Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore PHOTOSYNTHESIS กลุ่ม12

PHOTOSYNTHESIS กลุ่ม12

Published by Bunnada Kaewdee, 2019-12-18 08:46:05

Description: เผยแพร่แนวข้อสอบเข้ามหาลัย
วิชาวิทยาศาสตร์เข้มข้น6 ว30256
น.ส.บุณณดา แก้วดี ม.6/1 เลขที่15
น.ส.สิริกร สิงขรณ์ ม.6/1 เลขที่23

Search

Read the Text Version

25.ต่อไปน้ีข้อใดถกู ตอ้ ง 1. พืชมอี ัตรำกำรสังเครำะหด์ ว้ ยแสงไดม้ ำก เมอ่ื พชื ไดร้ บั แสงสเี ขียว 2. พืชมอี ตั รำกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสงได้นอ้ ย ท่ีสดุ เมื่อพชื ได้รับแสงสสี ม้ 3. แสงสตี ่ำง ๆ ท่คี ลอโรฟิลลร์ ับไว้ มี ควำมสัมพนั ธก์ ับอัตรำกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสง 4. ทง้ั ขอ้ 1 และข้อ 2

เฉลยข้อ 3. แสงสตี ำ่ ง ๆ ทค่ี ลอโรฟิลลร์ ับไว้ มคี วำมสมั พนั ธ์ กบั อตั รำกำรสงั เครำะห์ด้วยแสง แสงสตี ่ำง ๆ ท่ีคลอโรฟลิ ลร์ บั ไวม้ คี วำมสมั พนั ธก์ บั อตั รำ กำรสังเครำะหด์ ว้ ยแสง เชน่ คล่ืนแสงสสี ม้ ทำใหพ้ ืชมอี ตั รำ กำรสังเครำะหด์ ว้ ยแสงสูงมำก ส่วนคลืน่ แสงสเี ขยี ว ทำให้ พืชมีอตั รำกำรสงั เครำะหด์ ้วยแสงนอ้ ย

26.ชว่ งแสงใดทพี่ ชื นำไปใชใ้ นกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสงไดด้ ที ่สี ดุ 1. ชว่ งแสง Far red 2. ช่วงแสงที่ตำสำมำรถมองเห็น 3. ชว่ งแสงสีนำ้ เงนิ และสแี ดง 4. ชว่ งแสงสีเหลอื งและสีเขยี ว

เฉลยขอ้ 3. ชว่ งแสงสนี ำ้ เงนิ และสแี ดง ช่วงแสงท่พี ชื นำไปใช้ในกำรสังเครำะหด์ ว้ ยแสงไดด้ ี ทส่ี ุด คือ ชว่ งแสงสีน้ำเงิน และแสงสีแดง

27.เซลล์ใดท่ีไมพ่ บกระบวนกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสง ท้งั ๆ ทเ่ี ปน็ เซลล์ของใบ 1. Palisade cell 2. Spongy cell 3. Guard cell 4. Epidermis

เฉลยข้อ 4. Epidermis Epidermis เปน็ เซลลข์ องใบซ่งึ ไมม่ คี ลอโรพลำสต์ ดังน้ันจึงไมพ่ บกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสงทเ่ี ซลล์ ไม่วำ่ ด้ำนบนหรือด้ำนล่ำง แต่ Guard cell หรอื เซลลค์ มุ เป็นเซลล์ชน้ั เดยี วกับ Epidermis แตม่ ีคลอโรพลำสต์ จงึ มกี ำรสังเครำะหด์ ้วยแสงได้

28.ลกั ษณะต่อไปนี้ ขอ้ ใดมีประสิทธิภำพในกำรสังเครำะหด์ ว้ ยแสง มำกท่สี ุด 1. ใบทุกใบพยำยำมชูให้สม่ำเสมอกนั เพอ่ื รบั แสงสวำ่ ง ผิวใบ มคี วิ ติเคลิ หนำ ปอ้ งกนั กำรระเหยน้ำ 2. ใบเรียงตวั สลับกัน เพอ่ื ใหก้ ลมุ่ พำลิเสดเซลล์รบั แสงมำก ท่สี ดุ 3. ใบเรียงตวั สลับกนั แผ่นใบเรยี บดดู แสงไดด้ ี 4. ใบอย่รู วมกันเปน็ กลมุ่ หนำแนน่ แผน่ ใบหนำ มกี ลมุ่ เซลล์ ไซเลม โฟลเอมจำนวนมำก

เฉลยข้อ 2. ใบเรียงตัวสลบั กนั เพือ่ ใหก้ ลุ่มพำลิเสด เซลล์รับแสงมำกที่สุด กำรทใี่ บเรยี งตัวสลับกนั เพ่อื ให้กล่มุ พำลิเสดเซลล์ รบั แสงมำกที่สดุ ทำให้เกดิ ประสทิ ธิภำพในกำร สงั เครำะห์ด้วยแสงมำกทีส่ ุด

29.กำรสังเครำะห์ดว้ ยแสงของพืชเพอ่ื ใหไ้ ดน้ ำ้ ตำล กลูโคสออกมำ 1 โมเลกุล ตอ้ งเกดิ ปฏิกริ ิยำตำมวัฏจักร แคลวนิ กร่ี อบ 1. 1 รอบ 2. 2 รอบ 3. 3 รอบ 4. 6 รอบ

เฉลยขอ้ 4. 6 รอบ กำรสงั เครำะหด์ ้วยแสงของพืชเพอ่ื ให้ไดน้ ำ้ ตำล กลูโคสออกมำ 1 โมเลกลุ ตอ้ งเกดิ ปฏกิ ริ ิยำตำมวงจร แคลวิน 6 รอบ เน่อื งจำกในวงจรแคลวนิ น้นั เกดิ 3 รอบ จงึ จะได้ PGAL 6 โมเลกลุ ซ่ึงพืชเก็บสะสมไว้ 1 โมเลกลุ อีก 5 โมเลกลุ จะเข้ำสู่วงจรแคลวนิ อีก เพื่อทำ ให้เกิด 3 RuBP แต่ 2 PGAL จงึ ให้ 1 กลูโคส ดงั นั้น จงึ เกิดวงจรแคลวนิ 6 รอบ จะได้ 1 กลูโคส

30. หมำยเลข 1 ควรเปน็ อะไร 1. กำ๊ ซออกซเิ จน 2. ก๊ำซคำรบ์ อนไดออกไซด์ 3. น้ำ 4. ATP

เฉลยขอ้ 3. น้ำ หมำยเลข 1 ควรเปน็ นำ้ เนือ่ งจำกเป็นชว่ งของ ปฏกิ ิรยิ ำทใ่ี ช้แสง สำรทีพ่ ืชใชค้ อื น้ำ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook