Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใต้ร่มพระบารมี

ใต้ร่มพระบารมี

Published by phomanee.w, 2016-11-30 01:55:10

Description: นิทรรศการ ใต้ร่มพระบารมี ราชมงคลธัญบุรีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร

Search

Read the Text Version

51 พระบรมราโชวาทในพธิ พี ระราชทานปรญิ ญาบัตรแกผ ูสาํ เรจ็ การศกึ ษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยแี ละอาชวี ศกึ ษา ครัง้ ท่ี ๓ ณ อาคารใหม สวนอัมพร เม่อื วนั พธุ ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๐

52

53 พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแกผ ูสาํ เรจ็ การศึกษาจากวิทยาลยั เทคโนโลยแี ละอาชวี ศึกษา ครั้งท่ี ๓ ณ อาคารใหม สวนอัมพร เมือ่ วนั พธุ ท่ี ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๐

54 พระบรมราโชวาทในพธิ พี ระราชทานปรญิ ญาบตั รแกผสู าํ เร็จการศกึ ษาจากสถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล คร้งั ท่ี ๔ ณ อาคารใหม สวนอมั พร เมอื่ พฤหัสบดีท่ี ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๓

55

56 พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบตั รแกผสู ําเรจ็ การศึกษาจากสถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล คร้งั ท่ี ๔ ณ อาคารใหม สวนอมั พร เมอ่ื ศุกรท ่ี ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๓๓

57

58 พระบรมราโชวาทในพธิ ีพระราชทานปรญิ ญาบตั รแกผูสาํ เร็จการศึกษาจากสถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล ครัง้ ที่ ๔ ณ อาคารใหม สวนอมั พร เม่ือเสารท ่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๓๓

59 รอยพระยุคลบาทในราชมงคล การเสด็จพระราชดาํ เนินเย่ยี มโรงเรยี นเกษตรกรรมสุรนิ ทร พทุ ธศักราช 2498 พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหวั และสมเด็จพระนางเจา พระบรมราชนิ ีนาถเสดจ็พระราชดาํ เนินเยย่ี มพสกนิกรในพื้นท่จี งั หวดั สรุ ินทร และไดมีหมายกําหนดการท่จี ะเสด็จเย่ียมโรงเรียนเกษตรกรรมสรุ นิ ทร ปจ จุบนั คือสว นหน่งึ ของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน จึงไดรวมกับทางจังหวัดสุรินทรไดกําหนดสถานที่ทจ่ี ะรับเสดจ็ บริเวณเกาะซ่ึงอยูทางดา นใตข องโรงเรียน โดยไดจ ัดสรา งศาลาจัตุรมุขทรงโปรงท้งั 4 ดาน ข้ึนภายในเกาะและตกแตง บริเวณโดยรอบอยางสวยงามดว ยพันธไุ มตางๆ และไดใหพสกนิกรมาเฝา รบั เสด็จมากมาย พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวไดท รงขับรถยนตพระทนี่ ่ังดว ยพระองคเอง จากในตัวเมอื งจังหวดั สุรนิ ทรไ ปประทบั เสวยพระสธุ ารสท่ีศาลานี้ ซ่ึงนบั เปนสิริมงคลแกสถานท่แี หงน้ีมาก ตอมาจงึไดเ รียกขนานนามวา “เกาะเสดจ็ ประพาส”

60 การเสดจ็ พระราชดําเนินเย่ยี มโรงเรยี นเพาะชาง เมอ่ื ป พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั ทรงพอพระราชหฤทยั ในผลงานเคร่ืองปนดนิ เผาของโรงเรยี นเพาะชาง ปจ จบุ ันคอื “วิทยาลัยเพาะชา ง” เปน สวนหน่งึ ของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลรตั นโกสนิ ทร พระองคทรงรับสงั่ ใหทาํ เคร่ืองใชบ างอยางไวใ ชใ นราชสาํ นกั และสมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี ยงั ไดท รงพระกรุณาเสด็จทอดพระเนตรกจิ การของโรงเรยี นเปน การสวนพระองค ในเม่อื ป พ.ศ.2502 และ พ.ศ.2506 พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห วั เสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ทอดพระเนตรการแสดงศิลปหตั ถกรรม ในงานศลิ ปหัตถกรรมนักเรยี นทโ่ี รงเรยี นเพาะชา ง ตอมาในป พ.ศ.2506 โรงเรียนเพาะชางไดรว มกบั สโมสรโรตาร่แี หงประเทศไทย จดั แสดงภาพเขียนของศลิ ปนทม่ี ีชอ่ื เสียงหลานทา น โดยมีนายเหมเวชกร พรอ มกบั ครอู าจารยโ รงเรียนเพาะชางรว มแสดงดวย ในการน้ไี ดร บั พระมหากรณุ าธคิ ุณ โดยพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว ไดเสดจ็ พระราชดาํ เนินมาเปนองคประธานทรงเปดงานแสดงภาพเขยี น ณโรงเรยี นเพราะชาง และครงั้ สุดทา ยเม่ือป พ.ศ.2507 พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัวไดท รงพระกรณุ าเสด็จพระราชดาํ เนินเปด งานการจัดการแสดงภาพถา ยของสมาคมถา ยภาพแหงประเทศไทย ซงึ่ จัดรว มกับโรงเรยี นเพาะชาง และในโอกาสน้ีพระองคไดท รงทอดพระเนตรกิจการของโรงเรยี นเพาะชางดวย

61 การเสด็จพระราชดาํ เนนิ เย่ยี มวิทยาเขตเทคนคิ กรุงเทพ ป พ.ศ. 2507 พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห วั ไดเสด็จพระราชดําเนินเยย่ี มชมการแสดงผลงานของนกั ศกึ ษาสาขาชา งยนตและงานเครอ่ื งปน ดินเผา ของวิทยาลยั เทคนคิ กรงุ เทพ ปจจบุ ันเปนสว นหนึ่งของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลกรงุ เทพ

62

63 การเสด็จพระราชดําเนินเยี่ยมวิทยาลยั เทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนอื เม่อื วันที่ 20 กุมภาพันธ พ.ศ.2509 พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัวพรอมดวยสมเด็จพระนางเจาพระบรมราชินนี าถ ไดเ สดจ็ พระราชดําเนินเยี่ยมวิทยาลยั เทคนคิ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ทตี่ งั้ อยใู นจงั หวัดนครราชสมี า ปจจบุ ันคอื สวนหนงึ่ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน โดยมนี ายวทัญู ณ ถลาง ซงึ่ ดาํ รงตาํ แหนงผอู ํานวยการฯ พรอ มคณาจารยตางๆ ถวายการตอนรบั และไดน าํ เสดจ็ พระราชดําเนินทอดพระเนตรผลงานวชิ าการของแผนกวชิ าตางๆ

64 การเสด็จพระราชดําเนนิ เปดวิทยาลัยเทคนิคขอนแกน นับเปน อีกประวัตศิ าสตรท่สี าํ คญั อีกครั้ง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2509 พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวัพรอ มดว ยสมเด็จพระนางเจา พระบรมราชินนี าถ และสมเด็จพระเจาลูกเธอเจา ฟาหญงิ อุบลรตั นฯ ไดเสดจ็พระราชดําเนนิ มาทรงเปด วทิ ยาลยั เทคนิคขอนแกน โดยมีนายไพศาล หลลี ะเพยี ร ผูอ าํ นวยการพรอมดว ยคณาจารยแ ละนกั ศกึ ษาถวายการตอนรับ

65 การเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ เยอื นวิทยาลัยเกษตรนครศรธี รรมราช วนั ท่ี 26 สิงหาคม พ.ศ. 2517 พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั พรอมดว ยสมเด็จพระนางเจาพระบรมราชินนี าถ และสมเด็จพระเจา ลูกเธอทั้งสองพระองคไดเสดจ็ ประพาสน้าํ ตกโยง ซ่ึงอยหู า งวทิ ยาลยัเกษตรนครศรธี รรมราช (ปจ จุบันเปนสวนหนึ่งของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ยั ) เขาไปในบริเวณปาและภูเขาประมาณ 4 กิโลเมตร เมื่อบรรดาอาจารยท ราบขาวการเสดจ็ จึงไดพากันมาตัง้ แถวรอรับเสดจ็ บนถนนดานตะวนั ตกของวทิ ยาลัย ซงึ่ ไมม ใี นหมายกําหนดการก็ตาม ครั้งถึงเวลาประมาณ 18.30 น. ขณะท่ีขบวนเสด็จพระราชดําเนินก็ทรงเหน็ บรรดาอาจารยแ ละนกั ศกึ ษาต้งั แถวรอรับเสด็จอยูระหวางทาง จงึ เสด็จพระราชดาํ เนินเขาในวิทยาลัย และเสด็จประทบั ณ หอประชมุ ใหญใหบรรดาอาจารยแ ละนักศึกษาประชาชนเฝารับเสด็จอยา งใกลช ดิ และใหโ อกาสเดยี วกนั น้ที รงพระราชทานพระบรมราโชวาทแกผมู าเขาเฝายังความปลาบปลื้มและนบั เปนสริ มิ งคลอยางหาท่สี ุดมิไดการเสดจ็ พระราชดําเนนิ วิทยาเขตพาณชิ ยการพระนครวันอาทติ ยท่ี 19 ธันวาคม 2519 พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัวไดเ สดจ็ พระราชดําเนนิ เปด พระอนุสาวรยี  พลเรอื เอกพระเจา บรมวงศเ ธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ ณ วิทยาเขตพาณชิ ยการพระนครปจ จุบันเปน สวนหน่ึงของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และทรงมีพระราชปฏิสนั ถารกบัศาสตราจารยธ รรมนูญ อคั คพานชิ ซ่งึ เปนผูอ าํ นวยการวทิ ยาเขตพาณิชยการพระนครในขณะน้นั ทรงมีรับสั่งใหอนุรกั ษเ รือนไมของพลเรอื เอกพระเจาบรมวงศเธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดไ์ิ ว เพ่ือเปนเคร่ืองเตือนใจใหระลกึ ถึงในพระมหากรณุ าธคิ ุณของพลเรือเอก พระเจา บรมวงศเ ธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ไว

66

67 ราชมงคลสนองงานในโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดําริ ดวยพระราชหฤทัยที่ทรงมุงมั่นจะบาํ บดั ทุกขแ กราษฎรของพระองค ไดเสดจ็ พระราชดําเนนิไปเยี่ยมราษฎรไปทัว่ แมถ ิ่นทรุ กันดาร โดยมีพระประสงคท จ่ี ะไดรับรถู ึงความทุกขสขุ ของราษฎร พรอมท้ังศกึ ษา วเิ คราะหปญหา สามารถเขาพระทัยในปญหาท่ีแทจ รงิ และแสวงหาแนวทางเพ่ือแกไขปญ หาอยา งเหมาะสม พระองคทรงแกปญหาดว ยพระปรชี าสามารถอนั ลาํ้ เลิศ ซ่ึงเปนทม่ี าของการเกดิ โครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาํ ริตางๆ มากมาย สว นมากจะเปนโครงการทเ่ี กี่ยวเนอื่ งกบั ปญ หาที่ดินทาํ กิน ทรงเล็งเห็นวา การแกปญหาใหไ ดผลอยางแทจริง ตองมีการศึกษาทดลอง ประยกุ ตใชวิทยาการท่ีทันสมยั ที่ประหยดั และเหมาะสมใหส อดคลอ งกับสภาพแวดลอ มของทองถ่ินน้ันๆ เมือ่ ไดผ ลดีแลวจึงเผยแพรไ ปยงัเกษตรกรตอ ไป พระองคทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหจัดตง้ั โครงการ “ศนู ยการศกึ ษาพฒั นา” ตามภาคตางๆ จํานวน 6 แหง ในการนี้สถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคลในขณะนั้น ไดรบั สนองพระราชดาํ ริ 2 โครงการไดแก ศนู ยศ ึกษาการพัฒนาเขาหนิ ซอ น จังหวัดฉะเชงิ เทรา และศนู ยศ ึกษาการพฒั นาหอ ยฮองไคร จงั หวดัเชียงใหม ทัง้ สองโครงการที่ทางสถาบันฯ และสว นของประชาชนโดยรวมศูนยศ ึกษาการพัฒนาเขาหินซอน จงั หวดั ฉะเชิงเทรา คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี รับสนองโครงการตามแนวพระราชดาํ ริ

68 ศูนยพัฒนาการเขาหินซอน เปนศูนยก ารพฒั นาทางการเกษตรที่ใชหลักวชิ าการทีถ่ ูกตองเหมาะสมและทันสมัย พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั มีพระราชดําริจดั ต้งั เมื่อ พ.ศ.2522 ณ ตําบลเขาหนิ ซอน อาํ เภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซ่งึ เปน ทดี่ ินทรี่ าษฎรในอําเภอพนมสารคาม นอมเกลานอมกระหมอมถวายนับวาเปน ศูนยการพฒั นาการศึกษาแหง แรก ในศนู ยด ังกลาวไดม กี ารศึกษาคน ควา สาธิต ขยายพนั ธุพืชและบาํ รุงรกั ษาสัตว ฝก อบรม สงเสรมิ และเผยแพรผลการทดลองแกเกษตรกร สบื เน่ืองมาจากปญ หาราษฎรทิ้งถิน่ ฐาน ซึง่ มสี าเหตุ 2 ประการ คือพืน้ ดนิ กลายสภาพเปน ดนิ เส่ือมโทรม และขาดแคลนแหลงนํ้าเพื่อการเกษตร ในการนจี้ ึงไดแบง เนื้อทป่ี ระมาณ 600 ไร จากทง้ั สนิ้ 1,227 ไร เปน ศูนยว ิจยั สว นพระองค แตเน่อื งจากทางศนู ยป ระสบปญ หาแมลงศัตรูพืชรบกวน เปน เหตใุ หหมอมเจาจกั รพันธเพ็ญศิริ จกั รพันธประธานโครงการฯ ทรงมหี นังสือของกรมพฒั นาทด่ี นิ ลงวนั ท่ี 1 มิถุนายน 2526 ตดิ ตอใหว ทิ ยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา หรือคณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ไปดาํ เนนิ การชวยเหลอื ในการวจิ ัยแมลงทีท่ ําลายพืชผักและผลไม โดยใชโคมไฟจบั จากการทดลองดงั กลาวประสบความสาํ เร็จเปน ทน่ี า พอใจอยางยิง่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั และสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไดเดจ็ ทรงเยี่ยมชมโครงการเมื่อวันท่ี 22 สงิ หาคม 2527

69 จากความสาํ เรจ็ เปน ทน่ี าพอใจอยา งย่ิง จึงไดข ยายโครงการทดลองเพิ่มขน้ึ อีก 4 โครงการ คือ 1. โครงการพฒั นาพน้ื ทีป่ ลกู ผกั โครงการพัฒนาพื้นที่ปลกู ผัก ไดเ ร่ิมดําเนนิ การต้ังแตเ ดือนตลุ าคม 2526 ในพ้ืนที่ 5 ไรเ ศษ สภาพพน้ื ทนี่ เี้ ปนทลี่ าดเอยี ง มชี นั้ หินดนิ ดานแนน และแขง็ ถัดจากผิวดินลงไป 25-60 ซม. ทําใหร ะบายน้าํ ในแนวด่งิ

70ไมไดผ ล เนอื้ ดนิ มีความอดุ มสมบรู ณคอนขางตํ่า จงึ ตองมีการเตรียมแปลงใหเหมาะสมกับสภาพพ้นื ที่ เตรียมดินโดยการใชป ยุ คอกและปุย วทิ ยาศาสตร และกําจดั ศัตรูพชื โดยการใชโคมไฟจบั แมลง ซ่งึ ทางวิทยาเขตเทคนคิ ภาคพายัพ หรอื มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลานนา จังหวดั เชยี งใหม เปน ผูวิจัยโดยใชวสั ดุภายในประเทศ ใชสารเคมีรักษาโรคผกั เปนครั้งคราว และใชแ รงงานกําจัดศัตรพู ืช ปลูกพืชผักหมนุ เวยี นหลายชนดิ ตลอดท้งั ป เชน มะเขือเทศ ถัว่ ฝกยาว ขาวโพดหวาน กะหลาํ่ ดอก กะหลํ่าดอกอิตาเลยี น ผกั กาดเขียว ผกั กาดขาว พริกยักษ แตงโม และแคนตาลปู เปน ตน จาการศึกษาทดลองนที้ ําใหไดผลผลติ เปน จาํ นวนมาก สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไดเ คยเสดจ็ ไปเย่ยี มชมและตัดพชื ผักจากแปลงทดลองดว ยพระองคเอง ผลผลิตท่ีทยอยเก็บได สามารถนําไปจาํ หนา ยเปน รายไดจํานวนหนึ่ง ซึง่ ทางสถาบนั จะนําข้ึนทลู เกลา ทูลกระหมอมถวายโดยเสด็จพระราชกุศลในการเยยี่ มโครงการในครั้งนั้นดว ย

71 2. โครงการกําจดั วชั พืชในสวนไมผลโดยใชฝูงโค ดว ยแหตุท่ใี นสวนมะมวง เนอื้ ท่ี 17 ไรเศษ มีวชั พืชโดยเฉพาะหญาขจรจบและหญาคาขึ้นอยูหนาแนน และวัชพืชเหลา น้จี ะเจริญงอกงามและขยายพนั ธเุ ม่อื ถงึ ฤดฝู น แตเ มอ่ื คร้นั ถึงฤดูแลงจะเหยี่ วแหงเปน เชอ้ื ไฟปา บางครัง้ ไฟลุกไหมและตนมะมวงตายเปน จํานวนมาก ทาํ ใหสิ้นเปลืองคา ใชจ า ยและแรงงานปราบศตั รูพืชเปนประจําทุกป ทางสถาบนั จึงไดนําโคจํานวน 14 ตวั ไปปลอยในสวนมะมว ง เมือ่ เดือนตุลาคม2527 และเดือนมิถุนายน 2528 ในเวลาเพยี ง 3 ป วัชพืชตา งๆ ในบริเวณสวนมะมวงก็ถูกฝูงโคแทะเล็มกินและถูกเหยยี บยํา้ จนโลง เตียน นอกจากนีฝ้ งู โคยงั ใหปุยคอกแกพ้นื ที่อีกดว ย ตนมะมวงเตบิ โตดี หลกั จากกําจัดวัชพืชแลว ไดน ํากระเจี๊ยบไปปลกู แซมระหวางตนมะมว ง

72 3. โครงการปลกู ไมผลตามแนวระดบั ลาดเอียงของพนื้ ท่ี พนื้ ที่ที่ใชในการทดลองปลูกสม โอพันธุทองดีทงั้ หมด 22.65 ไร มสี ภาพเปน ดนิ ทราย พืน้ ทล่ี าดเอียงมีการชะลางมาก ดนิ มีความอุดมสมบรู ณต ํา่ นอกจากน้ยี ังมีหญาชันอากาศ หญา แซม หญา คา และหญาอ่ืนๆ ขึ้นหนาแนน เมื่อเดือนมีนาคม 2527 ทางคณะฯ ไดเ ริม่ การเตรยี มพ้นื ทว่ี างผังการปลกู และเตรียมหลุม เพ่อื ปลูกสมโอพันธทุ องดี จาํ นวน 790 ตน โดยแบง พน้ื ท่ีเปน 3 แปลง มีการใหนาํ้ ดวยวธิ ฉี ีดฝอยแบบสปริงเกลอรใหป ยุ กําจดั ศัตรูพชื ตัดแตง และเดด็ ยอด คาดวา เมื่อสม โออายุ 4-6 ป ก็จะสามารถใหผ ลผลติได 4. โครงการศึกษาปลูกขา วสาลใี นพน้ื ท่ีดนิ ทราย คณะเทคโนโลยีการเกษตร ไดนําขาวสาลีพนั ธตุ า งๆ 25 สายพนั ธุ ไปทดลองปลูกในพนื้ ที่ 375ตารางเมตร โดยแบง พ้นื ทีแ่ ปลงยอยรวม 100 แปลง สภาพพ้ืนท่ที ดลองเปนดินทราย มีอากาศหนาวในหนาหนาวและอากาศรอน แหงแลง ในหนารอน จาการศึกษาพบวา ขา วสาลสี ามารถเจรญิ เติบโตและใหผ ลผลิตมากนอยแตกตางกนั ในแตละสายพันธุ ซง่ึ ยงั ไมส ามารถสรุปไดวาพนั ธุใดดีท่สี ุด แตอยางไรกต็ าม ขา วสาลีหลายพันธุมแี นวโนม จะใหผ ลผลิตสงู และสามารถปรบั ตัวเขากับความปรวนแปรของสภาพอากาศพนื้ ที่ไดดี

73 ถวายงานดา นเกษตรพอหลวง หนง่ึ ในความภาคภมู ใิ จ มทร.ธัญบรุ ี โครงการศนู ยพัฒนาการศึกษาเขาหนิ ซอ น อนั เน่ืองมาจากพระราชดําริ โดยพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิอดุลยเดช พระราชดาํ รจิ ดั ตั้งเม่ือ พ.ศ.2522 ณ ตาํ บลเขาหนิ ซอน อําเภอพนมสารคามจังหวัดฉะเชงิ เทรา ซ่ึงเปนที่ดินท่รี าษฎรในอําเภอพนมสารคาม นอมเกลานอมกระหมอมถวาย เปนศูนยการพัฒนาการศกึ ษาการเกษตรแหงแรก โดยในศนู ยดงั กลาวมีการศกึ ษาคนควา สาธติ ขยายพันธุพืชและบํารงุ รกั ษาสัตว ฝก อบรม สงเสริมและเผยแพรผลการทดลองแกเ กษตรกร โดยคณะเทคโนโลยกี ารเกษตรมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี (วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชวี ศึกษา วทิ ยาเขตเกษตรปทุมธาน)ี หนึ่งในหนว ยงานท่ไี ดรับสนองพระราชดําริโครงการศนู ยพัฒนาการศึกษาเขาหินซอน ยังความปลาบปล้มื มาสูช าวมทร.ธญั บรุ ี นายเฉลมิ สุกปลั่ง ผูอาํ นวยการวิทยาเขตเกษตรปทุมธานีนายเฉลิม สุกปล่งั ผูอํานวยการวทิ ยาเขตเกษตรปทุมธานี (ปจจบุ ันคือคณะเทคโนโลยีการเกษตรมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี ) เลา วา เมื่อวนั ท่ี 1 มิถนุ ายน 2526 หมอ มเจา จักรพนั ธเุ พ็ญศิริจกั รพนั ธุ ประธานโครงการศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหนิ ซอน แจง วา มหี นงั สอื ของกรมพฒั นาท่ีดนิ ติดตอ ใหวิทยาลัยเทคโนโลยแี ละอาชีวศึกษา ดาํ เนนิ การพ้นื ที่สว นพระองค โดยทางคณะรบั สนองโครงการ และไดขอใชพ้นื ที่สว นพระองคใ นการศูนยการศึกษา ปฏิบัตงิ านเปนศนู ยฝ ก นักศึกษาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีและอาชีวศกึ ษาเนือ่ งจากสมัยน่นั พนื้ ที่ภายในคณะเทคโนโลยกี ารเกษตรมีเพยี ง 125 ไร (มทร.ธญั บรุ ี ศูนยรังสิต) โดยเปน ท่ตี ัง้ของอาคารเรียนและหอพักอาจารยเปน สวนใหญในการเขา ไปรบั สนองโครงการพระราชดํารเิ ขาหนิ ซอนของคณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลยัเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี เปนการชว ยเหลอื ในการวิจยั ดา นแมลงทําลายพืชผักและผลไมภายในศนู ยการศึกษา ซึ่งไดคิดคน และนํา “โคมไฟจบั แมลง” มาใชท ่ีศนู ยก ารศึกษา เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช ทรงตรสั วา “คณุ มาทาํ อะไรที่น่กี ็มาทําไป ควรจะใชปยุ อินทรยี ห ามใชป ยุ

74วทิ ยาศาสตร” เพื่อใหภ ายในศนู ยม ีความเปนเกษตรอินทรียและกําจดั แมลงท่ีมาทําลายพืชและผลไมภ ายในศนู ย จึงนาํ โคมไฟจับแมลง เปนระบบไฟฟา มาใช ซึ่งอาศัยหลักการของแสงไฟแบลค ไลท เปนตวั ลอ แมลงเพราะวาแมลงจะชอบแสงสลัวๆ โดยทําเปน ลกั ษณะของตะเกียง ใสพ ัดลมลงไปในตะเกยี ง เม่ือมแี มลงมาท่ีตะเกยี งพดั ลมเปาและดูดใหแมลงตกมายังถงุ ซ่ึงแมลงท่ไี ดจ ะนาํ ไปวิจัยในขั้นตอไปอกี จากการคดิ คนและทดลองดงั กลาวประสบความสําเร็จเปนทีน่ า พอใจอยา งยิง่ จากความสาํ เร็จเปน ทน่ี าพอใจของโคมไฟจับแมลงจงึ ไดขยายโครงการทดลองเพิ่มขนึ้ อีก 3 โครงการ ไดแก โครงการพฒั นาพนื้ ทป่ี ลกู ผัก โครงการกาํ จัดวชั พชื ในสวนไมผลโดยใชฝูงโค โครงการปลูกไมผ ลตามแนวระดับลาดเอยี งของพ้นื ที่ พรอมทั้งเปน การฝก ปฏิบัติของนักศึกษาไปดว ย โครงการพัฒนาพ้ืนทีป่ ลูกผกั เร่มิ ดาํ เนนิ การตั้งแตเ ดือนตลุ าคม 2526 ในพน้ื ท่ี 5 ไรเศษ พ้นื ที่ในศูนยการศึกษาเปน ทล่ี าดเอยี ง มชี ้ันหินดนิ ดานแนน และแขง็ ถัดจากผวิ ดนิ ลงไป 25 - 60 เซนตเิ มตร ทาํ ใหม ีปญ หาการระบายนา้ํ ในแนวด่ิง เนือ้ ดินขาดความอุดมสมบูรณ ดงั น้นั จงึ ตอ งมีการปรบั ปรุงดนิ และเตรยี มแปลงใหเหมาะสมกบั สภาพพ้ืนท่ี โดยการไถ ตักดินขึน้ จากนน้ั ใสปุยคอก แกลบดาํ แกลบเหลือง เพ่ือปรับสภาพดนิและเพ่ือเปน การแกป ญหาการปลูกพชื ผักหมนุ เวียนหลายชนิดตลอดทัง้ ป เชน มะเขือเทศ ถว่ั ฝก ยาว ขาวโพดหวาน กะหลาํ่ ดอก กะหล่ําดอกอติ าเลยี น ผกั กาดเขยี ว ผักกาดขาว พริกยกั ษ แตงโม และแคนตาลปู จากการศึกษาทดลองน้ีทําใหไ ดผลผลติ เปน จาํ นวนมาก เมือ่ ครงั้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารีเสดจ็ ไปเยี่ยมชมไดท รงตัดพชื ผกั จากแปลงทดลองดว ยพระองคเอง โดยผลผลติ ทที่ ยอยเกบ็ ได นาํ ไปยังหองเครื่องในวงั และสามารถนําไปจาํ หนา ยเปนรายไดจํานวนหน่ึง ซง่ึ ทางสถาบนั จะนําข้ึนทูลเกลาทลู กระหมอมถวายโดยเสดจ็ พระราชกุศลในการเยี่ยมโครงการในคร้ังน้นั ดว ย โครงการกาํ จดั วชั พืชในสวนไมผลโดยใชฝูงโค ดว ยเหตุท่ีในสวนมะมวง เนอ้ื ท่ี 17 ไรเ ศษ มวี ัชพชืโดยเฉพาะหญา ขจรจบและหญาคาข้ึนอยหู นาแนน และวัชพืชเหลาน้ีจะเจริญงอกงามและขยายพนั ธเุ ม่อื ถงึ ฤดูฝน แตเ มอื่ ครน้ั ถงึ ฤดูแลงจะเห่ยี วแหงเปน เช้ือไฟปา บางครั้งไฟลกุ ไหมทําใหต น มะมวงตายเปน จํานวนมากทําใหส ิน้ เปลืองคา ใชจ ายและแรงงานปราบศัตรูพชื เปน ประจําทุกป ทางคณะเทคโนโลยกี ารเกษตร จึงไดน าํ โคจํานวน 14 ตวั ไปปลอยในสวนมะมว ง เมอื่ เดอื นตลุ าคม 2527 และเดือนมิถุนายน 2528 ในเวลาเพยี ง 3 ปวชั พืชตา งๆ ในบรเิ วณสวนมะมวงถูกฝูงโคแทะเล็มกินและถูกเหยียบย่าํ จนโลงเตียน นอกจากน้ฝี ูงโคยงั ใหป ยุคอกแกพ้ืนที่อกี ดว ย เมือ่ ตนมะมว งเตบิ โตดี มีพน้ื ทวี่ า งยังไดน ํากระเจี๊ยบไปปลกู แซมระหวา งตนมะมวงอกีดวย โครงการปลกู ไมผลตามแนวระดบั ลาดเอียงของพ้ืนที่ พน้ื ที่ท่ีใชในการทดลองปลูกสมโอพันธุท องดีทง้ั หมด 22.65 ไร มีสภาพเปนดนิ ทราย พนื้ ทลี่ าดเอียงมีการชะลางมาก ดินมีความอดุ มสมบรู ณต ่าํ นอกจากน้ียงั มหี ญาชันอากาศ หญา แซม หญาคา และหญา อื่นๆ ขึ้นหนาแนน เมื่อเดือนมีนาคม 2527 ทางคณะฯ ไดเรมิ่ การเตรียมพน้ื ที่วางผังการปลกู และเตรยี มหลุม เพ่ือปลูกสม โอพนั ธทุ องดี จํานวน 790 ตน โดยแบง พนื้ ที่เปน 3 แปลง มกี ารใหน า้ํ ดวยวธิ ฉี ีดฝอยแบบสปรงิ เกอรใหป ุย กําจัดศตั รูพชื ตัดแตง และเด็ดยอด คาดวาเมือ่ สมโออายุ 4 - 6 ป ก็จะสามารถใหผลผลิตได

75 โดยเมอื่ วนั ที่ 22 สิงหาคม 2527 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช ไดเ สดจ็ มาเยย่ี มชมโครงการ พระองคทานไดทรงเสด็จไปตามสถานท่ีตา งๆ ภายในศนู ย ซึ่งพระองคท า นไดท รงตรัสช่นื ชมผลงานโคมไฟจบั แมลง รวมไปถึงทรงตรสั ถามทําสวนผกั ไดอยา งไร ทั้งท่ีดินไมด ี ระหวา งที่เยี่ยมชมสวนผกั ของทางคณะเทคโนโลยีการเกษตร พระองคทานทรงมีพระเนตรอันแหลมคม ทรงมองไปในแหลงนํา้ ใกลๆ แปลงผกั ซ่งึ ตรงน้นั เปน การปลกู ยางพาราของหนว ยงานหนง่ึ ที่รับผิดชอบ พระองคทา นทรงวินจิ ฉยั ถามถึงระดบั น้ําของแหลง นํ้า พระองคท รงตรสั วา “ทาํ ไมนํา้ มันยุบไปมากขนาดน”ี้ และทรงแนะตอไปวา การปลูกยางพาราเมื่อได 4 – 5 เมตร ไมต อ งรดน้ําแลว ระหวา งทที่ านเสดจ็ ยงั โครงการศูนยศกึ ษาการพัฒนาเขาหินซอ น ทา นทรงหวงใยนักศกึ ษาและประชาชนทที่ ํางานทุกคนเปนอยา งมาก พระองคทา นทรงมีพระเมตตาใหท างสาํ นกั ราชเลขาธกิ ารจัดอาหารใหก ับผูเฝารบั เสด็จและนักศึกษา ทง้ั ทีภ่ ายในศนู ยมโี รงอาหารจดั เตรียมไวแ ลว เปน การสรา งขวัญและกําลังใจใหกบั บุคลากรของคณะเทคโนโลยีการเกษตร และบรรดาเหลานกั ศกึ ษาที่ไดเขา มาฝกปฏบิ ตั ทิ โี่ ครงการพระราชดาํ ริแหงนี้ พระองคทานทรงตรสั วา “ขอบใจที่พานักศกึ ษามาทํางานให ทําใหภายในศนู ยม คี วามเรยี บรอยขนึ้ ” นางปราณี พระเพชร ปจจุบันดาํ รงตําแหนง เจาท่ีบริหารทั่วไป คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร นักศึกษาที่เขา รว มโครงการศูนยพ ัฒนาการศึกษาเขาหนิ ซอน เลาวา ไดล งพืน้ ทีแ่ ละเขารว มโครงการอาจารยในฐานะนักศึกษาฝกงาน 1 เดอื น และชวยงานอาจารยอีก 1 เทอม กอนจบการศึกษาสาขาวชิ าพืชศาสตร ชวี ติ ในโครงการสมัยนนั้ ลาํ บากมาก พ้ืนทส่ี ว นใหญเปน ดนิ ทราย กอนท่จี ะปลกู พืช จําไดเลยวา ชวยอาจารยขุดดนิ อยูประมาณ 3 เดอื นเพื่อปรับดิน แตเ มื่อไดเ ห็นผลผลิตของผักทกุ คนหายเหนื่อย และเปน ภาพท่ปี ระทบั ใจจนถงึทุกวันน้ี พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดเ สด็จมาเยีย่ มชมโครงการ พระองคทานทรงเยีย่ มชมโครงการตา งๆ ภายในศูนยการศึกษา ซึ่งพระองคทรงตรัสถามอาจารยถึงวิธกี ารตางๆ พรอมพระองคทานไดท รงตรสั แนะนําอาจารย โดยระหวางทพี่ ระองคท า นเสดจ็ เยี่ยมโครงการ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จตดิ ตามมาดวย สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงถามพวกเราวาทุกคนเหนื่อยไหม เปนพระเมตตาของพระองคทานท่ีทรงหวงใยประชาชนของทาน ทุกคนวนั นตี้ นเองภูมใิ จทีไ่ ดถ วายงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดําริ สามารถนําความรทู ีไ่ ดม าประกอบชวี ิตในปจจุบัน

76 “ในการถวายงานเปนภารกจิ ของขาราชการ การที่ไดถ วายงานตอพอหลวงเปนมงคลแหง ชีวติ กอเกิดสขุ บาํ รุงหัวใจ ถึงแมวา บางคร้ังจะมอี ุปสรรค แตเม่อื นกึ ถึงโครงการของพระองคทา นรูสึกเปน สขุ ”นบั เปนพระมหากรุณาธิคุณอันหาท่สี ุดมิได ที่ทางนักศึกษาคณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มีพ้นื ทีศ่ ูนยฝ กนักศกึ ษาในการทดลองและเรยี นรวู ิถเี กษตร จนทาํ ใหมีคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี ปจจุบนั เหลา คณะเทคโนโลยีการเกษตร จะนอมนําแนวทางพระราชดาํ รสิ ืบตอ ไปโครงการเกษตรผสมผสานในพ้นื ที่สว นพระองคคลองพระยาบนั ลอื จ.พระนครศรอี ยุธยา ผูช ว ยศาสตราจารยวารินทร คอเหลยี่ ม อาจารยป ระจําคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลยัเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กลา ววา เร่ิมแรกโครงการนอ้ี ันสืบเนื่องมาจาก พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัวภูมิพลอดุลยเดช ไดทรงพระราชทานพื้นที่สว นพระองคท ่ีศูนยศกึ ษาการพัฒนาเขาหินซอน อ.พนมสารคามจ.ฉะเชิงเทรา ใหส ถาบันเทคโนโลยรี าชมงคล วทิ ยาเขตปทมุ ธานี (ปจจุบนั คณะเทคโนโลยีการเกษตรมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุร)ี ใหดาํ เนินการพัฒนาพ้ืนทศี่ นู ยศกึ ษาพฒั นาเขาหนิ ซอ น ไดดําเนินการปลกู ผัก สวนสม ลอมรว้ั พระราชตําหนักเพื่อทาํ แปลงหญา ไดเริ่มดาํ เนินการเมื่อ พ.ศ. 2526 ถึง พ.ศ.2542โครงการไดพัฒนาจนสมบูรณเตม็ รปู แบบ ผอู าํ นวยการพัฒนาโครงการสวนพระองคจ งึ ไดขอพืน้ ท่ีคนื และมอบหมายพืน้ ท่ีบรเิ วณคลองพระยาบันลือ จ.พระนครศรอี ยธุ ยา ไดจ ัดตง้ั เปนโครงการเกษตรผสมผสานในพืน้ ท่ีสวนพระองคค ลองพระยาบันลือ จ.พระนครศรีอยธุ ยา จาํ นวน 32 ไร ต้งั อยูท่หี มูที่ 1 ต.ไมต าก อ.บางไทรจ.พระนครศรีอยุธยา มอบหมายใหคณะเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี มาทาํเปน รูปแบบโครงการเกษตรแบบผสมผสาน

77 คณะเทคโนโลยีการเกษตร เร่ิมเขา มาดําเนินการเมอ่ื วนั ท่ี 12 สงิ หาคม พ.ศ.2542 โดยมเี ปาหมายของโครงการคือ 1. เปน ท่ฝี กทกั ษะของนักศึกษาคณะเทคโนโลยกี ารเกษตร ในสาขาตางๆ 2.เปนสถานทก่ี ารวิจยัและพัฒนางานทางดา นงานเกษตรใหก ับคณาจารยแ ละนักศึกษา 3. เปน ทเี่ ผยแพรค วามรู ศึกษาดงู านดานการทําเกษตรแบบผสมผสานใหก ับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปทสี่ นใจ ปจ จุบันไดจ ัดทาํ โครงการตางๆ ภายในโครงการคือ 1.โครงการดานพชื ไมด อกไมประดบั และไมผ ล 2.โครงการดา นการวิจัยของคณาจารยแ ละนักศกึ ษาคณะเทคโนโลยกี ารเกษตร 3.ดา นการประมง ไดดาํ เนนิ การเลีย้ งปลาทับทิมในกระชังริมแมน ํา้เจาพระยาและเลีย่ งปลาในบอดิน จาํ นวน 2 บอ บนพื้นที่ 10 ไร ปจ จุบันนี้โครงการไดดําเนนิ งานมาคอนขางจะเต็มรปู แบบ สามารถใหเกษตร นักศึกษา หรือผูท่ีสนใจเขามาศึกษาดูการดานเกษตรแบบผสมผสานใหเ ขามาศกึ ษาคนควา และวิจยั ไดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ

78เกษตรผสมผสานในพ้ืนท่สี ว นพระองค ‘คลองพระยาบนั ลือ’ พระมหากรุณาธิคุณ ‘รัชกาลที่ 9’ ตอ ชาวราชมงคล นบั เปน พระมหากรุณาธคิ ณุ สูงสดุ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชานญุ าต ใหอาจารยและนักศกึ ษา สถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล วทิ ยาเขตปทุมธานี (ปจจบุ ันคอืมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ )ี ดําเนนิ โครงการเกษตรผสมผสานในพ้นื ท่ีสว นพระองค 50 ไร เพ่ือเปนสถานท่ฝี ก ทักษะประสบการณของนักศกึ ษา วิจัยและพฒั นาดานการเกษตรสําหรับคณาจารย ถือเปนความภาคภูมใิ จสงู สดุ ในชวี ิตสาํ หรบั นกั ศกึ ษาและคณาจารย อาจารยป รีชา ลามอ ในฐานะรองผูอํานวยการฝา ยกิจการพิเศษ สถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล วิทยาเขตปทมุ ธานี หน่ึงในผรู บั ผดิ ชอบโครงการในขณะน้นั เลาวา พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเห็นวา การแกปญ หาเกยี่ วกับการประกอบอาชีพและความเปน อยขู องเกษตรกรนน้ั จําเปน ตอ งศึกษาทดลองและประยุกตใชว ทิ ยาการสมัยใหมทเ่ี หมาะสมและสอดคลองกับสภาพแวดลอมในทอ งถน่ิ นน้ั ๆ และเมื่อไดผลเปนท่นี า พอใจแลว จึงเผยแพรส งตอไปยังเกษตรกรและประชาชนทว่ั ไป เพ่ือการน้ีพระองคทรงพระราชทานพระราชานญุ าต ใหอาจารยและนกั ศกึ ษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วทิ ยาเขตปทมุ ธานี ไดใ ชพ้ืนทีส่ วนพระองคคลองพระยาบนั ลอื จ.พระนครศรีอยุธยา ในการทําโครงการเพอ่ื ประโยชนแกก ารศกึ ษาและหาแนวทางในการประกอบอาชีพเกษตรกรในลักษณะของเกษตรแบบผสมผสาน โดยมีเปาหมายสงู สุดเพ่ือชีวิตความเปนอยูท ่ีดีของประชาชน ซ่งึ ไดประสานการทํางานกบั คุณกวี อังศวานนท ซ่ึงเปน ผูอํานวยการโครงการพัฒนาสวนพระองคและคุณอนริ ทุ ธ ทนิ กร ณ อยุธยา ผจู ัดการสว นงานบริหารโครงการพัฒนาสวนพระองคในขณะน้นั

79 อาจารยปรชี า ลามอ รองผอู าํ นวยการฝายกิจการพเิ ศษ สถาบันเทคโนโลยรี าชมงคล วทิ ยาเขตปทมุ ธานี “ยอนไปเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2542 วนั อนั เปนมหามงคลท่ีกระผม อาจารย นักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร ไดลงพื้นท่เี ปนครัง้ แรก พบวา เปนพืน้ ท่วี า งเปลา บางสวนเต็มไปดวยวชั พืช และมีอาคาร2 สวนดว ยกนั คือ โรงสาํ หรับเก็บของ และพลับพลาทปี่ ระทบั และไดจางคนในละแวกนนั้ ทาํ งานเพิ่มเตมิ แตยังไมสามารถจดั การพื้นท่ีไดทั้งหมด จงึ ไดขอพระราชทานรถแทรกเตอรจากพระองคทาน ซง่ึ ทานก็ทรงเมตตาพระราชทานให 1 คนั สําหรบั การปรับปรงุ พื้นที่ เกลี่ยดนิ และใชทําการเกษตร” อาจารยปรีชา กลาวดวยความซาบซึง้ ใจ พื้นที่สว นพระองคคลองพระยาบันลือแหงน้ี เหมาะสมกบั การทาํ การเกษตรแบบผสมผสานมากกวาการปลกู พชื เชงิ เดย่ี ว หรอื ปลกู เพยี งแคช นิดเดยี วบนพ้ืนที่ทัง้ หมด เชน การปลกู แปลงผักคะนา การทําไรขาวโพด หรอื ไรออย เปนตน เพราะหากเกิดโรคระบาดหรือแมลงศตั รพู ืชจะสรางความเสียหายตอ พืชผลเหลานั้นหมดทั้งแปลงหรือทัง้ ไรได อีกทงั้ พ้ืนท่โี ดยรอบเปนนาขาว ผทู าํ นาขา วสว นใหญจ าํ เปน ตองใชสารเคมีฉีดพนนาขาว เพราะมีแมลงศัตรพู ืชเยอะมากท่ีมากัดกินหรอื ทาํ ลายตน ขาว ทําใหแ มลงศตั รูพืชเขามาในพื้นที่สว นพระองค ซงึ่ อาจจะสรา งความเสยี หายไดแ ละอาจจําเปนตอ งใชส ารเคมีในการกําจัดแมลง ซึ่งสง ผลเสยี ตอผูป ฏิบตั งิ าน ผูบริโภคและระบบนเิ วศ จงึ เลอื กทาํ โครงการเกษตรผสมผสาน แบงสว นในพื้นทเี่ พ่ือทําการเกษตรเชน สวนของพชื ไร พชื สําหรับอาหารสตั ว ไมด อก ไมผ ล ไมป ระดับ แปลงผักและพชื สมนุ ไพรตา ง ๆ รวมถึงการเลย้ี งปลา ภายในโครงการไดท ําการขยายพันธุไมดอกไมประดบั กวา 40,000 ตน เชน ตนเทยี นทอง ออมเงนิ พลทู อง พลูมรกต เข็มเศรษฐมี าเลเซยี ใบเงนิ ใบทอง แกว กาบหอยแครง เปนตน สวนพืชสมนุ ไพรไดมีการปลูกกวา 1,000 ตน จาํ พวกขมน้ิ ชนั ไพล เปราะหอม กระชายดาํ และรางจืด ขณะทไ่ี มผลไดปลูกท้งั กลว ยมะมวง มะพราวนาํ้ หอม กระทอ น ขนนุ ฝรงั่ เปนตน สว นผักทปี่ ลกู สวนใหญจ ะเปนผักกวางตงุ คะนา แตงกวาบวบ และปลกู ผักหวานโดยการปลูกแซมในบางพื้นทด่ี วย ขณะเดยี วกันยังไดดาํ เนินโครงการอนุรักษพนั ธกุ รรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดําริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ศึกษาการเจรญิ เติบโตของมะกอกน้าํ มนั 4 สายพนั ธจุ ากประเทศสเปน คือ Arbequina Cornicabra Hojiblanca และ Manzanillo

80ซ่ึงพบวาท้ัง 4 สายพนั ธุนี้มีการเจริญเติบโตทีใ่ กลเ คยี งกัน จากนัน้ ไดแบงพนื้ ที่ประมาณ 6 ไร ขดุ เปนบอสําหรับเลยี้ งปลานิลประมาณ 30,000 ตัว โดยอาหารที่ใชเลย้ี งนั้นมี 2 แบบ อยา งแรกคอื กากถั่วเขยี วจากโรงงานท่ีเหลือทง้ิ จากกระบวนการผลิต ซึ่งชวยลดตนทนุ คา อาหารไดเปนอยางมาก และอาหารเม็ดทวั่ ไป ขณะเดยี วกันยังเลย้ี งปลาทบั ทิมในกระชังริมแมนา้ํ เจา พระยากวา 9,000 ตวั และปลานิลแดง พันธจุ ากวทิ ยาเขตปทุมธานีและวิทยาเขตกาฬสนิ ธุ รวมท้งั ปลานิลจติ รลดา ซ่ึงพบวา ปลานิลทีเ่ ล้ียงในกระชงั รมิ แมน ้าํ นั้นจะไมม ีกล่นิ ดินกลิ่นคาว เวลานําไปประกอบอาหารเม่ือเทยี บกบั ปลานิลที่เลยี้ งในบอ ดิน อาจารยปรีชา ยงั กลา วอกี วา ผลผลติท่ไี ดจากโครงการ ท้ังพชื ผกั ผลไมและปลาตาง ๆ บางสวนไดส ง ใหกับโครงการพฒั นาสวนพระองค อีกสว นนําไปจดั จําหนายใหกบั ชาวบา นในพนื้ ท่ี เพอื่ นํารายไดมาหมุนเวยี นในโครงการตอ ไป และอกี สวนนาํ มาเปนวสั ดุดบิ ในการประกอบอาหารสําหรบั นักศกึ ษาที่เขา รว มปฏิบัติงานในพ้นื ท่ี สว นพันธุไมท ข่ี ยายพันธแุ ลวบางสว นไดบริจาคใหกับหนว ยงานในพื้นท่ใี กลเ คยี งเพื่อนําไปใชต กแตงสถานทต่ี อ ไป “กวา 10 ป บนพน้ื ท่ขี องพอหลวงรัชกาลที่ 9 ท่ีเกดิ ขึน้ น้ี ถือเปนความภมู ใิ จของพวกเราชาวคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ครงั้ หน่งึ มโี อกาสไดเ ขาไปทําเกษตรผสมผสานในพ้ืนทส่ี วนพระองค เปนเกียรติอนั สงู ยง่ิ แกส ถาบนั การศกึ ษา และดีใจทเ่ี กิดบนพน้ืแผน ดนิ ไทย แผนดินของพอ” อาจารยปรีชา สรปุ ทิ้งทายศูนยศ ึกษาการพฒั นาหวยฮองไคร จงั หวัดเชียงใหม สถาบนั วจิ ัยและฝก อบรมเกษตรลําปาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลานนา ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยฮองไคร ต้ังอยูที่อาํ เภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม ครอบคลมุเนอื้ ท่ีประมาณ 8,500 ไร มีสภาพเปน ปา เส่ือมโทรม พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั ทรงโปรดใหจัดขึ้นเมือ่ พ.ศ.2526 เพ่ือทําการศึกษาปญ หาและแนวทางการพฒั นาเกย่ี วกับตนนํา้ ลาํ ธาร และพ้นื ท่ีบริเวณตน นาํ้ ตลอดระยะเวลาท่ผี า นมาสถาบันวิจยั และฝกอบรมเกษตรลาํ ปาง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา นนา โดยความรวมมอื ขององคการขาวสาลโี ลก (CMIC) ไดท ําการทดลองปลูกขา วสาลพี ันธตุ า งๆเพอ่ื คดั เลือกพันธุท ี่ทนทานตอโรคและใหผ ลผลิตสูง จากการศึกษาทดลอง ปรากฏวาไดผ ลดมี าก จึงมกี ารขยายพนั ธเุ พ่ือนําไปแจกจายแกเกษตรกรทีส่ นใจ โดยทัว่ ไป พน้ื ทที่ ีเ่ หมาะสมในการปลูกขา วสาลสี วนใหญเปนพืน้ ทใี่ นเขตภาคเหนือตอนบน และมสี ภาพเปน นาดอน นาลุม และบนดอยท่สี ูง ทางสถาบนั จึงเห็นวาใน

81พื้นทีท่ เี่ ปน บรเิ วณไหลเนนิ เขาเล็กๆ ทีม่ ิใชเปน ทสี่ ูงยังไมมกี ารศึกษาทดลองกัน ดังน้ัน การทดลองปลูกขา วสาลที ศ่ี นู ยการพฒั นาหวยฮองไครจ งึ เปน เร่ืองนา สนใจและสมควรดําเนินการอยา งยิง่ ทางสถาบนั ฯ ไดเขา รวมในโครงการน้ี เมอื่ พ.ศ.2529 ในพ้นื ทท่ี ดลองประมาณ 10 ไร โดยมีเปาหมายทีจ่ ะคดั เลือกสายพันธทุ ่ใี หผ ลผลิตสูงในสภาพที่มีนํา้ อยางพอเพียงตลอดฤดูปลูก เริม่ ดําเนนิ การในเดอื นพฤศจิกายน พ.ศ.2529 ไดบุกเบกิ พ้ืนท่แี ละไถเตรยี มดินในเดือนตอมา เตรียมแปลงและปลูกธัญพชื เมืองหนาว พรอ มท้ังดูแลเกยี่ วกบั การกาํ จัดวชั พชื ใสปยุ เก็บเกี่ยว นวดและบนั ทกึ ขอมูล สวนการควบคุมการใหน้ําแบบพน ฝอย (Sprinkler Irrigation) น้ัน อยูในความรับผิดชอบของวิทยาเขตภาคพายัพ ธญั พชื ท่นี าํ มาทดลองปลกู ทางสถาบนั ฯ ได คดั เลือกพันธธุ ญั พืชเมืองหนาวทด่ี เี ดน 5 พันธุ ไดแก ขา วสาลี (Bread Wheat)3 พนั ธุ และทรติ ิเคล่ี (Triticale) 2 พันธุ นํามาปลูกทแี่ ปลงไหลเขา เน้ือท่ปี ระมาณ 4.5 ไร โดยแบง พืน้ ทเ่ี ปนแปลงขนาดใหญในการปลูกแตล ะพนั ธุ ผลการทดลองการศึกษาทดลองปลกู ธัญพืชเมอื งหนาวครงั้ น้ี ปรากฏวา ผลผลิตทั้งหมดท่ีเก็บเก่ยี วเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2530 เฉล่ยี แตละสายพันธุส งู เปน ท่ีนาพอใจ แมวามีบางแปลงท่ีไมม ีการไถพรวนเลย เพียงแตใ ชคราดลากเก็บเศษไมใ นแปลงเทา นัน้ นอกจากนั้นจะเห็นไดวา ธัญพชื เมืองหนาวโดยเฉพาะขา วสาลที ีส่ ามารถเจรญิ เตบิ โตและใหผ ลิตไดดใี นสภาพนาทด่ี อนและไร กส็ ามารถปรับตวั ไดดีในสภาพพื้นท่ีไหลเขาท่ีมกี ารใหนํา้ อยางเพียงพอตลอดฤดูปลูกไดเชน เดียวกัน สาเหตุเนื่องจากบรเิ วณดังกลา วมีความหนาวเยน็ และมีความชื้น อากาศเชนนย้ี าวนานจนถึงเดือนเมษายน ซง่ึ เหมาะสมมากสําหรับธญั พืชเมืองหนาว และที่นาสนใจอีกประการหนึง่ คือ ผลจากการเจาะสํารวจดินในแปลงบง บอกใหทราบวา ในดินช้นั ลา ง(ระดับ 30-50 ซม.) เปนชน้ั สะสมของอนุภาคดินเหนยี ว ซึง่ ยังมีความช้ืนในดินอยมู าก แมวา จะเปน เดือนเมษายนแลว ก็ตาม นอกจากนยี้ ังเปน สภาพดนิ ทมี่ ปี ริมาณอนิ ทรยี วตั ถุคอนขางสงู และมีการระบายนาํ้ ดี คุณสมบตั ิของสภาพพน้ื ทีแ่ ละภูมอิ ากาศดงั กลาวน้ีเอง ทาํ ใหคาดวา มีความเปนไปไดในการปลูกธญั พชื เมืองหนาว โดยอาศัยความช้นื ในดนิ เพยี งอยา งเดียว แตจ ะตองวางแผนกําหนดชวงเวลาปลกู วิธีเขตกรรม และการใชพนั ธทุ ่ีสามารถเอาชนะความแหงแลง หลงั จากออกรวงได

82พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระมหากรุณาธิคุณตอการศกึ ษาวศิ วกรรมศาสตร และดาราศาสตรไทย ดว ยพระอจั ฉริยะภาพและใหความสําคัญดานวิศวกรรมศาสตร และดาราศาสตรของพระบาทสมเดจ็ปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช โครงการออกแบบสรางกลองดดู าว ROTAR (โรตาร) 1 และ 2 มหาวิทยาลยัเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี หนง่ึ ในโครงการตามแนวทางพระราชปรารภ พระบาทสมเดจ็ พระบาทสมเดจ็ปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช รศ.ดร.ประเสรฐิ ปนปฐมรัฐ อธิการบดมี หาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี เปด เผยวา โครงการออกแบบและสรา งกลองดดู าว ROTAR (โรตาร) 1 และ 2 ตามแนวทางพระราชปรารภ พระบาทสมเดจ็พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช เร่ิมตน จากโครงงานของนักศึกษาปที่ 4 คณะวศิ วกรรมศาสตรปการศึกษา 2544 โดยมี ผศ.มนตรี นวมจติ ร อาจารยภ าควชิ าวศิ วกรรมอตุ สาหการ เปน อาจารยท ่ีปรึกษาโครงงาน และมีนายไกรสีห เพ็ชรพรประภาส อาจารยพเิ ศษมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี (มทร.ธัญบุรี) รวมเปน ท่ปี รึกษาดว ย โดยนายไกรสีห เพช็ รพรประภาส ซ่ึงขณะนัน้ เปน วศิ วกรทป่ี รึกษาออกแบบลิฟทใหส าํ นักพระราชวงั อยูดวย เสนอใหอ อกแบบและสรา งกลองดดู าวขนาดใหญ

83 กลองดูดาว ROTAR (โรตาร) 1 ตงั้ อยูทีค่ ณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี กลอ งดูดาว ROTAR (โรตาร) 2 ตัง้ อยทู ่ีอาคารกาญจนาภเิ ษก วิทยาลยั การอาชีพวงั ไกลกงั วล จ.ประจวบครี ขี ันธ การออกแบบเร่มิ จากแบบสเก็ตท่อี าจารยไกรสหี  เพช็ รพรประภาส เคยเหน็ มาจากหอดูดาวทรบี วั ในประเทศเยอรมนั เปน หอดดู าวเอกชนท่ชี าวบานเมืองนนั้ ทาํ กันเอง นกั ศึกษานําแบบสเก็ตไปเขียนแบบประกอบและแยกชน้ิ สว น เพื่อนําไปผลติ ตอนสรา งช้ินสวนกลอง ความทไี่ มเคยทาํ มากอ น จงึ ลองผิดลองถูก ทาํ แลวกลองหมุนไมไดความเรว็ ทองฟา จึงตามดาวไมได เพราะคํานวณเฟองผิด อกี ท้ังลกู ตุมถวงจะตีฐานกลอ งอยูตลอด ตอ งแกแ บบกันหลายรอบ เวลากก็ ระชนั้ เพราะนักศึกษาตองทาํ โครงงานใหเ สรจ็ จึงจะสําเร็จการศึกษาไดตอนน้ันเกือบจะลดขนาดโครงการจากกลอ งดูดาวอตั โนมตั ิ เปน กลองดูดาวมือโยกแลว แตผศ.มนตรไี มย อมบอกวา ทาํ แลวตอ งทําใหไ ด นักศึกษารนุ นที้ าํ ไมเ สรจ็ ก็ใหส อบโครงงานได จะขอคณบดีให แลว ใหนักศึกษารนุตอไปทาํ ตอ กรุงโรมไมไ ดสรางเสร็จในปเดียว นายไกรสีห เพ็ชรพรประภาส เปดเผยวา ไดน าํ ปญ หาโครงงานไปปรกึ ษา คุณขวัญแกว วชั โรทัย รองเลขาธกิ ารพระราชวัง ความที่กลองดูดาวใหญและหนัก ไมส ามารถยกกลอ งไปใหด ูได เพราะกลองหนัก 800กโิ ลกรมั จึงนํารปู ภาพกลอ งที่มคี นยนื อยูขา งๆ ไปใหด ู ประโยคแรกท่คี ณุ ขวัญแกว พูดคือ “อาจารยทาํ กลองขนาดนตี้ องถวายพระเจาอยหู ัว พระเจา เจา อยูหวั ทรงโปรดดาราศาสตร ทา นตอ งดีพระทยั ” จึงไดนาํ เร่ืองกลับมาเลา ใหท ีมงานฟง เมื่อทุกคนไดรบั ฟงเรอื่ งจึงมกี ําลังใจ ทีต่ อ งทําใหโครงงานใหเ สร็จใหไ ด ซ่งึ ใชเ วลาทํา 2ป กลอ ง ROTAR 1 จึงเร่มิ ทดลอง คืนแรกที่คลองหก สองดวงจนั ทร เหน็ หลมุ อุกาบาตรบนผิวดวงจันทรค มชัดทมี งานดีใจมาก

84 ภาพของดวงจันทรท่ใี ชกลองดูดาว (โรตา) 1 จนกระท่งั เมื่อปพ.ศ. 2545 – 2547 ในระหวา งทาํ โครงงาน 2 ป ระหวางนน้ั นกั ศึกษาตองเรียนปกติ นกั ศึกษาหนึ่งคนในทีมงานน้ี มีผลการเรียนตํา่ นาเปนหวงกต็ อ งประคองกนั ไป (สุดทายสาํ เร็จการศึกษาทกุ คน) ในการทํางานกลางวันเปนนักศกึ ษาปกติ ตอนดึกเปนชา งทาํ กลอ ง ตอ งเขาโรงฝก งานตอนเยน็ ทาํ กันถงึตสี องเปนปกติ ไมร เู อาพลงั กันมาจากไหน กลองดูดาวขนาด 600 มม. ใหญท ี่สุดในประเทศไทยขณะน้ัน หนกั800 กก. เวลาเคล่ือนยายตอ งใชรถเครน วัสดุเปนของไทยเกอื บทง้ั หมด ในโรงฝกงานของราชมงคลมีเคร่ืองจักรครบ กัดเฟองยังทํากันเอง มแี ตเ ลนสท ่ีสัง่ ผลติ จากอเมริกา และมอเตอรความละเอยี ดสงู ซ้ือมาจากประเทศสวติ เซอรแ ลนด z การดําเนนิ การสรา งกลองดดู าว ROTAR (โรตาร) 1 วันท่ี 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช โปรดเกลา ฯใหเ ขาเฝาถวาย ความกาวหนาโครงการ ทีพ่ ระตาํ หนักเปย มสุข วังไกลกังวล เมือ่ ทอดพระเนตรโมเดลแลว ทรงมีพระราชปรารภทนั ทีวา “กลองจะหัวขมํา” ทรงรับสงั่ วา พระองคทา นเคยทําแบบนี้แลว ทีด่ าดฟา พระตาํ หนักเปย มสุข โดยใชข าต้ังกลองแบบ 3 ขาธรรมดา แลวยกขาหนึ่งขึ้นโดยใชก อ นอฐิ รอง ใหไดมมุ ประมาณเทา กับละตจิ ูดของอําเภอหัวหนิ ทรงเคยถายรปู ดาวเสารดวยกลองฟลมและเลนสร ะยะไกลธรรมดา แตก วาจะถายไดทรงปวด

85หลงั มาก เพราะกลองหัวจะขมําตลอด รบั สงั่ วาตําแหนงประเทศไทยอยลู ะตจิ ูดตํา่ เพยี งสบิ กวา องศา ใชฐ านกลอ งแบบอิเควตอเรยี วไมได ตองใชแ บบบรติ ิส ซึง่ เมืองไทยยังไมเคยมี ใหทมี งานออกแบบมาถวาย ซง่ึ ในระหวา งที่ถวายงานอยู 45 นาที ทีมงานสงสยั วาพระมหากษตั รยิ ไทยทรงรเู รื่องการออกแบบกลองดดู าวไดอ ยางไร แตไมมีใครกลาถาม พระองคคงจะทรงรวู า ทมี งานมีความสงสัยอยู จงึ รับสง่ั วา “ตอนเปนเดก็ ฉนั อยากเปนนักดาราศาสตร แตตอ มาจาํ เปน ตองเปลี่ยนอาชีพ” ทมี งานจงึ ไดนอมนําพระราชปรารภเรอื่ งฐานกลองไปศึกษาตอ พบวา ฐานกลอ งแบบบริติส หรอื อิงรชิ อเิ ควตอเรียวไมมใี ครใชแ ลว เพราะประเทศทีอ่ ยูละติจดู สงู อยางอเมริกา ยุโรป เขาใชเยอรมนั อิเควตอเรียวได หรือถา ของใหมเ ขาจะออกแบบเปนอลั ตาซมิ ุตกัน (ชว งหน่ึงท่ถี วายงาน พระเจา อยูหัวรบั สงั่ วาอลั ตาซมิ ตุ ก็ใชในประเทศไทยไมไ ด เพราะที่จุดซีนิทจะเกิดการงัดกนั ของแกนสองแกน) เดิมทสี มยั ทีอ่ ังกฤษมีอาณานคิ มอยปู ระเทศแถบละตจิ ูดตา่ํ เม่ือสรางกลอ งดูดาวจึงตองใชแ บบบริตสิ เทา นัน้ เมือ่ หมดยุคอาณานคิ มจงึ ไมม ีการพัฒนากลองดูดาวแบบบรติ ิส กลอ งดูดาวแบบบริติสจึงหาของจริงดยู าก จะมีก็แตรูปภาพ แตท ีมงานอยากเห็นของจรงิ โดยตนเอง ไดสอบถามคุณไมเคลิ บารเบอร เพอื่ นชาวอเมรกิ าทเ่ี ปน นักถา ยภาพดาวระดบั แนวหนาคนหน่ึง ลองสืบดูวา ท่ีอเมรกิ ามีกลองแบบบริติชแทๆ ใหดูไหม พบวามีอยูมหี อดูดาวโลเวล รัฐอริโซนา ประเทศสหรฐั อเมริกา จึงเดนิ ทางไปดู ไปถึงหอดูดาวโลเวลแลวหาฐานกลองแบบบรติ ิสไมพบ จึงถามคนดแู ล เขาบอกวาทีน่ ีม่ ี แตไ มใชนานแลว อยอู ีกหอขางๆ ที่ปจจุบนั เปน พพิ ธิ ภณั ฑ เหน็ แลว จึงขอถา ยภาพ แจงเขาวา จะไปทําถวายพระเจา แผนดนิ ไทย ผูดแู ลดีใจ ใหถายรปู และวดั ขนาดแกนตามสะดวก กลอ งตวั นีเ้ ปน กลอ งท่ีคุณไคลด ทอมบาวห นกั ดาราศาตรช าวอเมริกาท่ีคน พบดาวพลโู ตเมือ่ ป ค.ศ.1930 การดําเนนิ งานโครงการ ROTAR 2 ใชเวลาทาํ 2 ป แมจ ะมปี ระสบการณจ ากโครงการเดิม แตระบบซับซอ นมากขนึ้ ท้ังกลไกขับแกนและเลนส เลนสก ลอ งเปน แบบรชิ ช่ี เครเตยี น ซ่งึ ดีกวา แบบนวิ โตเนียนในโครงการเดิมมาก ทางทีมงานทาํ เลนสเองไมไ ดเ ช็คราคาแลว 5 ลา นกวาบาท เกินงบไปมาก จงึ ปรึกษาเพือ่ นชาวเยอรมัน เขาใหไ ปหาทแ่ี วเฮา สอ ุปกรณใชแลว ทีเ่ มืองซอลเลคซิตี้ รฐั ยูถา ห ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ที่น่ีไมสามารถติดตอเขาได ตองไปเคาะประตเู ทานนั้ ไปรอบแรกเขาบอกวา สเปคนีไ้ มม ี แตจ ะหาให อีก 3 เดือนเขาแจงมาวามแี ลว แกะมาจากกลอ งของกองทัพอากาศทีป่ ลดระวาง ตองตัดสนิ ใจเร็ว มีคนตองการมาก เพราะเปนเลนสรชิ ชข่ี นาด 500 มม.ทม่ี ีความหนาถึง 4 นว้ิ แถมเนอ้ื เลนสเ ปนเซรามิก สภาพดีมาก ราคาหน่ึงลา นบาท จงึ เดนิ ทางไปดูอีกรอบ แลว ตกลงซ้ือทนั ที กลอง ROTAR 2 เสรจ็ ตามกาํ หนด ทดสอบที่คลองหก เมื่อเดอื นกุมภาพนั ธ พ.ศ. 2550 กลองหมนุ อัตโนมตั ติ ามดาวไดหา นาที การปรบั ละเอยี ดสามารถทําไดเม่ือตดิ ตั้งกลองในตําแหนง ถาวรแลว ทมี งานคาดวา เม่อื ตดิ ตั้งถาวร กลองนา จะตามดาวไดเ กินครึ่งชั่วโมง

86 การดําเนินการสรางกลองดดู าว ROTAR (โรตาร) 2 เมอื่ วนั ที่ 20 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2550 พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัวฯ โปรดเกลา ใหคณะทาํ งาน นาํโดย รศ.ดร.นํายุทธ สงคธ นาพิทักษ (อธกิ ารบดีในสมัยนนั้ ) เขาเฝาถวายกลอ งดดู าว ROTAR 2 พระบาทสมเดจ็พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ทรงมพี ระราชกระแสรับสงั่ วา “กลองเสรจ็ แลว” นําความปลาบปลมื้ ใหทีมงานอยางหาท่ีสดุ มไิ ด ทีมงานไดรูซ ึ้งถึงคาํ วา “หาท่สี ุดมไิ ด” ดวยประสบการณตรงครั้งนน้ี ี่เอง และทรงมีรบั สัง่ วา ใหนาํ กลอง ROTAR 2 ไปติดตง้ั ทด่ี าดฟา โรงเรียนวงั ไกลกังวล สวนกลอ ง ROTAR 1 ใหตดิ ต้งั ที่มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี โดย รศ.ดร.ประเสรฐิ ปน ปฐมรฐั อธกิ ารบดี มทร.ธัญบุรี กลา วาตออีกวา วนั ที่ 25 ตุลาคม 2555 สรางความปลาบปลื้มมายังชาว มทร.ธัญบรุ ี เปนอยา งมาก พระบาทสมเดจ็ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ พระราชทาน นามหอดูดวงอาทติ ยใหก ับมหาวทิ ยาลยั ฯ โดยใชนามวา ”หอสรุ ิยทศั นร าชมงคล” ทงั้ ยังทรงพระราชทานความหมายวา “หอเปนท่ีดดู วงอาทติ ยอ นั เปนศรีมงคลแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห ัว” ซง่ึ หอดดู วงอาทติ ยแหง นี้เปนหอดพู ระอาทติ ยคูกับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติโรงเรยี นวงั ไกลกังวล “นับเปน บญุ ของชาวมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี ทไ่ี ดถวายงานสาํ คญั งานนี้ และไดสัมผสัถึงพระอัฉรยิ ะภาพของ พระบาทสมเดจ็ ปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ดวยประสบการณต รง” รศ.ดร.ประเสรฐิ ปน ปฐมรฐั อธิการบดี กลา วทงิ้ ทาย

87 เรยี งซา ยไปขวา นายเอกชัย ชยั อาจ นายสุรศักด์ิ กังวล และวาทรี่ อยตรณี ัฐพล จนั ทรวรชาติ นอกจากทีมอาจารยค ณะวิศวกรรมศาสตรแลว ยังมีทีมงานนักศกึ ษาทเ่ี ปนผูออกแบบและสรา งประกอบดว ย นกั ศึกษาภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร ชนั้ ป 3 จาํ นวน 8 คนดวยกนั คือวา ทรี่ อยตรีณัฐพล จนั ทรวรชาติ นายกมล สขุ สวสั ด์ิ นายวรวธุ จันทรทอง นายสรุ ศักดิ์ กงั วล นายเอกชัยชัยอาจ นายกติ ติศกั ด์ิ เถาวพันธ นายภาสกร แกว วิเชียรและนายอาคม บุญนาค โดยมี ผศ.มนตรี นวมจิตรอาจารยในภาควิชาเปน ที่ปรึกษาโครงการ

88 วา ทีร่ อ ยตรณี ัฐพล จนั ทรวรชาติ เลา วา สาเหตทุ ี่พวกเขาสรางกลอ งดูดาว ROTAR 2 ขึ้นเน่ืองจากปจจุบนั อุปกรณและเคร่ืองมือทางดาราศาสตรป ระเภทกลองโทรทศั นข นาดใหญมรี าคาสงู ซ่ึงจะตองนาํ เขา จากตางประเทศและมใี ชใ นวงจาํ กัดเพยี ง 5 แหงคือ 1.หอดูดาวสริ นิ ธร จ.เชียงใหม 2.หอดดู าวเกิดแกว จ.กาญจนบรุ ี 3.หอดดู าวบณั ฑติ จ.ฉะเชงิ เทรา 4.หอดดู าวราชภัฏพระนครศรอี ยุธยา จ.อยุธยา และ 5. หอดูดาวศูนยวิทยาศาสตรรงั สติ จ.ปทุมธานี “การสรา งกลองดูดาว ROTAR 2 จะเปน ตวั กระตนุ ใหเ ยาวชนหันมาสนใจคน ควา ดาราศาสตรม ากขึ้นเพราะหลงั จากสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา อยหู ัว รัชกาลที่ 4 เปน ตนมา วงการดาราศาสตรของไทยกค็ อ นขา งเงยี บเหงามาตลอด” วา ทร่ี อ ยตรณี ัฐพล กลา ววา ในการออกแบบและสรางกลอ งดงั กลา ว ทมี งานไดรับการสนับสนุนจาก 2 หนว ยงาน คอื สถาบนั วิจัยดาราศาสตรแหงชาตแิ ละมหาวิทยาลัยเชยี งใหม ซงึ่ เม่อืไดเ ริม่ ศึกษาหาขอ มลู และออกแบบตวั กลองประมาณ 1 ป กไ็ ดส รา งแบบจําลองกลองโทรทศั น ROTAR 2 ในอตั ราสวน 1 ตอ 10 ขึน้ สว นกลอ งดูดาวขนาดจรงิ ทจ่ี ะสรา งตอไป จะเปนกลองดูดาวเสมือนจริงชนดิ สะทอ นแสงแบบชมิดท- คาสเกรน และสรา งฐานกลองอเิ ควตอเรยี ลแบบอังกฤษ โดยมเี ลนสเวาเสน ผา นศนู ยกลาง 20 น้วิ หนา4 นวิ้ มลู คา 1 ลา นบาทที่สง่ั ตรงมาจากประเทศสหรฐั ฯอเมริกาเปน สวนประกอบสาํ คัญ “กลอ งดดู าว ROTAR 2 จะเปนการสรา งกลองโทรทศั นข องคนไทยตวั ที่ 2 ของเอเชีย ซ่งึ ปกติแลวจะเปนการซ้ือใชเ ปนสว นใหญ เพราะตองเสียเวลาในการศกึ ษาหาขอ มูลและสรางตัวกลองมาก แตทีเ่ ราสรา งเองก็เพ่ือการพฒั นาบคุ ลากรไปในตวั ทาํ ใหป ระหยัดงบประมาณในการนําเขา จากตางประเทศ ลดการพ่ึงพงิเขาในการซอ มแซม ปรบั ปรุง และพัฒนา ถาหากซ้ือใชก ็จะมีราคาอยูประมาณ 6 ลา นบาท แตห ากผลติ เองก็จะมีราคาเพียงประมาณ 2 ลานบาท จะซื้อกเ็ ฉพาะเลนสท ี่นาํ เขา จากสหรัฐฯ” เมอ่ื กลาวถึงกลุม เปาหมายของกลอ งดูดาวทสี่ รา งขน้ึ วาที่รอยตรณี ฐั พล ช้แี จงวา ไดแกส ถานศกึ ษาและผทู ส่ี นใจเพ่ือใชในการศึกษาวจิ ยั ดานดาราศาสตร ซงึ่ ตอ ไปอาจใชในเชิงการพาณิชยแ ละพฒั นาประสทิ ธภิ าพเพ่ือผลิตและจําหนายแขง ขันกบั ตางประเทศ ดา นหลักการทํางานของกลอ งดูดาว ROTAR 2 นายเอกชัย ทีมงานอีกคนหน่งึ อธบิ ายวา กลอ ง

89ดังกลาวจะมีโปรแกรมติดตามดวงดาวทน่ี ําเขา จากตา งประเทศ โดยมดี าวเหนือเปนตําแหนงอา งอิง ซึ่งผูใชง านจะตงั้ คาใหบ นั ทกึ ปรากฏการณทางดาราศาสตรได ทงั้ ในดานระยะเวลาและความถ่ีในการบันทึกภาพ สวนท่ีวาเมือ่ สรา งเสร็จแลว จะนําไปติดตงั้ ณ ที่ใดน้ัน เขากลาววา ยงั ไมมีการกําหนดในขณะน้ี กลอ งดดู าว ROTAR 2 จึงเปน อีกหนงึ่ นวตั กรรมทางดา นดาราศาสตรท ตี่ องตดิ ตามและเอาใจชว ยกันตอไป ซึ่งถือไดวาเปน ยางกาวสาํ คญั ในศาสตรแขนงน้ีเลยทีเดยี ว และเช่ือไดวา เมื่อกลองดังกลอ งสรา งสําเรจ็ความภาคภูมใิ จทเ่ี กดิ จากเสยี งปรบมอื จากพีน่ องชาวไทยคงทําใหทีมพัฒนากาวเดินไปดวยยางกา วท่ีมั่นคงยิง่ พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวพระราชทานนาม “หอสรุ ิยทัศนราชมงคล” (The newly-builtSuriyatas Rajamangala Observatory) Robotic Telescopes for Thailand’s Astronomy Research 1 รศ.ดร.ประเสริฐ ปนปฐมรฐั อธิการบดมี หาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี เปดเผยวานับเปนพระมหากรุณาธคิ ุณสูงสุดตอมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวัทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ พระราชทานนามหอดูดวงอาทิตยใหก ับมหาวิทยาลัยวา ”หอสุรยิ ทัศนร าชมงคล”(The newly-built Suriyatas Rajamangala Observatory) และทรงพระราชทานความหมายวา “หอเปน ที่ดดู วงอาทิตยอนั เปน ศรีมงคลแดพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั ” ซ่ึงหอดดู าวน้เี ปน หอดูดาวคูกบั หอดูดาวเฉลิมพระเกยี รติโรงเรยี นวังไกลกงั วล ใชงบประมาณในการออกแบบและสรางทงั้ 2 หอเปนเงนิ 12 ลานบาท โดยมคี ณะวิศวกรรมศาสตร และคณะวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มทร.ธัญบรุ ี เปนผรู บั ผดิ ชอบโครงการ

90 สําหรับหอสรุ ยิ ทัศนร าชมงคลแหงนี้ ไดมกี ารพัฒนาศักยภาพของกลองโทรทรรศนขนาดใหญทสี่ ุดท่ีสรา งข้นึ ในประเทศไทย มีขนาดเสนผาศนู ยกลาง 600 มม. ชื่อวา กลอ ง “ROTAR I” ซ่ึง มทร.ธญั บุรีไดจ ดั สรางข้ึน เพ่ือใชใ นหอดดู าว และไดรบั การยอมรบั อยางกวางขวาง ใหเปนหอสังเกตการณส ุริยะแหง แรกของประเทศโดยมีวัตถุประสงค เพ่อื ใชในการศึกษาเก็บรวบรวมขอมลู ทีไ่ ดจ ากดวงอาทิตยจ ากกจิ กรรมตางๆ ในบรรยากาศของดวงอาทติ ย เพอื่ เปน เครือขายแลกเปล่ียนขอมลู ระหวางหอสรุ ยิ ทัศนราชมงคล กับหอสงั เกตการณสุรยิ ะตางๆทว่ั โลก เชน Udaipur Solar Observatory ประเทศอินเดีย และ Kitt Peak National Observatory(KPNO) รวมถึงเพ่อื ใชศึกษาปรากฏการณต างๆจากดวงอาทิตยเพื่อหาสาเหตุ ปอ งกัน และแกไข ผลกระทบของดวงอาทติ ยทม่ี ตี อโลกของเราในอนาคต นอกจากนี้ มทร.ธญั บรุ ี ยงั หวงั ทจี่ ะใหสถานทแี่ หง นีเ้ ปน ศนู ยสารสนเทศและถายทอดองคความรเู กีย่ วกับดวงอาทติ ยและระบบสุริยะของประเทศ สนองนโยบายของรฐั ดา นวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ดา นเศรษฐกิจและสังคม การจัดการศึกษาตามแนวปฏิรปู การศึกษาและพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหงชาติอธิการบดี มทร.ธญั บรุ ี กลา วตอวา ทผี่ า นมามหาวทิ ยาลยั ฯ ไดม กี ารเตรียมความพรอมใหก บั บุคลากรโดยไดส ง บุคลากรเขา ฝก อบรมและศึกษาดูงาน ณ Udaipur Solar Observatory ประเทศอินเดีย และ KittPeak National Observatory (KPNO) ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ซ่งึ เปน หอสงั เกตการณสุรยิ ะท่มี ชี ่ือเสยี งของโลก โดยมทร.ธญั บุรี เชอ่ื วา ความรูที่ไดร บั จากการศกึ ษาดงู านในคร้ังนี้ บุคลากรทีเ่ ขา รับการฝกอบรมจะนาํ มาใชกับหอสุริยทัศนร าชมงคล เพื่อทําใหม หาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรีเปน ศูนยก ลางของสารสนเทศและศนู ยถา ยทอดองคความรเู กี่ยวกบั ดวงอาทิตยแ ละระบบสุริยะของประเทศ รวมถึงไดผ ลงานวจิ ยัทางดานดาราศาสตรโดยเฉพาะ ทเี่ กย่ี วของกบั ดวงอาทิตยทเี่ ปนองคความรูใ หมแ ละมคี ุณภาพ ระดับสากลเผยแพรใ นระดบั ประเทศและนานาชาติ

91โครงการ “ยกระดบั คณุ ภาพชวี ิตของหมบู า น ชมุ ชน แบบมสี วนรวม 84 หมบู านชุมชนเฉลิมพระเกยี รติ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบรุ ี เขา รว มโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็พระเจา อยหู วั ในวารศภุ มงคลทรงเจรญิ พระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในโครงการ “ยกระดับคณุ ภาพชีวิตของหมูบา น ชมุ ชน แบบมีสว นรว ม 84 หมบู านชมุ ชนเฉลมิ พระเกียรติ”โดยมี ผศ.สมุ านิการ จนั ทรบ รรเจิด ผชู วยอธกิ ารบดี เปน หวั ขบวนใหญในการขบั เคล่ือนโครงการซงึ่ รว มกบั สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษาและกลุม มทร. อกี 8 แหง ภาพเบื้องหลังของโครงการน้ี คอื ความหนักแนนและม่ันคง ที่เปน อกี หนงึ่ ภารกิจสาํ คัญของการเปน สถาบันอุดมศึกษาทที่ ําหนา ทบ่ี ริการวชิ าการ จนประสบความสาํ เร็จในโครงการ ถอื เปนตวั อยางที่นา ศึกษาและควรคา แกก ารเลาสกู นั ฟง หน่ึงภารกิจสาํ คัญของการเปนสถาบนั อุดมศึกษาทีท่ ําหนาท่บี ริการวิชาการ จนประสบความสาํ เร็จในโครงการ ถือเปนตัวอยา งทนี่ าศึกษาและควรคา แกการเลาสกู นั ฟง ผศ.สมุ านิการ จนั ทรบ รรเจิด เลา วา ”โครงการนเี้ ปน โครงการท่ีทําถวายงานแดพ ระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัว สนองพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงหว งใยความเปนอยูของราษฎร โดยดําเนนิ การเพ่อื ยกระดบั คุณภาพชีวติ ของคนในชุมชนตางๆ ใหสามารถดาํ เนนิ ชีวิตอยางพออยพู อกนิ มคี วามสขุ บนวถิ ีแหง เศรษฐกิจพอเพยี งตามแนวพระราชดาํ ริ ซึ่งไดม อบหมายใหห นว ยงานทั้ง 10 คณะ และ1 วิทยาลยั ในสังกดั มทร.ธญั บุรี ลงพนื้ ที่คัดเลือกชมุ ชนเปา หมายและสาํ รวจความตอ งการของชุมชนวา ตองการไดร ับการยกระดับคุณภาพชีวติ ในเรื่องใด เพอื่ เขา รวมโครงการแลวจดั ทําแผนงานตอเนื่อง เร่ิมตง้ั แต 1 ต.ค.53 – 30 ก.ย. 58 มีจาํ นวนท้ังหมด 11โครงการในเขตจังหวดั ปทมุ ธานี 8 แหง และนอกเขต 3 แหง คือ จังหวดั สมทุ รสาคร ปราจนี บรุ ีและนครนายก “ตอนน้ดี าํ เนนิ โครงการมาเปนระยะท่ี 4 ซึ่งเปนระยะสดุ ทายของโครงการ อยภู ายใตหลกั การดาํ เนินงาน “เทดิ ไทองคร าชันสรางสรรคช มุ ชน สรางคนสรา งอาชพี ” ดว ยการนาํ ความรู ประสบการณ ความเช่ยี วชาญตางๆ ท่ีนอมนาํ เอาองคความรจู ากแนวพระราชดํารหิ ลักการทรงงานท่ีอยบู นรากฐานคุณธรรมความดีทีท่ รงชีแ้ นะและทรงวางใหเปนหวั ใจของการดาํ รงชวี ิต คอื ความขยนั อดทน ไมโลภ มคี วามเมตตากรุณาเอ้ือเฟอแบง ปนสามัคคีกนั ถา ยทอดสูชุมชนเปาหมายจากคณะทํางาน มทร.ธญั บรุ ี กป็ ฏิบัติตัวเดนิ ตามรอยพระยุคลบาทดว ย จนเกิดผลประโยชนและสรางคุณคา ตอชมุ ชนมากมายตัวอยางบางสวนของโครงการ เชน ชมุ ชนบานบอ ทอง อําเภอกบนิ ทรบ ุรี จังหวัดปราจนี บุรี ผคู นในชุมชนไดร ับความรูจากโครงการและสามารถ

92ดําเนนิ การเปน รูปธรรมไดท ําใหท างองคการบริหารสว นตาํ บลบอทองเหน็ ความสาํ คัญของโครงการจึงจดั สรรงบประมาณสนบั สนุนแกคณะทาํ งานในการทําโครงการตอเนอ่ื ง เพ่ือใชใ นการจัดสรางเครื่องผลติ ไบโอดีเซลจากนาํ้ มันพชื ใชแลว ทาํ ใหค นในชมุ ชนไดรถู งึ ประโยชนของการใชน้ํามันพชื ทชี่ ว ยประหยัดคา ใชจ า ยไดอีกดว ยท้งั ยงั ชวยสรา งจิตสํานกึ ที่ดีในการรักษาสง่ิ แวดลอมหรือแมแตชมุ ชนหม3ู , 4, 5 และ 6 ตําบลหลักหก อําเภอเมืองจังหวัดปทุมธานี ท่ีไดเขารว มโครงการสรางเสริมสขุ ภาพชมุ ชนดว ยการแพทยแ ผนไทย ทาํ ใหไดแนวทางในการประกอบอาชีพของตนซงึ่ มผี ลตอ การพัฒนาคุณภาพชวี ิตของชมุ ชน” ผศ.สมุ านิการ บอกอกี วา นอกจากนัน้ ยังเกิดผลทเ่ี ปน รปู ธรรมคอื ความสามัคคเี อื้อเฟอเกื้อกลู โดยการดแู ลซึ่งกันและกนั ในชุมชน ทําใหเกดิ การมสี วนรว มของคนในชุมชนนาํ มาซ่ึงความสามคั คีของคนในชมุ ชนหรือชุมชนหมบู า นสหกรณห มูท่ี 3 ตําบลโคกขาม อาํ เภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ไดเรยี นรวู ธิ ผี ลติ ปยุ ชวี ภาพผสมหวั เชอื้ ราปฏิปก ษอ ดั เม็ด ทาํ ใหชาวชมุ ชนรวมตัวในรปู ของสหกรณ รวมกนั ผลิตปุย ออกจําหนา ยเพื่อสรา งรายไดใ หก ับชุมชนอยา งเปนรูปธรรมพรอมทง้ั ไดส ง เสรมิ ใหเปนชุมชนปลกู พืชผักสวนครวั และผลไมท ่ีทนเค็มปราศจากสารเคมตี กคาง ซ่ึงถือวา เปน การสรา งคณุ คาในดานการยกระดบั ชมุ ชนแกชุมชนโคกขามอกี แหง หน่งึ โครงการที่เปนรปู ธรรมในขณะนี้ แสดงใหเ ห็นถงึ การบริการวิชาการอยางแทจรงิ มกี ารบูรณาการทุกภาคสว นรวมกนั ซง่ึ โครงการนถ้ี ือวา ประสบความสําเร็จ เปน กิจกรรมท่ีทุกภาคสวนของ มทร.ธญั บรุ ีและองคก ารบรหิ ารสว นทอ งถ่ินทีต่ า งยดึ ม่นั นอมนาํ หลักแหงปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดําริมาเปน หลกั ดาํ เนินชวี ิตเปน แบบอยางพรอมทงั้ นอมนาํ องคความรดู งั กลาวขยายผลไปยังชมุ ชนเปา หมายเพ่ือพฒั นาใหมีคุณภาพชวี ติ ดีข้ึน เปน การสนองพระมหากรุณาธคิ ณุ เพ่ือเฉลิมพระเกยี รติและถวายเปน พระราชกุศลจนไดร ับการยอมรับ และไดร ับคะแนนสูงสุดจากการประเมินการประกันคณุ ภาพการศึกษา ทีก่ อประโยชนตอ เนอ่ื ง คือมกี ารถอดบทเรยี นหลังจากเสร็จสน้ิ กิจกรรม เพอื่ การดําเนินงานรว มกบั ชุมชนตอไปตามแผนท่ีไดกําหนดไว พรอมทงั้ กาํ หนดการตดิ ตามและประเมินผล โดยคณะทาํ งานแตล ะโครงการเพื่อรายงานผลตอมหาวิทยาลัย อนั จะนาํ ไปสูการปรบั ปรงุ พัฒนาโครงการ คณะทํางานแตล ะโครงการจะนําผลจากการถอดบทเรียนของโครงการทรี่ บั ผิดชอบมาเปนขอมูลประกอบการปรบั ปรุงจัดทาํ โครงการในปถัดไป อนั เปน การขยายผลองคความรจู ากแนวพระราชดาํ ริ โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาํ ริและหลกั การทรงงานไปยังชมุ ชนเปา หมายอกี ตอ ๆ ไป

93 ถามถงึ ปจจัยแหงความสําเร็จของโครงการ ผศ.สุมานกิ าร เผยวา การมีสวนรวมเปน ปจจัยที่สําคัญทส่ี ุด การยกระดบั คุณภาพชวี ติ แบบมสี วนรวม เปน งานทผี่ แู ทนของชุมชน ผนู ําทองถิน่ และผูแ ทนของหนว ยงานในสงั กดั มทร.ธญั บุรี รวมกนั คิด รวมกนั ทํารวมแกป ญหา รวมติดตามประเมินผล โดยการนอ มนําหลักธรรมตามแนวพระราชดําริทีพ่ ระราชทานไวคือ ความสามัคคีปรองดองการใหความสําคัญกับประโยชนสวนรวมรวมถึงการมีจดุ มงุ หมายการขยายผลของโครงการตอไป นีค่ ือความสามัคคีของคณะทํางานจากท้ัง 10คณะ และ 1 วทิ ยาลัยทม่ี ีความสําคญั ไดร วมหัวใจทุมเทและเสียสละ เชน การประชมุ รวมกันทุกวันพฤหัสแรกของเดือนจะประชุมกันชวงเยน็ เพื่อไมใหกระทบตอ เวลางาน และมผี ูมสี ว นเกย่ี วของตา งๆ เขารวมประชมุ ดว ยเชน ผูแทนจากกองคลัง ผแู ทนจากกองนโยบายและแผน และผแู ทนจากสํานักประกันคุณภาพการศกึ ษา มทร.ธัญบุรีสําคัญอยางทส่ี ดุ ผูบรหิ ารเห็นคณุ คาการทําประโยชนเ พอ่ื สวนรวม ผูบรหิ ารมีความมงุ มน่ั ทจ่ี ะปลกู ฝงใหท รัพยากรของมหาวิทยาลัย ไดซ ึมซบั หลอ หลอมหลกั การดําเนนิ ชีวิตดว ยวถิ พี อเพียงตามแนวพระราชดําริเสยี สละในการมีสวนรว มทํางานเพ่ือสงั คมเพอ่ื เฉลิมพระเกียรติ และถวายเปนพระราชกศุ ลใหการสนับสนุนจริงจงั ตอ งขอบคุณผบู ริหาร มทร.ธญั บรุ ี ทกุ ทานทีใ่ หค วามสนใจเหน็ ความสําคัญและมคี วามมงุ มนั่ ในการขบั เคลื่อนการบรกิ ารวิชาการแกช มุ ชน เมอื่ ความสาํ เร็จของโครงการปรากฏชดั และโดดเดนขึน้ จากความตอเนอ่ื งดวยแผนงานที่มีความลงตัวมกี ารบรู ณาการ สามารถปรบั เปลี่ยนเพื่อใหเขา กับบริบทไดทุกชวงเวลาและสามารถเปนโมเดล (Model) ตน แบบสาํ หรบั การยกระดบั คุณภาพชีวติ ตอไปได จึงกอ ใหเ กิดโครงการที่ตามมา คอื โครงการยกระดับคณุ ภาพชีวิตชุมชน หมูบ า น ซึง่ เปนโครงการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา ของสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี “ความรูสึกจากการลงพน้ื ท่ี ไดเหน็ หลายรอยยิ้มของคนในชมุ ชน ท่เี กิดจากการรวมมือกนั ในหลายภาคสวน ท่ีชวยกนั ยกระดบั คุณภาพชวี ติ และจดุ ประกายใหเ หน็ ทง้ั คุณคา และภมู ิปญ ญาของตนเอง 4 ปทผ่ี า นมาเปนชว งเวลาทคี่ ุมคามากสําหรับชีวิตคนทาํ งานในโครงการนี้ นอกจากจะยกระดับคณุ ภาพชวี ติ แลว ยังสรางรากฐานสงั คมใหด ํารงอยูในวถิ พี อเพียงอยา งแทจ รงิ เพ่ือใหเ กิดความยง่ั ยนื ตอไป” ผศ.สมุ านกิ าร กลา วทิ้งทา ย นีค่ อื ความภาคภูมิใจของชาว มทร.ธญั บรุ ี ทไ่ี ดมีโอกาสทําความดเี พื่อเฉลิมพระเกยี รติและถวายเปน พระราชกุศลแดพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั

94 กงั หนั ลม โครงการชัง่ หวั มัน ตามพระราชดําริ คนท่ีไปดูก็เห็นไดวา เริ่มตน ดวยไมม อี ะไรเลย แตวา ตอมาภายในวนั เดียว ทุกคนท่ีอยูในทองท่นี ้ันก็เขา ใจวา ตอ งชว ยกัน และย่งิ ในสมัยนี้ ในระยะนี้ เราตองรวมมือกันทาํ เพราะวา ถาไมมีการรวมมือกันกไ็ มกาวหนา ไมมีความกาวหนา ฉะนัน้ การที่ทา นไดท ําแลวมีความกา วหนา นเี้ ปน สิ่งท่ดี มี าก หลกั การก็อยทู ่ีทุกคนตอ งชวยกนั เสียสละ เพื่อใหกิจการในทองท่ีกาวหนา ไปดวยดี กาวหนา ไดอยางไร กด็ วยการชวยเหลือกัน แตก อนนน้ั เคยเหน็ วากิจการทีท่ าํ มกี ลุมคนกลุมหน่ึงทาํแลวก็ทําใหก าวหนา แตอนั นี้มนั ไมใ ชกลุม หนึง่ มันท้ังหมดรวมกันทํา และกม็ ีความกา วหนาแนน อน อนั น้ีกเ็ ปนสิ่งท่ีมหศั จรรยและเปนสง่ิ ทท่ี ําใหม คี วามหวัง มีความหวงั วา ประเทศชาตจิ ะกาวหนา ประเทศชาตจิ ะมีความสําเรจ็ ” พระราชดาํ รสั พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั ในวันท่ี 21 ส.ค. ป 2552 ท่ี ทางโครงการชั่งหวั มนั ตามพระราชดาํ ริ ไดน อ มนํามาเปนหลักปรัชญาในการดําเนินงาน พรอมท้งั พสิ ูจนใหเ หน็ ผลด่ังพระราชดําริ ในการรว มมือกนั การชวยเหลือเก้ือกลู และความเสยี สละของทุกคน ทกุ ฝาย สามารถสรางประโยชนและความกาวหนา มาสชู มุ ชนและประเทศ ดังตวั อยา งใน โครงการชง่ั หวั มัน ตามพระราชดําริ ตาํ บลเขากระปุกอําเภอทายาง จงั หวดั เพชรบรุ ี โครงการสว นพระองค โครงการลา สดุ ทีพ่ ลกิ ฟนพื้นท่แี หงแลง ของแปลงยูคาลิปตัส ใหก ลายเปนพน้ื ท่ีเขียวขจีอดุ มสมบรู ณไปดว ยพันธพุ ืชทางเศรษฐกิจนาํ พาราย ได และยงั เปนโครงการตวั อยางทางดา นพลังงาน ปจจบุ นั โครงการชง่ั หัวมนั ตามพระราชดาํ ริ นอกจากจะกลายเปนแหลง ศึกษาเรียนรูแ ลว ยังเปนแหลงทอ งเทยี่ วของจังหวัดเพชรบรุ ี ที่ท้ังภาครัฐและเอกชนสนใจเขา ไปดูงาน รวมทั้งคณะกองประกวดนางสาวไทยประจาํ ป 2553 ท่ไี ดนําผูเ ขาประกวดไปศกึ ษาเยย่ี มชมโครงการ อันเปน หน่งึ ในกจิ กรรมการเก็บตวั ดว ย โอกาสนี้ ชนินทร ทพิ ยโภชนา ผูจ ัดการโครงการช่ังหัวมัน ตามพระราชดําริ และเจา หนาทกี่ องงานสว นพระองค สํานกั พระราชวัง ไดเลาถึงโครงการอนั นาภาคภูมใิ จทตี่ นมีสว นรบั ผิดชอบ โดยเกรนิ่ ถึงทม่ี าของโครงการช่งั หัวมนั ตามพระราชดาํ รินว้ี า

95 “โครงการน้เี ร่ิมมาจากเมือ่ ปลายป 2551 พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั ทรงซื้อทดี่ นิ จากชาวบานท่ีบริเวณอางเก็บนํา้ หนองเสือ บา นหนองคอไก หมูที่ 5 ตําบลเขากระปุก อําเภอทายาง จงั หวดั เพชรบุรี เนอื้ ที่ประมาณ 120 ไร ตอมาเมอ่ื กลางป 2552 ทรงซอื้ แปลงติดกนั เพ่ิมอีก 130 ไร รวมเน้อื ท่ีทงั้ หมด 250 ไร ท้งั น้ีเพือ่ ทาํ ใหเ ปน พืน้ ที่ปดลอม และพระองคท รงมอบหมายใหคุณดิสธร วชั โรทยั รองเลขาธิการพระราชวงั เขามาดแู ลวา บรเิ วณตรงน้ีทําอะไรไดบ า ง ซงึ่ สภาพพื้นทเี่ ดมิ เปน แปลงปลูกยคู าลปิ ตัส เปนแปลงเกา พ้นื ดินสว นใหญจะเสีย มแี ตร ากเนา เรามาปรับปรงุ รือ้ รากหนอยูคาลปิ ตัสเกา ออก ซึ่งไดร ับความชว ยเหลือจากชาวบา นยอมใหเราลากตน ยูคาลปิ ตสั ผา นทด่ี ิน และไดนาํ มันเทศมาปลูก”ชอื่ โครงการนมี้ ีความเปน มาอยางไรคะ “จากท่ีคณุ ดิสธรเลาใหฟง มีอยวู า ครง้ั ทพี่ ระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวประทับที่วงั ไกลกังวล กอ นเสด็จพระราชดาํ เนนิ กลับกรุงเทพฯ ทรงมีพระประสงคใ หนาํ มนั เทศที่ชาวบานนาํ มาถวายวางไวบนตาชั่งแบบโบราณ ซงึ่ อยูในหองทรงงาน และเม่ือเสด็จพระราชดําเนินมายงั วังไกลกังวลอีกครง้ั จึงพบวามันเทศที่วางไวบนตาชั่งมีใบงอกออกมา พระองคทรงมรี บั ส่งั ใหน ําเอาหวั มนั น้ันไปแยกกระถางปลูกไวใ นวงั ไกลกังวล แลวพระราชทานพนั ธุม นั เทศท่งี อกออกมานี้ มาปลกู ไวท นี่ ่ี พรอมทัง้ พระราชทานชื่อโครงการวา ช่งั หัวมัน ตามพระราชดําริ อีกทั้งยงั ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหพฒั นาเปนศนู ยรวมพชื เศรษฐกิจนานาชนิด และเปนแนวทางใหเกษตรกรเรยี นรูและศึกษา และพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั เสดจ็ พระราชดําเนนิ มาทรงเปดโครงการดวยพระองคเ อง เม่ือวันที่ 1 ส.ค. ป 2552″การทํางานชว งแรกเปน อยา งไรบา งคะ “เรยี นรตู ลอด การปลูกมันเทศชว งแรกแมลงกนิ หมด แตเราพยายามท่จี ะปลูกเพื่ออนุรักษพันธมุ นั เทศนไี้ ว จากน้นั พยายามทําใหเ ปนไรทางเศรษฐกิจ โดยไปศึกษาขอ มลู จากรา นโกลเดนท เพลส วา พชื ผกั ชนิดไหนขายดีบา ง ตอนนีเ้ ลยมพี ืชผกั ที่เชิดหนาชูตาเยอะ ท้ังหนอไมฝ รง่ั , มะนาว ซ่ึงมะนาวนเ้ี ปนพนั ธุโบราณ มะนาวแปน เพชรบุรี เปน พนั ธเุ ดิมท่มี ีอยูที่ไรแลว ปจจบุ ันภายในโครงการก็มยี างพารา, สวนมะนาว, ไรอ อย, มะพรา ว,สบั ปะรด, หนอไมฝรั่ง, ชมพูเพชร, ขา วโพด, พืชผกั สวนครวั ตางๆ อาทิ มะเขือเทศ, กะเพรา, โหระพา แลว ยงัปลกู ขา วดวย”

96นอกจากผลิตผลทางการเกษตรแลว โครงการยงั ผลติ ไฟฟาดวยใชไ หมคะ “ครับ พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั ทรงมีพระราชดาํ รัสใหนําพลงั งานลมมาใชใ หเกิด ประโยชนเน่อื งจากโครงการมีลักษณะภูมศิ าสตรที่เหมาะสม จึงพระราชทานทรัพยสวนพระองคใ หติดตัง้ กังหนั ลมจาํ นวน10 ตวั เพอ่ื เปน ตัวอยา งทางดานพลังงาน อีกท้ังยงั สามารถผลิตไฟฟาขายใหกับการไฟฟา สว นภูมภิ าค โดยมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบุรี และบรษิ ัทพระพายเทคโนโลยี จํากัด รวมกนั ออกแบบตดิ ต้งั กังหันลมและระบบจําหนายไฟฟาดว ยครบั ”จุดเดนของโครงการน้ีคืออะไรคะ “คือการบรู ณะพื้นทค่ี รบั เราชวยกนั ทาํ พ้ืนที่ท่แี หง แลงจนกลายมาเปน พน้ื ทส่ี เี ขยี วขนาดนี้ ทแี รกไมม ีใครเชอ่ื หรอกครบั วา เราจะสามารถทําไดข นาดน้ี แตท ุกคนชว ยกันทั้งชาวบาน ทงั้ หนว ยงานราชการและเอกชน เอาปุยคอกมาลง เอาพชื มาบํารงุ ดิน มาทแี รกถอดใจเหมือนกัน เพราะไมมีน้าํ สุดทายก็ไดก าํ ลังใจจากบุคคลตา งๆ ไดชาวบานมาชวยพระองคทานครบั ”จึงกลายเปน ปรชั ญาในการทาํ งานของท่ีนที่ ่ชี ว ยเหลอื เก้อื กูลและรว มมือกันทํางาน “ครบั ทางกองงานสวนพระองคไ ดป ระสานงานขอความรว มมือจากหนว ย งานตางๆ ทัง้ ภาครัฐและเอกชน ใหเ ขามาชว ยกันปรับปรงุ พฒั นา ไมวา จะเปนการทําถนนทางเขาโครงการ ขดุ สระเกบ็ น้าํ กอสรา งอาคาร ติดต้ังระบบไฟฟา ขุดเจาะบอ บาดาล ฯลฯ รวมไปถึงความรว มมือจากชาวบา นละแวกนดี้ ว ย โดยปกติทุกวนั พฤหสั บดจี ะมีชาวบานมาชว ยกันลงแขก มาชว ยกันทํางานเอาแรงงาน เอาเครื่องไมเ คร่ืองมือมาชว ยกนัปลูกพชื ไร ทางเราก็ออกคาใชจา ยบางสว น พอทําเสรจ็ ผลผลติ เขากย็ กใหท างโครงการ แลว เขาก็จะเวยี นกันมานัดกนั มาเปนกลมุ อยา งเมื่อเร็วๆนลี้ งมะนาวแปลงใหม กลุมเกษตรกรท่ีปลูกมะนาว มาชวยทําถวายพระองคทานทงั้ หมด เอามาตัง้ แตพนั ธุมาปลกู มาดูแล คือทกุ คนก็มาดว ยใจ เห็นแลวกช็ ื่นใจครับ”พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั เสด็จพระราชดําเนนิ มาทรงดูงานท่ีนี่บา งไหมคะ “พระองคทานเสด็จพระราชดําเนินมา 3 ครั้ง ไดเ สด็จฯมาทรงเปด โครงการดวยพระองคเอง และเสด็จฯมาทรงดูงานอีก 2 ครงั้ ทรงพระสาํ ราญทุกคร้งั ท่เี สด็จฯมา เคยเสด็จฯตอน 3 ทมุ แลว เสดจ็ ฯกลบั ตอนตี3 เมื่อเสดจ็ ฯมาแลวจะใหรถยนตพระทีน่ ัง่ จอดไว แลวประทับรถยนตพ ระทีน่ ่ังคนั เกา ๆ เสด็จฯดูพืชไรใ นโครงการ เวลาทมี่ าทรงงาน จะทรงแนะนาํ วา ตรงไหนควรปลกู อะไร ทาํ อะไร และรับสั่งใหเ รารวบรวมปลกู พชืเศรษฐกจิ เพื่อทาํ ใหชาวบา นดูวาเราทําได ปลูกได เขากท็ าํ ไดเ ชนกัน ซง่ึ เราจะถายรูปทํารายงานทลู เกลา ฯถวายทุกวนั วา วันนี้ปลกู อะไร ตัดอะไรขายบา ง หรอื มีปญหาตรงไหน”รสู กึ อยา งไรคะ กบั การไดมีสวนรว มในการทาํ งานโครงการสวนพระองค “ผมทาํ งานในสว นกองงานสว นพระองคมา 12 ปแลวครับ ไดม าทาํ งานตรงน้ีมีโอกาสรับใชพระองคทาน และทํางานรว มกับมลู นิธริ าชประชานุเคราะห ตองบอกวา ภูมิใจหาทีส่ ดุ มิไดครับ เหมอื นเราไดท ํางานเพื่อประเทศชาติ มันยิ่งใหญนะครับ อยา งโครงการนี้ รูสกึ ภมู ิใจทเ่ี ราทํามาไดข นาดน้ี และดนิ แดนนเ้ี หมอื นเนรมิตเพราะพอพระองคทานมีรบั ส่ังใหปลกู อะไร เดยี๋ วก็พรึ่บข้ึนมาเหมือนเนรมิตได จากที่เม่ือกอนไมมอี ะไรเลย ทําใหเ ราเห็นถึงความรวมมอื รวมใจกนั จรงิ ๆครับ” โครงการ ชั่งหวั มนั ตามพระราชดาํ ริ จึงเปนโครงการตนแบบแทจ รงิ และสะทอนใหเหน็ ถึงปรชั ญาตามพระราชดํารสั ในความรวมมือรวมใจของทุกคน นํามาซ่ึงความสําเร็จท่ยี ง่ิ ใหญนน่ั เอง

97หุนยนตค ณุ หมอ หุนยนตเปน ส่งิ ประดิษฐที่สําคญั อยางย่ิง ที่จะใชไดในอนาคต หุน ยนตจะใชแ ทนมนุษย สตั วเคร่ืองมอื ฯลฯ เพื่อใหทํางานในทที่ ี่มนุษยเ ขาไปไมได เชน ในทท่ี ีม่ คี วามรอนสูงหรือมคี วามเย็นจัด มนุษยหรือสตั วไมสามารถเขา ไปได แตห นุ ยนตเขา ไป ได รวมทงั้ ใตน ํ้า หรือในอวกาศ หรอื ในที่ท่มี ีการตดิ เชื้ออยา งรุนแรงหุน ยนตอ าจจะมีขนาดเลก็ หรอื ใหญ หรอื มีรปู รา งอยางใดก็ได แลวแตความประสงคข อง ผใู ชงาน หรอืจะใชบ ังคับจากทใี่ ด ที่หน่ึงท่ีอยูไ กลๆ ก็ได เชน การผาตดั ขา มโลกดวยหุนยนตแ ทนศัลยแพทยผ ชู าํ นาญ ใชในการสูรบและทาํ ลายศตั รูก็ได เมือ่ เขาไปใกลศ ัตรู หุน ยนตก็จะถกู กดปุมใหระเบดิ ตวั เอง ทาํ ใหศ ัตรถู ูกระเบดิไปดว ยประโยชนของหนุ ยนตมีอีกมากมาย เพราะหุนยนตทาํ งานซ้ําๆกนั ไดโ ดยไมผ ดิ พลาด ไมรูสึกเหนด็ เหน่ือยหรืองว งนอน และสามารถสรางความสนใจได ประการสดุ ทา ยคือ หนุ ยนต สามารถทํางานตามคําสงั่ ไดอยางดีย่งิ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราชทรงเขาพระทยั ในเรอ่ื งน้เี ปน อยางดวี า หุนยนตก ค็ ือยอดของ “ไอที” นนั่ เอง พระองคมีพระราชประสงคทจี่ ะปลกู ฝง ใหส ราง “หนุ ยนต” ขึ้นในประเทศไทย เพื่อจะไดน าํ ไปใชใ นกจิ การตางๆ ท้ังในการสื่อสาร การเรยี นการสอน การอตุ สาหกรรม การแพทย ฯลฯ ซึง่ สถานท่ีทจี่ ะปลกู ฝงสงิ่ เหลา น้ีไดดีท่สี ดุ คือ สถานศกึ ษา

98 เม่อื ปพ ทุ ธศักราช ๒๔๙๗ พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัว ไดเสด็จพระราชดําเนนิ ไปทรงเปดงานศิลปหัตถกรรมนักเรยี น ที่จัดขึน้ เปนประจําทุกปท่ี โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวิทยาลัย เพื่อใหน ักเรียนไดแสดงผลงาน ความรูค วามสามารถ และไดแลกเปลย่ี นความรูกันระหวา งนักเรยี นและนกั ศกึ ษา ตลอดจนไดท ํางานรวมกัน อนั เปนเหตุใหเกิดความสามัคคี และไดช วยกันพัฒนาความรู ศิลปวิทยา และศลิ ปหตั ถกรรมใหเจริญกาวหนา เม่ือพระองคทรงเปดงานเรยี บรอยแลว ไดท อดพระเนตรผลงานของนักเรียน นักศึกษา ดวยความสนพระทัย และทท่ี รงสนพระทยั มาก คือ รถยนตขนาดใหญบังคบั ดวยวทิ ยุ ท่ีสามารถใชง านไดจ รงิ ๆ ซง่ึเปน ผลงานของวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ (ปจ จบุ ันคือ สถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล วทิ ยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ)แลวมี พระราชกระแสรับส่งั ถามอาจารยสนัน่ สมุ ิตร ผูอาํ นวยการวทิ ยาลัยเทคนิคกรงุ เทพฯในขณะนั้นวา “ทําหุนยนตท่ีเดินไดไดไหม ?” อาจารยส นนั่ จึงกราบบงั คมทูลตอบไปวา “ได พะยะคะ” รับสงั่ ถามตอไปวา “จะตอ งใชเ งนิ เทาใด ?” อาจารย สนนั่ สมุ ิตร กราบบังคมทลู วา “ประมาณ๒๐,๐๐๐ บาท พะยะคะ” พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัวทรงรบั สงั่ วา “จะใหเ ขาจดั เงนิ ให” ตอ มาไมนานนกั พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัวกพ็ ระราชทานพระราชทรัพยสว นพระองคแ กวิทยาลยั เทคนคิ กรุงเทพฯ จํานวน ๒๐,๐๐๐ บาท เพอ่ื สรางหนุ ยนตต ามพระราชประสงค อาจารยสน่นั สมุ ติ ร ไดปรกึ ษากับอาจารยสวสั ดิ์ หงษพรอ มญาติ หัวหนาแผนกวทิ ยุ วิทยาลยั เทคนิคกรุงเทพฯ ซงึ่ เปน ผสู รางรถยนตบงั คบั ดวยวทิ ยุ วาจะทําอยา งไรจงึ จะสรา งหุน ยนตไดตามพระราชประสงคอาจารยสวัสด์ิ หงษพรอมญาติ ก็รบั รองวา สรางไดแนนอน จงึ ไดเรมิ่ ลงมือสรา งทนั ที โดยมีอาจารยส วัสด์ิหงษพรอมญาติ เปน แมง านในขณะน้นั งานดา นอิเล็กทรอนิกสยังไมก าวหนา นัก เครอื่ งวิทยยุ งั ใชห ลอดอยู

99แตเน่อื งจากอาจารยส วสั ดิ์ หงษพรอมญาติ เชย่ี วชาญท้ังดานอเิ ล็กทรอนิกส และดา นแมกแคนิกสอกี ท้ังชางวทิ ยุมเี ครื่องกลึงและเลอ่ื ยสายพานที่สามารถใชต ัดโลหะไดท ุกอยา ง จึงไดใ ชเ ลือ่ ยตัดอะลมู ิเนยี มใหเปนตัวหนุ ยนตและแขนขาหนุ ยนต สวนหวั หนา และมือ ใชว ธิ ีปนและทาสี ซ่งึ ทาํ ไดเ หมือนคนมาก เคร่ืองรับสงและเครื่องบังคับวทิ ยจุ ะอยูท ี่ทองของหนุ แลวใสแบตเตอร่ีและสายพานทเ่ี ทาหุน ทาํ ใหหุนเดนิ ไดเครอ่ื งสงและอุปกรณท่จี ะบังคบั ใหหุนเดิน ยกมือไหว พดู ฟง โตต อบ และทํางานไดอกี หลายอยา งจะอยูนอกตวั หนุ หุนจะเดนิ ไดด ว ยการบังคบั จากภายนอกเมอื่ สรางเสร็จเรียบรอ ยแลว จึงนาํ มาทดลองใชง านดู เมื่อเหน็ วาใชไ ด อาจารยสนั่นจงึ ไดนําความกราบบงั คมทลู ใหท ราบฝา ละอองธลุ พี ระบาทวา หุน ยนตไดส รา งเสรจ็ แลวตามพระราชประสงค โดยท่ีสวนประกอบทกุ ชิน้ สรางในแผนกวทิ ยุ ของวทิ ยาลยั เทคนคิ กรงุ เทพฯพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัวมพี ระราชกระแสรับส่ังใหน าํ หนุ ยนตคณุ หมอไปแสดงในงานกาชาดที่สถานเสาวภา ปรากฏวา หนุ ยนตค ุณหมอพระราชทานชวยประชาสมั พันธง านไดอ ยา งดยี ง่ิ ทัง้ ยังใหค ําแนะนาํในเรอ่ื งการรกั ษาสขุ ภาพอนามัยแกป ระชาชนทมี่ า ชมงาน ตลอดจนตอบปญ หาทางจิตไดเ ปนอยางดี โดยมีอาจารยสวสั ด์ิ หงษพ รอมญาติ คอยควบคุม และบางคร้ังก็มอบหมายให นายอดุ ม จะโนภาษ และอาจารยวิทยาลัยเทคนคิ กรุงเทพฯ แผนกวทิ ยุ ชว ยควบคมุ และตอบปญหาตางๆ การแสดงหุนยนตใ นงานกาชาดครง้ั นน้ันับวาประสบผลสําเร็จอยางดีย่ิง การสรางหุนยนตใ นครงั้ นน้ั ทาํ ใหท ราบวา มีคนอกี จํานวนมากท่ีตองการที่พง่ึ โดยวนิ จิ ฉยั จากการที่ผูคนมาถามปญหากับหุนยนตคณุ หมอ ถามหี นุ ยนตคณุ หมอคอยตอบปญ หา ก็จะชว ยประชาชนทีม่ ีปญ หาทางจติ ไดมาก เพราะคนไขไมตองอายหมอ พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั ไดพ ระราชทาน หุนยนตคณุ หมอแกว ทิ ยาลยั เทคนคิ กรุงเทพฯ สําหรับไวใชส อนนกั ศึกษา ทําใหน ักศึกษาของวทิ ยาลยั เทคนิคกรุงเทพฯไดเรยี นเกีย่ วกับการ โทรคมนาคม คอื การ

100ตดิ ตอ สือ่ สารทางไกล เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยีอัตโนมัตจิ ากหนุ ยนต เพราะหุนยนตน ้นั ก็คือ“ไอที” หรืออินฟอรเ มชน่ั เทคโนโลยี (Information Technology) ตวั หุนยนตเ ดนิ ได ทาํ งานได เคล่อื นไหวได เปน เทคโนโลยอี ตั โนมตั ิ หุนยนตพูดได ตอบปญหาได ฟงได วนิ จิ ฉยั โรคได เปนเทคโนโลยีโทรคมนาคมหุน ยนตจ าํ ได และทํางานตามโปรแกรมได คือ เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร ดว ยสายพระเนตรทีย่ าวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจา อยูห วั ทรงเห็นวาในท่ีท่ตี ดิ เช้อื คุณหมอที่เปนคนจะเส่ยี งตอการติดเช้อื ถา ใช หนุ ยนตคุณหมอจะไมมีอันตราย และคนยอ มตอ งการใหคณุ หมอท่ีคลายคนรักษามากกวา คุณหมอในรปู อ่นื ๆ หุนยนตคุณหมอพระราชทานจะมีความทนั สมยั อยูเสมอ และจะพัฒนาใหใ ชไดนับรอยนับพนั ป เพราะถาไมส ามารถรกั ษาคนไขด วยคุณหมอท่ีเปนคนได การรักษาดว ยหนุ ยนตท่คี ลายคน กด็ กี วา การรกั ษาดว ยวิธีอื่นๆ ในปพทุ ธศักราช ๒๔๙๘ คงจะไมมใี ครคาดคิดวา ตอ ไปในวนั ขางหนาจะมีโรคตดิ ตอ อยางรายแรง ซงึ่คุณหมอท่เี ขาไปรักษาคนไขอ าจ ตดิ เชอื้ โรครา ยจากคนไขได เชน คณุ หมอที่เขา ไปผาตัดผูท่ีปวยเปนโรค“เอดส” ท่ปี ระสบอบุ ัตเิ หตุ คุณหมอจะไมม ีโอกาสตรวจเลอื ด กอนไดเ ลย และถาเลือดของผูปวยเขา ไปใน ตวัของคุณหมอ คุณหมอก็จะติดเชือ้ โรครายได หากใชห นุ ยนตคุณหมอผาตัด หรือรักษาคนไข หุน ยนตค ณุ หมอจะไมต ิดเช้ือโรคอยางแนน อน นับเปนคุณสมบัตเิ พยี งขอเดยี ว ในจาํ นวนอีกหลายขอ ทีจ่ ะแสดงใหเ ห็นวา พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห วั มีพระราชดําริกวา งไกลเพียงใด เหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัวจึงมีพระราชประสงคใหสรา งหนุ ยนตคุณหมอ อาจจะเปนเพราะพระองคทรงหว งใยคุณหมอ ทง้ั ที่จะตองเผชิญกบั เช้อื โรคอยา งไมม ีทางหลีกเลยี่ ง เพราะคุณหมอตองมีจรรยาบรรณ เม่ือพบคนเจ็บปวยก็ตองรักษา แมจ ะทราบวาตนเองอาจไดร บั อนั ตราย แตถามีหุนยนตค ุณหมอชว ยรกั ษาในท่ที ่ีมีการติดเชื้อ คุณหมอที่เปนคนกจ็ ะปลอดภัย แมว า ขณะนจ้ี ะมกี ารผา ตัดผา นดาวเทยี มโดยหุนยนตแลวกต็ าม แตหุน ยนตน้ันกม็ ีหนา ตาไมเ หมือนคุณหมอ หุนยนตท ่หี นา ตาเหมอื นคุณหมอ ทเ่ี ปนคนใจดียอมทํางานไดดีกวา และเมอ่ื ไดรบั การพฒั นากจ็ ะมีประสทิ ธิภาพกวาหนุ ยนตชนดิ อื่น ขณะนีม้ หี นุ ยนตคุณหมอตวั เดียวในโลก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook