วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563 ณ สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวดั กาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.กลุ ชลี จงเจริญ
ความหมายของโครงการ - กจิ กรรมหรอื งานที่เกี่ยวขอ้ งกับการใช้ทรพั ยากร - กิจกรรมหรืองานน้ันจะต้องมีการวิเคราะห์ การวางแผน การนาไปปฏิบัตไิ ด้ - ท้ายสุดต้องมีการประเมินผลเพ่ือการปรับปรุง การดาเนนิ งาน
ความสมั พันธร์ ะหว่างแผนและโครงการ
ความสาคัญของโครงการ ชว่ ยช้ีใหเ้ หน็ ถึงปญั หาและภูมหิ ลงั ของการทางาน ชว่ ยใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านตามแผนเปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ ช่วยให้แผนงาน/แผนมคี วามชดั เจน ชว่ ยให้แผนงาน/แผนมีทรัพยากรใช้เพยี งพอ เหมาะสมกับการปฏบิ ตั จิ รงิ ช่วยใหแ้ ผนงาน/แผนมีความเป็นไปได้สงู ชว่ ยลดความขดั แย้งและขจดั ความซา้ ซอ้ นในหนา้ ทค่ี วามรับผดิ ชอบ ช่วยสร้างทศั นคตทิ ด่ี ีต่อบคุ ลากรในหนว่ ยงาน สรา้ งความมั่นคงใหก้ บั แผนงาน/แผน สามารถควบคุมการทางานได้สะดวก ไมซ่ า้ ซ้อน
ลกั ษณะสาคัญของโครงการ 1. ขอบเขตวัตถุประสงคช์ ดั เจน : สิง่ ท่ีประสงค์ ผลลพั ธท์ ่ตี อ้ งการ 2. ขอบเขตการดาเนนิ งานแน่นอน : ลกั ษณะงาน /พน้ื ท่ี บคุ คล – หน่วยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง 3. ระยะเวลาท่แี น่นอน : เรมิ่ สิน้ สุด
วงจรการบริหารโครงการ ปัญหา การ การ การ การ วิเคราะห์ วิเคราะห์ กาหนด กาหนด สาเหตขุ อง แนวทาง โครงการ วตั ถ ุ แกป้ ัญหา ประสงค์ ปัญหา การวางแผน โครงการ การ การ การดาเนินงาน ปรบั ปรงุ โครงการ โครงการ ประเมินผล การปฏบิ ตั ิตามแผน โครงการ การยกเลิก โครงการ การประเมินผล
การพจิ ารณาโครงการ
Why (จะทาไปทาไม?).. จะตอ้ งวเิ คราะหว์ ่า... โครงการนั้นมีเหตุผลอย่างไรที่จะต้องทา มคี วามจาเป็นอย่างไร จึงตอ้ งทาโครงการน้ี ข้อมลู สภาพปัญหา ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมทว่ั ไปเกยี่ วกบั โครงการ ท่นี าเสนอเพอ่ื ขออนุมตั ิโครงการตอ้ งชดั เจน ครบถว้ น และ เปน็ จรงิ
What (จะทาอะไร?).. จะต้องวิเคราะหว์ า่ ... โครงการนัน้ มีวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายชดั เจนหรอื ไม่ วัตถุประสงค์มีความสอดคลอ้ งกบั นโยบายมากน้อยเพยี งใด กิจกรรมใดบา้ งท่ีต้องดาเนนิ การ สอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงคแ์ ละ เป้าหมายหรอื ไม่ มีการกาหนดแผน/แนวทางการดาเนินงาน แตล่ ะกิจกรรม/ ข้ันตอนอย่างชดั เจนหรอื ไม่
When (จะทาเมื่อใด?).. จะตอ้ งวเิ คราะห์วา่ ... โครงการนน้ั จะเริ่มดาเนินงานและส้ินสดุ แลว้ เสรจ็ เมื่อใด ระยะเวลาและชว่ งการดาเนนิ งานเหมาะสมหรือไม่ ระยะเวลาของแตล่ ะกจิ กรรมสอดคลอ้ งเหมาะสมหรอื ไม่
Where (จะทาท่ไี หน?).. จะตอ้ งวิเคราะหว์ ่า... สถานที่ของการดาเนินงานโครงการอยูท่ ่ใี ด เป็นแหล่งหรอื สถานท่เี หมาะสมหรอื ไม่
Who (ใครทา?).. จะตอ้ งวเิ คราะหว์ ่า... ใครบ้างเปน็ ผทู้ าโครงการนัน้ ผูร้ บั ผิดชอบมคี ณุ สมบัติและความเหมาะสมหรอื ไม่ หากมหี ลายหนว่ ยงาน มกี ารกาหนดหน่วยงานหลักหรือ เจา้ ภาพไวอ้ ย่างชัดเจน เหมาะสมหรือไม่ และมกี าร กาหนดบทบาท แตล่ ะหน่วยงานไวอ้ ยา่ งชดั เจนหรอื ไม่
Whom (ทาเพอื่ ใคร?).. จะต้องวเิ คราะหว์ ่า... ผู้ทีไ่ ดร้ บั ผลประโยชนจ์ ากโครงการเป็นใคร มีความ ต้องการ จาเป็น เหมาะสมหรอื ไม่ ความพรอ้ มของกลุม่ เปา้ หมาย สภาพแวดลอ้ ม วัฒนธรรม ประเพณีปฏิบตั ดิ ้านสังคมของ กล่มุ เปา้ หมายเป็นอยา่ งไร
How (ทาอยา่ งไร?).. จะตอ้ งวเิ คราะห์วา่ ... มวี ธิ กี ารดาเนนิ งาน หรือบริหารโครงการอย่างไร จึงจะ ทาใหโ้ ครงการบรรลเุ ป้าหมายหรอื วตั ถปุ ระสงคท์ ีไ่ ด้ กาหนดไว้ พจิ ารณาปจั จัยหลกั แหง่ ความสาเรจ็ และกลยทุ ธก์ าร ดาเนนิ งาน เพ่ือให้เกิดประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลและ ความคุ้มคา่
ลักษณะของโครงการท่ดี ี 1. สามารถแกป้ ัญหาขององค์กรหรอื หนว่ ยงานได้ 2. มีรายละเอียด วตั ถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายทีช่ ดั เจน 3. รายละเอียดของโครงการตอ้ งเกีย่ วเนือ่ งสมั พนั ธ์กนั 4. รายละเอยี ดของโครงการสามารถเข้าใจได้งา่ ย 5. สามารถสนองตอบความตอ้ งการของสังคมของกลมุ่ ชนส่วนใหญ่และ นโยบายของชาติ แผนงานหลกั ขององคก์ รและตดิ ตาม 6. เปน็ โครงการที่สอดคลอ้ งกบั ประเมนิ ผลได้ 7. กาหนดขึ้นจากขอ้ มูลท่ีเป็นจริง ไดร้ บั การวเิ คราะห์อย่างรอบคอบแลว้ 8. ต้องไดร้ ับการสนบั สนนุ ทง้ั ด้านทรัพยากรที่เหมาะสม ด้านการบริหารจดั การทด่ี ี
โครงสร้างของโครงการท่ดี ี ช่อื โครงการ ......................................................................................................... สนองนโยบาย / ลกั ษณะโครงการ / หน่วยงานท่ีรบั ผิดชอบ / ผู้รับผิดชอบ / ระยะเวลา - หลักการและเหตุผล - วตั ถุประสงค์ - เป้าหมาย - วธิ ีดาเนินการ - แผนการปฏบิ ตั ิงาน - งบประมาณ - การวิเคราะหค์ วามเสย่ี งโครงการ - ตวั ช้วี ดั และคา่ เปา้ หมาย - ผลท่ีคาดว่าจะได้รบั
ชอื่ โครงการ ควรเปน็ ชื่อทจ่ี าไดง้ ่าย มคี วามหมาย และกะทดั รัด ควรเปน็ ชือ่ ทสี่ อ่ื ถึงแนวคดิ หลกั ของโครงการ ควรใชค้ าที่มคี วามหมายเชิงบวก ตัวอยา่ ง โครงการขบั เคลอ่ื นหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โครงการประกวดคา่ ยเรยี นรู้รว่ มกัน สรรค์สร้างชวี ิตพอเพยี ง
หลกั การและเหตุผล กล่าวถึงปัญหาและสาเหตแุ ละความจาเป็นทตี่ ้องจดั พรรณนาความ โดยหาเหตผุ ล หลกั การ ทฤษฎี แนวทาง ตลอดจนความ ต้องการในการพัฒนา แสดงขอ้ มลู ท่มี ีน้าหนักน่าเชอ่ื ถอื และใหเ้ ห็นความสาคญั ของสถานการณ์ ทเี่ กดิ ขึ้น มกี ารอ้างองิ แหลง่ ที่มาของขอ้ มลู เพอื่ สนับสนนุ การตัดสนิ ใจ
โครงสรา้ งหลักการและเหตุผล วรรคแรก ระบถุ งึ ทม่ี าทไ่ี ป ประวตั ิโดยย่อ และปญั หาในระบบงานเดมิ ซง่ึ หากมีตวั เลขทเ่ี ปน็ สถิติเข้ามาเกย่ี วข้องจะทาให้โครงการดนู า่ เช่อื ถอื มาก ยิง่ ข้นึ (อย่าลมื ระบุแหล่งอา้ งองิ ของสถติ ิ) วรรคสอง ต้องอธิบายว่าทาไปเพอื่ อะไร ทาอยา่ งไร มคี วามสาคญั อยา่ งไร ทาไมตอ้ งมโี ครงการนี้ วรรคสาม สว่ นมากจะเป็นสรปุ จากวรรคสอง และกลา่ วถึงการต่อยอดของ โครงการ วา่ สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้กับอะไรไดบ้ า้ ง สามารถเพมิ่ เติมอะไร ได ห้ ลงั จากโครงการเสรจ็ แลว้
หลักการและเหตผุ ล คาหลักทคี่ วรใชใ้ นสว่ นที่ 1 ...เน่ืองด้วย/จาก/ตามท/ี่ ปัจจบุ นั คาหลักทีค่ วรใช้ในสว่ นที่ 2 ...ดงั น้นั /จงึ /โดย คาหลักท่ีควรใชใ้ นส่วนที่ 3 ...เพ่อื ใหเ้ กดิ /เพอื่ พฒั นา/เพอ่ื สรา้ ง/เพอ่ื เป็นประโยชน์ เนอ่ื งด้วย/จาก/ตามท/ี่ ปัจจบุ นั ............................................................. ................................................................................................ ............................ ดงั นน้ั /จึง/โดย ...................................................................................... ....................................................................................... ..................................... เพอื่ ใหเ้ กดิ /เพื่อพัฒนา/เพ่ือสร้าง/เพอ่ื เป็นประโยชน์.............................. ............................................................................................................................
Hi-Light ถ้าเปน็ โครงการเกย่ี วกับการพัฒนา จะต้องบอกหรืออธบิ ายได้ว่า - จะพัฒนาอะไร เกี่ยวกบั อะไร สาคญั อย่างไร - มีหลักการอยา่ งไร - มีหลกั ฐานอะไร มขี อ้ มลู และขอ้ สนเทศอะไรบ้าง น่าจะทาอะไร - เหตทุ ่ตี อ้ งทา และมคี วามจาเปน็ เพียงใด หากทาจะได้อะไร เป็นต้น ถ้าเป็นโครงการเกีย่ วกับการแกไ้ ขปญั หา จะตอ้ งบอกหรืออธิบายไดว้ ่า - อะไรคือปญั หา สาคัญขนาดไหน - มีข้อมูล/ขอ้ สนเทศอะไรบ้าง - มีหลักการ ทฤษฎี เก่ยี วกบั ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาอยา่ งไร - คาดว่านา่ จะแก้ปัญหาดว้ ยวิธกี ารใด อย่างไร แตย่ งั ไม่ไดท้ าจงึ ไดเ้ สนอ โครงการนีข้ นึ้ มา เปน็ ตน้
วตั ถปุ ระสงค์ ควรมีประเดน็ หลกั เพยี งประเด็นเดียวในวัตถปุ ระสงคแ์ ตล่ ะขอ้ ระบคุ วามตอ้ งการทีโ่ ครงการจะดาเนนิ การใหเ้ กดิ ข้ึน ควรใชภ้ าษาทก่ี ระชับชัดเจน สือ่ ความหมายไดต้ รงตามตอ้ งการ และไมค่ วรซ้าซ้อนกัน SMART S – Sensible สาคัญ จาเป็น เด่นชดั M – Measurable วัดได้ ตรวจสอบได้ A – Accessible ปฏิบตั แิ ล้วได้ผลจริง R – Reasonable สมเหตสุ มผล T – Time เหมาะสมดา้ นเวลา
วตั ถุประสงค์ โครงการหนง่ึ ๆ อาจมีวตั ถุประสงค์มากกวา่ 1 ขอ้ ก็ได้ คือ มีวัตถปุ ระสงคห์ ลัก และวัตถปุ ระสงคร์ องหรือวตั ถปุ ระสงคท์ ว่ั ไป และวัตถปุ ระสงคเ์ ฉพาะก็ได้ วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการจะนามาจากหลักการและเหตผุ ล โดยใชค้ าหลักว่า .. .......เพอ่ื ........เช่น - เพอ่ื พฒั นา.... - เพ่ือยกระดบั .... - เพื่อสง่ เสรมิ ....
วตั ถปุ ระสงค์ การเขียนวตั ถปุ ระสงคอ์ าจเปน็ ความเรยี งและตอ่ เน่อื ง และไม่จาเปน็ ตอ้ ง เขียนวตั ถปุ ระสงคโ์ ดยใชต้ ัวเลขไล่ลงมาเป็นข้อๆ กไ็ ด้ อาจเขียนแบบ บรรยายความก็ได้ เช่น โครงการนมี้ ีวัตถปุ ระสงคท์ สี่ าคัญ 3 ประการ ประการแรกเพอ่ื ....................ประการท่ี 2 เพ่ือ........................และประการ สุดท้ายเพอ่ื .................. สงิ่ ทีต่ ้องคานึงในการเขยี นวัตถปุ ระสงคข์ องโครงการกค็ อื จะต้องเขยี นใหม้ ี ลักษณะเดน่ ชวนอ่าน เรา้ ใจ และจะต้องมีการจดั ลาดบั ความสาคัญ กอ่ นหลัง กลา่ วคือ วัตถปุ ระสงค์ขอ้ ที่ 1 จะตอ้ งมีความสาคญั กวา่ ขอ้ ท่ี 2 และ 3 ตามลาดับ ท้งั น้จี ะต้องใหเ้ ช่ือมโยงกบั หลกั การและเหตผุ ล
โครงสร้างการเขียนวัตถุประสงค์ โดยใชค้ าวา่ เพ่ือ นาหน้า + กริ ยิ า (พฒั นา/ส่งเสรมิ /เสริมสรา้ ง) ส่ิงท่ตี ้องการใหเ้ กดิ ข้ึน + กลมุ่ เป้าหมาย)
คาที่ควรใช้ คาทคี่ วรหลกี เลย่ี ง เพื่อกล่าวถงึ เพื่อเข้าใจถงึ เพื่ออธบิ ายถึง เพอ่ื ทราบถงึ เพ่ือพรรณาถึง เพื่อคนุ้ เคยกับ เพ่อื เลือกสรร เพอ่ื ซาบซงึ้ ใน เพอ่ื ระบุ เพ่ือรูซ้ ง้ึ ถึง เพื่อจาแนกแยกแยะ เพื่อสนใจใน เพื่อลาดบั หรือเพอ่ื แจกแจง เพื่อเคยชนิ กบั เพอื่ ประเมิน เพือ่ ยอมรับใน เพื่อสร้างเสริม เพื่อเชอื่ ถอื ใน เพ่ือกาหนดรูปแบบ เพื่อสานกึ ใน เพอ่ื แกป้ ัญหา เพอ่ื เปน็
ตวั อย่างการเขียนวัตถุประสงค์ เพ่อื ใหผ้ ูเ้ ขา้ อบรมสามารถ 1. อธิบายแนวคดิ หลักการ ขั้นตอน วิธกี าร เทคนิค และกระบวนการฝึกอบรมต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2. ระบุบทบาท และหน้าท่คี วามรบั ผิดชอบของเจ้าหน้าท่ีฝกึ อบรมได้อย่างเหมาะสม 3. วางแผนดาเนินการฝึกอบรม และนาไปปรับใช้ในการปฏบิ ตั ิงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ตามหลกั เกณฑ์ 4. แลกเปลีย่ นความรูแ้ ละประสบการณเ์ กย่ี วกับงานฝกึ อบรมตลอดจนสร้าง ความร่วมมือและประสานงาน ดา้ นการฝึกอบรมระหวา่ งกนั
เป้าหมาย • เป็นการระบถุ งึ ผลลพั ธ์สดุ ทา้ ยทค่ี าดว่าจะได้จากการดาเนนิ โครงการ โดย จะระบุทัง้ ผลทีเ่ ป็นเชิงปรมิ าณและผลเชงิ คุณภาพ • เปา้ หมายคล้ายกบั วัตถุประสงคแ์ ตม่ ีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากกว่า มี การระบุส่งิ ท่ตี อ้ งการทาได้ชดั เจนและระบุเวลาทตี่ ้องการจะบรรลุ • เปา้ หมายตอ้ งวัดได้ เป็นรูปธรรม บอกเปน็ จานวนตัวเลข (สอดรบั กับ สาเหตขุ องปญั หา)
วิธเี ขียน (รูปธรรม) เปน็ จริงได้ เฉพาะเจาะจง เพอ่ื + คากริ ยิ า +สงิ่ ท่ีต้องการให้เกิดขึ้น (จานวนปรมิ าณ) + กล่มุ เป้าหมาย+ (ระยะเวลาทีใ่ ช้) เชน่ - เพอ่ื จัดหาเงนิ ทนุ ใหก้ ับนกั ศกึ ษา จานวน 100 ทนุ ภายใน 3 ปี - เพอื่ จดั อบรมให้กับนักเรียนในระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม. 4-6) ทมี่ ผี ลการเรียนไม่ต่ากวา่ 2.00 และเป็นสมาชกิ ชมรม To Be No.1 ของสถานศึกษาน้นั ๆ จานวน 40 คน
วธิ ดี าเนินการ * เปน็ การให้รายละเอียดในการปฏิบัติ * โดยปกติจะแยกเปน็ กจิ กรรมย่อยๆหลายกจิ กรรมท่ีโดดเดน่ * แสดงให้เหน็ ความเดน่ ชดั ตั้งแต่กิจกรรมเริม่ ตน้ จนถงึ กิจกรรม สดุ ท้าย * มักจะนิยมใชแ้ ผนภูมแิ กนท์ (Gantt Chart) หรอื แผนภูมิแท่ง (Bar Chart)
เทคนคิ ในการเขียนวธิ ดี าเนินการ 1. โครงการน้ีมีลกั ษณะโดยรวมอย่างไร 2. โครงการนแี้ บง่ ออกเปน็ ก่ีระยะ อะไรบ้าง 3. โครงการน้ี - ระยะแรกจะทาอะไร โดยใคร อยา่ งไร ที่ไหน เม่อื ใด (what, who, how, where, when) - ระยะท่สี อง............... - ระยะทสี่ าม......... 4. การดาเนินงานตลอดโครงการสรุปไวใ้ นรปู Gantt Chart
กิจกรรม ระยะเวลา ระยะที่ 1 เดอื น....... เดอื น....... เดอื น....... เดอื น....... ระยะที่ 2 1234123412341234
ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ ระบุช่ือผรู้ ับผิดชอบ บทบาทและหนา้ ทขี่ องแตล่ ะคน ตวั อยา่ ง คณะทางานโครงการ “เถา้ แกน่ ้อยฯ” ประกอบดว้ ย เกศรา ฝ่ายบรหิ าร – วางแผนงาน ตดิ ต่อกับหนว่ ยงานภายนอก จัดประชมุ และ รายงานการประชมุ เปน็ ประจาทกุ เดือน ติดตามผลการ ดาเนนิ โครงการ ธีชวนั ฝ่ายการเงิน – ควบคุมดูแลเร่ืองการเงิน รายรบั -รายจา่ ย ทาบัญชี และ รายงานสถานภาพทางการเงินให้ท่ปี ระชมุ ทราบทกุ เดือน อรสิริ ฝา่ ยผลติ – จัดหาวตั ถดุ บิ ผลิตสินคา้ และตรวจสอบคณุ ภาพ โชดก ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพนั ธ์ – ดาเนนิ การหาช่องทางการจัด จาหนา่ ยสง่ เสรมิ การขาย และเปดิ ตัวสินค้าให้เปน็ ทรี่ ้จู กั ของลกู ค้า
งบประมาณ • เปน็ การระบคุ ่าใช้จ่ายทต่ี ้องใชใ้ นการดาเนินกจิ กรรมขั้นต่างๆ โดยทวั่ ไปจะแจก แจงเป็นหมวดย่อยๆ เชน่ หมวดคา่ วสั ดุ หมวดค่าใช้สอย หมวดค่าตอบแทน หมวดค่าครุภัณฑ์ ซึ่งการแจกแจงงบประมาณจะมีประโยชน์ ในการตรวจสอบ ความเป็นไปได้และตรวจสอบความเหมาะสมในสถานการณ์ตา่ ง ๆ • ควรระบแุ หล่งทมี่ าของงบประมาณดว้ ยว่าเปน็ งบประมาณในสว่ นงานใด • การประมาณค่าใช้จา่ ยต้องทาใหล้ ะเอียดรอบคอบ ควรใช้งบประมาณให้น้อย แต่ให้ผลมากท่ีสดุ จึงจะถอื วา่ เปน็ โครงการท่มี ผี ลสมั ฤทธ์สิ ูง
ตวั อย่างการคานวณงบประมาณ รายการ ทนุ ทีข่ อการ ผู้ดาเนนิ โครงการ สนบั สนนุ รบั ผดิ ชอบเอง คา่ อาหารและของวา่ ง (35 คน * 100 บาท * 3 วนั ) (บาท) (บาท) ค่าเดนิ ทางวิทยากร (200 บาท * 3 วนั ) ค่าตอบแทนวิทยากร (3 คน * 500 บาท * 3 วนั ) 10,500 คา่ สถานที่จดั อบรม (1,000 บาท * 3 วัน) ค่าเอกสาร/อปุ กรณก์ ารอบรม (30 คน * 100 บาท) 600 รวม 4,500 3,000 3,000 11,100 10,500
การวเิ คราะหค์ วามเส่ยี งของโครงการ
ความเสย่ี ง โอกาสท่จี ะเกดิ ความผดิ พลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความ สูญเปลา่ หรอื เหตกุ ารณท์ ไี่ มพ่ งึ ประสงค์ การกระทาใด ๆ ทอ่ี าจเกดิ ข้นึ ภายใตส้ ถานการณท์ ่ีไมแ่ น่นอน ซ่ึงอาจเกิดขึน้ ในอนาคตและมผี ลกระทบหรอื ทาให้การดาเนนิ งานไม่ ประสบความสาเรจ็ ตามวัตถุประสงคแ์ ละเป้าหมายขององคก์ ร ท้ังใน ดา้ นยุทธศาสตร์ การปฏบิ ตั งิ าน การเงนิ และการบรหิ าร
ลกั ษณะของความเส่ยี ง ความเส่ยี งทางดา้ นกลยทุ ธ์ (Strategic Risk : SR) ความเส่ยี งทางดา้ นการเงนิ (Financial Risk : FR) ความเสย่ี งทางด้านการปฏิบตั งิ าน (Operational Risk : OR) ความเสย่ี งทางดา้ นกฎหมาย และขอ้ กาหนดผกู พันองค์กร (Compliance Risk : CR)
ตวั อยา่ งการเขยี นความเสยี่ งของโครงการ 1) ความเส่ียงในการที่จะมีการริเรมิ่ โครงการ หรอื เปน็ ความเสย่ี งท่ี เกดิ จากการมที ่มี าของโครงการไมเ่ หมาะสม เช่น ไมไ่ ดม้ าจากความ ตอ้ งการท่ีแทจ้ ริงของผมู้ ีส่วนไดเ้ สยี ไมไ่ ดเ้ ป็นโครงการท่ีจะ ตอบสนองความจาเป็นหรือแก้ไขปัญหาของผทู้ ี่เก่ยี วขอ้ ง 2) ความเสี่ยงในการทีจ่ ะกาหนดขอบเขตและรายละเอียด ความ ครอบคลมุ ของแผนงานหรือโครงการไมเ่ หมาะสม จนทาให้รปู แบบ และรายละเอียดของแผนงานไม่ครอบคลุมกบั ความตอ้ งการหรือ ปญั หาของกลุ่มผมู้ สี ว่ นได้เสยี
3) ขาดการสารวจเบอ้ื งตน้ การศึกษาความเปน็ ไปได้เบอ้ื งตน้ (Pre-feasibility study) หรือการศกึ ษาความเป็นไปไดแ้ ละความ เหมาะสมของโครงการ (feasibility study) ในข้นั ตอนของการ วางแผน 4) ขาดการกาหนดกลไก เครือ่ งมอื การเตรยี มการเพื่อติดตาม กากบั ประเมินผลโครงการเมื่อเรม่ิ มีการดาเนินงานจริงจนกระทงั่ สน้ิ สดุ โครงการ
ระยะเวลา เป็นการระบรุ ะยะเวลาเรม่ิ ตน้ โครงการและระยะเวลาสิ้นสุด โครงการ โดยจะตอ้ งระบุ วนั เดือน ปี เชน่ เดยี วกับการแสดง แผนภูมิแกนท์ (Gantt Chart)
การประเมินผล แสดงวธิ กี ารประเมนิ ผลใหเ้ หน็ เป็นรปู ธรรม ว่าโครงการได้ผลตรงตาม วตั ถุประสงค์หรือไม่ อย่างไร ตวั อย่าง ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการทาแบบประเมินผลหลังจบการอบรม (ใช้สเกล 1-5) ประเมินผลดว้ ยการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ กบั ผปู้ กครองนกั เรยี นท่เี ขา้ รว่ มโครงการ ประเมนิ ผลเชิงลายลกั ษณอ์ ักษรจากสมดุ บนั ทึกรายรับ-รายจา่ ยของนักเรยี น ประเมินผลดว้ ยการจดั ประชุมสรุปบทเรียนเมือ่ จบโครงการ
ผลการดาเนินงาน = ผลผลติ + ผลลพั ธ์ ตวั ชีว้ ัดผลผลิต (Outputs) จะปรากฏขอ้ ความหรือตวั เลขทีแ่ สดงผลการดาเนนิ งานทเ่ี ป็น รูปธรรม เชน่ มี ได้ ได้รับ ตัวชว้ี ัดผลลัพธ์ (Outcomes) จะปรากฏขอ้ ความ เชน่ ความพงึ พอใจ และการประยุกตใ์ ช้ ความรขู้ องผู้รบั บริการ
ผลผลิต (Output) ผลงาน หรอื บริการทอ่ี งคก์ ารนัน้ จดั ทาขน้ึ โดยกจิ กรรมทีใ่ ห้เกดิ ผลงานนั้น จะอยภู่ ายใตก้ ารควบคมุ ขององคก์ าร เช่น ความรู้ของครภู ายหลงั การพัฒนา หลักสูตรและกระบวนการเรยี นการสอนท่มี ีประสิทธิภาพ
ผลลพั ธ์ (Outcome) ผลกระทบทเี่ กิดจากผลผลติ หรอื ผลงานที่ไดท้ าขน้ึ ซง่ึ จะก่อให้เกิด การเปลย่ี นแปลง ตอ่ ผรู้ บั บริการ อนั เน่ืองจากการดาเนนิ การ เช่น * ครไู ดร้ บั ความพงึ พอใจจากการอบรมซึ่งเป็นผลให้เกดิ ทกั ษะในการสอนดีข้นึ * นกั เรยี นมีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นดขี ึ้นจากหลกั สตู รและ กระบวนการเรียนการสอนท่ไี ด้รับการพฒั นา
ผลทีค่ าดว่าจะได้รบั • เป็นการระบุถึงผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั จากการดาเนนิ โครงการ ประกอบดว้ ย - ผลทางตรงและผลทางอ้อม - ต้องระบุดว้ ยวา่ ใครจะได้รบั ประโยชนจ์ ากโครงการบา้ ง ได้รับประโยชนอ์ ย่างใด ระบุทัง้ เชงิ ปรมิ าณ และเชงิ คุณภาพ หรือผลลพั ธก์ ็ได้ เช่น “เมอ่ื ครูไดร้ บั การพัฒนาการใชเ้ ครอื ขา่ ยสารสนเทศในการ จดั การเรียนการสอนแลว้ จะสามารถยกระดับคณุ ภาพของผเู้ รียนให้สงู ขนึ้ ได”้
ปัญหาการเขยี นโครงการ 1. ขาดผทู้ ่มี ีความสามารถทแี่ ท้จริงในการเขยี นโครงการ 2. มีเวลาน้อย หรอื เปน็ ไปอย่างเรง่ ดว่ น 3. เขียนวตั ถุประสงค์หรอื เป้าหมายของโครงการไม่ชดั เจน 4. เปน็ เรอ่ื งของอนาคต เขียนโครงการไมส่ ามารถควบคมุ ได้ทง้ั หมด อานาจของผบู้ รหิ ารองคก์ ร นอกจาก การจัดลาดับความสาคญั ของโครงการ ปญั หา การไม่ไดร้ ับความรว่ มมอื จากผ้เู กยี่ วข้อง ดงั กลา่ ว ขาดการบรหิ ารความเสยี่ ง ขาดการติดตามประเมนิ ผลอยา่ งจรงิ จังเพือ่ นาผลการประเมินมาใช้ ขาดงบประมาณและทรพั ยากรสนบั สนนุ อยา่ งเหมาะสมและเพยี งพอ
Search
Read the Text Version
- 1 - 47
Pages: