Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สภาพทั่วไปของจังหวัดสุพรรณบุรี

สภาพทั่วไปของจังหวัดสุพรรณบุรี

Description: สภาพทั่วไปของจังหวัดสุพรรณบุรี

Search

Read the Text Version

สว่ นที่ ๑ สภาพท่วั ไปของจงั หวัดสพุ รรณบุรี 1. จังหวัดสพุ รรณบุรี แผนที่จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ที่มา : สำนกั งำนพฒั นำธรุ กิจกำรคำ้ จังหวัดสุพรรณบุรี แผนทธี่ รุ กจิ จงั หวัด คำขวัญจังหวดั สุพรรณบุรี “เมอื งยุทธหัตถี วรรณคดีข้นึ ช่ือ เลอ่ื งลือพระเครือ่ ง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวตั ิศำสตร์ แหล่งปรำชญศ์ ลิ ปนิ ภำษำถิน่ ชวนฟัง” ๑-๑

ประวัติความเปน็ มาของจงั หวดั สุพรรณบุรี ตราประจาจังหวดั ดวงตรำเป็นภำพยุทธหัตถี ระหว่ำงสมเด็จพระนเรศวร มหำรำชกับพ ระมหำอุปรำชำแห่งพม่ำ เหตุที่ใช้ เครื่องหมำยนี้ก็เพรำะเหตุว่ำ กำรศึกคร้ังนี้ ใน พ.ศ. 2135 ทำให้เมืองไทยได้รับอิสรภำพชัยชนะดังกล่ำว จนได้รับ กำรเผยแพร่ช่ือเสียงและกิตติคุณของพระมหำกษัตริย์ไทย ท้ังในและต่ำงประเทศ ประกอบกับบริเวณที่กระทำยุทธ หัตถีก็อยู่ในอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งนัก โบรำณคดีกล่ำวว่ำ ชื่อสุพรรณบุรีเปลี่ยนมำจำกคำว่ำ อทู่ องและสุพรรณภูมติ ำมลำดับ ธงประจาจงั หวดั รูปกำรทำยุทธหตั ถรี ะหวำ่ งสมเด็จพระนเรศวรมหำรำช กับพระมหำอปุ รำชำแหง่ พม่ำ ในพื้นธงสีเ่ หลยี่ มผืนผำ้ สีน้ำเงิน - แสด ดอกสพุ รรณิการ์ ชื่ อ ภ ำ ษ ำ อั ง ก ฤ ษ : Cotton Tree, Yellow Silk Cotton, Butter Cup, Torchwood ช่ือพฤกษศำสตร์ : Cochlospermum religiosum Alston พื ช ใน ว งศ์ Cochlospermaceae - Bixaceae มี ต้ น กำเนิดมำจำกอเมริกำกลำงและอเมริกำใต้ เป็นไม้ยืนต้น สงู 5 - 15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ผลัดใบ เปลือก สีเทำถึงสีน้ำตำลเรียบ กิ่งก้ำนมักคดงอ ใบเดี่ยวเรียง เวียนสลับ แผ่นใบรูปฝ่ำมือ ปลำยแฉกแหลม โคนใบเว้ำ ขอบหยักเป็นคล่ืน ผิวใบ มีขนส้ันนุ่ม สีเขียวสด เมื่อแก่ ใกล้ร่วงเปลยี่ นเป็นสีแดง ดอกมสี เี หลือง มีทั้งพนั ธุ์ดอกกลีบชน้ั เดียวและกลีบดอก ซ้อนดอกออกเป็นแขนงตำมปลำย กิ่ง โดยออกปีละครั้งในช่วงเดือนธันวำคม ถึงมีนำคม ผลเป็นรูปไข่กลบั ปลูกเป็นไม้ประดับท่ัวทุกภำคของไทย ข้ึนได้ดใี นดนิ ทร่ี ว่ นซุย กอ่ นออกดอกจะทิ้งใบหมด ผลแกร่ ะหวำ่ งเดอื นมนี ำคม ชอบกลำงแจง้ และแสงแดดจัด ๑-๒

ต้มมะเกลอื ชอื่ วทิ ยำศำสตร์ Diospyros mollis Griff วงศ์ EBENACEAE ชอื่ สำมัญ Ebony Tree ช่ืออืน่ มักเกลือ มะเกือ ลักษณะไม้ต้น ขนำดกลำงถึงขนำดใหญ่ สูง 10 - 30 เมตร ลำตน้ เปลำตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลมกง่ิ อ่อนมีขน นุ่มเป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Ebenaceae พบขึ้นตำมป่ำ เบญจพรรณทัว่ ไป เรือนยอดเป็นพุ่มกลมกงิ่ อ่อนมขี นนุ่ม ผลดิบของมะเกลือมีสรรพคุณเป็นยำ จัดเป็นพืช สมุนไพรชนิดหน่ึง สมัยก่อนนิยมใช้ยำงผลมะเกลือไปย้อมผ้ำ มะเกลือเป็นพันธ์ุไม้พระรำชทำนเพ่ือปลูกเป็น มงคลของจังหวัดสุพรรณบุรีในภำคเหนือเรียกต้นไม้ชนิดน้ีว่ำ มะเกีย มะเกือ หรือ ผีผำ ทำงใต้เรียกว่ำ เกลือ แถบเขมร-ตรำดเรยี ก มกั เกลอื 2. ข้อมูลประวตั ศิ าสตร์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจังหวัดท่ีมีควำมเก่ำแก่ ท่ีบริเวณที่รำบลุ่มแม่น้ำท่ำจีนหรือแม่น้ำสุพรรณบุรี ในเขตภำคกลำงด้ำนตะวันตกของประเทศไทย มีอำยถุ ึงยุคหนิ ใหม่ ประมำณ 3,500 – 4,000 ปี สืบตอ่ เนื่อง มำจนถึงยุคสัมฤทธ์ิและยุคเหล็กอำยุรำว 2,500 ปี ล่วงเข้ำสู่ยุคสุวรรณภูมิ ฟูนัน อมรวดี ทวำรวดี ลพบุรี อู่ทอง อยุธยำ จวบจนถึงปัจจุบัน สุพรรณบุรี เป็นเมืองหน้ำด่ำนที่สำคัญของอยุธยำด้ำนตะวันตก ในประวัติศำสตร์ไทย รบกับพม่ำ จำนวน 33 ครั้ง เป็นกำรรบติดพันใกล้เมืองหลวง โดยมีจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสมรภูมิเลือดถึง 6 ครั้งใหญ่ๆ ชำวสุพรรณ เปน็ ผู้สืบสำยเลือดนักรบโดยแท้ กำรรบท่ดี ุเดือดและเป็นเกยี รติ ประวัติอันยำวนำนแห่งสงครำมไทยรบกับพม่ำ คือสงครำมยุทธหัตถีระหว่ำงสมเด็จพระนเรศวรมหำรำช และพระมหำอุปรำชำท่ีดอนเจดีย์ เป็นกำรประกำศอิสรภำพจำกพม่ำโดยเด็ดขำด โบรำณวัตถุ โบรำณสถำน โบรำณวัตถุ โบรำณสถำนท่ีพบเป็นท่ีประจักษ์พยำนบ่งบอกว่ำจงั หวัดสุพรรณบรุ ี มคี วำมเป็นมำต้ังแต่ยุคมนุษย์ หินใหม่ และยังเป็นเมืองพุทธศำสนำ เนื่องจำกพบพุทธประติมำกรรมอยู่ท่ัวไป จำกสถิติพบไม่น้อยกว่ำ 140-150 ครั้ง ต้ังแต่สมัยอมรวดี เป็นต้นมำ จึงสันนิษฐำนได้ว่ำเป็นเมืองท่ีพุทธศำสนำฝังรำกไว้อย่ำงแน่นหนำ ไม่น้อยกว่ำ 2,300 ปีมำแล้ว รำว พ.ศ. 700 - 800 อำณำจักรสุวรรณภูมิ ซ่ึงมีเมืองนครปฐมเป็นรำชธำนี ตอ้ งตกเป็นเมืองเอกของจินละ (เขมร) ต่อมำรำว พ.ศ. 1113 พวกไทยเมืองละโว้ได้กู้อิสรภำพสำเรจ็ อำณำจักร สุวรรณภูมิโบรำณนี้ได้กลับมีควำมเจริญรุ่งเรืองอีกวำระหน่ึง และมีชื่อใหม่ว่ำ “อำณำจักรทวำรวดี” ในสมัยนั้น เมืองอู่ทอง (สุพรรณบุรี) คงจะเจริญเป็นปึกแผ่นแล้ว ดังจะเห็นได้จำกหลักฐำนท่ีกรมพระยำดำรงรำชำนุภำพ ทรงเล่ำไว้ในนิทำนโบรำณคดีเร่ือง “เมืองอู่ทอง” ว่ำ “ข้ำพเจ้ำเข้ำไปดูเมืองท้ำวอู่ทอง เมืองตั้งอยู่ฝั่งตะวันตก ของลำน้ำจระเข้สำมพัน ดูเป็นเมืองแก่ ใหญ่โต เคยมีป้อมปรำกำรก่อด้วยศิลำ แต่หักพังไปเสียเกือบหมดแล้ว ยงั เหลอื คงรปู แต่ประตเู มอื งแห่งหน่งึ กับป้อมปรำกำร…” เมืองทวำรวดี (นครปฐม) เจริญแล้วก็เสื่อมลงตำมควำมเปลี่ยนแปลงทำงภูมิศำสตร์ และสงครำม บำงครำวถึงกับทิ้งร้ำงไปนำน ๆ เม่ือถึงสมัยอู่ทอง พระยำพำนได้พยำยำมบูรณะใหม่ แต่น้ำท่ำไม่อุดมสมบูรณ์ เหมือนสมัยโบรำณ พระยำพำนจึงได้แต่เพียงซ่อมองค์พระปฐมเจดีย์ แล้วสถำปนำเมืองพันธุมบุรีบนฝั่งแม่น้ำท่ำจีน ขึ้นแทนระหว่ำง พ.ศ.1420 -1425 และได้ครองเมืองนี้ต่อมำจนสวรรคตในรำว พ.ศ. 1459 พระพรรษำ ได้ครองรำชย์แทน แต่กลับเสด็จไปครองเมืองอู่ทองซึ่งใหญ่กว่ำเมืองอู่ทองจึงเป็นรำชธำนี เรียกว่ำ “เมืองศรี อยุธยำ” อยู่ระยะหน่ึง ต่อมำเหตุกำรณ์เมืองพันธุมบุรีได้เงียบหำยไปรำวสองศตวรรษ มำปรำกฏเร่ืองรำวอีกคร้ังหนึ่ง เม่ือพระเจ้ำกำแต เชื้อสำยมอญ ได้เสวยรำชย์ในเมืองอู่ทอง แล้วย้ำยรำชธำนีกลับมำอยู่ท่ี เมืองพันธุมบุรี ๑-๓

ได้มอบหมำยให้มอญน้อย (พระญำติ) สร้ำงวัดสนำมไชย และบูรณะวัดลำนมะขวิด (วัดป่ำเลไลยก์) ใน บริเวณเมืองพันธุมบุรีเสียใหม่ เมื่อบูรณะวัดแล้ว ข้ำรำชกำรได้เกิดศรัทธำในพ ระพุทธศำสนำ และชวนกัน ออกบวชถึงสองพันคน จึงได้เรียกช่ือเมืองใหม่ว่ำ “เมืองสองพันบุรี” เมืองอู่ทอง มีกษัตริย์ครองรำชย์สืบต่อกัน มำหลำยพระองค์เรียกว่ำ “พระเจ้ำอู่ทอง” ท้ังส้ิน และพระรำชธิดำของพระเจ้ำอู่ทองได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ำ รำม โอรสพระเจ้ำศิริชัยเชียงแสน ต่อมำ พระเจ้ำรำมข้ึนครองเมืองอู่ทองแทน (พ่อตำ) คนทั่วไปเรียกว่ำ “พระ เจ้ำอู่ทอง” เม่ือขุนหลวงพระง่ัว (พ่ีมเหสี) ขึ้นครองเมืองสองพนั บุรี และได้ย้ำยไปครองเมืองอู่ทอง ตอ่ มำเมืองอู่ ทอง ต้องกลำยเป็นเมืองร้ำง เพรำะแม่นำ้ จระเขส้ ำมพัน เปลี่ยนทำงเดินใหม่และต้ืนเขิน ซ้ำรำ้ ย ยังเกดิ โรค ห่ำ (อหิวำตกโรค) อีกด้วย ขุนหลวงพระงั่วจึงย้ำยกลับมำประทับท่ีเมืองสองพันบุรี และภำยหลังจึงได้เปลี่ยนชื่อ เมืองเสียใหมว่ ่ำ “เมืองสุพรรณบรุ ี”เมอ่ื พ.ศ. 1890 เมืองสุพรรณบุรี ท่ีสร้ำงข้ึนในสมัยอู่ทองน้ัน ต้ังอยู่ทำงฝั่งขวำของแม่น้ำสุพรรณบุรี (ท่ำจีน) ยังมีคู และกำแพงเมืองปรำกฏอยู่จนกระท่ังทุกวันนี้ แต่ตัวเมืองในปัจจุบันต้ังอยู่ท่ีตำบลท่ำพ่ีเล้ียงทำงฝั่งซ้ำยของแม่น้ำ สันนิษฐำนว่ำคงย้ำยมำเมื่อสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เพรำะในสมัยกรุงธนบุรีมีศึกพม่ำเข้ำมำประชิดติดพัน คงไม่มเี วลำว่ำงที่จะทรงคดิ ในเรื่องกำรสร้ำงบ้ำนเมอื งใหม่ขึ้นในสมัยรัชกำลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คำดเดำว่ำ เมืองที่ย้ำยมำตั้งขึ้นใหม่ ยังคงเป็นป่ำเสียส่วนใหญ่บ้ำนเรือนรำษฎร มีเฉพำะบริเวณริมแม่น้ำท่ำจีนเท่ำนั้นห่ำง จำกลำน้ำออกไป เป็นป่ำอยู่แทบทั้งสิ้นตำมที่สุนทรภู่กวีเอก ของไทยไปเที่ยวเมืองสุพรรณ ยังพรรณ นำไว้ ในโคลงนิรำศสุพรรณว่ำ “ได้พบเสืออยู่ในบริเวณเมืองสุพรรณ” ตั้งแต่สมัยโบรำณมีคติถือกันโดยเคร่งครัดว่ำ “ห้ำมมิให้เจ้ำนำยเสด็จไปเมืองสุพรรณ” แต่จะห้ำม มำแต่ครั้งใดและด้วยเหตุผลประกำรใดนั้น ไม่มีผู้ตอบได้ จนกระทั่ง ถึงต้นรัชกำลท่ี 5 ก็ยังคงถือกันเป็นประเพณี อยู่เช่นนี้เรื่อยมำ เม่ือสมเด็จกรมพระยำดำรงรำชำนุภำพ ดำรงตำแหน่งเสนำบดีกระทรวงมหำดไทย จะเสด็จ ไปตรวจรำชกำรท่เี มืองน้ี พระยำอำ่ งทองยังทลู หำ้ มไว้ โดยถวำยเหตุผลว่ำเทพำรักษ์หลักเมืองไม่ชอบเจ้ำนำย ถ้ำเสด็จไปมักจะทำให้เกิดอันตรำยต่ำงๆ แต่สมเด็จกรมพระยำดำรงรำชำนุภำพ ไม่ทรงเชื่อทรงเสด็จไปเมือง สพุ รรณบุรีเป็นพระองค์แรก เพื่อจะทรงตรวจรำชกำรท่ีเมืองน้ีให้จงได้กำรจะช่วยเหลือให้ควำมสะดวก หรือกำร ทำนุบำรุงบ้ำนเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ยิ่งข้ึนน้ัน ไม่ใช่กำรไปทำควำมชั่ว เทพำรักษ์ประจำเมืองคงจะไม่ให้โทษเป็นแน่ เม่ือเสด็จกลับจำกตรวจรำชกำรคร้ังน้ันแล้ว ก็ไม่ทรงได้รับภยันตรำยประกำรใด เจ้ำนำยพระองค์อื่น เม่ือเห็น เช่นน้ันก็ทรงเลิกเชื่อถือคติโบรำณ และเร่ิมเสด็จประพำสกันต่อมำเนืองๆ ครั้นเม่ือ พ.ศ. 2447 พระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำอย่หู ัวเสด็จประพำสเมืองสุพรรณอีกคร้ังหน่ึง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมำก็ไม่มีผู้ใดพูด ถึงคติท่ีห้ำมเจ้ำนำยมิให้เสด็จไปเมืองสุพรรณอีกเลย เป็นอันว่ำในปัจจุบันไม่ว่ำ เจ้ำนำยหรือคนธรรมดำสำมัญ ถำ้ จะไปเทย่ี วเมอื งสุพรรณบุรีก็คงจะไปได้ทุกโอกำสโดยไม่มีข้อห้ำมหวงกีดกนั อย่ำงใด ในสมัยรัชกำลท่ี 5 เมื่อมีกำรปกครองมณฑลเทศำภิบำล เมืองสุพรรณก็รวมอยู่ในมณฑล นครชัยศรี ซ่ึงประกอบด้วย เมืองนครชัยศรีสุพรรณบุรี และสมุทรสำคร ในปี พ.ศ. 2438 จนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 2456 มีกำรเปลี่ยนชือ่ เมืองมำเปน็ จังหวัด เมืองสพุ รรณบรุ ี จึงเป็น “จังหวัดสพุ รรณบรุ ี” ต้งั แตน่ ้นั มำ 3. สภาพทางภูมศิ าสตร์ จังหวัดสุพรรณบุรี ต้ังอยู่ในภำคตะวันตกของประเทศ มีแม่น้ำท่ำจีนหรือแม่น้ำสุพรรณบุรีเป็นแม่น้ำสำยหลัก ซ่งึ ไหลผ่ำนตำมแนวยำวของจังหวัด จำกเหนือจรดใต้จังหวัดสุพรรณบุรตี ้ังอยู่ระหว่ำงเส้นรุ้งที่ ๑๔ – ๑๕ องศำเหนือ เส้นแวงที่ ๙๙ - ๑๐๐ องศำตะวันตกอยู่สูงจำกระดับน้ำทะเลปำนกลำง ๓ - ๑๐ เมตรมีพื้นท่ีท้ังหมดประมำณ ๕,๓๕๘.๐๐๘ ตำรำงกิโลเมตร หรือประมำณ ๓,๓๔๘,๗๗๕.๐๑ ไร่ อยู่ห่ำงจำกกรุงเทพมหำนคร ตำมทำงหลวง หมำยเลข ๓๔๐ ประมำณ ๑๐๗ กโิ ลเมตร มีอำณำเขตติดต่อจังหวดั ใกลเ้ คยี ง ดงั นี้ ๑-๔

ทศิ เหนือ ติดต่อกับจงั หวดั ชยั นำท และจังหวัดอุทยั ธำนี ทศิ ใต้ ติดตอ่ กับจงั หวดั นครปฐม ทศิ ตะวันออก ตดิ ตอ่ กับจงั หวดั อ่ำงทอง, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวดั พระนครศรีอยธุ ยำ ทิศตะวันตก ตดิ ต่อกับจังหวัดกำญจนบรุ ี และจังหวัดอุทยั ธำนี 3.1 สภาพภูมปิ ระเทศ แบ่งออกเป็น ๒ เขต ดังน้ี 3.3.1 บ ริ เว ณ เทื อ ก เข ำสู งแ ล ะพื้ น ท่ี ล อ น ล ำด ส ลั บ ล อ น ชั น (Mountainous And Undulating Plain) เร่ิมตั้งแต่ทำงทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภออู่ทองทอดข้ึนไปทำงทิศเหนือขนำนกับ เส้นแบ่งเขตแดนจังหวัดกำญจนบุรี มีควำมลำดเทร้อยละ ๒ – ๘ ลักษณะพื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลำด สลับเชิงเขำ ส่วนด้ำนทิศตะวันตกของอำเภอด่ำนช้ำงมีสภำพเป็นลูกคลื่นลอนลำดสลับซับซ้อนจนถึงเทือกเขำชัน เป็นแนวเขตที่ติดกับเขตเทือกเขำตะนำวศรีมียอดเขำสูงสุดคือยอดเขำเทวดำมีควำมสูงประมำณ ๑,๒๒๓ เมตร เหนือระดบั นำ้ ทะเลปำนกลำง 3.3.2 บริเวณที่รำบลุ่ม (Plain) เป็นพ้ืนท่ีอยู่ทำงทิศตะวันออกของจังหวัดตลอดแนว อยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี ท้ัง ๒ ฝ่ังตลอดแนวต้ังแต่เหนือจรดใต้ครอบคลุมพื้นท่ีของอำเภอเดิมบำงนำงบวช อำเภอสำมชุก อำเภอดอนเจดยี ์ อำเภอศรีประจนั ต์ อำเภอเมืองสพุ รรณบรุ ี อำเภอบำงปลำม้ำ อำเภอสองพน่ี ้อง และบำงส่วนของอำเภออทู่ อง 3.2 สภาพภมู ิอากาศ สภำพภูมิอำกำศโดยท่ัวไปได้รับอิทธิพลจำกลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีลักษณะคล้ำยคลึงกับ จังหวดั อ่ืนๆในภำคกลำง มี ๓ ฤดู คอื 3.2.1 ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่กลำงเดือนกุมภำพันธ์ ถึงกลำงเดือนพฤษภำคม ประมำณ ๓ เดือน เดอื นเมษำยนเปน็ เดอื นทอ่ี ำกำศรอ้ นอบอำ้ วมำกท่ีสุด 3.2.2 ฤดูฝน เริ่มจำกเดือนพฤษภำคมถึงกลำงเดอื นตุลำคม รวมระยะเวลำ๕ เดอื น ฝนจะตก มำกในเดือนสงิ หำคม และเดอื นกันยำยน 3.2.3 ฤดูหนำว เร่ิมจำกปลำยเดือนตุลำคม ถึงกลำงเดือนกุมภำพันธ์ประมำณ ๔ เดือน ฤดูหนำวอำกำศในจังหวัดสุพรรณบุรี จะหนำวเย็น แต่อุณหภูมิไม่ลดต่ำมำกนัก เพรำะอยู่ปลำยมรสุม ตะวนั ออกเฉียงเหนอื อุณหภูมิจำกข้อมูลจังหวัดสุพรรณบุรี มีอุณหภูมิเฉล่ียตลอดปี ๒๘.๒ องศำเซลเซียส เดือนเมษำยนเป็นเดือนท่ีมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด คือ ๓๙.๔ องศำเซลเซียส เดือนธันวำคมเป็นเดือนท่ีมีอุณหภูมิ ตำ่ สดุ เฉล่ีย ๑๕.๓ องศำเซลเซียส 4. บุคคลสาคญั ของจังหวดั สพุ รรณบุรี 4.1 สมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี ๑ (ขุนหลวงพะงั่ว) เป็นพระมหำกษัตริย์พระองค์แรกในรำชวงศ์ สุพรรณภูมทิ ่ีได้ครองกรุงศรีอยธุ ยำ ต้ังแต่ปี พ.ศ. 1913 - 1931 รวมเป็นระยะเวลำ 18 ปี พระองคเ์ ป็นพระเชษฐำ ของมเหสีในสมเด็จพระรำมำธิบดีท่ี 1 (พระเจ้ำอู่ทอง) และเป็นพระมำตุลำ (ลุง) ของสมเด็จพระรำเมศวร สันนิษฐำนว่ำพระองค์เปน็ รำชบุตรพระองคท์ ่ี 5 เพรำะคำว่ำ \"งว่ั \" หมำยถึงลำดับท่ี 5 ตำมกำรนับเลขแบบไทย และเป็นพระเชษฐำของพระมเหสีในสมเด็จพระรำมำธิบดีที่ 1 ซึ่งสมเด็จพระรำมำธิบดีที่ 1 ตรัสเรียกพระองค์ ว่ำพระเชษฐำ เม่ือสมเด็จพระรำมำธิบดีท่ี 1 ทรงสถำปนำกรุงศรีอยุธยำเมื่อปี พ.ศ. 1893 ในกำรนั้นพระองค์ ทรงสถำปนำขุนหลวงพะง่ัวข้ึนเป็น \"สมเด็จพระบรมรำชำธิรำช\" พร้อมท้ังโปรดให้ขึ้นไปครองรำชสมบัติ ณ เมืองสุพรรณบุรี ภำยหลังกำรสวรรคตของสมเด็จพระรำมำธิบดีท่ี 1 สมเด็จพระรำเมศวรพระรำชโอรส ในสมเด็จพระรำมำธิบดีที่ 1 เสด็จมำแต่เมืองลพบุรีและขึ้นเสวยรำชสมบัติสืบต่อมำ โดยพระองค์ยังคง ครองรำชสมบตั ิอยทู่ เ่ี มืองสพุ รรณบุรเี ช่นเดิม ๑-๕

จนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 1913 พระองค์ได้เสด็จจำกเมืองสุพรรณบุรีมำยังกรุงศรีอยุธยำ ควำมทรำบถึง สมเด็จพระรำเมศวร พระองค์จึงเสดจ็ ออกไปอัญเชิญเสดจ็ พระมำตลุ ำเข้ำสู่พระนคร หลงั จำกนน้ั สมเดจ็ พระรำเมศวร ได้ถวำยรำชสมบัติแก่พระองค์และถวำยบังคมลำเสด็จไปครองเมืองลพบุรีตำมเดิม พระองค์เสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 1931 รวมระยะเวลำในกำรครองรำชสมบัติได้ 18 ปี โดยสมเด็จพระเจ้ำทองลัน พระรำชโอรส ของพระองคไ์ ด้เสดจ็ ข้ึนครองรำชสมบตั สิ บื ไป 4.๒ สมเด็จพระสังฆราช องค์ท่ี ๑๗ (ปุ่น ปุณณสิริ) สมเดจ็ พระอริยวงศำคตญำณ พระนำมเดิม ปุ่น สุขเจริญ ฉำยำ ปุณฺณสิริ เป็นสมเด็จพระสังฆรำช สกลมหำสังฆปริณำยกพระองค์ที่ 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลำรำมรำชวรมหำวิหำร สมเด็จพระสังฆรำช (ปุ่น สุขเจริญ) ประสูติท่ีตำบลต้นตำล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ทรงศึกษำปริยัติธรรม ได้เปรียญธรรม 6 ประโยค และยังมีควำมรู้ด้ำน ภำษำอังกฤษและภำษำจีนอีกด้วย ท่ำนเป็นพระภิกษุที่ชอบศึกษำค้นคว้ำ ชอบฟังปำฐกถำจนมีควำมรู้กว้ำงขวำง และมีควำมสำมำรถด้ำนกำรประพันธ์ ปรำกฏผลงำนมำกมำย เช่น หนี้กรรมหนี้เวร พุทธชยันตี ลิขิตสมเด็จ และยังเป็นองค์เทศนำ (ปฏิภำณ) ท่ีเป็นเย่ียม ทรงได้รับกำรสถำปนำ เป็นสมเด็จพระอริยวงศำคตญำน สมเด็จพระสังฆรำชสกลมหำสังฆปริณำยก องค์ที่ 17 เจ้ำอำวำสวัดเชตุพนวิมลมังคลำรำม เมื่อปี พ.ศ. 2515 ในรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช ดำรงพระยศอยู่ 1 ปีเศษ สิ้นพระชนม์เม่ือ วันที่ 7 ธันวำคม พ.ศ. 2516 สิรพิ ระชนั ษำได้ 77 ปี 252 วนั อนุสรณ์สถำนท่ีชำวสุพรรณยงั ระลึกถึงพระคุณ ของท่ำนจวบจนทุกวันน้ี คือ กำรสร้ำงโรงพยำบำลสมเด็จพระสังฆรำชองค์ที่ 17 ข้ึน ท่ีบ้ำนเกิดของท่ำน คือ อำเภอสองพ่นี อ้ ง จงั หวัดสุพรรณบุรี 4.3 พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) นำมเดิมมีชื่อว่ำ “สด มีแก้วน้อย” เกิดเมื่อวันท่ี ๑๐ ตุลำคม ๒๔๒๗ ในรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หวั ท่ีบำ้ น สองพี่น้อง ต.สองพ่ีนอ้ ง อ.สองพี่นอ้ ง จ.สุพรรณบุรี ก่อนอุปสมบท ได้เรียนหนังสือเม่ือเยำว์วัยกับพระภิกษุ ซึ่งเป็น น้ำชำย ณ วัดสองพ่ีน้อง ต่อมำได้ศึกษำอักษร สมัยท่ีวดั บำงปลำ อ.บำงเลน จ.นครปฐม เมอ่ื อำยุ ๑๔ ปี โยมบดิ ำถึงแกก่ รรม ท่ำนดำเนินกำรค้ำสืบตอ่ จำกบิดำ จนถึงอำยุ ๒๒ ปี และปี ๒๔๔๙ ได้อุปสมบท ณ วัดสองพ่ีน้อง โดยมีพระอำจำรย์ดี วัดประตูสำร เป็นพระอุปัชฌำย์ หลวงพ่อเหนี่ยง อินฺทโชโต เป็นพระกรรมวำจำรย์ พระอำจำรย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ เป็นพระอนุสำวนำจำรย์ ได้รับนำมฉำยำว่ำ “จนฺทสโร” เม่ืออุปสมบทแล้วจำพรรษำอยู่วัดสองพี่น้อง ๑ พรรษำ และเรียนกรรมฐำนกับ หลวงพ่อโหน่ง และหลวงพ่อเนียม ในระยะเวลำส้ันๆ ปวำรณำพรรษำแล้วเดินทำงมำจำพรรษำ ณ วัดพระเชตุพน วิมลมังคลำรำมรำชวรมหำวิหำร กรุงเทพมหำนคร เพ่ือเล่ำเรียนพระปริยัติธรรมต่อไป สมัยสมเด็จพระพุฒำจำรย์ (เข้ม) กับ สมเด็จพระวนั รัต (เผื่อน) พระมงคลเทพมุนี หรือหลวงพ่อสด เร่ิมอำพำธด้วยโรคควำมดันโลหิตสูง ตั้งแต่เดือนมีนำคม พ.ศ.๒๔๙๘ มีอำกำรขึ้นๆ ลงๆ พล.ร.จ.เรียง วิภัตติภูมิประเทศ ผู้อำนวยกำร โรงพยำบำลทหำรเรือ เป็นแพทย์ประจำตัว ดแู ลรักษำหลังจำกได้รับสมณศักด์ิเป็นพระรำชำคณะที่ “พระมงคลเทพมุนี” เมื่อปี ๒๕๐๐ อำกำรของโรคเพิ่ม มำกขึ้น แต่กำลังใจของท่ำนนั้นเข้มแข็ง ไม่แสดงอำกำรรันทดใจใดๆ กำรต้อนรับแขกด้วยอำกำรยิ้มแย้มเสมอ หลวงพ่อสด อำพำธได้ประมำณ ๒ ปีเศษ จึงถึงแกก่ ำลมรณภำพด้วยอำกำรอันสงบ ณ ตึกมงคลจนั สร เมื่อวันท่ี ๓ กมุ ภำพนั ธ์ ๒๕๐๒ เวลำ ๑๕.๐๕ น. สริ อิ ำยุได้ ๗๕ ปี พรรษำ ๕๓ 4.4 มหาอามาตย์นายก เจ้าพระยายมราช นำมเดิม ปั้น สุขุม เกิดวันอังคำรท่ี 15 กรกฎำคม พ.ศ. 2405 ท่ีบ้ำนยะมะรัชโช จังหวัดสุพรรณบุรี ครอบครัวเป็นคหบดีตั้งบ้ำนเรือนอยู่ท่ี ตำบลบ้ำนน้ำตก ริมแม่น้ำฟำกตะวันออก ด้ำนใต้จำกตัวเมืองสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวน 6 คนของนำยกลั่น และนำงผึ้ง ภริยำคือ ท่ำนผู้หญิงตลับ (ณ ป้อมเพชร) ศึกษำเล่ำเรียนทำงพระปริยัติธรรมจนได้เปรียญ จึงลำสิกขำบทแล้วถวำยตัวอยู่กับสมเด็จพระเจ้ำบรมวงศ์เธอกรมพระยำดำรงรำชำนุภำพ เริ่มต้นชีวิตรำชกำร โดยเป็นครูสอนภำษำไทยโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลำบ ได้รับพระรำชทำนบรรดำศักดิ์เป็น “ขุนวิจิตรวรสำส์น” ต่อมำ พ.ศ.2429 ตำมเสด็จพระเจ้ำลูกยำเธอ 4 พระองค์ ในพระเจ้ำอยู่หัวรัชกำลท่ี 5 ที่เสด็จฯ ไปทรงศึกษำ ๑-๖

ณ ประเทศองั กฤษ โดยเป็นพระอำจำรยส์ อนภำษำไทย ช่วงเวลำน้ันได้ศึกษำภำษำอังกฤษแตกฉำน ท้ังมีโอกำส ตำมเสด็จไปศึกษำดูงำนในท่ีต่ำงๆ กระท่ังได้รับโปรดเกล้ำฯ เป็นผู้ช่วยเลขำนุกำรทูตสยำม ณ กรุงลอนดอน และเป็น \"พระวิจิตรวรสำส์น\" เลขำนุกำรทูตไทย ประเทศสหรัฐอเมริกำในเวลำต่อมำ พ.ศ.2437 กลับประเทศไทย เข้ำรับรำชกำรในกระทรวงมหำดไทย ตำแหน่งเลขำนุกำรเสนำบดี ถึง พ.ศ.2439 โปรดเกล้ำฯ ให้เลื่อนเป็นที่ “พระยำสุขุมนัยวินิต” ดำรงตำแหน่งเทศำภิบำลมณฑลนครศรีธรรมรำช เป็นคนแรก ตลอดระยะเวลำ 10 ปี ไดพ้ ฒั นำปรับปรุงระเบียบกำรปกครองเจ็ดหัวเมอื งภำคใตเ้ ป็นอย่ำงดี โดยเฉพำะอย่ำงย่ิงรำชกำรในปี พ.ศ. 2449 รัฐบำลได้มอบรฐั ไทรบุรี กลันตัน ตรงั กำนู และเปอร์ลิส ให้รฐั บำลอังกฤษ เพอ่ื แลกเปลยี่ นให้ชำวอังกฤษและคนใน เมืองขึ้น ต้องมำข้ึนศำลไทย พระยำสุขุมนัยวินิตก็ได้ปฏิบัติกำรน้ีให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โปรดเกล้ำฯ ให้ดำรง ตำแหน่งเป็นเสนำบดีกระทรวงโยธำธิกำร และเสนำบดีกระทรวงนครบำล ตำมลำดับ และได้รับแต่งต้ังให้เป็น คณะท่ีปรกึ ษำรำชกำรแผน่ ดนิ ของมกฎุ รำชกมุ ำร ผลงำนระหว่ำงกลับมำรับรำชกำรในส่วนกลำง นอกจำกกำรปกครอง และอีกมำกมำย งำนรำชกำรสนองพระรำชดำริ ทำงด้ำนกำรช่ำงและกำรก่อสร้ำงผลงำนยังเป็นท่ีปรำกฏ อำทิ เป็นผู้ดูแลกำรก่อสร้ำงพระที่นั่งอัมพรสถำน และพระท่ีน่ังอนันตสมำคม รับผิดชอบกำรสร้ำงประปำ พระนคร ไฟฟ้ำนครหลวง ผู้อำนวยกำรสร้ำงถนน สะพำนทุกแห่งคุณูปกำรต่ำงๆ นั้น ส่งให้ได้รับพระรำชทำน บรรดำศักดิ์ “เจ้ำพระยำยมรำช” เมื่อวันท่ี 16 พฤศจิกำยน พ.ศ. 2451 จนถึงแผ่นดินรัชกำลที่ 6 ได้รับ โปรดเกล้ำฯ ให้ดำรงตำแหน่ง “มหำอำมำตย์นำยก” เทียบเท่ำกับยศจอมพล (ยศมหำอำมำตย์นำยก มีบุคคล เพียง 2 ท่ำนท่ีได้รับพระรำชทำน อีกบุคคลหน่ึงคือ สมเดจ็ พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ กรมพระยำเทวะวงศ์วโรปกำร) และเน่ืองจำกได้รับบรรดำศักด์ิชั้นยศเป็นเจ้ำพระยำยมรำช ช้ันหิรัณยบัฏซ่ึงสูงสุดอยู่แล้ว จึงทรงยกให้เป็น เจ้ำพระยำยมรำชชั้นสุพรรณบัฏ เทียบเท่ำกับเชื้อพระวงศ์ และเป็นสำมัญชนคนแรกท่ีได้รับพระรำชทำน เครื่องรำชอิสริยำภรณ์ช้ันสูงสุด คือ นพรัตน์รำชวรำภรณ์ ทั้งได้รับพระรำชทำนนำมสกุลเป็นสกุลแรก คือ “สุขุม” เจ้ำพระยำยมรำชกรำบบังคมทูลลำออกจำกรำชกำร เมื่อวันท่ี 11 มีนำคม 2468 รวมอำยุรำชกำร ท้ังสิ้น 43 ปี ต่อมำภำยหลังกำรเปล่ียนแปลงกำรปกครอง พ.ศ. 2475 ขณะท่ีพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว อำนันทมหิดล รัชกำลท่ี 8 ยังทรงพระเยำว์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ และอยู่ในตำแหน่งนจ้ี นถึงแกอ่ สัญกรรม เม่ือวนั ท่ี 30 ธนั วำคม พ.ศ. 2481 สิรอิ ำยุ 75 ปี 4.๕ พลโทพระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป) พลอำกำศโท พระยำเฉลิมอำกำศ (สุณี สุวรรณประทีป) (26 เมษำยน พ.ศ. 2430 - 14 กันยำยน พ.ศ. 2498) เป็นนักบินคนแรกของประเทศไทยและเป็นผู้ให้ กำเนิดกองทัพอำกำศไทย พระยำเฉลิมอำกำศ มีนำมเดิมว่ำ สุณี สุวรรณประทีป เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษำยน พ.ศ. ๒๔๓๐ ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เข้ำมำศึกษำต่อที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิรำชำวำส โรงเรียนวัดมหำพฤฒำรำม และโรงเรียนสวนกุหลำบวิทยำลัย จำกน้ันเข้ำศึกษำต่อที่โรงเรียนนำยร้อยทหำรบก ได้คะแนนดีเย่ียม จำกน้ันเข้ำรับรำชกำรทหำรท่ำนได้รับทุนไปศึกษำวิชำกำรบินที่ประเทศฝร่ังเศส ขณะมียศ เป็น นำยพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยำวุธ เป็นนักบินรุ่นแรก คนหนึ่งในจำนวน ๓ คน ซ่ึงประกอบด้วย นำยร้อยเอกหลวง อำวุธสิขิกร (หลง สินศุข) (ต่อมำเป็น นำวำอำกำศเอก พระยำเวหำสยำนศิลปสิทธ์ิ) และนำยร้อยโท ทิพย์เกตุทัต (ต่อมำเป็น นำวำอำกำศเอก พระยำทะยำนพิฆำต) รับรำชกำรเป็นนักบินในกองทัพจนมียศเป็นนำยพลโท บรรดำศักดิ์เป็นพระยำเฉลิมอำกำศ เมื่อ พ.ศ. 2463 เป็นผู้ริเร่ิมหน่วยบินซ่ึงเดิมมีเครื่องบินเพียง ๘ ลำ จนพัฒนำ มำเป็น กรมอำกำศยำนทหำรบก และกลำยเป็นกองทัพอำกำศไทย ในเวลำต่อมำนำยพลโท พระยำเฉลิมอำกำศ พน้ จำกหน้ำที่ “เจ้ำกรมอำกำศยำน” ภำยหลังมกี ำรปฏิวตั ิสยำม พ.ศ. 2475 ซ่ึงได้มีคำสั่ง “ยกเลิกชั้นนำยพล ในกองทัพไทย” และกลับเข้ำทำหน้ำท่ีผู้กำกับกำรบินพลเรือน เป็นนำยทหำรนอกรำชกำร ในปี พ.ศ. 2481 ภำยหลังได้รับพระรำชทำนยศ พลอำกำศโท พระยำเฉลิมอำกำศ และลำออกจำกรำชกำรเม่ือ พ.ศ. 2486 นำยพลโท พระยำเฉลิมอำกำศ ถึงแก่อนิจกรรม เม่ือวันที่ ๑๔ กันยำยน พ.ศ. ๒๔๙๘ ณ โรงพยำบำลจุฬำลงกรณ์ สิริอำยุ ๖๘ ปี ๖ เดือน ๑-๗

4.6 นายมนตรี ตราโมท เป็นบุตรนำยยิ้ม และนำงทองอยู่ เกิดที่บ้ำนท่ำพ่ีเล้ียง อำเภอเมือง สุพรรณบุรี เม่อื วนั ท่ี 17 มิถุนำยน พ.ศ. 2443 เดิมช่ือ “บญุ ธรรม” ในสมยั ที่มกี ำรประกำศสำนักนำยกรฐั มนตรี เรื่องกำรตั้งชื่อ บุคคล ท่ำนจึงเปล่ียนชื่อเป็น “มนตรี” เม่ือวันท่ี 15 เมษำยน 2485 สำหรับนำมสกุล “ตรำโมท” เป็นนำมสกุลท่ี พระองค์เจ้ำคำรบ ประทำนให้ มีสำเนียงล้อ “ปรำโมช” ของพระองค์ท่ำน ผลงำนทำงด้ำนข้อเขียน ของ ครูมนตรีที่ท่ำนภำคภมู ิใจอีกอย่ำงหนง่ึ ก็คอื เมื่อทำงรำชกำรสร้ำงพระรำชำนสุ ำวรยี ์สมเด็จพระนเรศวรมหำรำช ทจ่ี ังหวดั สุพรรณบุรแี ลว้ เสร็จ ได้จัดให้ผ้เู ชีย่ วชำญจำนวนมำกเรยี บเรียงข้อควำมที่จะจำรกึ เทิดทูนพระวรี เกียรติ ประวัติของพระองค์ โดยใช้ถ้อยคำแต่น้อยกินควำมมำก เพื่อให้พอเหมำะกับขนำดแผ่นจำรึกท่ีฐำนพระรำชำ นุสำวรีย์ ผลกำรคัดเลือกปรำกฏว่ำ ข้อควำมของครูมนตรีได้รับกำรพิจำรณำให้จำรึกในแผ่นศิลำดังกล่ำว หน้ำที่กำรงำนของครูมนตรี เจริญรุ่งเรืองมำตำมลำดับจนเล่ือนเป็นชั้นเอก ต่อมำได้มีพระบรมรำชโองกำร โปรดเกล้ำฯ แต่งตง้ั ใหท้ ่ำนดำรงตำแหน่งศิลปินพิเศษ เม่ือวันท่ี 3 กุมภำพันธ์ 2504 นับเป็นศลิ ปินคนแรกของ กรมศิลปำกรที่ได้รับชั้นพิเศษ เมื่อท่ำนเกษียณอำยุ กรมศิลปำกรพิจำรณำเห็นว่ำท่ำนมีควำมรู้ ควำมสำมำรถ ในด้ำนวิชำกำรศิลปดุริยำงค์ไทย จึงจ้ำงไว้ช่วยรำชกำรต่อมำอีก 5 ปี จำกน้ันก็จ้ำงในฐำนะลูกจ้ำงชั่วครำว ตำแหนง่ ผู้เช่ียวชำญดนตรีไทยกับคีตศิลปไ์ ทย ทั้งภำคทฤษฎีและภำคปฏิบัติในวิทยำลัยนำฏศิลป์ กรมศิลปำกร นอกจำกกำรทำงำนประจำในหน้ำที่ที่กรมศิลปำกรแล้ว ท่ำนยังเป็นอำจำรย์พิเศษสอนตำมมหำวิทยำลัยอีกหลำยแห่ง ครมู นตรี เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ท่ำนเคยได้รับเกียรติให้เป็นกรรมกำรมำกมำยหลำยคณะ เช่น เป็นกรรมกำรตัดสิน เพลงชำติ เป็นกรรมกำรศิลปะของสภำวัฒนธรรมเป็นประธำนกรรมกำรกำรรับรองมำตรฐำนวิทยำลัยเอกชน สำขำดุริยำงคศิลปะของทบวงมหำวิทยำลัย เป็นรองประธำนกรรมกำรตัดสินกำรอ่ำนทำนองเสนำะ เป็นกรรมกำรตัดสินคำประพันธ์เรื่องเฉลิมพระเกียรติพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว เป็นท่ีปรึกษำ คณะกรรมกำรจดั ทำแบบเรยี นวิชำดนตรศี กึ ษำของกรมวิชำกำร กระทรวงศึกษำธกิ ำร ฯลฯ 4.7 นายบรรหาร ศิลปอาชา เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหำคม พ.ศ. 2475 ท่ีจังหวัดสุพรรณบุ รี เป็นบุตรคนท่ี 4 ในจำนวน 6 คน ของนำยเซ่งกิม และนำงสำยเอ็ง แซ่เบ๊ เดิมมีช่ือว่ำ “นำยเต็กเซียง แซ่เบ๊” จบกำรศึกษำช้ันประถมท่ีจังหวัดสุพรรณบุรี เข้ำกรุงเทพฯ มำเรียนหนังสือชั้นมัธยมท่ีโรงเรียนวัฒนศิลป์วิทยำลัย แต่ตอ้ งหยุดเรียนไป เนอ่ื งจำกเกดิ สงครำมโลกครั้งท่ีสอง จึงหนั ไปทำงำนกับพ่ีชำย และก่อตั้งบริษัทรบั เหมำก่อสรำ้ ง เป็นของตัวเองชื่อ บริษัท สหศรีชัยก่อสร้ำง เมื่อวันที่ 10 เมษำยน พ.ศ. 2496 และ พ.ศ. 2505 ก่อตั้ง ห้ำงหุ้นส่วนจำกัด นทีทอง และพ.ศ. 2508 ก่อต้ังบริษัทวำรทิพย์ จำกัด และเป็นตัวแทนจำหน่ำยคลอรีน ให้กบั กำรประปำส่วนภูมิภำค จนมีฐำนะร่ำรวย ต่อมำลงสมัครรับเลือกต้ังเป็นนักกำรเมือง จึงเริ่มเรียนหนังสือต่อจนจบ ปริญญำตรี คณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยรำมคำแหง เม่ือ พ.ศ. 2529 และศึกษำต่อปริญญำโทนิติศำสตร์ ที่มหำวิทยำลัยเดียวกัน นำยบรรหำรเข้ำสู่วงกำรเมืองจำกกำรชักชวนของ นำยบุญเอ้ือ ประเสริฐสุวรรณ ต้ังแต่มีกำรก่อตั้งพรรคชำติไทยเมื่อ พ.ศ. 2517 โดยได้รับแต่งตั้งเป็นสมำชิกสภำนิติบัญญัติแห่งชำติ ในปี พ.ศ. 2516 และเป็นสมำชิกวุฒิสภำ ในปี พ.ศ. 2518 ก่อนท่ีจะลงสมัครรับเลือกต้ังสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ พ.ศ. 2519 และ ได้รับเลือกต้ังเป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร มำทุกสมัยที่มีกำร เลือกต้ัง ต่อมำขึ้นดำรงตำแหน่งเลขำธิกำรพรรคชำติไทย ในปี พ.ศ. 2523 และในปีเดียวกันน้ันถูกนำยพินิจ จันทรสุรินทร์ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดลำปำง และคณะรวม 42 คน ย่ืนคำร้องต่อคณะตุลำกำร รัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่ำเขำขำดคุณสมบัติกำรเป็นรัฐมนตรี เน่ืองจำกมีบิดำเป็นคนต่ำงด้ำว และสำเร็จ กำรศึกษำต่ำกว่ำมัธยมศึกษำตอนปลำยแต่คณะตุลำกำรรัฐธรรมนูญ มีมติให้ยกคำร้องดังกล่ำว ในปี พ.ศ. 2537 นำยบรรหำรได้ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้ำพรรคชำติไทย และเป็นผู้นำฝ่ำยค้ำนในสภำผู้แทนรำษฎร สมัย รัฐบำลนำยชวน หลีกภัย ลักษณะโดดเด่นหลำยประกำร ทำให้นำยบรรหำรมีสมญำนำมสำรพัด อำทิ “มังกรสุพรรณ – มังกรกำรเมือง” ควำมมำจำกมีฐำนเสียงหนำแน่นอย่ำงท่ีสุดในจังหวัดสุพรรณบุรี มีสถำนะ เป็นเจ้ำถ่ินมำยำวนำนอย่ำง “เต้ิง” หรือ “เติ้งเสี่ยวหำร” เกิดจำกส่ือมวลชนขนำนนำม เพรำะมีนำยบรรหำร ลักษณะคล้ำย “เตงิ้ เส่ียวผงิ ” อดตี ผ้นู ำของจนี ๑-๘

กำรดำรงตำแหน่งนำยกรัฐมนตรีในกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรไทยเป็นกำรทั่วไป พ.ศ.2538 นำยบรรหำร ศิลปอำชำ ในฐำนะหวั หนำ้ พรรคชำติไทย ซ่ึงเป็นพรรคกำรเมอื งที่มีสมำชิกของพรรคไดร้ ับเลือกตั้ง มำกที่สุด ได้เปน็ แกนนำจัดต้ังรัฐบำล ทำให้นำยบรรหำร ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนำยกรัฐมนตรี คนที่ 21 ของประเทศไทย พร้อมควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหำดไทย อีกตำแหน่งหนง่ึ ระหวำ่ งเดือนกรกฎำคม พ.ศ.2538 - พฤศจกิ ำยน พ.ศ.2539 รวมระยะเวลำดำรงตำแหนง่ 1 ปี 4 เดอื น ผลงำนโดดเด่นของรัฐบำลบรรหำร อำทิเช่น กำรริเร่ิมกำรปฏิรูปกำรเมืองโดยให้มีกำรร่ำงรัฐธรรมนูญ แห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช 2540 กำรจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนำญข้ำรำชกำร กำรรับมือเหตุกำรณ์ น้ำท่วมใหญ่ในปี 2538 กำรจัดพระรำชพิธีกำญจนำภิเษก กำรนำประเทศเข้ำสู่เวทีประชำคมโลก เช่น กำรเข้ำร่วม ประชุมสมัชชำสหประชำชำติสมัยพิเศษ ในโอกำสครบรอบ 50 ปีสหประชำชำติ ประเทศไทยเป็นเจ้ำภำพ จัดกำรประชุมสุดยอดอำเซียนคร้ังท่ี 5 กำรเป็นเจ้ำภำพจัดกำรประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (ASEM) กำรเป็นเจ้ำภำพ จัดกำรแข่งขนั กฬี ำซีเกมส์ ครงั้ ท่ี 18 ที่จงั หวัดเชียงใหม่ นอกจำกนย้ี ังมีกำรจัดงำนแสดงเกษตรและอุตสำหกรรมโลก พ.ศ. 2538 (WORLDTECH’ 95 THAILAND) กำรบริหำรรำชกำรแผ่นดินดำเนินไปด้วยควำมไม่รำบร่ืน กระทั่งในวันท่ี 18 - 20 กันยำยน พ.ศ. 2539 ถูกพรรคฝ่ำยค้ำน นำโดยพรรคประชำธิปัตย์ อภิปรำยไม่ไว้วำงใจประกอบกับพรรคร่วมรัฐบำลขอให้ลำออก แต่เขำตัดสินใจยบุ สภำเมอื่ วันท่ี 27 กันยำยน พ.ศ. 2539 แทน บทบำทหลังกำรดำรงตำแหน่งนำยกรัฐมนตรี ในกำรเลือกต้ังในปี พ.ศ. 2548 พรรคชำติไทยซึ่งใช้สโลแกนหำเสียงว่ำ “สัจจะนิยม สร้ำงสังคม ให้สมดุล” นำยบรรหำร ในฐำนะหัวหน้ำพรรค ได้ประกำศไว้ต้ังแต่ต้นแล้วว่ำ ไม่จะขอร่วมรัฐบำลนำยทักษิณ ชินวัตร อีก ถ้ำพรรคไทยรักไทยสำมำรถจัดตั้งรัฐบำลพรรคเดียวได้ ในห้วงวิกฤตกำรณ์ทำงกำรเมืองระหวำ่ งปี พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2550 พรรคชำตไิ ทยเป็นฝ่ำยค้ำน ร่วมกบั พรรคประชำธิปัตย์ และพรรคมหำชน คว่ำบำตรกำรเลือกตั้ง เมื่อวันท่ี 2 เมษำยน พ.ศ. 2549 นำยบรรหำร รวมท้ังนำยวรำวุธ และ น.ส.กัญจนำ ถูกตัดสิทธิทำงกำรเมือง เป็นเวลำ 5 ปี เน่ืองจำกศำลรัฐธรรมนูญได้อ่ำนคำวินิจฉัยคดียุบพรรคชำติไทย เม่ือวันท่ี 2 ธันวำคม พ.ศ.2551 ในกำรเลือกต้ังสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรไทยเป็นกำรท่ัวไป พ.ศ. 2557 และได้ลงสมัครรับเลือกต้ังอีกคร้ัง ในระบบบัญชีรำยชื่อ สังกัดพรรคชำติไทยพัฒนำ ลำดบั ที่ 1 และด้วยปัญหำดำ้ นสุขภำพและโรคประจำตัวของ นำยบรรหำร เมื่อวันที่ 21 เมษำยน พ.ศ. 2559 เกิดภำวะภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ จึงนำส่งโรงพยำบำล ศิริรำช ปิยมหำรำชกำรุณย์ อำกำรวิกฤติตั้งแต่วันแรกท่ีเข้ำรักษำ จนถึงแก่อนิจกรรมด้วยภำวะดังกล่ำว เมอื่ วันท่ี 23 เมษำยน พ.ศ. 2559 เวลำ 04:42 นำฬกิ ำ 4.8 แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ มีช่ือจริงว่ำ เกลียว เสร็จกิจ (เกิดเมื่อวันท่ี 3 สิงหำคม พ.ศ. 2490) เป็นศิลปินแห่งชำติ สำขำศิลปะกำรแสดง (เพลงพื้นบ้ำน-อีแซว) ปี 2539 จำกกำรเป็นแม่เพลงพ้ืนบ้ำนภำคกลำง ท่ีมีชื่อเสียง เต็มไปด้วยควำมสำมำรถในกำรเล่นเพลงแบบหำตัวจับได้ยำก และเมื่อหันเข้ำสู่วงกำรเพลงลูกทุ่ง ก็ได้รับควำมนิยมอย่ำงสูง มีผลงำนเพลงดังมำกมำย ในจำนวนน้ันก็เป็นเพลงท่ีเกิดจำกกำรแต่งของตัวเองด้วย หลำยเพลง โดยในกำรนำเสนอเพลงลูกทุ่ง ขวัญจิต ศรีประจันต์ ก็ได้นำท่วงทำนองเพลงพ้ืนบ้ำนภำคกลำง เข้ำมำผสมผสำนอย่ำงลงตัว ขวัญจิต ศรีประจันต์ สนใจเพลงพื้นบ้ำนมำตั้งแต่อำยุ 15 ปี และแม้เช้ือสำยทำง พ่อจะมีญำติเป็นพ่อเพลงท่ีมีชื่อเสียงของสุพรรณบุรี แต่พ่อก็ไม่สนับสนุนให้เป็นแม่เพลงพ้ืนบ้ำนด้วยเกรงว่ำ ควำมเป็นสำวรุ่นจะทำให้เกิดปัญหำเรื่องชู้สำวตำมมำ แต่กลับสนับสนุนลูกสำวอีกคนหนึ่งท่ีอำยุยังน้อยให้ไป ฝึกหัดเพลงพืน้ บ้ำนกับพ่อเพลงไสว วงษง์ ำม แทน ควำมสนใจเพลงพ้นื บ้ำนทำใหข้ วัญจิตติดตำมดกู ำรรอ้ งเพลงอแี ซว ของแม่เพลงบัวผัน จันทร์ศรี (ศิลปินแห่งชำติ พ.ศ. 2533) เป็นประจำและต่อมำได้มีโอกำสไปดูแลน้องสำว ที่อยู่กบั ครูไสว จึงไดเ้ รียนรกู้ ำรเล่นเพลงอีแซวแบบครูพักลกั จำจนท่องเนื้อเพลงได้หลำกหลำยท้ังลีลำเพลงแนว ผชู้ ำยของครูไสว และเพลงแนวผูห้ ญิงของครูบวั ผัน ๑-๙

ขวัญจติ เป็นคนท่ีชอบอ่ำนหนังสือ และวรรณคดีเก่ำๆของไทยอำ่ นแล้วก็นำเน้ือหำนน้ั มำแต่งเป็นเพลงอีแซว ร้องเล่นจนเกิดควำมแตกฉำนซึ่งต่อมำได้ขอครูไสว แสดงบ้ำง แม้ในระยะแรกๆครูไสวจะยังไม่อนุญำต แต่ในเวลำ ต่อมำเม่ือได้เห็นควำมอดทน ควำมต้ังใจจริง จึงอนุญำตให้แสดงควำมสำมำรถ และด้วยพลังเสียงที่กังวำนมีไหวพริบ ปฏิภำณ เฉลยี วฉลำดในกำรวำ่ เพลง ทำให้เป็นที่ชน่ื ชอบของนักฟังเพลงอีแซวย่ิงนัก ขวัญจิต ได้ตระเวนเล่นเพลงอแี ซว อยู่กับวงพื้นบ้ำนอีกหลำยวงเรียนรู้และเพ่ิมพูนประสบกำรณ์จำกพ่อเพลง แม่เพลงอีกหลำยคนและเร่ิมแสดง เพลงอีแซวในต่ำงจังหวัด และในกรุงเทพมหำนคร ในงำนสังคีตศำลำหรืองำนสงกรำนต์ท่ีท้องสนำมหลวง เป็นประจำ ทำให้มีควำมแตกฉำนในเรื่องเพลงอีแซวมำกยิ่งข้ึน สำมำรถเขียนเพลงเอง เพ่ือใช้ในกำรแสดง และโต้ตอบเพลงสดๆ กับพ่อเพลงได้อย่ำงคมคำยเป็นท่ีชื่นชอบของผู้ชม หลังจำกเล่นเพลงอีแซวจนมีชื่อเสียง แล้วขวัญ จิต ได้สมัครเป็นนักร้องลูกทุ่งโดยเริ่มอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งคณจำรัศ สุวคนธ์ (น้อย) และวงไวพจน์ เพชรสุพรรณ โดยได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกชื่อเพลงเบื่อสมบัติ งำนเพลงของครูจิ๋ว พิจิตร เมื่อ ปี 2510 ทำให้เร่ิมมีชื่อเสียงจำกเพลงลูกทุ่งจำกเพลงเบื่อสมบัติ ลำน้องไปเวียดนำม ลำโครำช ขวัญใจโชเฟอร์ เกลยี ดคนหน้ำทน ขวัญใจคนจน แม่ครวั ตวั อย่ำง และแหลมตะลุมพกุ จำกนั้นได้แตง่ เพลงเอง ได้แก่ เพลงนำ้ ตำ ดอกคำใต้ และสำวสุพรรณ ซึ่งเป็นเพลงที่สร้ำงช่ือเสียงให้เป็นอย่ำงมำก ต่อมำจึงได้ตั้งวงดนตรีของตนเอง ช่ือวงขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นวงดนตรีท่ีนำระบบแสง สี เสียง ท่ีน่ำตื่นตำตื่นใจมำใช้ประกอบกำรแสดงนำ เพลงอีแซวมำผสมผสำนกับกำรแสดงเผยแพร่สู่ผู้ฟังท่ัวประเทศจนเป็นท่ีรู้จักกันอย่ำงเป็นอย่ำงดี ต่อมำ พ.ศ. 2516 ขวัญจิต ยุติวงดนตรีลูกทุ่งแล้วกลับไปฟ้ืนฟูเพลงอีแซวที่ จ.สุพรรณบุรี อุทิศชีวิตในกำรอนุรักษ์ ฟื้นฟู เผยแพร่ และถ่ำยทอดเพลงอีแซว ให้กับลูกศิษย์และผู้สนใจมำโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ได้ใช้ควำมรู้ ควำมสำมำรถช่วยเหลอื สถำบันกำรศึกษำและหน่วยงำนรำชกำรในกำรเปน็ วิทยำกรสำธติ รับแขกบ้ำนแขกเมอื ง ดว้ ยกำรแสดงเพลงพืน้ บ้ำนติดตอ่ กันมำอย่ำงยำวนำน 4.9 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ชื่อเล่น ผ้ึง หรือช่ือจริง รำพึง จิตรหำญ นักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้ำของฉำยำ รำชินีลกู ทุ่ง ได้ช่ือว่ำมนี ้ำเสียงออดอ้อน หวำน จำเนื้อร้องได้แม่นทั้งที่ไม่รู้หนงั สือ และเป็นแม่แบบให้กับนักร้อง รุ่นหลัง รำพึง จิตรหำญ เกิดที่อำเภอหันคำ จังหวัดชัยนำท และเติบโตท่ีอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรีของนำยสำรำญ และนำงเล็ก จิตรหำญ ครอบครัวมีอำชีพรับจ้ำงทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยำกจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้ำนในจำนวน 12 คน ประวัติก่อนเข้ำวงกำรรำพึง จิตรหำญ เกิดท่ีบ้ำนหนองนกเขำ ตำบลไพร นกยูงอำเภอหันคำ จังหวัดชัยนำท โตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี สถำนภำพ ครอบครัวเธอจัดอยู่ในข้ันที่ยำกจนมำก เธอเรียนท่ีโรงเรียนบ้ำนดอนตำลึง แต่ด้วยควำมที่เธอมีน้องอีก 6 คน ประกอบกับค่ำนิยมของแม่นั้นเห็นว่ำผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนมำ เธอไม่จบแม้แต่ชั้น ป.2 ในวัยเด็กพอน้อง หลับหมดเธอไปหำของขำย เก็บผัก หำดอกไม้ป่ำ หำบไปขำยตำมโรงงำน เม่ืออำยุได้ 15 ปี บิดำฝำกให้เป็น บุตรบุญธรรมของไวพจน์ เพชรสุพรรณ ซ่ึงแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ช่ือเพลง “แก้วรอพ่ี” ต่อมำ มนต์ เมืองเหนือ ได้ตั้งช่ือในวงกำรบันเทิงให้เธอใหม่ว่ำ พุ่มพวง ดวงจันทร์ เธอมีชื่อเสียงมำกท่ีสุดในปี พ.ศ. 2525 โดยมีผลงำนเพลงดัง เช่น สำวนำสั่งแฟน นัดพบหน้ำอำเภอ อ้ือฮือหล่อจัง กระแซะเข้ำมำซิ ดำวเรอื งดำวโรย คนดังลืมหลงั ควำย บทเรยี นรำคำแพง เป็นต้น เธอห่ำงหำยไปหลังปี พ.ศ. 2534 เน่ืองจำกเธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอี และเสียชีวิตเมื่อวันท่ี 13 มิถนุ ำยน พ.ศ. 2535 แม้เธอจะเสยี ชีวิตไปแล้วแต่ผลงำนของเธอก็ยงั มีกำรวำงจำหน่ำย และยังมีศิลปนิ นกั รอ้ ง ลกู ทงุ่ อีกหลำยรำยได้นำผลงำนเพลงของเธอมำขบั ร้องใหม่ 4.10. ยืนยง โอภากุล หรือท่ีร้จู กั กนั ดีในชื่อ แอด๊ คำรำบำว เปน็ ศลิ ปินเพลงเพื่อชีวิตชำวไทย เกิดเมื่อ วันที่ 9 พฤศจิกำยน พ.ศ. 2497 ที่ ตำบลท่ำพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวชนชั้นกลำง ของคนไทยเชื้อสำยจีน เป็นบุตรชำยฝำแฝดคนสุดท้องของ นำยมนัส โอภำกุล (แซ่โอ) และ นำงจงจินต์ แซ่ต้ัง (ปัจจุบัน บิดำและมำรดำเสียชีวิตแล้ว) มีจิตใจรักเสียงเพลงและดนตรีมำต้ังแต่เด็ก ๆ จำกกำรท่ีเป็นชำว ๑ - ๑๐

สุพรรณบุรโี ดยกำเนิด จึงได้ซึมซ่ำบกำรละเล่นพ้ืนบ้ำนของภำคกลำง เช่น ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงอีแซว รวมถึง รำวง และเพลงลูกทุ่งจำกกำรท่ีพ่อ คือ นำยมนัส เป็นหัวหน้ำวงดนตรีประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อวงดนตรี “ชสพ.” เม่ือปี พ.ศ. 2480 ต่อมำเมอื่ เขำ้ ส่วู ัยร่นุ ได้รับอทิ ธิพลจำกดนตรแี นวตะวนั ตกจึงหันมำเล่นเคร่อื งดนตรี ตะวนั ตกต่ำง ๆ เชน่ กตี ำร์ ซึ่งเหล่ำน้ีได้เป็นอิทธิพลในกำรเป็นนกั ดนตรีในเวลำต่อมำ 4.11. ไวพจน์ เพชรสุพรรณ เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งช่ือดังระดับตำนำนของประเทศไทย และอยู่ใน วงกำรมำนำนหลำยสิบปี โดยสร้ำงผลงำนเพลงออกมำมำกมำยนับไม่ถ้วน จวบจนถึงปัจจบุ ันก็ยังคงผลิตผลงำน เพลงออกมำอย่ำงต่อเน่ือง ในจำนวนน้ันเป็นเพลงดังท่ีฮิตติดหูมำกมำย นอกจำกนั้นก็ยังมีควำมเชี่ยวชำญด้ำน เพลงพ้ืนเมืองภำคกลำงชนิดหำตัวจับได้ยำก และได้สร้ำงผลงำนเพลงประเภทน้ีออกมำมำกกว่ำศิลปินเพลง พ้ืนบ้ำนคนใด ไวพจน์ เพชรสุพรรณยังมีควำมสำมำรถด้ำนกำรแต่งเพลง และได้แต่งเพลงดังให้กับนักร้องหลำยคน ทงั้ ยังได้ชอื่ ว่ำเป็นผูส้ ร้ำงรำชนิ ีลกู ทุง่ คนที่ 2 คือ พมุ่ พวง ดวงจันทร์ ขึน้ มำประดับวงกำรเพลงเมืองไทยด้วย 4.12 สายัณห์ สัญญา มีช่ือจรงิ เดิมว่ำ “สำยณั ห์ ดีเสมอ” ภำยหลังเปล่ียนชื่อเป็น “พรสำยัณห์ มีโชคดีเสมอ” มีชื่อเล่นว่ำ “เป้ำ” เกิดเมื่อวันที่ 31 มกรำคม พ.ศ. 2496 ท่ี ตำบลป่ำสะแก อำเภอเดิมบำงนำงบวช จังหวัด สุพรรณบุรี เป็นบุตรนำยอ่อง และนำงบุญช่วย ดีเสมอ ซึ่งประกอบอำชีพเป็นชำวนำ มีพี่ชำย 1 คน แต่ได้ เสียชีวิตไปต้ังแต่สำยัณห์ยังเล็กๆ ครอบครัวประกอบอำชีพทำนำ เม่ือตอนเด็ก ๆ ได้ร่ำเรียนหนังสือท่ีโรงเรียนใกล้ๆ บ้ำน คือ โรงเรียนบ้ำนใหม่ไร่อ้อย จนจบกำรศึกษำชั้นประถมศึกษำปีท่ี 4 แล้วก็ออกมำช่วยพ่อแม่ทำนำที่บ้ำน ไม่นำนคุณพ่ออ่องก็เสียชีวิตกลำงคนั ทำใหส้ ำยณั ห์ต้องอยู่กบั แม่ตำมลำพังสำยัณห์ สัญญำ ได้ช่ือว่ำเป็นนักร้อง ลูกทุ่งชำยท่ีได้รับควำมนิยมมำกที่สุดหลังจำกกำรถึงแก่กรรมของสุรพล สมบัติเจริญ แม้จะไม่เคยได้รับรำงวัล ทำงกำรร้องเพลงใดๆ เลยก็ตำม แต่สำยัณห์ก็เป็นนักร้องท่ีมีเสน่ห์ มีคำออดอ้อนแม่ยก แฟนเพลง ผู้สนับสนุน ด้วยประโยคท่ีคุ้นเคยคือ รักสายัณห์น้อย ๆ แต่รักนาน ๆ ซ่ึงเป็นรูปแบบของพระเอกลิเก มีกำรไว้เครำแพะ เป็นเอกลกั ษณ์ประจำตัว 4.13 เสรี รุ่งสว่าง มีช่ือจริงว่ำ กิตติกร รุ่งสว่ำง เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งจำกอำเภอบำงปลำม้ำ มีชื่อเสียงจำกเพลง \"จดหมำยจำกแม่\", \"เทพธดิ ำผ้ำซน่ิ \", \"ไอห้ นุ่มรถซงุ \" และ \"เรียกพีไ่ ด้ไหม\" ท่ีแตง่ โดยชลธี ธำรทอง เคยไดร้ บั รำงวัลจำกงำนกง่ึ ศตวรรษลูกทุง่ ไทยเพลง \"ไมเ้ รียว\" และ \"เทพธดิ ำผ้ำซิ่น\" ผลงำนของครชู ลธี ธำรทอง 4.14 ศรเพชร ศรสุพรรณ มีช่ือจริงว่ำ บุญทัน คล้ำยละม่ัง เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งชำวไทย จำกจังหวดั สุพรรณบุรี มชี ือ่ เสียงจำกเพลง \"ข้ำวไม่มขี ำย\" ซ่ึงได้รบั รำงวัลเสำอำกำศทองคำ เมือ่ ปี พ.ศ. 2518 4.15. ก้าน แก้วสุพรรณ มีช่ือจริงว่ำ มงคล หอมระรื่น มีช่ือเล่นว่ำ แดง เป็นชำวอำเภอสำมชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ครอบครัวมีฐำนะยำกจนจึงถูกนำมำฝำกเล้ียงและต่อมำก็ได้เป็นบุตรบุญธรรมของ พระครสู ุนทรำนกุ ิจ (หลวงพ่อวัดสำมชกุ ) เพ่ือให้มีโอกำสไดศ้ ึกษำเล่ำเรียนหลงั จบกำรศึกษำชนั้ ป.4 4 .1 6 สุ รพ ล สม บั ติเจริญ (เดิ มช่ื อลำดวน ) เกิดเม่ื อวัน ท่ี 25 กัน ยำยน พ .ศ. 2473 เป็นคนสุพรรณบุรี โดยกำเนิด เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้ำของเพลงดัง “16 ปีแห่งควำมหลัง” สมรสกับ นำงลำดวน สมบัติเจริญ อำศัยอยู่ที่บ้ำนเลขที่ 125 ถนนนำงพิม อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ฐำนะทำง ครอบครัวแต่เดิมค่อนข้ำงดี คุณพ่อรับรำชกำรอยู่แผนกสรรพำกรจังหวัด ช่ือ เปล้ือง สมบัติเจริญ ส่วนคุณแม่ชื่อ วงศ์ นอกจำกเป็นแม่บ้ำนแล้วยังค้ำขำยเล็กๆน้อยๆ ภำยในบ้ำนกลำงใจเมืองสุพรรณ สุรพลเป็นบุตรชำย คนท่ี 2 ในบรรดำพี่น้องทอ้ งเดียวกนั 6 คน 5. เขตการปกครอง จำกข้อมูลประกำศสำนักทะเบียนกลำง เร่ือง จำนวนรำษฎรท่ัวรำชอำณำจักร ตำมหลักฐำนทะเบียน รำษฎร ณ 31 ธันวำคม พ.ศ. ๒๕63 จงั หวดั สุพรรณบุรี มีประชำกรทั้งส้ิน 838,628 คน แบ่งออกเป็นสัญชำติไทย เพศชำย จำนวน 403,288 คน เพศหญิง จำนวน 432,822 คน ผู้ไม่ได้สัญชำติไทย เพศชำย จำนวน 1,370 คน เพศหญิง จำนวน 1,148 คน ๑ - ๑๑

5.1 การบริหารราชการ แบง่ ออกเปน็ 2 ส่วน ได้แก่ 5.1.1 กำรบริหำรรำชกำรส่วนภูมิภำค แบ่งเขตกำรปกครองออกเป็น 10 อำเภอ แบ่งเป็น 45 เทศบำล 81 องค์กำรบริหำรส่วนตำบล (อบต.) 110 ตำบล 1,008 หมู่บ้ำน 28 ชุมชน ประกอบด้วย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอสองพี่น้อง อำเภอสำมชุก อำเภอด่ำนช้ำง อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอหนองหญ้ำไซ อำเภอศรีประจันต์ อำเภออู่ทอง อำเภอเดมิ บำงนำงบวช อำเภอบำงปลำมำ้ 5.1.2 กำรบริหำรรำชกำรส่วนท้องถ่นิ แบ่งเขตกำรปกครองออกเปน็ ดงั น้ี องค์กำรบริหำรสว่ นจังหวัด จำนวน 1 แห่ง เทศบำลเมืองสุพรรณบุรีจำนวน 2 แห่งเทศบำลตำบล จำนวน 43 แห่ง องค์กำรบริหำรส่วน ตำบล จำนวน 81 แห่ง ตารางการแบ่งเขตการปกครอง จาแนกรายอาเภอ อาเภอ พืน้ ท่ี ตร.กม. ตาบล อบต.2 ทม./ตาบล2 จน.หมูบ่ ้าน จน.บา้ น1 1 1 เมืองสพุ รรณบุรี 540.917 20 14 8 124 60,635 สองพี่นอ้ ง 750.381 15 14 2 140 39,759 บำงปลำม้ำ 481.298 14 11 7 127 25,103 อทู่ อง 630.290 13 6 9 155 37,574 ดอนเจดีย์ 252.081 5 5 2 50 15,403 ศรีประจันต์ 180.986 9 4 6 64 21,636 สำมชุก 355.917 7 6 1 68 20,200 เดิมบำงนำงบวช 552.330 14 8 8 121 25,793 ดำ่ นช้ำง 1,193.599 7 7 1 93 25,506 หนองหญำ้ ไซ 420.209 6 6 1 66 16,376 รวม 5,358.008 110 81 45 1,008 287,985 6. ทรพั ยากรธรรมชาติ แหลง่ นา้ และสภาพทางเศรษฐกิจ 6.1 ดิน หำกพิจำรณำคุณสมบัติของดินทั้งทำงกำยภำพและเคมี เช่น เนื้อดิน ควำมลึกของดิน ควำมสำมำรถในกำรอุ้มน้ำของดินชนิดของแร่ธำตุและปรมิ ำณแร่ธำตุอำหำรในดินจะพบว่ำสภำพของดนิ ในเขต จงั หวดั สุพรรณบรุ ี เหมำะสมกับกำรปลกู พืชดงั น้ี ๑) กำรทำนำขำ้ ว ๒) กำรเพำะปลูกพชื ไร่ ๓) กำรเพำะปลกู ไมย้ นื ตน้ ไม้ผลตำ่ งๆ ๔) กำรปลกู หญำ้ เล้ียงสัตว์ ทำทุ่งหญ้ำเล้ียงสตั วถ์ ำวรสำหรบั กำรปศุสตั ว์ 6.2 ป่ำไม้ ลักษณะป่ำไม้ของจังหวัดสุพรรณบุรี เดิมเป็นป่ำไม้เบญจพรรณ ได้แก่ เต็ง มะค่ำโมง ซำก มะค่ำแต้ ชิงชัน ตะเคียนทอง ยมหอม แต่สภำพปัจจุบันได้ถูกรำษฎรบุกรุกเข้ำทำกินในเขตป่ำสงวนหลำยแห่ง ถกู เปล่ียนเป็นไรอ่ ้อยและใชท้ ำนำ เป็นตน้ 6.3 แหล่งน้ำ ประกอบด้วยแม่น้ำลำคลองต่ำงๆ มีแม่น้ำสำยใหญ่ ๆ ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อ ควำมเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของประชำกรไดแ้ ก่ แม่นำ้ ทำ่ จีน หรือแม่นำ้ สพุ รรณบรุ ี เขื่อนกระเสยี ว ซึ่งเป็นสำขำ ทีส่ ำคญั ของแมน่ ำ้ สุพรรณบรุ ี นอกน้นั เปน็ แมน่ ้ำสำยเล็กซ่ึงส่วนใหญ่จะไหลลงแมน่ ้ำทำ่ จีนเกือบทั้งสิน้ ๑ - ๑๒

6.4 อำชีพ ที่สำคัญของชำวจังหวัดสุพรรณบุรี คือ กำรประกอบอำชีพเกษตรกรรม มีกำรทำนำข้ำว กำรปลูกพืชไร่ ได้แก่ อ้อยโรงงำน ข้ำวโพดเล้ียงสัตว์ เป็นต้น นอกจำกน้ี ยังมีอำชีพรับจ้ำง และกำรประกอบ ธรุ กิจทำงกำรค้ำและธุรกิจทำงบริกำรด้วย จำกรำยงำนภำวะเศรษฐกิจกำรคลังโครงสร้ำงเศรษฐกิจของจังหวัด พิจำรณำจำกผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) พ.ศ.2556 สำขำที่มีมูลค่ำสูง คือ สำขำกำรเกษตร มีมูลค่ำ 29,968 ล้ำนบำทอยู่ในภำคกำรเกษตรรองลงมำ คือ สำขำอุตสำหกรรม มมี ูลค่ำ 11,664 ลำ้ นบำท สำขำกำรศกึ ษำ มมี ูลคำ่ 7,675 ล้ำนบำท และสำขำกำรขำยสง่ ขำยปลีกฯ มีมูลค่ำ 7,392 ล้ำนบำท ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP) ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเฉลี่ยต่อหัว (Per Capita GPP) ณ รำคำประจำปี มรี ำยได้ตอ่ คนตอ่ ปเี ท่ำกับ 94,932 บำท ตำรำงผลติ ภัณฑม์ วลรวมจังหวดั สุพรรณบุรี ณ รำคำประจำปี จงั หวดั สพุ รรณบุรี รายการ ปี พ.ศ. (หน่วย : ลา้ นบาท) 2554 2555 2556 2557 2558 ภาคเกษตร 22,102 31,285 30,635 26,982 21,045 สำขำเกษตรกรรมกำรล่ำสัตว์และกำร 21,531 30,690 29,968 26,383 20,425 ป่ำไม้ สำขำประมง 571 595 667 599 620 ภาคนอกเกษตร 49,748 50,223 50,437 49,724 56,622 สำขำเหมอื งแรแ่ ละเหมอื งหนิ 2,120 2,184 2,273 2,140 7,495 สำขำอตุ สำหกรรม 15,814 12,537 11,664 9,831 9,911 สำขำไฟฟำ้ ประปำ 1,265 1,436 1,605 1,734 1,622 และโรงแยกก๊ำซ สำขำก่อสรำ้ ง 2,269 3,031 2,999 2,688 3,184 สำขำกำรขำยส่งกำรขำยปลีก กำร 6,948 7,155 7,392 8,792 9,113 ซอ่ มแซมยำนยนต์ จักรยำนยนต์ ของ ใช้สว่ นบุคคลและของใช้ในครัวเรือน สำขำโรงแรมและภัตตำคำร 221 275 321 398 628 สำขำกำรขนส่งสถำนท่ีเก็บสินค้ำและ 1,945 2,231 2,173 2,181 2,662 กำรคมนำคม สำขำตวั กลำงทำงกำรเงิน 3,321 3,808 4,186 4,536 4,886 สำขำบริกำรด้ำนอสังหำริมทรัพย์กำร 3,871 3,906 4,107 3,346 3,508 ให้เชำ่ และบรกิ ำรทำงธุรกจิ สำขำกำรบริหำรรำชกำรและกำร 3,078 3,011 2,720 2,420 2,686 ป้องกันประเทศรวมทั้งกำรประกัน สงั คมภำคบังคบั สำขำกำรศกึ ษำ 5,993 7,431 7,675 8,089 7,185 สำขำกำรบรกิ ำรดำ้ นสขุ ภำพ 2,089 2,239 2,300 2,509 2,663 และสังคม สำขำกำรให้บริกำรด้ำนชุมชนสังคม 702 784 861 876 873 และบรกิ ำรส่วนบุคคลอ่ืนๆ สำขำลูกจ้ำงในครวั เรอื นสว่ นบุคคล 112 195 161 185 209 ๑ - ๑๓

รายการ ปี พ.ศ. (หน่วย : ล้านบาท) 2558 2554 2555 2556 2557 77,667 ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจังหวัด 71,850 81,508 81,072 76,706 90,458 (Gross Provincial Product) 859 ผลิตภณั ฑม์ วลรวมจังหวดั ต่อหวั 84,709 95,756 94,932 89,588 (บาท) จานวนประชากร (1,000 คน) 848 851 854 856 ทมี่ ำ : ข้อมูลจำกสำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชำติ 7. การคมนาคมและการสื่อสาร ระบบคมนำคมเป็นโครงสร้ำงข้ันพ้ืนฐำนทำงเศรษฐกิจท่ีสำคัญอย่ำงย่ิ งอย่ำงหน่ึงของจังหวัด กำรคมนำคม ท่ีสะดวกทำให้เกิดกำรคล่องตัวทั้งด้ำนกำรผลิตและด้ำนกำรตลำด ก่อให้เกิดกำรขยำยตัวทำง เศรษฐกิจและยังเป็นกำรยกฐำนะควำมเป็นอยู่ของประชำชนให้ดีย่ิงข้ึน เส้นทำงกำรคมนำคมภำยในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียงแบ่งเป็น ๓ ทำงด้วยกัน คือ ทำงรถยนต์ ทำงเรือ และรถไฟ ทำงรถยนต์ในปัจจุบัน ภำยในจงั หวัดสำมำรถติดต่อกันได้ทกุ อำเภอ สภำพของทำงส่วนใหญล่ ำดยำง 7.๑ การคมนาคม จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ห่ำงจำกกรุงเทพมหำนคร ตำมทำงหลวงแผ่นดินหมำยเลข 340 ประมำณ 107 กิโลเมตร เป็นถนนคอนกรีต 6 เลน แยกเส้นทำงไป-กลับถนนเส้นน้ีเป็นถนนเช่ือมต่อระหว่ำง ภำคเหนือและภำคใต้ โดยไม่ต้องผ่ำนกรุงเทพฯ กำรคมนำคมโดยทำงรถยนต์ทั้งภำยในจังหวัดและระหว่ำง จังหวัด มีควำมสะดวกรวดเร็วมำก เนื่องจำกได้ปรับปรุงถนนในเขตจังหวัดอย่ำงต่อเนื่อง ปัจจุบันกล่ำวได้ว่ำ ระบบโครงข่ำยเส้นทำงคมนำคมขนส่งในจังหวัด มีควำมสมบูรณ์มำก นอกจำกนี้ ยังมีรถโดยสำรประจำทำง ท้ังประเภทปรบั อำกำศ ไมป่ รับอำกำศ และรถตู้ วงิ่ ให้บริกำรตลอดเวลำ รำยละเอียดระยะทำงจำกอำเภอเมืองสุพรรณบรุ ีถึงอำเภอต่ำงๆ มดี ังน้ี ทางหลวงแผน่ ดนิ ระยะทาง (กม.) ๑) อำเภอเมือสพุ รรณบรุ ถี งึ อำเภอบำงปลำมำ้ ระยะทำง ๑๐ กิโลเมตร ๑) อำเภอเมืองสุพรรณบุรถี ึงอำเภอศรปี ระจันต์ ระยะทำง ๒๐ กโิ ลเมตร ๓) อำเภอเมอื งสุพรรณบรุ ถี ึงอำเภอดอนเจดยี ์ ระยะทำง ๓๑ กโิ ลเมตร 4) อำเภอเมืองสุพรรณบุรีถึงอำเภออู่ทอง ระยะทำง ๓๒ กิโลเมตร 5) อำเภอเมืองสุพรรณบุรถี ึงอำเภอสำมชุก ระยะทำง ๓๙ กโิ ลเมตร 6) อำเภอเมอื งสพุ รรณบรุ ีถงึ อำเภอเดมิ บำงนำงบวช ระยะทำง ๕๔ กโิ ลเมตร 7) อำเภอเมืองถงึ อำเภอหนองหญำ้ ไซ ระยะทำง ๕๘ กิโลเมตร 8) อำเภอเมอื งสพุ รรณบุรถี ึงอำเภอสองพ่นี ้อง ระยะทำง ๗๐ กิโลเมตร 9) อำเภอเมอื งสุพรรณบรุ ถี งึ อำเภอดำ่ นชำ้ ง ระยะทำง ๗๗ กิโลเมตร ระยะทำงติดต่อภำยนอกเขตจังหวัด สำมำรถติดตอ่ ได้ตำมเสน้ ทำงดงั นี้ ทางหลวงแผ่นดิน ระยะทาง (กม.) 1) สุพรรณบุรี – บำงบวั ทอง – กรุงเทพฯ 107 กิโลเมตร 2) สุพรรณบรุ ี – กำแพงแสน – นครปฐม – กรงุ เทพฯ 160 กิโลเมตร 3) สพุ รรณบุรี – นครปฐม 105 กโิ ลเมตร 4) สุพรรณบุรี – กำญจนบุรี 91 กโิ ลเมตร 5) สุพรรณบุรี – นครสวรรค์ 160 กิโลเมตร 6) สพุ รรณบุรี – พระนครศรอี ยุธยำ 68 กโิ ลเมตร ๑ - ๑๔

7) สุพรรณบรุ ี – สงิ หบ์ ุรี 84 กิโลเมตร 8) สพุ รรณบุรี – ชัยนำท 96 กิโลเมตร 9) สพุ รรณบุรี – อำ่ งทอง 44 กโิ ลเมตร 10) สพุ รรณบรุ ี – โคกสำโรง 143 กโิ ลเมตร ทำงรถไฟสำยตะวันตก เริ่มต้นจำกสถำนีรถไฟกรุงเทพฯ ตำมแนวรถไฟสำยใต้แล้วแยกเข้ำจังหวัดสุพรรณบุรี ที่สถำนีหนองปลำดุก ในเขตอำเภอบ้ำนโป่ง จังหวัดรำชบุรี ผ่ำนจังหวัดนครปฐม เข้ำสู่จังหวัดสุพรรณบุรี ผ่ำนอำเภอสองพ่ีน้อง อำเภอบำงปลำม้ำ และอำเภอเมืองสุพรรณบุรี รวมระยะทำงประมำณ 142 กิโลเมตร ปัจจุบันมีรถไฟธรรมดำ เริ่มออกจำกสถำนีวัดป่ำเลไลยก์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี สู่ปลำยทำงสถำนีรถไฟหัวลำโพง รถออกวันละ 1 เที่ยว เวลำประมำณ 05.19 น. ถึงปลำยทำงเวลำประมำณ 08.20 น. และจำกสถำนีหัวลำโพงถึง สถำนีวดั ปำ่ เลไลยก์ มีรถออกวันละ 1 เที่ยว เวลำ 16.40 น. ถึงปลำยทำงเวลำประมำณ 19.30 น. 7.๒ กำรโทรคมนำคม โทรศัพท์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดย บริษัท ทศท. คอร์ปอร์เรช่ัน จำกัด มหำชน ได้เปิดโทรศัพท์แก่บำ้ นเรือน หน่วยรำชกำร และหน่วยงำนธุรกิจ และบริกำรโทรศพั ท์ กำรไปรษณีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี มีท่ีทำกำรไปรษณีย์ประเภทรับ - จ่ำย สำหรับให้บริกำรประชำชน และอำนวยควำมสะดวกในกำรติดต่อสื่อสำรแก่ประชำชน 16 แห่ง แยกเป็นอำเภอเมือง 4 แห่ง อำเภอดอนเจดีย์ สองพี่นอ้ งและอู่ทอง อำเภอละ 2 แห่ง และนอกจำกนั้นอำเภอละ 1 แห่ง กำรไฟฟ้ำ กำรบริกำรด้ำนกระแสไฟฟ้ำในจังหวัดสุพรรณบุรีครอบคลุมเกือบครบทุกหมู่บ้ำน โดยบริกำร ท่ีอยู่อำศัย สถำนธุรกิจและอุตสำหกรรม สถำนท่ีรำชกำร สำธำรณะ และอื่ น ๆ รวมผู้ใช้ไฟฟ้ำท้ังหมด จำนวน 249,774 รำย กำรประปำ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี มีสำนกั งำนประปำ 5 แหง่ คอื 1. สำนกั งำนประปำจงั หวัดสุพรรณบุรี มผี ู้ใช้นำ้ จำนวน 24,390 รำย 2. สำนักงำนประปำอำเภอเดิมบำงนำงบวช มผี ู้ใชน้ ำ้ จำนวน 9,916 รำย 3. สำนักงำนประปำอำเภออูท่ อง มีผใู้ ชน้ ำ้ จำนวน 15,770 รำย 4. สำนักงำนประปำอำเภอศรปี ระจนั ต์ มผี ู้ใชน้ ำ้ จำนวน 4,343 รำย 5. สำนักงำนประปำอำเภอด่ำนชำ้ ง มผี ู้ใช้นำ้ จำนวน 4,885 รำย รวมท้งั จงั หวัด มผี ู้ใช้น้ำจำนวน 59,304 รำย 8. ขอ้ มลู ด้านการศึกษาสถานศึกษาในจงั หวัดสุพรรณบรุ ี ตำรำงสถำนศึกษำในระดบั อำชีวศึกษำและอดุ มศึกษำ รวมทง้ั หมด 14 แห่ง ดังน้ี ท่ี มหาวิทยาลัย ทีต่ ัง้ โทรศัพท์ โทรสาร ๑ มหำวิทยำลยั เทคโนโลยรี ำชมงคล 450 ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนำท 0 3554 4301-3 0 3554 4299- สวุ รรณภมู ิ ต.ยำ่ นยำว อ.สำมชุก 300 จ.สพุ รรณบรุ ี 72130 ๒ มหำวทิ ยำลยั เกษตรศำสตร์ ๙๘ หมทู่ ี่ ๑๑ ต. โคกครำม 0-3552-1260 0-3552-1260 วทิ ยำเขตสพุ รรณบุรี อ. บำงปลำม้ำ จ. สพุ รรณบรุ ี ๗๒๑๕๐ ๓ วิทยำลัยกำรสำธำรณสุขสริ ินธรจงั หวดั ๗๗ หมู่ที่ ๔ ต. ทับตีเหลก็ ๐๓๕-๔๕๔-๐๕๐-๗ ๐๓๕-๔๕๔-๐๕๙ สพุ รรณบรุ ี อ. เมอื งสพุ รรณบุรี จ.สพุ รรณบรุ ี 72000 ๔ วิทยำลัยชำ่ งศิลปสพุ รรณบรุ ี 16 หมทู่ 4่ี ต. ร้ัวใหญ่ 035-555-370 ๐๓๕-๕๔๕-๗๕๐ อ.เมืองสุพรรณบรุ ี จ.สพุ รรณบรุ ี 72000 ๑ - ๑๕

ท่ี มหาวทิ ยาลยั ท่ีตง้ั โทรศัพท์ โทรสาร ๕ วิทยำลัยนำฏศิลปสุพรรณบรุ ี 119 หม่ทู ี่ 1 035-535 -247 035-535- 248 ๖ มหำวิทยำลยั รำชภฏั สวนสนุ ันทำ ถ.สุพรรณบรุ ี - ชัยนำท วทิ ยำเขตสพุ รรณบรุ ี ต.สนำมชยั อ.เมืองสพุ รรณบรุ ี 035-509-751 035-509-751 จ.สพุ รรณบรุ ี 7200 ๗ มหำวทิ ยำลยั เวสเทริ ์น 0-3565-1000- 0-3565-1000- สุพรรณบุรี(มหำวทิ ยำลยั ณวิ ัฒนำ) 2 หมู่ 5 ต.หนองมะคำ่ โมง 11 11 อ.ดำ่ นช้ำง จ. 035 - 550- 593 035 - 550- 593 ๘ มหำวิทยำลยั รำชภฏั สวนดสุ ติ วิทยำ สพุ รรณบุร7ี 2180 เขตสพุ รรณบุรี 0-3554-5744-6 0-3554-5744-6 600 หมทู่ 1่ี 1 ต. อู่ทอง 035- 969- 652 035- 969- 65๓ ๙ สถำบันพลศกึ ษำ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบรุ ี ๐๓๕-๕๓๕-๒๕๐-๕ ๐๓๕-๕๓๕-๒๕๑ วิทยำเขตสุพรรณบุรี 035-515-507 035-515-507 ๕๗ หมู่ท่ี ๒ 035- 595 -056 035- 595 -056 ๑๐ มหำวทิ ยำลยั รำชภฏั ถ. สพุ รรณบุรี –ปำ่ โมก บ้ำนสมเดจ็ เจำ้ พระยำ ต. โคกโคเฒำ่ อ.เมอื ง วทิ ยำเขตสระยำยโสม สพุ รรณบุรี สพุ รรณบุรจี .สพุ รรณบุรี 72000 ๑๑ วทิ ยำลัยพยำบำลบรมมรำชชนนี สุพรรณบุรี 1 หมทู่ 4ี่ ถ. มำลัยแมน ต. รั้วใหญ่ อ.เมอื ง ๑๓ มหำวทิ ยำลยั รำชภฏั เทพสตรี วิทยำ สุพรรณบุรี จ. สุพรรณบรุ ี เขตสพุ รรณบรุ ี 72000 ๑๔ วทิ ยำลยั เกษตรและเทคโนโลยี 95 1, ทำงหลวงชนบท สพุ รรณบุรี สุพรรณบรุ ี 4013 ต. สระยำยโสม อ.อทู่ อง จ.สุพรรณบรุ ี 118 หมทู่ 1่ี ต. สนำมชัย อ. เมอื งสพุ รรณบรุ ี จ. สพุ รรณบรุ ี 149 หมู่ท7่ี ตำบลเขำพระ อำเภอเดมิ บำงนำงบวช จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี 72120 288 หมูท่ 1ี่ ต. ดำ่ นชำ้ ง อ. ดำ่ นชำ้ ง จ. สุพรรณบรุ 7ี 2180 จังหวดั สพุ รรณบุรี แบง่ เขตพ้นื ทกี่ ำรศึกษำประถมศึกษำเปน็ 3 เขต และมธั ยมศกึ ษำ 1 เขต ดังน้ี ๑. สำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำสุพรรณบุรี เขต 1 (อำเภอเมืองสพุ รรณบุรี อำเภอบำงปลำม้ำ อำเภอศรีประจันต์) ๒. สำนกั งำนเขตพืน้ ท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำสุพรรณบุรี เขต 2 (อำเภอดอนเจดีย์ อำอูท่ อง อำสองพีน่ ้อง) ๓. สำนกั งำนเขตพน้ื ท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำสุพรรณบุรี เขต 3 ๔. สำนักงำนเขตพื้นทก่ี ำรศกึ ษำมธั ยมศึกษำ เขต 9 (สุพรรณบุรี-นครปฐม) ๑ - ๑๖

ตารางจานวนสถานศึกษา ห้องเรียน นักเรียน และครู จาแนกตามสงั กัดของเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 9 (เฉพำะจังหวัดสุพรรณบรุ ี) จานวน สงั กดั อกั ษรย่อ สถานศกึ ษา ผู้บรหิ าร ครู หอ้ งเรียน นักเรยี น สำนักงำนเขตพืน้ ที่ สพฐ. 32 100 1,715 944 33,609 กำรศกึ ษำมัธยมศกึ ษำ สำนกั งำคณะกรรมกำร สอศ. 6 26 348 257 8,617 อำชีวศกึ ษำ สนง.บรหิ ำรงำน คณะกรรมกำรกำรส่งเสริม สช. 10 10 287 47 9,154 กำรศกึ ษำเอกชน สำนักงำนเทศบำล อปท. 9 9 200 17 1,207 สถำบนั กำรพลศกึ ษำ สพศ. 1 1 63 44 1,875 สำนักงำนพระพุทธศำสนำ พ.ศ. 2 2 13 12 90 ตารางสถานศกึ ษา ห้องเรยี น นักเรียน และครู จาแนกตามสังกดั ของเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 9 จานวนโรงเรยี น (แห่ง) จานวนนักเรียน เขต ในสังกัด นอกสงั กัด กศน. เอกชน ชาย หญิง รวม จานวนครู เขต 1 141 - - - 11,402 10,702 22,104 1,353 เขต 2 136 - - 10 8,323 7,490 15,813 1,440 เขต 3 127 3 4 11 10,210 9,406 19,616 1,181 รวม 404 3 4 21 29,935 27,598 57,533 3,974 ๑.๓ ดา้ นศาสนา วฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ทส่ี าคญั ในจงั หวัด 1.3.1 ด้านศาสนา จำนวนศำสนสถำน และศำสนกิ ชนในพื้นท่ีจงั หวัดสุพรรณบุรี มีดงั นี้ ๑) วดั จำนวน ๕๒๐ แหง่ - มหำนิกำย จำนวน ๕๑๗ แหง่ - ธรรมยตุ จำนวน ๒ แห่ง - อนมั นิกำย จำนวน ๑ แหง่ ๒) โบสถค์ รสิ ต์ จำนวน ๒๘ แหง่ ๓) มัสยิด จำนวน ๑ แหง่ ๔) วัดจีน จำนวน ๑ แหง่ ๕) ศำสนิกชน จำนวน ๘๔๙,๐๕๓ คน - พทุ ธ จำนวน ๘๔๖,๗๐๐ คน - คริสต์ จำนวน ๑,๗๑๗ คน - อิสลำม จำนวน ๓๙๕ คน ๑ - ๑๗

ตารางท่ี ๑-๖ วัด และพระสงฆ์จำแนกตำมอำเภอ อาเภอ วัด พระ (รปู ) 1,234 เมอื งสุพรรณบรุ ี 98 701 285 สองพ่ีน้อง 61 719 346 บำงปลำม้ำ 75 373 362 อู่ทอง 77 445 489 ดอนเจดีย์ 39 270 5,224 ศรปี ระจันต์ 41 สำมชกุ 37 เดมิ บำงนำงบวช 58 ดำ่ นชำ้ ง 55 หนองหญ้ำไซ 39 รวม 583 ข้อมลู ดา้ นศิลปะ และวัฒนธรรม /เครือข่ายทางวัฒนธรรม ๑) จำนวนศลิ ปินแห่งชำติ …….6…….. คน ได้แก่ 1. ขวัญจติ ศรีประจนั ต์ (นำงเกลียว เสร็จกจิ ) สำขำศิลปะกำรแสดง อำเภอเมืองสพุ รรณบุรี 2. ไวพจน์ เพชรสุพรรณ (นำยพำน สกลุ ณี) สำขำศลิ ปะกำรแสดง (เพลงพนื้ บ้ำน-อีแซว) อำเภอบำงปลำม้ำ 3. นำยมนตรี ตรำโมทย์ สำขำดนตรีไทย (เสียชวี ติ แลว้ ) อำเภอบำงปลำมำ้ 4. นำยแจ้ง คล้ำยสที อง (เสียชวี ติ แลว้ ) สำขำศิลปะกำรแสดง อำเภอบำงปลำมำ้ 5. แอด๊ คำรำบำว (นำยยนื ยง โอภำกุล) สำขำศลิ ปะกำรแสดง อำเภอเมืองสุพรรณบรุ ี 6. แมบ่ วั ผัน จนั ทร์ศรี อำเภอศรีประจันต์ (เสียชีวิตแลว้ ) สำขำเพลงพื้นบ้ำนภำคกลำง ๒) จำนวนศลิ ปินพื้นบำ้ น ………46…….. คณะ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอสำมชุก อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอบำงปลำม้ำ อำเภอสองพนี่ ้อง อำเภอศรปี ระจันต์ อำเภอหนองหญ้ำไซ ๓) จำนวนชำ่ งฝมี ือพนื้ บำ้ น ……-…….. คน อำเภอ..........-.............. ๔) จำนวนแหล่งท่องเทยี่ วทำงวฒั นธรรมในพน้ื ทจี่ ังหวดั สุพรรณบุรี จำนวน…1…..แหง่ ประกอบด้วย ๑. ช่อื ชมุ ชนบำ้ นพนุ ำ้ ร้อน ที่ตั้ง วดั พุน้ำร้อน ตำบลด่ำนช้ำง อำเภออำเภอดำ่ นช้ำง ๒. ชอ่ื .................................ทีต่ ง้ั ..............................อำเภอ........................เบอร์ตดิ ตอ่ ......................... ๕) จำนวนพพิ ิธภัณฑ์ชุมชน……2…. แหง่ ประกอบดว้ ย ๑. ชือ่ ศูนยก์ ำรเรยี นรู้พิพธิ ภัณฑ์ท้องถ่ินดำ่ นชำ้ ง ทต่ี ง้ั โรงเรียนอนบุ ำลด่ำนช้ำง อำเภอด่ำนชำ้ ง เบอรต์ ิดต่อ ๐35-595316 ๒. ชื่อศนู ย์ฟื้นฟวู ัฒนธรรมไตดำโบรำณ ทต่ี งั้ ตำบลบ้ำนดอน อำเภออู่ทอง เบอร์ติดต่อ 088-458-226 6) จำนวนร้ำนอำหำรอร่อย ร้ำน 100 ปี ………-…………..แห่ง ประกอบดว้ ย ๑. ชอื่ .................................ทตี่ ั้ง..............................อำเภอ........................เบอรต์ ิดตอ่ ......................... ๗) จำนวนตลำดประชำรัฐ……19…แห่ง (ตลำดประชำรฐั คนไทยย้ิมได้) ประกอบด้วย ๑. ศำลำกลำงจงั หวัดสุพรรณบุรี 2. บ้ำนหัวเวยี ง ม.2 ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบรุ ี ๑ - ๑๘

3. หมูบ่ ้ำน OTOP นวตั วิถี บำ้ นสวนขิง ม.2 ต.โคกครำม 4. หมบู่ ้ำน OTOP นวัตวิถี บำ้ นปำ่ สะแก ม.2 ต.ป่ำสะแก 5. ตลำดเก่ำศรปี ระจนั ต์บ้ำนเจำ้ คุณ 6. หมบู่ ำ้ น OTOP นวัตวิถี บำ้ นหนองเพยี ร ม.2 ต.บำงงำม 7. ท่ีว่ำกำรอำเภออู่ทอง 8. หมบู่ ำ้ น OTOP นวัตวิถี บำ้ นจรเข้สำมพนั ม.6 ต.จรเข้สำมพนั 9. ทวี่ ำ่ กำรอำเภอหนองหญำ้ ไซ 10. หนำ้ ธกส. หนองหญ้ำไซ 11. สองพน่ี ้อง ตลำดสะพำนโค้ง วัดทองประดษิ ฐ์ 12. ส่มุ ยักษ์ ม.1 ต.ต้นตำล 13. ด่ำนช้ำง บ้ำนพนุ ำ้ ร้อน ม.4 ต.ด่ำนช้ำง 14. บำ้ นผ้ึงหลวง ม.11 ต.วงั คัน 15. ทีว่ ำ่ กำรอำเภอสำมชุก 16. ตลำดนัดหนองสะเดำ 17. โรงพยำบำลสำมชุก 18. บริเวณพระบรมรำชำนุสำวรีย์สมเดจ็ พระนเรศวรมหำรำช 19. อำเภอดอนเจดยี ์ ตลำดขยำยผล บำ้ นหนองโสน ม.8 ต.ทะเลบก ๘) จำนวนตลำดวฒั นธรรม ……2…แหง่ ประกอบดว้ ย ๑. ตลำดร่มไม้ชำยน้ำวัดพระลอย ที่ต้งั วดั พระลอย อำเภอเมืองสพุ รรณบุรี เบอร์ผู้ประสำนงำน 035-536058 2. ตลำดบ้ำนค่ำยเกำ่ ท่ตี ้ัง วดั แค อำเภอเมอื งสุพรรณบุรี เบอร์ผู้ประสำนงำน 035-536058 ๙) จำนวนถนนสำยวฒั นธรรม…-…แห่ง ประกอบดว้ ย ๑. ทต่ี ้งั ..................อำเภอ................เบอร์ผปู้ ระสำนงำน...................... ๑๐) จำนวนขอ้ มูลสถำนประกอบกจิ กำรตำมพระรำชบญั ญตั ภิ ำพยนตรแ์ ละวดี ทิ ศั น์ พ.ศ.2551……. จำนวน....535......แห่ง ๑๑) จำนวนศูนยว์ ฒั นธรรมจังหวัด....-.... แห่ง ประกอบด้วย ๑. ชื่อ.................................ท่ีต้ัง..............................อำเภอ........................เบอรต์ ิดตอ่ ......................... ๑๒)จำนวนศนู ย์เฝำ้ ระวังทำงวฒั นธรรมในสถำนศึกษำ ...29..... โรงเรยี น/แห่ง ประกอบด้วย ลำดับ ช่ือสถำนศึกษำ ทอี่ ยู่ หมำยเลขโทรศพั ท์ 1 โรงเรียนอนุบำลสพุ รรณบุรี 5 ถนนมำลยั แมน ต.ท่ำพ่ีเลยี้ ง 035-522828 035-521659 2 โรงเรียนสงวนหญงิ ต.ท่ำพเ่ี ล้ียง 035-511296 035-535247 3 โรงเรยี นวดั ประตสู ำร 24/1 ถ.ขนุ ชำ้ ง ต.ทำ่ พี่เลยี้ ง 035-555370 4 วิทยำลยั นำฏศลิ ปสุพรรณบรุ ี ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนำท ต.สนำมชัย 035-969620 5 วิทยำลยั พยำบำลบรมรำชชนนี ถ.สพุ รรณบรุ ี-ชัยนำท ต.สนำมชยั 6 วิทยำลยั ช่ำงศิลป์ สพุ รรณบรุ ี 16 หมู่ 4 ตำบลร้ัวใหญ่ 7 มหำวิทยำลยั รำชภฏั สวนดสุ ติ ศนู ย์ 57 หมู่ 2 ถ.สพุ รรณบรุ ี - ป่ำโมก ต.โคกโคเฒ่ำ กำรศึกษำนอกท่ตี ้งั สุพรรณบรุ ี ๑ - ๑๙

ลำดับ ชือ่ สถำนศกึ ษำ ทีอ่ ยู่ หมำยเลขโทรศัพท์ 035-453040 8 โรงเรยี นวดั วงั พระนอน หมู่ 4 บ้ำนบำ้ นวังพระนอน ต.ดอนกำยำน 035-599194 9 โรงเรียนสวนแตงวิทยำ หมู่ 4 บำ้ นสวนแตง ต.สวนแตง 0-3552-2101 0-3551-1355 10 วทิ ยำลยั เทคนคิ สุพรรณบรุ ี 74 ถ.ขนุ ชำ้ ง อ.เมืองสพุ รรณบรุ ี 0-35521326 ๐๓๕ ๕๓๑๐๕๑ 11 วทิ ยำลัยอำชีวศกึ ษำสพุ รรณบุรี 279 ถ.พระพันวษำ ต.ทำ่ พเ่ี ล้ยี ง 035-571017 035-578089 12 โรงเรยี นอนบุ ำลวดั ปำ่ เลไลยก์ หมู่ 2 บำ้ นหมบู่ ำ้ นชุมชนวดั ป่ำเลไลยก์ ต.ร้ัวใหญ่ ๐35-595316 0-35595005 14 โรงเรยี นบำงลี่วทิ ยำ ถ.บำงล่ี-หนองวลั ย์เปรียง อำเภอสองพน่ี อ้ ง ๐๓๕-440010 ๐35-481012 15 โรงเรยี นบรรหำรแจม่ ใสวิทยำ 6 หมู่ 1 บำ้ นใหม่ศรสี พุ รรณ ต.หนองสะเดำ 035-417415 035-591012 16 โรงเรียนธรรมโชติศึกษำลัย หม่ทู ี่ 4 อำเภออู่ทอง 0-3559-1241 17 โรงเรียนอนุบำลด่ำนชำ้ ง หมู่ 1 บำ้ นตลำดดำ่ นช้ำง ต.ดำ่ นช้ำง 035-440-003 18 โรงเรียนบรรหำรแจม่ ใสวทิ ยำ 3 หมู่ ๑ ต.ดำ่ นช้ำง 035-466035 082-3429149 19 โรงเรยี นบ้ำนหว้ ยดนิ ดำ หมู่ ๖ ต.วังยำว 082-3429149 20 โรงเรียนบำ้ นทุ่งดนิ ดำ หมู่ 4 บำ้ นบำ้ นท่งุ ดนิ ดำ 081-5391594 21 โรงเรยี นวดั กลำงบำ้ นดอน หมู่ 8 บ้ำนบำ้ นดอน 22 โรงเรยี นบรรหำรแจม่ ใสวิทยำ ๑ หมู่ 3 บำ้ นดอนเจดีย์ ต.ดอนเจดยี ์ 23 โรงเรยี นดอนเจดียพ์ ิทยำคม หมู่ 3 ถ.ดอนเจดีย์-สพุ รรณบุรี ต.ดอนเจดีย์ 25 โรงเรียนบ้ำนพุนำ้ ร้อน หม่ทู ่ี 4 ตำบลดำ่ นช้ำง อำเภอด่ำนช้ำง 26 โรงเรียนไทยรัฐวิทยำ ๒๐ ตำบลหนองมะคำ่ โมง อำเภอด่ำนชำ้ ง 27 โรงเรยี นวัดดำ่ นชำ้ ง ตำบลดำ่ นชำ้ ง อำเภอดำ่ นช้ำง 28 โรงเรยี นบำ้ นโป่งคอม ตำบลด่ำนชำ้ ง อำเภอด่ำนช้ำง 29 โรงเรียนวดั บำ้ นกรวด ตำบลหนองสำหร่ำย อำเภอดอนเจดยี ์ ๑๓)จำนวนศนู ย์วฒั นธรรมในสถำนศึกษำ...-... แหง่ ประกอบด้วย ๑. ช่ือ.................................ที่ตงั้ ..............................อำเภอ........................เบอรต์ ิดตอ่ ......................... ๒. ชอ่ื .................................ทตี่ ้ัง..............................อำเภอ........................เบอร์ตดิ ต่อ......................... ๑๔) จำนวนศนู ย์วฒั นธรรมเฉลมิ รำชย์……2……..แห่ง ประกอบด้วย ๑. ช่อื ศนู ยว์ ัฒนธรรมเฉลมิ รำชย์บำงใหญ่ ทีต่ งั้ ชมุ ชนบำงแม่หมำ้ ย อำเภอบำงปลำม้ำ ๒. ชอื่ ศูนย์วฒั นธรรมเฉลมิ รำชย์ดอนมะนำว ท่ีต้งั ตำบลดอนมะนำว อำเภอสองพน่ี ้อง ๑๕)จำนวนศูนย์วฒั นธรรมไทยสำยใยชมุ ชน.......-......... แหง่ ๑. ช่ือ.................................ทต่ี ั้ง..............................อำเภอ........................เบอรต์ ดิ ตอ่ ......................... ๒. ชื่อ.................................ทีต่ ้งั ..............................อำเภอ........................เบอร์ติดตอ่ ......................... ๑๖) จำนวนรุกขมรดกของแผน่ ดิน จำนวน...........1............ต้น ประกอบด้วย ๑. ตน้ มะขำมยักษ์ ท่ตี ั้ง วัดแค อำเภอเมืองสุพรรณบรุ ี เบอร์ติดต่อ......................... ๒. ตน้ .................................ท่ีต้ัง..............................อำเภอ........................เบอร์ติดต่อ......................... ๑ - ๒๐

๑๗) จำนวนชุมชนคุณธรรมนอ้ มนำหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง ......137......แห่ง แยกเป็น ๑. ชมุ ชนสง่ เสรมิ คณุ ธรรม .......64....... แห่ง ๒. ชมุ ชนคุณธรรม......51....... แห่ง ๓. ชมุ ชนตน้ แบบ........22...... แหง่ ๑๘) ชมุ ชนคุณธรรม “บวร On Tour” จำนวน ……12…แห่ง ประกอบดว้ ย (ระบุทั้งหมด) ๑. ชือ่ ชุมชนวัดหนองเพยี ร ท่ีตั้งหมู่ที่ ๒ ตำบลบำงงำม อำเภอศรปี ระจนั ต์ เบอร์ตดิ ต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๓๐๖๗๔๕๔ ๒. ชื่อชมุ ชนวดั แค ทต่ี ัง้ หมทู่ ี่ ๑ ตำบลร้วั ใหญ่ อำเภอเมอื งสุพรรณบุรี เบอร์ตดิ ต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๔๐๓ ๙๐๔๐ ๓. ชื่อชุมชนวดั วรจนั ทร์ ที่ตั้งหมทู่ ่ี ๑ ตำบลโพธ์ิพระยำ อำเภอเมอื งสุพรรณบรุ ี เบอรต์ ิดต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๘๔๓๓๐๒๕ ๔. ช่อื ชมุ ชนวดั ไผ่โรงววั ทีต่ งั้ หมทู่ ี่ ๑๑ ตำบลบำงตำเถร อำเภอสองพ่นี ้อง เบอรต์ ิดต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๘๗๔๔๗๕๙ ๕. ชื่อชุมชนวดั ดอนเจดยี ์ ทต่ี ง้ั หมู่ที่ ๕ ตำบลดอนเจดยี ์ อำเภอดอนเจดีย์ เบอรต์ ิดต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๙๓๙๘๔๘๖ ๖. ชอ่ื ชมุ ชนวัดดำว ทีต่ ัง้ หมู่ท่ี ๔ ตำบลวัดดำว อำเภอบำงปลำมำ้ เบอร์ติดต่อประสำนงำน ๐๘๙ ๒๖๐๘๑๐๓ ๗. ชือ่ ชมุ ชนวดั บำ้ นสูตร ท่ตี ง้ั หมทู่ ่ี ๒ ตำบลบำงปลำม้ำ อำเภอบำงปลำม้ำ เบอรต์ ิดต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๗๖๓๔๑๓๓ ๘. ชอ่ื ชุมชนวัดวงั จระเข้ ทตี่ ัง้ หมูท่ ี่ ๖ ตำบลองค์พระ อำเภอดำ่ นช้ำง เบอร์ตดิ ต่อประสำนงำน ๐๘๕ ๕๐๕๑๙๕๔ ๙. ช่อื ชมุ ชนวัดดงเสลำ ทีต่ งั้ หมู่ที่ ๒ ตำบลองค์พระ อำเภอดำ่ นช้ำง เบอร์ตดิ ต่อประสำนงำน ๐๘๙ ๐๕๕๐๕๙๐ ๑๐. ชื่อชมุ ชนวดั วิมลโภคำรำม ท่ตี ัง้ หมูท่ ่ี ๒ ตำบลสำมชุก อำเภอสำมชกุ เบอร์ติดต่อประสำนงำน ๐๘๖ ๑๒๓๔๑๐๐ ๑๑. ชอ่ื ชมุ ชนวดั โภคำรำม ท่ตี ัง้ หมู่ท่ี ๒ ตำบลดอนคำ อำเภออู่ทอง เบอรต์ ิดต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๘๗๔๔๗๖๓ ๑๒. ชื่อชุมชนวดั ทำ่ พระยำจกั ร ที่ตัง้ หมูท่ ่ี ๑๒ ตำบลอทู่ อง อำเภออทู่ อง เบอร์ติดต่อประสำนงำน ๐๘๑ ๘๗๔๔๗๖๓ ๑๙) รำยช่ือชมุ ชนท่ีโดดเด่น จำนวน ๓ ชมุ ชน พรอ้ มท่ีจะพัฒนำต่อยอด ในปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑. ชือ่ ชมุ ชนคุณธรรมวัดไผ่โรงววั ทตี่ ง้ั หมู่ที่ 11 ตำบลบำงตำเถร อำเภอสองพน่ี อ้ ง ๑ - ๒๑

เบอร์ติดตอ่ ประสำนงำน ๐๘๑ ๘๗๔๔๗๕๙ ๒. ชอื่ ชุมชนคณุ ธรรมวัดแค ที่ตง้ั หมู่ที่ 1 ตำบลรัว้ ใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เบอร์ตดิ ตอ่ ประสำนงำน ๐๘๑ ๘๗๔๔๗๕๙ ๓. ชอ่ื ชมุ ชนคุณธรรมวดั สัปรดเทศ ทีต่ ้งั หมูท่ ี่ 6 ตำบลวงั ยำง อำเภอศรีประจันต์ เบอรต์ ดิ ตอ่ ประสำนงำน ๐๘๑ ๘๗๔๔๗๕๙ ๒๐) ผลิตภัณฑ์ (CPOT) ทโ่ี ดดเด่น สำมำรถสร้ำงรำยไดใ้ ห้แก่จงั หวัด ประกอบดว้ ย ๑. ช่อื ผลติ ภณั ฑ์ ชิงชำ้ กลม (ผลิตภณั ฑจ์ ำกเชือกถกั ) ท่ตี ั้ง หมทู่ ี่ ๔ ตำบลต้นตำล อำเภอสองพนี่ ้อง จงั หวัดสพุ รรณบุรี เบอรต์ ดิ ต่อ ๐๘๗-๑๕๘๔๘๐๘ ๒. ชอ่ื ผลติ ภัณฑ์ ชดุ อำหำร (ผลิตภณั ฑเ์ คร่อื งเบญจรงค์) ทต่ี ้งั ๑๔๑/๑ หมู่ที่ ๕ บำ้ นกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์ อำเภอบำงปลำมำ้ จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี เบอรต์ ดิ ตอ่ ๐๙๔-๔๖๓๖๙๕๓ ๓. ชื่อผลติ ภัณฑ์ ผำ้ ตีนจกลำวเวียง (ผลิตภัณฑ์ผำ้ ทอมือ) ท่ตี ้ัง ๑๐๔ หมู่ท่ี ๒ ตำบลดอนคำ อำเภออู่ทอง จังหวดั สุพรรณบุรี เบอรต์ ิดต่อ ๐๙๖-๔๗๐๗๓๒๓ ปฏทิ นิ วฒั นธรรมของสานักงานวฒั นธรรมจังหวดั สุพรรณบรุ ี เดอื น กจิ กรรม / สถานทจ่ี ดั งานตาบล อาเภอ มกราคม - งำนอนุสรณ์ดอนเจดีย์และงำนกำชำดจังหวดั สุพรรณบรุ ี ตำบล ดอนเจดยี ์ อำเภอดอนเจดยี ์ กุมภาพันธ์ - งำนมหัศจรรยท์ วิ ลิปบำนสุพรรณบรุ ี ณ ศูนย์สง่ เสริมและพัฒนำอำชีพกำรเกษตร มีนาคม (พันธ์พุ ืชเพำะเล้ยี ง) ตำบลพลับพลำไชย อำเภอ อู่ทอง - ประเพณีกำฟ้ำของชำวไทยพวนใน ตำบลวัดโบสถ์,ตำบลมะขำมลม้ และตำบลบำงปลำมำ้ อำเภอบำงปลำมำ้ - งำนเทศกำลตรุษจนี ศำลเจ้ำพอ่ หลักเมอื งจงั หวัดสพุ รรณบุรี ณ อุทยำนมังกรสวรรค์ พพิ ิธภณั ฑ์ลูกหลำนพนั ธุ์มงั กรศำลเจ้ำพ่อหลักเมืองอำเภอเมืองสพุ รรณบุรี - เมษายน - งำนอศั จรรยว์ นั สงกรำนต์สุพรรณบรุ ี อำเภอ เมืองสุพรรณบุรี พฤษภาคม - งำนประเพณีไทยทรงดำ อำเภอ สองพน่ี ้อง และ อำเภอ อทู่ อง - งำนประเพณยี กธงของกลมุ่ ชำติพนั ธุ์ลำวซลี ำวคร่งั อำเภอ เดิมบำงนำงบวช - งำนรำลึกวันคล้ำยวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหำรำช ณ พระบรมรำชำนสุ รณ์ดอนเจดีย์ - ประเพณบี ุญบั้งไฟ ตำบลดอนคำ อำเภอ อู่ทอง มถิ นุ ายน - งำนเทศกำลดอกกระเจยี วบำนอำเภอ อู่ทอง กรกฎาคม - ประเพณีงำนแหเ่ ทยี นพรรษำจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี สิงหาคม - ประเพณีสำรทไทยพวน อำเภอ บำงปลำมำ้ กนั ยายน - ประเพณีทง้ิ กระจำด อำเภอ เมอื งสุพรรณบุรี ตุลาคม - ประเพณตี ักบำตรเทโวโรหณะวัดหัวเขำ อำเภอ เดิมบำงนำงบวช, วัดเขำดีสลัก อำเภออู่ทอง ๑ - ๒๒

เดือน กิจกรรม / สถานท่ีจดั งานตาบล อาเภอ พฤศจิกายน - ประเพณีไหว้พระแขของกลุ่มชำตพิ นั ธุ์เขมร ตำบล ตลง่ิ ชัน อำเภอ เมืองสุพรรณบุรี ธันวาคม - ประเพณีแขง่ เรือยำว อำเภอ บำงปลำมำ้ - งำนประจำปไี หว้หลวงพ่อวดั อำน อำเภอ บำงปลำมำ้ - งำนปิดทองหลวงพอ่ โต วัดป่ำเลไลยก์วรวหิ ำร อำเภอ เมืองสุพรรณบรุ ี - งำนประเพณลี อยกระทง บริเวณคูเมือง อำเภออู่ทอง/วดั วรจันทร์ ตำบลโพธิ์พระยำ - เทศกำลท่องเท่ียวสสี ันพันธ์ุไม้ ณ ศนู ยพ์ ันธุ์พชื เพำะเลยี้ ง(สวนสวรรคส์ พุ รรณบุรี) ตำบลพลับพลำไชย อำเภออู่ทอง แหลง่ ท่องเท่ยี วในมติ ศิ าสนาทีม่ คี วามสาคญั และโดดเดน่ ในจังหวดั ๑) วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตั้งอยู่ถนนมำลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองฯ เดิมชื่อ วัดลำนมะขวิด เป็นวัดเก่ำแก่คู่บ้ำนคู่เมืองมำแต่โบรำณ หลวงพ่อโตวัดป่ำเลไลยก์วรวิหำร เป็นพระปำงป่ำเลไลยก์ ขนำดควำมสูง ๒๓.๔๘ เมตร กว้ำง ๑๑.๒๐ เมตร ตั้งอยู่ในวิหำร ทุกปีจะมีงำนสมโภชน์และนมัสกำร ปีละ ๒ คร้ัง คือในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ – ขึ้น ๙ คำ่ เดือน ๕ และวันขน้ึ ๕ ค่ำ – ขน้ึ ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ๒) ศาลเจ้าพอ่ หลักเมอื งสพุ รรณบุรี ตัง้ อยู่ถนนมำลยั แมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองฯเดมิ เรยี กวำ่ ศำล เจ้ำเทพำรักษ์หลักเมือง ภำยในประกอบด้วยเทวรูปพระอิศวร พระนำรำยณ์สลักนูนอยู่บนแท่นหินเขียวแท่ง เดียวกันในท่ำประทับยืน เจ้ำพ่อหลักเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ิ คู่บ้ำนคู่เมืองของจังหวัด นอกจำกนี้ ยังมีวัดที่มี ประวัติสำคัญๆ อีกหลำยแห่ง อำทิวัดพระศรีรัตนมหำธำตุ ต้ังอยู่ใกล้ศำลเจ้ำพ่อหลักเมือง อำยุไม่ต่ำกว่ำ ๖๐๐ ปี และมีช่ือเสียงเร่อื งพระพมิ พผ์ งสพุ รรณที่โดง่ ดังมำก วดั สนำมชัย ต้ังอยูต่ ำบลสนำมชัย อำเภอเมืองฯ มีซำกเจดีย์ ขนำดใหญ่ ซ่ึงได้ชอื่ ว่ำ “เจดีย์ทหำรนิรนำม” วัดแค ต้ังอยู่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองฯ เปน็ วดั เกำ่ แก่ปรำกฏอยู่ ในวรรณคดเี สภำขนุ ช้ำงขนุ แผน ฯลฯ แหลง่ ท่องเท่ยี วประเภทประเพณที ้องถ่นิ ที่สาคัญ ๑) ประเพณีงานท้ิงกระจาด เป็นพิธีทำงพุทธศำสนำลัทธิมหำยำน ซึ่งชำวจีนถือว่ำเป็นกำรเจริญ เมตตำธรรมแก่ดวงวิญญำณ คือกำรนำสิ่งของต่ำง ๆ ของผู้ที่ตำยแล้วมำแจกจ่ำยเป็นทำนให้คนยำกจน งำนท้ิง กระจำดนี้จัดเป็นประจำทุกปีในวันเพ็ญเดือน ๗ ตำมปฏิทินจีน ตรงกับเดือน ๙ ของไทย รำวเดือนสิงหำคม – กันยำยน ของทุกปี งำนจัดเป็น ๒ ระยะ คืองำนทิ้งกระจำดฟ้ำ ๕ วัน ต่อจำกนั้น เป็นงำนทิ้งกระจำดดิน อกี ๕ วนั สถำนที่จดั คอื สมำคมจีนตงฮั้วฮว่ ยกวง อำเภอเมอื งสุพรรณบุรี ๒) ประเพณีไหว้พระแข เป็นประเพณีของชำวไทยเชื้อสำยเขมร ซึ่งอำศัยอยู่ในเขตตำบลบ้ำนโพธ์ิ และตำบลตลิ่งชัน ได้แก่วัดประชุมชน วัดสกุณปักษี วัดสำมทอง และวัดสุวรรณำดี เป็นพิธีบวงสรวงและ ไหว้พระจันทร์ หรือพระแขซ่ึงเป็นภำษำเขมร แปลว่ำ “พระจันทร์” ประเพณีน้ีจะจัดข้ึนในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เวลำเทย่ี งคืน ๓) การแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระรำชทำนสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯสยำมบรมรำชกุมำรี ชำวบำงปลำม้ำมีประเพณีแข่งเรือที่สืบทอดกันมำเป็นเวลำช้ำนำน ในฤดูน้ำหลำก และช่วงเทศกำลทอดกฐิน ประมำณเดือนพฤศจิกำยน โดยวัดท่ีมีเรือยำวในอำเภอบำงปลำม้ำ เช่น วัดกกม่วง วัดลำนคำ วัดมณีวรรณ วดั อทู่ อง จะนำเรือเข้ำรว่ มแขง่ ขัน ณ ลำนำ้ ท่ำจีน บริเวณหน้ำวดั สวนหงส์ ตำบลบำงปลำม้ำ ๔) ประเพณีตักบาตรกลางน้า เป็นประเพณีงำนบุญที่มีคุณค่ำแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ของคน ในท้องถิ่นศรัทธำในพระพุทธศำสนำ ได้ปฏิบัติสืบทอดมำแล้วประมำณ ๘๐ – ๙๐ ปี ของชำวตำบลบ้ำนแหลม ที่ใช้แม่น้ำสุพรรณเป็นเส้นทำงคมนำคม พระสงฆ์ใช้เรือพำยบิณฑบำตริมฝั่งแม่น้ำจำกชำวบ้ำน ในปัจจุบัน ได้เพิ่มกำรจัดกิจกรรมชักพระและทอดผ้ำป่ำวัดที่อยู่ริมน้ำก่อนวันตักบำตร ๑ วัน พิธีตักบำตร จะเริ่มต้นต้ังแต่ ๑ - ๒๓

บริเวณหน้ำตลำดคอวัง (ปรำกฏช่ือในตำนำนพ้ืนบ้ำนเร่ืองวังตำเพชร) ในเวลำอรุณรุ่งของวันแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ พระสงฆ์จำกวัดต่ำง ๆ ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่ำจีนเป็นจำนวนนับร้อยรูป สิ้นสุดที่วัดป่ำพฤกษ์ ซ่ึงได้รับ ควำมสนใจจำกประชำชนมำก ๕) ประเพณีสงกรานต์บุญบ้ังไฟ เป็นประเพณีด้ังเดิมของชำวไทยพวนและไทยเวียง บง้ั ไฟ นยิ มทำเพื่อ บูชำเทวดำ พญำแถน ผีฟ้ำบนสวรรค์ ให้ฝนตกตำมฤดูกำล มีกำรเตรียมบั้งไฟแห่แหนไปตำมวัด และยิงบั้งไฟท่ีวัด จดั ขึน้ ในวนั ข้ึน ๑๕ ค่ำ เดอื น ๖ ปัจจบุ นั ยังหำดไู ด้ที่วดั ต่ำงๆ ในอำเภออทู่ อง และอำเภอบำงปลำมำ้ ๖) ประเพณีค้าฟ้า (ภำษำถิ่นใช้คำว่ำกำฟ้ำ) เป็นวัฒนธรรมเก่ำแก่ของชำวไทยพวน ซึ่งมีกำหนดจัด งำนในเดือน ๓ ข้ึน ๓ ค่ำ และ ๗ ค่ำ วันกำฟ้ำจะหยุดทำงำนเพ่ือเตรียมอำหำร ขนม คือข้ำวหลำมเพื่อนำไป ถวำยพระเมื่อถึงกลำงคนื จะมีงำนเลย้ี งฉลอง ปัจจบุ ันน้ียงั คงมีประเพณอี ยเู่ ช่นเดมิ ๗) ประเพณีตักบาตรเทโวโรหนะ เป็นประเพณีกำรทำบุญของชำวไทยในเทศกำล ออกพรรษำ นิยมทำกันในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ จังหวัดสุพรรณบุรีจัดงำนใหญ่ท่ีวัดหัวเขำ อำเภอเดิมบำงนำงบวช และวัดเขำดสี ลกั อำเภออ่ทู อง ๘) ประเพณีบายศรีสู่ขวัญของชาวละว้า ชำวละว้ำในจังหวัดสุพรรณบุรี อำศัยอยู่ที่บ้ำนกกเชียง ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่ำนชำ้ ง ลกั ษณะพิธคี ลำ้ ยพิธไี ทยลำวทวั่ ไป เป็นกำรรบั ขวัญผมู้ ำอยู่ใหมผ่ ้ไู ปอย่ทู ่อี ่นื แล้ว กลับบ้ำนหรอื ผู้ทร่ี อดพน้ อนั ตรำย ๙) ประเพณีแตง่ งานของลาวโซ่ง พิธีแต่งงำนของชำวลำวโซ่ง ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ตำบลดอนมะเกลือ ตำบลบ้ำนดอน อำเภออู่ทอง และตำบลดอนมะนำว อำเภอสองพี่น้อง คือหลังจำกท่ีได้รับ อนุญำตจำกเจ้ำสำวแล้ว เจ้ำบ่ำวจะจัดงำน ในวันข้ึน ๑ ค่ำ จนถึงขึ้น ๑๓ ค่ำ ของเดือนมีนำคม พฤษภำคม กรกฎำคม พฤศจกิ ำยน นอกจำกน้ี ยังมีประเพณที ้องถ่ินอ่ืน ๆ อีก เช่น ประเพณีของชำวไทยทรงดำ (ลำวโซ่ง) ของตำบลบำ้ นดอน ตำบลดอนมะเกลอื และตำบลดอนมะนำว ๑๐) ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีกำรทำบุญของชำวไทยในเทศกำลเข้ำพรรษำเพ่ือ เป็นกำรนำต้นเทียนไปถวำยพระสงฆ์หรือวัดซึ่งจำพรรษำตลอดระยะเวลำ ๓ เดือน ดังนั้น เพ่ือเป็นกำรอนุรักษ์ สืบสำน ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีแห่เทียนพรรษำและเป็นกำรส่งเสริมกำรท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี ชำวสุพรรณบุรีจึงจัดให้มีงำนประเพณีแห่เทียนพรรษำอย่ำงยิ่งใหญ่และสวยงำมตระกำรตำเป็นที่สนใจ ของนกั ทอ่ งเท่ียวภำยในจงั หวดั สพุ รรณบรุ แี ละจังหวัดใกล้เคียง ๑๑) ประเพณีงานนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ เป็นงำนประเพณีสืบต่อกันมำแต่โบรำณกำล จดั งำนปีละ ๒ คร้ัง คือ ขึ้น ๕ ค่ำถึง ๙ ค่ำ เดือน ๕ และ ข้นึ ๕ ค่ำ ถึง ๙ ค่ำ เดอื น ๑๒ ประชำชนจังหวัดสุพรรณบุรี และจงั หวดั ใกล้เคยี ง มีควำมศรัทธำนบั ถือหลวงพ่อโต และมำสักกำระกันเปน็ จำนวนมำกทุกปี ๑ - ๒๔