Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1คู่มือปฏิบัติงานกลุ่มบริหารงานบุคคล

1คู่มือปฏิบัติงานกลุ่มบริหารงานบุคคล

Published by catt_pang, 2022-08-30 18:47:06

Description: 1คู่มือปฏิบัติงานกลุ่มบริหารงานบุคคล

Search

Read the Text Version

คู่มือปฏบิ ตั ิงานกลมุ่ บรหิ ารงานบคุ คล การบริหารงานบคุ คล การบรหิ ารงานบคุ คลโรงเรยี นบา้ นหงษาวดี เป็นภารกจิ สำคญั ท่มี ่งุ สง่ เสรมิ ใหโ้ รงเรียนสามารถ ปฏบิ ตั ิงานเพื่อตอบสนองภารกิจของโรงเรียน เพ่อี ดำเนินการด้านการบรหิ ารงานบุคคลให้ เกดิ ความ คลอ่ งตัว อสิ ระภายใตก้ ฎหมาย ระเบยี บ เป็นไปตามหลักธรรมาภบิ าลข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการ ศกึ ษาไดร้ ับการพฒั นา มีความรู้ ความสามารถ มขี วญั กำลังใจ ไดร้ บั การยกย่องเชิดชูเกยี รตมิ ีความมน่ั คงและ ก้าวหน้าในวิชาชพี ซึ่งจะสง่ ผลต่อการพฒั นาคุณภาพการศึกษาของผ้เู รียนเป็นสำคญั วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้การดำเนนิ งานด้านการบริหารงานบคุ คลถูกต้อง รวดเรว็ เป็นไปตามหลักธรรมาภบิ าล 2. เพื่อสง่ เสรมิ บุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและมจี ติ สำนึกในการปฏบิ ตั ิภารกิจทร่ี บั ผิดชอบให้เกิดผล สำเร็จตามหลักการบรหิ ารแบบมุง่ ผลสมั ฤทธิ์ 3. เพื่อส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัตงิ านเตม็ ตามศักยภาพโดยยึดม่นั ใน ระเบียบวินยั จรรยาบรรณ อยา่ งมีมาตรฐานแหง่ วชิ าชีพ 4. เพ่ือให้ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาท่ีปฏบิ ตั งิ านได้ตามมาตรฐานวิชาชีพไดร้ ับการยกย่องเชิดชเู กยี รติ มี ความมน่ั คงและความก้าวหน้าในวชิ าชพี ซึง่ จะสง่ ผลตอ่ การพฒั นาคุณภาพการศึกษาของผเู้ รียนเปน็ สำคัญ 5. เพื่อเปน็ การวางแผนปฏิบัติงาน การควบคุม กำกับดแู ลเกยี่ วกบั ฝา่ ยบรหิ ารงานบคุ คล ความหมายและความสำคัญของงานบุคลากร การบริหารบคุ ลากร เปน็ กระบวนการเกีย่ วกบั บุคคล เพ่ือให้ไดม้ าซ่งึ บุคคลดี มีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมกับงาน เข้ามาทำงานใหไ้ ดผ้ ลดที ีส่ ดุ โดยหน่วยงานสามารถดงึ ดูด ธำรงรักษา และพฒั นาให้มคี วามรู้ ความสามารถ ท้ังน้ี เพื่อให้หนว่ ยงานสามารถทำภารกิจได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ และประสทิ ธผิ ลตามความมุง่ หมาย งานบุคลากร เปน็ งานสำคญั งานหนึ่ง ทจี่ ะทำให้โรงเรยี น ประสบความสำเรจ็ ในการดำเนินงาน เพราะ งานบุคลากรเปน็ กำลังสำคัญในการบรหิ ารงานด้านอนื่ ๆ ใหบ้ รรลุ เปา้ หมายอยา่ งมีประสทิ ธิภาพได้ ขอบเขตการบรหิ ารบุคลากรในโรงเรยี นกำหนดไว้ 4 ประการ ดงั น้ี 1. การแสวงหาบคุ ลกร 2. การบำรงุ รกั ษาบุคลกร 3. การพฒั นาบุคลกร 4. การใหบ้ ุคลากรพ้นจากงาน ขอบเขตเหล่านอ้ี ธบิ ายโดยสังเขป ดงั นี้ 1. การแสวงหาบุคลากร หมายถงึ วธิ ีการให้ไดบ้ คุ คล ที่เหมาะสมกบั งาน โดยปกติ หมายถงึ กระบวนการ รบั สมคั ร และบรรจแุ ตง่ ตง้ั บุคลากร ในการบรหิ ารโรงเรียนในระบบ การศึกษาไทย ครใู หญม่ บี ทบาทน้อยมาก ในดา้ นการรบั สมัคร หรือบรรจุแต่งตง้ั บุคลากร อำนาจเหล่าน้ี มักจะเปน็ อำนาจในระดบั สูง เชน่ ระดบั ผวู้ ่า ราชการจังหวดั หรอื ระดบั กรม เจา้ สังกัด ครใู หญ่ไม่มโี อกาสพิจารณาคัดเลือกบคุ ลากรเทา่ ทคี่ วร อยา่ งไรกต็ าม ผู้บริหารโรงเรียนทม่ี ีโอกาสในการคดั เลือกบคุ ลากรควรมีหลักเกณฑ์ในการคดั เลือก หลักเกณฑโ์ ดย ทว่ั ไป คือ

1.1 ควรคัดเลอื กบคุ ลากรทมี่ ีความรับผดิ ชอบ มีระเบยี บ เสียสละ รกั ษา เกียรติยศ ชื่อเสยี ง สนใจใน งานบรหิ าร และมีความภมู ใิ จในโรงเรียน 1.2 ควรคดั เลือกบคุ ลากรที่มีความสามารถ ซง่ึ แบ่งออกเปน็ 2 อย่าง คือ ความสามารถทว่ั ไป และ ความสามารถเฉพาะ 2. การบำรุงรักษาบุคลากร ผู้บรหิ ารโรงเรียนมหี นา้ ที่ดแู ลบุคลากรในโรงเรียนเพื่อให้ บคุ ลากรในโรงเรยี น มีประสทิ ธิภาพในการทำงานส่ิงจูงใจในรักษาบคุ ลกรมหี ลายประการเช่น 2.1 ส่ิงจงู ใจที่เป็นวัตถุ เช่น เงิน รางวลั ส่ิงจงู ใจทเ่ี ป็นวตั ถนุ ผี้ บู้ รหิ ารต้อง พจิ ารณาอยา่ งรอบคอบ วา่ ควรให้ลักษณะใด เม่ือไร และใชห้ ลกั อะไรในการพิจารณา 2.2 ส่ิงจูงใจท่ีเป็นสภาพของการทำงาน เช่น สวัสดิการของครู บรรยากาศใน การทำงาน 2.3 สิง่ จูงใจทีเ่ ปน็ โอกาส หมายถึงการใหโ้ อกาสไดร้ ับความก้าวหน้าในหน้าที่ การงาน 2.4 ส่ิงจงู ใจทเ่ี ปน็ การพฒั นาวชิ าชีพ เช่น การเปิดโอกาสให้ไปดงู าน การอบรม ศึกษาต่อ 3. การพัฒนาบุคลากร คือ การกระตนุ้ ให้บุคลากรในโรงเรยี นทำงานในหน้าทีด่ ว้ ย ความขยนั หม่นั เพียร มี พลังใจในการทำงาน การพัฒนาบคุ ลากรทางด้านการสอน อาจจะทำ ได้โดยการส่งเสริมการลาศึกษาต่อ การ อบรม การสัมมนา การประชุมปรกึ ษาหารือ การวิจัย การศึกษาดว้ ยตนเอง เปน็ ตน้ 4. การให้บุคลากรพน้ จากหนา้ ทีก่ ารงาน เปน็ กระบวนการสุดท้ายของการบริหาร บุคลากร การให้ บคุ ลากรพน้ จากงานมีสาเหตุหลายประการ เช่น การลาออก การย้าย หรอื โอน การให้ออก เกษียณอายุ หรือ การลดจำนวนบคุ ลกรให้เหมาะสมกบั ปริมาณงาน เป็นตน้ การให้พ้นจากงานดว้ ยสาเหตปุ กติ เช่น การ เกษียณอายุไม่ใคร่มปี ัญหา แต่การให้บุคลากรพ้น จากงานด้วยสาเหตพุ เิ ศษ เชน่ การขอโอน การให้ออก เพราะผดิ วินัย การลดจำนวนบุคลกร ผูบ้ รหิ ารโรงเรียนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และตดั สนิ ใจโดยให้ กระทบกระเทอื นต่อการดำเนิน งานในโรงเรยี นใหน้ อ้ ยท่ีสดุ สถาบนั พัฒนาผบู้ ริหารการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ (2528 : 18-19) ได้ให้ ความหมาย ขอบข่ายและ หนา้ ทข่ี องบุคลากรไว้ดังนี้ ขอบขา่ ยงานบุคลกรในโรงเรียนจะประกอบด้วยภาระงานหลกั 4 ประการ คอื 1. การจัดบคุ ลากรเข้าปฏิบัติงาน 2. การพฒั นาและธำรงรักษาบคุ ลากร 3. การรักษาระเบยี บวินัย 4. การประเมินผลการปฏิบัตงิ านของบุคลากร บทบาทหนา้ ท่โี ดยทั่วไปของงานบุคลากรมีดังต่อไปนี้ 1. จดั โครงสรา้ ง การบริหารบคุ ลากรให้เป็นระบบ 2. ปฐมนเิ ทศเกย่ี วกับการปฏิบัติตามระเบียบการปฏบิ ตั ิงานในโรงเรียน 3. กำหนดบทบาทหน้าท่ีของบุคลากรแตล่ ะคนใหช้ ดั เจน 4. มอบหมายงานตามความร้คู วามสามารถของบคุ ลากร 5. ควบคุม กำกบั ติดตามและนิเทศบุคลากรใหป้ ฏิบัตงิ านเต็มความสามารถและ เป็นไปตามจดุ ประสงค์ ของโรงเรียน 6. ส่งเสริมขวัญและกำลังใจในการปฏบิ ตั งิ านของบุคลากร 7. ส่งเสริมและสนับสนนุ ให้บุคลากรศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติมและพฒั นาทุกรูปแบบ 8. ดูแลและดำเนินการเกี่ยวกบั สวัสดกิ ารของบุคลากร

9. ดำเนินการประเมินผลเปน็ ระยะ ๆ ตามลกั ษณะของงาน 10. ดำเนนิ การเก่ยี วกบั การเข้ารบั ราชการและออกจากราชการของบุคลากรในโรงเรยี น ภารกจิ งานบุคลากร 1. การวางแผนอัตรากำลงั และกำหนดตำแหน่ง 1.1 การวเิ คราะหแ์ ละวางแผนอัตรากำลังคน แนวทางการปฏิบตั ิ 1) วเิ คราะห์ภารกจิ และประเมนิ สภาพความต้องการกำลงั คนกับภารกิจของสถานศึกษา 2) จัดทำแผนอัตรากำลงั ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา โดยความเหน็ ชอบของ คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐานตามเกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ.กำหนด 3) นำเสนอแผนอัตรากำลงั เพ่อื ขอความเห็นชอบต่อสำนกั งานเขตพนื้ ที่ 4) นำแผนอตั รากำลังของสถานศึกษาสู่การปฏบิ ตั ิ 1.2 การกำหนดตำแหน่ง แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) สถานศึกษาจัดทำภาระงานสำหรบั ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 2) นำแผนอัตรากำลงั มากำหนดตำแหนง่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศกึ ษาเพ่ือ นำเสนอ ตอ่ สำนักงานเขตพืน้ ท่ี 1.3 การขอเลื่อนตำแหนง่ บคุ ลากรทางการศกึ ษาและวิทยฐานะข้าราชการครู แนวทางการปฏบิ ัติ 1) สถานศึกษาขอปรบั ปรงุ การกำหนดตำแหนง่ /ขอเลื่อนวทิ ยฐานะ/ขอเปลย่ี นแปลงเงอ่ื นไขตำแหน่ง/ขอ กำหนดตำแหนง่ เพ่มิ จาก ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาไปยังสำนักงานเขต พื้นท่ี 2) ประเมินเพ่อื ขอเล่ือนวิทยฐานะ/ขอเปลยี่ นแปลงเง่ือนไขตำแหน่ง/ขอกำหนดตำแหน่งเพ่ิมข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์ท่ี ก.ค.ศ.กำหนด 3) สง่ คำขอปรับปรุงกำหนดตำแหน่ง/เพื่อเล่ือนวทิ ยฐานะ/ขอเปล่ียนแปลงเงื่อนไขตำแหนง่ /ขอกำหนด ตำแหนง่ เพิ่มจากขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาต่อสำนักงานเขตพืน้ ท่ี เพื่อนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. พจิ ารณาอนมุ ตั ิและเสนอผู้มีอำนาจแต่งตง้ั 2. การสรรหาและบรรจุแตง่ ตงั้ 2.1 ดำเนนิ การสรรหาเพอ่ื บรรจุบุคคลเข้ารบั ราชการเปน็ ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาใน สถานศึกษาเปน็ อำนาจหนา้ ท่ีของผูม้ ีอำนาจตามมาตรา53 แนวทางการปฏิบัติ 1) การสอบแขง่ ขัน การสอบคัดเลอื กและการคดั เลือกในกรณจี ำเปน็ หรือมีเหตุพเิ ศษในตำแหน่งครูผูช้ ว่ ย ครู และบุคลากรทางการศึกษาอ่นื ในสถานศกึ ษา ให้ดำเนนิ การตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารที่ ก.ค.ศ.กำหนด

2.2 การจ้างลูกจ้างประจำและลูกจ้างช่ัวคราว แนวทางการปฏบิ ัติ 1) กรณกี ารจา้ งลูกจ้างประจำและลูกจา้ งชั่วคราวโดยใช้งบประมาณให้ดำเนนิ การตามหลกั เกณฑ์และ วิธีการท่ีกระทรวงการคลังหรือตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารท่ีก.ค.ศ. กำหนด 2) กรณีการจ้างลกู จ้างประจำและลูกจ้างช่วั คราวกรณีอ่ืนนอกเหนือจากข้อ 1) สถานศึกษาสามารถ ดำเนินการจา้ งลูกจ้างประจำและลกู จ้างช่ัวคราวของสถานศึกษาได้ โดยใชเ้ งินรายได้ของสถานศึกษา ภายใต้ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารที่สถานศึกษาได้ โดยใชเ้ งินรายได้ของสถานศึกษา ภายใตห้ ลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ี สถานศกึ ษากำหนด 2.5 การรักษาราชการแทนและรักษาการในตำแหนง่ แนวทางการปฏบิ ัติ กรณีที่ไมม่ ผี ู้ดำรงตำแหนง่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏบิ ัตริ าชการไดใ้ หร้ อง ผู้อำนวยการสถานศกึ ษารักษาราชการแทน ถ้ามรี องผู้อำนวยการสถานศึกษาหลายคนให้ผ้อู ำนวยการ สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษา แตง่ ตง้ั รองผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษาคนใดคนหนึ่งรักษาราชการแทน ถา้ ไม่มีผู้ ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ให้สถานศกึ ษาเสนอข้าราชการทีเ่ หมาะสม ให้ผู้อำนวยการสำนกั งานเขตพนื้ ท่ี การศึกษา แต่งตง้ั ข้าราชการในสถานศึกษาคนใดคนหนงึ่ เป็นผ้รู ักษาราชการแทน (มาตรา 54 แหง่ กฎหมาย ระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กรณีตำแหนง่ ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาตำแหน่งใดว่างลงหรอื ผดู้ ำรงตำแหน่งไม่ สามารถปฏบิ ัติหนา้ ทร่ี าชการได้ ให้ผ้มู อี ำนาจสง่ั บรรจุและแต่งตัง้ ตามมาตรา 53 สง่ั ให้ขา้ ราชการครแู ละ บุคลากรทางการศึกษารักษาการในตำแหน่ง (มาตรา 68 แห่งกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบียบข้าราชการครูและ บคุ ลากรทางการศึกษา) 3. การเสรมิ สร้างประสิทธิภาพในการปฏบิ ตั ิราชการ 3.1 การพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 1) การพัฒนากอ่ นมอบหมายการปฏิบัติหนา้ ที่ แนวทางการปฏิบตั ิ (1) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษาดำเนินการปฐมนิเทศ แกผ่ ้ทู ี่ได้รบั การสรรหา และบรรจแุ ตง่ ต้งั เป็น ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (2) แจ้งภาระงานมาตรฐานคณุ ภาพงาน มาตรฐานวิชาชพี จรรยาบรรณวชิ าชพี เกณฑ์การประเมินผล งาน ฯลฯ แก่ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ก่อนมกี ารมอบหมายหนา้ ที่ใหป้ ฏิบัติงาน (3) ดำเนินการติดตาม ประเมินผลและจดั ให้มกี ารพัฒนาตามความเหมาะสมและต่อเนื่อง 3.2 การเล่ือนข้นั เงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 1) การเลื่อนขัน้ เงนิ เดอื นกรณีปกติและกรณพี ิเศษ แนวทางการปฏบิ ัติ (1) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษาแต่งตัง้ คณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบของขา้ ราชการครแู ละ บคุ ลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา

(2) คณะกรรมการพจิ ารณาความดีความชอบพจิ ารณาตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลอ่ื นขน้ั เงินเดือน (3) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษาพจิ ารณาส่งั เลอื่ นขน้ั เงนิ เดอื นขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา กรณสี งั่ ไม่เลือ่ นข้ันเงนิ เดือนใหแ้ กข่ า้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษา ต้องชแี้ จงเหตุให้ ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาดงั กล่าวทราบ กรณเี ลือ่ นขน้ั เงนิ เดือนกรณพี ิเศษ แก่ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาท่ีถงึ แก่ความตายอนั เนอ่ื งมาจากการปฏบิ ัตหิ น้าที่ราชการใหร้ ายงานไปยงั สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา เพื่อดำเนนิ การตาม หลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารที่ ก.ค.ศ.กำหนด (4) รายงานการส่งั เล่ือนและไมเ่ ล่ือนขนั้ เงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อจัดเกบ็ ข้อมูลลงในทะเบียนประวตั ิต่อไป 3.3 การเพ่มิ คา่ จ้างลูกจา้ งประจำและลกู จ้างชว่ั คราว แนวทางการปฏบิ ัติ กรณกี ารเพม่ิ ค่าจ้างลกู จ้างประจำและลูกจ้างชัว่ คราวโดยใช้เงนิ งบประมาณให้ดำเนินการ ตาม หลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารทก่ี ระทรวงการคลังหรอื ตามหลักเกณฑ แ์ ละวธิ ีการท่สี ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา ขนั้ พน้ื ฐานกำหนด กรณีการเพิ่มคา้ จา้ งลูกจ้างประจำและลูกจา้ งช่วั คราวกรณีอื่นนอกเหนือจากสถานศึกษาสามารถ ดำเนนิ การ จ้างลูกจ้างประจำและลกู จา้ งชว่ั คราวของสถานศึกษาได้ โดยใช้เงินรายไดข้ องสถานศึกษา ภายใต้ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ีสถานศกึ ษากำหนด 3.4 การดำเนินการเกยี่ วกับบญั ชีถือจ่ายเงนิ เดอื น แนวทางการปฏบิ ตั ิ ดำเนนิ การตามทก่ี ระทรวงการคลงั กำหนด 3.5 เงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนอ่นื แนวทางการปฏิบตั ิ ดำเนินการตามทก่ี ระทรวงการคลังกำหนด 3.6 งานทะเบยี นประวัติ 1) การจดั ทำและเก็บรกั ษาทะเบียนประวัตขิ ้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาและลูกจา้ ง แนวทางการปฏิบตั ิ (1) สถานศกึ ษาจัดทำทะเบยี นประวัติของข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ฉบบั (2) สถานศึกษาเกบ็ ไว้ 1 ฉบบั ส่งไปเก็บรักษาไวท้ ่ีสำนักงานเขตพ้ืนท่ี 1 ฉบับ (3) เปลี่ยนแปลง บนั ทกึ ข้อมูล ลงในทะเบยี นประวตั ิ 3.7 งานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แนวทางการปฏบิ ัติ 1) ตรวจสอบผ้มู คี ณุ สมบัตคิ รบ สมควรไดรบั การเสนอขอพระราชทานเคร่อื งราชอิสริยาภรณ์ 2) ดำเนนิ การในการเสนอขอพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณแ์ ละเหรยี ญจักรพรรดิมาลาแก่ ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสงั กัดตามหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารที่กฎหมายกำหนด 3) จัดทะเบียนผไู้ ด้รับเคร่อื งราชอิสรยิ าภรณแ์ ละเหรียญจกั รพรรดิมาลา เคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์ดิเรกคณุ า

ภรณ์และผคู้ ืนเครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ 3.8 การขอมีบัตรประจำตัวเจ้าหนา้ ที่ของรัฐ แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ผขู้ อมีบัตรกรอกรายละเอยี ดขอ้ มลู สว่ นบุคคลตา่ ง ๆ โดยมีเอกสารหลกั ฐานท่ีเกย่ี วขอ้ ง 2) ตรวจสอบเอกสารความถูกต้อง 3) นำเสนอผมู้ อี ำนาจลงนามในบัตรประจำตัว โดยผา่ นผบู้ ังคับบญั ชาตามลำดบั โดยคมุ ทะเบยี นประวัติ ไว้ 4) ส่งคืนบัตรประจำตวั ถึงสถานศึกษา 3.9 งานขอหนังสือรับรอง งานขออนุญาตให้ข้าราชการไปตา่ งประเทศ งานขออนุญาตลาอปุ สมบท งานขอพระราชทานเพลิงศพ การลาศึกษาต่อ ยกย่องเชดิ ชูเกยี รตแิ ละให้ได้รับเงินวิทยพัฒน์ และการจัด สวัสดิการ ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์และวธิ กี ารท่ีเกยี่ วข้อง 4. วินยั และการรักษาวนิ ัย 4.1 กรณีความผดิ วินัยไม่ร้ายแรง แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) ผอู้ ำนวยการสถานศึกษาแตง่ ตงั้ คณะกรรมการ เพอื่ ดำเนินการสอบสวนให้ได้ความจริงและความ ยุติธรรมโดยไมช่ ักชา้ เม่ือมกี รณีอันมีมูล ท่ีควรกล่าวหาว่าข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาใน สถานศกึ ษากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง 2) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษาสงั่ ยตุ เิ รอ่ื งในกรณที ีค่ ณะกรรมการสอบสวนแล้วพบวา่ ไม่ไดก้ ระทำผิดวินยั หรอื ส่งั ลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดอื น หรือลดขัน้ เงนิ เดือน ตามท่ีคณะกรรมการสอบสวนแล้วพบวา่ มีความผดิ วนิ ัยไมร่ ้ายแรง 3) รายงานการดำเนินงานทางวินัยไมร่ า้ ยแรงไปยังสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา 4.2 กรณีความผดิ วินยั รา้ ยแรง แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ผู้มอี ำนาจสง่ั บรรจุและแตง่ ต้ังตามมาตรา 53 แหง่ กฎหมายระเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษาแตง่ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีอันมีมูลวา่ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัย อยา่ งร้ายแรง ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. 2) ผูม้ ีอำนาจสง่ั บรรจุและแตง่ ตั้งตามมาตรา 53 แหง่ กฎหมายระเบยี บข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา เสนอผลการพจิ ารณาให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพน้ื ทพี่ ิจารณาลงโทษ 3) ผูม้ ีอำนาจส่งั บรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ส่งั ลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามผลการพจิ ารณาของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ 4) รายงานการดำเนินงานทางวินยั ไปยังสำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา

4.3 การอทุ ธรณ์ 1) การอุทธรณก์ รณีความผิดวินัย แนวทางการปฏบิ ัติ กรณกี ารอทุ ธรณ์ความผิดวนิ ยั ทไี่ ม่ร้ายแรง ให้ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษายื่นเรอ่ื งขอ อทุ ธรณต์ ่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพนื้ ท่ีภายใน 30 วนั นบั แต่วันทไี่ ด้รับแจ้งคำสง่ั ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด กรณีการอทุ ธรณ์ความผดิ วนิ ยั ร้ายแรง ใหข้ ้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาย่ืนเรอ่ื งขออทุ ธรณ์ ตอ่ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทีไ่ ดร้ บั แจ้งคำสัง่ ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด 4.4 การรอ้ งทกุ ข์ แนวทางการปฏิบัต กรณีข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาถูกสง่ั ให้ออกจากราชการให้ร้องทุกขต์ ่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั นับแตว่ ันทีไ่ ดร้ บั แจ้งคำส่ัง กรณขี ้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาไมไ่ ด้รบั ความเป็นธรรมหรือมีความคับข้องใจเนอ่ื งจาก การกระทำของผู้บงั คับบัญชา หรือการแต่งต้ังคณะกรรมการสอบสวนทางวนิ ยั ให้ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขต พ้ืนทหี่ รอื ก.ค.ศ.แลว้ แตก่ รณี 4.5 การเสริมสรา้ งและการป้องกนั การกระทำผิดวนิ ยั แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) ใหผ้ ้อู ำนวยการสถานศึกษาปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างท่ีดตี ่อผู้ใตบ้ ังคบั บญั ชา 2) ดำเนินการให้ความรู้ ฝกึ อบรมการสรา้ งขวัญและกำลังใจการจงู ใจ ฯลฯ ในอันท่จี ะเสรมิ สร้างและพัฒนา เจตคติ จติ สำนึก และพฤตกิ รรมของผู้ใตบ้ งั คบั บัญชา 5. งานออกจากราชการ 5.1 การลาออกจากราชการ แนวทางการปฏบิ ัติ 1) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษาพจิ ารณาอนุญาตการลาออกจากราชการของครผู ้ชู ว่ ย ครู และบุคลากร ทางการศกึ ษาอน่ื 2) รายงานการอนญุ าตการลาออกไปยงั สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา 5.2 การให้ออกจากราชการ กรณีไม่พ้นทดลองปฏบิ ตั ิหนา้ ทีร่ าชการหรือไม่ผ่านการเตรียมความพรอ้ ม และพัฒนาอย่างเข้มตำ่ กวา่ เกณฑท์ ่ี ก.ค.ศ.กำหนด แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ดำเนินการให้ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ทดลองปฏิบตั หิ น้าทีร่ าชการ หรอื เขา้ รบั การ พัฒนาอย่างเขม้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการตามทก่ี ำหนดในกฎ ก.ค.ศ.กำหนด 2) ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัตงิ านตามหนา้ ท่แี ละความรับผิดชอบทีก่ ำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนด ตำแหน่ง

3) ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษาสัง่ ใหผ้ ทู้ ่ไี มผ่ ่านการประเมินการทดลองปฏิบัตริ าชการหรอื เตรยี มความพร้อม และพฒั นาอยา่ งเขม้ ออกจากราชการ 4) รายงานสำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาทราบ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook