นายจันทร อินละเพท ทางราชการ จงึ ไดประกาศจดั ตงั้ “บา นนํ้าปลีก” เปน สุขาภิบาลตําบลนํ้าปลีก เม่ือวันท่ี ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ผูนําชุมชนที่ เขมแข็ง กํานันจันทร อินลุเพท ไดรับเกียรติยกยองเปน “กํานันนักพัฒนา ตัวอยาง” ไดรับพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหรับพระราชทาน ปริญญา รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (ร.ม.) กิตติมศักด์ิ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ๑* คุณพอประเสริฐ วิเศษ ใหการวากํานันจันทร อินลุเพท มีคุณพอปลัดเปง ไชยวงศ เปนที่ปรึกษาในการวางแผนพฒั นาปรบั ปรงุ ผงั หมบู าน จากพระหัตถพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช *๑เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ สถาบันการศึกษา หนวยงานและองคกรตางๆ ไดเชิญไปบรรยายถึง งานดานการพัฒนาอยูไมขาด และในปเดียวกันก็ไดเขาไปทําหนาที่เปน ตัวแทนของชาวน้ําปลีก อําเภออํานาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธนี ทําหนาท่ี เปนหน่ึงใน “สมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติ” อันทรงเกียรติอีกดวย ไดมี การสงเสริมสุขภาพของประชากรในชุมชนใหรักการเลนกีฬา และออกกําลัง กาย โดยเฉพาะ “กฬี าฟุตบอล” ลกู หลานสายเลือดชาวนา้ํ ปลกี สามารถสราง ช่ือเสียงเคยทําหนาท่ีเปนตัวแทนในระดับตางๆ และระดับทีมชาติมาแลวถึง ๓ คน ไดแ ก ๑. น.อ.ท.เครือฟา กมลรตั น บุตรชายของ คุณพอกาย – คณุ แมเ ผย กมลรัตน ๒. นายสมรักษ อนิ ลุเพท บุตรชายของ คุณพอหนู – คุณแมล าน อนิ ลเุ พท ๓. นายพทิ ยา สนั ตะวงศ บตุ รชายของ คุณพอโสภา – คณุ แมเ ขียน สนั ตะวงศ
นับไดวา กํานันจันทร อินลุเพท เปนบุคคลผูมีความสําคัญในการ วางรากฐาน ริเร่ิม ผลักดัน ขับเคลื่อนในการพัฒนาชุมชนน้ําปลีกไวเปนอยาง มาก ผูนําในสมัยตอมาก็ไดดําเนินเจริญรอยตาม และเม่ือวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ สุขาภิบาลตําบลน้ําปลีกก็ไดรับการประกาศ เปลย่ี นแปลงฐานะเปน “เทศบาลตาํ บลนา้ํ ปลกี ” *๑ แกไขตามทคี่ ุณวรวิทย อินลเุ พท แนะนํา
๑๐. เรื่องน้ําปลีกในวันน้ี บา นนาํ้ ปลกี ในปจ จุบัน ลกั ษณะของชมุ ชน สภาพภมู ศิ าสตร ท่ตี ัง้ ตําบลนํา้ ปลีก เปน ตําบลหนง่ึ ในจังหวัดอาํ นาจเจรญิ แตกอนมีช่ือ วา “นํ้าหลีก” หรือ “น้ําผีก” ต้ังอยูบนท่ีเนินสูงมีสายนํ้าไหลหลีกไปทางทิศ ใตและทิศตะวันตกของหมูบาน มีอาณาเขตติดตอกับพื้นที่ในเขตตางๆ ดังน้ี คือ - ทศิ เหนือ - ติดตอ กบั ถนนอรณุ ประเสรฐิ ซ่งึ เปน ทางหลวงจาก จังหวดั อาํ นาจเจรญิ ไปจังหวดั ยโสธร - ทิศใต - ติดตอกับบานยางคํา (หมูที่ ๖) ซึ่งเปนหมูบนหนึ่ง ใน ตาํ บลน้ําปลกี - ทิศตะวนั ออก - ตดิ ตอกบั บา นดงบงั (หมทู ่ี ๓, ๑๐) บา นคาํ สรา งบอ (หมทู ่ี ๔, ๕) และบา นดอนดู (หมูท ี่ ๗) - ทศิ ตะวันตก - ติดตอกับบานเชียงเพ็ง บานเซโนนมวง อําเภอปา ตวิ้ จงั หวดั ยโสธร โดยมลี าํ เซบายเปนเขตกน้ั ตาํ บลนํ้าปลีก – ประกอบดวย ๕ หมูบา น ซึง่ แบงออกเปน ๑๐ หมูบาน ดังนี้ คือ ๑. บา นน้ําปลีก มี ๔ หมู ไดแ ก หมทู ี่ ๑, ๒, ๘, ๙ มี ๖ ชมุ ชน ไดแ ก หมูท่ี ๑ ไดแก ชุมชนศรีมงคล
หมทู ี่ ๒ ไดแ ก ชุมชนสมานสามคั คี และชมุ ชนสามัคคสี มั พนั ธ หมูที่ ๘ ไดแ ก ชมุ ชนผดุงศาสน หมูท ี่ ๙ ไดแ ก ชมุ ชนเมืองทองสามคั คี และชุมชนอนามยั สามคั คี ๒. บานยางคํา (ชาวบานเรียก บา นนอ ย) หมูที่ ๖ ๓. บานดงบงั มี ๒ หมู ไดแก หมูที่ ๓, ๑๐ ๔. บานคําสรางบอ มี ๒ หมู ไดแ ก หมทู ่ี ๔, ๕ ๕. บา นดอนดู ไดแก หมทู ่ี ๗ ลกั ษณะภูมิประเทศ ลักษณะโดยท่ัวไปของตําบลน้ําปลีกเปนท่ีเนินสูง มีนํ้าลําคลอง และ หวยหลายแหง ไดแก ลําเซบาย หวยปลาแดก หวยผีบา และทางดานทิศ ตะวันตก ติดกับลาํ เซบาย เขตอาํ เภอปาติ้ว จงั หวัดยโสธร ประเพณแี ละวัฒนธรรม คานิยมในจริยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมทั่วไป ประชากรในตาํ บลนํ้าปลกี เปน คนพื้นเมอื งของภาคอีสาน จะมีคนไทยเช้ือสาย จีน ญวน อาศัยปะปนอยูบางแตไมมากนัก ประชากรโดยทั่วไปของตําบลนับ ถือศาสนาพทุ ธจงึ มคี วามเออ้ื เฟอเผือ่ แผ ในดานขนบธรรมเนียมประเพณีน้ันมี ลัทธิพราหมณปะปนอยูไมนอย เม่ือมีงานมงคล เชน ขึ้นบานใหม การ แตงงาน งานบวชนาค เมอ่ื มพี ธิ ีสงฆก ็จะประกอบพิธีบายศรีสูขวัญ อันเปนพิธี พราหมณเขาผสมดวยประเพณี และวัฒนธรรมตางๆ ที่ปรากฏในทองท่ี ตําบลนา้ํ ปลกี มีดังนี้
๑. ประเพณีการกินดอง หมายถึง งานพิธีมงคลสมรส ซ่ึงมีความ แตกตางจากเขตพ้ืนท่ีอื่นๆ ในสวนปลีกยอยคือ ท่ีตําบลนํ้าปลีกมักเรียกวา “กินดอง” ซึ่งมีลักษณะผูกพันเก่ียวดอง ฝายหญิงและฝายชายจะไดมาอยู รวมเปนครอบครัวเดียวกัน ถือเสมือนเครือญาติ บิดา มารดา ทางฝายหญิง กับฝายชายจะเก่ียวของ เก่ียวดองซึ่งกันและกัน เรียกวา “พอดอง” “แมด อง” ๒. การทําบุญประจําป ซึ่งมักเรียกกันวา “บุญบาน” ซึ่งถือเปน ประเพณีเกา แกท ีถ่ อื ปฏิบัตกิ ันสืบเน่ืองมานาน ซง่ึ บุญบานจะตรงกับวนั ที่ ๒๗- ๒๘ มกราคม ของทุกป หลังจากท่ีชาวบานเก็บเกี่ยวขาวเสร็จเรียบรอยแลว พอถึงวนั ลงบุญชาวบานก็จะลงขนั กันทัง้ เงนิ และขาว เพ่ือนาํ มาเปนคาใชจาย ในการจัดงาน โดยการมจี ัดหามหรสพ เชน ภาพยนตร หมอลํา มาใหช าวบาน และหมบู า นใกลเ คียงไดมาดู มาชม เพื่อความบันเทงิ สนกุ สนานกนั ๓. การทําบุญบ้ังไฟ หมายถึง การทําบุญเดือนหก ทําข้ึนเพื่อบูชา อารักษมเหศักดิ์หลักเมือง คือ เปนประเพณีขอฝนที่ไดทํามาตั้งแตบรรพกาล บ้งั ไฟเปนกระบอกไมไ ผท น่ี าํ ดนิ ปนมาบรรจดุ นิ ประสวิ ผสมกบั กับถานไฟบดให ละเอียด แลวอัดแนนลงไปในกระบอกไมไผ (ปจจุบันไดรับการพัฒนาเปนทอ เหล็ก หรือทอพลาสติก พีวีซี) มี ๓ ขนาด คือ บ้ังไฟหมื่น บั้งไฟแสน และบ้ัง ไฟลาน การแห บ้ังไฟมักจัดเปนขบวนฟอนรําหรือเซิ้งที่มีลีลางดงาม และมี การประกวดในดานความสวยงาม ๔. การทําบุญขาวประดับดิน นิยมทํากันในวันแรม ๑๔ ค่ํา เดือนเกา โดยการหออาหาร หรือของขบเคี้ยวเปนหอไปถวายทานบาง วางตามโคน ตนไมบาง หรอื สถูปธาตุทเี่ กบ็ บรรจุอัฐิของบรรพบุรุษ บุพการีผูลวงลับไปแลว ชาวบา นเรียกวา “ไปยายกอ งขา วนอย”
๕. การทําบุญขา วสาก นิยมทาํ กนั ในวันข้ึน ๑๔-๑๕ คํ่า เดือนสิบ การ เรียกขาวสากมาจากคําวา “สลาก” เพราะเวลาถวายพระสงฆไมเจาะจงวา ถวายรูปใดจึงจัดทําใหเปนสลาก ซ่ึงเจาภาพจับไดของใครก็นําไปถวายตอน นั้น ปจจุบัน ถือเปนประเพณีนิยม คือ ถาบุญเขาพรรษาหรือทําบุญขาว ประดับดิน ชาวบานนิยมไปทําบุญท่ีวัดใกลบานตนเอง แตถาเปนการทําบุญ ขาวสาก (บุญสารท) นอกจาก ไปยายกองขาวนอย ท่ีวัดใกลบานในตอนเชา มืดแลว จะมีพิธีทําบุญขาวสากพิธีใหญท่ีวัดศรีมงคล (วัดเกา) สวนงานบุญ ออกพรรษานั้น นอกจาก ไปจุดเทียนบูชาที่วัดใกลบานแลว จะมีพิธีบุญใหญ รวมอยูท ว่ี ัดกลางน้ําปลีก ในเชาวันตอมาก็จะมีประเพณีตักบาตรเทโวโรหนะ รวมพระภกิ ษสุ ามเณรทั้ง ๓ วัด ภายในบานนํา้ ปลกี ทกุ รปู ดวย เศรษฐกจิ การเกษตรกรรมเปนอาชีพหลักของประชากรท้ังตําบลน้ําปลีก โครงสรางเศรษฐกิจหลกั ของตําบล พิจารณาตามสาขาเศรษฐกจิ หลักดงั นี้ :- ๑. การกสิกรรม พ้ืนท่ีสวนใหญของตําบลน้ําปลีกจะเปนพ้ืนท่ีสําหรับ ทําการเกษตร โดยเฉพาะพื้นทก่ี ารทาํ นา นอกจากน้นั จะเปน พื้นท่สี ําหรบั ปลูก พืชไร สวนผัก เล้ียงสัตว พืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญ ไดแก ขาว ปอแกว มัน สําปะหลงั ถวั่ ลิสง และพชื ผักตางๆ ๒. การปศุสัตว พ้ืนที่ตําบลนํ้าปลีกบางพื้นท่ีมีสภาพเปนปาโปรง และ ทุงกวาง จึงเหมาะแกการเลี้ยงสัตวอยูบาง ปจจุบันการเลี้ยงสัตวยังเปนการ เล้ียงควบคูไปกับการใชงาน สัตวที่นิยมเล้ียงกันมาก ไดแก กระบือ โค สุกร เปด และไก
๓. การอุตสาหกรรม เน่ืองจากสภาพตําบลน้ําปลีกเปนสภาพของ ชุมชนชนบท อุตสาหกรรมสวนใหญจึงเปนอุตสาหกรรมในครัวเรือน นอกจากน้ันก็จะเปนอุตสาหกรรมประเภทใหการบริการ เชน รานซอม รถจักรยาน รถจักรยานยนต รถยนต รานกลึง เช่ือมโลหะ รานผลิตสินคา อุปโภคบริโภคที่จําเปนพื้นฐาน รานทําเฟอรนิเจอรไม โรงงานทํามาหินออน โรงงานผลิตฟกู นอน เปน ตน คาํ ขวญั ของบานนา้ํ ปลีก ทา นนายกเทศมนตรตี ําบลนํ้าปลกี คนปจจุบัน คอื ทานจิตติ รัตนพทิ กั ษ สุข ไดกรุณาอธิบายที่มาของคําขวัญของบานน้ําปลีกใหผูเรียบเรียงฟงวา ได จากสํานวนของ อดีตปลัดอาวุโสอําเภอเมืองอํานาจเจริญทานหน่ึงไดกรุณา เขยี นเปนคาํ ขวัญแกชาวน้าํ ปลกี คือ ทานพิทยา สมพงษ มีสํานวน ดังน้ี :- “...หลกั บานศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ ปา เนรมิต ดอนปตู า สาวโสภางามเฉิดฉาย ลําเซบายคูเ มือง ลอื เลอ่ื งบุญประเพณี ราษฎรลว นมคี ุณธรรม” ท่ีบรรดาลูกหลานชาวนํ้าปลีกมีวันนี้ข้ึนมาได ไมวาจะเปนสถานี ตํารวจภูธร น้ําปลีก โรงพยาบาลศูนยสุขภาพประจําตําบล การไฟฟา การ ประปา สํานักงานเทศบาลตําบลนํ้าปลีก ถนนหนทางไปมาอยางสะดวก
ความเจริญกาวหนาตางๆ ในชุมชน ก็ลวนแตเปนผลมาจาก การวางรากฐาน อยางมีวิสัยทัศน มองการณไกลของผูนําชุมชนรุนกอนๆ ไมวาจะเปน คุณพอ กํานันจันทร อินลุเพท คุณตาลอม ทองยศ คุณตาลิ่ง เถาวโท และ คณะกรรมการอีกหลายๆ ทานที่ไมสามารถระบุนามไว ณ ท่ีน้ีได โดยได วางรากฐานที่ม่ันคงไวเปนกติกาใหลูกหลานไดปฏิบัติสืบทอดโดยใช “กุศโล บาย” อยางแยบคาย โดยเฉพาะในเรื่องความสามัคคีเปนนํ้าหนึ่งใจเดียวกัน โดยการอัญเชิญ เสมาหลักบานจากวัดโนนสมโฮง บานยางคํามาประดิษฐาน ไวท่ีบือบาน ตามคําแนะนําของ หลวงปูสิงห ขนฺตยาคโม พระอาจารยของ พระครูบริหารวัฒนกิจ (ภา ปภาโส) ตลอดจนการจัดลําดับบุญประเพณี ใหคุมวัดตางๆ ในชุมชนไดมีกิจกรรมอยางเหมาะสมและตอเน่ืองอยูไมขาด ทําใหชาวบานในชุมชนตางๆ ไมเกิดความแตกแยกกันทั้งๆ ที่เปนชุมชนใหญ และมีวัดประจําหมูบานถึง ๓ วัด ทั้งน้ีเน่ืองมาจาก ความชาญฉลาด และ เขา ถึง นาํ้ ใจของชาวบานของผูนําชุมชนที่ไดจัดกิจกรรมบุญประเพณีที่สําคัญ ของชุมชนไดอยา งเหมาะสม ไดแก ประเพณีบุญเขาพรรษาก็ใหไปทําบุญที่วัด ใกลบาน ถาถึงประเพณีบุญขาวประดับดินก็ใหไปรวมกันทําบุญท่ีวัดโนน สําโรง หากถงึ ประเพณบี ญุ ขา วสาก (ขา วกระยาสารท) ก็ใหไ ปรวมทําบุญกันท่ี วัดศรีมงคล และเมื่อถึงประเพณีบุญออกพรรษา ก็ใหมารวมกันที่วัดกลางน้ํา ปลีกจะมพี ธิ ตี ักบาตรเทโวโรหณะ พระภกิ ษุสามเณรทุกวดั ทกุ รูปทัง้ มหานิกาย และธรรมยุต ก็จะมารวมงานบุญใหญน้ีเปนประจําทุกป ชาวบานหญิงชายใน ๖ ชุมชน กจ็ ะเดนิ ทางมารวมทาํ บญุ อยางมากมายดว ยความศรัทธา และเปน น้ําหน่ึง ใจเดียวกันเปนประจํามาโดยตลอด ต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบัน ดังนั้นผู เรยี บเรยี งจึงไดสละเวลาไปศึกษาขอมูล วดั ทงั้ ๓ วดั ประจําหมูบานตามลําดับ
กอนหลัง ไดแก วัดศรีมงคล (วัดเกา) วัดกลาง และวัดโนนสําโรง (วัดปา) ไว ณ ท่นี ด้ี วย
วดั ศรีมงคล ตอนที่ ๑ ขอมลู ทวั่ ไปของผูใหขอ มลู ๑. ชื่อผูใหขอมูล พระครูมงคลวัฒนคุณ และไดจากหลักฐานการบันทึก ของบคุ คลสําคัญ ๒. อายุ ๕๒ ป (ขณะใหข อมลู ) ๓. อาชีพ พระภิกษุ ตอนท่ี ๒ ๑. ช่อื วัด วดั ศรมี งคล ชาวบานเรียก “วัดเกา ” ๒. ต้ังอยทู ี่ หมทู ่ี ๑ ต.นํ้าปลกี อ.เมือง จ.อํานาจเจริญ ๓. สงั กัดนกิ าย มหานิกาย ๔. เนื้อที่ ๑๐ ไร ๕๐ ตารางวา ๕. ประวัตกิ ารสรา งวดั - สรางเม่ือใด พ.ศ.๒๓๓๐ - ไดรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เม่ือ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๓ เขตวสิ งุ คามสีมากวา ง ๓๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ๖. ประวัติท่วั ไป (จากการบอกเลา – ตํานาน ฯลฯ)
วัดศรมี งคล (วัดเกา) จากคําบอกเลาของผูสูงวัยในบานนํ้าปลีก วัดศรีมงคลหรือวัดเกา กอตั้งขึ้นเมื่อป พ.ศ.๒๓๓๐ และไดรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เม่ือวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๓ มีเน้ือที่ ๑๐ ไร ๕๐ ตารางวา พระสงฆที่ บวชในวัดสังกัดมหานิกาย วัดศรีมงคล หรอื วัดเกา เปนวัดท่ีเกาแกท่ีสุดในบานน้ําปลีกเปนสถานที่ มีความสําคัญ และเปนศูนยรวมจิตใจของชุมชน วัดไดพัฒนาและไดแกสราง หอระฆัง กําแพง ประตูทางเขา ศาลาตางๆ ถนนในวัดเทคอนกรีต มีไฟฟา สวางไสว นํ้าประปามีใช ไดบูรณะโบสถมีความเจริญรุงเรืองไปจากอดีตมาก เน่ืองมาจาก จิตศรัทธาของชาวบานในเขตบานนํ้าปลีก และหมูบาน ใกลเ คยี งกนั มีผา ปา กฐนิ มาทอดถวายทุกป ลําดับเจา อาวาสวดั ศรมี งคล ๑. หลวงปูสี (ญาคูขางอ ง) ๒. พระมหาหวัน ๓. หลวงพอ เผอื ก ๔. พระอุปช ฌายล ุน ๕. พระครมู งคลวฒั นคุณ (วิจติ ร กาฬบุตร)
วดั กลาง ตอนที่ ๑ ขอมลู ทวั่ ไปของผูใหข อมูล ๑. ช่อื – สกุล พระอธิการบุญอุม วรธมฺโม (เจาอาวาสวดั กลาง) ๒. อายุ ๕๐ ป (ขณะใหข อมลู ) ๓. อาชีพ พระภิกษุ ตอนท่ี ๒ ๑. ชอ่ื วัด วัดกลาง ๒. ต้ังอยทู ่ี หมูท่ี ๘ ต.นํ้าปลีก อ.เมอื ง จ.อาํ นาจเจรญิ ๓. สังกัดนกิ าย มหานิกาย ๔. เนื้อที่ ๖ ไร ๓ งาน ๕. ประวัตกิ ารสรางวัด ๕.๑ สรางเมอื่ พ.ศ.๒๓๓๕ ตั้งเปนวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๕ ๕.๒ ไดรับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. ๒๓๔๐ เขตวิสุงคามสีมา กวา ง ๒๔ เมตร ยาว ๕๐ เมตร ๖. ประวตั ิทว่ั ไป (จากการบอกเลา – ตํานาน ฯลฯ) วัดกลางนํ้าปลีก จากคําบอกเลาตอๆ กันมาของชาวบานนํ้าปลีก ไดกอตั้งขึ้นเมื่อป พ.ศ. ๒๓๓๕ ไดรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อป พ.ศ. ๒๓๔๐ มีเนื้อท่ีประมาณ ๖ ไรเศษ ซึ่งไดมาจากผูมีจิตศรัทธา ชาวบานน้ํา ปลีกรว มกนั บริจาคใหเปน ทีก่ อต้งั วัด พระสงฆท ี่บวชอยใู นวัดสงั กัดมหานกิ าย ปจจุบันวัดกลางนํ้าปลีก ตั้งอยูในเขตหมูท่ี ๘ ตําบลน้ําปลีก อําเภอ เมือง จังหวัดอํานาจเจริญ เปนวัดที่อยูใจกลางบานนํ้าปลีกไมมีปารกทึบ มี โบสถและศาลาที่มีความเจริญรุงเรืองและสวยงาม ถนนเทดวยคอนกรีต มี
ไฟฟา น้ําประปาใช วัดกลางน้ําปลีกพัฒนาไปจากอดีต เนื่องมาจากจิต ศรัทธาของทกุ ๆ ทาน และผูคนทอี่ ยทู างไกลทีม่ จี ติ ศรัทธาชวยกันบริจาค เพื่อ กอสรางโบสถ ศาลา รั้ว ประตูทางเขา และกําลังดําเนินการกอสราง “สิตต ฉัตรมหามงคลเจดยี ” ท่ีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจา ไว เปนศูนยรวมจิตใจของทุกคนในชุมชน ทุกๆ ปท่ีบริเวณสนามหนาวัดจะมี ประเพณีตักบาตรเทโวโรหนะ ซ่ึงตรงกับวันออกพรรษา ประชาชนจะมา รวมกันทําบญุ จนเปน ประเพณสี ืบทอดตอๆ กนั มาจนถงึ ปจจบุ นั ประวัต/ิ ลําดบั เจา อาวาสวดั กลางนาํ้ ปลกี ๑. พระครูพิลา เปนเจาอาวาสท่ีนําวิชาความรู คือ การสอนวิชา คณิตศาสตร มาใชในสมัยน้ัน ซ่ึงยังไมมีพระวัดอื่นนํามาใช คือ การใชลูกคิด และวธิ ีคิดเลขแบบเลขหางหมา มาสอนเปนวิชาความรู ซึ่งเปนประโยชนแกผู ทไ่ี ดเ รยี น ซึ่งสามารถนาํ ไปใชในชีวิตประจําวัน และใชใ นหนา ทก่ี ารงานได อีก ทง้ั ยงั เปน ผทู ่ีมีความรูและความสามารถในการแกะสลัก ตา งเปนท่ียอมรับแก ผทู ไ่ี ดพ บเหน็ ๒. พระมหาพวย ลุผล (สกุลเดิม) เปนพระสงฆองคแรกท่ีไดกอตั้ง และริเร่มิ ใหมีวชิ าการเรยี นการสอนในหมพู ระภกิ ษุ สามเณร ๓. พระอาจารยส า บวั สี (สกุลเดิม) ๔. พระมหาสุธี ๕. พระอาจารยมา ๖. พระอาจารยบุญอุม วรธมฺโม ปจจุบัน ดํารงตําแหนง พระครูวรธัมมา นุวัฒน
วดั โนนสําโรง ตอนที่ ๑ ขอมูลทว่ั ไปของผใู หขอมูล ๑. ชื่อ – สกุล พระครูวรพงศพิสุทธิ์ (พงษศักดิ์ ฐิตาโภ) และได หลกั ฐานจากการบนั ทึกหลายๆ ดา น ๒. อายุ ๔๘ ป (ขณะใหขอ มูล) ๓. อาชพี พระภกิ ษุ ตอนที่ ๒ ขอ มูลเกยี่ วกบั สถานท่ีสําคญั (วดั ทม่ี ีพระสงฆจ ําพรรษา) ๑. ช่อื วัด วัดโนนสาํ โรง ๒. ต้งั อยูที่ หมูท ่ี ๙ ต.นํ้าปลกี อ.เมือง จ.อํานาจเจรญิ ๓. สงั กดั นกิ าย ธรรมยุต ๔. เน้ือท่ี ๒๙ ไร – งาน ๗๗ ตารางวา ๕. ประวัติการสรา งวัด ๕.๑ สรางเมื่อใด เม่ือ พ.ศ.๒๔๘๙ โดยไดรับจิตศรัทธาบริจาคจาก ชาวบาน ๕.๒ ตง้ั เปน วัดเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๙๘ ๕.๓ ไดรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ ๒๔๙๘ เขตวสิ งุ คามสีมา กวา ง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ๖. ประวตั ิทวั่ ไปเกีย่ วกับวดั (จากการบอกเลา – ตํานาน ฯลฯ) วัดโนนสําโรง แรกเร่ิมไดมีพระสงฆ (ไมทราบนาม) ไดกอตั้งเปน สํานักสงฆที่วัดโนนสมโฮง (ประวัติหลักฐานยังไมชัดเจน) ตอมาไดมีพระสงฆ นักปฏิบัติธุดงคเครงครัดสายอาจารยม่ัน ภูริทตฺโต คือ ทานหลวงปูสิงห ขนฺ ตยาคโม หนึ่งในเกจิอาจารยสายธรรมยุตของภาคอีสาน ซึ่งกํานันจันทร อินลุ
เพท และ คุณตาลอม ทองยศ เคยสนทนาธรรมดวยเม่ือคร้ังที่ทานมาปฏิบัติ ธรรมท่ี วัดโนนสมโฮง ซ่ึงในสมัยน้ันเปนปารกทึบอยูหางไกลจากบานเรือน ของผูค น หางไกลจากชุมชน การสัญจรไปมาไมสะดวก ในแตละคร้ังญาติโยม ทีเ่ ล่อื มใสในพระพุทธศาสนาตอ งการที่จะเดนิ ทางไปทาํ บุญท่ีวัดก็ตองเดินทาง ไปดวยความยากลําบาก เพราะระยะทางไกลและเปนปารกทึบ ในสมัยน้ันวัด โนนสม โฮงยังไมมพี ระมาจําพรรษา และยงั ไมม ีพระอยปู ระจําท่วี ดั มีแตพ ระท่ี ริเร่ิมกอต้ังสํานักสงฆเทานั้นจําพรรษาอยู (วัดโนนสมโฮง ปจจุบันอยูในเขต หมูที่ ๖ บา นยางคํา ตําบลนา้ํ ปลกี ) พ.ศ.๒๔๘๙ ชาวบานจึงไดนิมนตพระที่จําพรรษาในวัดโนนสมโฮงและ ไดยายมากอตั้งเปนสํานักสงฆที่วัดโนนสําโรงในปจจุบัน ซึ่งก็ยังเปนปารกทึบ เหมอื นเชน วัดโนนสมโฮง แตอยูในเขตบานน้ําปลีก การสัญจรไปมาก็สะดวก ขนึ้ เพราะอยู ในเขตชมุ ชน ชาวบานนํ้าปลีกในสมัยกอนจึงเรียกวัดโนนสําโรง วา “วดั ปา ” วัดโนนสําโรง ไดรับการกอต้ังวิสุงคามสีมา เม่ือวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๔๘๙ ซึ่งวิสุงคามสีมา มีขนาดกวาง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ซึ่งกอต้ังและ ไดรับอนุญาตอยางถูกตองตามกฎหมาย สมัยนายกรัฐมนตรีจอมพล ป. พิบูล สงคราม เนื้อที่ของวัดโนนสําโรงในปจจุบัน มีเนื้อที่ ๒๙ ไร ๗๗ ตารางวา ซึ่ง ไดมาจากญาติโยมชาวบานน้ําปลีก ผูมีจิตศรัทธา เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา รวมกนั บรจิ าค จนไดม าเปนวดั ในปจจบุ นั ปจจุบันน้ี วัดโนนสําโรง มีความเจริญรุงเรือง และพัฒนาไปจากอดีต มากมาย อันเนื่องมาจาก เจาอาวาสทุกๆ รูป ทานมีความคิดริเร่ิมเปน นักพัฒนา มีความคิดที่จะพัฒนาบูรณะ ซอมแซม โบสถ กุฏิ ศาลาตางๆ
ถนนสายตางๆ รอบๆ วัด ตางเทคอนกรีตทุกสาย มีไฟฟาสวางทุกสาย ประตู ทางเขาสวยงาม แรงศรัทธา ทั้งของลูกหลาน ชาวบานน้ําปลีก ลูกหลาน ตําบลใกลเคียง ญาติโยมทั้งใกลและไกล ที่ผานไปผานมา แมกระทั่งชาว ตางประเทศท่ีไดมาพบเห็นวัด ก็ไดมีจิตศรัทธาชวยกันบริจาคมาทําบุญทํา ทานมาสูวัดโนนสําโรงอยูมิไดขาดสาย จนทําใหวัดโนนสําโรงในปจจุบัน เจรญิ รุงเรอื ง มกี ฐิน ผา ปา มาทอดถวายทกุ ๆ ป ลาํ ดับเจาอาวาสวดั โนนสําโรง ๑. พระโพธิญาณมุนี (หลวงพอ ภา ปภาโส) ๒. พระครูทศั นประกาศ (หลวงพอเขยี น) ๓. พระอาจารยม าลัย (สกลุ เดมิ เถาวโ ท) ๔. พระอธิการกา น ๕. พระครวู รพงศพ สิ ทุ ธิ์ (พงษศักด์ิ ฐิตาโภ) เจาอาวาสปจ จบุ นั
ภาคผนวก ก - รปู ภาพแสดงลกั ษณะรูปรางขนาด เสมาหลักบาน ข - ขอ ความที่จารึกเสมาหลักบานนา้ํ ปลีกดานทศิ ตะวันออก ฃ - ขอ ความทจ่ี ารกึ เสมาหลักบา นนํา้ ปลีกดา นทศิ ตะวนั ตก ค - แผนท่ีแสดงเสนทางอพยพคร้ังใหญของกลุมชนไทย – ลาว เขามาทาง ภาคอีสาน ฅ - ความเปน มาของวดั ท้ัง ๓ และบือบา นโดยสงั เขป ฆ - แผนผังแสดงการกอตงั้ หมบู า นนาํ้ ปลีก ง - แผนผังแสดงสถานทตี่ ้ัง ถนน ซอยตา งๆ ภายในบานนํ้าปลีก จ - คาํ อธบิ ายประกอบภาพแสดงท่ีตัง้ ถนน, ซอย ฉ - คําอธบิ ายสถานทีต่ ง้ั ทส่ี าํ คญั ตา งๆ ช - รายนามพระคณุ เจาผูใหข อมูลในการสืบคน เพอ่ื นํามาเรยี บเรียง รายชื่อผูใหขอมูลในการสืบคน เพ่อื นํามาเรยี บเรยี ง (ท่ียังมชี วี ิตอย)ู ซ - รายช่ือผใู หข อ มูลในการสืบคนเพือ่ นาํ มาเรียบเรยี ง (ที่เสียชีวิตแลว) ฌ - สถานที่แหลงสืบคนเพอื่ เรียบเรยี ง ญ - ทาํ เนียบผนู ําสุขาภิบาลตาํ บลน้ําปลกี เทศบาลตําบลนํา้ ปลกี ฎ - ภาพแสดงขอ ความทจ่ี ารึกเสมาหลกั บา นฯ ดา นทศิ ตะวนั ออก ฏ - ภาพแสดงขอ ความที่จารกึ เสมาหลกั บา นฯ ดา นทิศตะวนั ตก ฐ - รูปภาพเจาราชครูหลวงโพนสะเม็ก หรือพระครูยอดแกวหรือญาคูข้ี หอม ฑ - แผนท่ีแสดงเสนทางเคลื่อนยายไป – มา ของกลุมชนราว ๓,๐๐๐ ป มาแลว ทั้งทางบก และทางทะเล ฒ - แผนท่อี สี าน ชมุ ชนยุคสวุ รรณภูมิ เมื่อ ๓,๐๐๐ ป
ณ - แผนท่ีแสดงเสนทางคมนาคมโบราณจากอีสานตอนบนเขาสูบานเมือง ใน ลมุ นา้ํ ปง วงั ยม นา น ด - รูปภาพศิลาจารกึ ปากโดมนอ ย ต - แผนท่ีแสดงบริเวณลุมนํ้ามูล – ชี ตอนปลายในอํานาจของตระกูลจิตร เสนะ ราวหลัง พ.ศ.๑๐๐๐ ถ - แผนทีอ่ สี านบรเิ วณแรกรบั ศาสนา ท - รปู ภาพพระธาตุพนม ธ - แผนท่อี ีสานแสดงพ้ืนทอี่ ิทธิพล วัฒนธรรมเขมร เขา มาราว พ.ศ.๑๕๐๐ น - รูปภาพใบเสมาท่ีวัดโนนสมโฮงหรือวัดปายางคําหรือวัดทุงสิริวิปสนา ราม บ - รูปภาพใบเสมาหินทรายวัดโนนสําโรง กลุมท่ี ๑ ปกอยูทางทิศ ตะวนั ออก เฉียงใตของโบสถ ป - รูปภาพใบเสมาหินทรายวัดโนนสําโรง กลุมท่ี ๑ ปกอยูทางทิศตะวันออก เฉียงเหนือของโบสถ ผ - รปู ภาพใบเสมาหินทรายวัดโนนสําโรง กลุมที่ ๑ ปกอยูทางทิศตะวันตก เฉียงใตของโบสถ ฝ - รูปภาพใบเสมาหินทรายวัดโนนสําโรง กลุมท่ี ๒ ปกอยูทางทิศตะวันออก เฉียงเหนอื ของศาลาการเปรยี ญ พ - รูปภาพใบเสมาหินทรายวัดโนนสําโรง กลุมท่ี ๒ ปกอยูทางทิศ ตะวนั ออกเฉยี งใตของศาลาการเปรียญ ฟ - รปู ภาพใบเสมาหนิ ทรายวัดโนนสําโรง กลุมที่ ๒ ปกอยูทางทิศตะวันตก เฉยี งเหนอื ของศาลาการเปรยี ญ ภ - รปู ภาพพระครบู ริหารวัฒนกจิ (พระมหาภา ปภาโส)
ม - รูปภาพ กํานันจันทร อินลุเพท (รัฐศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั ) ย - รปู ภาพ คุณตาลอ ม ทองยศ และคณุ พอ จรูญ บุญธมิ าศ ร - รปู ภาพ คณุ พอ ปลัดฤทธ์ิ กมลรตั น และคณุ พอ กํานันจนั ทร อนิ ลุเพท ก รูปภาพแสดงลักษณะ ๖๐ รูปรางเสมาหลักบา นทีป่ ระดิษฐานอยูทีห่ นา ทที่ าํ การสํานักงานเทศบาล ตําบลน้ําปลีก (เดิม) ปจจุบันเปนศูนยการเรียนรูชุมชนเทศบาลตําบลนํ้าปลีก หรือ ศาลาประชาคม ชาวบานเรียกวา “บือบาน” ซึ่งมีขอความจารึกอยู ๒ ดา น คอื ดานตะวันออก และดา นตะวันตก นายสุนทร ศรีเดช ผูเขยี นภาพ/วัดขนาด
ข ขอความทจี่ ารกึ เสมาหลักบานน้ําปลีก ดานทิศตะวันออก มี ๕ บรรทัด ดังน้ี บรรทดั ท่ี ๑ “...บ.ส. ๒๒๔๘ บรรทัดที่ ๒ เฒา พรหมหชย บรรทดั ท่ี ๓ เฒา มหาสงคราม บรรทดั ที่ ๔ อานุสรณ บรรทดั ที่ ๕ ๒๕ ศตวรรษ...” นายสุนทร ศรีเดช ผูคัดลอกไว
ฃ ขอ ความทีจ่ ารกึ ในเสมาหลักบานนํ้าปลกี ดานทิศตะวันตก มี ๑๔ บรรทดั ดังนี้ บรรทัดที่ ๑ “...พ.ศ.๒๔๘๕ รัฐบาลไดมี บรรทดั ที่ ๒ นโยบายบรู ณะชนบทขยาย บรรทดั ท่ี ๓ บานใหมรี ะเบียบ บา นน้ีก็ บรรทดั ท่ี ๔ ไดข ยายตามแนวของรัฐ บรรทัดที่ ๕ หลกั เดมิ สาบสญู ไป บรรทัดที่ ๖ ลุ ๒๕๐๐ นายจันทร บรรทัดท่ี ๗ อินลุเพท พระครูบริหาร บรรทดั ที่ ๘ วัฒนกิจ พรอ มดวย บรรทดั ที่ ๙ ประชาชน ยายพระภมู ิ บรรทดั ที่ ๑๐ หลกั เดิม นาํ เอาหลกั บรรทัดท่ี ๑๑ ศิลาจากโนนสาํ โรงมา บรรทดั ที่ ๑๒ ฝง ไวท น่ี ี่ บรรทัดที่ ๑๓ ๒๘ มกราคม ๒๕๐๐ บรรทัดที่ ๑๔ กิ่ง วิเศษ ผสู ลัก...” นายสุนทร ศรีเดช ผูค ัดลอกไว
ค สญั ลกั ษณแ สดง ๏ – เมืองหลวง ๏ – เมอื ง – เสนทางเดินทาง แผนทแี่ สดงเสน ทางของกลุม ชนไทย-ลาว ทอ่ี พยพคราวพระครูโพนสะเมก็ (ญาคูขห้ี อม) ไปจาํ ปาสัก และคราวพระวอ-พระตา ทางหนองบวั ลําภไู ปจนถงึ จําปาสกั นายสุนทร ศรเี ดช ผูเขียน จาก วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัตศาสตร เอกลกั ษณ และภมู ิ ปญ ญาจังหวดั อาํ นาจเจรญิ ๒๕๔๔ : ๓๐.
ฅ ความเปนมาของวัดทั้ง ๓ และบือบา นโดยสงั เขป ๏ วัดศรีมงคล (วัดเกา) เปนวัดเกาแกแหงแรกของชาวน้ําปลีก สรางขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๓๓๐ เปน วัดมหานิกาย ๏ วัดกลางนํ้าปลีก เปนวัดแหงที่ ๒ ของชาวบานนํ้าปลีก สรางขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๕ เปน วัดมหานกิ าย ๏ วัดโนนสําโรง (วัดปา) เปนวัดแหงท่ี ๓ ของชาวน้ําปลีก สรางขึ้นเม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๙ เปนวัดธรรมยุต ท่เี ครงครดั วปิ ส สนากัมมฏั ฐาน ๏ บือบาน หรอื ศาลมเหศกั ด์ิหลกั บา นหลักเมอื ง ทา นพระครูบรหิ าร-วัฒนกิจ (ภา ปภาโส) และกํานันจันทร อินลุเพท นําหลักศิลาเสมาจาก โนนสมโฮง (บานยางคํา) มาประดิษฐานไวกลางบาน (บือบาน) ๔ หมู อันไดแก หมู ๑, ๘, ๒, ๙ เมื่อวนั ที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ อันเปนวาระครบรอบ พทุ ธ ๒๕ ศตวรรษพอดี
ฆ แผนผงั แสดงการกอตั้งหมูบา นนา้ํ ปลีก หมูท่ี ๑ (เดิม) และหมทู ่ี ๒ (เดิม) ๑ หมายถึง บริเวณท่ตี ้ังบานโคก ๒ หมายถึง ดอนปูตา พอปูดอนหอ ๓ หมายถึง โนนวดั รา ง (โนนวัดฮาง) ๔ หมายถึง สะพานวงั ซีโนย (วังซโิ นย, วังเซโนย) ๕ หมายถงึ ที่ตั้งบือบานหลักเดิม ๖ หมายถึง โนนนาวดั ปา นายสุนทร ศรเี ดช ผเู ขยี น
ง
จ คําอธบิ ายประกอบภาพแสดงที่ตง้ั ถนนฯ ถ. ๑ หมายถงึ ถนนนาคําพฒั นา ถ. ๒ หมายถึง ถนนสามัคคธี รรม ถ. ๓ หมายถึง ถนนประชาชนบรู ณะ ถ. ๔ หมายถงึ ถนนศรมี งคล ถ. ๕ หมายถึง ถนนราษฎรเ สรี ถ. ๖ หมายถึง ถนนศรสี ําโรง คาํ อธบิ ายประกอบภาพแสดงที่ต้งั ซอยฯ ซ. ๑ หมายถงึ ซอยเจริญพานชิ (ทางหลวงหมายเลข ๒๒๑๐ ในปจ จบุ นั ) ซ. ๒ หมายถงึ ซอยมิตรบํารุง ซ. ๓ หมายถึง ซอยผดงุ ศาสน ซ. ๔ หมายถงึ ซอยราษฎรป ระดษิ ฐ ซ. ๕ หมายถึง ซอยจติ สาํ ราญ ซ. ๖ หมายถึง ซอยสมานไมตรี ซ. ๗ หมายถึง ซอยทวีสันต ซ. ๘ หมายถึง ซอยวรรณเวช ซ. ๙ หมายถึง ซอยเขตบรู พา ซ. ๑๐ หมายถึง ซอยประชาอุทิศ
ฉ คาํ อธบิ ายสถานท่ี ทต่ี ั้งสําคญั ตางๆ ฯ ๑. หมายถงึ วดั ศรีมงคล (วัดเกา ) ๒. หมายถงึ วัดกลางนํ้าปลกี (วดั กลาง) ๓. หมายถงึ ศาลาประชาคม หรือ ศนู ยการเรียนรูชุมชนนาํ้ ปลีก (บอื บาน) ๔. หมายถึง สถานอี นามยั หรือโรงพยาบาลสง เสริมสขุ ภาพตําบลนํ้า ปลีก ๕. หมายถงึ โรงเรียนชมุ ชนบานน้ําปลีก (ชน.ป) ๖. หมายถึง ตลาดสดเทศบาล ๑ ๗. หมายถึง สถานีตํารวจภธู รนํา้ ปลีก (สภ.นํา้ ปลกี ) ๘. หมายถงึ โรงเรยี นน้ําปลีกศึกษา (น.ป.) ๙. หมายถงึ วดั โนนสําโรง (วัดปา ) ๑๐. หมายถึง อาคารอเนกประสงค (เดมิ ) ปจจบุ นั เปน ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตําบลน้ําปลีก ๑๑. หมายถงึ สถานีโรงไฟฟา เดิม ปจจุบันรอ้ื ถอนไป เปนทวี่ างเปลา ๑๒. หมายถงึ สํานักงานการประปาสวนภูมภิ าคตาํ บลนํ้าปลกี ๑๓. หมายถึง สาํ นักงานเทศบาลตําบลนํา้ ปลีก ๑๔. หมายถงึ บา นโคก ๑๕. หมายถงึ ดอนปตู า พอ ปูด อนหอ ๑๖. หมายถงึ สะพานวงั ซีโนย ๑๗. หมายถงึ ตลาดสดเทศบาล ๒ (ตลาดทางโคง)
ช รายนามพระคุณเจา ผูใหข อมูลในการสืบคนเพ่อื นาํ มาเรยี บ เรียง ๑. พระครมู งคลวัฒนคุณ แหง วัดศรมี งคล บา นน้ําปลีก ๒. พระครูวรพงศพิสทุ ธิ์ แหงวัดโนนสาํ โรง บานนํ้าปลกี ๓. พระครูวรธรรมานวุ ัฒน แหง วัดกลาง บา นนํ้าปลกี ๔. พระครูกิตติสารวฒั น แหง วดั ศรบี ญุ เรือง บานดงบงั ๕. พระครูบริหารคณาทร แหงวดั ปา อิสิปตนมฤคทายวัน บา นนาดอกไม ไดใ หความเมตตา และกรณุ าใหขอมูล ติดตาม สนใจ ตรวจสอบใหเกดิ แรงผลักดนั จนผลงานสาํ เรจ็ เปน รูปเลม จงึ ขอกราบนมสั การขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ รายชื่อผใู หขอมูลในการสืบคน เพื่อนาํ มาเรียบเรียง (ที่ยงั มี ชวี ติ อยู) ๑. คุณพอ เกง สงิ หแกว ๘. คุณแมว รวรรณ โฉมเฉลา ๒. คุณพอ แทง ถรี ะพนั ธ ๙. คณุ พอเนือน มลู นาม ๓. คณุ วิรฬุ ห หาวงษ ๑๐. คณุ โจโฉ สมบูรณ ๔. พ.ต.ท.เย่ียม กาฬบตุ ร ๑๑. คณุ ยายซาดี จติ รมาศ ๕. นางสมบตั ิ กาฬบตุ ร ๑๒. คณุ ยายมน เผาหอม ๖. คุณจติ ติ รัตนพิทกั ษสขุ ๑๓. คณุ ครธู งชยั งอกงาม ๗. คณุ พอ จรัญ โฉมเฉลา ๑๔. คณุ วรวิทย อนิ ลุเพท
ฯลฯ รวมท้ังทานอน่ื ๆ อีกมากมาย ทไ่ี มอาจระบนุ ามได ทีใ่ หข อ มลู ในการ สืบคน คําแนะนําที่เปนประโยชนในการนํามาเรยี บเรียง ขอกราบขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนีด้ ว ย
ซ รายช่ือผูใ หข อมูลในการสืบคน เพื่อนาํ มาเรียบเรียง (ท่เี สียชีวิตแลว) ๑. คุณตาอาจ เถาวโท ๒. คณุ ตาลอม ทองยศ ๓. คณุ ตาไทย ภิรมย ๔. คุณพอคํามนั่ เรืองบตุ ร ๕. คุณพอจาํ นง ดอกไม ๖. คุณพอเฉลิม ศรีเดช ๗. คุณแมด ารา ศรีเดช ๘. คณุ ยายมูล วายโสกา ๙. คณุ พอ จรูญ บุญธิมาศ ๑๐.คณุ พอหิง นรศรี ๑๑.คณุ พอ ประเสรฐิ วิเศษ ๑๒.คุณพอพดุ ทอง ทองโท ๑๓.คณุ อษั ฎางค เถาวโ ท ๑๔.คุณยายเสน บุญพุฒ ฯลฯ ท้งั ท่ีมิไดร ะบุนามลวนไดลวงลับไปแลว ผูเรียบเรียงขออุทิศคุณความดี อันเกิดจากคําบอกเลาเรื่องราวขอมูลท่ีทานท้ังหลายไดกรุณาบอกเลา ถา ยทอดไว เปน กุศลจติ อุทศิ แดด วงวญิ ญาณของทุกๆ ทานดว ย เทอญ
ฌ สถานที่แหลงสืบคนเพื่อเรียบเรยี ง ๑. เสมาหลกั บา น บานนํา้ ปลกี (บือบา น) ๒. วดั โนนสําโรง (วัดปา ) ๓. วัดกลางนาํ้ ปลีก (วดั กลาง) ๔. วดั ศรีมงคล (วดั เกา ) ๕. วัดโนนสมโฮง วดั ปา ยางคํา หรือวดั ทงุ สิริวิปส สนาราม ๖. โนนวัดรา ง (โนนวดั ฮาง) ๗. บานโคก ๘. ดอนปตู า พอปดู อนหอ ๙. หองสมดุ โรงเรียนน้ําปลกี ศึกษา ๑๐.หอ งสมดุ โรงเรยี นชมุ ชนบา นนํา้ ปลกี ๑๑.สาํ นักงานเทศบาลตําบลนน้ําปลกี ๑๒.โนนเมอื ง บานโนนเมือง
ญ ทาํ เนียบผนู าํ สุขาภิบาลตําบลนํ้าปลีก, เทศบาลตําบลนา้ํ ปลีก ๑. ประธานสขุ าภบิ าลตําบลนาํ้ ปลีก นายอาํ เภออํานาจเจรญิ พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๓๖ ๒. ประธานสขุ าภบิ าลตําบลน้ําปลีก นายอาํ เภออาํ นาจเจรญิ พ.ศ. ๒๕๓๖ – ๒๕๔๒ ๓. นายอษั ฎางค เถาวโ ท นายกเทศมนตรตี าํ บลนา้ํ ปลีก ๒๕ พ.ค. ๒๕๔๒ – ๑๘ ส.ค. ๒๕๔๒ ๔. นายพิทกั ษ คณาเสน นายกเทศมนตรีตาํ บลน้ําปลกี ๑๙ ส.ค. ๒๕๔๒ - ๑๘ ม.ค. ๒๕๔๔ ๕. นายพิทักษ คณาเสน นายกเทศมนตรตี ําบลนาํ้ ปลีก ๔ มี.ค. ๒๕๔๔ – ๙ มี.ค. ๒๕๔๘ ๖. นายจิตติ รตั นพิทกั ษสขุ นายกเทศมนตรีตําบลนาํ้ ปลกี ๙ เม.ย. ๒๕๔๘ – ปจจบุ ัน (ขอมลู จากสาํ นกั งานเทศมนตรีตาํ บลน้ําปลีก)
ฎ ภาพแสดง ขอความทจ่ี ารกึ เสมาหลักบา นนา้ํ ปลีก ดา นทศิ ตะวันออก มีขอความ ๔ บรรทดั
ฏ ภาพแสดง ขอความทีจ่ ารกึ เสมาหลกั บานนาํ้ ปลกี ดานทศิ ตะวันตก มขี อ ความ ๑๔ บรรทดั
ฐ เจา ราชครูหลวงโพนสะเม็ก แหงนครเวียงจนั ทน หรอื พระครยู อดแกว ชาวบา นเรยี ก “ญาคขู ห้ี อม”
ฑ แผนทแี่ สดงเสน ทางเคล่อื นยา ยไป-มาของกลุม ชน ราว ๓,๐๐๐ ป มาแลว ทั้งทางบกและทางทะเล
ฒ แผนท่อี ีสาน ชุมชนยุคสุวรรณภมู ิ เมอ่ื ๓,๐๐๐ ป
ณ แผนท่แี สดงเสน ทางคมนาคมโบราณจากอสี านตอนบน เขาสูบานเมอื งในลมุ นํา้ ปง วงั ยม นาน
ด ศลิ าจารกึ ปากโดมนอยกลา วถงึ พระเจา ศรมี เหนทรวรรมนั หรอื เจาชายจิตรเสนแหงเจนละ พบท่ีริมฝงแมนาํ้ มูล ปากลาํ โดมนอ ยในเขตอทุ ยานแหง ชาติแกงตะนะ ตําบลคาํ เขอ่ื นแกว อาํ เภอสริ ินธร จงั หวัดอุบลราชธานี
ต แผนทแ่ี สดงบริเวณลุมนาํ้ มลู – ชี ตอนปลาย ในอาํ นาจของตระกูลจติ รเสนะ ราวหลงั พ.ศ. ๑๐๐๐
ถ แผนท่อี ีสานบริเวณแรกรับศาสนา
ท พุทธศาสนาสุวรรณภูมิแพรหลายถึงสองฝงแมน าํ้ โขง ราวหลัง พ.ศ. ๑๐๐๐ เห็นไดจากรากฐานเดมิ ของสถูป ที่พระธาตพุ นม ต.ธาตพุ นม อ.ธาตพุ นม จ.นครพนม
ธ แผนทอ่ี สี านแสดงพ้นื ที่อทิ ธพิ ลวัฒนธรรมเขมรเขา มา ราวหลัง พ.ศ. ๑๕๐๐
น ใบเสมาที่วัดโนนสมโฮง หรอื วดั ปายางคาํ หรอื วดั ทุงสิรวิ ปิ สนา ราม บานยางคํา ต.นํา้ ปลกี อ.เมืองอาํ นาจเจริญ จ.อํานาจเจรญิ
บ ใบเสมาหนิ ทราย วดั โนนสาํ โรง กลมุ ท่ี ๑ ปก อยูทางทศิ ตะวันออกเฉยี งใตข องโบสถ นาํ มาจากโนนสมโฮง หรือวัดปายางคํา
ป ใบเสมาหนิ ทราย วดั โนนสาํ โรง กลุม ที่ ๑ ปก อยูทางทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือของโบสถ นํามาจากโนนหนองบวั ทางทิศตะวันตกของบา นนาํ้ ปลกี
ผ ใบเสมาหนิ ทราย วัดโนนสําโรง กลุม ท่ี ๑ ปกอยทู างทศิ ตะวนั ตกเฉียงใตข องโบสถ นํามาจากโนนหนองบัว ทางทิศตะวนั ตกของบา นนา้ํ ปลกี
ฝ ใบเสมาหินทราย วัดโนนสาํ โรง กลมุ ท่ี ๒ ปก อยูทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือของศาลาการเปรียญ นาํ มาจากโนนหนองบัว ทางทศิ ตะวนั ตกของบานนาํ้ ปลกี
พ ใบเสมาหนิ ทราย วัดโนนสําโรง กลมุ ที่ ๒ ปก อยทู างทิศตะวันออกเฉยี งใตของศาลาการเปรียญ นํามาจากโนนหนองบวั ทางทศิ ตะวนั ตกของบา นน้าํ ปลกี
ฟ ใบเสมาหนิ ทราย วดั โนนสาํ โรง กลมุ ท่ี ๒ ปก อยทู างทิศตะวันตกเฉยี งเหนอื ของศาลาการเปรยี ญ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107