Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน

รายงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน

Published by t.kruyok004, 2023-08-22 00:02:47

Description: รายงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน

Search

Read the Text Version



ข แบบรายงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน เรื่องชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5นายเถลิงศักดิ์ เถาว์โท กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนน้้าปลีกศึกษา สังกัดส้านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อ้านาจเจริญ

ค ค้าน้า ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการศึกษาได้ก้าวไกลไปมากจ าเป็นที่ครูผู้สอนต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอเพอให้ก้าวทันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ก็เพอจุดมุ่งหมายหลักของการศึกษาคือการื่ื่พฒนาผู้เรียน ซึ่งก็มีหลากหลายวิธีการสอน ส่วนตัวผู้วิจัยสนใจการสร้างชุดการสอน ด้วยสามารถัตอบสนองกับสภาพของผู้เรียนที่มีพนฐานประสบการณ์ในกระบวนการวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกัน ื้และมีทักษะในกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาในรายวิชาฟิสิกส์ในเกณฑ์ต่ าเป็นส่วนใหญ่ ผู้วิจัยจึงได้สร้างชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดศึกษาส านักงานเขตพนที่ื้การศึกษามัธยมศึกษาอบลราชธานีอานาจเจริญ หรือสามารถเข้าทางช่องทางออนไลน์ที่ ุhttp://gg.gg/SCI-PHY-2565 งานวิจัยฉบับนี้ได้รายงานการหาประสิทธิภาพชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา รายวิชาฟสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล ชั้นมัธยมศึกษาิปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดศึกษาส านักงานเขตพนที่การศึกษามัธยมศึกษาอบลราชธานีืุ้อานาจเจริญ พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจที่จะพฒนาัประสิทธิภาพชุดการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวผู้เรียนอันจะน าไปสู่ประชากรที่มีคณภาพซึ่งุเป็นแนวทางการพฒนาประเทศที่ยั่งยืน หากงานวิจัยฉบับนี้มีข้อบกพร่องประการใด ผู้วิจัยขออภัยไว้ ัณ โอกาสนี้ด้วย นายเถลิงศักดิ์ เถาว์โท ชดการสอนออนไลน์โดยใชกลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาุ้ฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดศึกษาส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานีอ านาจเจริญ หรือสามารถเข้าทางช่องทางออนไลน์ที่ http://gg.gg/SCI-PHY-2565 รายงานการหาประสิทธิภาพชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานีอ านาจเจริญ URL : https://online.pubhtml5.com/ylqa/qlql/#p=6

ง สารบัญหน้า ค้าน้า ค สารบัญ ง แบบรายงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพอพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน ื่1 1 ชื่อนวัตกรรม 1 2 ชื่อ – นามสกุลผู้ส่งผลงาน 1 3 ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา 1 4 วัตถุประสงค์ 5 5 กลุ่มเป้าหมาย (ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง) 6 6 หลักแนวคิด ทฤษฎี 6 7 ขั้นตอนการด าเนินงาน/การออกแบบหรือพัฒนานวัตกรรม 15 8 ผลส าเร็จของการสร้าง หรือ พัฒนานวัตกรรม 17 9 แนวทางการน านวัตกรรมไปใช้ 20 10 การเผยแพร่นวัตกรรม 21 11 อ้างอิง 22 12 ภาคผนวก 23

1 แบบรายงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน ******************************************************************* 1. ชื่อนวัตกรรม การหาประสิทธิภาพชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานีึอ านาจเจริญ2. ชื่อ – นามสกุลผู้ส่งผลงาน นายเถลิงศักดิ์ เถาว์โท ต้าแหน่ง ครูช านาญการพิเศษเบอร์โทรศัพท์ 0956131257 อีเมลล์ [email protected] โรงเรียน น้ าปลีกศกษาึ3. ความเป็นมาและความส้าคัญของปัญหา พระราชบัญญัติการศกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพมเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 ในึิ่มาตรา 24 ได้ก าหนดการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาต้องจัดเนื้อหาสาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพอป้องกันและื่แก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ท าได้ คิดเป็น ท าเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จัดการเรียนการสอน โดยผสมผสานสาระความรู้ต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอนพงประสงค์ไว้ในัึทุกวิชาส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอานวยความสะดวกเพอให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบ อกทั้งการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติื่ีการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2545 หมวด 4 มาตรา 22 ยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการัศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพฒนาตามธรรมชาติและ เต็มตามศักยภาพ เน้นความส าคัญทั้งัความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา ส่วนการจัดกระบวนการเรียนรู้นั้นให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอานวยความสะดวกเพอให้ผู้เรียนเกิดื่การเรียนรู้และมีความรอบรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อนๆ (คณะกรรมการการศึกษาื่แห่งชาติ,2542. : 8 - 9) นอกจากนี้ มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีัประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละัระดับการศึกษาการจะส่งเสริมและพฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์จึงต้องอาศัยการวางรากฐานทางัการศกษาที่มีคณภาพในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 โดยการจัดการเรียนรู้ในแต่ละช่วงึุชั้นควรใช้รูปแบบวิธีการที่หลากหลาย มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมที่พฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ มีั

2 กระบวนการคิด ได้ลงมือปฏิบัติเพื่อสืบเสาะหาความรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการแก้ปัญหา การสื่อสารและความสามารถในการตัดสินใจ น าความรู้ไปแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวันและมีทักษะในการใช้เทคโนโลยี มีเจตคติ คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม รวมทั้งเรียนอย่างมีความสุขด้วย (กระทรวงศึกษาธิการ 2540 : 1) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเป็นคนดีมีั้ปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ และมีจุดมุ่งหมายเพอให้ผู้เรียนมีื่ความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต (กรม วิชาการ, 2551, น. 4) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนฐานต้องการพฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามื้ัมาตรฐานการเรียนรู้ที่ก าหนด จึงก าหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551, น. 8) โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นกลุ่มสาระหนึ่งในหลักสูตร มีความมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการ มีทักษะส าคัญในการศึกษาต้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และการแก้ปัญหาที่หลากหลายให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรมการเรียนรู้ทุกขั้นตอน ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พฒนาวิธีคิด และมีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทุกคนจึงต้องเรียนรู้ัวิทยาศาสตร์เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับทุกคน ทั้งในการด ารงชีวิตประจ าวันและในงานอาชีพตลอดจนผลผลิตต่างๆ ที่ใช้อานวยความสะดวกในชีวิตและการท างาน ล้วนเป็นผลมาจากความรู้วิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน, 2551, น. 1) วิชาฟสิกส์เป็นวิชาวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งที่ส าคัญในการฝึกทักษะความรู้พนฐานของการิื้น าไปใช้ในวิชาต่างๆ และมุ่งให้ผู้เรียนน าความรู้ไปใช้ในการด าเนินชีวิต โดยเน้นกระบวนการให้ผู้เรียนเกิดความคิด ความเข้าใจ และฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิดเพื่อน าไปใช้แก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ วิชาฟสิกส์ยังเป็นพนฐานในการศึกษาต่อระดับอดมศึกษา (นิภาพร ช่วยธานี,2555, น. 39 ิืุ้แต่นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ประสบผลส าเร็จในการเรียนวิชาฟิสิกส์เท่าใดนัก เนื่องจากเนื้อหาวิชาฟิสิกส์จะเป็นการแก้โจทย์ปัญหา ที่มีการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ ดัง Rcdish (2003 อางถึงใน เกริก ศักดิ์้สุภาพ, 2556, น. 2) กล่าวว่า ฟสิกส์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการแปลความโจทย์ปัญหาไปเป็นประโยคิสัญลักษณ์ กราฟเชื่อมโยงความสัมพนธ์ของตัวแปรพชคณิต และสมการต่างๆ ทางฟสิกส์ที่เกี่ยวข้อง ัีิท าให้ผู้เรียนมักจะประสบปัญหาการวิเคราะห์โจทย์ และไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ โจทย์ก าหนดให้ ผู้เรียนจึงไม่สามารถน ากฎ ทฤษฎี สมการต่างๆ ไปใช้แก้โจทย์ปัญหาได้อย่างถูกต้อง หรือผู้เรียนสามารถทองจ าสมการความสัมพนธ์ของตัวแปรต่างๆ ได้ แต่ผู้เรียนไม่รู้ว่าโจทย์ปัญหาแบบไหน่ัต้องใช้สมการใดในการแก้ปัญหา หรือไม่สามารถวิเคราะห์โจทย์ได้ ท าให้เป็นอปสรรคอย่างยิ่งในการุเรียนวิชาฟสิกส์ (ตะวัน พันธ์ขาว, 2556, น. 117) และผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายไม่ตั้งใจเรียน ส่งผลิให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาฟิสิกส์ต่ าลง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ของนักเรียนต่ าลงด้วย จะเห็นได้จากแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

3 วิชาฟสิกส์จัดว่าเป็นวิชาที่ส าคัญที่สุดสาขาหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับความิจริงที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการหากฎเกณฑ์ต่าง ๆ มาอธิบายปรากฏการณ์ในธรรมชาติ ซึ่งความรู้ในวิชาฟสิกส์ส่วนหนึ่งได้มาจากการสังเกต และการวัดโดยเครื่องมือต่าง ๆ แล้วน ามาวิเคราะห์ิแปลความหมายจนถึงการสรุปเป็นหลักการ และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ความรู้อกส่วนหนึ่งได้มาจากีแบบจ าลองทางความคิด ซึ่งน าไปสู่การสร้างทฤษฎีเพออธิบายปรากฏการณ์ในธรรมชาติ วิชาฟสิกส์ื่ิจึงจัดว่าเป็นวิชาพนฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ าวันมากที่สุด การศึกษาวิชาฟสิกส์จึงมุ่งเน้นให้เกิดื้ิความเข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เพอให้สามารถด ารงชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้อย่างปกติสุข ื่และเป็นรากฐานในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไป ตารางที่ 1 เปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐานฐาน(O-NET) ช่วงชั้นที่ 4 มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา ปีการศึกษา 2563-2564 กลุ่มสาระ ค่าเฉลี่ยโรงเรียน ประเทศ โรงเรียน ประ เทศ ระหว่างปี ปี กศ.63 ปี กศ.63 ค่าเฉลียระดับ ค่าเฉลี่ยปี กศ.64 ค่าเฉลียระดับ ปี กศ.64 กศ.64กับ63 ประเทศ ผลต่างค่าเฉลี่ยผลต่างค่าเฉลี่ย ร.ร.กับภาษาไทย 42.76 44.36 47.84 46.40 5.08 1.44 สังคมศกษา ึ36.67 35.93 37.80 36.87 1.13 0.93 ภาษาอังกฤษ 24.06 29.94 21.38 25.56 -2.68 -4.18 คณิตศาสตร์ 21.32 26.04 18.42 21.28 -2.90 -2.86 วิทยาศาสตร์ 32.87 32.67 27.43 28.65 -5.44 -1.22 ค่าเฉลี่ยรวม 31.54 33.79 30.57 31.75 -0.96 -1.18 ที่มา : กลุ่มบริหารงานวิชาการ โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา ปีการศึกษา 2564 ปัจจุบันสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาฟสิกส์ในโรงเรียนมีปัญหา กล่าวคือ ินักเรียนขาดความกระตือรือร้นไม่สนใจเรียน ท าให้ขาดความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา หลักการ ทฤษฎี ตลอดจนขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากการอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหลายๆ ส่วนโดยแต่ละส่วนจะมีความสัมพนธ์กัน และเขียนอยู่ในรูปของัสมการทางคณิตศาสตร์จึงท าให้วิชาฟสิกส์มีความซับซ้อน ท าให้นักเรียนขาดความสนใจและเกิดิความรู้สึกว่าวิชาฟสิกส์เป็นวิชาที่เข้าใจยาก มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาฟสิกส์ เกิดความท้อแท้เบื่อหน่าย ิิไม่อยากเรียน ส่งผลต่อผลการทดสอบ จากตารางเปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติขั้นพนฐานฐาน (O-NET) ช่วงชั้นที่ 4 ื้มัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งผลการทดสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ปี 2564 ลดต่ าลงจากปี 2563คิดเป็น 5.44 คะแนน อกทั้งต่ ากว่า ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ คิดเป็น 1.22 คะแนน ผู้รายงานจึงมีีความคิดจัดแนวการจัดการสอนวิชาฟสิกส์ นอกจากครูผู้สอนจะสอนให้ผู้เรียนศึกษาเพยงความรู้ิีพนฐานของวิชาฟสิกส์แล้ว ผู้สอนต้องเน้นให้ผู้เรียนฝึกท ากิจกรรมต่าง ๆ ในการเสาะแสวงหาความรู้ ื้ิ

4 ไม่ว่าจะเป็นการลงมือปฏิบัติการทดลอง การแก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ เพอที่จะท าให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึงื่หลักการ กฎ ทฤษฎี และธรรมชาติของวิชาฟสิกส์ เพอให้เกิดทักษะในกระบวนการแก้ปัญหาทางิื่ฟสิกส์หรือศาสตร์อนๆ ในวิชาวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสามารถน าหลักการทางฟสิกส์ไปประยุกต์ใช้ในิื่ิเชิงปฏิบัติได้ รวมทั้งธรรมชาติของวิชาฟสิกส์เป็นวิชาที่ว่าด้วย กฎ ทฤษฎี จ านวนตัวเลข สัญลักษณ์ ิและมีโครงสร้างที่ซับซ้อน ซึ่งประสบการณ์การฝึกทักษะในการแก้โจทย์ปัญหาในชั้นเรียนนั้นจะเป็นรากฐานส าคัญถ่ายโอนไปสู่การพัฒนาวิธีการคิด และเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาโจทย์วิชาฟิสิกส์ในชีวิตประจ าวันให้กับผู้เรียนได้ ซึ่งสาเหตุที่ท าให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟสิกส์ โดยเฉพาะทักษะิการแก้โจทย์ปัญหาไม่บรรลุเป้าหมายนั้น มีสาเหตุหลายประการ คือ ปัญหาจากตัวนักเรียน เช่น นักเรียนไม่ชอบวิชาฟสิกส์ เพราะมีตัวเลข กฎ ทฤษฎี สัญลักษณ์มาก ขาดความละเอยดรอบคอบ ดูิีโจทย์ผิด อานโจทย์ข้ามบรรทัด เขียนตัวเลขสลับที่ แปลโจทย์ปัญหาเป็นประโยคสัญลักษณ์ไม่คล่อง ่ไม่สนใจการเรียน ทัศนคติผิดๆ ว่าวิชาฟิสิกส์เป็นวิชาที่ยาก นักเรียนเกิดการเบื่อหน่าย และปัญหาด้านการสอนครูขาดการใช้สื่อ ขาดเทคนิคการสอน สอนโดยยึดเนื้อหาและยึดครูเป็นศูนย์กลาง ไม่ค านึงถึงนักเรียนและความแตกต่างระหว่างบุคคล เนื่องจากการเรียนการสอนวิชาฟสิกส์ จะเกี่ยวข้องกับการิแก้โจทย์ปัญหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งผู้เรียนมักจะประสบปัญหาการวิเคราะห์โจทย์ ไม่เข้าใจความสัมพนธ์ระหว่างตัวแปรที่โจทย์ก าหนดให้ ท าให้ผู้เรียนไม่สามารถแก้ัโจทย์ปัญหาได้ หรือผู้เรียนสามารถท่องจ าสมการความสัมพนธ์ของตัวแปรต่างๆ ได้ แต่ผู้เรียนไม่รู้ว่าัโจทย์ปัญหาแบบใด ต้องใช้สมการใดในการแก้ปัญหา หรือไม่สามารถวิเคราะห์โจทย์ได้ ท าให้เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการเรียนวิชาฟิสิกส์ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของการเรียนวิชาฟิสิกส์ในระดับมธยมศึกษาัคือ ผู้เรียนสามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ สามารถอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติพนฐานที่พบในื้ชีวิตประจ าวัน และน าประสบการณ์การแก้ปัญหาที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนเพอให้นักเรียนมีทักษะในการแก้โจทย์ปัญหาจะต้องอาศัยื่วิธีการสอนที่เหมาะสม เพอเป็นการสร้างความเข้าใจกระบวนการของการแก้โจทย์ปัญหา เนื่องจากื่การแก้โจทย์ปัญหาเป็นทักษะระดับสูงต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนทักษะทางคณิตศาสตร์หลายอย่างเข้าด้วยกัน การฝึกการแก้โจทย์ปัญหาท าได้โดยการฝึกฝนการให้กระท าที่ซ้ า ๆ และท าอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้สื่อหรือชุดการสอนที่มีความหลากหลาย จะท าให้นักเรียนเข้าใจวิธีการแก้โจทย์ปัญหาต่างๆ ได้ ชุดการสอนจึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ฝึกทักษะในการแก้โจทย์ปัญหาที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น สามารถแก้ปัญหาได้ถูกต้อง จากการเรียนการสอนวิชาฟสิกส์ในปัจจุบันพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟสิกส์ไม่ิิเป็นไปตามที่คาดหวังเพราะผู้เรียนจ านวนมากมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ต่ า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผู้เรียนขาดความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ในเนื้อหาวิชาฟสิกส์ เนื่องจากวิชาคณิตศาสตร์เป็นรากฐานส าคัญใน การที่จะศึกษาศาสตร์ิต่างๆ ที่ต้องอาศัยการคิดอย่างมีเหตุผล สามารถใช้เหตุผลในการแสดงความคิดอย่างมีระเบียบชัดเจนและรัดกุม

5 ตารางที่ 2 แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม ว 32201 ของนักเรียนชั้นมัธยมศกษาปีึที่ 5 ปีการศึกษา1/2564 ปีการศึกษา 0 จ้านวนนักเรียนที่ได้ระดับผลการเรียน จ้านวนนักเรียนทั้งหมด ระดับคะแนนเฉลี่ย 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 2564 10 3 0 7 10 4 11 25 70 2.89 ที่มา : กลุ่มบริหารงานวิชาการ โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา ปีการศึกษา 2564 จากตารางแสดงให้เห็นผลการเรียนในปีการศึกษา 2564 มีผลการเรียนในระดับปานกลาง คือ 2.89 ผู้รายงานได้สอบถามผู้เรียนในวิชาฟสิกส์ ด้วยแบบประเมินปลายเปิด นักเรียนส่วนใหญ่ให้ิความเห็นว่าวิชาฟสิกส์เป็นวิชาที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ยากแก่การท าความเข้าใจและการค านวณโจทย์ิปัญหา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเรียนไม่รู้เรื่องและเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนจนปิดกั้นการเรียนรู้ในที่สุด ชุดการสอนจึงเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาอกอย่างหนึ่งผู้รายงานสนใจศึกษา และเชื่อว่าที่มีีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมที่จะน ามาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้ และสามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ อกทั้งยังช่วยีส่งเสริมการศึกษารายบุคคล ผู้เรียนได้เรียนตามความสนใจ ตามเวลา และโอกาสที่อ านวย จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ผู้รายงานจึงได้พัฒนาชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ิิ่ประกอบด้วยชุดการสอนทั้งสิ้น 6 ชุด ซึ่งประกอบด้วย ชุดที่ 1 การถ่ายโอนพลังงานของคลื่นกล ชุดที่ 2 การซ้อนทับกันของคลื่น และสมบัติการสะท้อนของคลื่น ชุดที่ 3 สมบัติการหักเหของคลื่น ชุดที่ 4 สมบัติการเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของคลื่น ชุดที่5 การสั่นพองและคลื่นนิ่งในเส้นเชือก และชุดที่ ้6 การสั่นพ้องและคลื่นนิ่งของเสียง โดยใช้กลวิธีอภิปัญญาซึ่งเป็นการตระหนักรู้ส่วนตัวในความคิดของตนเอง และความสามารถที่จะประเมิน และควบคุมความคิด ของตนเอง ความสามารถของบุคคลในการสร้างกระบวนการรับความรู้ เก็บความรู้ คัดเลือกความรู้มาใช้แก้ปัญหา คาดคะเนผลการแก้ไขปัญหาที่อาจเป็นไปได้ และหาวิธีการแก้ปัญหาในทางอน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนมีสุข สนุกสนานและื่มีเจตคติที่ดีต่อฟสิกส์อนเนื่องจากการที่นักเรียนสามารถหาค าตอบของโจทย์ปัญหาได้ง่ายยิ่งขึ้นอกทั้งิัียังเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย4. วัตถุประสงค์ 4.1 จุดประสงค์ของการวิจัย 1. เพอหาประสิทธิภาพชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ื่เรื่องคลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา ิิ่

6 สังกดส านักงานเขตพนที่การศึกษามัธยมศึกษาอบลราชธานีอานาจเจริญ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ัืุ้75/752. เพอเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนจากชุดการสอนออนไลน์ื่โดยใช้ กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่การศึกษามัธยมอบลราชธานีืุ้อ านาจเจริญ 4.2 สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า 1. ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขติิ่พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานีอ านาจเจริญ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังการใช้ชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา สูงกว่าก่อนการใช้ชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา อย่างมนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ ี.01 5. กลุ่มเป้าหมาย (ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง) 5.1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศกษามัธยมศึกษาอบลราชธานีอ านาจเจริญ ึุจังหวัดอานาจเจริญ จ านวน 2 ห้องเรียน คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 จ านวนทั้งสิ้น 52 คน5.2. กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัย ได้จากการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีการจับฉลาก (Simple Random Sampling) จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่การศึกษามัธยมศึกษาอบลราชธานีอานาจเจริญ จังหวัดืุ้อ านาจเจริญ คือ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 จ านวน 30 คน 6. หลักแนวคิด ทฤษฎี ในการศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาประสิทธิภาพของชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้ค้นคว้าเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยล าดับเนื้อหาที่เป็น 1. เอกสารที่เกี่ยวกับชุดการเรียนการสอน องค์ประกอบของชุดการเรียนการสอน วิชัย วงษ์ใหญ่ (2530 : 186-189) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของชุดการเรียนว่า ประกอบด้วย สิ่งต่อไปนี้ 1. หัวเรื่อง คือ การแบ่งเนื้อหาเป็นหน่วย แต่ละหน่วยแบ่งเป็นหน่วยย่อยเพอให้ผู้เรียนื่ได้เรียนรู้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเน้นให้เกิดความคิดรวบยอดในการเรียนรู้

7 2. คู่มือการใช้ชุดการเรียนการสอน เป็นสิ่งจ าเป็นส าหรับผู้ใช้ชุดการเรียนการสอนจะต้องศึกษาก่อนที่จะใช้ชุดการเรียนการสอนจากคู่มือให้เข้าใจเป็นสิ่งแรก จะท าให้ชุดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีคู่มือประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 2.1 ค าชี้แจงเกยวกับการใช้ชุดการเรียนการสอน เพื่อความสะดวกส าหรับที่จะน าชุดี่การเรียนชุดการเรียนการสอนไปใช้ว่าจะต้องท าอะไรบ้าง 2.2 สิ่งที่ควรต้องเตรียมก่อนสอน ส่วนมากจะบอกถึงสิ่งที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่บรรจุไว้ในชุดการเรียนการสอน หรือสิ่งที่เน่าเสีย สิ่งที่เปราะแตกง่ายหรือสิ่งที่ใช้ร่วมกับผู้อนซึ่งเป็นื่อุปกรณ์ที่มีราคาแพงที่โรงเรียนจัดขึ้นไว้ที่ศูนย์วัสดุอุปกรณ์ เป็นต้น 2.3 บทบาทของนักเรียนเสนอแนะว่านักเรียนควรจะส่วนมีร่วมในการเรียนอย่างไร 2.4 การจัดชั้นเรียน 2.5 แผนการสอน 3. วัสดุประกอบการเรียน ได้แก่ พวกสิ่งของหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่จะให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า เช่น เอกสาร ต ารา บทคัดย่อ รูปภาพ แผนภูมิ วัสดุ เป็นต้น 4. บัตรงาน เป็นสิ่งจ าเป็นส าหรับชุดการเรียนแบบกลุ่มหรือกิจกรรมแบบศูนย์การเรียน บัตรนี้อาจเป็นกระดาษแข็ง หรือ กระดาษออนตามขนาดที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ซึ่ง่ประกอบด้วย ส่วนส าคัญ 3 ส่วน คือ 4.1 ชื่อบัตร กลุ่ม หัวเรื่อง 4.2 ค าสั่งว่าจะให้ผู้เรียนปฏิบัติอะไรบ้าง 4.3 กิจกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติตามล าดับขั้นตอนของการเรียนการสอน 5. กิจกรรมส ารอง จ าเป็นส าหรับชุดการเรียนแบบกลุ่มกิจกรรม กิจกรรมส ารองนี้จะต้องเตรียมไว้ส าหรับนักเรียนบางคนหรือกลุ่มที่ท าได้เสร็จก่อนคนอน ท าให้ผู้เรียนไม่เกิดความเบื่อื่หน่าย หรืออาจก่อให้เกิดปัญหาทางวินัยในชั้นเรียน 6. ขนาดรูปแบบของชุดการเรียน ชุดการเรียนไม่ควรใหญ่หรือเล็กเกินไป ควรจัดให้มีขนาดที่พอเหมาะ เพื่อสะดวกในการเก็บรักษาและการน าไปใช้ วิชัย วงษ์ใหญ่ (2530 อางถึงใน พเศษ ภัทรพงษ์ 2540 : 17) กล่าวว่า องค์ประกอบ้ิของชุดการเรียนรู้ที่ส าคัญมีดังนี้ 1. แนวคิดที่ส าคัญ 2. จุดประสงค์การเรียน จะเป็นสิ่งที่ก าหนดการเรียนในเรื่องที่ว่า มีความคาดหวังจะให้ผู้เรียนมีความสามารถเรื่องใด 3. การประเมินผลเบื้องต้น 4. กิจกรรมการเรียนการสอนแบบกิจกรรมการเรียนต้องยึดจุดประสงค์เป็นหลัก 5. การประเมินผลหลังเรียน

8 2. แนวคิดเกี่ยวกับกลวิธีอภิปัญญา (metacognition) เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดกลวิธีอภิปัญญา ประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วน ดังนี้ 1. ความหมายของอภิปัญญา 2. องค์ประกอบขงอภิปัญญา 3. การฝึกกลวิธีอภิปัญญา 1 ความหมายของอภิปัญญาSlavin (2003,หน้า 203) ได้กล่าวถึงนักเรียนจะคิดถึงกลวิธีส าหรับประเมินความเข้าใจของตนเองไตร่ตรองถึงเวลาที่จะต้องใช้ในการเรียนเรื่องอนๆ จะคดเลือกแผนที่มีประสิทธิภาพเพื่อการื่ัเรียนและการแกไขปัญหา ตัวอย่างเช่น การอ่านหนังสอเล่มหนึ่งคุณอาจติดขัดกับย่อหน้าหนึ่งที่คณไมุ่้เข้าใจในการอานครั้งแรก อาจอานอกครั้งให้ช้าลงมองหาความหมายที่อน เช่น ภาพ กราฟ อภิธาน่่ีื่ศัพท์ เหล่านี้ คือ ทักษะการอภิปัญญา(metacognitive skill)จะมีการเรียนรู้ว่า ว่าคูณไม่ข้าใจหรือแก้ไขได้อย่างไรด้วยตัวเอง กลวิธีอภิปัญญาอนๆ ก็คือความสามารถในการพยากรณ์สิ่งที่เกิดขึ้นหรือื่บอกว่าสิ่งนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ Wilson(2001 อางใน นิยม ไชยวงศ์,2547,หน้า12) ได้ก าหนดความหมายของอภิปัญญา้ไว้ว่า หมายถึง การตระหนักรู้ส่านตัวในความคิดของตัวเอง และความสามารถที่จะประเมินและควบคุมความคิดของตนเองส่าน Lin (2001,หน้า 12)ได้ก าหนดนิยามอภิปัญญาว่า หมายถึง ความเข้าใจและการควบคุมความคิดของตนเอง และสมมติฐานรวมทั้งข้อสรุปเกี่ยวกับกิจกรรมที่ต้องท า ทั้งนี้ยังรวมไปถึง การรู้ตนเองของเด็กในความรู้ความสามารถส่วนตัวความช านาญและความสนใจ Hrbrey (2001,หน้า16) เรียกว่า “knowing what we knoew” อีกด้วย Flavell (1997 อางใน มัตติกา กันทะเตียน,2548, หน้า 13) ได้อธิบายความหมาย้เกี่ยวกับอภิปัญญาไว้ว่า เป็นความรู้หรือกิจกรรมทางปัญญาที่มีต่อวัตถุประสงค์บางอย่างหรือหมายถึงการควบคุมกิจกรรมทางความคิด เป็นการที่บุคคลได้รู้จักถึงกระบวนการคิดของตนเองหรือสิ่งอนๆ ที่ื่เกิดจากกระบวนการคิด จากความหมายของอภิปัญญาดังกล่าว สรุปได้ว่า อภิปัญญา หมายถึง การตระหนักรู้ส่วนตัวในความคิดของเอง และความสามารถที่จะประเมินและควบคุมความคิดของตนเองความสามารถของบุคคลในการสร้างกระบวนการรับความรู้ เก็บความรู้ คัดเลือกความรู้มาใช้แก้ปัญหา คาดคะเนผลการแก้ไขปัญหาที่อาจเป็นไปได้ และหาวิธีการแก้ปัญหาในทางอื่น 5.2 องค์ประกอบอภิปัญญา นักเรียนศึกษาและนักจิตวิทยาการเรียนรู้หลายท่านได้ศึกษาเกียวัยอภิปัญญาและได้แบ่ง องค์ประกอบของอภิปัญญาไว้ดังนี้ Flavell (1997 อ้างใน มัตติกา กันทะเตียน,2548, หน้า 17) ได้แบ่งอภิปัญญาเป็น องค์ประกอบดังนี้ 1. ความรู้ในอภิปัญญา (metacognition knowledge)

9 1.1 องค์ประกอบส่วนตัว (peron variabole) คอความรู้ความเข้าใจในความสามารถของผู้เรียนว่าตนมีคุณสมบัติและมีความสามารถอยู่ในระดับใด 1.2 องค์ประกอบด้านงาน ( task variable ) คือ ความเข้าใจลักษณะของงานที่จะต้องการเรียนรู้ 1.3 องค์ประกอบด้านวิธีการ ( straegty variabie) คือ เทคนิคหรือวิธีการที่ผู้เรียนเลือกใช้ในการเรียนรู้งาน 2. ประสบการณ์การในอภิปัญญา ( metacognition experience) 2.1 การวางแผน ( planning ) 2.1.1 การก าหนดเป้าหมาย 2.1.2 การเลือกวิธีปฏิบัติ 2.1.3 การเรียงล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 2.1.4 การรวบรวมจัดหมวดหมู่อุปสรรคจะเกิดขึ้นได้ 2.1.5 การรวบรวมแนวทางเพื่อที่จะให้บรรลุอุปสรรคที่เกิดขึ้น 2.1.6 การคาดคะเนหรือท านายผลลัพธ์ไว้ล่างหน้า 2.2 การตรวจสอบ 2.2.1 การก ากับจุดประสงค์ไว้ในใจ 2.2.2 การก ากับหน้าที่ 2.2.3 การรู้จุดประสงค์ย่อย 2.2.4 การเลือกวิธีปฏิบัติอย่างเหมาะสม 2.2.5 การรู้ถึงข้อผิดพลาด 2.2.6 การแก้ไขข้อผิลพลาดที่เกิดขึ้น 2.3 การประเมิน 2.3.1 การประเมินความส าเร็จที่เกิดขึ้นตามจุดมุ่งหมาย 2.3.2 การพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้อย่างละเอียด 2.3.3 การประเมินปัญหาที่พบ 2.3.4 การประเมินประสิทธิภาพของแผนการที่แก้ปัญหาได้ จากการก าหนดองค์ประกอบของอภิปัญญาดังกล่าว สรุปได้ว่า องค์ประกอบของอภิปัญญา ได้แก่ การตระหนักรู้ในตนเองและงาน (person and task metacognitive knowledge) การวางแผน (planning) การควบคุมการด าเนินแก้ปัญหา (monitoring) และการประเมินผล(evaluation) 3. การฝึกกลวิธีอภิปัญญา Veenman,T (1994) ได้เสนอแนะว่าหลักการส าหลับการฝึกกลวิธีอภิปัญญาที่ส าคัญได้แก ่

10 1. กิจกรรมและกะบวนการ ควรได้รับการเน้นมากกว่าผลการเรียน (process principle) 2. ผู้เรียนต้องได้รับความช่วยเหลือให้ตระหนักรู้ในกลวิธีการเรียนรู้ของตนเองทักษะการก ากับตนเอง และความสัมพนธ์ของกลวิธี และทักษะเหล่านี้กับเป้าหมายการเรียนรู้ ั(functionality principle) 3. ปฏิสัมพนธ์ระหว่างพทธิปัญญา อภิปัญญา และองค์ประกอบของการเรียนรู้ในัุด้านจิตพิสัย นับเป็นเรื่องส าคัญ (affective principle) 4. ผู้เรียนต้องได้รับการสอนที่ตระหนักในการใช้และหน้าที่ของความรู้และทักษะ (functionality principle) 5. ผู้สอนและผู้เรียนควรมุ่งไปสู่การถ่ายโอนการเรียนรู้และการแผ่ขยาย (transfer principle) 6. ผู้เรียนควรได้รัยการสอนรู้จักวิธีการก ากับ การวินิจฉัย และการทบทวนหรือประเมินการเรียนรู้ของตนเอง (self-diagnosis principle) 7. ควรออกแบบการสอนในแบบที่จะมีความสมดุลระหว่างคุณภาพและปริมาณของกิจกรรมการเรียนรู้ (activity principle) 8. ความรับผิดชอบในการเรียนควรค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นของผู้เรียน (scaffolding principle) 9. ส าหลับเด็กเล็ก ควรมีการเน้นความสัมพนธ์กับปกครองเพอว่าจะได้มีการเริ่มฝึกัื่การก ากับตนเองตั้งแต่เด็ก (supervision principle) 10. การร่วมมือกันและอภิปลายร่วมกันในระหว่างผู้เรียนนับเป็นสิ่งจ าเป็น (cooperation principle) สิริมาศ สิทธิ์หล่อ ( 2544, หน้า 51 ) ได้เสนอกลวิธีการทางอภิปัญญาที่นิยมใช้กันคือ 1) ผังความสัมพนธ์ทางความหมาย (semantic mapping) 2) เทคนิคการเรียนแบบKWL ( ัknow-want learned ) โดยสรุปแล้ว กลวิธีอภิปัญญานั้น เป็นกระบวนการแก้ปัญหาและกิจกรรมค้นคว้าความรู้ อนจะสร้างโอกาสเพอพฒนากลวิธีอภิปัญญา ดังนั้น ครูต้องเพมความสนใจไปที่ความตั้งใจัื่ัิ่ของนักเรียนการที่จะท าให้บรรลุผลส าเร็จกับงานที่ท า ขั้นตอนการปฏิบัติเพอจุดมุ่งหมาย เพอให้เกิดื่ื่ความพงพอใจ จะต้องได้รับการสร้างขึ้น และมีการประเมินผลโดยนักเรียนเมื่อนักเรียนได้ค้นพบแล้วึว่าความเข้าใจและการถ่ายโอนกระบวนการคิดสามารถน าไปปรับปรุงการเรียนรู้ของนักเรียน3. การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 3.1 ความหมายของปัญหาอภิปัญหา Gagne (1985, อางอง ทองหล่อ วงษ์อนทร์, 2537, หน้า 229-261 ) อภิบายว่า้ิิความสามารถในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ประกอบด้วยทักษะในการคิดค านวณ และความเข้าใจใน

11 ความคิดรวบยอด โดยทองหล่อ วงษ์อนทร์ ( 2537, หน้า 25-26 ) ได้สรุปความหมายของทั้ง 2 ิองค์ประกอบไว้ดังนี้ 1. ทักษะในการคิดค านวณ ( computational skill ) ความรู้ในการนิยาม สูตร และหลักเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ ความสามารถในการระบุค า หรือข้อความในโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และความสามารถในการจ าแนกประเภทของปัญหาคณิตศาสตร์ตามลักษณะโครงสร้างความรู้ซึ่งแบ่งเป็นโครงสร้างความรู้แบบลึกและโครงสร้างความรู้แบบผิวเผิน 2. ความเข้าใจในความคิดรวบยอด ( conceptual understanding ) เป็นความรู้ในการประมาณค่าค าตอบขอปัญหา เหตุผล หรือวิธีการประมาณค่าค าตอบ การระบุหลักการส าคัญ ทางคณิตศาสตร์ที่ในมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและความรู้ในล าดับขั้นตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา สมบัติ โพธิ์ทอง ( 2539, หน้า 32 ) ได้สรุปความหมายของปัญหาคณิตศาสตร์ได้ว่าเป็นสถานการณ์หรือค าถามที่เกี่ยวข้องกับปริมาณ ที่ผู้แก้ปัญหาไม่สามารถหาค าตอบได้ในทันทีแต่ต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์และกระบวนการแกปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่จะตัดสินในเลือกกลวิธีที่เหมาะสม้ใช้ในการแก้ปัญหา เพื่อให้ได้มาซึ่งค าตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ จากความหมายทางการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สรุปได้ว่า ปัญหาคณิตศาสตร์ หมายถึง ค าถามหรือสถานการณ์ที่ต้องการค าตอบที่เกี่ยวกับปริมาณ หรืออาจเป็นปัญหาที่ต้องน าความรู้หรือความเข้าใจ ประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ ด้านต่างๆ มาใช้ในกระบวนการในการปัญหา 3.2 กระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ รูปแบบกลวิธีทั่วๆ ไป ที่ได้รับการแนะน าในกาใช้แก้ปัญหาคณิตศาสตร์มีพนฐานมาจากื้แบบจ าลองของ Poya ( อางใน 1985, อางอง ทองหล่อ วงษ์อนทร์, 2537, หน้า 261-272 ,2547 ้้ิิหน้า 26 ) ซึ่งประกอบด้วยการท าความเข้าใจปัญหา คัดเลือกแผนการแก้ปัญหา ด าเนินการวางแผน ตรวจสอบ ทองหล่อ วงศ์อนทร์ ( 2537, หน้า 23 ) ได้สรุปกระบวนการเพอน าไปใช้แก้ปัญหา ิื่ดังนี้ 1. การท าความเข้าใจปัญหาจากโจทย์ ประกอบด้วย การบอกได้ในสิ่งที่โจทย์ก าหนดาให้ การกอบเป้าหมายของการแก้ปัญหา แยกแยะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา รวมทั้งการระบุค ายากที่ปรากฏในโจทย์ที่แยกแก่การท าความเข้าใจ 2. การสร้างตัวแทนปัญหา มีวิธีการเช่น การวาดรูป การสร้างแผนภูมิ หรือแผนภาพสัญลักษณ์ต่างๆ แทนข้อความในโจทย์ การแปรโจทย์ให้อยู่ในรูปสัญลักษณ์และการจัดระบบข้อมูลใหม่ 3. การวางแผนในการแก้ปัญหา ประกอบด้วย การระบุเงื่อนไขจากโจทย์ การแบ่งขั้นตอนในการแก้ปัญหา เลือกขั้นตอนในการท างาน จัดล าดับขั้นตอน ประมาณค่าค าตอบ ระบุว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับการใช้สูตร กฎ หรือหลักเกณฑ์เรื่องใด

12 4. การลงมือแก้ปัญหา มีขั้นตอนย่อยดังนี้ คือ ด าเนินการตามแผนด้วยทักษะพชคณิต ืเรขาคณิต ระบุเหตุในการค านวณ ระบุความถูกต้องในการค านวณ ใช้กฎเกณฑ์ความรู้พนฐานทางื้คณิตศาสตร์ในการค านวณ 5. การตรวจสอบการแก้ปัญหา ได้แก่ การตรวจสอบขั้นตอน ในการแก้ปัญหาทบทวนค าตอบ โดยพจารณาจากการค านวณ ตรวจสอบค าตอบว่าตรงกับสิ่งที่โจทย์ต้องการหรือไม่รวมถึง ิความถูกต้องของค าตอบ จากการิเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ข้างต้นสรุปได้ว่ากระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ประกอบด้วนขั้นตอนที่ส าคัญ ๆ คือ การศึกษาปัญหา การส ารวจข้อมูลที่จ าเป็น การวางแผนเพอแก้ปัญหา การคัดเลือกวิธีการที่น ามาแก้ปัญหา การแก้ปัญหาตามื่วิธีการที่เลือก และการตรวจสอบผลลัพธ์ ในการวิจัยนี้ กระบวนการแก้ปัญหาที่น าไปใช้เป็นแนวทางในการวิจัยประกอบด้วยกระบวนการ 4 ขั้นตอน คือ 1. ก าหนดเป้าหมายของการแก้ปัญหา 2. เลือกวิธีการที่ใช้ในการแก้ปัญหา 3. กระบวนการแก้ปัญหา 4. การประเมินผล 7. ขั้นตอนการด้าเนินงาน/การออกแบบหรือพัฒนานวัตกรรม การด าเนินการครั้งนี้เป็นการรายงานผลการพฒนาชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิัปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาิ่ปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่การศึกษามัธยมศึกษาอบลราชธานีอ านาจเจริญ ืุ้ซึ่งมีรายละเอียดในการด าเนินการศึกษาค้นคว้า ดังนี้เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษา เนื้อหาที่ใช้ศึกษาการพัฒนาชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา ประกอบไปด้วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ิิ่ประกอบด้วยชุดการสอนทั้งสิ้น 6 ชุดดังนี้ ชุดที่ 1 การถ่ายโอนพลังงานของคลื่นกล ชุดที่ 2 การซ้อนทับกันของคลื่น และสมบัติการสะท้อนของคลื่น ชุดที่ 3 สมบัติการหักเหของคลื่น ชุดที่ 4 สมบัติการเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของคลื่น ชุดที่ 5 การสั่นพ้องและคลื่นนิ่งในเส้นเชือก ชุดที่ 6 การสั่นพ้องและคลื่นนิ่งของเสียง ระยะเวลาในการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ท าการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โดยใช้เวลาท าการศึกษาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ๆ ละ 3 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 12 ชั่วโมง ทั้งนี้ไม่รวมกิจกรรมการปฐมนิเทศการใช้ชุดการชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญาเป็นเวลา 2 ชั่วโมง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

13 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าประกอบด้วย1. ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดิิ่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานีอ านาจเจริญที่ผู้รายงานสร้างขึ้น2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟสิกส์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นิกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 322013. แบบวัดความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีึอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 322013. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ในการสร้างชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ได้ด าเนินการดังนี้ 1. ศึกษาเอกสาร งานวิจัย และต าราที่เกี่ยวข้องกับการสร้างชุดการสอน 2. ศึกษาขอบข่ายเนื้อหาสาระในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพนฐาน พทธศักราช 2551 และหลักสูตรสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยืุ้การเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 3. ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับกลวิธีอภิปัญญา (metacognition) 3.1 ก าหนดโครงร่างเกี่ยวกับลักษณะของชุดการสอน 3.2 ก าหนดวัตถุประสงค์ และเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกัน 3.3 ก าหนดกิจกรรมหรือสถานการณ์ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน 3.4 ในแบบฝึกมีการให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ผู้เรียนหลังจากท ากิจกรรม 4. น าชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 พร้อมทั้งแบบประเมินความเหมาะสมของชุดการสอนที่สร้างขน ไปึ้ให้ผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 3 ท่าน ตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของแบบฝึก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมีรายนามดังต่อไปนี้ 4.1 นางสาวภัทริยา โพธิ์ศรีคุณ ครูช านาญการพเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ิวิทยาศาสตร์ (หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์) ปฏิบัติหน้าที่สอนวิชาเคมี โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา อาเภอเมือง จังหวัดอานาจเจริญ เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องด้านหลักสูตร และการสอน 4.2 นางสาวสายฝน พลผล ครูช านาญการพเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ูิ(ฟิสิกส์) ปฏิบัติหน้าที่สอนวิชาฟสิกส์ โรงเรียนนายมวิทยาคาร อ าเภอเมือง จังหวัดอ านาจเจริญ เป็นิผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องด้านเนื้อหา

14 4.3 นางรัตนา รักจันทร์ ครูช านาญการพเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ิปฏิบัติหน้าที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนหัวตะพานวิทยาคม อ าเภอเมือง จังหวัดอ านาจเจริญ เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องด้านการวัดผล ประเมินผล และค่าทางสถิติ 5. น าชุดการสอน มาปรับปรุงแก้ไขตามค าแนะน าของผู้เชี่ยวชาญ 6. หลังจากที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว น าแบบฝึกไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา อาเภอเมือง จังหวัดอานาจเจริญ ปีการศึกษา 2565 จ านวน 21 คน โดยแยกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 6.1 ทดลองรายบุคคล น าชุดการสอนที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้ทดลองแบบรายบุคคลกับนักเรียน จ านวน 3 คน ได้มาโดยการสุ่มจับสลาก เป็นนักเรียนเก่ง 1 คน จากนักเรียนเก่งทั้งหมด 9 คน เป็นนักเรียนปานกลาง 1 คน จากนักเรียนปานกลางทั้งหมด 9 คน และเป็นนักเรียนออน 1 คน จากนักเรียนออนทั้งหมด 9 คน เพอตรวจสอบความชัดเจนของค าชี้แจง และ่่ื่ความยากง่ายของเนื้อหา แล้วน าผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไข เริ่มจากท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนแล้วให้นักเรียนทีละคนเรียนรู้ทีละชุดการสอน เริ่มจากชุดการสอนที่ 1 จนถึงแบบฝึกที่ 6 เสร็จแล้วให้นักเรียนท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน โดยที่ผู้รายงานคอยสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแต่ละคนแล้วจดบันทึกผลและข้อบกพร่องพบว่า ค าชี้แจง ความยากง่ายของเนื้อหา เหมาะสมของโจทย์ปัญหา และความเหมาะสมของเวลา แล้วเสนอต่อคณะผู้เชี่ยวชาญ น าผลที่ได้มาค านวณหาค่าประสิทธิภาพ (E / E ) โดยได้ก าหนดเกณฑ์ไว้ คือ 50/50 12และน าข้อบกพร่องที่พบมาปรับปรุงแก้ไขด้านความยากง่ายของเนื้อหา และความเหมาะสมของโจทย์ปัญหาที่ใช้ให้มีความเหมาะสมดียิ่งขึ้น เสนอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องอกครั้ง เสร็จแล้วจึงีน าไปทดลองกับกลุ่มเล็กต่อไป 6.2 ทดลองกลุ่มย่อย น าชุดการสอนไปทดลองกับนักเรียน จ านวน 10 คน ซึ่งไม่ใช่ 3 คน ที่ใช้ทดลองขั้นทดลองรายบุคคล ได้มาโดยการสุ่มจับสลาก เป็นนักเรียนเก่ง 3 คน จากนักเรียนเก่งทั้งหมด 9 คน เป็นนักเรียนปานกลาง 4 คน จากนักเรียนปานกลางทั้งหมด 9 คน และเป็นนักเรียนอ่อน 3 คน จากนักเรียนอ่อนทั้งหมด 9 คน โดยด าเนินการเช่นเดียวกันกบขั้นตอนทดลองัรายบุคคล เพอหาข้อบกพร่องของแบบฝึกที่สร้างขึ้น แล้วน าผลที่ได้มาค านวณหาค่าประสิทธิภาพ ื่(E / E ) โดยก าหนดเกณฑ์ไว้ คือ 60/60 น าข้อบกพร่องที่พบมาแก้ไขแล้วจึงน าไปใช้ภาคสนามกับ12กลุ่มตัวอย่าง 7. จัดพมพเป็นฉบับสมบูรณ์ น าไปใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นิ์มัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา อาเภอเมือง จังหวัดอานาจเจริญ ปีการศึกษา 2565 จ านวน 30 คน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ิิ่ว 32201 ใช้เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยสร้างขึ้นเป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 5 ตัวเลือก จ านวน 30 ข้อ ซึ่งได้ด าเนินการ ดังนี้

15 1. ศึกษาคู่มือการประเมินผลการเรียนการสอน คู่มือครู หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 3 ชั้นมัธยมศกษาปีที่ 5 ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และึเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ 2. ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์แบบทดสอบจากหนังสือ ต าราและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการวัดผล ประเมินผล 3. ศึกษาวิเคราะห์เนื้อหา และจุดประสงค์การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 เพื่อก าหนดจ านวนข้อสอบ 4. สร้างแบบทดสอบตามที่ก าหนดไว้เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 5 ตัวเลือก จ านวน 60 ข้อ ให้ครอบคลุมเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ 5. น าแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพอตรวจสอบคุณภาพด้านความื่เที่ยงตรงเชิงเนื้อหา และความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ (IOC) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นสามารถวัดพฤติกรรมนั้น ๆ ได้ ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อค าถามนั้นสามารถวัดพฤติกรรมนั้น ๆ ได้ ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นไม่สามารถวัดพฤติกรรมนั้น ๆ ได้ 6. น าผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบแต่ละข้อกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด มาวิเคราะห์คะแนนความสอดคล้อง (IOC) เพอหาความเที่ยงตรงื่เชิงเนื้อหาและค่าดัชนีความสอดคล้อง 7. พจารณาคัดเลือกแบบทดสอบที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป มาิจัดพิมพ์เป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจ านวน 40 ข้อ 1 ฉบับ 8. น าแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 ปีการศึกษา 2565 จ านวน 21 คน โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา อาเภอเมือง จังหวัดอานาจเจริญ ซึ่งเคยเรียนเนื้อหาการเคลื่อนที่แนวตรงมาแล้ว เพื่อวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (P) ค่าอ านาจจ าแนก (r) 9. น าผลการสอบมาตรวจให้คะแนน โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนแต่ละข้อ คือ ตอบถูก ให้ 1 คะแนน ถ้าตอบผิดหรือไม่ตอบ หรือตอบากกว่า 1 ตัวเลือก ให้ 0 คะแนน 10. น ากระดาษค าตอบที่ตรวจให้คะแนนแล้ว น าผลคะแนนของนักเรียนไปวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (P) อยู่ระหว่าง 0.20 – 0.80 และค่าอานาจจ าแนก (r) ตั้งแต่ 0.2 ขึ้นไป คัดเลือกข้อสอบไว้ได้จ านวน 30 ข้อ 11. น าแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ปีการศึกษา 2565 จ านวน 30 คน โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา อ าเภอเมือง จังหวัดอานาจเจริญ ซึ่งเคยเรียนเนื้อหาเรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 มาแล้วเพอวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นได้แบบทดสอบิิ่ื่วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.86 12. น าแบบทดสอบที่ได้ไปวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างต่อไป

16 4. การด าเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลการศึกษาครั้งนี้ผู้รายงานได้ด าเนินการทดลอง ดังนี้การด าเนินการทดลองตามแบบแผนการศึกษาแบบกลุ่มเดี่ยวทดสอบก่อนและทดสอบหลังการทดลอง (One group pretest posttest design) รูปแบบการศึกษาชนิดนี้เขียนเป็นตารางทดลองได้ดังนี้ (พวงรัตน์ ทวีรัตน์ 2540 : 60 - 61)แบบแผนการศึกษาค้นคว้า กลุ่มสอบกอน่ทดลองสอบหลังET 1XT 2 เมื่อ E แทน กลุ่มตัวอย่างT 1แทน การทดสอบก่อนเรียนX แทน การเรียนจากแบบฝึกการใช้ระบบเส้นแทนการใช้สูตรในการคิด ค านวณเรื่องการเคลื่อนที่แนวตรงT 2แทน การทดสอบหลังเรียนการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้รายงานด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในวิชาฟสิกส์ จากชุดการสอนออนไลน์โดยใช้ ิกลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ตามิิ่ขั้นตอน ดังนี้1. นักเรียนกลุ่มตัวอย่างท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน วิชาฟสิกส์ เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 น าคะแนนที่ได้เป็นคะแนนทดสอบิิิ่ก่อนเรียน เพื่อหาดัชนีประสิทธิผล (E.I.) 2. นักเรียนกลุ่มตัวอย่างเรียนด้วยชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 จนครบทุกแบบฝึก ท าการเก็บิิ่ข้อมูลจากการท าแบบฝึกหัดระหว่างเรียนจากชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201เพื่อหาประสิทธิภาพ E 13. หลังจากเรียนครบทุกแบบฝึกเสร็จแล้วให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสิิ่วิชา ว 32201 น าคะแนนที่ได้จากการทดสอบมาหาประสิทธิภาพ E และดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เพื่อ2ตรวจสอบความก้าวหน้าของนักเรียน4. หลังจากเรียนครบทุกแบบฝึกแล้วให้นักเรียนประเมินความพงพอใจที่มีต่อการึเรียนโดยใช้แบบฝึกการใช้ระบบเส้นแทนการใช้สูตรในการคิดค านวณ เรื่อง การเคลื่อนที่แนวตรง

17 5. น าผลการประเมินมาวิเคราะห์และแปลผลความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการึเรียนโดยใช้ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 1. หาประสิทธิภาพของชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ค านวณหาจากคะแนนที่ได้จากการท าแบบฝึกหัดิิ่ในแบบฝึกทุกแบบฝึกกับคะแนนที่ได้จาการท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจบบทเรียน โดยคิดเป็นร้อยละ จากนั้นน าผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2. วิเคราะห์แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยหาค่าความยากง่าย และอานาจจ าแนก และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตร K-R 20 (Kuder – Richardson 20) น าไปใช้ทดสอบแล้ว หาความก้าวหน้าของนักเรียนจากดัชนีประสิทธิผล (E.I.) 3. การวิเคราะห์หาดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ใช้วิธีการหาค่าดัชนีประสิทธิผลิิ่ของสื่อการสอนตามวิธีของเผชิญ กิจระการ 4. การวิเคราะห์ความพงพอใจของนักเรียนที่มีการเรียนโดยใช้แบบฝึกการใช้ระบบเส้นึแทนการใช้สูตรในการคิดค านวณ เรื่อง การเคลื่อนที่แนวตรง ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 8. ผลส้าเร็จของการสร้าง หรือ พัฒนานวัตกรรม ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์เพอหาประสิทธิภาพของชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยื่การเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามิิ่เกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ได้แสดงผลปรากฏในตารางที่ 3 และ 4 ตารางที่ 3 แสดงคะแนนเฉลี่ยชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุด การเรียน การสอน เรื่อง คะแนนเต็ม คะแนน ร้อยละ เฉลี่ย ที่ท าได้ เฉลี่ย % ชุดที่ 1 การถ่ายโอนพลังงานของคลื่นกล 10 8.03 80.30 ชุดที่ 2 การซ้อนทับกันของคลื่น และสมบัติการสะท้อนของคลื่น 10 8.25 82.50 ชุดที่ 3 สมบัติการหักเหของคลื่น 10 8.54 85.40 ชุดที่ 4 สมบัติการเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของคลื่น 10 7.80 78.00 ชุดที่ 5 การสั่นพ้องและคลื่นนิ่งในเส้นเชือก 10 7.99 79.90 ชุดที่ 6 การสั่นพ้องและคลื่นนิ่งของเสียง 10 8.25 82.50 เฉลี่ย 81.43

18 จากตารางที่ 3 พบว่า ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แต่ละชุดปรากฏผลดังนี้ ชุดิิ่ที่ 1 ได้คะแนนเฉลี่ย 8.03 คะแนน ชุดที่ 2 ได้คะแนนเฉลี่ย 8.25 คะแนน ชุดที่ 3 คะแนนเฉลี่ย 8.54 คะแนน ชุดที่ 4 คะแนนเฉลี่ย 7.80 คะแนน ชุดที่ 5 ได้คะแนนเฉลี่ย 7.99 คะแนน ชุดที่ 6 ได้คะแนน คะแนนเฉลี่ย 8.25คะแนน เมื่อน าคะแนนรวมของนักเรียนที่ท าแบบทดสอบชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ิิ่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้เฉลี่ย ร้อยละ 81.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75 ตัวแรกที่ตั้งไว้ ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนจากการใช้ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์ิเพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่ิ่ื้การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อ านาจเจริญ ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูล ปรากฏดังตารางที่ 5 ตารางที่ 5 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน NXS.D. tSig.(2-tailed)ก่อนการเรียน หลังการเรียน 30 30 14.28 23.30 3.73 3.08 16.02 .00 ** มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ค่า Sig. (2-tailed) < จากตารางที่ 5 ค่า Sig.(2-tailed) < ที่ระดับนัยส าคัญที่ระดับ .01 จึงปฏิเสธสมมติฐานหลัก (0 H) และยอมรับสมมติฐานตรงข้าม (1 H) นั่นคือ ค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่ามากกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเรียน อย่างมีิิ่นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่า การเรียนโดยใช้ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องคลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้น ท าิให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ รายงานการพฒนาชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ัคลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกดิัสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อ านาจเจริญ สรุปผลได้ดังนี้ 1. ชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์ิเพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่ิ่ื้

19 การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อานาจเจริญ ที่ครูผู้สอนสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.43/77.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 75/75 2. นักเรียนที่ใช้ชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดิิ่ส านักงานเขตพนที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 29 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนื้อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อภิปรายผลการศึกษาค้นคว้า จากการพฒนาชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นักล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดิิ่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อ านาจเจริญ พบว่า 1. ชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์ิเพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ครูผู้สอนสร้างขึ้น ประสิทธิภาพ 81.43/77.67 ิ่หมายความว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยจากการท าหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์ิเพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 81.43 และคะแนนเฉลี่ยิ่จากการท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 77.63 แสดงว่า ชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว ิิ่32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ครูผู้สอนสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ สอดคล้องกับบ ารุง ใหญ่สูงเนิน (2536 : บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่องการพฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ัเพอเสริมความรู้เกี่ยวกับการสอนทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์วิจารณ์ของครูประถมศึกษา พบว่าื่ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 91.43/91.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 สอดคล้องกับอารมณ์ เบสูงเนิน (2541 : บทคัดย่อ) ศึกษาการสร้างชุดการเรียนการสอนเรื่อง แก๊ส ของแข็ง ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่าชุดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ 85.55/90.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 สอดคล้องกับ จบ นิยะมะ(2541 : บทคัดย่อ) ศึกษาการสร้างชุดการเรียนการสอนเพอฝึกทักษะพนฐานการเขียนเรียงความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ื่ื้พบว่า ชุดการเรียนการสอนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 82.14/85.71 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษาิิ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สอดคล้องกับ บ ารุง ใหญ่สูงเนิน (2536 : บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง การพฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพอเสริมัื่ความรู้เกี่ยวกับการสอนทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ของครูประถมศึกษา พบว่าชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองที่สร้างขึ้นมีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดการเรียนการสอนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ อารมณ์ เบสูงเนิน (2541 : บทคัดย่อ) ศึกษาการสร้างชุดการสอนเรื่อง แก๊ส ของแข็ง ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดการสอนสูงกว่าอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่

20 ระดับ.01สอดคล้องกับ จบ นิยะมะ(2541 : บทคัดย่อ) ศึกษาการสร้างชุดการเรียนการสอน เพอฝึกื่ทักษะพนฐานในการเขียนเรียงความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ความก้าวหน้าของกลุ่มตัวอย่างื้หลังใช้ชุดการเรียนการสอนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นอกจากนี้ บราวเลย์ (Brawley 1975 : 4280-A) ได้ท าการวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของชุดการสอนแบบสื่อประสม โดยใช้การสอนเรื่อง การบอกเวลาส าหรับเด็กเรียนช้า การทดลองใช้แบบทดสอบเรื่อง Time Appreciation Test: Stamford Achievement Test Primary Level: and a Criterion ,Reference Measure มาใช้ทดลองก่อนเรียนหลังเรียน โดยผู้ทดลองได้สร้างชุดการสอนทั้งหมด 12 ชุด ใช้เวลาทั้งหมด 15 วัน ผลการทดลองพบว่า การใช้ชุดการสอนระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และจากผลการวิเคราะห์พบว่า ผลสัมฤทธิ์ด้านเชาว์ปัญญามีความสัมพนธ์กันอย่างมีนัยส าคัญแต่ไม่มีัความสัมพันธ์ อย่างมีนัยส าคัญระหว่างเพศ จากผลการศึกษาค้นคว้าที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น แสดงให้เห็นว่า การสอนโดยใช้ชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสิิ่วิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา จะท าให้ผู้เรียนมีความสามารถทางการเรียนและพฒนาทางการเรียนเพมขึ้นหรือมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะว่า ชุดการัิ่สอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสิิ่วิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ครูผู้สอนสร้างขึ้นได้พฒนาอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน และัอางองทฤษฎีอภิปัญญา ซึ่งเป็นการตระหนักรู้ส่วนตัวในความคิดของเอง และความสามารถที่จะ้ิประเมินและควบคุมความคิดของตนเอง ความสามารถของบุคคลในการสร้างกระบวนการรับความรู้ เก็บความรู้ คัดเลือกความรู้มาใช้แก้ปัญหา คาดคะเนผลการแก้ไขปัญหาที่อาจเป็นไปได้ และหาวิธีการแก้ปัญหาในทางอื่น ช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นได้ 9. แนวทางการน้านวัตกรรมไปใช้ 1. จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ควรน ารายงานการหาประสิทธิภาพรายงานการหาประสิทธิภาพชุดการสอนโดยใช้กลวิธีอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์ิเพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่ิ่ื้การศึกษาอานาจเจริญ จังหวัดอานาจเจริญ ไปใช้อย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งเผยแพร่ขยายผลไปยังโรงเรียนต่างๆที่จัดการเรียนการสอนในระดับเดียวกันเพอน าไปใช้ให้กว้างขวาง เพราะเป็นสื่อื่ประกอบการจัดประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับผู้เรียน 2 ควรส่งเสริมให้ครูผู้สอนได้พฒนารายงานการหาประสิทธิภาพชุดการสอนโดยใช้กลวิธีัอภิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 ชั้นิิ่มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่การศึกษาอานาจเจริญ จังหวัดื้อานาจเจริญ รายวิชาฟสิกส์ในหน่วยการเรียนรู้อนๆ ประกอบการจัดประสบการณ์ในกิจกรรมอน ให้ิื่ื่เหมาะสมกับความแตกต่างของนักเรียน

21 3 รายงานการหาประสิทธิภาพชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา รายวิชาฟสิกส์ิเพิ่มเติม รหัสวิชา ว 32201 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนน้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่การศึกษาอานาจเจริญ จังหวัดอานาจเจริญ มีสีสวยงาม มีรูปแบบที่ื้แปลกใหม่จะช่วยให้สามารถดึงดูดความสนใจผู้เรียนได้มากขึ้น 4 จากรายงานการหาประสิทธิภาพชุดการสอนออนไลน์โดยใช้กลวิธีอภิปัญญา รายวิชาฟสิกส์เพมเติม รหัสวิชา ว 32201 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง คลื่นกล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนิิ่น้ าปลีกศึกษา สังกัดส านักงานเขตพนที่การศึกษาอ านาจเจริญ จังหวัดอ านาจเจริญ ในเนื้อหาที่ยากจะื้ท าให้ผู้เรียนท าคะแนนได้น้อย ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องให้นักเรียนได้ฝึกบ่อยๆ จนเกิดความเข้าใจในเนื้อหานั้นอย่างชัดเจน 10. การเผยแพร่นวัตกรรม 10.1 เผยแพร่นวัตกรรมผ่านเว็บไซต์ OBEC Content Center ที่อยู่เว็บไซต์ http://contentcenter.obec.go.th/ เผยแพร่นวัตกรรมผ่านเว็บไซต์ PHYSICS NAMPLEEK 10.2 เผยแพร่นวัตกรรมผ่านเว็บไซต์ PHYSICS NAMPLEEK ที่อยู่เว็บไซต์ https://sites.google.com/view/physicsnampleek/home

22 10.3 เผยแพร่นวัตกรรมผ่านเว็บไซต์ PubHTML5 ที่อยู่เว็บไซต์ https://pubhtml5.com/homepage/ylqa/ 11. อ้างอิง กรมวิชาการ. คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2544. . คู่มือการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พ.ศ. 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2534. กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กรุงเทพฯ โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ ากัด. 2551. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544). กรุงเทพฯ: ส านักงานพัฒนาหลักสูตร, 2539. . รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540. กรุงเทพฯ: โรงพิมพการศาสนา, 2541. ์ชม ภูมิภาค. เทคโนโลยีการสอนและการศึกษา. กรุงเทพฯ: ประสานมิตร, 2524. บ ารุง ใหญ่สูงเนิน. การพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อเสริมความรู้เกี่ยวกับการสอน ทักษะการคิดวิเคราะห์วิจารณ์ของประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหา บัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536. บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์, 2535.

23 ลัดดา ศุขปรีดี. เทคโนโลยีการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: ศักดิ์โสภาการพมพ, 2524. ิ์วาสนา ชาวหา. เทคโนโลยีทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: อักษรสยามการพมพ, 2525. ิ์สุภาสินี สุภธีระและคณะ. ทิศทางในการจัดการศึกษาด้วยวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีและประเทศไทย ส้าหรับต้นศตวรรษที่ 21. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, จังหวัดขอนแก่น. 2535. Flavell,J.H.,. Matacognition and Cognitive Monitoring Anew area of cognitive developmental inquiry. America Psychologist, 34,909-911.1979. 12. ภาคผนวก 12.1คู่มือชุดการเรียนออนไลน์ เรื่อง คลื่นกลhttps://online.pubhtml5.com/ylqa/eueb/

24 12.2 ข้อมลของเจ้าของผลงาน ูชื่อ-สกุลนายเถลิงศักดิ์ เถาว์โท วัน เดือน ปี เกิด 2 กันยายน 2522 สถานที่เกิด อ าเภอเมือง จังหวัดอ านาจเจริญ สถานที่อยู่ปัจจุบัน 87 หมู่ 2 ต าบลนาหมอม้า อ าเภอเมือง จังหวัดอ านาจเจริญ 37000 ต้าแหน่งและประวัติการท้างาน พ.ศ. 2547-2551 ครู คศ.1 โรงเรยนอนุบาลวัดอรัญญิกาวาส ีส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรีเขต 1 พ.ศ. 2551-2554 ครู คศ.1 โรงเรยนน้ าปลีกศึกษา ีส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาอ านาจเจริญ เขต 1 พ.ศ. 2554-2557 ครู คศ.2 โรงเรยนน้ าปลีกศึกษา ีส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 29 พ.ศ. 2557-ปัจจุบัน ครู คศ.3 โรงเรยนน้ าปลีกศึกษา ีส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมอุบลราชธานี อ านาจเจริญ ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2535-2540 มัธยมศึกษาปีท 1-6 ี่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช พ.ศ. 2545 ครุศาสตร์บัณฑิต (วิชาเอกฟิสิกส์) สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี พ.ศ. 2550 วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ฟิสิกส์ศึกษา) เว็บไซต์รวบรวมผลงานhttps://sites.google.com/view/pa-kruyok/

25