Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มที่ ๖ ประเพณีและการละเล่น

เล่มที่ ๖ ประเพณีและการละเล่น

Published by krumintra2018, 2021-01-10 07:56:31

Description: เล่มที่ ๖ ประเพณีและการละเล่น

Search

Read the Text Version



ก คำนำ สำหรับหนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปัญญำท้องถิ่น กลุ่มสำระ กำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ ๓ เล่มนี้ ได้จัดทำขึ้น เพ่ือเป็นสื่อประกอบ กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี ๓ เพื่อ พัฒนำผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรยี นและควำมสำมำรถในกำรอำ่ นจับใจควำม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี ๓ โรงเรียนสมเด็จพระญำณสังวร ในพระสังฆรำชูปถัมภ์ สังกัด สำนกั งำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศกึ ษำมัธยมศกึ ษำ เขต ๒๘ หนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปัญญำท้องถิ่น กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี ๓ มีเน้ือหำสำระกำรเรียนรู้สอดคล้องกับหลักสูตร กำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ของกระทรวงศึกษำธิกำรจะต้องผ่ำนกำรประเมินกำรอ่ำน จับใจควำมให้ได้ตำมเกณฑ์ท่ีสถำนศึกษำกำหนด ซ่ึงนับว่ำมีควำมสำคัญอย่ำงย่ิงสำหรับนักเรียน เพรำะกำรอ่ำนเป็นเครื่องมือในกำรเรียนรู้ของทุกกลุ่มสำระทักษะกำรอ่ำนจึงมีควำมจำเป็นอย่ำงยิ่งท่ี จะต้องให้เด็กๆ ฝึกอ่ำนท้ังอ่ำนออกเสียง อ่ำนจับใจควำม รวมถึงกำรคิดวิเครำะห์สำรที่ได้รับ แสดง ควำมคิดเห็น นำประโยชน์จำกกำรอ่ำนไปใช้ได้อย่ำงเหมำะสม และใช้ในกำรแสวงหำควำมรู้ต่อไป ตลอดจนมีกจิ กรรมที่ครอบคลุมตำมสำระกำรเรียนรู้ท่ีกำหนดตำมชว่ งวัย ผู้จัดทำมุ่งหวังว่ำ หนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปัญญำ ทอ้ งถน่ิ กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ ๓ จะอำนวยประโยชน์แก่ผู้รัก กำรอ่ำน นักเรียน และผู้สนใจ เพื่อใช้ประกอบกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ ๓ หรือใช้ส่งเสริมกำรเรียนรู้ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพและ ประสทิ ธิผลต่อไป มนิ ตรำ งำมทรัพย์

ข คำช้ีแจง สำหรับหนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปัญญำท้องถิ่น กลุ่มสำระ กำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี ๓ เล่มน้ี ได้จัดทำข้ึน เพื่อเป็นสื่อประกอบ กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี ๓ เพ่ือ พัฒนำผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรยี นและควำมสำมำรถในกำรอ่ำนจับใจควำม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี ๓ โรงเรียนสมเด็จพระญำณสังวร ในพระสังฆรำชูปถัมภ์ สังกัด สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมัธยมศึกษำ เขต ๒๘ หนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ิปญั ญำทอ้ งถน่ิ กลุ่มสำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี ๓ มีเน้ือหำสำระ กำรเรียนรู้สอดคล้องกับหลักสูตรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ของกระทรวงศึกษำธิกำร จะต้องผ่ำนกำรประเมินกำรอ่ำนจับใจควำมให้ได้ตำมเกณฑ์ท่ีสถำนศึกษำกำหนด ซึ่งนับว่ำมีควำมสำคัญ อย่ำงยิ่งสำหรับนักเรียน เพรำะกำรอ่ำนเป็นเครื่องมือในกำรเรียนรู้ของทุกกลุ่มสำระทักษะกำรอ่ำน จึงมีควำมจำเป็นอย่ำงยิ่งที่จะต้องให้เด็กๆ ฝึกอ่ำนทั้งอ่ำนออกเสียง อ่ำนจับใจควำม รวมถึงกำรคิด วิเครำะห์สำรท่ีได้รับ แสดงควำมคิดเห็น นำประโยชน์จำกกำรอ่ำนไปใช้ได้อย่ำงเหมำะสม และใช้ใน กำรแสวงหำควำมรู้ตอ่ ไป ตลอดจนมีกจิ กรรมที่ครอบคลมุ ตำมสำระกำรเรียนรู้ท่ีกำหนดตำมชว่ งวยั หนังสือส่งเสรมิ กำรอำ่ นจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่น กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ ภำษำไทย สำหรบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษำปีท่ี ๓ จำนวน ๖ เลม่ ดงั นี้ เลม่ ท่ี ๑ จงั หวัดของเรำยโสธร เลม่ ท่ี ๒ อำชีพท้องถ่ิน เลม่ ท่ี ๓ เข้ำวัดทำบุญ เล่มที่ ๔ แหล่งทอ่ งเทีย่ วสำคัญ เล่มท่ี ๕ ผลติ ภณั ฑท์ ้องถน่ิ เลม่ ที่ ๖ ประเพณแี ละกำรละเลน่ หนังสือส่งเสรมิ กำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปัญญำ ท้องถิ่น กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ ๓ เล่มน้ี คือ เล่มท่ี ๖ ประเพณีและกำรละเล่น และเนื่องจำกหนังสือส่งเสริม กำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book มีลักษณะเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สแกนผ่ำน QR-Code หรือเข้ำผ่ำนเว็บไซด์ตำมลิงค์ที่แนบมำต่อไปนี้ QR-Code https://pubhtml๕.com/bookcase/jjyl เพ่ือใช้งำนหนังสือตำมปกติ พร้อมกบั รูปเลม่ จริง

ค บทบำทครู เนื่องจำกหนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปัญญำท้องถิ่น กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนช้ัน มัธยมศึกษำปีท่ี ๓ เล่มน้ี มีลักษณะเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สแกนผ่ำน QR-Code QR-Code เพ่อื ใชง้ ำนหนงั สือตำมปกติ ควรปฏบิ ัติ ดังน้ี ๑. ศึกษำและทำควำมเข้ำใจคู่มือกำรใชแ้ ละหนงั สือสง่ เสรมิ กำรอำ่ นจบั ใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ิปญั ญำท้องถ่ิน กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษำปีที่ ๓ เลม่ น้ี ให้เขำ้ ใจ ก่อนนำไปใช้งำน ๒. จดั เตรยี มหนังสือสง่ เสริมกำรอำ่ นจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำท้องถ่ิน กลุ่มสำระ กำรเรยี นรู้ภำษำไทย สำหรบั นักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๓ สำหรับแจกให้นกั เรยี นทุกคน ๓. แนะนำกำรใช้งำนหนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำท้องถิ่น กลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย สำหรบั นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษำปีที่ ๓ ๔. ใหน้ กั เรยี นลงมือทำแบบทดสอบก่อนเรียนประจำหนังสอื ส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปญั ญำทอ้ งถิ่น กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรบั นกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษำปีท่ี ๓ ๕. เปิดโอกำสให้นักเรียนศึกษำเนื้อหำ หรือบทเรยี นในหนงั สอื สง่ เสรมิ กำรอำ่ นจับใจควำม แบบ E-Book ชุด ภูมปิ ญั ญำทอ้ งถ่ิน กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรับนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษำปที ่ี ๓ ดว้ ยตนเอง ตำมกระบวนกำรเรียนรู้ (ด้วยกำรเรยี นรู้แบบ Sq๔r) ๖. ให้นักเรยี นทบทวนควำมรู้ ควำมเข้ำใจดว้ ยกำรทำกิจกรรมฝึกทกั ษะใหค้ รบถว้ นทุกตอน ๗. ให้นกั เรยี นลงมือทำแบบทดสอบหลังเรียนประจำหนังสือสง่ เสริมกำรอำ่ นจบั ใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถ่ิน กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษำปีท่ี ๓ ๘. นำนกั เรียนตรวจคำตอบและเฉลยคำตอบท้ังหมด เพ่ือบันทึกคะแนนท้ำยหนังสือส่งเสรมิ กำรอำ่ นจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำท้องถนิ่ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียน ช้นั มัธยมศกึ ษำปีที่ ๓ หมำยเหตุ : สงั เกตพฤติกรรมนักเรยี นระหวำ่ งทำกิจกรรม

ง บทบำทนักเรยี น เน่ืองจำกหนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมิปัญญำท้องถิ่น กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรียนชั้น QR-Code มัธยมศึกษำปีที่ ๓ เล่มน้ี มีลักษณะเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สแกนผ่ำน QR-Code เพือ่ ใช้งำนหนงั สือตำมปกติ ควรปฏิบัติ ดังน้ี ๑. ศกึ ษำและทำควำมเขำ้ ใจคำชี้แจง และบทบำทนักเรียน เพื่อกำรใช้หนังสือสง่ เสรมิ กำรอ่ำน จับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ิปัญญำท้องถน่ิ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรบั นักเรยี นชั้น มัธยมศกึ ษำปที ี่ ๓ เล่มนี้ ให้เข้ำใจกอ่ นนำไปใช้งำน ๒. นักเรยี นลงมอื ทำแบบทดสอบก่อนเรยี นประจำหนังสือส่งเสริมกำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ิปญั ญำทอ้ งถ่ิน กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย สำหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษำปีที่ ๓ ๓. นักเรียนศึกษำหนงั สือส่งเสรมิ กำรอ่ำนจบั ใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมปิ ัญญำท้องถนิ่ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย สำหรบั นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ ๓ ดว้ ยตนเอง ตำมกระบวนกำรเรียนรู้ (ด้วยกำรเรยี นร้แู บบ Sq๔r) ๔. นักเรียนทบทวนควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจดว้ ยกำรทำกิจกรรมฝึกทักษะให้ครบถ้วนทุกตอน ๕. นักเรยี นลงมือทำแบบทดสอบหลังเรยี นประจำหนังสือสง่ เสรมิ กำรอำ่ นจบั ใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภูมิปญั ญำทอ้ งถ่ิน กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย สำหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษำปีท่ี ๓ ๖. นกั เรยี นรว่ มตรวจคำตอบและเฉลยคำตอบท้งั หมด เพอื่ บนั ทึกคะแนนทำ้ ยหนังสือส่งเสริม กำรอำ่ นจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่นิ กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย สำหรับนักเรยี น ชั้นมธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๓ ๗. นักเรยี นสำมำรถศกึ ษำทบทวนเนือ้ หำหนังสือส่งเสรมิ กำรอ่ำนจบั ใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย สำหรับนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษำปีที่ ๓ ได้ตลอดเวลำ หลังเรียนเสรจ็ แล้ว หำกไม่ผำ่ นเกณฑร์ ้อยละ ๘๐.๐๐ หมำยเหตุ : กจิ กรรมระหวำ่ งเรยี นอำจมีทัง้ แบบเด่ียวและกลมุ่

จ ขอ้ ควรระวงั และปฏิบตั ิ ข้อควรระวังและปฏิบตั กิ ่อนกำรดำเนนิ กำรสอน ๑. ศึกษำแผนกำรจดั กำรเรยี นรอู้ ยำ่ งละเอยี ด ๒. เตรยี มอปุ กรณ์ สือ่ กำรเรยี นกำรสอนให้เรียบร้อย ๓. ศกึ ษำรำยละเอยี ดชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ ๔. กำหนดบทบำทสมำชิในกลมุ่ ทรำบถึงกำรปฏบิ ตั ติ มบทบำทต่ำงๆ โดยสมำชิกทุกคนใน กลมุ่ ตอ้ งได้ทำทกุ บทบำท ๕. ครผู ู้สอนชแี้ จงวธิ กี ำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนแบบร่วมมือและกิจกรรมทน่ี ักเรยี นต้องปฏบิ ตั ิ ข้อควรระวงั และปฏบิ ัติขณะดำเนนิ กำรสอน ๑. ชแี้ จงกำรใชช้ ดุ กิจกรรมกำรเรียนร้ใู ห้นกั เรยี นทุกคนทรำบ ๒. ตำเนินกิจกรมตมแผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ เพื่อใหส้ อดคล้องกบั จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ เน้ือหำและเวลำท่ีกำหนด ๓. ครผู ู้สอนต้องใหค้ ำแนะนำและคอยดแู ลนักเรียนอย่ำงใกลช้ ดิ ๔. ให้นกั เรยี นเรยี นรู้จำกชดุ กิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมข้ันตอนอยำ่ งเคร่งครัดและมีควำมซ่ือสตั ย์ ต่อตนเอง ๕. ตรวจสอบกำรทำงำนของนักเรียนและสรปุ บทเรยี นรว่ มกนั นักเรยี น ขอ้ ควรระวงั และปฏบิ ัตเิ มื่อดำเนนิ กำรสอนสิ้นสุด ๑. ครผู ูส้ อนใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ๒. ตรวจผลงำนจำกกำรทำแบบทดสอบและบัตรกิจกรรม ๓. ถำ้ นักเรยี นไม่ผ่ำนเกณฑท์ ่ีระบไุ ว้ ครูควรให้นักเรียนศึกษำและทบทวนเน้ือหำใหม่อกี ครั้ง แล้วทำแบบทดสอบหลงั เรยี นให้ผำ่ นเกณฑ์ท่ีกำหนดไว้

สำรบัญ ฉ คำนำ หน้ำ คำชี้แจง ก บทบำทครู ข บทบำทนักเรยี น ค ข้อควรระวงั และปฏิบัติ ง สำรบัญ จ หนังสือสง่ เสรมิ กำรอำ่ นจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำท้องถ่นิ ฉ กลุม่ สำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย สำหรับนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี ๓ เล่มท่ี ๖ ประเพณแี ละกำรละเลน่ ๑ ๑ มำตรฐำนกำรเรียนรแู้ ละตวั ชี้วัด ๑ แนวคิด ๑ สำระกำรเรียนรู้ ๑ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ ๒ สมรรถนะทส่ี ำคัญ ๒ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๒ ภำระงำน / ชิน้ งำน ๒ กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ๓ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๖ กระดำษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ๗ บทเรยี นท่ี ๖ ประเพณีและกำรละเลน่ ๑๓ กิจกรรมฝึกทกั ษะ ๑๔ กิจกรรมที่ ๑.๑ ๑๕ กิจกรรมท่ี ๑.๒ ๑๖ กิจกรรมที่ ๑.๓ ๑๗ กิจกรรมที่ ๑.๔ ๑๘ กิจกรรมท่ี ๑.๕ ๑๙ กจิ กรรมท่ี ๑.๖ ๒๐ แบบทดสอบหลังเรยี น ๒๓ กระดำษคำตอบแบบทดสอบหลังเรยี น

สำรบญั (ตอ่ ) ช บรรณำนุกรม หน้ำ ภำคผนวก ๒๔ ๒๕ เฉลยกิจกรรมท่ี ๑.๑ ๒๖ เฉลยกจิ กรรมที่ ๑.๒ ๒๗ เฉลยกิจกรรมที่ ๑.๓ ๒๘ เฉลยกจิ กรรมที่ ๑.๔ ๓๐ เฉลยกิจกรรมที่ ๑.๕ ๓๑ เฉลยกิจกรรมที่ ๑.๖ ๓๒ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น ๓๔ แบบบันทึกคะแนนกิจกรรมระหวำ่ งเรียน ๓๕ ประวตั ยิ ่อผู้จัดทำ ๓๖

๑ หนังสือสง่ เสรมิ กำรอำ่ นจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่น กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย สำหรับนกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๓ มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชว้ี ัด มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรู้และควำมคิดเพอื่ นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หำใน กำรดำเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รกั กำรอ่ำน ท ๑.๑ ม.๓/๓ ระบุใจควำมสำคญั และรำยละเอยี ดของข้อมูลท่ีสนับสนนุ จำกเร่ืองท่ีอ่ำน ท ๑.๑ ม.๓/๔ อ่ำนเรื่องต่ำงๆ แลว้ เขยี นกรอบแนวคิด ผังควำมคิด บันทึก ย่อควำมและรำยงำน ท ๑.๑ ม.๓/๕ วเิ ครำะห์ วิจำรณ์ และประเมินเรอ่ื งที่อ่ำนโดยใช้กลวธิ กี ำรเปรยี บเทยี บ เพือ่ ให้ผอู้ ่ำนเข้ำใจได้ดีขึ้น ท ๑.๑ ม.๓/๖ ประเมนิ ควำมถกู ต้องของข้อมลู ท่ใี ช้สนับสนนุ ในเรอ่ื งที่อำ่ น ท ๑.๑ ม.๓/๗ วจิ ำรณ์ควำมสมเหตสุ มผล กำรลำดบั ควำม และควำมเป็นไปไดข้ องเร่ือง ท ๑.๑ ม.๓/๘ วิเครำะหเ์ พื่อแสดงควำมคดิ เห็นโตแ้ ย้งเก่ียวกบั เรอื่ งที่อ่ำน มำตรฐำน ท ๕.๑ เขำ้ ใจและแสดงควำมคดิ เหน็ วจิ ำรณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยำ่ งเหน็ คณุ ค่ำ และนำมำประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ ท ๕.๑ ม.๓/๓ สรปุ ควำมร้แู ละข้อคิดจำกกำรอำ่ น เพ่ือนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ แนวคดิ กำรอ่ำนจับใจควำมสำคัญ เป็นทกั ษะท่ีควรฝึกใชน้ ักเรยี นเกิดควำมชำนำญเพอื่ นำไปใช้ใน ชีวติ ประจำวนั เป็นกำรอ่ำนที่ผู้อ่ำนต้องอำ่ นอยำ่ งละเอียด เพอื่ พิจำรณำสว่ นประกอบของเรอื่ งที่อำ่ น ซง่ึ อำจจะเป็นเรอ่ื งเลำ่ สบื ต่อกันมำ ข่ำวเหตกุ ำรณ์ เน้อื หำท่ีเป็นบทกลอน บทเพลง หรือบทควำม อำจ เป็นเร่อื งรำวท่เี ปน็ จริงหรืออิงควำมจริงหรือเป็นเรื่องท่ีแตง่ ขน้ึ ก็ได้โดยสำมำรถบอกรำยละเอียด อธบิ ำยลกั ษณะของตวั ละคร สรุปใจควำมสำคญั บอกควำมสัมพันธ์ของสว่ นตำ่ งๆ บอกและลำดบั เหตุกำรณ์ และสรุปควำมรแู้ ละควำมคดิ อยำ่ งรอบคอบ โดยกำรเขียนสรปุ ควำมจำกเร่ืองที่อำ่ นให้สั้น แต่ไดใ้ จควำมสำคัญ โดยเร่ืองทีอ่ ่ำนเกี่ยวกบั ประเพณีและกำรละเลน่ ของจงั หวัดยโสธร สำระกำรเรยี นรู้ ประเพณีและกำรละเลน่ จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ ๑. มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจสำมำรถตอบคำถำมเก่ยี วเรอื่ งที่อำ่ นได้ (K) ๒. จับใจควำมสำคัญจำกเรื่องทอ่ี ่ำนได้ (P) ๓. สรปุ เรอื่ งดว้ ยกรอบแนวคิด ผงั ควำมคดิ บันทึก ย่อควำม และรำยงำนได้ (P)

๒ ๔. วเิ ครำะห์ วิจำรณ์ และประเมนิ ควำมสมเหตุสมผล กำรลำดับควำม และควำมเปน็ ไปได้ ของเร่ืองที่อ่ำนได้ (P) ๕. วิเครำะห์เพื่อแสดงควำมคิดเหน็ โตแ้ ย้งเกยี่ วกบั เร่ืองท่ีอำ่ นได้ (P) ๖. มีควำมกระตือรอื รน้ ใฝเ่ รียนรู้ และให้ควำมรว่ มมือในกิจกรรมกลุ่ม (A) สมรรถนะทีส่ ำคญั หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พน้ื ฐำน มุง่ ใหผ้ ู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประกำร ดังน้ี ๑. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ๒. ควำมสำมำรถในกำรคดิ ๓. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ ๔. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวติ ๕. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพืน้ ฐำน มุ่งพัฒนำผ้เู รยี นใหม้ คี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เพื่อให้สำมำรถอยู่รว่ มกับผู้อืน่ ในสงั คมไดอ้ ยำ่ งมคี วำมสขุ ในฐำนะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี ๑. รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ๒. ซื่อสัตยส์ จุ รติ ๓. มีวนิ ยั ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๕. อยอู่ ยำ่ งพอเพียง ๖. ม่งุ ม่นั ในกำรทำงำน ๗. รักควำมเป็นไทย ๘. มีจติ สำธำรณะ ภำระงำน/ชิน้ งำน หนงั สอื สง่ เสริมกำรอำ่ นจบั ใจควำมแบบ E-Book ชุด ภมู ิปญั ญำทอ้ งถน่ิ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย สำหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษำปที ่ี ๓ เล่มที่ ๖ ประเพณีและกำรละเลน่ ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น ๒. กิจกรรมที่ ๑.๑-๑.๖ ๓. แบบทดสอบหลังเรียน กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน เกณฑก์ ำรประเมินนักเรียนต้องไดค้ ะแนน ร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป ๒. กิจกรรมท่ี ๑.๑-๑.๖ เกณฑก์ ำรประเมนิ นักเรียนตอ้ งได้คะแนน ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป ๓. แบบทดสอบหลงั เรยี น เกณฑ์กำรประเมินนักเรียนต้องไดค้ ะแนน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป

๓ แบบทดสอบก่อนเรยี น หนงั สือส่งเสริมกำรอำ่ นจบั ใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำท้องถ่ิน กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรับนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษำปที ี่ ๓ เล่มที่ ๖ ประเพณแี ละกำรละเล่น คำชแ้ี จง ๑. แบบทดสอบท้ังหมด ๑๐ ขอ้ ข้อละ ๑ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๒. ใหน้ กั เรียนทำเครอื่ งหมำย X ลงในกระดำษคำตอบ โดยเลอื กช่องว่ำงตำมตวั อกั ษร ก. ข. ค. และ ง. ทีถ่ ูกท่ีสุดเพียงข้อเดียว ๑. ข้อใดให้ควำมหมำยคำว่ำ “ประเพณ”ี ได้ถูกต้องท่สี ุด ก. ระเบียบแบบแผนที่กำหนดพฤติกรรมในสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ ทคี่ นในสังคมยดึ ถือปฏบิ ัติสบื กนั มำ ข. แบบแผนต่ำง ๆ ที่คนในสังคมยึดถือปฏิบตั สิ บื กนั มำ ค. ส่งิ ท่นี ิยมใชก้ ันมำในสถำนกำรณต์ ำ่ ง ๆ ทค่ี นในสังคมยึดถอื ปฏบิ ตั สิ ืบกนั มำ ง. วิถีแหง่ กำรดำเนนิ ชีวติ ของสงั คม ท่คี นในสงั คมยดึ ถือปฏบิ ตั สิ บื กันมำ ๒. กำรจัดงำนประเพณบี ุญบั้งไฟ มวี ตั ถุประสงค์อย่ำงไร ก. เสี่ยงทำยถึงควำมอดุ มสมบูรณข์ องขำ้ วกลำ้ และพชื ไร่ในทอ้ งทุ่ง ข. บชู ำพระยำแถน หรือเทพวัสสกำลเทพบุตร ค. ขอให้ฝนตกตำมฤดูกำร ง. ถูกทกุ ข้อที่กล่ำวมำ ๓. ข้อใด คือ ประเภทของบัง้ ไฟท่ีจัดทำขึน้ ก. บ้ังไฟกโิ ล ข. บ้ังไฟหมื่น ค. บ้ังไฟแสน ง. ถูกทุกข้อท่กี ลำ่ วมำ ๔. “ข้ำว” ได้มกี ำรนำมำประดษิ ฐ์ตกแตง่ เป็นมำลยั ทส่ี วยงำมเป็นท่มี ำของสิ่งใด ก. มำลยั ขำ้ วตอก ข. ดอกกุหลำบ ค. ดอกมะลิ ง. ดอกเข็ม ๕. ข้อใดกล่ำวไม่ถกู ต้องเกี่ยวกับกำรละเลน่ พน้ื บ้ำนไทย ก. กำรเล่นของไทยได้สอดแทรกไปกับประเพณีและวฒั นธรรมไทย ข. อปุ กรณ์ในกำรเลน่ เดินกะลำ ประกอบด้วยกะลำสองอัน และเชอื กหนง่ึ เส้น ค. กำรเล่นของไทยมีมำตั้งแตส่ มัยกรงุ ศรีอยุธยำ ง. โค้งตนี เกวยี น สำมำรถเลน่ ไดท้ กุ โอกำส แต่มกั จะมีกำรเล่นเมือ่ มีงำนเทศกำลตำ่ ง ๆ

๔ ๖. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ประโยชน์ของกำรละเลน่ พนื้ บำ้ น ก. ร้จู ักแขง่ ขันเพื่อเอำชนะเพ่ือนคนอนื่ ๆ ข. เป็นสิ่งที่นำไปสกู่ ำรเรียนรู้จกั ธรรมชำติและสง่ิ แวดล้อมรอบตวั ค. ชว่ ยให้เดก็ ไดพ้ ัฒนำไปสูว่ ถิ ีทำงกำรดำเนนิ ชีวิตเมอื่ เติบโตเปน็ ผูใ้ หญ่ ง. มีคุณคำ่ ต่อกำรพัฒนำกำรทัง้ ทำงดำ้ นร่ำงกำย อำรมณ์ สังคมและสติปัญญำ ให้นกั เรียนอ่ำนขอ้ ควำมต่อไปนี้แลว้ ตอบคำถำมข้อที่ ๗ – ๑๐ วดั มหำธำตุ ถอื เป็นวัดคบู่ ำ้ นค่เู มืองยโสธรมำตง้ั แตแ่ รกสรำ้ งเมือง ตั้งอยูภ่ ำยในเขตเทศบำล เมอื งยโสธร อำเภอเมืองยโสธร จังหวดั ยโสธร ซง่ึ ภำยในวดั มโี บรำณสถำนและโบรำณวัตถทุ ส่ี ำคญั คือ พระพุทธปฏมิ ำบุษยรัตน์ หรอื พระแก้วหยดน้ำค้ำง พระพทุ ธรูปบูชำประจำเมอื งที่มีขนำดเล็กทีส่ ดุ ใน ประเทศไทย พระธำตุอำนนท์ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธำตุของพระอำนนท์แห่งเดยี วในประเทศไทย และหอไตรกลำงน้ำทม่ี ีศลิ ปะงดงำม วดั มหำธำตุ เปน็ พระธำตรุ ุ่นเก่ำทส่ี ำคัญองคห์ น่งึ ในภำคอสี ำน เจดยี ท์ รงสเ่ี หลย่ี มสว่ นยอด คล้ำยพระธำตุพนม ภำยในพระธำตุบรรจอุ ฐั ธิ ำตขุ องพระอำนนท์ กำรก่อสร้ำงไดร้ ับอทิ ธิพลศิลปะลำว ทนี่ ยิ มสรำ้ งขนึ้ เมื่อปลำยสมยั กรงุ ศรีอยุธยำถึงต้นรัตนโกสินทร์ สร้ำงรำว พ.ศ. ๒๓๒๑ โดยท้ำวหน้ำ ทำ้ วคำสิงห์ ทำ้ วคำผำ ซง่ึ เดิมเปน็ เสนำบดีเกำ่ ของกรงุ ศรีสัตนำคนหตุ (เวียงจนั ทน์) ต่อมำไดอ้ พยพ ผ้คู นภำยใต้กำรนำของพระวอ พระตำ รำว พ.ศ. ๒๓๑๓ – ๒๓๑๙ ลักษณะพระธำตุ ฐำนรูปสเ่ี หล่ยี ม จตั รุ สั ยำวด้ำนละ ๘๑ เมตร ก่ออิฐถือปนู เอวฐำนคอดเปน็ รูปบัวควำ่ บวั หงำย เหนือขน้ึ ไปเปน็ เรอื น ธำตุ มซี ุ้ม ๔ ทิศ ประดิษฐำนพระพทุ ธรปู ประทบั ยืน สว่ นยอดธำตมุ ียอดปลเี ล็กแซมทง้ั ๔ ด้ำน ยอด กลำงทรงส่เี หล่ยี มสอบ มี ๒ ช้นั รูปแบบกำรก่อสรำ้ งคล้ำยกับพระธำตุกอ่ งข้ำวนอ้ ย และทำงวัดจะจัด ใหม้ ีงำนสมโภชพระธำตุอำนนท์ข้ึนเป็นประจำทุกปีในเดือนมนี ำคม ๗. ข้อใด คอื โบรำณสถำนและโบรำณวัตถทุ ีส่ ำคัญภำยในวัดมหำธำตุ ก. พระยำตำนีศรสี ุลตำ่ น ข. กลองมโหระทึก ค. พระพทุ ธปฏมิ ำบษุ ยรัตน์ หรอื พระแกว้ หยดน้ำค้ำง ง. พิพิธภณั ฑสถำนแห่งชำติ ไชยำ ๘. พระพุทธปฏมิ ำบุษยรัตน์ หรอื พระแก้วหยดน้ำคำ้ ง เป็นพระพทุ ธรูปปำงใด ก. พระพุทธรปู ปำงสมำธิ ข. พระพุทธรูปปำงมำรวชิ ัย ค. พระพทุ ธรปู ปำงรบั หญำ้ คำ ง. พระพุทธรปู ปำงรบั มธปุ ำยำส

๕ ๙. ภำยในพระธำตุบรรจุดว้ ยสงิ่ ใด ก. อัฐิของอรหนั ต์ ข. อฐั ขิ องพระพุทธเจำ้ ค. อฐั ธิ ำตุของพระอำนนท์ ง. อัฐขิ องพระปจั เจกพุทธเจำ้ ๑๐. ข้อใด คือ ควำมสำคัญของพระธำตุอำนนท์ ก. เป็นพระธำตุรนุ่ เก่ำแก่ทสี่ ำคญั องคห์ น่ึงในภำคตะวนั ออก ข. เป็นพระเจดยี ์ท่ีบรรจุอฐั ิธำตุของพระอำนนท์แห่งเดียวในประเทศไทย ค. เป็นวดั ท่ีจัดใหม้ งี ำนสมโภชพระธำตุอำนนทข์ ึ้นเป็นประจำทกุ ปีในเดือนสงิ หำคม ง. เป็นวดั พระอำรำมหลวง ช้นั เอก ชนิดวรมหำวหิ ำร ปัจจบุ ันมี พระเทพวรมุนี เปน็ เจำ้ อำวำส ตัง้ ใจทำแบบทดสอบ นะคะนักเรยี น

๖ กระดำษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน หนังสอื ส่งเสรมิ กำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถ่นิ กล่มุ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย สำหรบั นักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษำปีที่ ๓ เล่มท่ี ๖ ประเพณแี ละกำรละเลน่ คำชแี้ จง ๑. แบบทดสอบท้ังหมด ๑๐ ขอ้ ข้อละ ๑ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๒. ให้นักเรียนทำเครอื่ งหมำย X ลงในกระดำษคำตอบ โดยเลือกช่องว่ำงตำมตวั อกั ษร ก. ข. ค. และ ง. ท่ถี ูกที่สดุ เพียงข้อเดยี ว ข้อ ก ข ค ง ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. สรุปคะแนนท่ีได้ .................... คะแนน เป็นคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์กำรประเมินนักเรียนตอ้ งได้คะแนน รอ้ ยละ ๘๐ ขนึ้ ไป หรอื ๘ คะแนนขน้ึ ไป ผำ่ น ไมผ่ ำ่ น



๘ ภาพประเพณบี ญุ บั้งไฟ ประเพณี เป็นกจิ กรรมทมี่ ีกำรปฏบิ ัติสืบเนอ่ื งกันมำ เปน็ เอกลักษณ์และมีควำมสำคัญ ต่อสงั คม เชน่ กำรแต่งกำย ภำษำ วัฒนธรรม ศำสนำ ศลิ ปกรรม กฎหมำย คุณธรรม ควำมเชื่อ ฯลฯ อนั เปน็ บอ่ เกดิ ของวัฒนธรรมของสังคมเช้ือชำติต่ำง ๆ กลำยเปน็ ประเพณีประจำชำตแิ ละถ่ำยทอดกัน มำโดยลำดับ หำกประเพณีน้ันดีอยแู่ ลว้ ก็รักษำไว้เป็นวัฒนธรรมประจำชำติ หำกไม่ดกี ็แกไ้ ข เปล่ียนแปลงไปตำมกำลเทศะ ประเพณลี ว้ นไดร้ บั อิทธิพลมำจำกสิ่งแวดล้อมภำยนอกที่เขำ้ สู่สงั คม รับเอำแบบปฏิบัติ ท่หี ลำกหลำยเขำ้ มำผสมผสำนในกำรดำเนินชวี ติ ประเพณีจึงเรียกไดว้ ่ำเป็น วิถแี ห่งกำรดำเนินชวี ิต ของสงั คม โดยเฉพำะศำสนำซ่ึงมอี ิทธิพลตอ่ ประเพณีไทยมำกที่สดุ วัดวำอำรำมต่ำง ๆ ในประเทศไทย สะท้อนใหเ้ ห็นถงึ อทิ ธิพลของพุทธศำสนำที่มีต่อสังคมไทย และช้ีให้เห็นว่ำชำวไทยใหค้ วำมสำคญั ใน กำรบำรงุ พุทธศำสนำ ด้วยศลิ ปกรรมทีง่ ดงำม เพ่ือใช้ในพิธีกรรมทำงศำสนำตัง้ แตโ่ บรำณกำล เป็นตน้ พระยำอนมุ ำนรำชธนได้ให้ควำมหมำยของคำว่ำประเพณีไว้ว่ำ ประเพณี คือ ควำมประพฤตทิ ี่ ชนหมหู่ น่ึงอยู่ในที่แห่งหนึง่ ถือเป็นแบบแผนกนั มำอยำ่ งเดยี วกัน และสบื ต่อกันมำนำน ถำ้ ใครในหมู่ ประพฤติออกนอกแบบก็ผดิ ประเพณี หรอื ผดิ จำรีตประเพณี คำว่ำ “ประเพณี” ตำมพจนำนุกรมภำษำไทยฉบับบัณฑติ ยสถำน ได้กำหนดควำมหมำย ประเพณีไว้ว่ำ “ขนบธรรมเนียมแบบแผน” ซ่งึ สำมำรถแยกคำต่ำง ๆ ออกไดเ้ ป็น “ขนบ” มคี วำมหมำยว่ำ ระเบียบแบบอย่ำง “ธรรมเนยี ม” มคี วำมหมำยวำ่ ทีน่ ยิ มใช้กนั มำ และเมอื่ นำมำ รวมกันแล้วกม็ คี วำมหมำยว่ำ ควำมประพฤติท่คี นส่วนใหญ่ ยดึ ถือเปน็ แบบแผน และได้ทำกำรปฏบิ ัติ สบื ตอ่ กนั มำ จนเปน็ ต้นแบบที่จะใหค้ นรุ่นต่อ ๆ ไปไดป้ ระพฤติปฏบิ ัตติ ำมกนั ต่อไป

๙ โดยสรปุ แล้ว ประเพณี หมำยถงึ ระเบียบแบบแผนทก่ี ำหนดพฤติกรรมในสถำนกำรณต์ ำ่ ง ๆ ทีค่ นในสงั คมยึดถือปฏบิ ตั สิ ืบกนั มำ ถำ้ คนใดในสงั คมนน้ั ๆ ฝ่ำฝนื มกั ถกู ตำหนิจำกสังคม ลักษณะ ประเพณใี นสงั คมระดับประเทศชำติ มีทั้งประสมกลมกลืนเป็นอยำ่ งเดยี วกัน และมีผิดแผกกันไปบ้ำง ตำมควำมนยิ มเฉพำะท้องถิน่ แต่โดยมำกย่อมมจี ุดประสงค์ และวิธกี ำรปฏบิ ตั ิเป็นอันหน่งึ อันเดยี วกนั มเี ฉพำะส่วนปลกี ยอ่ ยทเ่ี สรมิ เตมิ แตง่ หรือตัดทอนไปในแตล่ ะท้องถน่ิ สำหรับประเพณีไทยมักมีควำม เกีย่ วขอ้ งกับควำมเชอ่ื ในคตพิ ระพุทธศำสนำ และพรำหมณ์มำแตโ่ บรำณ ๑. งำนประเพณบี ญุ บงั้ ไฟ บ้ังไฟท่ีจัดทำมีหลำยชนิด คือ มีทั้งบั้งไฟกิโล บั้งไฟหม่ืน และบ้ังไฟแสน บั้งไฟกิโลนั้น หมำยถึง น้ำหนกั ของดนิ ประสิว ๑ กิโลกรัม บั้งไฟหม่ืนก็ใช้ดินประสิว ๑๒ กิโลกรัม บั้งไฟแสนก็ใช้ดิน ประสิว 120 กิโลกรัม เมื่อตกลงกันว่ำจะทำบั้งไฟขนำดไหนก็หำช่ำงมำทำ หรือท่ีมีฝีมือก็ทำกันเอง ช่ำงทีท่ ำบง้ั ไฟนัน้ สำคัญมำก ช่ำงจะตอ้ งเป็นผ้มู ีฝีมือในกำรคำนวณผสมดินประสิวกับถ่ำนไม้ เพรำะถ้ำ ไม่ถูกสูตรบงั้ ไฟก็จะแตก คือ ไม่ขนึ้ สทู่ อ้ งฟ้ำ สำหรับไม้ที่จะทำเปน็ เสำบั้งไฟน้ัน ต้องมีไม้ไผ่ท่ีมีลำปล้อง ตรงกันเสมอกัน จะตดั เอำแตท่ โ่ี คนต้น เพรำะมคี วำมหนำและเหนียว ควำมยำวน้นั แลว้ แตจ่ ะตกลงกนั กำรแห่บั้งไฟ จะกำหนดไว้ ๓ วัน คือ วันสุกดิบ วันประชุมรื่นเริง และวันจุดบั้งไฟ โดย กิจกรรมต่ำง ๆ จะทำกันที่วัด จุดสนใจอยู่ที่ขบวนแห่บ้ังไฟ อันประกอบไปด้วย ขบวนฟ้อนรำ ทเ่ี รียกว่ำ เซิ้งบ้ังไฟ นำขบวนบั้งไฟที่ตกแต่งอย่ำงสวยงำมด้วย ลวดลำยไทยสีทอง ว่ำกันว่ำศิลปะกำร ตกแตง่ บั้งไฟนี้ นำยชำ่ งจะต้องสบั และตดั ลวดลำยต่ำง ๆ นี้ไว้เป็นเวลำแรมเดือน แล้วจึงนำมำทำกำว ติดกับลูกบั้งไฟ ส่วนหัว บ้ังไฟนั้นจะทำเป็นรูปต่ำง ๆ ส่วนมำกนิยมทำเป็นรูปหัวพญำนำคอ้ำปำก แลบล้ิน พ่นน้ำได้ บ้ำงก็ทำเป็นรูปอ่ืน ๆ แต่ก็มีควำมหมำยเข้ำกับตำนำนในกำรขอฝนท้ังส้ิน ตัวบั้งไฟ น้ันจะนำมำต้ังบนฐำน ใช้รถหรือเกวียนเป็นพำหนะ ในวันจุดบั้งไฟ ตอนเช้ำมีกำรทำบุญ ถวำย ภตั ตำหำร แล้วแห่บ้ังไฟไปรอบพระ อุโบสถ จำกนั้นนำบั้งไฟออกไปยังสถำนท่ีท่ีจัดไว้สำหรับจุดบ้ังไฟ เริ่มด้วยกำรจุดเส่ียงทำยถึงควำมอุดมสมบูรณ์ของข้ำวกล้ำและพืชไร่ในท้องทุ่ง จำกน้ันจึงเป็นกำรจุด แข่งขัน บั้งไฟของคณะใดข้ึนสูงสุดก็จะเป็นผู้ชนะ ส่วนนำยช่ำงจะถูกจับโยนลงในโคลนไม่ว่ำจะจุดบั้ง ไฟข้ึนหรอื ไม่กต็ ำม ภาพประเพณบี ญุ บั้งไฟ

๑๐ ๒. ประเพณีสมโภชพระธำตุอำนนท์ วดั มหำธำตุ ถอื เป็นวดั คู่บ้ำนคู่เมืองยโสธรมำต้งั แต่แรกสร้ำงเมอื ง ต้ังอยู่ภำยในเขตเทศบำล เมอื งยโสธร อำเภอเมอื งยโสธร จงั หวัดยโสธร ซ่ึงภำยในวดั มโี บรำณสถำนและโบรำณวัตถทุ ี่สำคัญ คือ พระพุทธปฏมิ ำบษุ ยรัตน์ หรือพระแก้วหยดน้ำค้ำง พระพุทธรปู บูชำประจำเมืองทม่ี ีขนำดเลก็ ทส่ี ุดใน ประเทศไทย พระธำตุอำนนท์ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจอุ ัฐิธำตุของพระอำนนท์แห่งเดียวในประเทศไทย และหอไตรกลำงน้ำท่มี ีศิลปะงดงำม เปน็ พระธำตรุ ุ่นเกำ่ ที่สำคญั องคห์ นงึ่ ในภำคอีสำน เจดียท์ รงสีเ่ หลยี่ มส่วนยอดคลำ้ ยพระธำตุ พนม ภำยในพระธำตบุ รรจอุ ฐั ิธำตุของพระอำนนท์ กำรก่อสร้ำงไดร้ ับอทิ ธิพลศลิ ปะลำวที่นยิ มสร้ำงขน้ึ เมอื่ ปลำยสมัยกรงุ ศรีอยธุ ยำถึงต้นรตั นโกสินทร์ สร้ำงรำว พ.ศ. ๒๓๒๑ โดยทำ้ วหนำ้ ทำ้ วคำสิงห์ ทำ้ ว คำผำ ซง่ึ เดิมเปน็ เสนำบดีเก่ำของกรุงศรีสตั นำคนหุต (เวียงจนั ทน์) ตอ่ มำได้อพยพผู้คนภำยใตก้ ำรนำ ของพระวอ พระตำ รำว พ.ศ. ๒๓๑๓ – ๒๓๑๙ ลักษณะพระธำตุ ฐำนรูปสี่เหลีย่ มจตั รุ สั ยำวด้ำนละ ๘๑ เมตร ก่ออิฐถือปูนเอวฐำนคอดเปน็ รปู บัวควำ่ บวั หงำย เหนอื ข้ึนไปเป็นเรือนธำตุ มีซุ้ม ๔ ทิศ ประดษิ ฐำนพระพุทธรปู ประทับยนื สว่ นยอดธำตุมยี อดปลีเล็กแซมท้ัง ๔ ดำ้ น ยอดกลำงทรงส่เี หล่ียม สอบ มี ๒ ช้ัน รูปแบบกำรก่อสร้ำงคล้ำยกับพระธำตุกอ่ งขำ้ วนอ้ ย และทำงวดั จะจัดให้มีงำนสมโภช พระธำตุอำนนท์ข้นึ เป็นประจำทุกปีในเดือนมีนำคม ภาพงานสมโภชพระธาตุอานนท์ ๓. ประเพณีแห่มำลยั ขำ้ วตอก เนื้อควำมในพระไตรปิฎกส่วนที่ว่ำด้วยพระสุตตันตปิฎก บทปรินิพพำนสูตร กล่ำวคือ ดอกมณฑำรพ ซ่ึงเป็นดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดำวดึงส์ มีควำมสวยงำมและมีกล่ินหอมเป็นพิเศษ เมื่อถึง กำลเวลำท่ีดอกมณฑำรพจะบำน และร่วงหล่นก็ด้วยเหตุกำรณ์สำคัญ ๆ คือ พระสัมมำสัมพุทธเจ้ำ ทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพำน จำรุรงคสันนิบำต และทรงแสดงธรรมจักรกัปวัตนสูตร ดอกมณฑำรพ จึงได้ร่วงหล่นลงมำยังโลกมนุษย์ ครั้งเม่ือพระสัมมำสัมพุทธเจ้ำทรงเสด็จดับขันปรินิพพำน ดอก มณฑำรพนี้ก็ได้ร่วงหล่นลงมำทั้งก้ำนและกิ่ง เปรียบเสมือนควำมเสียอกเสียใจพิไรรำพันต่อกำรเสด็จ ดับขันปรินิพพำนของพระสัมมำสัมพุทธเจ้ำ เหล่ำพระภิกษุผู้ได้ช่ือว่ำอรหันตขีนำสพและหมู่เหล่ำ ข้ำรำชกำรบริพำรประชำชนทั้งหลำยได้พำกันมำถวำยสักกำระพระบรมศพของสมเด็จพระ สัมมำสัมพุทธเจ้ำ เพ่ือเป็นกำรรำลึกถึงพระปัญญำธิคุณ พระกรุณำธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของ องคส์ มเดจ็ พระสมั มำสมั พุทธเจำ้ จงึ ได้พำกันนำเอำข้ำวตอกมำสกั กำรบูชำ เพรำะถอื ว่ำข้ำว เป็นส่ิงท่ีมี

๑๑ คุณค่ำและเป็นของสูงที่มนุษย์จะขำดไม่ได้และต่อมำมีกำรนำมำประดิษฐ์ตกแต่งเป็นมำลัยที่สวยงำม เปน็ ทมี่ ำของ “มำลัยขำ้ วตอก” ประเพณหี นึง่ เดียวในโลก ทอ่ี ำเภอมหำชนะชัย จังหวัดยโสธร ระยะเวลำกำรแหพ่ วงมำลยั อำเภอมหำชนะชัย จะมกี ำรแหพ่ วงมำลยั ๒ ครง้ั คอื ๑. วนั ขนึ้ ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ก่อนวันมำฆบชู ำ ๑ วนั โดยแหไ่ ปทอดถวำย ณ วัดหอกอ่ ง ๒. วัดฟ้ำหยำดจะทำพร้อม ๆ กับบุญ ประจำปี หรือบุญกุ้มข้ำวใหญ่ รวมถึงบุญคูณลำนให้ เสรจ็ พรอ้ มกนั ทีเดยี ว อยชู่ ่วงประมำณเดอื นยหี่ รอื เดือนสอง ประเภทของพวงมำลัยของชำวอำเภอมหำชนะชัย มี ๒ แบบ คือ ๑. พวงมำลัยข้ำวตอกแตก วัสดุท่ีทำประกอบด้วยข้ำวตอกแตกเป็นหลัก ข้ำวตอกแตก คือ ข้ำวเปลือกทีค่ ว่ั ใหข้ ำ้ วแตกออกจำกเปลือกดว้ ยควำมร้อนจำกไฟ จะคล้ำยกับข้ำวโพดคั่ว ๒. พวงมำลัยแบบเสน้ ดำ้ ย เป็นพวงมำลยั ทีท่ ำดว้ ยเสน้ ฝ้ำยเป็นหลกั ภาพประเพณแี ห่มาลัยขา้ วตอก กำรเล่นของไทยมีมำต้ังแต่สมัยโบรำณ ท่ีไม่มีทรำบชัดเจนว่ำเมื่อไหร่ มีแต่กำรสันนิษฐำนกัน ตำมประวัติศำสตร์และหลักฐำนท่ีปรำกฏตำมท่ีมีกำรจำรึกไว้เท่ำนั้น ซ่ึงปรำกฏหลักฐำนว่ำมีมำต้ังแต่ สมัยกรุงสุโขทัย จำกขอ้ ควำมในหลักศิลำจำรกึ ของพ่อขุนรำมคำแหง และหลักฐำนที่ปรำกฏในหนังสือ วรรณคดี และภำพจิตรกรรมฝำผนัง ซึ่งมีกำรสืบทอดวิธีกำรเล่นกันมำอย่ำงต่อเนื่อง และปรับให้เข้ำ กับแต่ละยุคสมัย โดยกำรเล่นของไทยได้สอดแทรกไปกับประเพณีและวัฒนธรรมไทยในสมัยก่อน เพื่อใหเ้ กดิ ควำมสนุกสนำนบนั เทงิ ควบคกู่ ันไปกับกำรทำงำน ท้ังในชีวิตประจำวันและเทศกำลงำนบุญ ตำมระยะเวลำแหง่ ฤดกู ำล ๑. เดินกะลำ อุปกรณ์ : ประกอบด้วยกะลำสองอันขนำดเท่ำ ๆ กัน เจำะรูตรงกลำงแล้วใช้เชือกหนึ่งเส้น ยำวประมำณ ๒ - ๓ เมตร หรือพอเหมำะกับผู้เล่น ปลำยแต่ละข้ำงสอดเข้ำไปในรูกะลำท่ีเจำะไว้ โดย คว่ำกะลำแล้วผูกปมเชือกไวใ้ ห้โตกว่ำรขู องกะลำเพือ่ กนั เชอื กหลดุ เวลำเลน่ วธิ เี ลน่ : ผู้เลน่ จะขึ้นไปยนื บนกะลำโดยใช้น้วิ หัวแมเ่ ทำ้ และน้วิ ช้คี ีบเชือกบนกะลำ มือสองข้ำง ดงึ เชอื กใหต้ งึ และเดินแข่งขนั กัน โอกำสหรอื เวลำทจี่ ะเลน่ : เลน่ ไดท้ ุกโอกำส แต่มักจะมกี ำรเล่นเม่อื มีงำนเทศกำลต่ำง ๆ คณุ คำ่ /แนวคดิ /สำระ : เพอื่ ควำมสนุกสนำน และควำมสำมคั คีในหม่คู ณะ

๑๒ ภพการเลน่ เดินกะลา ๒. โค้งตนี เกวยี น อุปกรณ์และวิธีเล่น : แบ่งผู้เล่นออกเป็นสองพวก พวกหน่ึงยืนอีกพวกหนึ่งน่ังสลับกัน เป็นวงกลมคล้ำยล้อเกวียน พวกที่น่ังจะเอำเท้ำยันกันไว้ตรงกลำงคล้ำยดุมเกวียนและเอำมือจับกับ คนที่ยืน จะเดินไปรอบ ๆ เป็นวงกลม ฝ่ำยน่ังก็จะน่ังให้ก้นลอยพ้นพ้ืน หมุนตำมไปโดยใช้เท้ำที่ยันกัน ไว้น้ัน เป็นศูนย์กลำง ถ้ำฝ่ำยนั่งทำมือหลุดหรือวงแยกออกจำกกันก็จะเป็นฝ่ำยแพ้ เปลี่ยนให้คนท่ียีน เป็นฝำ่ ยนงั่ และคนท่นี ่งั เป็นฝ่ำยยืน แล้วเลน่ ตอ่ โอกำสหรือเวลำทจ่ี ะเล่น : เล่นได้ทุกโอกำส แต่มักจะมีกำรเล่นเม่ือมีงำนเทศกำลต่ำง ๆ เช่น ตรษุ สงกรำนต์ บุญข้ำวสำก คณุ คำ่ /แนวคดิ /สำระ : ชีวติ ของคนเรำหมุนวนไปคล้ำยลอ้ เกวยี นไม่หยดุ นิ่ง ภาพการเล่นโคง้ ตีนเกวยี น

๑๓

๑๔ กจิ กรรมที่ ๑.๑ คำชแ้ี จง ให้นักเรียนทำเครือ่ งหมำยถกู () ลงในช่องท่ีถูก และทำเคร่อื งหมำยผดิ () ลงในชอ่ งที่ผดิ ต่อไปน้ีให้ถกู ต้อง ผลวเิ ครำะห์ รำยกำรประเมนิ ๑. “ประเพณี” ตำมพจนำนุกรมภำษำไทยฉบับบัณฑิตยสถำน ได้กำหนดควำมหมำย ประเพณีไวว้ ำ่ “ขนบธรรมเนยี มแบบแผน” ๒. “ขนบธรรมเนียมแบบแผน” ซ่งึ สำมำรถแยกคำต่ำง ๆ ออกได้เปน็ “ขนบ” หมำยควำมว่ำ ที่นยิ มใช้กันมำ “ธรรมเนียม” หมำยควำมว่ำ ระเบียบแบบอย่ำง ๓. ประเพณีเป็นกจิ กรรมทมี่ ีกำรปฏบิ ัตสิ บื เน่ืองกันมำ เช่น กำรแต่งกำย ภำษำ วฒั นธรรม ศำสนำ ศลิ ปกรรม กฎหมำย คณุ ธรรม ควำมเชื่อ ๔. บง้ั ไฟทจ่ี ดั ทำมี ๒ ชนดิ คือ มี บ้ังไฟหมนื่ และบ้ังไฟแสน ๕. กำรจดุ บงั้ ไฟ เรม่ิ ดว้ ยกำรจุดแขง่ ขัน จำกนน้ั จงึ เปน็ กำรจุดเส่ียงทำยถึงควำม อดุ มสมบรู ณ์ของขำ้ วกลำ้ และพชื ไร่ในท้องทุ่ง ๖. ประเพณี หมำยถงึ ระเบยี บแบบแผนทก่ี ำหนดพฤตกิ รรมในสถำนกำรณำ์ ง ๆ ท่ีคนในสังคมยึดถือปฏบิ ตั ิสบื กนั มำ ๗. พระธำตอุ ำนนท์ เป็นพระธำตรุ ่นุ เกำ่ ทสี่ ำคญั องคห์ นึง่ ในภำคอสี ำน ภำยในพระ ธำตบุ รรจอุ ฐั ิธำตุของพระอำนนท์ ๘. พวงมำลัยของชำวอำเภอมหำชนะชยั มี ๒ แบบ คือ พวงมำลยั ข้ำวตอกแตก และพวงมำลัยเส้นไหม ๙. ดอกมณฑำรพ เป็นดอกไม้บนสวรรค์ชัน้ ดำวดงึ ส์ มีควำมสวยงำมและมีกลิ่น หอมเป็นพิเศษ ๑๐. กำรเลน่ กะลำ จะต้องมีกะลำสองอันขนำดเท่ำ ๆ กนั เจำะรูตรงกลำงแลว้ ใช้ เชือกหน่ึงเสน้ ยำวประมำณ ๓ – ๔ เมตร สรปุ คะแนนที่ได้ .................... คะแนน เปน็ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์กำรประเมินนกั เรียนต้องไดค้ ะแนน ร้อยละ ๘๐ ข้ึนไป หรอื ๘ คะแนนขึน้ ไป ผำ่ น ไมผ่ ่ำน

๑๕ กิจกรรมท่ี ๑.๒ คำช้ีแจง ใหน้ ักเรียนวิเครำะห์ข้อควำมต่อไปนี้แลว้ จับคคู่ ำตอบให้ถูก ก. ประเพณี ข. เดินกะลำ ค. กำรละเลน่ พนื้ บ้ำน ง. คำนวณผสมดนิ ประสวิ กบั ถำ่ นไม้ จ. ประเพณีและวฒั นธรรมไทย ฉ. เซ้ิงกระติบ ช. โคง้ ตีนเกวียน ซ. พระธำตุอำนนท์ ฌ. เซ้ิงบั้งไฟ ญ. สมยั อยุธยำ ฎ. สมยั กรุงสโุ ขทยั ฏ. ดอกมณฑำรพ ................. ๑. ช่ำงท่ีทำบ้ังไฟจะต้องเป็นผมู้ ีฝีมือในกำร .......................................................................... ................. ๒. ขบวนแหบ่ ง้ั ไฟ จะประกอบไปด้วยขบวนฟ้อนรำ ทเี่ รยี กวำ่ .......................................... ................. ๓. ตำมพจนำนุกรมภำษำไทยฉบับบณั ฑติ ยสถำน ได้กำหนดควำมหมำยของ .................... ไวว้ ่ำ “ขนบธรรมเนยี มแบบแผน” ................. ๔. กำรก่อสร้ำง ........................................................................... ไดร้ ับอทิ ธพิ ลศลิ ปะลำว ................. ๕. คร้ังเม่ือพระสัมมำสัมพทุ ธเจ้ำทรงเสด็จดบั ขันปรนิ ิพพำน ..........................กไ็ ด้รว่ งหล่น ลงมำทง้ั ก้ำนและก่ิง ................. ๖. กำรเล่นของไทยไดส้ อดแทรกไปกับ ........................................................... ในสมัยกอ่ น ................. ๗. กำรเล่นของไทยมมี ำตั้งแต่สมยั โบรำณ ซง่ึ ปรำกฏหลักฐำนวำ่ มมี ำตงั้ แต่ ....................... ................. ๘. วธิ ีกำรเลน่ ................................................... ผ้เู ลน่ จะใช้น้วิ หัวแมเ่ ท้ำและนิว้ ชค้ี บี เชือก ................. ๙. กำรเลน่ .................................................. สำมำรถเลน่ ได้ทกุ โอกำส และเทศกำลต่ำง ๆ ................. ๑๐. ......................................................จดั ข้ึนเพือ่ ให้เกดิ ควำมสนกุ สนำนบันเทิงควบคู่กัน ไปกับกำรทำงำนทง้ั ในชวี ิตประจำวนั และเทศกำลงำนบญุ ตำมระยะเวลำแห่งฤดูกำล สรุปคะแนนที่ได้ .................... คะแนน เป็นคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์กำรประเมนิ นกั เรียนตอ้ งได้คะแนน ร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป หรอื ๘ คะแนนขึ้นไป ผ่ำน ไมผ่ ำ่ น

๑๖ กิจกรรมท่ี ๑.๓ คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่ำนจับใจควำมสำคญั เรอ่ื ง ประเพณแี ละกำรละเล่น จำกนั้นทำกจิ กรรม ทั้งหมด ๒ ตอน ใหเ้ รยี บร้อย ตอนท่ี ๑ ใหน้ ักเรียนตอบคำถำมต่อไปน้ี ๑. “ประเพณ”ี มคี วำมหมำยวำ่ อยำ่ งไร ตอบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ๒. ใหน้ กั เรยี นบอกวตั ถุประสงคข์ องกำรจดั งำนประเพณีบุญบงั้ ไฟ ตอบ .................................................................................................................................................. .......................................................................................................... ...................................................... ๓. “พระธำตุอำนนท์” มีควำมสำคัญต่อชำวจังหวดั ยโสธรอยำ่ งไร ตอบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ๔. ใหน้ กั เรียนยกตวั อยำ่ งกำรละเล่นท่สี ำคญั ของจังหวัดยโสธร มำ ๑ ประเภท พร้อมอธิบำย ตอบ .................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ ๕. กำรละเล่นโค้งตนี เกวียน มีคุณค่ำ แนวคิด และสำระอย่ำงไร ตอบ .................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ตอนท่ี ๒ เขยี นสรปุ ใจควำมสำคัญ และแสดงควำมคิดเห็นท่ีมตี อ่ เรอื่ งท่ีอำ่ น ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................... ................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ สรปุ คะแนนที่ได้ .................... คะแนน เปน็ คะแนนเต็ม ๑๘ คะแนน เกณฑ์กำรประเมนิ นักเรียนต้องไดค้ ะแนน รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป หรอื ๑๔ คะแนนข้ึนไป ผำ่ น ไม่ผำ่ น

๑๗ กจิ กรรมท่ี ๑.๔ คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนอ่ำนเรอื่ งต่อไปนี้ แล้วเติมคำตอบให้ถูกต้อง เอกลกั ษณ์ พระรำชพิธี วนั สำคญั ทำงศำสนำ ประชำชน ปฏบิ ตั ิสืบต่อกันมำนำน งำนวนั เฉลมิ พระชนมพรรษำ ครอบครัว อำชีพ ประเพณสี ังคม พระบรมวงศำนวุ งศ์ วฒั นธรรม คณะรัฐมนตรี ขนบธรรมเนยี มประเพณีไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณีไทย หมำยถงึ ส่ิงที่คนในสังคมยดึ ถือ ................................................. มคี ุณค่ำทำงชีวติ มกั แฝงไปด้วยศลี ธรรมจรรยำ ควำมคดิ ควำมเชอ่ื เชน่ กำรมีมำรยำทไทย กำรปฏิบตั ิ ตนอยำ่ งถูกกำลเทศะ รวมถงึ กำรมปี ระเพณตี ่ำง ๆ ซึง่ เป็น ................................................ สำคัญของ ชำติไทย ขนบธรรมเนยี มแบ่งออกเปน็ ๖ ประเภท ได้แก่ ๑) ขนบธรรมเนียมประเพณีส่วนบคุ คลหรอื ประเพณีครอบครัว เปน็ เรื่องทีเ่ ก่ียวกับ ................................................ โดยเฉพำะ เช่น ประเพณี กำรเกิด ประเพณเี ก่ยี วกบั กำรศึกษำ ประเพณีกำรบวช ประเพณีกำรแต่งงำน ๒) ขนบธรรมเนียม ................................................ เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีท่ีทุกคนในชำติต้องกระทำรว่ มกนั เชน่ วันสงกรำนต์ วันลอยกระทงถือเปน็ ขนบธรรมเนยี มประเพณีท่กี ่อให้เกดิ ควำมสัมพันธ์อันดีของคนใน ชำติ ๓) ขนบธรรมเนียมประเพณีเกี่ยวกับศำสนำ เป็นธรรมเนียมประเพณีท่ีปฏิบัติกันใน ........................................ โดยศำสนิกชนจะพร้อมใจกันไปร่วมงำนท่ีวัดหรือศำสนสถำนของ ศำสนำน้ัน ๆ ถ้ำเป็นพระพุทธศำสนำ เช่น วันวิสำขบูชำ วันมำฆบูชำ วันอำสำฬหบูชำวันเช้ำ พรรษำ วันออกพรรษำ ๔) ขนบธรรมเนียมประเพณีเกี่ยวกับ ....................................................... เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกิดจำก ควำมเช่ือเก่ียวกับอำชีพท้องถ่ิน เช่น ประเพณแี ห่นำง แมว ประเพณีสขู่ วัญขำ้ ว ประเพณีบุญบ้ังไฟ ๕) ................................................................... เป็นงำนท่ี พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยหู่ ัวทรงพระกรณุ ำโปรดเกล้ำฯ ให้จดั ตั้ง ตำมพระรำชประเพณี โดยพระองค์ เสดจ็ พระรำชดำเนนิ ไปปฏิบัติพระรำชกรณียกิจนั้น ๆ หรือ โปรดเกล้ำฯ ให้ ................................... ไปปฏิบัติแทนพระองค์ เช่น กำรถวำยผ้ำพระกฐินหลวงพระรำชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัล แรกนำขวัญ พระรำชพิธีฉัตรมงคล และ ๖) รัฐพิธี เป็นงำนที่ .......................................................... มีมติให้กำหนดขึ้นเพ่ือจัดเฉลิมฉลองงำนระดับชำติ เช่น งำนถวำยบงั คมพระบรมรำชำนุสำวรยี ์ ................................................ สรุปคะแนนที่ได้ .................... คะแนน เป็นคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์กำรประเมนิ นกั เรียนต้องไดค้ ะแนน ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป หรือ ๘ คะแนนขนึ้ ไป ผ่ำน ไมผ่ ่ำน

๑๘ กจิ กรรมท่ี ๑.๕ คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นอ่ำนบทควำมต่อไปน้ี แลว้ เติมคำตอบใหถ้ กู ตอ้ ง กำรละเล่นพนื้ บ้ำนว่ำ หมำยถึง กจิ กรรมกำรละเล่นของสังคมท่ีไมท่ รำบที่มำ แต่ได้ยอมรบั และถ่ำยทอดกำรเลน่ ต่อ ๆ กันมำโดยไมข่ ำดสำย เป็นกจิ กรรมทสี่ ืบทอดต่อกนั มำตั้งแต่อดตี จนถงึ ปัจจุบนั กำรละเล่นเป็นกำรส่งเสริมใหเ้ ด็ก ใชเ้ วลำว่ำงให้เป็นประโยชน์ และเปน็ กจิ กรรมที่แฝงไว้ ดว้ ยสญั ลักษณ์ หำกศึกษำกำรเลน่ ของเด็กในสงั คม เท่ำกบั ได้ศึกษำวัฒนธรรมของสังคมนั้นด้วย กำรละเลน่ กลำงแจ้งที่มบี ทร้องประกอบ เช่น โพงพำง เสือไลห่ มู มอญซ่อนผ้ำ รีรขี ้ำวสำร กำรละเลน่ ท่ีมคี ำโต้ตอบ เชน่ งูกินหำง แม่นำคพระโขนง มะลอ็ กก๊อกแก็ก กำรละเลน่ ท่ไี ม่มีบทร้องประกอบ เชน่ หมำกเก็บ ลูกด่งิ ตีจ่ บั ข่ีม้ำส่งเมือง ตโี ปง่ ชักคะเย่อ เสือกนั วัว กำรละเล่นในร่มทีม่ บี ทรอ้ งประกอบ เช่น โยกเยก แมงมมุ จับปดู ำขยำปูนำ จำ้ จี้ กำรเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ เชน่ เลน่ เปน็ พอ่ เป็นแม่ เลน่ แต่งงำน นอกจำกนน้ั ยังมีทบร้องเลน่ เช่น จนั ทรเ์ อ๋ย จันทรเ์ จ้ำ ขอขำ้ วขอแกงแกง เป็นต้น ๑. กำรละเลน่ มีควำมสำคัญอย่ำงไร ตอบ .................................................................................................................................................. ๒. กำรละเล่นพน้ื บำ้ นมีควำมเหมือนหรือแตกตำ่ งกนั อยำ่ งไร ตอบ ............................................................................................................................. ..................... ๓. กำรละเล่นพ้ืนบำ้ น มีประโยชน์อย่ำงไร ตอบ ............................................................................................................................. ..................... ๔. ให้นักเรียนยกตัวอย่ำงกำรละเล่นกลำงแจ้งทมี่ ีบทร้องประกอบ ตอบ .................................................................................................................................................. ๕. จำกบทควำมนี้ นกั เรียนชอบกำรละเล่นใด เพรำะเหตใุ ด ตอบ .................................................................................................................................................. สรปุ คะแนนท่ีได้ .................... คะแนน เป็นคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์กำรประเมินนกั เรียนต้องไดค้ ะแนน ร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป หรือ ๘ คะแนนข้ึนไป ผ่ำน ไม่ผ่ำน

๑๙ กจิ กรรมท่ี ๑.๖ คำชี้แจง ให้นักเรยี นอ่ำนจบั ใจควำมสำคัญเร่ืองต่อไปนด้ี ้วยเทคนคิ Sq๔r ประเพณีไทย นน้ั เป็นประเพณที ่ีได้อทิ ธิพลอยำ่ งสูงจำกศำสนำพทุ ธ แตอ่ ิทธิพลจำกศำสนำอื่น เช่น ศำสนำพรำหมณ์และ กำรอพยพของชำวตำ่ งชำตเิ ช่นคนจีนก็มอี ิทธิพลของประเพณีไทย ประเพณีไทยน้ันสำมำรถแบ่งออกเป็นสำมสว่ นใหญ่ คือ ภำษำ ศิลปะ และประเพณี ภำษำไทย เป็นภำษำประจำชำตขิ องคนไทย ตวั อักษรของภำษำไทยถกู สร้ำงขึ้นในสมัยพ่อขุน รำมคำแหงใน ค.ศ. ๑๒๘๓ ตวั อักษรของภำษำไทยได้รบั อทิ ธิพลมำจำกภำษำบำลี และสันสกฤตจำกสื่อ ของขอมโบรำณ ปัจจบุ นั ภำษำไทยประกอบดว้ ยตัวอกั ษร สีส่ บิ ส่ตี วั ภำษำไทยมีห้ำโทน คือ : สำมญั , เอก, โท, ตรี, จัตวำ ซง่ึ แตกต่ำงจำกภำษำอ่ืนเช่นภำษำอังกฤษ เชน่ คำวำ่ บำ่ กับบ้ำนน้ั มีควำมท่ีแตกต่ำง กนั ภำษำไทยในปจั จุบันไดร้ ับอทิ ธพิ ลมำจำกภำษำต่ำง ๆ ท่ัวโลกเชน่ บำลี, ขอม, มำเล, ภำษำองั กฤษ, ภำษำจีน ศิลปะไทย นัน้ ได้รับอิทธพิ ลอยำ่ งสงู จำกพระรำชำและชำววังครั้งแตโ่ บรำณ ประเพณกี ำร สรำ้ งภำพวำดฝำผนงั ก็ยงั ถูกนิยมมำใช้เพ่ือเลำ่ เร่ืองทเี่ กย่ี วข้องกับ พิธกี รรมทำงกำรศำสนำ ๑. Survey (S) สำรวจและอ่ำนแบบคร่ำว ๆ ตอบ ............................................................................................................................. ..................... ๒. Question (Q) อำ่ นบทควำมและตง้ั คำถำม ตอบ .................................................................................................................................................. ๓. Read (R) อำ่ นซำ้ และหำคำตอบจำกขอ้ ที่ ๒ ตอบ .................................................................................................................................................. ๔. Record (R) จดบันทึกข้อมลู ท่สี ำคัญ ตอบ ............................................................................................................................. ..................... ๕. Recite (R) สรุปใจควำมสำคัญของเร่ือง ตอบ ............................................................................................................................. ..................... สรปุ คะแนนท่ีได้ .................... คะแนน เปน็ คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน เกณฑ์กำรประเมนิ นักเรียนต้องได้คะแนน รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป หรอื ๑๒ คะแนนขนึ้ ไป ผำ่ น ไม่ผำ่ น

๒๐ แบบทดสอบหลงั เรยี น หนังสือส่งเสรมิ กำรอ่ำนจบั ใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมปิ ัญญำทอ้ งถิ่น กล่มุ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรับนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษำปีที่ ๓ เลม่ ท่ี ๖ ประเพณีและกำรละเลน่ คำช้ีแจง ๑. แบบทดสอบท้ังหมด ๑๐ ขอ้ ข้อละ ๑ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๒. ให้นักเรียนทำเครอ่ื งหมำย X ลงในกระดำษคำตอบ โดยเลือกช่องว่ำงตำมตวั อกั ษร ก. ข. ค. และ ง. ที่ถูกที่สดุ เพียงข้อเดยี ว ๑. ข้อใดใหค้ วำมหมำยคำว่ำ “ประเพณ”ี ไดถ้ ูกต้องท่ีสดุ ก. แบบแผนตำ่ ง ๆ ทีค่ นในสังคมยดึ ถือปฏิบตั ิสบื กนั มำ ข วถิ ีแหง่ กำรดำเนินชวี ิตของสงั คม ท่ีคนในสงั คมยึดถอื ปฏิบตั ิสืบกันมำ ค. ส่ิงทน่ี ยิ มใช้กนั มำในสถำนกำรณต์ ำ่ ง ๆ ท่ีคนในสงั คมยึดถือปฏิบัติสบื กันมำ ง. ระเบยี บแบบแผนทกี่ ำหนดพฤติกรรมในสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ ทคี่ นในสังคมยึดถือปฏบิ ัติสบื กนั มำ ๒. กำรจัดงำนประเพณีบุญบั้งไฟ มีวตั ถุประสงค์อย่ำงไร ก. ขอใหฝ้ นตกตำมฤดูกำร ข. บูชำพระยำแถน หรือเทพวัสสกำลเทพบุตร ค. เสี่ยงทำยถงึ ควำมอุดมสมบูรณข์ องขำ้ วกล้ำและพืชไร่ในท้องทุ่ง ง. ถูกทกุ ข้อท่ีกลำ่ วมำ ๓. ข้อใด คือ ประเภทของบง้ั ไฟทจี่ ัดทำขึน้ ก. บง้ั ไฟกิโล ข. บั้งไฟหมืน่ ค. บั้งไฟแสน ง. ถูกทกุ ขอ้ ทีก่ ล่ำวมำ ๔. “ข้ำว” ได้มีกำรนำมำประดษิ ฐ์ตกแต่งเป็นมำลยั ท่ีสวยงำมเป็นท่ีมำของส่ิงใด ก. ดอกมะลิ ข. ดอกกหุ ลำบ ค. มำลยั ขำ้ วตอก ง. ดอกเข็ม ๕. ขอ้ ใดกล่ำวไม่ถูกต้องเกี่ยวกบั กำรละเล่นพน้ื บำ้ นไทย ก. กำรเล่นของไทยมีมำตัง้ แต่สมัยกรงุ ศรีอยธุ ยำ ข. กำรเลน่ ของไทยได้สอดแทรกไปกับประเพณีและวฒั นธรรมไทย ค. โคง้ ตีนเกวียน สำมำรถเล่นได้ทกุ โอกำส แต่มักจะมีกำรเล่นเมื่อมงี ำนเทศกำลต่ำง ๆ ง. อุปกรณใ์ นกำรเล่นเดนิ กะลำ ประกอบดว้ ยกะลำสองอัน และเชือกหนง่ึ เสน้

๒๑ ๖. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชนข์ องกำรละเลน่ พื้นบ้ำน ก. เป็นสง่ิ ท่ีนำไปสู่กำรเรียนรู้จักธรรมชำติและส่ิงแวดล้อมรอบตวั ข. ช่วยให้เดก็ ไดพ้ ัฒนำไปสวู่ ถิ ีทำงกำรดำเนินชวี ติ เม่ือเติบโตเป็นผใู้ หญ่ ค. รู้จักแขง่ ขนั เพอื่ เอำชนะเพื่อนคนอื่น ๆ ง. มีคุณค่ำต่อกำรพฒั นำกำรทั้งทำงด้ำนร่ำงกำย อำรมณ์ สังคมและสติปัญญำ ใหน้ กั เรยี นอำ่ นขอ้ ควำมต่อไปน้แี ลว้ ตอบคำถำมข้อที่ ๗ – ๑๐ วดั มหำธำตุ ถือเป็นวดั คบู่ ้ำนคู่เมืองยโสธรมำตั้งแตแ่ รกสรำ้ งเมือง ตั้งอยู่ภำยในเขตเทศบำล เมืองยโสธร อำเภอเมืองยโสธร จงั หวดั ยโสธร ซ่งึ ภำยในวัดมโี บรำณสถำนและโบรำณวัตถุทสี่ ำคญั คือ พระพทุ ธปฏิมำบุษยรัตน์ หรอื พระแกว้ หยดนำ้ ค้ำง พระพุทธรูปบชู ำประจำเมืองที่มีขนำดเล็กท่ีสุดใน ประเทศไทย พระธำตุอำนนท์ เป็นพระเจดีย์ท่ีบรรจอุ ัฐธิ ำตุของพระอำนนท์แหง่ เดยี วในประเทศไทย และหอไตรกลำงน้ำท่มี ีศิลปะงดงำม วดั มหำธำตุ เป็นพระธำตรุ ่นุ เก่ำท่สี ำคญั องคห์ นึง่ ในภำคอีสำน เจดียท์ รงสี่เหลยี่ มสว่ นยอด คล้ำยพระธำตุพนม ภำยในพระธำตบุ รรจอุ ฐั ธิ ำตุของพระอำนนท์ กำรก่อสร้ำงได้รบั อทิ ธิพลศลิ ปะลำว ท่นี ิยมสรำ้ งขึ้นเมื่อปลำยสมยั กรุงศรีอยธุ ยำถึงต้นรตั นโกสนิ ทร์ สร้ำงรำว พ.ศ. ๒๓๒๑ โดยท้ำวหน้ำ ทำ้ วคำสิงห์ ทำ้ วคำผำ ซงึ่ เดิมเป็นเสนำบดีเกำ่ ของกรงุ ศรสี ัตนำคนหุต (เวียงจนั ทน์) ต่อมำได้อพยพ ผู้คนภำยใต้กำรนำของพระวอ พระตำ รำว พ.ศ. ๒๓๑๓ – ๒๓๑๙ ลกั ษณะพระธำตุ ฐำนรูปสีเ่ หลย่ี ม จัตุรสั ยำวด้ำนละ ๘๑ เมตร กอ่ อฐิ ถอื ปนู เอวฐำนคอดเป็นรูปบวั ควำ่ บัวหงำย เหนือขึ้นไปเปน็ เรอื น ธำตุ มซี ุ้ม ๔ ทศิ ประดิษฐำนพระพทุ ธรูปประทับยืน สว่ นยอดธำตมุ ยี อดปลเี ล็กแซมทงั้ ๔ ด้ำน ยอด กลำงทรงสเี่ หลีย่ มสอบ มี ๒ ช้นั รปู แบบกำรก่อสร้ำงคลำ้ ยกับพระธำตุกอ่ งขำ้ วน้อย และทำงวัดจะจัด ให้มงี ำนสมโภชพระธำตุอำนนท์ขึน้ เปน็ ประจำทกุ ปีในเดือนมีนำคม ๗. ขอ้ ใด คอื โบรำณสถำนและโบรำณวตั ถทุ ่ีสำคัญภำยในวัดมหำธำตุ ก. กลองมโหระทกึ ข. พระยำตำนีศรีสลุ ต่ำน ค. พพิ ธิ ภณั ฑสถำนแห่งชำติ ไชยำ ง. พระพุทธปฏิมำบษุ ยรตั น์ หรอื พระแก้วหยดนำ้ ค้ำง ๘. พระพทุ ธปฏิมำบุษยรัตน์ หรอื พระแกว้ หยดน้ำคำ้ ง เป็นพระพุทธรปู ปำงใด ก. พระพทุ ธรปู ปำงรบั มธุปำยำส ข. พระพุทธรปู ปำงรบั หญำ้ คำ ค. พระพุทธรปู ปำงสมำธิ ง. พระพุทธรูปปำงมำรวชิ ัย

๒๒ ๙. ภำยในพระธำตุบรรจุด้วยสิ่งใด ก. อัฐขิ องพระปจั เจกพทุ ธเจ้ำ ข. อัฐธิ ำตุของพระอำนนท์ ค. อัฐิของอรหันต์ ง. อฐั ขิ องพระพุทธเจ้ำ ๑๐. ขอ้ ใด คือ ควำมสำคัญของพระธำตอุ ำนนท์ ก. เป็นวดั ทจี่ ัดใหม้ งี ำนสมโภชพระธำตอุ ำนนท์ขน้ึ เปน็ ประจำทุกปใี นเดือนสงิ หำคม ข. เปน็ วัดพระอำรำมหลวง ช้ันเอก ชนิดวรมหำวหิ ำร ปัจจบุ ันมี พระเทพวรมนุ ี เป็นเจ้ำอำวำส ค. เปน็ พระธำตรุ ่นุ เกำ่ แก่ที่สำคัญองคห์ นงึ่ ในภำคตะวันออก ง. เปน็ พระเจดีย์ท่ีบรรจุอฐั ธิ ำตขุ องพระอำนนท์แหง่ เดียวในประเทศไทย ไม่ยำกเลยใช่ไหมคะ นักเรยี น

๒๓ กระดำษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน หนังสอื ส่งเสรมิ กำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชดุ ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถ่นิ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ ๓ เล่มที่ ๖ ประเพณแี ละกำรละเลน่ คำช้ีแจง ๑. แบบทดสอบทั้งหมด ๑๐ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ๒. ให้นกั เรียนทำเคร่ืองหมำย X ลงในกระดำษคำตอบ โดยเลือกช่องว่ำงตำมตวั อกั ษร ก. ข. ค. และ ง. ทีถ่ กู ท่ีสดุ เพียงข้อเดยี ว ข้อ ก ข ค ง ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. สรุปคะแนนท่ีได้ .................... คะแนน เป็นคะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์กำรประเมินนักเรียนต้องไดค้ ะแนน รอ้ ยละ ๘๐ ขนึ้ ไป หรอื ๘ คะแนนข้นึ ไป ผำ่ น ไม่ผ่ำน

๒๔ บรรณำนกุ รม กมลเนตร คำไสย์. (๒๕๔๙). กำรพัฒนำกำรเรียนรู้กำรอ่ำนจับใจควำมบทร้อยกรองภำษำไทย ช้ันมัธยมศึกษำปีที่ ๒ ด้วยกระบวนกำรกลุ่มท่ีใช้แผนผังควำมรู้. วิทยำนิพนธ์กำรศึกษำ มหำบัณฑิต คณะศึกษำศำสตร์ สำขำวิชำหลักสูตรและกำรสอน มหำวิทยำลัย มหำสำรคำม. กระทรวงศกึ ษำธิกำร. (๒๕๔๕). คู่พฒั นำสอ่ื กำรเรียนรู้. กรุงเทพฯ : กรงุ เทพฯ : ครุ สุ ภำลำดพร้ำว. _______.(๒๕๕๒). มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย. ตำมหลักสูตร แกนกลำงกำรศึกษำขึ้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : ชุมชนสหกรณ์กำรเกษตร แหง่ ประเทศไทย. _______. (๒๕๕๒). แนวทำงกำรจัดกำรเรียนรู้ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : สำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ สำนักงำน คณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน. _______.(๒๕๕๒). แนวกำรวัดผลและประเมินผลกำรเรียนรู้ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำ ขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : สำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน. _______. (๒๕๔๕). เทคนคิ กำรเขียนหนงั สือสำหรับเดก็ . กรงุ เทพฯ : ครุสภำลำดพรำ้ ว. กำญจนำ สุริยะวิทยะ. (๒๕๕๓). กำรพัฒนำหนงั สือส่งเสริมกำรอ่ำน เร่ืองประเพณีท้องถิ่นสกลนคร เพ่ือฝึกทักษะกำรอ่ำนและกำรเขียนภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๒. วิทยำนิพนธ์ ครุ ศำสตร มหำบณั ฑิต สำขำหลักสตู รและกำรสอน มหำวทิ ยำลัยรำชภัฏสกลนคร. กำนตม์ ณี ศักดิ์เจรญิ . (๒๕๔๓). กิจกรรมสง่ เสริมกำรอ่ำน. กรงุ เทพฯ : ครุ ุสภำลำดพรำ้ ว. กุลวรำ ชพู งษ์ไพโรจน์. (๒๕๔๕). หนงั สือทำมอื ทำได้ง่ำยจัง. กรุงเทพฯ : เอดิสันเพรส โพรดกั ส์. กศุ ยำ แสงเดช และคนคณะ (๒๕๔๕). หนงั สือสง่ เสริมกำรอำ่ น. กรงุ เทพฯ : แมค็ . สำลี รกั สทุ ธ.ี (๒๕๕๓). คูม่ ือกำรจัดทำส่อื นวัตกรรม และแผนฯ และกอบสื่อ นวัตกรรม. กรุงเทพฯ : พฒั นำศึกษำ. สุนันทำ มั่นเศรษฐวิทย.์ (๒๕๔๕). หลกั และวิธีกำรสอนอ่ำนภำษไทย. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นำพำณชิ . สุวิทย์ มูลคำ และสุนันทำ สุนทรประเสริฐ. (๒๕๕๐). กำรพัฒนำผลงำนทำงวิชำกำร สู่กำรเล่ือน วทิ ยฐำนะ. กรงุ เทพฯ : อี เค บุคส์. สำนักงำนจังหวัดยโสธร. (๒๕๕๐). กลุ่มงำนข้อมูลสำรสนเทศจังหวัดยโสธร. สืบค้นออนไลน์ที่ : http://www.yasothon.go.th/web.

๒๕

๒๖ เฉลยกิจกรรมที่ ๑.๑ คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นทำเคร่อื งหมำยถูก () ลงในช่องท่ีถูก และทำเครอ่ื งหมำยผิด () ลงในช่องทีผ่ ดิ ต่อไปนใี้ หถ้ ูกต้อง ผลวิเครำะห์ รำยกำรประเมนิ  ๑. “ประเพณี” ตำมพจนำนุกรมภำษำไทยฉบับบัณฑิตยสถำน ได้กำหนดควำมหมำย  ประเพณีไว้วำ่ “ขนบธรรมเนียมแบบแผน”   ๒. “ขนบธรรมเนียมแบบแผน” ซง่ึ สำมำรถแยกคำต่ำง ๆ ออกได้เป็น “ขนบ”  หมำยควำมว่ำ ที่นยิ มใชก้ ันมำ “ธรรมเนียม” หมำยควำมวำ่ ระเบยี บแบบอย่ำง   ๓. ประเพณีเป็นกจิ กรรมทม่ี ีกำรปฏบิ ัตสิ บื เนื่องกันมำ เช่น กำรแต่งกำย ภำษำ  วัฒนธรรม ศำสนำ ศิลปกรรม กฎหมำย คณุ ธรรม ควำมเช่ือ  ๔. บ้งั ไฟทีจ่ ดั ทำมี ๒ ชนดิ คอื มี บ้ังไฟหมืน่ และบ้ังไฟแสน  ๕. กำรจดุ บ้ังไฟ เร่มิ ด้วยกำรจุดแข่งขนั จำกนน้ั จึงเปน็ กำรจุดเสี่ยงทำยถึงควำม อุดมสมบรู ณ์ของข้ำวกล้ำและพืชไรใ่ นท้องทุ่ง ๖. ประเพณี หมำยถึง ระเบียบแบบแผนท่ีกำหนดพฤตกิ รรมในสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ ที่คนในสงั คมยึดถือปฏบิ ัติสบื กนั มำ ๗. พระธำตุอำนนท์ เป็นพระธำตุรุ่นเก่ำท่ีสำคัญองค์หน่งึ ในภำคอสี ำน ภำยในพระ ธำตุบรรจอุ ฐั ิธำตขุ องพระอำนนท์ ๘. พวงมำลัยของชำวอำเภอมหำชนะชัย มี ๒ แบบ คอื พวงมำลยั ขำ้ วตอกแตก และพวงมำลัยเส้นไหม ๙. ดอกมณฑำรพ เป็นดอกไม้บนสวรรคช์ นั้ ดำวดึงส์ มีควำมสวยงำมและมีกลน่ิ หอมเปน็ พเิ ศษ ๑๐. กำรเล่นกะลำ จะต้องมีกะลำสองอันขนำดเท่ำ ๆ กัน เจำะรูตรงกลำงแล้วใช้ เชือกหน่ึงเสน้ ยำวประมำณ ๓ – ๔ เมตร

๒๗ เฉลยกิจกรรมที่ ๑.๒ คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นวเิ ครำะห์ขอ้ ควำมต่อไปนแ้ี ล้วจับคู่คำตอบให้ถูก ก. ประเพณี ข. เดนิ กะลำ ค. กำรละเลน่ พนื้ บำ้ น ง. คำนวณผสมดินประสิวกบั ถำ่ นไม้ จ. ประเพณีและวฒั นธรรมไทย ฉ. เซิง้ กระติบ ช. โคง้ ตีนเกวยี น ซ. พระธำตอุ ำนนท์ ฌ. เซิง้ บั้งไฟ ญ. สมยั อยุธยำ ฎ. สมยั กรงุ สุโขทัย ฏ. ดอกมณฑำรพ ........ง....... ๑. ชำ่ งทท่ี ำบง้ั ไฟจะตอ้ งเปน็ ผมู้ ีฝีมือในกำร คำนวณผสมดินประสิวกับถำ่ นไม้ .......ฌ....... ๒. ขบวนแห่บั้งไฟ จะประกอบไปดว้ ยขบวนฟ้อนรำ ทเี่ รียกวำ่ เซิ้งบ้ังไฟ ........ก....... ๓. ตำมพจนำนุกรมภำษำไทยฉบบั บัณฑิตยสถำน ได้กำหนดควำมหมำยของ ประเพณี ไวว้ ่ำ “ขนบธรรมเนียมแบบแผน” ........ซ....... ๔. กำรกอ่ สรำ้ ง พระธำตุอำนนท์ ได้รบั อิทธพิ ลศลิ ปะลำว ........ฏ....... ๕. คร้ังเม่อื พระสัมมำสมั พทุ ธเจำ้ ทรงเสด็จดบั ขันปรนิ ิพพำน ดอกมณฑำรพ กไ็ ด้รว่ งหลน่ ลงมำท้งั ก้ำนและกิง่ ........จ....... ๖. กำรเล่นของไทยไดส้ อดแทรกไปกับ ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ในสมัยกอ่ น ........ฎ....... ๗. กำรเล่นของไทยมมี ำต้งั แตส่ มยั โบรำณ ซ่ึงปรำกฏหลกั ฐำนวำ่ มมี ำตัง้ แต่ สมัยกรุง สุโขทยั ........ข....... ๘. วิธีกำรเลน่ เดนิ กะลำ ผูเ้ ล่นจะใช้น้วิ หัวแม่เทำ้ และนิ้วชีค้ ีบเชือก ........ช....... ๙. กำรเล่น โค้งตีนเกวยี น สำมำรถเล่นได้ทกุ โอกำส และเทศกำลตำ่ ง ๆ ........ค....... ๑๐. กำรละเล่นพ้นื บำ้ น จัดขน้ึ เพ่ือใหเ้ กิดควำมสนุกสนำนบนั เทงิ ควบคู่กนั ไปกับ กำรทำงำนทั้งในชวี ิตประจำวันและเทศกำลงำนบุญ ตำมระยะเวลำแห่งฤดูกำล

๒๘ เฉลยกจิ กรรมที่ ๑.๓ คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนอ่ำนจบั ใจควำมสำคญั เรือ่ ง ประเพณแี ละกำรละเล่น จำกนัน้ ทำกิจกรรม ทง้ั หมด ๒ ตอน ใหเ้ รียบรอ้ ย ตอนท่ี ๑ ใหน้ ักเรียนตอบคำถำมต่อไปนี้ ๑. “ประเพณี” มคี วำมหมำยวำ่ อย่ำงไร ตอบ ควำมประพฤติท่ีคนส่วนใหญ่ ยดึ ถือเป็นแบบแผน และได้ทำกำรปฏิบตั ิสบื ตอ่ กันมำ จนเปน็ ต้นแบบท่ีจะใหค้ นร่นุ ต่อ ๆ ไปได้ประพฤติปฏบิ ัตติ ำมกนั ต่อไป ๒. ใหน้ กั เรียนบอกวัตถปุ ระสงคข์ องกำรจัดงำนประเพณีบุญบ้ังไฟมำพอสงั เขป ตอบ ควำมอดุ มสมบูรณ์ของขำ้ วกล้ำและพืชไร่ในท้องทุ่ง จำกนน้ั จึงเป็นกำรจดุ แข่งขนั บงั้ ไฟของ คณะใดขน้ึ สงู สุดก็จะเป็นผ้ชู นะ สว่ นนำยช่ำงจะถกู จับโยนลงในโคลนไม่ว่ำจะจุดบ้ังไฟข้ึนหรือไม่กต็ ำม ๓. “พระธำตอุ ำนนท์” มีควำมสำคัญต่อชำวจังหวดั ยโสธรอย่ำงไร ตอบ เปน็ วัดคู่บ้ำนคู่เมืองยโสธรมำตัง้ แตแ่ รกสรำ้ งเมือง ต้ังอยู่ภำยในเขตเทศบำลเมืองยโสธร อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ภำยในวดั มีโบรำณสถำนและโบรำณวตั ถุทส่ี ำคัญ คือ พระพุทธ ปฏิมำบุษยรตั น์ หรอื พระแกว้ หยดน้ำค้ำง พระพุทธรูปบูชำประจำเมืองท่ีมีขนำดเล็กทสี่ ดุ ในประเทศ ไทย พระธำตุอำนนท์ เปน็ พระเจดีย์ท่ีบรรจุอฐั ิธำตุของพระอำนนท์แหง่ เดยี วในประเทศไทย และหอ ไตรกลำงนำ้ ท่ีมีศิลปะงดงำม ๔. ให้นกั เรียนยกตัวอยำ่ งกำรละเล่นท่สี ำคญั ของจังหวัดยโสธร มำ ๑ ประเภท พรอ้ มอธิบำย ตอบ เดนิ กะลำ อุปกรณ์ประกอบด้วยกะลำสองอนั ขนำดเทำ่ ๆ กัน เจำะรูตรงกลำงแลว้ ใช้เชือก หน่ึงเสน้ ยำวประมำณ ๒ - ๓ เมตร หรือพอเหมำะกบั ผเู้ ลน่ ปลำยแตล่ ะข้ำงสอดเขำ้ ไปในรกู ะลำที่เจำะ ไว้ โดยคว่ำกะลำแลว้ ผกู ปมเชือกไวใ้ ห้โตกวำ่ รขู องกะลำเพื่อกนั เชือกหลุดเวลำเล่น วธิ ีเล่นผู้เลน่ จะขนึ้ ไปยนื บนกะลำโดยใชน้ วิ้ หวั แมเ่ ท้ำและน้ิวช้ีคบี เชอื กบนกะลำ มือสองขำ้ งดงึ เชือกให้ตึง และเดนิ แขง่ ขันกัน ๕. กำรละเลน่ โค้งตีนเกวยี น มีคณุ คำ่ แนวคิด และสำระอยำ่ งไร ตอบ กำรใช้ชวี ติ ของคนเรำหมนุ วนไปคลำ้ ยล้อเกวียนไม่หยุดน่ิง ตอนที่ ๒ เขยี นสรปุ ใจควำมสำคญั และแสดงควำมคิดเห็นทีม่ ตี อ่ เรอ่ื งท่ีอำ่ น ตอบ ประเพณี เป็นกจิ กรรมท่มี ีกำรปฏบิ ัตสิ ืบเน่อื งกันมำ เป็นเอกลกั ษณ์และมีควำมสำคัญต่อ สงั คม อนั เปน็ บ่อเกดิ ของวฒั นธรรมของสังคมเชอื้ ชำติตำ่ ง ๆ กลำยเป็นประเพณีประจำชำตแิ ละ ถำ่ ยทอดกนั มำโดยลำดับ และกำรละเลน่ ของไทยมีมำต้ังแต่สมยั โบรำณ ที่ไม่มที รำบชัดเจนวำ่ เมอ่ื ไหร่ มแี ต่กำรสนั นิษฐำนกนั ตำมประวัตศิ ำสตร์และหลักฐำนท่ปี รำกฏตำมที่มีกำรจำรึกไวเ้ ทำ่ นั้น ซึ่งปรำกฏ หลักฐำนวำ่ มมี ำตั้งแต่สมยั กรงุ สโุ ขทยั จำกขอ้ ควำมในหลักศิลำจำรึกของพ่อขนุ รำมคำแหง และ หลกั ฐำนทป่ี รำกฏในหนงั สือ วรรณคดี และภำพจิตรกรรมฝำผนงั ซึง่ มีกำรสืบทอดวิธีกำรเล่นกันมำ อยำ่ งต่อเนื่อง

๒๙ แบบประเมินกำรรว่ มกจิ กรรมที่ ๑.๓ ช่ือ........................................................…นำมสกุล.............................................เลขท่ี........................ ผ้ปู ระเมิน นักเรียน เพ่ือน ครู คำชแี้ จง ใหท้ ำเครื่องหมำยถูกต้อง  ลงในช่องวำ่ งระดบั คะแนนท่ีตรงกบั ควำมเปน็ จริงมำกทสี่ ุด โดยจดั ระดบั คณุ ภำพเป็น ๓ ระดับ ตำมเกณฑ์ตอ่ ไปนี้ ๓ หมำยถึง สำมำรถอธบิ ำย ตอบคำถำมได้ถูกต้อง ชดั เจน และตรงประเดน็ ๒ หมำยถึง สำมำรถอธิบำย ตอบคำถำมไมค่ ่อยถูกต้อง และไม่ค่อยตรงประเดน็ ๑ หมำยถึง ไมส่ ำมำรถอธิบำย ตอบคำถำมได้ถกู ต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น รำยกำรประเมิน ระดบั คะแนน ๓๒๑ ตอนท่ี ๑ ใหน้ ักเรยี นตอบคำถำมใหถ้ ูกต้อง ๑. “ประเพณี” มคี วำมหมำยว่ำอยำ่ งไร ๒. ให้นักเรียนบอกวตั ถุประสงคข์ องกำรจัดงำนประเพณีบุญบ้ังไฟมำพอสังเขป ๓. “พระธำตอุ ำนนท์” มีควำมสำคญั ต่อชำวจังหวัดยโสธรอยำ่ งไร ๔. ใหน้ กั เรียนยกตัวอย่ำงกำรละเล่นท่สี ำคญั ของจงั หวดั ยโสธร มำ ๑ ประเภท พรอ้ มอธบิ ำย ๕. กำรละเล่นโคง้ ตนี เกวยี น มีคณุ คำ่ แนวคิด และสำระอย่ำงไร ตอนท่ี ๒ เขียนสรปุ ใจควำมสำคญั และแสดงควำมคดิ เห็นท่ีมตี อ่ เร่ืองท่ีอำ่ น - สรปุ ใจควำมสำคัญและแสดงควำมคดิ เห็น คะแนนรวมแต่ละช่อง สรปุ คะแนนที่ได้ (หำรด้วยสอง) เกณฑ์กำรประเมนิ ผำ่ นเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ผลกำรประเมิน นกั เรียนได้คะแนน ๑๔ คะแนนข้ึนไป จงึ ถือว่ำผ่ำน  ผ่ำน  ไมผ่ ่ำน ลงชือ่ ..................................................ผู้ประเมนิ (.................................................)

๓๐ เฉลยกิจกรรมที่ ๑.๔ คำช้แี จง ให้นักเรยี นอ่ำนเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี แล้วเติมคำตอบให้ถกู ต้อง เอกลักษณ์ พระรำชพธิ ี วันสำคัญทำงศำสนำ ประชำชน ปฏิบตั ิสืบต่อกนั มำนำน งำนวนั เฉลมิ พระชนมพรรษำ ครอบครัว อำชีพ ประเพณสี งั คม พระบรมวงศำนุวงศ์ วัฒนธรรม คณะรัฐมนตรี ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย หมำยถงึ สง่ิ ที่คนในสงั คมยดึ ถือ ปฏบิ ตั สิ บื ต่อกนั มำนำน มคี ุณคำ่ ทำงชวี ติ มักแฝงไปด้วยศีลธรรมจรรยำ ควำมคิด ควำมเชอ่ื เช่น กำรมีมำรยำทไทย กำรปฏิบตั ิ ตนอย่ำงถูกกำลเทศะ รวมถึงกำรมปี ระเพณีต่ำง ๆ ซงึ่ เป็น เอกลักษณ์ ทส่ี ำคัญของชำติไทย ขนบธรรมเนียมแบ่งออกเป็น ๖ ประเภท ได้แก่ ๑) ขนบธรรมเนียมประเพณสี ว่ นบุคคลหรอื ประเพณี ครอบครัว เปน็ เรื่องทเี่ ก่ยี วกับครอบครัวโดยเฉพำะ เช่น ประเพณกี ำรเกิด ประเพณีเก่ยี วกับกำรศึกษำ ประเพณกี ำรบวช ประเพณีกำรแตง่ งำน ๒) ขนบธรรมเนียมประเพณสี งั คม เปน็ ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ทุกคนในชำติตอ้ งกระทำรว่ มกนั เช่น วนั สงกรำนต์ วนั ลอยกระทง ถือเปน็ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณที ี่ก่อใหเ้ กิดควำมสมั พนั ธอ์ นั ดขี องคนในชำติ ๓) ขนบธรรมเนยี มประเพณีเกี่ยวกับศำสนำ เป็นธรรมเนยี มประเพณที ี่ปฏิบตั กิ ันในวันสำคญั ทำงศำสนำ โดยศำสนิกชนจะพร้อมใจกันไปร่วมงำน ท่ีวัดหรือศำสนสถำนของศำสนำน้ัน ๆ ถ้ำเป็นพระพุทธศำสนำ เช่น วันวิสำขบูชำ วันมำฆบูชำ วันอำสำฬหบูชำ วันเช้ำพรรษำ วันออกพรรษำ ๔) ขนบธรรมเนียมประเพณีเกี่ยวกับอำชีพเป็น ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกิดจำกควำมเชื่อเก่ียวกับอำชีพท้องถ่ิน เช่น ประเพณีแห่นำงแมว ประเพณีสู่ขวัญข้ำว ประเพณีบุญบ้ังไฟ ๕) พระรำชพิธีเป็นงำนที่พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้จัดตั้งตำมพระรำชประเพณี โดยพระองค์เสด็จพระรำชดำเนินไป ปฏิบัติพระรำชกรณียกิจนั้น ๆ หรือโปรดเกล้ำฯ ให้พระบรมวงศำนุวงศ์ไปปฏิบัติแทนพระองค์ เช่น กำรถวำยผ้ำพระกฐินหลวง พระรำชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนำขวัญ พระรำชพิธี ฉัตรมงคล และ ๖) รัฐพิธี เป็นงำนทคี่ ณะรฐั มนตรีมมี ติใหก้ ำหนดขึน้ เพ่ือจดั เฉลิมฉลองงำนระดบั ชำติ เช่น งำนถวำยบงั คมพระบรมรำชำนุสำวรยี ์ งำนวันเฉลิมพระชนมพรรษำ

๓๑ เฉลยกจิ กรรมที่ ๑.๕ คำชแี้ จง ให้นักเรียนอำ่ นบทควำมต่อไปนี้ แลว้ เตมิ คำตอบใหถ้ ูกต้อง กำรละเล่นพ้ืนบ้ำนว่ำ หมำยถึง กจิ กรรมกำรละเล่นของสงั คมทไ่ี ม่ทรำบที่มำ แต่ได้ยอมรับ และถำ่ ยทอดกำรเลน่ ต่อ ๆ กันมำโดยไม่ขำดสำย เปน็ กิจกรรมทสี่ บื ทอดต่อกนั มำตั้งแต่อดตี จนถงึ ปัจจุบัน กำรละเลน่ เป็นกำรส่งเสรมิ ให้เด็ก ใช้เวลำวำ่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และเป็นกจิ กรรมท่ีแฝงไว้ ดว้ ยสญั ลกั ษณ์ หำกศึกษำกำรเล่นของเด็กในสงั คม เท่ำกับไดศ้ กึ ษำวัฒนธรรมของสงั คมนั้นดว้ ย กำรละเลน่ กลำงแจ้งท่ีมบี ทร้องประกอบ เชน่ โพงพำง เสอื ไล่หมู มอญซ่อนผ้ำ รีรขี ้ำวสำร กำรละเล่น ทีม่ ีคำโต้ตอบ เชน่ งกู นิ หำง แมน่ ำคพระโขนง มะล็อกก๊อกแก็ก กำรละเลน่ ที่ไม่มบี ทร้องประกอบ เชน่ หมำกเก็บ ลูกดงิ่ ต่ีจบั ขีม่ ้ำสง่ เมอื ง ตีโปง่ ชักคะเย่อ เสือกันววั กำรละเล่นในร่มทีม่ บี ทรอ้ งประกอบ เช่น โยกเยก แมงมมุ จบั ปูดำขยำปูนำ จำ้ จ้ี กำรเลน่ เลยี นแบบผใู้ หญ่ เช่น เลน่ เป็นพอ่ เป็นแม่ เล่นแตง่ งำน นอกจำกนั้นยงั มีทบรอ้ งเลน่ เชน่ จันทร์เอย๋ จันทรเ์ จ้ำ ขอขำ้ วขอแกงแกง เป็นตน้ ๑. กำรละเล่น มีควำมสำคญั อยำ่ งไร ตอบ เปน็ กิจกรรมทสี่ บื ทอดตอ่ กนั มำตัง้ แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจุบนั หำกศึกษำกำรเล่นของเดก็ ในสังคม เท่ำกับได้ศึกษำวฒั นธรรมของสังคมนั้นด้วย ๒. กำรละเลน่ พนื้ บ้ำนมีควำมเหมอื นหรือแตกต่ำงกนั อยำ่ งไร ตอบ แตกต่ำงกนั เช่น กำรละเลน่ กลำงแจง้ ที่มีบทร้องประกอบ กำรละเลน่ ท่ีมคี ำโต้ตอบ ๓. กำรละเล่นพ้นื บำ้ น มีประโยชน์อย่ำงไร ตอบ สรำ้ งควำมสนุกสนำน ฝกึ ควำมว่องไว ไหวพรบิ มีสมำธิ ๔. ให้นักเรียนยกตวั อยำ่ งกำรละเล่นกลำงแจ้งท่มี บี ทร้องประกอบ ตอบ โพงพำง เสือไล่หมู มอญซ่อนผำ้ รีรีข้ำวสำร ๕. จำกบทควำมน้ี นักเรยี นชอบกำรละเล่นใด เพรำะเหตใุ ด ตอบ ตำมดลุ ยพนิ ิจของครู

๓๒ เฉลยกิจกรรมท่ี ๑.๖ คำชแี้ จง ให้นักเรยี นอำ่ นจับใจควำมสำคญั เรอ่ื งตอ่ ไปนดี้ ว้ ยเทคนคิ Sq๔r ประเพณไี ทย เปน็ ประเพณีท่ีได้อทิ ธิพลอย่ำงสงู จำกศำสนำพทุ ธ แตอ่ ิทธพิ ลจำกศำสนำอ่ืน เชน่ ศำสนำพรำหมณ์และกำรอพยพของชำวต่ำงชำติ เชน่ คนจีนก็มอี ิทธิพลของประเพณีไทย ประเพณีไทยน้ันสำมำรถแบ่งออกเป็น ๓ สว่ นใหญ่ ๆ คือ ภำษำ ศลิ ปะ และประเพณี ภำษำไทย เปน็ ภำษำประจำชำตขิ องคนไทย ตวั อกั ษรของภำษำไทยถกู สรำ้ งขึน้ ในสมยั พ่อขนุ รำมคำแหงใน ค.ศ. ๑๒๘๓ ตวั อักษรของภำษำไทยได้รบั อทิ ธิพลมำจำกภำษำบำลี และสันสกฤตจำก ส่อื ของขอมโบรำณ ปจั จบุ นั ภำษำไทยประกอบด้วยตัวอักษร ๔๓ ตวั ภำษำไทยมี ๕ โทน คอื : สำมัญ , เอก, โท, ตรี, จัตวำ ซึ่งแตกต่ำงจำกภำษำอื่น เชน่ ภำษำองั กฤษ เชน่ คำว่ำ บำ่ กบั บ้ำ มีควำมทแ่ี ตกต่ำง กันภำษำไทยในปัจจุบนั ไดร้ ับอิทธิพลมำจำกภำษำตำ่ ง ๆ ทั่วโลก เชน่ บำล,ี ขอม, มำเล, ภำษำองั กฤษ, ภำษำจีน ศิลปะไทย ไดร้ บั อทิ ธพิ ลอยำ่ งสงู จำกพระรำชำและชำววงั ครัง้ แตโ่ บรำณ ประเพณีกำรสร้ำง ภำพวำดฝำผนงั กย็ งั ถูกนยิ มมำใช้เพือ่ เล่ำเรื่องที่เกีย่ วข้องกับพธิ ีกรรมทำงกำรศำสนำอีกด้วย ๑. Survey (S) สำรวจและอ่ำนแบบคร่ำว ๆ ตอบ ประเพณีไทย เปน็ ประเพณีทไ่ี ด้อิทธพิ ลอย่ำงสูงจำกศำสนำพทุ ธ และประเพณีไทยยังสำมำรถ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนใหญ่ ๆ คือ ภำษำ ศลิ ปะ และประเพณี ๒. Question (Q) อำ่ นบทควำมและต้งั คำถำม ตอบ ตัวอักษรของภำษำไทยถูกสรำ้ งข้นึ ในสมยั ใด และไดร้ ับ อทิ ธิพลมำจำกภำษำใด ๓. Read (R) อำ่ นซ้ำและหำคำตอบจำกขอ้ ท่ี ๒ ตอบ ตวั อักษรของภำษำไทยถูกสร้ำงขน้ึ ในสมยั พ่อขุนรำมคำแหงใน ค.ศ. ๑๒๘๓ ตวั อกั ษรของ ภำษำไทยไดร้ ับอิทธพิ ลมำจำกภำษำบำลี และสันสกฤตจำกสอ่ื ของขอมโบรำณ ๔. Record (R) จดบันทึกข้อมูลท่ีสำคญั ตอบ ศลิ ปะไทย ได้รับอิทธิพลอยำ่ งสูงจำกพระรำชำและชำววังครง้ั แตโ่ บรำณ ประเพณีกำรสร้ำงภำพวำด ฝำผนังยงั ถูกนิยมมำใชเ้ พ่ือเล่ำเร่ืองทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั พิธีกรรมทำงกำรศำสนำอีกดว้ ย ๕. Recite (R) สรปุ ใจควำมสำคญั ของเร่ือง ตอบ ประเพณไี ทย ได้อิทธพิ ลอย่ำงสงู จำกศำสนำพุทธ และศิลปะไทย ไดร้ บั อทิ ธิพลอยำ่ งสงู จำก พระรำชำและชำววังครั้งแต่โบรำณ ประเพณีกำรสรำ้ งภำพวำดฝำผนังก็ยัง ถกู นิยมมำใชเ้ พ่อื เล่ำ เรื่องทีเ่ ก่ยี วข้องกบั พธิ ีกรรมทำงกำรศำสนำอีกด้วย

๓๓ แบบประเมินกำรรว่ มกจิ กรรมท่ี ๑.๖ ชื่อ........................................................…นำมสกลุ .............................................เลขที่........................ ผปู้ ระเมิน นกั เรียน เพอื่ น ครู คำช้ีแจง ใหท้ ำเคร่ืองหมำยถูกต้อง  ลงในช่องว่ำงระดับคะแนนท่ีตรงกบั ควำมเปน็ จริงมำกท่ีสุด โดยจัดระดบั คุณภำพเปน็ ๓ ระดบั ตำมเกณฑ์ต่อไปนี้ ๓ หมำยถึง สำมำรถอธิบำย ตอบคำถำมไดถ้ กู ต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น ๒ หมำยถึง สำมำรถอธบิ ำย ตอบคำถำมไม่คอ่ ยถูกตอ้ ง และไม่ค่อยตรงประเด็น ๑ หมำยถงึ ไมส่ ำมำรถอธิบำย ตอบคำถำมได้ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น รำยกำรประเมนิ ระดบั คะแนน ๓๒๑ ๑. Survey (S) สำรวจและอ่ำนแบบคร่ำว ๆ ๒. Question (Q) อำ่ นบทควำมและต้งั คำถำม ผลกำรประเมนิ ๓. Read (R) อำ่ นซ้ำและหำคำตอบจำกขอ้ ที่ ๒  ผ่ำน ๔. Record (R) จดบนั ทึกข้อมลู ทส่ี ำคัญ  ไม่ผำ่ น ๕. Recite (R) สรปุ ใจควำมสำคัญของเร่ือง คะแนนรวมแต่ละช่อง สรปุ คะแนนที่ได้ (หำรดว้ ยสอง) เกณฑ์กำรประเมิน ผำ่ นเกณฑร์ อ้ ยละ ๘๐ นกั เรยี นได้คะแนน ๑๒ คะแนนข้นึ ไป จงึ ถือวำ่ ผ่ำน ลงช่อื ..................................................ผูป้ ระเมนิ (.................................................)

๓๔ เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน หนงั สือส่งเสรมิ กำรอ่ำนจับใจควำมแบบ E-Book ชุด ภมู ิปญั ญำท้องถิ่น กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษำปีที่ ๓ เล่มท่ี ๖ ประเพณแี ละกำรละเลน่ ก่อนเรยี น หลังเรียน ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง ๑.  ๑.  ๒.  ๒.  ๓.  ๓.  ๔.  ๔.  ๕.  ๕.  ๖.  ๖.  ๗.  ๗.  ๘.  ๘.  ๙.  ๙.  ๑๐.  ๑๐.  ตอบถูกกี่ขอ้ คะนักเรียน

๓๕ แบบบันทกึ คะแนนกจิ กรรมระหว่ำงเรยี น หนังสือส่งเสริมกำรอำ่ นจบั ใจควำมแบบ E-Book ชุด ภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่นิ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย สำหรบั นกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๓ เลม่ ท่ี ๖ ประเพณแี ละกำรละเล่น กำรประเมนิ คะแนนเต็ม คะแนนทีไ่ ด้ ควำมก้ำวหนำ้ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ๑๐ แบบทดสอบหลังเรยี น ๑๐ เกณฑ์กำรประเมนิ นกั เรียนต้องได้คะแนน รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป หรือ ๘ คะแนนขนึ้ ไป ผำ่ น ไม่ผำ่ น กำรประเมนิ คะแนนเต็ม คะแนนท่ไี ด้ กิจกรรมท่ี ๑.๑ ๑๐ กจิ กรรมท่ี ๑.๒ ๑๐ กิจกรรมท่ี ๑.๓ ๑๕ กิจกรรมที่ ๑.๔ ๑๐ กจิ กรรมท่ี ๑.๕ ๑๐ กิจกรรมที่ ๑.๖ ๑๕ รวม ๗๐ เกณฑ์กำรประเมินนกั เรียนต้องได้คะแนน รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป หรอื ๕๖ คะแนนข้ึนไป ผ่ำน ไม่ผำ่ น

๓๖ ประวัตยิ ่อผู้จัดทำ ขอ้ มูลทั่วไป ชอ่ื -นำมสกุล นำงมนิ ตรำ งำมทรัพย์ เกดิ เมื่อวนั ที่ ๒๖ เดอื น กันยำยน พ.ศ. ๒๕๐๙ ทอี่ ยปู่ จั จุบนั เลขท่ี ๓๕ หมู่ ๒ ตำบลบงึ แก อำเภอมหำชนะชัย จงั หวัดยโสธร ๓๕๑๓๐ เบอรต์ ิดต่อ ๐๘๕-๒๔๕๑๕๐๗ อเี มลล์ krumintra๒๐๑๘@gmail.com ด้ำนกำรศกึ ษำ พ.ศ. ๒๕๕๔ กำรศึกษำระดับปรญิ ญำโท ครุศำสตรมหำบัณฑิต ภำษำไทย มรภ. อุบลรำชธำนี พ.ศ. ๒๕๔๓ กำรศึกษำระดับปริญญำตรี ครศุ ำสตรบัณฑิต ภำษำไทย สรภ. อบุ ลรำชธำนี ด้ำนกำรปฏบิ ัติงำน ตำแหนง่ ครู วิทยฐำนะ ครูชำนำญกำรพิเศษ โรงเรยี นสมเด็จพระญำณสงั วร ในพระสงั ฆรำชูปถมั ภ์ สงั กัด สำนักงำนเขตพนื้ ที่กำรศึกษำมัธยมศกึ ษำ เขต ๒๘ ***********************************************************

๓๗


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook