๑๘๖๒ สามกก๊ ฉบับเจ้าพระยาพระคลงั (หน) ตอนท่ี ๘๑ ฝ่ายพระเจา้ โจฮองออกว่าราชการ ได้เห็นหน้าสุมาสกู ็มีความกลวั เกรงนกั วนั หน่งึ เห็นสุมาสู ถอื กระบเ่ี ดริ เขา้ ไปตกใจ จงึ เลอ่ื นองค์ลงมาจากพระท่ีน่ังกเ็ สดจ็ ออกไปรบั สมุ าสู ๆ ก็หัวเราะแล้วจึงว่า มีธรรมเนียมอย่หู รอื เจ้าจะออกมาต้อนรับข้า เชญิ เสดจ็ ขึ้นไปนง่ั บนทเี่ ถดิ จงึ จะสมควร ฝา่ ยขุนนางทง้ั ปวงปรึกษาราชการอยู่ เหน็ สมุ าสูเขา้ มากน็ ิง่ เสียมิไดว้ า่ ต่อไป พระเจ้าโจฮองก็ น่ิงอยูส่ กั ครู่หน่ึงแลว้ กลับเขา้ ไปขา้ งใน ฝ่ายสมุ าสกู อ็ อกมาจากทเ่ี ฝ้า ไมม่ คี วามเกรงกลวั พระเจ้าโจฮอง ก็ขึ้นเกวยี นให้ทหารประมาณพันหนึง่ ถือศัสตราวุธแหอ่ อกมาแตใ่ นวังกลับมาบ้าน พระเจา้ โจฮองแลดู ซ้ายขวา ก็เห็นขุนนางผู้ใหญเ่ ปนทีป่ รึกษาสามคน ชื่อแฮเฮาเหียนคนหนึ่ง ลิฮองคนหนึ่ง เตียวอิบบดิ า นางเตียวฮองซึ่งเปนมะเหษีคนหนึ่ง พระเจ้าโจฮองก็ขับคนทั้งปวงออกไปเสีย จึงเรียกขุนนาง ทั้งสามคนเข้ามาใกล้ ยึดมือเตียวอิบเข้าแล้ว ทรงพระกรรแสงจึงว่า ทุกวันนี้สุมาสูดูถูกเราเหมือน เด็กน้อย ดูถูกขุนนางทง้ั ปวงเหมือนหญา้ แพรก เราเหน็ ไมช่ ้าแลว้ ราชสมบตั ิก็จะเปนของสุมาสู www.samkok911.com
ตอนที่ ๘๑ ๑๘๖๓ ลิฮองจึงทูลว่า ข้าพเจ้านี้ไม่มกี ำลังแลสติปัญญาที่จะ แฮเฮาเหียน (Xiahou Xuan) ช่วยพระองค์ได้ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าจะขอตรารับสั่งของพระองค์ ออกไปเกลี้ยกล่อมหัวเมืองทั้งปวง จะ ได้หาคนดีมีสติปญั ญามี ฝีมือกล้าแขงแลทหารทั้งปวงได้มากแล้ว จะเข้ามากำจัดอ้าย ศัตรูแผ่นดินให้จงได้ แฮเฮาเหียนจึงทูลว่า แฮหัวป๋าพี่ชาย ขา้ พเจา้ หนไี ปเขา้ ด้วยพระเจ้าเล่าเสีย้ น เพราะพวกสุมาสูจะทำ อันตราย ถ้าพี่ชายข้าพเจ้ารู้ว่าพระองค์จะกำจัดสุมาสูก็จะ กลับมาช่วย ข้าพเจ้าก็เปนเชือ้ พระวงศ์ เปนเหตุดังนี้แล้วจะนิ่ง เสียไดห้ รอื จะขอไปเกลย้ี กลอ่ มดว้ ยลฮิ อง พระเจา้ โจฮองจงึ วา่ เราพรน่ั นกั เกรงจะทำมิสำเร็จ ขนุ นางสามคนรอ้ งไหแ้ ล้วทลู ว่า ข้าพเจ้า ทั้งสัตย์สาบาลพร้อมใจกันจะคิดอ่านกำจัดอ้ายศัตรูแผ่นดินให้จงได้ พระเจ้าโจฮองจึงเปลื้องเสื้อทรง ซับในออกแล้วกัดนิ้วมือเอาโลหิตเขียนรับสั่ง ลงในเสื้อส่งให้เตียวอิบแล้วจึงว่า เมื่อครั้งพระเจ้าโจโฉ ปู่ชวดของเราฆ่าพวกตังสินเสียนั้น เพราะทำการไม่มิด ท่านทั้งสามจะทำครั้งนี้ถ้า แพร่งพรายสิมิ เปนการ ลิฮองจึงทูลว่ายังมทิ ันไรพระองค์มาว่าใหเ้ ปนลางดงั นีเ้ ลา่ ข้าพเจ้าจะโง่เหมอื นตังสินนั้นหรอื สมุ าสูจะหลกั แหลมเหมอื นพระเจ้าโจโฉนน้ั หรอื พระองค์อยา่ สงสยั เลย ทูลแล้วกล็ าออกมา สามก๊กวิทยา
๑๘๖๔ สามกก๊ ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ขณะนน้ั มีผู้เอาความลับทัง้ ปวงไปบอกแก่ สุมาสู ๆ โกรธถอื กระบ่พี าทหารหา้ รอ้ ยลว้ นถืออาวุธ เข้ามาถึงประตูวัง พอพบแฮเฮาเหยี นลิฮองเตียวอบิ ๆ กลัวก็หลีกเข้าอยู่ข้างประตูวัง สุมาสูจึงถามว่า ขุนนางออกจากเฝ้าพร้อมกนั แล้ว ท่านทั้งสามช้าอยู่ ด้วยราชการอันใด สามคนจึงว่า จะทรงฟังหนังสือ พงศาวดารใหข้ ้าพเจ้าอ่านถวาย สมุ าสถู ามวา่ ใหอ้ า่ น เรื่องไหน ลิฮองจึงว่าอ่านเรื่องออิ ิ๋น๑ แลจิวถองเปนมหาอุปราช ครั้นอ่านถึงเข้าพระเจ้าโจฮองจึงถาม ข้าพเจ้าวา่ อิอิ๋นแลจิวถองได้บำรุงแผ่นดินถึงสองแผน่ ดินนั้นทำอย่างไร ข้าพเจ้าทั้งสามนี้ทลู ว่า บำรุง เหมือนอย่างมหาอุปราชรกั ษาบำรุงแผ่นดินครั้งนี้ สุมาสแู กล้งหัวเราะแล้วจึงว่า ท่านทั้งสามจะยกเรา ไปเปรยี บด้วยอิอิน๋ แลจวิ ถองเจียวหรอื เรารู้ถึงน้ำใจทา่ นอยู่ เอาเราไปเปรยี บอองมังกับตั๋งโต๊ะ ซึ่งเปน ศัตรรู าชสมบตั นิ ้ัน ทง้ั สามคนจงึ ว่า ขา้ พเจา้ ก็เปนขา้ ใตท้ า้ วของทา่ น ซึ่งจะวา่ ดงั น้ันหาควรไม่ สุมาสโู กรธนกั จึงวา่ อา้ ยสามคนมึงยยุ งทลู ความซบุ ซบิ ในทล่ี บั แล้วร้องไหด้ ว้ ยเหตุอันใด ท้ัง สามคนก็ปฏิเสธว่าหามิได้ สุมาสูก็ตวาดแล้วจึงว่า มึงร้องไห้ตายังแดงอยู่ควรหรือมาปฏิเสธเสียได้ แฮเฮาเหยี นเห็นวา่ การท้งั นีเ้ สียแล้วจงึ ว่า กูร้องไห้ทงั้ นเี้ พราะมงึ คิดอา่ นจะชงิ เอาราชสมบตั ิ สุมาสูก็ส่ัง ให้ทหารจับเอาตัวทั้งสามคน แฮเฮาเหียนมือเปล่าก็ตั้งมวยเข้าชกสุมาสู ทหารก็กลุ้มรุมจับเอาตัวได้ สุมาสูจึงให้ค้นดูก็ได้เสื้อทรงซึ่งเขียนตรารับสั่งซ่อนอยู่ในเสื้อเตียวอิบ จึงเอามาอ่านดูมีเนื้อความว่า สุมาสูแลพวกสุมาสูคิดอ่านจะชิงเอาราชสมบัติ ถ้าขุนนางทั้งปวงมีใจสามิภักดิ์ต่อเรา เร่งคิดอ่านกัน กำจดั ศตั รแู ผ่นดนิ เสียไดแ้ ล้ว เราจะให้เลอื่ นท่มี บี ำเหน็จรางวัลจงหนัก สุมาสูแจ้งดังนน้ั กโ็ กรธนัก จงึ วา่ อ้ายเหล่านี้คิดทำอันตรายกู โทษมันหนักนักจะ เอาไว้มิได้ ก็สั่งให้เอาขนุ นางสามคนไปฆ่าเสียกลาง ตลาดสิ้นทั้งโคตร สามคนก็ด่าสุมาสูด้วยถ้อยคำ หยาบช้า ทหารก็ตบจนฟันหักทั้งสามคน ก็ไม่นิ่ง รอ้ งดา่ ไปจนตาย ฝา่ ยสมุ าสกู เ็ ข้าไปในวัง ๑ มใี นเร่อื งไคเพก็ www.samkok911.com
ตอนที่ ๘๑ ๑๘๖๕ สุมาสู (Sima Shi) ขณะนั้นพอพระเจ้าโจฮองปรึกษาการอันนั้นกับนางเตียวฮองเฮา ๆ จึงทูลว่า ในวังนี้ผู้คน มากมายนัก ถ้าเนื้อความแพร่งพรายไปข้าพเจ้าก็จะพลอยตาย ว่ายังมิทันสิ้นคำพอแลเห็นสุมาสูถือ กระบี่เดิรเข้าไป ครั้นเข้าไปถึงแลว้ สุมาสูจึงว่า บิดาข้าพเจ้ายกยอ่ งพระองค์ให้ได้ราชสมบัติ ถึงจิวถอง ซึ่งเปนมหาอุปราชแต่ก่อนนั้นก็หาเหมือนบิดาข้าพเจ้าไม่ ข้าพเจ้าทำนุบำรุงพระองค์มา ถึงอิอิ๋นซึ่ง เปนมหาอุปราชแต่ก่อนนั้นก็หาทำเหมือนข้าพเจ้าไม่ คุณซึ่งมีมาแต่ก่อนนั้นสูญไปสิ้นแล้ว พระองค์ มาฟังคำยุยงคิดจะทำร้ายข้าพเจา้ อกี เล่า พระเจ้าโจฮองจงึ วา่ เราหาไดค้ ิดทำการดงั นั้นไม่ สามกก๊ วิทยา
๑๘๖๖ สามก๊กฉบบั เจา้ พระยาพระคลัง(หน) สุมาสูก็ชักเอาเสื้อทรงทิ้งลง ชี้มือแล้วจึงว่านี่ของผู้ใดทำเล่า พระเจ้าโจฮองตกพระทัยไม่มี สมประดีจนพระองค์สั่น อุตส่าห์แข็งใจว่าเราทำการทั้งนี้เพราะคนอื่นคิดให้ทำ ตัวเราหาได้คิดทำ อันตรายท่านไม่ สุมาสูจึงว่าทำเองแล้วสิใส่ความว่าคนอื่นเล่า โทษท่านผิดดังนี้แล้วจะคิดอ่านแก้ไข ประการใด พระเจ้าโจฮองตกใจนัก ก็คุกเข่าย่อพระองค์ลง จึงว่าโทษข้าพเจ้าผิดแล้ว ขอให้ท่าน อดโทษขา้ พเจา้ เถิด สุมาสูจึงว่า พระองค์เปนหลักแผ่นดิน ข้าพเจ้าหาทำอันตรายแก่พระองค์ไม่ เชิญพระองค์ นั่งในที่เถิด ว่าแล้วก็ชี้หน้านางเตียวฮองเฮาด้วยกระบี่จึงว่า นางคนนี้เปนลูกเตียวอิบ จำจะฆ่าเสียให้ ตายตามบิดา พระเจ้าโจฮองก็ทรงพระกรรแสง อ้อนวอนขอชีวิตนางเตียวฮองเฮา สุมาสูก็ไม่ฟังจงึ ให้ ทหารคร่าเอาตัวไป ทหารพานางไปถงึ ประตขู า้ งทิศตวนั ออก กใ็ หน้ างเอาแพรพนั ฅอเขา้ ทหารฉดุ แพร ข้างละคนนางกถ็ งึ แก่ความตาย ครัน้ เวลาเช้าสมุ าสจู ึงใหห้ าขุนนางผใู้ หญ่ผู้น้อยท้ังปวงมาพร้อมที่ ออกวา่ ราชการ จึงปรึกษา ว่าพระเจ้าโจฮองไม่เอาพระทัยใส่ราชการบ้านเมือง มีแต่จะเล่นสนุก แล้วหาสติปัญญาไม่ มักเชื่อฟัง คำคนยุยงจะใหบ้ า้ นเมอื งเปนกุลี บัดนี้ขา้ พเจ้าคิดว่าจะยกพระองค์ออกเสยี จากราชสมบัติ จะหาผู้ท่มี ี สติปญั ญาควรจะว่าราชการแผ่นดนิ ไดม้ าเปนเจ้า ทา่ นทั้งปวงจะเหน็ ประการได ขุนนางทั้งปวงจึงว่า ท่านเปนมหาอุปราชความคิดกว้างขวางลึกซึ้งนัก ท่านตรึกตรองแล้ว จึงเอามาปรึกษา ผู้ใดจะทัดทานท่านนั้นเหน็ ไม่มีแล้ว ด้วยท่านว่านี้ชอบด้วยการแผ่นดิน สุมาสูจึงพา ขุนนางทั้งปวงเข้าไปเฝ้ านาง กวยทายเฮา ทูลเลา่ เนือ้ ความท้ังปวง ให้ฟังแต่ต้นจนปลาย นาง กวยทายเฮาจึงถามว่า ท่านจะยก ท่านผู้ใดขึ้นเปนเจ้า สุมาสูจึงทูลว่า ข้าพเจ้าพิเคราะห์เห็นโจกี๋เปนเช้ือ พระวงศ เปนเจ้าเมืองแพเสีย คนน้ีมี สตปิ ัญญาเฉลยี วฉลาดหลักแหลมนกั เหน็ ควรจะเปนเจ้ารกั ษาแผน่ ดนิ ได้ www.samkok911.com
ตอนท่ี ๘๑ ๑๘๖๗ นางกวยทายเฮาจึงว่ามิควร เราพิเคราะห์ดูเห็นว่าจะเอาอาว์มาเสวยราชย์แทนหลานนั้น ยังหามีเยี่ยงอย่าง ธรรมเนียมไม่ เราเห็นโจมอหลานพระเจ้าโจผีเปนเจ้าเมืองงวนเสีย ฉลาดเฉลียว มสี ตปิ ญั ญาพอจะรักษาแผน่ ดินไดอ้ ยู่ ขอใหท้ า่ นทง้ั ปวงปรกึ ษากนั ดู สมุ าสูจึงทูลว่าทา่ นว่าท้ังนีช้ อบนัก ซึ่งจะยกราชสมบัติให้แก่โจมอนั้นเห็นควรอยู่แล้ว ขุนนางทั้งปวงเห็นชอบด้วย สุมาสูก็ให้ทหารถือ หนังสอื ไปเชิญโจมอมา แลว้ จึงทลู นางกวยทายเฮาวา่ ขอเชญิ พระองคข์ ้นึ ไปทวี่ า่ ราชการ จะไดป้ รึกษา โทษพระเจ้าโจฮอง นางกวยทายเฮาจึงขึ้นไปเชิญพระเจ้าโจฮองออกมาที่ว่าราชการแล้วจึงว่า เจ้าเสวย ราชสมบัติไมต่ อ้ งด้วยขนบธรรมเนียมกษตั รยิ ์แตก่ อ่ น ตั้งใจแตจ่ ะเสพยส์ รุ าแล้วกเ็ มามวั ไปด้วยการเล่น ทั้งปวงแลสัตรี ไม่เอาใจใส่ราชการเลย ซึ่งจะ เปนเจ้าแผ่นดินครองราชสมบัตนั้นไม่ควร แล้วขุนนาง ผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงปรึกษาพร้อมกัน เห็นว่าเจ้าไม่ควรแก่ราชสมบัติแล้ว เจ้าเร่งเอาพระแสงกระบ่ี แลตราหยกสำหรับกษัตริย์มาคืนให้ขุนนางเขา จะได้ยกคนอื่นซึ่งมีสติปัญญาเปนเจ้าแผ่นดินสืบไป ฝ่ายตัวเจ้าให้ไปรับราชการคงที่เจอ๋องซึ่งพระบิดาตั้งไว้แต่ก่อนนั้น ถ้าไม่มีรับสั่งให้หาอย่าเข้ามาเปน อันขาดทีเดียว โจฮองเอาพระแสงกระบี่แลตราหยกสำหรับกษัตริย์มาส่งให้ แล้วกราบลานาง กวยทายเฮาร้องไห้ออกไป มีขุนนางสี่ห้าคนระลึกถึงคุณโจฮอง กลั้นนํ้าตามิได้ก็ตามไปสง่ โจฮองก็พา อพยพครอบครวั ออกไปอยทู่ ี่ของตวั เคยอยแู่ ต่กอ่ นนน้ั สามก๊กวิทยา
๑๘๖๘ สามกก๊ ฉบบั เจ้าพระยาพระคลงั (หน) ฝ่ายโจมอมาถึงประตูทิศเหนีอ สุมาสูก็ให้ขุนนาง ผู้ใหญ่ผู้น้อยออกไปรับ ขุนนางไปถึงกระทำคำนับ โจมอก็ลง จากเกวียนกระทำคำนับขุนนางทั้งปวง ออกสกขุนนางผู้ใหญ่ คนหนึ่งจึงว่า พระองค์อย่ากระทำคำนับข้าพเจ้าเลย โจมอจึง ตอบว่าตวั ขา้ พเจา้ นี้กเ็ ปนข้าแผ่นดิน จะมิคำนับท่านน้นั ไมค่ วร ขุนนางทั้งปวงอุ้มโจมอให้ขึ้นขี่เกวียนเข้าไปวัง โจมอก็ยำเกรง ไม่ขึ้นเกวียน จึงว่านางกวยทายเฮามีรับสั่งให้หามาเฝา้ ซึ่งจะข่ี โจมอ (Cao Mao) เกวียนเข้าไปนั้นเห็นไม่ควรนัก ว่าแล้วก็เดิรไปจนถึงในวัง สุมาสูเห็นกอ็ อกไปต้อนรับ โจมอก็กราบลง สุมาสูย่ืนมอื ท้ังสองพยุงโจมอข้ึนแล้วจึงปราสยั ว่า ท่านยงั ค่อยเปนสุขอยู่หรือ ว่าแล้วก็พาเข้าไปเฝ้านางกวยทายเฮา ๆ จึงว่า เมื่อน้อย ๆ ข้าพิเคราะห์ดูเห็น ประหลาท ทั้งกิริยามารยาทแลลักขณราศีดีนักแปลกเด็กทั้งปวง ข้าก็นึกอยู่ในใจว่าเจ้าจะ ได้เปน เจ้าแผ่นดินเปนมั่นคง บัดนี้ก็สมที่นึกไว้ ขุนนางทั้งปวงปรึกษาพร้อมกันจะให้เสวยราชสมบัติสืบเช้ือ พระวงศ์ ถ้าเจ้าได้เปนเจ้าแผ่นดินแล้วจงตั้งอยู่ในสัตย์สุจริต อุตส่าห์เอาใจใส่ในราชการทั้งปวง จะทำ การสิ่งใดให้พิเคราะหจ์ งดี ให้รู้จักข้อผดิ ข้อชอบหนักเบา อย่ามัวเมาไปด้วยการเล่นแลสตรี จงทำตาม ชนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีวงศ์กษัตริยซ์ ่งึ เสวยราชสมบัตมิ าแต่ก่อน โจมอจึงทูลว่า ข้าพเจ้านี้สติปัญญาน้อยนัก หาควรแก่ราชสมบัติไม่ นางกวยทายเฮากับ ขุนนางท้ังปวงก็มิฟัง อ้อนวอนเชือ้ เชญิ จนถึงสามครั้งโจมอก็รับ สุมาสกู บั ขุนนางท้ังปวงก็เชิญโจมอไป ยังที่เสด็จออกว่าราชการ ก็มอบพระแสงกระบี่แลตราสำหรับกษัตริย์นั้นให้แก่โจมอ ๆ ก็ได้ตั้งอยู่ใน สมมุติกษัตริย์แต่นั้นมา จึงถวายพระนามชื่อว่า พระเจ้าเจงหงวน (พ.ศ. ๗๙๗) พระเจ้าโจมอก็ปล่อย นักโทษ แลเลิกส่วยสาอากรทั้งปวงตาม ประเพณีกษัตริย์เสวยราชสมบัติใหม่แต่ก่อน นั้น แล้วก็ให้สุมาสูเปนมหาอุปราช เมื่อเข้า เฝ้ามีคนถือเครื่องศัสตราวุธแห่เข้าไปจนถึง ใกล้ที่เสด็จออก แล้วห้ามไม่ให้ถวายบังคม แต่กระทำคำนับแล้วก็นั่งอยู่ จะทูลความก็ ห้ามมิใหอ้ อกชอ่ื ตัวเหมอื นขุนนางทัง้ ปวง แล้ว ก็ใหข้ นุ นางผู้ใหญผ่ ู้นอ้ ยเลือ่ นท่ตี ามสมควร www.samkok911.com
ตอนที่ ๘๑ ๑๘๖๙ พระเจ้าโจมอเสวยราชย์ได้สองปี ครั้งถึงเดือนสาม ฝ่ายบู๊ขิวเขียม ชาวเมืองโหหลำไปเปน เจ้าเมอื งเกงจิว๋ ไดว้ า่ เมอื งห้วยหลำเมอื งชวิ ฉุนดว้ ย รู้ข่าวว่าสมุ าสโู อหงั เนรเทศเจา้ แผน่ ดินเสีย แล้วเอา คนหนึ่งมาตัง้ ขึน้ ตามอำเภอใจเองก็มีความโกรธนัก บู๊ขิวเตี้ยนผู้เปนบุตรจึงว่าแก่บดิ าว่า ท่านก็ไดเ้ ปน เจา้ เมืองมยี ศศักดอ์ิ าญาสทิ ธิ์อยูก่ บั มอื สมุ าสทู ำดังนิ้เรานง่ิ เสยี ไม่ควร บู๊ขวิ เขยี ม (Guanqiu Jian) และ บนุ ขิม (Wen Qin) บู๊ขิวเขียมจึงว่าเจ้าว่านี้ชอบนัก จึงให้เชิญตัวบุนขิมซึ่งเปนพรรคพวกของโจซองมา ณ หลังบ้านที่สงัด กระทำคำนับแล้วนั่งอยู่ยังมิทันจะเจรจาก็ร้องไห้ บุนขิมจึงถามว่าเหตุใดจึงร้องไห้ บ๊ขู วิ เขยี มก็เลา่ เนอื้ ความทั้งปวงให้ฟังแล้วจึงว่า เหตุดังนีแ้ ลข้าพเจ้าจงึ มีความเจบ็ แคน้ นัก บุนขิมจึงว่า ท่านคดิ จะทำการบำรุงแผ่นดินควรอยู่แล้ว ข้าพเจา้ ก็จะชว่ ย บุตรขา้ พเจ้าคนหนึ่งชื่อบุนเซ็กกำลังมาก นัก อาจสามารถจะสู้คนได้หมื่นหนึ่งมันก็คิดแค้นอยู่ จะใคร่กำจดั สุมาสูจะได้แก้แค้นโจซอง ถ้าเราจะ ยกไปเราตั้งให้เปนทพั หน้าเหน็ จะมีชัยแกข่ า้ ศึก บ๊ขู ิวเขียมดีใจนกั จงึ รนิ สุรามาใส่จอกลงตง้ั สัตย์สาบาล ต่อกนั แล้ว ใหไ้ ปเกลีย้ กล่อมนายทหารเมอื งห้วยหลำวา่ นางกวยทายเฮามตี รารบั สง่ั มาใหท้ หารทัง้ ปวง ไปพร้อมกัน ณ เมืองชวิ ฉนุ ครั้นทหารมาพร้อมกันแล้ว จึงให้ตั้งโรงพธิ ขี ้างทิศตวันตก ให้ฆ่าม้าขาวตวั หนึ่งเอาโลหิตมาเปนนํ้าพิพัฒน์สัจจาให้ทหารทั้งปวงกินแล้ว จึงว่า สุมาสูเปนขบถต่อแผ่นดิน นางกวยทายเฮามีรับสั่งมาให้ยกทัพไปกำจัดสุมาสูเสีย ทหารทั้งปวงได้ยินดังนั้นมีความยินดีนัก พร้อมใจกันที่จะกำจัดสุมาสู บู๊ขิวเขียมก็คุมทหารห้าหมื่นยกไปตั้งอยู่เมืองฮางเสีย บุนขิมคุมทหาร สองหม่นื เปนทพั หนนุ บ๊ขู วิ เขียมมหี นังสอื ไปถึงหัวเมืองข้ึนให้ยกทหารมาชว่ ย สามกก๊ วิทยา
๑๘๗๐ สามกก๊ ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ฝ่ายสุมาสูป่วยจักษุเปนต้อให้หมอมาตัดแล้วใส่ยารักษาอยู่หลายวัน พอม้าใช้มาแจ้งว่า กองทัพเมืองห้วยหลำยกมา จึงให้เชิญอองซกขุนนางผู้ใหญ่เข้ามาปรึกษาว่า กองทัพบู๊ขิวเขียมยกมา เราจะคิดอ่านประการใด อองชกจึงว่า แต่ครั้งกวนอูทหารเอกฝีมือปรากฎทั้งแผ่นดิน ลิบองคิดอ่าน เกลี้ยกลอ่ มครอบครัวทหาร ซึ่งอยู่ในเมืองเกงจ๋ิวได้แล้วก็มีชัยชนะแก่กวนอู ครั้งนี้ข้าพเจ้าคิดว่าจะให้ ไปเกลี้ยกล่อมครอบครัวทหารเมืองห้วยหลำซึ่งอยู่ ในแดนเมืองวุยก๊กได้แล้ว เราจึงยกกองทัพไปต้ัง สกัดไวท้ ท่ี างบขู๊ วิ เขยี มจะกลบั ไป เห็นจะมชี ัยชนะเปนมัน่ คง สุมาสูจึงว่าท่านว่านี้ชอบแล้ว แต่ว่าข้าพเจ้ายังป่วยอยู่มิไปได้เอง ซึ่งจะให้คนอื่นไปน้ัน ข้าพเจ้ายังไม่วางใจเลยเกรงจะเสียการ จงโฮยนายทหารผู้ใหญ่จึงว่า ทหารเมืองห้วยหลำเข้มแขงอยู่ ซึ่งจะให้ผู้อื่นไปนั้นเกรงจะต้านทานมิหยุด การครั้งนี้เปนการใหญ่ ถ้าผิดพลั้งจะมเิ สียราชการไปหรอื สุมาสูก็มานะในใจยืนขึ้นจึงว่า ข้าป่วยเพียงนี้มิพอเปนไรจำจะไปเองจึงจะได้การ ก็ให้สุมาเจียวอยู่ รักษาเมือง จึงให้จูกัดตุ้นนายทหารเปนแม่ทัพเมืองอิจิ๋วยกไปตีเมืองชิวฉุน ให้อ้าวจุ๋นนายทหารเปน แม่ทัพเมอื งเซงจิว๋ ยกไปสกดั อยู่ตำบลเจีย๋ วซองเปนทางขา้ ศึกจะกลับไป ให้อองต๋ีนายทหารไปตีตำบล ติ่นลำ ตัวสุมาสูเปนทัพหลวงขี่รถยกทัพไปตั้งอยู่เมืองซงหยง ขุนนางแลทหารทั้งปวงนั่งพร้อมกันคิด อา่ นการซ่ึงจะใหม้ ชี ัยแก่ขา้ ศึก www.samkok911.com
ตอนท่ี ๘๑ ๑๘๗๑ เตงโป้ที่ปรึกษาจึงว่า บู๊ขิวเขียมคนนี้มีสติปัญญาความคิดอยู่ แต่ว่าคิดอ่านการสิ่งใดก็หา ตลอดไม่ ฝ่ายบนุ ขิมมีกำลงั มากแตว่ า่ หาปัญญาความคดิ ไม่ ฝ่ายทหารเมืองห้วยหลำมีฝีมอื เขม้ แขงกล้า หาญนัก เราเลินเลอ่ ดูหมิน่ นัน้ ไม่ได้ ขอให้รักษาค่ายคไู วใ้ ห้ม่ันคง ถ้าเราเหน็ กำลังข้าศึกร่วงโรยลงแลว้ จงึ คิดอา่ นตีให้ยบั เยินอยา่ ใหท้ ันร้ตู วั เลย อองกึ๋จึงว่า กองทัพขบถยกมาครั้งน้ี อองกึ๋ (Wang Ji) มิใช่ทหารทั้งปวงมีใจคิดอ่านมาเอง เปนเหตุ เพราะบู๊ขิวเขียมคิดอ่าน ทหารทั้งปวงขัดมิได้ก็ จำใจมา ถ้าเรายกกองทัพใหญ่เข้าตีก็เห็นว่า ทหารทั้งปวงจะพลอยหนีกระจายไป สุมาสูจึง ว่าท่านว่านี้ชอบแล้ว ก็เลื่อนกองทัพหลวงไป ปลงอยู่ที่สะพานอิ๋นซุย อองกี๋จึงว่าเมืองลำเต๋ง นั้นเปนที่คับขันมั่นคง เราจำจะเร่งรีบยกไป ตั้งอยู่ก่อน ถ้าช้าอยู่ข้าศึกมาตั้งมั่นอยู่ก่อนแล้ว เราจะหักเข้าเอาก็ยาก สุมาสูเห็นชอบด้วยก็ให้ อองกี๋กองหน้ายกไปตั้งค่ายอยู่เชิงกำแพงเมือง ลำเต๋ง ฝ่ายบู๊ขิวเขยี มต้ังอยู่ ณ เมืองอองเสยี รูว้ า่ สุมาสูยกทพั มาจึงปรกึ ษาแก่ทหารท้ังปวง กันหยง ทหารกองหน้าจึงว่า ที่เมืองลำเต๋งนี้มีภูเขาแลแม่นํ้ากระหนาบอยู่เปนที่มั่นคงนัก ถ้าพวกสุมาสูตั้งอยู่ กอ่ นแล้วเห็นเราจะทำการเข้าไปยาก ขอท่านเรง่ ยกกองทพั ไปต้ังอยใู่ หไ้ ดก้ อ่ น บู๊ขิวเขียมก็ให้ยกกองทัพจะไปเมืองลำเต๋ง ไปหน่อยหนึ่งมีม้าใช้มาบอกว่า เมืองลำเต๋งนั้น ทหารสุมาสูมาตั้งอยู่แล้ว บู๊ขิวเขียมยังไม่เชื่อยกกองทัพใกล้เข้าไป เห็นค่ายมั่นคงมีธงรายรอบอยู่ บู๊ขิวเขียมเห็นดังนัน้ กถ็ อยทัพกลับไปตั้งค่ายอยู่กลางทาง ม้าใช้มาบอกว่าทัพซุนจุ๋นเมืองกังตั๋งยกข้าม แม่นํ้ามาจะตีเมืองชิวฉุน บู๊ขิวเขียมก็ตกใจ ว่าถ้าเมืองชิวฉุนเปนอันตรายแล้วเราจะกลับไปอยู่ที่ไหน ไดเ้ ล่า กใ็ หล้ ่าทพั มาในเวลากลางคืน มาตง้ั มัน่ อยู่ ณ เมืองฮางเสีย สามกก๊ วิทยา
๑๘๗๒ สามก๊กฉบับเจา้ พระยาพระคลัง(หน) ฝ่ายสุมาสูแจ้งว่าบู๊ขิวเขียมล่าทัพถอยไปแล้ว จึงให้หาขุนนางมาปรึกษา เปาต้านจึงว่า บู๊ขิวเขียม ล่าทพั ถอยไปครง้ั นี้ ดว้ ยกลัวทัพเมอื งกังตั๋งจะวกหลังไปตี เมืองชิวฉุน เห็นทีจะถอยทัพไปอยู่เมืองฮางเสีย แล้วจะ แบ่งปันทหารไปรกั ษาเมืองชวิ ฉนุ ขอใหท้ า่ นเกณฑ์ทหาร ยกไปเปนสามกอง ไปตีเมืองงักแกเสียเมืองฮางเสียเมอื ง ชวิ ฉุน ข้าพเจา้ เหน็ ว่าทหารเมอื งห้วยหลำก็จะถอยทัพไป เอง ท่านจงให้มีหนังสือไปถึงเตงงายเจ้าเมืองกุนจ๋ิว เตงงาย (Deng Ai) เปนคนมีสติปัญญาความคิด ให้ยกไปช่วยตีเมือง งักแกเสียไดแ้ ลว้ เห็นจะปราบศัตรูได้โดยง่าย สุมาสูเห็นชอบด้วยก็ให้มีหนังสือไปถึงเตงงายว่า ให้ยก กองทัพไปตีเมืองงกั แกเสยี เราก็จะยกตามไปด้วย ฝ่ายบู๊ขิวเขียมตั้งอยู่เมืองฮางเสีย กลัวกองทัพสุมาสูจะยกมาตี ก็ให้ม้าใชไ้ ปสอดแนมฟังข่าว อยู่เนือง ๆ แล้วให้เชิญบุนขิมมา ณ ค่ายจึงปรึกษาว่า ข้าพเจ้าเกรงสุมาสูจะยกไปตีเมือง งักแกเสีย บุนขิมจึงว่า ข้าพเจ้ากับบุนเอ๋งขอทหารสักห้าพนั จะไปรักษาเมืองงักแกเสียไว้ให้ได้ ท่านอย่าวิตกเลย บู๊ขิวเขียมดีใจจึงให้บุนเอ๋งพ่อลูกคุมทหารห้าพันยกไป ครั้นไปใกล้เข้ามีม้าใช้มาบอกว่า กองทัพเมือง วุยก๊กยกมาทหารประมาณหมื่นเศษมาต้ังอยู่ทิศตวันตก มีธงขาวปักเปนสำคญั แลธงเทียวทั้งปวงนน้ั เห็นมิใช่กองทัพนายทหาร เห็นจะเปนกองทพั เจ้ายกมา แต่ว่าธงสำคญั ชือ่ สุมาสู บัดนีต้ ั้งคา่ ยอยูย่ งั หา สำเร็จไม่ บุนเอ๋งขี่ม้ายืนอยู่ใกล้จึงว่าแก่บิดาว่า เขาต้ัง ค่ายอยู่ยังมิทันสำเร็จ ถ้าเรายกไปเปนสองกองตี กระหนาบเขา้ เหน็ จะไดโ้ ดยสดวก บดิ าจงึ ถามว่าเราจะ ยกไปเวลาไรดี บุนเอ๋งจึงว่ายกไปคํ่าวันนี้แลเห็นจะได้ ท่วงที บิดาคุมทหารครึ่งหนึ่งยกไปข้างทิศใต้ ข้าพเจ้า จะคมุ ทหารครึง่ หน่งึ ไปตขี ้างทิศเหนอื เวลาเท่ยี งคืนให้ ยกเข้าไปตใี ห้พร้อมกัน ครั้นเวลาค่ําก็แยกทหารยกไป เหมือนหนึ่งคิดกันนั้น บุนเอ๋งคนนี้อายุได้สิบแปดขวบ สูงได้ห้าศอก ใส่เกราะเหน็บกระบองเหล็กขี่ม้ายนตร์ เข้าไปใกลค้ ่ายสุมาสู บนุ เอง๋ (Wen Yang) www.samkok911.com
ตอนท่ี ๘๑ ๑๘๗๓ ฝ่ายสุมาสูตั้งทัพอยู่คอยทัพเตงงายก็ยัง ไม่มา ปวดจักษุเปนกำลังก็นอนอยู่ในเตียง ให้ทหารประมาณสามรอ้ ยลอ้ มวงรักษาตัวอยู่ ครั้น เวลาเที่ยงคืนได้ยินเสียงทหารในค่ายเอิกเกริก วุ่นวายทั้งม้าทั้งคน จึงให้ทหารไปถามดู ก็ได้ เนื้อความว่าทหารคนหนึง่ มีกำลังพะลงั มากนัก ไม่ มีผ้ใู ดจะต้านทานได้ ไล่ตบี ุกรกุ เขา้ มาข้างทิศเหนือ สุมาสูได้ยินดังนั้นก็ตกใจนัก ให้ร้อนในอกเหมือนหนึ่งเพลงิ เผา ก็โกรธขึ้นมา โรคในจักษนุ ั้นกำเริบข้ึน ลูกตาก็ปทอุ อกมา กลวั วา่ ทหารทั้งปวงจะเสยี น้ำใจ กเ็ อาผ้าผวยหม่ นอนเข้ากดั เคย้ี วไปจนผา้ ขาด ฝ่ายบุนเอ๋งพาทหารแหกเข้าค่ายได้ ก็ไล่ฆ่าฟันทหารสุมาสูล้มตายเปนอันมาก บุนเอ๋งบ่าย หน้าไปข้างไหนก็วนิ าศไปไมม่ ผี ู้ตา้ นทาน ตแี ต่ทิศเหนอื ฝา่ ยเดียว ดูบดิ าจะยกมาตกี ระหนาบทางทิศใต้ ก็ไม่เห็น ครั้นจะตีต่อเข้าไปอีกให้ถึงทัพหลวง ทหารสุมาสูยิงเกาทัณฑ์สกัดไว้ดังห่าฝนแต่บุกรุกไล่อยู่ จนสว่างกห็ ักเขา้ ไป ไม่ได้ ครั้นเวลารุ่งเช้าก็ไดย้ นิ เสียงแตรเสยี งกลองสำหรับกองทพั ก็ประหลาทใจคิด ว่าเปนไรบดิ าจึงไม่ยกมาข้างทิศใต้ ทำไมจึงยกมาทางเหนือ ก็ควบม้าไปดจู งึ เหน็ กองทพั เตงงาย ๆ ถือ งา้ วขม่ี ้านำหน้ามารอ้ งวา่ อ้ายขบถแผน่ ดนิ มงึ อย่าหนีกูเร่งมาสกู้ นั บุนเอง๋ ได้ยนิ ดงั นน้ั ก็รำทวนเข้าไปสู้ กันได้ประมาณห้าสิบเพลง ไม่ทันแพ้ชนะกัน เมื่อรบกันอยู่ทหารสุมาสูก็หนุนมาตีกระหนาบเข้าทั้ง ข้างหน้าข้างหลัง ฝ่ายทหารบุนเอ๋งน้อยตัวก็หลบหลีกหนีเอาตัวรอด ยังแต่บุนเอ๋งผู้เดียวก็รบแหวก ทหารสุมาสอู อกมาหนไี ปขา้ งทศิ ใต้ ทหารมา้ สมุ าสปู ระมาณรอ้ ยหนึง่ แตล่ ้วนมีฝีมือ กค็ วบมา้ ไล่ติดตาม ไปจนถึงสะพานเมืองงักแกเสีย บุนเอ๋งเห็นทหารไล่กระชั้นมาจะใกล้ทันอยู่แล้ว ก็ชักม้ากลับไล่ร้อง ตวาดบกุ บันเขา้ สู้ ทหารทั้งปวงต่างคนต่างก็ถอย บุนเอ๋งก็กลับม้าค่อยเดิรไป ทหารสุมาสูคุมกันเข้าได้ ปรกึ ษากนั ว่า ทหารคนนหี้ า้ วหาญนกั เราพรอ้ มใจ กันไล่จับตัวให้จงได้ คิดแล้วก็ควบม้าไล่ตามไป บุนเอ๋งก็กลับหน้าม้าเข้าสู้ จึงร้องตวาดว่า อ้าย พวกทหารหนูไม่กลัวความตาย ว่าแล้วก็จับ กระบองเหล็กเข้าไล่ตีล้มตายเปนอันมาก แต่ ทหารสุมาสแู ตกแลว้ กลับไลต่ ิดตามถงึ ส่คี ร้งั หา้ ครง้ั บุนเอ๋งก็ตลี ม้ ตายลงทกุ ครัง้ ทหารสุมาสกู ก็ ลับไป สามกก๊ วิทยา
๑๘๗๔ สามก๊กฉบบั เจา้ พระยาพระคลัง(หน) www.samkok911.com
ตอนท่ี ๘๑ ๑๘๗๕ ฝ่ายบุนขิมยกทหารออกมากลางคืนวันนั้น อ้อมไปข้างเขาวกเวียนหลงทางไปหาหนทาง ซึ่งจะไปไม่ไดย้ ังรุ่ง ครั้นเวลาเช้าแลไปไม่เห็นทัพบุนเอ๋ง เห็นแต่ทัพสมุ าสูมชี ัยชนะบุกรุกไล่มามากนกั เหลอื กำลัง กถ็ อยทัพหนไี ปทางเมอื งชวิ ฉุน ทหารสุมาสูคนหนึ่งชื่ออินต้ายบก เดิมเปน อนิ ตา้ ยบก (Yin Damu) คนสนธิ ไวใ้ จโจซอง คร้นั สุมาอ้ฆี า่ โจซองเสยี แลว้ ก็ไปอย่กู ับ สุมาสูคิดจะใคร่ฆ่าสุมาสูแทนคุณโจซอง แต่ก่อนนั้นกับ บุนขิมคนนีร้ ักใคร่กันนัก ครั้นสุมาสูป่วยจักษุหนักยังหาคดิ อ่านการได้ไม่จึงเข้าไปว่า ข้าพเจ้าเห็นว่าบุนขิมคนนี้เปน คนสัตย์ซื่อ ซึ่งจะคิดการขบถต่อแผ่นดินนั้นหาเปนไม่ มาทำการคร้ังนี้กเ็ พราะขดั บูข๊ ิวเขียมไม่ได้ ขา้ พเจ้าจะขอไป เกลี้ยกล่อมบุนขิมก็จะยอมสมัคมาเข้าด้วยท่าน สุมาสู เห็นชอบด้วยก็ใหไ้ ป อินต้ายบกใส่เกราะขึ้นม้าตามบุนขิมไปใกล้เข้า แล้วร้องตะโกนเรียกบุนขิมว่าท่านเห็นเรา หรือไม่ เราชื่ออินต้ายบก บุนขิมเหลียวมา อินต้ายบกจึงถอดหมวกวางลงบนหลังม้าเอาแซ่ชี้แล้ว ร้องว่า บุนขิมทำไมจึงยกทัพหนีไป จะรั้งรออยู่อีกสักหน่อยหนึ่งก็จะได้การ อินต้ายบกว่าทั้งนี้เพราะ เห็นสมุ าสูป่วยหนักจะใกล้ตายอยู่แล้ว จึงหน่วงบนุ ขมิ ไว้ ฝ่ายบุนขิมไม่รู้นํ้าใจอินต้ายบก ก็ร้องตะโกนด่าแล้วยกเกาทัณฑ์ขึ้นจะยิง อินต้ายบกเห็น ดังนั้นน้อยใจนักก็ร้องไห้แล้วชักม้า กลับไป ฝ่ายบุนขิมพาทหารหนีไปทาง เมืองชิวฉุน ครั้นรู้ว่าจูกัดเอี๋ยนทหาร สุมาสูตีได้แล้วก็จะยกไปเมืองฮางเสีย เห็นทัพอ้าวจุ๋นแลอองกี๋เตงงายยกมา ตั้งสกัดอยู่เปนสามกอง บุนขิมเห็น หักไปมิได้ก็ยกไปเมืองกังตั๋ง สมัคเข้า ไปเปนข้าซุนจุ๋นซึ่งเปนมหาอุปราช สามก๊กวิทยา
๑๘๗๖ สามก๊กฉบบั เจา้ พระยาพระคลัง(หน) จกู ัดเอ๋ียน (Zhuge Dan) ฝ่ายบู๊ขิวเขียมตั้งอยู่เมืองฮางเสีย รู้ว่าเมืองชิวฉุน เสียแล้ว ทัพบุนขิมก็เสียแล้ว กองทัพสุมาสูก็ยกมาเปน สามทางมาตั้งอยู่ใกล้เมืองก็ยกทหารออกรบ แลเห็นเตงงาย ยกออกมาก็ให้กัดหยงออกสู้ยังไม่ทันถึงเพลง เตงงายฟันด้วย ง้าวถูกกันหยงตาย แล้วก็คุมทหารบุกรุกไล่เข้าไป อ้าวจุ๋น อองกี๋ก็ยกทหารเข้ากระโจมตีทั้งสี่ด้าน บู๊ขิวเขียมเห็นจะสู้ ไม่ได้ ก็พาทหารคนสนธิ ประมาณสบิ คนหนีไปถึงเมืองซมิ ก๋วน ซองเป๊กเจ้าเมืองก็เปิดประตูรับเข้าไป แต่งโต๊ะเลี้ยงพอ บ๊ขู วิ เขยี มเมาสุราแลว้ กฆ็ า่ เสียตัดเอาสีสะไปให้สมุ าสู ครั้นสุมาสูปราบปรามข้าศึกราบคาบแล้ว ก็ตั้งจูกดั เอี๋ยนเปนทหารใหญ่ ได้ว่าราชการเมอื ง เองจิ๋วเมืองห้วยหลำทั้งปวงนั้น แล้วก็ยกกลับไปเมืองฮูโต๋ สุมาสูป่วยจักษุหนักให้เจ็บปวดเปนกำลัง เวลากลางคืนนอนไม่หลบั เคล้มิ ม่อยไปหนอ่ ยหนึ่งก็แลเหน็ ลิฮองแลเตยี วอบิ แลแฮเฮาเหียนสามคนมา ยืนอยู่ หน้าเตียงนอน ก็รู้ว่าตัวจะไม่รอดแล้ว จึงใช้คนไปเมืองลกเอี๋ยง หาสุมาเจียวมาก็ให้เข้าไปที่ เตียงนอน สุมาเจียวเห็นพี่ชายป่วยหนักจะไม่รอดแล้วก็ร้องไห้ สุมาสูจึงสั่งว่า ข้าทำราชการมาก็ได้ เปนที่มหาอุปราช อุตส่าห์รักษาตัวมาได้ไม่มีอันตราย เจ้าจะทำราชการแทนที่พี่สืบไป อุตส่าห์ระวัง รกั ษาตัวจงดี ถ้ามีราชการเปนข้อใหญอ่ ยา่ ไวใ้ จแก่ผอู้ ื่นจะเสยี ราชการ จะฉิบหายส้นิ ทง้ั โคตร สง่ั เทา่ นั้น แล้วก็มอบตราใหแ้ กน่ อ้ งชาย ฝ่ายสุมาเจียวจะใคร่ให้พี่ชายสั่งความต่อไปอีก ความเวทนาในจักษุกำเริบหนักขึ้น สุมาสูก็ ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดังก็ขาดใจตาย เมื่อ ตายน้ันเดือนสี่ พระเจ้าโจมอเสวยราชย์ ไดส้ องปีเศษ สมุ าเจียวก็แตง่ การศพพี่ชาย ตามประเพณี แล้วให้ไปกราบทูลพระเจา้ โจมอ ๆ ก็มีหนังสือไปให้สุมาเจียวตั้งอยู่ ในเมืองฮูโต๋ป้องกันกองทัพเมืองกังตั๋ง สุมาเจียวก็ไม่เต็มใจอํ้าอึ้งอยู่ แต่ว่ามิรู้ท่ี จะตอบประการใด www.samkok911.com
ตอนท่ี ๘๑ ๑๘๗๗ จงโฮยจึงว่าแก่สุมาเจียวว่า ท่าน มหาอุปราชพึ่งดับสูญ น้ำใจทหารทั้งปวงก็ยัง มิราบคาบ ท่านจะตั้งอยู่เมืองฮูโต๋นี้ แม้มีคน คิดร้ายวุ่นวายขึ้นข้างในวัง ซึ่งจะไปกำจัดเสียน้ัน เห็นจะมทิ นั ที สมุ าเจยี วเห็นชอบดว้ ยกย็ กทหารไป ตั้งอยู่ตำบลลกซุย พระเจ้าโจมอรู้ดังนั้นกต็ กใจนกั ขนุ นางผใู้ หญช่ อ่ื ว่าอองซกจึงทลู ว่า ขอให้พระองค์ ตั้งให้สุมาเจียวเปนมหาอุปราช ว่าราชการแทนที่พี่ชายให้มีน้ำใจ พระเจ้าโจมอเห็นชอบด้วยก็ใช้ให้ อองซกถือหนังสือไปหาสุมาเจียวมา จะตั้งให้เปนที่มหาอุปราช สุมาเจียวก็เข้าเฝ้าพระเจ้าโจมอ กระทำคำนับรับทกี่ ไ็ ด้วา่ ราชการทงั้ แผ่นดินเหมอื นพีช่ าย ฝ่ายผู้สอดแนมราชการเมืองเสฉวน ครั้นรู้ว่าสุมาสูตายแล้ว จึงเอาเนื้อความไปแจ้งแก่ เกียงอุย ๆ จึงเอาเนื้อความกราบทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยน แล้วจึงว่า สุมาสูพึ่งตายสุมาเจียวได้เปน มหาอุปราชแทนพี่ชาย เห็นจะทิ้งเมืองลกเอี๋ยงไม่ได้ ด้วยพึ่งว่าราชการใหม่บ้าน เมืองทั้งปวงยังไม่ ราบคาบ ข้าพเจ้าขออาสาไปตีเมืองวุยก๊กเหน็ จะได้ พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็มิรู้ที่จะขัดก็ยอมให้เกียงอยุ ไป เกียงอุยกล็ าออกไปเมอื งฮนั ต๋งจัดแจงกองทัพท่ีจะยกไป เตียวเอ๊กทหารผู้ใหญ่จงึ ห้ามวา่ ขอบขัณฑเสมาเมืองเสฉวนก็น้อย เข้าปลาอาหารก็เบาบาง ซ่ึงจะยกทัพไปทางไกลน้นั จะขัดสน ขอใหแ้ ต่งทหารไปรักษาหัวเมอื งของเราไว้ใหร้ าษฎรอยเู่ ยน็ เปนสุข ข้าพเจ้าคดิ อย่างน้ีเห็นจะมีความเจรญิ แก่บ้านเมืองของเรา เกียงอุยจึงว่าท่านว่านี้ข้าพเจ้าไมเ่ ห็นด้วย แต่ครั้งกอ่ นเมื่อทา่ นมหาอุปราชยังไมเ่ ขา้ มาเปนข้าราชการก็ ได้ว่าไว้ว่า แผ่นดินนี้ยังเปนสามส่วนอยู่ ครั้นเข้ามาทำ ราชการแล้ว ก็ยกไปตีเมืองวุยก๊ก ไปตั้งอยู่ที่เขากิสานถึง หกครั้ง ราชการยังไม่สำเร็จก็ดับสูญเสียกลางคัน เมื่อจะดับ สูญก็ได้สั่งเราไว้ให้ทำการสืบต่อไป ครั้งนี้เราได้ท่วงทีแล้ว จำจะอาสาเจ้าแผ่นดินไปทำการสนองพระคุณตามประเพณี ชาติทหาร ถงึ จะตายก็ไม่เสยี ดายชีวิต เมืองวยุ กก๊ สิเปนอริกับ เกียงอยุ (Jiang Wei) เรามากอ่ น จะยกไปตีให้ได้ในครง้ั นี้ สามก๊กวิทยา
๑๘๗๘ สามกก๊ ฉบบั เจ้าพระยาพระคลัง(หน) แฮฮัวป๋าจึงว่าท่านว่านี้ชอบแล้ว ขอให้ยกกองทัพไปทางเปาสิว เราไปตีเอาเมืองเจ้าเส เมอื งลำอ๋ันซึ่งเปนเมืองสำคัญไดแ้ ล้ว ก็จะไดห้ วั เมอื งท้ังปวงโดยสดวก เตยี วเอ๊กจงึ ว่า ท่านยกไปทำการ ครั้งก่อนนั้นเดิรทัพช้านัก จึงไม่ได้ชัยชนะก็กลับมา ในตำราพิชัยสงครามว่าไว้ว่า แม่ทัพแม่กองผู้ทำ การสงครามจะยกไปตเี ขาอย่าให้เขาทันร้ตู วั จึงจะมชี ัย ถา้ เขารู้ตวั แล้วก็จะตระเตรยี มการยุทธ์ไวพ้ ร้อม ผูใ้ ดไปตีก็จะไมส่ มคะเน ขอใหท้ ่านเรง่ รบี ยกไปอย่าใหท้ ันรตู้ ัวเลย เหน็ จะได้ชยั ชนะฝา่ ยเดียว เกียงอุย เหน็ ชอบด้วยก็ใหเ้ กณฑ์ทหารใหส้ ้ินเชิง ไดท้ หารหกสิบหม่ืนยกไปทางเปาสวิ ครน้ั ไปถึงตำบลแม่นำ้ เจ้าซยุ กองสอดแนมมาบอก อองเก่ง (Wang Jing) แก่เกียงอุยว่า อองเก๋งเจ้าเมืองยงจิ๋วแลต้านท่ายทหารรอง คุมทหารเจ็ดหมื่นยกมา เกียงอุยจึงคิดอ่านอุบายให้ทหาร ผู้ใหญ่ยกไปเปนสองกองให้ไปตีวกหลัง เตียวเอ๊กกับ แฮหัวปา๋ ก็ยกไป เกียงอุยก็ยกกองทัพข้ามแม่น้ำเจ้าซุยไปตัง้ ริมฝั่งข้างฟากตวันตก ฝ่ายอองเก๋งก็คุมทหารเข้าไปจะตี คร้ันยกกองทัพไปใกล้เขา้ แล้วจงึ รอ้ งถามว่า เมอื งวยุ ก๊กเมือง กงั ตง๋ั เมอื งเสฉวนสามเมอื งนต้ี ัง้ อยู่เหมือนก้อนเสา้ ถ้าตา่ งคน ต่างอยู่ก็มคี วามสุข เหตุอนั ใดท่านจึงยกกองทพั มาตีเรา www.samkok911.com
ตอนท่ี ๘๑ ๑๘๗๙ เกียงอุยจึงร้องว่า พระเจ้าโจฮอง ผิดชอบประการใด สุมาสูจึงยกออกเสียจาก ราชสมบตั ิ แลว้ เอาผ้อู ืน่ มาต้งั ให้เปนเจ้า ขนุ นาง ทั้งปวงเห็นชอบไปด้วยกันสิ้น เราอยู่ต่างเมือง เห็นว่าทำผิดประเพณีโบราณนัก จึงยกทัพมา ทำโทษ หวังจะไม่ให้ข้าแผ่นดินดูเยี่ยงอย่าง สืบไปเบอ้ื งหน้า อองเก๋งได้ฟังดังนั้นก็จนใจไม่รู้ที่จะตอบ ก็แลดูหน้านายทหารสี่คน โจเบ๊งหนึ่ง ฮั้วเอ๋งหนึ่ง เล่าตัดหนึ่ง จูฮองหนึ่ง แล้วจึงว่า กองทัพเสฉวนขา้ มมาต้ังอยู่ฟากขา้ งน้ี ถ้าเสียแก่เราทหารจะตายใน น้ำเปนอนั มาก เกียงอุยคนน้มี กี ำลังมากนัก ไม่เห็นหน้าผู้ใดจะตา้ นทานได้ เราเหน็ แต่ท่านช่วยกันท้ังส่ี คนพอจะรับรองได้อยู่ ถ้าเขาเสียทีถอยเราแล้ว ท่านจงพาทหารไล่บุกบั่นให้จงสามารถ ว่าแล้วก็ให้ ทหารเข้ารบ เกียงอุยรบไปหน่อยหนึ่งก็ชักม้ากลับพาทหารหนีมาทางค่าย อองเก๋งเร่งรีบทหารไล่ ตดิ ตาม เกยี งอยุ ถอยมาใกล้รมิ น้าํ แลว้ พาทหารหนีเลยี บฝัง่ นำ้ ไปข้างตวนั ตก จึงรอ้ งประกาศแก่ทหาร ทั้งปวงว่า ข้าศึกไลม่ าใกล้อยูแ่ ล้ว ทหารเราก็เปนเชือ้ ชาติทหารแตล่ ้วนดี ๆ ฝีมือกลา้ หาญ เคยทำการ สงครามมาแต่กอ่ น เหตุใดคร้ังนีจ้ งึ ยอ่ ทอ้ ข้าศึกนกั ทหารอองเก๋งอยู่ขา้ งตวันออก เตียวเอ๊กแฮหัวป๋ายกทหารมาซุ่มอยู่ ครั้นรู้ว่ารบกันอยู่แล้วก็ตีวกหลังเข้าไปกองหนึ่ง ตีข้างหน้าเข้าไปกองหนึ่ง เกียงอุยก็ตั้ง สง่าทำฮึกฮักพาทหารไล่บุกบั่นเข้าไป ทั้งสามกอง กันทหารอองเก๋งลงไปข้าง แม่นํ้า ทหารอองเก๋งซึ่งลงไปก่อนกลัว น้ำรั้งรออยู่ ที่หนีลงไปข้างหลังทั้งม้า ทั้งคนก็เหยียบยํ่ากันตายประมาณ สองส่วน ที่หนีลงน้ำก็ตายเปนอันมาก ทหารเกียงอุยตดั สสี ะเสยี ไดส้ ักหม่นื เศษ สามก๊กวิทยา
๑๘๘๐ สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลงั (หน) ฝ ่ า ย อ อ ง เ ก ๋ ง พ า ท ห า ร ร ้ อ ย เ ศ ษ ตี ห ลี ก ออกไปได้ หนีไปทางเต๊กโตเสียเข้าในเมืองแล้วปดิ ประตูไวใ้ ห้ทหารรกั ษามั่นคง เกียงอยุ มชี ัยชนะแล้ว ก็เลี้ยงดูทหารให้บำเหน็จรางวัล จึงปรึกษาว่าเรา จะยกตามไปตเี มืองเตก๊ โตเสีย ทหารทั้งปวงจะเห็น ประการใด เตียวเอ๊กจึงห้ามว่า ท่านทำการครัง้ นี้มี ชัยปรากฎเกียรติยศอยู่แล้ว ขอให้งดแต่เพยี งนีเ้ ถดิ จะทำการตอ่ ไปอกี ถ้าเพลยี่ งพล้ําจะมเิ สยี ไปหรือ เหมือนเขียนอสรพิษแลว้ เขียนเท้าด้วยใหเ้ ห็นตีนงู เกียงอุยจึงวา่ ท่านว่านี้ไมช่ อบ แต่ก่อนเรายกทัพมาทำการเสียทีเขาเปนหลายคร้ัง ครั้งนี้เรา อุตส่าห์มาอกี ก็ไดช้ ัยชนะ ทหารเมืองวุยก๊กแตกคร้ังนี้ยับเยินแหลกเหลวนัก นํ้าใจอ่อนอยู่แล้ว ถ้าเรา ยกไปตีอีก ทหารเราก็มีน้ำใจ เห็นจะได้เมืองเต๊กโตเสียโดยง่ายไม่ทันลัดนิ้วมือ เจ้าอย่าท้อใจเลย เตยี วเอก๊ ห้ามถึงสามครั้ง เกียงอุยไมฟ่ งั กย็ กทัพไปเมอื งเต๊กโตเสีย ฝา่ ยต้านท่ายเสียทพั แก่เกยี งอุยแล้ว ไปเกลย้ี กล่อมซอ่ งสุมทหารจะมาชว่ ยอองเก๋ง คร้ันเห็น เตงงายเจา้ เมอื งกนุ จิว๋ คมุ ทหารหนนุ มามีความยนิ ดีนกั ออกไปรบั เขา้ มา เตงงายจึงวา่ ทา่ นมหาอปุ ราช ให้ยกกองทัพมาช่วย ต้านทา่ ยจงึ ว่า ท่านจะคดิ อ่านประการใดจึงจะใหม้ ชี ัย เตงงายจึงว่า เกียงอุยมีชัยแก่เราที่รมิ แมน่ ํ้าเจ้าซุยแลว้ ถ้าตั้งเกลี้ยกล่อมทหารสี่หัวเมืองใน แว่นแคว้นนี้ได้แล้วทำการต่อเข้ามา ข้าพเจ้าเห็นว่าเราจะขัดสน นี่เกียงอุยหา ทำฉะน้นั ไม่ ยกทพั ตรงเขา้ ลอ้ มเมอื งเต๊กโต เสียทีเดียว เราจะกลัวอันใดด้วยเมือง เต๊กโตเสียมั่นคงนัก ถึงจะตีก็หาได้ไม่ ถ ้ า เ ร า ย ก ก อ ง ท ั พ ซ ุ ่ ม อ ยู่ เ ข า ฮ า ง เ นี ย คอยเมื่อกองทัพเกียงอุยยกมา แล้วให้ ล่อลวงดว้ ยกลก็จะหนีไปเปนมั่นคง หาพัก รบพุง่ ไม่ www.samkok911.com
ตอนที่ ๘๑ ๑๘๘๑ ต้านท่ายเห็นชอบด้วยก็ให้เกณฑ์ทหารยี่สิบกอง ๆ ละห้าสิบคน จึงให้ตระเตรียมพลุ แลประทัดจงมาก ให้ซุ่มอยู่ซอกเขาฮางเนีย ถ้าทัพเกียงอุยยกมาให้จุดพลุประทัดทิ้งแล้วให้โห่ร้อง อือ้ องึ จงหนัก ฝ่ายเกยี งอุยให้ตัง้ ค่ายแปดคา่ ยล้อมเมืองเตก๊ โตเสีย ใหท้ หารปนี กำแพงทำลายป้อมถึงเก้าวัน สิบวันแล้วก็หักเขา้ ไปมิได้ จนใจมิรู้ที่จะคิดอ่านต่อไปรำคาญใจนัก ครั้นเวลาค่ํากองสอดแนมให้ม้าใช้ มาบอกวา่ กองทพั ยกมาเปนสองกอง ธงอันหนง่ึ มหี นังสือสำคัญวา่ ต้านท่ายเจยี งอ้ายจงกุ๋น ธงอันหน่ึง วา่ เตงงายเจ้าเมอื งกุนจิว๋ เกยี งอุยตกใจใหห้ าขนุ นางมาปรกึ ษา แฮหัวป๋าจึงว่า เตงงายคนนี้มีฝีมือรบพุ่งก็กล้าหาญ มีสติปัญญาชำนาญในการสงคราม เกียงอยุ จึงว่า กองทพั เขายกมาไกลทหารเหนื่อยระสำ่ ระสายอยู่ เราเร่งยกเขา้ ตีเหน็ จะไดท้ ว่ งที อย่าให้ ทันตั้งค่ายมัน่ ลงได้ วา่ แล้วใหเ้ ตียวเอก๊ คุมทหารเข้าตีเมือง ใหแ้ ฮหัวปา๋ ไปตีตา้ นท่าย ฝา่ ยเกยี งอุยก็ไปตี เตงงาย ยกไปไดป้ ระมาณสกั หา้ สิบเสน้ ไดย้ ินเสยี งพลุประทดั เสยี งคนโหร่ ้องเสยี งกลองออ้ื อึงสน่ัน แล ไปเห็นธงปักรายรอบดาษไปก็ตกใจนัก คิดว่าถูกกลศึกเตงงายแลว้ เห็นจะเสียทีก็ถอยทัพ จึงให้ม้าใช้ ไปหากองทัพเตียวเอ๊กให้เลิกกองทัพ กลับไปเมืองฮนั ตง๋ ฝา่ ยเกยี งอุยอยรู่ ะวัง หลัง ครั้นถอยมาถึงด่านเกียมก๊ก จึงรู้ ว่ากองทัพซึ่งล้อมตัวเข้าไว้มากมายอยู่ นั้น เปนกลศึกของเตงงายทำล่อลวงให้ เสียน้ําใจ จึงพานายทพั นายกองทั้งปวง เข้าไปเฝ้าพระเจ้าเล่าเสี้ยน ณ เมือง เสฉวน จึงทูลเรื่องราวซึ่งตัวไปทำการ นัน้ แต่ต้นจนปลาย พระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นเกียงอุยมีชัยไดค้ วามชอบมา จึงให้เลื่อนท่ีเปนไต้จงกุน๋ เกียงอุยทูลลา ไปถึงเมอื งแล้วมนี ้ำใจโกรธเตงงายนัก ก็ให้ทหารตระเตรยี มม้าแลศสั ตราวุธแลเครื่องสรรพยุทธ์พร้อม แล้วให้มีหนังสือ เข้าไปทลู พระเจา้ เลา่ เสีย้ น วา่ จะขอไปตเี มอื งวุยกก๊ อกี คร้งั หนึ่ง สามก๊กวิทยา
๑๘๘๒ สามกก๊ ฉบบั เจ้าพระยาพระคลัง(หน) ฝา่ ยอองเกง๋ รู้ว่าเกียงอุยลา่ ทพั หนี ไปเพราะเตงงายมาช่วย จึงใหม้ าเชญิ เขา้ ไป กินโต๊ะในเมือง แล้วก็ให้แต่งหนังสือบอก ความชอบเตงงายไปทูลแก่พระเจา้ โจมอ ๆ ก็ให้ตั้งเตงงายเปนอันไสจงกุ๋นคุมทหารอยู่ รักษาเมืองเองจิ๋วกับต้านท่าย เตงงาย ออกไปกระทำคำนับรับตราตามอย่าง ธรรมเนียม ต้านท่ายก็ให้เชิญเตงงายไปกนิ โต๊ะแล้วจึงว่าทหารเมืองเสฉวนแพ้ความคิดท่าน ครั้งนี้เห็นจะไม่ยกมาอีกแล้ว เตงงายจึงว่า ข้าพเจ้า เห็นว่าทหารเมืองเสฉวนจะยกมาอีกด้วยเหตุถึงห้าประการ ต้านท่ายจึงถามว่าเหตุห้าประการนั้นคือ อันใดข้าพเจา้ จะขอฟัง เตงงายจึงว่า เหตเุ ปนประถมนัน้ คอื ทหารเมืองเสฉวนหนไี ปกจ็ รงิ แต่วา่ ไม่เสีย รี้พลแลมีชัยชนะไว้ก่อน ได้ม้าศัสตราวุธของเราไปเปนอันมาก ฝ่ายข้างเรามีชัยให้เขาหนีไปได้ก็จริง แตว่ า่ เสียรพี้ ลมากนกั เหตุเปนคำรบสองนน้ั คือทหารเมอื งเสฉวนไดแ้ บบอย่างขงเบ้งฝกึ สอนไว้ชัดเจน พรอ้ มเพรียงชำนิชำนาญใน การสงครามนกั ทหารข้างเราหาชำนิชำนาญเหมอื นเขาไม่ เหตคุ ำรบสาม นั้น คือทหารเสฉวนยกมาข้างทางบก ทางเรือบันทุกลำเลียงมาส่ง หาลำบากแก่ทหารไม่ ทหารฝ่าย ข้างเรายกมาแต่ทางบก ลำบากด้วยสเบียงอาหารนัก เหตุเปนคำรบสี่นั้น คือที่เมืองเต๊กโตเสียเมือง หลงเส เมืองลำอั๋นเขากสิ านเหล่านี้กว้างขวางนัก ทหารเสฉวนได้มาเนือง ๆ รู้แห่งทุกตำบล แยกย้าย รายกันมาทุกทาง ทหารเรารักษายากนัก เหตุเปนคำรบห้านั้น คือทหารเสฉวนจะยกทัพมาทำการ ครงั้ ไร ก็มาอาศรยั สเบยี งอาหารในเมืองเก๋ียงเปนกำลัง ทุกครั้ง ข้าพเจ้าเห็นเหตุห้าประการดังนี้ จึงว่ากองทัพ เมืองเสฉวนจะยกมาอีกเปนมั่นคง ต้านท่ายจึง สรรเสริญว่า ท่านมีสติปัญญาสอดส่องล่วงรู้ไปดังนี้จะ กลวั อนั ใดแกข่ า้ ศึก วา่ แลว้ ตา้ นท่ายกบั เตงงายก็ตั้งสตั ย์ สาบาลเปนพี่น้องกันตราบเท่าจนวันตาย แล้วก็ให้ ทหารทง้ั ปวงฝกึ สอนการสงครามใหช้ ำนาญทกุ ประการ จึงให้ทหารไปตั้งค่ายรายอยู่รักษาดา่ น ซึ่งเปนที่คับขนั มนั่ คงทุกตำบล เตงงาย (Deng Ai) www.samkok911.com
ตอนที่ ๘๑ ๑๘๘๓ ฝ่ายเกียงอุยให้เชิญทหารมากินโต๊ะแล้ว จึงปรึกษาว่า เราจะยกไปทำการกับเมืองวุยก๊ก ครั้งนี้จะเปนประการใด โหรคนหนึ่งชื่อว่า ฮวนเกย้ี นจึงวา่ ทา่ นยกทัพไปครั้งก่อนได้ชัยชนะมี เกียรติยศปรากฎไว้ ทหารวุยก๊กเกรงกลัวได้เปน ศักดิ์ศรีแก่เมืองเสฉวนอยู่แล้ว ท่านจะยกไปอีก ครั้งนี้ถ้าเพลี่ยงพลํ้าเสียทีก็จะพลอยให้เกียรติยศ ครั้งก่อน นั้นเสียไป เกียงอุยจึงว่าท่านทั้งปวงว่านี้ ด้วยเห็นว่าแดนเมืองวุยก๊กนั้นกว้างขวาง แล้วมี ทแกล้วทหารมากนักจึงเกรงกลัว ฝ่ายข้าพเจ้าเห็นว่ากองทัพเราได้เปรยี บเมืองวุยก๊กมากนัก ด้วยเหตุ ถึงห้าประการ จึงไม่เกรงเลย ทหารทั้งปวงจึงถามว่า เหตุห้าประการนัน้ ส่ิงใดบ้าง เกียงอยุ จึงพรรณนาเหตหุ ้าประการนนั้ ให้ฟัง ก็เหมือนเตงงายว่าแก่ต้านท่ายนั้น แล้วจึงว่าข้าพเจ้าเห็นได้เปรียบถึงเพียงนี้ จึงเต็มใจที่จะไป ตีเมืองวุยก๊ก เมื่อกระนี้มิไปจะไปเมื่อไรเล่า แฮหัวป๋าจึงว่า เตงงายคนนี้เปนเด็กอยู่ก็จริง แต่ว่า มีสติปญั ญาหลกั แหลมนัก คร้ังน้ีกไ็ ดเ้ ปนที่อันไสจงก๋นุ แลว้ เหน็ จะจดั แจงทแกลว้ ทหารรักษาบ้านเมือง แลดา่ นทาง ซ่ึงเปนท่ีคบั ขันมัน่ คงย่ิงกว่าเก่า เราอยา่ ดถู ูกจะเสยี การ สามกก๊ วิทยา
๑๘๘๔ สามก๊กฉบบั เจา้ พระยาพระคลัง(หน) เกียงอยุ ได้ยนิ ดงั น้นั โกรธนัก ร้องตวาดไปวา่ จะทำการใหญ่สิมาพูดอย่างน้ใี หท้ หารทัง้ ปวงเสยี นํ้าใจ ใครอย่าห้ามปรามเลยข้าพเจ้าไม่ฟัง ว่าแล้วก็สั่งให้ยกกองทัพ ตัวคุมทหารเปนกองหน้ายกไป ทหารทั้งปวงก็ยกตามมาถึงตำบลเขากสิ าน กองสอดแนมจึงให้ม้าใชม้ าบอกว่า ทหารเมืองวุยก๊กมาตั้ง ค่ายสกัดทางอยู่เก้าค่าย เกียงอุยก็ไม่เชื่อ จึงขี่ม้าพาทหารขึ้นบนเนินเขา แลเห็นค่ายรายกันไปเปน ท่วงทีเหมือนอสรพิษมีสีสะแลหางคอยวกกระหวัดรัดคน จึงว่าแฮหัวป๋าว่าไว้ก็สมคำ เตงงายคนน้ี ความคดิ ดนี กั พเิ คราะหด์ เู หน็ ประหน่งึ คล้ายคลึงทา่ นมหาอุปราชอาจารย์ของเรา ซงึ่ เราจะหักโหมเข้า ไปไมไ่ ด้เห็นจะเสียที ชรอยเตงงายอยู่ในค่ายอันน้ีเปนมัน่ คง ว่าแลว้ พาทหารกลับมากใ็ ห้ตั้งค่ายม่นั อยู่ ปากทาง จึงสั่งให้ทหารออกลาดตะเวนเปนห้าพวก ๆ ละห้าร้อย แต่งตัวแปลก ๆ ถือธงห้าอย่าง สีเขียวขาวเหลืองแดงดำไม่ให้เหมือนกัน แล้วตั้งเปาเชานายทหารให้อยู่รักษาค่าย จึงกำชับว่าท่าน รกั ษาใหจ้ งดี ตวั ขา้ พเจ้าจะยกทพั ไปตเี มืองลำอ๋นั www.samkok911.com
ตอนที่ ๘๑ ๑๘๘๕ ฝ่ายเตงงายรู้ว่ากองทัพเมืองเสฉวนยกมาตั้งอยู่ปากทางช่องแคบหลายวันแล้ว มิได้ยกมาตี มีแต่ทหารมาเทย่ี วลาดตะเวนหนทางร้อยหนง่ึ รอ้ ยห้าสบิ แลว้ กก็ ลบั ไป ผลัดเปลี่ยนกันมาวันละห้าพวก แตง่ ตัวแปลก ๆ กันถอื ธงกต็ ่างสีกนั จึงขี่มา้ พาทหารข้นึ ไปดบู นเนินเขา แลเหน็ คา่ ยแลว้ กลบั ลงมาบอก แกตา้ นท่ายว่า ขา้ พเจ้าคะเนว่าเกียงอุยหาอย่ใู นค่ายไม่ ตอ่ จะยกไปตเี มอื งลำอนั๋ มนั่ คง ทหารซึ่งยกมา ลาดตะเวนนั้นก็เบาบาง ขอให้ท่านยกไปตีค่ายเอาให้ได้ แล้วตั้งสกัดอยู่ต้นทาง ข้าพเจ้าจะยกไปช่วย เมืองลำอ๋ัน ถา้ เกยี งอุยถอยแล้วขา้ พเจ้าจะรบี ไปต้ังอยู่เขาบเู สียงสัน แลว้ จะซุม่ ทหารไว้สองฟากทางท่ี ช่องแคบ ถา้ เกียงอยุ ยกมาทน่ี นั้ จะยกตีกระหนาบเขา้ เห็นจะเสียทแี ก่เราฝา่ ยเดียว ต้านท่าย (Chen Tai) ตา้ นทา่ ยจึงวา่ ขา้ พเจา้ มาอยูห่ ัวเมืองหลงเสน้ีช้านาน ประมาณย่สี ิบสามสบิ ปีแลว้ ยงั หารูจ้ กั แผนที่ทั้งปวงไม่ ท่านอยู่ หาอื่นเหตใุ ดจงึ รจู้ กั ทุกแห่งทุกตำบลเหมอื นเทวดา ท่านวา่ ท้ังน้ี ชอบนักเร่งยกไปเถิด ข้าพเจ้าจะเข้าหักเอาค่ายให้ได้ เตงงาย ยกทัพไปตามทางลัด เร่งรีบไปถึงเขาบุเสียงสันก่อนเกียงอุย ก็ตั้งค่ายมั่นอยู่บนเนินเขานั้น เตงงายจึงให้เตงต๋งผู้บุตรกับ สุเมานายทหารคุมทหารคนละห้าพัน สั่งให้ยกไปตั้งอยู่ที่ซอก เขาตำบลตวนโกะ นายทหารสองคนก็ยกไปซุ่มอยู่ ในค่าย เตงงายหา้ มปากเสียงสงบเหมือนไม่มคี น ธงก็มใิ หป้ กั ไว้ สามกก๊ วิทยา
๑๘๘๖ สามก๊กฉบับเจา้ พระยาพระคลัง(หน) เกียงอุยยกไปถึงหน้าเขาบเู สียงสันทางจะไปเมืองลำอั๋น จึงว่าแก่แฮหัวป๋าว่าเขาอันนี้เปนท่ี คบั ขนั มนั่ คงนัก ถ้าเราเข้าตั้งคา่ ยอยไู่ ดจ้ ะไดเ้ มอื งลำอ๋ันโดยง่าย แตว่ ่าข้าพเจ้าเหน็ ว่าเตงงายมีความคิด จะยกมาต้ังสกดั อยกู่ ่อน พอส้ินคำก็ได้ยนิ ประทัดแลเสียงกลองเสียงคนโหร่ ้องยกลงมาจากเขา แลเห็น ธงมีหนงั สือสำคัญวา่ เตงงาย กองหนา้ ตกใจนัก เกียงอุยกย็ กหนุนขึ้นไป ทหารเตงงายก็ถอยไป เกียงอุย ก็ไล่ตดิ ตามไปถงึ หนา้ ค่าย ให้ทหารร้องทา้ ทายเปนขอ้ หยาบชา้ ให้เตงงายออกมารบ เตงงายกต็ ง้ั มั่นไว้ ไม่ออกมา เกียงอุยจะหักเข้าไปมิได้ จึงให้ทหารไปตัดไม้ขนศิลามาจะตั้งค่ายประชิด ทหารเตงงายยก ออกมาไลต่ ีทหารเกียงอุยวุ่นวายจะตั้งค่ายก็มิได้ ก็ถอยทัพกลับไปค่ายเก่า ครั้นเวลารุ่งเช้าเกียงอุยจงึ ยกทหารไปตั้งค่ายอยู่ที่เขาบูเสียงสัน ค่ายยังไม่ทันมั่น เวลายามเศษเตงงายก็ให้ทหารห้าร้อยเอา เช้อื เพลิงมาเผาคา่ ยขึน้ ได้กเ็ ขา้ ตี วุน่ วายข้ึน ตงั้ ค่ายไมไ่ ด้เกยี งอยุ กเ็ ลกิ ทพั มา จึงปรึกษาด้วยแฮหวั ป๋าวา่ เราจะยกไปตีเมืองลำอั๋นเห็นจะไม่ได้แล้ว เราจะรบเอาเมืองเสียงเท่งเถิดเปนที่ไว้สเบียงอาหาร ตีได้ แล้วจะได้เปนกำลังราชการ เมืองลำอั๋นก็จะพลอยได้โดยง่าย ข้าพเจ้าจะยกไปตีเมืองเสียงเท่ง ท่านอุตส่าห์ตั้งค่ายมั่นไว้แต่ไกลให้เตงงายระวังอยู่ ว่าแล้วเกียงอุยก็ยกทหารไปในกลางคืนวันนั้น ครน้ั รุ่งสวา่ งแลเหน็ เขาเปนช่องแคบกันดารนัก จึงถามผู้นำทางว่าเขาอันน้ีช่อื ไร ผูน้ ำทางจึงบอกว่าชื่อ www.samkok911.com
ตอนท่ี ๘๑ ๑๘๘๗ เขาตวนโกะ เกียงอุยได้ยินดังนั้นก็ตกใจ จึงว่าเขาอันนี้เปนที่คับขันชื่อเสียงก็ร้ายอยู่หาดีไม่ ถ้าข้าศึก มาสกดั อยทู่ างที่จะกลับไปเราจะมิขดั สนหรอื ว่าแล้วกอ็ า้ํ อ้ึงอยู่ มกื องสอดแนมมาบอกว่าเหน็ ฝุ่นฟงุ้ ขึ้น ข้างหลังเขา ชรอยจะมกี องทพั มา เกยี งอุยไดแ้ จง้ ดงั นัน้ จะถอยทพั กลบั มา ฝา่ ยสุเมากบั เตงต๋งยกทหาร ออกตกี ระหนาบไล่มา เกยี งอุยก็รบพลางหนีพลางคอ่ ยถอยมา ฝา่ ยเตงงายก็ยกทพั ตสี กดั ไว้ กองทพั ท้ัง สามตีระดมเข้าพร้อมกัน ทหารเกียงอุยระส่ำระสายล้มตายเปนอันมาก พอแฮหัวป๋ายกทัพมา ตีกระหนาบเข้าไป ทัพเตงงายก็ถอยไป เกียงอุยก็ออกมาหาแฮหัวป๋าได้ จะพากันยกกลับไปค่ายเขา กิสาน แฮหัวป๋าจึงบอกว่า ต้านท่ายยกมาตีเขากิสานแตก เปาเชานายทหารก็ตาย ทัพนั้นก็ล่าไป เมืองฮันต๋งแล้ว เกียงอุยก็จนใจมิรู้ที่จะคิดอ่านการสืบไป ก็ให้ล่าทัพกลับมาทางน้อยริมเขา เตงงายก็ ยกทัพไล่ติดตามมา เกียงอุยก็ให้กองทัพทั้งปวงมาก่อน ตัวลงอยู่รั้งหลัง ครั้นยกถอยมาถึงริมเขาตา้ น ท่ายซุ่มทหารอยู่ที่นั้นเห็นกองทัพเกียงอุยยกมาก็ พาทหารออกตีสกัดไว้ ทหารเตงงายต้านท่ายล้อม ทัพเกียงอุยเข้าไว้ ฆ่าทหารเกียงอุยตายเปนอันมาก ฝ่ายเกียงอุยจะหักออกไปด้านไหนก็มิได้ เตียวหงี ทหารเกียงอุยยกทหารมาถึงเข้าเห็นดังนั้น ก็พาทหารประมาณสามร้อยกระโจมตีเข้าช่วยเกียงอุย ๆ ก็ตีออกมาได้ ฝ่ายเตยี วหงีกถ็ ูกเกาทัณฑต์ ายในท่ีรบ เกียงอยุ พาทหารเหลือตายหนีไปเมอื งฮันต๋ง แล้ว ระลึกถึงคุณเตียวหงีนัก ว่าเปนคนสัตย์ซื่อสามิภกั ดิ์ทำราชการจนตายในการศึก จึงให้บำเหน็จรางวัล แก่บุตรภรรยาแลลกู หลานว่านเครือ แล้วจัดแจงผู้ซง่ึ ได้ราชการมาตั้งเปนนายทหารแทนที่เตียวหงี สามก๊กวิทยา
๑๘๘๘ สามกก๊ ฉบบั เจา้ พระยาพระคลงั (หน) เกียงอุยจึงปรึกษาโทษตัวเองว่า เรายกทัพไปทำการครั้งนี้ เสียทหารแลม้า ศัสตราวุธมากมายโทษอันนี้ใหญ่หลวงนัก เราจะทำโทษตัวเหมือนอย่างมหาอุปราช เสียเกเต๋งแก่สุมาอี้นั้นจึงจะควร ว่าแล้วก็ แต่งเรื่องราวปรับโทษถอดเสียจากท่ียศ ฐาศักดิ์ แต่ว่าได้ว่าราชการเปนนายทหาร ทัง้ ปวง ไปถวายแกพ่ ระเจา้ เล่าเส้ยี น ฝ่ายเตงงายกับต้านท่ายครั้นทัพเมืองเสฉวนหนีไปแล้ว ก็ให้แต่งโต๊ะเลี้ยงนายทัพนายกอง แลให้รางวัลแก่ทหารทั้งปวงตามสมควร ต้านท่ายจึงให้มีหนังสือบอกยกความชอบเตงงายไปถึง สมุ าเจียว ๆ กใ็ หม้ ีตราไปตัง้ เตงงายเลื่อนทขี่ นึ้ ไป บตุ รเตงงายกต็ งั้ ใหเ้ ปนขนุ นางผใู้ หญ่ คร้ังน้ันพระเจ้า โจมอเสวยราชยํได้สามปี (พ.ศ. ๗๙๙) ชื่อเมอื งแต่ก่อนนนั้ ช่ือว่าไกเจ้ง คร้งั น้ันใหแ้ ปลงใหมช่ อื่ วา่ กำลอ www.samkok911.com
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: