หลกั สตู รท*องถนิ่ รายวชิ าเพิ่มเติมมโนราห:มรดกวฒั นธรรมป?กษ:ใต* กลCมุ สาระการเรียนรู*สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
หลกั สูตรท*องถ่นิ รายวิชาเพ่ิมเติมมโนราหม/ รดกวฒั นธรรมป6กษใ/ ต9 กลมุ< สาระการเรียนรส9ู ังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม โดย นางสาว ปภาวรนิ ทร/ กาฬสุวรรณ รหสั นสิ ิต ๖๑๑๐๕๐๑๐๒๗๗ เป>นส?วนหน่งึ ของรายวิชา สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรมสาหรับครู ประถมศกึ ษา ๒ คณะศกึ ษาศาสตร/ มหาสิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ภาคเรียนท่ี ๒ ปRการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๑ หลักสตู รทอ* งถิ่น รายวิชาเพ่มิ เตมิ มโนราห:มรดกวฒั นธรรมปก? ษใ: ต* กลCุมสาระการเรียนรสู* งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ความเปJนมา มโนราห' หรือ มโนห'รา หรอื เรยี กโดยยอ0 วา0 โนรา หรือ โนรา เป3นช่ือศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย0างหนึง่ ของภาคใตE มีแม0บทท0ารำอย0างเดียวกับละครชาตรี บทรEองเป3นกลอนสด ผูEขับรEองตEองใชEปฏิภาณไหวพริบ สรร หาคำใหEสัมผัสกันไดEอย0างฉับไว มีความหมายทั้งบทรEอง ท0ารำและเครื่องแต0งกาย เครื่องดนตรีประกอบดEวย กลอง ทับคู0 ฉิ่ง โหม0ง ปPQนอก หรือ ปPQใน และกรับ ปRจจุบันพัฒนาเอาเครื่องดนตรีสากลเขEาร0วมดEวย เดิมนิยมใชE ผชูE ายลEวนแสดง แตป0 Rจจบุ นั มผี Eหู ญิงเขาE ไปแสดงดEวย ความเป3นเอกลักษณ'และคุณค0าทางวัฒนธรรมเหล0านี้เป3นตัวผลักดันใหEเกิดความสามัคคีเป3นอย0างดีใน ชนชาวใตE แต0ปRจจุบันนี้ประเทศเราเปYดรับวัฒนธรรมภายนอกเขEามาโดยไม0กลั่นกรอง ทำใหEเยาวชนของชาติละ ทิ้งวัฒนธรรมเดิม หันหนEาไปใหEต0างชาติ ดEวยเห็นความสำคัญน้ี ทำใหEผูEสอนจัดทำหลักสูตร มโนราห'มรดก วัฒนธรรมปกR ษ'ใตE สำหรับการถ0ายทอดความรEู การลงมือปฏิบตั จิ รงิ เพอ่ื ใหเE ปน3 มาตรฐานในการเรยี น การสอน การประเมินผล และการทดสอบ ความรูE ความสามารถซึ่งผูEเรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพ พรEอมท้ังสรEาง รายไดE อาชีพการ นวดเพื่อสุขภาพจึงเป3นอาชีพหน่ึงท่ีมีความสำคัญในชุมชนและเป3นอาชีพหน่ึงที่สามารถสรEาง รายไดEใหEกับบุคคล และครอบครัวไดEอย0างม่ันคง หลักสูตรมโนราห'มรดกวัฒนธรรมปRกษ'ใตEนี้ จึงเป3นทางเลือก หนง่ึ ในการทำกิจกรรมของนกั เรียน และสามารถสืบสานมรดกทางภาคใตไE วE เปKาหมายของหลกั สูตร หลกั สูตรสถานศึกษา รายวชิ าเพม่ิ เตมิ มโนราหม' รดกวฒั นธรรมปกR ษ'ใตE เป3นสว0 นหน่งึ ของสถานศกึ ษาที่ มงุ0 พฒั นาผเEู รียน ใหเE ป3นมนุษย'ที่สมบรู ณ'ทงั้ รา0 งกาย จิตใจ สตปิ Rญญา สังคม เปน3 คนดี คนเกง0 และมีความสุข จงึ กำหนดเป^าหมายไวE ดงั นี้ ๑. นกั เรยี นเหน็ ความสำคัญของการอนุรักษ' ภมู ิปญR ญาทอE งถนิ่ ๒. มที ักษะกระบวนการทางานโดยการทางานเปน3 ขั้นตอน ๓. มคี วามขยันหม่ันเพียร มีวินัย มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา0 นยิ ม อนั พึงประสงค' ๔. มจี ิตสำนึกในการอนรุ ักษ'และเหน็ คณุ ค0าของภมู ปิ RญญาทอE งถ่ิน ๕. นกั เรยี นมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นดาE นความรูE ทกั ษะปฏบิ ัติ คณุ ธรรม จริยธรรม ตามมาตรฐาน การเรียนรูขE องหลกั สูตรสถานศกึ ษา
๒๒ หลักการและเหตผุ ล ๑. สง0 เสรมิ ความสมั พนั ธอ' นั ดี ระหวา0 งโรงเรียนกบั ชมุ ชนโดยต0างฝhายต0างมี สว0 นรว0 มในการแกปE ญR หา คอื โรงเรยี นใหนE กั เรยี นศึกษาขอE มลู จากชุมชน ชมุ ชนเปน3 แหล0งเรียนรใูE หโE รงเรียน สง0 ผลใหเE กิดความร0วมมือ ใน การแกปE RญหาของชุมชนโดยใหชE ุมชน ตระหนกั ถึงการอนรุ ักษ'ภมู ิปญR ญาทอE งถน่ิ ๒. เปลยี่ นแปลงกระบวนการเรียนรูEของนักเรยี นจากการทอ0 งจาตามหนงั สอื มาเปน3 การลงมือฝกi ปฏิบัติ จริงดวE ยตนเอง ๓. เปลย่ี นแปลงกระบวนการสอนของครูจากการทมี่ คี รเู ปน3 ศนู ย'กลางมาเปน3 การใชEแหลง0 เรยี นรใEู น ชุมชนเปน3 ทศ่ี ึกษาหาความรูE นักเรียนเป3นผลEู งมอื ปฏิบตั ิโดยมคี รู และวิทยากรทอE งถ่ินเปน3 ผดูE แู ล ใหEคำปรกึ ษา แนะนา ส0งเสริม สนับสนนุ สราE งบรรยากาศ ใหEนักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนรแEู ละทำกิจกรรม ๔. เกดิ การเรยี นรจEู ากภมู ิปญR ญาทอE งถนิ่ อนั นำไปส0ูการพัฒนาหลักสตู รเก่ยี วกบั กิจกรรมการเรยี น การ สอน ท่ีเรียกวา0 หลกั สตู รทอE งถนิ่ หรอื หลกั สูตรสถานศึกษา วสิ ัยทศั น: หลักสตู รสถานศึกษา เรอื่ ง มโนราห'มรดกวฒั นธรรมปRกษใ' ตE เปน3 เนอื้ หาเกย่ี วกบั สาระการเรยี นรEู สังคม ศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เป3นสาระท่ีเนEนกระบวนการทำงาน และการจัดการอย0างเป3นระบบ พัฒนา ความคิดสรEางสรรค' และการทำงานอย0างมีกลยุทธ' โดยใชEกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนนำ เทคโนโลยีมาใชE หรือประยุกต'ใชE ในการทำงาน ส0งเสริมใหEผEูเรียนพัฒนาตนเอง พัฒนาความคิดใหEเต็มศักยภาพ เนEนการใชEทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลEอมและพลังงาน อย0างประหยัดและคEุมค0าใหEความสำคัญเก่ียวกับ ความรEู ความสัมพันธ'ของตนเอง ของครอบครัว และชุมชน ท่ีมีต0อการอนุรักษ'สิ่งแวดลEอม โดยศึกษาเกี่ยวกับ ประวัติและความเป3นมาของการนวดแผนไทย ประเภทของการนวดแผนไทย ประโยชน'ของการนวดแผนไทย ความรEูท0ีจาเป3นสำหรับการมโนราห' องค'ประกอยของมโนราห' ความสำคัญ การแสดง ท0ารำ การแต0งกาย โดย ใชEกระบวนการเทคโนโลยีและเทคโนโลยี สารสนเทศ ตลอดจนนำเทคโนโลยีมาใชE และประยุกต'ใชEในการทา งาน รEูจักการใชEทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลEอมและพลังงานอย0างประหยัด และคEุมค0า ไดEรับการปลูกฝRงและ พัฒนาใหEมีคุณธรรม จริยธรรม การเรียนรEูจากการทางานและการแกEปRญหา เป3นการเรียนรEูจากการบูรณาการ ความรEู ทักษะและความดี ทห่ี ลอมรวมกัน จนก0อใหEเกิดเป3นลักษณะของผEูเรียน ทงั้ ดEานคุณธรรม ตามมาตรฐาน การเรยี นรEทู ส่ี ถานศกึ ษากำหนด
๓๓ จุดมงุC หมาย เพอื่ ใหEผูEเรียนมคี ุณลักษณะ ดงั น้ี ๑. มีความรแEู ละทกั ษะในการประกอบอาชพี สามารถสรEางรายไดEทมี่ ั่นคง ๒. เป3นแนวทางพ้ืนฐานในการประกอบอาชพี ใหสE อดคลEองกบั ศักยภาพของตนเอง ชมุ ชน สังคม และ สิ่งแวดลอE มอย0างมี คณุ ธรรม จริยธรรม ๓. มเี จตคติทีด0 ใี นการทำอนุรกั ษ'วฒั นธรรมมรดกทางศลิ ปะของภาคใตE ๔. มีความรคEู วามเขEาใจและฝiกทักษะการนวดแผนไทยอยา0 งมปี ระสทิ ธิภาพ ๕. มีโครงการประกอบอาชีพเพอ่ื ใชเE ป3นแนวทางในการพฒั นาอาชีพของตนเองต0อไป คุณลักษณะอนั พึงประสงค: คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข' องหลกั สตู รสถานศกึ ษา เรอื่ งการนวดแผนไทย มีดงั นี้ ๑. เห็นความสำคัญของการอนุรักษภ' ูมปิ ญR ญาทEองถนิ่ ๒. รบั ขEอมูลอยา0 งมวี ิจารณญาณ ๓. วิเคราะห'ขEอมูลอย0างเป3นระบบ ๔. รEูจักเลือกแนวทางในการแกEปRญหา ๕. ปฏิบัตติ ามแผนงานที่วางไวตE ามข้ันตอน ๖. ประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน ความภาคภมู ิใจกับผลสำเร็จ ประวัตคิ วามเปJนมามโนราห: โนรา หรือ มโนห'รา (เขียนเป3น มโนรา หรือ มโนราห' ก็ไดE) เป3นการละเล0นพื้นเมืองที่สืบ ทอดกันมา นานและนิยมกันอย0างแพร0หลายใน ภาคใตE เป3นการละเล0นที่มีทั้งการรEอง การรำ บางส0วนเล0นเป3นเรื่อง และ บางโอกาสมีบางสว0 น แสดงตามคตคิ วามเชื่อทเี่ ป3นพธิ กี รรม โนรา เป3นศิลปะพ้ืนเมืองภาคใตEเรียกว0า โนรา แต0 คำว0า มโนราห' หรือ มโนห'รา นั้น เป3นคำท่ี เกิด ขึ้นมาเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยการนำเอา เรื่อง พระสุธน-มโนราห' มาแสดงเป3นละครชาตรี จึงมีคำ เรียกว0า มโนราห' ส0วนกำเนิดของโนรานั้น สันนิษฐานกันว0าไดEรับอทิ ธิพลจากการ ร0ายรำของอินเดยี โบราณก0อน สมัยศรีวิชัย ที่มา จากพ0อคEาชาวอินเดีย สังเกตไดEจากเครื่องดนตรีท่ี เรียกว0า เบ็ญจสังคีตซึ่งประกอบโหมCง ฉิ่ง ทับ กลอง ปRS ใน ซึ่งเป3นเครื่องดนตรีโนรา และท0ารำของโนรา อีกหลายท0าที่ละมEายคลEายคลึงกับการร0ายรำ ของ ทางอินเดีย และเริ่มมีโนราเป3นกิจลักษณะขึ้นเมื่อ ประมาณปP พุทธศักราชที่ ๑๘๒๐ ซึ่งตรงกับสมัยสุโขทัย ตอนตEนเชื่อกันว0าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกที่ หัวเมืองพัทลุง ปRจจุบันคือ ตำบล บางแกEว จังหวัด พัทลุง แลEว แพร0 ขยายไปยังหัวเมืองอื่นๆของภาคใตE จน ไปถึงภาคกลาง และกลายเป3นละครชาตรี และจังหวะ ตะลุง ที่ไดEรับ อิทธิพลจากแนวคิดนี้ โนรา เกิดขึ้นในราชสำนักของพัทลุงซึ่งมีตำนานเล0า กันมาว0า เจEาเมืองพัทลุง มีช่ือ
๔๔ ว0า พระยา สายฟ^าฟาด มีลูกสาวที่ชื่อ ศรีมาลา ซึ่ง มีความสามารถในการร0ายรำมาก ไดEเกิดตั้งครรภ'โดยที่ยัง ไม0ไดEแต0งงาน เชื่อกันว0า เป3นทEองกับเทวดา พระยาสายฟ^าฟาดเห็นดัง นั้นก็โกรธมาก สั่งใหEนำนางศรีมาลา ไป ลอยแพในทะเล ( คือ ทะเลสาปสงขลา) และ แพไดEไปติดที่เกาะใหญ0 นางศรีมาลาก็ ไดEใหEกำเนิดลูก ชาย โดยตั้งชื่อว0า เทพสิงหล ซึ่งมีนัยความว0า ลูกของเทวดา นางศรีมาลา ไดEฝiกใหEเทพสิงหลฝiกร0ายรำ ซึ่งเทพ สิงหล ก็สามารถร0ายรำไดEสวยงามมาก และร0ายรำ มีชื่อเสียงมากที่เกาะใหญ0 จนรูEไปถึง หูพระยาสายฟ^า ฟาด ซึ่งพระยาสายฟ^า ฟาดก็ยังไม0รูEว0าหลานตัวเอง ก็ไดE เชิญไปรำในราชสำนัก ฝhายนางศรีมาลานั้น ก็นEอยเนื้อ ต่ำใจเมื่อครั้งที่ถูกลอยแพ ก็บอกกับคนที่มาติดต0อว0า โนราคณะ นี้จะไปรำไดE แต0ตEองปูผEาขาวตั้ง แต0ริมฝRQงที่ลง จากเรือจนไปถึงตำหนัก พระยาสายฟ^าฟาดก็ตอบตกลง ดังนั้น เทพสิงหลจึงไปรำในราชสำนัก เทพสิงหลรำ ไดE สวยงามมาก จนพระยาสายฟ^าฟาดก็ ตกตะลึงในความสวยงาม จึงถอดเครื่องทรงท่ี ทรงอยู0ใหEกับเทพ สิงหล แลEวบอกว0า \"เคร่ือง แตCงกายกษัตริย:ชุดนี้มอบให*เปJนเครื่องแตCงกาย ของโนรานับแตCนี้เปJนต*น ไป\" เทพสิงหลจึง บอกว0าแทEจริงแลEวเป3นหลานของพระยาสายฟ^าฟาด พระยาสายฟ^าฟาดจึงรับโนราไวE ในราช สำนกั และใหสE ทิ ธแิ ต0งกายเหมอื นกษตั ริย'ทุกประการ มโนราหจ: ิตวิญญาณป?กษ:ใต* เอกลักษณ'ของชาวใตEที่น0าภาคภูมิใจอย0างหนึ่งนั้นคือ มโนราห' หรือโนราห' ซึ่งเป3นศิลปะการรEองและ การรำชั้นสูง ทั้งนี้มีคนกล0าวกันว0าตEนกำเนิดนั้น คือที่อินเดียกว0า สี่รEอยที่ผ0านมา โดยวัตถุประสงค'ก็เพื่อบูชา มหาเทพทั้งสามนั้นก็คือ พระอิศวร พระพรหม และพระนารายณ' ซึ่งในบทรEองของมโนราห'ปRจจุบันก็ยังคงมี เนื้อหาดังกล0าวเจือปนอยู0 แมEจะมีการดัดแปลงแกEไขใส0เนื้อหาทางดEานพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิมคือการ นับถือบรรพบุรุษ เติมไปบEางตามอิทธิพลของศาสนาที่มีต0อทEองถิ่น ความเป3นศิลปะชั้นสูงของมโนราห'นั้น สามารถดูไดEจาก งานครอบครูโขนละครและดนดรีไทย ที่เป3นมรดกของชาติและเป3นที่ยอมรับว0างดงามและ สูงส0ง บนปรัมพิธีจะมีเศียรเกEาเศียรซึ่งเศียรที่เกEานั้นก็คือ เทริด มโนราห'(คลEายมงกุฎ) อีกทั้งมโนราห'ยังเป3น ศาสตร'ที่รวบรวมเอาศิลปsแขนงอื่นมาเกี่ยวขEองอย0างหลีกเลี่ยงไม0ไดEเช0น งานช0างไมE ช0างก0อสรEาง ช0างปRกเย็บ เปน3 ตนE
๕๕ เครอ่ื งแตCงกาย ๑. เทรดิ (อา0 นว0า เซดิ ) เป3นเคร่อื งประดับศีรษะของตัวนายโรงหรือโนราใหญ0หรือตวั ยืนเคร่อื ง (โบราณ ไมน0 ิยมใหนE างรำใช)E ทำเปน3 รปู มงกุฎอยา0 งเตย้ี มีกรอบหนาE มีดEายมงคลประกอบ หัวเทริดโนราห: ๒. เครื่องรูปป?ด เครื่องรูปปRดจะรEอยดEวยลูกปRดสีเป3นลายมีดอกดวง ใชEสำหรับสวมลำตัวท0อนบนแทน เสื้อ ประกอบดEวยชิ้นสำคัญ ๕ ชิ้น คือ บ0า สำหรับสวมทับบนบ0าซEาย-ขวา รวม ๒ ชิ้น ปYtงคอ สำหรับสวมหEอย คอหนEา-หลังคลEายกรองคอหนEา-หลัง รวม ๒ ชิ้น พานอก รEอยลูกปRดเป3นรูปสี่เหลี่ยมผืนผEา ใชEพันรอบตัวตรง ระดับอก บางถิ่นเรียกว0า\"พานโครง\"บางถิ่นเรียกว0า\"รอบอก\" เครื่องลูกปRดดังกล0าวนี้ใชEเหมือนกันทั้งตัวยืน เครื่องและตัวนาง (รำ) แต0มีช0วงหนึ่งที่คณะชาตรีในมณฑลนครศรีธรรมราชใชEอินทรธนู ซับทรวง (ทับทรวง) ปกP เหน0ง แทนเครื่องลกู ปดR สำหรบั ตวั ยืนเคร่ือง ปง]\\ คอ บาC พานอก พานโครง หรือ รอบอก
๖ ๖ ๓. ปRกนกแอCน หรือ ปRกเหนCง มักทำดEวยแผ0นเงินเป3นรูปคลEายนกนางแอ0นกำลังกางปPก ใชEสำหรับ โนราใหญ0หรือตวั ยนื เครอื่ ง สวมตดิ กับสังวาลอยู0ทรี่ ะดับเหนือสะเอวดาE นซEายและขวา คลาE ยตาบทิศของละคร ปกR นกแอนC หรอื ปกR เหนงC ๔. ซับทรวง หรือ ทับทรวง หรือ ตาบ สำหรับสวมหEอยไวEตรงทรวงอก นิยมทำดEวยแผ0นเงินเป3นรูป คลEายขนมเปPยกปูนสลักเป3นลวดลาย และอาจฝRงเพชรพลอยเป3นดอกดวงหรืออาจรEอยดEวยลูกปRด นิยมใชE เฉพาะตัวโนราใหญ0หรอื ตัวยนื เครือ่ ง ตวั นางไมใ0 ชEซับทรวง ๕. ปRก หรือที่ชาวบEานเรียกว0า หาง หรือ หางหงส' นิยมทำดEวยเขาควายหรือโลหะเป3นรูปคลEายปPก นก 1 คู0 ซEาย-ขวาประกอบกัน ปลายปPกเชิดงอนขึ้นและผูกรวมกันไวEมีพู0ทำดEวยดEายสีติดไวEเหนือปลายปPก ใชE ลูกปRดรEอยหEอยเป3นดอกดวงรายตลอดทั้งขEางซEายและขวาใหEดูคลEายขนของนก ใชEสำหรับสวมคาดทับผEานุ0งตรง ระดับสะเอว ปลอ0 ยปลายปPกยนื่ ไปดาE นหลงั คลEายหางกินรี ปRก หรือหางหงส:
๗๗ ๖. ผ*านุCง เป3นผEายาวสี่เหลี่ยมผืนผEา นุ0งทับชายแลEวรั้งไปเหน็บไวEขEางหลัง ปล0อยปลายชายใหEหEอยลง เช0นเดียวกับหางกระเบน เรียกปลายชายที่พับแลEวหEอยลงนี้ว0า \"หางหงส'\"(แต0ชาวบEานส0วนมากเรียกว0า หาง หงส') การนุง0 ผEาของโนราจะร้งั สูงและรดั รูปแน0นกวา0 นุ0งโจมกระเบน ๗. หน*าเพลา เหน็บเพลา หนับเพลา ก็ว0า คือสนับเพลาสำหรับสวมแลEวนุ0งผEาทับ ปลายขาใชEลูกปRด รEอยทับหรือรEอยทาบ ทำเปน3 ลวดลายดอกดวง เช0น ลายกรวยเชงิ รกั รอE ย ๘. ผ*าห*อย คือ ผEาสีต0างๆ ที่คาดหEอยคลEายชายแครงแต0อาจมีมากกว0า โดยปกติจะใชEผEาที่โปร0งผEาบาง สีสด แตล0 ะผืนจะเหนบ็ หEอยลงทัง้ ดEานซาE ยและดาE นขวาของหนEาผาE ๙. หน*าผ*า ลักษณะเดียวกับชายไหว ถEาเป3นของโนราใหญ0หรือนายโรงมักทำดEวยผEาแลEวรEอยลูกปRด ทาบเป3นลวดลาย ที่ทำเป3นผEา ๓ แถบคลEายชายไหวลEอมดEวยชายแครงก็มี ถEาเป3นของนางรำ อาจใชEผEาพื้นสี ต0างๆ สำหรบั คาดหอE ยเช0นเดยี วกบั ชายไหว ๑๐. กำไลต*นแขนและปลายแขน กำไลสวมตEนแขน เพื่อขบรัดกลEามเนื้อใหEดูทะมดั ทะแมงและเพิ่มใหE สง0างามยง่ิ ข้ึน ๑๑. กำไล กำไลของโนรามักทำดEวยทองเหลือง ทำเป3นวงแหวน ใชEสวมมือและเทEาขEางละหลายๆ วง เช0น แขนแต0ละขาE งอาจสวม ๕-๑๐ วงซอE นกัน เพื่อเวลาปรบั เปลี่ยนท0าจะไดEมีเสยี งดงั เปน3 จังหวะเรEาใจย่งิ ขน้ึ กำไล ๑๒. เล็บ เป3นเครื่องสวมนิ้วมือใหEโคEงงามคลEายเล็บกินนร กินรี ทำดEวยทองเหลืองหรือเงิน อาจต0อ ปลายดEวยหวายทม่ี ีลกู ปดR รอE ยสอดสไี วพE องาม นยิ มสวมมือละ ๔ น้ิว (ยกเวEนหวั แมม0 ือ)
๘๘ เล็บ ๑๓. หน*าพราน เป3นหนEากากสำหรับตัว \"พราน\" ซึ่งเป3นตัวตลก ใชEไมEแกะเป3นรูปใบหนEา ไม0มีส0วนท่ี เป3นคาง ทำจมูกยื่นยาว ปลายจมูกงุEมเล็กนEอย เจาะรูตรงส0วนที่เป3นตาดำ ใหEผูEสวมมองเห็นไดEถนัด ทาสีแดง ท้ังหมด เวEนแต0ส0วนที่เป3นฟRนทำดEวยโลหะสีขาว หรือทาสีขาว หรืออาจลี่ยมฟRน (มีเฉพาะฟRนบน) ส0วนบนต0อ จากหนาE ผากใชขE นเป3ดหรอื ห0านสีขาวติดทาบไวEตา0 งผมหงอก ๑๔. หนา* ทาสี เป3นหนาE กากของตัวตลกหญิง ทำเปน3 หนEาผูหE ญงิ มักทาสขี าวหรือสเี นอื้ เครือ่ งดนตรี ๑. ทับ (โทนหรือทับโนรา) เป3นคู0 เสียงต0างกันเล็กนEอย ใชEคนตีเพียงคนเดียว เป3นเครื่องตีที่สำคัญ ที่สุด เพราะทำหนEาที่ คุมจังหวะและเป3นตัวนำในการเปลี่ยนจังหวะทำนอง (แต0จะตEองเปลี่ยนตามผูEรำ ไม0ใช0ผEู รำ เปล่ียน จังหวะลีลาตามดนตรี ผEทู ำหนEาท่ตี ที บั จึงตEองนั่งใหมE อง เห็นผEูรำตลอดเวลา และตEองรเEู ชงิ ของผรูE ับ
๙๙ ๒. กลอง เป3นกลองทัดขนาดเล็ก (โตกว0ากลองของหนังตะลุงเล็กนEอย) ๑ ใบทำหนEาที่เสริมเนEนจังหวะ และลอE เสียงทบั ๔. ปSR เป3นเคร่ืองเปาh เพยี งชิ้นเดยี วของวง นยิ มใชปE ใPQ น หรือ บางคณะอาจใชEปPนQ อก ใชเE พียง ๑ เลา ปมQP วี ธิ ี เปhาที่คลEายคลึงกบั ขลุ0ย ปมQP ี ๗ รแู ต0สามารถกำเนดิ เสยี งไดE ถงึ ๒๑ เสียงซ่งึ คลEายคลงึ กับเสยี งพดู มากทีส่ ดุ ๔. โหมCง คือ ฆEองคู0 เสียงต0างกันที่เสียงแหลม เรียกว0า \"เสียงโหมEง\" ที่เสียงทุEม เรียกว0า \"เสียงหมุ0ง\" หรือ บางครัง้ อาจจะเรียกว0าลูกเอกและลกู ทมุE ซึง่ มีเสียงแตกต0างกันเป3น คูแ0 ปดแตด0 ้ังเดมิ แลEวจะใชEคูห0 าE ๕. ฉงิ่ หล0อดวE ยโลหะหนา รปู ฝาชีมรี ตู รงกลางสำหรบั รอE ยเชอื ก สำรับนึงมี ๒ อนั เรยี กวา0 ๑ ค0เู ปน3 เครื่องตีเสริมแต0งและเนEนจังหวะ ซึ่งการตีจะแตกตา0 งกบั การตีฉง่ิ ในการกำกับจังหวะของดนตรีไทย
๑๐ ๑๐ ๐ ๖. แตระ หรอื แกระ หรอื กรับ มี ทงั้ กรบั อันเดียวที่ใชEตกี ระทบกบั รางโหมง0 หรอื กรับคู0 และมที ร่ี อE ย เปน3 พวงอยา0 งกรบั พวง หรือใชEเรยี วไมEหรือลวด เหล็กหลาย ๆ อนั มดั เขาE ดEวยกันตีใหEปลายกระทบกัน องค:ประกอบหลักของการแสดง ๑. การรำ โนราแต0ละตัวตEองรำอวดความชำนาญและความสามารถเฉพาะตน โดยการรำผสมท0าต0างๆ เขEาดEวยกันอย0างต0อเนื่องกลมกลืน แต0ละท0ามีความถูกตEองตามแบบฉบับ มีความคล0องแคล0วชำนาญที่จะ เปลี่ยนลีลาใหEเขEากับจังหวะดนตรี และตEองรำใหEสวยงามอ0อนชEอยหรือกระฉับกระเฉงเหมาะแก0กรณี บางคน อาจอวดความสามารถในเชงิ รำเฉพาะดาE น เช0น การเล0นแขน การทำใหตE ัวอ0อน การรำท0าพลกิ แพลง เป3นตEน ๒. การร*อง โนราแต0ละตัวจะตEองอวดลีลาการรEองขับบทกลอนในลักษณะต0างๆ เช0น เสียงไพเราะดัง ชัดเจน จังหวะการรEองขับถูกตEองเรEาใจ มีปฏิภาณในการคิดกลอนรวดเร็ว ไดEเนื้อหาดี สัมผัสดี มีความสามารถ ในการรEองโตEตอบ แกEคำอย0างฉับพลนั และคมคาย เปน3 ตนE ๓. การทำบท เป3นการอวดความสามารถในการตีความหมายของบทรEองเป3นท0ารำ ใหEคำรEองและท0า รำสัมพันธ'กันตEองตีท0าใหEพิสดารหลากหลายและครบถEวน ตามคำรEองทุกถEอยคำตEองขับบทรEองและตีท0ารำใหE ประสมกลมกลืนกบั จงั หวะและลีลา ของดนตรอี ย0างเหมาะเหมง็ การทำบทจึงเป3นศิลปะสุดยอดของโนรา ๔. การรำเฉพาะอยCาง นอกจากโนราแต0ละคนจะตEองมีความสามารถในการรำ การรEอง และการทำ บทดังกล0าวแลEวยังตEองฝiกการำเฉพาะอย0างใหEเกิดความชำนาญเป3นพิเศษ ดEวยซึ่งการรำเฉพาะอย0างนี้ อาจใชE
๑๑ ๑๑ แสดงเฉพาะโอกาส เช0น รำในพิธีไหวEครู หรือพิธแี ต0งพอกผูกผEาใหญ0 บางอย0างใชEรำเฉพาะเมื่อมีการประชันโรง บางอย0างใชใE นโอกาสรำลงครหู รอื โรงครู หรือรำแกบE น เปน3 ตนE ๕. การเลCนเปJนเรื่อง โดยปกติโนราไม0เนEนการเล0นเป3นเรื่อง แต0ถEามีเวลาแสดงมากพอหลังจากการ อวดการรำการรEองและการทำลทแลEว อาจแถมการเล0นเป3นเรื่องใหEดู เพื่อความสนุกสนาน โดยเลือกเรื่องที่รูEดี กันแลEวบางตอนมาแสดงเลือกเอาแต0ตอนท่ีตEองใชEตัวแสดง นEอย ๆ (๒-๓ คน) ไม0เนEนที่การแต0งตัวตามเรื่อง มัก แต0งตามที่แต0งรำอยู0แลEว แลEวสมมติเอาว0าใครเป3นใคร แต0จะเนEนการตลกและการขับบทกลอนแบบโนราใหEไดE เนอื้ หาตามทอE งเร่อื ง โนราห:ลงแขงC (โนราห:ประชนั โรง) การแข0งมโนราห' หรือ มโนราห'ประชันโรง เพื่อจะพิสูจน'ว0าใครเล0นหรือรำดีกว0า มีศิลปsในการรำเป3น อย0างไรการว0ามุตโต (กลอนสด) ดีกว0ากัน ถEาโรงไหนดีกว0าโรงนั้นก็จะมีคนดูมาก และเป3นผูEชนะ การแข0งมโนรา นี้มีพิธีที่คณะมโนราตEองทำมาก กลางคืนก0อนแข0งมีการไหวEครูเชิญครู แลEวเอาเทริดผูกไวEที่เพดานโรง เอา หมาก ๓ คำ และจุดเทียนตามเอาไวE จากนั้นหมอก็ทำพิธีปYดตู (ประตู) กันตู (ประตู) โดยชักสายสิญจน'กันไวE หมอและคณะจะไม0นอนกันทั้งคืน หมอทำพิธีประพรมน้ำมนต'ไปเรื่อย (หมอประจำโรงตEองจEางเป3นพิเศษไปกับ คณะ สมัยก0อนเมอื่ มกี ารแข0งครัง้ หนึ่งหมอจะไดEรบั คา0 จEาง ๑ เหรยี ญ หรือ ๕๐ เบี้ย) การเอาเทริดผูกไวEที่เพดานเพื่อที่จะเสี่ยงทายเอาเคล็ด คือ ใหEหันเทริดเวียน ๓ ที แลEวคอยดูว0าเม่ือ หยุดเทริดจะหันหนEาไปทางไหน ถEาเทรอดหันหนEาไปทางคู0แข0งมีหมายความว0ารุ0งเชEาจะแข0งชนะ ถEาเทริดหันไป ทางอื่นหมายความว0าแพE เมื่อถึงเวลาแข0งก็มีการรำอย0างธรรมดา คือ ออกนางรำทุกๆคน ประมาณ ๔-๕ คน แลEวก็ถึงตัวมโนราใหญ0 (นายโรง) นายโรงจะออกมารำ แต0ยังไม0สวมเทริดแลEวหมอก็จะนำหนาE ลงมาจากโรงเพื่อ ทำพิธีเวียนโรงเป3น ทักษิณาวัด ๓ รอบ (ขณะเวียนโรงดนตรีเชิด) หมอถือน้ำมนต'นำหนEา มโนราใหญ0เดิน ตามหลงั การเวียนโรงทำเพอื่ โปรดสตั ว' แผ0เมตตา มีเมตตา กรุณา มทุ ติ า อเุ บกขา สพเพ สตตา กรณุ า อุเบกขา มุทิตา สพเพ สตตา สุขี โหนตุ แผ0เมตตาแก0ผูEดูและสรรพสัตว'ทั้งหลายใหEอยู0เย็นเป3นสุข แลEวก็กลับขึ้นโรง ตามเดมิ
๑๒ ๑๒ ทาC รำมโนราห: ท0ารำของโนราไม0มีกฏเกณฑ'ตายตัวว0าทุกคน หรือทุกคณะจะตEองรำเหมือนกัน เพราะการรำโนรา คน รำจะบังคับเครื่องดนตรี หมายถึงคนรำจะรำไปอย0างไรก็ไดEแลEวแต0ลีลา หรือความถนัดของแต0ละคน เครื่อง ดนตรีจะบรรเลงตามท0ารำ เมื่ผูEรำจะเปลี่ยนท0ารำจากท0าหนึ่งไปยังอีกท0าหนึ่ง เครื่องดนตรีจะตEองสามารถ เปลี่ยนเพลงไดEตามคนรำ ความจริงแลEวท0ารำที่มีมาแต0กำเนิดนั้นมีแบบแผนแน0นอน โดยเฉพาะอย0างยิ่งท0ารำใน บทครูสอนสอนรำ และบทประถม ท0ารำเมื่อไดEรับการถ0ายทอดมาเป3นช0วง ๆ ทำใหEท0ารำที่เป3นแบบแผนดั้งเดิท เปลี่ยนแปลงไป เพราะหากจะประมวลท0ารำต0าง ๆของโนราแลEว จะเห็นว0าเป3นการรำตีท0าตามบทที่รEองแต0ละ บท การตีท0ารำจามบทรEองนี้เองที่เป3นประเด็นหนึ่งที่ทำใหEท0ารำเปลี่ยนแปลงและ แตกต0างกันออกไป เพราะท0า รำที่ตอี อกมาน้นั ข้นึ อยู0กับความสามารถของผูรE ำวา0 บทอยา0 งนจ้ี ะตี ทา0 อยา0 งไร ท0ารำทค่ี 0อนขาE งจะแน0นอนวา0 เป3นแบบแผนมาแต0เดิมอนั เปน3 ที่ยอมรบั ของผูEรำโนราจะตEองมีพ้ืนฐาน เบ้อื งตEน ดงั น้ี การทรงตวั ของผรูE ำ ผEทู ี่จะรำโนราไดEสวยงามและมีสว0 นถกู ตEองอย0ูมากนนั้ จะตอE งมีพน้ื ฐานการทรงตัว ดงั น้ี - ช0วงลำตัว จะตEองแอ0นอกอยเ0ู สมอ หลังจะตEองแอน0 และลำตัวยื่นไปขEางหนาE ไม0วา0 จะรำท0าไหน หลัง จะตEองมพี น้ื ฐานการวางตัวแบบนเี้ สมอ - ชว0 งวงหนEา วงหนEาหมายถึงสว0 นลำคอจนถึงศรี ษะ จะตอE งเชิดหนาE หรือแหงนขึน้ เล็กนอE ยในขณะรำ - การยอ0 ตวั การย0อตัวเปน3 สิ่งสำคัญอยา0 งย่งิ การรำโนรานน้ั ลำตัวหรอื ทุกสว0 นจะตอE งย0อลงเลก็ นอE ย นอกจากย0อลำตวั แลวE เข0าก็จะตEองย0อลงดEวย - สว0 นกนE จะตอE งงอนเลก็ นEอย ชว0 งสะเอวจะตอE งหัก จงึ จะทำใหEแลดแู ลEวสวยงาม การเคลอื่ นไหว นบั ว0าเป3นสง่ิ จำเปน3 อีกอย0าง เพราะการรำโนราจะดีไดEนน้ั ในขณะท่เี คลื่อนไหวลำตวั หรือจะเคล่อื นไหวสว0 นใดสว0 นหนงึ่ กด็ ี เช0น การเดินรำ ถาE หากสว0 นเทาE เคล่อื นไหว ชว0 งลำตวั จะตEองน่ิง สว0 นบน มอื และวงหนาE จะไปตามลีลาทา0 รำ ท0ารำโนราที่ถอื วา0 เปน3 แม0ท0ามาแต0เดมิ น้ันคอื “ท0าสิบสอง” ท0าสิบสองมโนราหแ' ตล0 ะคนแตล0 ะคณะอาจจะมที 0ารำไม0เหมือนกัน ซึง่ อาจจะไดEรับการสอนถา0 ยทอดมา ไมเ0 หมอื นกนั (ตามที่ไดกE ลา0 วมาแลวE ) บางตำนานบอกว0ามที า0 กนก ทา0 เครอื วัลย' ทา0 ฉากนEอย ท0าแมงมมุ ชกั ใย ทา0 เขาควาย บางตำนานบอกว0ามีท0ายนื ประนมมอื ท0าจีบไวขE าE ง ท0าจีบไวEเพยี งสะเอว ท0าจีบไวเE พียงบ0า ท0าจบี ไวE ขาE งหลัง ทา0 จบี ไวเE สมอหนEา อย0างไรกต็ ามมีการต้ังขอE สนั นษิ ฐานกันวา0 ทา0 พืน้ ฐานของโนรานา0 จะมมี ากกว0า น้ี สงั เกตไดEจากทา0 พนื้ ฐานในบทประถมซึ่งถอื กนั ว0าเปน3 แมบ0 ทของโนรา จึงไม0สามารถระบลุ งไปไดวE 0าท0ารำพื้นฐาน มีท0าอะไรบEาง ทา0 รำบทครสู อน เป3นทา0 ประกอบคำสอนของครโู นรา เชน0 สอนใหEตงั้ วงแขน เยอ้ื งขาหรอื เทEา สอนใหE รจEู ักสวมเทรดิ สอนใหรE Eูจักน0งุ ผEาแบบโนรา ทา0 รำในบทครสู อนน้นี ับเปน3 ทา0 เบอ้ื งตEนทีส่ อนใหEรูEจักการแตง0 กาย แบบโนรา หรอื มที 0าประกอบการแตง0 กาย เชน0 - ทา0 เสด้อื งกรตอ0 งา0 เป3นการสอนใหรE จูE ักการกรายแขน หรือย่นื มือรำนั่นเอง - ทา0 ครสู อนใหผE ูกผEา เปน3 การสอนใหEนง0ุ ผาE แบบโนรา เวล0านุ0งนั้นตEองมเี ชือกคอยผูกสะเอวดEวย
๑๓ ๑๓ - ทา0 สอนใหEทรงกำไล คือสอนใหEผทูE จ่ี ะเรม่ิ ฝiกรำโนรา รจEู กั สวมกำไลทั้งมอื ซาE ยและมือขวา - ทา0 สอนใหคE รอบเทริดนEอย คอื สอนใหEรจูE กั สวมเทริด การครอบเทรดิ นอE ยนน้ั จะเปรยี บแลEวกเ็ หมอื นกับ การบวชสามเณร สว0 นการครอบเทริดใหญ0หรือพธิ ีครอบครูเปรียบเหมือนการอุปสมบทเป3นพระ ซึง่ การครอบเทริดนอE ยจะไม0มีพธิ รี ตี รองอะไรมากนัก - ท0าจบั สรEอยพวงมาลยั คือท0าทส่ี อนใหEรูจE กั เอามือทำเป3นพวงดอกไมหE รอื ชอ0 ดอกไมE - ทา0 เสด้ืองเยื้องขEางซาE ย-ขวา ทง้ั สองทา0 นเ้ี ป3นทา0 ท่ีสอนใหEรEจู ักการกรายขาทั้งขาE งซEายและขาE งขวา - ท0าถีบพนัก คือท0ารำท่ีเอาเทEาขEางหน่งึ ถบี พนัก ( ทีส่ ำหรับนัง่ รำ ) แลEวเอามอื รำ ทา0 รำย่ัวทับ หรือ รำเพลงทับ เปน3 การรำหยอกลอE กันระหว0างคนตีทับกบั คนรำ โดยคนรำจะรำยวั่ ใหEคน ตีทับหลงไหลในท0ารำ เป3นทา0 รำท่แี อบแฝงไวEดEวยความสนกุ สนานและตื่นเตEน โดยผูEรำจะใชทE า0 รำที่พิสดาร เช0น ท0ามEวนหนาE มEวนหลงั ท0าหกคะเมนตลี งั กา ซงึ่ กแ็ ลEวแต0ความสามารถของผรEู ำทจี่ ะประดษิ ฐ'ทา0 รำขนึ้ มา เพราะ ทา0 รำไม0ไดEตายตวั แน0นอน เครอ่ื งดนตรจี ะเนEนเสยี งทับเปน3 สำคัญ ท0ารำรับเทริด หรือ รำขอเทริด เป3นการรำเพื่อผ0อนคลายความตึงเครียด เพราะการรำรับเทริดนิยม รำหลังจากมีการรำเฆี่ยนพรายหรือรำเหยียบลูกมะนาว เสร็จแลEว เพราะการรำเฆี่ยนพรายหรือรำเหยียบลูก มะนาวเป3นการรำที่ตEองใขEคาถาอาคม ผูEชมจะชมดEวยความตื่นตะลึงและอารมณ'เครียดตลอดเวลาที่ชม แต0การ รำขอเทริดเป3นการรำสนุก ๆ หยอกลEอกันระหว0างคนถือเทริดหริอตัวตลกกับคนขอเทริดคือโนราใหญ0ที่ตEองรำ ดEวยลีลาท0าที่สวยงาม นอกจากมีท0ารำแลEว ยังมีคำพูดสอดแทรกโตEตอบกันดEวย การรำขอเทริดนี้ตัวตลกจะเดิน รำถือเทริดออกมาก0อน แลEวคนขอจะรำตามหลังออกมาโดยคนขอยังไม0ไดEสวมเทริด การรำขอเทริดจะใชEเวลา รำประมาณ ๓๐-๔๕ นาที บรมครูของมโนราห: ราชครูมโนราห' โดยเชื่อกันว0าครูเหล0านี้คือกลุ0มคนที่เคยมีชีวิตในสมัยโบราณ ทั้งนี้จะเป3นเจาE เมือง (เมืองพัทลุง)และบรมวงศานุวงศ' จึงไม0น0าแปลกใจว0าทำไมเครื่องแต0งกายของมโนราห'จึง มีลักษณะคลEายเครื่อง ทรงกษัตริย' ซึ่งบรมครูเหล0านี้ไดEแก0 ขุนศรัทธา เจEาพระยาสายฟ^าฟาด แม0ศรีมาลา แม0นางคงคา แม0นางนวล ทองสำลี ตาม0วงแกEว ตาม0วงทอง ขุนแกEวขุนไกร พ0อเทพสิงขร เป3นตEน เหล0าตาพรานปhาและเหล0าเสนา เหล0านี้คือขEารับใชEในวัง และยังเป3นตัวตลกอีกดEวยเช0น พรานบุญ พรานเทพ พรานหนEาทอง พรานเฒ0า เป3น ตEน ตายายมโนราห' เหล0านี้ก็คือบุคคลที่เคยมีชีวิตอยู0จริงในหนEาประวัติศาสตร'แต0เมื่อสิ้นชีพไปแลEวดEวยแรง ครูจงึ ยงั คอยวนเวียนปกปกR ษร' กั ษา ลกู หลานเชื้อสายมโนราห' ตลอดมา โนราห:โรงครู โนราห' เป3นการละเล0นที่นิยมกันมากในจังหวัดภาคใตEทั่วๆไป ประวัติของโนราห'มีอยู0ว0า ในสมัยก0อน พระอิศวร หรือเทวดา ที่คอยช0วยเหลือมนุษย'จะเสด็จลงมาชมการการร0ายรำของพวกกินรี ทุกวันพระ ๘ ค่ำจน มาวันหนึ่ง เมื่อทอดพระเนตรกินรีร0ายรำแลEวก็กลับไปยังวิมานโดยทรงรำพึงว0าพวกกินรีไดEแต0รำอย0างเดียว รEอง ไม0ไพเราะ เลยจึงทรงจินตนาการต0อไปว0า ควรจะหามนุษย'รำเสียบEาง จึงส0องทิพยเนตรลงมาไปยังเมืองไกรชมพู เหน็ นาย สมวงศ'บตุ รเศรษฐี เป3นผEูสมควรจงึ คอยหาโอกาสอยจ0ู นกระทั่งวันหน่ึงนายสมวงษ' หยิบเอาขEาวนดิ แกง
๑๔ ๑๔ หน0อยใส0ลงในกระทง แลEวเซ0นใหEผีกระแซงกิน เมื่อเสร็จแลEว ก็หลับไป พระอิศวรไดEโอกาสจึงถอดเอาหัวใจนาย สมพงศ' แลEวเอาเครื่องทรงกินรี แลEวทรงสอนท0ารำของกินรีใหE ๑๒ ท0า จนนายสมวงศ' จำไดEอย0างแม0นยำ พอ ตกตอนบ0ายนายสมวงศ'ตื่นจากที่นอนแลEวตEอนควายกลับบEานแลEว อาบน้ำอาบท0าแต0งตัวเขEาไปหาบิดาขอรEอง ใหEบิดาหาเครื่องทรงใหEและบอกว0าตัวเองจะไม0เลี้ยงควายอีกต0อไป จะออกไปรำโนราห' บิดาก็ตามใจบุตรจึง จัดหาเครื่องแต0งตัวใหม0ๆ ใหEสมตามความปรารถนานับตั้งนั้นเป3นตEนมา นายสมวงศ'ก็ไดEแต0รำโนราห'เพียงอย0าง เดียว ขEาทาสชายหญิงก็เพิ่มความรักแก0นายสมวงศ' มากขึ้นๆ คงจะเห็นว0ารำดี ไม0นายสมวงศ'จะไปไหนมาไหน ก็จะนัง่ บนบ0าและตั้งแต0นนั้ มานายสมวงศ'ก็ตงั้ ตวั เป3น ขนุ ทา0 (นายโรง) อีกดEวย กิตติศัพท'ขุนท0าโนราห'ก็เลื่องลือระบือไกล นายสมวงศ'จึงไดEรับเกียรติใหEไปแสดงในเมืองสายฟ^าฟาด แต0บังเอิญ แม0นอลทองสำลีบุตรของพระยาสายฟ^าฟาดไปเป3นขุนท0ารำ กต็ ิดใจพอกลับมาถึงวังจึงชวนพวกสนม หัดรำโนราห' และแม0นวลทองสำลีก็มีทEอง พรานบุญซึ่งเป3นคนคอยคุมแม0นวลทองสำลี จึงกราบทูลพระยา สายฟ^าฟาด พระยา สายฟ^าฟาดพิโรธเอาพรานบุญกับแม0นวลทองสำลี ลอยเแพคลื่นซัดไปถึงเกาสีชังต0อมาแม0 นอลทองสำลีไดEคลอดบุตรที่เกาะสีชังชื่อว0า เทพสิงหนเม่ือบุตรเจริญวัยก็สอนใหEรำโนราห' จนมีความ ชำนาญ ต0อมาทั้งสามคน คือแม0นวลทองสำลี เทพสิงหน และพรานบุญ ก็ออกเที่ยวรำตามวัดต0างๆ จนมีชื่อเสียง เลื่อง ลือกันมาอยู0มาวันหนึ่ง ข0าวก็รูEไปถึงพระยาสายฟ^าฟาดว0า คนทั้งสามรำดีจึงสั่งใหEเพชฌฆาตมารับไปรำในวังถึง ๒ ครั้ง แต0แม0นวลทองสำลีไมย0 อมไป และครงั้ ที่ ๓ จงึ สัง่ ใหEเพชฌฆาตมารับอีกแต0นางก็ไม0ไปอกี จึงใหเE พชฌฆาต อธิฐาน ขณะนั่งเรือแลEวพุ0งหอกไปแทงจระเขEตาย นางจึงยอมเขEาไปหาพอเรือไปถึงเมืองพระยาสายฟ^าฟาด แม0 นวลทองสำลีและเทพสิงหนก็เขEาไปหาพระยาสายฟ^าฟาด เมื่อพระยาสายฟ^าฟาดเห็นเทพสิงหนซึ่งเป3นหลาน ก็ เศรEาพระทัยอาลัยรักมาก พระองค'จึงทรงส0งเสริมใหEมีการรำโนราห'และการรำโนราห'ก็ไดEเจริญอยู0ในภาคใตE ตราบจนเท0าทกุ วนั น้ี โนราโรงครูเป3นพิธีกรรมที่มีความสำคัญในวงการโนราห'เป3นอย0างยิ่ง ทั้งนี้เพราะเป3นพิธีกรรม เพื่อเชิญครูหรือ บรรพบุรุษของโนรามายังโรงพิธี เพื่อรับการเซ0นสังเวย เพื่อรับของแกEบน และเพื่อครอบเทริดหรือผูกผEาแก0ผูE แสดงโนรารุ0ยใหม0 ดEวยเหตุที่ตEองทำการเชิญครูมาเขEาทรง ( หรือมา \" ลง \" ) ยังโรงพิธี จึงเรียกพิธีกรรมนี้อีกชื่อ หนึ่ง คือ \" โนราห'ลงครู \" โดยปกติการร0ายรำมโนราหากจัดขึ้นเพื่อการชมในฐานะมหรสพก็เรียกว0า \" โนรารำ \" ถEาคณะโนราเดินทางไปแสดงต0างถิ่นในลักษณะแสดงเร0ไปเรื่อย ๆ เรียกว0า \" โนราเดินโรง \" และถEาใหEโนรา ตั้งแต0 ๒ คณะแสดงประชนั แขง0 ขันกันกเ็ รยี กว0า \" โนราห'โรงแข0ง \" \" ครู \" ตามความหมายของโนราห'มีสองความหมาย ประการแรกหมายถงึ ผสEู อนวชิ าการรอE งรำโนรา แกต0 นเอง หรือแกบ0 รรพบุรุษของตน ความหมายทสี่ อง หมายถงึ บรรพบุรุษหรือผูใE หEกำเนิดโนรา เช0นขุนศรี ศรัทธา นางนวลทองสำลี และแม0ศรีมาลา บรรพบุรุษตามความหมายนย้ี งั เรยี กอีกอย0างหน่ึงว0า \"ตายายโนรา \" สำหรับวัตถปุ ระสงค:ในการแสดงโนราโรงครมู ี 3 ประการ คือ ๑. เพื่อไหว*ครู หรือ ไหวEตายายโนรา ดEวยเหตุที่ศิลปYนตEองมีครู ดังนั้นผูEแสดงโนราหรือ เทือกเถาเหล0ากอของโนราจึงตEองยึดถือเป3นธรรมเนียมจะตEองมีการไหวEครูเหมือนศิลปYนอื่น ๆ และแสดง กตเวทิตาคณุ ตอ0 ครูของตน การไหวEครูและแสดงกตเวทิตาคณุ ของโนราทำโดยการรำโรงครนู ีเ้ อง
๑๕ ๑๕ ๒. เพือ่ แก*บน นอกเหนือจากการไหวคE รขู EางตนE แลวE โนราโดยทัว่ ไปจะถือวา0 ครูโนราของตนทล่ี ว0 งลบั ไปแลวE เปน3 ผูEทรงไวซE ึง่ ความศักดสิ์ ทิ ธิ์ ดงั น้ันเมอื่ มีเหตุเพทภัยเกิดข้ึนกับตนเอง ครอบครัว หรือญาตมติ ร กม็ ักจะ บนบานศาลกล0าวต0อบรรพชนเหล0านน้ั ใหมE าชว0 ยขจัดปดR เปhาเหตุเพทภัยนนั้ หรอื บางครัง้ บนบานศาลกล0าว ขอใหEตนประสบโชคดี ซึง่ เมอื่ สมประสงค'แลEวกต็ EองทำการแกบE นใหEลลุ ว0 งไป ๓. เพ่อื ครอบเทรดิ ธรรมเนียมนิยมอย0างหน่ึงของศลิ ปYนไทย คือการครอบมือแกศ0 ลิ ปนY ใหม0 ซ่งึ ถอื เปน3 กิจกรรมอนั เปน3 ม่งิ มงคลยงิ่ ของชวี ิตศิลปYน ซึง่ โนราก็หนีไม0พนE ธรรมเนียมนยิ มน้ี แต0เรยี กว0า \" พธิ คี รอบ เทรดิ \" หรอื \" พธิ ีผูกผาE ใหญ0 \" หรือ \" พิธีแต0งพอก \" หากพิธนี จ้ี ดั ข้นึ เม่ือใดก็ตาม จำเป3นตEองมกี ารรำโนราโรง ครูทุกครงั้ โนราโรงครมู ี ๒ ชนดิ คอื ๑. โรงครูใหญC หมายถึงการรำโนราโรงครูอย0างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะตEองกระทำต0อเนื่องกัน ๓ วัน ๓ คืน จึงจะจบพิธี โดยจะเริ่มในวันพุธ ไปสิ้นสุดในวันศุกร' และจะตEองกระทำเป3นประจำทุกปP หรือทุกสามปP ทุก หาE ปP ซ่งึ ตอE งใชEเวลาเตรียมการกนั นานและใชEทนุ ทรพั ยส' ูง จงึ เป3นการยากที่จะทำไดE ๒. โรงครูเล็ก หมายถึงการรำโรงครูอย0างย0นย0อ คือใชEเวลาเพียง ๑ วันกับ ๑ คืน โดยปกติจะเริ่มใน ตอนเย็นวันพุธแลEวไปสิ้นสุดในวันพฤหัสบดี ซึ่งการรำโรงครูไม0ว0าจะเป3นโรงครูใหญ0หรือโรงครูเล็กก็มี วัตถุประสงค'อย0างเดียวกัน ซึ่งขึ้นอยู0กับสภาวการณ'และความพรEอม การรำโรงครูเล็ก เรียกอีกอย0าง คือ \" การ ค้ำครู \" อย0างไรก็ดีไม0ว0าจะเป3นการรำโรงครูใหญ0หรือรำโรงครูเล็กนับเป3นธรรมเนียมนิยมอันดีของศิลปYนโนรา เพราะนอกจากเป3นการรำลึกถึงบุญคุณครูแลEวยังเป3นการชุมนุมบรรดาศิษย'ของโนรารุ0นต0างๆไดEอีกประการ หนึ่งดวE ย อันเปน3 หนทางใหเE กดิ สัมพันธภาพอนั ดตี 0อกันระหวา0 งครกู บั ศิษย' ศิษยก' ับศษิ ย' โนรากบั โนราใหคE งอย0ู
๑๖ ๑๖ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม ส ๑๑๒๐๑ มโนราหม: รดกวฒั นธรรมปก? ษใ: ต* ๑ ชนั้ ประถมศึกษาปทR ี่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษาความรูEความเขEาใจเกี่ยวกับขEอมูลทั่วไปของมโนราห' ซึ่งถือว0าเป3นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใตE โดยใหEผูEเรียนไดEเรียนรูEเรื่องราว ตำนาน และประวัติความเป3นมาของมโนราห' รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีท่ี เกี่ยวขEองกับมโนราห' เพื่อใหEผูEเรียนเห็นภาพและเขEาใจในศิลปวัฒนธรรมทEองถิ่นของตนเอง เรียนรูEและศึกษาส่ิง ที่อยู0ในทEองถิ่นเพื่อใหEเกิดความเขEาใจอย0างแทEจริง ตลอดจนใหEผูEเรียนไดEซึมซับในความสำคัญและคุณค0าของ มโนราห'ที่ยังใชEในการประกอบพิธีกรรม โดยพิธีกรรมนี้มีมุ0งหมายในการจัดคือเพื่อไหวEครูหรือไหวEตายาย มโนราห'อันเป3นการแสดงความกตัญ~รู Eคู ณุ ต0อครมู โนราห'และเพือ่ ทำการแกEบนเมอื่ ผูEทร่ี Eองขอประสบผลสำเรจ็ โดยใชEกระบวนการออกนอกสถานที่ซึ่งเป3นแหล0งเรียนรูEนอกสถานที่จริงคือการไปสำรวจและเรียนรEู พิธีกรรมไหวEครูมโนราห' เพื่อใหEผูEเรียนไดEสัมผัส ไดEลงมือปฏิบัติ ใชEทักษะในการคิด การสื่อสารใชEกระบวนการ กลม0ุ ในการแสวงหาความรEแู ละนำเสนอผลงาน เพื่อใหEผูEเรียนมีความรูEความเขEาใจเกี่ยวกับทEองถิ่นของตนเองและสามารถเขEาใจความหมายและ ความสำคัญของมโนราห'ซึ่งถือว0าเป3นวัฒนธรรมเก0าแก0ของภาคใตE อีกทั้งสามารถสืบสานอนุรักษ'มโนราห'ซึ่งเป3น วัฒนธรรมในทEองถิ่นและสรEางจิตสำนึกในการอนุรักษ'ภูมิปRญญาชาวบEานนำความรูEไปใชEใหEเกิดประโยชน'แก0 ตนเองและผอEู ื่น ผลการเรียนรู* ๑. รEเู ก่ียวกบั ประวัตคิ วามเป3นมาและขEอมลู ท่ัวไปของมโนราห' ๒. เขEาใจในศลิ ปวัฒนธรรมทEองถิ่นอย0างถอ0 งแทE ๓. เห็นความสำคญั ในพธิ กี รรมของมโนราห' ๔. เรยี นรูEจากการไดEลงมือปฏิบัตจิ รงิ ผ0านการคิดและส่อื สารท่ดี ี ๕. มีจติ สำนึกในการอนุรกั ษ'ภมู ปิ ญR ญาทEองถ่ิน รวมทัง้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู*
๑๗ ๑๗ โครงสรา* งรายวิชา รายวิชา มโนราหม: รดกวัฒนธรรมปก? ษ:ใต* ๑ ช้ันประถมศึกษาปRท่ี ๑ รหสั วชิ า ส ๑๑๒๐๑ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปR หนCวยการ ชอื่ หนวC ยการเรียนร*ู สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก เรยี นรท*ู ่ี (ช่วั โมง) คะแนน - เป3นการละเล0นพื้นเมืองที่สืบ ทอดกัน ๑ มานานและนิยมกันอย0างแพร0หลายใน ๑๓ ๒๕ ๒ มโนราหบ' าE นเกดิ ฉัน ภาคใตE เป3นการละเล0นที่มีทั้งการรEอง ๑๔ ๓๕ การรำ บางส0วนเล0นเป3นเรื่อง และบาง ๓ โอกาสมีบางส0วน แสดงตามคติความ ๑๓ ๔๐ ๔๐ ๑๐๐ เช่ือท่ีเป3นพธิ ีกรรม - ศึกษาเรียนรูEนอกสถานที่นั้นก็คือวัด ท0าแค จังหวัดพัทลุง ซึ่งถือว0าเป3น ตามหามโนราห' สถานที่ประกอบพิธีกรรมโรงครูมโนราห' ทม่ี ชี ่อื เสยี งของภาคใตE - ใหEนักเรียนศึกษาความเป3นมาของ ตำนานมโนราห'และนำเสนอหนEาช้ัน เรียนเพื่อเสริมสรEางความเขEาใจอย0าง สืบสานตำนานมโนราห' ถ0องแทE พรEอมทั้งใหEนักเรียนฝiกฝนการ รำประกอบจังหวะมโนราห'เพื่อใหEเด็ก เรียนรEูการปฎบิ ัตจิ ริง รวม
๑๘ ๑๘ คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ส ๑๒๒๐๑ มโนราหม: รดกวัฒนธรรมปก? ษ:ใต* ๒ กลมCุ สาระการเรียนรส*ู งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั ประถมศึกษาปRที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษาวิเคราะห'และปฏิบัติเกี่ยวกับการแต0งกายของมโนราห' ซึ่งถือว0าเป3นเอกลักษณ'และคุณค0าทาง วัฒนธรรมของภาคใตE ซึ่งประกอบไปดEวย เทริด เป3นเครื่องประดับศีรษะของตัวนายโรงหรือโนราใหญ0หรือตัว ยืนเครื่อง เครื่องลูกปRดรEอยดEวยลูกปRดสีเป3นลายมีดอกดวง ใชEสำหรับสวมลำตัวท0อนบนแทนเสื้อ ปPกนกแอ0น หรือปPกเหน0ง ทับทรวงปPกหรือหางหงส' ผEานุ0ง สนับเพลา ผEาหEอยหนEา ผEาหEอยขEางกำไลตEนแขน-ปลายแขน และ เล็บ ทั้งหมดนี้เป3นเครื่องแต0งกายของโนราใหญ0หรือโนรายืนเครื่อง ส0วนเครื่องแต0งกายของตัวนางหรือนางรำ เรียกว0า \"เครื่องนาง” ไม0มีกำไลตEนแขนทับทรวง และปPกนกแอ0น รวมทั้งใหEผูEเรียนไดEฝiกปฏิบัติในการรEอยลูกปRด มโนราห' ซึ่งเป3นการสรEางรายไดEเพื่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว ทำใหEเกิดผลผลิตและถือเป3นการอนุรักษ' ศลิ ปวัฒนธรรมทอE งถิ่นอกี ดวE ย โดยใชEกระบวนการออกนอกสถานที่ซึ่งเป3นแหล0งเรียนรูEนอกสถานที่จริงเพื่อใหEผูEเรียนไดEเรียนรูE ฝiก ปฏิบัติ ลงมือกระทำ ผ0านการเรียนรูEโดยปราชญ'ชาวบEาน ซึ่งใชEทักษะในการคิดการสื่อสาร ใชEทักษะ กระบวนการกลุ0มในการแสวงหาความรูEและการนำเสนอผลงาน เพื่อใหEผูEเรียนเป3นส0วนหนึ่งของสมาชิกใน ทEองถน่ิ ทด่ี ี มีทศั นคตใิ นการประกอบอาชีพเพือ่ พัฒนาความเปน3 อยท0ู ่ีดใี หEกบั ตนเองและบุคคลในทอE งถิ่น เพื่อใหEผูEเรียนเกิดการเรียนรูEที่ใชEไดEจริงในชุมชน ไดEเห็นภาพและลงมือปฏิบัติ แลEวสามารถนำไปปรบั ใชE ในชีวิตประจาวันไดE เขEาใจถึงความสำคัญของวิถีชีวิตในชุมชน อีกทั้งสามารถนาความรูEมาปรับใชEไดEอย0างมี ประสิทธิภาพ มีความรูEที่ช0วยวิเคราะห'ถึงวิธีการในการอนุรักษ'ชุมชน มีวินัย ความอดทน มุ0งมั่นและไม0ย0อทEอ สามารถช0วยเหลือชุมชนไดอE ยา0 งมปี ระสิทธภิ าพ ผลการเรยี นร*ู ๑. รEูเกี่ยวกบั รปู แบบการแต0งกายของมโนราห' ๒. เรียนรEกู ารรอE ยลกู ปดR มโนราห'ไดEอยา0 งถ0องแทE ๓. เห็นความสำคญั ในวถิ ีชวี ติ ของชุมชน ๔. เรยี นรEูจากการไดลE งมอื ปฏบิ ัติจริง ๕. ช0วยเหลือชุมชนไดอE ยา0 งมีประสทิ ธิภาพในการอนรุ กั ษท' Eองถนิ่ รวมทัง้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู*
๑๙ ๑๙ โครงสรา* งรายวิชา รายวชิ า มโนราห:มรดกวัฒนธรรมป?กษใ: ต* ๒ ชัน้ ประถมศึกษาปRท่ี ๒ รหสั วชิ า ส ๑๒๒๐๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปR หนCวยการ ชื่อหนวC ยการเรียนร*ู สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก เรยี นรทู* ี่ (ชวั่ โมง) คะแนน - การแต0งกายของมโนราห' ซึ่งถือว0าเป3น ๑ เอกลักษณ'และคุณค0าทางวัฒนธรรม ๑๑ ๓๐ ๒ การแตง0 กายมโนราห' ของภาคใตE ซึ่งประกอบไปดEวย ๒๐ ๔๐ ตัวนอE ย ส0วนประกอบหลายอย0างที่จะภาษาใหE ๓ กลายเป3นชุดมโนราห'ที่มีความสวยงาม ๙ ๓๐ ๔๐ ๑๐๐ และโดดเด0นของภาคใตE - ศึกษาเรียนรูEนอกสถานที่นั้นก็คือโรง ละครมโนราห' โดยจะใหEผูEเรียนฝiกการ ลกู ปRดหรรษา รEอยลูกปRดมโนราห'ผ0านปราชญ'ชาวบEาน ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาชีพไดEใน อนาคตและเป3นการฝกi สมาธิอกี ดEวย - นำความรูEมาปรับใชEใหEไดEอย0างมี ประสิทธิภาพสามารถวิเคราะห'ถึง นกั สำรวจจ๋วิ ว ิ ธ ี ก า ร ใ น ก า ร ด ู แ ล แ ล ะ อ น ุ ร ั ก ษ' ศิลปวัฒนธรรมทEองถิ่นของภาคใตEและ สามารถชว0 ยเหลอื ชุมชนไดEอย0างดี รวม
๒๐ ๒๐ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ส ๑๓๒๐๑ มโนราหม: รดกวัฒนธรรมป?กษใ: ต* ๓ กลมCุ สาระการเรยี นรสู* งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศกึ ษาปทR ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษาเรียนรูEเกี่ยวกับเครื่องดนตรีมโนราห' โดยเครื่องดนตรีของมโนราห' ส0วนใหญ0เป3นเครื่องตีใหE จังหวะ ประกอบดEวย ทับ (โทนหรือทับโนรา) มี ๒ ใบ เสียง ต0างกันเล็กนEอย ใชEคนตีเพียงคนเดียว เป3นเครื่องตี ที่สำคัญ ที่สุด เพราะทำหนEาที่คุมจังหวะและเป3นตัวนำในการเปลี่ยน จังหวะทำนองตามผูEรำ กลองทำหนEาท่ี เสริมเนนE จงั หวะและ ลอE เสียงทบั ปPQ โหม0ง หรอื ฆEองคู0 ฉ่ิง และแตระ โดยใชEกระบวนการเรียนรูEแบบบรรยาย อภิปราย ศึกษาจากปราชญ'ชาวบEาน สืบคEนหาความรูEจาก ทEองถิ่นของตนเองและลงมือปฏิบัติจริง โดยผ0านกระบวนการกลุ0มในการแสวงหาความรูEและนำเสนอผลงาน นอกจากนมี้ ีการศึกษาเรยี นรสEู ถานทีจ่ รงิ เพ่ือใหนE ักเรยี นสามารถเกดิ ทักษะการคดิ การสอ่ื สารและลงมือกระทำ เพื่อใหEผูEเรียนเกิดความศรัทธา หวงแหนในวัฒนธรรมของทEองถิ่นตนเอง สามารถพัฒนาเต็มศักยภาพ ทั้งร0างกาย อารมณ' จิตใจ สังคมและสติปRญญา มีความสามารถในการแสวงหาความรูE ไดEคิด ไดEปฎิบัติจริงและ สรุปความรูEดEวยตนเอง นำความรูEไปประยุกต'ใชEในชีวิตประจำวันและผูEเรียนไดEมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ หรือศึกษาระดับข้นั ท่สี งู ตอ0 ไป ผลการเรียนร*ู ๑. รูเE กย่ี วกับเคร่อื งดนตรปี ระกอบจงั หวะในการแสดงมโนราห' ๒. บอกหนาE ทแ่ี ละบทบาทของเคร่ืองดนตรแี ต0ละชนิดไดE ๓. เหน็ ความสำคญั ของภมู ปิ RญญาทอE งถิน่ ในการรังสรรค'เครอ่ื งดนตรี ๔. เรยี นรจูE ากการไดEลงมือปฏิบัตจิ ริง และสามารถนำมาปรบั ใชใE นชวี ติ ประจำวนั ไดE ๕. มีความศรัทธาและหวงแทนในวฒั นธรรมทอE งถน่ิ ของตนเอง รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรียนรู*
๒๑ ๒๑ โครงสรา* งรายวิชา รายวิชา มโนราห:มรดกวฒั นธรรมป?กษใ: ต* ๓ ชนั้ ประถมศกึ ษาปทR ่ี ๓ รหัสวชิ า ส ๑๓๒๐๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปR หนวC ยการ ช่อื หนวC ยการเรยี นรู* สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั เรียนรทู* ี่ (ชว่ั โมง) คะแนน - เครื่องดนตรีของมโนราห' ส0วนใหญ0 ๑ เป3นเครือ่ งตใี หEจังหวะ ประกอบดEวย ทับ ๑๐ ๒๕ ๒ (โทนหรือทับโนรา) มี ๒ ใบ เสียง ๒๐ ๔๕ ต0างกันเล็กนEอย ใชEคนตีเพียงคนเดียว ๓ มาเล0นดนตรกี นั เป3นเครื่องตีที่สำคัญ ที่สุด เพราะทำ ๑๐ ๓๐ ๔๐ ๑๐๐ หนEาที่คุมจังหวะและเป3นตัวนำในการ เปลี่ยน จังหวะทำนองตามผูEรำ กลองทำ หนEาที่เสริมเนEนจังหวะและ ลEอเสียงทับ ปQP โหมง0 หรอื ฆEองค0ู ฉิง่ และแตระ - ศกึ ษาความรEูแนวทางในการเลน0 เครื่อง ดนตรีมโนราห'จากปราชญ'ชาวบEานเพื่อ รEอง เตEน เลน0 ดนตรี นำมาใชEประกอบจังหวะใหEเหมาะสมกับ ยุคสมัยและสามารถมีท0ารำประกอบ เพื่อความสนกุ สนานและสวยงาม - สรEางความภาคภูมิใจรักและศรัทธาอีก ทั้งหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมทEองถิ่น ของตนเองและมีการดำเนินชีวิตตาม มรดกลำ้ คา0 ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามทำใหE เห็นความสำคัญของศิลปะทEองถิ่นอย0าง มโนราห'และสามารถนำไปปรับใชEใน ชีวิตประจำวันไดอE ย0างมปี ระสิทธภิ าพ รวม
๒๒ ๒๒ คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ ส ๑๔๒๐๑ มโนราห:มรดกวัฒนธรรมปก? ษ:ใต* ๔ กลCุมสาระการเรียนรส*ู งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปทR ี่ ๔ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษา คEนควEา ความรูEเกี่ยวกับการขับรEองของมโนราห' ซึ่งมโนราห'แต0ละตัวจะตEองอวดลีลาการรEองขับ บทกลอนในลักษณะต0างๆ เช0น เสียงไพเราะดังชัดเจน จังหวะการรEองขับถูกตEองเรEาใจ มีปฏิภาณในการคิด กลอนรวดเร็ว ไดEเนื้อหาดี สัมผัสดี มีความสามารถในการรEองโตEตอบ แกEคำอย0างฉับพลันและคมคาย เป3นตEน การทำบท โดยถือเป3นการอวดความสามารถในการตีความหมายของบทรEองเป3นท0ารำ ใหEคำรEองและท0ารำ สัมพันธ'กันตEองตีท0าใหEพิสดารหลากหลายและครบถEวน ตามคำรEองทุกถEอยคำตEองขับบทรEองและตีท0ารำใหE ประสมกลมกลืนกบั จังหวะและลลี า ของดนตรอี ยา0 งเหมาะสม การทำบทจึงเปน3 ศลิ ปะสุดยอดของมโนราห' โดยใชEกระบวนการออกนอกสถานที่ซึ่งเป3นแหล0งเรียนรูEนอกสถานที่จริงเพื่อใหEผูEเรียนไดEสัมผัสไดEลงมือ กระทำ ใชEทักษะการคิด การสื่อสารและใชEกระบวนการกลุ0มในการแสวงหาความรูEและนำเสนอผลงาน อีกทั้ง ใชEคำถามกระตุEนความสงสัยใคร0รูE เพื่อใหEผูEเรียนสามารถสืบเสาะ หาความรูE สำรวจตรวจสอบ และอภิปราย ร0วมกันเพอื่ หาคำตอบในเร่ืองทสี่ งสัย เพื่อใหEผูEเรียนเห็นความสำคัญของรากฐานทางวัฒนธรรมซึ่งเป3นสิ่งที่แสดงถึงวิถีการดำเนินชีวิต ความคิด ความเชื่อ ค0านิยม จารีตของคนในทEองถิ่น บ0งบอกถึงความเป3นอัตลักษณ'และสะทEอนถึงวิถีชีวิตของ สังคมที่พัฒนาไปสู0การมีคุณภาพชีวิตที่ดี อีกทั้งเพื่อใหEผูEเรียนเกิดความคิดสรEางสรรค'ในการรังสรรค'การขับรEอง และการทำบทผ0านการใชEกระบวนการคิดสรEางสรรค' และเพื่อใหEผูEเรียนเห็นความสำคัญของกิจกรรมส0วนรวม และมคี 0านิยมที่ดีในดาE นการมีทักษะชวี ติ ที่ดเี พ่ือรว0 มกนั พัฒนาทอE งถิ่นใหEใชEชวี ิตอยใู0 นสังคมอย0างมีความสุข ผลการเรียนร*ู ๑. รูEเกี่ยวกับการขบั รอE งและการทำบทมโนราห' ๒. สามารถตคี วามหมายของบทรEองเปน3 ทา0 รำ ๓. เรียนรใูE หEบทรEองและตีทา0 รำใหปE ระสมกลมกลนื กบั จงั หวะและลลี า ๔. เรยี นรจEู ากการไดลE งมือปฏิบัติจรงิ ผ0านกระบวนการคิดสรEางสรรค' ๕. ความสำคัญของอัตลกั ษณท' างวฒั นธรรมในทอE งถิ่นของตนเอง รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรียนรู
๒๓ ๒๓ โครงสรา* งรายวชิ า รายวชิ า มโนราห:มรดกวฒั นธรรมปก? ษใ: ต* ๔ ชัน้ ประถมศึกษาปทR ี่ ๔ รหสั วิชา ส ๑๔๒๐๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปR หนCวยการ ชื่อหนวC ยการเรยี นร*ู สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก เรียนร*ูที่ (ช่ัวโมง) คะแนน - มโนราห'แต0ละตัวจะตEองอวดลีลาการ ๑ รEองขับบทกลอนในลักษณะต0างๆ เช0น ๑๐ ๓๐ ๒ เสียงไพเราะดังชัดเจน จังหวะการรEอง ๑๕ ๑๔ ขับรอE งฟอ^ นรำ ขับถูกตEองเรEาใจ มีปฏิภาณในการคิด ๓ กลอนรวดเร็ว ไดEเนื้อหาดี สัมผัสดี มี ๑๕ ๔๕ ๔๐ ๑๐๐ ความสามารถในการรEองโตEตอบ แกEคำ อยา0 งฉบั พลันและคมคาย - มโนราห'แต0ละสำนักจะมีลีลาในการ ขับรEองที่แตกต0างกันไป ผูEเรียนจึงควร มโนราห'นา0 ฉงน ศึกษาเพ่ือเป3นแนวทางในการฝiกปฏิบัติ และสามารถวิเคราะห'ในการนำมา ประกอบการเรียน - ใหEนักเรียนสรEางสรรค'บทขับรEองที่ สอดคลEองกับชีวิตประจำวันเพื่อฝiก สรEางสรรค'มโนราห' ความคิดสรEางสรรค'และไหวพริบในการ คดิ บทมโนราห' รวม
๒๔ ๒๔ คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม ส ๑๕๒๐๑ มโนราห:มรดกวฒั นธรรมปก? ษ:ใต* ๕ กลุมC สาระการเรยี นร*ูสงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปทR ่ี ๕ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษาวิเคราะห'และปฏิบัติเกี่ยวกับการรำมโนราห' โดยแต0ละตัวตEองรำอวดความชำนาญและ ความสามารถเฉพาะตน โดยการรำผสมท0าต0างๆ เขEาดEวยกันอย0างต0อเนื่องกลมกลืน แต0ละท0ามีความถูกตEอง ตามแบบฉบับ มีความคล0องแคล0วชำนาญที่จะเปลี่ยนลีลาใหEเขEากับจังหวะดนตรี และตEองรำใหEสวยงามอ0อน ชEอยหรือกระฉับกระเฉงเหมาะแก0กรณี บางคนอาจอวดความสามารถในเชิงรำเฉพาะดEาน เช0น การเล0นแขน การทำใหEตัวอ0อน การรำทา0 พลิกแพลง เป3นตEน โดยใชEกระบวนการเรียนรูEที่เสริมสรEางความเขEาใจการปฏิบัติโดยการดัดแปลงท0าทางการรำมโนราห'ใหE สอดคลEองกับเพลงในยุคสมัยปRจจุบัน และมีการบรรยายอภิปรายจากปราชญ'ชุมชนเพื่อสรEางความตระหนัก และแนวทางการปฏิบตั ิเพอื่ อนุรักษ'ศิลปวฒั นธรรมทEองถน่ิ ภาคใตE เพื่อใหEนักเรียนเกิดการเรียนรูEที่ใชEไดEจริง นำไปปรับใชEในชีวิตประจำวันไดE มีความรูEและความเขEาใจใน การอนุรักษ'ศิลปวัฒนธรรมและมีกระบวนการคEนหาความรูEดEวยตนเอง เกิดกระบวนการคิดสรEางสรรค' สามารถ เชอ่ื มโยงความรนEู ำไปปรบั ใชEในชวี ิตประจำวนั ไดE ผลการเรียนรู* ๑. รูเE ก่ยี วกบั การร0ายรำท0ามโนราห' ๒. เรยี นรใEู นการเปล่ียนลลี าใหเE ขEากบั จงั หวะดนตรี ๓. เขEาใจในการนำกระบวนทา0 ไปดดั แปลงท0ารำใหเE ขาE กับยคุ สมยั ๔. เรยี นรจูE ากการไดEลงมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ ผา0 นกระบวนการคดิ สราE งสรรค' ๕. ตระหนกั ในความสำคัญของการอนุรักษศ' ลิ ปวฒั นธรรมทอE งถ่นิ รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรียนร*ู
๒๕ ๒๕ โครงสร*างรายวชิ า รายวชิ า มโนราห:มรดกวัฒนธรรมป?กษใ: ต* ๕ ช้นั ประถมศกึ ษาปRที่ ๕ รหสั วชิ า ส ๑๕๒๐๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ปR หนวC ยการ ชอื่ หนวC ยการเรยี นรู* สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก เรยี นรทู* ี่ (ชั่วโมง) คะแนน - การรำมโนราห' โดยแต0ละตัวตEองรำ ๑ อวดความชำนาญและความสามารถ ๑๐ ๓๐ เฉพาะตน โดยการรำผสมท0าต0างๆ เขEา ๒ รำตามฉบับมโนราห' ดEวยกันอย0างต0อเนื่องกลมกลืน แต0ละท0า ๒๐ ๔๐ มีความถูกตEองตามแบบฉบับ มีความ ๓ คล0องแคล0วชำนาญที่จะเปลี่ยนลีลาใหE ๑๐ ๓๐ เขาE กบั จังหวะดนตรี ๔๐ ๑๐๐ - สริมสรEางความเขEาใจการปฏิบัติโดย การดัดแปลงท0าทางการรำมโนราห'ใหE ทา0 รำสราE งสรรค' สอดคลEองกับเพลงในยุคสมัยปRจจุบัน และมีการบรรยายอภิปรายจากปราชญ' ชุมชน - นักเรียนเกิดการเรียนรูEที่ใชEไดEจริง นำไปปรับใชEในชีวิตประจำวันไดE มี หวงแหนบาE นเกดิ ความรูEและความเขEาใจในการอนุรักษ' ศิลปวัฒนธรรมและมีกระบวนการ คEนหาความรูดE Eวยตนเอง รวม
๒๖ ๒๖ คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ ส ๑๖๒๐๑ มโนราห:มรดกวัฒนธรรมปก? ษ:ใต* ๖ กลุCมสาระการเรียนรส*ู งั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรร ชั้นประถมศกึ ษาปทR ่ี ๖ เวลา ๔๐ ช่วั โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผูEเรียนเขEาใจบริบทของมโนราห'ในทEองถิ่นทั้งหมดจนนำไปสู0ความคิดสราE งสรรค'และต0อยอดช0วยพัฒนา อาชีพในทEองถิ่น อีกทางเพื่อเป3นการเสริมสรEางอตระหนัก และเห็นคุณค0าในศิลปวัฒนธรรมภาคใตE ทั้งคุณค0า ทางจิตใจคุณค0าทางมรดกวัฒนธรรมเพื่อใหEเยาวชนรูEสึกรักและหวงแหงในรากฐานของมโนราห' นำไปสู0การต0อ ยอดของอาชีพ ผูEสอนเป3นผูEถ0ายทอดความรูEใหEแก0ผูEเรียนในการปฏิบัติแสดงรำมโนราห' ซึ่งทำใหEผูEเรียนเกิดการ ปฎิบัติจริง นอกจากนี้ผูEสอนเป3นผูEถ0ายทอดความรูEใหEกับผูEเรียนไดEเรียนรูEเทคโนโลยีสาระสนเทศในทEองตลาด หลากหลายรูปแบบ เช0น การขายสินคEาออนไลน' (ลูกปRดมโนราห' ชุดแต0งกายมโนราห' เป3นตEน) การทำ Pages สำหรับแสดงการรำมโนราห'และสำหรับแสดงสินคEาเกี่ยวกับมโนราห' แนวทางในการออกแบบผลิตภัณฑ'ใหE น0าสนใจเพื่อเพิ่มช0องทางการขายสินคEาในทEองถิ่นและสรEางรายไดEใหEกับคนในชุมชน ที่สำคัญยังเป3นการ เผยแพร0 วฒั นธรรมอนั ดงี ามและเก0าแกข0 องภาคใตE อธิบาย และเห็นคุณค0าของมโนราห'ซึ่งเป3นศิลปะวัฒนะธรรมที่ควรจะรักษาและหวงแหนนอกจากนี้ อธิบายความสำคัญของเทคโนโลยีสาระสนเทศที่มีผลสำคัญอย0างยิ่งในการพัฒนาสินคEาและการแสดงมโนราห' รวมเป3นการฝiกปฏิบัติการใชEเทคโนโลยีสาระสนเทศใหEชำนาญจนสามารถเป3นแนวทางในการต0อยอดอาชีพไดE หลายรปู แบบ เพื่อใหEนักเรียนเห็นความสำคัญของอาชีพภายในชุมชนและการต0อยอดอาชีพ โดยการนำเทคโนโลยี และหลักการคEาในทEองตลาดตามหลักเศรษฐศาสตร' เขEามาเกี่ยวขEองจนสามารถสรEางสรรค'สิ่งใหม0 ๆ ใหEเกิดข้ึน ภายในชมุ ชน พรอE มทัง้ สามารถสราE งอาชพี ในตนเองและคนชุมชนไดอE ยา0 งหลากหลาย ผลการเรยี นรู* ๑. รEูและเขEาใจในบรบิ ทของมโนราห'ทง้ั หมด ๒. เกิดทกั ษะในการสรEางสรรค'และการคิดดEวยตนเอง ๓. เขEาใจในบริบทของชมุ ชนและบทบาทหนาE ทข่ี องตนเองในการดูแลศลิ ปวฒั นธรรมทอE งถิน่ ๔. เขาE ใจความสำคัญของเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ นำมาเช่ือมโยงกับมโนราห' ๕. เห็นคณุ คา0 และหว0 งแหงในศิลปวฒั นธรรมทอE งถิ่น รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู*
๒๗ ๒๗ โครงสร*างรายวิชา รายวชิ า มโนราหม: รดกวัฒนธรรมป?กษ:ใต* ๖ ชั้นประถมศกึ ษาปRที่ ๖ รหัสวชิ า ส ๑๖๒๐๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปR หนวC ยการ ชื่อหนวC ยการเรยี นร*ู สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก เรยี นรท*ู ่ี (ชัว่ โมง) คะแนน - เขEาใจบริบทของมโนราห'ในทEองถิ่น ๑ ทั้งหมดจนนำไปสู0ความคิดสรEางสรรค' ๑๕ ๓๕ ๒ และต0อยอดช0วยพัฒนาอาชีพในทEองถ่ิน อีกทางเพื่อเป3นการเสริมสรEางอ ๑๕ ๔๐ ๓ ฉนั รกั มโนราห' ต ร ะ ห น ั ก แ ล ะ เ ห ็ น ค ุ ณ ค 0 า ใ น ศิลปวัฒนธรรมภาคใตE ทั้งคุณค0าทาง ๑๐ ๒๕ จิตใจคุณค0าทางมรดกวัฒนธรรมเพื่อใหE ๔๐ ๑๐๐ เยาวชนรูEสึกรักและหวงแหงในรากฐาน ของมโนราห' - ศึกษาเรียนรEู เห็นความสำคัญของ อาชีพภายในชุมชนและการต0อยอด อาชีพ โดยการนำเทคโนโลยี และ มโนราหใ' นโลกออนไลน' หลักการคEาในทEองตลาดตามหลัก เศรษฐศาสตร' เขEามาเกี่ยวขEองจน สามารถสรEางสรรค'สิ่งใหม0 ๆ ใหEเกิดขึ้น ภายในชมุ ชน - เห็นคุณค0าของมโนราห'ซึ่งเป3นศิลปะ วัฒนะธรรมที่ควรจะรักษาและหวงแหน สืบสานมโนราห' พรEอมทั้งสามารถสรEางอาชีพในตนเอง และคนชุมชนไดEอย0างหลากหลาย และ ยั่งยืน รวม
๒๘ ภาคผนวก
๒๙ การแตCงกายมโนราห: เครื่องดนตรมี โนราห:
๓๐ มโนราหโ: รงครู
Search
Read the Text Version
- 1 - 32
Pages: