ดยอาศัยหลักเกณฑแ ละแนวทางจากหลกั ฐานทาง ประวตั ิศาสตรเปนสําคญั และเห็นวา บริเวณพืน้ ทร่ี ิมทางหลวงภายในกาํ แพงเมืองเกา ตําบลบา นเกา อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั สุโขทัย เปน พืน้ ทท่ี ่ีเหมาะสม กวางประมาณ 26 ไร อาณาเขตขณะทกี่ าํ หนดเมือ่ พ.ศ. 2508 ทิศเหนือตดิ ตอกบั วดั ตะกวน ซ่ึงเปน วัดรา ง ทศิ ตะวนั ตกติดตอกบั ตระพงั ตะกวน ตอมาในป พ.ศ. 2520 กรมศลิ ปากรไดด ําเนนิ การโครง อุทยานประวตั ศิ าสตรสโุ ขทัย ไดปรับปรุงพื้นท่ใี หมีความกลมกลนื กบั สภาพของโครงการ บริเวณที่ประดษิ ฐานพระบรมราชานสุ าวรียพ อ ขนุ รามคาํ แหงมหาราชจึงเปนภูมทิ ศั นท ี่ งดงามยิ่ง พธิ ีวางศิลาฤกษแ ทนฐานพระบรมราชานุสาวรยี พอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช คือ วนั ที่ 26 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2512 และเม่ืองานออกแบบพระบรมรูปและปนหนุ ดินเสรจ็ พรอมที่ จะหลอ ไดแ ลว คณะกรรมการดาํ เนินการกอ สรางฯ ไดกราบบงั คมทูลพระกรุณาพระบาท สมเดจ็ พระเจาอยูหวั และสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินนี าถ เสดจ็ พระราชดําเนิน ทรงประกอบพิธีเททองหลอพระบรมรูป ณ มณฑลพธิ ี กองหัตถศลิ ป กรมศลิ ปากร เมื่อวัน ท่ี 7 ธนั วาคม พ.ศ. 2513 เมือ่ กรมศลิ ปากรปนหลอพระบรมรูปพอขนุ รามคําแหงมหาราชและภาพจําหลักนนู แสดงเหตุการณในรัชสมัยเรยี บรอยแลว จังหวัดสุโขทัยมคี วามประสงคจะอญั เชิญ พระบรมรูปไปประดษิ ฐาน ณ ปะรําพิธีบริเวณเนินปราสาท อาํ เภอเมืองเกา จังหวดั สโุ ขทัย เพอื่ ใหป ระชาชนไดสกั การะ บูชาในระหวางที่ยงั มไิ ดประกอบพิธเี ปด ซ่งึ ขณะน้ันเปน ระยะที่กําลงั ดาํ เนนิ การกอ สรา ง แทนฐานและจดั ผงั บรเิ วณ โดยไดก อสรา งปะรําเพ่ือประดิษฐานพระบรมรปู ช่ัวคราว จังหวัดสโุ ขทยั ไดประกอบพธิ ีอัญเชญิ พระบรมรปู จากกองหัตถศิลป กรมศลิ ปากร เมือ่ วันท่ี 13 เมษายน พ.ศ. 2518 พระบรมรูปพอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช ไดป ระดิษฐานอยทู ่ีปะราํ พิธี ณ เนินปราสาท เปนเวลา 1 ป งานกอสรางแทนฐานจึงเสร็จเรียบรอย จากน้นั จงั หวัดสโุ ขทัยจึงไดป ระกอบ พธิ อี ญั เชิญพระบรมรปู จากเนนิ ปราสาท ไปประดษิ ฐานยงั แทนฐานปจจุบันเมื่อวันท่ี 13 เมษายน พ.ศ. 2519 และจัดใหมมี หรสพฉลองสมโภชดว ย (กระทรวงการทองเท่ียวและ กีฬา, 2564)
4.2 วนั พ่อขนุ รามคําแหงมหาราช ภาพท่ี 11 การจัดกิจกรรมวันพอขนุ รามคาํ แหงมหาราช 17 มกราคมของทกุ ป ณ อุทยานประวตั ศิ าสตรสุโขทยั จังหวัดสุโขทยั ที่มา : WASU WATCHARADACHAPHONG / SHUTTERSTOCK, INC. จาก HTTPS://HILIGHT.KAPOOK.COM/VIEW/96330 ดวยพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระองคท านดังทีไ่ ดประจักษ รฐั บาลและปวงชนชาว ไทย จงึ ไดพรอมใจกันถวายพระราชสมญั ญาแดพระองคทานเปน “มหาราช” พระองค แรกของชาติไทย และไดรวมกันสรา งพระบรมราชานสุ าวรยี ของพระองคท านขึน้ ไวเ พ่อื สกั การะ ณ บรเิ วณอุทยานประวตั ิศาสตร จงั หวัดสุโขทัย โดยสมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกมุ าร ไดเสด็จพระราชดาํ เนนิ ทรง ประกอบพิธีอัญเชญิ ดวง พระวิญญาณของพอขุนรามคําแหงมหาราช จากศาลพระแมย า ไปสถติ ณ พระบรมราชา นุสาวรยี ฯ แลว ทรงเปด พระบรมราชานสุ าวรียพอ ขุนรามคําแหงมหาราช เม่ือวนั ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2528 โดยจังหวดั สโุ ขทยั ไดจัดใหมพี ธิ ถี วายบังคมมาต้ังแตป พ.ศ.2528 เปน ตนมา นบั แตน้นั มาประมาณสามปคอื ในเดอื นธันวาคม พ.ศ.2531 สํานกั งานสภา จงั หวัดสโุ ขทยั ไดมีหนงั สอื เสนอตอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอใหมกี ารกําหนด “วนั พอขุน รามคาํ แหงมหาราช” ขึ้น โดยถอื เอา วนั ท่ี 17 พฤศจกิ ายน ซงึ่ เปน วนั ที่สมเด็จพระบรมโอ รสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกมุ าร เสดจ็ พระราชดําเนนิ เพอื่ ทรงประกอบพระราชพิธีและ ทรงเปด พระบรมราชานุสาวรยี ฯ เปน “วันพอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช”
ตอ มาคณะกรรมการเอกลกั ษณของชาติ คณะกรรมการชาํ ระประวัติศาสตรไ ทย และจดั เอกสารทางประวัติศาสตรแ ละโบราณคดี ไดพ ิจารณาทบทวนเรือ่ งการกําหนดวัน สําคญั ทางประวตั ิศาสตรโดยคาํ นงึ ถงึ ความเหมาะสม และความถูกตองตามหลกั ฐาน ทางประวัตศิ าสตร ซึง่ คณะกรรมการฯ ไดเ สนอความคิดเห็นวา ควรจะเปนเหตุผลที่วา พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจาอยหู วั ทรงพบหลกั ศลิ าจารึกของพอ ขุนรามคําแหง มหาราช ซงึ่ ตรงกับวนั ศกุ รท่ี 17 มกราคม พ.ศ. 2376 เม่อื ไดมีการนาํ เสนอตอที่ประชมุ คณะรฐั มนตรี ในคราวประชมุ เมอ่ื วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2532 แลว ในทส่ี ุดคณะ รัฐมนตรีไดม ีมติอนุมตั ติ ามทส่ี าํ นักงานเลขาธิการนายกรฐั มนตรีเสนอ ในการกําหนดวนั สาํ คญั ทางประวัตศิ าสตรของชาติ ซ่งึ คณะกรรมการเอกลกั ษณข องชาติ และคณะ กรรมการชาํ ระประวัติศาสตรไทยและจัดพมิ พเ อกสารทางประวตั ศิ าสตรแ ละโบราณคดี ไดพ ิจารณาเห็นชอบดวยแลว ดงั น้นั วันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2533 จึงเปน “วันพอขนุ รามคําแหงมหาราช” วนั สําคัญทางประวตั ศิ าสตรว ันหนงึ่ ซงึ่ ถกู กาํ หนดขน้ึ อยา งเปน ทางการเปนคร้งั แรก วนั ท่ี 17 มกราคมของทกุ ป จึงถอื เปนวันสําคญั ทางประวัติศาสตร คอื วันพอ ขุน รามคําแหงมหาราช จังหวัดสโุ ขทยั ไดจ ัดใหมีงานวันพอ ขนุ รามคําแหงมหาราชเปนประจาํ ทกุ ป เพอ่ื ราํ ลกึ ถงึ พระมหากรุณาธคิ ุณของพอขุนรามคาํ แหงมหาราชท่ีมตี อ ประชาชนชาวไทย กิจกรรมใน งานประกอบดวย พธิ ีบวงสรวงพอขุนรามคําแหงมหาราช ขบวนแหส ักการะพอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราชของ หนวยงานภาครัฐและเอกชน รฐั วสิ าหกิจ และประชาชน มกี ารแสดงศิลปะพื้นบาน และ พธิ สี วดสรภญั ญะ ฯลฯ สถานที่จดั งาน คอื บรเิ วณพระบรมราชานสุ าวรียพ อ ขุน รามคาํ แหงมหาราช อทุ ยานประวัติศาสตรสุโขทยั โรงเรียนสโุ ขทยั วทิ ยาคม (เฉพาะการ แสดงชา งศกึ และศลิ ปะการตอสูปองกนั ตัว) (มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง สารสนเทศ จงั หวดั ทตี่ ้งั สาขาวทิ ยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสุโขทัย, 2564)
บรรณานุกรม
บรรณานกุ รม กระทรวงการทอ งเทยี่ วและกีฬา. (2564). อนุสาวรียพอขนุ รามคําแหงมหาราช. สบื คนจาก HTTPS://WWW.THAILANDTOURISMDIRECTORY.GO.TH/TH/INFO/ ATTRACTION/DETAIL/ITEMID/5411 กระทรวงวัฒนธรรม. (2559). พอขุนรามคําแหงมหาราช. สืบคนจาก HTTPS://WWW.M-CULTURE.GO.TH/YOUNG/EWT_NEWS.PHPNID=622& FILENAME=INDEX กาํ เนิดภาษาไทย. (2557). สบื คนจาก HTTPS://WRITER.DEK-D.COM/JIRACHAYA- WIJAN/WRITER/VIEWLONGC.PHP?ID=1220858&CHAPTER=1 ดนัย ชัยโยธา. (2548). นามานกุ รมประวตั ิศาสตรไทย. กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร. ธนกร ชอไมทอง. (2564). พระเกยี รตคิ ณุ แผไพศาล : ขนบธรรมเนยี ม ประเพณ.ี สบื คนจาก HTTPS://WWW.LIB.RU.AC.TH/PK/THEGREATE.HTML นํา้ ฝน สาโยธา. (2564). พัฒนาการทางประวัตศิ าสตรส ุโขทัย : การเมืองการปกครอง. สบื คน จาก HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/SITE/ HISTORYWITHKRUNAMFON/HOME/INTRO_SUKHOTHAI/ SUKHOTHAI/GOVERMENT มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง, สาขาวิทยบรกิ ารเฉลิมพระเกียรตจิ งั หวดั ปราจนี บุรี. (2564). ประวตั พิ อ ขุนรามคาํ แหงมหาราช. สบื คน จาก WWW.PRACHIN.RU.AC.TH/ พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช/ประวตั พิ อขนุ .HTML ________, สารสนเทศจงั หวัดที่ตัง้ สาขาวทิ ยบรกิ ารเฉลมิ พระเกียรติจงั หวัดสุโขทยั . (2564).ลายสือไทย : วนั พอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช. สืบคน จาก WWW.INFO. RU.AC.TH/PROVINCE/SUKHOTAI/PDAY.HTM# ศุภารตั น อุนอิ่ม. (2564). พอ ขุนรามคาํ แหง : พระราชกรณียกจิ . สบื คนจาก HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/SITE/63SUPHARAT36/PHRA-RACH- KRNIYKIC ศูนยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศมรดกศลิ ปวัฒนธรรม. (2564). การจัดแสดงในพพิ ธิ ภณั ฑสถาน แหงชาตริ ามคําแหง. สบื คนจาก WWW.VIRTUALMUSEUM.FINEARTS.GO.TH /RAMKHAMHAENG/INDEX.PHP/EN/FRONTPAGE/13-นทิ รรศการ-กจิ กรรม- การแสดง.HTML สชุ าติ จงทอง. (2664). ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เลน ไฟ. สืบคน จาก HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/SUCHATJHONGTHONG.YUY 17 มกราคม วนั พอ ขุนรามคําแหงมหาราช. (2564). สบื คนจาก HTTPS://HILIGHT.KAPOOK.COM/VIEW/96330 อักษรไทย สุโขทัย หรือลายสือไทย. (2564). สืบคนจาก HTTPS://WWW.MUSEUMTHAILAND.COM/TH/3594/STORYTELLING/ ลายสือไทย/ อจั ฉรา ปรชี าธีรศาสตร. (2553). พระราชประวัติของรชั กาลท่ี 3 พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช. สบื คน จาก HTTPS://WWW.GOTOKNOW.ORG/POSTS/337108 YIM WIPHAWAN. (2560). PTT อาณาจักรสโุ ขทัย. สบื คน จาก HTTPS://WWW.SLIDESHARE.NET/YIMWIPHAWAN/PTT-80094481
คณะผูจ้ ัดทํา นางสาวชลนชิ า จนั อํ่า รหสั นักศกึ ษา 6112415002 นางสาวเบญจวรรณ พนั ธโภคา รหสั นกั ศกึ ษา 6112415005 เสนอ ผูชวยศาสตราจารยป ราณี ซอ่ื อทุ ิศกุล รายวิชาการจัดเกบ็ และคนคนื สารสนเทศ (IS 364) สาขาบรรณารกั ษศาสตรแ ละสารสนเทศศาสตร คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พบิ ูลสงคราม ภาคการศกึ ษาที่ 2
Search
Read the Text Version
- 1 - 24
Pages: