ครผู ู้สอนและผู้จัดทา นางจุฑาทิพย์ รักษศ์ รี ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนสุรวทิ ยาคาร อาเภอเมือง จงั หวดั สุรนิ ทร์ สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 33 สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
หนา้ 1 มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจาวนั ผลของแรงทีก่ ระทาตอ่ วตั ถุ ลกั ษณะการ เคลอื่ นทแ่ี บบต่างๆ ของวตั ถุ รวมทง้ั นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ โครงสร้างรายวชิ า ตามแนวของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) โครงสร้างรายวชิ า ฟิสกิ สพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ว30101 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 เวลาเรยี น 80 ชั่วโมง/ภาคเรยี น จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วย คะแนนระหว่างภาคเรียน 70 คะแนน คะแนนปลายภาคเรยี น 30 คะแนน หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานที่/ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น คะแนน ท่ี การเรียนรู้ 1. การเคลื่อนท่ีของวตั ถุท่ีมกี าร (ช่ัวโมง) 6 คะแนน 1 ธรรมชาติ มาตรฐาน ว 2.2 6 ฟิสิกสใ์ นการ ข้อ1. วเิ คราะห์และแปล เคลอื่ นท่ี ความหมายข้อมูล เปลยี่ นความเร็วเป็นการเคลอื่ นที่ แนวตรง ความเรว็ กบั เวลาของ การเคล่อื นท่ีของวัตถุ ด้วยความเร่ง ความเรง่ เปน็ เพ่ืออธิบายความเรง่ ของ วตั ถุ อัตราส่วนของความเร็วทเี่ ปล่ยี นไป ต่อเวลาและเปน็ ปริมาณเวกเตอร์ ในกรณีทวี่ ตั ถทุ ีอ่ ยูน่ ิ่งหรือเคลอ่ื นท่ี ในแนวตรงดว้ ยความเรว็ คงตวั วตั ถุ น้นั มีความเร่งเปน็ ศูนย์ 2. วตั ถมุ ีความเร็วเพิม่ ขึ้น ถา้ ความเร็ว และความเรง่ มที ศิ เดยี วกนั และมี ความเรว็ ลดลง ถ้าความเร็วและ ความเรง่ มีทศิ ตรงกนั ขา้ ม 2 เน้นความรู้ มาตรฐาน ว 2.2 3 เมือ่ มีแรงหลายแรงกระทาต่อวตั ถุ 6 5 คะแนน คงทนของ ข้อ2. สังเกตและอธิบาย หน่งึ โดยแรงทกุ แรงอยู่ในระนาบ แรงกระทา การหาแรงลพั ธท์ ่เี กดิ จาก เดียวกนั สามารถหาแรงลพั ธ์ที่ บนวัตถุ แรงหลายแรงทอ่ี ยใู่ น กระทาต่อวตั ถนุ ั้นได้โดยรวมแบบ ระนาบเดียวกนั ทก่ี ระทา เวกเตอร์ ต่อวัตถุโดยการเขียน แผนภาพการรวมแบบ เวกเตอร์
หน้า 2 โครงสร้างรายวิชา ตามแนวของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) (ต่อ) หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานท่ี/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น คะแนน ท่ี การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) 2 เนน้ ความรู้ มาตรฐาน ว 2.2 4. เมื่อแรงลพั ธม์ คี า่ ไม่เท่ากบั ศูนยก์ ระทา 6 5 คงทนของ ขอ้ 3. สงั เกต วเิ คราะห์ ต่อวตั ถุจะทาให้วัตถุเคลอ่ื นทีด่ ว้ ยความเร่ง คะแนน แรงกระทา และอธิบายความสมั พันธ์ มที ศิ ทางเดยี วกับแรงลพั ธโ์ ดยขนาดของ บนวัตถุ ระหว่างความเรง่ ของ ความเรง่ ขน้ึ กับขนาดของแรงลัพธ์กระทา วัตถุกับแรงลัพธท์ ี่กระทา ต่อวัตถแุ ละมวลของวตั ถุ ตอ่ วัตถุและมวลของวตั ถุ มาตรฐาน ว 2.2 5. แรงกระทาระหว่างวตั ถุค่หู นง่ึ ๆ เปน็ 2 2 ข้อ4. สังเกตและอธิบาย แรงกริ ยิ าและแรงปฏิกิรยิ า แรงท้ังสองมี คะแนน แรงกิรยิ าและแรง ขนาดเทา่ กนั เกิดข้นึ พรอ้ มกนั กระทาต่อ ปฏกิ ริ ิยาระหว่างวตั ถคุ ู่ วัตถคุ นละก้อน แต่มีทิศทางตรงขา้ ม หนึง่ ๆ 3 นาสู่พน้ื ฐาน มาตรฐาน ว 2.2 6.วตั ถุท่ีเคล่ือนทด่ี ว้ ยความเร่งคงตวั หรือ 8 10 ของการ ข้อ5. สังเกตและอธิบาย ความเรง่ ไม่คงตัว อาจเป็นการเคล่ือนที่ คะแนน เคลอื่ นทใี่ น ผลของความเร่งท่ีมตี ่อ แนวตรง การเคลอื่ นทแี่ นวโคง้ หรอื การ แนวโคง้ การเคล่อื นท่ีแบบตา่ ง ๆ เคล่ือนทแ่ี บบส่ัน การเคลอื่ นท่แี นวตรง ของวตั ถุ ไดแ้ ก่ การ ดว้ ยความเร่งคงตัว นาไปใช้อธบิ ายการตก เคล่ือนทีแ่ นวตรง การ แบบเสรี การเคลือ่ นท่ีแนวโค้งดว้ ย เคล่อื นทแ่ี บบโพรเจก ความเร่งคงตวั ในแนวดิ่ง นาไปใชอ้ ธบิ าย ไทล์ การเคลื่อนทีแ่ บบ การเคลอ่ื นที่แบบโพรเจกไทลก์ ารเคลื่อนท่ี วงกลม และ การ แนวโค้งด้วยความเร่งมีทศิ ทางตั้งฉากกบั เคลื่อนทีแ่ บบส่ัน ความเรว็ ตลอดเวลา นาไปใช้อธิบายการ เคล่อื นท่ีแบบวงกลมการเคลื่อนทก่ี ลบั ไป กลบั มาดว้ ยความเร่งมีทิศทางเขา้ สู่จดุ ที่ แรงลพั ธ์เปน็ ศูนย์ เรียกจุดน้วี า่ ตาแหน่ง สมดลุ ซ่ึงนาไปใช้อธิบายการเคลื่อนท่ี แบบสนั่ หรือการเคลื่อนทแ่ี บบแกวง่ 4 รู้มน่ั คงกบั มาตรฐาน ว 2.2 7.ในบริเวณทมี่ สี นามโนม้ ถ่วง เม่ือมวี ตั ถทุ ่ี 2 3 แรงในสนาม ขอ้ 6. สบื คน้ ข้อมูลและ มมี วล จะมีแรงโน้มถ่วงซง่ึ เป็นแรงดงึ ดดู คะแนน กบั แรง อธิบายแรงโน้มถ่วงท่ี ของโลกกระทาต่อวตั ถุ แรงนีน้ าไปใช้ ภายใน เกย่ี วกับการเคล่ือนทข่ี อง อธิบายการเคลือ่ นท่ีของวัตถุต่าง ๆ เช่น นวิ เคลยี ส วตั ถตุ า่ ง ๆ รอบโลก ดาวเทยี ม และดวงจนั ทร์รอบโลก มาตรฐาน ว 2.2 8.กระแสไฟฟ้าทาใหเ้ กิดสนามแมเ่ หลก็ ในบรเิ วณ 2 3 ข้อ7. สังเกตและอธิบาย รอบแนวการเคลอื่ นท่ีของกระแสไฟฟา้ หา ทศิ ทางของสนามแม่เหล็กเนือ่ งจากกระแสไฟฟา้ คะแนน ไดจ้ ากกฎมอื ขวา การเกิดสนาม แมเ่ หล็ก เนอื่ งจากกระแสไฟฟ้า
หนา้ 3 โครงสร้างรายวิชา ตามแนวของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) (ตอ่ ) หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐานท/่ี ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน คะแนน ท่ี การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) 4 รู้ม่นั คงกบั มาตรฐาน ว 2.2 9. ในบริเวณทีม่ ีสนามแม่เหลก็ เมือ่ 4 5 แรงในสนาม ข้อ8. สงั เกตและอธิบายแรง มอี นภุ าคที่มปี ระจุไฟฟา้ เคลือ่ นท่ี คะแนน กับแรง แม่เหลก็ ที่กระทาตอ่ อนุภาคทีม่ ี โดยไม่อยใู่ นแนวเดยี วกบั ภายใน ประจุไฟฟา้ ท่เี คล่ือนที่ในสนาม สนามแมเ่ หลก็ หรอื มีกระแสไฟฟา้ นวิ เคลียส แมเ่ หล็ก และแรงแม่เหลก็ ท่ี ผา่ นลวดตัวนาโดยกระแสไฟฟ้าไม่ กระทาตอ่ ลวดตวั นาที่มี อยูใ่ นแนวเดียวกับสนามแม่เหลก็ กระแสไฟฟา้ ผา่ นใน จะมแี รงแมเ่ หล็กกระทา ซ่งึ เปน็ สนามแมเ่ หลก็ รวมทัง้ อธบิ าย พ้ืนฐานในการสรา้ งมอเตอร์ หลกั การทางานของมอเตอร์ มาตรฐาน ว 2.2 10. เมอ่ื มีสนามแม่เหล็ก 23 ขอ้ 9. สงั เกตและอธิบายการเกิด เปล่ยี นแปลงตัดขดลวดตัวนา ทาให้ คะแนน อีเอ็มเอฟ รวมท้ังยกตัวอยา่ ง เกิดอเี อม็ เอฟ ซึง่ เป็นพน้ื ฐานในการ การนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ สรา้ งเคร่อื งกาเนดิ ไฟฟา้ มาตรฐาน ว 2.2 11.ภายในนิวเคลียสมีแรงเข้มท่ีเปน็ 2 2 ขอ้ 10. สบื ค้นขอ้ มูลและอธิบาย แรงยดึ เหนี่ยวของอนุภาคใน คะแนน แรงเข้มและแรงอ่อน นวิ เคลยี ส และเป็นแรงหลักที่ใช้ อธิบายเสถยี รภาพของนิวเคลยี ส นอกจากนยี้ งั มแี รงออ่ น ซงึ่ เปน็ แรง ท่ใี ช้อธิบายการสลายใหอ้ นภุ าค บีตาของธาตุกัมมันตรงั สี มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏสิ มั พนั ธ์ ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจาวนั ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ ทีเ่ กี่ยวข้องกบั เสยี ง แสง และคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทงั้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานท/่ี ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น คะแนน ท่ี การเรียนรู้ (ช่ัวโมง) 5 ศึกษา มาตรฐาน ว 2.3 1. พลงั งานที่ปลดปล่อยออกมาจากฟชิ ชัน 4 5 กมั มันตภาพ ขอ้ 1. สืบค้นข้อมลู หรอื ฟวิ ชันเรียกว่าพลังงานนิวเคลยี ร์ โดย คะแนน รงั สีและการ และอธบิ ายพลังงาน ฟิชชันเปน็ ปฏิกริ ยิ าทนี่ ิวเคลยี สทม่ี ีมวลมาก ประยุกตใ์ ช้ นวิ เคลยี ร์ ฟิชชัน แยกออกเปน็ นวิ เคลียสท่มี มี วลน้อยกวา่ สว่ น พลงั งานกับ และฟวิ ชนั และ ฟวิ ชนั เป็นปฏกิ ริ ิยาที่นิวเคลียสทม่ี มี วลน้อย เทคโนโลยี ความสัมพันธ์ระหว่าง รวมตัวกนั เกดิ เปน็ นวิ เคลยี สทมี่ ีมวลมากขน้ึ มวลกับพลังงานท่ี พลังงานนวิ เคลยี รท์ ป่ี ลดปล่อยออกมาจาก ปลดปลอ่ ยออกมา ฟิชชันและฟิวชันมีค่าเปน็ ไปตามความสมั พนั ธ์ จากฟิชชนั และฟิวชนั ระหวา่ งมวลกบั พลังงาน
หน้า 4 โครงสรา้ งรายวชิ า ตามแนวของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) (ตอ่ ) หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานท/ี่ ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น คะแนน (ช่วั โมง) ท่ี การเรยี นรู้ 7 4 คะแนน 5 ศึกษา มาตรฐาน ว 2.3 2. การนาพลงั งานทดแทนมาใชเ้ ป็นการ กัมมนั ตภาพ ข้อ2. สบื คน้ ข้อมลู และ แกป้ ญั หาหรือตอบสนองความตอ้ งการ รงั สีและการ อธิบายการเปลี่ยนพลงั งาน ด้านพลงั งาน เชน่ การเปล่ียนพลังงาน ประยุกตใ์ ช้ ทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟา้ นวิ เคลยี รเ์ ป็นพลงั งานไฟฟา้ ในโรงไฟฟ้า พลงั งานกับ รวมทัง้ สบื คน้ และอภิปราย พลังงานนวิ เคลยี ร์ และการเปล่ียน เทคโนโลยี เกี่ยวกบั เทคโนโลยีท่ีนามา พลงั งานแสงอาทติ ย์เป็นพลงั งานไฟฟา้ แก้ปญั หาหรอื ตอบสนอง โดยเซลล์สรุ ิยะ ความต้องการทางดา้ น 3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ทีน่ ามาแกป้ ัญหา พลังงาน โดยเน้นดา้ น หรือตอบสนองความต้องการทางดา้ น ประสิทธภิ าพและความ พลังงานเป็นการนาความรู้ทกั ษะและ คมุ้ ค่าด้านคา่ ใชจ้ า่ ย กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรม์ าสรา้ ง อปุ กรณ์หรอื ผลิตภัณฑ์ ตา่ ง ๆ ที่ชว่ ย ใหก้ ารใช้พลังงานมีประสทิ ธภิ าพยง่ิ ข้ึน 6 ศึกษาสง่ิ ดใี น มาตรฐาน ว 2.3 4. เมือ่ คลน่ื เคลือ่ นทีไ่ ปพบส่งิ กีดขวาง 4 6 ปรากฏการณ์ ข้อ3. สงั เกตและอธิบาย จะเกิดการสะท้อน เม่ือคล่นื เคลอื่ นท่ี คะแนน คล่นื การสะทอ้ น การหกั เห ผา่ นรอยตอ่ ระหว่างตวั กลางท่ีตา่ งกัน จะ การเลย้ี วเบน และการรวม เกดิ การหกั เห เมื่อคลนื่ เคลื่อนท่ไี ปพบ คลนื่ ขอบสิ่งกีดขวางจะเกดิ การเลี้ยวเบน เม่อื คล่ืนสองขบวนมาพบกันจะเกดิ การรวม คลืน่ เกดิ รูปร่างของคลื่นรวม หลงั จาก คลนื่ ทงั้ สองเคลื่อนที่ผา่ นพ้นกันแล้วจะ แยกกัน โดยแต่ละคลืน่ ยังคงมีรปู รา่ ง และทศิ ทางเดมิ มาตรฐาน ว 2.3 5. เมอ่ื กระตุน้ ให้วัตถสุ ่ันแลว้ หยุดกระตนุ้ 4 6 ขอ้ 4. สงั เกตและอธบิ าย วัตถุจะสัน่ ดว้ ยความถ่ีทเี่ รียกวา่ ความถี่ คะแนน ความถีธ่ รรมชาติ การสั่น ธรรมชาติ ถ้ามีแรงกระตุน้ วตั ถทุ ่กี าลังสนั่ พ้อง และผลทเ่ี กิดขึ้นจาก ดว้ ยความถี่ของการออกแรงตรงกับ การส่นั พ้อง ความถธี่ รรมชาติของวัตถุน้ัน จะทาให้ วตั ถุส่นั ด้วยแอมพลิจดู มากข้ึน เรยี กวา่ การส่ันพอ้ ง เชน่ การสั่นพอ้ งของอาคาร สงู การส่นั พ้องของสะพาน การสน่ั พ้อง ของเสยี งในเครอ่ื งดนตรปี ระเภทเป่า
หน้า 5 โครงสรา้ งรายวชิ า ตามแนวของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) (ต่อ) หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานที/่ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น คะแนน ท่ี การเรียนรู้ (ชว่ั โมง) 3 มาตรฐาน ว 2.3 6. เสียงมีการสะท้อน การหกั เห การ 7 รยู้ ง่ั ยนื เร่อื ง 2 คะแนน เสียงกับการ ข้อ5. สงั เกตและ เลี้ยวเบนและการรวมคล่ืนเชน่ เดยี วกับคล่นื 2 นาสมบัติ 3 เสยี งไป อธิบายการสะท้อน อ่นื ๆ 6 คะแนน ประยุกต์ใช้ การหักเห การ 2 8 คะแนน เลี้ยวเบน และการรวม 2 คล่นื ของคลืน่ เสยี ง คะแนน มาตรฐาน ว 2.3 7. ความถขี่ องคล่นื เสียงเป็นปรมิ าณทใ่ี ช้ ข้อ6. สบื คน้ ข้อมลู และ บอกเสียงสงู เสียงตา่ โดยความถี่ท่คี นไดย้ ินมี อธบิ ายความสัมพันธ์ คา่ อยรู่ ะหว่าง 20-20,000 เฮริ ตซ์ ระดับ ระหวา่ งความเข้มเสยี ง เสียงเป็นปรมิ าณที่ใช้บอกความดงั ของเสียง กับระดบั เสยี ง และ ผล ซึ่งขึ้นกบั ความเข้มเสยี ง โดยความเขม้ เสยี ง ของความถ่ีกับระดบั เปน็ พลงั งานเสียงท่ีตกต้งั ฉากบนพื้นท่หี นึ่ง เสยี งทมี่ ตี ่อการไดย้ ิน หน่วยในหนึง่ หนว่ ยเวลาเสียงท่ีมคี วามดงั เสียง มากเกินไปเปน็ อนั ตรายตอ่ หู มาตรฐาน ว 2.3 8. เม่อื เสียงจากแหลง่ กาเนดิ เดนิ ทางไป ขอ้ 7. สังเกตและ กระทบวัตถุแล้วสะทอ้ นกลบั มายังผู้ฟัง ถ้า อธิบายการเกิดเสียง ผู้ฟังได้ยนิ เสยี งท่อี อกจากแหลง่ กาเนิดและ สะทอ้ นกลบั บีต เสียงท่ีสะทอ้ นกลบั มาแยกจากกัน เสยี งทไ่ี ด้ ปรากฏการณ์ ยนิ นีเ้ ปน็ เสียงสะทอ้ นกลับ ดอปเพลอร์ และการ 9. เมื่อคลนื่ เสียงสองขบวนท่ีมคี วามถี่ สน่ั พอ้ งของเสยี ง ใกล้เคยี งกนั มารวมกนั จะเกดิ บตี 10. เม่ือแหล่งกาเนดิ เสยี งเคลื่อนที่ ผ้ฟู งั เคลือ่ นที่ หรอื ท้งั แหล่งกาเนดิ และผู้ฟัง เคลื่อนที่ ผฟู้ ังจะไดย้ ินเสยี งทม่ี คี วามถ่ี เปลยี่ นไป เรยี กว่า ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ 11. ถา้ อากาศในทอ่ ถกู กระตุน้ ดว้ ยคล่ืนเสยี ง ทีม่ คี วามถีเ่ ทา่ กับความถีธ่ รรมชาติของ อากาศในท่อนน้ั จะเกิดการสัน่ พอ้ งของเสยี ง มาตรฐาน ว 2.3 12. ความร้เู ก่ียวกบั เสยี งนาไปใชป้ ระโยชน์ ขอ้ 8. สืบค้นข้อมูลและ ในดา้ นต่าง ๆ เชน่ คลน่ื เหนือเสยี งหรืออัล ยกตวั อยา่ งการนา ตราซาวนด์ ใชใ้ นทางการแพทย์ บีตของ ความร้เู ก่ยี วกับเสยี งไป เสียงในการปรับเทยี บเสียงของเครอ่ื งดนตรี ใชป้ ระโยชนใ์ น การส่ันพ้องของเสยี งใช้ในการออกแบบ ชีวิตประจาวัน เครื่องดนตรีและอธบิ ายการเปล่งเสยี งของ มนษุ ย์
หนา้ 6 โครงสรา้ งรายวชิ า ตามแนวของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) (ตอ่ ) หน่วย ชือ่ หนว่ ย มาตรฐานท/ี่ ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น คะแนน ท่ี การเรียนรู้ (ช่วั โมง) 13. เมือ่ แสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลนื 2 8 ศกึ ษาให้เนน้ มาตรฐาน ว 2.3 แสงสบี างสี โดยขนึ้ กับสารสบี นผิววัตถุ และ 2 คะแนน ในการ ข้อ9. สังเกตและ สะทอ้ นแสงสที ีเ่ หลือออกมา ทาให้มองเห็น วตั ถเุ ป็นสีต่าง ๆ ขึน้ กบั แสงสีท่ีสะทอ้ น มองเห็นแสง อธิบายการมองเหน็ สี ออกมา ความผิดปกตใิ นการมองเห็นสีหรอื สกี ับสารสี ของวัตถุและความ ตาบอดสีเกิดจากความบกพรอ่ งของเซลลร์ ปู กรวยบนจอตา ผดิ ปกติในการมอง เห็นสี มาตรฐาน ว 2.3 14. แผ่นกรองแสงสยี อมให้แสงสีบางสีผ่าน 4 6 ขอ้ 10. สังเกต และ ออกไปได้ และก้นั บางแสงสี คะแนน อธบิ ายการทางานของ 15. การผสมแสงสีทาให้ได้แสงสีท่ี แผน่ กรองแสงสี การ หลากหลาย เปลย่ี นไปจากเดิม ถ้านาแสงสี ผสมแสงสี การผสม ปฐมภูมใิ นสดั สว่ นที่เหมาะสมมาผสมกันจะ สารสแี ละการนาไปใช้ ได้แสงขาว ประโยชนใ์ น 16. การผสมสารสที าให้ได้สารสที ่ี ชีวติ ประจาวัน หลากหลาย เปลย่ี นไปจากเดมิ ถ้านาสารสี ปฐมภมู ใิ นปริมาณทเี่ ท่ากันมาผสมกันจะได้ สารสผี สมเป็นสดี า 17. การผสมแสงสแี ละการผสมสารสี สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในดา้ นต่าง ๆ เช่น ดา้ นศิลปะ ดา้ นการแสดง 9 นาวถิ หี ลกั มาตรฐาน ว 2.3 18. คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ เกดิ จากการรบกวน 2 3 คะแนน ปรชั ญา ข้อ11. สบื คน้ ข้อมลู ประจไุ ฟฟ้า ประกอบดว้ ยสนามแมเ่ หล็ก เศรษฐกิจ และอธิบายคลนื่ และสนามไฟฟา้ ที่เปล่ียนแปลงตลอดเวลา พอเพียง แม่เหลก็ ไฟฟา้ โดยสนามท้งั สองมีทศิ ทางตง้ั ฉากกนั และตั้ง ประยุกตใ์ ช้ ส่วนประกอบคลน่ื ฉากกับทิศทางการเคล่อื นทข่ี องคล่นื กบั คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ และ 19. อุปกรณบ์ างชนดิ ทางานโดยอาศยั คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า หลักการทางานของ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า เชน่ เครอ่ื งควบคมุ ระยะไกล อปุ กรณ์บางชนิดที่ เครอ่ื งถ่ายภาพเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ และ อาศยั คล่ืน เครอ่ื งถ่ายภาพการสั่นพอ้ งแม่เหล็ก แม่เหล็กไฟฟ้า
หน้า 7 โครงสร้างรายวชิ า ตามแนวของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) (ต่อ) หนว่ ย ชือ่ หนว่ ย มาตรฐานท/ี่ ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ เวลาเรยี น คะแนน (ช่วั โมง) ท่ี การเรยี นรู้ -- 9 นาวิถีหลัก มาตรฐาน ว 2.3 18. คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ เกดิ จากการรบกวน ปรชั ญา ขอ้ 11. สบื ค้นข้อมลู ประจุไฟฟ้า ประกอบดว้ ยสนามแม่เหล็กและ เศรษฐกจิ และอธบิ ายคล่นื สนามไฟฟา้ ท่เี ปลย่ี นแปลงตลอดเวลา โดย พอเพียง แมเ่ หล็กไฟฟ้า สนามทั้งสองมีทิศทางตั้งฉากกัน และต้ังฉาก ประยกุ ต์ใช้ ส่วนประกอบคล่ืน กบั ทิศทางการเคลื่อนท่ีของคล่ืน กบั คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และ 19. อุปกรณบ์ างชนิดทางานโดยอาศัยคลื่น แม่เหลก็ ไฟฟา้ หลักการทางานของ แมเ่ หล็ก ไฟฟา้ เช่น เครอื่ งควบคมุ ระยะไกล อปุ กรณบ์ างชนิดที่ เครอ่ื งถ่ายภาพเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ และ อาศยั คล่นื เคร่ืองถ่ายภาพการสั่นพ้องแม่เหลก็ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ มาตรฐาน ว 2.3 20. ในการส่ือสารโดยอาศัยคล่นื 45 ข้อ12. สืบค้นขอ้ มลู แม่เหล็กไฟฟา้ เพือ่ สง่ ผา่ นสารสนเทศจากที่ คะแนน และอธิบายการ หนงึ่ ไปอกี ท่หี นึ่ง สารสนเทศจะถกู แปลงให้อยู่ สอ่ื สารโดยอาศัยคลืน่ ในรปู สญั ญาณสาหรับสง่ ไปยงั ปลายทางซ่งึ จะ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ในการ มีการแปลงสญั ญาณกลับมาเปน็ สารสนเทศท่ี ส่งผ่านสารสนเทศ เหมือนเดมิ และเปรยี บเทียบการ 21. สัญญาณท่ีใชใ้ นการส่ือสารมีสองชนิดคือ สอ่ื สารด้วยสญั ญาณ แอนะลอ็ กและดิจทิ ัล การส่งผา่ นสารสนเทศ แอนะล็อกกับ ด้วยสัญญาณดจิ ิทัลสามารถส่งผ่านไดโ้ ดยมี สัญญาณดิจทิ ัล ความผดิ พลาดนอ้ ยกว่าสัญญาณแอนะลอ็ ก รวม 80 100 ชั่วโมง คะแนน
หนา้ 8 อตั ราส่วนการวัดและการประเมนิ ผล รายตัวช้ีวัด กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว30101 รายวิชา ฟิสกิ ส์พนื้ ฐาน ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 เวลาเรยี น 80 ช่วั โมง/ภาคเรียน สัดสว่ นคะแนนระหวา่ งภาคเรียน : ปลายภาค = 70 คะแนน : 30 คะแนน น้าหนกั การประเมิน ระหวา่ งภาคเรยี น ปลายภาคเรียน หน่วย ก่อนและหลังสอบ ท่ี กลางภาค มาตรฐาน ตวั ชวี้ ัด ูรปแบบ คะแนน รวม สอบกลางภาค ูรปแบบ คะแนน รวม 1 มาตรฐาน ขอ้ 1. วเิ คราะห์และแปลความหมาย 1 - 3 1 1 1 1.5 ว.2.2 ข้อมูลความเรว็ กบั เวลาของการเคลอ่ื นท่ี 2 1 0.5 2 0.5 เข้าใจ ของวตั ถเุ พ่อื อธบิ ายความเร่งของวัตถุ 3 1 -3- ธรรมชาตขิ อง 41 -4- 2 แรงใน ข้อ2. สงั เกตและอธบิ ายการหาแรงลพั ธ์ท่ี 1 - 3 0.5 1 1 1 ชีวติ ประจาวนั เกิดจากแรงหลายแรงทอ่ี ยู่ในระนาบ 2 1 ผลของแรงท่ี เดียวกันทก่ี ระทาตอ่ วัตถโุ ดยการเขียน 3 1 0.5 2 - กระทาต่อ แผนภาพการรวมแบบ -3- วัตถุ ลักษณะ เวกเตอร์ 41 -4- 2 การเคลื่อนท่ี ข้อ3. สงั เกต วิเคราะห์ และอธบิ าย 1 - 3 0.5 1 1 1 แบบต่างๆ ความสัมพันธร์ ะหว่างความเรง่ ของวัตถุ 2 1 ของวัตถุ กบั แรงลพั ธท์ ่ีกระทาตอ่ วตั ถแุ ละมวลของ 3 1 0.5 2 - รวมท้ังนา วัตถุ -3- 41 -4- 2 ความรไู้ ปใช้ ขอ้ 4. สังเกตและอธบิ ายแรงกิรยิ าและ 1 - 1 - 1 1 1 ประโยชน์ แรงปฏกิ ริ ิยาระหวา่ งวัตถุคู่หนงึ่ ๆ 2- -2- 31 -3- 4- -4- 3 ข้อ5. สงั เกตและอธบิ ายผลของความเรง่ 1 - 6 1 1 1 2 ทม่ี ตี อ่ การเคล่ือนทีแ่ บบต่าง ๆ ของวัตถุ 2 2 121 ไดแ้ ก่ การเคลอ่ื นทแี่ นวตรง การเคล่ือนท่ี 3 2 -3- แบบโพรเจกไทล์ การเคลอื่ นทแี่ บบ 42 -4- วงกลม และ การเคลือ่ นท่แี บบส่ัน 4 ข้อ6. สบื คน้ ข้อมูลและอธิบายแรงโน้ม 1 - 2 0.5 1 0.5 0.5 ถ่วงทเ่ี กีย่ วกบั การเคล่อื นทขี่ องวตั ถตุ ่าง 2 - -2- ๆ รอบโลก 31 -3- 41 -4- 4 ขอ้ 7. สงั เกตและอธบิ ายการเกิด 1 - 1 1 1 0.5 0.5 สนามแมเ่ หลก็ เนื่องจากกระแสไฟฟา้ 2 - 0.5 2 - 31 -3- 4- -4-
หนา้ 9 อตั ราสว่ นการวดั และการประเมนิ ผล รายตวั ช้ีวัด กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์(ต่อ) หน่วย นา้ หนกั การประเมนิ ท่ี ระหวา่ งภาคเรียน ปลายภาคเรยี น ก่อนและหลังสอบ ตวั ชี้วัด กลางภาค มาตรฐาน ูรปแบบ คะแนน รวม สอบกลางภาค ูรปแบบ คะแนน รวม 4 มาตรฐาน 8. สังเกตและอธิบายแรงแมเ่ หลก็ ทกี่ ระทาตอ่ 1 - 2 1 1 1 1.5 ว.2.2 อนภุ าคท่ีมปี ระจไุ ฟฟ้าท่ีเคลือ่ นที่ในสนาม 21 0.5 2 0.5 เข้าใจธรรมชาติ แมเ่ หลก็ และแรงแมเ่ หล็กท่ีกระทาตอ่ ลวด 3 - ของแรงใน ตวั นาท่ีมีกระแสไฟฟ้าผา่ นในสนามแม่เหลก็ -3- ชีวติ ประจาวัน รวมท้ังอธบิ ายหลกั การทางานของมอเตอร์ 4 4 1 2 - 4 - 4 ผลของแรงท่ี 9. สงั เกตและอธิบายการเกดิ อีเอ็มเอฟ 1 กระทาตอ่ วตั ถุ รวมทั้งยกตวั อย่างการนาความรู้ไปใช้ 1 - - 1 0.5 0.5 ลักษณะการ ประโยชน์ 2 - 0.5 2 - 3 1 - 3 - เคล่ือนท่แี บบ 10. สืบคน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายแรงเข้มและ 4 1 - 4 - ต่างๆ ของวัตถุ แรงออ่ น 1 - 0.5 1 0.5 0.5 รวมทง้ั นาความรู้ 2 - - 2 - 3 - - 3 ไปใชป้ ระโยชน์ 41 -4 5 มาตรฐาน 1. สืบคน้ ข้อมูลและอธบิ ายพลงั งาน 1 - 4 - 1 1 1 21 -2- ว.2.3 นิวเคลยี ร์ ฟชิ ชนั และฟิวชันและ เข้าใจความหมาย ความสัมพันธร์ ะหว่างมวลกบั พลังงานท่ี 3 2 -3 ของพลังงาน การ ปลดปลอ่ ยออกมาจากฟชิ ชันและฟิวชนั 4 1 -4 เปลี่ยนแปลงและ 5 2. สืบค้นข้อมลู และอธบิ ายการเปล่ียนพลังงาน 1 - 5 - 1 1 2 การถ่ายโอน ทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟ้า รวมทัง้ สืบคน้ และ 2 1 - 2 1 พลังงาน อภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยีทนี่ ามาแกป้ ญั หา 3 2 -3 ปฏิสมั พันธ์ หรอื ตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นพลังงาน 4 2 -4 ระหวา่ งสสาร โดยเนน้ ด้านประสทิ ธิภาพและความค้มุ ค่าดา้ น 6 และพลงั งาน คา่ ใชจ้ ่าย 1 - 4 - 1 1 2 6 พลังงานใน 2 1 4 - 2 1 2 ชวี ิตประจาวัน 3. สงั เกตและอธบิ ายการสะท้อน 3 2 - 3 - การหกั เห การเลี้ยวเบน และการรวมคล่นื 4 1 - 4 - ธรรมชาตขิ อง 1 - - 1 1 คลนื่ 4. สังเกตและอธบิ าย ความถี่ธรรมชาติ 2 1 - 2 1 การส่นั พอ้ ง และผลทเี่ กิดขึน้ จากการ 3 2 - 3 - ปรากฏการณ์ สน่ั พ้อง 4 1 - 4 - ท่ีเกีย่ วข้องกบั เสียง แสง และ คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมท้ังนาความรไู้ ป ใชป้ ระโยชน์
หนา้ 10 อตั ราส่วนการวัดและการประเมนิ ผล รายตัวชี้วัด กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์(ต่อ) หน่วย นา้ หนักการประเมิน ท่ี ระหวา่ งภาคเรยี น ปลายภาคเรียน กอ่ นและหลังสอบ กลางภาค มาตรฐาน ตวั ช้ีวัด ูรปแบบ คะแนน รวม สอบกลางภาค ูรปแบบ คะแนน รวม 7 มาตรฐาน ข้อ5. สังเกตและอธบิ ายการสะท้อน การ 1 - 2 - 1 1 1 ว.2.3 หกั เห การเลย้ี วเบน และการรวมคล่นื 2 - -2- เข้าใจ ของคล่ืนเสียง 31 -3- ความหมาย 41 -4- 7 ของพลังงาน ข้อ6. สบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบาย 1- 1 - 112 การ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความเขม้ เสียงกับ 2 - เปล่ยี นแปลง ระดับเสยี ง และ ผลของความถี่กบั ระดับ 3 1 -21 และการถา่ ย เสียงทม่ี ตี อ่ การไดย้ ินเสยี ง -3- 4- -4- 7 โอนพลงั งาน ขอ้ 7. สังเกตและอธิบายการเกิดเสยี ง 1 - 6 - 1 1 2 ปฏิสัมพนั ธ์ สะทอ้ นกลบั บตี ปรากฏการณด์ อป 2 2 ระหว่างสสาร เพลอร์ และการสน่ั พอ้ งของเสยี ง -21 และพลังงาน 32 -3- 7 พลังงานใน ขอ้ 8. สืบคน้ ขอ้ มูลและยกตัวอยา่ งการนา 4 2 1 - 4 - 1 8 ชวี ติ ประจาวัน ความรู้เกยี่ วกับเสยี งไปใช้ประโยชน์ใน 1 - 1 - 1 1 1 8 ธรรมชาตขิ อง ชีวิตประจาวัน 2 - 3 - 2 - 3 คลนื่ 3 1 - 3 - 4 - - 4 - ปรากฏการณ์ ข้อ9. สังเกตและอธิบายการมองเหน็ สี 1 - - 1 1 ทเ่ี กย่ี วข้องกับ ของวัตถุและความผิดปกตใิ นการมอง 2 - - 2 - 3 1 - 3 - เสยี ง แสง เหน็ สี 4 - - 4 - และคล่นื 1 - - 1 2 2 1 - 2 1 แมเ่ หล็กไฟฟ้า ข้อ10. สงั เกต และอธิบายการทางาน 3 1 - 3 - รวมทัง้ นา ของแผน่ กรองแสงสี การผสมแสงสี การ 4 1 - 4 - ความรู้ไปใช้ ผสมสารสีและการนาไปใชป้ ระโยชน์ใน ประโยชน์ ชีวิตประจาวนั 9 ขอ้ 11. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายคล่ืน 1 - 2 - 1 1 1 แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ สว่ นประกอบคล่ืน 20 -2- แมเ่ หล็กไฟฟา้ และ หลักการทางานของ 3 1 -3- อปุ กรณบ์ างชนดิ ทอี่ าศัยคล่ืน 41 -4- แมเ่ หล็กไฟฟา้
หนา้ 11 อตั ราส่วนการวดั และการประเมนิ ผล รายตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์(ตอ่ ) หน่วย นา้ หนกั การประเมนิ ท่ี ระหว่างภาคเรยี น ปลายภาคเรยี น ก่อนและหลงั สอบ กลางภาค มาตรฐาน ตัวชีว้ ัด ูรปแบบ คะแนน รวม สอบกลางภาค ูรปแบบ คะแนน รวม 9 มาตรฐาน ขอ้ 12. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายการส่ือสาร 1 - 3 - 1 1 2 ว.2.3 โดยอาศัยคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้าในการสง่ ผ่าน 2 1 -21 สารสนเทศและเปรยี บเทยี บการสอ่ื สารด้วย 3 1 -3- สัญญาณแอนะลอ็ กกบั สญั ญาณดจิ ทิ ัล 41 -4- รวมคะแนน 1 - 60 10 1 21 30 2 14 (6) 2 9 (4) 3 3 26 4 20 4 60 70 คะแนน 30 คะแนน แผนการวัดผลประเมินผล กอ่ นกลางภาค ว.2.2 ตัวชวี้ ดั ขอ้ ที่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10 สอบกลางภาค ว.2.2 ตัวชวี้ ดั ขอ้ ท่ี 1,2,3,5,6,7,8,9,10 หลังกลางภาค ว.2.3 ตัวช้วี ัดขอ้ ท่ี 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12 สอบปลายภาค ว.2.2 ตวั ช้ีวดั ข้อที่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10 และ ว.2.3 ตวั ช้วี ัดข้อที่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12 สัดสว่ นการประเมนิ ระหว่างภาคเรยี น : ปลายภาคเรยี น = 70 : 30 หมายเหตุ รปู แบบท่ี 1 หมายถึงแบบทดสอบแบบปรนยั รปู แบบท่ี 2 หมายถึงแบบทดสอบแบบอตั นัย เป็นการประเมนิ ดา้ นวดั ความรู้(K) รูปแบบท่ี 3 หมายถึงแบบตรวจสมุดบันทกึ , ตรวจใบงาน ใบกจิ กรรม, ตรวจราบงานผลการทดลอง เป็นการประเมนิ ดา้ นวัดทักษะกระบวนการ(P) รูปแบบท่ี 4 หมายถงึ แบบประเมนิ พฤตกิ รรม การมีจิตวิทยาศาสตร์, มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มีจติ อาสา เปน็ การประเมินด้านวดั จิตพิสัย(A)
คาอธิบายรายวชิ า หนา้ 12 ว30101 ฟสิ กิ ส์พน้ื ฐาน กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ าพืน้ ฐาน จานวน 2.0 หน่วยกติ (80 ชม.) ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ ธรรมชาติวิชาฟสิ กิ ส์ การเคลอื่ นที่ของวัตถทุ ี่มกี ารเปลี่ยนความเรว็ จะเกดิ ความเรง่ ความเรง่ เป็นปริมาณเวกเตอร์ วัตถทุ ่อี ยู่น่งิ หรอื เคล่ือนทใ่ี นแนวตรงดว้ ยความเร็วคงตวั วตั ถนุ นั้ มีความเรง่ เป็นศนู ย์ แรงกระทาตอ่ วัตถุ การหาแรงลพั ธ์แบบเวกเตอร์ แรงลัพธ์มคี า่ ไมเ่ ทา่ กับศนู ย์กระทาตอ่ วัตถุจะทาให้วตั ถเุ คลือ่ นท่ี ดว้ ยความเรง่ มที ิศทางเดยี วกบั แรงลัพธ์ แรงกระทาระหว่างวัตถุคหู่ นง่ึ ๆ เปน็ แรงกริ ิยาและแรงปฏิกิรยิ า การ เคลอื่ นทแี่ นวตรงดว้ ยความเรง่ คงตวั เป็นการตกแบบเสรี การเคล่อื นท่แี นวโค้งด้วยความเร่งคงตัวในแนวด่งิ เป็นการ เคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนท่ีแนวโคง้ ด้วยความเร่งมที ศิ ทางต้งั ฉากกับความเร็วตลอดเวลาเป็นการ เคลอ่ื นที่แบบวงกลมการเคลือ่ นท่กี ลบั ไปกลับมาด้วยความเร่งมที ศิ ทางเข้าส่จู ุดทีแ่ รงลัพธ์เป็นศนู ย์ เปน็ การเคลอ่ื นที่ แบบสน่ั หรือการเคลอ่ื นที่แบบแกวง่ สนามโนม้ ถว่ ง วตั ถุท่มี มี วลจะมแี รงโนม้ ถว่ งซงึ่ เปน็ แรงดึงดดู ของโลกกระทาตอ่ วัตถุ กระแสไฟฟ้าทาให้เกดิ สนามแมเ่ หล็กในบริเวณรอบแนวการเคล่อื นท่ขี องกระแสไฟฟา้ อนุภาคท่ีมีประจุไฟฟา้ เคลอ่ื นที่โดยไม่อยใู่ นแนวเดียวกบั สนามแม่เหลก็ จะมีแรงแมเ่ หล็กกระทาเปน็ พนื้ ฐานในการสร้างมอเตอร์ สนามแมเ่ หลก็ เปลี่ยนแปลงตัดขดลวดตัวนา ทาให้เกิดอีเอม็ เอฟ เปน็ พ้นื ฐานในการสร้างเครือ่ งกาเนิดไฟฟา้ ภายใน นวิ เคลยี สมีแรงเขม้ ที่เป็นแรงยดึ เหน่ยี วของอนุภาคในนิวเคลียส เป็นแรงหลกั ท่ีใชอ้ ธิบายเสถียรภาพของนวิ เคลยี ส พลงั งานนวิ เคลียร์ท่ีปลดปล่อยออกมาจากฟชิ ชัน หรือ ฟวิ ชนั มีความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลงั งาน การ นาพลังงานทดแทนมาใชเ้ ปน็ การแก้ปัญหาด้านพลังงาน พลังงานไฟฟ้าในโรงไฟฟา้ พลงั งานนิวเคลียร์ พลงั งาน ไฟฟ้าโดยเซลลส์ ุริยะ การนาความรู้ทกั ษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตรม์ าสร้างเทคโนโลยีต่างๆ ท่ีนามา แกป้ ัญหาความต้องการทางดา้ นพลังงาน ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขึ้น คลืน่ เกดิ การสะท้อน การหกั เห การเลีย้ วเบน และการแทรกสอดเกดิ การรวมคล่นื การสน่ั พอ้ งของคล่ืน การเกิดเสียง การสัน่ พ้องของเสยี ง การสะท้อน การ หักเห การเลยี้ วเบน และการแทรกสอดของเสียง ระดบั เสียง อันตรายของเสยี งที่มีตอ่ หู การเกิดบตี ของเสียง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ การสนั่ พ้องของเสียง การเสียงนาไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ การมองเหน็ วตั ถุเป็น สะท้อนแสงสขี ึ้นกับสารสีบนผิววตั ถุ ความผิดปกตใิ นการมองเห็นสหี รอื ตาบอดสี แผน่ กรองแสงสี การผสมแสงสี ปฐมภูมิ การผสมสารสปี ฐมภูมิ การใช้ประโยชน์ของการผสมแสงสีและการผสมสารสี คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า การ สือ่ สารโดยอาศัยคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า สญั ญาณ แอนะล็อกและดจิ ิทัล โดยการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and knowledge Formation) และใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การสารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด มีความสามารถในการส่ือสาร ส่ิงที่เรียนรู้ (Communication and Presentation) การตดั สินใจ การนาความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสม มาตรฐาน / ตัวช้ีวัด ว.2.2 ข้อ 2 ว.2.2 ขอ้ 3 ว.2.2 ข้อ 4 ว.2.2 ข้อ 5 ว.2.2 ข้อ 7 ว.2.2 ข้อ 8 ว.2.2 ขอ้ 9 ว.2.2 ขอ้ 10 ว.2.2 ขอ้ 1 ว.2.2 ขอ้ 6 ว.2.3 ขอ้ 2 ว.2.3 ข้อ 3 ว.2.3 ข้อ 4 ว.2.3 ข้อ 5 ว.2.3 ขอ้ 7 ว.2.3 ขอ้ 8 ว.2.3 ข้อ 9 ว.2.3 ข้อ 10 ว.2.3 ขอ้ 1 ว.2.3 ขอ้ 12 ว.2.3 ข้อ 6 ว.2.3 ข้อ 11 รวมทง้ั หมด ๒๒ ตวั ชี้วดั
หน้า 13 โครงสร้างรายวิชา ฟิสกิ ส์พืน้ ฐาน รหสั วิชา ว30101 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 เวลาเรียน 80 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น 2.0 หน่วยกิต สดั ส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น : ปลายภาค = 70 คะแนน : 30 คะแนน หนว่ ย ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู/้ เวลาเรียน คะแนน ภาระงาน / ท่ี ตวั ชีว้ ัด (ชั่วโมง) ชนิ้ งานรวบยอด 1 ธรรมชาติฟสิ ิกสใ์ น มาตรฐาน ว.2.2 6 6 ผังมโนทศั น์ การเคลอื่ นทแี่ นวตรง ตัวชี้วดั ข้อ 1 คะแนน 2 เนน้ ความรู้คงทนของแรง มาตรฐาน ว.2.2 14 12 รายงานการทดลอง คะแนน ผังมโนทัศน์ กระทาบนวัตถุ ตัวช้วี ัด ข้อ 1 3 นาสู่พืน้ ฐานของการ มาตรฐาน ว.2.2 8 10 รายงานการทดลอง เคลอื่ นท่ีในแนวโค้ง ตัวชว้ี ัด ขอ้ 1 คะแนน ผังมโนทศั น์ 4 รูม้ ่นั คงกบั แรงในสนาม มาตรฐาน ว.2.2 12 16 ผังมโนทัศน์ กับแรงภายในนวิ เคลียส ตวั ชว้ี ัด ข้อ 1 มาตรฐาน ว.2.3 คะแนน 5 ศกึ ษากัมมันตภาพรังสี ตัวชี้วดั ข้อ 1 และการประยุกตใ์ ช้ 8 12 รายงานการสบื ค้น พลงั งานกับเทคโนโลยี มาตรฐาน ว.2.3 ตวั ช้ีวดั ขอ้ 1 คะแนน ขอ้ มลู 6 ศึกษาสิ่งดีใน ปรากฏการณค์ ลนื่ 8 12 รายงานการสบื คน้ คะแนน ขอ้ มลู 7 รยู้ ั่งยนื เร่อื งเสียงกบั การ มาตรฐาน ว.2.3 12 16 รายงานการสบื ค้น นาสมบัตเิ สียงไป ตัวชว้ี ดั ข้อ 1 คะแนน ขอ้ มลู ประยุกต์ใช้ 8 ศกึ ษาให้เนน้ ในการ มาตรฐาน ว.2.3 6 8 รายงานการสืบค้น มองเห็นแสงสีกับสารสี ตวั ชี้วดั ขอ้ 1 คะแนน ข้อมลู 9 นาวิถหี ลักปรชั ญา มาตรฐาน ว.2.3 6 8 รายงานการสืบค้น เศรษฐกจิ พอเพยี ง ตวั ชวี้ ดั ข้อ 1 คะแนน ขอ้ มูล ประยุกตใ์ ช้ กับคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวม 80 100 คะแนน คะแนนท้งั ภาคเรยี น การทดสอบ 54 ภาระงาน/การปฏิบตั ิ 46 รวมทัง้ รายวชิ า 100
หนา้ 14 หน่วยการเรียนรู้ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวชิ า ฟิสิกส์พืน้ ฐาน รหสั วิชา ว30101 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรยี น 80 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จานวนหน่วยกติ 2.0 หนว่ ย คะแนนระหวา่ งภาคเรียน 70 คะแนน คะแนนปลายภาคเรยี น 30 คะแนน หน่วยการเรียนรู้ ชอื่ หน่วยการเรียน/รายการเรียน เวลาเรยี น(ชว่ั โมง) หนว่ ยท่ี 1 ธรรมชาตฟิ สิ ิกสใ์ นการเคล่อื นทแ่ี นวตรง 6 1.1 ธรรมชาติของวิชาฟิสิกส์ 1 1.2 การเคลื่อนท่ีแนวตรง 1 1.3 ความเร็ว 2 1.4 ความเร่ง 2 หนว่ ยท่ี 2 เนน้ ความรคู้ งทนของแรงกระทาบนวัตถุ 14 2.1 แรงกระทาบนวัตถุ 2 2.2 การหาแรงลพั ธ์ 2 2.3 ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความเรง่ ของวัตถกุ ับแรงลัพธ์ 8 2.4 แรงกริ ยิ าและแรงปฏิกิริยา 2 หน่วยท่ี 3 นาส่พู ้นื ฐานของการเคลื่อนทใ่ี นแนวโค้ง 8 3.1 การเคล่ือนทแ่ี บบโพรเจกไทล์ 4 3.2 การเคลอื่ นทีแ่ บบวงกลม 2 3.3 การเคลอ่ื นท่ีแบบส่ัน(ฮารม์ อนกิ อยา่ งง่าย) 2 หน่วยท่ี 4 รูม้ นั่ คงกับแรงในสนามกบั แรงภายในนิวเคลียส 12 4.1 แรงโน้มถ่วงในสนามโนม้ ถ่วง 2 4.2 การเกดิ สนามแม่เหลก็ 1 4.3 การหาทิศทางของสนามแมเ่ หล็กจากกระแสไฟฟ้าไดจ้ ากกฎมือขวา 1 4.4 แรงแม่เหลก็ ทก่ี ระทาต่ออนุภาคทมี่ ีประจไุ ฟฟา้ 2 4.5 แรงแมเ่ หล็กท่กี ระทาต่อลวดตัวนาที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน 2 4.6 การเกดิ อีเอม็ เอฟ 2 4.7 แรงในสนามไฟฟา้ 1 4.8 แรงยดึ เหนยี่ วของอนภุ าคในนวิ เคลียส 1 หน่วยท่ี 5 ศกึ ษากัมมันตภาพรังสีและการประยุกตใ์ ชพ้ ลงั งานกับเทคโนโลยี 8 2 5.1 การคน้ พบกัมมนั ตรังสี กบั การเปลีย่ นสภาพนิวเคลียส 2 5.2 พลังงานนวิ เคลยี ร์ ฟชิ ชนั และฟวิ ชนั 2 5.3 การเปลี่ยนพลงั งานทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟ้า 2 5.4 เทคโนโลยีตา่ ง ๆ ทน่ี ามาแก้ปญั หาหรอื ตอบสนองความต้องการ ทางดา้ นพลังงาน
หน้า 15 หนว่ ยการเรยี นรู้ (ตอ่ ) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ รายวชิ า ฟิสกิ ส์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ว30101 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรียน 80 ชวั่ โมง/ภาคเรียน จานวนหน่วยกิต 2.0 หนว่ ย คะแนนระหว่างภาคเรียน 70 คะแนน คะแนนปลายภาคเรียน 30 คะแนน หน่วย ชื่อหน่วยการเรยี น/รายการเรยี น เวลาเรยี น การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) หน่วยที่ 6 ศกึ ษาสิ่งดีในปรากฏการณค์ ลน่ื 8 6.1 ชนดิ ของคลลน่ื กล 1 6.2 ส่วนประกอบคลืน่ และอัตราเร็วของคลน่ื 1 6.3 การสะท้อนของคลนื่ 1 6.4 การหักเหของคลื่น 2 6.5 การเลี้ยวเบนของคลืน่ 1 6.6 การแทรกสอดของคล่ืน 1 6.7 การสนั่ พอ้ งของคล่นื 1 หน่วยท่ี 7 รยู้ งั่ ยืนเร่อื งเสียงกับการนาสมบตั เิ สยี งไปประยุกต์ใช้ 12 7.1 การเกดิ เสียง 2 7.2 สมบัตขิ องคลื่นเสยี ง 2 7.3 ความเขม้ เสยี งกับระดับเสียง 2 7.4 การเกดิ บีต ปรากฏการณด์ อปเพลอร์ และการสัน่ พ้องของเสียง 4 7.5 การนาความร้เู ก่ยี วกับเสยี งไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั 2 หนว่ ยท่ี 8 ศึกษาใหเ้ น้นในการมองเห็นแสงสกี บั สารสี 6 8.1 การมองเหน็ สีของวัตถุ 1 8.2 ความผดิ ปกติในการมองเห็นสี 1 8.3 การทางานของแผ่นกรองแสงสี 1 8.4 การผสมแสงสี การผสมสารสี 1 8.5 การผสมแสงสแี ละสารสีกบั การนาไปใช้ประโยชน์ 2 หนว่ ยท่ี 9 นาวิถหี ลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงประยกุ ต์ใช้ กบั คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ 6 9.1 การเกิดคลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า 1 9.2 สว่ นประกอบคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ 1 9.3 หลักการทางานของอุปกรณ์บางชนิดทอี่ าศัยคลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ 2 9.4 การส่ือสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ สญั ญาณแอนะล็อก 1 9.5 การสอ่ื สารโดยอาศัยคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ สญั ญาณดจิ ิทลั 1 รวมตลอดภาคเรียน 80 ช่ัวโมง
ขอ้ ตกลงในการเรียนออนไลท์ นักเรยี นเช็คชอ่ื เขา้ เรยี นทุกคร้งั เพ่อื ประโยชน์ของตัวเองตอ้ งหม่นั ทบทวนบทเรยี นให้สมา่ เสมอ
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: