กฎหมายอาญา เลขที่ 10 เสนอ เลขท่ี 20 เลขท่ี 21 คณุ ครูณฐั รนิ ีย์ สมนึก เลขท่ี 22 สมาชกิ เลขที่ 23 เลขที่ 32 นายนาวนิ แท่นทอง นายอิทธกิ ร มหทั ธนานนท์ นายภานุพงษ์ ถกู จติ ต์ น.ส. มณฑาทพิ ย์ สายสุวรรณ น.ส.พชิ ญ์ญา อิม่ พงษ์ น.ส.นาตยา ผกู พานชิ
คานา สารบญั รายงานเลม่ น้ีจดั ทาขนึ้ เพอ่ื เป็นสว่ นหนึ่งของวิชากฎหมายท่ี -ลกั ษณะและโครงสร้างของประมวลกฏหมายอาญา 1 ประชาชนควรรู้ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/7 เพ่อื ใหไ้ ดศ้ กึ ษาหา -หลกั กฎหมายอาญาภาคทวั่ ไป 2 ความรู้ในเร่อื ง กฎหมายอาญา และไดศ้ กึ ษาอย่างเขา้ ใจเพ่อื เป็นประโยชนก์ บั การเรยี น -ประเภทของความผดิ 3 - ลกั ษณะของการเกดิ ความผดิ 4 ผจู้ ดั ทาหวงั ว่า รายงานเลม่ นจี้ ะเป็นประโยชน์กบั ผอู้ า่ น หรอื นกั เรียน นกั ศกึ ษา ทก่ี าลงั หาขอ้ มลู เร่อื งน้ีอยหู่ ากมี -สภาพบังคบั ของกฎหมายอาญา 5 ขอ้ แนะนาหรือขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขอน้อมรับไว้และ ขออภยั มาณ ทนี่ ี้ดว้ ย -ประวตั คิ วามเป็นมาของกฎหมายอาญาไทย 6 ผ้จู ดั ทำและคณะ -ตวั อยา่ งเหตุการณ์กระทาผดิ และการลงโทษตามกฎหมายอาญ7า 19 มกรำคม 2564 -ความผดิ ในคดอี าญาเกย่ี วกบั ทรพั ย์ 14
1 2 1.ลกั ษณะและโครงสร้างของประมวลกฏหมาย 2.หลกั กฎหมายอาญาภาคทวั ่ ไป อาญา 1.กฎหมายอาญาตอ้ งแน่นอนชดั เจนคอื “ถอ้ ยคา” ในบทบัญญตั กิ ม. 1.1ลกั ษณะของกฎหมายอาญา อาญาตอ้ งมคี วามชดั เจนหลกี เลยี่ งถอ้ ยคาทจ่ี ะทาใหก้ ารตดั สินคดี 1เป็นกฎหมายทบี่ ัญญตั ไิ วเ้ ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรลกั ษณะ 2.หา้ มใชก้ ฎหมายทใ่ี กลเ้ คยี งอยา่ งยง่ิ (การใหเ้ หตุผลโดยอา้ งความ 2.เป็นกฏหมายทใ่ี ชบ้ ังคบั เฉพาะการกระทาในอาณาเขต คลา้ ยคลงึ กนั ) ลงโทษทางอาญาแกบ่ ุคคล ของรัฐ 3.กฎหมายอาญาไมม่ ผี ลย้อนหลงั ไปลงโทษการกระทาทผ่ี า่ นมาแลว้ 3.เป็นกฏหมายทไี่ มม่ ผี ลย้อนหลงั เป็นกม.ทใี่ ชใ้ น ขณะกระทาการนนั้ กม.อาญาในทนี่ ี้ คอื บทบัญญตั ทิ ่ี กาหนดเกย่ี วกบั การกระทาผดิ และโทษ 4.กฎหมายอาญาตอ้ งแปลหรอื ตคี วามโดยเคร่งครดั ความเขา้ ใจทวี่ า่ หากตคี วามตามตวั อกั ษรแลว้ หากขอ้ ความนนั้ ไมช่ ดั เจนจงึ คอ่ ย พจิ ารณาถงึ เจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นความเขา้ ใจทคี่ ลาดเคลอ่ื น 5. หา้ มใชจ้ ารีตประเพณแี หง่ ทอ้ งถน่ิ ลงโทษทางอาญาแกบ่ ุคคล เพราะตวั บทมาตรา 2 ใชค้ าวา่ “บญั ญตั ”ิ และสอดคลอ้ งกบั ขอ้ 1 เพราะจารตี ประเพณแี หง่ ทอ้ งถนิ่ เป็นเร่อื งของแตล่ ะทอ้ งถน่ิ ไม่ ชดั เจนแนน่ อน แตกตา่ งจากประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
3 4 ประเภทของความผิด ลกั ษณะของการเกิดความผิด ความผดิ ทางอาญามี 2 ประเภทคอื กฎหมายอาญาแบง่ ลกั ษณะของการกระทาความผดิ ไว้ 3 1. ความผดิ ในตวั เอง คอื ความผดิ ทคี่ นทวั่ ไปเหน็ ชดั เจนว่าเป็น ประเภทคอื ความผดิ ตอ่ ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน 1. ความผดิ โดยการกระทา 2. ความผดิ เพราะกฎหมายหา้ ม คอื ความผดิ ทเี่ กดิ จากการที่ 2.ความผดิ โดยการงดเว้นการกระทา กฎหมายบัญญตั ใิ หเ้ ป็นความผดิ โดยอาจมไิ ดเ้ กย่ี วกบั ศลี ธรรม 3.ความผดิ โดยการละเวน้ การกระทา เลย ซ่งึ หากกลา่ วถงึ ทฤษฎกี ฎหมายสามยุค ความผดิ เพราะ กฎหมายหา้ มอยู่ในยุคกฎหมายเทคนคิ
5 6 สภาพบงั คบั ของกฎหมายอาญา ประวตั ิความเป็ นมาของกฎหมายอาญาไทย โทษทางอาญา เป็นสภาพบังคบั หลกั ทางอาญาทสี่ ามารถ แมว้ ่าตามแนวคดิ และทฤษฎขี องกฎหมายอาญา ใชไ้ ดก้ บั การกระทาทเ่ี ป็นความผดิ ทางอาญา ตามกฎหมาย กฎหมายควรจะมกี ารบญั ญตั ขิ น้ึ จากเจตจานงคข์ องประชาชน อ่นื ดว้ ย ดลุ ยพนิ จิ ในการลงโทษ ทศ่ี าลจะลงโทษผกู้ ระทา กต็ าม แตใ่ นประเทศไทย ประมวลกฎหมายอาญาทใี่ ชใ้ น ความผดิ หนกั เบาเพยี งใดย่อมขนึ้ อยู่กบั ทฤษฏซี ึ่งเกยี่ ว กบั ปัจจบุ ัน มไิ ดม้ กี ารบญั ญตั ขิ น้ึ ตามแนวคดิ ดงั กลา่ ว หากแตเ่ ป็น จดุ ประสงคใ์ นการลงโทษ ซงึ่ แยกได้ 2 ทฤษฏี คอื ทฤษฏี การเร่งรัดและรบี ใหม้ กี ารออกกฎหมายดงั กลา่ วเพ่อื ใหก้ ฎหมาย เดด็ ขาด การลงโทษ คอื การตอบแทนแกแ้ คน้ การกระทา มคี วาม เหมาะสมตามกาลสมยั ทพ่ี ฒั นามาจาก กฎหมาย ผดิ การลงโทษหนักเบายอ่ มเป็นไปตามความร้ายแรงของ ลกั ษณะอาญา รศ.๑๒๗ เพอ่ื ใหก้ ฎหมายมคี วามทดั เทยี มกบั ความผดิ และทฤษฏีสมั พนั ธ์ การลงโทษมปี ระโยชน์คอื นานาอารยประเทศ (ศ.ดร.หยุด แสงอุทยั เป็นผรู้ ่างประมวล เพอ่ื ใหส้ ังคมปลอดภยั โทษจงึ ทาหนา้ ทหี่ า้ มไมใ่ หค้ นกระทา ความผดิ และในกรณกี ระทาความผดิ ไปแลว้ โทษมคี วาม กฎหมายอาญา ซ่งึ มกี ารประกาศใชใ้ นปี พ.ศ. ๒๔๙๙) จาเป็นเพ่อื ปรบั ปรุงใหผ้ กู้ ระทาความผดิ นนั้ กลบั ตวั กลบั ใจ แกไ้ ขการ กระทาผดิ ทเ่ี คยเกดิ ขน้ึ และสามารถกลบั เคา้ สู่ สงั คมอยา่ งเดมิ
7 8 ตวั อยา่ งเหตกุ ารณก์ ระทาผิด และการลงโทษตาม การลงโทษตามกฎหมายอาญา กฎหมายอาญา นายชมไมต่ อ้ งรับผดิ ฐานเป็นผใู้ ชต้ ามประมวลกฎหมายอาญา 1. นายชมตอ้ งการฆา่ นายชยั จงึ ส่งจดหมายไปถงึ นายชติ มาตรา 84 ในความผดิ ฐานฆา่ นายชยั เพราะเมอ่ื จดหมายฉบับ มอื ปืนรบั จา้ งใหฆ้ า่ นายชยั ตอ่ มานายชมเปลยี่ นใจไม่ แรกหายกลางทางและนายชติ ไมร่ ขู้ อ้ ความใด ๆ ในจดหมาย ตอ้ งการฆา่ นายชยั โดยเพยี งตอ้ งการทารา้ ยเทา่ นัน้ จงึ ส่ง ฉบบั แรกเลย จงึ ยังไมม่ กี ารใชใ้ หไ้ ปฆา่ นายชมจงึ ไมต่ อ้ งรับโทษ จดหมายอกี ฉบับหนึ่งถงึ นายชติ มใี จความวา่ ขอยกเลกิ หนง่ึ ในสามของโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ขอ้ ความในจดหมายฉบับแรกทงั้ หมดและใหน้ ายชติ ไปคอย แตอ่ ย่างใดนายชติ ไปดกั ทารา้ ยนายชยั ตามทร่ี ับจา้ งมา เป็นการ ดกั ทาร้ายนายชยั ปรากฏว่าจดหมายฉบับแรกหายกลาง ทาร้ายโดยไตรต่ รองไว้กอ่ น เม่อื นายชยั ถงึ แกค่ วามตายอนั เป็น ทางไปไมถ่ งึ มอื นายชติ แตน่ ายชติ ไดร้ ับจดหมายฉบับทสี่ อง ผลโดยตรงจากการทารา้ ย นายชติ จงึ มคี วามผดิ ฐานทาร้ายผอู้ ่นื โดยไมร่ ู้เร่อื งในจดหมายฉบับแรกเลย และไดไ้ ปคอยดกั ทา จนเป็นเหตุใหผ้ อู้ น่ื ถงึ แกค่ วามตายตามประมวลกฎหมายอาญา รา้ ยนายชยั ตามทนี่ ายชมวา่ จา้ ง เมอ่ื นายชยั เดนิ ทางมาถงึ มาตรา 290 วรรคสองนายชมมคี วามผดิ เชน่ เดยี วกบั นายชติ โดย นายชติ ซ่ึงแอบอยูก่ ต็ รงเขา้ ใชไ้ มต้ ที าร้ายนายชยั เป็นเหตุ เป็นผใู้ ชต้ ามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 แมน้ ายชยั จะ ใหน้ ายชยั ลม้ ลงศรี ษะฟาดพนื้ ถงึ แกค่ วามตาย ถงึ แกค่ วามตายแตก่ เ็ ป็นการกระทาภายในขอบเขตของการใช้ ซ่ึงผใู้ ชต้ อ้ งรับผดิ ในผลทเ่ี กดิ ขน้ึ นนั้ ดว้ ยตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 87
9 10 2. นายอว้ นกบั นายผอมเคยมเี ร่อื งทะเลาะวิวาทกนั มากอ่ น การลงโทษตามกฎหมายอาญา วันเกดิ เหตนุ ายอว้ นไปทา้ ทายนายผอมโดยพดู วา่ \"มงึ ออกมา ตอ่ ยกบั กตู วั ตอ่ ตวั ถา้ แน่จริง\" นายผอมเดนิ ออกจากบา้ นไป นายผอมใชอ้ าวุธปืนยิงในระยะ 2 เมตร ถกู นายอว้ นทห่ี น้าอก 3 พบนายอว้ นโดยพกอาวุธปืนสนั้ ไปดว้ ย นายอว้ นชกั มีด นดั ถอื วา่ มเี จตนาฆา่ นายอว้ น แตน่ ายอว้ นไมถ่ งึ แกค่ วามตาย ออกมาเพอ่ื จว้ งแทงนายผอม จงึ ถกู นายผอมใชอ้ าวุธปืน นายผอมจงึ มคี วามผดิ ฐานพยายามฆา่ ตามประมวลกฎหมาย ดงั กลา่ วยิงในระยะ 2 เมตร ถกู นายอว้ นทห่ี น้าอกจานวน3 อาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80การทน่ี ายอว้ นไปพดู ทา้ นัด นายอว้ นไดร้ ับอนั ตรายสาหสั และนายผอมอา้ งเหตุว่า ทายและนายผอมออกไปพบนายอว้ นโดยพกอาวุธปืนสนั้ ไป เป็นการป้องกนั โดยชอบดว้ ยกฎหมายหรือกระทาโดยบนั ดาล ดว้ ย แสดงว่านายผอมสมคั รใจเขา้ ววิ าทและตอ่ สกู้ บั นายอว้ น โทสะ เป็นการเขา้ สภู่ ยั โดยไมม่ กี ฎหมายใหอ้ านาจ แมน้ ายอว้ นชกั มดี เพอ่ื จว้ งแทงกเ็ ป็นเหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้ ในการทะเลาะววิ าทกนั นายผอมไมม่ สี ทิ ธใิ ชอ้ าวุธปืนยงิ นายอว้ น โดยอา้ งเหตุวา่ เป็น การป้องกนั โดยชอบดว้ ยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 การทนี่ ายอว้ นพดู ทา้ ทายใหน้ ายผอมออกไปชกตอ่ ย กนั ตวั ตอ่ ตวั ยังมใิ ชเ่ ป็นการขม่ เหงนายผอมอย่างร้ายแรงดว้ ย เหตุอนั ไมเ่ ป็นธรรมตอ่ นายผอม และแมน้ ายอว้ นชกั มดี เพ่อื จว้ ง แทงกเ็ น่อื งมาจากการทน่ี ายผอมสมคั รใจเขา้ วิวาทตอ่ สู้กบั นาย อว้ น จงึ ไมอ่ าจอา้ งวา่ เป็นการกระทาโดยบนั ดาลโทสะตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72
11 12 3. นายตน้ ถกู ฟ้องเป็นจาเลยในคดอี าญา นายตน้ กลวั วา่ การลงโทษตามกฎหมายอาญา ศาลจะพพิ ากษาลงโทษจาคกุ จงึ ไปปรกึ ษานายสง่ ซงึ่ เป็น ลกู จา้ งชวั่ คราว ทาหนา้ ทเ่ี กบ็ สานวนคดอี ยู่ทศ่ี าลนนั้ ซงึ่ รจู้ กั การทน่ี ายสง่ เรยี กและรบั เงินไปจากนายตน้ เป็นเงินจานวน กนั มากอ่ น นายสง่ ไดพ้ ดู วา่ รจู้ กั ผพู้ พิ ากษาในคดที น่ี ายตน้ 100,000 บาท เพ่อื เป็นการตอบแทนโดยอา้ งวา่ จะนาไปใช้ ถกู ฟ้อง เคยเสนอสานวนใหท้ า่ นพจิ ารณา หากนายตน้ ให้ จงู ใจเจา้ พนักงานในตาแหน่งผพู้ พิ ากษาโดยวิธกี ารอนั เงินตน 100,000 บาท กจ็ ะขอใหศ้ าลพพิ ากษารอการ ทจุ ริตใหก้ ระทาการในหนา้ ทพ่ี พิ ากษาคดโี ดยรอการ ลงโทษแกน่ ายตน้ แตน่ ายสง่ มไิ ดร้ ะบุชอ่ื ผพู้ พิ ากษา นาย ลงโทษแกน่ ายตน้ ในคดอี าญาทนี่ ายตน้ ถกู ฟ้อง แมจ้ ะมไิ ด้ ตน้ จงึ มอบเงินจานวน 100,000 บาท แกน่ ายส่ง ตอ่ มาศาล ระบุช่อื ผพู้ พิ ากษาซ่ึงพจิ ารณาพพิ ากษาคดขี องนายตน้ และ พพิ ากษาลงโทษจาคกุ นายตน้ นายตน้ จงึ ทราบวา่ นายสง่ ไมไ่ ดไ้ ปจงู ใจผพู้ พิ ากษาในการกระทาการในหน้าทใ่ี หเ้ ป็น มไิ ดว้ ิ่งเตน้ ใหต้ นเลย เพราะนายสง่ ไมเ่ คยร้จู กั ผพู้ พิ ากษา คุณแกน่ ายตน้ กต็ าม การกระทาของนายส่งกค็ รบ เจา้ ของสานวน เหตทุ น่ี ายส่งแอบอา้ งเพราะเขา้ ใจว่าคดี องคป์ ระกอบความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ประเภทนศี้ าลมกั จะรอการลงโทษอย่แู ลว้ นายตน้ จงึ ไปตอ่ 143 สว่ นเงินจานวน 100,000 บาท วา่ นายสง่ ว่าทาใหต้ นเสยี หายตอ้ งโทษจาคุกและขอเงนิ คนื เป็นทรัพย์ทไี่ ดใ้ หต้ ามความในมาตรา 143 จงึ ตอ้ งริบเสีย นายส่งอา้ งวา่ มไิ ดก้ ระทาความผดิ แตอ่ ย่างใดและไมย่ อม ทงั้ สน้ิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 34 คนื เงิน 100,000 บาท
13 14 กระบวนการยุติธรรมทางอาญาผู้เสยี หายฟ้องคดีต่อศาล ความผิดในคดีอาญาเกีย่ วกบั ทรพั ย์ การลกั ทรพั ย์ การลกั ทรพั ย์ คอื การเอาทรพั ย์ของผอู้ น่ื หรอื ทผี่ อู้ น่ื เป็นเจ้าของรวมอยู่ ดว้ ยไป โดยต้องการจะครอบครองทรพั ย์นนั้ ไว้ เพอ่ื ตนเองเอาไปขายหรอื ใหก้ บั บุคคลอ่นื กต็ ามแต่ ผทู้ กี่ ระทาความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์จะต้องถูกระวางโทษไมเ่ กนิ 3 ปี และปรบั ไม่เกนิ 6 พนั บาท การลกั ทรพั ยน์ นั้ ถ้าผูก้ ระทาได้กระทาในเวลากลางคนื หรอื ในบรเิ วณทมี่ เี หตเุ พลงิ ไหม้ การระเบดิ หรอื ในบรเิ วณทม่ี อี ุบัตเิ หตผุ ทู้ เี่ ขา้ ไปลกั ทรพั ยใ์ นบรเิ วณดงั กล่าว จะตอ้ งถกู ระวางโทษหนกั ข้นึ กวา่ การลกั ทรพั ยใ์ นเวลา สถานทหี่ รอื เหตุการณ์ ปกติ เหตุทเ่ี ป็นเช่นน้ี เพราะเหตกุ ารณ์ หรอื ชว่ งเวลาดงั กลา่ วเจ้าของทรพั ยก์ าลงั ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นไม่สามารถทจี่ ะดแู ลทรพั ย์ของตนเองไดแ้ ละการกระทาใน เหตกุ ารณห์ รอื ชว่ งเวลาดงั กล่าวเป็นการกระทาทซ่ี ้าเตมิ เจ้าของทรพั ยท์ กี่ าลงั ไดร้ บั ความเดอื ดร้อน
15 16 ยกั ยอกทรัพย์ การวิ่งราวทรพั ย์ การยกั ยอกทรัพย์ เป็นกรณีทท่ี รพั ยน์ นั้ ไดต้ กมาอยู่ใน เป็นการลกั ทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึง่ หนา้ หมายถงึ เป็น ความครอบครองของบุคคลหนึ่ง แลว้ บุคคลนนั้ ไดย้ ึดเพอ่ื ไว้ การขโมยเจา้ ของรูต้ วั และทรัพยจ์ ะตอ้ งอย่ใู กลช้ ดิ ตวั เจา้ ทรพั ย์ เป็นประโยชนก์ บั ตนเอง ซ่ึงทาใหเ้ จา้ ของทรัพย์ไดร้ บั ความ ผกู้ ระทาการวิง่ ราวทรัพยจ์ ะตอ้ งถกู ระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ 5 เสยี หาย เชน่ นาย ก ยืมยางลบ นาย ข ไว้ใช้ แตเ่ หน็ ว่า ปี และปรบั ไมเ่ กนิ 1 หม่นื บาท อยา่ งไรกต็ ามถา้ การว่ิงราว สวยดจี งึ ไมค่ นื ในกรณเี ชน่ นี้ นาย ก มคี วามผดิ ฐานยักยอก ทรัพย์ทาใหผ้ อู้ ่นื ไดร้ บั อนั ตรายหรอื เสียชวี ติ เชน่ กระชาก ทรพั ย์ ซงึ่ จะตอ้ งถกู ระวางโทษไมเ่ กนิ 3 ปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ สรอ้ ยจากเจา้ ของแลว้ สร้อยบาดคอเจา้ ของสร้อย ผทู้ กี่ ระทา 2 พนั บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรบั ขอ้ ควรระวงั สาหรบั ผทู้ เี่ กบ็ จะตอ้ งถกู ระวางโทษหนกั ขนึ้ ดว้ ย กระเป๋ าตงั คต์ กไดห้ รอื ของทม่ี คี นมาลมื ไว้ (โดยทเี่ จา้ ของยงั ตดิ ตามทรพั ยน์ นั้ อยู่) หากนากลบั ไปเพราะตอ้ งการยดึ ถอื ไว้เองแลว้ กม็ คี วามผดิ ฐานลกั ทรพั ยไ์ ด้
17 18 การกรรโชกทรพั ย์ รีดเอาทรพั ย์ การรีดเอาทรพั ย์มลี กั ษณะการกระทาความผดิ เหมอื นการ การกรรโชกทรพั ย์ หากจะยกตวั อย่างใหเ้ หน็ ไดอ้ ย่างชดั เจนคง กรรโชกทรัพย์แตต่ า่ งกนั เฉพาะวธิ กี ารบงั คบั กลา่ วคอื การ ตอ้ งยกตวั อยา่ ง กรรโชกทรพั ยจ์ ะเป็นการขวู่ ่าจะทารา้ ยทาอนั ตราย แตก่ ารรีด กรณีทพ่ี บเหน็ ไดบ้ ่อย คอื การทร่ี ุน่ ทบี่ งั คบั เอาเงินจากรุ่นน้อง เอาทรพั ย์จะเป็นกรณที ผ่ี กู้ ระทาขวู่ ่าจะเปิดเผยความลบั ซึง่ จะ หรือทเ่ี รยี กกนั วา่ “แกง็ คด์ าวไถ”่ ทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ ผทู้ ถ่ี กู ขหู่ รือบุคคลอน่ื จนผทู้ ถี่ กู ขู่ พวกแกง็ ดาวไถม่ กั จะบงั คบั ขเู่ ขญ็ ใหร้ ุ่นนอ้ งเอาเงินหรอื ส่ิงของท่ี ยินยอมมอบเงนิ หรือทรัพยส์ นิ ให้ ผทู้ ก่ี ระทาความผดิ ฐานน้ี มคี า่ มาให้ ถา้ ไมเ่ อามาใหก้ ม็ กั จะถกู ขหู่ รือถกู ทารา้ ย ทาใหต้ อ้ ง จะตอ้ งถกู ลงโทษจาคุกตงั้ แต่ 1 ปี ถงึ 10 ปี และปรบั ตงั้ แต่ 2 ยอมตามทแ่ี กง็ คด์ าวไถบ่ งั คบั ผทู้ กี่ ระทาความผดิ ในเร่อื งนีน้ นั้ พนั บาท ถงึ 2 หม่นื บาท กฎหมายไดก้ าหนดโทษใหต้ อ้ งจาคุกไมเ่ กนิ 5 ปี และปรบั ไม่ เกนิ 1 หมน่ื บาท แตถ่ า้ ผทู้ ก่ี ระทาการกรรโชกขวู่ ่าจะฆา่ ทาให้ ไดร้ บั อนั ตรายอยา่ งสาหสั หรือมอี าวุธมาขดู่ ว้ ยกจ็ ะไดร้ บั โทษ หนักขนึ้
19 20 ชิงทรพั ย์ ปล้นทรพั ย์ ชงิ ทรพั ย์ คอื การลกั ทรพั ย์ทป่ี ระกอบดว้ ยการใชก้ าลงั เขา้ ทาร้าย หรอื ขเู่ ขญ็ ว่าจะใชก้ าลงั เขา้ ทารา้ ยในทนั ที ทงั้ นี้ เพ่อื ใหผ้ ทู้ ี่ การปลน้ ทรัพย์ มลี กั ษณะเชน่ เดยี วกบั การชงิ ทรพั ย์ตา่ งกนั ครอบครองทรพั ยน์ นั้ อยยู่ ินยอมใหท้ รัพย์ไป หรือกระทาไปเพ่อื ให้ เพยี งว่ามผี รู้ ว่ มชงิ ทรพั ย์ตงั้ แต่ 3 คนขนึ้ ไป ผทู้ กี่ ระทา เกดิ ความสะดวกในการนาทรัพย์นนั้ ไป เชน่ ขณะทน่ี ายเอกกาลงั ความผดิ ฐานปลน้ ทรพั ย์จะตอ้ งถกู ระวางโทษตงั้ แต่ 10 ปี ถงึ เดนิ เลน่ อยู่ นาย โท กเ็ ขา้ มาบอกใหส้ รอ้ ยทองใหถ้ า้ ไมใ่ หจ้ ะทา 15 ปี และปรับตงั้ แต่ 2 หมน่ื บาท ถงึ 3 หมน่ื บาท หากการ รา้ ยหรอื จะเอาปืนยิงใหต้ ายจนนายเอกตอ้ งยอมถอดสร้อยของตน ปลน้ ทรัพย์ผปู้ ลน้ คนใดคนหนึง่ มอี าวุธตดิ ตวั ไปดว้ ย หรือใน ให้ เป็นตน้ การปลน้ เป็นเหตใุ หเ้ จา้ ทรัพยห์ รอื บุคคลอ่นื ไดร้ ับถกู ทาร้าย หรือเสียชวี ิต ผกู้ ระทาความผดิ ทุกคนแมจ้ ะไมไ่ ดพ้ กอาวุธ หรือรว่ มทารา้ ยเจา้ ทรพั ย์หรือบุคคลอ่นื กฎหมายกถ็ อื วา่ ทุก คนมสี ่วนรว่ มในการกระทาความผดิ ดว้ ย ซ่ึงมผี ลใหจ้ ะตอ้ งรับ โทษหนกั ขน้ึ กว่าการปลน้ ทรพั ย์โดยไมม่ อี าวุธหรอื ไมไ่ ดม้ กี าร ทารา้ ยผใู้ ด
17 บรรณานุกร 18 ทาให้เสียทรพั ย์ มสุคนธ์ สินธพานนท.์ //กฎหมายท่ปี ระชาชนควรร้.ู //พมิ พ์ครงั้ ท/ี่10.//กรงุ เทพฯ/:/บรษิ ทั การทาใหเ้ สยี ทรัพย์ เป็นกรณที ผ่ี กู้ ระทาตงั้ ใจทจ่ี ะทาร้ายหรอื ทา อักษรเจรญิ อจท. จากดั ,/2563. ใหท้ รพั ย์สนิ ของผอู้ ่นื ไดร้ ับความเสยี หาย เชน่ ไมพ่ อใจอาจารย์ Sitemap.//(2563).//กฎหมายอาญา.//สบื ค้นเมอื่ 23 มกราคม 2564./จาก ฝ่ายปกครองจงึ เอาเหรยี ญไปขดู รถของอาจารย์ หรอื อจิ ฉา เพอ่ื นทมี่ โี ทรศพั ทจ์ งึ เอาโทรศพั ทเ์ พ่อื นไปทง้ิ เป็นตน้ ผกู้ ระทา https://sites.google.com/site/sittipon955/kdhm ความผดิ ฐานน้จี ะตอ้ งถกู ระวางโทษไมเ่ กนิ 3 ปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ ส่วนนติ กิ าร มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ.์ //(2563).//กฎหมายอาญา.//สืบค้นเมอื่ 23 6 พนั บาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรับ นอกจากการทผี่ กู้ ระทาจะตอ้ งรบั ในทางกฎหมายอาญาแลว้ กม็ คี วามผดิ ทางกฎหมายแพง่ ดว้ ย มกราคม 2564./จาก https://dla.wu.ac.th/th/archives/3547 กลา่ วคอื ผทู้ เี่ ป็นเจา้ ของทรัพย์สนิ นนั้ อาจใชส้ ิทธฟิ ้องใหผ้ กู้ ระทา ผดิ ใหช้ ดใชค้ า่ เสยี หายไดอ้ กี ดว้ ย วกิ พิ เี ดยี .//(2563).//กฎหมายอาญา.//สบื คน้ เมอ่ื 23 มกราคม 2564./จาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0 Sitemap.//(2563).//ความผิดอาญาเกีย่ วกบั ทรพั ย.์ //สบื คน้ เมอ่ื 23 มกราคม 2564./ จาก http://www.taparnhin.phichit.police.go.th/%E0%B8%84%E0 กลบั สำรบญั
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: