Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Unit4-com31182-m4-2020

Unit4-com31182-m4-2020

Description: บทที่ 4 การออกแบบเทคโนโลยี ม.4 (ว31182)
เรื่อง วัสดุและเครื่องมือพื้นฐาน
[Unit4-com31182-m4-2020]

Keywords: การออกแบบเทคโนโลยี ม.4,ว31182,วัสดุ,เครื่องมือพื้นฐาน,Unit4,com31182,m4

Search

Read the Text Version

Ç31182 ¡ÒÃÍ͡ẺáÅÐà·¤â¹âÅÂÕ วชิ าพนื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลย(ี การออกแบบและเทคโนโลย)ี แผนการจดั การเรียนรูท่ี 4 วสั ดแุ ละเครอื่ งมอื พนื้ ฐาน มัธยมศกึ ษาปที 4 [email protected]

Ç31182 ¡ÒÃÍ͡ẺáÅÐà·¤â¹âÅÂÕ เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรียน บทท่ี 4 ทดสอบ (10 คะแนน)>> Classroom -วสั ดุและเครือ่ งมอื พื้นฐาน -การตดั ตอ และข้นึ รปู วสั ดุ -ใบงานที่ 2 การคดิ คน สงิ ประดิษฐจ์ิ ากตดั ตอ และข้ึนรปู (สง ผลงานผา น GOOGLE Sites)(5 คะแนน) -กจิ กรรม : ใหน ักเรียนออกแบบอปุ กรณในหองนา้ํ หรือหองครวั สําหรบั ผูสงู อายุ รวมเก็บบทที่ 4 (15 คะแนน)

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ วัสดุ คอื อะไร วสั ดุ หรอื วตั ถดุ ิบ (material) เปนแกน่ สารทางวัตถุทใี ชใ้ นกระบวนการผลติ เปนวัตถใุ นขนั แรก ทีไดม้ าจากแหลง่ วัตถดุ บิ กอ่ นจะนาํ ไปแปรรูปเปนผลติ ผล สําหรับการอปุ โภคหรอื บรโิ ภคประเภทของวัสดุธรรมชาติ วสั ดุสังค์เคราะห์ - จําแนกตามสสารทปี ระกอบเปนวสั ดุ เชน่ ไม้ กระดาษ กระจก ปูนซิเมนต์ หรือ - จาํ แนกตามการใชง้ าน เช่น วสั ดุก่อสรา้ ง วสั ดอุ ุตสาหกรรม วสั ดุตกแต่ง

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ ประเภทของวัสดจุ ากธรรมชาติ

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ วสั ดุ คอื อะไร วสั ดุ หรือ วตั ถดุ บิ (material) - จาํ แนกตามสสารทีประกอบเปนวัสดุ เชน่ ไม้ กระดาษ กระจก ปูนซเิ มนต์

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4.1.1 สมบตั ิของวสั ดุ มีความแตกตา่ งกัน ดงั นันตอ้ งเลอื กใช้ ใหเ้ หมาะสมตอ่ การใชง้ าน 1) สภาพยดื หยุ่น (elasticity) 2) ความแข็งแรง (strength) 3) การนาํ ความรอ้ น (heat conduction)

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ - จาํ แนกตามการใช้งานเชน่ วสั ดกุ อ่ สร้าง วสั ดุอุตสาหกรรม วสั ดุตกแตง่

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ รปู ภาพ ตวั อย่างสงิ่ ของเครืองใชท้ ที าํ จากวสั ดุตา่ งๆ

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 4.1.1 สมบตั ิของวสั ดุ 1) สภาพยดื หยนุ่ (elasticity) สมบตั ิของวตั ถุทเี ปลยี นแปลงรูปร่าง ได้เมือมแี รงกระทาํ และจะกลบั คืนสู่รปู รา่ งเดิมไดเ้ มอื หยดุ ออกแรง กระทําตอ่ วัตถนุ นั อาทเิ ชน่ ในการเลือกวัสดเุ พือใชเ้ ปนโครงสรา้ งอาคาร สะพาน หรือชินสว่ นของเครืองกล วศิ วกรหรอื ผอู้ อกแบบตอ้ งพจิ ารณา สมบัติสภาพยืดหยุ่นของวัสดทุ ีจะนาํ มาใชป้ ระโยชนใ์ ห้เหมาะสมกับงาน วัสดุทงั สภาพยดื หยนุ่ และสภาพพลาสติกในตวั เอง โดยมสี ภาพยืดหยุ่น เมือแรงกระทาํ นอ้ ย ๆ และมีสภาพพลาสตกิ เมอื มีแรงกระทาํ มาก ๆ

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ตวั อย่างวัสดทุ ีมคี วามยืดหยุ่น เช่น ยาง สปรงิ สายเคเบิล -สปริงดงึ แขนลาก - PVC สายเคเบลิ ด้านนอกฝก LV / - ยางรถยนต์ -สปริงโช๊คอพั สายเคเบิลแรงดนั ตําแกน 4 ความเสถยี รสูง -สปริงดึงฝาประโปงหลงั -สปริงโหลด H&R-MARCH-K13-Rstyle Racing

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4.1.1 สมบตั ขิ องวสั ดุ 2) ความแข็งแรง (strength) คอื ความสามารถในการรบั นํา้หนัก หรือแรงกดทับ โดยโครงสร้างทเี ชอื มตอ่ ระหว่างวัสดนุ ันยังคงสภาพได้ ไมแ่ ตกหกั สามารถรนําไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้มากมาย เชน่ การออกแบบ ความสูงของสะพาน จะขึนอยูก่ ับสงิ กีดขวางดา้ นลา่ ง รวมถงึ การ จราจรดา้ นลา่ ง (เช่น รถ เรอื สามารถผา่ นได้) โครงสรา้ งทเี ปนคาน จะตอ้ งมสี มบัติในการรบั นาํ หนกั และแรงกดได้มาก

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ มกี ารนาํ สายเคเบิลมาเปนส่วนประกอบของโครงสร้างสะพาน เนอื งจากสะพานต้องการโครงสรา้ งทียืดหยุน่ และรับแรงดึงไดด้ ี

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ มกี ารนาํ สายเคเบิลมาเปนส่วนประกอบของโครงสร้างสะพาน เนอื งจากสะพานต้องการโครงสรา้ งทียืดหยุน่ และรับแรงดึงไดด้ ี

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ มกี ารนาํ สายเคเบิลมาเปนส่วนประกอบของโครงสร้างสะพาน เนอื งจากสะพานต้องการโครงสรา้ งทียืดหยุน่ และรับแรงดึงไดด้ ี

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4.1.1 สมบัติของวสั ดุ 3) การนําความร้อน (heat conduction) การถา่ ยเทความร้อนใน วตั ถหุ นงึ ๆ หรอื ระหวา่ งวัตถสุ องชนิ ทสี มั ผสั กนั โดยมีทิศทางของ การเคลือนทีของพลังงานความร้อนจากบรเิ วณทีมอี ณุ หภูมิสงู ไหล ผา่ นไปยงั บริเวณทมี ีอณุ หภมู ติ าํ Conduction C ondu ction Conduction Radiation

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ วสั ดทุ ีมีสมบตั เิ ปนตวั นําความร้อน คอื - วสั ดทุ คี วามรอ้ นผา่ นได้ดี เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ทองเหลอื ง

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ วัสดุทีมีสมบตั เิ ปนตวั นําความรอ้ น คือ - วสั ดทุ คี วามร้อนผา่ นได้ไม่ดี เชน่ ไม้ พลาสตกิ ผา้

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ดังนนั ควรเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกบั การใช้งาน -ตัวอย่างเช่น กระทะหรือหม้อหุงต้ม ตัวกระทะหรือตัวหม้อหุงตม้ ต้องการให้ความรอ้ นผา่ นไปยงั อาหาร ส่วนมากทําด้วยสเตนเลส หรืออะลมู ิเนียม แต่ทีจบั หรือหูหิวไม่ตอ้ งการให้ความรอ้ นผา่ น จึงทาํ ด้วยพลาสกติ

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4.1.2 วสั ดนุ ่ารู้ สิง่ ของเครอื งใชต้ า่ งๆ ขนึ อยกู่ ับความตอ้ งการ และความเหมาะสมกบั การใช้งาน ในปจจบุ ันมวี สั ดทุ พี ัฒนาขนึ มากมาย ควรเลือกใชใ้ ห้เหมาะสมตอ่ การใช้งาน 1) โลหะ (metal) 1.1) โลหะประเภทเหล็ก (ferrous metal) 1.2) โลหะประเภทไมใ่ ช้เหล็ก (non ferrous metal)

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ ประเภทของวัสดุจากวัสดสุ งั เคราะห์ \"โลหะ\" \"โลหะ\" \"เศษอลูมเี นียม\"

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 2) ไม้ (wood) ไม้ เปนวสั ดุพนื ฐานทีถกู นํามาใช้อย่างแพร่หลาย เนอื งจากเนอื ไม้เปนธรรมชาตแิ ละสวยงาม แข็งแรง - ขอ้ เสยี คือ การเสอื มสภาพตามอายกุ ารใชง้ าน ดูดความชืนไดง้ ่าย ผพุ ังงา่ ย กูดทาํ ลายโดยปลวก มอด แมลง และติดไฟได้งา่ ย

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ประเภทของวัสดจุ ากธรรมชาติ ทีมนุษย์สร้างขึน \" ไม้ \"

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ประเภทของวัสดจุ ากธรรมชาติ ทีมนุษย์สร้างขึน \" ไม้ \"

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ประเภทของวัสดจุ ากธรรมชาติ ทีมนุษย์สร้างขึน \" ไม้ \"

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ ไม้สงั เคราะห์ (synthetic wood) เปนทางเลอื กหนงึ ของการใช้ วัสดทุ ดแทนไม้ธรรมชาติ และปองกันการตดิ ไฟ ปองกนั ความชนื ซึงไมส้ ังเคราะห์สามารถแบ่งไดเ้ ปน 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ 2.1) ไมส้ ังเคราะหพ์ ลาดสตกิ (wood plasitc composite) 2.1.1) ไฟเบอร์บอร์ดความหนาแนน่ ปานกลาง (medium-density fiber boara) 2.1.2) แผน่ ไม้อัด (particle board) 2.2) ไมส้ งั เคราะหไ์ ฟเบอร์ซเี มนต์ (wood fiber composite)

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 2.1) ไม้สงั เคราะหพ์ ลาดสติก (wood plasitc composite) เปนวสั ดทุ ดแทนไมธ้ รรมชาติทีเกิดจากการนาํ ผงไม้ ขเี ลอื ยไม้ หรอื เสน้ ใยไม้ มาผสมกบั พลาสกิ ซึงสมบตั ิของไม้สงั เคราะห์พลาสติ จะขนึ อย่กู ับสัดส่วนของไมแ้ ละ พลาสติ ทีนํามาผสมกัน ดงั นี

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 2.1) ไม้สังเคราะห์พลาดสติก (wood plasitc composite) 2.1.1) ไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นปานกลาง (medium-density fiber boara)

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 2.1.2) แผ่นไม้อัด (particle board)

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 2.2) ไม้สงั เคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ (wood fiber composite)

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ ประเภทของวสั ดุจากวัสดุสังเคราะห์ \"วสั ดสุ มยั ใหม\"่

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ประเภทของวัสดจุ ากวัสดสุ งั เคราะห์ \"คอมโพลติ \"

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 3) เซรามกิ (ceramic) เซรามกิ มรี ากศพั ทม์ าจากภาษากรีก keramos มคี วามหมายว่า สิงทถี กู เผา ในอดตี วสั ดุเซรามิกทมี ี การใชง้ านมากทีสดุ คอื เซรามกิ ดงั เดิม ทํามาจากวัสดหุ ลกั คือ ดนิ เหนียว หนิ ทราย และแรธ่ าตตุ ่าง ๆ นาํ มาผสมกัน แล้วทําเปนสิงประดิษฐ์ โดยในชว่ งแรกเรียกผลิตภณั ฑ์ประเภทนีวา่ \" ไชนาแวร์ \" เพือเปนเกยี รตใิ ห้กบั คนจีนซงึ เปนผู้บกุ เบิกการผลติ เครืองปนดนิ เผาร่นุ แรก ๆ



º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ประเภทของวสั ดจุ ากวสั ดุสงั เคราะห์ \"เซรามกิ \"

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ ประเภทของวสั ดจุ ากวัสดุสังเคราะห์ \"เซรามิก\"

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ วสั ดเุ ชงิ ประกอบเซรามิก (Ceramic Matrix Composite) : cmc

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 4) วัสดุผสม (composite) 4.1) วัสดุเชงิ ประกอบพอลิเมอร์ (Polymer Matrix Composite : PMC)

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4) วัสดผุ สม (composite) 4.2) วสั ดเุ ชงิ ประกอบโลหะ (Metal Matrix Composite)

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4.3) ประเภทของกระจกแผน่ เปนกระจกทีพบได้ทวั ไป มคี วามแข็งแรงตํา ผวิ กระจกเปนรอยขดู ขีดได้งา่ ย ส่วนใหญ่นยิ มใชเ้ ปน กรอบรูป กระจกเงา และกระจกทีใชส้ าํ หรับเครืองเรือน

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4.3) ประเภทของกระจกเงา เกดิ จากการฉาบโลหะเงนิ ลงไปทดี า้ นใดด้านหนงึ กระจกเงาทพี บทวั ไปมักมีผิวเรียบแบบเสมอกนั สามารถสะทอ้ นภาพจากวัตถไุ ด้เทา่ กนั หมด ใชเ้ ปนกระจกลอ่ งในห้องนํา้ และหอ้ งแต่งตัว กระจกโคง้ กระจกมองขา้ ง จราจร กระจกทโี ตะ๊ เครืองแปง ของรถยน์

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 4.3) ประเภทของกระจกสะท้อนแสง (reflective glass) เปนกระจกทมี ีการเคลอื บสารสะทอ้ นแสงไว้ทีผวิ หน้า ทําให้สามารถสะทอ้ นแสงได้ 20-30 % จงึ ชว่ ยลดความรอ้ น ทีเข้ามาภายในอาคาร แต่กส็ ่งผลให้ ไมส่ ามารถผา่ นเขา้ มาในอาคาร ทําใหต้ อ้ ง ตดิ ไฟส่องสว่างในอาคาร หรอื ตอ้ งติดฟลิมกรองแสงเพมิ สว่ นใหญเ่ ปอาคารพาณิชย์

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 4.3) ประเภทของกระจกกึงนริ ภยั (heat strengthened glass) เปนกระจกทแี ขง็ แรงกว่ากระจกธรรมดา 2-3 เทา่ เมือกระจกแตกจะมีลกั ษณะเปนปากฉลามยดึ ติดอยกู่ บั กรอบไม่ร่วงหลน่ นิยมใช้ในการทําผนังภายนอกอาคารทีมแี รงปะทะของลมสูง

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 4.3) ประเภทของกระจกนิรภัย (tempered glass) เปนกระจกทแี ขง็ แรงกว่ากระจกธรรมดา 5-10 เทา่ เมอื กระจกแตกจะมลี ักษณะเปนเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเมด็ ขา้ วโพดและมคี วามคมน้อย นยิ มใชเ้ ปนกระจกตโู้ ชว์ หน้าตา่ ง กระจกหน้ารถยนต์ ทไี ด้รับความร้อนทสี งู กวา่ ปกติ ผนงั กระจกของอาคาร

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 4.3) ประเภทของกระจกฉนวนความร้อน (insulating glass) เปนการนํากระจกตงั แต่ 2 แผ่นมาประกอบกนั โดยบรรจฉุ นวนไวภ้ ายใน Des atyl Polysuiflde

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ 5. วสั ดุสมยั ใหม่ (modern material) วัสดุนาโน (nano) 5.1 วสั ดุนาโนจากธรรมชาติ 5.2 วสั ดนุ าโนจากการผลติ 5.2.1) ทอ่ นาโนคาร์บอน (carbon nanotube) 5.2.2) อนุภาคนาโนไททาเนยี มไดออกไซต์ (Nano-Tio ) 5.2.3) เส้นใยนาโน (nano fiber) 2

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 5. วัสดุสมยั ใหม่ (modern material) วสั ดุนาโน (nano) มนุษย์ได้พยายามคดิ คน้ สรา้ งสิงของเลียนแบบธรรมชาติ โดยมี จุดม่งุ หมายเพือใหม้ นษุ ยชาตเิ ขา้ ใจถึงธรรมชาติเหล่านันอยา่ งลึกซงึ และสามารถแก้ไขขอ้ บกพร่อง ทําการพัฒนาปรับปรุงสงิ ทีมีอยนู่ นั ให้ดขี นึ มปี ระสทิ ธิภาพมากยิงขนึ มกี ารคน้ พบและทาํ การพฒั นาเทคโนโลยีขนาด เลก็ ชนิดหนงึ ขึน เรียกวา่ นาโน

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ 5.1 วัสดุนาโนจากธรรมชาติ เมอื มนุษย์สามารถสรา้ งอุปกรณ์และเครอื งมือ ทสี ามารถทําใหเ้ ราเหน็ ในสิงทสี ายตาปกติมองไม่เหน็ เทคโนโลยีนาโนในธรรมชาติมีอยู่มากมาย เชน่ การควบคุมให้อะตอมและโมเลกุลตา่ ง ๆ จดั เรียงตวั ณ ตาํ แหน่งทีเหมาะสม ในสาย DNA การถ่ายทอด หรอื ส่งผาน่ ข้อมูลไปยงั RNA เพอื นาํ คาํ สังไป สงั เคราะหโ์ ปรตนี โดยใหก้ รดอะมโิ นแต่ละตัวมาเชอื มตอ่ กันในลาํ ดบั ทถี ูกต้องเหมาะสม และปรบั เปลยี นรปู รา่ งไปเปนโปรตนี ทมี คี วามซับซอ้ นเพอื ทําหน้าทีตา่ ง ๆ อย่าง เฉพาะเจาะจง เปนตน้ นอกจากในร่างกายคนเราแลว้ ยังมีสงิ ตา่ ง ๆ รอบตัวไมว่ า่ จะ เปนพืช หรือสตั ว์บางชนิดก็ใชน้ าโนเทคโนโลยใี นการดํารงชวี ิตเช่นเดียวกนั

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹é× °Ò¹ โครงสร้างนาโนจากธรรมชาติ ใบบวั พนื ผวิ ของใบบัวมีลักษณะพิเศษ ตรงทมี ีความขรุขระเกิดจากการมปี ุมขนาด ประมาณ 10 ไมครอน (µm)กระจายอยู่ตาม ผิวใบบัว โดยทแี ตล่ ะปุมก็จะมีปุมเลก็ ๆ ขนาด เส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 1 ไมครอน (µm) กระจายอยูร่ อบๆ ปุมใหญ่เปนสาเหตใุ ห้เกิด ปรากฏการณ์การไมช่ อบนําของ ใบบวั เกดิ ขึน (Lotus Effect) เพราะโมเลกุลของนาํ เปนทรงกลมและใบบัวมีลกั ษณะขรุขระเลก็ แค่10ไมครอนโมเลกลุ ของ นําจงึ ไม่สามารถจบั ผวิ ของใบบวั ได้ https://www.kroobannok.com/19310

º··èÕ 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍè× §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ โครงสร้างนาโนจากธรรมชาติ ตกุ๊ แก Setal เมือพจิ ารณาทเี ท้าของ 10 µm Scta ตุ๊กแก จะพบว่าบรเิ วณนวิ เทา้ มีลักษณะเหมอื นเปนเกลด็ มองเหน็ เปนชัน ๆ นกั วทิ ยาศาสตรเ์ รียกชันเหลา่ นีวา่ เมเล (lamellae) หนุ่ ยนตท์ ีพฒั นาขึน โดยอาศัยหลักการ ประกอบด้วยขนเสน้ เลก็ ๆ จาํ นวนมากมายเปนหลายลา้ นเสน้ เรยี กวา่ ซเี ต้ (setae) เดยี วกับเท้าตกุ๊ แก และแตล่ ะซีเต้จะมเี ส้นขนแตกแขนงออกไปอีกเปนจาํ นวนนบั รอ้ ย ซงึ แต่ละเส้นมขี นาดเลก็ ประมาณ 200 nm เรยี กวา่ สปาตูเล่ (spatulae)

º··Õè 4 ÇÊÑ ´Ø áÅÐà¤ÃÍ×è §ÁÍ× ¾¹×é °Ò¹ โครงสรา้ งนาโนจากธรรมชาติ หอยเปาฮือ มลี กั ษณะเปนมนั วาว มคี วามแขง็ แรงทนทาน ไมแ่ ตกหกั ง่ายเมือถกู ทุบหรือกระแทกอย่างแรง เมือเปรยี บเทียบกบั ชอล์ค ซงึ มอี งค์ประกอบเปนแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) เหมือนกัน จะมกี ารจัดเรียงตวั เปนแผ่น เหลียมเลก็ ๆ มีความหนาประมาณ 0.5 – 10 µm และจะวางเรยี งซอ้ นกนั อยา่ งเปนระเบียบมีลกั ษณะคล้ายกําแพงอฐิ ์ โดยแตล่ ะชันจะห่างกนประมาณ 20–30 nm และในระหวางชันนันจะมี โปรตีนสายยาว ทาํ หน้าทเี สมอื นกาวเชอื มระหว่างชัน ภาพขยายโครงสร้างของเปลือกหอยเปาฮือ ทําใหน้ กั นาโนเทคโนโลยสี ามารถนําไป ประยุกตใ์ ชใ้ นการสรา้ งวัสดใุ หม่ ๆ ทมี ีสมบตั แิ ตกตา่ งไปจากเดิมได้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook