คู่มอื ผ้รู บั บรกิ ารกจิ กรรมการศกึ ษาตามอัธยาศัย ดา้ นสะเต็มศกึ ษา (STEM EDUCATION) เรอ่ื ง ลาบากแคไ่ หน กลไกช่วยได้ สแกนเพอ่ื อา่ น E-Book ศนู ยว์ ิทยาศาสตรเ์ พอ่ื การศกึ ษาสระแกว้ สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สานกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จัดทาโดย นายอาพร ทองอาจ
ก คำนำ คู่มือผู้รับบริการกิจกรรมการศึกษาตามอธั ยาศยั ด้านสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) เป็นเอกสาร สาหรับให้ผู้รับบริการปฏิบัติกิจกรรมที่กาหนดไว้ในฐานการเรียนรู้สะเต็มศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ ให้ผู้รบั บรกิ ารมีสมรรถนะด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ไดเ้ รียนรู้ในองค์ความรู้และทกั ษะทาง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถนามาแก้ปัญหาในชีวิตจริง ผ่านกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมตามแนวทางสะเต็มศึกษา ซึ่งกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัยด้านสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) จะเป็นกิจกรรมที่ทดสอบความรู้ความเข้าใจ และฝึกทักษะประสบการณ์ที่จาเป็นในฐานการ เรียนรู้สะเต็มศึกษาผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีสนุกสนานและท้าทายซ่ึงจะช่วยส่งเสริมให้ผู้รับบริการมีศักยภาพใน การเรียนรู้เพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมจะประกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกิดจากการ ทางานร่วมกันในการรวบรวม ค้นหาข้อมูล สรรหาและเลือกวิธีการแก้ปัญหา วางแผนการทางาน ออกแบบ สร้างและทดสอบต้นแบบซ้าแล้วซ้าเล่าจนเกิดองค์ความรู้ที่สามารถแก้ปัญหาในกิจกรรมได้ตามเง่ือนไขและ ข้อจากัดต่าง ๆ ภายใต้การอานวยความสะดวกของผู้จัดกิจกรรม ทั้งนี้ ผู้รับบริการจะปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ท่ี เก่ียวข้องกับฐานการเรียนรู้สะเต็มศึกษา และกิจกรรมท่ีกาหนดจะมีเฉลยแนวคาตอบให้ผู้รับบริการได้ ตรวจสอบได้ด้วยตนเอง และแบบทดสอบหลังเรยี นพร้อมเฉลยคาตอบ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้วหวังว่า คู่มือผู้รับบริการกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัยด้าน สะเตม็ ศึกษา (STEM EDUCATION) จะเป็นประโยชนต์ อ่ ผ้รู บั บริการ เมอ่ื ผู้รับบริการได้เรียนรู้จากคู่มือดงั กล่าว พรอ้ มได้ทดสอบและปฏิบตั กิ ิจกรรมตามคาแนะนาในเอกสารอยา่ งสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว ผู้รบั บรกิ ารจะประสบ ความสาเร็จในการเรียนรู้และปฏิบัติกจิ กรรมจากฐานการเรียนรไู้ ด้อยา่ งมคี ณุ ภาพ (นางยวุ ดี แจ้งกร) ผูอ้ านวยการศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาสระแก้ว พฤษภาคม 2562
ข สำรบัญ หน้ำ คำนำ ก สำรบญั ข ฐำนกำรเรยี นรู้ เรื่อง ลำบำกแค่ไหน กลไกช่วยได้ 1 2 กิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ลาบากแค่ไหน กลไกชว่ ยได้ 3 กจิ กรรมการทดสอบก่อนเรียน เรอื่ ง ลาบากแค่ไหน กลไกช่วยได้ 4 กจิ กรรมการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ เรอื่ ง ลาบากแค่ไหน กลไกช่วยได้ 6 กจิ กรรมการสร้างสิ่งประดิษฐ์รถจาลอง 11 กิจกรรมแบบทดสอบหลงั เรยี น เรอื่ ง ลาบากแคไ่ หน กลไกชว่ ยได้ 12 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 12 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน กจิ กรรมการประเมินความพงึ พอใจของผ้รู ับบรกิ ารกจิ กรรมการศึกษาตามอธั ยาศัย 13 ดา้ นสะเตม็ ศึกษา (STEM EDUCATION)
หน้า |1 ฐานการเรียนรู้ เรอื่ ง ลาบากแคไ่ หน กลไกชว่ ยได้
หน้า |2 กจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง ลาบากแค่ไหน กลไกชว่ ยได้ เวลา 2 ชว่ั โมง แนวคิด ลำบำกแคไ่ หน กลไกช่วยได้ เปน็ กำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตร์เกี่ยวกับเฟืองน่ำรู้ และเกยี รส์ ูง เกียร์ต่ำ เม่อื รถยนต์ และรถจักรยำนยนต์เร่ิมเคลื่อนที่หรือข้ึนท่ีสูงชันต้องใช้แรงมำกในกำรขับเคลื่อนแต่กำรเพ่ิมอัตรำเร็วของรถ ในขณะทร่ี ถกำลังแล่นนน้ั จะใช้แรงน้อยกว่ำเมื่อเทียบกับขณะรถเร่ิมเคลอ่ื นทรี่ ถยนต์ และรถจกั รยำนยนตจ์ ึงต้องมี ระบบเฟอื งเปน็ อุปกรณ์ในกำรปรับแรงและเปลยี่ นอตั รำเร็ว อุปกรณ์หลักของระบบเฟืองอย่ำงง่ำยประกอบด้วยเฟืองสองอันสบกัน ทำหน้ำที่เป็นเฟืองขับและเฟือง ตำมหมุนในทิศทำงตรงกันข้ำม ดังนั้นในกำรออกแบบและสร้ำงรถจำลองเพื่อให้สำมำรถแล่นได้บนทำงเรียบ ขน้ึ เนนิ จะตอ้ งใช้ควำมรู้เรอื่ งระบบเฟือง อตั รำทดของเฟือง และกำรเลือกใชเ้ ฟืองท่ีเหมำะสมในกำรสร้ำงช้นิ งำน วตั ถปุ ระสงค์ เม่อื สน้ิ สุดแผนกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้นี้แลว้ ผู้รับบริกำรสำมำรถ 1. อธบิ ำยหลักกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ทีเ่ กยี่ วกบั ระบบเฟอื งที่นำมำใช้ในกำรสร้ำงรถจำลองท่สี อดคล้อง กบั สถำนกำรณท์ ่ีกำหนดให้ 2. ออกแบบและสร้ำงรถจำลองใหส้ ำมำรถวิ่งไดบ้ นทำงเรียบ เนื้อหา 1. เฟอื งนำ่ รู้ 2. เกยี ร์สงู เกียร์ตำ่ 3. กำรประดษิ ฐ์รถจำลอง
หน้า |3 ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิกิจกรรมของผรู้ ับบริการ กจิ กรรมการทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง ลาบากแคไ่ หน กลไกชว่ ยได้ คาชีแ้ จง ใหผ้ รู้ บั บรกิ ำรทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรอื่ ง ลาบากแคไ่ หน กลไกช่วยได้ ซง่ึ มีขอ้ สอบทั้งหมดจำนวน 5 ขอ้ (เม่อื ผ้รู บั บริกำรทำแบบทดสอบเสรจ็ เรยี บร้อยแลว้ ผู้รบั ริกำรสำมำรถตรวจคำตอบได้ตำมเฉลยคำตอบท้ำย กิจกรรม) แบบทดสอบกอ่ นเรียน คะแนนที่ได้..........คะแนน เรอื่ งลาบากแค่ไหน กลไกชว่ ยได้ คะแนนเต็ม 5 คะแนน คาช้ีแจง 1. ให้ผู้รับบริกำรกำเครื่องหมำย x (กำกบำท) หน้ำข้อที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว 2. แบบทดสอบน้ีมีข้อสอบจำนวน 5 ข้อ ๆ ละ 1 คะแนน 3. เมอื่ ผ้รู บั บรกิ ำรทำแบบทดสอบเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ผูร้ ับริกำรสำมำรถตรวจคำตอบได้ตำมเฉลยคำตอบ ทำ้ ยกจิ กรรม 1. เฟืองที่ยึดติดกบั แกนของแหล่งต้นกำลงั เรียกวำ่ ก. เฟอื งขับ ข. เฟอื งตำม ค. เฟอื งต่ำ ง. เฟืองสูง 2. เฟืองท่ยี ึดกับเพลำขับเคลอ่ื นเรียกว่ำ ก. เฟืองขับ ข. เฟอื งตำม ค. เฟอื งต่ำ ง. เฟืองสูง 3. ถำ้ เรำขบั รถยนต์ข้นึ บนทำงทีม่ ีควำมลำดชนั มำกๆ ควรใช้เกียรอ์ ะไร ก. เกยี ร์สงู ข. เกยี ร์ต่ำ ค. เกยี ร์ 4 ง. เกียร์ 5 4. กำรหำอัตรำทดเฟืองหำได้จำกสตู ร ก. อัตรำทดของเฟือง= จำนวนฟนั ของเฟืองตำม ข. อตั รำทดของเฟือง= จำนวนรอบของเฟอื งขบั จำนวนฟนั ของขบั จำนวนรอบของเฟอื งตำม ค. ผิดทกุ ข้อ ง. ถกู ทง้ั ข้อ ก และ ข 5. เกยี รท์ ่มี อี ัตรำทดสูงจะให้แรงบิดมำกเรียกวำ่ เกียร์อะไร ก. เกียร์สงู ข. เกียรต์ ำ่ ค. เกียร์ 4 ง. เกียร์ 5
หน้า |4 กิจกรรมการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ เร่อื ง ลาบากแค่ไหน กลไกชว่ ยได้ คาช้แี จง 1. ให้ผู้รับบรกิ ำรตอบคำถำม จำนวน 2 ประเดน็ ดงั นี้ ประเด็นท่ี 1 “ทำ่ นคิดว่ำ รถจะว่ิงไดต้ ้องมีองค์ประกอบอะไรบ้ำง” ประเด็นที่ 2 “ทำ่ นคดิ ว่ำ เฟอื งมผี ลกับกำรเคลื่อนท่ีของรถหรอื ไม่ เพรำะเหตใุ ด” เฉลยแนวคาตอบ ประเด็นที่ 1 “ทำ่ นคดิ วำ่ รถจะวิง่ ไดต้ ้องมีองค์ประกอบอะไรบำ้ ง” รถจะว่งิ ได้ต้องมีองคป์ ระกอบ เครือ่ งยนต์ ล้อ เช้ือเพลิง เกียร์ คนขบั เพลำ ประเดน็ ที่ 2 “ท่ำนคดิ วำ่ เฟอื งมีผลกับกำรเคลือ่ นที่ของรถหรอื ไม่ เพรำะเหตใุ ด” เฟอื งมผี ลกบั กำรเคลอื่ นทข่ี องรถ เพรำะว่ำขนำดของเฟืองไม่เทำ่ กนั กิจกรรมการออกแบบและปฏิบัติการ วัตถปุ ระสงค์ 1. อธบิ ำยหลกั กำรทำงวทิ ยำศำสตร์ท่ีเก่ยี วกบั ระบบเฟืองที่นำมำใช้ในกำรสร้ำงรถจำลองท่สี อดคล้องกบั สถำนกำรณ์ทีก่ ำหนดให้ 2. ออกแบบและสร้ำงรถจำลองให้สำมำรถวิง่ ไดบ้ นทำงเรียบ เนอ้ื หา 1. เฟอื งน่ำรู้ 2. เกยี ร์สงู เกยี ร์ตำ่ 3. กำรประดษิ ฐร์ ถจำลอง คาชี้แจง 1. แบง่ กลุ่มผรู้ บั บริกำรออกเปน็ กลมุ่ ๆ ละ 5 - 10 คน 2. ให้ผู้รับบริกำรแต่ละกลุ่มตำมข้อ 1 ปฏิบัติตำมใบกิจกรรมเรื่อง ลำบำกแค่ไหน กลไกช่วยได้ โดย ดำเนินกำรตำมขน้ั ตอนดงั นี้ 2.1 ศึกษำใบควำมรู้ เร่ือง ลำบำกแค่ไหน กลไกชว่ ยได้ 2.2 ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตำมทก่ี ำหนดให้
หน้า |5 ใบความรู้ เรอ่ื ง ลาบากแค่ไหน กลไกช่วยได้ เฟอื งนา่ รู้ รถยนต์และจักรยำนยนต์ทุกชนิดจะมีเฟืองหรือเรียกเป็นภำษำอังกฤษว่ำเกียร์ในกำรส่งกำลังจำกแหล่ง ต้นกำลัง (เช่น เครอ่ื งยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้ำ) ไปยงั เพลำขบั เคลอ่ื น เฟืองอย่ำงง่ำยประกอบด้วย เฟือง 2 อันสบกัน เฟืองอันหนึ่งยึดติดกับแกนของแหล่งต้นกำลัง เรียกว่ำ เฟืองขับ ทำหน้ำท่ีขับเคลื่อนเฟืองอีกตัวหน่ึงให้หมุนในทิศทำงตรงข้ำม และเฟืองอันท่ีสองยึดติดกับเพลำ ขบั เคลือ่ น เรยี กว่ำ เฟอื งตาม อัตรำทดของเฟืองหรอื เกียรจ์ ะมีผลต่อแรงที่ใช้ในกำรขับเคล่ือนรถ เฟอื งมหี ลำยชนิด แต่ในกิจกรรมนจ้ี ะใชเ้ ฉพำะเฟืองตรงซ่ึงเปน็ เฟืองที่มีฟันขนำนกบั แกนหมุน ระบบเฟืองท่ีมีเฟืองขับและเฟืองตำมทำงำนร่วมกัน หำกเฟืองขับมีขนำดเล็กกว่ำเฟืองตำมจะทำให้ได้ แรงบิดมำกข้ึนซึ่งอธิบำยได้ด้วยหลักกำรของ ทอร์ค (Torque) หรือแรงบิด ทำให้วัตถุเกิดกำรหมุน เช่น ถ้ำ กำหนดให้ r1 แทนรศั มีของเฟอื งขบั r2 แทนรัศมีของเฟอื งตำม และ F1 และ F2 แทนแรงที่เฟอื งทัง้ สองอันกระทำต่อ กนั ในแนวตงั้ ฉำกดงั รูป ซง่ึ แรงทง้ั สองนีม้ ขี นำดเท่ำกันตำมกฎข้อที่ 3 ของนิวตัน จะได้วำ่ τ1 = r1F1 และ τ2 = r2F2 โดยที่ F1 = F2 ดังนั้น จึงได้ว่ำ ทอร์ค (Torque) ของเฟืองตำมมีค่ำมำกกว่ำเฟืองขับ ซึ่งมีผลทำให้ระบบเฟืองนี้ได้แรงบิดมำกข้ึน นนั่ เอง
หน้า |6 เกียร์สูง – เกียรำ์ต่ เกียร์สงู – เกียรำ์ต่สำคญั อย่างไร เกียร์ท่ีมีอัตรำทดสูงจะให้แรงบิดมำก เช่น เกียร์ 1 เกียร์ 2 ในรถยนต์หรือรถจักรยำนยนต์ เรำนิยม เรียกว่ำ “เกยี ร์ต่า” และเกียร์ทีม่ ีอตั รำทดของเฟืองตำ่ จะให้แรงบดิ นอ้ ย เชน่ เกียร์ 4 และเกียร์ 5 เรำนิยมเรียกว่ำ “เกียร์สูง” เรำจะใช้เกียร์ต่ำเม่ือเวลำรถออกตัวหรือขึ้นท่ีลำดชัน และจะใช้เกียร์สูงเม่ือเวลำที่เรำขับรถด้วย อัตรำเร็วพอสมควรอยู่แล้วและต้องกำรเพิ่มอัตรำเร็วให้สูงข้ึน เนื่องจำกกำรทำให้รถเร่ิมเคลื่อนที่ต้องอำศัยแรง มำกกว่ำกำรทำให้รถแล่นต่อไปหลังจำกออกรถแล้ว รวมทั้งกำรขับรถขึ้นที่ลำดชันก็ต้องใช้แรงมำกกว่ำกำรขับรถ บนพืน้ รำบนั่นเอง จากรถยนต์เกยี ร์ธรรมดาสู่รถยนต์เกยี รอ์ ัตโนมัติได้อย่างไร รถยนต์ในปัจจุบันใช้ระบบเกียร์หลัก 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา (Manual Transmission) และ เกียร์ อัตโนมัติ (Automatic Transmission) ซ่ึงแต่เดิมรถยนต์รุ่นแรก ๆ ของโลกถูกผลิตขึ้นโดยใช้ระบบเกียร์ธรรมดำ เท่ำนั้น แตเ่ นือ่ งจำกเกียรธ์ รรมดำมีควำมซบั ซอ้ นในกำรใชง้ ำนหลำยอย่ำง เช่น กำรใช้เวลำในกำรเปลีย่ นเกยี ร์ กำร ผอ่ นคนั เร่ง กำรเหยยี บคลตั ช์ วิศวกรจงึ คดิ คน้ ระบบเกียร์อัตโนมัติขน้ึ และพฒั นำมำจนถงึ ปัจจุบนั รถยนต์เกียร์อัตโนมัติในปัจจุบันเป็นรถที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ำมำช่วยควบคุมกำรทำงำนของเกียร์ น่ันคือรถจะมีกำรเปลี่ยนเกียร์เองในขณะท่ีรถถูกขับเคล่ือนไปข้ำงหน้ำโดยที่ผู้ขับขี่เข้ำเกียร์เพียงครั้งเดียว เทำ่ นน้ั กำรเปลยี่ นตำแหน่งเกยี รจ์ ะมีกำรต้ังโปรแกรมกำรทำงำนใหเ้ หมำะสมกับควำมเร็วรอบของเครื่องยนต์ และมีกำรใช้แรงดันในระบบน้ำมันเกียร์ซ่ึงมีปั๊มสร้ำงแรงดันเช่นเดียวกับระบบไฮดรอลิกซ่ึงแรงดันที่เพ่ิมข้ึน ตำมควำมเรว็ รอบเครื่องยนต์จะถกู นำมำใชใ้ นกำรเปลย่ี นตำแหนง่ กิจกรรมการสร้างสงิ่ ประดิษฐร์ ถจาลอง คาช้แี จง 1. แบง่ กล่มุ ผรู้ ับบรกิ ำรออกเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 5 - 10 คน 2. ผ้รู บั บรกิ ำรแต่ละกลมุ่ สำรวจเฟอื งขบั –เฟืองตำม เพอ่ื หำควำมสมั พันธ์ระหว่ำงจำนวนฟนั ของเฟืองขับ และจำนวนฟันของเฟืองตำม และหำควำมสัมพันธ์ระหว่ำงจำนวนรอบของเฟืองขับเม่ือเทียบกับจำนวนรอบ ของเฟืองตำม โดยจำนวนรอบทีพ่ จิ ำรณำจะเป็นจำนวนเตม็ รอบ 3. ให้ผู้รับบริกำรแต่กลุ่มปฏิบัติตำมใบกิจกรรมของผู้รับบริกำรเรื่อง ลำบำกแค่ไหน กลไกลช่วยได้ โดย ดำเนินกำรตำมขนั้ ตอนดงั น้ี 3.1 ใหผ้ ูร้ ับบริกำรแต่ละกลุ่มสรำ้ งรถจำลอง ใหเ้ วลำ 30 นำที 3.2 ให้ใชว้ ัสดทุ ่มี อี ยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หน้า |7 3.3 ให้นำรถจำลองของแต่ละกลมุ่ มำทดสอบ จำกนัน้ ใหท้ กุ กลมุ่ นำกลบั ไปแก้ไขเพิ่มเติม ใหเ้ วลำ 10 นำที เมื่อครบเวลำที่กำหนดใหท้ ุกกลุ่มนำมำแข่งขันกัน โดยเร่ิมวิ่งจำกจดุ เดยี วกัน ระยะทำง 2 เมตร จำกนัน้ จบั เวลำของรถแตล่ ะกล่มุ ทใ่ี ชใ้ นกำรเคลอื่ นท่ี และบันทกึ ผล 3.4 ใหแ้ ต่ละกลุ่มวิเครำะหห์ ำควำมเชือ่ มโยง STEM เขยี นลงในกระดำษบรุ๊ฟ 1. เขยี นช่อื กจิ กรรม 2. วำดรูปภำพสิง่ ประดษิ ฐ์ 3. หำควำมเชอื่ มโยง STEM (ใชห้ ลกั การใดเข้ามาเกยี่ วข้อง) • S = .................................................................. • T = .................................................................. • E = .................................................................. • M= .................................................................. 5. ผู้จัดกิจกรรมคัดเลือกคัดเลือกรถที่ว่ิงเร็วที่สุด ใช้เวลำน้อยที่สุด ออกมำนำเสนอรถจำลอง ทีส่ ร้ำงข้นึ แนวคิดในกำรสร้ำง เหตผุ ลในกำรเลือกเฟือง รวมทั้งผลกำรทดสอบและกำรปรับปรุง แก้ไขรถจำลองจนมปี ระสทิ ธิผลท่ตี ้องกำร 6. ผู้จดั กิจกรรมและผูร้ บั บรกิ ำรแลกเปลี่ยนควำมคิดเหน็ และสรปุ ส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรรู้ ่วมกัน
หน้า |8 ใบกิจกรรม เรื่อง ลาบากแคไ่ หน กลไกชว่ ยได้ 3. ผ้จู ดั กิจกรรมใหผ้ รู้ บั บริกำรแตล่ ะกลมุ่ สำรวจเฟืองขบั –เฟอื งตำม เพ่ือหำควำมสมั พันธ์ระหว่ำงจำนวน ฟันของเฟืองขบั และจำนวนฟันของเฟอื งตำม และหำควำมสัมพันธ์ระหวำ่ งจำนวนรอบของเฟืองขบั เมื่อเทียบ กบั จำนวนรอบของเฟืองตำม โดยจำนวนรอบที่พจิ ำรณำจะเป็นจำนวนเต็มรอบ จำกนนั้ บันทึกข้อมูลตำมใบ กจิ กรรม เรอ่ื ง ลำบำกแค่ไหน กลไปช่วยได้ ภาพการใชอ้ ปุ กรณช์ ุดเฟอื งขับ – เฟอื งตาม จำนวนฟันของเฟืองตำม = จำนวนรอบของเฟืองขบั จำนวนฟนั ของเฟืองขับ จำนวนรอบของเฟืองตำม อตั รำสว่ นที่ได้ เรียกวำ่ อตั รำทดเฟือง หรอื อัตรำทดเกียร์
หน้า |9 4. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มสรำ้ งสิง่ ประดิษฐร์ ถจำลอง ตำมเงอื่ นไขท่ีกำหนดดังน้ี 1. ให้ผูร้ บั บริกำรแต่ละกลุม่ สรำ้ งรถจำลอง ใหเ้ วลำ 30 นำที 2. ใหใ้ ชว้ ัสดุทม่ี ีอยู่จำกดั ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุด 3. ใหน้ ำรถจำลองของแตล่ ะกลุ่มมำทดสอบ จำกนัน้ ให้ทุกกลุม่ นำกลับไปแก้ไขเพ่ิมเติม ให้เวลำ 10 นำที เมื่อครบเวลำท่ีกำหนดให้ทุกกลุ่มนำมำแข่งขันกัน โดยเริ่มวิ่งจำกจุดเดียวกัน ระยะทำง 2 เมตร จำกน้นั จบั เวลำของรถแตล่ ะกลุ่มท่ใี ช้ในกำรเคลอื่ นท่ี และบนั ทกึ ผล
ห น ้ า | 10 เวลำทใ่ี ชใ้ นกำรเคล่ือนที่.....................................................วินำที ระยะทำง............................................................................เมตร รถเคล่ือนทดี่ ว้ ยอัตรำเรว็ ....................................................เมตร 4. ให้แต่ละกลุ่มวเิ ครำะหห์ ำควำมเช่อื มโยง STEM เขยี นลงในกระดำษบรุ๊ฟ 1. เขยี นช่ือกจิ กรรม 2. วำดรูปภำพสง่ิ ประดษิ ฐ์ 3. หำควำมเชอื่ มโยง STEM (ใชห้ ลักการใดเข้ามาเก่ยี วข้อง) • S = .................................................................. • T = .................................................................. • E = .................................................................. • M= .................................................................. 5. ผู้จัดกิจกรรมคัดเลือกรถที่วิ่งเร็วที่สุด ใช้เวลำน้อยท่ีสุด ออกมำนำเสนอรถจำลองท่ีสร้ำงข้ึน แนวคิดในกำรสร้ำง เหตุผลในกำรเลือกเฟือง รวมท้ังผลกำรทดสอบและกำรปรับปรุงแก้ไขรถ จำลองจนมีประสทิ ธผิ ลทตี่ อ้ งกำร 6. ผจู้ ัดกิจกรรมและผู้รับบริกำรแลกเปลี่ยนควำมคดิ เห็น และสรุปสิ่งทีไ่ ดเ้ รียนร้รู ว่ มกัน
ห น ้ า | 11 กิจกรรมแบบทดสอบหลงั เรียน เรือ่ ง ลาบากแคไ่ หน กลไกชว่ ยได้ คาช้ีแจง ให้ผู้รับบรกิ ำรทำแบบทดสอบหลงั เรยี นเรอ่ื ง ลำบำกแคไ่ หน กลไกชว่ ยได้ ซึง่ ข้อสอบทง้ั หมดจำนวน 5 ขอ้ (เม่ือผรู้ ับบรกิ ำรทำแบบทดสอบเสร็จเรียบร้อยแลว้ ผรู้ ับรกิ ำรสำมำรถตรวจคำตอบไดต้ ำมเฉลยคำตอบทำ้ ย กิจกรรม) แบบทดสอบหลังเรยี น คะแนนทีไ่ ด้..........คะแนน เรือ่ งลาบากแคไ่ หน กลไกชว่ ยได้ คะแนนเต็ม 5 คะแนน คาชี้แจง 1. ให้ผู้รับบริกำรกำเคร่ืองหมำย x (กำกบำท) หน้ำข้อท่ีถูกต้องเพียงข้อเดียว 2. แบบทดสอบนี้มีข้อสอบจำนวน 5 ข้อๆ ละ 1 คะแนน 3. เมื่อผ้รู บั บรกิ ำรทำแบบทดสอบเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ผ้รู ับริกำรสำมำรถตรวจคำตอบได้ตำมเฉลยคำตอบ ทำ้ ยกจิ กรรม 1. เฟอื งทย่ี ึดตดิ กบั แกนของแหล่งตน้ กำลงั เรียกว่ำ ก. เฟอื งขบั ข. เฟืองตำม ค. เฟืองต่ำ ง. เฟืองสูง 2. เฟอื งทย่ี ึดกับเพลำขบั เคลือ่ นเรยี กว่ำ ก. เฟืองขบั ข. เฟอื งตำม ค. เฟืองต่ำ ง. เฟืองสูง 3. ถำ้ เรำขบั รถยนต์ขึ้นบนทำงท่ีมคี วำมลำดชนั มำกๆ ควรใช้เกียรอ์ ะไร ก. เกียรส์ งู ข. เกียรต์ ำ่ ค. เกยี ร์ 4 ง. เกยี ร์ 5 4. กำรหำอัตรำทดเฟืองหำได้จำกสูตร ก. อัตรำทดของเฟือง= จำนวนฟันของเฟืองตำม ข. อัตรำทดของเฟือง= จำนวนรอบของเฟืองขบั จำนวนฟันของขบั จำนวนรอบของเฟอื งตำม ค. ผดิ ทกุ ข้อ ง. ถูกท้งั ข้อ ก และ ข 5. เกียรท์ ี่มอี ัตรำทดสูงจะให้แรงบิดมำกเรียกว่ำ เกียรอ์ ะไร ก. เกยี รส์ งู ข. เกียรต์ ่ำ ค. เกยี ร์ 4 ง. เกียร์ 5
ห น ้ า | 12 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น 1. ก. เฟืองขบั 2. ข. เฟืองตำม 3. ข. เกยี รต์ ำ่ 4. ง. ถูกทัง้ ข้อ ก และ ข 5. ข. เกยี รต์ ำ่ เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ก. เฟืองขบั 2. ข. เฟอื งตำม 3. ข. เกียร์ตำ่ 4. ง. ถกู ท้งั ข้อ ก และ ข 5. ข. เกียร์ต่ำ
ห น ้ า | 13 กจิ กรรมการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้รบั บริการกิจกรรมการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ดา้ นสะเตม็ ศึกษา (STEM EDUCATION) คำชแี้ จง ใหผ้ รู้ ับบรกิ ำรทำแบบประเมนิ ควำมพึงพอใจของผูร้ ับบริกำรกิจกรรมกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั ด้ำนสะเต็ม ศึกษำ (STEM EDUCATION) แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้รับบรกิ าร กิจกรรมการศึกษาตามอธั ยาศัย ด้านสะเตม็ ศึกษา (STEM EDUCATION) ช่อื -สกุล ผู้รับบรกิ ำร......................................................................................... ชื่อฐำนกำรเรียนรู.้ .......................................................ชื่อ – สกลุ ผจู้ ดั กจิ กรรม....................................................... วนั ที.่ ...........เดือน...........................พ.ศ................... เวลำ..................น. ควำมพงึ พอใจท่มี ีตอ่ กำรจดั กิจกรรม ประเด็น ระดับควำมพงึ พอใจ 5 4 3 21 1. กิจกรรมตรงตำมควำมถนัดและตอ้ งกำรของผรู้ บั บริกำร 2. ข้นั ตอนกำรทำกจิ กรรมมีควำมชดั เจน 3. สอ่ื /วสั ดุ/อุปกรณ์ท่ใี ชท้ ำกิจกรรมมคี วำมเหมำะสม 4. ระยะเวลำที่ใชใ้ นกำรทำกจิ กรรมมคี วำมเหมำะสม 5. ควำมรู้ทไ่ี ด้รบั สำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ ได้ 6. ผ้รู บั รกิ ำรมีควำมสขุ /สนกุ ในกำรทำกจิ กรรม ควำมพงึ พอใจในภำพรวมต่อกำรจดั กิจกรรม ระดบั 5 หมำยถึง ระดับ 4 หมำยถึง ระดับ 3 หมำยถึง ระดับ 2 หมำยถึง ระดับ 1 หมำยถึง พงึ พอใจมำกทส่ี ดุ พึงพอใจมำก พงึ พอใจปำนกลำง พึงพอใจน้อย พึงพอใจน้อยทีส่ ุด ควำมรปู้ ระสบกำรณท์ ี่ได้รบั ควำมคดิ เห็นเพม่ิ เติม .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... .........................................................................
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: