นาฏศิลป์ นานาชาติ โดย นางสาวธนัชญา มุ่งวิชา ม.6.2 เลขที่ 17
คำนำ สมุดเล่มเล็กเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ศ33102 ศิลปะ6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง นาฏศิลป์นานาชาติ ได้แก่ นาฏศิลป์อินเดีย นาฏศิลป์จีน นาฏศิลป์ ญี่ปุ่น นาฏศิลป์มาเลเซีย นาฏศิลป์อินโดนีเซีย และได้ศึกษาอย่าง เ ข้ า ใ จ เ พื่ อ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ กั บ ก า ร เ รี ย น ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือ นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อ ผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
สารบัญ หน้า เรื่อง 1-3 4-7 น า ฏ ศิ ล ป์ อิ น เ ดี ย 8-10 น า ฏ ศิ ล ป์ จี น 11-13 น า ฏ ศิ ล ป์ ญี่ ปุ่ น 14-16 น า ฏ ศิ ล ป์ ม า เ ล เ ซี ย น า ฏ ศิ ล ป์ อิ น โ ด นี เ ซี ย
1 นาฏศิลป์อินเดีย
2 มณีปุรี มณีปุรี เป็นการแสดงละครของชาวไทยอาหม ในรัฐอัสสัม ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนชาวมองโกล เรียกเมืองหลวงของตนว่า “มณีปุระ” และเรียกการ แสดงละครของเมืองนี้ว่า “มณีปุระ” การแสดง ผู้แสดงจะต้องมีความสามารถ มีฝีมือ ได้รับการฝึกหัดจนเกิดทักษะ ในการแสดง เพราะเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงเป็นศิลปะเก่าแก่ประจำชาติ รูปแบบของ การแสดงมีสองรูปแบบ คือ ระบำกับละคร เนื้อเรื่องที่แสดงนำมาจากวรรณคดี ส่วนมากนิยมแสดงเรื่องพระกฤษณะ ตอนความรักของนางราธากับพระกฤษณะ
3 เครื่องแต่งกาย แต่งกายคล้ายชาวยุโรป คือ นุ่งกระโปรงบาน ที่เรียกว่า “สุ่ม” มีลวดลายสวยงามมาก เครื่องแต่งกายของผู้แสดงเป็นพระกฤษณะ แต่งแบบเก่าของพวกวรรณะกษัตริย์ นักรบ ชุดเครื่องแต่งกายระบำราสลีลา ที่เรียกว่า “ภูมิล” เป็นชุดของผู้หญิง กระโปรงยาวคล้ายสุ่ม ช่วงเอวสวมผ้าอีกชิ้น คล้ายกระโปรงสั้น เหมือนร่มกางแผ่รอบเอว สวมเสื้อกำมะหยี่แขนสั้น คาดเอวด้วยผ้าปัก สวมเครื่องประดับ ใช้ผ้าโปร่งคลุมหน้า
4 นาฏศิลป์จีน
5 การแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) อุปรากรจีนที่เป็นแบบมาตรฐาน และนับเป็นศิลปะประจำชาติ คือ อุปรากรปักกิ่ง ซึ่งการแสดงจะเน้นศิลปะด้านดนตรี การขับร้อง นาฏลีลา การแสดงอารมณ์ ศิลปะการต่อสู้กายกรรม ผู้แสดงจะต้องมีพรสวรรค์ น้ำเสียงมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังต้องมีความอดทนสูงอีกด้วย
6 องค์ประกอบของอุปรากรจีนจะประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ดังนี้ 1. ประเภทและบทบาทตัวละคร ตัวละครชายกับหญิงแบ่งออกเป็น \"บู๊และบุ๋น\" โดย ประเภทที่แสดงบู๊จะต้องแสดงกายกรรม ส่วนประเภทที่แสดงบุ๋นจะเน้นที่การขับร้อง และการแสดงอารมณ์ แต่ถ้าแสดงบทบาทที่คาบเกี่ยวกัน จะเรียกตัวละครนั้นว่า \"บู๊บุ๋น\" 2. เทคนิคการแสดง แสดงตามทฤษฎีการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย มีจังหวะ สง่างาม การเคลื่อนไหวของมือ เท้า การเดิน การเคลื่อนไหวของหนวดเครา ชายเสื้อ ขนนกที่ประดับอยู่บนศีรษะจะคล้ายกับละครใบ้ ใช้สัญลักษณ์แทนความหมาย เช่น การยกทัพใช้คนถือธงเพียงคนเดียว เดินนำหน้าแม่ทัพ กิริยาอายของสตรีจะแสดงโดย การยกแขนเสื้อมาบังใบหน้า และการแสดงว่ากำลังนอนก็แสดงโดยวางแขนไว้บนโต๊ะ แล้วนอนหนุนแขน เป็นต้น
องค์ประกอบของอุปรากรจีนจะประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ดังนี้ (ต่อ) 7 3. เครื่องแต่งกาย แต่งตามชุดประจำชาติ มีชุดจักรพรรดิ ชุดขุนนาง เครื่องทรงเสื้อเกราะ มงกุฎจักรพรรดิ หมวกขุนนาง นักรบ รองเท้าเป็นรองเท้าผ้าพื้นเรียบ ผู้แสดงแต่งหน้าเองตามบทบาทที่แสดง
8 นาฏศิลป์ญี่ปุ่น
9 ละครคาบูกิ ต้นกำเนิดของคาบูกิมาจากหญิงชื่อ โอคุนิ เกอิชาผู้แต่งกาย ด้วยชุดหรูหราอลังการ บางครั้งก็แต่งเป็นซามูไรเลียนแบบ ผู้ชายออกแสดงด้วยท่าทางการร่ายรำแปลกตา ในสมัยนั้น เรียกการแสดงของโอคุนิด้วยภาษาญี่ปุ่นว่า คาบุอิตะเอ็นชุสึ (การแสดงแปลกใหม่น่าแปลกตา) จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า \"คาบูกิ\"
10 การแต่งหน้าและการแต่งกาย คาบูกินั้นจะเน้นความฉูดฉาดอลังการ มีเอกลักษณ์ที่การแต่งหน้านักแสดง ที่เรียกว่า คุมาโดริ (Kumadori) โดยจะทาหน้าเป็นสีขาวและวาดลวดลาย ซึ่งแบ่งสีออกเป็น สีแดงคือฝ่ายดี สีฟ้าคือฝ่ายร้าย สีน้ำตาลคือตัวละครที่ ไม่ใช่มนุษย์ นอกจากนี้ยังใส่วิกผมและสวมชุดหรูหราสวยงาม การแสดง มีทั้งการร้องและการพากษ์ ท่าทางการแสดงมีแบบแผนที่เคร่งครัด เรื่องที่แสดงเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ ศาสนาและเทพนิยาย ใช้ผู้ชายแสดงล้วนแต่ง กายด้วยสีสันฉูดฉาด มีการเขียนหน้าคล้ายงิ้ว การแต่งหน้ามีแบบแผนตายตัว กำหนดว่าสีใดเป็นของตัวละครใด เช่นผู้ร้ายหน้าสีน้ำเงิน พระเอกหน้าสีขาว
11 นาฏศิลป์มาเลเซีย
12 ซาปิน การเต้นซาปิน ที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรมลายูโดยชุมชนชาวอาหรับที่ตั้งถิ่นฐานใน รัฐยะโฮร์ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ ๑๔ ซึ่งเป็นประเพณีเฉพาะของชาวอาหรับมา เลย์และได้แพร่หลายไปทั่วคาบสมุทรมลายูจนเป็นที่ยอมรับในรูปแบบศิลปะแห่ง ชาติของมาเลเซีย การเต้นซาปินจะมีทั้งรูปแบบอาหรับและมลายูซึ่งทั้ง 2 รูป แบบเป็นที่ยอมรับในรัฐยะโฮร์และมาจากประเพณีของชาวอาหรับบนคาบสมุทร ชายฝั่ งทางใต้ของเยเมน 1. ซาปินอาหรับ 2. ซาปินมลายู
13 การแสดง ซาปินมีผู้แสดง 12 คน แบ่งเป็นหญิงชายจำนวนเท่ากัน ฝ่ายละ 6 จับคู่เต้นกันเป็นกลุ่ม ใช้การยกเท้ายกขาพร้อมกันเป็นจังหวะ เครื่องแต่งกาย เป็นแบบเรียบๆ ชายใส่หมวกอิสลามหรือหมวกแขก ใส่เสื้อกั๊ก นุ่งโสร่ง หญิงนุ่งกระโปรง เสื้อรัดรูป มีผ้าแพรคลุมศีรษะ
14 นาฏศิลป์ อินโดนีเซีย
15 การแสดงเชิดหุ่นเงา หรือ วายัง ศิ ล ป ะ ก า ร แ ส ด ง ที่ เ ป็ น เ อ ก ลั ก ษ ณ์ เ ด่ น ชั ด ข อ ง อิ น โ ด นี เ ซี ย แ ล ะ ยังคงเป็นศิลปะประจำชาติที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ ศิลปะการเชิด หนังหรือเชิดหุ่นภาษา ชวาเรียกว่า “วายัง” (Wayang) หรือเรียกเต็มชื่อว่า “วายัง ปูร์วา” (Wayang Purwa) “วายัง”แปลว่า “เงา” ส่วน”ปูร์วา”แปลว่า”ความเก่าแก่” รวม กั น จึ ง ห ม า ย ถึ ง ค ว า ม เ ก่ า แ ก่ แ ห่ ง ศิ ล ป ะ ก า ร เ ชิ ด ตั ว หุ่ น ที่ ทำ จ า ก หนังให้เกิด เป็นภาพเงาบนจอผ้า
16 การแสดง แต่เดิมหุ่นเชิดทำด้วยหนังสัตว์ เรียกว่า วายัง กุลิต เรื่องที่ใช้แสดงในวายังคือ รามายณะ และมหาภารตะ โดยทำเป็นบทละครเฉพาะของ วายัง มีการแทรกเรื่องปรัชญา ข้อคิดขบขัน ในชีวิตประจำวัน นำมาเชื่อมโยงร่วมสมัยใหม่
THANK YOU
Search
Read the Text Version
- 1 - 24
Pages: