Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ลดเวลาเรียน

ลดเวลาเรียน

Published by nikareema, 2020-08-10 09:56:30

Description: รายงานโครงการลดเวาเรียนเพิ่มเวลารู้ ปีการศึกษา 2562
โรงเรียนบ้านทอน
สพป.นราิวาส เขต 1

Keywords: รายงานโครงการ

Search

Read the Text Version

รายงานผลการดาเนนิ งาน โครงการลดเวลาเรยี น-เพมิ่ เวลารู้ ปกี ารศึกษา 2562 โดย นางนกิ ารีมะห์ สาและ โรงเรยี นบา้ นทอน อาเภอเมอื ง จงั หวัดนราธิวาส สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษานราธิวาส เขต 1 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน

คานา รายงานผลการดาเนินงานโครงการลดเวลาเรียน-เพิ่มเวลาเรียนรู้ฉบับนี้ เป็นการรวบรวมผลการดาเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการโรงเรียนประจาปีการศึกษา 2562 คณะกรรมการฝ่ายประเมินผลการดาเนินงานได้รับมอบหมาย ให้รวบรวมข้อมูล ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรมและสรุปผลการดาเนินกิจกรรม ท้ังน้ีเพื่อเป็นข้อมูลให้กับ หนว่ ยงานที่เกีย่ วขอ้ งในการวางแผนพฒั นาการดาเนนิ งานตอ่ ไป คณะกรรมการฝ่ายประเมินผล ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร คณะครูที่มีส่วนเก่ียวข้อง ตลอดจนผู้ตอบ แบบสอบถามทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนในการดาเนินกิจกรรมสาเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสาร ประเมินผลการดาเนินโครงการลดเวลาเรียน-เพ่ิมเวลารู้ฉบับน้ี จะสามารถเป็นข้อมูลในการพัฒนาโรงเรียนบ้านทอน อย่างเต็มรูปแบบต่อไป นางนกิ ารีมะห์ สาและ คณะผูจ้ ัดทา

สารบญั หน้า บทที่ 1 บทนา 1 ความเป็นมาและความสาคัญ 1 วตั ถปุ ระสงค์ 2 เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการสรุป 2 ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ 3 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยท่เี กีย่ วข้อง 6 หลกั และแนวคิดเกย่ี วกบั การประเมนิ โครงการ 6 6 บทท่ี 3 วธิ กี ารดาเนนิ งาน 6 ขัน้ ตอนการร่วมกันวางแผน (Plan) 7 ขน้ั ตอนการรว่ มกนั ปฏิบตั ิ ( Do) 8 ขน้ั ตอนการ่วมกนั ประเมิน ( Check ) 8 ขั้นตอนการร่วมปรับปรุง ( Act) 14 14 บทที่ 4 ผลการดาเนนิ การและวเิ คราะห์ข้อมูล 14 ผลการจดั กิจกรรมตามโครงการลดเวลาเรยี น-เพ่ิมเวลารู้ 14 14 บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ 15 วตั ถุประสงค์ 15 เปา้ หมาย 16 เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู 17 การเก็บรวบรวมข้อมูล สรุปผลการดาเนินการ ปัญหา/ข้อเสนอแนะ บรรณานกุ รม ภาคผนวก - โครงการ - คาสั่ง - สรปุ แบบสอบถามความคดิ เหน็ ต่อการจัดกิจกรรม - ภาพกจิ กรรม

1 บทที่ 1 บทนา 1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญ โครงการลดเวลาเรยี น-เพม่ิ เวลารู้ จดั ทาเพอ่ื ให้นกั เรียนทากิจกรรมนอกห้องเรยี น เสริมสร้างทักษะการเรยี นรู้ ทุกดา้ น ในรูปแบบของกิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรและการเรียนรแู้ บบบูรณาการ อกี ท้ังยงั เป็นการเพิ่มศักยภาพทางด้าน การอ่านออกเขียนได้ มีทกั ษะการอ่าน-การเขียน และเสรมิ สร้างทกั ษะอาชพี ของนักเรียนของโรงเรยี นให้ทันเหตกุ ารณ์ ในยุคโลกาภิวฒั น์และสนองนโยบายในการจดั การศึกษาตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาขั้นพื้นฐาน 2542 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2545 ) ที่ใหม้ กี ารจัดการเรียนรแู้ ละวัดประเมนิ ผลทห่ี ลากหลาย เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ เพื่อใหเ้ ป็นพลเมอื งทีม่ ี ประสทิ ธภิ าพสูงสุด หลกั สตู รการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานโรงเรยี นบ้านทอน มุ่งพฒั นาผเู้ รียนทุกคน ซึ่งเปน็ กาลงั ของชาติให้เป็นมนษุ ย์ท่ีมีความ สมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คณุ ธรรม มีจิตสานึกในความเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยดึ ม่ันในการปกครองตาม ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จาเป็นต่อ การศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และการศึกษาตลอดชวี ิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยมงุ่ เน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญบนพืน้ ฐานความเชอื่ วา่ ทุกคนสามารถเรียนร้แู ละพัฒนาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ มคี วามรูแ้ ละทักษะทางด้าน เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารสู่ความเป็นสากล คณะผปู้ ระเมนิ ผลจึงได้จัดทารายงานผลการดาเนนิ งานโครงการลดเวลาเรียน-เพิ่มเวลารู้ ในโรงเรียนบา้ น ทอนอย่างต่อเน่อื ง อนั จะส่งผลใหเ้ กดิ ผลคณุ ภาพการศึกษาอยา่ งยง่ั ยนื ต่อไป 1.2 วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่อื พัฒนาการอ่านออกเขียนได้ 2. เพอื่ สง่ เสรมิ ทักษะการอ่าน-เขยี น 3. เพือ่ ส่งเสรมิ ทักษะอาชีพ 1.3 เปา้ หมาย  เชิงปรมิ าณ นกั เรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 – ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ทกุ คน  เชงิ คุณภาพ 1. นักเรียนช่วงชน้ั ที่ 1 อ่านออกเขียนได้ 2. นกั เรียนช่วงชนั้ ที่ 2 มีทกั ษะการอา่ น-การเขยี น 3. นกั เรยี นชว่ งชั้นที่ 3 มีทักษะอาชีพ

2 1.4 เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ในคร้งั น้ี 1. แบบสอบถาม 2. แบบสารวจ 1.5 ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะไดร้ ับ 1. ได้เอกสารรายงานการดาเนินงานโครงการลดเวลาเรียน – เพิม่ เวลารู้ 2. ผลการประเมนิ การดาเนนิ งานโครงการเปน็ ข้อมลู สาคัญในการวางแผนพัฒนาคณุ ภาพ การศกึ ษาและพัฒนาการดาเนนิ งานตามโครงการอยา่ งต่อเนอ่ื ง 3. เพ่ือพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ 4. เพื่อสง่ เสรมิ ทักษะการอ่าน-เขยี น 5. เพอื่ สง่ เสริมทักษะอาชีพ

3 บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยทเี่ ก่ียวขอ้ ง หลักและแนวคดิ เกี่ยวกบั การประเมินโครงการ 1. ความหมายของการประเมินโครงการ สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2524, หน้า 1) ได้ให้ความหมายของการประเมินโครงการไว้ว่า เป็นกระบวนการ เพื่อให้ได้มาซ่ึงข้อมูลสารสนเทศสาหรับการตัดสินคุณค่าของโครงการ ผลผลิตกระบวนการ จุดมุ่งหมายของโครงการ หรือทางเลือกต่าง ๆ เพ่ือนาไปปฏิบัติให้บรรลุจุดมุ่งหมาย จุดเน้นของการประเมินคือ การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ ข้อมลู อยา่ งเปน็ ระบบ เพ่ือให้ได้ข้อสนเทศ เพ่อื ตัดสินคณุ ค่าของสง่ิ หน่งึ ส่งิ ใดโดยเฉพาะ ไพศาล หวังพานิช (2533, หน้า 25 – 26) ได้ให้ความหมาของการประเมินโครงการไว้ว่า การประเมิน โครงการเป็นกระบวนการกาหนดคณุ คา่ ของโครงการนัน้ ว่าดีมีประสิทธิภาพและไดผ้ ลเพยี งใด สุวิมล ติรกานันท์ (2543, หน้า 2) กล่าวว่า การประเมินโครงการเป็นกระบวนการที่เกิดข้ึนในทกุ ขั้นตอนของ กระบวนการดาเนินงานเพ่ือให้ได้สารสนเทศที่สามารถใช้ในการพิจารณาการดาเนินการ ซ่ึงจะทาให้การดาเนินการ เป็นไปได้อย่างทันท่วงที ในทางตรงกันข้ามผลการประเมินจะไม่เกิดเท่าที่ควร หากผลน้ันไม่สามารถใช้ในเวลาที่ เหมาะสม จากความหมายข้างตน้ สรุปได้วา่ ความหมายการประเมนิ โครงการสรปุ ไดว้ า่ เป็นกระบวนการดาเนินงานที่ให้ ได้มาซ่ึงข้อมูล สารสนเทศสาหรับการตัดสินคุณภาพ คุณค่าของโครงการว่ามีระดับคุณภาพ และคุณค่าอย่างไร นาไปใชพ้ ัฒนาสืบเน่อื งต่อไปไดอ้ ยา่ งไร 2. ความมุ่งหมายของการประเมินโครงการ หลกั การดาเนินงานใด ๆ จะต้องมีการตดิ ตามผลงานหรอื ประเมินผลงานท่ีได้รับมอบหมายไปดาเนินการ การ ติดตามผลงานเป็นการประเมินวิธีหน่ึง เพ่ือตรวจสอบว่างานใดดาเนินต่อไปอยา่ งไรเป็นการป้องกันไม่ให้งานแต่ละช่วง แต่ละตอน ดาเนินการผิดจุดประสงค์และเป้าหมายเพ่ือเป็นการเพ่ิมประสิทธิภาพในการทางาน และทาให้การ ดาเนินงานนั้นมีโอกาสประสบความสาเร็จตามจุดประสงค์และเป้าหมายท่ีกาหนดไว้มากย่ิงข้ึน บทบาทหน้าท่ีของ การศึกษาในปัจจุบันโดยเฉพาะโรงเรียนที่มีขอบข่ายขยายกว้างและซับซ้อนมากขึ้น เพราะความเติบโตและเจริญงอก งามของสังคม ความต้องการของสังคมเปล่ียนแปลงไปตามสภาพของสงั คม ซ่ึงปัจจุบันโรงเรียนไม่ได้มีหนา้ ทส่ี อนเพียง อย่างเดียวแต่ต้องเก่ียวข้องประสานงานกับชุมชน สังคมและครอบครัวของนักเรยี น โรงเรียนจาเป็นต้องบรหิ ารงานให้ ดาเนินไปตามนโยบายของการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน ต้องดาเนินตามแผนโครงการท่ีกาหนดจากนโยบาย สูงสุด ดังน้ันจึงต้องมีการติดตามและประเมินโครงการ เพ่ือให้งานดาเนินไปตามวัตถุประสงค์จึงทาให้การประเมิน โครงการมคี วามมุง่ หมายและความสาคัญตามความคดิ เห็นของนกั วิชาการในหลายแงม่ ุม ดงั ต่อไปน้ี ประชุม รอดประเสริฐ (2539, หน้า 74 – 75) ได้กล่าวถึงความหมายการประเมินโครงการของ มิตเชล (Mizel) และการประเมนิ โครงการที่มีความหมายเฉพาะของ คนอกซ์ (Knox) ว่าการประเมนิ โครงการมคี วามมุ่งหมาย 3 ประการ

4 1. เพ่อื แสดงผลการพิจารณาถึงคุณค่าของโครงการ 2. เพ่ือชว่ ยใหผ้ ทู้ ่ีตัดสนิ ใจมีการตัดสินใจท่ถี กู ต้อง 3. เพือ่ การบริการขอ้ มลู แกฝ่ ่ายการเมอื ง เพื่อใชใ้ นการกาหนดนโยบาย การประเมนิ โครงการ ความมงุ่ หมายเฉพาะ ดังต่อไปน้ี 1. เพื่อแสดงถึงเหตผุ ลทช่ี ัดเจนของโครงการอันเปน็ พื้นฐานทสี่ าคญั ของการตัดสินใจว่า ลกั ษณะใดของ โครงการมีความสาคญั มากทสี่ ุดซ่ึงจะต้องทาการประเมนิ เพ่ือหาประสิทธภิ าพและข้อมลู ชนดิ ใดจะต้องเกบ็ รวบรวม เพื่อการวเิ คราะห์ 2. เพอื่ รวบรวมหลักฐานความเป็นจริง และข้อมลู ท่จี าเปน็ เพื่อนาไปสู่การพจิ ารณาประสิทธผิ ลของโครงการ 3. เพอื่ การวิเคราะห์ข้อมูลและข้อเท็จจรงิ ตา่ ง ๆ เพ่ือการนาไปส่กู ารสรปุ ผลของโครงการ 4. การตัดสนิ ใจวา่ ข้อมลู หรือข้อเทจ็ จรงิ ใดสามารถนาไปใชไ้ ด้ สรุปได้ว่าการประเมินโครงการ มีความมุ่งหมายเพ่ือแสดงผลการพิจารณาถึงคุณค่าของโครงการ เพ่ือนา ข้อมูลไปวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของโครงการ เพ่ือช่วยให้ผู้มีอานาจสามารถนาไปตัดสินใจและนาไปใช้ได้ โดย คานึงถึงความสาคัญของโครงการว่ามีความเหมาะสมเพียงใด บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์หรือไม่ เพราะผลการประเมินจะ เป็นตัวกระตุ้นให้การดาเนินงานมีข้อบกพร่องน้อยลง ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ในการ ดาเนินงานแตล่ ะโครงการ 3. ประโยชนข์ องการประเมินโครงการ จากความมุ่งหมายและความสาคัญดงั กล่าวแลว้ พอสรุปไดว้ ่าการประเมินโครงการมปี ระโยชน์ดงั ต่อไปน้ี 1. การประเมินโครงการช่วยให้กาหนดวัตถุประสงค์และมาตรฐานของการดาเนินงานมีความชัดเจน ดัง กล่าวคือ ก่อนท่ีจะนาโครงการไปใช้ย่อมจะได้รบการตรวจสอบอย่างละเอียดจากผู้บริหารและผู้ประเมิน ส่วนใดที่ไม่ ชัดเจน เชน่ วัตถปุ ระสงค์หรือมาตรฐานการดาเนินงาน หากขาดความแนน่ อนท่ีแจ่มชดั จะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข ใหม้ ีความถกู ตอ้ งชดั เจนเสียกอ่ น 2. ประโยชน์เต็มท่ี ท้ังนี้เพราะการประเมินโครงการจะต้องวิเคราะห์ทุกส่วนของโครงการข้อมูลใดหรือ ปัจจัยใดที่เป็นปัญหา จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเพ่ือให้สามารถปฏิบัติงานหรือใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมกับ คุณค่า ทรัพยากรทุกชนิดจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ในจานวนหรือปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอแก่การดาเนินงาน ทรัพยากรท่ีไมจ่ าเป็นหรือมีมากเกนิ ไป จะไดร้ บั การตดั ทอน และทรัพยากรใดท่ีขาดจะได้รบั การจัดสรรเพม่ิ เติม 3. การประเมินโครงการช่วยให้แผนงานบรรลุวัตถุประสงค์ เพราะโครงการเป็นส่วนหน่ึงของแผน ดังนี้เมื่อ โครงการได้รบั การตรวจสอบวิเคราะหป์ รบั ปรุงแก้ไขเพ่ือใหด้ าเนนิ ไปด้วยดี 4. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยให้การแก้ปัญหาอันเกิดจากผลกระทบ (impact) ของโครงการ และทา ใหโ้ ครงการมีข้อท่ที าใหค้ วามเสยี หายลดน้อยลง 5. การประเมนิ โครงการมีส่วนช่วยอย่างสาคัญในการควบคุมคุณภาพของงาน เพราะการประเมินโครงการ มกี ารตรวจสอบ และควบคมุ ชนิดหนึง่

5 6. การประเมนิ โครงการมีชว่ ยในการสรา้ งขวัญและกาลังใจใหผ้ ู้ปฏิบัติงานตามโครงการ เพราะการประเมิน โครงการไม่ใช่เป็นการควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการ แต่เป็นการศึกษาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงแก้ไขและเสนอแนะ วิธีการใหม่ ๆ เพื่อใชใ้ นการปฏิบัตโิ ครงการย่อมจะนามาซ่งึ ผลงานที่ดเี ป็นทย่ี อมรับของผู้เกีย่ วข้องทงั้ ปวง 7. ผลของการประเมินโครงการอาจเป็นข้อมูลอย่างสาคญั ในการวางแผนหรือกาหนดนโยบายของผบู้ ริหาร และฝ่ายการเมอื ง 8. การประเมินโครงการช่วยในการตัดสินใจในการบริหารโครงการ กล่าวคือ การประเมินโครงการจะช่วย ให้ผู้บริหารได้ทราบถึงอุปสรรคและปัญหา ข้อดี ข้อเสีย ความเป็นไปได้และแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขในการ ดาเนินการโครงการ โดยข้อมูลดงั กลา่ วแล้วจะชว่ ยให้ผ้บู ริหารตัดสินใจวา่ จะดาเนินโครงการน้ันตอ่ ไป หรือยุติโครงการ น้ัน

6 บทท่ี 3 วิธดี าเนนิ การ รายงานผลการจัดกิจกรรมตามโครงการลดเวลาเรียน-เพม่ิ เวลารู้ ประจาปีการศกึ ษา 2562 ได้นาวงจร คณุ ภาพของเดมงิ่ PDCA มาใชใ้ นการดาเนินการ 4 ขั้นตอนดังนี้ 1. ขน้ั ตอนการร่วมกันวางแผน (Plan) 2. ขั้นตอนการร่วมกนั ปฏิบัติ ( Do) 3. ข้ันตอนการ่วมกนั ประเมิน ( Check ) 4. ขั้นตอนการร่วมปรบั ปรุง ( Act) 1. ขั้นตอนการรว่ มกนั วางแผน (Plan) ข้นั ตอนนีเ้ ปน็ การวางแผนการดาเนินการโดยมขี นั้ ตอน ดังนี้ 1.1 ประชุมปรกึ ษารว่ มกันระหวา่ งหวั หนา้ งาน/หวั หน้ากลุ่มสาระฯ แลว้ ขยายผลสู่คณะครูทกุ คน 1.2 จดั ทาโครงการลดเวลาเรียน-เพิม่ เวลารู้ เสนอผู้บริหารเพอ่ื พจิ ารณาเห็นชอบ 1.3 แตง่ ตั้งคณะกรรมการผรู้ ับผิดชอบเกย่ี วกบั การจัดกิจกรรมแตล่ ะงานแต่กจิ กรรมตามความเหมาะสม 1.4 สรา้ งความเขา้ ใจกบั นักเรยี นเพ่ือกาหนดแนวทางในการดาเนนิ การ 1.5 กาหนดระยะเวลาในการดาเนินการ และวิธีประเมนิ ผล 2. ข้ันตอนการร่วมกนั ปฏิบัติ ( Do) การปฏบิ ัติงานตามแผนงานท่ีวางไว้โดยมีขน้ั ตอนในการดาเนนิ งาน ดังน้ี 2.1 บันทึกเสนอผู้บรหิ ารเพอ่ื ขออนญุ าตดาเนนิ การ 2.2 ดาเนนิ การตามโครงการลดเวลาเรยี น-เพม่ิ เวลารู้ ประจาปกี ารศึกษา 2562 โดยมีกลมุ่ เป้าหมายเป็น นักเรยี นระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 – ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรยี นทุกคน โดยมีกิจกรรมดาเนนิ การดงั น้ี - กิจกรรมสง่ เสริมอ่านออกเขียนได้ของนกั เรยี นชว่ งช้นั ที่ 1 - กจิ กรรมส่งเสรมิ ทักษะการอ่าน-การเขียนของนักเรียนช่วงชนั้ ที่ 2 - กจิ กรรมสง่ เสริมทักษะอาชีพของนักเรยี นช่วงช้ันที่ 3 โดยมกี ารสง่ เสริมอาชพี ดงั นี้  การทากระเป๋าผา้  การทาผลิตภัณฑ์จากกระจูด  การทาขนม  การประดษิ ฐ์เรือกอและจาลอง 3. ขั้นตอนการรว่ มกันประเมนิ ( Check ) 3.1 ดาเนนิ การประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมตามโครงการลดเวลาเรยี น-เพมิ่ เวลารู้ โดยใชแ้ บบสารวจและ แบบสอบถามความคดิ เหน็

7 3.2 ขอ้ มลู ที่เปน็ มาตราสว่ นประมาณคา่ ( Rating Scale ) ใช้วธิ ีแจกแจงความถ่ี หาค่าเฉลี่ย (X) ทง้ั ใน รายข้อและภาพรวมเทยี บกบั เกณฑ์ ดงั นี้(บญุ ชม ศรีสะอาด , 2545 ) 4.51-5.00 หมายถึง มคี วามเหมาะสม/การปฏิบัติอยใู่ นระดบั มากทสี่ ดุ 3.51-4.50 หมายถึง มคี วามเหมาะสม/การปฏิบัติอยใู่ นระดับมาก 2.51-3.50 หมายถงึ มคี วามเหมาะสม/การปฏบิ ตั ิอยู่ในระดับปานกลาง 1.51-2.50 หมายถึง มีความเหมาะสม/การปฏบิ ัติอยู่ในระดบั นอ้ ย 1.00-1.50 หมายถงึ มีความเหมาะสม/การปฏิบัติอยู่ในระดบั นอ้ ยทีส่ ดุ 3.3 ขอ้ มลู ท่เี ป็นความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากแบบบนั ทึกกจิ กรรม ใชว้ ธิ ี วเิ คราะห์เน้ือเร่อื ง 3.4 สถิติทใี่ ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล - คา่ เฉลีย่ (Arithmetic: X ) 3.5 รายงานผลการดาเนินงานต่อผบู้ รหิ ารและบุคลากรโรงเรยี นบา้ นทอน 4. ขัน้ ตอนการร่วมปรับปรงุ ( Act) เม่ือคณะกรรมการฝ่ายประเมินผล สรุปผลการดาเนนิ งาน ปญั หา อุปสรรค และข้อเสนอแนะกลมุ่ งาน ผรู้ ับผดิ ชอบจงึ ไดน้ าสารสนเทศที่ได้มาปรบั ปรุง พัฒนาการงานให้มีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึ้น

8 บทท่ี 4 ผลการดาเนินการและวเิ คราะหข์ ้อมูล ผลการจดั กจิ กรรมตามโครงการลดเวลาเรยี น-เพ่ิมเวลารู้ ประจาปกี ารศกึ ษา 2562 สามารถสรปุ ตามข้ันตอน ในการดาเนนิ งาน ดงั นี้ ขัน้ ตอนการรว่ มกันวางแผน (Plan) การประชมุ ปรึกษารว่ มกนั ระหวา่ งหัวหน้างาน/หวั หน้าสายชนั้ แลว้ ขยายผลสู่คณะครทู ุกคนไดร้ บั ความ ร่วมมอื และสนับสนนุ การทาโครงการเปน็ อย่างดี และนาเสนอผู้บริหารเพ่ือพจิ ารณาเหน็ ชอบโครงการได้รบั การอนมุ ัติ โครงการ ผู้รับผดิ ชอบโครงการจงึ ได้ดาเนนิ การแตง่ ต้ังคณะกรรมการผู้รบั ผิดชอบเก่ียวกับการจัดกจิ กรรมแต่ละงานแต่ กิจกรรมตามความเหมาะสม แลว้ สรา้ งความเข้าใจกบั นกั เรียนเพื่อกาหนดแนวทางในการดาเนนิ การ ตดิ ตอ่ ประสานงานเตรยี มความพร้อม และกาหนดระยะเวลาในการดาเนินการ และวธิ ีประเมินผล ตามลาดับ ขั้นตอนการรว่ มกนั ปฏบิ ัติ ( Do) การบันทกึ เสนอผ้บู ริหารเพ่ือขออนุญาตดาเนนิ การ พบว่า ไดร้ บั การอนญุ าตและให้ดาเนินการ และผลการ ดาเนินการตามโครงการลดเวลาเรยี น-เพิ่มเวลารู้ ประจาปกี ารศกึ ษา 2562 โดยมกี ลุม่ เปา้ หมายเปน็ นักเรยี นระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1-ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ในโรงเรียนทกุ คน พบวา่ กิจกรรมอา่ นออกเขียนไดข้ องนักเรียนชว่ งชั้นท่ี 1 นักเรียนสามารถอ่านและเขยี นคาได้มากขึ้น กจิ กรรมส่งเสรมิ ทักษะการอ่าน-การเขยี นของนกั เรียนช่วงช้ันท่ี 2 นกั เรยี นสามารถอา่ นและเขยี นคล่องขึ้น นักเรียนสามารถแจกลกู คาได้ นักเรยี นสามารถนาคาที่ไดไ้ ปแต่งประโยชนไ์ ด้ ถูกต้อง กิจกรรมส่งเสรมิ ทักษะอาชีพของนักเรียนชว่ งชั้นท่ี 3 นักเรียนไดเ้ สริมสรา้ งทกั ษะในการประดิษฐ์เรือกอและ จาลอง การเย็บกระเป๋าผ้า การสานผลติ ภัณฑจ์ ากกระจดู และการทาขนม โดยนักเรียนและครใู ห้ความรว่ มมือใน การดาเนนิ กิจกรรมด้วยดี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ความสนใจในการเข้ารว่ มกิจกรรมและในความร่วมมือในการทา กจิ กรรมตา่ ง ๆ เป็นอยา่ งดี ขัน้ ตอนการ่วมกนั ประเมนิ ( Check ) การประเมินผลการจัดกิจกรรมตามโครงการลดเวลาเรียน-เพิม่ เวลารู้ โดยใชแ้ บบสอบถามความคดิ เหน็ พบวา่ วิเคราะห์ขอ้ มูลโดยการหาคา่ เฉล่ีย (X) จากแบบสอบถาม โดยแปลความหมายดงั ต่อไปนี้ 4.51 - 5.00 หมายความวา่ ระดบั ความคิดเหน็ ในระดบั มากทีส่ ุด 3.51 – 4.50 หมายความว่า ระดบั ความคดิ เหน็ ในระดบั มาก 2.51 - 3.50 หมายความว่า ระดับความคดิ เห็น ในระดับ ปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายความวา่ ระดับความคิดเห็น ในระดับ พอใช้ 1.00 - 1.50 หมายความว่า ระดบั ความคิดเห็น ในระดับ ปรบั ปรงุ วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบประเมนิ ได้ผลการประเมนิ ดังนี้

9 1. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนระดับชัน้ ป.1-3 1) ข้อมลู ทัว่ ไป  เพศ หญงิ จานวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 52 ชาย จานวน 48 คน คิดเปน็ ร้อยละ 48  ชั้นเรยี น ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 จานวน 32 คน คิดเปน็ ร้อยละ 32 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 32 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 32 ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน 36 คน คิดเปน็ ร้อยละ 36 2) ความพงึ พอใจต่อการจดั กิจกรรม ขอ้ รายการประเมิน คา่ เฉลย่ี แปลผล 1 ได้เลือกเรียนตามความต้องการ 3.93 มาก 2 ได้ลงมือทาตามความสามารถของตนเอง 4.27 มาก 3 ได้ฝกึ การแก้ปญั หา 4.32 มาก 4 ได้ฝึกการคิดของตนเอง 4.26 มาก 5 ทาให้กล้าแสดงออกมากขนึ้ 4.29 มาก 6 ไดฝ้ กึ การทางานรว่ มกบั ผู้อื่น 4.41 มาก 7 ไดเ้ รยี นรู้จากส่ิงแวดล้อมรอบตวั 4.13 มาก 8 ไดน้ าความรู้ไปใช้ในชวี ิตจรงิ 4.69 มากที่สดุ 9 ได้ชว่ ยเหลือเพ่ือน 4.21 มาก 10 ไดเ้ รยี นรอู้ ยา่ งมีความสุข 4.59 มากท่สี ุด เฉลย่ี 4.31 มาก คดิ เป็นรอ้ ยละ 86.20 จากตาราง พบวา่ นกั เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 มคี วามพึงพอใจต่อการไดน้ าความรู้ไปใช้ในชีวิตจรงิ มากท่ีสุด โดยมีคา่ เฉล่ยี เทา่ กับ 4.69 รองลงมาคือไดเ้ รียนรู้อยา่ งมีความสุข โดยมีค่าเฉลี่ยเทา่ กับ 4.59 และพึงพอตอ่ การได้เลือกเรยี นตามความต้องการน้อยทสี่ ดุ โดยมคี า่ เฉล่ีย เทา่ กบั 3.93 โดยภาพรวมนักเรียนระดบั ชั้น ประถมศกึ ษาปีที่ 1-3 มคี วามพงึ พอใจต่อการจดั กจิ กรรมส่งเสริมอ่านออกเขยี นได้ของนกั เรยี นช่วงช้ันท่ี 1 คดิ เป็นร้อย ละ 86.20

10 2. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้น ป.4-6 1) ขอ้ มูลทั่วไป  เพศ หญงิ จานวน 58 คน คิดเป็นรอ้ ยละ ชาย จานวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ  ชั้นเรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 33 คน คดิ เป็นร้อยละ 33 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 33 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 33 ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 34 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 34 2) ความพึงพอใจต่อการจดั กิจกรรม ขอ้ รายการประเมิน ค่าเฉลีย่ แปลผล 1 ได้เลือกเรียนตามความถนัด และความต้องการของตนเอง 3.89 มาก 2 ได้ฝึกฝนและพัฒนาเพิ่มพนู ความสามารถของตนเอง 4.13 มาก 3 ได้พัฒนาการเรยี นรขู้ องตนเองอยา่ งต่อเนื่อง 4.11 มาก 4 ได้พัฒนาความสามารถในการคิดของตนเอง 4.02 มาก 5 สง่ เสริมในมคี วามกล้าแสดงออกมากข้ึน 3.95 มาก 6 สง่ เสรมิ ใหไ้ ด้ฝึกทักษะการทางานเป็นทมี 3.96 มาก 7 ได้เรยี นรูจ้ ากส่ิงแวดล้อมรอบตวั 3.94 มาก 8 ไดน้ าความรู้ไปใชใ้ นชีวติ จริง 4.13 มาก 9 ไดเ้ รยี นรกู้ ารอยรู่ ว่ มกนั การมีน้าใจและการช่วยเหลอื กนั 4.05 มาก 10 ไดเ้ รยี นรู้อย่างมีความสุข 3.98 มาก เฉลี่ย 4.02 มาก คิดเป็นรอ้ ยละ 80.32 จากตาราง พบว่า นักเรียนระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4-6 มคี วามพึงพอใจตอ่ การได้ฝึกฝนและพฒั นาเพิม่ พนู ความสามารถของตนเองและไดน้ าความร้ไู ปใช้ในชวี ิตจริงมากท่สี ดุ โดยมีค่าเฉลยี่ เท่ากับ 4.13 รองลงมาคือได้ พฒั นาการเรยี นรู้ของตนเอง โดยมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.11 และพึงพอต่อการได้เลอื กเรยี นตามความถนัด และความ ต้องการของตวั เองน้อยท่ีสดุ โดยมคี า่ เฉลยี่ เทา่ กับ 3.89 โดยภาพรวมนกั เรียนระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4-6 มี ความพงึ พอใจตอ่ การจดั กิจกรรมสง่ เสริมทักษะการอ่าน-การเขียนได้ของนักเรยี นช่วงชั้นที่ 2 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 80.32

11 3. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรยี นระดับชั้น ม.1-3 1) ข้อมูลท่ัวไป  เพศ หญงิ จานวน 28 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 56 ชาย จานวน 22 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 44  ชั้นเรียน ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 จานวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 30 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 จานวน 15 คน คิดเปน็ ร้อยละ 30 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 20 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 40 2) ความพึงพอใจต่อการจดั กิจกรรม ค่าเฉลีย่ แปลผล ขอ้ รายการประเมิน 4.3 มาก 1 ได้เลือกเรยี นตามความถนัด และความต้องการของตนเอง 4.3 มาก 2 ไดฝ้ ึกฝนและพฒั นาเพมิ่ พูนความสามารถของตนเอง 4.22 มาก 3 ไดพ้ ฒั นาการเรยี นรขู้ องตนเองอยา่ งต่อเน่ือง 4.26 มาก 4 ได้พัฒนาความสามารถในการคดิ ของตนเอง 4.14 มาก 5 สง่ เสรมิ ให้มคี วามกลา้ แสดงออกมากขึน้ 4.36 มาก 6 สง่ เสริมให้ไดฝ้ ึกทักษะการทางานเป็นทมี 4.32 มาก 7 ได้เรียนร้จู ากส่งิ แวดล้อมรอบตวั 4.54 มากทสี่ ดุ 8 ไดน้ าความรู้ไปใช้ในชีวิตจรงิ 4.34 มาก 9 ไดเ้ รยี นรูก้ ารอยรู่ ่วมกัน การมีน้าใจและการช่วยเหลอื กัน 4.46 มาก 10 ได้เรียนรู้อย่างมคี วามสุข 4.32 มาก 86.48 คา่ เฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ จากตาราง พบวา่ นักเรยี นระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1-3 มีความพงึ พอใจตอ่ การไดน้ าความรู้ไปใช้ในชีวติ จรงิ มากที่สุด โดยมีคา่ เฉลย่ี เทา่ กับ 4.54 รองลงมาคือไดเ้ รียนรูอ้ ย่างมีความสุข โดยมีคา่ เฉลี่ยเทา่ กบั 4.46 และพงึ พอ ตอ่ การสง่ เสริมให้มคี วามกลา้ แสดงออกน้อยทสี่ ดุ โดยมคี ่าเฉลีย่ เท่ากับ 4.14 โดยภาพรวมนักเรยี นระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1-3 มีความพึงพอใจตอ่ การจดั กิจกรรมส่งเสรมิ ทกั ษะอาชพี คิดเปน็ ร้อยละ 86.48

12 4. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของครูผจู้ ัดกจิ กรรม คา่ เฉลีย่ แปลผล 1) ขอ้ มูลทั่วไป 4.25 มาก  เพศ 4.25 มาก หญงิ จานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 80 4.00 มาก ชาย จานวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 มาก  ช่วงอายุ 4.20 อายุ 20 – 30 ปี จานวน 4 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 20 4.45 มาก อายุ 31 – 40 ปี จานวน 10 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 50 4.3 มาก อายุ 41 – 50 ปี จานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 20 มาก อายุ 51 – 60 ปี จานวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 10 4.35  ระดับการศึกษา มาก ปริญญาตรี จานวน 18 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 90 4.35 ปรญิ ญาโท จานวน 2 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 10 4.35 มาก ปรญิ ญาเอก จานวน - คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4.2 มาก 2) ความพงึ พอใจต่อการจดั กิจกรรม 4.5 มาก 4.25 มาก ขอ้ รายการประเมนิ มาก 1 ช่วยให้นกั เรยี นสามารถสร้างองค์ความรไู้ ดด้ ้วยตนเอง จากการไดล้ งมือปฏิบตั ิจรงิ 4.15 2 สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นเกิดความสนใจในการเรียนรู้ และมกี าลังในการเรยี นรู้ 3 สร้างบรรยากาศทีก่ ระตุน้ ใหน้ ักเรยี นเกดิ การเรียนร้ดู ้วยตนเอง 4 ชว่ ยให้เกิดปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งผูเ้ รียนกบั ผเู้ รียน ครู ชุมชน เพอื่ สร้างสภาพแวดล้อมใน การเรยี นรทู้ ี่เป็นประโยชนต์ อ่ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม 5 นกั เรียนได้ฝกึ ทกั ษะการทางานเปน็ ทมี เกดิ การเรยี นรู้ร่วมกัน 6 ชว่ ยส่งเสรมิ สภาพแวดลอ้ มที่เอ้ือต่อการเรยี นรูด้ ้วยตนเองของนกั เรยี น 7 ชว่ ยใหน้ ักเรียนเกิดความเข้าใจเกย่ี วกับมโนทศั น์และแนวคิดทส่ี าคญั มากกวา่ การ ท่องจา 8 ช่วยกระตุ้นให้นักเรยี นเห็นคุณคา่ มีทศั นคตทิ ด่ี แี ละสามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ น ชีวิตจรงิ 9 ชว่ ยใหน้ กั เรียนเรียนร้อู ยา่ งมีความสขุ จากการได้เลอื กกจิ กรรมตามความสนใจ 10 ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนไดแ้ สดงออกและคิดอย่างสร้างสรรค์ 11 ส่งเสรมิ ให้นกั เรยี นได้ฝกึ คิด ฝึกทา และปรบั ปรุงตนเอง 12 นกั เรยี นมีโอกาสแลกเปลยี่ นเรยี นร้ภู ายในกลุ่มรขู้ ้อดแี ละจุดควรพัฒนาของตนเอง 13 ส่งเสรมิ ใหน้ กั เรียนเกิดความกระตอื รือร้นและเรยี นรไู้ ด้ดว้ ยตนเองมากกวา่ การเรยี นรู้ จากการทาแบบฝึกหดั และการทอ่ งจา

ข้อ รายการประเมิน 13 14 ชว่ ยให้นักเรยี นเลือกกจิ กรรมได้เหมาะสมตามความสนใจของตนเอง 15 ชว่ ยใหพ้ ฒั นานกั เรยี นไดเ้ ต็มตามศกั ยภาพของแตล่ ะคน ค่าเฉลย่ี แปลผล 4.5 มาก ค่าเฉลย่ี 4.1 มาก คิดเป็นร้อยละ 4.28 มาก 85.60 จากตาราง พบวา่ ครผู ูจ้ ดั กจิ กรรมมีความพงึ พอใจต่อการส่งเสรมิ ให้นกั เรียนไดฝ้ ึกคิด ฝึกทา และปรบั ปรุง ตนเองมากท่ีสดุ โดยมีคา่ เฉลีย่ เทา่ กบั 4.50 รองลงมาคือนักเรยี นไดฝ้ ึกทกั ษะการทางานเป็นทมี เกิดการเรียนรู้ ร่วมกัน โดยมีค่าเฉลย่ี เท่ากับ 4.45 และพึงพอตอ่ การสรา้ งบรรยากาศท่ีกระตนุ้ ให้นักเรียนเกดิ การเรียนรู้ด้วยตนเอง น้อยทีส่ ุด โดยมคี า่ เฉล่ยี เท่ากบั 4.00 โดยภาพรวมครูผ้จู ัดกจิ กรรม มีความพงึ พอใจต่อการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ ทักษะ อาชพี คิดเปน็ ร้อยละ 85.60 จากแบบสอบถามความพึงพอใจในการจัดกจิ กรรมภายใตโ้ ครงการลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้ นกั เรยี นระดับชั้น ประถมศกึ ษาปที ี่ 1-3 มคี วามพึงพอใจต่อการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ อ่านออกเขียนไดข้ องนกั เรียนชว่ งชั้นที่ 1 คดิ เป็นรอ้ ย ละ 86.20 นักเรียนระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีความพึงพอใจต่อการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ทักษะการอ่าน-การ เขยี นได้ของนักเรียนช่วงชน้ั ท่ี 2 คดิ เป็นรอ้ ยละ 80.32 นักเรียนระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3 มีความพึงพอใจต่อการ จัดกิจกรรมส่งเสรมิ ทกั ษะอาชีพ คิดเปน็ ร้อยละ 86.48 ครูผจู้ ดั กจิ กรรม มคี วามพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ ทักษะอาชพี คิดเปน็ ร้อยละ 85.60 โดยภาพรวมของการจดั โครงการลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู้ นักเรยี นและคณะ ครูผ้จู ัดกจิ กรรมมคี วามพงึ พอใจโดยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 84.65 ขั้นตอนการรว่ มปรบั ปรุง ( Act) เมื่อคณะกรรมการฝ่ายประเมนิ ผลแล้วจึงได้จัดทาสรปุ ผลการดาเนินงาน ปญั หา อุปสรรค และ ข้อเสนอแนะกลุ่มงานผรู้ ับผดิ ชอบและไดน้ าสารสนเทศทไ่ี ด้นาเสนอตอ่ ผู้บรหิ ารและเผยแพร่ให้ผมู้ ีส่วนเกยี่ วข้อง รบั ทราบและนาผลการทาเนนิ งานมากปรบั ปรุงพัฒนาการงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน

14 บทท่ี 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ ผลการจดั กจิ กรรม ตามโครงการลดเวลาเรียน-เพิ่มเวลารู้ ได้ผลสรุปดงั น้ี 1. วัตถุประสงค์ 2. เป้าหมาย 3. เครอ่ื งมือทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู 4. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 5. สรปุ ผลการดาเนินการ 6. ขอ้ เสนอแนะ 1. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ พัฒนาการอ่านออกเขียนได้ 2. เพอ่ื ส่งเสรมิ ทักษะการอ่าน-เขยี น 3. เพ่ือสง่ เสรมิ ทักษะอาชีพ 2. เปา้ หมาย เชิงปรมิ าณ นักเรียนระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 13 โรงเรยี นบ้านทอน เชงิ คณุ ภาพ 1. นกั เรยี นชว่ งชนั้ ท่ี 1 อ่านออกเขียนได้ 2. นักเรยี นช่วงชน้ั ท่ี 2 มีทักษะการอา่ น-การเขยี น 3. นกั เรียนช่วงชัน้ ท่ี 3 มที กั ษะอาชีพ 3. เครือ่ งมือทใ่ี ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ในครง้ั น้ี 1. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ครูผูจ้ ัดกจิ กรรม ทม่ี ตี ่อการจัดกิจกรรม ภายใต้โครงการลดเวลา เรียน-เพิ่มเวลารู้ 4. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู มขี นั้ ตอนในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ดงั นี้ 1. ผรู้ บั ผดิ ชอบในแต่ละกจิ กรรมแจกแบบสอบถามความคิดเห็นใหน้ กั เรยี น คณะครู ผู้มีส่วนเกย่ี วของแตล่ ะ กิจกรรมประเมินผลการจดั กจิ กรรมต่าง ๆ ตามโครงการพฒั นางานวิชาการ 2. ผ้รู บั ผิดชอบแต่ละกจิ กรรมประเมินจากแบบบันทกึ กจิ กรรม 3. ผู้รบั ผดิ ชอบแต่ละกิจกรรมรายงานผลการจดั กจิ กรรม

15 5. สรุปผลการดาเนินการ การดาเนินการจดั กิจกรรมต่าง ๆ ตามแผนปฏิบัติการประจาปีการศึกษา 2562 ภายใต้โครงการลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารู้โดยดาเนินการแลว้ เสรจ็ และสรปุ รายงานตอ่ ผู้บริหาร สรปุ โดยภาพรวม พบว่า การจัดกิจกรรมทกุ กจิ กรรมที่ จดั ข้ึนภายใต้โครงการลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารู้ นกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1-3 มีความพงึ พอใจต่อการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ อ่านออกเขียนได้ของนักเรียนช่วงช้ันท่ี 1 คดิ เปน็ ร้อยละ 86.20 นักเรียนระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4-6 มคี วามพงึ พอใจต่อการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ ทกั ษะการอ่าน-การเขียนไดข้ องนกั เรียนช่วงชน้ั ท่ี 2 คิดเปน็ ร้อยละ 80.32 นักเรียนระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3 มีความพึงพอใจตอ่ การจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ ทกั ษะอาชพี คิดเป็นร้อยละ 86.48 ครผู ู้จัดกจิ กรรม มคี วามพึงพอใจต่อการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ ทักษะอาชีพ คิดเปน็ ร้อยละ 85.60 โดยภาพรวม ของการจัดโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นักเรยี นและคณะครผู ู้จัดกจิ กรรมมีความพงึ พอใจโดยเฉล่ียเท่ากับ รอ้ ยละ 84.65 6. ปญั หา/ข้อเสนอแนะ 1. ครปู รับรปู แบบกจิ กรรมให้หลากหลายย่ิงขนึ้ 2. อาจมีการไปศึกษาดูงานโรงเรียนท่ปี ระสบความสาเร็จด้านการจัดกจิ กรรมลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู้ เพือ่ ให้ เหน็ รปู แบบการจัดกิจกรรมต่าง ๆ และนาไปปรบั เปลี่ยนให้เหมาสมกับนักเรยี น

16 บรรณานุกรม สมหวัง พิธยิ านวุ ฒั น์ . (2535). วธิ ีทางการประเมนิ ทางการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ไพศาล หวงั พานิช. การจัดการผลการศึกษา. กรงุ เทพฯ : กรมอาชีวศึกษา, 2523. สุวมิ ล ติรกานันท์. (2543). การประเมินโครงการ:แนวทางสู่การปฏบิ ตั ิ. กรุงเทพมหานคร : คณะ ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั รามคาแหง. ประชมุ รอดประเสริฐ. 2539. นโยบายและการวางแผน: หลกั การและทฤษฎ.ี พมิ พ์คร้ังที่ 4. กรงุ เทพมหานคร: เนติ กลุ การพิมพ.์

ภาคผนวก

สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ ของนกั เรยี นระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-3 ตอ่ การจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้ ผตู้ อบแบบสอบถาม นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-3 จานวน 100 คน ประเดน็ ระดับความพึงพอใจ 1 54 3 2 0 ไดเ้ ลือกเรียนตามความต้องการ 23 47 30 0 0 ได้ลงมือทาตามความสามารถของตนเอง 38 51 11 0 0 ได้ฝึกการแก้ปัญหา 42 48 10 0 0 ได้ฝกึ การคิดของตนเอง 39 48 13 0 0 ทาให้กล้าแสดงออกมากขนึ้ 38 53 9 0 0 ได้ฝึกการทางานรว่ มกับผอู้ ่ืน 53 35 12 0 0 ได้เรียนรู้จากสิง่ แวดล้อมรอบตวั 33 47 20 0 0 ได้นาความรู้ไปใช้ในชวี ิตจรงิ 79 11 10 0 0 ไดช้ ่วยเหลือเพื่อน 42 37 21 0 0 ไดเ้ รยี นรู้อยา่ งมคี วามสุข 69 21 10 0

สรปุ ผลการประเมนิ ความพึงพอใจ ของนักเรียนระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4-6 ตอ่ การจดั กิจกรรม ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้ ผตู้ อบแบบสอบถาม นักเรยี นระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4-6 จานวน 100 คน ประเดน็ ระดับความพึงพอใจ 1 5 4 32 0 ไดเ้ ลือกเรียนตามความถนัด และความต้องการของตนเอง 23 47 26 4 0 ได้ฝึกฝนและพฒั นาเพิม่ พูนความสามารถของตนเอง 28 58 13 1 0 ได้พฒั นาการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเน่ือง 30 53 15 2 0 ไดพ้ ัฒนาความสามารถในการคิดของตนเอง 27 49 23 1 0 ส่งเสริมในมคี วามกล้าแสดงออกมากขน้ึ 27 43 28 2 0 สง่ เสริมให้ได้ฝกึ ทักษะการทางานเปน็ ทีม 25 51 19 5 0 ไดเ้ รียนรจู้ ากสงิ่ แวดล้อมรอบตัว 25 48 23 4 0 ไดน้ าความรู้ไปใช้ในชวี ติ จรงิ 32 49 19 0 0 ได้เรียนรกู้ ารอยรู่ ว่ มกัน การมีนา้ ใจและการช่วยเหลือกนั 29 48 22 1 0 ไดเ้ รียนรู้อยา่ งมคี วามสุข 31 40 25 4

สรปุ ผลการประเมินความพงึ พอใจ ของนักเรยี นระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 ตอ่ การจัดกิจกรรม ลดเวลาเรยี น เพิม่ เวลารู้ ผู้ตอบแบบสอบถาม นักเรยี นระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จานวน 50 คน ประเดน็ ระดับความพึงพอใจ 1 5 4 32 0 ไดเ้ ลือกเรียนตามความถนัด และความต้องการของตนเอง 23 19 8 0 0 ไดฝ้ ึกฝนและพฒั นาเพ่ิมพนู ความสามารถของตนเอง 19 27 4 0 0 ไดพ้ ัฒนาการเรียนรู้ของตนเองอยา่ งต่อเน่ือง 15 31 4 0 0 ได้พฒั นาความสามารถในการคดิ ของตนเอง 17 29 4 0 0 สง่ เสริมในมีความกลา้ แสดงออกมากขน้ึ 13 31 6 0 0 ส่งเสรมิ ใหไ้ ด้ฝึกทักษะการทางานเป็นทีม 21 26 3 0 0 ได้เรียนรจู้ ากสงิ่ แวดล้อมรอบตัว 19 28 3 0 0 ไดน้ าความรู้ไปใช้ในชวี ิตจรงิ 28 21 1 0 0 ได้เรยี นรู้การอยู่รว่ มกัน การมีนา้ ใจและการชว่ ยเหลอื กัน 19 29 2 0 0 ไดเ้ รียนรอู้ ย่างมคี วามสุข 27 19 4 0

สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ ของครผู จู้ ดั กิจกรรมต่อการจดั กิจกรรม ลดเวลาเรยี น เพิ่มเวลารู้ ผตู้ อบแบบสอบถาม ครู จานวน 20 คน ประเด็น ระดบั ความพึงพอใจ 54321 ชว่ ยให้นกั เรยี นสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง จากการได้ลงมอื ปฏบิ ตั จิ ริง 7 11 2 0 0 ส่งเสริมให้นักเรยี นเกิดความสนใจในการเรยี นรู้ และมกี าลงั ในการเรยี นรู้ 5 15 0 0 0 สรา้ งบรรยากาศท่ีกระตุ้นให้นักเรียนเกดิ การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง 3 14 3 0 0 ชว่ ยให้เกิดปฏิสมั พันธ์ระหว่างผ้เู รยี นกบั ผเู้ รยี น ครู ชมุ ชน เพือ่ สรา้ งสภาพแวดลอ้ ม 6 12 2 0 0 ในการเรยี นรทู้ ่เี ปน็ ประโยชนต์ ่อปฏบิ ตั กิ จิ กรรม นักเรยี นไดฝ้ ึกทกั ษะการทางานเปน็ ทมี เกิดการเรยี นร้รู ่วมกัน 9 11 0 0 0 ชว่ ยสง่ เสรมิ สภาพแวดล้อมท่ีเอ้อื ต่อการเรยี นรดู้ ้วยตนเองของนักเรียน 7 12 1 0 0 ชว่ ยใหน้ กั เรียนเกดิ ความเข้าใจเก่ียวกับมโนทัศน์และแนวคิดที่สาคญั มากกวา่ การ 8 11 1 0 0 ท่องจา ช่วยกระต้นุ ใหน้ กั เรียนเหน็ คุณค่ามีทัศนคตทิ ด่ี ีและสามารถนาความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ 99200 ในชีวติ จริง ชว่ ยใหน้ ักเรียนเรียนรูอ้ ยา่ งมีความสขุ จากการไดเ้ ลือกกจิ กรรมตามความสนใจ 11 5 4 0 0 ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนได้แสดงออกและคดิ อย่างสร้างสรรค์ 88400 ส่งเสรมิ ให้นกั เรยี นไดฝ้ กึ คดิ ฝึกทา และปรับปรงุ ตนเอง 11 8 1 0 0 นักเรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรูภ้ ายในกลุ่มรูข้ ้อดีและจุดควรพฒั นาของตนเอง 89300 ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนเกิดความกระตือรือรน้ และเรียนรไู้ ดด้ ้วยตนเองมากกวา่ การ 79400 เรยี นรู้จากการทาแบบฝึกหัดและการท่องจา ชว่ ยใหน้ กั เรยี นเลอื กกิจกรรมได้เหมาะสมตามความสนใจของตนเอง 11 8 1 0 0 ชว่ ยให้พฒั นานกั เรยี นไดเ้ ต็มตามศกั ยภาพของแตล่ ะคน 78500 ขอ้ เสนอแนะ อยากให้มีการไปศึกษาดูงานโรงเรยี นท่ีประสบความสาเร็จในด้านการจัดกจิ กรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้

ภาพการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอ่านออกเขียนไดข้ องนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1-3

ภาพการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอ่านออกเขียนไดข้ องนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1-3

ภาพการจดั กิจกรรมส่งเสริมทกั ษะอาชีพของนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3 การทาขนม

ภาพการจดั กิจกรรมส่งเสริมทกั ษะอาชีพของนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3 การทาขนม

ภาพการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ ทกั ษะอาชีพของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 การสานผลติ ภัณฑจ์ ากกระจูด

ภาพการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ ทกั ษะอาชีพของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 การสานผลติ ภัณฑจ์ ากกระจูด

ภาพการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ ทักษะอาชีพของนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-3 การทากระเปา๋ ผ้า

ภาพการจดั กจิ กรรมส่งเสริมทักษะอาชพี ของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 การประดษิ ฐ์เรือกอและจาลอง

ภาพการจดั กจิ กรรมส่งเสริมทักษะอาชพี ของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 การประดษิ ฐ์เรือกอและจาลอง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook