Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กังหันชัยพัฒนา

กังหันชัยพัฒนา

Published by gnat.6287, 2017-11-20 02:05:54

Description: กังหันชัยพัฒนา-pdf

Search

Read the Text Version

กงั หันชัยพฒั นาLow speed surface Aeratorนางสาวนภสร ธะนะใจ รหสั 60560542นางสาวนริสรา ตนั พานิชกลุ รหัส 60560559นางสาวนฤภรณ์ สุขทุ่นฟุย รหัส 60560573นางสาวนันทณฏั ฐ์ นันตา รหสั 60560580นางสาวนันท์นภัส เอยี่ มไผ่ รหัส 60560597นางสาวนุสบา ต๊ะสุ รหสั 60560610นางสาวเบญจพร โพธ์แิ ก้ว รหสั 60560627นางสาวเบญจมาศ เชื้อหมอ รหัส 60560641นางสาวปภาวรินทร์ คาเครือ รหัส 60560658นางสาวปรัชญาภรณ์ ทองจันทร์ รหัส 60560665โครงงานนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศ เพ่ือการศึกษาค้นคว้า 001221 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2560 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร

กงั หนั ชัยพฒั นาLow speed surface Aeratorนางสาวนภสร ธะนะใจ รหสั นิสิต 60560542นางสาวนริสรา ตันพานิชกลุ รหัสนิสิต 60560559นางสาวนฤภรณ์ สุขท่นุ ฟุย รหัสนิสิต 60560573นางสาวนันทณฏั ฐ์ นันตา รหสั นิสิต 60560580นางสาวนันท์นภัส เอยี่ มไผ่ รหสั นิสิต 60560597นางสาวนุสบา ต๊ะสุ รหสั นิสิต 60560610นางสาวเบญจพร โพธ์แิ ก้ว รหัสนิสิต 60560627นางสาวเบญจมาศ เชื้อหมอ รหสั นิสิต 60560641นางสาวปภาวรินทร์ คาเครือ รหสั นิสิต 60560658นางสาวปรัชญาภรณ์ ทองจนั ทร์ รหัสนิสิต 60560665โครงงานนีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของรายวชิ าวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศ เพ่ือการศึกษาค้นคว้า 001221 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2560 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร

ก ใบรับรองโครงงานชื่อหวั ขอ้ โครงงาน กงั หนั ชยั พฒั นาผดู้ าเนินโครงงาน นางสาวนภสร ธะนะใจ รหสั 60560542ปี การศึกษา รหสั 60560559 นางสาวนริสรา ตนั พานิชกลุ รหสั 60560573 รหสั 60560580 นางสาวนฤภรณ์ สุขทุน่ ฟุย รหสั 60560597 รหสั 60560610 นางสาวนนั ทณฏั ฐ์ นนั ตา รหสั 60560627 รหสั 60560641 นางสาวนนั ทน์ ภสั เอี่ยมไผ่ รหสั 60560658 รหสั 60560665 นางสาวนุสบา ตะ๊ สุ นางสาวเบญจพร โพธ์ิแกว้ นางสาวเบญจมาศ เช้ือหมอ นางสาวปภาวรินทร์ คาเครือ นางสาวปรัชญาภรณ์ ทองจนั ทร์ 2560 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร อนุมตั ิใหโ้ ครงงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามรายวชิ าสารสนเทศเพ่อื การศึกษาคน้ ควา้

ขช่ือหวั ขอ้ โครงงาน กงั หนั ชยั พฒั นา ธะนะใจ รหสั 60560542ผดู้ าเนินโครงงาน นางสาวนภสร ตนั พานิชกุล รหสั 60560559 นางสาวนริสรา สุขทุ่นฟุย รหสั 60560573ปี การศึกษา นางสาวนฤภรณ์ นนั ตา รหสั 60560580 นางสาวนนั ทณฏั ฐ์ เอ่ียมไผ่ รหสั 60560597 นางสาวนนั ทน์ ภสั ตะ๊ สุ รหสั 60560610 นางสาวนุสบา โพธ์ิแกว้ รหสั 60560627 นางสาวเบญจพร เช้ือหมอ รหสั 60560641 นางสาวเบญจมาศ คาเครือ รหสั 60560658 นางสาวปภาวรินทร์ ทองจนั ทร์ รหสั 60560665 นางสาวปรัชญาภรณ์ 2560 บทคดั ย่อ โครงงานน้ีเป็ นมีจุดประสงคเ์ พื่อการศึกษาโครงการกงั หันน้าชยั พฒั นาซ่ึงเป็ นโครงการที่พระบาสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลท่ี 9 ทรงพระราชดาริข้ึนเพ่ือแกไ้ ขปัญหาน้าเสียที่เกิดข้ึนดว้ ยการใชเ้ คร่ืองกลเติมอากาศ โดยพระราชทานรูปแบบสิ่งประดิษฐท์ ่ีเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูงในการบาบดั น้าเสีย นอกจากน้ีก็ยงั มีเคร่ืองกลเติมอากาศรูปแบบอ่ืน ๆ อีกรวม 9 รูปแบบ ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระราชดาริข้ึนซ่ึงเคร่ืองกลเติมอากาศ \"กังหันน้าชัยพฒั นา\" ได้รับการพิจารณาและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย นบั เป็ นสิ่งประดิษฐเ์ คร่ืองกลเติมอากาศเครื่องท่ี 9 ของโลกที่ไดร้ ับสิทธิบตั รและเป็ นคร้ังแรกที่ไดร้ ับการจดทะเบียนและออกสิทธิบตั รถวายแด่พระมหากษตั ริยด์ ว้ ย

คกติ ติกรรมประกาศ โครงงานเรื่องกงั หันชยั พฒั นาสาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาของอาจารยท์ ี่ปรึกษาโครงงาน ไดแ้ ก่อาจารยส์ มทั รชา เนียมเรือง และอาจารยใ์ นแผนกวิชาที่ไดใ้ ห้คาปรึกษา แนะนา ช้ีแนะในการศึกษาคน้ ควา้แนะนาข้นั ตอนและวิธีจดั ทาโครงงานจนสาเร็จลุล่วงดว้ ยดี คณะผจู้ ดั ทาจึงขอกราบขอบพระคุณเป็ นอยา่ งสูงไว้ ณ โอกาสน้ี ขอกราบขอบพระคุณเจา้ ของเวบ็ ไซตแ์ ละหนงั สือท่ีใหค้ วามอนุเคราะห์ดา้ นขอ้ มูลเก่ียวกบั กงั หนั น้าชยั พฒั นาทาใหด้ าเนินโครงงานจนประสบผลสาเร็จ ขอกราบขอบพระคุณ บิดา มารดา ที่ใหก้ าลงั ใจในการศึกษาเล่าเรียน และสมาชิกในกลุ่มที่ให้ความร่วมมือเป็นอยา่ งดีในการทาโครงงานคร้ังน้ีจนกระทงั่ ประสบความสาเร็จดว้ ยดี คณะพยาบาลศาสตร์

ง คานา รายงานผลการศึกษาคน้ ควา้ เรื่องกงั หนั ชยั พฒั นาเป็นการศึกษาถึงที่มาของกงั หนั ชยั พฒั นา หลกั การทางานของกงั หนั ชยั พฒั นา ประโยชน์จากการใชง้ าน และรูปแบบกงั หนั แลว้ นาความรู้ที่ศึกษามาเรียบเรียงถ่ายทอดนาเสนอในรูปแบบความเรียงทางวิชาการท่ีมีเน้ือหาเชื่อมโยงอย่างเป็ นข้นั ตอนและมีหลกั ฐานอา้ งอิง การดาเนินการศึกษาคน้ ควา้ และเรียบเรียงรายงานผลการศึกษาคน้ ควา้ เรื่องกงั หนั ชยั พฒั นามีข้นั ตอนดงั น้ี เก็บรวบรวมขอ้ มูลจากเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งท้งั หนงั สือกงั หันชัยพฒั นา กงั หันน้าชัยพฒั นา:น้าพระราหฤทัยน้าใสให้ชีวิต และข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ จากน้ันนาขอ้ มูลมาเรียบเรียงลาดับความสาคญั และวิเคราะห์ลาดับความสาคญั จดั หมวดหมู่ของข้อมูลต่างๆ วางโครงเรื่องโดยลาดับความมุ่งหมายและความสาคญั ของเน้ือหา เพื่อสะดวกตอ่ การศึกษาและเผยแพร่องคค์ วามรู้ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ดงั น้ีที่มาของโครงการกงั หันชัยพฒั นา รูปแบบของกงั หันชยั พฒั นา หลกั การและวิธีการทางานของกงั หันชยัพฒั นา และประโยชน์ของกงั หันชัยพฒั นา จากน้นั สรุปและรวบรวมเป็ นรูปเล่มรายงานนาเสนออาจารย์ผสู้ อน คุณค่าและประโยชน์อันพึงมาจากรายงานการศึกษาคน้ ควา้ ฉบับน้ีผูจ้ ดั ทาน้อมเป็ นเครื่องบูชาบุพการี ครูบาอาจารย์ และผูเ้ ขียนตาราที่คณะผูจ้ ดั ทาอา้ งอิงทุกท่านตลอดจนผูใ้ ห้ความอนุเคราะห์ในการจดั ทารายงานในคร้ังน้ีจนสาเร็จลุล่วงดว้ ยดี ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสน้ี คณะผจู้ ดั ทา 17 ตุลาคม 2560

สารบัญ จใบรับรองโครงงาน หนา้บทคดั ยอ่ ภาษาไทย กกิตติกรรมประกาศ ขคานา คสารบญั งสารบญั รูปภาพ จ ฉบทที่ 1 บทนา 1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของโครงงาน 1 1.2 วตั ถุประสงคข์ องโครงงาน 1 1.3 ประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ ับ 2 1.4 ขอบเขตการทาโครงงาน 2 1.5 ข้นั ตอนการดาเนินงาน 2 1.6 แผนการดาเนินงาน 3บทท่ี 2 หลกั การและทฤษฎี 4 2.1 ความหมายกงั หนั ชยั พฒั นา 4 2.2 ที่มาของโครงการกงั หนั ชยั พฒั นา 6 2.3 สิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย 6 2.4 รางวลั เทิดพระเกียรติ 10 2.5 หลกั การทางานและวธิ ีการทางานของกงั หนั ชยั พฒั นา 12 2.6 เครื่องกลเติมอากาศ 9 แบบ (RX1 – RX9) 18บทที่ 3 บทสรุป บทสรุปเอกสารอา้ งอิงประวตั ิผดู้ าเนินโครงการ

สารบัญรูปภาพ ฉรูปที่ หนา้ 61 สิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย 7 82 ถว้ ยรางวลั MINISTER J. CHABERT 8 93 ถว้ ยรางวลั Grand Prix International 9 104 เหรียญรางวลั Prix OMPI Femme Inventeur Brussels EUREKA 2000 10 115 ถว้ ยรางวลั Yugoslavia Cup 11 126 เหรียญรางวลั Gold Medal with Mention 12 137 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ A 148 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ B 149 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ C 1510 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ D 1511 RX-1 เครื่องกลเติมอากาศระบบเป่ าอากาศลงไปใตน้ ้าและกระจายฟอง 1612 RX-2 เครื่องกลเติมอากาศที่ผวิ น้าหมุนชา้ แบบทุ่นลอย หรือกงั หนั น้าชยั พฒั นา 1613 RX-3 เคร่ืองเติมอากาศระบบเป่ าอากาศหมุนใตน้ ้า14 RX-4 เครื่องกลเติมอากาศแรงดนั น้า15 RX-5 เครื่องกลเติมอากาศระบบอดั และดูดอากาศลงใตน้ ้า16 RX-6 เคร่ืองกลเติมอากาศแบบตีน้าสมั ผสั อากาศ17 RX-7 เคร่ืองกลเติมอากาศแบบดูดและอดั น้าลงไปท่ีใตผ้ วิ น้า18 RX-8 เครื่องมือจบั เกาะจุลินทรีย์19 RX-9 เคร่ืองกลเติมอากาศแบบกระจายน้าสัมผสั อากาศ

1 บทที่ 1 บทนา1.1 ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน น้ามีความสาคญั ต่อการดาเนินชีวติ ของส่ิงมีชีวติ ท้งั ในดา้ นอุปโภคและบริโภค แต่ในปัจจุบนั มนุษย์ไมค่ านึงถึงความสาคญั ของน้า ซ่ึงมนุษยส์ ่วนใหญ่น้นั เห็นแก่ตวั มกั ง่าย เช่น โรงงานปล่อยน้าเสียลงสู่แม่น้าลาคลอง โดยไม่มีการบาบดั หรือกรองก่อนปล่อยลงสู่แม่น้า ลาคลอง และการทิง้ ส่ิงปฏิกูลจากอาคารบา้ นเรือนลงแม่น้า ลาคลอง ซ่ึงก่อใหเ้ กิดมลพษิ ทางน้า จากขอ้ ความขา้ งตนเป็ นการยกตวั อยา่ งบางส่วนของการกระทาของมนุษยใ์ นปัจจุบนั เท่าน้นั ซ่ึงมีผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มและสิ่งมีชีวติ ท้งั ที่อยใู่ นน้าและบนบก ทาใหค้ วามหลากหลายของชนิดพนั ธุ์ของส่ิงมีชีวติ ที่อาศยั อยใู่ นบริเวณน้นั ลดลง สตั วน์ ้าขาดออกซิเจนตายแลว้ ทาใหน้ ้าเน่าเสีย พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงตระหนกั ถึงปัญหาดงั กล่าว ทรงทีพระราชดาริในการแกไ้ ขปัญหาน้าเสียดว้ ยการใชเ้ คร่ืองกลเติมอากาศ เนื่องจากพสกนิกรชาวไทยประสบความเดือดร้อนอนั เกิดจากสภาพน้าเน่าเสียในหลายพ้นื ที่ พระองคจ์ ึงทรงแนะนาใหใ้ ชว้ ธิ ีทางธรรมชาติโดยพระราชทานพระราชดาริให้ประดิษฐเ์ ครื่องกลเติมอากาศที่สามารถผลิตไดเ้ องและช่วยประหยดั ค่าใชจ้ ่าย ซ่ึงเป็นที่รู้จกั กนั ในนาม“กงั หนั ชยั พฒั นา” เพื่อใหเ้ ขา้ ใจถึงโครงการกงั หนั ชยั พฒั นา ซ่ึงนบั เป็นอีกหน่ึงในโครงการพระราชดาริท่ีเป็นประโยชนน์ านปั การต่อปวงชนชาวไทย ช่วยแกไ้ ขปัญหาสภาพน้าเน่าเสีย ทางคณะผจู้ ดั ทาจึงไดศ้ ึกษา และรวมรวบขอ้ มูลเกี่ยวกบั โครงการกงั หนั ชยั พฒั นา และเพอ่ื สนบั สนุนการดาเนินงานตามโครงการอนัเน่ืองมาจากพระราชดาริตอ่ ไป1.2 วตั ถุประสงค์ 1.2.1 เพอ่ื ใหน้ ิสิตและผศู้ ึกษาคน้ ควา้ ไดร้ ู้และเขา้ ใจหลกั การทางานของกงั หนั น้าชยั พฒั นา 1..2.2 เพ่อื สนบั สนุนการดาเนินงานตามโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ 1.2.3 เพื่อศึกษาประวตั ิความเป็นมาของโครงการกงั หนั น้าชยั พฒั นา

21.3 ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับ 1.3.1 การบาบดั มลพิษในน้าดว้ ยการใชเ้ คร่ืองกลเติมอากาศ กงั หนั น้าชยั พฒั นาไดผ้ ลดีเป็นท่ีน่าพอใจ ทาใหน้ ้าใสสะอาดข้ึน ลดกล่ินเหมน็ ลงไดม้ ากและมีปริมาณออกซิเจนในน้าเพม่ิ ข้ึน สัตวน์ ้าสามารถอยอู่ าศยัไดอ้ ยา่ งปลอดภยั และสามารถบาบดั ความสกปรกในรูปของมวลสารต่างๆใหล้ ดต่าลงไดต้ ามเกณฑม์ าตรฐานที่กาหนด 1.3.2 สะดวกในการใชง้ าน ประหยดั ค่าใชจ้ ่ายและบารุงรักษาไดง้ ่ายตลอดจนมีอายกุ ารใชง้ านท่ียาวนาน 1.3.3 นาความรู้ที่ไดจ้ ากการศึกษาโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ “ โครงการกงั หนั ชยั พฒั นา ” ไปปรับใชใ้ นการดารงชีวติ 1.3.4. ไดข้ อ้ มูลท่ีเกิดความรู้จากการศึกษาคน้ ไปเผยแพร่ใหเ้ กิดประโยชน์1.4 ขอบเขตของการศึกษา เน้ือหาท่ีใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ีคือโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ “โครงการกงั หนั ชยั พฒั นา”ระยะท่ีใชใ้ นการศึกษาคือ ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2560 ระหวา่ งวนั ที่ 9 ตุลาคม 2560ถึงวนั ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 จานวน 32 วนั1.5 ข้นั ตอนการดาเนินงาน 1.5.1 ประชุมกลุ่มโครงงาน 1.5.2 แบ่งงานและคน้ หาขอ้ มูลเกี่ยวกบั รายงานที่จดั ทา 1.5.3 รวมรวบรายงานท่ีไดจ้ ากสารสนเทศตา่ ง ๆ 1.5.4 วเิ คราะห์ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากสารสนเทศตา่ ง ๆ 1.5.5 เรียบเรียงขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการวเิ คราะห์ 1.5.6 ลงมือทารูปเล่มรายงาน

1.6 แผนการดาเนินงาน 3 แผนการดาเนินงาน ระยะเวลาในการดาเนินงาน ตุลาคม พฤศจิกายน1.ประชุมกลุ่มโครงงาน 12 3 4 1 2 3 42.แบง่ งานและคน้ หาขอ้ มูลเกี่ยวกบั รายงานท่ีจดั ทา3.รวมรวบรายงานที่ไดจ้ ากสารสนเทศตา่ งๆ4.วเิ คราะห์ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากสารสนเทศตา่ งๆ5.เรียบเรียงขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการวเิ คราะห์6.ลงมือทารูปเล่มรายงาน

4 บทท่ี 2 หลกั การและทฤษฎี โครงการพระราชดาริ “กงั หันชัยพฒั นา” “…ภายใน 10 ปี ทผี่ ่านมาได้สังเกต เพราะว่าบางทีกข็ นึ้ เฮลคิ อปเตอร์วนกรุงเทพหลายคร้ัง ตรงไหนที่มีคลอง โดยเฉพาะคลองพระโขนงแล้วก็ตรงปลายคลองผดุงกรุงเกษมมันออกมาเป็ นสีดา เดี๋ยวนี้แม่น้าเจ้าพระยาดาท้ังอันคือไม่เป็ นบางแห่ง เพราะว่าส่ิงโสโครกออกมาก็ลงไปในทะเล ลงไปในทะเลก็ไปทาให้ทะเลโสโครก ปลาก็ตาย เมื่อปลาตายกป็ ระกอบตัวขนึ้ เป็ นส่ิงโสโครกโดยการเน่า มันไม่สามารถท่จี ะทาให้ได้วงจรท่ีว่าส่ิงโสโครกกลายเป็ นส่ิงดี เช่นเป็ นป๋ ุย แล้วก็ไม่สามารถท่ีจะทาให้สลาย อันนี้เป็ นต้นเหตุของสิ่งโสโครก…” (พระราชดารัส, 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2532) พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั ทรงตระหนกั ถึงความรุนแรงของปัญหาท่ีเกิดข้ึน และทรงห่วงใยต่อพสกนิกรท่ีตอ้ งเผชิญในเร่ืองดงั กล่าวเมื่อวนั ที่ 24 ธนั วาคม 2531 ไดพ้ ระราชทานพระราชดาริในการแกไ้ ขปัญหาน้ าเสีย ด้วยการใช้เครื่องกลเติมอากาศ โดยพระราชทานรูปแบบส่ิงประดิษฐ์ท่ีเรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงในการบาบดั น้าเสีย ซ่ึงเป็ นท่ีรู้จกั กันดีในชื่อ กังหันน้าชัยพฒั นา และนามาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้าตามสถานที่ตา่ งๆ ทวั่ ทุกภูมิภาค2.1 ความหมายกงั หนั ชัยพฒั นา กงั หันน้าชัยพฒั นา คือ เคร่ืองกลเติมอากาศที่เป็ นกงั หันน้าแบบทุ่นลอยซ่ึงใช้ในการบาบดั น้าเสียโดยใชก้ งั หนั วิดน้าไปบนผิวน้าแลว้ ปล่อยให้ตกลงผวิ น้าตามเดิม และน้าจะถูกสาดกระจายสัมผสั อากาศทาให้ออกซิเจนละลายในน้า น้าเสียจึงมีคุณภาพดีข้ึน สามารถนาไปใช้บาบัดน้าเสียท้ังจากแหล่งชุมชนอุตสาหกรรมและการเกษตร2.2 ทมี่ าของโครงการกงั หันชัยพฒั นา ยอ้ นกลับไปในเดือนเมษายน พ.ศ. 2528 ทรงเสด็จพระราชดาเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทอดพระเนตรสภาพน้าเน่าเสียตามคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ หลายคร้ัง และมีพระราชดารัสใหห้ น่วยงานต่างๆ ร่วมกนั ปรับปรุง “บึงมกั กะสัน” เพื่อช่วยในการระบายน้าและบรรเทาสภาพน้าเสียในคลองสามเสนท่ีต้ืนเขินจากการตกตะกอนของสิ่งแขวนลอยจากน้ามนั เครื่องของโรงงานรถไฟ รวมท้งั ปฏิกูลและขยะมูลฝอยจากชุมชนแออดั 3 ชุมชน (729 ครัวเรือน) ท่ีอยู่โดยรอบ โดย

5ทรงเปรียบบึงมกั กะสันเป็ นเสมือน “ไตธรรมชาติ” ของกรุงเทพฯ เพราะเป็ นแหล่งกกั เก็บและระบายน้าในฤดูฝนได้อย่างเป็ นระบบ นอกจากน้ี ในวนั ท่ี 5 มีนาคม พ.ศ. 2531 ได้ทรงเสด็จพระราชดาเนินเพ่ือทอดพระเนตรท่ีบริเวณปากคลองเปรมประชากร อาเภอบางปะอิน จงั หวดั อยุธยา ก่อนเสด็จพระราชดาเนินโดยรถยนต์พระท่ีนง่ั เลียบคลองเปรมประชากร ตลอดช่วงตอนบนถึงคลองรังสิต กระทงั่ ถึงปากคลองวดัหลกั สี่ เขตบางเขน เพื่อมองหาแนวทางการบาบดั น้าเสียอยา่ งเขา้ ใจแหล่งที่มา แนวทางแก้ปัญหา ดว้ ยทรงเน้นการจดั การทรัพยากรธรรมชาติในเชิงอนุรักษ์ควบคู่ไปกบั การพฒั นา ในการแก้ไขมลพิษทางน้าน้ัน จึงพระราชทานแนวทางปฏิบตั ิที่เรียบง่ายและเหมาะสม ต้งั แต่แนวคิดเรื่อง “น้าดีไล่น้าเสีย” ดว้ ยหลกั การแกไ้ ขโดยใช้น้าที่มีคุณภาพดีจากแม่น้าเจา้ พระยาช่วยผลกั ดนั และเจือจางน้าเสียให้ออกจากแหล่งน้าชุมชนตามคลองต่างๆ โดยวิธีเปิ ดประตูอาคารควบคุมน้า เพ่ือรับน้าจากแม่น้าเจา้ พระยาในจงั หวะน้าข้ึนและปล่อยออกสู่แม่น้าเจา้ พระยาในระยะน้าลง หรือการทดลองใชผ้ กั ตบชวากรองน้าเสียในบึงมกั กะสัน ซ่ึงพระองค์ทรงมีพระราชกระแสในเรื่องน้ีว่าเป็ นการใช้ “อธรรมปราบอธรรม” น่ันคือการใช้วชั พืชซ่ึงตอ้ งกาจดั ทิ้งอย่างผกั ตบชวา ท่ีมีคุณสมบตั ิดูดซบั โลหะหนกั มาทาหนา้ ที่เป็ นตวั กรองสารพิษและความโสโครก โดยตอ้ งหมน่ั นาผกั ตบชวาออกจากบึงทุกๆ 10 สัปดาห์ เพ่ือไม่ให้ผกั ตบชวามีการเจริญพนั ธุ์จนบดบงั แสงแดดท่ีจะส่องลงไปในบึง เม่ือมีการก่อสร้างทางด่วนมหานครโดยมีแนวผา่ นบึงมกั กะสนั พ้ืนท่ีจึงไม่ได้รับแสงแดดเช่นเดิม พืชใต้น้าจึงไม่สามารถอาศัยแสงแดดในการสังเคราะห์แสง และปล่อยออกซิเจนให้แบคทีเรียนามาใช้ในการย่อยสารอินทรีย์ในน้าเสียได้อย่างเพียงพอ ในปี พ.ศ. 2531 จึงมีพระราชดาริให้หาวิธีพฒั นาเคร่ืองมือบาบดั น้าเสีย โดยทรงไดร้ ับแรงบนั ดาลใจจาก “หลุก” กงั หันวิดน้าไม้ไผต่ ามภูมิปัญญาทางภาคเหนือ ซ่ึงทรงสังเกตเห็นเม่ือคร้ังเสด็จพระราชดาเนินทรงเยยี่ มราษฎรใน ต.ผาบ่องจ.แม่ฮ่องสอน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ูลนิธิชยั พฒั นาสนบั สนุนงบประมาณ เพ่ือการศึกษา วิจยัและจดั สร้างเครื่องมือบาบดั น้าเสียร่วมกบั กรมชลประทาน จนเกิดเป็ น“เครื่องกลเติมอากาศ” ข้ึนในเวลาต่อมา “…เคร่ืองกลเติมอากาศจะต้องมีความง่ายต่อการสร้าง การขนส่ง การติดต้ัง การใช้งาน การซ่อมบารุงรักษาจะต้องพยายามใช้ วัสดุภายในประเทศ แบบไทยทาไทยใช้ ให้ สามารถใช้ ประโยชน์ ได้อเนกประสงค์ และจะต้องมีราคาประหยดั …” (พระราชดารัส,26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532)

62.3 สิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย รูปที่ 1 สิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย (ท่ีมา https://kanghunnamchaipattana.wordpress.com) เป็ นท่ีน่าปิ ติยินดีเป็ นลน้ พน้ แก่ปวงพสกนิกรไทยท้งั มวล เมือเคร่ืองกลเติมอากาศ \"กงั หันน้าชัยพฒั นา\" ไดร้ ับการพิจารณาและทูลเกลา้ ฯ ถวายสิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย เมื่อวนั ท่ี 2 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.2536 นบั เป็ นส่ิงประดิษฐเ์ คร่ืองกลเติมอากาศเคร่ืองท่ี 9 ของโลกท่ีไดร้ ับสิทธิบตั รและเป็ นคร้ังแรกท่ีไดร้ ับการจดทะเบียนและออกสิทธิบตั รถวายแด่พระมหากษตั ริยด์ ว้ ย จึงนบั ไดว้ า่ \"สิทธิบตั รเคร่ืองกลเติมอากาศในพระปรมาภิไธยของพระมหากษตั ริยพ์ ระองคแ์ รกในประวตั ิศาสตร์ชาติไทยและเป็นคร้ังแรกของโลก\"2.4 รางวลั เทดิ พระเกยี รติ พ.ศ.๒๕๔๓ สานกั งานคณะกรรมการการวิจยั แห่งชาติไดข้ อพระราชทานนากงั หันชัยพฒั นาไปร่วมงาน บรัสเซลศ์ ยเู รกา (Brussels EUREKA 2000) ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยย่ี ม ซ่ึงเป็ นงานแสดงนวตั กรรมทางวทิ ยาศาสตร์ ของทวปี ยโุ รป องคก์ รนกั ประดิษฐแ์ ห่งเบลเยยี่ ม

7(The Belgian Chamber of lnventor) ไดท้ ูลเกลา้ ทูลกระหม่อมถวายรางวลั ในฐานะที่ทรงสร้างนวตั กรรมอนัเป็ นประโยชน์ต่อการรักษาสิ่งแสดลอ้ ม และไดก้ ล่าวสดุดีพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความวา่ “พระมหากษตั ริยข์ องไทยทรงเป็ นนกั พฒั นา มีพระวริ ิยนั สูงส่ง รวมท้งั พระอจั ฉริยะภาพและพระวสิ ัยทศั น์ที่ดี ทรงงานหนกั เพื่อประชาชนของพระองค์ ทรงใชเ้ ทคโนโลยที ี่เรียบง่าย สิ่งประดิษฐใ์ นพระองค์สามารถนาไปพฒั นาใชง้ านไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวางทวั่ โลก” พ.ศ.๒๕๔๙ คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมญั ญา “พระบิดาแห่งการประดิษฐไ์ ทย” พ.ศ.๒๕๕๑ สมาพนั ธ์นกั ประดิษฐ์นานาชาติ (lnternational Federation of lnventors Associations-IFIA) ซ่ึงมีสานกั งานใหญ่อยูท่ ่ีปะเทศฮงั การี ขอพระราชทานทูลเกลา้ ทูลกระหม่อมถวายรางวลั นกั ประดิษฐ์นานาชาติรางวลั เหรียญรางวลั และประกาศนียบตั ร ที่คณะกรรมการนานาชาติและกรรมการประจาชาติทูลเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช สาหรับการประดิษฐ์ “กงั หนั น้าชยั พฒั นา” ดงั น้ี รูปท่ี 2 ถว้ ยรางวลั MINISTER J. CHABERT (ที่มา https://archive.clib.psu.ac.th ) ถว้ ยรางวลั MINISTER J. CHABERT เป็ นรางวลั ผลงานดา้ นสิ่งประดิษฐ์ดีเด่น มอบโดย Ministerof Economy of Brussels Capital Region

8 รูปท่ี 3 ถว้ ยรางวลั Grand Prix International (ที่มา https://archive.clib.psu.ac.th) ถว้ ยรางวลั Grand Prix International เป็นรางวลั ผลงานดา้ นสิ่งประดิษฐ์ดีเด่น มอบโดย InternationalCouncil of the World Organization of Periodical Press รูปที่ 4 เหรียญรางวลั Prix OMPI Femme Inventeur Brussels EUREKA 2000 (ท่ีมา https://archive.clib.psu.ac.th) เหรียญรางวลั Prix OMPI Femme Inventeur Brussels EUREKA 2000 พร้อมประกาศนียบตั รเป็ นรางวลั ดา้ นสิ่งประดิษฐด์ ีเด่นระดบั โลก มอบโดย World Organization of Intellectual Property

9 รูปท่ี 5 ถว้ ยรางวลั Yugoslavia Cup (ที่มา https://archive.clib.psu.ac.th) ถว้ ยรางวลั Yugoslavia Cup เป็ นรางวลั สรรเสริญในพระอจั ฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วัมอบโดยกลุ่มประเทศยโู กสลาเวยี รูปท่ี 6 เหรียญรางวลั Gold Medal with Mention (ที่มา https://archive.clib.psu.ac.th) เหรียญรางวลั Gold Medal with Mention พร้อมประกาศนียบัตร เป็ นรางวลั สรรเสริญในพระอจั ฉริยภาพแห่งการใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งมีประสิทธิภาพมอบโดย Brussels Eureka 2000

102.5 หลกั การทางานและวธิ ีการทางานของกงั หันชัยพฒั นา เครื่องกลเติมอากาศ \"กงั หันน้าชยั พฒั นา\" แบบทุ่นลอย สามารถปรับตวั ข้ึนลงไดต้ ามระดบั ข้ึนลงของน้า ส่วนประกอบสาคญั ไดแ้ ก่ โครงกงั หนั น้ารูป 12 เหล่ียม ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 2.00 เมตร มีซองตกัน้าขนาดบรรจุ 110 ลิตร ติดต้งั โดยรอบ จานวน 6 ซอง เจาะรูซองน้ าพรุน เพื่อให้น้ าไหลกระจายใต้น้า สามารถผลกั ดนั น้าให้เคล่ือนท่ีผสมผสานออกซิเจนเขา้ กบั น้าในระดบั ความลึกใตผ้ ิวน้าเป็ นอย่างดีอีกดว้ ย จึงก่อให้เกิดกระบวนการท้งั การเติมอากาศ การกวนแบบผสมผสานและการทาให้เกิดการไหลของน้าเสียไปตามทิศทางที่กาหนดโดยพร้อมกนั รูปท่ี 7 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ A (ท่ีมา http://www.chaipat.or.th) รูปกังหันน้าชัยพัฒนา รูปแบบ A (ปี 2535-2536) ซองน้าจะถูกขบั เคล่ือนโดยใช้ระบบขบั ส่งกาลงัดว้ ยเฟื องจานโซ่ร่วมกบั เกียร์มอเตอร์ขนาด 1 : 50 ใชม้ อเตอร์ 2 แรงมา้ รูปที่ 8 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ B (ที่มา http://www.chaipat.or.th)

11 รูปกงั หันนา้ ชัยพัฒนา รูปแบบ B (ปี 2538) ซองน้าจะถูกขบั เคล่ือนโดยใชร้ ะบบขบั ส่งกาลงั ดว้ ยชุดเกียร์ทดรอบขนาด 1:300 ใชม้ อเตอร์ 1 แรงมา้ ขบั 1 ขา้ ง รูปที่ 9 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ C (ที่มา http://www.chaipat.or.th) รูปกังหันน้าชัยพัฒนา รูปแบบ C (ปี 2537) เหมือนรูปแบบ A แต่ใช้ในกรณีท่ีตอ้ งการขบั เคล่ือนแล่นไปตามแหล่งน้าดว้ ยตวั เองและแหล่งน้าน้นั ไมม่ ีพลงั งานไฟฟ้าเขา้ ถึง ตอ้ งใชเ้ ครื่องยนตข์ บั เคล่ือนโดยมีเจา้ หนา้ ท่ีบงั คบั ทิศทาง รูปที่ 10 รูปกงั หนั น้าชยั พฒั นา รูปแบบ D (ที่มา http://www.chaipat.or.th) รูปกงั หันนา้ ชัยพฒั นา รูปแบบ D (ปี 2538) ซองน้าจะถูกขบั เคล่ือนดว้ ยชุดเกียร์ทดรอบขนาด1: 50 ร่วมกบั เกียร์ทดแบบเฟื องตรง 1: 6 ใชม้ อเตอร์ 2 แรงมา้

122.6 เคร่ืองกลเติมอากาศ 9 แบบ (RX1 – RX9) ในระยะเวลา 10 เดือน หลงั จากทรงมีพระราชดาริเกี่ยวกบั เครื่องมือบาบดั น้าเสีย ไดม้ ีการพฒั นาตน้ แบบเครื่องกลเติมอากาศท้งั หมด 9 แบบ ไดแ้ ก่ RX1-RX9 โดยคาวา่ RX ยอ่ มาจาก Royal Experiment ต้นแบบเคร่ืองกลเตมิ อากาศ 9 แบบ 2.6.1 RX-1 เคร่ืองกลเติมอากาศระบบเป่ าอากาศลงไปใต้นา้ และกระจายฟอง รูปที่ 11 RX-1 เครื่องกลเติมอากาศระบบเป่ าอากาศลงไปใตน้ ้าและกระจายฟอง (ท่ีมา http://www.tcdc.or.th) เป็ นเคร่ืองกลเติมอากาศท่ีออกแบบแผงท่อเติมอากาศให้กบั น้าเสียโดยใชว้ ิธีอดั อากาศเขา้ ไปท่ีท่ออากาศแลว้ แยกออกกระจายฟองตามท่อกระจายอากาศซ่ึงเจาะรูเล็กๆ ไวเ้ พื่อปล่อยอากาศออกมาเติมให้กบัน้าเสีย ขณะเดียวกนั จะมีแรงดนั ให้น้าเสียเกิดการป่ันป่ วน ส่งผลให้การเติมอากาศดีข้ึน ไดท้ าการทดสอบประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจนแลว้ ไดเ้ ทา่ กบั 0.45 กิโลกรัมของออกซิเจนตอ่ แรงมา้ ชว่ั โมงขณะน้ีเลิกใช้แล้ว เน่ืองจากประสิทธิภาพต่าและมีปัญหาการอุดตนั ของท่อกระจายฟองอากาศ เนื่องจากระดบั น้ามีการเปลี่ยนแปลงข้ึนลง ความสูงของน้ามากกวา่ 1.00 เมตร และไดพ้ ฒั นาไปใช้รูปแบบที่ 3 แทนรูปแบบน้ี 2.6.2 RX-2 เครื่องกลเติมอากาศทผ่ี วิ นา้ หมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือกงั หันนา้ ชัยพฒั นา รูปที่ 12 RX-2 เคร่ืองกลเติมอากาศท่ีผวิ น้าหมุนชา้ แบบทุ่นลอย หรือกงั หนั น้าชยั พฒั นา (ที่มา http://www.tcdc.or.th)

13 เป็ นเคร่ืองกลเติมอากาศแบบทุ่นลอย มีใบพดั ขบั เคลื่อนน้าหมุนรอบเป็ นวงกลมสาหรับขบั เคล่ือนน้าและวดิ น้าข้ึนไปสาดกระจายเป็นฝอย เพอื่ ใหส้ มั ผสั กบั อากาศไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึง เป็นผลใหอ้ อกซิเจนในอากาศสามารถละลายผสมกบั น้าไดเ้ ร็วและในช่วงท่ีน้าเสียถูกยกข้ึนมากระจายสัมผสั อากาศ และตกลงไปยงั ผวิ น้าจะทาให้เกิดฟองอากาศจมตามลงไป ก่อใหเ้ กิดการถ่ายเทออกซิเจนอีกส่วนหน่ึง ซ่ึงกงั หนั น้าชยั พฒั นาน้ีจะใชป้ ระโยชน์ไดท้ ้งั การเติมอากาศ การกวนแบบผสมผสานและทาใหเ้ กิดการไหลตามทิศทางที่กาหนด ไดท้ าการทดสอบประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจนแลว้ ไดเ้ ท่ากบั 1.20 กิโลกรัมของออกซิเจนต่อแรงมา้ ต่อชวั่ โมง กรมชลประทานได้ดาเนินการวิจยั และพฒั นากงั หันน้าชัยพฒั นาเป็ น 4 รูปแบบ คือ รูปแบบ Aรูปแบบ B รูปแบบ C และรูปแบบ D ท้งั 4 รูปแบบมีหลกั การทางานเหมือนกนั จะต่างกนั อยูท่ ี่ระบบขบั ส่งกาลงั และความมุ่งหมายตอ่ การนาไปใชง้ าน แบบเอแบบบี แบบซีแบบดี 2.6.3 RX-3 เคร่ืองเตมิ อากาศระบบเป่ าอากาศหมุนใต้นา้ (ชัยพฒั นาซุปเปอร์ฟองแอร์) รูปท่ี 13 RX-3 เครื่องเติมอากาศระบบเป่ าอากาศหมุนใตน้ ้า (ที่มา http://www.tcdc.or.th) เป็นเคร่ืองกลเติมอากาศแบบทุ่นลอย ใชว้ ธิ ีอดั อากาศลงไปใตน้ ้าแลว้ แยกกระจายฟองออกเป็น 8 ท่อตามแนวนอน ท่อกระจายฟองอากาศน้ีจะหมุนเคล่ือนที่ไดโ้ ดยรอบทาให้การเติมอากาศเป็ นไปอยา่ งทว่ั ถึงและพฒั นาข้ึนเพื่อใชแ้ ทนเคร่ืองกลเติมอากาศรูปแบบท่ี 1การทดสอบประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจนไดเ้ ท่ากบั 0.90 กิโลกรัมของออกซิเจนต่อแรงมา้ ต่อชว่ั โมงไดน้ าไปทดลองใชง้ านท่ีวดั บวรนิเวศวหิ าร และโรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้

142.6.4. RX-4 เคร่ืองกลเตมิ อากาศแรงดนั นา้ (ชัยพฒั นาเวนจูร่ี) รูปที่ 14 RX-4 เคร่ืองกลเติมอากาศแรงดนั น้า (ที่มา http://www.tcdc.or.th) เป็นเคร่ืองกลเติมอากาศที่ใชป้ ๊ัมแบบจุ่ม (ไดโวร์) เป็ นตวั ขบั เคลื่อนน้าใหไ้ หลออกไปตามท่อจ่ายน้าโดยท่ีปลายท่อ จะทาเป็นคอคอดเพอื่ ดูดอากาศจากขา้ งบนผสมกบั น้าท่ีอดั ลงดา้ นล่างเคร่ืองน้ีทดสอบประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจนไดเ้ ท่ากบั 0.80 กิโลกรัมของออกซิเจนต่อแรงมา้ ต่อชวั่ โมง ไดต้ ิดต้งั อยทู่ ี่กรมชลประทานปากเกร็ด นนทบุรี 2.6.5 RX-5 เครื่องกลเตมิ อากาศระบบอดั และดูดอากาศลงใต้นา้ (ชัยพฒั นาแอร์เจท) รูปท่ี 15 RX-5 เคร่ืองกลเติมอากาศระบบอดั และดูดอากาศลงใตน้ ้า (ท่ีมา http://www.tcdc.or.th) เป็ นเคร่ืองกลเติมอากาศท่ีใช้ใบพดั หมุนอยู่ใต้น้าสาหรับขบั เคลื่อนน้าให้เกิดการป่ันป่ วน และความเร็วสูง สามารถดึงอากาศจากดา้ นบนลงมาสมั ผสั กบั น้าดา้ นล่างไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

15พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั ไดท้ รงออกแบบดว้ ยฝีพระหตั ถโ์ ดยใชค้ อมพิวเตอร์ และพระราชทานรูปแบบทางโทรสารให้กรมชลประทาน เมื่อวนั ที่ 3 พฤษภาคม 2533 คาว่า “Model RX-5” ซ่ึงหมายถึง RoyalExperiment แบบที่ 5จากรูปแบบท่ีพระราชทานมาน้ี ทรงช้ีแนะในการพฒั นาออกเป็น 3 ระบบ คือ System 1 คือ Model RX5A (Air pump) System 2 คือ Model RX5B (Water pump) System 3 คือ ModelRx5C (Water pump + Air pump)ประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจน 1.2 กิโลกรัมออกซิเจนต่อแรงมา้ ต่อชวั่ โมง ภาพฝี พระหัตถ์ตน้ แบบเคร่ืองรุ่น rx 5เคร่ืองรุ่น rx5ภาพฝี พระหตั ถ์ เคร่ืองกลเติมอากาศท่ีพระราชทานทางโทรสาร และภาพเคร่ืองรุ่น RX-5 2.6.6 RX-6 เครื่องกลเติมอากาศแบบตีนา้ สัมผสั อากาศ (เครื่องตนี า้ ชัยพฒั นา) รูปที่ 16 RX-6 เคร่ืองกลเติมอากาศแบบตีน้าสัมผสั อากาศ (ที่มา http://www.tcdc.or.th) เป็ นเคร่ืองกลเติมอากาศท่ีใช้ใบพดั ตีน้าให้กระจายเป็ นฝอยสัมผสั อากาศแบบทุ่นลอยเพื่อให้น้าสมั ผสั กบั อากาศดา้ นบน ขณะน้ีไดม้ ีการติดต้งั ไวอ้ ยทู่ ่ีบึงพระราม 9

162.6.7 RX-7 เครื่องกลเตมิ อากาศแบบดูดและอดั นา้ ลงไปทใ่ี ต้ผวิ นา้ (ชัยพฒั นาไฮโดรแอร์) รูปที่ 17 RX-7 เครื่องกลเติมอากาศแบบดูดและอดั น้าลงไปท่ีใตผ้ วิ น้า (ที่มา http://www.tcdc.or.th) เป็นเครื่องกลเติมอากาศท่ีใชป้ ๊ัมดูดน้าจากขา้ งใตน้ ้ามาสมั ผสั อากาศ แลว้ ขบั ดนั น้าดงั กล่าวลงสู่ใตผ้ วิน้าอีกคร้ัง ซ่ึงจะทาให้น้าดา้ นล่างเกิดการปั่นป่ วน ปัจจุบนั กาลงั ศึกษา ทดลอง และปรับปรุงประสิทธิภาพของเคร่ือง 2.6.8 RX-8 เครื่องมือจับเกาะจุลนิ ทรีย์ (ชัยพฒั นาไบโอ) รูปท่ี 18 RX-8 เครื่องมือจบั เกาะจุลินทรีย์ (ท่ีมา http://www.tcdc.or.th) เป็ นเคร่ืองท่ีใช้ร่วมในกระบวนการบาบัดน้าเสียโดยใช้เส้นเชือกเป็ นวสั ดุตัวกลางสาหรับให้แบคทีเรียใช้เป็ นที่อยู่อาศยั เพ่ือการย่อยสลายความสกปรกในน้าเสีย ปัจจุบนั กาลังศึกษา ทดลอง และปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่อง

172.6.9. RX-9 เคร่ืองกลเติมอากาศแบบกระจายนา้ สัมผสั อากาศ (นา้ พชุ ัยพฒั นา) รูปท่ี 19 RX-9 เคร่ืองกลเติมอากาศแบบกระจายน้าสมั ผสั อากาศ (ที่มา http://www.tcdc.or.th) เป็นเครื่องกลเติมอากาศท่ีติดต้งั มอเตอร์ไวด้ า้ นบน และตอ่ เพลาขบั เคลื่อนเพือ่ ไปหมุนปั๊มน้าท่ีอยใู่ ต้น้าเม่ือเคร่ืองทางานปั๊มน้าจะดูดน้าแลว้ อดั เขา้ ท่อส่งไปยงั หวั กระจายน้าซ่ึงมีลกั ษณะเป็ นวงกลม เจาะรูไว้โดยรอบ โดยแรงดนั ของน้าท่ีสูงน้ีเองท่ีที่ให้สามารถพุ่งออกผา่ นรูเจาะดว้ ยความเร็วสูงข้ึนไปสาดกระจายสัมผสั กบั อากาศดา้ นบนไดเ้ ป็นอยา่ งดี ปัจจุบนั กาลงั ศึกษา ทดลอง และปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่อง เครื่องกลเติมอากาศรูปแบบต่างๆ ที่กล่าวไวน้ ้ัน แต่ละแบบมีความมุ่งหมายต่อการใช้งานไม่เหมือนกัน อาจใช้ร่วมกันหรือจะอาจใช้ได้เฉพาะสภาพแหล่งน้าน้ันๆ ท้งั น้ีเครื่องกลเติมอากาศที่กรมชลประทานพฒั นาข้ึนไดผ้ า่ นการทดสอบประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจนลงในน้าแลว้ ท้ังน้ีนอกจากสิ่ งประดิษฐ์ดังกล่าวมาข้างต้นยงั มี รถม้าพระท่ีน่ัง สร้างข้ึนอันเน่ืองมาจากพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั เมื่อวนั ที่ 16 กุมภาพนั ธ์ 2524 โดยมีนายสุหะ ถนอมสิงห์ ได้นาพระราชดาริดงั กล่าวมามอบให้แก่เจา้ หน้าที่ของกรมชลประทาน ให้กรมชลประทานสร้างรถมา้ ข้ึน 2รูปแบบ แบบท่ีหน่ึง เป็ นรถมา้ ประเภทบรรทุกผูโ้ ดยสาร 2 คน แบบเบ็นเฮอ ผูน้ ่ังขบั เอง และอีกรูปแบบประเภทบรรทุก 5 คน ท้งั 2 รูปแบบ มีพระราชประสงค์เพ่ือใช้ในกิจกรรมส่วนพระองค์ในภูมิภาคต่างๆนอกจากน้นั ยงั มีเครื่องผลกั ดนั น้าเพ่ือเร่งระบายน้าในคลองตา่ งๆ เมื่อมีเหตุการณ์น้าทว่ ม ฯลฯ

18 บทท่ี 3 บทสรุปการศึกษาโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ “โครงการกงั หนั น้าชยั พฒั นา” ผลการศึกษาปรากฏผลดงั น้ี 1. กงั หนั ชยั พฒั นา เป็นกงั หนั น้าเพ่ือบาบดั น้าเสียดว้ ย วธิ ีการหมุนป่ันเติมอากาศให้น้าเสียกลายเป็ นน้าดี เพ่ือพฒั นาแหล่งน้าแก่ปวงชน สามารถประยกุ ตใ์ ชบ้ าบดั น้าเสีย จากการอุปโภคของประชาชน น้าเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมท้งั เพิม่ ออกซิเจน ใหก้ บั บอ่ เพาะเล้ียงสัตวน์ ้าทางการเกษตร กงั หนั น้าชยั พฒั นาสร้างข้ึน เพื่อการแกม้ ลพษิ ทางน้าซ่ึงทวคี วามรุนแรงมากข้ึนในหลายพ้ืนที่ววิ ฒั นาการของกงั หนั น้าชยั พฒั นาน้นั เริ่มจากการสร้างตน้ แบบไดค้ ร้ังแรกในปี 2532 แลว้ นาไปติดต้งั ยงั พ้นื ท่ีทดลองเพ่ือแกป้ ัญหาไปพร้อมๆกนั พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากท่ีเกิดข้ึนน้ี ไดเ้ สด็จพระราชดาเนินทอดพระเนตรสภาพน้าเสียในพ้ืนที่หลายแห่งหลายคร้ัง ท้งั ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจงั หวดั พร้อมท้งั พระราชทานพระราชดาริเกี่ยวกบั การแกไ้ ขน้าเน่าเสียในระยะแรกระหว่างปี พ.ศ.2527-2530 ทรงแนะนาใหใ้ ชน้ ้าที่มีคุณภาพดีช่วยบรรเทาน้าเสียและวธิ ีกรองน้าเสียดว้ ยผกั ตบชวาและพชื น้าตา่ งๆ ซ่ึงกส็ ามารถช่วยแกไ้ ขปัญหาไดผ้ ลในระดบั หน่ึง 2. พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทรงเป็ นที่ยอมรับนบั ถือกนั โดยทวั่ ไปว่าพระองค์คือ ปราชญ์ในเรื่องน้าของแผน่ ดิน ตลอดระยะเวลาอนั ยาวนานของการทรงงานหนกั ตรากตราอยา่ งไม่ทรงเคยหยุดหยอ่ นน้นั งานพฒั นาท่ีสาคญั ยิ่งของพระองคค์ ือ งานที่เกี่ยวขอ้ งกบั น้า ศาสตร์ท้งั ปวงที่เก่ียวกบั น้าไม่วา่ จะเป็นการพฒั นาและจดั หาแหล่งน้า การเก็บกกั การระบาย การควบคุม การทาน้าเสียให้เป็ นน้าดี ตลอดจนการแกไ้ ขปัญหาน้าท่วมน้นั ยอ่ มประจกั ษช์ ดั และไดพ้ ิสูจน์ใหเ้ ห็นแลว้ วา่ พระอจั ฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระองคน์ ้นั หาผเู้ สมอเหมือนไดย้ าก 3. ช่วงปี 2531 เป็ นตน้ มา สภาพความเน่าเสียของน้าบริเวณต่าง ๆ มีอตั ราแนวโนม้ รุนแรงมากยง่ิ ข้ึนการใชว้ ิธีธรรมชาติไม่อาจบรรเทาความเน่าเสียของน้าอยา่ งมีประสิทธิภาพเท่าท่ีควรพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั จึงพระราชทานพระราชดาริให้ประดิษฐ์เคร่ืองกลเติมอากาศแบบประหยดั ค่าใชจ้ ่าย สามารถผลิตไดเ้ องในประเทศซ่ึงมีรูปแบบ “ไทยทาไทยใช้” โดยทรงไดแ้ นวทางจาก “หลุก” ซ่ึงเป็ นอุปกรณ์วดิ น้าเขา้ นาอนั เป็ นภูมิปัญญาชาวบา้ นในภาคเหนือเป็ นจุดคิดคน้ เบ้ืองตน้ และทรงมุ่งหวงั ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการบรรเทาน้าเน่าเสียอีกทางหน่ึงดว้ ยการน้ีจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพฒั นาสนับสนุนงบประมาณ ซ่ึงได้มีการผลิตเครื่องกลเติมอากาศข้ึนในเวลาต่อมาและรู้จกั กันแพร่หลายทั่วประเทศในปัจจุบนั คือ “กงั หนั ชยั พฒั นา” 4. ตามทฤษฎีเคร่ืองกลเติมอากาศ นบั วา่ การเติมอากาศหรือออกซิเจนเป็ นหวั ใจของระบบบาบดั น้าเสีย เพราะถา้ มีออกซิเจนอยมู่ าก จุลินทรียก์ ็สามารถบาบดั น้าไดด้ ี และบาบดั น้าเสียไดม้ ากข้ึน แต่ที่ความดนับรรยากาศซ่ึงเป็ นความดนั ท่ีค่อนขา้ งต่า สาหรับออกซิเจนในการละลายน้า จึงตอ้ งมีการเพิ่มพ้ืนท่ีสัมผสัระหวา่ งอากาศกบั น้าใหไ้ ดม้ ากที่สุด

19กงั หันชัยพฒั นา มีโครงเป็ นรูปเหลี่ยมบนทุ่นลอย และมีซองตกั วิดน้าซ่ึงเจาะเป็ นรูพรุน เราจึงเห็นสายน้าพร่ังพรู จากซองวิดน้าขณะที่กงั หนั หมุนวนเวยี น ซ้าแลว้ ซ้าเล่า ใชห้ ลกั การวิดน้าข้ึนไปสาดกระจายให้เป็ นฝอยในอากาศ ทาให้น้าสัมผสั กบั อากาศไดอ้ ยา่ งทวั่ ถึง ส่งผลใหป้ ริมาณ ออกซิเจนในอากาศสามารถ ละลายผสมผสาน เขา้ ไปในน้าไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ทุกคร้ังท่ีน้าถูกตกั ข้ึนมา ออกซิเจนในอากาศจะละลายในน้าไดด้ ีข้ึนเพราะพ้ืนท่ีในการทาปฏิกิริยามีมากกวา่ เดิม ทาใหน้ ้าเสีย ซ่ึงเป็นปัญหาของแหล่งน้าในหลายพ้ืนที่ มีคุณภาพที่ดีข้ึน 5. โครงกงั หนั น้ารูป 12 เหลี่ยม ติดต้งั ซองพรุนบรรจุน้าโดยรอบจานวน 6 ซอง รูพรุนของซองน้าเม่ือขบั เคล่ือนดว้ ยเกียร์มอเตอร์ จะหมุนรอบ ทาใหซ้ องน้าวิดตกั น้า โดยสามารถวดิ น้าลึกลงไปจากใตผ้ วิ น้าประมาณ 0.50 เมตร เม่ือซองน้าถูกยกข้ึน น้าจะสาดกระจายเป็ นฝอยเหนือผิวน้า ได้สูงถึง 1 เมตร ทาให้มีพ้นื ที่ผิวสมั ผสั ระหวา่ งน้ากบั อากาศมาก ทาใหอ้ อกซิเจนสามารถละลายเขา้ ไปในน้า ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว น้าที่ตกลงมายงั ผวิ น้าน้นั จะเกิดฟองอากาศ จมตามลงไปใตผ้ วิ น้าดว้ ย ในขณะที่ซองน้ากาลงั เคลื่อนท่ีลงสู่ผิวน้าแลว้กดลงไปใตผ้ วิ น้าน้นั จะเกิดการอดั อากาศภายในซองน้าจนกระทง่ั ซองน้าจมน้าเตม็ ท่ีทาใหเ้ พ่มิ ประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจนไดส้ ูงข้ึน 6. โครงการน้ีสามารถช่วยเหลือประชาชนไดเ้ ป็ นอยา่ งดี เนื่องจากกระบวนการต่างๆ สามารถช่วยลดมลภาวะท่ีเกิดจากน้าเน่าเสีย ทาใหค้ วามเป็ นอยูข่ องประชาชนในบริเวณริมแหล่งน้าในพ้ืนท่ีต่างๆ ดีข้ึนจึงเป็ นที่ยอมรับในประสิทธิภาพของการบาบดั น้าเสียท้งั ในประเทศและต่างประเทศ โดยผลที่ไดร้ ับน้ันยงิ่ ใหญ่และมีความสาคญั ต่อการดารงชีวติ ของมนุษยอ์ ยา่ งแทจ้ ริง 7. สามารถทาให้นาใสสะอาดข้ึน ลดกล่ินเหมน็ ลงไปไดม้ าก และมีปริมาณออกซิเจนในน้าเพิ่มข้ึนสัตวน์ ้าต่างๆ อาทิ เต่า ตะพาบน้า และปลา สามารถอยูอ่ าศยั ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั ตลอดจนสามารถบาบดั ความสกปรกในรูปของมวงสารต่างๆ ให้ลดต่าลงไดต้ ามเกณฑ์มาตรฐานท่ีกาหนด ปัจจุบนั มีหน่วยงานต่างๆ ท้งัภาครัฐและเอกชน ไดร้ ้องขอให้มูลนิธิชยั พฒั นาและกรมชลประทานเขา้ ไปช่วยเหลือในการบาบดั น้าเสียอยา่ งเร่งด่วนเป็นจานวนมาก อาทิเช่น วดั โรงพยาบาล สถานที่ราชการอ่ืนๆ ท้งั ในกรุงเทพฯ และต่างจงั หวดั กังหันน้าชัยพฒั นา จึงเป็ นท่ียอมรับในประสิทธิภาพของการบาบัดน้าเสียท้ังในประเทศและต่างประเทศ สามารถแกไ้ ขและปรับปรุงคุณภาพน้าให้ดีข้ึน โดยการใชเ้ ทคโนโลยที ี่เรียบง่ายแต่ผลที่ไดร้ ับน้นั ยง่ิ ใหญ่และมีความสาคญั ตอ่ การดารงชีวติ ของมนุษยอ์ ยา่ งแทจ้ ริง 8. กงั หันน้าชัยพฒั นา ได้รับสิทธิบตั รจากกรมทรัพยส์ ินทางปัญญา เมื่อวนั ท่ี 2 กุมภาพนั ธ์2536หลงั จากเลขาธิการมูลนิธิชยั พฒั นา ซ่ึงเป็นหน่วยงานหลกั ที่สนองพระราชดาริ ในการพฒั นากงั หนั น้า ไดร้ ับพระราชทานพระบรมราชานุญาติใหย้ นื่ ขอรับสิทธิบตั รเมื่อวนั ท่ี 2 มิถุนายน 2535 จึงนบั วา่ เป็ นสิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย ของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และคร้ังแรกของโลก และถือว่าวนั ท่ี 2กมุ ภาพนั ธ์ของทุกปี เป็น “วนั นกั ประดิษฐ์” นบั แตน่ ้นั เป็นตน้ มา 9. เมื่อวนั ท่ี 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 เครื่องกลเติมอากาศ กงั หนั น้าชยั พฒั นา ไดร้ ับการพิจารณาและทูลเกลา้ ฯ ถวายสิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย นบั เป็ นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องท่ี 9 ของโลกท่ี

20ไดร้ ับสิทธิบตั ร และเป็ นคร้ังแรกที่ไดม้ ีการรับจดทะเบียนและออกสิทธิบตั รให้แก่พระบรมราชวงศด์ ว้ ย จึงนบั ไดว้ ่าเป็ น สิทธิบตั รในพระปรมาภิไธยของพระมหากษตั ริยพ์ ระองคแ์ รกในประวตั ิศาสตร์ชาติไทยและเป็ นคร้ ังแรกของโลกนอกจากน้ี กังหันชัยพัฒนา ยงั ได้รับรางวลั เหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor องค์กรทางดา้ นนวตั กรรมที่เก่าแก่ของเบลเยียม ภายในงาน “Brussels Eureka 2000” ซ่ึงเป็ นงานแสดงส่ิงประดิษฐ์ใหมข่ องโลกวทิ ยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยยี มข้อเสนอแนะ1. ขอ้ เสนอแนะสาหรับการนาผลการศึกษาไปใช้ 1.1 สามารถนาความรู้เร่ืองการบาบดั น้าไปใชไ้ ด้ 1.2 สามารถน้าความรู้การทากงั หนั น้าชยั พฒั นาไปต่อยอดในการประดิษฐส์ ่ิงใหม่ๆ2. ขอ้ เสนอแนะสาหรับการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองในคร้ังต่อไป 2.1 ศึกษารายละเอียดการทางานของกงั หนั น้าชยั พฒั นามากยงิ่ ข้ึน 2.2 ศึกษาผลดีผลเสียของกงั หนั น้าชยั พฒั นา

21เอกสารอ้างองิณิชาภสั ชนาติศยั . (ม.ป.ป.). ศาสตร์พระราชา. (พมิ พค์ ร้ังที่1). กรุงเทพมหานคร:สานกั พมิ พ์ อมรินทร์คอมมิกส์.สานกั หอสมุดแห่งชาติ. (2560). กงั หนั น้าชยั พฒั นา. (พิมพค์ ร้ังท่ี1). กรุงเทพมหานคร: สถาพรบุค๊ ส์.นฐั ชิชา คุม้ ถ่ินแกว้ . (กรกฎาคม 2014). พระราชกรณียกิจ ร.9. สืบคน้ เมื่อ 17 ตุลาคม 2560, จาก https://nutchicha.wordpress.comมูลนิธิชยั พฒั นา. (ม.ป.ป.). กงั หนั น้าชยั พฒั นา. สืบคน้ เม่ือ 17 ตุลาคม 2560, จาก http://www.chaipat.or.thวรกมล ใจเพียร. (11 มกราคม 2015). กงั หนั ชยั พฒั นา. สืบคน้ เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2560, จาก https://chaipattanatuppt.wordpress.comCreative Thailand. (1 ธนั วาคม 2559). กงั หนั น้าชยั พฒั นา. สืบคน้ เม่ือ 17 ตุลาคม 2560, จาก http://www.tcdc.or.th

22 ประวตั ผิ ู้ดาเนินโครงการช่ือ นางสาวนภสร ธะนะใจภูมิลาเนา 156 หมู5่ ต.บวั ใหญ่ อ.นานอ้ ย จ.น่านประวตั ิการศึกษา - จบระดบั มธั ยมศึกษาจากโรงเรียนนานอ้ ย จ.น่าน - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ท่ี 1คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวรE-mail : [email protected]ช่ือ นางสาวนริสรา ตนั พานิชกุลภูมิลาเนา 326/137 ม.8 ต.สุรศกั ด์ิ อ.ศรีราชา จงั หวดั ชลบุรีประวตั ิการศึกษา - จบระดบั มธั ยมศึกษาจากโรงเรียนศรีราชา จงั หวดั ชลบุรี - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ท่ี 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวรE-mail : [email protected] ช่ือ นางสาวนฤภรณ์ สุขทุ่นฟุยภูมิลาเนา 8 หมู่ 2 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทยั ประวตั ิการศึกษา - จบระดบั มธั ยมศึกษาจบจากโรงเรียนอุดมดรุณี จ.สุโขทยั - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ท่ี 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร E-mail : [email protected]

23ชื่อ นางสาวนนั ทณฏั ฐ์ นนั ตาภูมิลาเนา 88/12 ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ประวตั ิการศึกษา - จบการศึกษาจากโรงเรียนรร.นวมินทราชูทิศ พายพั จ.เชียงใหม่ - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ที่ 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวรE-mail : [email protected] ช่ือ นางสาวนนั ทน์ ภสั เอี่ยมไผ่ ภูมิลาเนา 178/36 ม 6 ต. วงั หิน อ.เมือง จ.ตาก ประวตั ิการศึกษา - จบการศึกษาจากโรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี จ.พษิ ณุโลก - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ท่ี 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร E-mail : [email protected] ชื่อ นางสาวนุสบา ตะ๊ สุ ภูมิลาเนา 315 ม.3 ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ประวตั ิการศึกษา - จบการศึกษาจากโรงเรียนพบพระวทิ ยาคม จ.ตาก - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ท่ี 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร E-mail : [email protected]

24 ชื่อ นางสาวเบญจพร โพธ์ิแกว้ ภูมิลาเนา 56/2 ม.3 ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ประวตั ิการศึกษา - จบการศึกษาจากโรงเรียนบางมูลนากภูมิวทิ ยาคม จ.พจิ ิตร - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ที่ 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร E-mail : [email protected] ช่ือ นางสาวเบญจมาศ เช้ือหมอ ภูมิลาเนา 24 หมู่ 4 ต.สวด อ.บา้ นหลวง จ.น่าน ประวตั ิการศึกษา - จบการศึกษาจากโรงเรียนโรงเรียนบา้ นหลวง จ.น่าน - ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ท่ี 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร E-mail : [email protected]ชื่อ นางสาวปภาวรินทร์ คาเครือภูมิลาเนา 200/2 ม.10 ต.ท่าขนุ ราม อ.เมือง จ.กาแพงเพชรประวตั ิการศึกษา- จบการศึกษาจากโรงเรียนผดุงราษฎร์ จ.พษิ ณุโลก- ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ที่ 1คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวรE-mail : [email protected]

25ชื่อ นางสาวปรัชญาภรณ์ ทองจนั ทร์ภูมิลาเนา 143/2 หมู่ 9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทยัประวตั ิการศึกษา- จบการศึกษาจากโรงเรียนสวรรคอ์ นนั ตว์ ทิ ยา จ.สุโขทยั- ปัจจุบนั กาลงั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรีช้นั ปี ที่ 1คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวรE-mail : [email protected]


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook