Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore งานเขียนประเภทเรื่องสั้น

งานเขียนประเภทเรื่องสั้น

Published by นูรูสสาวาณี อะสัน, 2021-10-07 08:56:45

Description: งานเขียนประเภทเรื่องสั้น

Search

Read the Text Version

ความเป็ นมาของเรอื่ งสน้ั

ความเป็ นมา ถวลั ย ์ มาศจรสั ได้อธิบายไว้ว่า เรื่องสนั้ เป็นงานเขียนที่มีเสน่ห์อีกรูปแบบหนึ่งที่ผิดไป จากนิทานเร่ืองสนั้ ทมี่ คี ณุ คา่ จะให้ทงั้ แง่คดิ ความรู้ และปรัชญาของมนษุ ย์ เร่ืองสนั้ เป็นงานเขียน ท่ีช่วยกระต้นุ ผ้คู นให้เห็นแง่มมุ ใหม่ ๆ ในการพฒั นา เตือนสติผ้คู นในสงั คมให้รู้จกั ยงั้ คิดในการก้าวไปข้างหน้า หรือหาทางชว่ ยเหลือสงั คมได้ด้วยสานกึ ของตนเอง

ความหมายของเรอื่ งสน้ั พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. พิมพ์ครัง้ ที่ ๒ ได้อธิบายไว้ว่า เป็น หนังสือ บนั เทิงคดีร้ อยแก้วรูปแบบหนึ่ง มีลักษณะคล้ายนวนิยายแต่สัน้ กว่า โดยมีเหตุการณ์ในเร่ืองและ ตวั ละครน้อย มกั จบแบบพลกิ ความคาดหมาย หรือจบทิง้ ให้คิด เป็นต้น เชน่ เร่ืองสร้อยคอท่หี ายของ ประเสริฐ อกั ษร เรื่องจบั ตาย ของมนสั จรรยงค์ สมบตั ิ จาปาเงินกบั สาเนียง มณีกาญจน์ ได้อธิบายความหมายไว้ว่า เร่ืองสนั้ เป็นวรรณกรรมแบบหนึ่งของชาวตะวนั ตก (ยโุ รป อเมริกา) มีลกั ษณะพิเศษเฉพาะที่น่าสนใจ เพราะมีศิลปะ การแต่งผิดไปจากเรียงความประเภทอื่น คือ เรื่องสนั้ จะมีจุดม่งุ หมายซ่งึ แสดงถึงโลกทศั น์ คติธรรม หรือความคดิ อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ เพยี งข้อเดยี ว

ประภาศรี สหี อาไพ ได้อธิบายความหมายไว้ว่า เรื่องสัน้ คือวิกฤตการณ์ที่มีเหตุ สมั พนั ธ์ตอ่ เนื่องไปสผู่ ล ซง่ึ เรียกว่า จดุ สดุ ยอดของเรื่อง มีโครงเรื่อง ตวั ละคร ฉาก และบทสนทนาท่ีรัดกมุ กระชบั ไม่มีรายละเอียดมากนกั เร่ืองสนั้ ไม่ซบั ซ้อนยืดยาวเหมือนนวนิยายและไม่ใช่เร่ืองย่อของนวนิยาย ผ้เู ขียนต้องขดั เกลาภาษาให้เข้มข้น ณรงค ์ ทองปาน ได้อธิบายความหมายไว้ว่า เร่ืองสนั้ มีเค้ามาจากการเลา่ นิทานสนั้ ๆ ท่นี ิยมเลา่ ให้ลกู หลานฟังมาแตโ่ บราณ

ถวลั ย ์ มาศจรสั ให้ความหมายของเร่ืองสนั้ วา่ เร่ืองสนั้ คืองานเขียนเชิงสร้างสรรค์ในรูปของ บนั เทิงคดที ีเ่ สนอความคิดสาคญั เพยี งความคิดเดียว เหตกุ ารณ์เดียวในเวลาจากดั สมพร มนั ตะสูตร ได้อธิบายความหมายไว้ว่า เร่ืองสัน้ เป็นวรรณกรรมบันเทิงคดีเป็น วรรณกรรมทีเ่ รียก Fiction

สรุปไดว้ า่ เรอื่ งสน้ั เป็ นงานเขยี นทคี่ ลา้ ยกบั นว นิยายแต่มเี นื้อเรอื่ งทสี่ นั้ กว่ามตี วั ละครน้อย และ มุ่งเน้นเสนอความคดิ สาคญั เพยี งความคดิ เดยี ว

ประเภทของเรอื่ งสน้ั

สมบตั ิ จาปาเงินและสาเนียง มณีกาญจน์ ไดใ้ หล้ กั ษณะของการเขยี น เรอื่ งสน้ั ไว้ ๔ ชนิด คอื ๑. ชนิดผกู เร่ือง คือ มีเค้าเร่ืองสลบั ซบั ซ้อน ซึ่งผู้อ่านคาดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนนั้ แล้วจบลง ในการ สร้างปมไว้ในตอ่ ไป ๒. ชนิดม่งุ แสดงลกั ษณะตวั ละคร ได้แก่ เรื่องที่ผู้เขียนยึดตวั ละครเป็นใหญ่ เพราะต้องการเสนอ ลกั ษณะดีเดน่ เช่น ดรุ ้าย ออ่ นโยน เรียบร้อย สวยสง่า อปั ลกั ษณ์ ฯลฯ เป็นต้น

๓. ชนิดถือฉากเป็นสว่ นสาคญั โดยผ้เู ขียนบรรยายสถานทีแ่ ห่งหนง่ึ ซง่ึ มีลกั ษณะทาให้เกิดความรู้สกึ นกึ คดิ ตา่ ง ๆ ซงึ่ มีลกั ษณะทาให้เกิดความรู้สกึ นกึ คดิ ตา่ ง ๆ ซึ่งมีตวั ละครเก่ียวพนั อยกู่ บั ฉาก ๔. ชนิดที่แสดงแนวความคดิ เหน็ โดยทีผ่ ้เู ขียนมีอดุ มคติหรือต้องการชีใ้ ห้เหน็ ความจริง อย่าง หนงึ่ ของชีวิตซงึ่ วางไว้ให้ผ้อู า่ นเกิดความรู้สกึ ได้เอง

ประภาศรี สหี อาไพ ไดอ้ ธบิ ายการเขยี นเรอื่ งสนั้ มจี าแนกเป็ นชนิดตา่ ง ๆ ไดด้ งั นี้ ๑. ชนิดผกู เรื่อง คอื การที่มีเค้าเร่ืองซบั ซ้อน และจบลงในลกั ษณะท่ีผ้อู า่ นคาดไมถ่ งึ หรือไมน่ กึ วา่ จะ เป็นเช่นนนั้ ตวั อยา่ งเช่น เรื่อง “คนื ฝนตก” ๒. ชนิดเพง่ เลง็ ทจ่ี ะแสดงลกั ษณะของตวั ละคร เป็นชนิดที่ผ้เู ขียนถือตวั ละครเป็นใหญ่และต้องการที่ จะเสนอลกั ษณะอยา่ งใดอย่างหนงึ่ ของตนเป็นสาคญั ตวั อย่างเช่น เรื่อง มอม

๓. ชนิดที่ถือฉากเป็นส่วนสาคัญ โดยท่ีผู้เขียนบรรยายสถานที่แห่งหน่ึงซ่ึงมีลักษณะทาให้ เกิด ความรู้สกึ นกึ คิดตา่ ง ๆ มีตวั ละครเกี่ยวพนั อยกู่ บั ฉาก เช่นเรื่อง ทะเลบ้า ๔. ชนิดที่แสดงแนวความคิดเห็น โดยท่ผี ้เู ขียนมีอดุ มคตหิ รือต้องการชีใ้ ห้เหน็ ความจริง อย่าง หนง่ึ ของชีวติ เชน่ เรื่อง หลายชีวติ

ณรงค ์ ทองปาน อธบิ ายไวว้ า่ เรอื่ งสน้ั มี ๔ ชนิด คอื ๑. ชนิดผูกเรื่อง เป็นเร่ืองสนั้ ท่ีถือเอาเค้าเร่ืองเป็นสาคญั เค้าเร่ืองน่าฉงนใจและจบลงในลกั ษณะท่ี ผ้อู า่ นคาดไม่ถงึ ๒. ชนิดของตวั ละคร ต้องการเสนอลกั ษณะอย่างใดอย่างหนง่ึ ของคนให้ปรากฏชดั เจนลกั ษณะท่ีจะ เสนอ เชน่ ความเมตตากรุณา ความโงเ่ ขลา ความทะเยอทะยาน ตวั ละครในเรื่องสนั้ ชนิดนี ้มกั ได้มาจากบคุ คล จริง ๆ และเพื่อให้แลเหน็ ชดั เจน มีชีวิตชีวา

๓. ชนิดแสดงแนวคดิ เหน็ เป็นเรื่องสนั้ ท่ีต้องการแสดงความคิดเห็น คติ หรือหลกั การ อยา่ งใด อยา่ งหนง่ึ ของชีวติ แตไ่ มแ่ สดงความคตเิ หลา่ นนั้ โดยวิธีแนะนาสง่ั สอน แตแ่ สดงโดยนามาแตง่ เป็นเร่ืองให้อา่ น ๔. ชนิดสร้างบรรยากาศ เป็นเรื่องสนั้ ชนิดที่ผ้เู ขียนพรรณนาฉาก ซงึ่ มีลกั ษณะทาให้เกิดความรู้สกึ นึกคิดไป ต่าง ๆ การท่ีผ้เู ขียนพรรณนาฉาก เอาฉากเป็นหลกั เพราะถือว่าสถานท่ี บางแห่งมีลกั ษณะชี ้ ชวนให้ผ้อู า่ นเกิดความรู้สกึ อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ

สรุปไดว้ า่ ประเภทองเรอื่ งสน้ั แบ่งออกได้ ๔-๕ ประเภท แต่ ละประเภทมคี วามแตกต่างกนั ออกไป โดยจะแบ่งออก ไดท้ ง้ั ตวั ละคร ฉาก บทสนทนา บรรยากาศ ฯลฯ เหล่านี้ลว้ นเป็ นประเภทสาคญั ที่นักเขียนมกั นามาแยกงานเขยี นของตน และทาใหร้ ูว้ ่างานเขียน ของตนมลี กั ษณะเดน่ ประเภทไหนมากทสี่ ุด

ลกั ษณะของเรอื่ งสน้ั

สมบตั ิ จาปาเงินและสาเนียง มณีกาญจน์ ไดอ้ ธบิ ายเป็ นไวว้ ่า ๑. เรื่องสนั้ จะต้องมีโครงเรื่อง โครงเรื่องคือกลวิธีแห่งการสร้ างเร่ืองให้สนกุ สนานโดยมีข้อขดั แย้ง ระหวา่ งตวั ละครและจบลงด้วยผลอย่างใดอย่างหนงึ่ ๒. มีจดุ ม่งุ หมายอย่างเดียวและมีผลอย่างเดียว หมายความว่าเร่ืองสนั้ เร่ืองหนึง่ จะต้องมีการแสดง ทศั นะหรือแงค่ ิดแงใ่ ดแงห่ นง่ึ เพียงแงเ่ ดียว ๓. ใช้เวลาน้อย หมายถึงว่าเร่ืองสนั้ ไม่ควรดาเนินเร่ืองสืบเนื่องนานเกินไปจะทาให้เร่ือง ยืด ยาวออกไปกวา่ จะจบเร่ืองได้ การใช้เวลานานยอ่ มทาให้การติดตอ่ สืบเน่ืองของเหตกุ ารณ์คลายความกระชบั ลง ยิ่งใช้เวลาน้อยเทา่ ใด เร่ืองย่งิ ชดั ขนึ ้ เทา่ นนั้

๔. มีตัวละครน้อย เพราะลักษณะของเรื่องบอกว่ามีความมุ่งหมายเดียวมีผลย่างเดียวจึงต้อง กลา่ วถงึ เร่ืองเดียว ฉะนนั้ ตวั ละครต้องมีน้อยคอื มเี ฉพาะเรื่องที่จะดาเนินตอ่ ไปให้ถงึ จดุ หมายและจบได้เร็วทีส่ ดุ ๕. มีขนาดสนั้ ต้องเขียนด้วยการประหยดั ถ้อยคาตรงไปตรงมา จะพรรณนายืดยาดไม่ได้ โดยปกติ ขนาดเร่ืองสนั้ พอเหมาะควรอยู่ระหว่าง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คา แต่ก็ไม่แน่เสมอไป บางเรื่องอาจใช้คาเพียง ๑,๕๐๐ คา หรือบางเรื่องอาจยืดไปถงึ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คา ก็ได้

ณรงค ์ ทองปาน ไดอ้ ธบิ ายลกั ษณะของเรอื่ งสนั้ ไวว้ า่ ๑. ต้องมีพฤติการณ์สาคญั อนั เป็นต้นเรื่องเพียงอย่างเดียว กล่าวคือในการเปิดเร่ืองของ เรื่องสัน้ จะต้องกาหนดเหตกุ ารณ์เพียงอย่างเดยี ว ๒. ต้องมีตวั ละครที่มีบทบาทสาคญั ท่ีสดุ ในท้องเรื่องเพียงตวั เดียวเท่านนั้ ตวั ละครอ่ืน ๆ ถ้าจะมี ต้องไม่เกิน ๕ ตวั และต้องมีเกี่ยวข้องกบั ตวั ละครสาคญั จริง ๆ

๓. ต้องมีโครงเร่ือง โครงเร่ืองต้องประกอบด้วย “ปม” หรือข้อความท่ีทาให้ผ้อู ่านฉงนใจและอยากจะ รู้ว่าจะมีเหตกุ ารณ์อะไรเกิดขึน้ ต่อไป แล้วดาเนินเร่ืองพาให้ผู้อ่านสนใจขึน้ ทกุ ทีจนถึงจุดสดุ ยอดของเรื่อง ซ่งึ เรียกกนั วา่ “ไคลแมกซ์” ๔. ต้องมีความหนักแน่นหรือความกระชับ หมายความว่า สิ่งที่จะเขียนลงไปในเร่ืองสนั้ ต้องเขียน เท่าท่จี าเป็นและรัดกมุ ๕. ต้องให้ความรู้สึกโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหน่ึง หมายความว่า เมื่อผู้อ่าน อ่านจบแล้ว ควรจะ ได้รับรส หรืออารมณ์สะเทือนใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ความรู้สกึ ยินดี ตื่นเต้น สยดสยอง ขบขนั หมดหวงั หรือเศร้าใจ เป็นต้น

แนวคดิ การอา่ น

๑) ความขดั แยง้ -การตอ่ สู ้ ความขดั แย้ง-การตอ่ ส้ใู นที่นี ้ไม่ได้หมายความถึงความขดั กนั ที่นาไปสกู่ ารปะทะส้รู บกนั ในสงคราม เท่านนั้ แต่มีความหมายเป็นนยั ถึง การต่อสู้ ซ่ึงอาจเป็นการต่อส้ขู องคนต่อความไม่เป็นธรรมน้องสาวขดั กับ พี่สาว หรือประชาชนตอ่ สภาพแวดล้อม ๒) แรงจูงใจ ๓) แกน, แกน่ เรอื่ ง ว่ากนั ภาษาชาวบ้านเลย เศรษฐกิจคือการมีกินมีใช้ฉนั ใด แก่นเรื่องก็คือ ความคิดท่ีอย่เู บือ้ งหลงั โครง เรื่องฉนั นนั้

๔) การพลกิ หรอื โอละพอ่ เทคนิค การพลิก หมายถึง การผกผนั สถานการณ์แบบคว่าแก้ว ตวั อย่างเช่น รักนนั้ สนุ ทร เราผนั ว่า รักนนั้ โสมม เมื่อเราพลิกความหมายเราต้องหาเหตผุ ลมาอธิบายให้สอดคล้อง ๕) สานวนทใี่ ชก้ นั เกรอ่ เลี่ยงใช้ เพราะสานวนที่ใช้กันเกร่อเปรียบเหมือนโรคระบาด เฉพาะอย่างยิ่งในการพรรณนาหรือ บรรยาย ๖) อปุ สรรค,เครอื่ งกดี ขวาง ปราศจากอปุ สรรคอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ในเส้นทางของตวั ละครที่จะบรรลถุ งึ สิ่งทต่ี นปรารถนาแล้วเร่ืองก็ ไม่มีโครงสร้างท่ีแท้จริง การขดั สนเงิน ไร้เสน่ห์ ไร้ความสามารถ และไร้การศกึ ษา อย่างใดอย่างหน่งึ อาจเป็น อปุ สรรคได้

สรุปไดว้ า่ แนวการอ่านเรอื่ งสนั้ จะอ่านวเิ คราะห ์ ได้ ๖ แบบ โดยในเรอื่ งสนั้ ระทกึ ไปกบั เหตุการณ์ มกั ท าบใหางเ้ เรราอื่ ลงุน้ก็ จะแฝงขอ้ คดิ และคาถามไวใ้ หเ้ ราไดค้ ดิ ไวท้ งิ้ ทา้ ย อกี ดว้ ย

สมาชกิ ในกลุ่ม นายนพวนิ ท์ รอดแก้ว คบ. ๑ ภาษาไทย รหสั นักศึกษา ๖๓๔๑๐๑๐๐๓ นายวิวัฒน์ นายฮาซนั เตม็ ศริ ิ คบ. ๑ รหสั นกั ศกึ ษา นางสาวพรทพิ ย์ ภาษาไทย ๖๓๔๑๐๑๐๐๖ นางสาวอนิ ทริ า สะมะแอ คบ. ๑ รหสั นกั ศกึ ษา สิรพิ ฒั นา ภาษาไทย ๖๓๔๑๐๑๐๐๘ สมบตั ิ สบื สขุ คบ. ๑ รหสั นกั ศกึ ษา ภาษาไทย ๖๓๔๑๐๑๐๑๘ คบ. ๑ รหสั นกั ศกึ ษา ภาษาไทย ๖๓๔๑๐๑๐๒๘


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook