นวัตกรรมวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ Best Practice นวัตกรรม บัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ภายใต้การสอนโดยใช้ THREE 5 MODEL ประเภท ผู้สร้างสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล นางสาวจันจิรา ขวัญจุ้ย ตำแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านเกาะโคบ สพป.พัทลุง เขต๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คำนำ รายงานผลการดำเนนิ งานวิธีปฏบิ ตั ทิ เี่ ปน็ เลิศ ( Best Practices) บญั ชคี ำพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ชิ า ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที๑่ ภายใต้การสอนโดยใช้“Three 5 MODEL” ( แกป้ ญั หานกั เรยี นอ่านไม่ออก เขียน ไมไ่ ด้) ประจำปีการศึกษา๒๕๖๖ เปน็ สื่อการสอนและกระบวนการจัดการเรยี นการสอน ทม่ี ุง่ พัฒนาผ้เู รยี นให้เกดิ การเรียนรตู้ ามธรรมชาติ และเต็มศักยภาพ โดยมคี รูผู้สอนเปน็ ผู้คอยกระตนุ้ ใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ ใหเ้ ปน็ ไปตาม ระบบการเรยี นร้ทู ี่มีคณุ ภาพ แลว้ สรปุ รายงานเพ่ือเป็นข้อมูลในการพฒั นาให้นกั เรียนเปน็ บคุ คลท่ีเกง่ ดี และมี ความสขุ เผยแพรต่ ่อสาธารณชน หวังวา่ เอกสารเลม่ น้ี จะอำนวยความสะดวกต่อการพิจารณาของคณะกรรมการการประเมินและจะเปน็ ประโยชนส์ ำหรับโรงเรยี นหรือผูส้ นใจ และผทู้ ี่กำลังจะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพท้ังในด้านความรู้ ทกั ษะและ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใหม้ ีผลสัมฤทธิ์ทีส่ ูงขน้ึ ต่อไป นางสาวจนั จิรา ขวัญจุย้ ครู โรงเรยี นบา้ นเกาะโคบ
สารบญั คำนำ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….ก สารบญั ………………………………………….……………………………………………………………………………………………………..ข รายงานผลการดำเนินงาน วธิ ปิ ฏบิ ตั ิทีเ่ ปน็ เลิศ (Best Practices)บญั ชีคำพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วชิ า ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท๑่ี ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรยี นอา่ นไม่ออก เขียนไม่ได้) ..........................................................................................................1 ความเปน็ มาและความสำคัญ ............................................................................................................................ 2 วตั ถปุ ระสงค์ .................................................................................................................................................... ๔ เป้าหมาย........................................................................................................................................................ ๔ แนวทางการดำเนนิ งาน.................................................................................................................................... 4 การพฒั นา........................................................................................................................................................ ๙ ผลการดำเนนิ งาน ............................................................................................................................................ ๙ ปัจจัยความสำเรจ็ .......................................................................................................................................... ๑๑ บทเรยี นทไ่ี ดร้ ับ............................................................................................................................................. ๑๑ การเผยแพร่ .................................................................................................................................................. ๑๒ บรรณานุกรม ................................................................................................................................................ ๑๒ ภาคผนวก…………………………………………………………………………………………………………………………………………๑๓ ค่มู ือการใชง้ านสือ่ ………………………………………………………………………………………………………………………..……๒๐
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 1 แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลศิ (Best Practice) ชือ่ ผลงาน นวตั กรรม บัญชีคำพนื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี๑ ภายใต้ การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานกั เรียนอ่านไมอ่ อก เขียนไม่ได้) ผู้เสนอผลงาน นางสาวจนั จริ า ขวัญจุ้ย ตำแหนง่ ครู หนว่ ยงาน โรงเรยี นบ้านเกาะโคบ สังกัด สพป.พทั ลงุ เขต ๒ ประเภทผลงาน ☑ ผู้สรา้ งสือ่ เทคโนโลยดี ิจทิ ัล ☐ ผูใ้ ชส้ ่อื เทคโนโลยีดิจทิ ัล ☐ ผู้ขับเคล่อื นระบบคลังสื่อ OBEC Content Center ระดับสถานศึกษา ๑. ความเปน็ มาและความสำคัญ กระทรวงศึกษาธกิ ารเลง็ เห็นความสำคญั ของการยกระดบั คุณภาพการศึกษาโดยมีนโยบายให้ทกุ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่มีระบบ เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนไปสู่ความเป็นพลเมือง ทพี่ ร้อมสมบูรณ์สามารถดำรงตนในสังคมอยา่ งปกติสขุ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนสู่การปฏิบัติ ซึ่งสพฐ. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญให้นักเรียนทุกระดับช้ัน อ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่องและสื่อสารได้ เพื่อเป็นการวางรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ระดับสูงต่อไป และเพื่อให้การดำเนินการจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษารวมทง้ั สถานศึกษาสามารถดำเนินงานได้ไปในทิศทางเดียวกนั สอดคล้องตามบริบท สภาพของท้องถิ่นและสภาพปัญหาของพื้นที่ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือโรงเรียน และคณะครูทุกคน นับเป็นหัวใจ สำคัญในการขับเคลื่อนให้นโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อมุ่งเน้นให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่อง และสื่อสารได้ นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นให้นักเรยี นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนดี คนเก่ง และมคี วามสุข ตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการดว้ ย
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 2 เฉลิมลาภ ทองอาจ (Tongaht, 2014) กล่าวว่า คนอ่านออกเขียนได้ เป็นผู้ที่มีพลังอำนาจ ในการที่จะคิด และตัดสินใจเก่ียวกับตนเอง พร้อมกับอ้างถึงนายโคฟี อันนัน (Kofi Annan) อดีตเลขาธิการองค์ การ สหประชาชาติ กล่าวสรุปว่า การอ่านออกเขียนได้คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชีวิต และเป็น เครอื่ งมอื ท่บี คุ คลสามารถนำไปใช้เพ่ือการเสรมิ สร้างพลังอำนาจในตนเอง รวมถงึ การเสรมิ สร้างพลังให้แก่ สามเสา หลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาด้านสังคม และ การปกป้อง สิ่งแวดล้อม จากคำกล่าวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการที่คน อ่านออก เขียนได้ หรือรู้หนังสือ ก็จะทำให้คนเหล่านี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนา เปลี่ยนแปลงและปกป้อง สง่ิ แวดลอ้ ม รวมถงึ ทรัพยากรตา่ ง ๆ อนั เป็นเปา้ หมายของการพฒั นาทย่ี ัง่ ยืนได้ จากเหตผุ ลดงั กล่าวทำใหเ้ หน็ ถงึ ความจำเป็นของการพัฒนาให้นักเรียนมีสมรรถนะในการอ่านออกเขียนได้ จึงได้มีนโยบาย โครงการ และแนวปฏิบัติเพื่อที่จะทำให้นักเรียนทุกคนอ่านออกเขียนได้ หรือเป็นผู้รู้หนังสือ เพราะการที่มีนักเรียนไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ จะเป็นอุปสรรคขัดขวาง ต่อการพัฒนาคุณภาพของประชากร มากที่สดุ ซ่งึ ประเทศไทยได้พยายามขจดั ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียน ไมไ่ ด้ โดยมีพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ นโยบาย มาตรการ โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้งนโยบายระยะยาว และมาตรการเร่งด่วน ทุกรัฐบาลทผี่ า่ นมา เพือ่ ใหป้ ระชาชนชาวไทยทุกคนมสี ิทธไิ ด้รบั การศึกษาขน้ั พื้นฐานอยา่ งเทา่ เทยี มและมคี ณุ ภาพ จะเห็นได้วา่ ทกุ ภาคส่วนลว้ นความความสำคัญยิ่งในการพัฒนา ส่งเสริมทักษะและจดั กระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นด้านทักษะการอ่าน การเขียนให้แก่นักเรียน สถานศึกษา คณะครู จึงเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาระบบ การศึกษา ผู้ดำเนินงานจึงศึกษาสภาพปัญหาการอ่าน การเขียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านหินเพิงสาขาพรุใหญ่ พบว่า มีนักเรียนบางส่วนยังขาดทักษะทางด้านการอ่านและการเขียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ซง่ึ จากรายงานการสรุปผลการอา่ น การเขียน โดยใชเ้ ครอ่ื งมือคดั กรองความสามารถในการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีนักเรียนที่อ่านไม่ออก คิดเป็นร้อยละ ๑๐.๗๑ เปอร์เซ็นต์ เขียนไม่ได้ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางโรงเรียนได้กำหนดเป้าหมายด้านการอ่านและการเขียนของนักเรยี น ตามนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. คือ นักเรียนต้องอ่านออกเขียนได้ทุกคน จะเห็นได้ว่าผลสัมฤทธิ์ของการอ่าน และการเขียนของนักเรียนยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้ดำเนินงานจึงได้จัดทำบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหา นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้)ขึ้น เพื่อสอนเสริมให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ในด้านการอ่านและการ เขียนเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้สามารถเรียนรู้ได้เท่าเทียมกันในห้องเรียนและเพื่อให้สอดคล้องกับ นโยบายสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 3 ประถมศึกษาพัทลุงในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ และเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยต่อไป ๑.๑ แนวคิดหลกั การสำคัญ การอ่านและการรู้หนังสือ เป็นทักษะที่จำเป็นยิ่งสำหรับการเรียนรู้และการพัฒนาชีวิตสู่ความสำเร็จ การอ่านอย่างคล่องแคล่วและเข้าใจความหมายจะนำมาซึ่งความรู้และส่งเสรมิ ให้เกิดการคิดวิเคราะห์ วิจารญาณ แยกแยะและประยุกต์ใช้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อชีวิต พรอ้ มทัง้ สามารถถ่ายทอดส่ือสารให้ผู้อ่ืนทราบและเข้าใจได้ ซ่ึงเปน็ ทักษะสำคญั ของศตวรรษท่ี 21 หากผ้เู รยี นบกพรอ่ งหรอื ขาดความสามารถในการอ่าน จะสง่ ผลให้การเรียนรู้ ไม่อาจก้าวหน้าได้และจะประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิต จึงเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่ต้องพัฒนา ความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่อง ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารให้แก่ ประชาชนตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ในระดับที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อเติบใหญ่จนกระทั่งสามารถดูแลตนเอง มีอาชีพและรายได้ เป็นนักคิดและเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือในวัยของการศึกษาภาคบังคับ จึงจำเป็นต้องพัฒนา การศึกษาในชว่ งน้ีให้มั่นคง โดยพิจารณาว่าการอา่ นออกเขียนได้อ่านคล่องเขยี นคลอ่ งและส่ือสารได้ เป็นรากฐาน ที่สำคญั สูงสุดอันดับแรกๆของการพฒั นาขีดความสามารถของผเู้ รียน การพัฒนาความสามารถการอ่านการเขียน นอกจากครูจะต้องเป็นองค์ความรู้เข้าใจทักษะ กระบวนการพัฒนาความสามารถการอ่านของนักเรียนทั้งนักเรียนปกติและนักเรียนที่ต้องได้รับการเอาใจใส่ เป็นพิเศษแล้ว ครูต้องเข้าใจถึงปัจจัยความแตกต่างทางสติปัญญาและความแตกต่างทางพื้นฐานของครอบครัวซง่ึ เป็นปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการพัฒนาความสามารถการอ่านของนักเรียน ด้วยเหตุนี้การดำเนินงานพัฒนา การเรยี นการสอนภาษาไทย จึงกำหนดเป็นนโยบายสำคญั ในการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เร่ืองและสอ่ื สารได้เพ่ือให้ ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาขีดความสามารถของผู้เรียนให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ ในประชาคมอาเซยี นและประชาคมโลก จากความสำคัญของการส่งเสริมและการพัฒนาความสามารถการอ่านการเขียนของนักเรียนข้างต้น ผู้ดำเนินงานในฐานะเป็นครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านเกาะโคบ สังกัดสำนักงานเขต พน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาพทั ลุง จงึ มแี นวคดิ ในการสง่ เสรมิ และพัฒนาการอ่านการเขยี นของนักเรยี น โดยการนำ รูปแบบการจัดการเรยี นรู้ ภายใต้กรอบความคดิ ตามนโบบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” โดยการ ขับเคลื่อนนโยบายสู่นักเรียนทุกชั้นเรียนของโรงเรียนบา้ นเกาะโคบเพื่อสนองจุดเน้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพัทลุง ด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทย โดยให้นักเรียนได้พัฒนาการเรยี นรู้ด้วยบญั ชีคำพื้นฐาน กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที๑่ ภายใตก้ ารสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหา นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) โดยใช้กระบวนขับเคลื่อนงานวงจรคุณภาพ “PDCA” คือ P (Plan การวางแผน การออกแบบ) D (Do การลงมอื ทำและปฏบิ ัติ) C (Check การประเมนิ ผลและสรปุ ผล) และ A (Act การปรบั ปรุง
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 4 แก้ไขและพัฒนา) ซึ่งสอดคล้องกับจุดเน้น สพฐ. ที่วางจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนไว้ ๒ ด้าน คือ ๑. ด้านความ สามาถและทักษะ ๒. ด้านคณุ ลกั ษณะ โดยจดุ เน้นดา้ นความสามารถและทักษะจัดแบง่ ตามภาคเรียนดงั นี้ภาคเรียน ที่๑ เน้นอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น มีทักษะการคิดพื้นฐาน ทักษะชีวติ ทกั ษะการสื่อสารอย่างสรา้ งสรรค์ตาม ช่วงวัย ส่วนภาคเรียนที่๒ เน้นอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง มีทักษะการคิดพื้นฐาน ทักษะชีวิต ทักษะ การสอื่ สารอย่างสรา้ งสรรค์ตามช่วงวยั ๒. วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ ๑.๑ เพอ่ื พัฒนาให้นักเรียนอ่านออกเขยี นไดท้ ุกกคน ๑.๒ เพื่อยกระดับผลฤทธิ์ทางการเรียนในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยใหส้ งู ขึ้น ๑.๓ เพ่ือส่งเสรมิ ให้นกั เรียนทกุ คนมนี ิสยั รกั การอา่ นและการเขียน ๓. เปา้ หมาย ๓.๑ เป้าหมายเชงิ ปริมาณ ๑). ร้อยละ ๘๐ ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ อา่ นออกเขยี นได้อ่านคลอ่ งเขยี นคลอ่ ง และส่อื สารได้ ๒). รอ้ ยละ ๙๕ ของนักเรยี นมผี ลฤทธท์ิ างการเรยี นในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยสงู ขึ้น ๓.๒ เป้าหมายเชงิ คณุ ภาพ ๑). นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ อา่ นออกเขยี นได้ อ่านคล่องเขยี นคลอ่ ง และส่อื สารได้ ๒). นกั เรยี นมีผลฤทธ์ทิ างการเรียนในกลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทยสงู ขึน้ ๓). นักเรยี นทกุ คนมีนสิ ยั รักการอ่านและการเขยี น ๔. แนวทางการดำเนินการ คำอธิบายรูปแบบ (Model) ของนวตั กรรม บญั ชคี ำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ชิ าภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่๑ี ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) เป็นนวัตกรรมที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการ อา่ นการเขียน และแกป้ ญั หานกั เรียนอา่ นไม่ออก เขียนไม่ได้ โดยออกแบบขน้ึ โดยนางสาวจันจิรา ขวญั จุ้ย ครูผูส้ อน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของโรงเรียนบ้านเกาะโคบ โดยใช้กิจกรรมและขั้นตอนจากนวัตกรรม “THREE 5 MODEL” ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรม ๕ กิจกรรม ดำเนินการด้วยกระบวนการ PDCA และมีขั้นตอนการปฏิบัติ
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 5 กิจกรรม ๕ ขั้นตอนด้วยขั้นตอน ๓ ฝ ๒ ค ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น เน้นทักษะ กระบวนการเรียนรู้ ควบคู่ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์สู่ผู้เรียน ๕ ด้าน เพื่อตอบสนองนโยบาย จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ๑. ด้านความสามาถและทกั ษะ ๒. ด้านคุณลักษณะ และตอบสนองจุดเน้นสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต๒ ด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทย ซึ่งกระบวนการที่กล่าวมา ข้างต้นทั้งกระบวนการ PDCA , 5 Activities (๕ กิจกรรม) , 5 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ( ๓ ฝ ๒ ค ) และผลลัพธ์สู่ ผูเ้ รียน 5 STEPS มดี ังน้ี ๑. กระบวนการ PDCA คือ วงจรบริหารงานคณุ ภาพ ประกอบด้วย ๔ ขัน้ ตอน ไดแ้ ก่ ๑. P (plan) การวางแผน ออกแบบ เป็นการวางแผนงานจากวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ได้ กำหนดขน้ึ ๒. D (Do) การลงมือทำ เป็นการลงมือปฏิบัติตามขนั้ ตอนในแผนงานท่ไี ด้เขยี นไว้อย่างเป็นระบบ และมีความตอ่ เน่ือง ๓. C (Check) วัดและประเมินผล เป็นการตรวจสอบผลการดำเนินงานในแต่ล่ะขั้นตอนของ แผนงานว่ามปี ัญหาอะไรเกดิ ข้ึน จำเปน็ ตอ้ งเปลยี่ นแปลงแกไ้ ขแผนงานในขน้ั ตอนใด ๔. A (Act) การปรับปรุงแก้ไข เป็นการปรับปรุงแก้ไขส่วนที่มีปัญหา หรือถ้าไม่มีปัญหาใด ๆ กย็ อมรบั แนวทางการปฏิบัตติ ามแผนงาน ที่ได้ผลสำเร็จ เพื่อนำไปใช้ในการทำงานคร้งั ต่อไป ๒. 5 Activities (๕ กิจกรรมการอ่านเขียนเน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ) ประกอบดว้ ย ๒.๑ กิจกรรมเกม แสนสนุก เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นความสนใจ เตรียมความพร้อมของนักเรียน หรือเป็นการละลายพฤติกรรมของนักเรียนให้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน ๆ และพี่ๆ โดยใช้ขั้นตอน การปฏบิ ัตขิ องขั้นตอน ๒ ค ๒.๒ กิจกรรมฝึกอ่าน สะกดคำ (แจกลูกประสมคำ) เป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติโดยฝึกฝนให้นักเรียน อ่านคำศัพท์จากบัญชีคำศัพท์พ้ืนฐานของแต่ละห้องเรียน อ่านแบบแจกลูกประสมคำของคำศัพท์ โดยใช้ขั้นตอนการปฏิบัติของข้นั ตอน ๓ ฝ
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 6 ๒.๓ กิจกรรมฝึกเขียน เรียนภาษา เป็นกิจกรรมเชื่อมโยงจากการทำกิจกรรมท่ี ๒ คือ เมอื่ นกั เรยี นอ่านจนเกิดความชำนาญแลว้ จึงใหน้ ักเรียนฝึกฝนในการเขยี นคำศพั ทจ์ ากบัญชีคำศัพท์พื้นฐาน ของหอ้ งเรียน และเขียนประโยคงา่ ย ๆ โดยใช้ขน้ั ตอนการปฏิบัตขิ องขัน้ ตอน ๓ ฝ ๒.๔ กิจกรรมมัลติมีเดีย สื่อเทคโนโลยีสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนใช้สื่อมัลติมิเดยี สื่อเทคโนโลยีดว้ ยตนเองอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้ขั้นตอนการปฏิบตั ิของข้ันตอน ๒ ค ๒.๕ หนูน้อย นักประดิษฐ์ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนรู้จักตอบแทนสังคม สร้างชิ้นงาน ที่แปลกใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ไว้เป็นสื่อการเรียนรู้แก่น้อง ๆ รุ่นหลัง โดยใช้ขั้นตอนการปฏิบัติของ ข้ันตอน ๓ ฝ ๓. 5 วิธปี ฏิบัตทิ ่เี ป็นเลศิ ( ๓ ฝ ๒ ค ) ประกอบด้วย ๓.๑ ๓ ฝ ๓.๑.๑ ฝ ตัวที่ ๑ ได้แก่ ฝึกสะกดคำ ชำนาญ (อ่าน) , สลับอ่านคำ จำประโยค , สนใจ ใฝ่เรียนรู้ , สอนปฏิบตั ิ ฝึกหดั ซ้ำ ๆ , สอนเสรมิ เพมิ่ ตำรา ๓.๑.๒ ฝ ตัวที่ ๒ ได้แก่ ฝึกสะกดคำ นำสู่อักษร (เขียน) , สลับเขียน เรียนประโยค , สนใจ ใฝ่เรียนรู้, สอนปฏบิ ตั ิ ฝึกหัดซ้ำ ๆ , สอนเสรมิ เพม่ิ ตำรา ๓.๑.๓ ฝ ตัวที่ ๓ ได้แก่ ฝึกเสาะหาวิธี , เสริมเพิ่ม เติมแต่ง , สร้างสรรค์ ชิ้นงาน , สสี ัน สดใส , ส่ือแปลกใหม่ ดว้ ยมือเรา ๓.๒ ๒ ค ๓.๒.๑ ค ตัวที่ ๑ ได้แก่ คำศัพท์ น่ารู้ , ใครดู รู้บ้าง , คำใบ้ บอกทาง , คิดออก บอก ไป , ความหมาย ของคำ ๓.๒.๒ ค ตัวที่ ๒ ได้แก่ ค้นคว้า หาคำศัพท์ , ค้นคว้า หาคำอ่าน , ค้นคว้าหา ความหมาย , ค้นควา้ หาความรู้จากกูรู , ค้นดู สอ่ื สรา้ งสรรค์ ๔. ผลลัพธ์สู่ผู้เรียน 5 STEPS คือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ทำให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เรียนรู้ได้อย่างเท่าทันในศตวรรษที่ ๒๑ ตอบสนองจุดเน้น 3 R 8 C คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (เกง่ ดี มีสขุ ) โดยผลลพั ธ์ท้ัง 5 STEPS ประกอบดว้ ย ๑. S มาจาก Self-discipline (มวี นิ ัย) คือ นักเรียนมวี นิ ัยในการอ่านการเขียน ๒. T มาจาก Tactfulness (ฉลาด) คือ นักเรียนมคี วามฉลาดสทู่ ักษะในศตวรรษทที่ ๒๑ ๓. E มาจาก Effective คอื (ผลสัมฤทธ์ิ) นกั เรียนมีผลสัมฤทธท์ิ ี่สงู ขน้ึ ๔. P มาจาก Psychomotor Domain (ทกั ษะ) คอื นักเรียนมีทักษะการอ่านการเขยี นท่ีดขี ึน้ ๕. S มาจาก Smart student (คุณภาพ) คือ นักเรยี นมีคุณภาพทางการศกึ ษา
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 7 วธิ ีการในการดำเนินงานตามกจิ กรรม การดำเนนิ งานตามรูปแบบของ “THREE 5 MODEL” มรี ูปแบบการดำเนนิ งานทีส่ ามารถบรรลุ เปา้ หมายได้อยา่ งแท้จริง ประกอบด้วย PDCA เป็น วงจรการบริหารงานคณุ ภาพ ประกอบดว้ ย P = Plan คอื การวางแผนงานจากวตั ถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายท่ีได้กำหนดขนึ้ D = Do คอื การปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนในแผนงานท่ไี ด้เขียนไว้อย่างเปน็ ระบบและมีความ ตอ่ เนือ่ ง C = Check คอื การตรวจสอบผลการดำเนนิ งานในแตล่ ่ะขัน้ ตอนของแผนงานวา่ มปี ัญหา อะไรเกดิ ขึ้น จำเป็นต้องเปลยี่ นแปลงแก้ไขแผนงานในข้นั ตอนใด A = Action คอื การปรบั ปรงุ แกไ้ ขส่วนทมี่ ปี ญั หา หรือถา้ ไม่มีปญั หาใด ๆ ก็ยอมรบั แนว ทางการปฏบิ ัติตามแผนงาน ทไ่ี ด้ผลสำเร็จ เพ่ือนำไปใชใ้ นการทำงานครัง้ ต่อไป ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน ๑. ขนั้ วางแผน P (Plan การวางแผน การออกแบบ) ผูด้ ำเนินงาน ผบู้ รหิ าร และคณะครูไดร้ ่วมกันขับเคล่ือนนวัตกรรม บัญชคี ำพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการ เรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหา นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) โดย มีการประชุมวางแผนการดำเนินงานนโยบายของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ โดยทุกคนรว่ มกันศกึ ษาวิเคราะหห์ ลักสูตร/ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด / เนื้อหารายวชิ า และวิเคราะห์ ปัญหานักเรียนรายบุคคล เสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ ร่วมกันออกแบบงาน วางแผน และได้แผนการ ดำเนินงานภายใต้นโยบาย “เด็กไทยวีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” รวมไปถึงศึกษาเอกสารและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับคณะครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครองของนักเรียนเพื่อร่วมกันพัฒนาการอ่านการเขียนและแก้ปัญหา นักเรียนอ่านไมอ่ อกเขยี นไม่ได้ ในสถานศกึ ษา ๒. ขน้ั ดำเนนิ การ D (Do การลงมือทำและปฏิบัติ) นวัตกรรมบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การ สอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) เป็นสื่อที่ผนวกกับกจิ กรรม การเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านการเขียน และแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ โดยใช้บัญชีคำ พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ในกิจกรรมและขั้นตอนจาก ซ่ึง ประกอบด้วยกจิ กรรม ๕ กจิ กรรม และมีขั้นตอนการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ๕ ขัน้ ตอนด้วยขัน้ ตอน ๓ ฝ ๒ ค ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น เน้นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทักษะและกระบวนการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ๕ ด้าน
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 8 เพ่ือตอบสนอง นโยบาย จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ๑. ด้านความสา มาถและทักษะ ๒. ด้านคุณลักษณะ และตอบสนองจุดเน้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พัทลงุ เขต๒ ดา้ นการอ่าน และการเขียนภาษาไทย ซ่งึ กระบวนการที่กลา่ วมาขา้ งต้น ทง้ั 5 Activities (๕ กจิ กรรม) , 5 วธิ ปี ฏิบัติทเ่ี ปน็ เลศิ ( ๓ ฝ ๒ ค ) และผลลพั ธส์ ผู่ ู้เรยี น 5 STEPS มีดังนี้ ๑. 5 Activities (๕ กิจกรรมอา่ นเขยี นเน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ) ประกอบดว้ ย ๑.๑ กิจกรรมเกมพาเพลนิ เป็นกจิ กรรมท่กี ระตุ้นความสนใจ เตรียมความพรอ้ มของนักเรยี น หรือเป็นการละลายพฤติกรรมของนักเรียนให้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน ๆ และพี่ๆ โดยใช้ขั้นตอน การปฏิบตั ิของข้ันตอน ๒ ค ๑.๒ กิจกรรมฝึกอา่ นวันละนดิ จติ แจ่มใจ (แจกลูกประสมคำ) เป็นกิจกรรมท่ีปฏิบัติโดยฝึกฝน ให้นักเรียนอ่านคำศัพท์จากบัญชีคำศัพท์พื้นฐานของแต่ละห้องเรียน อ่านแบบแจกลูกประสมคำของ คำศพั ท์ โดยใชข้ ัน้ ตอนการปฏิบัตขิ องขนั้ ตอน ๓ ฝ ๑.๓ กิจกรรมฝึกเขียน เรียนรู้ เปน็ กิจกรรมเช่ือมโยงจากการทำกิจกรรมที่ ๒ คอื เมอ่ื นักเรียน อ่านจนเกิดความชำนาญแล้วจึงให้นักเรียนฝึกฝนในการเขียนคำศัพท์จากบัญชีคำศัพท์พื้นฐานของ ห้องเรยี น และเขียนประโยคง่าย ๆ โดยใชข้ ั้นตอนการปฏิบตั ิของข้ันตอน ๓ ฝ ๑.๔ กิจกรรมสื่อเทคโนโลยี สู่การสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนใช้สื่อมัลติมิเดีย สื่อ เทคโนโลยีดว้ ยตนเองอย่างสรา้ งสรรค์ โดยใชข้ น้ั ตอนการปฏิบัตขิ องขัน้ ตอน ๒ ค ๑.๕ หนูน้อย นักประดิษฐ์ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนรู้จักตอบแทนสังคม สร้างชิ้นงานที่ แปลกใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ไว้เป็นสื่อการเรียนรู้แก่น้อง ๆ รุ่นหลัง โดยใช้ขั้นตอนการปฏิบัติของ ข้นั ตอน ๓ ฝ ๓. 5 วธิ ปี ฏบิ ตั ิท่ีเป็นเลิศ ( ๓ ฝ ๒ ค ) ประกอบด้วย ๓.๑ ๓ ฝ ๓.๑.๑ ฝ ตัวที่ ๑ ได้แก่ ฝึกสะกดคำ ชำนาญ (อ่าน) , สลับอ่านคำ จำประโยค , สนใจ ใฝเ่ รียนรู้ , สอนปฏบิ ตั ิ ฝกึ หัดซ้ำ ๆ , สอนเสรมิ เพ่ิมตำรา ๓.๑.๒ ฝ ตัวที่ ๒ ได้แก่ ฝึกสะกดคำ นำสู่อักษร (เขียน) , สลับเขียน เรียนประโยค , สนใจ ใฝ่เรยี นรู้, สอนปฏบิ ตั ิ ฝกึ หัดซำ้ ๆ , สอนเสริม เพมิ่ ตำรา ๓.๑.๓ ฝ ตัวที่ ๓ ได้แก่ ฝึกเสาะหาวิธี , เสริมเพิ่ม เติมแต่ง , สร้างสรรค์ ชิ้นงาน , สีสัน สดใส , สอ่ื แปลกใหม่ ด้วยมอื เรา ๓.๒ ๒ ค ๓.๒.๑ ค ตัวที่ ๑ ได้แก่ คำศัพท์ น่ารู้ , ใครดู รู้บ้าง , คำใบ้ บอกทาง , คิดออก บอก ไป , ความหมาย ของคำ
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 9 ๓.๒.๒ ค ตัวที่ ๒ ได้แก่ ค้นคว้า หาคำศัพท์ , ค้นคว้า หาคำอ่าน , ค้นคว้าหา ความหมาย , คน้ ควา้ หาความรูจ้ ากกรู ู , คน้ ดู ส่อื สร้างสรรค์ ๔. ผลลัพธ์สู่ผู้เรียน 5 STEPS คือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ทำให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เรียนรู้ได้อย่างเท่าทันในศตวรรษที่ ๒๑ ตอบสนองจุดเน้น 3 R 8 C คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (เกง่ ดี มสี ขุ ) โดยผลลัพธ์ทั้ง ๕ STEPS ประกอบดว้ ย ๑. S มาจาก Self-discipline (มีวนิ ยั ) คือ นกั เรียนมีวนิ ัยในการอา่ นการเขียน ๒. T มาจาก Tactfulness (ฉลาด) คือ นกั เรียนมีความฉลาดส่ทู ักษะในศตวรรษทท่ี ๒๑ ๓. E มาจาก Effective คือ (ผลสมั ฤทธ์ิ) นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ทิ ส่ี ูงข้ึน ๔. P มาจาก Psychomotor Domain (ทกั ษะ) คอื นักเรยี นมที กั ษะการอ่านการเขยี นท่ีดขี ึ้น ๕. S มาจาก Smart student (คุณภาพ) คือ นักเรยี นมีคณุ ภาพทางการศกึ ษา ๕ การพฒั นา การดำเนินงานตามรูปแบบของนวัตกรรม บัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) มี รูปแบบการดำเนินงานที่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ประกอบด้วย PDCA เป็น วงจรการบริหารงาน คุณภาพ ซึ่งผู้จัดทำได้มีการวางแผนงานจากวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ได้กำหนดขึ้น แล้วลงมือปฏิบัติตาม ขั้นตอนในแผนงานที่ได้เขียนไว้อย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือต้องมีการตรวจสอบผลการ ดำเนนิ งานในแต่ล่ะข้นั ตอนของแผนงานว่ามีปัญหาอะไรเกดิ ขน้ึ จำเป็นตอ้ งเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนงานในข้นั ตอนใด แล้วนำผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขส่วนท่ีมปี ัญหา หรือถ้าไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ยอมรับแนวทางการปฏิบัติตามแผนงานที่ ไดผ้ ลสำเรจ็ เพ่ือนำไปใช้ในการพัฒนางานครง้ั ตอ่ ไป ๖. ผลการดำเนนิ งาน / ผลสัมฤทธ์ิ / ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั ๖.๑ ผลทเี่ กิดตามจุดประสงค์ ๔.๑.๑ นกั เรยี นไดพ้ ัฒนาทักษะด้วยกระบวนการเรียนรแู้ ละอา่ นออกเขียนได้ ๔.๑.๒ นักเรยี นเป็นคนใฝ่เรยี นรู้ และมีความม่งุ ม่ันในการทำงานอยเู่ สมอ ๔.๑.๓ นกั เรียนเกดิ การเรยี นรสู้ ่ือเทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์และมั่นคง ๖.๒ ผลสัมฤทธ์ิของงาน จากกการนำนวัตกรรมบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้ การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) ไปใช้ ผู้ดำเนินงานได้กำหนด
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 10 เป้าหมาย นโยบายให้สอดคล้องกับจุดเน้นของ สพฐ. และสพป. พัทลุง คือ “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุก คน” โดยกอ่ ใหเ้ กิดผลจากการดำเนินงาน ดังนี้ ๖.๒.๑ ผลท่เี กดิ กบั นกั เรยี น ๑. จากการปฏิบัตกิ ิจกรรมที่ ๑ กิจกรรมเกม แสนสนุก นกั เรียนได้ฝกึ ไหวพริบปฏิภาณ และเปน็ การฝกึ กระบวนการคิด วิเคราะห์ สงั เคราะหข์ องนักเรียนได้ ๒. จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ ๒ และกิจกรรมที่ ๓ กิจกรรมฝึกอ่าน สะกดคำ (แจกลูกประสมคำ) - กิจกรรมฝึกเขยี น เรยี นภาษา เป็นการฝกึ ฝนใหน้ ักเรียนอา่ น เขยี นคำศัพท์ อ่านเขียน ประโยค นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นทีม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และปลูกฝังนิสัยให้นักเรียน เป็นคนใฝเ่ รียนรู้ และมีความมุ่งม่นั ในการทำงานอยู่เสมอ ๓. จากการปฏบิ ัติกิจกรรมที่ ๔ กิจกรรมมัลติมิเดีย สื่อเทคโนโลยีสร้างสรรค์ นักเรียน ได้ฝึกฝนการใช้สื่อมัลติมิเดีย สื่อเทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างสร้างสรรค์ เป็นการฝึกฝนจนทำให้นักเรียน เป็นคนทเ่ี กง่ ขึ้น เป็นคนดเี พอ่ื สงั คมและดำเนนิ ชีวิตในสงั คมได้อย่างมคี วามสุข ๔. จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ ๕ กิจกรรมหนูน้อย นักประดิษฐ์ เป็นกิจกรรที่พัฒนา กระบวนการคิดอยา่ งเปน็ ระบบของนกั กเรียน ๖.๒.๒ ผลท่เี กิดกบั ครู ๑. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มกี ารพัฒนาตนเองอยูเ่ สมอ ๒. ครมู แี นวทางในการแกป้ ัญหาและพัฒนานักเรยี นไดต้ ามเป้าหมายท่ีกำหนด ๓. ครูไดใ้ ชเ้ ทคนิคในรูปแบบการจดั การเรยี นการสอนทีห่ ลากหลาย ๖.๒.๓ ผลทเ่ี กิดขึ้นกบั โรงเรียน ๑. โรงเรียนมรี ะดบั ผลสัมฤทธ์ิดา้ นการอา่ นและการเขียนสูงขน้ึ ๒. โรงเรียนได้รบั ความเช่ือม่ันจากชุมชน ๖.๒.๔ ผลท่ีเกดิ ขน้ึ กับผ้ปู กครองและชุมชน ๑. ผูป้ กครอง ชมุ ชนมีความเช่ือมนั่ ในคุณภาพของโรงเรียน ๒. ผ้ปู กครอง ชุมชนตระหนักและให้ความสำคญั ของระบบการศกึ ษา ๖.๓ ประโยชน์ท่ีได้รบั ๖.๓.๑ จากการดำเนินการพัฒนาการอ่านการเขียน โดยใช้นวัตกรรมบญั ชีคำพืน้ ฐาน กลุ่มสาระ การเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียน อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) ทำให้สถานศึกษาและชุมชนมีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีความตระหนัก รับรู้ และมสี ่วนร่วมในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้สผู่ เู้ รยี นไปในทศิ ทางเดยี วกนั อย่างชัดเจนขน้ึ
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 11 ๖.๓.๒ นักเรยี นไดล้ งมือปฏบิ ัติจรงิ ตามทค่ี รูออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้แบบต่าง ๆ ไว้ ๖.๓.๓ นักเรียนพัฒนาทักษะกระบวนการอ่านการเขยี นได้ดียิง่ ขน้ึ ๖.๓.๔ นกั เรียนมีระดบั ผลฤทธ์ิทางการเรยี นในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยให้สูงขึน้ ๖.๓.๕ นักเรยี นทุกคนมนี ิสัยรกั การอา่ นและการเขยี นเพ่ิมข้ึน ๗. ปจั จยั แหง่ ความสำเรจ็ ๗.๑ คณะครทู ่ปี รึกษาให้คำปรกึ ษาและชีแ้ นะแนวทางในการดำเนินงานให้บรรลตุ ามเป้าหมายที่วางไว้ ๗.๒ ผูบ้ ริหารให้การสนบั สนนุ ดา้ นงบประมาณเปน็ อยา่ งดีทำให้มีส่ือทเ่ี อ้ือต่อการจดั การเรียนการสอน อยา่ งเพยี งพอ ๗.๓ ได้รบั การสนับสนุน ส่งเสริม และให้ความรว่ มมอื จากผู้ปกครอง ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ๗.๔ ครผู ู้จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ทเี่ นน้ กิจกรรมใหผ้ ูเ้ รยี นเป็นสำคญั เปิดโอกาสให้นักเรียนไดฝ้ ึกฝนทักษะ ตา่ ง ๆ ตามความสนใจ และลงมือปฏบิ ตั ิจรงิ ด้วยตนเอง ๘. บทเรยี นททไี่ ด้รับ (Lesson Learned) จากการดำเนินงานของนวัตกรรม “THREE 5 MODEL”ผู้ดำเนินงานได้ดำเนินการด้วยระบบ PDCA โดยกำหนดเป้าหมาย นโยบายให้สอดคล้องกับจุดเน้นของ สพฐ. และสพป. พัทลุง เขต๒ และพัฒนาผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะกระบวนการที่สามารถเรียนรู้ได้เท่าทันในยุคศตวรรษที่ ๒๑ คือ “เดก็ ไทยวิถใี หม่ อ่านออกเขียนไดท้ ุกคน” โดยมขี ้อสงั เกต ข้อเสนอแนะ และข้อควรระวัง ดังนี้ ๘.๑ ข้อสังเกต ๘.๑.๑ การพัฒนาผู้เรียนด้วยบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ช้ัน ประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) ไม่ สามารถพัฒนาได้ด้วยทฤษฎีเพียงอย่างเดียวเท่าน้ัน แต่ต้องเน้น ย้ำ ซ้ำ และทบทวน สิ่งสำคัญ คือนักเรียนต้องได้ ลงมือปฏบิ ตั ดิ ้วยตนเอง ๘.๑.๒ หัวใจหลักในการพัฒนานักเรียน คือ ผู้บริหารและคณะครูผู้ดำเนินงาน แต่หาก ขาดความสนใจ ใส่ใจ และให้ความร่วมมือจากผู้ปกครอง การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของนักเรียนอาจไม่ ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายทว่ี างไว้ เพราะขาดความตอ่ เนื่องในการพัฒนา ๘.๒ ข้อเสนอแนะ ๘.๒.๑ กระบวนการจัดการเรียนรู้ขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ครูจึงควรศึกษาวิธีการ กระบวนการในการพฒั นาอย่างหลากหลายวธิ ี เพอ่ื ประสิทธิภาพสงู สุดของการพฒั นานักเรียน ๘.๒.๒ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ควรให้ผเู้ รยี นเลือกและตดั สนิ ใจในการปฏบิ ตั ิและลงมือปฏิบัติ ดว้ ยตนเองได้อยา่ งเต็มศักยภาพ
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 12 ๘.๓ ข้อควรระวงั ๖.๓.๑ ครูควรเป็นท่ีปรึกษาให้กับนักเรียนในการทำกจิ กรรม แต่การปฏิบัติควรใหน้ กั เรียนปฏิบัติ ด้วยตนเองกอ่ นเสมอ ๖.๓.๒ การกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาจมือข้อจำกัดด้วยความปลอดภัยกับวัย ของผเู้ รยี น การเอาใจใสผ่ เู้ รียนในการใช้สอื่ ตา่ ง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ครแู ละผปู้ กครองควรคำนึง ๘.๔ แนวทางการพฒั นา การดำเนินงานของนวตั กรรมบัญชีคำพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษา ปที ี๑่ ภายใต้การสอนโดยใช“้ THREE 5 MODEL” ( แกป้ ัญหานักเรยี นอา่ นไม่ออก เขียนไม่ได้) มีรปู แบบ การดำเนินงานที่สามารถบรรลุเปา้ หมายได้อยา่ งแท้จรงิ ประกอบด้วย PDCA เป็น วงจรการบริหารงาน คุณภาพ ซึ่งผ้จู ดั ทำได้มกี ารวางแผนงานจากวตั ถุประสงค์ และเปา้ หมายท่ไี ด้กำหนดข้ึน แล้วลงมอื ปฏบิ ัติ ตามขน้ั ตอนในแผนงานท่ไี ด้เขียนไว้อย่างเป็นระบบและมคี วามตอ่ เน่ือง สิ่งสำคัญคอื ต้องมีการตรวจสอบ ผลการดำเนนิ งานในแต่ละ่ ขัน้ ตอนของแผนงานว่ามปี ัญหาอะไรเกิดขน้ึ จำเปน็ ตอ้ งเปล่ียนแปลงแก้ไข แผนงานในขนั้ ตอนใด แลว้ นำผลที่ได้มาปรับปรงุ แก้ไขสว่ นที่มปี ญั หา หรือถ้าไม่มปี ัญหาใด ๆ ก็ยอมรับแนว ทางการปฏิบตั ติ ามแผนงานท่ีได้ผลสำเรจ็ เพือ่ นำไปใช้ในการพฒั นางานครัง้ ตอ่ ไป ๗. การเผยแพร่/การได้รับการยกยอ่ ง มีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ Line Facebook และเคยได้รับรางวัลเป็นผู้ที่มีวิธี ปฏบิ ัติทีเ่ ปน็ เลศิ ผลงานการพัฒนาการอา่ น ออกเขียนได้ RT จากสำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี ๘. บรรณานุกรม Prosoft /(ไมป่ รากฏปีที่พิมพ)์ .ทักษะต้องมีในศตวรรษท่ี-21-ใครขาดข้อไหนไปรเี ซ็ตตวั เองดว่ น.สบื คน้ จาก www.prosoft.co.th นายเฉลมิ ลาภ ทองอาจ./(2014).ปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไมไ่ ด:้ แนวทางแก้ไขอย่างเปน็ รูปธรรม. สบื คน้ จาก www.gotoknow.org วนัดดา./(2563).การจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้วงจรเดมมิ่ง (PDCA) เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21. สืบคน้ จาก www.kroobannok.com ลงชือ่ ………………………………………….ผดู้ ำเนินงาน นางสาวจันจิรา ขวญั จ้ยุ ตำแหนง่ ครู
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 13 ภาคผนวก
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 14 ภาพกิจกรรมการดำเนนิ งาน ด้วยนวตั กรรม “Three 5 MODEL” ภาพประกอบกจิ กรรม เกมพาเพลิน
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 15 ภาพประกอบกจิ กรรม ฝกึ อา่ น สะกดคำ ภาพประกอบกิจกรรม ฝึกเขยี น เรียนภาษา
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 16 ภาพประกอบกจิ กรรม ส่อื เทคโนโลยี สกู่ ารสรา้ งสรรค์ ภาพประกอบกิจกรรม หนนู ้อย นกั ประดษิ ฐ์
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 17
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 18
นวตั กรรม “Three 5 MODE” 19
นวัตกรรม “Three 5 MODE” 20 ประวตั ผิ ดู้ ำเนินงาน นวตั กรรม บญั ชีคำพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ชิ าภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท๑ี่ ภายใต้การสอนโดยใช“้ Three 5 MODEL” ( แก้ปัญหานกั เรยี นอา่ นไม่ออก เขยี นไม่ได้) ชือ่ ผดู้ ำเนินงาน นางสาวจันจริ า ขวัญจยุ้ ตำแหน่ง ครู คศ.๑ ครผู สู้ อนรายวชิ าภาษาไทย โรงเรยี นบ้านเกาะโคบ อำเภอปากพะยูน จงั หวัดพทั ลงุ สงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการรศกึ ษาประถมศึกษาพทั ลุง เขต๒ โทรศพั ทม์ อื ถอื ๐๙๓-๖๒๕๔๘๒๑ E-meil 56E๑๐๑๐๐๗@gmail.com
คู่มือการใช้งาน นวัตกรรม บัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) โดย นางสาวจันจิรา ขวัญจุ้ย ครู โรงเรียนบ้านเกาะโคบ อ.ปากพะยูน จ.พัทล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต๒
คำนำ การใช้สื่อ นวัตกรรมในการพัฒนาทางด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านเกาะโคบ จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับความหมาย ประเภทและตัวอย่างของนวัตกรรม ทางการศึกษา ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เกิดจากการรวบรวมข้อมูล ประเมินค่า วิเคราะห์และ สังเคราะห์ข้อมูล อันเป็นขั้นตอนการสร้างความรู้จากแหล่งสารสนเทศให้มีประสิทธิผลตรง ตามจุดประสงค์ ภายในนอกจากจะบรรจุเนื้อหาที่สังเคราะห์ได้แล้ว ยังมีส่วนแสดงขั้นตอนให้ เห็นเด่นชัดอีกด้วย ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่ง คู่มือการใช้งานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ได้ศึกษา ไม่มากก็ น้อยและหากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขิิภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
สารบัญ หน้า ๑ ๒ คำนำ ๒ สารบัญ ๓ ที่มาและความสำคัญ ๓ จุดประสงค์ของการพัฒนาผลิตสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ๕ OBEC Content center ๕ เป้าหมาย ๖ ทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดในการสร้าง/พัฒนาสื่อ ๗ ขั้นตอนการใช้ บทบาทขอครูผู้สอนในการใช้สื่อ บทบาทของผู้เรียนในการใช้สื่อ การประเมินการนำสื่อไปใช้ ภาคผนวก
ที่มาและความสำคัญ กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นความสำคัญของการยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยมีนโยบายให้ทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ความ สำคัญกับการจัดการศึกษาที่มีระบบ เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนไปสู่ความเป็นพลเมือง ที่พร้อมสมบูรณ์สามารถดำรงตนในสังคมอย่างปกติสุข สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขับเคลื่อนจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนสู่การปฏิบัติ ซึ่งสพฐ. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญให้นักเรียนทุกระดับชั้น อ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่องและสื่อสารได้ เพื่อเป็นการวางรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ระดับสูงต่อไป และเพื่อให้การดำเนินการจาก นโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษารวมทั้งสถานศึกษา สามารถดำเนินงานได้ไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องตามบริบทสภาพของท้องถิ่นและสภาพปัญหาของพื้นที่ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือโรงเรียน และคณะครูทุกคน นับเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนให้นโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อมุ่งเน้นให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่องและสื่อสารได้ นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นให้นักเรียนเป็น พลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการด้วย เฉลิมลาภ ทองอาจ (Tongaht, 2014) กล่าวว่า คนอ่านออกเขียนได้ เป็นผู้ที่มีพลังอำนาจในการที่จะคิด และตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง พร้อมกับอ้างถึงนายโคฟี อันนัน (Kofi Annan) อดีตเลขาธิการองค์การ สหประชาชาติ กล่าวสรุปว่า การอ่านออกเขียนได้คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชีวิต และเป็น เครื่องมือที่บุคคล สามารถนำไปใช้เพื่อการเสริมสร้างพลังอำนาจในตนเอง รวมถึงการเสริมสร้างพลังให้แก่สามเสา หลักของการพัฒนา ที่ยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาด้านสังคม และการปกป้อง สิ่งแวดล้อม จากคำกล่าวดังกล่าวแสดงให้ เห็นว่าพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการที่คนอ่านออก เขียนได้ หรือรู้หนังสือ ก็จะทำให้คนเหล่านี้มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะพัฒนา เปลี่ยนแปลงและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ อันเป็นเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
ที่มาและความสำคัญ จะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนล้วนความความสำคัญยิ่งในการพัฒนา ส่งเสริมทักษะและจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้น ด้านทักษะการอ่าน การเขียนให้แก่นักเรียน สถานศึกษา คณะครู จึงเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาระบบการศึกษา ผู้ดำเนินงานจึงศึกษาสภาพปัญหาการอ่าน การเขียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านหินเพิงสาขาพรุใหญ่ พบว่า มีนักเรียนบางส่วนยังขาดทักษะทางด้านการอ่านและการเขียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ซึ่ง จากรายงานการสรุปผลการอ่าน การเขียน โดยใช้เครื่องมือคัดกรองความสามารถในการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีนักเรียนที่อ่านไม่ออก คิดเป็นร้อยละ ๑๐.๗๑ เปอร์เซ็นต์ เขียนไม่ได้ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางโรงเรียนได้กำหนดเป้าหมายด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนตามนโยบายและ จุดเน้นของ สพฐ. คือ นักเรียนต้องอ่านออกเขียนได้ทุกคน จะเห็นได้ว่าผลสัมฤทธิ์ของการอ่านและการเขียนของนักเรีย นยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้ดำเนินงานจึงได้จัดทำบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้)ขึ้น และจัดทำคู่มือการใช้งานนวัตกรรมเพื่อสะดวกต่อการใช้งานของผู้ที่สนใจ และเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียน ให้สามารถเรียนรู้ได้เท่าเทียมกันในห้องเรียนและเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุงในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ และเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยต่อไป
จุดประสงค์ของการพัฒนาผลิตสื่ อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content center ๑.๑ เพื่อพัฒนาให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ทุกกคน ๑.๒ เพื่อยกระดับผลฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยให้สูงขึ้น ๑.๓เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนมีนิสัยรักการอ่านและการเขียน เป้ าหมาย เป้าหมายเชิงปริมาณ ๑). ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ อ่านออกเขียนได้อ่านคล่องเขียนคล่อง และสื่อสารได้ ๒). ร้อยละ ๙๕ ของนักเรียนมีผลฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น เป้าหมายเชิงคุณภาพ ๑). นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ อ่านออกเขียนได้อ่านคล่องเขียนคล่อง และสื่อสารได้ ๒). นักเรียนมีผลฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงขึ้น ๓). นักเรียนทุกคนมีนิสัยรักการอ่านและการเขียน
ทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดในการสร้าง/พัฒนาสื่อ การอ่านและการรู้หนังสือ เป็นทักษะที่จำเป็นยิ่งสำหรับการเรียนรู้และการพัฒนาชีวิตสู่ความสำเร็จ การอ่านอย่าง คล่องแคล่วและเข้าใจความหมายจะนำมาซึ่งความรู้และส่งเสริมให้เกิดการคิดวิเคราะห์ วิจารญาณแยกแยะและประยุกต์ใช้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต พร้อมทั้งสามารถถ่ายทอดสื่อสารให้ผู้อื่นทราบและเข้าใจได้ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของศตวรรษ ที่ 21 หากผู้เรียนบกพร่องหรือขาดความสามารถในการอ่าน จะส่งผลให้การเรียนรู้ไม่อาจก้าวหน้าได้และจะประสบความ ยากลำบากในการดำรงชีวิต จึงเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่ต้องพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารให้แก่ประชาชนตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ในระดับที่ซับซ้อน ขึ้นเมื่อเติบใหญ่จนกระทั่งสามารถดูแลตนเอง มีอาชีพและรายได้ เป็นนักคิดและเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือในวัยของการ ศึกษาภาคบังคับ จึงจำเป็นต้องพัฒนาการศึกษาในช่วงนี้ให้มั่นคง โดยพิจารณาว่าการอ่านออกเขียนได้อ่านคล่องเขียนคล่อง และสื่อสารได้ เป็นรากฐานที่สำคัญสูงสุดอันดับแรกๆของการพัฒนาขีดความสามารถของผู้เรียน การพัฒนาความสามารถการอ่านการเขียน นอกจากครูจะต้องเป็นองค์ความรู้เข้าใจทักษะกระบวนการพัฒนาความ สามารถการอ่านของนักเรียนทั้งนักเรียนปกติและนักเรียนที่ต้องได้รับการเอาใจใส่ เป็นพิเศษแล้ว ครูต้องเข้าใจถึงปัจจัย ความแตกต่างทางสติปัญญาและความแตกต่างทางพื้นฐานของครอบครัวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการพัฒนา ความสามารถการอ่านของนักเรียน ด้วยเหตุนี้การดำเนินงานพัฒนา การเรียนการสอนภาษาไทย จึงกำหนดเป็นนโยบาย สำคัญในการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาขีด ความสามารถของผู้เรียนให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ ในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก จากความสำคัญของการส่งเสริมและการพัฒนาความสามารถการอ่านการเขียนของนักเรียนข้างต้น ผู้ดำเนินงานในฐานะเป็นครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านเกาะโคบ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การ ศึกษาประถมศึกษาพัทลุง จึงมีแนวคิดในการส่งเสริมและพัฒนาการอ่านการเขียนของนักเรียน โดยการนำรูปแบบการ จัดการเรียนรู้ ภายใต้กรอบความคิด ตามนโบบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออกเขียนได้ทุกคน” โดยการขับเคลื่อนนโยบายสู่ นักเรียนทุกชั้นเรียนของโรงเรียนบ้านเกาะโคบเพื่อสนองจุดเน้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง ด้านการ อ่านและการเขียนภาษาไทย โดยให้นักเรียนได้พัฒนาการเรียนรู้ด้วยบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) โดยใช้ กระบวนขับเคลื่อนงานวงจรคุณภาพ “PDCA” คือ P (Plan การวางแผน การออกแบบ) D (Do การลงมือทำและปฏิบัติ) C (Check การประเมินผลและสรุปผล) และ A (Act การปรับปรุง แก้ไขและพัฒนา) ซึ่งสอดคล้องกับจุดเน้น สพฐ. ที่วางจุด เน้นการพัฒนาผู้เรียนไว้ ๒ ด้าน คือ ๑. ด้านความสามาถและทักษะ ๒. ด้านคุณลักษณะ โดยจุดเน้นด้านความสามารถ และทักษะจัดแบ่งตามภาคเรียนดังนี้ภาคเรียนที่๑ เน้นอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น มีทักษะการคิดพื้นฐาน ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย ส่วนภาคเรียนที่๒ เน้นอ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง มีทักษะการคิด พื้นฐาน ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
ขั้นตอนการใช้นวัตกรรมบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“T็HREE 5 MODEL” ( แก้ปั ญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) 5 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ( ๓ ฝ ๒ ค ) ๑. 5 Activities (๕ กิจกรรมอ่านเขียนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ) ประกอบด้วย ๑.๑ กิจกรรมเกมพาเพลิน เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นความสนใจ เตรียมความพร้อมของนักเรียน หรือเป็นการละลายพฤติกรรมของนักเรียนให้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน ๆ มีการใช้บัญชีคำศัพท์ พื้นฐานในการเล่นเกมใบ้คำโดยใช้ขั้นตอนการปฏิบัติของขั้นตอน ๒ ค ๑.๒ กิจกรรมฝึกอ่านวันละนิด จิตแจ่มใจ (แจกลูกประสมคำ) เป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติโดย ฝึกฝนให้นักเรียนอ่านคำศัพท์จากบัญชีคำศัพท์พื้นฐานของแต่ละห้องเรียน อ่านแบบแจกลูกประสม คำของคำศัพท์ โดยใช้ขั้นตอนการปฏิบัติของขั้นตอน ๓ ฝ ๑.๓ กิจกรรมฝึกเขียน เรียนรู้ เป็นกิจกรรมเชื่อมโยงจากการทำกิจกรรมที่ ๒ คือ เมื่อนักเรียน อ่านจนเกิดความชำนาญแล้วจึงให้นักเรียนฝึกฝนในการเขียนคำศัพท์จากบัญชีคำศัพท์พื้นฐานของ ห้องเรียน และเขียนประโยคง่าย ๆ โดยใช้ขั้นตอนการปฏิบัติของขั้นตอน ๓ ฝ ๑.๔ กิจกรรมสื่อเทคโนโลยี สู่การสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนใช้สื่อมัลติมิเดีย สื่อ เทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างสร้างสรรค์ควบคู่กับการดูคำศัพท์จากบัญชีคำศัพท์พื้นฐาน โดยใช้ขั้น ตอนการปฏิบัติของขั้นตอน ๒ ค ๑.๕ หนูน้อย นักประดิษฐ์ เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนรู้จักตอบแทนสังคม สร้างชิ้นงานที่แปลก ใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ไว้เป็นสื่อการเรียนรู้แก่น้อง ๆ รุ่นหลัง โดยใช้ขั้นตอนการปฏิบัติของ ขั้น ตอน ๓ ฝ
ขั้นตอนการใช้นวัตกรรมบัญชีคำพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่๑ ภายใต้การสอนโดยใช้“THREE 5 MODEL” ( แก้ปั ญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) 5 วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ( ๓ ฝ ๒ ค ) ประกอบด้วย ๓.๑ ๓ ฝ ๓.๑.๑ ฝ ตัวที่ ๑ ได้แก่ ฝึกสะกดคำ ชำนาญ (อ่าน) , สลับอ่านคำ จำประโยค , สนใจ ใฝ่เรียนรู้ , สอนปฏิบัติ ฝึกหัดซ้ำ ๆ , สอนเสริม เพิ่มตำรา ๓.๑.๒ ฝ ตัวที่ ๒ ได้แก่ ฝึกสะกดคำ นำสู่อักษร (เขียน) , สลับเขียน เรียนประโยค , สนใจ ใฝ่เรียนรู้, สอนปฏิบัติ ฝึกหัดซ้ำ ๆ , สอนเสริม เพิ่มตำรา ๓.๑.๓ ฝ ตัวที่ ๓ ได้แก่ ฝึกเสาะหาวิธี , เสริมเพิ่ม เติมแต่ง , สร้างสรรค์ ชิ้นงาน , สีสัน สดใส , สื่อแปลกใหม่ ด้วยมือเรา ๓.๒ ๒ ค ๓.๒.๑ ค ตัวที่ ๑ ได้แก่ คำศัพท์ น่ารู้ , ใครดู รู้บ้าง , คำใบ้ บอกทาง , คิดออก บอกไป , ความหมาย ของคำ ๓.๒.๒ ค ตัวที่ ๒ ได้แก่ ค้นคว้า หาคำศัพท์ , ค้นคว้า หาคำอ่าน , ค้นคว้าหาความหมาย , ค้นคว้า หาความรู้จากกูรู , ค้นดู สื่อสร้างสรรค์
การประเมินการนำสื่อไปใช้ในชั้นเรียน หลักการประเมินจะประเมินตามผลลัพธ์สู่ผู้เรียน 5 STEPS คือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เรียนรู้ได้อย่างเท่าทันในศตวรรษที่ ๒๑ ตอบสนองจุดเน้น 3 R 8 C คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เก่ง ดี มีสุข) โดยผลลัพธ์ทั้ง ๕ STEPS ประกอบด้วย ๑. S มาจาก Self-discipline (มีวินัย) คือ นักเรียนมีวินัยในการอ่านการเขียน ประเมินจากการส่งงาน ๒. T มาจาก Tactfulness (ฉลาด) คือ นักเรียนมีความฉลาดสู่ทักษะในศตวรรษทที่ ๒๑ ประเมินจากการส่งงาน การสังเกตในการทำกิจกรรม ๓. E มาจาก Effective คือ (ผลสัมฤทธิ์) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น ประเมินจากผลคะแนนสอบ ๔. P มาจาก Psychomotor Domain (ทักษะ) คือ นักเรียนมีทักษะการอ่านการเขียนที่ดีขึ้น ประเมินจากแบบประเมินการอ่าน การเขียน ๕. S มาจาก Smart student (คุณภาพ) คือ นักเรียนมีคุณภาพทางการศึกษา ประเมินจากผลคะแนนสอบ
บทบาทของครูผู้สอนต่อการใช้สื่อ ๑. เป็นผู้ชี้แนะแนวทาง ในการปฏิบัติในขั้นตอนของกิจกรรมต่างๆ ๒. เป็นผู้ประเมิน ความก้าวหน้าของผู้เรียน บทบาทของผู้เรียนต่อการใช้สื่อ ๑. ฝึกอ่าน ฝึกเขียน ๒.เรียนรู้ทักษะต่างๆตามกระบวนการสอน ๓. สร้างสรรค์ผลงาน ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น จากความรู้ที่ตนเองได้รับ
ภาคผนวก
ภาพการจัดการเรียนการสอน
Search
Read the Text Version
- 1 - 40
Pages: