Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวทางจัดการเรียนรู้ธศ.เอก-พุทธประวัติ

แนวทางจัดการเรียนรู้ธศ.เอก-พุทธประวัติ

Published by suttasilo, 2021-06-28 10:56:22

Description: แนวทางจัดการเรียนรู้ธรรมศึกษาเอกวิชาพุทธประวัติ

Keywords: แนวทางจัดการเรียนรู้,ธรรมศึกษาเอก,วิชาพุทธประวัติ

Search

Read the Text Version

144 แบบทดสอบวดั ผลการเรยี นร้ ู ผลการเรยี นรทู้ ่ี ๔ รูแ้ ละเข้าใจพุทธประวัติ เสด็จดบั ขันธปรินพิ พาน จำนวน ๘ ขอ้ คะแนน ๘ คะแนน คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว ๑. ดอกไมช้ นดิ ใดตกจากสวรรคใ์ นวนั พระศาสดาปรนิ พิ พาน ก. ดอกปาริฉตั ร ข. ดอกสาละ ค. ดอกบวั สวรรค์ ง. ดอกมณฑารพ ๒. พระกายของพระตถาคตผ่องใสยิ่งนกั ในกาลใด ก. ประสูติ ข. ตรสั ร ู้ ค. ปรินพิ พาน ง. ตรสั ร้แู ละปรนิ ิพพาน ๓. ใครเป็นผูถ้ วายผา้ สิงคิวรรณ ก. ตปสุ สะ ข. ปุกกุสะ ค. ภัลลิกะ ง. จุนทกัมมารบุตร ๔. ขอ้ ใดไมจ่ ดั เปน็ ถูปารหบคุ คล ก. พระพทุ ธเจา้ ข. พระอรหนั ต ์ ค. พระเจ้าจักรพรรดิ ง. พระอนาคาม ี ๕. ทูตทม่ี าขอแบง่ พระสารีริกธาตุครั้งแรก มีก่พี ระนคร ก. ๖ พระนคร ข. ๗ พระนคร ค. ๘ พระนคร ง. ๙ พระนคร ๖. ใครเปน็ อัครศาสนูปถัมภกในคราวทำสังคายนาครงั้ แรก ก. พระเจา้ อชาตศตั ร ู ข. พระเจา้ อโศก ค. มัลลกษตั ริย ์ ง. เจ้าลจิ ฉวี ๗. พระสาวกรูปใด บรรลพุ ระอรหนั ตใ์ นคนื กอ่ นทำปฐมสังคายนา ก. พระอุบาลี ข. พระอานนท ์ ค. พระสุภทั ทะ ง. พระฉันนะ ๘. สงั เวชนยี สถานท้งั ๔ ตำบล จดั เป็นเจดยี ์ประเภทใด ก. ธาตุเจดีย์ ข. บริโภคเจดีย ์ ค. ธรรมเจดยี ์ ง. อุทเทสิกเจดีย์ แนวทางการจดั การเรยี นร้ธู รรมศกึ ษา ชน้ั เอก วชิ าพทุ ธานุพทุ ธประวัติ

145 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น ผลการเรยี นรทู้ ี่ ๔ รแู้ ละเข้าใจพุทธประวัติ เสด็จดับขนั ธปรินพิ พาน ขอ้ ข้อ ๑ ง ๕ ข ๒ ง ๖ ก ๓ ข ๗ ข ๔ ง ๘ ข แนวทางการจดั การเรียนรู้ธรรมศึกษา ช้ันเอก วิชาพุทธานุพุทธประวตั ิ

146 ใบความร้ทู ่ี ๑๑ เสดจ็ ดบั ขันธปรนิ ิพพาน ปรเิ ฉทท่ี ๑๓ เสด็จดบั ขันธปรนิ ิพพาน ทรงปรารถธรรม พระผู้มีพระภาคประทับน่ัง ณ ริมพระวิหาร พระอานนท์เข้าเฝ้าถวายนมัสการกราบทูล ถึงความที่ตนหนักใจในพระอาการประชวรของพระพุทธองค์ในระหว่างพรรษา แต่ก็ดีใจอยู ่ หน่อยหนึ่งว่า พระองค์ยังไม่ปรารภภิกษุสงฆ์ตรัสพระพุทธวจนะอันใดอันหน่ึงแล้ว ยังจัก ไม่ปรินิพพานก่อน พระองค์ก็ตรัสว่า ภิกษุยังจะมาหวังอะไรในพระองค์อีก ธรรมทุกอย่าง พระองค ์ ก็แสดงเปิดเผย ไม่มีข้อล้ีลับหรือจะเก็บไว้ เพื่อภิกษุบางพวกก็ไม่มี ความอาลัยในภิกษุก็ไม่มี เดี๋ยวน ี้ อายุตถาคต ๘๐ ปีแล้ว เหมือนเกวียนเก่าท่ีชำรุด เขาดามไว้ด้วยไม้ไผ่ ล่วงเข้าสู่วัยชรา อาศัยสมาธิ ภาวนาก็พอพยุงไปได้ เธอจงอาศยั ตนเปน็ ท่พี งึ่ แหง่ ตนเถิด คร้ันวันรุ่งขึ้น เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในเมืองสาวัตถี เม่ือเสด็จกลับทำภัตกิจเสร็จแล้ว ก็เสด็จไปเมอื งเวสาลี พร้อมดว้ ยภิกษสุ งฆ์ ๕๐๐ รูป ประทับทก่ี ฏู คารศาลา ป่ามหาวนั พวกกษตั รยิ ์ ลิจฉวีสดับข่าว มีความยินดีนำสักการะมาถวาย สดับพระธรรมเทศนา ทูลอาราธนารับอาหาร บิณฑบาตในตอนเช้าวนั รงุ่ ข้นึ พอรุ่งเช้า เสด็จไปบิณฑบาตในพระราชนิเวศน์ ทรงทำภัตกิจเสร็จแล้วอนุโมทนา เสด็จออกจากพระนคร หันพระกายกลับมามองดูกรุงเวสาลีเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเสด็จไปยัง กูฏคารศาลา ปา่ มหาวนั ทรงทำนิมติ โอภาส ครั้นถึง จึงรับส่ังให้พระอานนท์ถือผ้านิสีทนะตามไปยังปาวาลเจดีย์ประทับนั่ง แลว้ ทรงตรสั วา่ อานนท์ ถา้ บคุ คลใดเจรญิ อทิ ธบิ าท ๔ ประการ ปรารถนาจะดำรงอยปู่ ระมาณกปั ปห์ นง่ึ หรอื มากกว่าน้ันกส็ ามารถจะอยูไ่ ด้ถึง ๓ ครงั้ พระอานนทก์ ็ไมส่ ามารถจะร้ทู นั จงึ ทรงขับไล่ไปเสีย ปลงอายสุ ังขาร เมื่อพระอานนท์หลีกไป มารได้เข้ามาเฝ้าทูลอาราธนาให้ปรินิพพาน พระองค ์ ทรงรับและตรัสว่า ต่อไปนี้อีก ๓ เดือน ตถาคตจะปรินิพพาน พอมารไปแล้ว พระองค์ทรงปลงอายุ สังขาร จงึ เกดิ แผ่นดินไหว พระอานนท์เกดิ ความสงสัยเขา้ ไปทลู ถาม พระองคต์ รสั ตอบว่า เหตุท่ีทำให้ แผน่ ดินไหว มี ๘ ประการบัดน้ี ตถาคตปลงอายุสงั ขาร อีก ๓ เดือนจะปรินพิ พาน แผ่นดินจึงได้ไหว พระอานนทท์ ลู วงิ วอนขอใหพ้ ระองคด์ ำรงอยตู่ อ่ ไปอกี พระพทุ ธองคท์ รงหา้ มเสยี และตรสั วา่ พระองค์ ทรงทำนมิ ติ โอภาสแก่พระอานนท์ถึง ๑๖ ตำบล ในกรงุ ราชคฤห์ ๑๐ ตำบล ในกรุงเวสาลี ๖ ตำบล แตพ่ ระอานนท์รไู้ ม่ทัน จงึ เปน็ ความเขลาของพระอานนท ์ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ธรรมศกึ ษา ช้ันเอก วชิ าพุทธานพุ ุทธประวัติ

147 บิณฑบาตครง้ั สุดท้าย ต่อแต่นั้น ตรัสส่ังให้พระอานนท์บอกแก่ภิกษุสงฆ์เตรียมตัวเดินทาง เมื่อพร้อมกันแล้ว กเ็ สดจ็ ไปยงั บา้ นภัณฑคุ าม หตั ถีคาม อมั พคาม ชมั พุคาม โภคนคร ปาวานคร โดยลำดับ ประทบั อยู่ ท่สี วนมะม่วงของนายจนุ ทกัมมารบุตร นายจนุ ทะทราบขา่ ว มคี วามยนิ ดอี อกไปเฝ้า ไดส้ ดบั พระธรรม เทศนา ก็สำเร็จโสดาปัตติผล แล้วทูลนิมนต์ให้เข้าไปรับอาหารบิณฑบาตในบ้านวันรุ่งขึ้น พร้อมกับ ภิกษุท้ังหลาย ในคืนวันน้ันนายจุนทะให้ตระเตรียมโภชนาหารอันประณีตพร้อมทั้งสุกรมัททวะ ประกอบด้วยรสอนั โอชา ในวันรุ่งข้ึน เสด็จไปบ้านของนายจุนทะ ประทับนั่งแล้วตรัสให้นายจุนทะนำเอา สุกรมัททวะอังคาสแก่พระองค์แต่ผู้เดียว ที่เหลือให้ขุดหลุมฝังเสีย และให้อังคาสภิกษุสงฆ์ด้วย โภชนะอย่างอ่ืน คร้ันกระทำภัตกิจเสร็จ ตรัสอนุโมทนาแล้วเสด็จกลับ ในวันนั้นเองทรงประชวร ด้วยพระโรคโลหิตปักขันทิกาพาธ มีกำลังกล้าลงพระโลหิตเสวยทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า ได้แสดง บุรพกรรมทไ่ี ด้กระทำไวใ้ นชาตกิ ่อนของพระองค์และตรสั ว่า อานนท์ เรามาไปเมืองกสุ ินารากันเถดิ ทรงรบั ผา้ สงิ ควิ รรณ ในระหว่างทาง พระพุทธองค์ทรงกระหายน้ำเป็นกำลัง จึงเสด็จแวะยังร่มไม้ริมทาง พลางตรัสให้พระอานนท์นำน้ำมาให้เสวย ในขณะน้ัน ปุกกุสบุตรมัลลกษัติรย์ เดินทางมาจากเมือง กุสินารา เพ่ือจะไปเมืองปาวา โดยทางน้ันได้เห็นพระองค์จึงเข้าไปเฝ้า ได้สดับสันติวิหารธรรม เกิดความเล่ือมใส ได้น้อมผ้าคู่สิงคิวรรณมีค่ามากถวาย พระองค์ตรัสให้ถวายพระองค์ผืนหนึ่ง พระอานนท์ผืนหน่ึง แลว้ แสดงธรรมีกถา ปุกกุสะรื่นเรงิ ในกุศลจริยา แลว้ ทลู ลาจากไป ผลแห่งบณิ ฑบาตทาน เมื่อปุกกุสะหลีกไป พระอานนท์ได้นำผ้าสิงคิวรรณผืนหนึ่งเข้าไปถวาย พระองค์ทรง นงุ่ ผนื หนงึ่ หม่ ผนื หนงึ่ ปรากฏผวิ กายของพระองคง์ ามยง่ิ นกั พระอานนทอ์ อกปากชม พระองคต์ รสั วา่ ผิวกายของตถาคตงามบริสุทธ์ิ ๒ คราว คือ ในคืนตรัสรู้และในคืนที่จะปรินิพพาน แล้วได้เสด็จ ดำเนินต่อไปยังแม่น้ำกกุธานที เสด็จลงเสวยและสรงสนานสำราญพระกายตามพุทธอัธยาศัย แล้วเสด็จประทับยังร่มไม้ ตรัสส่ังให้พระจุนทะปูลาดสังฆาฏิถวาย ทรงบรรทมเพ่ือระงับ ความลำบากพระวรกาย เม่ือหายเหน็ดเหน่ือยแล้ว ตรัสแก่พระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์อาจจะม ี คนทำความร้อนใจให้กับจุนทะว่า เพราะบิณฑบาตท่ีเขาถวาย พระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญว่า บิณฑบาตท่ีทายกถวายพระตถาคต ๒ ครั้ง มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ คร้ังท่ีตถาคตเสวยแล้ว ได้ตรสั รู้ และคร้ังท่ีตถาคตเสวยแลว้ ปรินพิ พาน ทรงปรารภสักการบูชา ต่อแต่น้ัน พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุทั้งหลาย เสด็จข้ามแม่น้ำหิรัญญวดีไป เมืองกุสินารา เสด็จเข้าไปยังสาลวโนทยานแห่งมัลลกษัตริย์ โปรดให้พระอานนท์ปูลาดเตียงบรรทม ณ ระหว่างนางรังทั้งคู่ แล้วเสด็จบรรทมสีหไสยาสน์โดยมิได้คิดท่ีจะลุกขึ้นอีก คร้ังน้ัน นางรังทั้งคู ่ ผลิดอกบานเต็มต้นหล่นลงมายังพุทธสรีระ แม้ดอกมณฑารพในสวรรค์ ตลอดทิพยสุคนธชาติก็ตกลง แนวทางการจัดการเรียนรธู้ รรมศึกษา ช้ันเอก วชิ าพุทธานุพทุ ธประวัติ

148 มาจากอากาศเป็นมหัศจรรย์ พระองค์จึงแสดงแก่พระอานนท์ว่า การบูชาตถาคตด้วยอามิสบูชา แมม้ ากมาย เหน็ ปานนกี้ ไ็ มเ่ ชอ่ื วา่ บชู าตถาคต อานนท์ ผใู้ ดแลปฏบิ ตั ธิ รรมสมควรแกธ่ รรม ปฏบิ ตั ชิ อบยง่ิ ในธรรม ผนู้ ้นั ช่ือว่าบชู าตถาคต ในขณะนน้ั พระองค์ทรงใหพ้ ระอปุ วาณะทีย่ ืนถวายงานพัดอย่เู ฉพาะ พระพักตร์ให้หลีกไป พระอานนท์ทูลถาม พระองค์ตรัสว่า เทวดาทุกห้องชั้นฟ้าได้มาประชุม เพ่ือดูตถาคตเป็นครั้งสุดท้าย แต่อุปวาณะยืนบังเสีย จึงพากันยกโทษ เพราะไม่สมใจที่จะต้ังใจ มาเฝา้ ตถาคต สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล พระอานนท์กราบทูลว่า ครั้งก่อน พุทธบริษัททั้งหลายย่อมเดินทางมาเฝ้าพระผู้ม ี พระภาค ได้สนทนาปราศรยั แลว้ ไดโ้ อกาสอนั ดเี ช่นน้ัน ตรัสวา่ อานนท์ สังเวชนยี สถาน ๔ ตำบล คือ สถานที่ประสูติ ๑ สถานท่ีตรัสรู้ ๑ สถานท่ีแสดงปฐมเทศนา ๑ สถานที่ ปรินิพพาน ๑ ควรทพี่ ุทธบรษิ ัทจะไปดูไปเห็นและควรใหเ้ กิดสังเวชทวั่ กัน พระอานนท์ทูลถามเก่ียวกับการปฏิบัติในพระพุทธสรีระพระองค์ตรัสให้ปฏิบัต ิ เชน่ เดยี วกบั พระเจา้ จกั รพรรดิ และตรสั ถปู ารหบคุ คล คอื บคุ คลผคู้ วรแกก่ ารประดษิ ฐานในสถปู ๔ ประเภท คอื ๑. พระอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ๒. พระปจั เจกพทุ ธเจา้ ๓. พระอรหนั ตสาวก ๔. พระเจา้ จกั รพรรดิ แล้วตรสั เรอื่ งเมอื งกสุ นิ ารา พระอานนทก์ ราบทูลให้เสด็จไปปรนิ พิ พานในเมืองใหญ่ ๆ เช่น พระนคร ราชคฤห์ เป็นต้น ไม่ควรปรินิพพานที่เมืองกุสินารา เพราะเป็นเมืองเล็กเมืองดอน พระพุทธองค ์ ทรงรับสั่งว่า กุสินารานี้ แต่ปางก่อนเคยเป็นมหานครราชธานีนามว่ากุสาวดี พระเจ้ามหาสุทัศน์ จักรพรรดิราชทรงครอบครอง มีประชาชนหนาแน่น สงบสุขสมบูรณ์ด้วยสรรพส่ิงท้ังปวง ไม่เคย ขาดเสียง ๑๐ ประการ มเี สยี งช้าง เป็นตน้ ทง้ั กลางวนั กลางคนื คร้ันแล้วทรงรับส่ังให้พระอานนท์เข้าไปบอกพวกมัลลกษัตริย์ให้ทราบว่า ตถาคตเจ้า จักปรินิพพานยามที่สุดแห่งราตรีในวันนั้น เมื่อพวกมัลละทราบได้พากันมาเฝ้า พระอานนท์ก็จัดให้ เข้าเฝ้าเป็นสกลุ ๆ เสรจ็ เรียบร้อยภายในปฐมยามน่ันเอง โปรดสภุ ัททปริพาชก สมัยนั้น สุภัททปริพาชกได้ไปพบพระอานนท์เพื่อขอโอกาสเข้าเฝ้า ถูกพระอานนท์ ทดั ทาน อยู่ ๒-๓ คร้งั พระพทุ ธองคท์ รงสดบั จึงตรสั แกพ่ ระอานนท์ใหส้ ุภทั ทะเขา้ เฝา้ สภุ ทั ทะถามถึง ครทู ้ัง ๖ เปน็ พระอรหนั ตจ์ รงิ หรือไม่ พระองค์ตรัสวา่ อรยิ มรรค ๘ ประการ เป็นมรรคอนั ประเสริฐ ในธรรมวินัยนี้ สมณะ คือ ท่านผู้สงบระงับกิเลสได้ก็มีอยู่เฉพาะในธรรมวินัยน้ี หากภิกษุท้ังหลาย จะพึงปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในธรรมวินัยน้ีไซร้ โลกนี้จะไม่ถึงความว่างเปล่าจากพระอรหันต์ สุภัททะ เล่ือมใสทูลขอบวช เมื่อบวชแล้วหลีกออกจากหมู่บำเพ็ญสมณธรรม ก็ได้บรรลุอรหันต์ในราตรีวันน้ัน ได้เปน็ อรหนั ตปัจฉิมสาวก แนวทางการจัดการเรียนรธู้ รรมศึกษา ช้นั เอก วิชาพุทธานพุ ทุ ธประวตั ิ

149 โปรดใหล้ งพรหมทัณฑ ์ พระอานนท์ทูลถามถึงพระฉันนะว่า เป็นคนถือตัว ว่าเป็นข้าเก่า เป็นผู้ว่ายาก สอนยาก ไม่ยอมรับโอวาทใคร เม่ือพระองค์ปรินิพพานแล้วจะเป็นผู้ว่ายากหนักข้ึน ด้วยหาคนยำเกรงมิได้ พวกข้าพระองคจ์ ะพงึ ปฏบิ ัตเิ ชน่ ไร พระองคแ์ นะนำให้ลงพรหมทัณฑ์ คอื ภิกษทุ ง้ั หลายไม่พงึ วา่ กล่าว ไม่พึงโอวาท ไม่พึงส่ังสอน ไม่พึงเจรจาคำใด ๆ ด้วยท้ังสิ้น เว้นแต่คำอันเป็นกิจธุระโดยเฉพาะ ต่อแต่นั้นทรงประทานโอวาทว่า เมื่อตถาคตทรงปรินิพพานแล้ว เธอท้ังหลายไม่ควรดำริว่า บัดนี้ ศาสดาของเราไม่มีแท้จริง วินัยท่ีเราบัญญัติแก่เธอทั้งหลายก็ดี ธรรมท่ีเราได้แสดงแก่เธอ ทั้งหลายกด็ ี เมือ่ เราลว่ งไปแล้ว ธรรมและวนิ ัยน้ันแลจักเปน็ ศาสดาของเธอทง้ั หลาย ประทานปัจฉมิ โอวาท ลำดับน้ัน พระองค์ตรัสเตือนว่า ภิกษุท้ังหลาย บัดน้ี เราขอเตือนเธอท้ังหลาย สังขาร ทัง้ หลายมีความเสอื่ มความสนิ้ ไปเปน็ ธรรมดา เธอท้ังหลายจงบำเพ็ญไตรสิกขา คอื ศีล สมาธิ ปญั ญา ให้บริบูรณ์โดยความไม่ประมาทเถิด เม่ือพระผู้มีพระภาคตรัสพระโอวาทเป็นวาระสุดท้ายเพียงเท่าน้ ี ก็มิได้ตรัสอะไรอีกเลย ทรงทำปรินิพพานกรรมด้วยอนุปุพพวิหารธรรมท้ัง ๙ โดยอนุโลมและปฏิโลม เปน็ ลำดับ เมือ่ ออกจากจตตุ ถฌานแล้ว ก็เสด็จดบั ขนั ธปรนิ พิ พานในปัจฉมิ ยามแห่งราตรีวสิ าขปรุ ณมี วนั เพ็ญเดอื น ๖ ขณะนน้ั หมื่นโลกธาตุก็หวน่ั ไหวท่วั พนื้ ปฐพ ี พระบรมศพไม่เคลื่อนท ่ี ขณะนั้น บรรดาพทุ ธบริษทั ทัง้ ปวง ตา่ งกเ็ ศร้าโศกร่ำไรรำพัน มีประการตา่ ง ๆ เป็นทีน่ ่า สลดใจยงิ่ นกั มหาชนเปน็ อนั มากแมจ้ ะอยหู่ า่ งไกล พอไดท้ ราบขา่ วตา่ งกถ็ อื ดอกไมข้ องหอมนานาชนดิ พากนั มาบูชาพระบรมศพไมข่ าดสายตลอด ๖ วัน ครั้นในวันท่ี ๗ มัลลกษัตริย์ได้ปรึกษาพร้อมใจกัน ในการท่ีจะอัญเชิญพระบรมศพ ไปโดยทศิ ทักษิณแหง่ พระนคร เพ่อื ถวายพระเพลงิ ภายนอกพระนคร แตก่ ็ไม่สามารถจะอญั เชญิ ไปได้ แม้แต่จะให้เขย้ือนให้เคล่ือนที่สักน้อยหน่ึงก็ไม่ได้ จึงได้เรียนถามท่านพระอนุรุทธะ พระเถระตอบว่า เพราะไม่ต้องประสงคข์ องเทวดา เทวดาทุกองคป์ ระสงคจ์ ะใหอ้ ญั เชญิ พระพุทธสรีระเขา้ พระนครก่อน โดยทางทิศอุดร เชิญไปท่ามกลางพระนครแล้วออกโดยทางประตูทิศบูรพา แล้วอัญเชิญไป ประดษิ ฐานถวายพระเพลิงทมี่ กฏุ พันธนเจดยี ์ พวกมลั ละได้ทราบเถราธบิ ายเช่นน้นั กผ็ ่อนตามอัญเชิญ พระบรมศพจากสถานท่ีน้ันไปได้อย่างง่ายดาย ประชาชนทั่วหน้าพากันสักการบูชาท่ัวทุกสถาน ตลอดทางท่ีพระบรมศพผา่ นไป พระนางมลั ลิกาถวายสักการะ ขณะน้ัน นางมัลลิกาทราบว่า ขบวนพระศพจะผ่านมาก็ดีใจ ดำริขึ้นว่านับต้ังแต่พันธ ุ ละล่วงไปแล้ว เครื่องประดับอันมีช่ือว่ามหาลดาประสาธน์ เราก็มิได้แต่งมิได้ประดับ คงเก็บรักษาไว้ อย่างดี ควรจะถวายเป็นอาภรณ์ประดับพุทธสรีระพระชินสีห์ในอวสานกาลบัดน้ีเถิด ครั้นเมื่อ แนวทางการจัดการเรียนรู้ธรรมศึกษา ชัน้ เอก วิชาพทุ ธานพุ ุทธประวัติ

150 ขบวนพระศพผ่านมา นางจึงแจ้งความประสงค์ให้ทราบ เมื่อเขาวางเตียงประดิษฐานพระบรมศพลง นางก็ถวายอภิวาทแล้วเชิญเครื่องมหาลดาประสาธน์คลุมพระบรมศพเป็นเครื่องบูชา ปรากฏว่า พระพทุ ธสรรี ะงามเจรญิ ตาเจริญใจยง่ิ นกั ถวายพระเพลงิ ไม่ติด ครั้นมหาชนอัญเชิญพระบรมศพไปทั่วพระนครแล้ว ก็อัญเชิญออกจากพระนครโดยทาง ประตูทิศบูรพาไปสู่มกุฏพันธนเจดีย์ ซ่ึงเป็นที่ต้ังจิตกาธาร อันสำเร็จด้วยไม้จันทน์หอมงามวิจิตร ท่ีได้จัดทำไว้แล้ว ก็จัดการห่อพระศพด้วยทุกุลพัสตร์ ๕๐๐ ชิ้น แล้วอัญเชิญประดิษฐานในหีบทอง ซ่ึงเต็มไปด้วยน้ำมันหอม ตามคำที่พระอานนทเถระแจ้งทุกประการ ครั้นเรียบร้อยแล้ว ก็อัญเชิญ หีบทองนั้นขึ้นประดิษฐานบนจิตกาธาร ทำการสักการบูชาแล้ว กษัตริย์มัลละท้ัง ๘ องค์ ก็นำเอา เพลิงจดุ เพอื่ ถวายพระเพลงิ พระเพลงิ ก็ไม่ติดตามประสงค์ จงึ ไดเ้ รียนถามพระอนรุ ทุ ธเถระ พระเถระ กล่าวว่า เทวดาต้องการให้คอยพระมหากัสสปเถระ เวลาน้ัน พระมหากัสสปเถระพาภิกษุสงฆ ์ เดนิ ทางจากปาวามายงั เมอื งกสุ นิ าราเพอื่ เฝา้ พระผมู้ พี ระภาค แตข่ ณะนนั้ เปน็ เวลาเทย่ี งวนั แสงแดดกลา้ พระเถระจึงพาภิกษุสงฆ์เข้าหยุดพักร่มไม้ริมทาง พอพระเถระพักอยู่สักครู่หน่ึง ก็เห็นอาชีวกผู้หนึ่ง เดินถือดอกมณฑารพก้ันศีรษะมาตามทาง ก็ย่ิงฉงนใจ ด้วยดอกมณฑารพนี้ หามีในมนุษยโลกไม่ เป็นของทิพย์ในเทวโลก จะตกมาในเฉพาะเวลาอันสำคัญ ๆ เท่านั้น หรือว่าพระบรมศาสดา ปรนิ พิ พานเสยี แลว้ นกึ สงสยั จงึ ลกุ ขน้ึ เดนิ เขา้ ไปใกลอ้ าชวี กผนู้ น้ั แลว้ จงึ ถามดู กไ็ ดท้ ราบวา่ พระบรมครู ปรินิพพานเสียแล้วได้ ๗ วัน ถึงวันนี้ พวกภิกษุทั้งหลายท่ียังเป็นปุถุชน ได้ฟังแล้วก็โทมนัสเศร้าโศก ปริเทวนาการ สว่ นท่เี ป็นพระขีณาสพก็เกดิ สงั เวชสลดจิต ในทนี่ นั้ มภี กิ ษรุ ปู หนง่ึ บวชเมอ่ื ภายแกช่ อื่ วา่ สภุ ทั ทะ ลกุ ขนึ้ กลา่ วหา้ มภกิ ษวุ า่ ทา่ นทง้ั หลาย อย่าร้องไห้ไปเลย บัดนี้เราสบายแล้ว เมื่อพระองค์อยู่ยอมจู้จี้ เบียดเบียนบังคับห้ามปรามพวกเรา ตา่ ง ๆ นานาว่า ส่ิงน้คี วรสิ่งนี้ไม่ควร บดั นี้ พระองค์ปรนิ พิ พานแล้ว เราปรารถนาจะทำสงิ่ ใด กท็ ำได้ ตามชอบใจ พระมหากัสสปเถระได้ฟังก็สลดใจยิ่งนักว่า ดูเถิดพระพุทธองค์ปรินิพพานเพียง ๗ วัน เท่านั้น ก็เกิดอลัชชีคิดลามกถึงปานน้ี ต่อไปเบื้องหน้าจะหาผู้คารวะในธรรมวินัยไม่ได้ เราควร จะทำสังคายนา พระเถระทำไว้ในใจแล้วกล่าวปลอบประโลมภิกษุให้หายเศร้าโศก แล้วรีบ เดินทางตรงไปมกฏุ พนั ธนเจดีย ์ เตโชธาตุโพลงขน้ึ เอง คร้ันถึง จึงทำจีวรเฉวียงบ่า ประคองอัญชลี กระทำประทักษิณจิตกาธาร ๓ รอบ เข้าสู่เบ้ืองยุคลบาท น้อมนมัสการพระยุคลบาท กราบขอขมาโทษต่อองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค เมอื่ พระมหาเถระพรอ้ มดว้ ยพระภกิ ษสุ งฆก์ ราบนมสั การเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ เตโชธาตกุ บ็ นั ดาลเกดิ ขนึ้ เอง ดว้ ยอานุภาพของเทวดา พระเพลิงไดล้ กุ พวยพุ่งเผาพระสรรี ะ พร้อมทง้ั คู่ผา้ ๕๐๐ ชน้ิ กับทง้ั หบี ทอง แต่ยงั มีส่ิงที่พระเพลิงมิได้เผาใหย้ อ่ ยยับดว้ ยอานุภาพพุทธอธษิ ฐาน คอื แนวทางการจัดการเรียนรธู้ รรมศึกษา ชัน้ เอก วิชาพทุ ธานุพุทธประวตั ิ

151 ๑. ผา้ ห่มหุม้ พระบรมศพ ชน้ั ใน ๑ ผนื ชั้นนอก ๑ ผืน ๒. พระเขย้ี วแก้วท้งั ๔ ๓. พระรากขวัญทง้ั ๒ ๔. พระอุณหสิ ๑ รวมเป็นพระบรมธาตุ ๗ องค์น้ี ยังคงอยูเ่ ป็นปกตดิ ไี ม่กระจดั กระจาย แจกพระบรมสารรี กิ ธาตุ คร้ันเสร็จการถวายพระเพลิงแล้ว มัลลกษัตริย์ท้ังหลายได้นำถาดทองซึ่งเต็มไปด้วย สุคนธวารี มาโสรสสรงลงที่จิตกาธาร แล้วเก็บพระบรมสารีริกธาตุใส่ไว้ในพระหีบทองน้อย อัญเชิญ ข้ึนประดิษฐานไว้ ณ เบื้องบนรัตนบัลลังก์ ภายใต้เศวตฉัตร ณ พระโรงราชสัณฐาคาร ท้ังภายใน ภายนอกพระนคร และจัดให้มีการสมโภชบูชาด้วยดุริยางค์ดนตรีฟ้อนรำ ขับร้อง ท้ังกีฬา นักษัตร นานาประการ อยา่ งมโหฬารตลอด ๗ วนั ครั้งน้ัน พระเจ้าอชาตศัตรูผู้ครองนครราชคฤห์ ๑ พระเจ้าลิจฉวีแห่งเวสาลี ๑ พระมหานามราชาแห่งกบิลพัสดุ์ ๑ พระเจ้ากุสิยราชแห่งอัลลกัปปนคร ๑ พระเจ้าโกลิยะ แหง่ รามคาม ๑ พระเจา้ มลั ลราชแห่งปาวานคร ๑ พระมหาพราหมณแ์ ห่งเวฏฐทปี กนคร ๑ รวมเป็น ๗ ด้วยกัน ได้แต่งราชทูตและกองทัพไปขอส่วนแบ่งพระสารีริกธาตุ เพื่อมาบรรจุไว้บูชาที่พระนคร แหง่ ตน มัลลกษตั รยิ ์แหง่ กสุ นิ าราไม่ยอมให้กองทพั ทัง้ ๗ พระนคร ก็ประชดิ ตดิ เมอื งกสุ ินารา ฝา่ ยโทณพราหมณ์ผูบ้ ัณฑติ เปน็ อาจารย์สอนไตรเพทแก่กษตั รยิ ท์ ้ังหลาย เห็นเหตกุ ารณ์ เช่นน้ัน จึงได้เกลี้ยกล่อมกษัตริย์ทั้งหลายเลิกการประหัตประหารกัน เพราะพระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้นเหตุ ขอให้มีความสามัคคีกัน ขอให้ทุกพระองค์มีส่วนได้พระบรมสารีริกธาตุ อัญเชิญไป สักการะทั่วกัน ขอพระบรมสารีริกธาตุแพร่ออกไปยังพระนครต่าง ๆ เพ่ือเป็นที่สักการบูชา เคารพของมหาชนทั่วไปเถิด กษัตริย์ทั้งหลายได้สดับคำแห่งพราหมณ์ ก็พอพระทัย จึงพร้อมกันขอให้โทณพราหมณ์ เป็นผู้แบ่งปันพระบรมสารีริกธาตุ พราหมณ์ได้สดับคำยินยอมเช่นนั้น ก็ให้เปิดประตูเมืองเชิญ เสด็จกษัตริย์และเจ้านครทุกพระองค์เข้าภายในเมืองและให้เปิดพระหีบทองน้อย กษัตริย์ทุกพระองค์ นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เม่ือพวกกษัตริย์เหล่าน้ันมัวโศกเศร้ารันทดอยู่ จึงได้หยิบพระเขี้ยวแก้ว ข้างขวาเบ้ืองบนซ่อนไว้ในมวยผมแล้วจัดการตวงพระบรมสารีริกธาตุด้วยทะนานทอง ถวายกษัตริย์ ๗ พระนคร ไดพ้ ระนครละ ๒ ทะนานเทา่ ๆ กนั พอดี พระเข้ียวแกว้ ประดิษฐานอยู่เทวโลก ขณะที่โทณพราหมณ์กำลังตวงพระบรมสารีริกธาตุอยู่น้ัน ท้าวสักกเทวราชทราบด้วย ทพิ ยจักษุว่า โทณพราหมณล์ อบหยิบพระเขยี้ วแกว้ ซ่อนไว้ในมวยผม ทรงดำรวิ า่ กำลงั โทณพราหมณ์ ไม่สามารถจะทำที่สักการบูชาพระเข้ียวแก้วให้สมพระเกียรติอันสูงได้ สมควรจะเอาไปประดิษฐาน บูชาพระเข้ียวแก้วให้สมพระเกียรติ สมควรเอาไปประดิษฐานไว้ยังเทวโลกให้เทวดาและพรหม ท้ังหลายบูชาเถิด ครั้นดำริแล้ว ก็แฝงพระกายลงมาหยิบเอาพระเขี้ยวแก้วเชิญลงพระโกศทองน้อย อัญเชญิ ไปบรรจุไว้ทีจ่ ฬุ ามณี ณ ดาวดึงสพิภพ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ธรรมศกึ ษา ชั้นเอก วิชาพุทธานุพุทธประวัติ

152 ฝ่ายโทณพราหมณ์ เม่ือแบ่งปันพระสารีริกธาตุเสร็จแล้ว ค้นหาพระเข้ียวแก้วท่ีมวยผม ไมพ่ บกเ็ สยี ใจ จะถามหาใครกไ็ มไ่ ด้ กจ็ ะเสอื่ มเสยี เกยี รตขิ องตน จงึ กลา่ วขอทะนานทองทต่ี วงพระบรม สารรี กิ ธาตแุ กก่ ษตั ริยท์ ้ังปวง แล้วนำไปสรา้ งพระสถปู เจดีย์บรรจไุ ว้เพอ่ื สกั การบูชาของตนต่อไป ภายหลังกษัตริย์แห่งโมริยนครได้ทราบข่าว จึงได้ส่งทูตและกองทัพมาทูลขอส่วนแบ่ง พระบรมสารีริกธาตุ กษัตริย์กุสินาราจึงแจ้งให้ทราบว่า แบ่งกันไปหมดแล้วยังอยู่แต่พระอังคาร ดงั นน้ั ทตู โมรยิ นครจงึ ไดอ้ ญั เชญิ พระองั คารกลบั ไปสรา้ งสถปู บรรจไุ วเ้ พอื่ สกั การบชู ายงั พระนครของตน อันตรธาน ๕ แท้จริงอันตรธานมี ๕ ประการ คือ ๑. ปริยัติอันตรธาน การเสื่อมสูญแห่งพระปริยัต ิ ๒. ปฏิปตั ติอันตรธาน การเสอื่ มสูญแหง่ การปฏิบัติ ๓. ปฏิเวธอันตรธาน การเสอื่ มสูญแห่งการตรัสร ู ้ มรรค และผล ๔. ลิงคอันตรธาน การเส่ือมสูญแห่งสมณเพศ ๕. ธาตุอันตรธาน การเส่ือมสูญ แห่งพระบรมธาตุ ในบรรดาอันตรธาน ๕ นั้น ปริยัติอันตรธานก่อน ต่อไปปฏิปัตติอันตรธาน เมื่อการปฏิบัติไม่มี การบรรลุธรรมก็ไม่มี เมื่อการบรรลุธรรมไม่มี ต่อนาน ๆ ไปเพศสมณะก็ผันแปร และในการส้ินสดุ แห่งพทุ ธศาสนาพระบรมสารีริกธาตุกอ็ ันตรธานไปจากโลก ลำดบั พรรษายุกาล จำเดิมแต่พระผู้มีพระภาคตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว คำนวณพระชนมายุกาล ได้ ๓ พระวัสสาแลว้ กเ็ รมิ่ บำเพญ็ ปรหติ ประโยชน์โปรดเวไนยสตั ว์ ดงั น ี้ พรรษาท่ี ๑ เสดจ็ จำพรรษาที่ปา่ อสิ ิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณส ี พรรษาที่ ๒, ๓, ๔ เสด็จจำพรรษาทพี่ ระเวฬุวนั มหาวหิ าร ณ กรงุ ราชคฤห์ พรรษาที่ ๕ เสดจ็ จำพรรษาทก่ี ฏู าคารศาลา ป่ามหาวนั ใกลเ้ มืองเวสาลี พรรษาท่ี ๖ เสดจ็ จำพรรษาท่ีมกฏุ บรรพต ทรงทรมานอสรู เทวดา และมนษุ ย ์ พรรษาที่ ๗ เสด็จจำพรรษาทีป่ ณั ฑุกมั พลศลิ าอาสนภ์ ายใต้ร่มไมป้ ารชิ าตดาวดึงสพภิ พ พรรษาท่ี ๘ เสด็จจำพรรษาที่เภสกลาวนั ปา่ ไมส้ ีเสยี ด ใกลก้ รงุ สุงสุมารคีรีภคั ครฐั พรรษาท่ี ๙ เสดจ็ จำพรรษาทป่ี าลิไลยวนั อาศยั ชา้ งชอื่ ปาลไิ ลยหัตถที ำวัตรปฏบิ ตั ิ พรรษาที่ ๑๐ เสด็จจำพรรษาท่บี า้ นนาลายพราหมณ ์ พรรษาที่ ๑๑ เสดจ็ จำพรรษาที่ภายใตร้ ม่ ไม้ปุจมิ ณั ฑพฤกษไ์ มส้ ะเดา ใกลเ้ มอื งเวรัญชา พรรษาท่ี ๑๒ เสดจ็ จำพรรษาทป่ี าลยิ บรรพต พรรษาท่ี ๑๓ เสดจ็ จำพรรษาท่ีพระเชตวนั มหาวหิ าร ณ พระนครสาวัตถ ี พรรษาท่ี ๑๔ เสดจ็ จำพรรษาที่นโิ ครธารามมหาวิหาร ใกล้กรุงกบลิ พัสด ุ์ พรรษาท่ี ๑๕ เสด็จจำพรรษาท่อี คั คาฬวเจดีย์ ใกลเ้ มืองอาฬวี และทรมานอาฬวกยกั ษ์ พรรษาท่ี ๑๖, ๑๗, ๑๘ เสดจ็ จำพรรษาทเ่ี วฬวุ ันมหาวิหาร แนวทางการจดั การเรยี นรู้ธรรมศึกษา ชนั้ เอก วชิ าพุทธานุพทุ ธประวัติ

153 พรรษาที่ ๑๙ ถึง ๔๔ เสด็จจำพรรษาท่ีพระเชตวันมหาวิหารและบุพพาราม สลับกัน คอื ทรงจำพรรษาทเี่ ชตวนั อนาถบณิ ฑกิ เศรษฐสี รา้ งถวาย ๑๙ พรรษา ทบ่ี พุ พาราม นางวสิ าขาสรา้ งถวาย ๖ พรรษา ครนั้ ในพรรษาท่ี ๔๕ ซึ่งเป็นพรรษาสุดทา้ ย ทรงจำพรรษา ณ บา้ นเวฬุวคาม ใกลพ้ ระนคร เวสาลี ภายในพรรษาทรงประชวรอาพาธหนักครั้งหน่ึง ทรงเยียวยาบำบัดให้ระงับไปด้วยโอสถ คือ สมาบัติ คร้ันออกพรรษาแล้ว ได้รับส่ังแก่พระสารีบุตรว่าไม่ช้าแล้ว ตถาคตจะปรินิพพาน สารีบุตร ตถาคตจะไปพระนครสาวัตถี พระเถระรับแล้วออกมาส่ังพระสาวกให้เตรียมการตามเสด็จ พระพุทธองค์ พร้อมดว้ ยพระสงฆส์ าวกเสดจ็ ประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร แนวทางการจัดการเรียนรธู้ รรมศึกษา ชั้นเอก วชิ าพุทธานุพุทธประวัติ

154 บทที่ ๕ แบบทดสอบ แบบทดสอบธรรมศกึ ษา ชนั้ เอก ประกอบด้วย - แบบทดสอบก่อนเรยี น - เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - แบบทดสอบหลังเรยี น - เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน แนวทางการจดั การเรียนรธู้ รรมศกึ ษา ชั้นเอก วิชาพุทธานุพุทธประวตั ิ

155 แบบทดสอบก่อนเรียน วิชาพุทธานุพทุ ธประวตั ิ ธรรมศกึ ษา ช้ันเอก จำนวน ๕๐ ข้อ ๕๐ คะแนน คำชี้แจง ให้นกั เรียนเลือกคำตอบทถ่ี กู ต้องทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดียว ๑. พระพุทธเจ้าเสด็จอบุ ตั ิขน้ึ ในโลก เพอ่ื อะไร ก. เปน็ ศาสดาสร้างสนั ตภิ าพ ข. เปน็ ศาสดาค้มุ ครองโลก ค. เป็นศาสดาสรา้ งโลก ง. เป็นศาสดาสอนเวไนยสตั ว์ ๒. ความเช่ือถือขอ้ ใดแสดงความเป็นผูม้ ีมานะถือตวั ของชาวชมพทู วปี ก. โลกเทีย่ ง ข. โลกมที ส่ี ดุ ค. แบ่งชัน้ วรรณะ ง. ตายแลว้ เกิด ๓. ชมพูทวีปแบ่งออกเปน็ กีแ่ คว้นใหญ ่ ก. ๑๔ แควน้ ข. ๑๕ แคว้น ค. ๑๖ แควน้ ง. ๑๗ แคว้น ๔. ใครประกอบดว้ ยลักษณะแหง่ เบญจกัลยาณ ี ก. พระนางมายา ข. พระนางพมิ พา ค. พระนางกัญจนา ง. พระนางอมติ า ๕. เม่ืออสิตดาบสไหว้พระสทิ ธตั ถกมุ าร ราชสกุลได้ทำอยา่ งไร ก. หมดศรัทธา ข. เกดิ ศรทั ธา ค. มอบโอรสเปน็ บรวิ าร ง. ยอมเปน็ ทาส ๖. พราหมณช์ ื่ออะไรทำนายเจ้าชายสิทธตั ถะวา่ ตอ้ งออกบวชแนน่ อน ก. รามะ ข. อยัญญะ ค. โกณฑัญญะ ง. สทุ ัตตะ ๗. เจา้ ชายสิทธตั ถะมนี อ้ งชายร่วมพระราชบิดาคือใคร ก. พระอนรุ ทุ ธะ ข. พระภทั ทิยะ ค. พระอานนท ์ ง. พระนันทะ ๘. เจ้าชายสิทธตั ถะทรงหาอบุ ายแกค้ วามเมา ๓ ประการด้วยวธิ ีใด ก. ทรงศกึ ษาไตรเพท ข. ประทับในปราสาท ค. เสดจ็ ออกบรรพชา ง. เสดจ็ ออกไปประพาสปา่ แนวทางการจดั การเรยี นรธู้ รรมศึกษา ชั้นเอก วชิ าพทุ ธานุพทุ ธประวตั ิ

156 ๙. ในวนั ที่พระมหาบรุ ษุ เสด็จออกผนวช มีใครห้ามปราม ก. พระราชบดิ า ข. พระนางพิมพา ค. นายฉนั นะ ง. พญาวสวตั ดมี าร ๑๐. การบำเพญ็ ทุกรกิรยิ าในวาระท่ี ๓ พระมหาบรุ ษุ ทรงทำอย่างไร ก. กดพระทนต์ ข. กดพระตาลุ ค. กลน้ั ลมหายใจ ง. อดพระกระยาหาร ๑๑. ข้อใดไม่ใช่ทศบารมีที่พระมหาบรุ ุษทรงใชผ้ จญมาร ก. ทาน ข. ศลี ค. สมาธ ิ ง. ปญั ญา ๑๒. ญาณใดเปน็ เหตุใหร้ กู้ ารตายและเกดิ ของสตั วท์ ั้งหลายได้ ก. จุตปู ปาตญาณ ข. ทพิ พจกั ขุ ค. ปุพเพนิวาสานสุ สติญาณ ง. อาสวักขยญาณ ๑๓. หลังจากตรสั รู้แล้ว พระพุทธเจา้ ทรงพจิ ารณาปฏจิ จสมุปทานทีร่ ม่ ไม้ใด ก. พระศรมี หาโพธ ิ ข. ต้นราชายตะนะ ค. ต้นอชปาบนิโครธ ง. ตน้ มจุ ลินท์ ๑๔. ขณะเสวยวมิ ตุ ติสขุ ทีร่ ัตนฆรเจดีย์ พระพทุ ธเจา้ ทรงพจิ ารณาอะไร ก. พระสตู ร ข. พระวินยั ค. พระอภิธรรม ง. เวไนยสตั ว์ ๑๕. ขณะท่พี ระพุทธเจา้ ประทับใตต้ ้นราชายตนะ ทรงพบใคร ก. พราหมณห์ ุหกุ ชาต ิ ข. ตปสุ สะภลั ลกิ ะ ค. พระยามุจลินท์ ง. ยสกุลบตุ ร ๑๖. ผทู้ เี่ ขา้ ใจธรรมได้เมือ่ ผู้อื่นอธิบายความ เปรยี บกับดอกบวั เหลา่ ใด ก. บัวพ้นน้ำ ข. บวั เสมอนำ้ ค. บัวไมพ่ น้ น้ำ ง. บัวในตม ๑๗. มัชฌิมาปฏปิ ทา มคี วามหมายตรงกับขอ้ ใด ก. ทรมานตน ข. ทางสายกลาง ค. ท่ีสดุ โตง่ ง. ทีส่ ุดแหง่ ทุกข ์ ๑๘. อนปุ พุ พีกถา พระพทุ ธเจ้าตรัสพรรณนาเร่อื งอะไรกอ่ น ก. การรกั ษาศีล ข. การออกบวช ค. การให้ทาน ง. สวรรค ์ ๑๙. โกลิตะทำกตกิ ากบั ใคร ว่าผูใ้ ดบรรลธุ รรมวเิ ศษกอ่ นจงบอกแกก่ ัน ก. ยสกลุ บุตร ข. อัสสชิ ค. คยากัสสปะ ง. อปุ ตสิ สะ แนวทางการจดั การเรยี นรธู้ รรมศึกษา ชน้ั เอก วิชาพทุ ธานพุ ุทธประวตั ิ

157 ๒๐. พระสาวกรปู ใดได้ศษิ ยด์ ีและเปน็ กำลังพระศาสนา ข. พระยส ก. พระอสั สชิ ค. พระอานนท์ ง. พระสารีบตุ ร ๒๑. ความปรารถนาขอ้ ท่ี ๕ ของพระเจา้ พมิ พิสาร มใี จความว่าอย่างไร ก. ขอพระอรหนั ต์มาสแู่ คว้นของเรา ข. ขอพระอรหันต์แสดงธรรมแกเ่ รา ค. ขอให้เราได้รูท้ ่ัวถงึ ธรรมพระอรหันต์ ง. ขอให้เราได้นั่งใกลพ้ ระอรหนั ต ์ ๒๒. พระเจ้าพิมพิสารไดด้ วงตาเห็นธรรม เพราะฟังธรรมอะไร ก. รตนสูตร ข. มหาสมยสูตร ค. ธชัคคสูตร ง. อนปุ พุ พีกถาและอริยสจั ๔ ๒๓. ขอ้ ใดเรยี กว่าปฏิปุจฉาพยากรณ์ ก. ถามทีละข้อ ข. ตอบทลี ะข้อ ค. ยอ้ นถามแลว้ ตอบ ง. ตอบทันท ี ๒๔. พระสาวกรูปใดมีธรรมเปน็ เคร่ืองอย่เู สมอดว้ ยพระพุทธเจ้า ก. พระอนรุ ทุ ธะ ข. พระอานนท์ ค. พระมหากสั สปะ ง. พระอุบาล ี ๒๕. เจ้าชายศากยะท้ัง ๖ ให้อบุ าลีบวชก่อน เพราะเหตุใด ก. พระประสงคข์ องพระพุทธเจา้ ข. ตอ้ งการลดทิฐิมานะ ค. ความประสงค์ของอุบาลี ง. ให้ผ้มู ีอายุมากบวชก่อน ๒๖. กษตั ริย์ผรู้ ิเร่ิมทำปุพพเปตพลีในพระพทุ ธศาสนา พระนามวา่ อะไร ก. พระเจ้าปเสนทิโกศล ข. พระเจา้ พมิ พสิ าร ค. พระเจา้ อชาตศตั ร ู ง. พระเจา้ สทุ โธทนะ ๒๗. ใครประกาศว่าการบูชาเพลิงทต่ี นเคยประพฤติไม่มแี กน่ สาร ก. พระมหากัสสปะ ข. พระยส ค. พระอรุ เุ วลกสั สปะ ง. พระนทีกัสสปะ ๒๘. พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์วา่ อะไรเปน็ ภยั ใหญข่ องสัตว์โลก ก. ลาภ ข. ยศ ค. สุข ง. ทกุ ข ์ ๒๙. อะไรเปน็ อปุ สรรคของพระสาวกทีไ่ ปประกาศพระศาสนาในยคุ แรก ก. มคี นคดั ค้าน ข. มคี นดูหมิ่น ค. เดินทางลำบาก ง. ให้บวชเองไม่ได ้ ๓๐. บรรดามาณพ ๑๖ คน ใครบรรลุธรรมชา้ กวา่ เพือ่ น ก. อชติ มาณพ ข. ปงิ คยิ มาณพ ค. อทุ ยมาณพ ง. โปสาลมาณพ แนวทางการจัดการเรียนรู้ธรรมศึกษา ชั้นเอก วิชาพทุ ธานุพุทธประวตั ิ

158 ๓๑. พระสารบี ตุ รบรรลพุ ระอรหัตผลท่ีไหน ก. ถำ้ สกุ รขาตา ข. ถำ้ สตั ตบรรณ ค. ภเู ขาอิสิคลิ ิ ง. บ้านกลั ลวาลมตุ ตคาม ๓๒. เหตุใดพระศาสดารบั สั่งภกิ ษุผ้จู ะจาริกใหไ้ ปลาพระสารีบุตรก่อน ก. เรยี นกัมมฏั ฐาน ข. ให้สั่งสอน ค. ส่งพระไปดว้ ย ง. ใหค้ าถากันภัย ๓๓. อนาถปณิ ฑกิ เศรษฐไี ดด้ วงตาเหน็ ธรรม ณ สถานท่ีใด ก. เชตวัน ข. สีตวนั ค. เวฬุวัน ง. มิคทายวัน ๓๔. พระอานนทบ์ รรลโุ สดาปัตติผล เพราะฟังธรรมจากใคร ก. พระพทุ ธเจ้า ข. พระวปั ปะ ค. พระปุณณมันตานีบตุ ร ง. พระอสั สช ิ ๓๕. ใครทลู ขอวา่ กุลบุตรที่จะบวชต้องให้บดิ ามารดาอนุญาตกอ่ น ก. พระเจา้ สุทโธทนะ ข. พระอานนท์ ค. นางวสิ าขา ง. อนาถปณิ ฑิกะ ๓๖. พระศาสดาเสดจ็ กลับกรงุ กบิลพสั ดุต์ ามคำทลู เชญิ ของใคร ก. พระกาฬุทาย ี ข. พระอุบาล ี ค. พระอนุรุทธะ ง. พระอานนท์ ๓๗. ธรรมทุ เทศ ๔ ใครแสดงแกใ่ คร ก. พระสารีบุตรแสดงแกพ่ ระเจา้ พมิ พิสาร ข. พระอานนท์แสดงแกพ่ ระเจ้าปเสนทิโกศล ค. พระรฏั ฐบาลแสดงแกพ่ ระเจ้าโกรพั ยะ ง. พระมหากัจจายะนะแสดงแกพ่ ระเจา้ จัณฑบชั โชต ๓๘. พระสาวกรปู ใดอยู่ในครรภ์มารดานานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วนั ก. พระอุบาลี ข. พระสีวลี ค. พระวักกล ิ ง. พระโสภติ ะ ๓๙. พระนางมหาปชาดโี คตมแี สดงความตง้ั ใจจะบวชอยา่ งไร ก. อดอาหาร ข. กลน้ั ลมหายใจ ค. ตดั พระเกศา ง. ออกไปอยปู่ ่า ๔๐. ใครรับครธุ รรม ๘ ประการเปน็ คนแรก ก. พระนางปชาบดีโคตมี ข. นางเขมา ค. นางโรหิณ ี ง. นางปฏาจารา แนวทางการจัดการเรยี นรธู้ รรมศึกษา ช้นั เอก วชิ าพทุ ธานพุ ุทธประวตั ิ

159 ๔๑. ภิกษณุ รี ูปใดไดร้ บั ยกยอ่ งวา่ เปน็ ผู้เลิศด้านพระวินัย ข. อุบลวรรณาเถรี ก. เขมาเถรี ค. ปฏาจาราเถรี ง. รปู นนั ทาเถรี ๔๒. พระนางเขมาเถรไี ดร้ ับเอตทคั คะดา้ นใด ก. มปี ัญญามาก ข. มีฤทธมิ์ าก ค. ชำนาญสมาบตั ิ ง. มีความเพยี รมาก ๔๓. ดอกไมช้ นดิ ใดตกจากสวรรค์ในวันพระศาสดาปรินิพพาน ก. ดอกปาริฉตั ร ข. ดอกสาละ ค. ดอกบวั สวรรค์ ง. ดอกมณฑารพ ๔๔. พระกายของพระตถาคตผอ่ งใสยิ่งนักในกาลใด ก. ประสตู ิ ข. ตรัสรู้ ค. ปรนิ พิ พาน ง. ตรสั รแู้ ละปรนิ ิพพาน ๔๕. ใครเป็นผู้ถวายผา้ สิงควิ รรณ ก. ตปสุ สะ ข. ปุกกสุ ะ ค. ภลั ลกิ ะ ง. จุนทกมั มารบตุ ร ๔๖. ข้อใดไมจ่ ัดเป็นถูปารหบุคคล ก. พระพทุ ธเจ้า ข. พระอรหันต์ ค. พระเจ้าจักรพรรด ิ ง. พระอนาคาม ี ๔๗. ทตู ทม่ี าขอแบง่ พระสารีรกิ ธาตคุ รั้งแรก มกี ่พี ระนคร ก. ๖ พระนคร ข. ๗ พระนคร ค. ๘ พระนคร ง. ๙ พระนคร ๔๘. ใครเป็นอคั รศาสนปู ถัมภกในคราวทำสงั คายนาคร้ังแรก ก. พระเจา้ อชาตศัตร ู ข. พระเจ้าอโศก ค. มลั ลกษตั รยิ ์ ง. เจ้าลจิ ฉว ี ๔๙. พระสาวกรปู ใดบรรลพุ ระอรหนั ตใ์ นคืนกอ่ นทำปฐมสังคายนา ก. พระอบุ าลี ข. พระอานนท ์ ค. พระสุภัททะ ง. พระฉนั นะ ๕๐. สงั เวชนยี สถานทั้ง ๔ ตำบล จดั เป็นเจดยี ป์ ระเภทใด ก. ธาตุเจดยี ์ ข. บริโภคเจดยี ์ ค. ธรรมเจดยี ์ ง. อุทเทสกิ เจดีย ์ แนวทางการจัดการเรียนรู้ธรรมศกึ ษา ช้ันเอก วิชาพุทธานุพทุ ธประวัติ

160 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน วิชาพทุ ธานุพุทธประวัติ ธรรมศกึ ษา ชน้ั เอก จำนวน ๕๐ ข้อ ๕๐ คะแนน ขอ้ ข้อ ขอ้ ข้อ ขอ้ ๑ ง ๑๑ ค ๒๑ ค ๓๑ ก ๔๑ ค ๒ ค ๑๒ ก ๒๒ ง ๓๒ ก ๔๒ ก ๓ ค ๑๓ ก ๒๓ ค ๓๓ ข ๔๓ ง ๔ ก ๑๔ ค ๒๔ ค ๓๔ ค ๔๔ ง ๕ ค ๑๕ ข ๒๕ ข ๓๕ ก ๔๕ ข ๖ ค ๑๖ ข ๒๖ ข ๓๖ ก ๔๖ ง ๗ ง ๑๗ ข ๒๗ ค ๓๗ ค ๔๗ ข ๘ ค ๑๘ ค ๒๘ ง ๓๘ ข ๔๘ ก ๙ ง ๑๙ ง ๒๙ ง ๓๙ ค ๔๙ ข ๑๐ ง ๒๐ ก ๓๐ ข ๔๐ ก ๕๐ ข แนวทางการจัดการเรยี นรธู้ รรมศึกษา ช้ันเอก วชิ าพทุ ธานพุ ุทธประวัติ

161 แบบทดสอบหลังเรยี น วชิ าพุทธานพุ ทุ ธประวัติ ธรรมศกึ ษา ช้ันเอก จำนวน ๕๐ ขอ้ ๕๐ คะแนน คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบท่ถี กู ตอ้ งท่ีสดุ เพยี งคำตอบเดยี ว ๑. พราหมณ์ชอ่ื อะไรทำนายเจา้ ชายสิทธตั ถะวา่ ต้องออกบวชแนน่ อน ก. รามะ ข. อยญั ญะ ค. โกณฑัญญะ ง. สทุ ัตตะ ๒. เจา้ ชายสทิ ธตั ถะมนี ้องชายรว่ มพระราชบดิ าคอื ใคร ก. พระอนุรุทธะ ข. พระภัททิยะ ค. พระอานนท์ ง. พระนันทะ ๓. เจ้าชายสิทธัตถะทรงหาอุบายแกค้ วามเมา ๓ ประการดว้ ยวธิ ใี ด ก. ทรงศกึ ษาไตรเพท ข. ประทบั ในปราสาท ค. เสดจ็ ออกบรรพชา ง. เสด็จออกไปประพาสปา่ ๔. ในวนั ทีพ่ ระมหาบุรษุ เสด็จออกผนวช มีใครหา้ มปราม ก. พระราชบดิ า ข. พระนางพิมพา ค. นายฉันนะ ง. พญาวสวัตดีมาร ๕. การบำเพ็ญทกุ รกิรยิ าในวาระท่ี ๓ พระมหาบุรุษทรงทำอยา่ งไร ก. กดพระทนต์ ข. กดพระตาล ุ ค. กลน้ั ลมหายใจ ง. อดพระกระยาหาร ๖. พระพทุ ธเจา้ เสดจ็ อุบัติขึ้นในโลก เพ่ืออะไร ก. เปน็ ศาสดาสรา้ งสันตภิ าพ ข. เปน็ ศาสดาคุม้ ครองโลก ค. เปน็ ศาสดาสร้างโลก ง. เป็นศาสดาสอนเวไนยสัตว ์ ๗. ความเชอ่ื ถอื ข้อใดแสดงความเปน็ ผมู้ ีมานะถอื ตวั ของชาวชมพทู วีป ก. โลกเท่ยี ง ข. โลกมที ่สี ุด ค. แบง่ ช้ันวรรณะ ง. ตายแล้วเกิด ๘. ชมพูทวีปแบง่ ออกเป็นกี่แคว้นใหญ่ ก. ๑๔ แควน้ ข. ๑๕ แคว้น ค. ๑๖ แคว้น ง. ๑๗ แคว้น แนวทางการจัดการเรียนรู้ธรรมศกึ ษา ชนั้ เอก วชิ าพุทธานุพุทธประวัติ

162 ๙. ใครประกอบด้วยลักษณะแหง่ เบญจกลั ยาณี ก. พระนางมายา ข. พระนางพมิ พา ค. พระนางกญั จนา ง. พระนางอมิตา ๑๐. เม่ืออสิตดาบสไหวพ้ ระสทิ ธตั ถกมุ าร ราชสกลุ ไดท้ ำอยา่ งไร ก. หมดศรัทธา ข. เกดิ ศรัทธา ค. มอบโอรสเป็นบริวาร ง. ยอมเป็นทาส ๑๑. ผูท้ ีเ่ ข้าใจธรรมไดเ้ มื่อผอู้ น่ื อธบิ ายความ เปรียบกบั ดอกบวั เหลา่ ใด ก. บวั พน้ น้ำ ข. บวั เสมอน้ำ ค. บัวไมพ่ น้ นำ้ ง. บัวในตม ๑๒. มชั ฌิมาปฏปิ ทา มคี วามหมายตรงกับข้อใด ก. ทรมานตน ข. ทางสายกลาง ค. ท่ีสดุ โตง่ ง. ท่สี ดุ แห่งทกุ ข์ ๑๓. อนปุ พุ พีกถา พระพทุ ธเจ้าตรัสพรรณนาเร่อื งอะไรก่อน ก. การรักษาศลี ข. การออกบวช ค. การใหท้ าน ง. สวรรค ์ ๑๔. โกลติ ะทำกติกากับใคร ว่าผูใ้ ดบรรลธุ รรมวิเศษก่อนจงบอกแก่กัน ก. ยสกลุ บุตร ข. อสั สช ิ ค. คยากัสสปะ ง. อุปติสสะ ๑๕. พระสาวกรปู ใดได้ศษิ ย์ดแี ละเป็นกำลงั พระศาสนา ก. พระอสั สช ิ ข. พระยส ค. พระอานนท ์ ง. พระสารบี ุตร ๑๖. ขอ้ ใดไมใ่ ชท่ ศบารมีทีพ่ ระมหาบรุ ษุ ทรงใชผ้ จญมาร ก. ทาน ข. ศีล ค. สมาธิ ง. ปัญญา ๑๗. ญาณใดเปน็ เหตุใหร้ กู้ ารตายและเกดิ ของสตั วท์ ัง้ หลายได ้ ก. จุตปู ปาตญาณ ข. ทพิ พจกั ขุ ค. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ง. อาสวักขยญาณ ๑๘. หลงั จากตรสั รูแ้ ล้ว พระพุทธเจา้ ทรงพิจารณาปฏจิ จสมปุ ทานทรี่ ม่ ไมใ้ ด ก. พระศรีมหาโพธ ิ ข. ตน้ ราชายตะนะ ค. ตน้ อชปาบนโิ ครธ ง. ตน้ มจุ ลินท ์ ๑๙. ขณะเสวยวมิ ตุ ติสุขที่รัตนฆรเจดยี ์ พระพทุ ธเจา้ ทรงพจิ ารณาอะไร ก. พระสตู ร ข. พระวนิ ยั ค. พระอภิธรรม ง. เวไนยสัตว์ แนวทางการจดั การเรียนรูธ้ รรมศกึ ษา ชนั้ เอก วิชาพทุ ธานุพทุ ธประวัติ

163 ๒๐. ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นราชายตนะ ทรงพบใคร ก. พราหมณห์ ุหกุ ชาติ ข. ตปุสสะภัลลกิ ะ ค. พระยามจุ ลินท ์ ง. ยสกุลบตุ ร ๒๑. กษัตรยิ ์ผรู้ ิเร่มิ ทำปพุ พเปตพลีในพระพุทธศาสนา พระนามว่าอะไร ก. พระเจา้ ปเสนทโิ กศล ข. พระเจา้ พิมพสิ าร ค. พระเจา้ อชาตศัตรู ง. พระเจ้าสุทโธทนะ ๒๒. ใครประกาศว่าการบชู าเพลงิ ท่ตี นเคยประพฤติไม่มีแก่นสาร ก. พระมหากสั สปะ ข. พระยส ค. พระอรุ เุ วลกสั สปะ ง. พระนทกี สั สปะ ๒๓. พระพุทธเจ้าทรงพยากรณว์ า่ อะไรเป็นภัยใหญ่ของสตั วโ์ ลก ก. ลาภ ข. ยศ ค. สุข ง. ทกุ ข์ ๒๔. อะไรเปน็ อุปสรรคของพระสาวกทไี่ ปประกาศพระศาสนาในยุคแรก ก. มคี นคัดคา้ น ข. มคี นดหู มน่ิ ค. เดนิ ทางลำบาก ง. ใหบ้ วชเองไม่ได ้ ๒๕. บรรดามาณพ ๑๖ คน ใครบรรลุธรรมชา้ กว่าเพ่อื น ก. อชติ มาณพ ข. ปงิ คยิ มาณพ ค. อทุ ยมาณพ ง. โปสาลมาณพ ๒๖. ความปรารถนาขอ้ ที่ ๕ ของพระเจา้ พิมพิสาร มีใจความวา่ อยา่ งไร ก. ขอพระอรหนั ต์มาส่แู ควน้ ของเรา ข. ขอพระอรหันต์แสดงธรรมแกเ่ รา ค. ขอใหเ้ ราไดร้ ทู้ ัว่ ถงึ ธรรมพระอรหันต์ ง. ขอให้เราได้น่ังใกลพ้ ระอรหันต ์ ๒๗. พระเจา้ พิมพิสารได้ดวงตาเหน็ ธรรม เพราะฟังธรรมอะไร ก. รตนสตู ร ข. มหาสมยสตู ร ค. ธชัคคสูตร ง. อนุปพุ พีกถาและอริยสัจ ๔ ๒๘. ขอ้ ใดเรียกวา่ ปฏปิ ุจฉาพยากรณ ์ ก. ถามทลี ะข้อ ข. ตอบทลี ะข้อ ค. ย้อนถามแลว้ ตอบ ง. ตอบทนั ที ๒๙. พระสาวกรูปใดมีธรรมเปน็ เคร่อื งอย่เู สมอดว้ ยพระพทุ ธเจา้ ก. พระอนุรทุ ธะ ข. พระอานนท ์ ค. พระมหากัสสปะ ง. พระอบุ าล ี ๓๐. เจ้าชายศากยะท้งั ๖ ให้อบุ าลบี วชกอ่ น เพราะเหตใุ ด ก. พระประสงค์ของพระพุทธเจา้ ข. ตอ้ งการลดทิฐิมานะ ค. ความประสงค์ของอบุ าลี ง. ให้ผมู้ อี ายมุ ากบวชกอ่ น แนวทางการจดั การเรยี นรธู้ รรมศึกษา ชัน้ เอก วชิ าพุทธานพุ ุทธประวตั ิ

164 ๓๑. พระศาสดาเสด็จกลับกรงุ กบลิ พัสด์ตุ ามคำทูลเชญิ ของใคร ก. พระกาฬุทาย ี ข. พระอุบาลี ค. พระอนรุ ทุ ธะ ง. พระอานนท์ ๓๒. ธรรมุทเทศ ๔ ใครแสดงแกใ่ คร ก. พระสารีบตุ รแสดงแกพ่ ระเจา้ พิมพสิ าร ข. พระอานนทแ์ สดงแกพ่ ระเจ้าปเสนทิโกศล ค. พระรัฐบาลแสดงแกพ่ ระเจา้ โกรัพยะ ง. พระมหากจั จายะนะแสดงแกพ่ ระเจา้ จัณฑปชั โชต ๓๓. พระสาวกรูปใดอยใู่ นครรภม์ ารดานานถึง ๗ ปี ๗ เดอื น ๗ วนั ก. พระอบุ าล ี ข. พระสวี ลี ค. พระวักกลิ ง. พระโสภติ ะ ๓๔. พระนางมหาปชาดโี คตมีแสดงความต้ังใจจะบวชอยา่ งไร ก. อดอาหาร ข. กล้ันลมหายใจ ค. ตดั พระเกศา ง. ออกไปอยู่ป่า ๓๕. ใครรบั ครธุ รรม ๘ ประการเป็นคนแรก ก. พระนางปชาบดโี คตม ี ข. นางเขมา ค. นางโรหณิ ี ง. นางปฏาจารา ๓๖. พระสารีบุตรบรรลุพระอรหัตผลท่ไี หน ก. ถำ้ สุกรขาตา ข. ถ้ำสตั ตบรรณ ค. ภเู ขาอิสคิ ิล ิ ง. บ้านกลั ลวาลมุตตคาม ๓๗. เหตใุ ดพระศาสดารับส่ังภิกษุผจู้ ะจาริกให้ไปลาพระสารีบุตรกอ่ น ก. เรยี นกมั มัฏฐาน ข. ใหส้ ง่ั สอน ค. ส่งพระไปดว้ ย ง. ใหค้ าถากันภัย ๓๘. อนาถปิณฑิกเศรษฐไี ด้ดวงตาเหน็ ธรรม ณ สถานทีใ่ ด ก. เชตวนั ข. สตี วนั ค. เวฬุวัน ง. มคิ ทายวนั ๓๙. พระอานนทบ์ รรลโุ สดาปัตตผิ ล เพราะฟังธรรมจากใคร ก. พระพุทธเจา้ ข. พระวปั ปะ ค. พระปณุ ณมนั ตานบี ุตร ง. พระอัสสช ิ ๔๐. ใครทลู ขอว่ากลุ บุตรทจ่ี ะบวชต้องใหบ้ ดิ ามารดาอนุญาตก่อน ก. พระเจ้าสทุ โธทนะ ข. พระอานนท ์ ค. นางวิสาขา ง. อนาถบิณฑกิ แนวทางการจัดการเรียนร้ธู รรมศกึ ษา ชั้นเอก วิชาพุทธานุพุทธประวตั ิ

165 ๔๑. ข้อใดไมจ่ ัดเป็นถปู ารหบุคคล ก. พระพุทธเจ้า ข. พระอรหนั ต์ ค. พระเจ้าจักรพรรดิ ง. พระอนาคามี ๔๒. ทูตท่มี าขอแบง่ พระสารรี ิกธาตคุ ร้งั แรก มีกี่พระนคร ก. ๖ พระนคร ข. ๗ พระนคร ค. ๘ พระนคร ง. ๙ พระนคร ๔๓. ใครเปน็ อคั รศาสนปู ถัมภกในคราวทำสงั คายนาครัง้ แรก ก. พระเจ้าอชาตศัตร ู ข. พระเจา้ อโศก ค. มัลลกษัตริย ์ ง. เจ้าลจิ ฉว ี ๔๔. พระสาวกรูปใดบรรลุพระอรหันตใ์ นคืนก่อนทำปฐมสงั คายนา ก. พระอบุ าล ี ข. พระอานนท์ ค. พระสุภทั ทะ ง. พระฉันนะ ๔๕. สังเวชนยี สถานทั้ง ๔ ตำบล จดั เปน็ เจดยี ป์ ระเภทใด ก. ธาตเุ จดยี ์ ข. บรโิ ภคเจดยี ์ ค. ธรรมเจดยี ์ ง. อทุ เทสิกเจดยี ์ ๔๖. ภกิ ษุณีรปู ใดไดร้ บั ยกย่องว่าเป็นผเู้ ลิศดา้ นพระวินัย ก. เขมาเถร ี ข. อุบลวรรณาเถรี ค. ปฏาจาราเถรี ง. รูปนนั ทาเถร ี ๔๗. พระนางเขมาเถรไี ด้รับเอตทัคคะด้านใด ก. มปี ัญญามาก ข. มฤี ทธ์ิมาก ค. ชำนาญสมาบตั ิ ง. มคี วามเพียรมาก ๔๘. ดอกไมช้ นิดใดตกจากสวรรค์ในวนั พระศาสดาปรนิ พิ พาน ก. ดอกปารฉิ ตั ร ข. ดอกสาละ ค. ดอกบวั สวรรค์ ง. ดอกมณฑารพ ๔๙. พระกายของพระตถาคตผ่องใสยงิ่ นกั ในกาลใด ก. ประสูต ิ ข. ตรสั รู้ ค. ปรนิ ิพพาน ง. ตรัสรแู้ ละปรินพิ พาน ๕๐. ใครเป็นผ้ถู วายผา้ สิงควิ รรณ ก. ตปุสสะ ข. ปกุ กุสะ ค. ภัลลกิ ะ ง. จุนทกัมมารบตุ ร แนวทางการจดั การเรียนรู้ธรรมศกึ ษา ชัน้ เอก วชิ าพุทธานุพทุ ธประวตั ิ

166 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น วิชาพุทธานุพทุ ธประวัติ ธรรมศึกษา ช้นั เอก จำนวน ๕๐ ข้อ ๕๐ คะแนน ข้อ ข้อ ข้อ ข้อ ข้อ ๑ ค ๑๑ ข ๒๑ ข ๓๑ ก ๔๑ ง ๒ ง ๑๒ ข ๒๒ ค ๓๒ ค ๔๒ ข ๓ ค ๑๓ ค ๒๓ ง ๓๓ ข ๔๓ ก ๔ ง ๑๔ ง ๒๔ ง ๓๔ ค ๔๔ ข ๕ ง ๑๕ ก ๒๕ ข ๓๕ ก ๔๕ ข ๖ ง ๑๖ ค ๒๖ ค ๓๖ ก ๔๖ ค ๗ ค ๑๗ ก ๒๗ ง ๓๗ ก ๔๗ ก ๘ ค ๑๘ ก ๒๘ ค ๓๘ ข ๔๘ ง ๙ ก ๑๙ ค ๒๙ ค ๓๙ ค ๔๙ ง ๑๐ ค ๒๐ ข ๓๐ ข ๔๐ ก ๕๐ ข แนวทางการจดั การเรียนรธู้ รรมศกึ ษา ชัน้ เอก วชิ าพุทธานุพุทธประวัติ

ภาคผนวก



169 บรรณานุกรม กองพุทธศาสนศึกษา. (๒๕๕๗). คู่มือการจัดการเรียนการสอนและสอบธรรมศึกษาในสถานศึกษา (พิมพ์คร้ังท่ี ๑). กรุงเทพมหานคร : สำนกั งานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ. โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา. (๒๕๕๗). หลักสูตรการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑-ม.๓). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาต.ิ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง. (๒๕๕๗). ผลการสอบธรรมสนามหลวง ฉบับดีวีดี ประจำปี ๒๕๕๔-๒๕๕๖. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาต.ิ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง. (๒๕๕๖). เรื่อง สอบธรรมของสนามหลวง แผนกธรรม พ.ศ. ๒๕๕๖ (พมิ พ์ครัง้ ที่ ๑). กรงุ เทพมหานคร : สำนกั งานพระพุทธศาสนาแห่งชาต.ิ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง. (๒๕๕๘). เร่ือง สอบธรรมของสนามหลวง แผนกธรรม พ.ศ. ๒๕๕๗ (พิมพค์ ร้ังท่ี ๑). กรุงเทพมหานคร : สำนกั งานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ. แนวทางการจดั การเรียนร้ธู รรมศึกษา ช้นั เอก วชิ าพทุ ธานพุ ุทธประวตั ิ

170 คณะผจู้ ดั ทำ ๑. นางจำเริญ สีมารัตน ์ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดมะเกลอื ๒. นายธนกฤต ธรรมวณิชย์ รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดมะเกลือ ๓. นางวิไลวรรณ โอรส ศึกษานเิ ทศก์ สพป.นครปฐม เขต ๒ ๔. นางวไิ ลวรรณ ตรชี ้นั ศึกษานเิ ทศก์ สพป.นครปฐม เขต ๒ ๕. นางกฤษณา มัทวงั ครู คศ ๓ โรงเรียนวัดมะเกลือ ๖. นางอญั ชี สวัสดิ์ไทร ครู คศ ๓ โรงเรียนวดั มะเกลือ ๗. นางจำเรญิ พุ่มรินทร์ ครู คศ ๓ โรงเรียนวัดมะเกลอื ๘. นางสายทอง อินทรมณี ครู โรงเรยี นวดั มะเกลอื ๙. นางจริยา ศรีเพชร ครู คศ ๔. โรงเรยี นพระตำหนกั สวนกหุ ลาบมหามงคล ๑๐. วา่ ทรี่ ้อยตรสี นอง บัวงาม ครู คศ ๓ โรงเรยี นวดั จินดาราม ๑๑. นางเพ็ญศรี แต่งรุ่ง ครู คศ ๓ โรงเรยี นวดั โคกพระเจดยี ์ แนวทางการจัดการเรียนรธู้ รรมศกึ ษา ชัน้ เอก วิชาพุทธานุพุทธประวัติ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook