中国 的 少 数 民 族 กล่มุ ชาตพิ นั ธ์ไุ ต 傣族
กล่มุ ชาติพนั ธ์ไุ ต 傣族
1.ความเป็ นมา ชาวไตอาศยั อยใู่ นมณฑลหยนุ หนาน(云南) ในบริเวณเขตปกครองตนเองเผา่ ไตสิบสิงปันนา(西双版纳)และมีกระจดั กระจายอยตู่ ามเมืองอน่ื ๆ อีกกวา่ 30ชาวไตต้งั บา้ นเรือนอยตู่ ามบริเวณเขตร้อนท่ีราบหุบเขา จากการสาํ รวจจาํ นวนประชากรคร้ังที่5 ของจีนในปี 2000 ชนกลุ่มนอ้ ยเผา่ ไตมีจาํ นวนประชากรท้งั ส้ิน 1,158,989 คน ภาษาที่ใชค้ ือภาษาไต(傣语)ชนเผา่ ไตมอี กั ขระอกั ษร แต่ภาษาไตท่ีชนเผา่ ไตท่ีใชม้ ีความแตกต่างกนั ในแต่ละทอ้ งถนิ่ อกั ขระภาษาไตมีการปรับปรุงใหม่ในปี 50ของศตวรรษที่ 20 นอกจากน้ียงั มีชาวไตอกี กว่าสามแสนคนในประเทศไทยและลาว ชาวไทล้ือมีวฒั นธรรมและภาษาพดู ท่ีใกลเ้ คียงกบั คนไทยโดยเฉพาะคนไทยในภาคเหนือมากที่สุดจากกลุ่มชาติพนั ธุต์ ่างๆของจีนชาวไตในจีนส่วนมากอาศยั อยใู่ นอาํ เภอปกครองตนเองสองปันนา ท่ีมเี มอื งหลวงช่ือวา่ จิ่งหงหรือวา่ เชียงรุ้งชาวไท นบั ถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทเช่นเดียวกบั คนไทยและกม็ ีช่ือเสียงเกี่ยวกบั ประเพณีสงกรานต์เช่นเดียวกบั คนไทยดว้ ย ชนชาติไตรวมท้งั ไตล้อื เรียกตนเองวา่ ”ไต”ไมม่ ี”ท”ใชใ้ นภาษาของเขา ไตล้ือท่ีอพยพเขา้มาอยใู่ นประเทศไทยเรียกตนเองคือไทล้อื ซ่ึงมนั เป็นเหตุผลทางการเมืองที่ตอ้ งการการยอมรับวา่ ตนเองคือคนไทย บรรดาชนชาติไตปัจจุบนั กลายเป็นเพยี งชนกลมุ่ นอ้ ยของหลายๆประเทศคือ ไตล้อื (จีน) ไตเขิน,ไทใหญ่(พมา่ ) ไตดาํ (เวยี ตนาม) ไตลาว,ผไู้ ท(ลาว) ไตยวนหรือคนเมอื ง(ไทย) คนไตเหลา่ น้ีลว้ นเคยมีอาณาจกั รและราชสาํ นกั ที่ยง่ิ ใหญ่รุ่งเรืองของตนเองท้งั สิ้น เพยี งแต่โดยสายเลอื ดด้งั เดิมพวกเขารักสงบไมใ่ ช่ชนชาตินกั รบ จึงตอ้ งตกอยใู่ นอาํ นาจของคนอ่นื เสมอมา
2. ศิลปวฒั นธรรม ในดา้ นศิลปวฒั นธรรม ที่โดดเดนไดแ้ ก่ การนบั ปฏทิ ินแบบชาวไต ซ้ึงเริ่มมีมาตง้ั งแต่ปี ค.ศ. 638มีตาราปฏทิ ินจนั ทรคติ มบี นั ทึกพงศาวดารภาษาไตท่ีจารึกเร่ืองราวทางประวตั ิศาสตรของชนเผา่ เพลง กลอน นิทาน และตาํ านานมากมาย ชาวไตมวี รรณกรรมขนาดยาวท่ีจดบนั ทึกไวม้ ากกว่าหา้ ร้อยเรื่อง ถอื เป็นชนเผา่ ท่ีมอี ารยธรรมและววิ ฒั นาการทางภาษาท่ีโดดเด่นมากท่ีสดในบรรดาชนกลุ่มนอ้ ยท้งั หมดของจีนวรรณกรรมที่โดดเด่นเป็นเรื่องราวของการกาํ เนิดพภิ พ เช่น เรื่อง 布桑盖与瓦桑盖 ป้ ซู ง้ กา้ ยกบั หว่า เร่ือง 勐卯与景欠战争史 ประวตั ศาสตรสงครามของเหมงิ หม่าวกบั จิ่งเช่ียน ภาพท่ี 1 ระบาํ ยกยงูศลิ ปะการรําของชาวไตท่ีมชี ่ือเสียงมากท่ีสุดคือกะร่ายราํ ประบาํ นกยงู 孔雀舞 เป็นการเลยี น รําแพของนกยงู กส็ ะทอ้ งถงึ วฒั นธรรมของชาวไตไดอ้ ยา่ งชดั เจน เน่ืองจากบริเวณสิบสองปันนามนั กยงู เป็นจาํ นวนมาก ชาวไตถือวา่ นกยงู เป็นนางพญาแห่งนกนบั เป็นส่ิงศกั ดิสิทธ์ิประจาํ ชนเผา่ นอกจากน้ียงั มีขลุย่ น้าํ เตา้ การวาดภาพและงานฝีมือดา้ นการแกะสลกั ท่ีเป็นเอกลกั ณ์เฉพาะตวัสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงวถิ ีชีวิตของชาวไตไดอ้ ยา่ งงดงาม
3.ชีวิตความเป็ นอยู่การแตง่ กายของชาวไตสาหรบั ผ้ชู าย -กางเกงขาก๊วย เรียกวา่ กน๋ หง่ ยง่ หรือ ก๋นไต -เสอื ้ แขนยาว คอกลม ไหลเ่ ลยลงมาตอ่ ตะเขบ็ ตรงกึ่งกลางแขน -เสอื ้ ผา่ หน้าติดด้วยกระดมุ ขอดห้าคู่ ตวั ยาวเท่าสะโพก เรียกวา่ เสอื ้ แต้กป่ งุสาํ หรับผหู้ ญิง “เสอ้ แซค”หรือ “เสอ้ ไตหนา้ แวด๊ ”แขนเส้ือเป็นผา้ ช้ินเดียวกบั ตวั เส้ือ ชายเส้ือส้นั เท่าเอวติดกระดุมขอดหา้ คู่ -เส้ือไตต่อเอน็ หลงั หนา้ ตรง แบบคอกลม ผา่ หนา้ -เส้ือไตหนา้ แวด๊ ไม่ต่อแขนหรือแขนเลย มีท้งั แบบต่อเอน็ หลงั ต่อเอน็ หนา้ ต่อเอน็ หลงั ไมต่ ่อเอน็ หนา้ -เส้ือไตหนา้ แวด๊ ต่อไหล่ ต่อเอน็ หนา้ หรือไม่กไ็ ด้ ไม่ต่อเอน็ หลงั -เส้ือไตแบบผชู้ าย มที ้งั แขนส้นั แขนยาว และ -ผา้ ซิ่นหรือผา้ ถงุ จะใชผ้ า้ ที่มลี วดลายเป็นส่วนใหญ่ เยบ็ ตะเขบ็ เดียวเป็นผา้ ถงุ ภาพที่ 3 การแต่งกายของชาวไต
ดา้ นอาหารการกินของชาวไตจะกินขา้ วเจา้ เป็นหลกั ชอบดื่มเหลา้ และกินอาหารรสเผด็ ชอบกินเน้ือปลา กงุ้ และชอบเค้ียวหมากบา้ นเรือนของชาวไตมกั จะสร้างดว้ ยไมส้ องช้นั สร้างดว้ ยอิฐ และดินช้นั เดียว และนิยมสร้างบา้ นส่ีหลงั ในร้ัวเดียวกนั ชอบต้งั บา้ นเรือนอยบู่ นพ้ืนท่ีราบลมุ่ ริมแมน่ ้าํ4.ขนบธรรมเนียมขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวไตสะทอ้ นใหเ้ ห็นถงึ สงั คมแบบศกั ดินาอยา่ งชดั เจน การแต่งงานจะแต่งกบั คนท่ีมรี ะดบั ชนช้นั ทางสงั คมเท่าเทียกนั การถือครองกรรมสิทธ์ิที่ดินเป็นตวั กาํ หนดระดบั ชนช้นัทางสงั คมจะมีสามภี รรยาคนเดียว โดยที่บิดามสี ิทธฺเดด็ ขาดในการเลือกค่คู รองใหก้ บั ลกู ของตน หนุ่มสาวชาวไตมีอิสระในการเลือกคู่ครอง โดยการท่ีหนุ่มสาวจะมโี อกาสพบปะกนั ในเทศกาลสาํ คญั ๆ ซ้ึงการพบปะกบั จะเรียกว่า ชวนผสู้ าวประเพณีงานศพของชาวไตมีความสอดคลอ้ งกบั การพฒั นาของระบบเศรษฐกิจและสงั คม ในอดีตชาวไตนบั ถือศาสนาพทุ ธนิกายเถรวาท และยงั นบั ถอื ผแี ละวิญญาณเป็นการนบั ถอื ท่ีสืบทอดจากบรรพบุรุษเทศกาลท่ีสาํ คญั ไดแ้ ก่ เทศกาลกวานเหมินเจี๋ย 关门 เทศกาลปิ ดประตูหรือเทศกาลคายเหมนเจย 开门节 เทศกาลโพสุ่ยเจย 泼水节 เป็นตน้เทศกาลกวานเหมนิ เจี๋ย คือ เทศกาลเขาพรรษา จดั ข้ึนในกลางเดือนมถิ นุ ายน สวนเทศกาลคายเหมนิ เจี๋ย คือเทศกาลออกพรรษา จดั ข้ึนในกลางเดือนกนั ยายน นบั ต้งั แต่เทศกาลเขา้ พรรษาถงึ เทศกาลออกพรรษาเป็นระยะเวลาสามเดือน ชาวไตจะเขาพรรษา ถือศลิ เขา้ วดั ไหว้ พระ ฟังธรรม จนออกพรรษาจึงจะกลบั มาใช้ชีวติตามปกติ
5.ภาษา ตระกลู ภาษาไต-กะไดหรือรู้จกั กนั ในนามหรือกะได เป็นตระกูลภาษาของ ภาษาที่มเี สียงวรรณยกุ ตท์ ีพ่ บในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตแ้ ละตอนใตข้ องประเทศจีนในช่วงแรก ตระกูลภาษาไตกะไดเคยถกู กาํ หนดใหเ้ ป็นอยใู่ นตระกูลภาษาจีน-ทิเบต แตป่ ัจจุบนั ไดแ้ ยกมาเป็นอีกตระกูลภาษาหน่ึง และยงั มผี เู้ ห็นวา่ ตระกลู ภาษาไต-กะไดน้ีมคี วามสัมพนั ธก์ บัตระกลู ภาษาออสโตรนีเซียนโดยอยใู่ นกลมุ่ ภาษาท่ีเรียกวา่ \"ออสโตร-ไท\" หรือจดั เป็นตระกลู ภาษาใหญอ่ อสตริก กลุ่มชาติพนั ธุ์ทจ่ี ดั อยใู่ นกลุ่มภาษาไท-กะได เช่น5.1.ไทใหญ่ คือกลุม่ ชาติพนั ธุใ์ นตระกูลภาษาไท-กะได ซ่ึงเป็นกล่มุ ชาติพนั ธุ์ขนาดใหญอ่ นั ดบั สองมีกระจายอยทู่ ว่ั ไปในเอเซียอาคเนย์ โดยมีอยใู่ นสิบสองปันนาของจีน ในรัฐอสั สมั ของอนิ เดยี ในรัฐฉาน ในพมา่ ในไทยใน ลาว และเวยี ดนาม ดว้ ยเหตุท่ีคนตระกูลไต หรือไทเป็นกลมุ่ คนที่มีมาก และอยใู่ นท่ีต่างกนั ห่างไกลกนั อยา่ งน้ี ทาํ ให้ภาษาพดู ภาษาเขียนผิดเพ้ียนแตกตา่ งกนั ไปบา้ งตามทอ้ งถ่ินน้นั ๆ5.2.ไทล้อื ไทล้ือหรือไตล้ือ เป็นชาวไทกลุ่มหน่ึงมถี น่ิ ฐานเดิมอยใู่ นแถบสิบสองปันนาของจีนมีเอกลกั ษณ์ที่โดดเด่นคือการใชภ้ าษาไทล้ือและยงั มวี ฒั นธรรมอนั เป็นเอกลกั ษณ์อืน่ ๆ เช่น การแต่งกาย ศลิ ปะและประเพณีต่างๆ5.3.ไทเขิน เป็นกลุ่มชาติพนั ธุท์ ี่มถี ิ่นกาํ เนิดอยใู่ นสิบสองปันนา เช่นเดียวกบั ชาวไทล้ือและไทยวน โดยมถี นิ่ฐานอยทู่ ่ีเชียงตุง ในรัฐฉานของประเทศพมา่ ถกู กวาดตอ้ นมาอยทู่ ่ีเมอื งน่านในสมยั เจา้ ฟ้ าอตั ถวรปัญโญ ผู้ครองนครน่านซ่ึงไดย้ กทพั ไปตีสิบสองปันนาและเชียงตุงบริเวณท่ีอยขู่ องชาวไทเขินในจงั หวดั น่าน ไดแ้ ก่บา้ นสบหนอง และบา้ นน้าํ ป้ าก ตาํ บลตาลชุม อาํ เภอท่าวงั ผา5.4.ไทยวน ภาษา ชาวไทยวนมีภาษาพดู ภาษาเขียน เป็นเอกลกั ษณ์ของตน อกั ษรของชาวไทยวนมีใช้ มาเป็นเวลานานแลว้ เมอ่ื ไดอ้ พยพมาอยทู่ ่ีสระบุรีกน็ าํ เอาอกั ษรเหล่าน้นั มาใชเ้ ขียนลงในสมุดหรือจารบนใบลาน ชาวไทยวนเรียกอกั ษรน้ีวา่ หนงั สือยวน เรื่องที่บนั ทึกลงใบข่อยหรือสมุดไทย มกั จะป็นตาํ ราหมอดูตาํ ราสมนุ ไพร เวทมนตค์ าถาต่างๆ ส่วนเร่ืองท่ีจารลงใบลานจะเป็นเรื่องพระธรรมเทศนาเป็นส่วนใหญ่
5.6.ไทดาํ กลมุ่ ชาติพนั ธุไ์ ทดาํ เป็นกลมุ่ ชาติพนั ธุห์ น่ึงท่ีพดู ภาษาในตระกลู ไทกลุ่มไทดาํ อาศยั อยใู่ นหลายพ้นื ท่ีของประเทศไทย และมีชื่อเรียกกลุม่ ชาติพนั ธุน์ ้ีท่ีต่างกนั ออกไป เช่น ลาวโซ่ง ไทยโซ่ง ถิน่ ฐานเดิมของชาวไทดาํ น้นั อยทู่ ี่แควน้ สิบสองจุไท แต่ดว้ ยความระส่าํ ระสายจากการแยง่ ชิงอาํ นาจในพ้ืนท่ีจึงทาํ ให้ชาวไทดาํ ไดอ้ พยพไปยงั พ้นื ที่ต่าง ๆ หลายพ้นื ท่ี มที ้งั ไปไกลถงึ อเมริกา แคนนาดา ฝร่ังเศส ออสเตรเลียรวมท้งั การอพยพมาอาศยั ในพ้นื ท่ีใกล้ ๆ เช่นในประเทศเวยี ดนาม ประเทศลาว และประเทศไทย5.7. ผไู้ ท ผไู้ ท เป็นกลุม่ ชาติพนั ธุร์ องลงมาจากพวกไทย-ลาว ชาวภไู ทสกลนครจะอยทู่ ่ีอาํ เภอวาริชภมู ิอาํ เภอพรรณนานิคม อาํ เภอเจริญศิลป์ อาํ เภอส่องดาว อาํ เภอพงั โคน อาํ เภอคาํ ตากลา้ อาํ เภอเตา้ งอย อาํ เภอบา้ นม่วง อาํ เภอนิคมน้าํ อนู ภาษาภูไท จะมีภาษาของล้ือและภาษาของลาวตะวนั ออกปนอยดู่ ว้ ย การแต่งกาย ชาวผไู้ ทมวี ถิ ีชีวิตการอยอู่ าศยั แบบผไู้ ท เคร่ืองแต่งตวั สวมซิ่นหมี่ตีนต่อ ทฮลวดหมี่ หมีข่ อ ผา้ ยอ้ มครามจนเป็นครามแก่ เรียกว่าผา้ ดาํ สวมเส้ือแขนกระบอก คอต้งั ติดกระดุม ทาํ ดว้ ยเหรียญเงินเจาะรู เบบ็เป็ นแถวลงมาเกือบถึงชายเส้ือ5.8. แสก ชาวไทแสกมคี วามว่า ไทแสกเป็นชาวไทยเผา่ หน่ึงที่ไดอ้ พยพโยกยา้ ยมาพร้อมกบั ชาวไทยนอ้ ยเผา่ อื่น ๆ ถน่ิ ดงั่ เดิมอยบู่ ริเวณมนฑลยนู าน เม่อื ถกู รุกรานไดอพยพโยกยา้ ยลงมาพร้อมกบั ชาวไทยเผา่ อื่นๆมาต้งั บา้ นเรือนในตอนแรก ๆอยบู่ า้ นเมอื งแสก อยรู่ ะหวา่ งจีนและเวยี ดนาม เมอื่ เห็นว่าภมู ิลาํ เนาเดิมไม่เหมาะสมจึงอพยพลงมาตามลาํ น้าํ โขง นาํ โดยทา้ วโองมชู้ ูกายชา ชาวไทแสกบางกลมุ่ เมอ่ื ต้งั ถนิ่ ฐานได้แลว้ ก็ต้งั ช่ือหม่บู า้ นตนวา่ “บา้ นท่าแค”ส่วนชาวไทแสก อีกกลุ่มหน่ึงไดอ้ พยพมาอยทู่ างฝั่งขวา5.9. ลาวครั่ง -ภาษาที่ใช้ คือภาษาลาวครั่ง นกั ภาษาศาสตร์ไดจ้ ดั ภาษาลาวคร่ังอยใู่ นตระกลู ภาษาไท-กะได -การแต่งกายของคนไทยเช้ือสายลาวคร่ัง จะมีแบบฉบบั เป็นของตนเองซ่ึงนาํ วสั ดุจากธรรมชาติในทอ้ งถิ่นคือ ฝ้ าย และไหม ท่ีเป็นวสั ดุในการทอ เทคนิคที่ใชม้ ีท้งั การจกและมดั หมี่ ผา้ ที่เป็นเอกลกั ษณ์ที่โดดเด่นของชาวลาวครั่งคือ ผา้ ซิ่นมดั หมี่ ต่อตีนจก ซ่ึงมลี ายผา้ เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะทอ้ งถ่นิ และ ผา้ ขาวมา้ 5 สีมีลวดลายหลากหลายและสีท่ีใชเ้ ป็นสีที่ไดจ้ ากธรรมชาติ
บรรณานุกรมดร.เมชฌ .(2553).ประวตั คิ วามเป็นมา.[ระบบออนไลน์].แหลง่ ท่ีมาhttps://metchs.blogspot.com/2010/07/blog-post_7979.html.(10 ตลุ าคม 2561)ดร.ฉววรรณ.(2553).ศลิ ปและวฒั นธรรม.[ระบบออนไลน์].แหลง่ ท่ีมาwww.culturalapproach.siam.edu/images/magazine/w15ch27/k7.pdf.(10 ตลุ าคม 2561)สานกั งานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน). (2560).การแตง่ กาย.[ระบบออนไลน์].แหลง่ ท่ีมาhttp://www.okmd.or.th/knowledge-box-set/articles/local-thai-culture/824/Thai-Yai-Dressmakers.(10 ตลุ าคม 2561)ดร.ฉววรรณ.(2553).ขนบธรรมเนียม.[ระบบออนไลน์].แหลง่ ท่ีมาwww.culturalapproach.siam.edu/images/magazine/w15ch27/k7.pdf.(10 ตลุ าคม 2561)สานกั กิจการชาติพนั ธ์ุ กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย.์(2018).ภาษา.[ระบบออนไลน์].แหลง่ ที่มาhttp://thailandethnic.m-society.go.th/Tai-Kadai.html
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: