Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1-หน่วยการเรียนรู้ที่ 1-1 เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย

1-หน่วยการเรียนรู้ที่ 1-1 เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย

Description: 1-หน่วยการเรียนรู้ที่ 1-1 เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย

Search

Read the Text Version

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย เรื่องที่ 1 เวลาและยคุ สมัยและศักราชในประวตั ิศาสตร์ไทย

วตั ถปุ ระสงค์ของการเรียนรู้ 1. เพื่อเข้าใจความหมายและความสาคัญของประวัติศาสตร์ไทย 2. เพื่อเข้าใจความสาคญั ของเวลาและการแบ่งช่วงเวลาใน ประวัติศาสตร์ 3. เพื่อเข้าใจการนบั และการเทียบศกั ราชในประวตั ิศาสตร์ไทย

1. ความหมายและความสาคัญ ของประวัติศาสตรไ์ ทย

1.1 ความหมายของประวัติศาสตร์ ความหมายของประวัติศาสตร์ไทยในยุคปจั จุบัน อาจแบ่งได้เป็นสองเรื่อง คือ เรื่องภูมิหลงั ของคาว่าประวัติศาสตร์ และการให้ความหมายของประวัติศาสตร์ 1.1.1 เรื่องภูมิหลังของคาว่าประวตั ศิ าสตร์ ▪ บิดาแหง่ ประวัติศาสตร์ เฮโรโดตสั ▪ ร.6 พระองค์ทรงบญั ญตั ิคาว่า (Herodotus) ประวตั ศิ าสตร์ ขึ้นจากศัพท์ ภาษาอังกฤษ ▪ นาหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาศึกษา เพือ่ เขียนเป็นเรื่องราว ▪ พระองค์ทรงนาประวัติศาสตร์มาใช้ เพื่อใหค้ วามหมาย ตีความและวินิจฉยั เรือ่ งราวที่เกดิ ขึน้ ในอดตี 1.1.2 การให้ความหมายของประวัตศิ าสตร์ ประวัตศิ าสตร์เก่ยี วขอ้ งกบั มนษุ ย์ 2 ประการ ▪ ประการแรก ประวตั ิศาสตรเ์ ปน็ เหตุการณ์ เรื่องราวหรือสิ่งสาคัญที่เกดิ ขนึ้ ในอดีตทีเ่ กย่ี วข้องกบั พฤตกิ รรมของมนษุ ย์ ซึ่งกอ่ ใหเ้ กดิ การเปลีย่ นแปลงทางสังคม ▪ ประการทีส่ อง ประวัติศาสตร์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ทีศ่ ึกษาเรือ่ งราวที่เกี่ยวกับมนุษยใ์ นอดตี โดยผ่านการศึกษาค้นคว้าดว้ ยกระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เพือ่ อธิบาย เหตุการณเ์ รือ่ งราว หรือสง่ิ สาคญั ที่เกิดขึ้นในอดตี

1.2 ความสาคญั ของประวัติศาสตร์ ▪ ประวตั ิศาสตร์เป็นการศึกษาเรื่องราวประสบการณข์ องมนษุ ยใ์ นอดีตจากหลกั ฐานตา่ ง ๆ ▪ ซึ่งเรือ่ งราวประสบการณ์ของมนษุ ย์น้ัน ได้ครอบคลมุ ทกุ เรื่องที่มนุษยไ์ ดท้ า ไดค้ ิด ได้สรา้ งสรรค์ ▪ การกระทาน้ันได้สง่ ผลตอ่ มนษุ ย์ทั้งในอดตี และปจั จบุ ัน ▪ การศึกษาประวตั ิศาสตรจ์ ึงมคี วามสาคญั โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์ไทย เพราะจะทาใหร้ ู้สึกถึง ความเป็นชาติ เขา้ ใจรากเหงา้ ของตน ▪ เพือ่ เข้าใจและเกดิ ความภาคภมู ใิ จในชาติ เห็นข้อบกพรอ่ ง ความผิดพลาด ความสาเรจ็ ความดีงาม และ ความเสียสละของบรรพบรุ ุษ ซึง่ เปน็ บทเรียนทมี่ คี ่าสามารถนามาเปน็ แนวทางปฏบิ ัตใิ นปัจจบุ นั เรียกว่า เปน็ การศกึ ษาอดีต เพ่อื เข้าใจปัจจุบัน และเป็นแนวทางในอนาคต

2. ความสาคญั ของเวลา และการแบ่งช่วงเวลา ในประวัติศาสตร์

2.1 ความสาคญั ของเวลา ▪ ประวตั ิศาสตร์ใหค้ วามสาคัญตอ่ เวลาที่แวดล้อมพฤติกรรมทางสงั คมของมนุษย์ ▪ ท้ังนีเ้ พราะช่วงเวลาในแต่ละยคุ สมยั แตกตา่ งกนั การใช้เวลาหรือสถานทใี่ นปัจจบุ ันกาหนดเป็นมาตรฐาน วิเคราะห์เรือ่ งราวในอดีต อาจทาให้ภาพประวตั ศิ าสตร์ผดิ เพยี้ นไป ▪ เหตกุ ารณป์ ระวตั ิศาสตรไ์ มไ่ ด้เกดิ ขนึ้ อย่างโดดเดยี่ วแต่สมั พนั ธ์กบั เวลา รวมทั้งสถานที่ด้วย ▪ การให้คาอธิบายทางประวัตศิ าสตร์ จึงไมไ่ ด้อธิบายเฉพาะว่ามใี ครทีเ่ กย่ี วข้องเท่านน้ั ▪ แต่ต้องบอกด้วยว่าเหตกุ ารณ์ เรือ่ งราว หรือสิง่ สาคัญตา่ ง ๆ เหล่าน้ัน เกดิ ขนึ้ เมือ่ ไร และทีไ่ หนด้วย ▪ จึงทาให้เวลาและสถานทีม่ คี วามสัมพนั ธ์ หรือเป็นองค์ประกอบสาคญั ของประวตั ศิ าสตร์

2.2 การแบ่งช่วงเวลาในประวตั ิศาสตร์ เนื่องจากประวตั ิศาสตร์มชี ่วงเวลาอันยาวนาน นกั ประวตั ิศาสตร์จึงกาหนดช่วงเวลาอีกแบบหนึ่ง โดยแบ่งออกเปน็ 10 ปี 100 ปี และ 1,000 ปี 1. ทศวรรษ ▪ ช่วงเวลา 10 ปี ▪ การนับทศวรรษมักใช้ปีคริสตศ์ กั ราชเปน็ หลกั ▪ เนือ่ งจากเปน็ วิธนี บั แบบตะวนั ตก ซึ่งถือว่าเป็นแบบสากล ▪ โดยนับปีที่ลงทา้ ยดว้ ยเลข 0 เปน็ ปีแรกของทศวรรษ ▪ แล้วนับจนกระทัง่ สิ้นสดุ ทีเ่ ลข 9 เป็นหนงึ่ ทศวรรษ ทศวรรษ 1990 นบั ต้ังแต่ปี 1990 ไปจนถึงปี 1999 ดังนั้น ทศวรรษ 1990 จึงเป็นช่วงเวลาตง้ั แตป่ ี 1990 ถงึ 1999

2. ศตวรรษ ▪ ช่วงเวลา 100 ปี การนบั ศตวรรษเร่ิมต้นดว้ ยเลข 1 ถึง 100 2.1 พุทธศตวรรษ นับจากปที ่ีพระพุทธเจ้าปรินิพพานผ่านไปแลว้ หน่ึงปี เป็นปที ี่ 1 ไปจนถงึ ปที ่ี 100 เป็นพุทธศตวรรษท่ี 1 ดงั ตวั อยา่ ง พทุ ธศตวรรษที่ 2 นับต้ังแต่ พ.ศ. 101 ถงึ พ.ศ. 200 พทุ ธศตวรรษที่ 26 นับต้ังแต่ พ.ศ. 2501 ถงึ พ.ศ. 2600 2.2 ครสิ ตศ์ ตวรรษ นบั จากปีทพี่ ระเยซปู ระสตู ิเปน็ ปที ่ี 1 ไปจนถงึ ปที ี่ 100 เป็นคริสตศ์ ตวรรษที่ 1 ดังตัวอยา่ ง คริสต์ศตวรรษที่ 2 นับต้ังแต่ ค.ศ. 101 ถงึ ค.ศ. 200 คริสต์ศตวรรษที่ 21 นบั ตั้งแต่ ค.ศ. 2001 ถงึ ค.ศ. 2100

3. สหสั วรรษ ▪ ช่วงเวลา 1000 ปี การนับปีสหัสวรรษนบั ปีทขี่ นึ้ ตน้ ด้วยเลข 1 เป็นปีแรกของสหสั วรรษ และนบั ไปจนสนิ้ สดุ ทเี่ ลข 1000 3.1 สหสั วรรษของพทุ ธศักราช นบั จากปีทีพ่ ระพทุ ธเจ้าปรินพิ พานผา่ นไปแลว้ หนงึ่ ปี เปน็ ปีที่ 1 ไปจนถงึ ปีที่ 1000 เปน็ สหัสวรรษ ที่ 1 ของพทุ ธศักราช ดังตวั อย่าง สหัสวรรษของพุทธศตวรรษที่ 2 นับต้ังแต่ พ.ศ. 1001 ถงึ พ.ศ. 2000 3.2 สหสั วรรษของครสิ ต์ศกั ราช นับจากปีทีพ่ ระเยชูประสตู ิเป็นปที ี่ 1 ไปจนถงึ ปีที่ 1000 เป็นสหสั วรรษที่ 1 ของคริสต์ศักราช ดงั ตัวอย่าง สหัสวรรษของครสิ ต์ศตวรรษที่ 2 นับตั้งแต่ ค.ศ. 1001 ถงึ ค.ศ. 2000

3. การนบั และการเทียบ ศักราชในประวตั ิศาสตรไ์ ทย

ศักราช ▪ ศักราช คือ เวลาที่กาหนดข้ึนอย่างเปน็ ทางการ โดยกาหนดจุดเริ่มต้นจาก เหตกุ ารณ์ที่คนในสงั คมเข้าใจตรงกันไดง้ ่ายทีส่ ดุ ▪ การกาหนดศกั ราช จึงเป็นการตงั้ เกณฑ์เพื่อทาความเข้าใจช่วงเวลาทตี่ รงกนั ของคนในแตล่ ะสงั คม ▪ ด้วยเหตนุ แี้ ตล่ ะสงั คมจึงมกี ารตงั้ ศักราช โดยกาหนดจุดอา้ งองิ พื้นฐานจาก เหตกุ ารณ์ทีแ่ ตกต่างกัน ▪ แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ศาสนศักราช ซึง่ มที ี่มาจากเหตุกาณ์ทเี่ กย่ี วข้องกับ ศาสดาของแตล่ ะศาสนา อาทิ พุทธศาสนา คริสต์ศาสนา และศาสนาอสิ ลาม เปน็ ต้น

3.1 การนับศักราช 1. พทุ ธศกั ราช (พ.ศ.) 2. มหาศักราช (ม.ศ.) 3. จลุ ศกั ราช (จ.ศ.) 4. รัตนโกสินทรศ์ ก (ร.ศ.) ▪ เป็ นศาสนศั กราชที่ ประเทศซึ่ ง ▪ เป็นศักราชเก่าแก่ที่พระเจ้า ▪ เป็นศักราชเก่าแก่ที่กษัตริย์พม่า ▪ เ ป็ น ศั ก ร า ช ที่ ตั้ ง ขึ้ น ใ น รั ช ก า ล ประชาชนส่ วนใหญ่ นั บถื อพุ ทธ กนิษกะแห่งอินเดียเป็นผู้ตั้งเมื่อ ศาสนาใชเ้ ป็นเกณฑก์ ารนับเวลา พ.ศ. 621 ต้ังขึ้น ภายหลังพุทธศักราช 1181 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ า ▪ โดยกาหนดจากปีที่พระพุทธเจ้า ▪ เริ่มแพร่หลายในอินเดียและ เรยี กวา่ ศกั ราชพกุ าม เจา้ อยูห่ ัว ปรินิพพาน แต่บางประเทศมีการนับ ประเทศต่าง ๆ เช่น เกาะชวา ต่างกนั เชน่ ประเทศศรีลังกา พม่า และ (ประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน) ▪ ต่อมาภายหลังจุลศักราชได้ ▪ โดยนับตามปีที่ก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็น กัมพูชา เริ่มนบั พุทธศกั ราชที่ 1 ตั้งแต่ปี พม่า กมั พชู า และไทย ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน แพร่หลายเข้ามาอยู่ในอาณาจักร ร.ศ.1 (ปี 2324) ▪ พบข้อมลู จากจารึกสมัยสโุ ขทัย ▪ แต่ ประเทศไทยเริ่ มนั บจากปี ที่ สุ โขทั ยสื บเนื่ องจนถึ งสมั ย ▪ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้า พระพุทธเจ้าปรินพิพานผ่านไปแล้วครบ หนึง่ ปีเป็น พ.ศ. 1 อยุทธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ เจ้ าอยู่ หั ว ทรงโปรดให้ เลิ กการใช้ ▪ ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จ รัตนโกสนิ ทร์ศก โดยใชพ้ ทุ ธศักราชแทน มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศให้ใช้ พุทธศักราชอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึง ▪ ดังปรากฏในพระราชบัญญัติ เรื่องประกาศ 2455 เป็นต้นมา โปรดเกล้าฯ ให้เลิกใช้ และ วิธีนับ วัน เดือน ปี เมื่อวันที่ 21กุมภาพันธ์ เปลย่ี นไปใชร้ ตั นโกสนิ ทร์ศกแทน พ.ศ. 2455 (ร.ศ. 131)

3.2 การเทียบศักราชในประวัติศาสตร์ไทย ศกั ราช ความสาคญั วิธีการเทียบศกั ราช ปัจจบุ ันเป็น พ.ศ. 2564 พุทธศักราช (พ.ศ.) ศสาสนศกั ราชทางพทุ ธศาสนาในประเทศไทยเริม่ นบั พุทธศกั ราชจากปีที่พระพทุ ธเจ้าปรินิพพานผ่านไป พ.ศ. 2564 - 621 เปน็ ม.ศ. 1943 แล้ว 1 ปี พ.ศ. 2564 - 1181 เปน็ จ.ศ. 1383 มหาศกั ราช (ม.ศ.) ศกั ราชเก่าแก่ท่ใี ชอ้ ยใู่ นอาณาจกั รสุโขทัยและอยธุ ยา พ.ศ. 2564 - 2324 เปน็ ร.ศ. 240 จลุ ศักราช (จ.ศ.) ศักราชเก่าแก่ท่ใี ชใ้ นอาณาจกั รสุโขทัย ลา้ นนา และอยุธยา จนถึงสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ พ.ศ. 2564 - 543 เปน็ ค.ศ. 2021 พ.ศ. 2564 - 1122 เปน็ ฮ.ศ. 1442 เจ้าอยหู่ วั รตั นโกสินทร์ศก (ร.ศ.) ศักราชทีต่ ั้งขึน้ ในรชั สมยั พระบาทสมเด็จ-พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั โดยนับตามปีทีก่ ่อต้ังกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ คริสต์ศกั ราช (ค.ศ.) ศาสนศักราชทางคริสต์ศาสนาเริ่มนับจากปีทีพ่ ระเยชูประสตู ิ ฮจิ เราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) ศาสนศักราชทางศาสนาอสิ ลาม เริม่ นับจากปีทีศ่ าสดา มฮู ัมหมัดอพยพจากเมืองมักกะไปยังเมืองเมดนิ ะ สิ่งควรจา พ.ศ.ปัจจุบนั ม.ศ. จ.ศ. ร.ศ. ค.ศ. ฮ.ศ. 2564 621 1181 2324 543 1122