ภยั ธรรมชาติ (Natural Disasters) ดร. ภูเวียง ประคํามนิ ทร* ภยั ธรรมชาติ หมายถึง ภัยอันตรายตางๆทีเ่ กิดข้ึนตามธรรมชาติ และมผี ลกระทบตอ ชีวติ ความเปน อยู ของมนษุ ย นบั ตั้งแตโ บราณกาลมาแลว ทม่ี นษุ ย ผจญกบั ความย่ิงใหญข องภยั ธรรมชาติ ไมวาจะยาวนานปานใดที่ มนุษยพ ยายามเรยี นรูแ ละเอาชนะภยั ธรรมชาติ ตราบจนปจจบุ นั มนษุ ยยังไมสามารถเอาชนะไดเลย นอกจากน้ียัง ไมมใี ครทเ่ี ขา ใจถงึ ลกั ษณะกระบวนการและปรากฏการณทางธรรมชาติทลี่ ะเอียดลึกซ้งึ ปจจุบันมนุษยมี เทคโนโลยีที่สามารถชวยใหเ ดินทางไปในอวกาศได แตสําหรบั ธรรมชาตอิ นั ย่ิงใหญใ นโลกทม่ี นษุ ยอ าศัยอยูน้ี ความรทู ี่มีอยูน ั้นนบั วานอยมาก การเกิดปรากฏการณต างๆในธรรมชาติไมว าจะเปน แผนดินไหว ภยั รอน ภยั หนาวฯลฯ เหลาน้ี แตล ะครง้ั นํามาซง่ึ ความสญู เสยี ท้งั ชวี ิตและทรัพยส ินของมนุษยเปน อยา งมาก ยง่ิ มนุษยพ ยายาม ทีจ่ ะเรยี นรูศึกษาถงึ ปรากฏการณธรรมชาติมากเทาใด ยง่ิ พบวา ธรรมชาตนิ ั้นย่ิงมีความยง่ิ ใหญ สุดทมี่ นุษยจะ สามารถควบคมุ ได หนทางเดียวทด่ี ที ส่ี ุด พึงกระทําตอนน้คี ือพยายามเรียนรธู รรมชาตขิ องภัยตางๆเหลาน้ีแลว หาทางปองกันและลดความเสียหายทีจ่ ะเกิดจากภัยธรรมชาติตา งๆเหลา นี้ใหม ากทสี่ ุด ประเภทของภยั ธรรมชาติ ภัยธรรมชาตสิ ามารถแบง เปน 8 ประเภทใหญๆ ไดดังน้ี 1. วาตภยั 2. อุทกภยั 3. ความแหง แลง 4. พายุฝนฟาคะนอง 5. คลน่ื พายซุ ัดฝง 6. แผนดินไหว 7. แผนดนิ ถลม 8. ไฟปา 9. สึนามิ 1. วาตภัย หมายถงึ ภยั ธรรมชาติซึ่งเกิดจาก พายุลมแรง แบงได 2 ชนิด 1.1 วาตภัยจากพายฤุ ดูรอ น จะเกดิ ข้นึ ในชวงฤดูรอน เกดิ จากกระแสอากาศรอ นยกขึ้นเบือ้ งบนอยาง รุนแรงและเย็นตัวลงอยางรวดเรว็ จนสามารถกลั่นตวั เปนหยดนํ้าหรอื เปนนํ้าแขง็ แลวตกลงมา บางครง้ั จะเกดิ พายุ ฝนฟาคะนองและอาจมีลูกเห็บทําความเสยี หายไดในบรเิ วณเลก็ ๆ ชวงเวลาสนั้ ๆ ความเร็วลมที่เกดิ ขึ้นในขณะนั้น ประมาณ 50 กม./ชม. ทําใหสิ่งกอ สรา ง บา นเรือน พืชผลทางการเกษตรเสยี หาย ฝนตกหนกั ฟาแลบ ฟา ผา เปน อันตรายแกชีวติ มนุษยและสตั วได ขอสงั เกตกอ น/ขณะ/หลัง พายุฤดรู อ น (มนี าคม-พฤษภาคม) กอนเกิด ~ อากาศรอนอบอา ว ตดิ ตอกันหลายวัน ~ ลมสงบ แมใ บไมก็ไมส ั่นไหว ~ ความชื้นในอากาศสูง จนรูส ึกเหนียวตามรา งกาย * ผูอาํ นวยการ , สวนตรวจวัดและเตอื นภยั แผน ดนิ ไหวทั่วโลก สาํ นกั แผนดนิ ไหว กรมอตุ นุ ยิ มวิทยา
~ ทองฟามัว ทัศนะวิสัยการมองเห็นระยะไกลไมชัดเจน (อากาศมัว) ~ เมฆทวีมากขึ้น ทองฟามดื ครึม้ อากาศรอ นอบอาว ขณะเกดิ ~ พายุลมแรง 15-20 นาที ความเร็วมากกวา 50 กม./ชม. ~ เมฆทวขี นึ้ อยางรวดเร็ว ลมกระโชกแรงเปนครั้งคราว ในชวง 1-2 นาทแี รกความเรว็ ลมอาจสูงถึง 60-70 กม/ชม. บางครง้ั มีฝนตกหนกั อาจจะมีลกู เหบ็ ตกไดในบางคร้งั มีฟาคะนอง ฟาแลบถานบั ในใจ 1-2-3 แลว ไดย นิ เสียงฟารอง และพายจุ ะหางไปประมาณ 1 กม. ถา เห็นฟา แลบและฟารอ งพรอมกนั พายุจะอยใู กลมาก ~ สภาวะน้ีจะอยูประมาณ 1 ชม. หลงั เกดิ ~ พายสุ ลายไปแลว อากาศจะเย็นลง รสู กึ สดช่ืนขึ้น ทอ งฟา แจมใส ทัศนะวิสัยชดั เจน การปอ งกนั พายุฤดรู อน * ติดตามสภาวะอากาศ ฟงคําเตอื นจากกรมอุตนุ ยิ มวิทยา * สอบถาม แจงสภาวะอากาศราย โทร 0-2399-4012-3, 0-2398-9838 ตลอด 24 ชั่วโมง * ติดต้งั สายลอ ฟาสําหรบั อาคารสงู ๆ * ปลูกสรา ง ซอมแซม อาคารใหแข็งแรง เตรียมปองกนั ภัยใหส ตั วเลยี้ งและพืชผลการเกษตรเมอื ยา งเขา ฤดูรอน * ไมใ ชอปุ กรณไฟฟา ทุกชนิด ขณะมฟี าคะนอง * ไมใสเ ครือ่ งประดบั โลหะ และอยกู ลางแจง ขณะมฝี นฟา คะนอง 1.2 วาตภัยจากพายหุ มนุ เขตรอน จะเกดิ ขึน้ ในชวงฤดฝู น เปนพายทุ ีเ่ กิดข้ึนเหนือทะเลจีนใต และ มหาสมุทรแปซฟิ ก ในเขตรอน มศี นู ยกลางประมาณ 200 กม.หรอื มากกวา มลี มพัดเวียนรอบศูนยกลางทศิ ทวนเข็ม นาฬกิ า (ในซกี โลกเหนือ) หากมีความแรงถึงขัน้ พายไุ ตฝ นุ จะมศี ูนยกลางเปน วงกลมประมาณ 15-60 กม. เรยี กวา ตาพายุ มองเหน็ ไดจ ากภาพถายเมฆจากดาวเทียม เมื่อพายุหมุนเขตรอ นเคลอื่ นตัวข้ึนฝงจะทําความเสยี หายให บริเวณท่ีเคลอ่ื นผาน เปน อยางมาก ความรุนแรง ของพายหุ มุนเขตรอนแบง ตามความเร็วลมสูงสุดใกลจ ุดศูนยกลางไดด ังนี้ * พายุดเี ปรสชั่น มีกาํ ลังออ น ความเรว็ ลมใกลศนู ยก ลาง ไมเ กนิ 63 กม /ชม * พายุโซนรอ น มีกําลังปานกลาง ความเร็วลมใกลศนู ยก ลาง 63-117 กม/ชม. * พายไุ ตฝุน มกี ําลังแรง ความเร็วลมใกลศูนยกลางต้ังแต 118 กม/ชม. ขึ้นไป ขอ สังเกตกอ น/ขณะ/หลังเกิด สภาวะอากาศของพายหุ มนุ เขตรอ น (กรกฎาคม-ตลุ าคม) กอนเกิด ~ อากาศดี ลมตะวนั ออกเฉียงเหนือพัดผาน ~ เมฆทวีข้นึ เปนลําดับ ~ ฝนตกเปนระยะๆ ขณะเกดิ ~ เมฆเต็มทอ งฟา ฝนตกตอเน่อื งเกือบตลอดเวลา ลมพัดจัดและแนทิศ ~ เมื่อตาพายผุ า นมา ลมสงบ ทองฟา แจม ใส แตยงั จะมลี มรุนแรงตามมาอีกคร้ังในระยะเวลาสน้ั ๆ ~ เมฆเตม็ ทองฟา ฝนตกเกอื บตลอดเวลา ลมพัดกลบั ทิศ หลงั เกิด ~ พายสุ ลายไปแลว จะท้ิงความเสยี หายไวตามทางผาน อากาศดขี ้ึนเปนลําดับ
รูปที่ 1 ความเสียหายจากพายไุ ตฝุนเกย ที่จังหวัดชุมพร วันท่ี 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2532 วาตภัยคร้ังสําคัญในประเทศไทยเกิดข้ึนทีใ่ ดและเมอ่ื ไร 1. วาตภยั จากพายุโซนรอ น “แฮเรียต” ทแ่ี หลมตะลุมพกุ อําเภอปากพนัง จงั หวัดนครศรธี รรมราช เม่ือวันที่ 25 ตลุ าคม 2505 มผี เู สียชวี ิต 870 คน สูญหาย 160 คน บาดเจ็บ 422 คน ประชาชนไรท่ีอยูอาศัย 16,170 คน ทรพั ยส ิน สูญเสียราว 960 ลานบาท 2. วาตภัยจากพายุไตฝ นุ “เกย” ท่ีพดั เขา สจู งั หวดั ชมุ พร เมอ่ื วันที่ 4 พฤศจกิ ายน 2532 ความเร็วของลมวดั ได 120 กม./ ชม. ประชาชนเสียชวี ิต 602 คน บาดเจ็บ 5,495 คน บา นเรือนเสยี หาย 61,258 หลงั ทรพั ยส ินสญู เสยี ราว 11,739,595,265 บาท 3. วาตภยั จากพายุไตฝ นุ ลินดา ตัง้ แตว นั ที่ 2 พฤศจิกายน ถึง 4 พฤศจกิ ายน 2540 ทาํ ใหเกิดความเสียหายจากวาตภัย อุทกภัย และคล่ืนซัดฝงในพ้นื ท่ี 11 จังหวัดของภาคใตและภาคตะวันออกเม่ือเดือนพฤศจกิ ายน 2532 อนั ตรายท่เี กิดจากพายุและลมแรงจัด สง ผลความเสยี หายดงั นี้ บนบก ตน ไมถอนรากถอนโคน ตนไมทับบานเรือนพัง ผูคนไดร บั บาดเจ็บถงึ ตาย เรอื กสวนไรนา เสียหายหนักมาก บา นเรือนทีไ่ มแ ข็งแรง ไมส ามารถตานทานความรนุ แรงของลมไดพังระเนระนาด หลังคาบานท่ีทาํ ดว ยสังกะสจี ะ ถกู พดั เปด กระเบ้ืองหลงั คาปลิววอ น เปน อนั ตรายตอผทู ่อี ยใู นท่โี ลงแจง เสาไฟฟา เสาโทรเลข เสาโทรศพั ทลม สายไฟฟาขาด ไฟฟา ลัดวงจร เกิดเพลงิ ไหม ผูคนเสยี ชวี ิตจากไฟฟา ดูดได ผูคนท่พี กั อยรู มิ ทะเล จะถกู คลื่นซัดทวม บา นเรือน และกวาดลงทะเล ผคู นอาจจมนํ้าตายในทะเลได ฝนตกหนกั มากทงั้ วันและทง้ั คืน อทุ กภัยจะตามมา น้ําปาจากภเู ขาไหลหลากลงมาอยาง รุนแรง ทวมบานเรือน ถนน และเรือนสวนไรนา เสน ทางคมนาคม ทางรถไฟ สะพาน และถนนถูกตัดขาด ในทะเล มีลมพัดแรงจัดมาก คล่ืนใหญ เรอื ขนาดใหญอาจถูกพดั พาไปเกยฝงหรอื ชนหินโสโครกทาํ ใหจ มได เรอื ทกุ ชนิดควรงดออกจากฝงหรอื หลกี เลย่ี งการเดนิ เรือเขา ใกลศ ูนยก ลางพายุ มีคลนื่ ใหญซ ดั ฝง ทําใหระดับนาํ้ สูง ทวม อาคารบา นเรอื นบริเวณริมทะเล และอาจกวาด ส่งิ กอสรา งท่ไี มแ ขง็ แรงลงทะเลได เรือประมงบรเิ วณชายฝง จะถูกทําลาย
การเตรียมการและปองกันอนั ตราย พายุหมุนเขตรอน * ตดิ ตามสภาวะอากาศ ฟงคาํ เตือนจากกรมอุตนุ ิยมวิทยา * สอบถาม แจงสภาวะอากาศราย โทร 0-2399-4012-3, 0-2398-9838 ตลอด 24 ชั่วโมง * ฝกซอมการปองกนั ภัยพบิ ัติ เตรยี มพรอ มรบั มือ และวางแผนอพยพหากจาํ เปน * เตรียมเครื่องอปุ โภค บรโิ ภค ยารกั ษาโรค ไฟฉาย แบตเตอร่ี วทิ ยกุ ระเปา ห้ิวตดิ ตามขา วสาร และยานพาหนะ * ซอ มแซมอาคารใหแ ขง็ แรง เตรียมปองกันภยั ใหสตั วเลีย้ งและพืชผลการเกษตร * เตรยี มพรอมอพยพเมอ่ื ไดรบั แจงใหอพยพ 2. อุทกภัย หมายถงึ ภัยและอนั ตรายทเี่ กดิ จากสภาวะนํ้าทว มหรอื นาํ้ ทวมฉับพลนั มสี าเหตุมาจากการเกิดฝนตกหนักหรือฝน ตอ เนอื่ งเปน เวลานาน มีสาเหตจุ าก เน่ืองมาจาก 2.1 หยอมความกดอากาศตํ่า 2.2 พายหุ มุนเขตรอน ไดแ ก พายดุ ีเปรสชั่น, พายุโซนรอ น, พายุใตฝ นุ 2.3 รอ งมรสมุ หรอื รองความกดอากาศตา่ํ กําลังแรง 2.4 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต กาํ ลังแรง 2.5 ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 2.6 เขอ่ื นพัง (อาจมสี าเหตจุ ากแผนดนิ ไหว และอ่ืนๆ) ภยั จากนาํ้ ทว มหรอื อุทกภัยสามารถแบงไดด ังน้ี - อุทกภยั จากน้ําปาไหลหลากและนํ้าทวมฉับพลัน มักจะเกดิ ข้ึนในทรี่ าบตา่ํ หรือท่รี าบลมุ บริเวณใกลภ ูเขาตนนํ้า เม่ือมีฝนตกหนักเหนอื ภูเขาตอ เน่ืองเปนเวลานาน จะทาํ ใหจ ํานวนนํ้าสะสมมปี ริมาณมากจนพื้นดิน และตน ไมดูด ซับไมไหวไหลบาลงสทู ่รี าบต่าํ เบือ้ งลางอยา งรวดเร็ว มอี าํ นาจทําลายรางรุนแรงระดบั หน่ึง ทที่ ําใหบานเรือน พังทลายเสียหาย และอาจทําใหเ กดิ อันตรายถงึ ชีวติ ได ความแรงของนาํ้ สามารถทําลายตน ไม อาคาร ถนน สะพาน ชวี ิตและทรพั ยส ิน - อุทกภัยจากนํ้าทวมขังและน้าํ เออทน เกิดจากนํ้าในแมน้ําลาํ ธารลนตล่ิง หรือมีระดับสงู จากปกติ เออทวมลนไหล บาออกจากระดับตลงิ่ ในแนวระนาบ จากทีส่ งู ไปยังทตี่ ํา่ เขาทวมอาคารบานเรอื น เรอื กสวนไรน าไดรบั ความ เสียหาย หรือเปนสภาพน้าํ ทวมขัง ในเขตเมอื งใหญท่ีเกดิ จากฝนตกหนัก ตอ เน่อื งเปน เวลานาน มสี าเหตมุ าจาก ระบบการระบายนา้ํ ไมด ีพอ มีสิ่งกอสรางกีดขวางทางระบายน้ําหรอื เกิดนํา้ ทะเลหนนุ สงู กรณีพนื้ ท่ีอยูใกลช ายฝง ทะเลทาํ ใหก ารคมนาคมชะงักเกิดโรคระบาดทําลายสาธารณูปโภคและพืชผลการเกษตร เมอื่ เกดิ อุทกภัยอันตรายและความเสยี หายที่เกิดขึ้นมอี ะไรบาง สามารถแบง อนั ตรายและความเสียหายที่เกิดจากอุทกภยั ไดด ังนี้ ความเสยี หายโดยตรง 1. น้ําทวมอาคารบา นเรอื น สิ่งกอ สรา งและสาธารณสถาน ซง่ึ จะทําใหเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอยา งมาก บา นเรอื นหรืออาคารสิง่ กอสรา งทไ่ี มแ ข็งแรงจะถกู กระแสน้ําทีไ่ กลเช่ียวพังทลายได คนและสตั วพาหนะและสัตว เลีย้ งอาจไดร บั อันตรายถึงชีวิตจากการจมน้ําตาย 2. เสน ทางคมนาคมและการขนสง อาจจะถกู ตัดเปนชวง ๆ โดยความแรงของกระแสนํ้า ถนน และสะพานอาจจะ ถูกกระแสนํ้าพดั ใหพ ังทลายไดสินคาพัสดุอยรู ะหวา งการขนสงจะไดรับความเสียหายมาก 3. ระบบสาธารณูปโภค จะไดรับความเสียหาย เชน โทรศพั ท โทรเลข ไฟฟา และประปา ฯลฯ
4. พน้ื ทกี่ ารเกษตรและการปศสุ ัตวจะไดร ับความเสียหาย เชน พืชผล ไรนา ทกุ ประการที่กําลังผลิดอกออกผล อาจ ถูกน้ําทวมตายได สตั วพาหนะ วัว ควาย สัตวเลี้ยง ตลอดจนผลผลิตทีเ่ กบ็ กักตนุ หรอื มไี วเ พื่อทําพันธุจะไดร ับ ความเสียหาย ความเสียหายทางออม จะสง ผลกระทบตอ เศรษฐกิจโดยทัว่ ไป เกิดโรคระบาด สขุ ภาพจติ เสื่อม และ สูญเสยี ความปลอดภัยเปน ตน รปู ที่ 2 อทุ กภัยที่ อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา เมอื่ เดือน พฤศจิกายน 2543 การปองกนั อุทกภัย สามารถกลาวโดยยอ พอสังเขป ไดด งั นี้ * ตดิ ตามสภาวะอากาศ ฟง คาํ เตือนจากกรมอุตนุ ยิ มวิทยา * สอบถาม แจงสภาวะอากาศราย โทร 0-2399-4012-3, 0-2398-9838 ตลอด 24 ชว่ั โมง * ฝก ซอ มการปองกันภยั พิบัติ เตรยี มพรอ มรับมือ และวางแผนอพยพหากจําเปน * เตรยี มนํ้าดื่ม เครอื่ งอุปโภค บรโิ ภค ไฟฉาย แบตเตอร่ี วทิ ยุกระเปาหิ้วติดตามขา วสาร * ซอ มแซมอาคารใหแ ขง็ แรง เตรียมปอ งกันภัยใหสตั วเ ลย้ี งและพืชผลการเกษตร * เตรยี มพรอ มเสมอเมอ่ื ไดรบั แจง ใหอพยพไปที่สงู เมอ่ื อยใู นพืน้ ท่เี ส่ยี งภัย และฝนตกหนักตอ เนื่อง * ไมลงเลนนํ้า ไมขับรถผานนํ้าหลากแมอ ยูบ นถนน ถา อยูใกลนาํ้ เตรียมเรอื เพื่อการคมนาคม * หากอยใู นพ้ืนทนี่ าํ้ ทว มขัง ปองกันโรคระบาด ระวังเรือ่ งน้ําและอาหาร ตอ งสกุ และสะอาดกอนบริโภค
รูปท่ี 3 ความเสยี หายจากพายุไตฝ ุนลนิ ดาเมอ่ื เดือนพฤศจกิ ายน 2540 เมอื่ ไดรับคาํ เตอื น เรอื่ ง อุทกภัยจากกรมอตุ ุนยิ มวิทยา ควรปฏบิ ตั ิตนอยางไร กอนเกิด ควรปฏิบัติดงั นี้ 1. เชื่อฟง คําเตอื นอยางเครงครดั 2. ติดตามรายงานของกรมอตุ ุนยิ มวทิ ยาอยางตอ เน่ือง 3. เคลอ่ื นยายคน สัตวเ ลย้ี ง เชน วัว ควาย และสิง่ ของไปอยใู นท่ีสงู ซง่ึ เปน ทพ่ี นระดับน้ําที่เคยทว มมากอ น 4. ทําคนั ดนิ หรอื กําแพงก้นั นาํ้ โดยรอบ 5. เคลอื่ นยายพาหนะ เชน รถยนตห รอื ลอ เลือ่ นไปอยูท ีส่ งู หรือทําแพสาํ หรบั ท่พี ักรถยนต อาจจะใชถ ังน้ําขนาด 200 ลติ ร ผูกติดกนั แลว ใชก ระดานปูกไ็ ด 6. เตรียมกระสอบใสด ินหรือทราย เพอ่ื เสริมคันดินทก่ี ัน้ นํ้าใหส งู ขนึ้ เม่อื ระดบั นํ้าขนึ้ สงู ทว มคันดินท่ีสรางอยู 7. ควรเตรียมเรือไม เรอื ยาง หรือแพไมไวใชดว ย เพ่ือใชเ ปนพาหนะในขณะน้าํ ทวมเปน เวลานาน เรือเหลา น้ี สามารถชวยชีวิตไดเ ม่ืออทุ กภัยคุกคาม 8. เตรยี มเครอ่ื งมือชา งไม ไมก ระดาน และเชือกไวบ า งสาํ หรับตอแพ เพอ่ื ชว ยชีวิตในยามคบั ขนั เมอ่ื นา้ํ ทวมมากข้นึ จะไดใชเคร่อื งมือชา งไมเปดหลังคารื้อฝาไม เพอื่ ใชช วยพยุงตัวในนา้ํ ได 9. เตรียมอาหารกระปอง หรืออาหารสํารองไวบ าง พอท่ีจะมีอาหารรบั ประทานเมื่อน้ําทวมเปนระยะเวลาหลาย ๆ วัน อาหารยอ มขาดแคลนและไมมที ี่หงุ ตม 10. เตรยี มนํ้าดื่มเกบ็ ไวในขวดและภาชนะทป่ี ดแนน ๆ ไวบา ง เพราะนํ้าทส่ี ะอาดท่ใี ชตามปกติขาดแคลนลง ระบบ การสงนํ้าประปาอาจจะหยุดชะงักเปนเวลานาน 11. เตรียมเคร่อื งเวชภัณฑไวบางพอสมควร เชน ยาแกพิษกัดตอ ยแมลงปอ ง ตะขาบ งู และสตั วอ ื่น ๆ เพราะเม่ือเกดิ นา้ํ ทว มพวกสตั วมีพษิ เหลานีจ้ ะหนีนํา้ ข้นึ มาอยูบนบา นและหลังคาเรอื น 12. เตรียมเชอื กมนลิ ามคี วามยาวไมนอ ยกวา 10 เมตร ใชป ลายหน่ึงผกู มัดกับตนไมเปนทีย่ ึดเหน่ยี ว ในกรณีที่ กระแสน้ําเช่ยี ว และคลืน่ ลูกใหญซ ัดมากวาดผูคนลงทะเล จะชวยไมใ หไหลลอยไปตามกระแสน้ํา
13. เตรยี มวทิ ยุที่ใชถ านไฟฉาย เพ่อื ไวติดตามฟงรายงานขาวลกั ษณะอากาศจากกรมอตุ ุนิยมวทิ ยา 14. เตรยี มไฟฉาย ถา นไฟฉาย และเทียนไข เพ่ือไวใชเ มื่อไฟฟาดับ ขณะเกิด ควรต้งั สตใิ หม ัน่ คง อยาตนื่ กลวั หรอื ตกใจ ควรเตรียมพรอมท่จี ะเผชญิ เหตุการณด วยความสุขุม รอบคอบ และควรปฏบิ ัติดังตอ ไปน้ี 1. ตัดสะพานไฟ และปดแกส หงุ ตมใหเรียบรอ ย 2. จงอยูในอาคารทแี่ ข็งแรง และอยใู นท่ีสูงพน ระดบั น้าํ ท่ีเคยทวมมากอ น 3. จงทําใหร า งกายอบอนุ อยูเ สมอ 4. ไมควรขับข่ยี านพาหนะฝาลงไปในกระแสนํ้าหลาก 5. ไมค วรเลนน้าํ หรือวา ยนํ้าเลนในขณะนา้ํ ทวม 6. ระวงั สัตวม พี ิษท่หี นนี าํ้ ทวมขึน้ มาอยบู นบาน และหลงั คาเรอื นกัดตอ ย เชน งู แมลงปอง ตะขาบ เปนตน 7. ติดตามเหตุการณอยางใกลชดิ เชน สังเกตลมฟาอากาศ และตดิ ตามคําเตอื นเกยี่ วกับ ลกั ษณะอากาศจากกรม อุตนุ ยิ มวทิ ยา 8. เตรียมพรอ มที่จะอพยพไปในท่ปี ลอดภัยเม่ือสถานการณจวนตัว หรอื ปฏบิ ัติตามคาํ แนะนําของทางราชการ 9. เมือ่ จวนตัวใหคํานึงถึงความปลอดภยั ของชีวิตมากกวา หวงทรัพยสมบัติ หลังเกดิ เมื่อระดับน้าํ ลดลงจนเปนปกติ การบรู ณะซอ มแซมส่งิ ตาง ๆ จะตองเริม่ ตนทนั ทงี่ านบูรณะตาง ๆ เหลาน้ี จะประกอบดวย 1. การขนสง คนอพยพกลับยังภูมิลําเนาเดิม 2. การชวยเหลือในการร้ือสงิ่ ปรกั หักพัง ซอ มแซมบานเรอื นท่หี กั พงั และถาบา นเรอื นท่ถี กู ทาํ ลายสิ้น ก็ใหไดรบั ความชวยเหลอื ในการจดั หาทพี่ ักอาศัยและการดํารงชีพชัว่ ระยะหนง่ึ 3. การกวาดเก็บขนสง่ิ ปรกั หกั พังท่วั ไป การทําความสะอาดบา นเรือน ถนนหนทางท่ีเตม็ ไปดวยโคลนตม และสงิ่ ชํารดุ เสยี หายท่ีเกล่อื นกลาดอยทู ั่วไปกลับสสู ภาพปกตโิ ดยเรว็ 4. ซอมแซมบานเรอื นอาคาร โรงเรยี นทีพ่ ักอาศยั สะพานทหี่ ักพังชํารดุ เสียหาย และท่ีเสยี หายมากจนไมอาจ ซอมแซมได ก็ใหร อื้ ถอนเพราะจะเปน อันตรายได 5. จดั ซอมทาํ เครื่องสาธารณูปโภค ใหกลับคืนสูสภาพปกตโิ ดยเรว็ ทส่ี ุด เชน การไฟฟา ประปา โทรเลข โทรศัพท 6. ภายหลังน้ําทวมจะมีซากสัตวตาย ปรากฏในที่ตาง ๆ ซึง่ จะตอ งจัดการเกบ็ ฝงโดยเร็ว สัตวท่ีมีชีวิตอยซู ่ึงอด อาหารเปนเวลานาน ใหรีบใหอ าหารและนาํ กลับคืนใหเ จาของ 7. ซอมถนน สะพาน และทางรถไฟท่ีขาดตอนชํารุดเสียหายใหกลับสูสภาพเดมิ เพ่อื ใชในการคมนาคมไดโดยเร็ว ที่สุด 8. สรางอาคารชั่วคราวสาํ หรบั ผูท่อี าศัย เน่อื งจากถกู อุทกภยั ทาํ ลายใหอยอู าศัยเปนการช่วั คราว 9. การสงเคราะหผูป ระสบอทุ กภัย มีการแจกเส้ือผา เครือ่ งนงุ หม และอาหารแกผูป ระสบภัย ความอดอยาก ความ ขาดแคลนจะมีอยูร ะยะหนึ่ง ซ่ึงควรจะไดรบั ความชวยเหลอื จากหนวยบรรเทาทุกขห รอื มูลนธิ ิ และอีกประการ หน่งึ 10. ภายหลังอทุ กภัย เนอ่ื งจากส่ิงแวดลอ มมกี ารเปลยี่ นแปลงอยางมาก จะทาํ ใหเ กิดเจบ็ ไขแ ละโรคระบาดได
3. ความแหงแลง หรือภัยแลง ภัยแลง คือ ภยั ทีเ่ กดิ จากการขาดแคลนนํ้าในพื้นท่ใี ดพ้ืนที่หนึง่ เปนเวลานาน ฝนแลง ไมตกตองตามฤดูกาล จน กอใหเกิดความแหง แลง และสงผลกระทบตอ ชุมชน มสี าเหตุจาก พายุหมุนเขตรอ นเคลื่อนผานประเทศไทยนอย หรอื ไมม ีผา นเขามาเลย รอ งความกดอากาศต่ํามีกําลังออ น มรสุมตะวันตกเฉียงใตมกี ําลงั ออ น เกดิ สภาวะฝนท้ิง ชว งเปนเวลานาน หรอื เกิดปรากฏการณเ อลนิโญรนุ แรง ทําใหฝนนอ ยกวา ปกติ ทําใหผลผลิตการเกษตรเสียหาย ขาดนาํ้ เห่ียวเฉา แหง ตายในท่สี ดุ โรคพืชระบาด คุณภาพดอ ยลง อุตสาหกรรมเกษตรเสียหาย ขาดแคลนอปุ โภค บริโภค กระทบกับการผลิตไฟฟาพลงั น้าํ สภาวะอากาศของฝนแลง - มักเกิดชว งครึ่งหลังเดอื นตลุ าคม-กลางพฤษภาคม สิน้ ฤดูฝน -ฤดูรอน ฝนนอยกวาปกตใิ นฤดฝู น - ในชวงปลายเดือนมถิ ุนายน-กลาง กรกฎาคม ฝนทิ้งชวงมากกวา 2 สัปดาห 3.1 สาเหตขุ องการเกิดภยั แลงมีอะไรบา ง - โดยธรรมชาติ 1. การเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมโิ ลก 2. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ 3. การเปล่ียนแปลงของระดับน้าํ ทะเล เชนปรากฏการณเอลนิโญ 4. ภัยธรรมชาติ เชน วาตภยั แผนดนิ ไหว ซง่ึ กอใหเ กิดการเปลี่ยนแปลงภูมปิ ระเทศ -โดยการกระทาํ ของมนุษย 2.1 การทาํ ลายช้ันโอโซน 2.2 ผลกระทบของภาวะเรอื นกระจก 2.3 การพัฒนาดานอุตสาหกรรม 2.4 การตัดไมท าํ ลายปา สาํ หรับภยั แลงในประเทศไทย สว นใหญเ กิดจากฝนแลงและทิ้งชวง ซงึ่ ฝนแลง เปนภาวะปริมาณฝนตกนอ ยกวา ปกติหรอื ฝนไมตกตอ งตามฤดูกาล กบั การเคลอ่ื นผานของพายุหมนุ เขตรอนที่นอ ยกวาปกติ รปู ที่ 4 สภาพดินแตกระแหง เม่ือเกิดภัยแลง ทม่ี า : http://media.thaigov.go.th/Sitedirectory/471/1790/17457_ภัยแลง .jpg
3.2 ฝนแลงมีความหมายอยางไร ดา นอุตุนยิ มวทิ ยา : ฝนแลงหมายถงึ สภาวะทีม่ ฝี นนอ ยหรือไมมีฝนเลยในชวงเวลาหนึง่ ซึง่ ตามปกตคิ วรจะตอ งมี ฝน โดยข้นึ อยูกับสถานทแี่ ละฤดกู าล ณ ที่น้ัน ๆ ดวย ดานการเกษตร : ฝนแลง หมายถึง สภาวะการขาดแคลนนา้ํ ของพืช ดา นอุทกวิทยา : ฝนแลง หมายถึง สภาวะท่ีระดบั นํา้ ผิวดนิ และใตดนิ ลดลง หรือนา้ํ ในแมนํ้าลําคลองลดลง ดา นเศรษฐศาสตร : ฝนแลง หมายถึง สภาวะการขาดแคลนนํ้า ซ่ึงมีผลกระทบตอ สภาพเศรษฐกิจในภูมิภาค 3.3 ฝนท้ิงชว งคืออะไร หมายถงึ ชวงท่มี ีปริมาณฝนตกไมถึงวันละ 1 มลิ ลเิ มตรติดตอ กันเกิน 15 วนั ในชว งฤดูฝน เดือนที่มโี อกาสเกิดฝน ท้งิ ชวงสูงคอื เดือนมถิ นุ ายนและกรกฎาคม 3.4 ภยั แลง ในประเทศไทยสามารถเกิดชว งเวลาใดบาง ภยั แลงในประเทศไทยจะเกิดใน 2 ชวง ไดแ ก 1. ชว งฤดหู นาวตอ เนื่องถงึ ฤดรู อ น ซ่งึ เริม่ จากครงึ่ หลังของเดอื นตุลาคมเปนตนไป บริเวณประเทศไทยตอนบน (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ภาคกลางและภาคตะวันออก) จะมปี รมิ าณฝนลดลงเปน ลําดับ จนกระท่ังเขา สฤู ดฝู นในชวงกลางเดือนพฤษภาคมของ ปถ ัดไป ซึง่ ภยั แลง ลักษณะนีจ้ ะเกิดขน้ึ เปน ประจําทกุ ป 2. ชว งกลางฤดฝู น ประมาณปลายเดอื นมิถุนายนถึงเดอื นกรกฎาคม จะมีฝนท้ิงชวงเกดิ ขึ้น ภัยแลง ลกั ษณะนี้จะ เกิดข้ึนเฉพาะทองถ่นิ หรือบางบริเวณ บางครัง้ อาจครอบคลุมพ้นื ที่เปนบรเิ วณกวางเกือบทัว่ ประเทศ 3.5 พนื้ ท่ีใดในประเทศไทยท่ไี ดร ับผลกระทบจากภยั แลง ภยั แลง ในประเทศไทยสว นใหญมีผลกระทบตอ การเกษตรกรรม โดยเปนภยั แลงทเี่ กิดจากขาดฝนหรอื ฝนแลง ในชวงฤดฝู น และเกิด ฝนทิ้งชวง ในเดือนมถิ ุนายนตอเนอ่ื งเดือนกรกฎาคม พน้ื ที่ที่ไดรบั ผลกระทบจากภยั แลง มาก ไดแ กบริเวณภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง เพราะเปนบรเิ วณทีอ่ ิทธิพลของมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใตเขา ไปไมถึง และถาปใดไมมีพายุหมุนเขตรอ นเคลือ่ นผา นในแนว ดังกลาวแลวจะกอใหเ กดิ ภัยแลงรุนแรงมากข้นึ นอกจากพื้นทดี่ ังกลาวแลว ยงั มพี ้ืนท่อี นื่ ๆ ทม่ี ักจะประสบปญหาภัยแลง เปนประจาํ อกี ดังตารางขางลาง ภาค/เดือน เหนอื ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ กลาง ตะวนั ออก ใต ฝง ตะวันออก ฝงตะวันตก ม.ค. ฝนแลง ก.พ. ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง มี.ค. ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง เม.ย. ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง ฝนแลง พ.ค. ฝนแลง มิ.ย. ฝนทงิ้ ชว ง ฝนทงิ้ ชวง ฝนท้ิงชวง ฝนท้ิงชว ง ก.ค. ฝนทิง้ ชว ง ฝนทิ้งชวง ฝนทิ้งชวง ฝนท้งิ ชวง
3.6 ปญหาภยั แลงในประเทศไทยสงผลกระทบอยางไรบาง กับการดาํ รงชวี ิตของประชาชน ภยั แลง ในประเทศไทยมีผลกระทบโดยตรงกับการเกษตรและแหลงนา้ํ เน่ืองจากประเทศไทยเปนประเทศท่ี ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปน สวนใหญ ภยั แลงจึงสงผลเสียหายตอกจิ กรรมทางการเกษตร เชน พื้นดินขาดความชมุ ชน้ื พชื ขาดนํ้า พืชชะงกั การเจริญเตบิ โต ผลผลติ ทไ่ี ดมคี ณุ ภาพตํ่า รวมถึงปริมาณลดลง สวน ใหญภัยแลง ท่ีมีผลตอ การเกษตร มักเกดิ ในฤดฝู นทม่ี ฝี นทิง้ ชวงเปนเวลานาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นรวมถึงผลกระทบ ดานตา ง ๆ ดังน้ี 1. ดานเศรษฐกิจ สิ้นเปลืองและสูญเสยี ผลผลิตดานเกษตร ปศุสัตว ปาไม การประมง เศรษฐกจิ ทว่ั ไป เชน ราคา ทีด่ นิ ลดลง โรงงานผลิตเสียหาย การวางงาน สญู เสียอุตสาหกรรมการ ทอ งเทีย่ ว พลังงาน อุตสาหกรรมขนสง 2. ดา นสิ่งแวดลอ ม สง ผลกระทบตอสัตวตา ง ๆ ทําใหข าดแคลนน้ํา เกิดโรคกับสัตว สูญเสียความหลากหลายพันธุ รวมถึงผลกระทบดานอุทกวิทยา ทําใหร ะดับและปริมาณนํ้าลดลง พื้นที่ชุมนํ้าลดลง ความเค็มของนาํ้ เปลยี่ นแปลง ระดับนา้ํ ในดินเปลยี่ นแปลง คณุ ภาพน้าํ เปลยี่ นแปลง เกดิ การกัดเซาะของดิน ไฟปา เพมิ่ ข้นึ สงผลตอคุณภาพ อากาศและสญู เสยี ทัศนยี ภาพเปนตน 3. ดา นสังคม เกิดผลกระทบในดานสุขภาพอนามัย เกิดความขัดแยงในการใชนํ้าและการจัดการคุณภาพชีวิตลดลง 3.7 วิธีการแกปญหาภัยแลงทําไดอยางไร วธิ กี ารแกปญหาภยั แลวสามารถกระทําไดด ังน้ี 1. แกป ญหาเฉพาะหนา เชน แจกนา้ํ ใหป ระชาชน ขุดเจาะน้ําบาดาล สรางศนู ยจายน้าํ จดั ทาํ ฝนเทยี ม 2. การแกปญหาระยะยาว โดยพัฒนาลุมน้าํ เชน สรา งฝาย เขอ่ื น ขุดลอกแหลงนาํ้ รกั ษาปาและปลูกปา ใหค วาม รวมมอื และมสี ว นรวมมือในการจัดทาํ และพัฒนาชลประทาน 4. พายุฝนฟา คะนอง พายุฝนฟา คะนอง เปนปรากฏการณทางธรรมชาตทิ ี่เกดิ ขึ้นเปนประจาํ ทุกวนั เหนือ พ้ืนผิวโลก โดยการกอ ตัวที่ เกดิ ขน้ึ ในแตละพื้นท่จี ะเปน ไปตามฤดกู าล ในบริเวณใกลเสน ศนู ยส ตู ร มโี อกาสทจ่ี ะเกิดพายุฝนฟา คะนองได ตลอดป เนือ่ งจากมสี ภาพอากาศในเขตรอนจึงมีอากาศรอน อบอาว ซ่ึงเออ้ื ตอ การกอตัวของพายุฝนฟา คะนองได ตลอดป โดยอากาศรอ นในระดับตํ่าลอยสูงขึ้น อากาศขางเคียงที่เย็นกวา ไหลเขา มาแทนที่ อากาศรอ นทมี่ ไี อน้าํ เม่ือ ลอยตวั สงู ขึ้นกระทบกับความเย็นในระดับสูง ไอนาํ้ จะกลนั่ ตัวเปนเมฆ ทวคี วามสูงมากขึน้ มองเห็นคลา ยท่ังตี เหลก็ สีเทาเขม มีฟาแลบ ฟารอ ง ฟาผา เกิดพายฝุ นฟาคะนอง ลมกระโชกแรง บางคร้ังมลี กู เห็บ หากตกตอเน่ือง หลายช่ัวโมง อาจเกิดนํา้ ปาไหลหลาก นํ้าทวมฉับพลนั อาจ เกิดพายุลมหมุนหรือ พายุงวงชางมลี มแรงมาก ทํา ความเสียหายบริเวณที่เคลื่อนผานโดยเฉพาะในเดอื นมีนาคมถึงเดอื นพฤษภาคม พายฝุ นฟาคะนองทเ่ี กิดข้ึนจะมี ความรนุ แรงกวาปกติ จนเกิดเปน ลกั ษณะทเ่ี รียกวา “พายุฤดรู อน” สว นบริเวณข้ัวโลกเหนอื และขัว้ โลกใตทอ่ี ยใู น ละตจิ ดู ที่สงู ข้ึนไป มักจะเกิดข้ึนในฤดรู อน ขอ สังเกตกอ น/ขณะ/หลงั สภาวะอากาศของพายฝุ นฟาคะนอง (มีนาคม-พฤษภาคม) กอ นเกิด ~ อากาศรอ นอบอา ว ~ ลมสงบ หรอื ลมสงบ ~ ความช้ืนในอากาศสงู จนรูสกึ เหนียวตามรา งกาย ~ เมฆกอ ตวั เปน รปู ท่ังสเี ทาเขม ยอดเมฆสงู กวา 10 กม. ขณะเกิด ~ ฟาแลบ ฟา รอง และฟาผา ลมกระโชกแรง
หลังเกดิ ~ ฝนตกหนักถึงหนักมาก บางคร้ังมลี ูกเห็บ ~พายุสลายไปแลวอากาศจะเยน็ ลง รูส ึกสดชื่นข้ึน ทอ งฟาแจมใส สาเหตกุ ารเกิดพายุฝนฟา คะนอง พายุฝนฟา คะนอง เกดิ จากเมฆท่ีกอตัวข้ึนในทางตัง้ (แนวด่ิง) ขนาดใหญท่เี รยี กวา เมมคิวมโู ลนิมบัส (Cumulonimbus) หรือเมฆรปู ทง่ั ซง่ึ เปนสาเหตุสําคญั ท่ีทําใหเ กิดลักษณะอากาศรา ยชนดิ ตาง เชน ลมกระโชก ฟา แลบ และฟาผา ฝนตกหนัก อากาศปน ปวนรุนแรง ทําใหม ลี ูกเหบ็ ตกและอาจเกิดนํ้าแขง็ เกาะจับเครื่องบนิ ทบ่ี ิน รุนแรง ฯลฯ นอกจากนี้เมมคิวมูโลนิมบัสทก่ี อตัวขึ้นในบริเวณพื้นทีร่ ะบบกวางใหญ เชน ทางตะวนั ออกของภูเขา รอกกี้ในสหรฐั อเมริกา เปน สาเหตุสําคัญท่ีทําใหเ กดิ พายทุ อรนาโดหรือพายลุ มงวง เมฆพายุฝนฟาคะนองดังกลาว จะมฐี านเมฆต่าํ และมีกระแสอากาศไหลลงรนุ แรง (Downdraft) จนทาํ ใหเ กดิ เมฆเปน ลาํ คลา ยงวงชาง ยื่นจากใต ฐานเมฆหนาทึบลงมายังพ้ืนดิน โดยท่ีภายในของลําเมฆที่หมุนวนน้ีจะมคี วามกดอากาศต่าํ มาก จนเกือบเปน สุญญากาศจึงสามารถดูดส่งิ ตาง ๆใหลอยข้นึ สอู ากาศเบื้องบนได ลาํ ดับชั้นการเกิดพายฝุ นฟาคะนอง 1. ระยะเจรญิ เติบโต โดยเร่ิมจากการที่อากาศรอนลอยตวั ขนึ้ สูบรรยากาศ พรอ มกบั การมีแรงมากระทํา หรอื ผลกั ดันใหม วลอากาศยก ตวั ขน้ึ ไปสูความสงู ระดับหน่ึง โดยมวลอากาศจะเยน็ ลงเมือ่ ลอยสูงขน้ึ และเร่มิ ที่จะเคลื่อนตวั เปนละอองนํ้าเล็ก ๆ เปน การกอตัวของเมมควิ มลู สั ในขณะที่ความรอนแฝงจากการกลนั่ ตัว ของไอนํ้าจะชว ยใหอัตราการลอยตวั ของ กระแสอากาศภายในกอนเมฆเรว็ มากย่ิงขึ้น ซง่ึ เปนสาเหตุใหข นาดของ เมฆคิวมูลัสมีขนาดใหญขน้ึ และยอดเมฆ สูงเพมิ่ ขนึ้ เปนลําดบั จนเคลอ่ื นที่ข้ึนถึงระดับบนสดุ แลว (จดุ อ่ิมตวั ) จนพฒั นามาเปน เมฆคิวมูโลนิมบสั กระแส อากาศบางสว นก็จะเรม่ิ เคล่ือนที่ลง และจะเพม่ิ มากข้นึ จนกลายเปน กระแสอากาศท่ีเคลอ่ื นทีล่ งอยา งเดียว 2. ระยะเจรญิ เติบโตเตม็ ท่ี เปน ชวงท่กี ระแสอากาศมีทัง้ ไหลขน้ึ และไหลลง ปริมาณความรอนแฝงท่ีเกิดขึ้นจากการกลั่นตัวลดนอ ยลง ซง่ึ มี สาเหตมุ าจากการทีห่ ยาดนํา้ ฟา ท่ตี กลงมามีอุณหภมู ิต่ํา ชว ยทําใหอ ณุ หภมู ิของกลมุ อากาศเยน็ กวาอากาศแวดลอม ดังนน้ั อัตราการเคลอื่ นที่ลงของกระแสอากาศจะมีคาเพิ่มขึ้นเปนลาํ ดับ กระแสอากาศที่เคลื่อนที่ลงมา จะแผ ขยายตัวออกดานขา ง กอ ใหเกิดลมกระโชกรนุ แรง อณุ หภมู ิจะลดลงทันทที ันใด และความกดอากาศจะเพม่ิ ขึ้น อยางรวดเร็วและยาวนาน แผออกไปไกลถึง 60 กิโลเมตรได โดยเฉพาะสวนทอ่ี ยูดานหนาของทศิ ทาง การเคลื่อนท่ี ของพายฝุ นฟา คะนอง พรอ มกันนั้นการทกี่ ระแสอากาศเคลอ่ื นทขี่ นึ้ และเคลื่อนท่ีลงจะกอ ใหเ กดิ ลมเชยี รร ุนแรง และเกิดอากาศปนปว นโดยรอบ 3. ระยะสลายตวั เปนระยะท่ีพายุฝนฟาคะนองมีกระแสอากาศเคล่ือนทลี่ งเพยี งอยางเดียว หยาด นาํ้ ฟา ตกลงมาอยา งรวดเร็วและ หมดไป พรอ ม ๆ กบั กระแสอากาศท่ีไหลลงกจ็ ะเบาบางลง ลกั ษณะอากาศรายเนือ่ งจากพายุฝนฟาคะนอง 1. พายุทอรน าโด (TORNADO) หรือพายุลมงวง เปนอากาศรา ยรุนแรงท่ีสุด ซ่ึงเกิดจากพายุฝนฟาคะนอง มีลักษณะ เปนลาํ เหมอื นงวงชา งยนื่ ออกมาจากฐานเมฆ มีลักษณะการหมุนวนบิดเปนเกลียว มเี สน ผาศูนยก ลางประมาณ 1,000 ฟุต มักจะเกดิ ในท่รี าบกวา งใหญ เชน พ้ืนทร่ี าบในทวปี ออสเตรเลีย ที่งานทางตะวันออก ของเทอื กเขารอกกี้
ท่ใี นสหรัฐอเมริกา สาํ หรับในประเทศไทยจะมีลักษณะเปนพายลุ มงวงขนาดเลก็ ซ่ึงเกดิ จากเมฆพายุฝนฟาคะนอง รนุ แรงท่ีมฐี านเมฆตํา่ และมีกระแสอากาศไหลลงรนุ แรง จนเกดิ เมฆเปนลาํ พวย พุงลงมาจนใกลพื้นดนิ ดูดเอา อากาศ และเศษวัสดุหมนุ วนเปน ลาํ พุงขึน้ ไปในอากาศ ความรุนแรงของลําพวยอากาศนส้ี ามารถ บดิ ใหตน ไม ขนาดใหญหักขาดได ในขณะที่บานเปย กและส่ิงกอ สราง ก็จะไดรบั ความเสียหายตามแนวท่ีพาลมงวงเคลื่อนท่ี ผา น 2. อากาศปนปวน กระแสอากาศท่ีปน ปวนและลมกระโชกทร่ี ุนแรง กอ ใหเ กิดความเสยี หายตอสงิ่ กอ สรางตาง ๆ บนพน้ื ดิน ซงึ่ บางคร้งั พบหา งออกไปกวา 30 กิโลเมตร จากกลมุ เมฆพายุฝนฟาคะนอง 3. พายุลกู เห็บ ลูกเห็บท่เี กิดขึ้นพรอ ม ๆ กบั อากาศทปี่ น ปวนรุนแรง มักจะเกิดขน้ึ จากพายุฝนฟาคะนองท่ีมอี อกเมฆ สงู มาก กระแสอากาศทเ่ี คลื่อนท่ขี นึ้ ไปในระดับสูงมาก ทําใหหยดนํา้ เร่มิ แข็งตัวเปนหยดนํา้ แข็ง มหี ยดนาํ้ อืน่ ๆ รวมเขาดวยกันสะสมจนมขี นาดโตข้นึ และในท่ีสุดเม่ือกระแสอากาศพยุงรับทงั้ หนาท่ีเพมิ่ ขึ้นไมได กจ็ ะตกลงมา เปนลกู เหบ็ ทาํ ความเสยี หายไปพื้นที่ การเกษตรได 4. ฟาแลบ ฟาผา ฟาแลบและฟาผา เปนปรากฏการณธ รรมชาติที่เกดิ ควบคูกัน นับเปนภัยธรรมชาติท่มี ีอนั ตรายตอ ชีวิตมนุษยมากกวาปรากฏการณธรรมชาตอิ ่นื ฟา แลบและฟาผาเกดิ ข้นึ จากการปลอยประจอุ เิ ล็กตรอน ระหวาง กอ นเมฆกับกอนเมฆ หรอื ภายในกลุมเมฆเดียวกัน หรือเกดิ ขึน้ ระหวางกอ นเมฆกับพ้นื ดิน เมอื่ เกดิ ความตาง ศกั ยไฟฟาระหวางตําแหนงทง้ั สองทม่ี คี าระดบั หนง่ึ ซงึ่ เกิดจากปฏกิ ิริยาที่กอ ใหเกดิ สนามไฟฟาขนาดใหญ โดย ประจไุ ฟฟาบวกจะอยูทางดานบนของเมฆ และประจุไฟฟาลบจะอยูทางตอนลางของเมฆ ประจุไฟฟาลบน้จี ะชัก นํา้ ใหป ระจุไฟฟา พวกทอี่ ยูดานบนกอ นเมฆ และประจไุ ฟฟา บวกท่อี ยูใ ตพ ื้นผวิ โลก เคลื่อนทเ่ี ขา หาประจุไฟฟา ลบบรเิ วณใตกลุมเมฆ โดยมีอากาศทําหนาที่เปนฉนวน ปอ งกันการถายเทของประจุไฟฟาท้ังสองกําลังแรงพอ ก็ จะทําใหเ กดิ เปนกระแสไฟฟาไหลผา น อากาศทําใหเ กิดฟาแลบในกอ นเมฆ หรือระหวางภยั เมฆและเกิด กระแสไฟฟาไหลผาน อากาศอยา งเฉียบพลันจากเมฆถึงทําใหเ กดิ ฟาผา 5. ฝนตกหนัก พายุฝนฟาคะนองสามารถกอใหเกิดฝนตกหนัก และนํ้าทวมฉับพลันไดในพื้นท่ีซึง่ เปน ทร่ี าบลมุ หรือท่ีต่าํ และพื้นทต่ี ามบริเวณเชิงเขา การเตรียมการและหลบเล่ยี งจากพายุฝนฟาคะนอง เน่อื งจากพายุฝนฟา คะนองสามารถทําใหเกิดความเสยี หายตอทรัพยส ินและอนั ตราย ตอชีวิตของมนษุ ยได จึงควร หลบเหล่ยี งจากสาเหตุดังกลาว คอื - ในขณะปรากฏพายฝุ นฟา คะนอง หากอยูใกลอ าคารหรือบา นเรอื นทแ่ี ขง็ แรงและปลอดภยั จากน้ําทว ม ควรอยูแ ต ภายในอาคารจนกวา พายุฝนฟาคะนองจะยตุ ิลง ซึ่งใชเวลาไมน านนกั - การอยใู นรถยนตจ ะเปนวธิ ีการทป่ี ลอดภยั วิธีหนึ่ง แตควรจอดรถใหอยหู างไกลจากบริเวณท่ีนาํ้ อาจทวมได - อยูหา งจากบริเวณทเ่ี ปนน้ํา ขึน้ จากเรอื ออกหา งจากชายหาดเมือ่ ปรากฏพายฝุ นฟาคะนอง เพื่อหลกี เล่ียงอนั ตรายจากน้ําทวมและฟาผา - ในกรณีท่อี ยูในปา ในทงุ ราบ หรือในที่โลง ควรคุกเขา และโนมตัวไปขางหนาแตไมค วรนอนราบกบั พ้ืน เน่อื งจากพ้นื เปยกเปน สอ่ื ไฟฟา และไมค วรอยใู นทตี่ ่าํ ซง่ึ อาจเกิดนาํ้ ทวมฉับพลันได ไมค วรอยูในที่โดดเดี่ยวหรือ อยสู ูงกวาสภาพส่ิงแวดลอ ม - ออกหา งจากวัตถุทเ่ี ปนส่อื ไฟฟาทุกชนิด เชน ลวด โลหะ ทอน้าํ แนวร้ัวบาน รถแทรกเตอร จักรยานยนต เครือ่ งมอื อปุ กรณทําสวนทุกชนิด รางรถไฟ ตน ไมส งู ตนไมโดดเดยี่ วในที่แจง - ไมควรใชอ ุปกรณไ ฟฟา เชน โทรทัศน ฯลฯ และควรงดใชโ ทรศัพทช ว่ั คราว นอกจากกรณีฉกุ เฉิน
- ไมค วรใสเ ครอ่ื งประดับโลหะ เชน ทองเหลือง ทองแดง ฯลฯ ในท่แี จง หรือถือวัตถโุ ลหะ เชน รม ฯลฯ ในขณะ ปรากฏพายุฝนฟาคะนอง นอกจากน้ี ควรดูแลส่ิงของตาง ๆ ใหอ ยูในสภาพท่ีแข็งแรงและปลอดภัยอยูเสมอโดยเฉพาะส่ิงของทอี่ าจจะหกั โคน ได เชน หลังคาบา น ตน ไม ปา ยโฆษณา เสาไฟฟา ฯลฯ รูปที่ 5 ฝนฟา คะนองทําใหเ กิดฟาแลบและฟาผา ในเดอื นมิถนุ ายน รัฐฟลอริดา สหรฐั อเมรกิ า การปองกนั พายุฝนฟา คะนอง * ติดตามสภาวะอากาศ ฟง คาํ เตือนจากกรมอุตนุ ยิ มวิทยา * สอบถาม แจงสภาวะอากาศรา ย โทร 0-2399-4012-3, 0-2398-9838 ตลอด 24 ชัว่ โมง * ตดิ ตั้งสายลอฟาสาํ หรับอาคารสูงๆ * ปลกู สรา ง ซอ มแซม อาคารใหแข็งแรง เตรียมปอ งกันภยั ใหส ตั วเล้ียงและพืชผลการเกษตร * ไมใชอุปกรณไฟฟาทุกชนิด ขณะมฟี าคะนอง * ไมใ สเ ครือ่ งประดับโลหะ และอยูก ลางแจง ขณะมีฝนฟา คะนอง 5.คล่ืนพายซุ ดั ฝง ภยั ธรรมชาติซึ่งเกิดจากพายหุ มนุ เขตรอ นเคลือ่ นท่เี ขา หาฝง ความสูงของคลื่นข้ึนกบั ความแรงของพาย สว น ความหมายของคลนื่ พายซุ ัดฝง คอื คลนื่ ซัดชายฝงขนาดใหญอันเนอ่ื งมาจากความแรงของลมทีเ่ กิดขึน้ จากพายหุ มนุ เขตรอ นท่เี คลือ่ นตัวเขาหาฝง โดยปกติมคี วามรุนแรงมากในรศั มีประมาณ 100 กโิ ลเมตร แตบ างครั้งอาจเกิดไดเม่อื ศนู ยก ลางพายุอยูหางมากกวา 100 กิโลเมตร ไดขึ้นอยกู บั ความรนุ แรงของพายุ และสภาพภูมศิ าสตรของพน้ื ท่ี ชายฝงทะเล ตลอดจนบางคร้ังยังไดร ับอิทธิพล เสรมิ ความรนุ แรงจากลมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ทําใหเ กิด อนั ตรายมากขึ้น อะไรเปน สาเหตุของคลื่นพายซุ ัดฝง คล่นื พายซุ ัดฝง สว นใหญมสี าเหตจุ ากพายหุ มุนเขตรอนท่ีมคี วามแรงในระดับพายโุ ซนรอนขน้ึ ไป ทาํ ใหเ กิดคล่ืน ขนาดใหญซ ัดเขาหาฝง เชน พายุโซนรอ น HARRIET ท่ีเกิดในระหวางวันท่ี 25-26 ตลุ าคม 2505 ซึ่งไดท ําลายบรเิ วณ ชายฝงแหลมตะลมุ พุก จ.นครศรีธรรมราชอยางรุนแรง
รูปท่ี 6 คลื่นพายซุ ัดฝง จากพายุ Isabel ท่ีมา : www.rambocam.com/ isabel03.html ฤดูกาลที่มักเกดิ คล่นื พายซุ ัดฝงในประเทศไทย เน่อื งจากคลืน่ พายุซดั ฝง เกิดจากพายุหมนุ เขตรอ นท่เี คล่ือนตัวเขาใกลชายฝงทะเล กรณขี องประเทศไทย พายุหมนุ เขตรอ นอาจกอ ตัวในทะเลจนี ใตแลวเคลอ่ื นตัวผา นปลายแหลมญวนเขา สูอ าวไทย หรือกอ ตัวในบรเิ วณอาวไทย ตอนลางโดยตรง เร่มิ ต้ังแตกลางเดือนตลุ าคม-กลางเดอื นธนั วาคม โดยมีพืน้ ที่ที่มีโอกาสการเกิดคลื่นพายุซัดฝง ในชวงเดอื นตา ง ๆ ดังน้ี เดอื นตลุ าคม บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขนั ธ ชุมพร สรุ าษฎรธ านี นครศรีธรรมราช ชลบุรี ระยอง จันทบรุ ี และตราด เดอื นพฤศจิกายน บริเวณจังหวัดเพชรบรุ ี ประจวบครี ขี ันธ ชมุ พร สรุ าษฎรธ านี นครศรีธรรมราช และชายฝง ภาค ตะวนั ออก พน้ื ท่ใี ดท่ีมคี วามเส่ยี งภัยตอ คล่ืนพายซุ ัดฝง บรเิ วณท่ีมคี วามเสย่ี ง และมีโอกาสเกิดคลื่นพายซุ ดั ฝง ไดม ากไดแก บริเวณชายฝงภาคใตฝ งตะวนั ออก ตั้งแต จังหวัดเพชรบรุ ี จนถึงจังหวัดสงขลา รวมท้ังภาคตะวนั ออก ตั้งแตจงั หวดั ชลบุรี จนถึงจงั หวัดตราด ผลกระทบและความเสียหายเนอื่ งจากคลื่นพายซุ ัดฝงมีอะไรบาง สภาพพ้ืนที่บริเวณชายฝงทะเลถูกทําลายอยางรุนแรง ปา ชายแลนและหาดทรายถูกทําลายเปนบรเิ วณกวาง ตนไม ขนาดใหญโ คนลม ถนนชํารุดเสยี หาย สง่ิ ปลกู สรา งบริเวณชายฝง เชน ทาเทียบเรือ และหมูบา นชาวประมง เปนตน ชีวิตและทรพั ยสินของประชาชน ชาวประมง นกั ทองเท่ียว เปนตน แหลง เพาะเลีย้ งสตั วน ํ้าชายฝง ท้ังตามธรรมชาติ และมนษุ ยสรางขน้ึ ขวญั และกําลงั ใจของชุมชน รวมทั้งผปู ระกอบการทองเท่ยี วและนักทองเทยี่ ว การเตรียมการปองกนั และบรรเทาภยั จากคลืน่ ซัดฝงควรปฏิบัตดิ ังนี้
สรางแนวเขอื่ นก้นั คลืน่ พายซุ ัดฝง ใหมคี วามแข็งแรงและสูงพอสมควร โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยมาก ๆ ตอ ความ สูญเสียทจี่ ะเกดิ ขึ้น สิ่งปลกู สรางบริเวณชายฝงควรเปนสิ่งปลกู สรางที่มัน่ คง แข็งแรง และถาวร ใหคาํ แนะนาํ ความรเู กีย่ วกบั พายุหมนุ เขตรอน และคล่นื พายุซดั ฝงใหก ับประชาชนทอี่ าศัยประกอบกจิ การอยใู น บริเวณชายฝง ตลอดทง้ั แนวภาคใตฝ งตะวันออกและภาคตะวันออก รวมท้ังประชาชนโดยท่ัวไป เผยแพรความรูไปยงั นักทอ งเทีย่ ว โดยผา นหนว ยงานของรฐั และเอกชนที่เกย่ี วของ เชน การทอ งเท่ียวแหง ประเทศ ไทย และโรงแรมตาง ๆ ตามสถานท่ที องเทีย่ วชายฝงทะเล ตดิ ตามขา วอากาศเตอื นภยั พายหุ มนุ เขตรอ น และเตอื นภยั คลน่ื พายุซดั ฝง จากกรมอุตนุ ิยมวทิ ยาอยางใกลช ิด โดยเฉพาะในชวงฤดูกาลเกิดพายุหมุนเขตรอ นในทะเลจนี ใตแ ละอา วไทย ผปู ระกอบกจิ การทอ งเท่ียวชายฝงทะเล และหมบู านชาวประมง ควรเพิม่ มาตรการเสรมิ ความปลอดภัยใหม าก ยิ่งขึน้ ในชว งฤดูกาลเกดิ คล่ืนพายุซัดฝง นําเรอื ไปหลบคลื่นในบรเิ วณท่ีอับลมหรือทป่ี ลอดภัย เคล่อื นยา ยทรัพยสินไปอยูในที่ที่หา งจากฝง ทะเลพอสมควร มกี ารประสานงานติดตอ อยา งใกลช ดิ ระหวางผปู ระกอบการทอ งเท่ียวกบั กรมอุตุนิยมวทิ ยา และหนวยงานที่ เก่ยี วของ เพือ่ ใหทราบถึงความรุนแรงของคล่ืนพายุซัดฝง ที่จะเกดิ ข้นึ เพอ่ื วางแผนกิจกรรมการทอ งเท่ยี วและ มาตรการปองกันใหเหมาะสม มีมาตรการและแผนในการปองกนั และลดภยั พิบัตจิ ากคลื่นพายุซดั ฝง ทเ่ี หมาะสมท้ังระยะยาวและระยะส้ัน 6. แผน ดนิ ไหว หมายถงึ ภยั ธรรมชาติซึ่งเกิดจากการปลดปลอ ยพลังงานใตพิภพ ทาํ ใหแผนดินเกิดการสั่นสะเทือน อาจทําใหเกิด ภเู ขาไฟระเบดิ แผน ดนิ เลื่อน ถลม สาเหตุการเกดิ แผนดนิ ไหว หรือความส่นั สะเทือนของพ้นื ดินเกิดข้นึ ไดท ้ังจาก การกระทําของธรรมชาติและมนุษย - สวนท่ีเกิดจากธรรมชาติ ไดแก การเคล่ือนตัวของเปลอื กโลกโดยฉบั พลนั ตามแนวขอบของแผนเปลือกโลก หรือตามแนวรอยเล่อื น การระเบิดของภูเขาไฟ การยบุ ตวั ของโพรงใตดิน แผนดินถลม อุกาบาตขนาดใหญตก เปน ตน - สว นที่เกิดจากการกระทําของมนษุ ย ท้ังทางตรงและทางออม เชน การระเบดิ ตางๆ การทําเหมือง สรางอางเก็บนํ้า ใกลรอยเลอื่ น การทาํ งานของเครอ่ื งจกั รกล การจราจร เปน ตน แผน ดนิ ไหวในประเทศไทยเกิดขึ้นไดอยางไร 1. แผนดินไหวขนาดใหญท ีม่ แี หลงกําเนิดจากภายนอกประเทศสงแรงสั่นสะเทือนมายงั ประเทศไทย โดยมี แหลงกําเนิดจากตอนใตของสาธารณรัฐประชาชนจีน พมา สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว ทะเลอันดา มัน ตอนเหนือของเกาะสมุ าตรา สว นมากบรเิ วณทร่ี สู กึ สน่ั ไหวไดแก บริเวณภาคเหนอื ภาคใต ภาคตะวันตก ภาค ตะวันออกเฉยี งเหนอื และกรุงเทพมหานคร 2. แผน ดินไหวเกิดจากแนวรอยเล่ือนทยี่ ังสามารถเคลอื่ นตวั ซึ่งยบู ริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ เชน รอยเลอ่ื นเชียงแสน รอยเลอื่ นแมท า รอยเล่ือนแพร รอยเลอื่ นเถิน รอยเลือ่ นเมยอุทยั ธานี รอยเลอ่ื นศรีสวัสดิ์ รอยเล่อื นเจดียสามองค รอยเลอื่ นคลองมะรุย เปนตน
ภัยจากแผนดินไหวมอี ะไรบางและสง ผลกระทบอยางไร ภัยแผนดินไหวทเ่ี กดิ ขน้ึ มีท้ังทางตรงและทางออ ม เชน พน้ื ดินแยก ภเู ขาไฟระเบิด อาคารสิง่ กอ สรา งพังทลาย เนื่องจากแรงส่ันไหว ไฟไหม กาซรว่ั คลน่ื สึนามิ แผนดนิ ถลม เสนทางคมนาคมเสยี หาย เกิดโรคระบาด ปญ หา ดานสขุ ภาพจติ ของผูป ระสบภยั ความสูญเสยี ในชวี ิตและทรพั ยส ิน เกดิ ความสญู เสียทางเศรษฐกิจ เชน การส่ือสาร โทรคมนาคมขาดชว ง เครอื่ งคอมพวิ เตอรห ยดุ หรือขดั ของ การคมนาคมทางบก ทางอากาศชะงกั ประชาชนตืน่ ตระหนก มีผลตอการลงทุนและการประกันภยั เปน ตน บริเวณใดในประเทศไทยท่ีมคี วามเสย่ี งตอ แผนดินไหวสูงกวา บรเิ วณอื่น บริเวณทีม่ คี วามเสี่ยงตอ ภยั แผนดินไหวสงู ในประเทศไทยไดแก 1. บรเิ วณที่อยูใกลแ หลง กําเนดิ แผน ดนิ ไหว ตามแนวรอยเล่ือนทั้งภายในและภายนอกประเทศ สวนใหญอ ยบู รเิ วณ ภาคเหนอื และตะวนั ตก ของประเทศไทย 2. บริเวณทเี่ คยมีประวัติหรือสถิติแผน ดนิ ไหวในอดตี และมีความเสียหายเกดิ ขึน้ จากนั้นเวนชวงการเกิด แผน ดินไหว เปนระยะเวลานาน ๆ บริเวณนน้ั จะมีโอกาสการเกิดแผน ดนิ ไหว ทม่ี ีขนาดใกลเ คียงกับสถิตเิ ดมิ ไดอ ีก 3. บริเวณท่เี ปนดินออ นซึ่งสามารถขยายการส่นั สะเทือนไดดี เชน บรเิ วณท่มี ีดินเหนยี วอยูใ ตพืน้ ดินเปนชน้ั หนา เชน บรเิ วณทลี่ มุ หรอื อยใู กลปากแมน้าํ เปนตน 4. บริเวณ 6 จังหวดั ในภาคใต อนั ไดแก จังหวัด ระนอง พังงา ภเู ก็ต กระบี่ ตรงั และสตูล เปน บริเวณท่มี อี ัตราเสีย่ ง ภยั สงู จากคล่ืนสนึ ามิ เม่ือเกดิ แผนดนิ ไหวบรเิ วณรอยตอของแผนเปลือกโลก ในทะเลอันดามัน หรือมหาสมทุ ร อินเดีย องคประกอบอะไรท่ีทําใหค วามเส่ียงและอันตรายจากแผนดนิ ไหวเพ่ิมมากข้ึน มีองคป ระกอบหลายประการทีท่ ําใหบ างบริเวณมีความเสี่ยงภยั แผนดนิ ไหวหรอื อาจไดร ับความเสียหายมากกวา บริเวณอนื่ ไดแ ก 1. บริเวณท่อี ยูใกลแหลงกําเนดิ แผน ดนิ ไหวท่ีมขี นาดใหญ 2. บรเิ วณทเ่ี ปนชุมชนหนาแนน อยูใกลแ หลงกําเนิดแผน ดินไหวซึ่งมีศักยภาพพอเพียงที่จะทําเกดิ ความเสยี หาย เชน รอยเลอ่ื นขนาดใหญ ซึง่ เคยมีประวัติการเกดิ แผนดินไหว 3. ชว งเวลาท่ีเกิดแผนดนิ ไหว หากเปนชวงท่ีเหมาะสม บางคร้งั ในบริเวณหนึ่งแผนดินไหว เกดิ ในเวลากลางวันจะ ทาํ ความเสยี หายมาก แตบ างบริเวณแผน ดินไหวท่ีเกดิ ในเวลากลางคืนอาจทาํ ความเสียหายมากกวา ขึ้นอยกู ับการ ทาํ กิจกรรมหรือการอยอู าศัย ของมนษุ ยใ นชวงเวลานน้ั ๆ 4. มกี ารวางแผน และประชาชนมีความรอบรูในเร่ืองมาตรการปอ งกันและบรรเทาภยั แผน ดนิ ไหวของบริเวณ ท่ี ไดร ับผลกระทบจากแผนดนิ ไหว หากมีแผนที่ดี อาคาร ส่ิงกอสรา ง สรา งไดแ ข็งแรงมมี าตรฐาน โดยมคี วาม แข็งแรงสามารถ ปอ งกันไดต ามคา อัตราเสย่ี งภยั แผน ดนิ ไหวทเี่ หมาะสม ตลอดจนรูปรางท่ีดขี องสง่ิ กอ สราง จะ สามารถบรรเทาภยั แผน ดินไหวท่เี กิดขึน้ ลดความสูญเสยี ในชีวิต และทรพั ยส ินของชุมชนนน้ั ไดเ ปนอยา งดี 5. ตําแหนงทไ่ี ดรบั ผลกระทบจากการสน่ั สะเทอื น มสี ภาพทางธรณีวิทยาเปนเชนไร บริเวณท่ีเปนหินแข็งยอ มมี การดดู ซับพลังงาน ความสน่ั สะเทือนไดด ีกวาบริเวณที่เปนดนิ ออ นซงึ่ มกั จะขยายคาความสัน่ สะเทอื นไดด ี ดังน้ัน อาคารส่งิ กอ สรา งในบรเิ วณ ทเี่ ปนดนิ ออนจึงควรมีการพิจารณาในเร่ืองการกอ สรา งที่เหมาะสมกับคา แรง แผนดนิ ไหวท่ีเกิดข้ึน 6. ความยาวนานของการส่ันไหว ถายิ่งมีชวงเวลามาก ความเสียหายจะเพ่ิมขนึ้ มาก
7. ความลึกของแผนดินไหว แผนดินไหวที่เกิดลกึ ๆ จะสรา งความเสียหายไดนอยกวา แผน ดินไหวตน้ื 8. ทิศทางการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน จะมีผลตอสงิ่ กอสรางท่อี ยูตรงหรือรับแรงในทศิ ทางของการเคล่อื นตัว หนวยงานใดทมี่ ีความรบั ผิดชอบหรอื มคี วามเก่ียวขอ งเรื่องแผนดินไหวในประเทศไทย สําหรบั การวางนโยบายในระดับประเทศ มีคณะกรรมการแผนดินไหวแหงชาติ ซึง่ ประกอบดวยหลายหนวยงาน และผูเชยี่ วชาญดานแผนดนิ ไหว วศิ วกร รวมทั้งหนวยงานทอ่ี ยูในภาครฐั และเอกชน ทาํ หนาท่ดี าํ เนิน กิจกรรม ดานแผนดนิ ไหวของประเทศทางดา นวิชาการ โดยจดั ต้ังโครงการ แผนงานตาง ๆ เพอ่ื การปอ งกัน และบรรเทาภัย แผนดินไหวของชาติ มีนายแพทยสพุ งศ สืบวงศลี รัฐมนตรวี าการกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร เปน ประธานกรรมการ อธบิ ดกี รมอุตุนิยมวิทยาเปน รองประธานฯ สาํ นกั แผนดินไหวเปนฝา ยเลขานกุ ารฯ นอกจากนัน้ มหี ลายหนวยงานท่ีดาํ เนินการตรวจวดั แผนดนิ ไหว ไดแ ก กรมอตุ ุนิยมวิทยา ซ่ึงมีเครือขายสถานตี รวจ แผน ดนิ ไหวอยูทั่วประเทศ การไฟฟา ฝา ยผลิตแหง ประเทศไทย จัดตง้ั เครือขายบริเวณเข่ือน ตา งๆ กรมอุทกศาสตร กองทพั เรอื ตดิ ตง้ั เครอื ขา ย แบบ ARRAY ทีจ่ ังหวัดเชยี งใหม และกรมชลประทาน ตดิ ตั้งเครอื ขายเล็กๆ บรเิ วณ จังหวดั แพร เมอื่ เกดิ แผน ดินไหวในประเทศไทย จะเกิดแผนดินไหวตามมา (After Shock) อกี หรือไม โดยปกตไิ มวาจะเกดิ แผนดินไหว ณ ที่ใด เมือ่ เกิดแผน ดนิ ไหวขนาดในระดับ ปานกลาง ตั้งแต 5.0 รคิ เตอร ขนึ้ ไป มักเกิดแผนดินไหวตามมาอีก แตขนาดของแผนดินไหวท่เี กดิ ขน้ึ มักจะลดลง เชน เกดิ แผนดินไหว ขนาด 6.0 ริค เตอร ขนาด แผนดนิ ไหวตามมาจะเปนแผนดนิ ไหว ขนาดโดยประมาณต้ังแตระดับ 6 ริคเตอร ลงไป เปน ตน ขนาดแผน ดินไหว (Magnitude) เปนปรมิ าณท่ีสัมพันธกับพลังงานแผน ดนิ ไหว คาํ นวณขนาดไดจากความสงู ของคลน่ื แผนดนิ ไหว ท่ตี รวจวัดได ดวยเครอื่ งมือตรวจแผนดินไหว เพื่อบง บอกขนาดของแผนดินไหว ณ ตําแหนง ท่ีเกดิ หรือที่เรียกกันวา “ศูนยก ลาง แผน ดินไหว” ขนาดแผนดนิ ไหวในทางทฤษฏีไมม ขี ีดจํากดั แตในความเปน จรงิ ยังไมม ีแผนดนิ ไหวใดเกดิ ข้ึนเกิน กวา 10.0 รคิ เตอร ความรนุ แรงแผนดนิ ไหวคืออะไร ความรุนแรงแผนดนิ ไหว คอื อันดบั ความรนุ แรงของแผนดนิ ไหว วดั โดยใชค วามรูสึกของการส่นั สะเทือน กับ ความเสียหายทเี่ กิดขึน้ จากแผน ดินไหว เปนสงิ่ กําหนดอนั ดบั ความรุนแรง โดยมีตารางบรรยายเปรียบเทยี บ เรียงลําดบั จากความรูสกึ ความเสียหายจากนอยไปมาก รวมถึงสภาพทางธรณีวิทยาที่เปล่ยี นแปลง ในกรณีของ ประเทศไทยใชมาตราเมอรแคลลซี ่งึ แบงออกเปน 12 อันดบั ประชาชนควรปฏิบตั ิตนอยางไรเมื่อเกดิ แผนดินไหว เม่อื เกิดแผนดินไหว ใหอยูอ ยางสงบ มสี ติ คดิ หาหนทางที่ปลอดภยั หมอบอยบู รเิ วณทส่ี ามารถปองกันสง่ิ ของหลน ใส เชน บรเิ วณใตโตะ ใตเ ตียง หลกี เล่ยี งใหห า งจากหนาตาง หากอยนู อกอาคารใหอยูในท่ีโลง อยใู หห า งจากส่ิง หอยแขวนตางๆ ปฏิบัติตามมาตรการปอ งกันตนเองจากภยั แผน ดินไหว เปนตน ขอมลู แผนดนิ ไหวในอดีตของประเทศไทยเปน อยา งไร ขอ มูลแผน ดินไหวในอดีตสว นใหญ บงบอกถึงความรนุ แรงแผนดนิ ไหว ไดรับการบนั ทกึ อยใู นเอกสารทาง ประวัตศิ าสตร เชน ปูม พงศาวดาร ศลิ าจารกึ เปนตน มแี ผนดินไหวรูสึกไดโ ดยท่ัวไป สวนใหญมตี ําแหนงบริเวณ ภาคเหนือ และภาคตะวนั ตกของประเทศ ขอ มูลแผนดนิ ไหวตา งๆ สามารถคนจากการบันทึกเหลา นี้ พบวาเกิด เหตุการณแ ผนดินไหวรูสกึ ไดในประเทศไทยเกิดข้ึน ตั้งแต 624 ป กอ นครสิ ตศักราช บางครงั้ เหตุการณรนุ แรงจน ทําใหเมอื งลม เชน เหตุการณเ มื่อ ป พ.ศ. 1003 มีการบันทึกวาเมอื งโยนกนครลม เนอื่ งจากการสนั่ สะเทอื น สว น
ใหญเ หตุการณไ ดบนั ทึกถึงความรูสึกส่ันไหว ความเสยี หาย และความตื่นตระหนก ของผูคน ปจ จุบนั พบวา แผนดนิ ไหวรูส กึ ไดในประเทศไทยเกิดขึน้ ปละ 6-8 คร้งั โดยเปน แผน ดนิ ไหวขนาดเล็กถงึ ปานกลาง มตี าํ แหนง ศูนยก ลางทัง้ ภายในประเทศและนอกประเทศ สว นสาเหตทุ ่ดี ูเหมือนวา ความถี่ของการเกดิ แผนดินไหวเพม่ิ ขึน้ น้ัน แททจี่ รงิ แผน ดนิ ไหวเกิดข้นึ เปนปกติเชนนี้ต้งั แตอดตี แตเ น่อื งจากการส่ือสารในอดีตไมร วดเร็ว จึงทาํ ใหการรับรู เรอื่ งความสัน่ สะเทอื นไมแพรห ลาย ตางจากปจ จุบันทก่ี ารส่อื สารรวดเรว็ เมื่อเกิดแผนดนิ ไหวแมวาอยหู างไกลอีก มมุ หนง่ึ ของโลก ก็สามารถทราบขา วไดทันที อกี ทั้งความเจริญทําใหเกดิ ชุมชนขยายตัวลา้ํ เขา ไป อยใู กลบ รเิ วณ แหลงกําเนิดแผนดนิ ไหว ชมุ ชนรับรถู ึงแรงสน่ั สะเทอื นไดงายขึ้น จงึ ทาํ ใหด ูเหมือนวา แผนดินไหวเกดิ ขึ้นบอ ยครง้ั กวาในอดีต กรมอตุ ุนิยมวิทยา บริการขอมูลแผนดนิ ไหวและดานวิชาการแผนดนิ ไหวประเภทใด กรมอุตุนิยมวิทยาใหบ ริการขอมูลดา นการตรวจวัด ตําแหนงศนู ยกลางแผน ดินไหวทง้ั ในและตางประเทศ เวลาเกิด ขนาด สถิตแิ ผนดินไหวที่เคยเกิดขึน้ ในอดีตและปจ จุบนั ความรู วิชาการดานแผนดินไหวและวศิ วกรรม แผน ดนิ ไหวแผนดนิ ไหว การดําเนินงานของคณะกรรมการแผนดนิ ไหวแหงชาติ ความรว มมือดานการแลกเปลี่ยน ขอ มูลระหวา งประเทศ ความรวมมือดา นแผนดนิ ไหว และวศิ วกรรมแผนดินไหวระหวา งประเทศไทยกับ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน ญป่ี ุน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อาเซียน เปน ตน เครื่องมอื ตรวจแผนดินไหวทํางานอยา งไร รัศมีการตรวจวัดเทาใด เคร่ืองมือตรวจแผน ดินไหว เรยี กวา Seismograph มีหลกั ทํางานอยา งงายๆ คือ เครื่องมือจะประกอบดวย เครอ่ื งรับ ความส่นั สะเทอื น แปลงสัญญานความสน่ั สะเทือนเปน สัญญาณไฟฟา จากนั้นถกู ขยายดวยระบบขยายสญั ญาณ และแปลงกลบั มาเปนการส่นั ไหว ของปากกาที่บนั ทกึ บนแผนกระดาษ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โดยมสี ญั ญาณเวลา ปรากฏบนกระดาษบนั ทึกอยา งสม่ําเสมอทุกนาที ทําใหท ราบวาคลน่ื แผน ดินไหว ท่เี ดินทางมาถงึ สถานเี ม่ือไร รศั มกี ารตรวจวดั คลืน่ แผนดนิ ไหว ของกรมอุตุนิยมวทิ ยาสามารถ ตรวจคลื่นแผน ดินไหวไดท ั่วโลก แตส ว นใหญ การคาํ นวณตําแหนง เวลาเกดิ ขนาดแผน ดนิ ไหว กรมอุตุนิยมวิทยาจะคํานวณเฉพาะคล่นื แผน ดินไหว ใกลซ ึ่งอยู หา งจากสถานีไมเกิน 1,000 กโิ ลเมตร เครือขายสถานตี รวจแผนดนิ ไหวกรมอุตุนยิ มวิทยามกี ่ีแหงทไี่ หนบา ง ปจ จบุ นั กรมอุตุนิยมวทิ ยามสี ถานีตรวจแผนดินไหวอยู 2 ระบบ ไดแ ก 1. ระบบ Analog ไดแ ก ท่ี จังหวดั เชียงราย นาน ตาก นครสวรรค เขื่อนเขาแหลม กาญจนบรุ ี เลย อุบลราชธานี ขอนแกน ประจวบคีรีขันธ ภูเก็ต สงขลา และจนั ทบุรี 2. ระบบ Digital ไดแ ก ท่ี จงั หวัด เชยี งใหม เชียงราย ตาก แมฮ อ งสอน แพร เลย ขอนแกน นครราชสีมา กาญจนบรุ ี ประจวบครี ีขันธ สรุ าษฏรธานี และสงขลา นอกจากนก้ี รมอุตนุ ยิ มวิทยาโดยสาํ นักแผน ดนิ ไหว ยังไดรบั อนุมตั ิงบประมาณในการปรบั ปรงุ และขยายสถานี ตรวจแผนดินไหวเพิ่มข้ึนในปง บประมาณ 2547-2548 อีก
รูปท่ี 7 สถานตี รวจแผน ดินไหวจังหวัดเชียงใหม (ทีม่ า :สํานักแผนดนิ ไหว กรมอุตุนิยมวทิ ยา) ในอดีตนั้นเคยมีแผน ดินไหวในประเทศไทยซ่งึ ทาํ ความเสียหายกับสิ่งกอ สรางอยางชัดเจน ทไ่ี หน เมื่อไร แผน ดนิ ไหวทเ่ี กิด บริเวณอําเภอพาน จงั หวดั เชียงราย เมือ่ วันท่ี 17 กนั ยายน 2537 ขนาด 5.1 รคิ เตอร ทําใหค วาม เสยี หายใหก บั โรงพยาบาลอําเภอพาน โรงเรยี น และวัดตาง ๆ นบั สบิ ๆ แหง บรเิ วณใกลศ ูนยกลาง บางอาคาร ถึงกบั ขั้นใชการไมได ทาํ ไมจึงเกดิ แผนดินไหวขนาดใหญ ๆ ในตางประเทศ แตไมเกิดแผน ดินไหวใหญในประเทศไทย การปองกันและบรรเทาภัยแผน ดินไหวทําไดอยางไร แผน ดินไหวใหญทเ่ี กิดในตางประเทศ เกิดเน่ืองจากประเทศ เหลา นัน้ อยูในแนวของ แผน ดินไหวโลก ซงึ่ เปน รอยตอ ของแผนเปลอื กโลก สว นประเทศไทยนนั้ ไมอยยู าน ดังกลาว แตมิใชวาจะไมมคี วามเสี่ยงจากภยั แผนดินไหว นักธรณวี ิทยาพบวา ยังมีแหลงกําเนิดแผนดนิ ไหวไดแ ก รอยเลอ่ื นใหญๆ หลายแนวซึง่ ยงั ไมม กี ารพิสจู นทราบถึง ลักษณะท่ีกอใหเ กิดแผนดินไหวใหญไ ดหรือไม โดยทวั่ ไป ในปจจบุ ันอนั ตรายที่เกดิ ขึน้ ของภัยแผน ดนิ ไหว ในประเทศไทยมักเกิดจากแผนดินไหวขนาดกลาง สว นเร่อื งการปองกนั และบรรเทาภัยแผนดินไหวน้นั จาํ เปนตอ งมกี ารวางแผนทั้งในระยะส้ันระยะยาว ใหม ีการ แบงเขตแผนดินไหวตามความเส่ียงที่เหมาะสม สรา งอาคารส่งิ กอสรางตาง ๆ ตามความเส่ยี งของแผนดินไหว ให ความรูประชาชนในการปอ งกัน และบรรเทาภยั เมื่อกอ นเกิด ขณะเกิด และภายหลังการเกิดแผนดนิ ไหว เปนตน นักวิทยาศาสตรสามารถพยากรณแผนดินไหว ไดห รือไม เร่อื งของการพยากรณแผนดนิ ไหวปจจบุ ันยังไมสามารถกระทําไดใ หถ กู ตองแมน ยาํ ทง้ั ดานเวลาและสถานท่ี ให เปนไปตามหลักเกณฑทางวทิ ยาศาสตร จงึ ยงั จําเปนตอ งมีการศึกษาวิจัยเพ่มิ เตมิ อีกในอนาคต การดําเนินการศึกษา เพือ่ การพยากรณแผนดินไหวในปจจุบนั มีการรวบรวม และวเิ คราะหขอ มลู จากการตรวจวัดของคา พารามิเตอร
ตา ง ๆ ท่ีเปลย่ี นแปลงผิดปกตกิ อ นเกดิ แผนดินไหว เชน วัดการเคล่อื นตัวของเปลือกโลก วดั คา แรงเคน (Stress) และความเครยี ด (Strain) ของเปลือกโลก วัดกาซเรดอน วดั สนามแมเหล็กโลก วัดคา ความโนม ถวงในพื้นทีต่ างๆ วดั คล่นื ความถี่วิทยุ รวมถงึ การสงั เกตส่ิงผดิ ปกตติ างๆ กอ นเกิดแผน ดินไหว เชน น้ําใตดิน พฤตกิ รรมของสัตว และอ่ืนๆ เปนตน แผนดินไหวท่ีมีขนาดใหญท ส่ี ดุ ในประเทศไทย อยูบริเวณใด เกิดเมอื่ ไร ขนาดเทาใด ต้ังแตป พ.ศ. 2506 จนถึงปจจุบนั กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยาตรวจพบแผน ดินไหวที่มขี นาดสูงสุดที่บริเวณอําเภอศรสี วัสด์ิ จ. กาญจนบรุ ี เม่อื วันท่ี 22 เมษายน 2526 ขนาด 5.9 ริคเตอร มคี วามสนั่ สะเทอื นซ่งึ ประชาชน รสู กึ ถงึ การส่นั สะเทือน ไดเ กอื บทั้งประเทศ รูปท่ี 8 ความเสยี หายจากแผนดินไหวขนาด 7.9 รคิ เตอร ประเทศอนิ เดียเมอ่ื มกราคม 2544 นอกจากน้ีภาคเหนือสวนมากจะเกดิ แผนดินไหวขนาด 3-4 ริกเตอร และเคยเกดิ ขนาดใหญส ดุ ท่ีบนั ทกึ ได 5.6 รกิ เตอร ที่ อ.ทาสองยาง จ.ตาก วนั ท่ี 17 ก.พ.2518 ขนาดแผนดินไหว ผลกระทบ จาํ นวนครง้ั /ป ริกเตอร รัศมแี ละความลึกไมเกิน 100 กม. รอบโลก 3.5-4.2 บางคนรูสึกสนั้ สะเทอื น 30000 4.3-4.8 หลายคนรูส ึกสนั่ สะเทอื น 4800 4.9-5.4 เกอื บทกุ คนรูส กึ ส่นั สะเทอื น 1400 5.5-6.1 อาคารเสยี หายเล็กนอย 500 6.2-6.9 อาคารเสยี หายปานกลาง 100 7.0-7.3 อาคารเสียหายรุนแรง 15 ต้งั แต 7.4 อาคารเสียหายรุนแรง 4 ขอควรปฏบิ ตั ิ กอน/ขณะ/หลงั แผนดนิ ไหว กอ น ~ เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาล อุปโภค บรโิ ภค กรณีฉกุ เฉิน ~ เตรยี มพรอ ม สมาชิกในครอบครวั วางแผนอพยพหากจําเปน ~ ไมว างของหนักบนช้ันสงู ๆ ยดึ ตหู นักไวก บั ผนังหอ ง ขณะ ~ อยใู นอาคารสูง ควบคมุ สติ หลบใตโตะแขง็ แรง ไมวิง่ ลงกระได ลงลฟิ ต
~ ขับรถใหห ยุดรถ ควบคมุ สติ อยูภายในรถจนการส่นั สะเทือนหยุดลง ~ อยนู อกอาคาร หางจากอาคารสูง กําแพง เสาไฟฟา ไปอยูท ่โี ลง แจง หลัง ~ ออกจากอาคารสงู รถยนต สํารวจผูประสบภยั ตรวจสอบความเสียหาย ~ ปฐมพยาบาลผูไดร บั บาดเจบ็ สง แพทยห ากเจบ็ หนัก ~ ยกสะพานไฟ อยหู างจากสายไฟทไ่ี มอ ยูก บั ที่ ซอมแซมสิ่งทส่ี กึ หรอทันที 7. แผน ดินถลม แผน ดนิ ถลม เปนปรากฏการณธรรมชาติ ของการสึกกรอนชนิดหน่ึงทกี่ อใหเกิดความเสียหาย ตอบรเิ วณพื้นท่ีที่ เปน เนินสูงหรอื ภูเขาทมี่ ีความลาดชนั มาก เนอื่ งจากขาดความสมดุลในการทรงตัวบริเวณดังกลาว ทาํ ใหเ กิดการ ปรบั ตัวของพ้ืนดนิ ตอ แรงดงึ ดูดของโลก และเกิดการเคล่อื นตัวขององคป ระกอบธรณวี ิทยาบรเิ วณนั้นจากท่ีสงู ลง สูท่ีตาํ่ แผนดนิ ถลม มกั เกิดในกรณที ม่ี ฝี นตกหนักมาก บริเวณภูเขาและภเู ขานัน้ อมุ นํ้าไวจ นเกิดการอ่ิมตัว โดยเฉพาะภูเขาหินแกรนติ มีพันธไุ มปกคลมุ นอย ตน นาํ้ ลําธารถูกทําลาย มักจะเกดิ เมอ่ื มีฝนตกหนกั หลายชัว่ โมง จนทาํ ใหเกิดการพงั ทลายตามลักษณะการเคล่อื นตวั ได 3 ชนิดคอื 1. แผน ดนิ ถลม ท่เี คลื่อนตัวอยา งแผน ดินถลมทเี่ คลื่อนตวั อยางชาๆ เรียกวา Creep เชน Surficial Creep 2. แผน ดนิ ถลมท่ีเคลอื่ นตัวอยา งรวดเร็วเรียกวา Slide หรอื Flow เชน Surficial Slide 3. แผน ดนิ ถลม ที่เคลือ่ นตัวอยางฉบั พลนั เรยี กวา Fall Rock Fall นอกจากนยี้ ังสามารถแบงออกไดต ามลักษณะของวัสดุท่ีรว งหลนลงมาได 3 ชนิด คือ แผนดินถลมที่เกิดจากการเคลอื่ นตัวของผิวหนาดินของภเู ขา แผน ดนิ ถลม ท่ีเกิดจากการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุท่ยี ังไมแ ขง็ ตวั แผนดินถลมที่เกิดจาการเคลื่อนตัวของช้ันหิน
รปู ท่ี 9 แผนดนิ ถลม ทมี่ า: www4.ncsu.edu/eos/users/e/ elleitho/www/courses.ht แผน ดนิ ถลม ในประเทศไทย มักเกิดขึ้นเม่ือไร และบรเิ วณใด แผน ดินถลม ในประเทศไทย สว นใหญมักเกิดภายหลังฝนตกหนักมากบรเิ วณภูเขาซ่งึ เปนตนน้ําลําธาร บรเิ วณ ตอนบนของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ มีโอกาสเกิดแผนดินถลมเน่อื งมาจาก พายุหมนุ เขตรอนเคลือ่ นผานในระหวางเดือนกรกฎาคมถึงสงิ หาคม ในขณะท่ีภาคใตจ ะเกิดในชวงฤดมู รสุม ตะวันออกเฉยี งเหนอื ระหวางเดือนพฤศจกิ ายนถึงธนั วาคม ความรุนแรงของแผนดินถลม มีองคป ระกอบอะไรบาง 1. ปรมิ าณฝนที่ตกบนภูเขา 2. ความลาดชันของภูเขา 3. ความสมบรู ณของปาไม 4. ลักษณะทางธรณวี ิทยาของภูเขา
การปอ งกัน แผนดินถลม * ติดตามสภาวะอากาศ ฟงคําเตอื นจากกรมอุตนุ ิยมวิทยา * สอบถาม โทร 0-2399-4012-3, 0-2398-9838 ตลอด 24 ชวั่ โมง * อนุรักษต น นํ้า ลาํ ธาร ปลูกปาเพ่มิ เติม * สรา งแนวปอ งกนั ดินถลม โดยเฉพาะบริเวณตดิ ทางคมนาคม * เตรยี มอปุ กรณฉุกเฉิน * ซักซอมและเตรยี มพรอมเสมอ หากตองอพยพไปอยูท สี่ ูงและปลอดภัย 8.ไฟปา ภยั ธรรมชาตซิ ่ึงเกดิ จากมนษุ ยเ ปนสว นมาก ไดแ กการเผาหาของปา เผาทาํ ไรเ ลื่อนลอย เผากําจดั วัชพืช สว นนอ ยท่ี เกดิ จากการเสียดสขี องตนไมแหง ปลายเดอื นกุมภาพนั ธ-ตน พฤษภาคม ทําใหเกดิ มลพิษในอากาศมากขนึ้ ผงฝนุ ควนั ไฟกระจายในอากาศทั่วไป ไมส ามารถลอยข้ึนเบื้องบนได มองเหน็ ไมจ ดั เจน สขุ ภาพเส่ือม พชื ผลการเกษตร ดอ ยคุณภาพ แหลงทรัพยากรลดลง รปู ท่ี 10 ไฟปา ที่มา: http://www.mir.com.my/rb/photography/windows/images/forestfire.jpg อันตรายของไฟปา สง ผลกระทบอยางไรตอ มนุษยและสิ่งแวดลอม ผลกระทบท่ีเกดิ ขึ้นจากไฟปา ไดแก - การดํารงชีวติ ของมนษุ ยท าํ ใหเกิดทัศนะวสิ ยั ไมดี เปนอปุ สรรคตอ การคมนาคมเกิดอบุ ตั ิเหตุไดงาย ทําใหเกดิ โรค ทางเดินหายใจ สงผลเสยี ตอสุขภาพและจิตใจ - ตนไม นอกจากไดร ับอนั ตรายหรอื ถกู ทําลายแลวโดยตรง ยังมีผลกระทบทางออม เชน ทําใหเ กิดโรค และแมลง บางชนิดมีความรนุ แรงยิง่ ขนึ้ - สังคมพชื เปลย่ี นแปลง พืชบางชนิดจะหายไปมีชนดิ อน่ื มาทดแทน เชน บรเิ วณทีเ่ กดิ ไฟไหมซ าํ้ ๆ หลายครัง้ หญา คายงิ่ ขน้ึ หนาแนน - โครงสรา งของปา เปลีย่ นแปลง เชน ไฟปา จะเปนตัวจัดชน้ั อายขุ องลกู ไม ใหกระจัดกระจายกนั อยา งมีระเบียบ - สตั วปาลดลงมีการอพยพของสตั วป า รวมท้งั ทําลายแหลง อาหารท่ีอยูอ าศยั ท่หี ลบภยั และแหลงน้ํา
- มีคณุ สมบัติของดินเปลีย่ นแปลงทั้งทางดานฟส ิกส เคมีและชีววิทยา เชน ดนิ มอี ุณหภูมิสูงขนึ้ ความชน้ื ลดลง อินทรยี วัตถุ และจลุ ินทรยี ในดนิ เปลี่ยนแปลงความสามารถในการดดู ซมึ นํ้าของดินลดลง - แหลง นํา้ ถูกทําลาย คุณภาพของน้าํ เปล่ียนแปลงเนื่องจากเถาถาน - ภูมอิ ากาศทอ งถน่ิ เปลยี่ นแปลง เชน อุณหภมู ิสูงสดุ ต่าํ สดุ การหมนุ เวยี นของอากาศ ความช้ืนในอากาศ เปน ตน รวมทง้ั องคประกอบของอากาศเปลย่ี นไป เชน คารบ อนมอนอกไซด ไฮโดรคารบ อน เขมาและควันไฟเพมิ่ ขึน้ สง ผลเสยี ตอรา งกายมนุษย - สูญเสยี ทศั นยี ภาพท่สี วยงาม ซึ่งสงผลกระทบตอการทองเทย่ี ว การปอ งกัน ไฟปา * ตดิ ตามสภาวะอากาศ ฟงคาํ เตือนจากกรมอุตนุ ยิ มวิทยา * สอบถาม แจง สภาวะอากาศราย โทร 053-277919 ตลอด 24 ชว่ั โมง * ดับไฟ บุหรี่ ธูป เทยี น กองไฟใหค วามอบอุน ทุกครัง้ ในบานหรอื กลางแจง * ตดั แตงก่งิ ไม ใหห า งจากเสาไฟฟา หมนั่ ตรวจสอบคุณภาพอปุ กรณฟ า * ตดิ ต้งั อุปกรณดับเพลงิ ฉุกเฉินประจําอาคาร * เกบ็ วัสดุ อุปกรณไวไฟ สารเคมี ใหอ ยูในทีป่ ลอดภัย * ซกั ซอ ม วางแผนหนีไฟ และเตรียมพรอมเสมอ 9. สนึ ามิ คลื่นสึนามิ (TSUNAMI WAVE) และลกั ษณะการเกดิ สึนามิ คอื อะไร “สึนามิ” เปน ช่ือคลน่ื ชนิดหน่งึ ทม่ี คี วามยาวคลื่นหลายกิโลเมตร และชว งหางระยะเวลา ของแตละลูก คลน่ื ยาวนาน การเกิดคลน่ื สนึ ามมิ ีหลายสาเหตุ ท่ีสําคญั และเกดิ บอยๆคือเกิดจากการเคลื่อนตัวของพ้ืนทะเลใน แนวด่ิงจมตัวลงตรงแนวรอยเลือ่ นเมอ่ื เกิดแผน ดินไหว หรือการที่มวลของนํ้า ถูกแทนทท่ี างแนวดิ่งของแผน ดิน หรือวตั ถุ \"Tsunami\" สึนามิ เปนคาํ มาจากภาษาญ่ีปุน ซึง่ แปลเปน ภาษาอังกฤษไดวา \"harbor wave\" หรือคลื่นในอาว ฝงหรือทา เรอื โดยทคี่ าํ วา \"Tsu\" หมายถึง \"harbor\" อา ว, ฝง หรอื ทาเรือ สวนคําวา 'Nami' หมายถึง \"คลืน่ \" คลืน่ สนึ ามิ น้นั สามารถเปล่ียนสภาพพนื้ ท่ีชายฝง ในชวงเวลาสน้ั ๆ ใหเปลีย่ นแปลงไดอยางมหาศาล สวนสาเหตอุ ื่นๆ ท่ที ําให เกิดคล่นื สนึ ามิไดน ้ัน ไดแกก ารเกิดแผน ดนิ ถลม ทั้งท่ีริมฝงทะเล และใตท ะเล เชน ที่ ปาปวนิวกีนี หรอื ผลจาก อุกกาบาตพุงลงทะเล ทําใหม วลน้ําถูกแทนทจี่ งึ เกดิ ปฏิกิริยาของแรงตอ เนอ่ื งทําใหเ กดิ คล่ืนยกั ษใตน ้ําขนึ้ ซง่ึ ก็คือ คลนื่ สึนามิ น่ันเอง กรณีทเ่ี มื่อเกิดแผน ดินไหวขึ้นในมหาสมุทรหรือใกลช ายฝง แผนดนิ ไหวจะสรา งคลน่ื ขนาด มหึมา จะแผออกทกุ ทศิ ทุกทางจากแหลงกําเนดิ นั่นคือแผออกจากรอบศูนยกลางบริเวณท่เี กิด คลืน่ สนึ ามิ เมือ่ อยู บรเิ วณน้ําลึก จะมคี วามสูงของคลนื่ ไมมากนกั และไมเ ปนอันตรายตอเรอื เดินทะเล แตค ล่นื จะคอ นขา งใหญมาก และอันตรายเม่อื เขา สูฝง สภาพที่เปน จริงในทะเลเปดน้ําลึก จะเหน็ คลายลูกคลืน่ ไมสูงนักว่ิงไปตามผวิ น้ํา ซึง่ เรอื ยงั สามารถแลน อยูบนลกู คลื่นนไ้ี ดแตเ มอื่ คลืน่ นเ้ี คลื่อนมาถึง บริเวณนา้ํ ตื้น ใกลชายฝง มนั จะเคลอ่ื นโถมเขา สชู ายฝง บางคร้ังสงู ถึง 40 เมตร ซึ่งคล่ืนสนึ ามนิ ้ี มีความเร็วสูงมากเมอื่ อยูในทะเลลกึ โดยมคี วามเร็วประมาณ 720 กม.ตอ ชวั่ โมง ในบริเวณทท่ี ะเลมคี วามลกึ 4,000 เมตร สาเหตขุ องการเกิดสนึ ามิ 1) สึนามสิ ว นใหญเกิดจากการรบกวนโดยความสน่ั สะเทือน( Seismic disturbances) ใตท ะเล เชน แผน ดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือแมแตดนิ ถลม การขยับทข่ี องเปลือกโลกไป 2-3 เมตรระหวางทีเ่ กดิ แผน ดนิ ไหว
ใตน้ํา นัน่ คอื สามารถครอบคลุมพ้นื ทหี่ ลายหมนื่ ตารางกิโลเมตร และยังสง ถายพลังงานศกั ยมหาศาลไปสนู ํ้าท่ี ซอ นทบั อยขู างบน สนึ ามิเปนปรากฏการณทางธรรมชาตทิ เี่ กิดยาก เน่อื งจาก แผน ดินไหวใตน้าํ สวนมากไมได หมายความวาจะเกิดคลน่ื สึนามิขึ้นมาทุกครั้งไป ดงั เชนแผน ดนิ ไหวทบ่ี รเิ วณชายฝง ดานตะวันตกของเกาะสุมาตรา เมื่อวนั ท่ี 28 มีนาคม 2548 ซง่ึ มีขนาด 8.7 รกิ เตอร กไ็ มมคี ลืน่ สึนามิเกิดขนึ้ แตอ ยา งใด ระหวา งป ค.ศ.1861 ถึง 1948 มสี ึนามิเกิดขน้ึ เพียง 124 ครัง้ จากแผนดนิ ไหว 15,000 ครัง้ (คิดเปนเพียง 0.826% เทานน้ั ) การเกิดคล่ืนสนึ ามิ เปนปรากฏการณทางธรรมชาติที่ผลิตความถ่ีตํ่า ซึ่งปรากฏการณนอ้ี าจสะทอ นถงึ ความจริงที่วา สึนามิสวนมากมี แอมปลจิ ูดนอ ย และมขี นาดเลก็ จนสงั เกตไมเหน็ หรือ แผน ดินไหวสว นมากท่ีทาํ ใหเ กิดสึนามนิ ้ัน ตองการ เหตกุ ารณการเกิดแผนดินไหวที่มีโฟกสั ต้ืน(Hypocenter) โดยขนาดทีผ่ ิวหนา( Ms ) มากกวา 6.5 ริกเตอรขึ้นไป 2) แผนดินไหวใตท ะเลมศี กั ยภาพในการทําใหเ กิดแผน ดินเลื่อน (landslides) ไปตามความชันของลาด ทวีป (continental slope) ซ่ึงอยตู ามขอบฝงทะเลสว นมาก นอกจากนค้ี วามลาดชนั ยังอยูบ นดานขางของเหวทะเล และรอบๆภเู ขาไฟในมหาสมทุ ร ภเู ขาทะเล (seamounts) เกาะปะการังที่อยูปริ่มนา้ํ และใตนา้ํ (atolls & guyots) มากมาย เนอ่ื งจากเราตรวจเหตกุ ารณดังกลาวไดยาก จงึ ถอื ไดวาแผน ดินเล่ือนเปนสาเหตุสวนนอยของการทาํ ให เกดิ สนึ ามิ แผน ดนิ เลือ่ นหรือแมแตแ ผนดินถลม เล็กๆมากมาย มีศกั ยภาพที่จะขยับทม่ี วลนํ้าเปน ปรมิ าตรมหาศาล มีผูเ คยทําแผนที่การเลื่อนของพื้นทะเลทม่ี ีปริมาตรของมวลสาร 20,000 กม3 มาแลว สึนามิทเ่ี กดิ ดวยเหตุน้ีมขี นาด ใหญก วาคลนื่ ท่เี กดิ จากแผน ดินไหว 3) สึนามเิ กดิ มาจากภูเขาไฟระเบิด มหี ลักฐานวาสึนามิเพียง 92 ครง้ั เกิดจากภเู ขาไฟระเบดิ 4)ไมมบี นั ทกึ ทางประวัตศิ าสตรเกีย่ วกบั สึนามิ ท่เี กดิ จากการตกกระทบของอุกาบาตมาทีม่ หาสมุทร อยา งไรก็ตาม น่ีไมใชหมายความวามันเปน สิ่งที่ไมนา จะเกิดข้นึ ได อุกาบาตเล็กๆขนาดเสน ผาศูนยก ลาง 300 เมตร สามารถทาํ ใหเกิดสนึ ามิสูงมากกวา 2 เมตร และทาํ ลายฝงทะเลภายในรศั มี 1,000 กมจากจดุ ตกได ความนาจะเปน ของเหตุการณดังกลาวทจี่ ะเกิดใน 50 ปข างหนา มีราว 1 % 5) ปรากฏการณทางอตุ ุนิยมวิทยาทําใหเกดิ สนึ ามิขึ้นได สึนามิพวกนีม้ ักเกิดแถวเขต Temperate ท่ซี ่ึง การแปรเปล่ียนของความกดอากาศตอเวลามีคา มาก เหตุการณพวกนม้ี กั เกดิ ในทะเลสาบและเวิ้งอา วขนาดใหญ ท่ี ซ่ึงมี Resonance ของการเคลื่อนที่ของคลื่น รูปที่ 11 ลกั ษณะทางกายภาพของคล่ืน ท่มี า : http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=267 ลกั ษณะทางกายภาพของคลนื่ สึนามิ λ ความยาวคลื่นคือระยะหางจากยอดคล่นื หนึง่ ไปยังยอดคลื่นถัดไป P คือคาบเวลาระหวา งยอดคล่ืนหน่ึงเดนิ ทางมาถึงท่ีท่ยี อดคลื่นกอ นหนา เพ่ิงผานไป
Amplitudeของคลืน่ คอื ความสงู ของยอดคล่ืนนับจากระดบั น้ําทะเล ความเร็วของคล่ืน (velocity - V) คล่ืนทะเลทั่วๆไปมีความเร็วประมาณ 90 กม./ชัว่ โมง แต คล่ืน สนึ ามิ อาจจะมี ความเร็วไดถ ึง 950 กม./ชั่วโมง ซ่ึงกพ็ อๆกับความเรว็ ของเคร่อื งบินพาณิชยท เี ดยี ว โดยจะข้ึนอยูกับความลึกท่ีเกดิ แผน ดินถลม ใตทะเล ถาแผนดินไหวยงิ่ เกิดท่ีกน ทะเลลึกเทาไหร ความเร็วของ สึนามิ กจ็ ะสูงข้นึ มากเทานั้น เพราะ ปริมาตรน้าํ ท่ีถูกเคลอื่ นออกจากที่เดมิ จะมมี ากข้ึนไปตามความลึก คลนื่ สึนามิ จงึ สามารถเคล่อื นที่ผานทอ งทะเล อนั กวางใหญไ ดภายในเวลาไมนาน รูปที่ 12 คลื่นสึนามิ จะมีอาํ นาจทาํ ลายลางสงู เม่ืออยบู ริเวณน้าํ ตน้ื ท่มี า: Prf. Stephen A. Nelson คล่นื สนึ ามิ ตา งจากคลืน่ ทะเลท่ัวๆไป คล่ืนทะเลท่ัวไปเกิดจากลมพดั ผลักดันน้ําสวนที่อยูตดิ ผิว จะมีคาบการ เดินทางเพยี ง 20-30 วินาทีจากยอดคลน่ื หนึ่งไปยงั อีกยอดหน่งึ และระยะหางระหวางยอดคล่ืน หรอื ความยาวคล่ืน มเี พยี ง 100-200 เมตร แตคลืน่ สนึ ามิ มีคาบตง้ั แต สบิ นาทไี ปจนถึงสองชั่วโมง และ ความยาวคลนื่ มากกวา 500 กโิ ลเมตรข้ึนไป คลื่นสนึ ามิ ถูกจัดวา เปนคล่ืนน้ําต้ืน คล่ืนท่ถี ูกจัดวาเปน คลน่ื นา้ํ ต้ืน คือ คลื่นที่ คาอัตราสวนระหวาง ความลึกของนํา้ และ ความยาวคลน่ื ต่ํามาก อัตราการสญู เสียพลงั งานของคลื่น จะผกผนั กับความยาวคล่ืน (ระยะหางระหวางยอดคล่ืน)ยกกําลังสอง เนื่องจาก สึนามิ มี ความยาวคลนื่ มากๆ ยิ่งยกกาํ ลังสองเขา ไปอีก จงึ สญู เสยี พลงั งานไปนอ ยมากๆในขณะที่มันเคล่อื นตัวผานผนื สมุทร และเน่ืองจาก สึนามิ เปน คล่ืนนํ้าตน้ื จะมีความเร็วเทา กับ V = gd g คืออตั ราเรง ของแรงโนม ถวงโลก ซง่ึ มีคา 9.8 m/s2 และ d คือ ความลกึ ของพน้ื ทะเล สมมตวิ า แผนดินไหวเกิดทที่ อ งทะเลลึก 6,100 เมตร สนึ ามิจะเดนิ ทางดวยความเร็วประมาณ 880 กม./ชม. จะ สามารถเดนิ ทางขามฝงมหาสมุทรแปซิฟค ดวยเวลานอ ยกวา 24 ช่ัวโมงเสยี อกี
เมอ่ื สึนามิ เดนิ ทางมาถงึ ชายฝง กน ทะเลทตี่ ืน้ ข้ึนก็จะทําใหความเร็วของคลืน่ ลดลง เพราะความเรว็ ของคลนื่ สัมพนั ธกบั คาความลึกโดยตรง แตค าบยังคงท่พี ลงั งานรวมท่มี ีคาคงท่ี ก็ถกู ถายเทไปดนั ตัวใหคลื่นสงู ขนึ้ จาก คาความเร็ว V = λ /P คา V ลดลง, P คงท่ี คา λ ก็ตอ งลดลง ผลก็คือ นาํ้ ทะเลถูกอัดเขามาทําใหคลน่ื สงู ขึน้ ข้นึ อยูก บั สภาพชายฝงวาเปน อา วแคบหรือกวาง ในชายฝงท่ีแคบ คล่นื สนึ ามิ จะมีความสูงไดหลายๆเมตรทีเดียว ถายอดคลื่นเขาถึงฝงกอ น ก็จะเกิดปรากฏการณท ่ีเรยี กวา drag down คอื ดเู หมือนระดบั นา้ํ จะลดลงอยางกะทันหัน ขอบนาํ้ ทะเลจะหดตวั ออกจากฝงไปเปน รอยๆเมตรอยา งฉับพลนั และในทันทที่ ่ียอดคลืน่ ตอ มาไลมาถงึ ก็จะเปน กาํ แพงคลื่นสูงมาก ขึ้นอยกู ับโครงรางของชายหาด จะมคี วามสงู ของคลน่ื ตางกัน ดังนั้น คลน่ื สนึ ามิ จากแหลง เดยี วกนั จะเกิดผลที่ตางกนั กับชายหาดทีไ่ มเ หมอื นกันได นา้ํ ท่ที ว มเขา ฝง กะทนั หัน อาจไปไกลไดถึง ๓๐๐ เมตร แตคล่ืน สนึ ามิ สามารถเดนิ ทางข้ึนไปตามปากแมนํา้ หรือลาํ คลองท่ไี หลลงทะเลตรงน้นั ไดดวย หากรตู ัววาจะมี คล่นื สนึ ามิ ผคู นเพยี งแตอ พยพออกไปจากฝง เพียงแคเ ดนิ ๑๕ นาที และใหอ ยูหางจากแหลงนํ้าท่ีไหลลงทะเลเขา ไว ก็จะปลอดภยั แลว Reference www.rambocam.com/ isabel03.html www4.ncsu.edu http://www.mir.com.my/ http://.www.tmd.go.th สํานักแผนดินไหว, สํานกั พัฒนาอตุ ุนยิ มวิทยา กรมอุตุนิยมวทิ ยา
Search
Read the Text Version
- 1 - 27
Pages: