Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

Published by lady-anny1, 2020-03-19 07:23:24

Description: มาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

Search

Read the Text Version

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อาเภอแม่แจม่ จงั หวดั เชยี งใหม่ สังกดั สานกั บริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

สารบัญ ๒ คานา หน้า ทาไมตอ้ งเรยี นการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรยี นรู้อะไรในการงานอาชพี และเทคโนโลยี ๑ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๑ คุณภาพผเู้ รียน ๒ ตัวช้ีวดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๒ ๕ สาระที่ ๑ การดารงชีวติ และครอบครวั ๕ สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี ๑๑ สาระท่ี ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร ๑๘ สาระที่ ๔ การอาชพี ๓๑ อภิธานศพั ท์ ๓๔

๓ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ทาไมตอ้ งเรียนการงานอาชพี และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐานท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนาความรเู้ กี่ยวกับการดารงชวี ติ การอาชพี และเทคโนโลยี มาใช้ประโยชนใ์ นการทางานอย่าง มีความคิดสร้างสรรค์ และแข่งขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการ ทางาน และมีเจตคติที่ดีต่อการทางาน สามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียง และมคี วามสขุ เรียนรู้อะไรในการงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มุ่งพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม เพื่อให้มี ความรู้ความสามารถ มีทักษะในการทางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการศึกษาต่อ ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ โดยมีสาระสาคัญ ดงั น้ี  การดารงชีวติ และครอบครวั เป็นสาระเก่ียวกับการทางานในชีวิตประจาวัน ช่วยเหลือ ตนเอง ครอบครัว และสังคมไดใ้ นสภาพเศรษฐกิจท่ีพอเพียง ไมท่ าลายสิง่ แวดล้อม เนน้ การปฏิบัติจริง จนเกิดความม่ันใจและภูมิใจในผลสาเร็จของงาน เพ่ือให้ค้นพบความสามารถ ความถนัด และความสนใจ ของตนเอง  การออกแบบและเทคโนโลยี เป็นสาระการเรียนร้ทู ่ีเกย่ี วกับการพัฒนาความสามารถของ มนษุ ยอ์ ย่างสร้างสรรค์ โดยนาความรู้มาใช้กับกระบวนการเทคโนโลยี สร้างส่ิงของ เครือ่ งใช้ วิธีการ หรอื เพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการดารงชวี ติ  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นสาระเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยี สารสนเทศ การติดตอ่ สอื่ สาร การค้นหาขอ้ มลู การใช้ข้อมลู และสารสนเทศ การแกป้ ัญหาหรือการ สร้างงาน คุณคา่ และผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร  การอาชีพ เป็นสาระท่ีเกี่ยวข้องกับทักษะท่ีจาเป็นต่ออาชีพ เห็นความสาคัญของ คุณธรรม จริยธรรม และเจตคติท่ีดีต่ออาชีพ ใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม เห็นคุณค่าของอาชีพสุจริต และเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ

๔ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ ๑ การดารงชวี ิตและครอบครัว มาตรฐาน ง๑.๑ เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึก ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร และสิ่งแวดลอ้ มเพ่อื การดารงชวี ติ และครอบครัว สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสรา้ งสิ่งของเคร่อื งใช้ หรอื วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยี ในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วม ใน การจดั การเทคโนโลยีทีย่ ัง่ ยืน สาระท่ี ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร มาตรฐาน ง ๓.๑ เขา้ ใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การส่ือสาร การแก้ปัญหา การทางาน และอาชีพอย่างมีประสิทธภิ าพ ประสิทธิผล และมคี ณุ ธรรม สาระที่ ๔ การอาชีพ มาตรฐาน ง ๔.๑ เข้าใจ มีทกั ษะทจี่ าเป็น มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใช้เทคโนโลยเี พอื่ พัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ อาชพี คุณภาพผ้เู รยี น จบช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓  เข้าใจวิธีการทางานเพื่อช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือถูกต้องตรงกับลักษณะงาน มีทักษะกระบวนการทางาน มีลักษณะนิสัยการทางาน ท่ีกระตือรือร้น ตรงเวลา ประหยัด ปลอดภัย สะอาด รอบคอบ และมีจิตสานึกในการอนุรักษ์ สง่ิ แวดล้อม  เขา้ ใจประโยชนข์ องสิ่งของเคร่ืองใช้ในชีวิตประจาวัน มคี วามคดิ ในการแก้ปญั หาหรอื สนอง ความต้องการอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะในการสร้างของเล่น ของใช้อย่างง่าย โดยใช้ กระบวนการเทคโนโลยี ได้แก่ กาหนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบโดยถ่ายทอด ความคิดเป็นภาพร่าง ๒ มิติ ลงมือสร้าง และประเมินผล เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์อย่างถูกวิธี เลือกใช้ สงิ่ ของเคร่ืองใชใ้ นชีวิตประจาวันอย่างสรา้ งสรรค์และมกี ารจัดการสง่ิ ของเครื่องใชด้ ้วยการนากลับมาใช้ซ้า

๕  เขา้ ใจและมีทักษะการค้นหาข้อมลู อย่างมีขนั้ ตอน การนาเสนอขอ้ มลู ในลกั ษณะต่าง ๆ และ วิธีดแู ลรกั ษาอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ จบชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖  เข้าใจการทางานและปรับปรุงการทางานแต่ละข้ันตอน มีทักษะการจัดการ ทักษะ การทางานร่วมกัน ทางานอย่างเป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะนิสัยการทางานท่ีขยัน อดทน รับผดิ ชอบ ซื่อสัตย์ มมี ารยาท และมีจิตสานึกในการใชน้ ้า ไฟฟ้าอย่างประหยดั และคมุ้ คา่  เข้าใจความหมาย วิวัฒนาการของเทคโนโลยี และส่วนประกอบของระบบเทคโนโลยี มีความคิดในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการอย่างหลากหลาย นาความรู้และทักษะการสร้าง ช้ินงานไปประยุกต์ในการสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้ตามความสนใจอย่างปลอดภัย โดยใช้กระบวน การ เทคโนโลยี ได้แก่ กาหนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิดเป็น ภาพร่าง ๓ มิติ หรือแผนท่ีความคิด ลงมือสร้าง และประเมินผล เลือกใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจาวัน อย่างสร้างสรรค์ ตอ่ ชีวติ สงั คม และมกี ารจัดการเทคโนโลยีด้วยการแปรรปู แลว้ นากลับมาใชใ้ หม่  เข้าใจหลักการแก้ปัญหาเบ้ืองต้น มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล เก็บรักษา ข้อมูล สร้างภาพกราฟิก สร้างงานเอกสาร นาเสนอข้อมูล และสร้างชิ้นงานอย่างมีจิตสานึก และรับผดิ ชอบ  รู้และเข้าใจเกี่ยวกับอาชพี รวมทงั้ มีความรู้ ความสามารถและคณุ ธรรมทีส่ มั พนั ธ์กับอาชพี จบชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓  เข้าใจกระบวนการทางานท่ีมีประสิทธิภาพ ใช้กระบวนการกลุ่มในการทางาน มีทักษะ การแสวงหาความรู้ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาและทักษะการจัดการ มีลักษณะนิสัยการทางาน ท่ีเสยี สละ มีคณุ ธรรม ตัดสินใจอย่างมีเหตผุ ลและถูกต้อง และมีจิตสานึกในการใช้พลังงาน ทรพั ยากรและ สง่ิ แวดล้อมอย่างประหยดั และคุม้ ค่า  เข้าใจกระบวนการเทคโนโลยีและระดับของเทคโนโลยี มี ความคิดสร้างสรรค์ ในการแก้ปัญหาหรอื สนองความตอ้ งการ สร้างส่ิงของเคร่ืองใช้หรือวธิ ีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยี อยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภัย โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพฉายเพ่อื นาไปสกู่ ารสร้างชิน้ งานหรอื แบบจาลอง ความคิดและการรายงานผล เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีการ จดั การเทคโนโลยดี ว้ ยการลดการใช้ทรพั ยากรหรือเลอื กใช้เทคโนโลยีท่ีไม่มผี ลกระทบกับส่ิงแวดล้อม  เข้าใจหลักการเบื้องต้นของการสื่อสารข้อมูล เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หลักการและวิธี แก้ปัญหา หรือการทาโครงงานด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทักษะการค้นหาข้อมูล

๖ และการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม การใช้คอมพิวเตอร์ ในการแก้ปญั หา สรา้ งชิ้นงานหรอื โครงงานจากจนิ ตนาการ และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองาน  เข้าใจแนวทางการเลือกอาชีพ การมีเจตคติที่ดีต่อและเห็นความสาคัญของการประกอบ อาชีพ วิธีการหางานทา คุณสมบัติท่ีจาเป็นสาหรับการมีงานทา วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ มีทักษะ พื้นฐานท่ีจาเป็นสาหรับการประกอบอาชีพ และประสบการณ์ต่ออาชีพที่สนใจ และประเมินทางเลือก ในการประกอบอาชีพทีส่ อดคลอ้ งกับความรู้ ความถนัด และความสนใจ จบชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖  เข้าใจวิธีการทางานเพ่ือการดารงชีวิต สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะ การทางานร่วมกนั ทกั ษะการจดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา และทกั ษะการแสวงหาความรู้ ทางาน อย่างมีคุณธรรม และมีจิตสานกึ ในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุม้ ค่าและยั่งยืน  เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นๆ วิเคราะห์ระบบเทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ สร้างและพัฒนา ส่ิงของเคร่ืองใช้หรือ วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยโดยใช้ซอฟท์แวร์ช่วยในการออกแบบหรือนาเสนอ ผลงาน วิเคราะห์และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม ส่ิงแวดล้อม และมีการจดั การเทคโนโลยดี ้วยวิธกี ารของเทคโนโลยสี ะอาด  เข้าใจองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ องค์ประกอบและหลักการทางานของ คอมพิวเตอร์ ระบบส่ือสารข้อมูลสาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง และมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหา เขียนโปรแกรมภาษา พัฒนาโครงงาน คอมพิวเตอร์ ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ติดต่อส่ือสารและค้นหาข้อมูลผ่าน อินเทอร์เน็ต ใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ นาเสนองาน และใชค้ อมพิวเตอรส์ ร้างช้ินงานหรอื โครงงาน  เข้าใจแนวทางสู่อาชีพ การเลือก และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมกับอาชีพ มีประสบการณ์ในอาชพี ที่ถนดั และสนใจ และมีคณุ ลักษณะท่ีดตี ่ออาชพี

๗ ตวั ชี้วัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระท่ี ๑ การดารงชวี ติ และครอบครัว มาตรฐาน ง ๑. ๑ เข้าใจการทางาน มคี วามคดิ สร้างสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทักษะ การจดั การ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทกั ษะการทางานรว่ มกนั และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทางาน มีจติ สานึก ในการใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดลอ้ ม เพ่ือการดารงชวี ิตและครอบครัว ชั้น ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป. ๑ ๑. บอกวธิ กี ารทางานเพ่ือชว่ ยเหลอื ตนเอง  การทางานเพอ่ื ชว่ ยเหลือตนเอง เชน่ ๒. ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื ง่าย ๆ - การแต่งกาย ในการทางานอยา่ งปลอดภยั - การเกบ็ ของใช้ ๓. ทางานเพื่อชว่ ยเหลอื ตนเองอย่าง กระตอื รือรน้ และตรงเวลา - การหยบิ จบั และใชข้ องใชส้ ว่ นตวั - การจดั โต๊ะ ตู้ ชนั้  การใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมอื งา่ ย ๆ ในการทางานอยา่ งปลอดภัย เช่น - การทาความคนุ้ เคยการใช้เคร่ืองมอื - การรดนา้ ตน้ ไม้ - การถอนและเก็บวัชพืช - การพับกระดาษเปน็ ของเลน่ ป. ๒ ๑. บอกวิธีการและประโยชน์การทางาน  การทางานเพือ่ ชว่ ยเหลือตนเองและ เพอื่ ชว่ ยเหลอื ตนเองและครอบครัว ครอบครวั เชน่ ๒ . ใช้ วัสดุ อุ ปกรณ์ แ ล ะเคร่ื องมื อ - บทบาทและหนา้ ทีข่ องสมาชกิ ในบา้ น ในการทางานอย่างเหมาะสมกับงานและ - การจดั วาง เก็บเสอื้ ผ้า รองเท้า ประหยัด - การชว่ ยครอบครวั เตรยี มประกอบอาหาร ๓. ทางานเพื่อช่วยเหลือตนเองและ - การกวาดบ้าน ครอบครัวอยา่ งปลอดภยั - การลา้ งจาน  การใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ เชน่ - การเพาะเมลด็ - การดแู ลแปลงเพาะกล้า - การทาของเลน่ - การประดิษฐ์ของใชส้ ว่ นตวั

๘ ชั้น ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ป. ๓ ๑.อธบิ ายวธิ กี ารและประโยชน์  การทางานเพือ่ ชว่ ยเหลือตนเอง ครอบครวั การทางาน เพ่ือชว่ ยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และสว่ นรวม เชน่ และสว่ นรวม - การเลอื กใช้เสือ้ ผ้า ๒ ใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ ตรงกบั - การจดั เตรยี มอุปกรณ์การเรยี น ลกั ษณะงาน - การทาความสะอาดรองเทา้ กระเป๋า ๓.ทางานอยา่ งเปน็ ข้ันตอนตามกระบวนการ นักเรยี น ท างานด้ วย ค วาม ส ะอ าด ค วาม - การกวาด ถู ปัดกวาด เชด็ ถู บา้ นเรือน รอบคอบ และอนุรักษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม - การทาความสะอาดหอ้ งเรียน  การใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือ เชน่ - การปลกู ผักสวนครวั - การบารงุ รักษาของเลน่ - การซอ่ มแซมของใชส้ ว่ นตัว - การประดษิ ฐข์ องใชใ้ นโอกาสตา่ งๆ โดย ใช้วัสดใุ นท้องถนิ่ ป. ๔ ๑. อธิบายเหตุผลในการทางานให้บรรลุ  การทางาน เชน่ เปา้ หมาย - การดูแลรักษาของใชส้ ว่ นตวั ๒ . ท างาน บ รรลุเป้ าห ม าย ที่ วางไว้ - การจดั ต้เู สือ้ ผา้ โตะ๊ เขยี นหนังสือ และ อย่างเป็นข้ันตอน ด้วยความขยัน อดทน กระเปา๋ นักเรยี น รับผิดชอบ และซื่อสตั ย์ - การปลกู ไมด้ อก หรือ ไม้ประดบั ๓ . ป ฏิ บั ติ ต น อ ย่ า ง มี ม า ร ย า ท - การซอ่ มแซมวัสดุ อุปกรณ์ และ ในการทางาน เครอ่ื งมือ ๔ .ใ ช้ พ ลั ง ง า น แ ล ะ ท รั พ ย า ก ร - การประดิษฐข์ องใช้ ของตกแต่งจากใบตอง ในการทางานอย่างประหยัด และคุ้มค่า และกระดาษ - การจัดเก็บเอกสารส่วนตวั  มารยาท เช่น - การต้อนรบั บิดามารดาหรอื ผปู้ กครอง ในโอกาสต่าง ๆ - การรับประทานอาหาร - การใชห้ ้องเรยี น ห้องนา้ และห้องสว้ ม

๙ ชั้น ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป. ๕ ๑. อธิบายเหตผุ ลการทางานแตล่ ะ  ขน้ั ตอนการทางาน เชน่ ขน้ั ตอนถูกตอ้ งตามกระบวนการทางาน - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เส้ือผ้า ๒. ใช้ทักษะการจดั การในการทางาน - การปลกู พืช อยา่ งเป็นระบบ ประณีต และมคี วามคิด - การทาบญั ชคี รวั เรอื น สรา้ งสรรค์  การจดั การในการทางาน เช่น ๓. ปฏบิ ัตติ นอยา่ งมีมารยาทใน - การจดั โตะ๊ อาหาร ตู้อาหาร ต้เู ยน็ และ การทางานกบั สมาชิกในครอบครวั ห้องครวั ๔. มจี ติ สานกึ ในการใชพ้ ลงั งานและ - การทาความสะอาดหอ้ งน้าและหอ้ งส้วม ทรพั ยากรอย่างประหยดั และคมุ้ คา่ - การซอ่ มแซมอปุ กรณข์ องใชใ้ นบ้าน - การประดษิ ฐข์ องใช้ ของตกแตง่ จากวัสดุ เหลือใช้ท่ีมอี ยใู่ นทอ้ งถน่ิ - การจดั เกบ็ เอกสารสาคัญ - การดูแลรกั ษาและใชส้ มบตั สิ ่วนตวั สมาชิกในครอบครวั และส่วนรวม  มารยาท เช่น - การทางานกบั สมาชกิ ในครอบครวั ป. ๖ ๑. อภิปรายแนวทางในการทางานและ  การทางานและการปรบั ปรงุ การทางาน เช่น ปรบั ปรงุ การทางานแตล่ ะขนั้ ตอน - การดแู ลรกั ษาสมบตั ภิ ายในบา้ น ๒. ใชท้ ักษะการจัดการในการทางาน - การปลูกไมด้ อก หรือ ไมป้ ระดบั หรอื และมที กั ษะการทางานร่วมกนั ปลกู ผกั หรอื เล้ยี งปลาสวยงาม ๓. ปฏิบัตติ นอยา่ งมมี ารยาท - การบนั ทึกรายรับ – รายจ่ายของหอ้ งเรียน ในการทางานกบั ครอบครวั และผูอ้ น่ื - การจัดเก็บเอกสารการเงิน  การจดั การในการทางานและทักษะการทางาน ร่วมกนั เชน่ - การเตรยี ม ประกอบ จัดอาหาร ใหส้ มาชกิ ในครอบครวั - การตดิ ตัง้ ประกอบ ของใชใ้ นบา้ น - การประดษิ ฐ์ของใช้ ของตกแต่งใหส้ มาชิก ในครอบครวั หรอื เพอ่ื น ในโอกาสตา่ ง ๆ  มารยาท เชน่ - การทางานกบั สมาชิกในครอบครวั และผู้อ่ืน

๑๐ ชั้น ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ม. ๑ ๑ . วิเคราะห์ ขั้นตอนการท างานต าม  ขน้ั ตอนการทางาน เชน่ กระบวนการทางาน - ก ารใช้ อุ ป ก รณ์ อ าน วย ค ว าม ส ะด ว ก ๒.ใชก้ ระบวนการกลมุ่ ในการทางาน ในการทางานบ้าน ดว้ ยความเสียสละ - การจดั และตกแต่งห้อง ๓ . ตั ด สิน ใจ แก้ ปั ญ ห าก ารท างาน - การเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลีก ค้าส่ง อยา่ งมเี หตผุ ล รา้ นสะดวกซือ้ และหา้ งสรรพสินคา้  การทางานโดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ เชน่ - ก ารเต รีย ม ป ระก อ บ จั ด ต ก แ ต่ ง และบริการอาหาร - การแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร - การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่ง จากวัสดุ ในท้องถิ่น  การแกป้ ัญหาในการทางาน เชน่ - การจัดสวนในภาชนะ - การซ่อมแซม วัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือ / เคร่อื งใช้ ม. ๒ ๑. ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้เพื่อ  การแสวงหาความรู้ เพ่ือพัฒนาการทางาน พฒั นา การทางาน เช่น ๒. ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา - การจดั และตกแต่งบ้าน ในการทางาน - การดูแลรักษาและตกแตง่ สวน ๓. มีจิตสานึกในการทางานและใช้ - การจัดการผลผลติ ท รั พ ย า ก ร ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น อย่างประหยัดและคุ้มคา่  การทางานโดยใช้กระบวนการแกป้ ญั หา เชน่ - การเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และ บรกิ าร เคร่ืองด่มื - การเล้ยี งสตั ว์ - การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่ง จากวัสดุ ในโรงเรียน หรอื ทอ้ งถนิ่ - การติดต่อสื่อสารและใช้บริการกับหน่วยงาน ตา่ งๆ

๑๑ ชั้น ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ม. ๓ ๑. อภิปรายข้ันตอนการทางานที่มี  ขน้ั ตอนการทางาน เช่น ประสิทธิภาพ - การซกั ตาก พบั เก็บ เสอ้ื ผา้ ท่ีต้องการ ๒. ใช้ทกั ษะในการทางานรว่ มกันอย่างมี การดแู ลอยา่ งประณีต คณุ ธรรม - การสร้างชน้ิ งาน หรือ ผลงาน ๓. อภิปรายการทางานโดยใช้ทักษะ  การทางานรว่ มกนั เชน่ การจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน - การเตรยี ม ประกอบ อาหารประเภทสารบั ทรพั ยากร และสิ่งแวดลอ้ ม - การประดษิ ฐบ์ รรจุภัณฑ์จากวสั ดุธรรมชาติ  การจดั การ เช่น - ธรุ กจิ ประเภทตา่ งๆ - การขยายพนั ธุพ์ ืช - การติดตง้ั / ประกอบผลติ ภัณฑ์ทใ่ี ชใ้ นบา้ น

๑๒ ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ม. ๔- ๖ ๑. อธิบายวธิ ีการทางานเพอ่ื การดารงชวี ติ  การทางานเพอื่ การดารงชวี ติ เช่น ๒. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสรา้ งสรรค์ - การเลือก ใช้ ดแู ลรกั ษา เสือ้ ผ้า และมีทกั ษะการทางานรว่ มกัน และเครอ่ื งแต่งกาย ๓. มที ักษะการจดั การในการทางาน  การทางานรว่ มกัน เช่น ๔. มที กั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทางาน - การประดษิ ฐข์ องใช้ทเ่ี ปน็ เอกลักษณไ์ ทย ๕. มีทกั ษะในการแสวงหาความรเู้ พอื่ - หน้าทแ่ี ละบทบาทของตนเองทีม่ ีตอ่ การดารงชวี ติ สมาชกิ ในครอบครวั โรงเรียน และ ๖. มคี ุณธรรมและลักษณะนสิ ยั ในการทางาน ชุมชน ๗. ใช้พลังงาน ทรัพยากร ในการทางาน  การจดั การ เช่น อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพ่ือการอนุรักษ์ - การดูแลรักษา ทาความสะอาด สงิ่ แวดล้อม จัดตกแตง่ บา้ นและโรงเรียน - การปลูกพชื ขยายพนั ธ์ุพืช หรอื เลยี้ งสัตว์ - การบารงุ เก็บรกั ษา เคร่ืองใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อานวยความสะดวก ในชีวิตประจาวนั - การดาเนนิ การทางธุรกจิ  การแกป้ ัญหาในการทางาน เช่น - การตัดเยบ็ และดดั แปลงเสอ้ื ผา้ - การเก็บ ถนอม และแปรรปู อาหาร - การตดิ ต้งั ประกอบ ซอ่ มแซมอปุ กรณ์ เคร่อื งมือ เครอ่ื งใช้ สิง่ อานวย ความสะดวก ในบา้ นและโรงเรียน  การแสวงหาความร้เู พ่อื การดารงชวี ิต เช่น - การดแู ลรกั ษาบา้ น - การเล้ยี งสัตว์

๑๓ สาาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี มาตรฐาน ง ๒. ๑ เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างส่ิงของเครื่องใช้ หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้ เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการจัด การเทคโนโลยีที่ยั่งยนื ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป. ๑ - - ป. ๒ ๑. บอกประโยชน์ของส่ิงของเครื่องใช้  สิ่งของเคร่ืองใช้ในชีวติ ประจาวนั ถูกสร้างมาใหม้ ี ในชวี ติ ประจาวนั รูปรา่ งทแ่ี ตกต่างกนั ตามหน้าทใ่ี ช้สอย เช่น ๒. สร้างของเลน่ ของใชอ้ ยา่ งงา่ ย แปรงสฟี นั หม้อหงุ ข้าว กรรไกร ปากกา ดนิ สอ โดยกาหนดปัญหาหรือความตอ้ งการ เปน็ ตน้ ซึ่งมีประโยชนใ์ นการทาใหค้ วามเปน็ อยู่ รวบรวมขอ้ มูล ออกแบบ โดยถ่ายทอด ของมนุษยด์ ีขน้ึ ทากิจกรรมตา่ งๆ ไดส้ ะดวก ความคิดเป็นภาพรา่ ง ๒ มิติ ลงมอื และรวดเรว็ ขน้ึ สรา้ ง และประเมนิ ผล  การสรา้ งของเลน่ หรอื ของใช้ อยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน ๓. นาความรู้เก่ียวกับการใช้อุปกรณ์ ตง้ั แตก่ าหนดปัญหา หรอื ความต้องการ เคร่ืองมอื ทถี่ ูกวิธีไปประยุกต์ใช้ใน การ รวบรวมขอ้ มูล ออกแบบ โดยถา่ ยทอดความคดิ สรา้ งของเลน่ ของใชอ้ ย่างง่าย เป็นภาพรา่ ง ๒ มิติ ก่อนลงมอื สรา้ ง และ ๔. มีความคดิ สร้างสรรค์อย่างน้อย ประเมนิ ผล ทาใหผ้ ูเ้ รยี นทางานอย่างเปน็ ๑ ลักษณะ ในการแก้ปัญหาหรอื สนอง กระบวนการ ความต้องการ  ภาพร่าง ๒ มติ ิ หรือ ภาพ ๒ มติ ิ ประกอบดว้ ย ดา้ นกวา้ ง และดา้ นยาว  การใช้อปุ กรณ์ เครื่องมอื เชน่ กรรไกร ไมบ้ รรทัด ควรใช้ใหเ้ หมาะสมกับลักษณะและ ประเภทของการทางาน หากนามาใช้ โดย ขาดความระมดั ระวัง ไมร่ วู้ ธิ กี ารใช้ ที่ ถูกต้อง จะทาให้เกดิ อนั ตรายตอ่ ตนเองและ ความเสยี หายกบั ชนิ้ งานทที่ า ดังนัน้ การใช้ อุปกรณ์ เคร่อื งมือท่ถี กู วธิ ี จะทาใหเ้ กิด ความปลอดภยั ในการทางาน  ความคดิ สร้างสรรค์มี ๔ ลักษณะ ประกอบดว้ ย ความคดิ ริเรม่ิ ความคล่องในการคิด ความ ยืดหยนุ่ ในการคดิ และความคดิ ละเอยี ดลออ

๑๔ ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป. ๓ ๑. สร้างของเล่นของใช้อย่างง่าย  การสร้างของเล่น หรอื ของใช้ อยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน โดยกาหนด ปัญหาหรือความต้องการ ตั้ ง แ ต่ ก า ห น ด ปั ญ ห า ห รื อ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล อ อ ก แ บ บ ความต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบ โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง ๒ มิติ ๒ มิติ ลงมอื สรา้ ง และประเมินผล ก่อนลงมือสร้าง และประเมินผล ทาให้ผู้เรียน ๒ . เลือ ก ใช้ ส่ิงขอ งเค รื่อ งใช้ใน ทางานอยา่ งเป็นกระบวนการ ชวี ิตประจาวันอย่างสรา้ งสรรค์  ภาพร่าง ๒ มิติ หรือภาพ ๒ มิติ ประกอบด้วย ๓. มีการจัดการสิ่งของเคร่ืองใช้ด้วย ด้านกว้าง และด้านยาวเป็นการถ่ายทอด การนากลบั มาใชซ้ ้า ความคิดหรอื จนิ ตนาการ  การเลือกใช้สง่ิ ของเครอ่ื งใช้อย่างสร้างสรรคเ์ ป็น ก า ร เลื อ ก สิ่ ง ข อ ง เค ร่ื อ ง ใช้ ท่ี เป็ น มิ ต ร กบั ชวี ิต สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม  การนาสิ่งของเคร่อื งใช้กลบั มาใช้ซ้า เป็นสว่ นหนึง่ ของเทคโนโลยสี ะอาด ป. ๔ - -

๑๕ ชั้น ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป. ๕ ๑. อธิบายความหมายและ  ความหมายของเทคโนโลยี คือการนาความรู้ วิ วั ฒ น า ก า ร ข อ ง เ ท ค โ น โ ล ยี ทักษะ และทรัพยากรมาสร้างสิ่งของเครื่องใช้ ๒ . ส ร้ า ง ส่ิ ง ข อ ง เค รื่ อ ง ใช้ ต า ม ผลติ ภัณฑ์หรือวิธกี าร โดยผ่านกระบวนการเพื่อ ค ว า ม ส น ใ จ อ ย่ า ง ป ล อ ด ภั ย แ ก้ ปั ญ ห า ส น อ งค ว า ม ต้ อ งก า ร ห รื อ โดยกาหนดปัญหาหรือความต้องการ เพิม่ ความสามารถในการทางาน ของมนษุ ย์ รวบรวมข้อมลู เลอื กวิธกี าร ออกแบบ  เท ค โน โล ยี มี ท่ี ม า ท่ี แ ต ก ต่ า ง กั น แ ล ะ โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง ๓ มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรียกว่า มติ ิ ลงมอื สรา้ ง และประเมนิ ผล วิวัฒนาการ การศึกษาวิวัฒนาการเพ่ือใช้เป็น ๓. นาความรู้และทักษะการสร้าง แนวทางในการพฒั นา ชิ้นงานไปประยุกต์ในการสร้างส่ิงของ  การสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้ อย่างเป็นขั้นตอน เครื่องใช้ ต้ังแตก่ าหนดปญั หาหรอื ความตอ้ งการ รวบรวม ๔. มคี วามคดิ สร้างสรรคอ์ ย่างนอ้ ย ข้อมูล เลือกวิธีการ ออกแบบ โดย ๒ ลักษณะ ในการแกป้ ญั หาหรอื สนอง ถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง ๓ มิติ ก่อนลง ความต้องการ มือสร้าง และประเมินผล ทาให้ผู้เรียนทางาน ๕ . เ ลื อ ก ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ยี ใ น อย่างเป็นกระบวนการ ชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ตอ่ ชีวิต  ภาพร่าง ๓ มติ หิ รอื ภาพ ๓ มติ ิ ประกอบด้วย สังค ม แล ะมี ก ารจั ด ก ารส่ิ งข อ ง ดา้ นกว้าง ด้านยาว และดา้ นสูง เป็นการถ่ายทอด เ ค ร่ื อ ง ใ ช้ ด้ ว ย ก า ร แ ป ร รู ป ความคิดหรือจนิ ตนาการ แล้วนากลับมาใช้ใหม่  ทักษะการสร้างช้ินงาน เป็นการฝึกฝนใน การใช้อุป กรณ์ เครื่องมือ สร้างชิ้น งาน จนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว ทาให้เกิดความสามารถพื้นฐาน ในการสร้างช้ินงาน  ความคดิ สร้างสรรค์มี ๔ ลักษณะ ประกอบดว้ ย ความคิดรเิ รม่ิ ความคลอ่ งในการคิด ความยืดหยุ่น ในการคิด และความคิดละเอียดลออ  การเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์เป็น การเลือกใช้เทคโนโลยีทเ่ี ป็นมติ รกับชวี ติ สังคม ส่ิงแวดล้อม เช่น การใช้เทคโนโลยีพลังงาน แสงอาทิตย์  การจัดการสิ่งของเครื่องใช้ด้วยการแปรรูปแล้ว นากลับมาใช้ใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี สะอาด

๑๖ ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป. ๖ ๑. อธบิ ายสว่ นประกอบของระบบ  ระบบเทคโนโลยี ประกอบดว้ ย ตวั ปอ้ น(Input) เทคโนโลยี กระบวนการ (Process) และผลลพั ธ์ ๒. สร้างส่ิงของเครือ่ งใชต้ ามความ (Output) สนใจ อยา่ งปลอดภยั โดยกาหนด  การสรา้ งสงิ่ ของเครื่องใช้ อยา่ งเป็นขนั้ ตอน ปัญหา หรอื ความตอ้ งการ รวบรวม ต้ังแต่กาหนดปัญหา หรอื ความตอ้ งการ ข้อมูล เลอื กวธิ กี าร ออกแบบโดย รวบรวมขอ้ มูล เลอื กวธิ ีการ ออกแบบโดย ถา่ ยทอดความคิดเปน็ ภาพรา่ ง ๓ ถา่ ยทอดความคิดเป็นภาพร่าง ๓ มิติ หรือ มติ ิ หรอื แผนที่ความคิด ลงมอื แผนที่ความคิด กอ่ นลงมอื สรา้ ง และ สรา้ ง และ ประเมนิ ผล ประเมินผล ทาใหผ้ เู้ รียนทางานอยา่ งเปน็ ๓. นาความรแู้ ละทักษะการสรา้ ง กระบวนการ ช้นิ งานไป ประยกุ ต์ในการสร้าง สง่ิ ของเคร่อื งใช้  ภาพรา่ ง ๓ มติ ิ ประกอบดว้ ย ดา้ นกวา้ ง ด้านยาว และดา้ นสูง เปน็ การถ่ายทอด ความคดิ หรอื จนิ ตนาการ  แผนทีค่ วามคดิ เปน็ การลาดบั ความคดิ ให้เหน็ เปน็ ขั้นตอน และเปน็ การถา่ ยทอดความคดิ หรอื จนิ ตนาการรปู แบบหนึ่ง  ทักษะการเจาะ เปน็ ความสามารถพื้นฐานใน การสร้างชนิ้ งานอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเกดิ จากการ ฝึกฝนจนสามารถปฏบิ ตั ิงานไดค้ ล่องแคลว่ รวดเรว็ ม. ๑ - -

๑๗ ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๒ ๑. อธบิ ายกระบวนการเทคโนโลยี  ก ร ะ บ ว น ก า ร เท ค โน โล ยี เป็ น ข้ั น ต อ น ๒. สร้างส่ิงของเครื่องใช้หรือวิธีการ การแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของ ต า ม ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ท ค โ น โ ล ยี มนุษย์ ประกอบด้วย กาหนดปัญหาหรือ อย่างปลอดภัย ออกแบบโดยถ่ายทอด ความต้องการ รวบรวมข้อมูล เลือกวิธีการ ความคิดเป็นภาพร่าง ๓ มิติ หรือภาพฉาย ออกแบบและปฏบิ ัติการ ทดสอบ ปรับปรงุ แกไ้ ข เพ่ือนาไปสู่การสร้างต้นแบบของสิ่งของ และประเมนิ ผล เครื่องใช้ หรือถ่ายทอดความคิดของ  การสร้างสงิ่ ของเครือ่ งใชห้ รือวธิ ีการ วิธีการเป็นแบบจาลองความคิดและ ตามกระบวนการเทคโนโลยี จะทาใหผ้ ู้เรียน การรายงานผล เพื่อนาเสนอวธิ ีการ ทางานอย่างเปน็ ระบบ สามารถย้อนกลบั มา ๓ .มี ค ว า ม คิ ด ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ใ น แก้ไขไดง้ ่าย การแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ ใน  ภาพฉาย เป็นภาพแสดงรายละเอียดของ งานท่ีผลิตเอง ช้ินงาน ประกอบด้วยภาพด้านหน้า ด้านข้าง ๔. เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ด้านบน แสดงขนาดและหน่วยวัด เพื่อนาไป ต่ อ ชี วิต สั งค ม ส่ิ งแว ด ล้ อ ม แ ล ะมี สร้างชิน้ งาน การจัดการเทคโนโลยีด้วยการลดการใช้  ค ว า ม คิ ด ส ร้ า ง ส ร ร ค์ มี ๔ ลั ก ษ ณ ะ ท รัพ ย าก รห รือ เลื อ ก ใช้ เท ค โน โล ยี ประกอบด้วยความคิดริเริ่ม ความคล่อง ทไ่ี ม่มผี ลกระทบต่อส่งิ แวดล้อม ใน ก า ร คิ ด ค ว า ม ยื ด ห ยุ่ น ใน ก า ร คิ ด และความคิดละเอียดลออ  การเลือกใช้เท คโน โลยี อย่างสร้างสรรค์ โดย การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีพลังงาน ทดแทน  การลดการใช้ทรัพยากรหรือเลือกใช้เทคโนโลยี ที่ไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหน่ึง ของเทคโนโลยสี ะอาด ม. ๓ ๑. อธบิ ายระดับของเทคโนโลยี  ระดับของเทคโนโลยีแบ่งระดับตามความรู้ ๒. สร้างสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการ ท่ีใช้เป็น ๓ ระดับ คือ ระดับพื้นบ้านหรือ ตามกระบ วน การเท คโน โลยี อย่าง พืน้ ฐาน ระดับกลาง และระดับสงู ปลอดภัย ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิด  ก า ร ส ร้ างส่ิ งข อ งเค ร่ื อ งใช้ ห รื อ วิ ธี ก า ร เปน็ ภาพฉาย เพือ่ นาไปสกู่ ารสร้างต้นแบบ ตามกระบวนการเทคโนโลยี จะทาให้ผู้เรียน และแบบจาลองของสิ่งของเคร่ืองใช้ หรือ ทางานอย่างเป็นระบบ สามารถย้อนกลับมา ถ่ าย ท อ ด ค ว าม คิ ด ข อ งวิ ธีก าร เป็ น แก้ไขได้งา่ ย แบบจาลองความคิดและ การรายงาน  ภาพฉาย เป็นภาพแสดงรายละเอียดของ ผล ชิ้นงาน ประกอบด้วยภาพด้านหน้า ด้านข้าง ด้านบน แสดงขนาดและหน่วยวัด เพื่อนาไป สร้างชิ้นงาน

๑๘ ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ม. ๔ - ๖ ๑. อธิบายและเช่ือมโยงความสัมพันธ์  เทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่นๆ ระหว่างเทคโนโลยกี บั ศาสตร์อนื่ ๆ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ ๒. วเิ คราะห์ระบบเทคโนโลยี ๓. สร้างและพัฒนาสิ่งของเคร่ืองใช้หรือ  ระบบเทคโนโลยปี ระกอบดว้ ย ตวั ปอ้ น วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยี (Input) กระบวนการ (Process) ผลลัพธ์ อย่างปลอดภัย โดยถ่ายทอดความคิดเป็น (Output) ทรัพยากรทางเทคโนโลยี ภาพฉายและแบบจาลองเพอื่ นาไปสู่ (Resources) ปัจจยั ทีเ่ ออ้ื หรอื ขดั ขวาง การสร้างช้ินงาน หรือถ่ายทอดความคิด ต่อเทคโนโลยี (Consideration) ของวิธีการเป็นแบบจาลองความคิดและ ก า ร ร า ย ง า น ผ ล โ ด ย ใ ช้ ซ อ ฟ ท์ แ ว ร์ ช่ ว ย  การวิเคราะห์ระบบเทคโนโลยีทาให้ทราบ ในการออกแบบหรอื นาเสนอผลงาน เกี่ยวกับปัจจัยในด้านต่างๆ ท่ีมีผลต่อ ๔ .มี ค ว า ม คิ ด ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ใ น การแก้ปัญหาหรอื สนอง ความตอ้ งการ การแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ ใน งานท่ีผลิตเอง หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่ี  การสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้หรือวิธีการ ตาม ผู้อ่นื ผลิต กระบวนการเทคโนโลยี จะทาให้ผู้เรียน ๕. วิเคราะห์และเลือกใช้เทคโนโลยี ทางานอย่างเป็นระบบ สามารถย้อนกลับ ท่ี เห ม า ะ ส ม กั บ ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น มาแก้ไขได้งา่ ย อ ย่ า ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ต่ อ ชี วิ ต สั ง ค ม แล ะสิ่งแวด ล้อม แล ะมี การจัด การ  การใช้ซอฟท์แวร์ช่วยในการออกแบบหรือ เท ค โน โล ยี ที่ ย่ั งยื น ด้ ว ย วิธีก ารข อ ง นาเสนอผลงาน มีประโยชน์ในการช่วยร่าง เทคโนโลยีสะอาด ภาพ ทาภาพ ๒ มิติ และ ๓ มติ ิ  การพัฒนาส่ิงของเครื่องใช้ ต้องคานึงถึง หลกั การวิเคราะหผ์ ลติ ภัณฑ์เบือ้ งตน้  หลักการวิเคราะห์ผลิตภัณ ฑ์เบ้ืองต้น เป็ น ก า ร วิ เค ร าะ ห์ จุ ด มุ่ งห ม าย ข อ ง การออกแบบประกอบด้วย ชิ้นงานน้ีใช้ทา อะไร ทาไมถึงต้องมีช้ินงานน้ี ใครเปน็ ผู้ใช้ ใชท้ ไ่ี หน เม่ือไรจึงใช้ วิธีการ ทท่ี า ใหช้ ิน้ งานนีท้ างานได้ตามวัตถปุ ระสงค์  ภาพฉาย เป็นภาพแสดงรายละเอียด ของชิ้นงาน ประกอบด้วยภาพด้านหน้า ด้านข้าง ด้านบน แสดงขนาดและหน่วยวัด เพ่อื นาไปสร้างช้ินงาน  ค ว าม คิ ด ส ร้ า งส ร ร ค์ มี ๔ ลั ก ษ ณ ะ ประกอบด้วย ความคิดริเริ่ม ความคล่อง ใน ก ารคิด ค วาม ยื ด ห ยุ่ น ใน ก ารคิ ด และความคิดละเอยี ดลออ

ชั้น ตวั ชว้ี ดั ๑๙ ม. ๔- ๖ (ตอ่ ) สาระการเรยี นร้แู กนกลาง  ความคิดแปลกใหม่ที่ได้ ต้องไม่ละเมิด ความคดิ ผู้อนื่  ความคิดแปลกใหม่เป็นการสร้างนวัตกรรม ที่อาจนาไปสกู่ ารจดลิขสทิ ธ์ิ หรือสิทธบิ ัตร  การวิเคราะห์ผลดี ผลเสีย การประเมิน และการตัดสินใจเพ่ือเลือกใช้เทคโนโลยี ท่ีเหมาะสม  การเลือกใช้ส่ิงของเครื่องใช้อย่างสร้างสรรค์ โดยการเลือกส่ิงของ เครื่องใช้ที่เป็นมิตรกับชีวิต สงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม  เทคโนโลยสี ะอาดเปน็ การจดั การเทคโนโลยีท่ี ยง่ั ยนื แบบหน่งึ

๒๐ สาระที่ ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร มาตรฐาน ง ๓. ๑ เขา้ ใจ เหน็ คุณค่า และใชก้ ระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสบื ค้นขอ้ มลู การเรยี นรู้ การสอ่ื สาร การแกป้ ัญหา การทางาน และอาชพี อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล มีคณุ ธรรม ชั้น ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป. ๑ ๑. บอกข้อมลู ทสี่ นใจและแหลง่ ข้อมลู ที่  ขอ้ มูลของส่ิงท่ีสนใจอาจเป็นข้อมูลเกยี่ วกับ อยู่ใกลต้ วั บุคคล สัตว์ ส่ิงของ เรื่องราว และเหตุการณ์ ต่างๆ  แหลง่ ขอ้ มลู ทีอ่ ยใู่ กลต้ ัว เชน่ บา้ น หอ้ งสมุด ผปู้ กครอง ครู หนงั สอื พมิ พ์ รายการโทรทัศน์ ๒. บอกประโยชน์ของอปุ กรณ์  อุป กรณ์ เท คโน โลยีสารสน เท ศ เช่น เทคโนโลยสี ารสนเทศ คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ กล้องดิจิทัล โทรศัพทม์ อื ถือ  ประโยชน์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่ น ใช้ ใน ก า ร เรี ย น ใช้ ว า ด ภ า พ ใช้ติดตอ่ สอื่ สาร ป. ๒ ๑. บอกประโยชน์ของขอ้ มูลและ  ข้อมูลบางอย่างมีประโยชน์ในการดาเนิน รวบรวมข้อมูลทสี่ นใจจากแหลง่ ข้อมลู ชีวติ ต้องพจิ ารณากอ่ นนาไปใช้ ต่างๆ ทีเ่ ชอ่ื ถือได้  แหลง่ ข้อมูลทีเ่ ช่อื ถอื ได้เปน็ แหล่งขอ้ มลู ท่ีมี การรวบรวมข้อมลู อย่างมหี ลกั เกณฑ์ มเี หตผุ ลและ มีการอ้างองิ เชน่ - แหลง่ ขอ้ มูลของทางราชการ - แหล่งข้อมลู จากผเู้ ช่ยี วชาญ มี ประสบการณ์ตรงและศกึ ษาในเรือ่ งนนั้ ๆ  การรวบรวมข้อมูลท่ีสนใจจากแหล่งข้อมูล หลายแหล่ง ที่เชื่อถือได้ ช่วยให้ได้ข้อมูล ทีถ่ กู ต้องและสมบรู ณ์มากขึน้

๒๑ ชั้น ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๒. บอกประโยชนแ์ ละการรักษา  ประโยชน์ของแหลง่ ข้อมูล แหลง่ ข้อมลู  การรักษาแหล่งข้อมูล เป็นการรักษาสภาพของ ๓. บอกชือ่ และหน้าที่ของอุปกรณ์ แหล่งข้อมูลให้คงอยู่และใช้งานได้นานๆ เช่น ไม่ พนื้ ฐานท่เี ปน็ สว่ นประกอบหลกั ของ ขีดเขียนตามสถานท่ีต่างๆ ปฏิบัติตามระเบียบ คอมพิวเตอร์ การใช้แหล่งข้อมูล และไม่ทาให้แหล่งข้อมูลเกิด ความชารดุ เสียหาย  คอมพิ วเตอร์ป ระกอบ ด้วยห น่วยรับ เข้า ห น่ ว ย ป ร ะ ม ว ล ผ ล ห น่ ว ย ส่ ง อ อ ก ซึ่ ง ก า ร ป ร ะ ม ว ล ผ ล เป็ น ก า ร ก ร ะ ท า (ค า น ว ณ เปรียบเทียบ) กับขอ้ มลู ทร่ี บั เข้ามา  อุปกรณ์พ้ืนฐานท่ีเป็นส่วนประกอบหลักของ คอมพิวเตอร์ มดี ังน้ี - เมาส์ ทาหนา้ ท่ี เลอื่ นตัวชีแ้ ละคลกิ คาสัง่ - แผงแปน้ อักขระ ทาหนา้ ท่ีรบั ขอ้ ความ สญั ลกั ษณ์และตวั เลข - จอภาพ ทาหน้าที่ แสดงข้อความ ภาพ - ซีพยี ู ทาหน้าที่ ประมวลผลข้อมลู - ลาโพง ทาหนา้ ที่ ส่งเสียง - เคร่ืองพิมพ์ ทาหน้าท่ี พิมพ์ข้อความ ภาพ ทางกระดาษ - อุปกรณเ์ กบ็ ขอ้ มูล เช่น แผ่นบนั ทึก ซีดี หนว่ ยความจาแบบแฟลช ป. ๓ ๑. คน้ หาข้อมลู อยา่ งมีขนั้ ตอน และ  ขั้นตอนการค้นหาข้อมูล ประกอบด้วย การ นาเสนอขอ้ มลู ในลักษณะต่างๆ กาห น ด หั วข้อท่ี ต้ องการค้ น ห า การเลือก แหลง่ ข้อมลู การเตรียมอุปกรณ์ การค้นหาและ รวบรวมขอ้ มูล การพจิ ารณา การ สรุปผล  ก า ร น า เ ส น อ ข้ อ มู ล ส า ม า ร ถ ท า ไ ด้ หลายลักษณะตามความเหมาะสม เช่น นาเสนอ หน้าช้ันเรียน จัดทาเอกสารรายงาน จัดทาป้าย ประกาศ จัดทาส่อื นาเสนอด้วยคอมพิวเตอร์

๒๒ ชั้น ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๒. บอกวิธดี แู ลและรกั ษาอุปกรณ์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ  วิธีดูแลและรักษาอุปกรณ์ เทคโนโลยี สารสนเทศ ป. ๔ ๑. บอกช่ือและหน้าทีข่ องอุปกรณ์ - ศกึ ษาและปฏบิ ัติตามข้ันตอนการใชง้ าน เทคโนโลยสี ารสนเทศ - ปฏิบัติตามระเบียบการใช้และการดูแล รกั ษา ๒. บอกหลักการทางานเบือ้ งต้นของ คอมพิวเตอร์  อปุ กรณเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศ เชน่ - กล้องดจิ ทิ ลั ทาหน้าที่ บนั ทกึ ภาพ - สแกนเนอร์ ทาหน้าที่ สแกนข้อความ ห รื อ ภ า พ ที่ อ ยู่ ใน รู ป ส่ิ งพิ ม พ์ ให้ อ ยู่ ในรูปขอ้ มูลดิจิทัล - แผน่ ซดี ี ทาหนา้ ที่ เกบ็ ข้อมลู  หลักการทางานเบ้ืองต้นของคอมพิวเตอร์ มีดังน้ี รับข้อมูลเข้าโดยผ่านหน่วยรับเข้า แล้วส่งข้อมูลไปจัดเก็บไว้ยังหน่วยความจา จากนั้นส่งข้อมูลไปยังหน่วยประมวลผลเพ่ือ ผา่ นกระบวนการคานวณและเปรียบเทยี บให้ ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ผลลัพธ์ ที่ ได้ จะถูกส่งไปยงั หน่วยแสดงผล  การจัดประเภทของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ตามหลักการทางานเบื้องตน้ เช่น - อุปกรณ์รับขอ้ มูล เชน่ เมาส์ แผงแปน้ อกั ขระ - อุปกรณป์ ระมวลผล ไดแ้ ก่ ซพี ียู - อุปกรณ์แสดงผล เช่น จอภาพ ลาโพง เครอื่ งพิมพ์

๒๓ ชั้น ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป. ๔ ๓. บอกประโยชนแ์ ละโทษจากการใช้  ประโยชนจ์ ากการใชง้ านคอมพิวเตอร์ (ตอ่ ) งานคอมพวิ เตอร์ - ใชส้ รา้ งงาน เช่น จดั ทารายงาน สรา้ งงาน นาเสนอ - ใช้ติดต่อสือ่ สารและคน้ หาความรู้ เช่น สง่ e-mail ค้นหาขอ้ มลู ศกึ ษา บทเรยี น - ใช้เพ่ือความบันเทิง เช่น เล่นเกม ฟังเพลง ดภู าพยนตร์ ร้องเพลง  โทษจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ - ต่อร่างกาย เช่น การใช้คอมพวิ เตอร์ ติดต่อกนั เปน็ เวลานานเปน็ ผลเสยี ต่อ สุขภาพ - ตอ่ สงั คม เชน่ การถูกลอ่ ลวง การสญู เสีย ความสัมพนั ธก์ บั ครอบครัว ๔. ใชร้ ะบบปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์เพ่ือ  ประเภทของซอฟต์แวร์ ไดแ้ ก่ ซอฟต์แวร์ การทางาน ระบบ และซอฟต์แวรป์ ระยุกต์  การใชง้ านระบบปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์ เบือ้ งตน้ เชน่ การสร้าง ลบ เปลยี่ นชอ่ื ยา้ ยแฟ้มและโฟลเดอร์ ๕. สรา้ งภาพหรือชิน้ งานจาก  การใช้โปรแกรมกราฟิกขั้นพื้นฐาน เช่น จินตนาการโดยใชโ้ ปรแกรมกราฟิกดว้ ย การวาดภาพ การระบ ายสี การพิมพ์ ความรบั ผดิ ชอบ ข้อความ  การสร้างภาพหรือช้ินงานโดยใช้โปรแกรม กราฟิก เช่น การวาดภาพประกอบการเล่า นิ ท า น โด ย ไม่ คั ด ล อ ก ผ ล งา น ผู้ อื่ น ใช้คาสุภาพและไม่สร้างค วามเสียห าย ตอ่ ผูอ้ ่ืน

๒๔ ชั้น ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง ป. ๕ ๑. ค้นหา รวบรวมขอ้ มลู ท่สี นใจ และ  การด าเนิ น ก ารเพื่ อ ให้ ได้ ข้อ มู ล ต าม เป็นประโยชนจ์ ากแหล่งข้อมลู ต่าง ๆ วัตถุประสงค์ มีข้นั ตอนดังน้ี ที่เชือ่ ถือไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์ - กาหนดวัตถุประสงค์และความต้องการ ของส่ิงท่ีสนใจเพ่ือกาหนดข้อมูลท่ีต้องการ คน้ หา - วางแผนและพิจารณาเลือกแหล่งข้อมูลที่ มี ความน่าเชื่อถอื - กาหนดหัวข้อของข้อมูลที่ต้องการค้นหา เตรียมอุปกรณ์ทต่ี ้องใช้ในการค้นหา บันทึก และเก็บขอ้ มูล - คน้ หาและรวบรวมข้อมูล - พิจารณา เปรียบเทยี บ ตัดสินใจ - สรุปผลและจัดทารายงานโดยมีการอ้างอิง แหล่งข้อมูล - เกบ็ รกั ษาข้อมลู ให้พร้อมใชง้ านตอ่ ไป ๒. สร้างงานเอกสารเพือ่ ใชป้ ระโยชน์ใน  การใช้ซอฟต์แวรป์ ระมวลคาขัน้ พน้ื ฐาน ชีวติ ประจาวนั ดว้ ยความรบั ผิดชอบ เช่น การสร้างเอกสารใหม่ การตกแต่ง เอกสารการบันทกึ งานเอกสาร  การสร้างงานเอกสาร เช่น บัตรอวยพร ใบ ป ระกาศ รายงาน โดยมีการอ้างอิง แหล่งข้อมูล ใช้คาสุภาพ และ ไม่ก่อให้เกิด ความเสียหายต่อผอู้ ื่น

๒๕ ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ป. ๖ ๑. บ อกหลักการเบื้องต้น ของการ  หลักการเบื้องต้นของการแกป้ ญั หา แก้ปญั หา - พจิ ารณาปัญหา - วางแผนแกป้ ัญหา - แก้ปญั หา - ตรวจสอบและปรับปรงุ ๒. ใชค้ อมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมลู  การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูล เช่น ค้นหาข้อมูลในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล จากซีดรี อม ๓. เก็บรักษาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ใน  การเกบ็ รักษาขอ้ มลู ในรูปแบบต่างๆ รปู แบบตา่ งๆ - สาเนาถาวร เช่น เอกสาร แฟม้ สะสมงาน - ส่อื บันทึก เชน่ เทป แผน่ บนั ทึก ซดี รี อม หน่วยความจาแบบแฟลช ๔.นาเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม  การจัดทาข้อมูลเพื่อการนาเสนอต้อง โดยเลือกใช้ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ พิจารณารูปแบบของข้อมูลให้เหมาะสมกับ การสื่อความหมายท่ีเข้าใจง่ายและชัดเจน เชน่ กราฟ ตาราง แผนภาพ รปู ภาพ  การใช้ซอฟต์แวร์นาเสนอ เช่น การสร้าง สไลด์ การตกแต่งสไลด์ การกาหนดเทคนิค พิเศษในการนาเสนอ  การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ประยุกตใ์ ห้เหมาะสม กับรูปแบบการนาเสนอ เช่น นาเสนอ ร า ย ง า น เอ ก ส า ร โ ด ย ใช้ ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ประมวลคา นาเสนอแบบบรรยายโดยใช้ ซอฟต์แวรน์ าเสนอ ๕. ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างช้ินงานจาก  การสรา้ งช้ินงานต้องมีการวางแผนงานและ จิ น ต น า ก า ร ห รื อ ง า น ที่ ท า ใ น การออกแบบอยา่ งสร้างสรรค์ ชีวิตประจาวันอย่างมีจิตสานึก และ  ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงาน เช่น ความรบั ผิดชอบ แผ่นพับ ป้ายประกาศ เอกสารแนะนา ช้ิ น งาน ส ไล ด์ น าเส น อ ข้ อ มู ล โด ย มี การอ้างอิงแหล่งข้อมูล ใช้ทรัพยากรอย่าง คุ้มคา่ ไม่คดั ลอกผลงานผ้อู น่ื ใช้คาสภุ าพและ ไม่สรา้ งความเสียหายตอ่ ผู้อ่ืน

๒๖ ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ม. ๑ ๑. อธบิ ายหลักการทางาน บทบาท  การทางานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย และประโยชน์ของคอมพวิ เตอร์ หน่วยสาคัญ ๕ หน่วยได้แก่ หน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจาหลัก หนว่ ยความจารอง และหน่วยสง่ ออก  คอมพิวเตอร์มีบทบาทในการช่วยอานวย ความสะดวกในการดาเนินกิจกรรมต่างๆ และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลและ สงั คมมากขนึ้  คอม พิ วเต อร์มี ป ระโย ชน์ โด ย ใช้เป็ น เคร่อื งมือในการทางาน เช่น แกป้ ัญหา สรา้ ง งาน สร้างความบันเทิง ติดต่อส่ือสาร ค้นหาข้อมูล ๒. อภปิ ราย ลักษณะสาคญั และ  ลักษณะสาคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศ ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศ - ช่วยใหก้ ารทางานรวดเร็ว ถกู ต้องและ แม่นยา - ช่วยให้การบรกิ ารกวา้ งขวางข้ึน - ชว่ ยดาเนินการในหนว่ ยงานต่างๆ - ชว่ ยอานวยความสะดวกในชีวติ ประจาวนั  เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบในด้านตา่ งๆ เชน่ ๓. ประมวลผลข้อมลู ให้เปน็ สารสนเทศ - คุณภาพชวี ติ - สังคม - การเรียนการสอน  ขอ้ มูลและสารสนเทศ - ความหมายของข้อมลู และสารสนเทศ - การประมวลผลขอ้ มูลใหเ้ ป็นสารสนเทศ  ประเภทของข้อมลู  วิธกี ารประมวลผลขอ้ มลู  การจดั การสารสนเทศ มีขนั้ ตอนดังนี้ - การรวบรวมขอ้ มลู และตรวจสอบขอ้ มลู ไดแ้ ก่ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู และ การตรวจสอบข้อมลู - การประมวลผลข้อมลู ได้แก่ การรวบรวม เป็นแฟ้มข้อมลู การจัดเรยี งข้อมูล การคานวณ และการทารายงาน

๒๗ ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ม. ๑ - การดูแลรกั ษาขอ้ มลู ได้แก่ การจัดเกบ็ (ต่อ) การทาสาเนา การแจกจา่ ยและการส่ือสาร ข้อมลู และการปรบั ปรงุ ข้อมลู  ระดับของสารสนเทศ ม. ๒ ๑. อธิบายหลกั การเบอ้ื งตน้ ของ  การสื่อสารข้อมลู คอื การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู การสือ่ สารขอ้ มลู และเครอื ขา่ ย ข่าวสารจากผู้ส่งผ่านส่อื กลางไปยงั ผรู้ บั คอมพวิ เตอร์  พัฒนาการของการส่อื สารขอ้ มูล  อปุ กรณส์ ือ่ สารสาหรบั เช่อื มโยงเครอื ขา่ ย คอมพวิ เตอร์  ชนดิ ของเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์  เทคโนโลยกี ารรับส่งข้อมลู ภายในเครือข่าย คอมพิวเตอร์  ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ๒. อธบิ ายหลกั การ และวธิ กี าร  กระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศ เช่น แกป้ ญั หาด้วยกระบวนการเทคโนโลยี การรวบรวมขอ้ มลู การตรวจสอบความถูกต้อง สารสนเทศ ของขอ้ มลู การประมวลผลเพ่ือให้ไดส้ ารสนเทศ ทนี่ ามาใช้ในการตดั สนิ ใจ การเผยแพร่ สารสนเทศ  การแกป้ ญั หาดว้ ยกระบวนการเทคโนโลยี สารสนเทศเป็นการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นขน้ั ตอน โดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศมา ชว่ ย  การใช้คอมพิวเตอร์ในการแกป้ ญั หาทาไดโ้ ดย การใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตห์ รอื การเขียน โปรแกรม  วธิ ีการแกป้ ัญหา มีขนั้ ตอนดงั นี้ - การวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียดของ ปญั หา - การวางแผนในการแกป้ ัญหาและถ่ายทอด ความคิดอย่างมขี น้ั ตอน - การดาเนนิ การแกป้ ญั หา - การตรวจสอบและปรับปรุง

๒๘ ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ม. ๒ ๓. ค้นหาข้อมลู และตดิ ตอ่ สอื่ สารผา่ น  ความหมายและพัฒนาการอนิ เทอรเ์ น็ต (ต่อ) เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ อย่างมี  การใชง้ านอินเทอร์เนต็ เช่น คุณธรรมและ จรยิ ธรรม - ไปรษณยี ์อเิ ล็กทรอนิกส์ - blog - การโอนย้ายแฟ้มข้อมลู - การสบื ค้นขอ้ มลู และการใชโ้ ปรแกรมเรยี ก คน้ ขอ้ มูล(search engine) - การสนทนาบนเครือขา่ ย  คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ - ผลกระทบของการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตกบั สงั คม - มารยาท ระเบยี บ และข้อบงั คับในการใช้ อินเทอรเ์ นต็ ๔. ใช้ซอฟตแ์ วรใ์ นการทางาน  ซอฟต์แวรร์ ะบบประกอบดว้ ย ระบบปฏบิ ตั กิ าร โปรแกรมแปลภาษา และโปรแกรมอรรถประโยชน์  ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกตป์ ระกอบด้วยซอฟต์แวร์ ประยกุ ตท์ ัว่ ไป และซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์ เฉพาะงาน  ใช้ซอฟตแ์ วรร์ ะบบชว่ ยในการทางาน เช่น บีบอัด ขยาย โอนยา้ ยข้อมลู ตรวจสอบไวรสั คอมพิวเตอร์  ใชซ้ อฟต์แวรป์ ระยุกตช์ ว่ ยในการทางาน เช่น ใชโ้ ปรแกรมในการคานวณและจดั เรียงข้อมลู ใชโ้ ปรแกรมชว่ ยคน้ หาคาศัพทห์ รอื ความหมาย ใช้โปรแกรมเพือ่ ความบนั เทงิ

๒๙ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ม. ๓ ๑. อธิบายหลักการทาโครงงานท่ีมีการ  หลักการทาโครงงาน เป็นการพัฒนา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ผลงาน ที่เกิดจากการศึกษา ค้นคว้า ดาเนินการพัฒนาตามความสนใจ และความถนัด โดยใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ๒. เขียนโปรแกรมภาษาขน้ั พ้ืนฐาน  หลักการพื้นฐานในการเขียนโปรแกรม - แนวคิดและหลกั การโปรแกรม โครงสรา้ ง โปรแกรม ตัวแปร การลาดับคาส่ัง การ ตรวจสอบเง่ือนไข การ ควบคุมโปรแกรม คาสั่งแสดงผล และ รั บ ข้ อ มู ล ก า ร เขี ย น โ ป ร แ ก ร ม แบบง่ายๆ - การเขียนสคริปต์ เช่น จาวาสคริปต์ แฟลช ๓. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองาน  การเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับลักษณะ ในรูปแบบทีเ่ หมาะสมกับลักษณะงาน ของงาน  การใช้ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ดิจิทัลมาช่วย ในการนาเสนองาน ๔.ใช้คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสรา้ งชนิ้ งานจาก  การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างงานตาม จินตนาการหรืองานทท่ี าในชวี ิตประจาวัน ห ลักการท าโครงงาน โดยมีการอ้างอิง ตามหลกั การทาโครงงานอยา่ งมจี ติ สานึก แห ล่งข้อมูล ใช้ท รัพ ยากรอย่างคุ้มค่า และความรับผิดชอบ ไม่ คั ด ล อ ก ผ ล งา น ผู้ อื่ น ใช้ ค า สุ ภ า พ และไมส่ รา้ งความเสยี หายต่อผ้อู ืน่ ม. ๔- ๖ ๑. อธบิ ายองคป์ ระกอบของระบบ  องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ ได้แก่ สารสนเทศ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล บุคลากร และขั้นตอนการปฏบิ ัติงาน

๓๐ ๒. อธิบายองคป์ ระกอบและหลักการ  การทางานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ทางานของคอมพวิ เตอร์ หน่วยสาคัญ ๕ หน่วยได้แก่ หน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจาหลัก หน่วยความจารอง และหน่วยส่งออก - หน่วยประมวลผลกลาง ประกอบด้วย หน่วยควบคุม และหน่วยคานวณและ ตรรกะ - การรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยต่างๆ จะ ผา่ นระบบทางขนส่งขอ้ มูลหรือบัส ชั้น ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ม. ๔- ๖ ๓. อธบิ ายระบบสอื่ สารข้อมลู สาหรบั  ระบบสอื่ สารข้อมูล ประกอบด้วย ข่าวสาร (ตอ่ ) เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผสู้ ง่ ผ้รู บั ส่อื กลาง โพรโทคอล  เครือข่ายคอมพิวเตอร์จะส่ือสารและรับส่ง ข้ อ มู ล กั น ไ ด้ ต้ อ ง ใ ช้ โ พ ร โ ท ค อ ล ชนิดเดยี วกัน  วิ ธี ก า ร ถ่ า ย โอ น ข้ อ มู ล แ บ บ ข น า น และแบบอนกุ รม ๔. บอกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์  คุณลักษณะ(specification)ของอุปกรณ์ และอุปกรณ์ต่อพว่ ง คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น ความเร็วและความจุของฮาร์ดดสิ ก์ ๕. แก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยี  แก้ปัญหาโดยใชข้ ั้นตอนดงั น้ี สารสนเทศอยา่ งมีประสิทธิภาพ - การวิเคราะห์และกาหนดรายละเอียด ของปญั หา - การเลือกเคร่อื งมือ และออกแบบข้ันตอนวธิ ี - การดาเนินการแก้ปัญหา - การตรวจสอบ และการปรบั ปรงุ  การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหา อยา่ งมขี ้ันตอน

๓๑ ๖. เขยี นโปรแกรมภาษา  ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม มี ๕ ข้นั ตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบ โปรแกรม การเขียนโปรแกรม การทดสอบ โปรแกรม และการจัดทาเอกสารประกอบ  ก ารเขี ย น โป รแ ก รม เช่ น ซี จ าว า ปาสคาล วชิ วลเบสิก ซชี ารป์  การเขียนโปรแกรมในงานด้านต่างๆ เช่น การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ใน วิ ช า ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ และวทิ ยาศาสตร์ การสรา้ งช้นิ งาน ชั้น ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ม. ๔ – ๖ ๗. พัฒนาโครงงานคอมพวิ เตอร์  โครงงานคอมพวิ เตอร์ แบง่ ตาม (ตอ่ ) วตั ถปุ ระสงค์ของการใช้งานดงั น้ี - การพัฒนาสือ่ เพ่อื การศกึ ษา ๘. ใชฮ้ าร์ดแวร์และซอฟตแ์ วรใ์ ห้ - การพฒั นาเครื่องมือ เหมาะสมกบั งาน - การทดลองทฤษฎี - การประยุกต์ใช้งาน - การพฒั นาโปรแกรมประยกุ ต์  พัฒนาโครงงานคอมพวิ เตอรต์ ามขั้นตอน ต่อไปน้ี - คัดเลือกหวั ข้อทสี่ นใจ - ศึกษาค้นควา้ เอกสาร - จดั ทาขอ้ เสนอโครงงาน - พัฒนาโครงงาน - จดั ทารายงาน - นาเสนอและเผยแพร่  การเลือกคณุ ลักษณะของฮารด์ แวรแ์ ละ ซอฟตแ์ วร์ใหเ้ หมาะสมกบั งาน เชน่ คอมพวิ เตอรท์ ใ่ี ช้ในงานส่อื ประสม ควรเปน็ เครอื่ งที่มีสมรรถนะสูง และใชซ้ อฟตแ์ วร์ ที่ เหมาะสม

๓๒ ๙. ติดต่อสอ่ื สาร คน้ หาข้อมลู ผา่ น  ปฏิบัติการติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูลผ่าน อินเทอร์เน็ต อนิ เทอรเ์ น็ต ๑๐. ใชค้ อมพิวเตอรใ์ นการ  คุ ณ ธ ร ร ม แ ล ะ จ ริ ย ธ ร ร ม ใน ก า ร ใช้ ประมวลผลข้อมลู ให้เปน็ สารสนเทศเพือ่ อินเทอรเ์ น็ต ประกอบ การตดั สนิ ใจ ๑๑. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ  ใช้ เท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เท ศ ช่ ว ย ใ น นาเสนองานในรปู แบบท่ีเหมาะสม ตรง การตัดสินใจของบุคคล กลุ่ม องค์กร ตามวตั ถุประสงค์ของงาน ในงานตา่ งๆ  ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองานใน รปู แบบโดยพจิ ารณาวตั ถปุ ระสงคข์ องงาน ชั้น ตวั ชี้วดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง ๑๒. ใช้คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสรา้ งช้นิ งาน  ใชค้ อมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงานหรอื หรือโครงงานอยา่ งมจี ติ สานึกและความ โครงงาน ตามหลกั การทาโครงงาน รับผดิ ชอบ  ศกึ ษาผลกระทบด้านสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม ทีเ่ กดิ จากงานท่ีสร้างข้นึ เพอื่ หาแนวทาง ปรับปรุงและพัฒนา ๑๓. บอกข้อควรปฏิบตั ิสาหรบั ผใู้ ช้  ขอ้ ปฏบิ ัตสิ าหรบั ผู้ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ เทคโนโลยสี ารสนเทศ เช่น สื่อสารและปฏิบตั ติ อ่ ผอู้ น่ื อย่างสภุ าพ ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บขอ้ บังคับของระบบ ทใ่ี ชง้ าน ไม่ทาผดิ กฎหมายและศลี ธรรม แบง่ ปนั ความสขุ ให้กบั ผู้อ่ืน

๓๓ สาระที่ ๔ การอาชพี มาตรฐาน ง ๔. ๑ เขา้ ใจ มที ักษะทจ่ี าเปน็ มี ประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใชเ้ ทคโนโลยี เพือ่ พัฒนาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมเี จตคติท่ีดตี ่ออาชีพ ชั้น ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป. ๑ - - ป. ๒ - - ป. ๓ - - ป. ๔ ๑. อธบิ ายความหมายและความสาคัญของ  ความหมายและความสาคญั ของอาชีพ อาชพี ป. ๕ ๑. สารวจข้อมูลทเ่ี กีย่ วกบั อาชีพตา่ ง ๆ  อาชพี ตา่ ง ๆ ในชมุ ชน ในชุมชน - ค้าขาย ๒. ระบคุ วามแตกตา่ งของอาชีพ - เกษตรกรรม - รับจา้ ง - รับราชการ พนักงานของรฐั - อาชพี อิสระ  ความแตกต่างของอาชีพ - รายได้ - ลกั ษณะงาน - ประเภทกจิ การ  ข้อควรคานึงเกยี่ วกับอาชพี - ทางานไมเ่ ปน็ เวลา - การยอมรบั นบั ถอื จากสังคม - มีความเสย่ี งต่อชวี ติ สูง ป. ๖ ๑. สารวจตนเองเพือ่ วางแผนในการเลอื ก  การสารวจตนเอง อาชพี - ความสนใจ ความสามารถ และทักษะ ๒. ระบุความรู้ ความสามารถ และ  คณุ ธรรมในการประกอบอาชพี เช่น คณุ ธรรมทสี่ มั พนั ธก์ บั อาชพี ที่สนใจ - ความซ่ือสัตย์ - ความขยนั อดทน - ความยตุ ิธรรม - ความรบั ผดิ ชอบ

๓๔ ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ม. ๑ ๑. อธบิ ายแนวทางการเลือกอาชีพ  แนวทางการเลือกอาชีพ ๒. มีเจตคติทด่ี ีตอ่ การประกอบอาชีพ - กระบวนการตดั สนิ ใจเลอื กอาชพี ๓. เห็นความสาคัญของการสร้างอาชีพ  เจตคตทิ ่ีดตี ่อการประกอบอาชีพ ม. ๒ ๑. อธิบายการเสริมสรา้ งประสบการณ์ - การสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพ อาชีพ สุจรติ ๒. ระบุการเตรียมตวั เข้าสู่อาชพี ๓. มีทักษะพน้ื ฐานทจ่ี าเป็นสาหรับการ  ความสาคัญของการสร้างอาชีพ ประกอบอาชพี ทสี่ นใจ - การมรี ายได้จากอาชีพที่สร้างขนึ้ - การเตรยี มความพรอ้ ม  การจัดประสบการณ์อาชีพ - สถานการณแ์ รงงาน - ประกาศรบั สมคั รงาน - ความร้คู วามสามารถของตนเอง - ผลตอบแทน  การเตรยี มตวั เข้าส่อู าชพี - การหางาน - คุณสมบัตทิ ี่จาเป็น  ทกั ษะที่จาเปน็ ต่อการประกอบอาชพี - ทักษะกระบวนการทางาน - ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา - ทักษะการทางานร่วมกัน - ทักษะการแสวงหาความรู้ - ทักษะการจัดการ

๓๕ ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. ๓ ๑. อภิปรายการหางานดว้ ยวธิ ที ่หี ลากหลาย  การหางานหรือตาแหนง่ ทวี่ า่ ง ๒. วเิ คราะหแ์ นวทางเข้าสู่อาชพี - สื่อ สิ่งพมิ พ์ ๓. ประเมนิ ทางเลอื กในการประกอบ - ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ อาชีพทีส่ อดคล้องกับความรคู้ วามถนดั และ  แนวทางเข้าส่อู าชพี ความสนใจของตนเอง - คุณสมบัตทิ ่ีจาเปน็ - ความมน่ั คง - การประเมนิ ทางเลอื ก  การประเมินทางเลอื กอาชพี - แนวทางการประเมนิ - รูปแบบการประเมนิ - เกณฑ์การประเมนิ ม. ๔- ๑. อภิปรายแนวทางสู่อาชพี ทสี่ นใจ  แนวทางสู่อาชีพ ๖ ๒. เลอื ก และใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสม - เตรยี มตวั หางานและพัฒนาบคุ ลิกภาพ กับอาชีพ - ลักษณะความมน่ั คงและความก้าวหน้า ๓. มีประสบการณใ์ นอาชีพทถ่ี นัดและสนใจ ของอาชพี ๔. มีคุณลักษณะทดี่ ตี อ่ อาชพี - การสมคั รงาน - การสมั ภาษณ์ - การทางาน - การเปลย่ี นอาชพี  การเลือกและใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสม กับอาชพี - วิธีการ - หลกั การ - เหตุผล  ประสบการณ์ในอาชพี - การจาลองอาชพี - กจิ กรรมอาชพี  คุณลักษณะที่ดีตอ่ อาชพี - คุณธรรม - จริยธรรม - คา่ นิยม

36 อภธิ านศพั ท์ สาระท่ี ๑ การดารงชีวติ และครอบครัว กระบวนการกลมุ่ กระบวนการในการทางานกลุม่ มีข้ันตอน ดงั น้ี การเลือกหัวหนา้ กลมุ่ การกาหนดเปา้ หมาย หรือวตั ถุประสงค์ของงาน วางแผนการทางาน แบ่งงานตามความสามารถของแตล่ ะบุคคล ปฏบิ ตั ิตาม บทบาทหนา้ ท่ี ประเมนิ ผล และปรับปรงุ การทางาน การดารงชีวติ ครอบครัว ชุมชน และสังคม ท่ีว่าด้วย เป็นการทางานในชีวติ ประจาวันเพือ่ ช่วยเหลือตนเอง ธรุ กิจ และงานอนื่ ๆ งานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ งาน การทางานเพอื่ การดารงชีวติ เป็นการทางานท่ีจาเป็นเก่ียวกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจาวัน ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และสังคมได้ในสภาพเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ทาลายส่ิงแวดล้อม เน้นการปฏิบัติจริงจนเกิดความม่ันใจ และภมู ิใจในผลสาเร็จของงาน เพอ่ื ใหค้ น้ พบความสามารถ ความถนัดและความสนใจของตนเอง คณุ ธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนสิ ัยในการทางาน ประกอบด้วย ความซื่อสตั ย์ เสียสละ ยุติธรรม ประหยัด ขยัน อดทน รับผดิ ชอบ ตรง เวลา รอบคอบ ปลอดภัย คุ้มค่า ย่ังยืน สะอาด ประณีต มีเหตุผล มีมารยาท ช่วยเหลือตนเอง ทางานบรรลุเป้าหมาย ทางานถกู วิธี ทางานเปน็ ขน้ั ตอน ทางานเป็นระบบ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ มี ประสทิ ธิภาพ รักษาส่งิ แวดลอ้ ม ฯลฯ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา เป็นกระบวนการที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เกิดความคิดหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน การสงั เกต การวิเคราะห์ การสร้างทางเลอื ก และการประเมนิ ทางเลอื ก ทักษะการจัดการ ความพยายามของบุคคลท่ีจะจัดระบบงาน (ทางานเป็นรายบุคคล) และจัดระบบคน (ทางาน เป็นกลมุ่ ) เพอ่ื ใหท้ างานสาเรจ็ ตามเป้าหมายอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

37 ทกั ษะกระบวนการทางาน การลงมือทางานด้วยตนเอง โดยมุ่งเน้นการฝึกวิธีการทางานอย่างสม่าเสมอ ทั้งการทางาน เป็นรายบคุ คล และการทางานเป็นกล่มุ เพือ่ ให้สามารถทางานได้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ การวิเคราะห์ งาน การวางแผนในการทางาน การปฏบิ ตั งิ าน และการประเมินผลการทางาน ทักษะการทางานรว่ มกัน การทางานเป็นกลุ่ม สามารถทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียน ได้ทางานอย่างมีกระบวนการตามขั้นตอนการทางาน และฝึกหลักการทางานกลุ่ม โดยรู้จักบทบาท หน้าท่ีภายในกลุ่ม มีทักษะในการฟัง - พูด มีคุณธรรมในการทางานร่วมกัน สรุปผล และนาเสนอ รายงาน ทักษะการแสวงหาความรู้ วิธีการและกิจกรรมที่มุง่ เน้นให้ผู้เรียนได้แสวงหาข้อมูลความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับเร่อื งหรอื เน้ือหา นน้ั ๆ ไดแ้ ก่ การศกึ ษาคน้ ควา้ การรวบรวม การสังเกต การสารวจ และการบันทกึ สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี กระบวนการเทคโนโลยี เป็นข้ันตอนการแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการของมนุษย์ประกอบด้วย กาหนดปัญหาหรือ ความต้องการ รวบรวมข้อมูลเพื่อแสวงหาวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ เลือกวิธีการ ออกแบบและปฏิบัติการ ทดสอบ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข และประเมนิ ผล การถา่ ยทอดความคดิ เป็นการถ่ายทอดแนวคิดท่ีใช้แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการให้เป็นรูปธรรมเพื่ออธิบายและ ส่อื สารให้ผอู้ ื่นเข้าใจ ไดแ้ ก่ แผนทคี่ วามคิด ภาพวาด 2 มติ ิ ภาพวาด 3 มิติ ภาพฉายเพอ่ื การสรา้ งชิ้นงาน การออกแบบ (ทางเทคโนโลยี) เป็นการลาดบั ความคิดหรือจินตนาการเปน็ ข้ันตอน นาไปสู่การวางแผนการแกป้ ัญหาหรือสนอง ความต้องการ การออกแบบและเทคโนโลยี เปน็ การเรยี นรู้เพอื่ พัฒนาความสามารถของมนษุ ยใ์ นการแก้ปญั หา และสนองความต้องการอยา่ ง สร้างสรรค์ โดยนาความรู้มาใช้กับกระบวนการเทคโนโลยี สร้างสิ่งของเคร่ืองใช้ วิธีการ หรือเพ่ิม ประสิทธิภาพในการดารงชวี ติ และกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของมนษุ ย์

38 การเลอื กใช้เทคโนโลยี เป็นการเลือกใช้เทคโนโลยี เพ่ือแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของมนุษย์โดยผ่าน กระบวนการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และเจต คตทิ ีด่ ตี อ่ สงั คมและสงิ่ แวดลอ้ ม ความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) เป็นความสามารถทางสมองมนุษย์ท่ีคิดได้กว้างไกล หลายแง่มุม หลายทิศทาง นาไปสู่การคิด ประดิษฐ์ส่ิงของ และแนวทางการแก้ปัญหาใหม่ ลักษณะการคิดอย่างสร้างสรรค์ มี 4 ลักษณะ ประกอบด้วย ๑. ความคดิ ริเริ่ม (originality) คอื ลกั ษณะความคดิ ทแี่ ปลกใหม่ แตกต่างจากความคดิ เดมิ ประยุกตใ์ ห้เกดิ ส่ิงใหม่ข้ึน ท่ีไมซ่ า้ กับของเดิม ไมเ่ คยปรากฏมากอ่ น ๒. ความคล่องในการคดิ (fluency) คือ ความสามารถในการคดิ หาคาตอบไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ รวดเรว็ และมปี ริมาณท่ีมากในเวลาจากดั เชน่ ให้ผู้เรยี นวาดภาพตอ่ เตมิ รปู ทก่ี าหนด ให้ไดม้ ากทส่ี ุด ภายในเวลา 10 นาที ๓. ความยดื หยนุ่ ในการคดิ (flexibility) คือ ความสามารถในการคิดหาคาตอบได้หลายประเภท และหลายทิศทาง ดัดแปลงจากส่ิงหน่ึงไปเป็นหลายส่ิงได้ เช่น ให้ผ้เู รยี นบอกวิธีการนาขวดน้าพลาสติก ท่ีเหลือใช้ นาไปทาอะไรใหเ้ กิดประโยชน์ ไดบ้ า้ ง ๔. ความคดิ ละเอยี ดลออ (elaboration) คอื ความคดิ ในรายละเอียดเพ่ือตกแต่ง หรือขยาย ความคิดหลกั ให้สมบูรณ์ยิง่ ขนึ้ ความปลอดภัยในการทางาน เป็นการใช้อปุ กรณ์ เครอ่ื งมือในการทางานเพ่ือสร้างชิ้นงานอยา่ งปลอดภยั และเลือกใช้ให้เหมาะสม กบั ประเภทและลักษณะการใชง้ านของอปุ กรณ์และเครื่องมือนนั้ เทคโนโลยี เปน็ การนาความรู้ ทักษะและทรพั ยากรมาสรา้ งสง่ิ ของเคร่ืองใช้ หรือวธิ กี ารโดยผ่านกระบวนการ เพื่อแก้ปญั หาสนองความตอ้ งการ หรอื เพม่ิ ความสามารถในการทางานของมนษุ ย์ เทคโนโลยีท่ียง่ั ยืน เป็นเทคโนโลยีท่ีใชเ้ พอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของมนุษยใ์ นปัจจบุ ันโดยไมท่ าให้ประชาชน รุ่น ตอ่ ไปในอนาคตตอ้ งประนีประนอม ยอมลดความสามารถของเขาในการทจ่ี ะสนองความต้องการ ของ เขาเอง โดยคานึงถงึ ผลกระทบต่อสงั คม สิ่งแวดลอ้ ม และเศรษฐกจิ

39 เทคโนโลยีสะอาด เป็นกระบวนการ หรือวิธีการ ที่นามาใช้พัฒนา เปล่ียนแปลง ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ วิธีการ กระบวนการ หรือการบริการ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลกระทบ หรือความเส่ียงต่อมนุษย์ และสง่ิ แวดล้อมน้อยท่ีสดุ โดยใชเ้ ครอ่ื งมือ เชน่ 4R (reuse, repair, reduce, recycle) เปน็ ต้น แบบจาลอง เป็นแบบหรือวัตถุสามมิติที่จาลองรูปแบบ รายละเอียด วิธีการ ตามแนวคิดท่ีได้ออกแบบไว้ เพ่อื นาเสนอรูปแบบของช้ินงานหรอื รปู แบบของวธิ กี าร แผนที่ความคิด (Concept Mapping) เป็นการถ่ายทอดความคิดหรือข้อมูลต่าง ๆ ในภาพรวม เพ่ือแสดงการเชื่อมโยงข้อมูลเก่ียวกับ เร่ืองใดเร่ืองหนึง่ ระหว่างความคดิ หลกั ความคิดรอง และความคดิ ยอ่ ยทีเ่ ก่ียวข้องสัมพันธก์ นั โดยนาเสนอ เปน็ ข้อความ สัญลักษณ์ หรอื ภาพ โดยใช้ สี และเสน้ ภาพฉาย เป็นภาพแสดงรายละเอียดของแนวคิดในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ ประกอบด้วย ภาพด้านหน้า ภาพด้านขา้ ง และภาพด้านบน แสดงขนาด และหน่วยในการวัด เพ่ือสามารถนาไปสร้าง แบบจาลอง หรอื ช้ินงานได้ ภาพร่าง 2 มิติ เป็นภาพที่ประกอบด้วย ด้านกว้าง และ ด้านยาว เพื่อนาเสนอแนวคิดของการแก้ปัญหา หรือ สนองความตอ้ งการ ภาพร่าง 3 มิติ เปน็ ภาพทีป่ ระกอบดว้ ย ดา้ นกว้าง ดา้ นยาว และด้านสูง เพือ่ นาเสนอแนวคิดของการแก้ปัญหา หรือสนองความตอ้ งการ ออกแบบและสร้าง หรือออกแบบและปฏิบัติการ หมายถึง ขั้นตอนการลาดับความคิดเพื่อสร้างแนวทางการ แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการและถ่ายทอดความคิดเป็นภาพที่มีรายละเอียด เพื่อนาไปสร้างใน กระบวนการเทคโนโลยี โดยเปน็ ขน้ั ตอนที่ให้มกี ารออกแบบกอ่ นการสรา้ งชิน้ งาน

40 สาระท่ี ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร กระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศ เป็นกระบวนการท่ีเกี่ยวข้องกับการรวบรวม การตรวจสอบความถูกต้อง การจัดเก็บ การจัดการ การกระทากับข้อมูลข่าวสาร โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สานักงานต่างๆ ใน การปฏิบัติงานเพ่ือให้ได้สารสนเทศหรือความรู้ทนี่ ามาใชใ้ นการตดั สนิ ใจหรือเปน็ ประโยชนต์ ่อการดาเนิน ชีวติ ข้อมูล ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับส่ิงต่างๆ เช่น คน สัตว์ ส่ิงของ สถานท่ี ฯลฯ โดยอยู่ใน รปู แบบทีเ่ หมาะสมต่อการส่อื สาร การแปลความหมาย การประมวลผลและการใช้งาน ข้อมูลอาจเป็น ตวั เลข ตัวอกั ขระ หรอื สัญลกั ษณใ์ ด เครือข่ายคอมพิวเตอร์ การเชื่อมโยงระหว่างคอมพิวเตอร์ต้ังแต่ 2 เครื่องข้ึนไป เพ่ื อให้สามารถถ่ายโอนข้อมูล อเิ ลก็ ทรอนิกส์ระหวา่ งกนั ซอฟต์แวร์ ชุดคาสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนข้ึนด้วยภาษาคอมพิวเตอร์อย่างมีลาดับขั้นตอน เพื่อให้เครื่อง คอมพวิ เตอรท์ างาน ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ เป็นซอฟต์แวร์ท่ีเขียนข้ึนเพ่ืออานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ โดยสามารถนาไปใช้กับงาน ด้านต่างๆ ท่ีทาอยู่เป็นประจาได้อย่างรวดเร็ว เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคา ซอฟต์แวร์ตารางการทางาน ซอฟต์แวรจ์ ัดการฐานขอ้ มลู ซอฟตแ์ วร์นาเสนอ และซอฟต์แวร์ของระบบงานธนาคาร ซอฟต์แวรร์ ะบบ เป็นซอฟต์แวร์ท่ีใช้ในการจัดการควบคุมการทางานร่วมกันขอ งระบ บการท างาน ของเครื่องคอมพวิ เตอร์ใหท้ างานร่วมกับอปุ กรณต์ า่ งๆ ในระบบคอมพวิ เตอร์ เช่น การจัดการดา้ นอปุ กรณ์ รับเข้าข้อมูล และแสดงผล การแสดงผลลัพธ์บนจอภาพ การนาผลลัพธ์ท่ีได้ไปแสดงทางเครื่องพิมพ์ การบนั ทึกข้อมูลเก็บไวใ้ นหน่วยความจารอง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร หมายถึง การนาวิทยาการทีก่ า้ วหนา้ ทางดา้ นคอมพิวเตอร์ และการส่ือสารมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสารสนเทศ ทาให้สารสนเทศมีประโยชน์และใช้งานได้กว้างขวาง

41 มากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศรวมถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ ในการรวบรวม จัดเก็บ ใช้งาน ส่งต่อ หรือสอ่ื สารระหวา่ งกัน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารเกีย่ วข้องโดยตรงกบั 2 สิ่ง คอื 1) เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ในการจัดการสารสนเทศ เช่นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รอบข้าง และ อปุ กรณส์ อ่ื สารและโทรคมนาคม 2) ข้ันตอนวิธีการดาเนินการซึ่งเก่ียวข้องกับซอฟต์แวร์ ข้อมูล บุคลากร และกรรมวิธีการ ดาเนนิ งานเพื่อใหข้ ้อมลู นั้นเกิดประโยชนม์ ากที่สุด โปรแกรมอรรถประโยชน์ เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการทางานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วยโปรแกรมใช้งานอ่ืนๆ ให้มี ความสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วมากย่ิงขึ้น นอกจากน้ีบางโปรแกรมยังออกแบบมาเพ่ือช่วย จดั การกับทรัพยากรของเคร่อื งคอมพิวเตอรใ์ หม้ ีประสิทธิภาพมากข้ึน เช่น จัดการหน่วยความจา จัดการ เนอ้ื ทีใ่ นการเก็บขอ้ มลู ช่วยทาสาเนาและค้นคืนข้อมลู ช่วยซ่อมการชารุดของหน่วยเก็บข้อมูล ชว่ ยคน้ หา ปอ้ งกัน และกาจัดไวรัส โพรโตคอล ข้อกาหนด ระเบียบ พิธีการ ข้ันตอนปฏิบัติที่ใช้ควบคุมการ สื่อสารขอ้ มูลในเครอื ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์หรอื อุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้โพรโตคอลชนิด เดียวกนั จึงจะสามารถตดิ ต่อและส่งข้อมลู ระหวา่ งกนั ได้ สารสนเทศ ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ เร่ืองเก่ียวขอ้ งกบั ความจริงของคน สตั ว์ ส่ิงของ ทง้ั ท่ีเปน็ รปู ธรรมและนามธรรม ทไี่ ดร้ บั การจัดเกบ็ รวบรวม ประมวลผล เรยี กคน้ และส่อื สารระหวา่ งกนั นามาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนไ์ ด้ ระบบสารสนเทศ เป็นระบบสนับสนุนการบริหารงาน การจัดการ และการปฏิบัติการทั้งในระดับบุคคล ระดับ กลุ่มหรือระดับองค์กร เพ่ือช่วยให้การทางานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยใช้องค์ประกอบของระบบ สารสนเทศในการดาเนนิ การ

42 สาระที่ ๔ การอาชีพ การจาลองอาชพี เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพท่ีสถานศึกษาจัดทาให้เสมือนจริงเพื่อให้ ผู้เรียน มีทักษะการทางานอาชพี เหน็ คุณคา่ ของงานอาชพี สจุ ริต และเหน็ แนวทางในการประกอบ อาชีพ เช่น การจัดนทิ รรศการ บทบาทสมมติ ฯลฯ การประเมินทางเลอื กอาชพี เปน็ การ ร้จู ักตนเองด้านความรู้ ความสามารถ ทศั นคติ ศกั ยภาพ วิสยั ทศั น์ แนวโนม้ ด้านอาชีพ ท่ีต้องการของตลาดแรงงาน ท่ีเหมาะสมกับความสนใจ ความถนัด และทักษะทางด้านอาชีพ กอ่ นตัดสินใจเลือกอาชพี การอาชีพ เป็นสาระท่ีเก่ียวข้องกับทักษะท่ีจาเป็นต่ออาชีพ เห็นความสาคัญของคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม เห็นคุณค่าของอาชีพสุจริต และเห็นแนวทาง ในการประกอบอาชพี ทักษะท่จี าเปน็ ตอ่ อาชพี ประกอบด้วย ทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ในอาชพี เป็นการจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ได้เห็น และได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรมที่เกี่ยวกับอาชีพ ที่ตนเอง ถนัดและสนใจ สถานการณแ์ รงงาน ประกอบด้วย การมีงานทา การจ้างงาน การคุ้มครองแรงงาน และการ ประกนั สังคม ทั้งในปจั จบุ นั และอนาคต

43