Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ปฏิบัติการสร้างสรรค์ ด้านกรอบแนวคิดทางนวัตกรรมการออกแบบ

ปฏิบัติการสร้างสรรค์ ด้านกรอบแนวคิดทางนวัตกรรมการออกแบบ

Published by Narongrit Kaewlai, 2021-12-21 07:48:45

Description: ปฏิบัติการสร้างสรรค์ ด้านกรอบแนวคิดทางนวัตกรรมการออกแบบ

Search

Read the Text Version

>> อรญั วานิชกร1 ณัชชา ศิรขิ วัญชัย2 02 ปฏิบัติการสรา้ งสรรค์ ด้านกรอบแนวคิดทางนวัตกรรมการออกแบบ Creative Practice on Conceptual Framework in Design Innovation 1 ผรู้ ับผดิ ชอบหลัก อาจารยป์ ระจำ� วิทยาลยั อตุ สาหกรรมสรา้ งสรรค์ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ E-mail address : [email protected] 2 นิสิตปรญิ ญาเอก สถาบนั วิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ บทคัดย่อ การสร้างองค์ความรู้เป็นเร่ืองสำ�คัญในปัจจุบัน และที่สำ�คัญยิ่งกว่านั้นคือการจัดการ องค์ความรู้ ท่มี แี นวทางและรูปแบบมากมายและหลากหลาย การวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจยั เชงิ ปรมิ าณ การวจิ ยั และพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ ตลอดจนการวจิ ยั เชงิ สรา้ งสรรคร์ ะหวา่ งทางของการได้ มาซง่ึ ผลงานนวตั กรรม ผลงานออกแบบและผลงานสรา้ งสรรค์ คอื องคค์ วามรู้ ขอ้ ก�ำ หนดในการ ท�ำ งานตอ่ ยอดสกู่ ารสรา้ งสรรคผ์ ลงาน องคป์ ระกอบทสี่ �ำ คญั ทส่ี ดุ สว่ นหนงึ่ ของการวจิ ยั คอื การ ออกแบบ หรอื การเขยี นกรอบแนวคดิ การวจิ ยั ซง่ึ เปน็ การก�ำ หนดภาพรวม เปรยี บเสมอื นแผนที่ การเดนิ ทางหรอื แบบพมิ พเ์ ขยี วส�ำ หรบั การวจิ ยั ไม่ใหน้ กั วจิ ยั หลงทางวกวน สนิ้ เปลอื งทรพั ยากร ที่ใช้ในการวิจัยต่างๆ อันได้แก่ งบประมาณ เวลา ซึ่งปลายทางอาจได้ข้อมูลท่ีไม่คล้องกับท่ี ตอ้ งการใชป้ ระโยชน์ในการตอ่ ยอดสงู่ านสรา้ งสรรค์ ถอื เปน็ การสน้ิ เปลอื งทรพั ยากรโดยใชเ่ หตุ การออกแบบกรอบแนวคิดการวิจัยจึงเป็นการออกแบบกระบวนการเพื่อจัดระเบียบ ความคิดและองค์ความรู้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซ่ึงมีหลากหลายวิธีการและเทคนิค ไม่มีรูปแบบ ใดรูปแบบหนึ่งท่ีเหมาะสมท่ีสุดกับทุกโจทย์การวิจัย วิธีการหรือแนวคิดอย่างหน่ึงจะไปหยิบใช้ กับอีกโจทย์หน่ึงไม่ใช่วิธีการท่ีเหมาะสม เน่ืองจากแต่ละวิธีล้วนมีข้อดีและข้อจำ�กัดที่แตกต่าง กันไปตามบริบทต่างๆ ผู้เขียนขอยกตัวอย่างเคร่ืองมือท่ีเกิดจากการประยุกต์ใช้ ผสมผสาน เครอื่ งมอื การควบคุมทางการมองเห็น (Visual Control) และ กรอบแนวคิดการวิจยั สว่ นหนง่ึ ที่ผู้เขียนได้มีประสบการณ์ใช้ในการดำ�เนินการวิจัยในสถานการณ์ของโจทย์วิจัยที่แตกต่างกัน 22 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

ออกไป วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจัยที่แตกต่างกันไป อันไดแ้ ก่ การบรรยาย การแสดงแนวทาง การปฏิบตั กิ าร การแสดงความสมั พันธ์ของตวั แปร การแสดงทฤษฎที ่เี ก่ียวขอ้ ง การแสดงผงั ความสัมพันธท์ ่ตี อ่ เนอ่ื ง ค�ำ สำ�คญั : กรอบแนวคดิ การวิจยั กระบวนการวจิ ยั การควบคมุ ทางการมองเห็น นวัตกรรมการออกแบบ ABSTRACT Knowledge creation is an important issue today. Moreover, there is knowledge that has many formats: qualitative research, quantitative research, product research and development, and creative research. Along the way of obtaining innovative results of designs and creations are the body of knowledge and the research’s requirements to further create the work. The most important element of research is the design or writing of the research framework, which sets the overall picture. It is like a travel map or blueprint for research that does not allow the researcher to waste research resources, such as, budget and time. The map prevents the researcher from receiving information that is inconsistent with the intended use of the creative work. Designing the conceptual framework of the research is to design a process to organize ideas and knowledge in a different way, which has a variety of methods and techniques. No format is most suitable for all research questions. Applying one method or concept to a different problem is not suitable. This is because each method has its advantages and limitations for different contexts. The author would like to give examples of tools that emerge from the application. It combines a visual control tool and a part of the research framework that the author has experience in researching different research situations. The different objectives of the research include lectures, demonstrations, operational guidelines, demonstration of the relationship of various related theories, and charting the ongoing relationship. Keywords : Research Framework, Research Process, Visual Control, Design Innovation ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 23

บทนำ� ปจั จบุ นั การสรา้ งองคค์ วามรเู้ ปน็ เรอื่ งทส่ี �ำ คญั ความรู้ในทกุ ศาสตร์ ทกุ แขนงตา่ งมคี วาม นา่ สนใจและพฒั นา ประยกุ ต์ ต่อยอดส่กู ารทำ�วิจยั เพื่อหาแนวทางและการค้นพบองคค์ วามรู้ ใหม่ๆ ต่อไป กระบวนวิธีวทิ ยาการวจิ ัยมหี ลากหลายวิธีเพอ่ื ตอบจุดประสงคข์ องการวจิ ยั ทีแ่ ตก ตา่ งกันไปตามบรบิ ทแวดล้อม ไมว่ า่ จะเปน็ การวจิ ยั เชงิ ปริมาณ การวจิ ัยเชงิ คณุ ภาพ การวจิ ยั เชงิ ศึกษาและพฒั นา ตลอดจนการวิจยั เชงิ สร้างสรรคศ์ ิลปกรรม โดยองค์ประกอบหนึ่งในการ ท�ำ วิจยั ทมี่ ีความสำ�คัญ เปน็ ดัง่ เข็มทศิ เสาหลกั ก�ำ หนดทิศทางและขอบเขตใหก้ ับงานวจิ ยั อนั เปน็ สงิ่ ทข่ี าดไม่ไดเ้ ลย คอื กรอบแนวคดิ การวจิ ยั (ชาย, 2550) ในการวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตร์ การ สรา้ งกรอบแนวคดิ การวจิ ยั มกั เปน็ ไปในรปู แบบ แนวทางเดยี วกนั เนอ่ื งจากเปน็ การวจิ ยั ทดลอง ทเ่ี กดิ จากการตงั้ สมมตฐิ าน การแปรผนั ตามกนั ระหวา่ งตวั แปรตน้ กบั ตวั แปรตาม ตลอดจนวจิ ยั ทางด้านสังคมศาสตร์ ท่ีมีลักษณะองค์ประกอบของการวิจัยที่มีความเป็นแบบแผนเดียวกัน การสร้างกรอบแนวคิดทางการวิจัยจึงค่อนข้างเป็นสิ่งท่ีสังเกตเห็นได้ชัดเจนและมีความเท่ียง ตรงสูง นอกจากการวจิ ัยทางวทิ ยาศาสตร์ และสงั คมศาสตร์แล้ว ยงั มีการวิจัยอีกแขนงหนึ่งท่ี มีความแตกต่าง และโดดเด่นในข้ันตอน กระบวนการของตนเอง อันไดแ้ ก่ การวิจยั สร้างสรรค์ ทางศิลปกรรม ซ่ึงมีความแตกตา่ งจากวิจัยสองแบบแรก กล่าวคอื วิจยั ทางการสร้างสรรคม์ ิได้ มกี รอบ หรือวธิ ีการตายตัวชัดเจน วธิ ีการ กระบวนการ ขั้นตอน ความโดดเด่นของงานวิจัยใน แตล่ ะเรอื่ งตา่ งเปน็ ไปตามบรบิ ทแวดลอ้ ม ปจั จยั เหตทุ อี่ ยู่โดยรอบการท�ำ วจิ ยั ครง้ั นน้ั ๆ การสรา้ ง แรงบันดาลใจ หรือการสร้างสรรคก์ รอบแนวคดิ ทางการวจิ ัยสร้างสรรคจ์ งึ สามารถเกดิ ขน้ึ จาก อะไรก็ได้ไมเ่ วน้ กระทง่ั การซาบซง้ึ แรงบนั ดาลใจจากสงิ่ ตา่ งๆ รอบตวั การน�ำ เสนอกรอบแนวคดิ การวจิ ยั ใหผ้ อู้ า่ นไดท้ �ำ ความเขา้ ใจและรบั รถู้ งึ องคค์ วามรทู้ ่ีไดส้ รา้ งขน้ึ นน้ั กม็ คี วามแตกตา่ งกนั ไป ตามลักษณะเด่นของงานวจิ ัยในแต่ละช้นิ ดว้ ยเหตนุ ้ี จึงเปน็ เหตใุ ห้ผูว้ จิ ยั เกดิ ความม่งุ หมายท่ีจะยกตัวอยา่ งกรณศี กึ ษาการสรา้ ง กรอบแนวคิดการวิจัยสร้างสรรค์ ท่ีได้จากการทบทวนวรรณกรรมและจากประสบการณ์การ ทำ�วิจัยส่วนหน่ึงของตัวผู้วิจัยเอง เพ่ือให้เกิดองค์ความรู้ด้านการสร้างกรอบแนวคิดการวิจัย อันจะเป็นประโยชนต์ ่อวงการการศึกษาทางการสร้างสรรคศ์ ิลปกรรมและการออกแบบตอ่ ไป วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย ศกึ ษาเคร่อื งมือต่างๆ จากการประยุกต์ใชก้ ารควบคมุ การมองเห็น (Visual Control) สู่ การออกแบบ การเขียนกรอบแนวคิดวิจัยในวัตถุประสงค์ต่างๆ เพ่ือใช้เป็นองค์ความรู้ในการ เรยี นการสอนในหลกั สตู รระดบั ปรญิ ญาโท ในรายวชิ า “ปฏบิ ตั กิ ารสรา้ งสรรคด์ า้ นกรอบแนวคดิ 24 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

ทางนวตั กรรมการออกแบบ” ( FDI511 CREATIVE PRACTICE IN CONCEPTUAL FRAMEWORK FOR DESIGN INNOVATION) ขอบเขตของโครงการวิจัย ศึกษาเคร่ืองมือ การประยุกต์ใช้การควบคุมการมองเห็น (Visual Control) สู่การ ออกแบบ การเขียนกรอบแนวคิดการวิจยั ในวตั ถุประสงคต์ า่ งๆ ผา่ นการรวบรวมงานวิจยั กรณี ศกึ ษาจ�ำ นวน 15 เรือ่ ง กระบวนการวิจัย 1. ทบทวนวรรณกรรม รวบรวมงานวจิ ัยกรณศี กึ ษา นวัตกรรมการออกแบบจ�ำ นวน 15 เรือ่ ง 2. วเิ คราะหก์ ารการประยกุ ต์ใชก้ ารควบคมุ การมองเหน็ (VisualControl) และการน�ำ เสนอการวจิ ยั 3. สังเคราะห์วิธกี ารประยุกต์กรอบแนวคดิ วจิ ยั ในวตั ถุประสงค์ต่างๆ และเครื่องมอื การนำ�เสนอที่มีความแตกตา่ งกัน ผลการวิจัย การสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์และการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างผลงานวาดภาพ ถ่ายภาพ ประตมิ ากรรม หรอื การออกแบบในดา้ นต่างๆ ไมว่ ่าจะเปน็ สถาปตั ยกรรม ตกแตง่ ภายใน ออกแบบผลติ ภณั ฑ์ แฟชน่ั เครอื่ งประดบั หรอื ดา้ นอน่ื ๆ ลว้ นแลว้ แตเ่ ปน็ การสรา้ งสรรค์ ผลงานผา่ นสายตาเปน็ ส�ำ คญั การสอื่ สารผา่ นการมองเหน็ ในบรบิ ทตา่ งๆ ไมว่ า่ จะดา้ น แนวคดิ กระบวนการสร้างสรรค์ เรื่องราว ย่ิงในผลงานสร้างสรรค์ปัจจุบันย่ิงมีความซับซ้อนข้ึนตาม บริบทของสังคมและวัฒนธรรมท่ีเปล่ียนแปลงไป มีการบูรณาการกับศาสตร์อ่ืนๆ ทำ�ให้วิธีคิด การทำ�งาน การสื่อสารเรื่องราวของชน้ิ งานมีกระบวนการท่ีซับซอ้ นมหี ลกั การ ตรรกะ เหตแุ ละ ผล มีวิธีคิดและกระบวนการท่ีเป็นระบบ มีวิธีการสื่อสารทางวิชาการในรูปแบบนี้ว่าการวิจัย สร้างสรรค์ การดำ�เนินการท่ีซับซ้อนน้ีจึงต้องมีการวางแผนท่ีดีตั้งแต่ แนวคิดในการทำ�งาน กระบวนการ ตลอดจนการสอื่ สารผลงานสรา้ งสรรค์ เครอื่ งมอื ทชี่ ว่ ยบริหารจดั การการทำ�งาน วิจัยสร้างสรรค์นคี้ ือ การควบคมุ ด้วยการมองเห็น (Visual Control) ซึง่ ชว่ ยในการวางแผนการ ด�ำ เนนิ งานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ เครอ่ื งมอื ในการสอื่ สารและควบคมุ ดว้ ยการมองเหน็ ส�ำ หรบั การทำ�งานมหี ลากหลาย ไดแ้ ก่ ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 25

ตาราง 1 เครื่องมอื ในการสือ่ สารและควบคมุ ด้วยการมองเหน็ ส�ำ หรับการท�ำ งาน (สถาบนั เพ่มิ ผลผลติ แห่งชาติ, 2563) ชนิดข้อมูล เครอ่ื งมือ สส่ิญังบล่งักบษอณก ์(เIคnรdือ่icงaหtiมoาnย) (Mark) ปห้ารยือชก่อืารตใ่าชงส้ ๆเี ขก้าามราบชอ่วกยตจ�ำดั แปหรนะเง่ ภพทืน้ หทมีส่ วาดธหารมณู่ ะ ทางเดิน เสน้ ทาง (แCสhดaงrดt)้ว ยแผนภาพ แผนภูมิ วผGิเังaคโnรรtางtะงCหาhน์เaพ,rื่อผt,กงั Tาเiครmปรeอื่รlับงinจปeกั ร,รุงM, FinlodwMDaipagเrพaอ่ืmใช, ้Pในroกcาeรsบsนั Cทhึกaแrtล,ะ ภาพกระบวนการท่ีกำ�ลังท�ำ งานอย่,ู ตัวอย่างชนิ้ งานหรือของเสยี ตัวอยา่ งของจริง ภาพถ่าย ภาพวาดผลติ ภณั ฑ์ เคร่ืองมือ ภาพวาด รูปถา่ ย Check Sheet, กราฟ, Pareto Diagram, ผังกา้ งปลา, Control 7 QC Tools Chart, ผงั กระจายความถี่ และ Histogram การแบ่งแยกขอ้ มลู เป็นสัดสว่ น ชว่ ยให้ผู้อา่ นเข้าใจข้อมลู ไดง้ ่าย ตาราง ขนึ้ โดยเฉพาะขอ้ มูลทเี่ ป็นตวั เลข การคัดเลือกเครื่องมือทุกชนิดเพ่ือนำ�ไปใช้งานขึ้นอยู่กับลักษณะของกระบวนการ สร้างสรรค์ หรือกระบวนการหาคำ�ตอบ วา่ เหมาะสมกบั การใชเ้ คร่อื งมอื ชนดิ ใด โดยเคร่ืองมอื ดังกลา่ วนอกจากช่วยในการคดิ วเิ คราะหข์ อ้ มลู การศึกษากอ่ นการทำ�งานสร้างสรรค์ได้แล้ว ยงั สามารถใช้ในสำ�หรบั ด�ำ เนินการวิจัยและแสดงผลลัพธ์ของการวจิ ยั สรา้ งสรรค์ได้อกี ดว้ ย แผนภาพเวนน-์ ออยเลอร์(VennandEulerDiagram) หรอื แผนภาพเซต เปน็ แผนภาพ ทแี่ สดงความเกย่ี วเนอื่ งเชงิ ตรรกศาสตร์ เปน็ เครอื่ งมอื ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการอธบิ ายนามธรรม ความคิดให้เกิดเปน็ รูปธรรมขน้ึ โดยใช้การเขยี นรปู ร่างปดิ เชน่ รปู สามเหล่ยี ม รปู วงกลม รปู วงรี แทนเซต และนยิ มใชร้ ูปสเี่ หล่ยี มผนื ผ้าแทนเอกภพสมั พัทธ์ แผนผังความคิด (Mind Map) คือไดอะแกรมท่ีแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของ มโนภาพทส่ี มั พนั ธก์ นั รปู แบบหนงึ่ จดุ เดน่ คอื สามารถเขยี นแยกยอ่ ยไปจนมคี วามละเอยี ดเทา่ ไหร่ ก็ได้ โดยปกตจิ ะใชร้ ปู วงกลมแทนมโนทศั นห์ รอื ความคดิ และเสน้ ลกู ศรแทนลกั ษณะและทศิ ทาง ของความสมั พนั ธน์ น้ั มคี �ำ ก�ำ กบั ไวว้ า่ วงกลมแทนมโนภาพของอะไร เสน้ ลกู ศรแทนความสมั พนั ธ์ ในลักษณะและทศิ ทางใด ในบางครั้งมกี ารใชก้ ารเน้นและแจกแจงเนอ้ื ความดว้ ยสแี ละการวาด รปู ประกอบ เพือ่ สอื่ การการดำ�เนนิ งานวจิ ยั สร้างสรรค์ตงั้ แตต่ ้นนา้ํ การศกึ ษา (Input) กลางน้าํ ระหวา่ งด�ำ เนนิ การ (Process) ไปจนถึงปลายนํ้าการพฒั นาและสร้างสรรค์ชนิ้ งาน (Out Put) อีกด้วย 26 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

เสน้ แบง่ เวลา(Timeline) เปน็ เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการรวบรวมการเปลย่ี นแปลง เหตกุ ารณ์ สำ�คัญๆ ที่เกิดขึน้ โดยสมาชกิ แต่ละคนชว่ ยกันน�ำ ประสบการณข์ องตนเองซ่งึ ต่างมีขอ้ มูลท่ตี น รู้ ตนทราบ มาบันทกึ ไว้ให้เปน็ รูปธรรม ช่วยท�ำ ให้ข้อมูลส�ำ คัญในอดีตไมส่ ญู หาย ท�ำ ใหเ้ ข้าใจ ที่มาท่ีไปของรากเหง้าในอดีต และได้ข้อมูลอย่างกว้างขวาง โดยรูปแบบการนำ�เสนอของเส้น แบง่ เวลาทม่ี กั พบเหน็ การใชง้ านประกอบดว้ ย 2 รปู แบบ คอื รปู แบบตาราง และรปู แบบเชงิ เสน้ SCAMPER (Osborn's Idea Stimulation Checklists) เปน็ เทคนิคท่พี ฒั นาขน้ึ มาโดย อเล็กซ์ ออสบอร์น (Alex Osborn) เป็นเครือ่ งมอื งา่ ยๆ ในการพฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์และ พฒั นาผลติ ภณั ฑ์ใหม่ โดยวธิ กี ารน้ี จะสรา้ งแนวคดิ ใชเ้ ปน็ ค�ำ ถาม เพอื่ คน้ หาแนวทางทเี่ ปน็ ทาง เลอื กทลี ะแนวทางใหมๆ่ ในการแก้ไขปญั หา นอกจากนย้ี งั สามารถน�ำ ไปใช้ในคดิ สรา้ งสรรคเ์ พอื่ หาแนวทางการแก้ไขปญั หา และเพิ่มประสทิ ธภิ าพของงานไดอ้ ีกด้วย นอกจากการใช้เครื่องมือควบคุมด้วยการมองเห็นและเคร่ืองมือทางนวัตกรรมการ ออกแบบดงั กลา่ วชว่ ยในการท�ำ งานวจิ ยั สรา้ งสรรคแ์ ลว้ นกั วจิ ยั อาจประยกุ ต์ใชห้ รอื สรา้ งกรอบ แนวคดิ การวจิ ยั จาก แนวคดิ ทฤษฎี หรอื หลกั การอน่ื ๆ ชว่ ยในการก�ำ หนดและจดั ระเบยี บแนวคดิ การท�ำ งานวจิ ยั ไดแ้ ก่ กรอบแนวคดิ ทมี่ าจากความสมั พนั ธข์ องตวั แปร การมงุ่ ท�ำ ความเขา้ ใจผล ของปจั จยั ตัวหนึ่งตอ่ ปจั จัยอีกตัวหนึ่งในรูปแบบของกระบวนการ ทีม่ าจากกระบวนการวจิ ยั เชิง คณุ ภาพ เปน็ องคค์ วามรทู้ ีป่ ระยกุ ตม์ าจากการวิจัยทางมนุษยศ์ าสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ ตลอด จนการประยกุ ต์ใช้จากแนวคิด การปฏบิ ัตงิ านประจ�ำ สกู่ ารวิจัย (Routine to Research: R2R) ซ่งึ เปน็ วิธีการวจิ ัยทมี่ จี ดุ เรม่ิ ตน้ จากการแกป้ ัญหาเรอ่ื งไมม่ เี วลาทำ�การวิจัยในทางการแพทย์ จึง ปฏบิ ตั งิ านประจ�ำ ไปพรอ้ มกบั การบนั ทกึ วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ผล พรอ้ มเขยี นรายงานผลในรปู แบบวิจัยหรือวิชาการไปพร้อมกัน ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ที่มุ่งเน้น การปฏิบัติการและทดลองไปพร้อมกับการบันทึก และรายงานผลผ่านการนิทรรศด้วยเช่นกัน ถือเป็นวัตรปฏิบัติของศิลปนิ ด้วยเช่นกนั งานวิจัยทางศิลปกรรม หรอื ทเ่ี รียกวา่ วิจัยสรา้ งสรรค์ (Creative Research) องคค์ วาม รู้ในการวจิ ัยอาจไม่ไดเ้ รมิ่ ตน้ จากการศึกษาแนวคดิ ทฤษฎภี าคเอกสารก็ได้ ซ่ึงตา่ งจากงานวิจัย ในสาขาอื่นๆ ที่การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัยได้มาจากศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง โดยการนําข้อมูลมา วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อมูลสําคัญที่เก่ียวข้องกับ ปัญหาวิจัย วิธีการสร้างกรอบแนวคิดแบบน้ี อาศัยการทบทวนวรรณกรรม ซ่ึงให้เห็นความ สาํ คัญเฉพาะองคค์ วามรูเ้ ดิมท่ถี กู บนั ทึกไว้ ซึง่ เรยี กว่าความรทู้ ว่ั ไปหรือความร้ชู ัดแจง้ (Explicit Knowledge) อนั เป็นสว่ นหนึง่ ของแนวคิดการจดั การความรู้ (Knowledge Management) โดย สามารถอธบิ ายได้ดงั น้ี แนวคิดการจัดการความรู้ (Knowledge Management) มีการระบุว่าความรู้มีอยู่ 2 ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 27

ประเภท ได้แก่ ความรู้ทั่วไปหรือความร้ชู ดั แจง้ (Explicit Knowledge) และความร้เู ฉพาะตวั หรอื ความรู้ทีฝ่ ังอยู่ในบคุ คล (Tacit Knowledge) จะเห็นไดว้ ่าความรูเ้ ฉพาะตัวยังไมถ่ กู นํามาใช้ ประโยชน์สาํ หรบั การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัยมากนัก โดยความรู้เฉพาะอาจเป็นองค์ความรู้ ภูมปิ ญั ญาและทกั ษะที่มีอยู่ในตัวผู้วิจัยเอง หรือเกิดจากการสัมภาษณ์ เพอ่ื ดงึ องค์ความร้จู าก ผมู้ ปี ระสบการณห์ รอื ผเู้ ชยี่ วชาญมาหลอมรวมสรา้ งเปน็ กรอบแนวคดิ การวจิ ยั จะทาํ ให้ไดก้ รอบ แนวคดิ ทที่ นั สมยั มากยง่ิ ขนึ้ โดยหากเปน็ องคค์ วามรทู้ อ่ี ยู่ในตวั ผวู้ จิ ยั ในรปู แบบแนวคดิ เรอื่ งราว หรอื ทกั ษะการสรา้ งสรรคห์ รอื แรงบนั ดาลใจกต็ าม สามารถออกแบบเปน็ กรอบแนวคดิ ทมี่ คี วาม ยืดหยุ่น โดยผู้วิจัยควรเข้าไปสัมผัสกับสถานการณ์จริงด้วยตนเองก่อน โดยส่ิงท่ีสำ�คัญเป็น อย่างยิ่งและเป็นตัวช่วยเป็นแผนในการกำ�หนดทิศทาง และกระบวนการวิจัยท่ีมุ่งสู่เป้าหมาย ไดเ้ ปน็ อย่างดี คอื การออกแบบกรอบแนวคิดการวจิ ัย ซึง่ เปรียบเสมือนการสร้างแผนท่สี �ำ หรบั การเดนิ ทางสอู่ งคค์ วามรทู้ เ่ี ปน็ ค�ำ ตอบของงานวจิ ยั ในรปู แบบตา่ งๆ การเขยี นกรอบแนวคดิ การ วิจัยมีหลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับทฤษฎี ความคดิ รวบยอด และประสบการณข์ องผ้วู ิจยั สามารถ ประยุกต์เทคนิควิธีการเขียนได้อย่างหลากหลายข้ึนอยู่กับบริบทของหัวข้อนั้นๆ โดยผู้เขียนมี ตัวอย่างจากประสบการณ์ทำ�งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ในส่วนของการวิจัยภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ ท้องถน่ิ ในแนวคดิ ตา่ งๆ และชุดวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วข้องกับการบรู ณาการขา้ มศาสตรศ์ ลิ ปกรรมร่วมกับ ศาสตรด์ า้ นอ่ืน ดังนี้ 1. ตัวอย่างกรอบแนวคิดจากบทความการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่ีระลึก เครอื่ งปนั้ ดินเผารว่ มสมัยเพอื่ สง่ เสรมิ การทอ่ งเที่ยวต�ำ บลเกาะเกร็ด” มีแนวคิดการเขยี นกรอบ แนวคิดการวจิ ัยจากปัญหาการวจิ ัย (อรญั , 2557) ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ภูมปิ ญั ญาอัตลักษณ์ วสั ดแุ ละ ตราสัญลกั ษณ์ใหม่ รูปแบบเดมิ ของเคร่ืองปั้นดินเผา รูปแบบผลิตภณั ฑเ์ คร่ืองป้ันดนิ เผา ความต้องการรูปแบบร่วมสมัย ร่วมสมัยที่มปี ระสทิ ธภิ าพและ ของสังคมปจั จุบัน ทรงคณุ ค่า ภาพ 1 ภาพแสดงกรอบแนวคิดการวจิ ัย เรื่อง การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ทร่ี ะลกึ เครอื่ งปั้นดินเผาร่วมสมัยเพ่อื ส่งเสริมการทอ่ งเทย่ี วตำ�บลเกาะเกรด็ ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั 28 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

กรอบแนวคิดในการวิจัยเร่ืองน้ีผู้เขียนใช้รูปแบบท่ีเป็นที่นิยมของนักวิชาการเกือบทุก ดา้ นเนอื่ งจากมคี วามเปน็ วทิ ยาศาสตรส์ งู สามารถใช้ไดท้ ง้ั งานวจิ ยั เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คณุ ภาพ ทมี่ กี ารก�ำ หนดค�ำ ถามวจิ ยั จากปญั หา เปน็ การถามเรอ่ื งหนง่ึ แลว้ จะไดค้ �ำ ตอบอกี เรอื่ งทสี่ มั พนั ธ์ ตอ่ เนอ่ื งกนั ไปในรปู แบบของตวั แปร เมอ่ื ก�ำ หนดตวั แปรแลว้ จะสามารถก�ำ หนดวธิ แี ละเครอ่ื งมอื การวจิ ยั ตอ่ ไปได้ โดยสว่ นใหญก่ ารก�ำ หนดตวั แปรจะประกอบไปดว้ ยตวั แปรตน้ และตวั แปรตาม โดยมลี �ำ ดบั จากกรอบทางซา้ ยคอื ตวั แปรตน้ หรอื ตวั แปรทศ่ี กึ ษา และมลี กู ศรแสดงความสมั พนั ธ์ มาสู่คำ�ตอบท่เี ปน็ กรอบทางขวาคอื ตัวแปรตาม โดยกรอบแนวคิดสามารถบอกการสรา้ งเครื่อง มอื เช่น การสัมภาษณ์และแบบสอบถามเพ่อื ให้ได้ตวั แปรต้น 2 เรื่องได้แก่ ตัวแปรด้านผ้ผู ลิต ด้านภูมิปัญญาอัตลักษณ์ ทักษะการผลิตของช่างวัสดุท้องถิ่น รูปแบบเครื่องป้ันดินเผา และ ตัวแปรด้านผู้บริโภคคือความต้องการใช้สอย รูปลักษณ์ที่ร่วมสมัยท่ีสอดคล้องกับการใช้สอย ในปัจจุบัน เม่ือได้คำ�ตอบของตัวแปรต้นจะนำ�มาใช้ต่อเป็นข้อกำ�หนดการออกแบบ (Design Criteria) เพ่ือใช้สร้างปริมาณงานออกแบบผลิตภัณฑ์ต่อไป โดยผู้วิจัยสามารถเขียนต้นแบบ ผลิตภัณฑท์ ี่ไดจ้ ากการออกแบบเปน็ ตัวแปรตามได้เลย ดังตวั อย่างภาพท่ี 1 2. ตัวอย่างกรอบแนวคิดจากบทความการวิจัยเรื่อง “องค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทย: การออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย” มีแนวคิดการประยุกต์กระบวนการวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสู่กระบวนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงภูมิปัญญาท้องถ่ิน (อรัญ, 2558) 1 7 2ซาบซง้ึ แรงบนั ดาลใจ ตน้ แบบ ศกึ ษา ร่างกาย 6 3การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบ จากภูมิปั ญญาไทย ตัดทอนรูปทรง 5 4 ประโยชน์ องคป์ ระกอบศลิ ป์ ใช้สอยปัจจุบัน ทฤษฎศี ลิ ป์ ภาพ 2 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ยั เร่ือง องค์ความรู้ ภมู ิปัญญาไทย: การออกแบบและสรา้ งสรรคผ์ ลติ ภัณฑ์ร่วมสมัย ทม่ี า : ผวู้ จิ ยั ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 29

โดยกรอบแนวคิดในการวิจัยคร้ังนี้ ผู้วิจัยเช่ือว่าการออกแบบทางภูมิปัญญาและ วัฒนธรรม ต้องเริ่มจากศิลปวัฒนธรรมเป็นตัวต้ัง โดยมีความซาบซ้ึงถึงคุณค่า และการร่าง ภาพ สเกตซ์ภาพเพื่อใหเ้ กดิ สนุ ทรียภาพก่อนทจี่ ะเร่ิมกระบวนการออกแบบตอ่ ไป โดยตัดทอน รูปทรงและวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ประกอบศิลป์ให้เกิดความรู้สึกใหม่ จากนั้นค่อยใส่ ประโยชน์ใช้สอยและทำ�การออกแบบหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อนจะสังเคราะห์ออกมาเป็นต้น แบบผลิตภณั ฑเ์ พอ่ื ให้เกบ็ คุณคา่ และอตั ลกั ษณท์ างวัฒนธรรมท้องถน่ิ ให้ได้มากทส่ี ุด จึงไดอ้ อก มาเป็นกรอบแนวคิดการวิจยั ในลักษณะของผงั งาน (Flow Chart) โดยนอกเหนือจากการใช้ผงั ความสมั พนั ธท์ างตวั แปรตน้ – ตวั แปรตาม ในงานวจิ ยั รปู แบบทเ่ี กดิ จากการศกึ ษา – ออกแบบ อันเปน็ การแปรผนั ตามกันเปน็ ตัวแปรตน้ ตวั แปรตาม และการเขียนกรอบแนวคิดการวิจยั เปน็ ผังงานในงานวิจัยรปู แบบทม่ี ขี ้นั ตอนการซาบซงึ้ เรื่องราว การถา่ ยทอดความคดิ สงู่ านออกแบบ แลว้ ยงั มกี ารใช้เครอ่ื งมอื หรอื ลกั ษณะการควบคมุ ทางการมองเห็นรูปแบบอื่นๆ ในการสรา้ ง กรอบแนวคิดการวจิ ยั อีก ตัวอย่างเชน่ การใชแ้ ผนผังความคิดอธบิ ายแนวความคดิ การวจิ ยั ดงั ตวั อยา่ งท่ี 3 3. ตัวอย่างกรอบแนวคิดจากบทความการวิจัยเร่ือง “การออกแบบและพัฒนา ผลติ ภณั ฑท์ รี่ ะลกึ องคก์ รจากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ” โดยการบรู ณาการจากทฤษฎที นุ นยิ มสรา้ งสรรค์ ภาพลักษณ์ท่แี ตกตา่ ง ภาพลักษณ์ทแ่ี ตกตา่ ง ภาพลักษณ์ดง้ั เดมิ องคก์ รท่ที ันสมัย Local มงุ่ สู่สากล รองรบั อาเซียน ภาพลักษณท์ ี่สอดคลอ้ ง ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ภาพลักษณ์ของ ภาพลกั ษณ์ทส่ี อดคล้อง งานหัตถศลิ ป์และวสั ดุ ผลิตภัณฑ์ชุมชน องคก์ รสว่ นใหญ่ - แบรนดข์ ององคก์ ร ธรรมชาตอิ นั ทรงคุณคา่ ที่ทรงคณุ ค่า - ช่วยเหลอสงั คม - บรรษัทธรรมาภบิ าล Local Identity Design Criteria กระบวผน ิลกตารัภวิณจั ์ฑยแRล&ะDพัฒนา LOGO Craft Earth Color Corporation Eco ผลการวิจยั ภาพลกั ษณ์ใหมท่ ีม่ ่งุ หมาย - ชว่ ยเหลอื ชุมชนท้องถิ่น ผลติ ภัณฑท์ ี่ระลึกองคก์ ร - ความประณีต จากภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น - บรรษัทธรรมาภบิ าล - เป็นมิตรตอ่ ส่ิงแวดล้อม Functional Compact Original ภาพ 3 แสดงกรอบแนวคดิ การวิจยั เรอ่ื ง การออกแบบและพฒั นาผลติ ภัณฑท์ ่รี ะลึกองคก์ รจากภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั 30 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

โดยมีแนวคิดการลดช่องว่างระหว่างองค์กรหน่วยงานร่วมกับผู้ผลิตสินค้าในท้องถ่ิน โดยออกแบบ สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ระลึกองค์กรจากภูมิปัญญาท้องถ่ิน เพ่ือประสาน ประโยชน์ร่วมกันโดยองค์กรได้ภาพลักษณ์ท่ีดีเพ่ือสังคม โดยชาวบ้านผู้ผลิตในท้องถิ่นได้มี รายได้เพิม่ เติม โดยในระหวา่ งวิเคราะห์ได้กลยุทธ์เิ พชร ซ่งึ เป็นข้อกำ�หนด 8 ด้านในการตรวจ สอบแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่ระลึกองค์กรจากภูมิปัญญาท้องถ่ิน ก่อนทำ�การออกแบบและพัฒนา ผลติ ภัณฑต์ อ่ ไป จึงเกดิ การสรา้ งกรอบแนวคิดการวจิ ยั นำ�เสนอผา่ นรูปแบบของแผนผงั ความ คิด (Mind Map) เพื่อแสดงเร่ืองราวความเช่ือมโยง การส่งผลต่อสิ่งหน่ึงไปสู่อีกส่ิงหน่ึงของ กระบวนการในขัน้ ตอนตา่ งๆ 4. ตัวอยา่ งกรอบแนวคิดจากบทความการวจิ ยั เรือ่ ง “การศึกษาเพอื่ สรา้ งสรรคท์ ศั น ศลิ ปแ์ ละการออกแบบผลติ ภณั ฑส์ �ำ หรบั แสดงภาพลกั ษณแ์ หลง่ ทอ่ งเทยี่ วกรงุ เกา่ อโยธยา” โดย มีแนวคิดการใช้เครือ่ งมือทางทัศนศิลป์ สเกตซ์เปน็ เครื่องมือการวิจัย (อรญั , 2561) เครือ่ งมอื การวจิ ัยโดยเทคนิคทศั นศลิ ป์ สนุ ทรียภาพ การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ทีร่ ะลึก การสงั เกตการณ์ร่วมกบั การสเกตซ์ และแรงบันดาลใจ จากสุนทรยี ะและแรงบันดาลใจ ภาพ 4 แสดงกรอบแนวคิดการวิจยั เรอ่ื ง การศกึ ษาเพ่ือสร้างสรรค์ทัศนศิลปแ์ ละการออกแบบผลติ ภัณฑ์ สำ�หรบั แสดงภาพลกั ษณแ์ หลง่ ทอ่ งเทยี่ วกรุงเก่าอโยธยา ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั มีแนวคิดการใช้เคร่ืองมือทางทัศนศิลป์ สเกตซ์เป็นเครื่องมือการวิจัย เพื่อให้ได้องค์ ความรคู้ อื สนุ ทรียะและแรงบนั ดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑต์ อ่ ไป เป็นการวิจัยสรา้ งสรรค์ โดยโดดเด่นในเรื่องของกระบวนการในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงใช้รูปแบบการนำ�เสนอกรอบ แนวคิดการวิจัยโดยการใช้ผงั งาน (Flow Chart) 5. ตัวอย่างกรอบแนวคิดจากบทความการวิจัยเร่ือง “การศึกษาและพัฒนาสินค้า ตกแต่งห้องทำ�งานจากอัตลักษณ์ไทยให้หน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งเสริมแนวคิดการประยุกต์ใช้ แท่งยาถมดำ�ไร้สารพิษ” ด้วยแนวคิดการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยแท่งถมยาดำ�ไร้ สารพิษผ่านการประยุกต์ใช้แผนภาพ“เวนน์” ซ่ึงเป็นแผนภาพแสดงความความเก่ียวเน่ืองเชิง ตรรกศาสตร์ (อรัญ, 2561) ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 31

เทคนิคใหม่ ศึกษาและพฒั นาสินค้าตกแต่งหอ้ งท�ำ งานจากอัตลักษณ์ไทย ลวดลายใหม่ ใหห้ นว่ ยงานภาครฐั ดว้ ยเทคนิคยาถมดำ�ไร้สารพิษ เพ่อื การตกแต่ง อัตลกั ษณ์จาก แรงบันดาลใจจาก หนว่ ยงานภาครัฐบาล แหลง่ ท่องเทยี่ วรอบ แนวคดิ เทคนคิ การ เกาะรัตนโกสนิ ทร์ ถมยาดำ�ไร้สารพิษ สนิ ค้าที่ระลกึ เพอื่ การทอ่ งเทยี่ ว การใชส้ อย และการตกแตง่ โตะ๊ ท�ำ งาน ภาพ 5 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ยั เรื่อง การศกึ ษาและพัฒนาสนิ คา้ ตกแตง่ ห้องท�ำ งานจากอัตลักษณไ์ ทยให้หน่วยงานภาครฐั เพอ่ื สง่ เสริมแนวคดิ การประยกุ ตใ์ ช้แท่งยาถมดำ�ไรส้ ารพษิ ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั โดยไดแ้ นวคดิ การวจิ ยั จากโจทยว์ จิ ยั คอื ความตอ้ งการใชป้ ระโยชนแ์ ละเผยแพรแ่ ทง่ ถม ยาดำ�ไร้สารพิษ ของ ขจีพร วงศ์ปรดี ี (2555) ได้ใชว้ สั ดุทดแทนท่ปี ลอดภยั เลอื กใช้ดบี ุกแทน ตะกว่ั ผสมกบั เงนิ และทองแดง หลอมละลายตามอตั ราสว่ นในเบา้ หลอมทนความรอ้ นจนโลหะ ท้งั 3 ชนิด เหลวรวมกันเป็นเนื้อเดยี ว เทหลอ่ ขน้ึ รปู ไดน้ วัตกรรมใหม่แทง่ ถมท่ปี ลอดสารตะกว่ั 100% (ขจพี ร วงศป์ รดี ,ี 2555) สู่การออกแบบด้วยแรงบนั ดาลใจจากสว่ นกลางทางวฒั นธรรม ของชาติคอื เกาะรตั นโกสินทร์ งานวจิ ัยคร้งั น้ผี เู้ ขียนได้เสนอแนะเครื่องมือวิจยั ด้วยการสเกต็ ช์ ภาพ โดยสามารถใชส้ �ำ หรบั การตกแตง่ ห้องทำ�งานในหนว่ ยงานภาครฐั บาลและการเป็นสินคา้ ที่ระลกึ ทางวฒั นธรรมท่เี ปน็ ตัวแทนของประเทศไทย 6. ตัวอยา่ งกรอบแนวคิดจากบทความการวิจัยเร่อื ง “ภาพลกั ษณ์การแพทย์แผนไทย: การออกแบบสู่ความเป็นศูนย์กลางอาเซียน” จากแนวคิด ภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล (Local Global) (อรญั , 2559) 32 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

แนลกวาะตั รพกวฒั รจิ รยันมา การแพทย์แผนไทย วิทSยcาieศnาcสeตร์ ภาพลักษณ์ กรPะroบcวrนeกssาร สAนุ eทsรthียeภtาicพ การแพทยแ์ ผนไทย สู่ความเป็นศูนยก์ ลาง อาเซยี น การจดั การ การแอนอวกคแดิ บบ ธุรกิจสุขภาพ สิ่งที่การแพทยแ์ ผนไทยมอี ยู่ สงิ่ ที่ไดเ้ พ่มิ เตมิ จากงานวิจยั ภาพ 6 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ยั เรื่อง ภาพลักษณ์การแพทยแ์ ผนไทย : การออกแบบสคู่ วามเปน็ ศูนยก์ ลางอาเซยี น ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั การแพทย์แผนไทยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาลหากแต่ยังมีภาพลักษณ์โบราณ ขาดความน่าเชื่อถือ และในส่วนของการหัตถการนวดไทย ยังมีภาพลักษณ์ที่ผิดเพ้ียนไปใน ทางท่ีไม่ดี ดังน้ันจึงเกิดการตั้งโจทย์การวิจัยข้ึนมาว่า ศิลปะและการออกแบบจะช่วยในส่วน ของการสรา้ งภาพลักษณ์ไดอ้ ยา่ งไร โดยการสรา้ งกรอบแนวคดิ การวจิ ัย ดว้ ยสัญลกั ษณ์ตา่ งๆ โดยสัญลักษณว์ งกลมแสดงสถานการณป์ จั จุบนั ของการแพทย์แผนไทย สัญลกั ษณ์ลวดลายสี เข้มแสดงส่ิงที่จะได้จากการบูรณาการทางการออกแบบเข้าไป จากการวิจัยช้ินน้ีท�ำ ให้ผู้วิจัยได้ องค์ความรู้ภาพสัญลักษณ์กลาง เพื่อจัดเตรียมไว้สำ�หรับการประยุกต์ใช้ในการออกแบบเพ่ือ ให้ภาพลักษณก์ ารแพทยแ์ ผนไทยพรอ้ มสสู่ ากลตอ่ ไป โดยหลงั จากได้องคค์ วามรกู้ ารออกแบบ ภาพลักษณ์การแพทย์แผนไทยแล้ว ผู้วิจัยได้ทำ�วิจัยในและคิดและบริบทต่างๆ เพื่อออกแบบ สร้างสรรค์องค์ประกอบต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาภาพลักษณ์การแพทย์แผนไทยในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเน่ืองดงั ตัวอยา่ งในล�ำ ดับถัดไป 7. ตัวอย่างกรอบแนวคิดจากบทความการวิจัยเรื่อง “การสร้างองค์ความรู้การวิจัย สรา้ งสรรคภ์ าพลกั ษณก์ ารแพทยแ์ ผนไทย ตามหลักแนวคดิ เซค”ิ โดยการประยุกต์ทฤษฎกี าร สร้างองค์ความร้เู ซคิ (อรัญ, 2561) ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 33

R&D4 R&D3 R&D1 R&D5 R&D2 Seci Model ภาพ 7 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ัย เรอื่ ง การสร้างองคค์ วามรู้การวจิ ยั สร้างสรรค์ภาพลกั ษณ์การแพทย์แผนไทย ตามหลกั แนวคิดเซคิ ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั ผู้วิจัยมีต้นทุนเดิมเป็นองค์ความรู้ด้านทัศนศิลป์และการออกแบบ หากแต่ยังขาด องคค์ วามรดู้ า้ นการแพทยแ์ ผนไทย เพอื่ พฒั นาแนวคดิ ในการออกแบบสรา้ งสรรค์ใหส้ อดคลอ้ ง กับกล่มุ เปา้ หมาย คอื กล่มุ หนว่ ยงานการแพทย์แผนไทย จึงได้ประยกุ ต์ใชแ้ นวคดิ การสร้างองค์ ความรเู้ ซคิ (SECI Model) เพอื่ เรยี นรแู้ ละเขา้ ถงึ องคค์ วามรู้ในสว่ นทยี่ งั ขาด ซง่ึ แนวคดิ การสรา้ ง องคค์ วามรู้SECI เปน็ ทฤษฎที เ่ี ปน็ กระบวนการทางสงั คม แรกเรมิ่ ถอื ก�ำ เนดิ มาเพอ่ื ใช้ในบรษิ ัทที่ ท�ำ อตุ สาหกรรมและธรุ กจิ แตท่ วา่ กรอบแนวคดิ นส้ี ามารถใชส้ ง่ เสรมิ การพฒั นาภาพลกั ษณข์ อง การแพทยแ์ ผนไทย และประยกุ ตป์ รบั เปลยี่ นใหเ้ ขา้ กบั การวจิ ยั ในในครง้ั น้ีไดอ้ ยา่ งลงตวั เพราะ มแี นวคิดให้ความสำ�คญั กับลกั ษณะความร้สู องแบบคือ ความรแู้ บบฝังลึก (Tacit Knowledge) และความรชู้ ัดแจง้ (Explicit Knowledge) ลกั ษณะความรูส้ องประเภทนี้สามารถเกิดข้นึ ได้ทงั้ ระดบั บุคคล ในองค์กร หรือระหว่างองค์กรตามวิธีของ SECI นี้ การเปลี่ยนกลับขององคค์ วามรู้ คือเปลี่ยนจากความรู้ฝังลึก ไปเป็นความรู้แจ้งชัด และกลับไปสู่ลักษณะของความรู้ฝังลึกอีก ครง้ั เกิดข้นึ โดยผ่านกระบวนการ 4 ข้นั ตอน (ยวุ นชุ ทนิ นะลกั ษณ,์ 2549) ปริศนาภูมปิ ญั ญา ทอ้ งถ่นิ อันประกอบด้วย 34 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

ขัน้ ตอนท่ี 1 Socialization: การพบกัน รู้สกึ ได้วา่ มบี างอย่างรว่ มกนั ขนั้ ตอนท่ี2Externalization: การน�ำ เอาประสบการณค์ วามรู้ ความคดิ ภายในตวั บคุ คล แต่ละคนออกมาให้คนอนื่ รบั รู้ได้ ข้ันตอนที่ 3 Combination: การนำ�เอาความรู้ท่ีปรากฏแจ้งมาเช่ือมโยงกันอย่างเป็น ระบบ และลงมือปฏิบตั ติ ามแนวทางใหผ้ อู้ น่ื รับรู้ไดจ้ ัดระบบ ขั้นตอนท่ี 4 Internalization: การเรียนรแู้ ต่ละบุคคลจากการปฏบิ ัตนิ นั้ เพ่ือใช้ในการหาองค์ความรู้ด้านการออกแบบ เพื่อสร้างองค์ประกอบของภาพลักษณ์ ทางการแพทย์แผนไทย โดยลงพ้นื ทศี่ กึ ษา ปรึกษาผู้เชยี่ วชาญ ตลอดจนการทดลองออกแบบ ตามแนวทางวิจัยและพัฒนาจากฐานการปฏิบัติการ (Practice-led Research) เพื่อศึกษา อตั ลกั ษณ์ เรือ่ งราวและคณุ คา่ ทีช่ ว่ ยส่งเสรมิ ใหเ้ ปน็ รูปธรรมผ่านการออกแบบทัศนศลิ ป์ ใน 3 องคก์ รทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การแพทย์แผนไทย ไดแ้ ก่ หนว่ ยงานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะ สหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อาคารพิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลเจ้าพระยา อภยั ภูเบศร์ และกรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก กระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนนำ�เสนอผลงานออกแบบในรูปแบบโดยออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ ตรา สญั ลกั ษณห์ นว่ ยงานการแพทยแ์ ผนไทยการแสดงภาพผลงานศลิ ปกรรม การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ เพอ่ื ประดบั ตกแตง่ ในสปาแพทยแ์ ผนไทยรว่ มสมยั ศลิ ปกรรมเพอ่ื ประดบั ผนงั อาคาร (Wall art) ตลอดจนการออกแบบและจดั ท�ำ ตน้ แบบผลติ ภณั ฑท์ ร่ี ะลกึ หนว่ ยงานการแพทยแ์ ผนไทย โดยให้ ความส�ำ คญั กบั การพบปะผรู้ ทู้ ร่ี จู้ รงิ หรอื ประชาคมทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การแพทยแ์ ผนไทย โดยผเู้ ขยี น ไดพ้ ฒั นา(Development) งานออกแบบสรา้ งสรรคท์ มี่ คี วามซบั ซอ้ นขนึ้ เรอื่ ยๆ ซง่ึ สมั พนั ธก์ บั องค์ ความรแู้ ละศกั ยภาพของผเู้ ขยี นดา้ นการออกแบบภาพลกั ษณก์ ารแพทยแ์ ผนไทยทเ่ี พม่ิ ขนึ้ ตอ่ ไป 8. ตัวอย่างกรอบแนวคิดการวิจัยเรื่อง “ศิลปกรรมเพ่ือแสดงภาพลักษณ์การแพทย์ แผนไทย” โดยใชแ้ นวคิดการบรู ณาการในรูปแบบสหศาสตรร์ ะหวา่ งศลิ ปกรรมศาสตร์และการ แพทย์แผนไทย ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับที่ 1 พ.ศ.2564 35

ศิลปกรรมศาสตร์ การแพทยแ์ ผนไทย หนว่ ยงาน หน่วยงาน คณะศิลปกรรมศาสตร์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทร์วิโรฒ กระทรวงสาธารณสุข การบูรณาการวิจยั รว่ มในรูปแบบสหศาสตร์ การศึกษาภาพลักษณ์แหลง่ ท่องเทีย่ ว ทางการแพทยแ์ ผนไทย ลงพ้ืนทีป่ ฏิบตั กิ าร ทางศลิ ปกรรม นทิ รรศการเผยแพร่นักทอ่ งเที่ยว ในงานมหกรรมการแพทย์แผนไทย สง่ เสริม แนวคดิ อตุ สาหกรรมสรา้ งสรรค์ การทอ่ งเท่ียว ด้านการแพทย์แผนไทย ภาพ 8 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ยั เรื่อง ศลิ ปกรรมเพอ่ื แสดงภาพลักษณก์ ารแพทย์แผนไทย ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั จากภาพจะเหน็ วา่ งานวจิ ยั มรี ปู แบบการบรู ณาการกนั ในแตล่ ะกระบวนการอยา่ งแทจ้ รงิ เพอื่ ให้เกิดองคค์ วามรู้เชิงสหศาสตร์ โดยผลของการพัฒนางานศิลปกรรมเป็นการส่งเสริมการ ท่องเท่ียวเชิงสุขภาพต่อไป ผู้เขียนจึงนำ�เสนอการสร้างกรอบแนวความคิดการวิจัยในรูปแบบ ผสมผสานระหว่างแผนผงั แสดงความสัมพันธ์เชงิ ตวั แปร และแผนผังความคดิ (Mind Map) 9. ตวั อยา่ งกรอบแนวคดิ จากบทความการวจิ ยั เรอื่ ง “การศกึ ษาอตั ลกั ษณเ์ พอ่ื พฒั นา ภาพลักษณ์กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก” มรี ปู แบบการเขียนกรอบแนวคิด ดว้ ยวธิ กี ารเชงิ ระบบหรือ System Approach 36 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

Input สอบถาม ประชุม ตรวจสอบ สรา้ งเปน็ อตั ลักษณ์ คดั เลอื ก ขอ้ มลู ทุตยิ ภมู ิ ขอ้ ก�ำ หนด Output เผยแพร่ สรา้ งตน้ แบบ คัดเลือก ออกแบบร่าง เขยี นแบบ ภาพ 9 แสดงกรอบแนวคดิ การวจิ ยั เร่ือง การศึกษาอตั ลักษณเ์ พอ่ื พัฒนาภาพลักษณก์ รมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั ผู้วิจัยได้เขียนกรอบแนวคิดโดยการจัดลำ�ดับการได้มาซึ่งองค์ความรู้ ในรูปแบบ กระบวนการน�ำ เขา้ (Input) การบวนการออกแบบและสร้างสรรค์ (Process) สผู่ ลผลติ และการ เผยแพร่ (Output) ในรปู แบบของกระบวนการเชงิ ระบบ เพื่อสรา้ งสรรค์ผลงานประติมากรรม เพ่ือตกแต่งสถานท่ีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จึง เกิดการนำ�เสนอกรอบแนวคดิ การวิจยั ในรปู แบบของผงั งาน (Flow Chart) 10. ตัวอย่างกรอบ Participatory Action Research : PAR แนวคิดจากบทความการวิจัย ผ้กู �ำ หนดนโยบาย เรอ่ื ง “การศกึ ษาจติ รกรรมไทย การแพทยแ์ ผนไทย เพอื่ บรู ณาการและสง่ เสรมิ ภาพ ลักษณ์การแพทย์แผนไทย” มี องค์ความรู้ องค์ความรู้ หมอไทย แนวคิดการวิจัยแบบมีส่วนร่วม และทักษะเชิงชา่ ง ทางวัฒนธรรม เทพพนม จิตรกรรมไทย การดแู ลสุขภาพ ตวั แทนธาตุ (Participatory-Research) การแพทยแ์ ผนไทย บูรณาการ ดิน นาํ้ ลม ไฟ (อรญั , 2563) องค์ความรูแ้ บบ สหวทิ ยาการวจิ ัย จติ รกรรม พิธีไหวค้ รู เสาราย การแพทย์ แผนไทย สรา้ งสรรค์ จิตรกรรมฝาผนัง การหตั ถการ จติ รกรรม ถา่ ยทอดประวตั ิ รักษาหลากหลาย การแพทย์แผนไทย โดยหมอไทย Creative Arts Research ภาพ 10 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ยั เรอ่ื ง การศกึ ษาจติ รกรรมไทยเพ่อื บูรณาการ และส่งเสริมภาพลักษณ์การแพทย์แผนไทย ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 37

11. ตัวอย่างกรอบแนวคิดจากบทความการวิจัยเร่ือง “การศึกษาและสร้างสรรค์ แบรนดร์ บั รองและรางวลั ผลติ ภณั ฑส์ มนุ ไพรดเี ดน่ ระดบั ชาต”ิ มแี นวคดิ การวจิ ยั ในรปู แบบ R2R หรือ Routine to Research ทม่ี รี ปู รา่ งจากอตั ลกั ษณ์การแพทย์แผนไทย (อรัญ, 2561) หมอไทย เภสัชกรไทย ผสู้ปมรุนะไกพอรบไกทายร 8 ขส้อมขรุนอ้ะรดไกาพงบัำ�วรหชลัดนารเีตดดบั ิ น่รอง ยกระดับ ภาพลักษณส์ มนุ ไพร ไทยสสู่ ากล ปลเกกู ษสตมรุนกไรพร แแลโบดะรยพกนคัฒาดณรนร์อมวะาาอิจศศงภกยัววลิาแลั ปพบรกลับบรักรรษอมณง ์ กกรามรแพแรผัฒพับนทรนไอยทางกท์ยโาาแดรงลยแเะลพอื ทกย์ หว่ งโซอ่ ปุ ทาน (Supply Chain) อุตสาหกรรมสมนุ ไพรไทย ภาพ 11 แสดงกรอบแนวคดิ การวจิ ัย เรือ่ ง การศึกษาและสรา้ งแบรนดร์ ับรองและรางวัลผลติ ภณั ฑส์ มนุ ไพรดีเดน่ ระดับชาติ ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั เน่ืองจากงานวิจัยคร้ังนี้ ผู้วิจัยและทีมงานได้รับโจทย์จากทางกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทยท์ างเลอื กใหท้ �ำ การออกแบบตราสญั ลกั ษณแ์ บรนดร์ บั รองสมนุ ไพรและโลร่ างวลั ระดบั ชาติ ท�ำ ใหง้ านวจิ ยั ในครง้ั นเ้ี ปน็ เสมอื นภารกจิ บรกิ ารทางวชิ าการซง่ึ เปน็ หนงึ่ ในพนั ธกจิ 1 ใน 4 ของภารกิจในการเปน็ อาจารย์ ผูว้ จิ ัยจึงได้ประยกุ ต์ใชแ้ นวคิดการทำ�วิจัยในรปู แบบ R2R หรือ Routine to Research คือการปรับปรงุ หรอื การพฒั นางานประจ�ำ โดยใชก้ ระบวนการวจิ ยั (เทพ ศกั ดิ์ บญุ รตั พนั ธ,์ 2560) มาเปน็ แนวทางในการด�ำ เนนิ การวจิ ยั โดยกรอบแนวคดิ แสดงถงึ ความ สมั พนั ธข์ องการท�ำ งานรว่ มกนั ระหวา่ งหนว่ ยงานผกู้ �ำ หนดนโยบายแบรนดร์ บั รองและองคค์ วาม รู้การออกแบบภาพลักษณ์การแพทย์แผนไทย ภายใต้ข้อกำ�หนดที่เกิดจากหน่วยงานผู้กำ�หนด นโยบาย ท่จี ะช่วยขบั เคล่ือนและพัฒนาระบบหว่ งโซ่อุปทานอตุ สาหกรรมสมุนไพรไทย โดยใช้ การสรา้ งแบรนดร์ ับรองและโล่รางวลั เพอ่ื พัฒนาและยกระดบั ภาพลกั ษณ์สมุนไพรไทยสสู่ ากล 12. ตัวอย่างกรอบแนวคิดการวิจัยเรื่อง “การออกแบบสินค้าที่ระลึกพหุลักษณ์จาก สปาและการนวดไทย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ผู้วิจัยซ่ึงมีองค์ความรู้ด้าน ทัศนศิลป์และการออกแบบอยู่ได้ใช้แนวคิดการสร้างประสบการณ์สุนทรียะ ซ่ึงเป็นวิธีการ สังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมสอดคล้องกับการฝังตัวของศิลปิน เพ่ือสร้างแรงบันดาลใจและ ประสบการณ์ ตลอดจนองค์ความร้ฝู ังลกึ ใหเ้ กดิ ข้นึ กบั ผู้วจิ ัยต่อไป (อรัญ, 2561) 38 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

Research ยกระดบั ภาพลกั ษณ์สมุนไพร ไทยสูส่ ากล ยกระดบั ขอ้ มูลทตุ ิยภมู ิ ภาคเอกสาร องคค์ วามรู้ ภาพลกั ษณ์สมุนไพร อัตลกั ษณ์ไทย ไทยสูส่ ากล ในแตล่ ะภมู ิภาค ขอ้ มูลปฐมภมู ิ การลงพน้ื ทีส่ งั เกตการณ์ บรบิ ทการบรู ณาการ สถานการณ์สปาไทยในแต่ละภมู ิภาค ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สงั เกตการณ์มหกรรมสมนุ ไพรแห่งชาติ Development วเิ คราะห์ สรา้ งข้อก�ำ หนด สังเคราะห์ การออกแบบ สรา้ งตน้ แบบ ผลิตภัณฑ์ การออกแบบสินคา้ ทร่ี ะลึกพหุลักษณจ์ ากสปาและ การนวดไทยเพอื่ ยกระดับการทอ่ งเทยี่ วเชิงสขุ ภาพ ภาพ 12 แสดงกรอบแนวคิดการวจิ ัย เรอื่ ง การออกแบบสินคา้ ที่ระลกึ พหุลักษณจ์ ากสปาและการนวดไทย เพื่อยกระดบั การทอ่ งเทีย่ วเชิงสุขภาพ ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั การวจิ ยั นเี้ ปน็ การศกึ ษาทเี่ กดิ จากความตอ้ งการในการความเขา้ ใจในความหลากหลาย ทางวฒั นธรรมของการนวดไทยทั้งสว่ นกลางและท้องถนิ่ ผ่านการสรา้ งประสบการณ์สนุ ทรียะ จากการลงพื้นที่ศึกษาและทดลองรับบริการนวดจากวัฒนธรรมต่างๆ ก่อนทำ�งานสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ส่วนต่างๆ ทางวัฒนธรรมในภูมิภาคต่างๆ ท้ังส่วนกลางและท้องถ่ิน ตอ่ ไป มีความโดดเด่นในเรอ่ื งของข้นั ตอน กระบวนการในการศึกษา กรอบแนวคดิ ในการวิจัย จึงถกู นำ�เสนอออกมาผ่านรูปแบบการผสมผสานระหว่างผังความคิด (Mind Map) กบั รูปแบบ ของผงั งาน(Flow-Chart) โดยผวู้ จิ ยั ไดด้ �ำ เนนิ การศกึ ษาวจิ ยั และออกแบบใหก้ บั กรมการแพทย์ แผนไทย และการแพทยท์ างเลอื กเรอื่ ยมา ตงั้ แต่ในลกั ษณะของการออกแบบภาพลกั ษณท์ ผี่ า่ น มา จนถึงการออกแบบประตมิ ากรรม และนิทรรศการ ทก่ี ำ�ลงั จะกล่าวถงึ เปน็ กรณศี กึ ษาต่อไป ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 39

13. ตัวอย่างกรอบแนวคิดการวิจัยเร่ือง “การสร้างสรรค์ประติมากรรมตกแต่งเมือง ร่วมสมัย สุขภาพวิถีไทย” ด้วยการนวดไทย ที่วิชาชีพน้ีถูกใช้ในทางท่ีไม่เหมาะสมส่งผลต่อ คณุ คา่ ของภาพลกั ษณ์ ผูว้ ิจยั จึงมแี นวคิดที่ตอ้ งการยกระดบั หรือปรบั เปลีย่ นกระบวนทศั นข์ อง การนวดไทยด้วยการนำ�ไปยกระดับภาพลักษณ์ให้เกิดคุณค่าที่สูงข้ึนผ่านงานสร้างสรรค์ทาง ศลิ ปกรรมดงั กรอบแนวคิดด้านลา่ ง (อรัญ, 2562) แรงบันดาลใจ (Inspiration) Art Form ศิลปะรว่ มสมัย กง่ึ นามธรรม (Semi Abstract) อารมณ์ความรู้สึก (Mood & Tone) Contempolary Art ทฤษฎีศลิ ปะ (Art Theory) ปฏิสมั พนั ธ์ Urban Functional กบั พนื้ ท่ี Universal Design ยกระ ัดบภาพ ัลกษ ์ณให ่ม ้ดวยศิลปกรรม ภาพสญั ลกั ษณ์ (Pictogram) ความหมาย สัญศาสตร์ (semiotics) สดั สว่ น (Proportion) สุนทรยี ะ ทศิ ทาง (Direction) ในท่าทาง เคลอื่ นไหว (Dinamic) ความรู้สกึ (Feeling) สว่ นกลาง หัตถการ หัตถการ วัฒนธรรมท้องถ่ิน ภูมภิ าค และนวดไทย และนวดไทย Local Culture กายบริหารฤาษดี ัดตน ภาพ 13 แสดงกรอบแนวคดิ การวจิ ัย เรื่อง การสรา้ งสรรคป์ ระติมากรรมตกแต่งเมอื งรว่ มสมยั สขุ ภาพวถิ ไี ทย ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั การสร้างสรรค์ประติมากรรมด้วยแนวคิดทฤษฎีและองค์ประกอบทางศิลปะ เพ่ือ ต้องการยกระดบั จากสว่ นของวฒั นธรรมในระดบั ต่างๆ ทัง้ ส่วนกลางและทอ้ งถนิ่ ขน้ึ โดยแสดง การสรา้ งกรอบแนวความคดิ ผา่ นรปู แบบแผนผงั ความคดิ (Mind Map) การพฒั นาจากเรอ่ื งราว ทางวัฒนธรรมท้องถนิ่ อนั เป็นสิง่ ทจ่ี ับตอ้ งไม่ได้ (Intangible Object) สปู่ ระติมากรรมร่วมสมัย อันเป็นสิง่ ท่จี ับตอ้ งได้ (Tangible Object) ในท่สี ดุ 40 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

14. ตัวอย่างกรอบแนวคิดการวิจัยเร่ือง “การออกแบบนิทรรศการส่งเสริมการท่อง เท่ียวเพ่ือการเรียนรู้แพทย์แผนไทย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” ผู้วิจัย ใช้แนวทางการเขียนกรอบแนวคิดกระบวนการคิดเชิงออกแบบในการกำ�หนดแนวคิดในการ สรา้ งสรรค์รปู แบบผังพน้ื ที่ของนิทรรศการใหส้ อดคล้องกบั อัตลกั ษณข์ องวัดโพธ์ิ (อรัญ, 2562) การศึกษา หนว่ ยงานผู้จดั นิทรรศการ วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลาราม กรมการแพทย์แผนไทย ราชวรมหาวหิ าร และการแพทย์ทางเลือก ถอดถา่ ยองคค์ วามรู้ ประชุมกลุม่ แนวคิดงาน แนวคิดและประวตั ศิ าสตร์ มหกรรมสมุนไพรแหง่ ชาติ ภูมปิ ญั ญาการแพทยแ์ ผนไทย ราชสำ�นกั ทมี ออกแบบ พฒั นา พัฒนา และถา่ ยภาพ แนวคดิ องค์ประกอบรว่ ม นทิ รรศการ นทิ รรศการ ทมี ออกแบบ ตรวจสอบ นำ�เสนอแนวคดิ และพฒั นา ประชุมกลุม่ นทิ รรศการ ผลิตภณั ฑ์ นำ�เสนอ กจิ กรรมร่วม ออกแบบ น�ำ เสนอ ตรวจสอบ และเขยี นแบบ ของท่รี ะลึก ประชุมกลมุ่ เพอ่ื ใช้ในงาน บธู นทิ รรศการ เผยแพรเ่ อกสาร องคค์ วามรู้ ภาพ 14 แสดงกรอบแนวคดิ การวิจยั เรือ่ ง การออกแบบนิทรรศการส่งเสริมการท่องเทีย่ วเพ่อื การเรยี นรูแ้ พทยแ์ ผนไทย วัดพระเชตพุ นวิมลมงั คลารามราชวรมหาวิหาร ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 41

กรอบแนวคดิ การศกึ ษาวจิ ยั ในครง้ั นี้ เกดิ จากความตอ้ งการน�ำ เสนออัตลกั ษณ์ของวดั โพธิซ์ ึ่งมคี วามโดดเดน่ ทางศลิ ปวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านการแพทย์แผนไทย ซง่ึ เปน็ วดั หลวง ที่อยูส่ ่วนกลางของเกาะรตั นโกสินทร์ ผ่านรูปแบบการประยุกตเ์ ชิงนามธรรม โดยน�ำ เสนอผา่ น มุมมองของนักท่องเท่ียว โดยมีแนวคิดในการจำ�ลองวัดโพธ์ิในรูปแบบที่เปลี่ยนไปสู่ความเป็น พิพิธภณั ฑ์ เนอื่ งวัดโพธ์ิไดช้ ือ่ วา่ มหาวทิ ยาลัยแห่งแรก โดยนำ�เสนอมมุ มองผา่ นสายตาของนกั ท่องเทยี่ วจ�ำ ลองจดุ Landmark ทเ่ี ป็นอตั ลกั ษณข์ องการทอ่ งเที่ยวภายในวัดโพธ์ิ ตลอดจนการ ให้ข้อมลู กจิ กรรมของวัด ดว้ ยรูปแบบการนำ�เสนอที่เรยี บงา่ ย ร่วมสมยั สีและรปู แบบของบูธท่ี มีความเรยี บง่ายด้วยลายเสน้ สเก็ตช์ ประกอบภาพถ่ายรายละเอยี ดการเลา่ เรือ่ ง และตวั อักษร บรรยายเร่ืองราวอัตลักษณ์ต่างๆ ของวัดโพธิ์ โดยออกแบบโครงสร้างผนังจากจุดศูนย์กลาง เขามอฤาษีดัดตนแผ่ออกด้านข้างคล้ายระลอกคลื่นเป็นผนังต่อเน่ืองไป เปรียบได้กับการเผย แพร่องค์ความรู้จากศูนย์กลางวัดโพธิ์สู่สากล โดยการใช้รูปทรงเรขาคณิตจากทรงกระบอกมี กศุ โลบาย เพอื่ ตอ้ งการใหเ้ กิดความแตกต่างจากสถานท่ีจรงิ ไม่ใหม้ ีผลกระทบต่อภาพจำ� หรือ บดิ เบอื นเรือ่ งราวอตั ลักษณข์ องรูปทรงองค์ประกอบภายในสถานทจ่ี ริง 15. ตวั อยา่ งกรอบแนวคดิ การออกแบบ ภาพลกั ษณน์ ทิ รรศการ งานมหกรรมสมนุ ไพร แห่งชาติ ครัง้ ที่ 18 โดยใชแ้ นวคิดการก�ำ หนดคำ�สำ�คัญ สกู่ ารสรา้ งสรรคเ์ รือ่ งราว เลา่ เรอ่ื งอตั ลักษณ์ไทยในแตล่ ะภูมิภาค อตั ลกั ษณย์ านพาหนะ อัตลกั ษณ์สถานทที่ ่องเทย่ี ว เครอ่ื งใช้ไม้สอย ผลิตภณั ฑ์ การผลิต อตั ลักษณก์ ญั ชา นวดไทย บ้านไทย การปลูก อตั ลกั ษณ์วถิ ีไทย ภาพ 15 แสดงกรอบแนวคดิ การก�ำ หนดอัตลกั ษณ์ในการออกแบบภาพลักษณ์ งานมหกรรมสมุนไพรแหง่ ชาติ ครั้งที่ 18 ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั 42 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

ภาพ 16 แสดงกรอบแนวคดิ การก�ำ หนดอัตลกั ษณ์ในการออกแบบภาพลักษณ์ งานมหกรรมสมุนไพรแหง่ ชาติ ครัง้ ท่ี 18 ทม่ี า: ผวู้ จิ ยั อภิปรายผลการวิจัย การสรา้ งกรอบแนวคดิ การวจิ ยั สรา้ งสรรคน์ น้ั มเี ทคนคิ และวธิ กี ารทยี่ ดื หยนุ่ และหลาก หลาย การประยกุ ตส์ รา้ งสรรคก์ รอบแนวคดิ แตกตา่ งกนั ไปขน้ึ อยกู่ บั ประสบการณแ์ ละองคค์ วาม รู้ที่หลากหลายแตกต่างกันไป ตามวัตถุประสงค์ในการวิจัย ภูมิหลังทางวิชาการ และวิชาชีพ ของแต่ละบคุ คล ผูเ้ ขยี นเพยี งหยบิ ยกการสรา้ งจากประสบการณ์ในการทำ�วจิ ัยสร้างสรรค์ของ ผเู้ ขียน จะเหน็ ไดว้ า่ กรอบแนวคดิ การวิจยั ในงานวิจยั แตล่ ะเรื่องไม่ติดยดึ กบั รูปแบบใดเพียงรูป แบบเดยี ว ข้นึ อย่กู ับบรบิ ทของการศึกษาองคค์ วามรู้ หรอื การสรา้ งสรรค์ เพราะปลายทางของ การวจิ ยั ทางศลิ ปกรรม คือการได้มาซง่ึ ผลงานสร้างสรรค์ควบคูก่ ับองคค์ วามรู้ ซ่ึงรูปแบบการ สร้างองค์ความรยู้ ังมคี วามหลากหลายเปลีย่ นแปลงไปตามบรบิ ท ยคุ สมัย และเทรนด์ของการ จัดการความรู้ซึ่งมีลักษณะท่ีเป็นพลวัต ยืดหยุ่น ไม่ตายตัว ดังตารางสรุปเปรียบเทียบบริบท ของงานวิจัยและกรอบแนวคิดท่ีผู้เขียนออกแบบ ซึ่งปลายทางประกอบไปด้วยงานศิลปกรรม ทห่ี ลากหลาย ไดแ้ ก่ ทัศนศิลป์ การสเกตซส์ ีน้าํ ประตมิ ากรรม จติ รกรรมไทย การออกแบบ ภาพประกอบ การออกแบบกราฟกิ การออกแบบผลติ ภัณฑ์ ด้วยเทคนิคแนวคดิ การออกแบบ กรอบแนวคดิ การวจิ ยั ทแ่ี ตกตา่ งกนั ตามความเหมาะสมกบั บรบิ ทของการวจิ ยั นนั้ ๆ งานวจิ ยั ครงั้ นีส้ ามารถสรุปเป็นองค์ความรู้การสร้างกรอบแนวคิดในการวิจยั ได้ดงั ตาราง 2 ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับท่ี 1 พ.ศ.2564 43

ตาราง 2 ตารางสรปุ องค์ความรู้การวจิ ยั ในด้านแนวคดิ และการนำ�เสนอ งานวิจัยสรา้ งสรรค์ แนวคิด เครอ่ื งมือการนำ�เสนอ 1. การพัฒนาผลติ ภัณฑ์ทีร่ ะลึก ความสมั พันธ์ของตวั แปร ตวั แปรต้น- ตัวแปรตาม เครื่องปัน้ ดินเผารว่ มสมัยเพ่อื ส่งเสริม การท่องเทยี่ วต�ำ บลเกาะเกรด็ 2. องค์ความรู้ ภูมิปญั ญาไทย: การ การศกึ ษาและพัฒนา (R&D) ผงั งาน (Flow Chart) ออกแบบและสรา้ งสรรคผ์ ลติ ภัณฑ์ รว่ มสมยั 3. การออกแบบและพฒั นาผลิตภัณฑ์ ทุนนยิ มสร้างสรรค์ แผนผงั ความคดิ (Mind-Map) ท่ีระลึกองค์กรจากภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่ 4. การศกึ ษาเพ่ือสรา้ งสรรคท์ ศั นศิลป์ ทัศนศิลปส์ ่กู ารออกแบบ ผงั งาน (Flow Chart) และการออกแบบผลิตภณั ฑ์ สำ�หรับ แสดงภาพลักษณ์แหล่งทอ่ งเท่ยี วกรุง เก่าอโยธยา 5. การศึกษาและพัฒนาสนิ ค้าตกแตง่ การต่อยอดจากวจิ ยั ทาง แผนภาพเวนน-์ ออยเลอร์ หอ้ งทำ�งานจากอตั ลักษณ์ไทยให้ วิทยาศาสตร์ (Venn-Euler Diagram) หน่วยงานภาครฐั เพอ่ื สง่ เสรมิ แนวคิด การประยุกต์ใชแ้ ทง่ ยาถมดำ�ไรส้ ารพิษ 6. ภาพลกั ษณ์การแพทยแ์ ผนไทย: ท้องถิ่นสสู่ ากล การผสมผสานระหว่างแผนผัง การออกแบบสคู่ วามเป็นศนู ย์กลาง ความคิด (Mind-Map) กบั ผงั อาเซยี น งาน (Flow-Chart) 7. การสรา้ งองค์ความรกู้ ารวิจัย การสร้างองคค์ วามรเู้ ซคิ แผนผังองคค์ วามรูเ้ ซคิ (SECI- สร้างสรรค์ภาพลกั ษณก์ ารแพทย์แผน Model) ไทย ตามหลกั แนวคิดเซคิ 8. ศิลปกรรมเพอ่ื แสดงภาพลกั ษณ์ ศิลปกรรมบรู ณาการการแพทย์ ผสมผสานระหวา่ งแผนผัง การแพทย์แผนไทย แผนไทย แสดงความสมั พันธ์เชงิ ตวั แปร และแผนผงั ความคดิ (Mind- Map) 9. การศึกษาอัตลักษณ์เพือ่ พฒั นา System Approach ผงั งาน (Flow Chart) ภาพลักษณ์กรมการแพทยแ์ ผนไทย และการแพทยท์ างเลอื ก 10. การศึกษาจติ รกรรมไทยเพื่อบรู ณ PAR แผนผงั ความคิด (Mind Map) าการและสง่ เสริมภาพลกั ษณ์การ แพทยแ์ ผนไทย 44 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

ตาราง 2 (ตอ่ ) งานวิจัยสรา้ งสรรค์ แนวคิด เคร่อื งมือการนำ�เสนอ 11. การศกึ ษาและสร้างสรรคแ์ บรนด์ R2R ผังงาน (Flow Chart) รบั รองและรางวลั ผลติ ภณั ฑส์ มุนไพร ดีเด่นระดบั ชาติ 12. การออกแบบสนิ ค้าทร่ี ะลึกพหุ ฝังตัวเพื่อสรา้ งแรงบันดาลใจ ผสมผสานระหวา่ งผงั ความคดิ ลักษณจ์ ากสปาและการนวดไทย เพื่อ และองค์ความรู้ฝงั ลึก (Mind Map) กับรูปแบบของผัง ยกระดบั การท่องเทย่ี วเชงิ สุขภาพ งาน (Flow Chart) 13. การสร้างสรรค์ประตมิ ากรรม ทฤษฎีและองคป์ ระกอบศลิ ปะ แผนผงั ความคดิ (Mind Map) ตกแต่งเมอื งรว่ มสมยั สขุ ภาพวิถีไทย 14. การออกแบบ นิทรรศการส่ง Design Thinking แผนผงั ความคิด (Mind Map) เสรมิ การทอ่ งเที่ยวเพือ่ การเรยี นรู้ แพทย์แผนไทย วัดพระเชตพุ นวมิ ล มงั คลาราม ราชวรมหาวหิ าร 15. การออกแบบ ภาพลักษณ์งาน Narrative Story ผสมผสานระหวา่ งรูปแบบของ มหกรรมสมุนไพรแหง่ ชาติ ครัง้ ที่ 18 แผนผังความคิด (Mind-Map) กับรปู แบบของผังงาน (Flow Chart) สรุปประโยชน์ของกรอบแนวคิดนวัตกรรมการออกแบบ 1. เป็นการวางแผนและรวบยอดองค์ประกอบของงานวิจยั ใหเ้ หน็ ภาพรวมพร้อมกนั 2. ตา่ งจากกระบวนการวจิ ยั ทมี่ กี ระบวนการล�ำ ดบั ตามชว่ งเวลา แตก่ รอบแนวคดิ จะ ไมเ่ กี่ยวกับเวลา สามารถกลบั ไปกลบั มาได้ 3. แสดงความสมั พนั ธเ์ ชอื่ มโยงกนั ในแตล่ ะตวั แปรหรอื องคป์ ระกอบ ปรบั เปลย่ี นสว่ น หนงึ่ กระทบกับสว่ นอ่นื ๆ ตอ่ เนอื่ งกนั ไป 4. ลดเวลาการสื่อสารงานวจิ ัยที่มีความสลับซับซอ้ น และปรมิ าณมากลง 5. เปน็ ภาษาสญั ลกั ษณ์ทีเ่ ข้าใจงา่ ยและมคี วามเป็นสากล ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับที่ 1 พ.ศ.2564 45

เอกสารอ้างอิง ภาษาไทย ขจีพร วงศ์ปรีดี. (11 กันยายน 2555). มศว ผลิตแท่งยาถมปราศจากตะก่ัว หวั่นช่างฝีมือ เครื่องถมลงยา เมืองนครฯ รับสารตะกวั่ มปี ัญหาสุขภาพ. SWU Weekly. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ ชาย โพธิสิตา. (2550). ศาสตรแ์ ละศลิ ป์แหง่ การวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ (พิมพค์ ร้ังที่ 3). กรงุ เทพฯ: อมรินทรพ์ ริน้ ตง้ิ แอนดพ์ ับลชิ ช่งิ . ยวุ นชุ ทนิ นะลกั ษณ.์ (2549). ปรศิ นาแห่งภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ . กรุงเทพฯ:สถาบนั วิถที รรศน์. สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ. การควบคุมด้วยการมองเห็น (Visual Control). สืบค้นเม่ือ 5 กมุ ภาพนั ธ์ 2564, จาก https://piu.ftpi.or.th/productivity-tools/visual-control/ สถาบนั เพ่มิ ผลผลติ แหง่ ชาต.ิ เครื่องมอื คุณภาพ 7 ชนิด (7 Quality Control Tools). สืบคน้ เมอ่ื 5 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://piu.ftpi.or.th/productivity-tools/7-qc/ อรัญ วานิชกร. (2562). การออกแบบนิทรรศการส่งเสริมการทอ่ งเท่ียว เพ่อื การเรยี นรู้แพทย์ แผนไทย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร. วารสารวิชาการศิลปะ สถาปตั ยกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร, 10(2), 61-74. อรัญ วานิชกร. (2562). ศึกษาเพ่ือสร้างสรรค์ทัศนศิลป์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ สําหรับ แสดงภาพลกั ษณแ์ หลง่ ทอ่ งเทย่ี วกรงุ เกา่ อโยธยา. วารสารสถาบนั วฒั นธรรมและศลิ ปะ มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ, 19(2), 123-132. อรญั วานิชกร. (2561). ศกึ ษาและพัฒนาสนิ คา้ ตกแต่งหอ้ งท�ำ งานจากอัตลักษณ์ไทยใหห้ น่วย งานภาครัฐด้วยเทคนคิ ยาถมดำ�ไร้สารพษิ . วารสารวจิ ติ รศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม,่ 9(1), 160-194. อรญั วานิชกร. (2560). การศกึ ษาและสร้างสรรค์แบรนด์รับรองและรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดเี ดน่ ระดบั ชาต.ิ วารสารสถาบนั วฒั นธรรมและศลิ ปะ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, 46 The Fine & Applied Arts Journal Vol.14 - No.1 January-June 2021

18(2), 134-140. อรัญ วานิชกร. (2560). การออกแบบสินค้าที่ระลึกพหุลักษณ์จากสปาและการนวดไทย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ, 22(1), 31-44. อรญั วานชิ กร. (2559). การศกึ ษาจติ รกรรมไทยเพ่ือบูรณาการและส่งเสรมิ ภาพลักษณ์การ แพทยแ์ ผนไทย. วารสารศิลปกรรมสาร มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร,์ 11(1), 187-216. อรญั วานชิ กร. (2559). การศกึ ษาอัตลักษณ์ เพื่อพฒั นาภาพลักษณ์กรมการแพทยแ์ ผนไทย และการแพทยท์ างเลอื ก. วารสารวจิ ิตรศิลป์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม,่ 7(1), 193-253. อรญั วานชิ กร. (2559). การสรา้ งองคค์ วามรกู้ ารวจิ ยั สรา้ งสรรคภ์ าพลกั ษณก์ ารแพทยแ์ ผนไทย ตามหลกั แนวคิดเซคิ. วารสารมหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, 37(1), 1-22. อรญั วานชิ กร.(2557). การออกแบบและพฒั นาผลติ ภณั ฑท์ รี่ ะลกึ องคก์ รจากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ . วารสารวชิ าการศลิ ปะและการออกแบบ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, 6, 16-29. อรัญ วานชิ กร. (2557). องคค์ วามรู้ ภมู ิปญั ญาไทย: การออกแบบและสร้างสรรคผ์ ลติ ภณั ฑ์ ร่วมสมัย. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศลิ ปะ, 15(2), 22-28. Aran Wanichakorn. (2013). The Development of Pottery Souvenir Product Value Creation at Koh Kret, Nonthaburi. Fine Arts International Journal, Srinakharinwirot University, 17(2), 134-143. Brain Friendly Academy. (2020). What is Mindmap? Retrieved from http://www. brainfriendlyacademy.com/main/what-is-mindmap/ ศิลปกรรมสาร ปีท่ี 14 ฉบับที่ 1 พ.ศ.2564 47