ความรู้เกี่ยวกบั กระบวนการยตุ ิธรรม
คานา สารบญั รายงานเล่มนจี้ ดั ทาขนึ้ เพ่ือเป็นสว่ นหนึ่งของวชิ า กระบวนการยตุ ิธ รรมของไทย 1 เศรษฐศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษา 4/7 เพอื่ ให้ได้ บคุ คลและหนว่ ยงาน 2-5 ศกึ ษาหาความรู้ในเร่ือง เศรษฐศาสตร์และหนว่ ย เจา้ พนกั งานบงั คบั คดี เศรษฐกิจ และได้ศกึ ษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็น 6 ประโยชน์กบั การเรียน ข้นั ตอนและการฟ้อง 7-14 ผ้จู ัดทาหวงั วา่ รายงานเลม่ นจี้ ะเป็นประโยชน์ บคุ คลทเี่กี่ยวขอ้ ง กับผู้อ่าน หรือนกั เรียน นักศกึ ษา ท่กี าลงั หาข้อมลู 15-24 เร่ืองนอี้ ยู่หากมขี ้อแนะนาหรือข้อผิดพลาด ประการใด ผู้จัดทาขอน้อมรับไว้และขออภยั มา ณ ท่นี ี้ ผู้จดั ทาและคณะ 27 มกราคม 2564
กระบวนการยตุ ธิ รรมของไทย บุคคลและหน่วยงานท่เี ก่ยี วข้องกบั กระบวนการยตุ ธิ รรม หมายถึง การดาเนนิ การคดเี ม่ือมขี ้อพิพาทเกดิ ขึน้ ระหวา่ งผ้เู สยี กระบวนการยุติธรรม หายร้องทกุ ขต์ อ่ เจ้าพนกั งานมีการสบื สวน หาข้อเทจ็ จริงกบั ผ้กู ระทาผิดจนถงึ การฟอ้ ง 1. ประชาชน หมายถึง ประชาชนผ้เู กยี่ วข้อง ร้องตอ่ ศาล ทงั้ ในกรณีของคดแี พง่ และ ผ้เู สียหาย ผ้ตู ้องหา จาเลย พยาน คดอี าญา 2. พนกั งานสอบสวนหรือตารวจ ได้แก่ ผ้ใู หญ่บ้าน กานนั ปลัดอาเภอ นายอาเภอ ผู้วา่ ราชการ จังหวดั 3. พนักงานอยั การ มหี น้าทฟ่ี ้องคดผี ้ถู ูกกลา่ วหาตอ่ ศาล เป็นทนายโจทก์หรือทนายจาเลย 4. ทนายความ คอื ดาเนินคดใี ห้แกล่ กู ความในศาล 5. ศาล มอี านาจในการพจิ ารณาพิพากษาคดี ศาล แบง่ ออกเป็น 3 ระดบั คอื
1. ศาลชนั้ ต้น 2. ศาลอทุ ธรณ์ คอื ศาลเริ่มต้นคดี แบ่งเป็น คอื ศาลที่พิจารณาพิพากษาคดที ่ีศาล ศาลแขวง คอื ศาลพจิ ารณาคดเี ล็ก ๆ เชน่ ชนั้ ต้นได้พิจารณาแล้ว ได้แก่ ลกั ทรัพย์ ยกั ยอก ทาร้ายร่างกาย - ศาลอทุ ธรณ์ - ศาลแรงงาน - ศาลอทุ ธรณ์ภาค 1 - ภาค 9 - ศาลภาษีอากร - ศาลเยาวชนและครอบครัว
3. ศาลฎกี า เจ้าพนกั งานบังคบั คดแี ละพนกั งาน คอื ศาลสงู สดุ ในการพิจารณาคดที ี่ตดั สิน ราชทณั ฑ์ โดยศาลอทุ ธรณ์ แตย่ งั ไม่เป็นทพ่ี อใจของ คคู่ วาม จงึ ยื่นอทุ ธรณ์ได้ มอี ยทู่ ่ี คดแี พง่ จะเกยี่ วข้องกับเจ้าพนักงานบงั คบั คดี กรม กรงุ เทพมหานครเพยี งแหง่ เดยี ว บงั คบั คดี และ กระทรวงยุตธิ รรม สาหรับ คดอี าญาเกยี่ วข้องกับเจ้าพนกั งาน กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย กระบวนการยุตธิ รรมทาง อาญา คดอี าญา คอื คดที ่มี ุ่งรักษาความสงบ และ ความเป็นระเบยี บของสงั คม
บคุ คลท่เี ก่ยี วข้องกบั คดอี าญา มี 7 ขนั้ ตอนและการฟ้องคดอี าญา ฝ่ าย คอื 1. เมอ่ื มีผ้เู สียหายแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ 1. ประชาชน หมายถงึ ผ้ไู ด้รับความ ตอ่ เจ้าพนกั งานตารวจเพอื่ ให้ดาเนนิ คดี เสยี หาย หรือทีเ่ รียกวา่ โจทก์ 2. พนกั งานสืบสวนสอบสวนจะรวบรวม 2. พนกั งานจบั กมุ และสอบสวน ข้อเท็จจริงและพิสจู น์ความจริงของผู้กระทาผดิ มา 3. พนกั งานอยั การ ดาเนนิ คดี 4. ทนายความ 3. พนกั งานสอบสวนทาสานวนข้อกลา่ วหาเสนอ 5. เจ้าหน้าทีศ่ าล หรือจ่าศาล ตอ่ อยั การ 6. คณะผ้พู ิพากษา 4. ในชนั้ ศาล ศาลจะประทับฟ้อง ถ้าผ้เู สยี หาย 7. กรมราชทณั ฑ์ ผ้คู มุ ฟ้องศาลเองศาลจะไตส่ วนมูลฟ้องวา่ คดนี นั้ มมี ูล เพยี งพอทีจ่ ะฟ้องหรือไม่ ถ้าเป็นคดอี ุกฉกรรจ์ศาล จะหาทนายความให้กบั จาเลยเพื่อ
ความเป็ นธรรม กระบวนการยตุ ิธรรมทางแพ่ง 5. การสอบคาให้การของจาเลย คดแี พง่ คอื คดรี ะหว่างเอกชนกบั เอกชน เกย่ี วกบั 6. การสบื พยาน ให้โจทก์สบื พยานกอ่ นเพ่ือพสิ จู น์ ทรัพย์สนิ บคุ คลทเ่ี กีย่ วข้องกบั คดแี พง่ ได้แก่ ความผดิ 1. โจทย์และจาเลย 2. ทนายความ 7. การพพิ ากษาตดั สนิ โดยศาลจะดจู าก 3. พนักงานอัยการ พยานหลกั ฐานทงั้ บคุ คล เอกสาร พยานวตั ถุ 4. ผ้พู ิพากษา 5. เจ้าพนกั งานบงั คบั คดี 8. การอทุ ธรณ์ฎกี าต้องทาภายใน 1 เดอื น 9. การบงั คบั คดี เจ้าหน้าทีร่ าชทณั ฑ์จะทาหน้าท่ี ตามคาพิพากษานนั้ โทษทางอาญา แบง่ ได้เป็น การริบทรัพย์ ปรับ กกั ขงั จาคกุ ประหารชีวติ (โทษสงู สุดของคดอี าญา)
ขนั้ ตอนและการฟ้องคดีแพ่ง 5. สืบพยานโจทก์และพยานจาเลย 6. ศาลพิพากษาคดี อาจมีการยน่ื อุทธรณ์ฎีกาได้ 1. โจทก์ฟ้องคดตี อ่ ศาล โดยโจทก์อาจฟ้องคดีตอ่ ศาลเอง และแตง่ ตงั้ ทนายความเข้าดาเนนิ การวา่ 7. การบงั คบั คดี ผ้แู พ้ต้องปฏบิ ตั ติ ามคาพพิ ากษา ตา่ งแทน สว่ นจาเลยกม็ สี ทิ ธสิ์ ู้คดดี ้วยการแตง่ ผู้ชนะมสี ิทธ์ิขอให้ศาลออกหมายบงั คบั คดไี ด้ เชน่ การยึดทรัพย์สนิ การขายทอดตลาด เป็นต้น ทนายได้เช่นกนั 2. ศาลส่งสาเนาคาฟ้องตอ่ จาเลย 3. จาเลยเม่ือได้รับคาฟ้องและหมายเรียกให้แก้คดี ให้ย่ืนแก้ภายใน 8 วนั 4. ศาลตรวจดคู าฟ้องทงั้ สองฝ่าย แล้วกาหนด ประเดน็ ข้อพพิ าท
ผ้เู สยี หายฟอ้ งคดี vs อยั การฟอ้ งคดี ผ้เู สียหายฟ้องคดี ฟ้องได้โดยไม่ต้องมกี ารสอบสวนก่อน แตศ่ าลต้อง ไตส่ วนมลู ฟ้องกอ่ น เพ่ือวินจิ ฉัยมลู คดวี า่ มมี ลู พอท่จี ะรับไว้พจิ ารณาตอ่ ไปหรือไม่ ถ้าศาลไตส่ วน แล้วเห็นว่ามีมลู กร็ ับฟ้องไว้พจิ ารณาตอ่ ไป แตถ่ ้า ไม่มมี ูลก็พพิ ากษายกฟ้อง
พนกั งานอยั การฟ้องคดี การจาแนกคดีแพ่งและคดีอาญา จะฟ้องได้ตอ่ เมอื่ มีการสอบสวนในความผิดทฟี่ ้อง 1. ความผดิ อาญากอ่ ให้เกิดความเสียหายและ แล้ว โดยเมอ่ื พนกั งานสอบสวนทาสานวนเสร็จก็ กระทบกระเทือนตอ่ ความสงบเรียบร้อยของสังคม จะส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อมกับความเหน็ วา่ ส่วนความรับผดิ ทางแพง่ เป็นเร่ืองระหวา่ งเอกชน ควรสัง่ ฟ้องหรือไม่ แตค่ วามเห็นดงั กล่าวไม่ผกู พนั ตอ่ เอกชนด้วยกันเองเท่านนั้ ให้อยั การปฏบิ ตั ติ าม พนกั งานอยั การมีอานาจ 2. เมอื่ ผ้กู ระทาความผดิ อาญาตายลง การลงโทษ พจิ ารณาเองวา่ ควรฟ้องหรือไมฟ่ ้อง ต้องระงับไป แตถ่ ้าผ้ตู ้องรับผิดในทางแพง่ ตายลง ความรับผิดทางแพ่งตกทอดไปยงั ทายาท ยกเว้น จะเป็นเรื่องเฉพาะตวั ของผ้ตู าย
3. ความผิดทางอาญาต้องกระทาโดยเจตนา เว้น 5. กฎหมายอาญามีวัตถปุ ระสงค์ทีจ่ ะลงโทษแก่ แตจ่ ะเป็นกรณกี ฎหมายบญั ญตั ไิ ว้โดยชดั แจ้งให้รับ ผู้กระทาผดิ สว่ นความรับผิดทางแพง่ เป็นเร่ืองการ ผดิ เมื่อได้กระทาโดยประมาท สว่ นความรับผดิ ทาง บงั คบั ให้ชาระหนแี้ ละการชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน แพง่ ไมว่ ่ากระทาโดยจงใจหรือประมาทเลนิ เลอ่ ความเสยี หาย ผู้กระทาก็ต้องรับผดิ 6. ความผดิ อาญาส่วนใหญไ่ มอ่ าจยอมความได้ 4. กฎหมายอาญาต้องตคี วามโดยเคร่งครัด ในทาง เว้นแตค่ วามผดิ ตอ่ สว่ นตวั สว่ นความรับผดิ ในทาง แพ่งจะต้องตคี วามตามตวั อกั ษรและตาม แพ่งนนั้ คกู่ รณอี าจตกลงยกเว้นความรับผดิ หรือ เจตนารมณ์ของบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมายนนั้ ๆ แม้แตฟ่ ้องร้องศาลไปแล้ว กอ็ าจตกลง ประนปี ระนอมยอมความกันได้
7. ตามกฎหมายอาญา หากมผี ้รู ่วมกระทาผดิ บุคคลท่ีเก่ยี วข้องในกระบวนยตุ ิธรรม หลายคน ผู้ร่วมกระทาความผดิ เหลา่ นนั้ อาจมี ทางอาญา ความรับผิดมากน้อยแตกตา่ งกนั ตามลักษณะของ การเข้าร่วม ส่วนความรับผดิ ทางแพง่ ผู้ทร่ี ่วมกัน ก่อหนี้ร่วมกันทาละเมิด จะต้องร่วมกนั รับผดิ (ลูกหนรี้ ่วม)
1. ผ้เู สยี หาย 2. พนกั งานสอบสวน “บคุ คลผู้ได้รับความเสียหายเนือ่ งจากการกระทา การสอบสวน คอื การรวบรวมพยานหลักฐานและ ผิดฐานใดฐานหน่ึง รวมทงั้ บคุ คลอ่นื ทมี่ ีอานาจ การดาเนินการทงั้ หลาย ซง่ึ พนกั งานสอบสวนได้ จัดการแทนได้” ทาไปเก่ียวกบั ความผิดท่ีกล่าวหาเพอ่ื ทจี่ ะทราบ บคุ คลเหล่านมี้ อี านาจจัดการแทนผ้เู สยี หายได้ ข้อเทจ็ จริงหรือพสิ จู น์ความผิดและเพ่อื จะเอาตวั ผ้กู ระทาความผดิ มาฟ้องลงโทษ 1. ผ้แู ทนโดยชอบธรรมหรือผ้อู นบุ าล เฉพาะ แตใ่ นความผิดซงึ่ ได้กระทาตอ่ ผ้เู ยาว์ หรือผู้ไร้ ความสามารถซงึ่ อยูใ่ นความดแู ล 2. บพุ การี ผ้สู บื สันดาน สามีหรือภริยา เฉพาะแตใ่ นความผิดอาญาซง่ึ ผ้เู สยี หายถกู ทา ร้ ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่อาจจะจัดการเองได้ 3. ผ้จู ดั การหรือผ้แู ทนอืน่ ๆ ของนิตบิ คุ คล เฉพาะความผดิ ซงึ่ กระทาแกน่ ติ บิ คุ คลนนั้
3. ผ้ถู กู กล่าวหา 4. พนกั งานอยั การ ผ้ถู กู กล่าวหาวา่ กระทาความผิดฐานใดฐานหนง่ึ เจ้าพนักงานผู้มหี น้าทฟี่ ้องผู้ต้องหาตอ่ ศาล แบง่ เป็น “ห้ามมใิ ห้พนักงานอยั การยน่ื ฟ้องคดใี ดตอ่ ศาล 1. ผ้ตู ้องหา หมายถึงบคุ คลผ้ถู ูกหาว่าได้กระทา โดยมไิ ด้มกี ารสอบสวนในความผดิ นนั้ ก่อน” ความผดิ แตย่ งั ไมไ่ ด้ถกู ฟ้องตอ่ ศาล 2. จาเลย หมายถงึ บคุ คลซง่ึ ถกู ฟ้องยงั ศาลแล้ว
5. ศาล 6. ทนายความ แบง่ ออกเป็นสามชนั้ คอื ศาลชนั้ ต้น ศาลอทุ ธรณ์ “ในคดที ี่มีอัตราโทษประหารชวี ิต หรือในคดที ี่ และศาลฎีกา จาเลยมีอายไุ ม่เกนิ สิบแปดปี ในวันทถ่ี ูกฟ้องตอ่ ศาลพจิ ารณาสบื พยานโดยจะต้องทาโดยเปิดเผย ศาล ก่อนเริ่มพจิ ารณาให้ศาลถามจาเลยว่ามี เปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าฟังได้ และศาลจะ ทนายความหรือไม่ ถ้าไมม่ กี ใ็ ห้ศาลตงั้ พิจารณาจากพยานหลักฐานว่าจาเลยกระทาผดิ ทนายความให้ หรือไม่ ในคดที มี่ ีอตั ราโทษจาคกุ กอ่ นเร่ิมพิจารณา คดใี ห้ศาลถามจาเลยวา่ มีทนายความหรือไม่ ถ้า ไม่มีและจาเลยต้องการทนายความ ก็ให้ศาลตงั้ ทนายความให้ ”
การตรวจสอบการใช้อานาจรัฐของ สรุปสาระสาคญั กระบวนการยตุ ิธรรม ประชาชนในกระบวนการยตุ ิธรรมทาง เชงิ สมานฉันท์ อาญา กระบวนการยุตธิ รรมเชงิ สมานฉันท์เป็น ผ้เู ขียนขอออกตวั กอ่ นวา่ บทความนเี้ป็นความเหน็ กระบวนการทสี่ าคญั ในการดาเนินการ เพ่ือแก้ไข ทางวชิ าการในเรื่องสทิ ธิเสรีภาพและศกั ดศ์ิ รีใน ความขดั แย้งของบคุ คลให้ได้รับความเป็นธรรม ความเป็นมนษุ ย์ของผู้บริสทุ ธิ์ในกระบวนการ อนั เกิดจากกระบวนทศั น์ความยุตธิ รรม ทเ่ี ป็น ยตุ ธิ รรมทางอาญาสทิ ธิเสรีภาพและศกั ดศิ์ รีใน ปรัชญา แนวคดิ ทฤษฎีและกลวิธีในการเยียวยา ความเป็นมนุษย์ในกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา เพ่ือสร้างความสมคั รสมานสามคั ครี ะหว่าง เหยื่อ เป็นเร่ืองทป่ี ระชาชนจะต้องเรียกร้องตอ่ สู้ดนิ้ รน อาชญากรรม ผ้กู ระทาผิด และชุมชนขนึ้ ใหมอ่ ีก เพ่ือให้ได้มาซง่ึ สิทธิเสรีภาพและศกั ดศิ์ รีในความ ครัง้ โดยมุง่ เน้นให้ความสาคญั กบั การมอง เป็นมนษุ ย์เอาเอง หรือเป็นเรื่องท่ีรัฐหรือองค์กรของ อาชญากรรมในมิตทิ วี่ ่าอาชญากรรมเป็นเรื่องของ ความขดั แย้งระหวา่ งบคุ คล รัฐ จะต้องดแู ล ให้ความค้มุ ครองสทิ ธิเสรีภาพและ ศกั ดศ์ิ รีในความเป็นมนุษย์ของประชาชน
ซง่ึ เป็นการมองในมิตเิ ชงิ ซ้อนท่แี ตกตา่ งไปจาก กฎหมายทเ่ี กย่ี วกบั ชวี ติ ประจาวัน กระบวนทศั น์หรือวธิ คี ดิ เดมิ ดงั นนั้ เพอ่ื ความเข้าใจ กฎหมายแพง่ เป็นกฎหมายเกี่ยวกบั เรื่องบคุ คล ในกระบวนการยตุ ธิ รรมเชิงสมานฉนั ท์ยง่ิ ขนึ้ จงึ ทรัพย์สิน นิตกิ รรม สัญญา ละเมิด ครอบครัว และ ควรทราบถึงความหมายและ รูปแบบกระบวนทัศน์ มรดก ท่มี คี วามสาคญั ตอ่ การดาเนินชีวติ ตงั้ แต่ ความยุตธิ รรม และหลกั การของความยุตธิ รรมเชงิ เกดิ จนตาย สมานฉันท์รวมทงั้ ความแตกตา่ งของกระบวนทศั น์ กฎหมายอาญา เป็นกฎหมายทเี่ กย่ี วกบั ความผิด เดมิ และกระบวนทศั น์ใหม่ซง่ึ เป็นที่มาสาคญั ของ และโทษ โดยกาหนดผู้กระทาผิดจะได้รับโทษ กระบวนการยตุ ธิ รรม เชงิ สมานฉนั ท์ด้วยพอสังเขป ตามทีก่ ฎหมายกาหนด กฎหมายอาญาจึงมี ความสาคญั ช่วยให้ประชาชนอยใู่ นสังคมได้อย่าง มีความสุขและปลอดภัย
เอกสารอ้างองิ บญุ เพราะ แสงเทยี น. (2558). กฏหมายธรุ กจิ เพื่อ การจัดการ.พิมพ์ครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ : บริษัท วิทยพัฒน์ จากดั . บญุ เพราะ แสงเทยี น. (2560). กฏหมายธรุ กจิ เพ่ือ การจัดการ. พมิ พ์ครัง้ ที่ 3. กรุงเทพฯ : บริษัท วิทยพฒั น์ จากดั . พนิตนาถ เย็นทรัพย์. (2558). กฎหมายธรุ กิจ. พมิ พ์ครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ : ทริป เปิล้ เอด็ ดเู คช่ัน. ภูมิชยั สุวรรณดมี านิตย์ จมุ ปา ชติ าพร พิศลยบตุ ร โต๊ะวิเศษกลุ . (2549). ความรู้เบอื้ งต้น
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: