หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของครอบครวั
วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อเข้าใจการลงทนุ ทางการศกึ ษา 2. เพื่อเข้าใจการบริโภค 3. เพือ่ เข้าใจหลักการบรโิ ภคของสมาชกิ ในครอบครวั 4. เพื่อเข้าใจการออมและการลงทุน 5. เพือ่ เข้าใจการแลกเปลีย่ นหรือการซื้อขาย
การลงทุนทาง การศึกษา
การลงทนุ ทางการศึกษา ▪ ระบบเศรษฐกิจสมยั ใหม่ ซงึ่ การผลิตต้องอาศัยความรู้ ความสามารถความชานาญและการแข่งขันมากขนึ้ ▪ การศกึ ษาอบรมถือว่าเป็นการลงทนุ อย่างหนึง่ ▪ การศึกษาจะทาใหแ้ รงงานเปน็ แรงงานทีม่ คี วามรู้ ความสามารถเพิม่ ขนึ้ ปรบั ตัวให้เข้ากบั ชีวติ สมัยใหมไ่ ด้ ▪ มคี วามรู้ความชานาญ เพื่อทางานไดด้ ีมปี ระสทิ ธภิ าพขนึ้ ▪ ทาใหผ้ ู้มีการศกึ ษามโี อกาสได้ผลตอบแทนจากการทางาน มากข้ึน ▪ รฐั บาลจดั สรรงบประมาณที่ไดจ้ ากภาษีอากรที่เก็บจาก ประชาชนมาลงทุนทางการศึกษา จัดการศึกษาแบบให้ฟรี หรือคิดค่าใช้จ่ายตา่ ▪ สภาพที่รฐั บาลไมส่ ามารถอุดหนนุ ด้านการจดั การศึกษาให้ ประชาชนได้อย่างเพยี งพอ ประชาชนก็ต้องลงทนุ ทางการ ศึกษาเอง เช่น ส่งลกู หลานเข้าศึกษาในสถานศึกษาของ เอกชน หรือกเู้ งินเรียนเพือ่ การศึกษา
การบรโิ ภค
▪ การบริโภค ในทางเศรษฐศาสตร์ไม่ได้หมายเฉพาะแตก่ ารกินเทา่ น้ัน ▪ การใช้สินค้าและบริการทุกอย่างถือเปน็ การบริโภคทั้งสิน้ ▪ สงั คมเราได้พัฒนากลายเปน็ สงั คมผู้บริโภค คือ แต่ละคนกอ็ ยาก ทางานทีไ่ ด้เงนิ มาก ๆ เพื่อนาเงินน้ันไปซื้อสินค้าและบริการ สนองตอบความต้องการของตนและครอบครัว หลกั ของการบริโภคมองในแง่เศรษฐศาสตร์ คือ ทำอยำ่ งไรเรำจึงจะ ใชจ้ ่ำยให้พอเพยี งกับรำยได้ ทีม่ ีจำกัด ในกรณีผมู้ รี ายได้นอ้ ยและ เหลือเกบ็ ออมในบางส่วน เพือ่ ใช้จา่ ยในอนาคตสาหรับผู้มีฐานะปาน กลางขนึ้ ไป แต่ให้ความพอใจและประโยชน์สูงสดุ การมีความรหู้ รือการหัดคิดในทางเศรษฐกจิ จะให้ประโยชน์กบั ชีวิต ของเราได้มากกว่าการใช้จา่ ยไปอย่างไมต่ ้องคดิ อะไร
ประเภทของสินค้าเพื่อการบริโภค 1. สินค้าเพ่อื การบรโิ ภค และเพื่อการผลิต เช่น แท่นพิมพ์ เป็น สินค้าเพื่อผู้ผลติ ส่วนหนังสือพิมพ์ เปน็ สินค้าของผบู้ ริโภค 2. สินคา้ คงทน และสินคา้ ไม่คงทน 2.1 สินคา้ คงทน ได้แก่ สินค้าทีเ่ กบ็ ไว้ใช้ได้นานกว่า 1 ปี เช่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า รถยนต์ 2.2 สินค้าไมค่ งทน ได้แก่ สินค้าทีใ่ ช้แล้วหมดสนิ้ ไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ามัน เชื้อเพลิง กระดาษ ปจั จยั ที่กาหนดการบริโภค จาแนกได้ คือ 1. รายได้ เป็นปัจจัยสาคญั ในการกาหนดรายจ่ายของผบู้ ริโภค 2. ราคาสนิ คา้ ผู้บริโภคคาดคะเนว่า ราคาสินค้าในอนาคตจะสูงขนึ้ ผู้บริโภคจะรีบซื้อสินค้ามากักตนุ ไว้ ทาให้รายจ่ายในปจั จุบนั เพิม่ สูงขนึ้ ถา้ ราคาลดลง การซื้อสินค้าในปจั จบุ นั กจ็ ะลดลง 3. ความนิยมของผูบ้ รโิ ภค ผู้บริโภคส่วนมาก ไม่นยิ มซื้อสินค้าทีล่ ้าสมยั หรือขาดคณุ ภาพ 4. ระบบการขาย การขายด้วยระบบเงินผอ่ น การลดแลกแจกแถม การโฆษณาชวนเชือ่ การบริการ ขายตรง เป็นระบบการขายที่ผผู้ ลติ นามาจงู ใจใหผ้ ู้บริโภค เกิดความสนใจในสินคา้ น้ัน
หลกั การบริโภคของสมาชิก ในครอบครัว
1. ความจาเป็น ครอบครัวมีความจาเป็นต้องใช้จ่ายด้านปัจจัยสี่ เช่น เสื้อผ้า ยารักษาโรค อาหาร ที่อยู่อาศัย ทุกอย่างต้องให้สมฐานะ ถึงแม้ ความจาเป็นในปัจจุบัน จะมิใช่หยุดเพียงแค่ปัจจัยสี่ ในชุมชน ใหญ่ ๆ ที่มี การจราจรหนาแน่น การมีโทรศัพท์จะจาเป็นมากกว่าในการติดต่อ เพราะ ไมเ่ สียเวลาและสุขภาพจิต 2. ความมีประโยชน์ การใช้จ่ายของสิ่งจาเป็นน้ันต้องก่อให้เกิด ประโยชน์ด้วย เช่น จาเป็นต้องรับประทานอาหารเพื่อประทังชีพ แต่ต้อง คานึงถงึ ประโยชน์หรือคณุ ค่าที่จะได้จากอาหารด้วย เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ ทันสมยั อาจไมก่ อ่ ให้เกดิ ประโยชน์ในระยะยาว 3. ความประหยัด ในการใช้จ่ายควรคานึงถึงการประหยัดด้วย โดย ประหยัดอย่างถูกหลักการมีเหตุผล เช่น เมื่อป่วยหรืออ่อนเพลียควรหยุด พักผ่อนหรือทาการบาบัดรักษาอย่างถูกวิธีก่อนที่จะเป็นหนัก ซึ่งทาให้ ต้องใช้จ่ายเงินมากขึ้น ดังนั้นควรรู้จักเก็บออมเงินไว้ตอนมีสุขภาพที่ แขง็ แรง
การออม และการลงทนุ
การออม หมายถงึ การเกบ็ สะสมเงินที่ยงั ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งใช้จา่ ยไว้เพือ่ ใช้ในอนาคต การลงทุน หมายถึง การนาเงินออมหรือเงินที่เรามี เหลือ ซึง่ เปน็ ส่วนเกนิ จากการใช้จา่ ยไปลงทุนทางใดทางหนึ่ง เพือ่ ให้เกดิ ดอกผลขนึ้ มา เช่น ฝากธนาคารเพื่อได้รบั ดอกเบี้ย สาเหตุทีก่ ารออม ▪ ความไมแ่ นน่ อนในอนาคต เช่น 1) จากเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ 2) การพลาดพล้ังจากงานอาชีพ ▪ เพ่ือจุดมุ่งหมายในอนาคต เช่น 1) การลงทุนด้านที่อยู่ อาศัย 2) การลงทุนด้านการศึกษาของบุตรและธิดา 3) การลงทุนด้านธรุ กจิ เพือ่ สร้างอนาคตหรือลงทุนในการ ขยายธรุ กจิ ของครอบครัวที่มอี ยู่แล้ว
▪ จะเห็นได้ว่าการออมช่วยให้ครอบครัวประสบกับ ภ า ว ะ เ ดื อ ด ร้ อ น น้ อ ย ล ง จ า ก ก า ร เ ต รี ย ม รั บ สถานการณ์ด้านการเงินไว้แล้ว ▪ นอกจากนั้น ผลทางอ้อม คือ ทาให้คนในครอบครัว มีสุขภาพจิตดี จากการไม่เป็นหนี้ หรืออยู่ในสภาพที่ ต้องกหู้ นีย้ ืมสิน เพื่อนามาแกป้ ญั หาต่าง ๆ ในชีวติ การที่จะมีการออมได้น้ัน ต้องมีการวางแผนด้าน การใช้จ่ายเงินของครอบครัวอย่างระมัดระวัง ฝึกอบรมบตุ รหลานให้รจู้ กั ประหยัด รายได้ = คา่ ใชจ้ ่ายในการอปุ โภคบริโภค + การออม
การแลกเปลี่ยนหรือ การซื้อขาย
▪ การผลิตส่วนใหญ่ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ เป็นการ ผลิตเพือ่ แลกเปลีย่ นหรือขาย ▪ เพราะการที่เราแต่ละคนจะทาการผลิตทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก หรืออาจสิ้นเปลือง เสียเวลา และขาดความชานาญ ทาให้ตน้ ทนุ สงู ▪ การแลกเปลี่ยนซื้อขายจึงเข้ามามีบทบาทต่อบุคคลใน ครอบครวั ▪ ในฐานะผู้ บริ โภคควรรู้จั กการแลกเปลี่ ยนที่ มี ประสิทธิภาพ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ ภาวะ เศรษฐกิจของครอบครวั
▪ ส่วนใหญ่ผ้บู รโิ ภคมกั ต้องการซื้อสินค้าและ บริการในราคาต่า ▪ ถา้ อยู่ในฐานะผ้ผู ลิตกม็ ีความต้องการทีจ่ ะขาย สินค้าและบริการในราคาสูง เท่าที่จะเป็นไปได้ ▪ เพือ่ ให้ได้กาไรมาลงทุนต่อ และเปน็ การเพิ่มความ มัน่ คงในด้านฐานะ ราคาสนิ ค้าจะถกู กาหนดโดยปัจจัยตา่ ง ๆ หลายปจั จัยด้วยกัน ไดแ้ ก่ 1. กลไกตลาดจะเคลื่อนไหวตามปรมิ าณความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค ซึ่งจะมผี ล ต่อปริมาณขาย ตลอดจนราคาสินค้าน้ัน ๆ 2. การสามารถสนองตอบของผบู้ รโิ ภค ตอ่ สินค้าและบริการแต่ละชนิด 3. การกาหนดราคาของผู้มีอทิ ธิพลต่อราคา เช่น บริษทั ขนาดใหญ่ หรือรัฐบาล หรือองค์กรที่มอี านาจต่อรองอื่น ๆ
การแลกเปลีย่ น ▪ ตัวอย่าง การแลกเปลี่ยน เช่น การขายสินค้าและบริการ รวมท้ังการขายกาลังแรงงาน และกาลังความคิดในการ แลกเปลีย่ นสินค้าและบริการ สินคา้ ▪ สินค้าในรูปแบบที่ปรากฏให้เหน็ (รปู ธรรม) เช่น รถยนต์ ผลไม้ บ้าน ปนู ซีเมนต์ ปุ๋ย เปน็ ต้น ▪ สินคา้ ในรปู แบบนามธรรม เช่น แรงงานรบั จ้างทางานแบกหาม คนรบั ใช้ตามบ้าน แรงจากสมอง หรือขายความคิด เช่น งานด้าน วิชาการ งานคิดคาโฆษณา แต่งบทเพลง เขียนบทภาพยนตร์ ขายลิขสิทธิต์ า่ ง ๆ เป็นต้น ▪ การเสนอขาย ผู้เสนอขายย่อมต้องการขายในราคาที่หัก ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และต้นทุนการผลิตแล้วตนเองได้กาไร สูงสุด แต่ในความเป็นจริง ข้ึนอยู่กับกลไกตลาดด้วยว่าสินค้า นั้น เป็นทีต่ ้องการของผู้บริโภค หรือผู้ซื้อเพียงใด
จบหน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของครอบครวั
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: