47 การทดลองแชแ่ ข็ง Freezing Experiments สิงหาคม 1942-พฤษภาคม 1943 ค่ายดาเชา อ่างนำ้ จะถูกเติมนำ้ แขง็ ไปจนอุณหภูมิ 3 องศาเซลเซียส เหยอ่ื อาจสวมชดุ นักบนิ หรอื ไม่กเ็ ปลอื ย การทดลองแช่แข็งประมาณ 360-400 ครง้ั บางคนใช้ซำ้ กนั สองสามครัง้ ตายไป 80-90 คน พยานคนหนึ่งที่เป็นหลวงพ่อชาวโปแลนด์เล่าว่าจะมีสายไฟมาแปะแผ่น หลัง อีกเส้นสอดเข้ารทู วาร พออุณหภูมิสามสิบองศาจะหมดสติ แต่ก่อน หน้านั้นมีการดูดเลือดจากหูทุกสิบห้านาที และจะมาถามบ่อยๆว่ารู้สึก อย่างไร พยานบอกว่ารู้สึกว่าการหายใจกระชั้น เหงื่อซึมออกจากหน้าผาก มีการ เอายารสหวานมาใหก้ ิน พอรตู้ ัวอีกทีกฟ็ ้ืนมานอนอบไฟอยู่ หลวงพ่อบอกว่าจากนน้ั เขารสู้ กึ หัวใจเตน้ ผิดจงั หวะไปเลยตลอดชวี ิต ตอนแรกไม่มีใครตายจากการทดลอง แต่เมื่อนายแพทย์ราเชอร์มาทำ การทดลองต่อจากคนเดิม ก็จะเอาถึงตาย ระยะเวลาการทดลองไม่ แน่นอน ถ้าผอมจะตายใน 80 นาทีแต่ก็มีที่อยู่ได้นานถึง 3 ชั่วโมง แต่ สุดท้ายจะถูกทงิ้ ให้ตาย
48 การใชส้ ตรีอบอ่นุ ร่างกาย จากเอกสารลบั ของนายแพทยร์ าเชอร์ มกี ารทดลองใหเ้ หยื่อที่ สนิ้ สตจิ ากความเยน็ มาทำให้อบอนุ่ ดว้ ยผหู้ ญงิ เปลือยโดยจะเบยี ดชดิ รา่ ง ใหม้ ากทีส่ ดุ พบว่าวธิ ีนจ้ี ะทำให้อณุ หภมู ิสงุ ขน้ึ ไดเ้ ร็วกว่าวิธีอื่น ถา้ มีการมี เพศสมั พันธก์ ับหญงิ ดว้ ยจะอนุ่ เร็วขึน้ อีก เทียบเทา่ กบั การแช่นำ้ ร้อนแต่ถา้ ให้มเี พศสัมพนั ธก์ ับหญิงคนเดยี วจะอุณหภมู ิข้นึ ดีกว่าสองคนเพราะนา่ จะ ลดเร่อื งความกระดากอายเมอ่ื อยตู่ อ่ หนา้ บุคคลทสี่ ามไป นายแพทย์ราเชอรส์ รุปว่า ถา้ เลือกไดค้ วรใชก้ ารแช่นำ้ อุ่นกอ่ น ถ้าไม่ได้จงึ ใหใ้ ชร้ า่ งมนุษย์ หมอราเชอร์ กำลังทดลอง
49 การทดลองมาลาเรยี Malaria Experiments ก.พ. 1942- เม.ย.1945 นักโทษ 1,084 คนหลายเชื้อชาติ ถูกทดลองมาลาเรีย เพราะ ช่วงสงครามนนั้ มโี รคระบาดคอื มาลาเรยี ไข้รากสาดใหญ่ และตับอกั เสบ คนที่มีความแข็งแรงจะถูกจงใจให้ถือกล่องยุงที่มีเชื้อมาลาเรียอยู่ให้ยุง กัด โดยถือไว้ที่หว่างขาครึ่งชั่วโมงต่อวัน และมีบางคนก็ให้เป็นพาหะ เฉยๆ คือกลัวว้เชือ้ จะไม่มีใช้งาน เลยเอามาใหต้ ดิ ในคนต่อเนื่อง สามถงึ หา้ คนต่อเดือน บางคนโดนฉดี ตอ่ มมูกของยุงเขา้ โดยตรง หลวงพ่อคนท่ีเปน็ พยานคดีแช่แข็งก็โดนทดลองมาลาเรยี ดว้ ย เขาเล่าว่าจะมีอาการเป็น cycle ทุกสามสัปดาห์ มีอาการไข้สูง หนาว ส่ัน ปวดตามข้อ มีการทดลองให้ยาหลายชนิดเพื่อรักษา เช่นนีโอซาลวาซาน ควินินฉีด แอตทาบริน หลวงพ่อเล่าว่าคนที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากถูก บังคับยุงกัดในขณะนั้นมี 50-60 คนที่มีอาการหนาวสั่น หลวงพ่อบอก ตอนน้ันตายไปประมาณ 60 คน
50 การทดลองปลกู กระดูก เสน้ ประสาท กล้ามเนอื้ ก.ย. 1942 - ธ.ค. 1943คา่ ย Ravensbrueck นำโดย แพทย์หญิงแฮร์ทา โอเบอรฮ์ อยเซอร์ การทดลองทำโดยตดั ขาคนหน่ึงให้ขาดระดบั เอว หรอื ตดั แขน รวมถึงหัวไหล่ของนักโทษที่มีสุขภาพแข็งแรง ไปเย็บติดกับร่างอีกคน หนึ่งเพื่อปลูกถ่าย การทดลองนี้เกิดขึ้นกับนักโทษหญิง (พร้อมทดลอง เรื่องซัลฟานิลาไมด์ด้วย) คนที่ถูกนำแขนขาออกจะถูกฆ่าทิ้งหลังผ่าตัด ทำแบบนี้ราวสบิ คน รปู ขาทถ่ี กู ตดั
51 มีแขนขาสว่ นหนงึ่ ทีต่ ดั แลว้ ถกู ห่ออย่างดีด้วยผ้าปลอดเชอ้ื แล้ว ส่งไปผ่าแปะกบั ทหารเยอรมนั ท่ไี ดร้ ับบาดเจบ็ เหย่อื ทถ่ี ูกตัดจะถูกฆ่าท้ิง ที่เหลือจะพกิ ารตลอดชีวติ อกี 71 คน (รูปเหย่ือท่ีถูกใชใ้ นการทดลอง)
52 การทดลองแก๊สมัสตารด์ LOST (Mustard) Gas Experiments ก.ย.1939 และ เม.ษ.1945 ค่าย Sachsenhausen, Natzweiler และ อน่ื ๆ LOST หรือที่เรียกอีกอย่างว่าแก๊สมัสตาร์ดนั้นเป็นอาวุธเคมี LOST ที่ได้ชื่อนี้เพราะว่าตั้งตาม Lommel and Steinkopf ที่เป็นผู้ แนะนำใหเ้ ยอรมันนำมาใช้ในสงคราม ปกติเวลาโดนแกส๊ น้ีแลว้ จะเกิดแผลพพุ องเยอรมนั นีตอ้ งการ หายาท่ีมปี ระสทิ ธิภาพจะรกั ษาอาการนีไ้ ด้ มีการใหก้ รีดเน้ือนักโทษแลว้ เอาไปป้ายท่แี ผล หรอื ให้ดมในภาวะของเหลว หรือฉดี เขา้ ไปในรา่ งกาย เมอ่ื โดนแลว้ จะทำให้บวมเป่งและเจ็บปวดมาก การทดลองดำเนนิ โดยใชเ้ หยือ่ 220 คน ในจำนวนนตี้ าย 50 คน นักโทษจะเดินเปลือยมา หยดของเหลวไปบนท่อนแขนราว 10 เซนติเมตรเหนือข้อศอก ต่อมาต้องยืนกางแขนคาไว้อีกสิบชั่วโมง และรอจนไหม้ทั่วร่าง บางคนตาบอด จะมีการถ่ายรูปนักโทษไว้ทุกวัน ถ่ายรูปบริเวณแผลท่ีไหม้ วันที่ 5-6 จะตาย ก็ส่งไปชันสูตรพบว่าอวัยวะ ภายในถูกกัดกิน บางคนให้ทดลองโดยการกระทืบหลอดแก๊สให้แตกใน หอ้ งอบแกส๊ แล้วให้ยืนดม ของเหลวจะระเหยกลายเปน็ ไอ โดยปกติแลว้ เหยื่อจะหมดสติ ทำแบบนี้ 150 คน ระบบหายใจจะถูกทำลายบางคน โดนฉีดแบบรูปของเหลวเข้าร่างจะทำให้ตายทั้งหมด การทดลองอีกประเภทหนงึ่ คอื การให้ดม่ื เข้าไป แผลไหมจ้ ากแกส๊ มสั ตารด์
53 การทดลองซัลฟานลิ าไมด์ Sulfanilamide Experiments ก.ค. 1942 - ก.ย. 1943 คา่ ย Ravensbrueck ถือกันว่ายาซัลฟานี้เป็นยาวิเศษในหมู่สัมพันธมิตร นาซีจึง อยากใช้บ้าง เพราะว่าตอนที่ไปบุกรัสเซีย ทหารนาซีเจอปัญหาอย่าง หนักเรื่องแผลเน่าเนื้อตาย Gangrene จึงควรใช้ยาเพื่อประวิงเวลา สง่ กลับมาผ่าตดั การทดลองทำโดยนักโทษชาย 15 คน นักโทษหญิง 60 คน มีนักโทษ 74 คนถูกผ่าตัด หลายคนถูกผ่ามากกว่าหนึ่งครั้ง ตาย 5 คน ถกู ยงิ ท้ิง 6 คนหลังผา่ ตดั เหยอื่ บางรายโดนผ่าตัดจากการทดลองซัลฟา และการปลุกถ่ายกระดกู โดยไม่ไดส้ มัครใจและไมไ่ ด้รบั ยารกั ษา มีการจำลองภาวะ Gangrene โดยบางกลุ่มจะโดนกรีด กลา้ มเนอ้ื ยาว 10 เซนตเิ มตร แล้วเตมิ ข้ีเล่ือยผสมแบคทเี รียจากจาน เพาะเช้อื (ขเี้ ลอ่ื ยจะทำหนา้ ทีเ่ ป็นส่งิ แปลกปลอมท่ีทำให้การหายของแผลยากขึ้น ติดเชอื้ ง่ายขึ้นและจำลองสภาพสกปรกท่ีทหารเยอรมันจะตอ้ งโดน) บางกลมุ่ ใชแ้ บคทีเรียจากจานเพาะเช้ือผสมเศษแก้ว บางกลมุ่ ใชแ้ บคทีเรยี ผสมทัง้ ข้ีเลือ่ ยและเศษแก้ว พบวา่ หลงั จากทำแบบน้ีแลว้ ได้ gangrene ทไี่ ม่ร้ายแรง ไมม่ ีใครตาย จงึ เปลีย่ นเปน็ รัดกลา้ มเนอื้ ทง้ั สองปลายดว้ ย เพื่อสกัดไมใ่ หเ้ ลอื ดไปเลยี้ งวธิ ี นจ้ี ะทำให้แผลตดิ เช้ือรุนแรงมากและตาย ในจำนวนนกั โทษเหล่านี้บางคนเคยถกู ทดลองเพาะกระดูกกลา้ มเน้ือ และเสน้ ประสาทมาแลว้ ในหอ้ งทร่ี กั ษาพยาบาลนั้นกล่ินจะเหมน็ คละคลงุ้ มากเหยอื่ การทดลองจะเจบ็ ปวดทรมานมาก การทดลองระเบิดเพลิง Incendiary Bomb Experiments พ.ย. 1943 - ม.ค. 1944 ค่าย Buchenwald
54 การทดลองนี้เพื่อหาวิธีรักษาแผลจากระเบิดเพลิงที่ทำจาก ฟอสฟอรัสเหลวที่มีการทิ้งในสนามรบ ว่าจะสามารถใช้สารละลาย คาร์บอนเตตราคลอไรด์ (R-17) หรือขี้ผึ้งหรือยาอื่นมารักษาได้หรือไม่ การทดลองทำโดยเลือกเหยื่อ 5 คน จงใจจุดไฟเผาแขนด้วยฟอสฟอรัส เหลว ไฟจะลุกอยู่นาน 20 วินาที ดับด้วยน้ำ เผาเป็นแผลลึก จะทำให้ เจ็บปวดมาก เป็นแผลถาวร ผิวจะเป็นสีน้ำตาลดำเหนียวๆเป็นยาง ผิว ม ั น เ ล ื ่ อ ม ค ล ้ า ย โ ล ห ะ แ ล ้ ว น ำ ม า ร ั ก ษ า ด ้ ว ย R-17 อกี การทดลองใหเ้ ผา 45 วินาที เช็ดดว้ ย R -17 อกี คร้งั ใหล้ ุก 30,40,60 วนิ าที แล้วเชด็ ดว้ ยสารต่างๆเช่นขผี้ ง้ึ ตา่ งๆ นำ้ มันตับปลา (แผลท่ีไหมจ้ ากฟอสฟอรสั ของนกั โทษ)
55 การทดลองนำ้ เค็ม Sea-water Experiments ก.ค. 1944 - ก.ย. 1944 คา่ ยดาเชา Beiglboeck แพทยท์ ท่ี ำการทดลอง การทดลองน้ีเพือ่ ประโยชน์กองทัพอากาศและกองทพั เรือ ว่า ถา้ ทหารเหล่านต้ี ้องไปลอยอย่บู นทะเล จะทำอยา่ งไรให้น้ำทะเลดืม่ ได้ เหยอ่ื การทดลอง 44 คนงดอาหารนาน 5-9 วนั โดยนกั โทษถกู หลอกมาว่าจะให้มาทำความสะอาด เนอ่ื งจากตอ้ งหลอกวา่ ไมใ่ ชน่ ำ้ ทะเล จึงต้องปรุงรสไมใ่ หเ้ คม็ เรยี กว่าน้ำ เบอรก์ าทิต (berkatit) (ต้งั ชอื่ นีต้ ามคนคิดวธิ ี เบอร์กา)แต่นำ้ นีย้ ังมเี กลอื แร่ทุกอยา่ งเหมือนน้ำทะเลครบ สมมติฐานคอื คาดวา่ ตอ้ งดม่ื ไมต่ ำ่ กว่า 6 วันจงึ จะเปน็ อนั ตราย และเสียชวี ิตเม่อื ดมื่ ไมเ่ กิน 12 วัน แบง่ กล่มุ การทดลองเป็น 4 กลุ่ม 1. ไมไ่ ดร้ บั นำ้ เลย 2. ดื่มน้ำทะเลธรรมดา 3. ด่มื น้ำทะเลปรุง berkatit 4. ดืม่ น้ำทะเลที่สกัดเกลือออก ตามวิธีของเชฟเฟอร์ (Schaefer) ใช้เงิน silver แยกเกลอื ออกจากน้ำทะเล แล้วแบง่ เปน็ กล่มุ หนงึ่ ไมไ่ ดร้ ับอาหารใดๆเลย อีกกลมุ่ ไดร้ บั อาหารเชน่ ขนมปงั กรอบ นมผง เนย ไขมัน มพี ยานบางคนเลา่ ให้ฟงั วา่ มีอยคู่ รัง้ หนึง่ ผชู้ ่วยแพทย์ทำน้ำจืดหกกลาง ห้องทดลอง คนทโ่ี ดนให้ทดลองนน้ั ใช้ผา้ ขีร้ ิ้วไปชบุ นำ้ จืดนนั้ มาดดู หมอ จงึ ขูว่ ่าถ้าเกดิ ขน้ึ อีกผู้ชว่ ยจะโดนใหก้ นิ นำ้ เคม็
56 กอ่ นการทดลองไดร้ บั อาหารกอ่ นหน่งึ สัปดาหเ์ ต็ม (ถา้ สภาพร่างกายนักโทษผอมแหง้ มนั จะไมเ่ หมือนสภาพทหารท่ี ลอยคอกลางทะเล ) มีนกั โทษประมาณ 40 คนทีโ่ ดน บางคนเคยผ่าน การทดลองแช่แข็งมาแล้วดว้ ย หลังจากน้นั โดนกรอกนำ้ เคม็ ให้ด่ืมโดยไม่ไดร้ บั อาหาร สามคร้งั ตอ่ วนั ตอนเยน็ เปน็ นำ้ สีเหลือง และเจาะตบั ไปตรวจ บางคนถกู เจาะนำ้ ไขสัน หลงั มกี ารช่งั น้ำหนกั ดว้ ย ผ่านไปไม่กีว่ ันจะคลมุ้ คล่ังเปน็ บา้ เหน็ ภาพ หลอน นำ้ ลายฟมู ปาก เหา่ ทอ้ งร่วง ชักกระตกุ ส่วนใหญ่จะเสยี สตไิ ปเลย หรอื ไมก่ ็ตาย
57 การทำหมัน Sterilization Experiments ม.ี ค. 1941 - ม.ค. 1945 ค่าย Auschwitz และRavensbrueck จากนโยบายของนาซเี ร่อื ง Eugenics ที่ตอ้ งกำกัดเผ่าพันธุ์ ชาวยิวใหห้ มด แต่วา่ เมอ่ื ขาดแคลนแรงงาน จึงต้องเปล่ียนมาเปน็ ทำ หมนั คนยวิ ที่ยงั มีเรย่ี วแรงทำงานได้ ฮิตเลอรต์ ้องการวธิ ีทำหมันที่รวดเรว็ ราคาถกู และสามารถ เอาไปตอ่ ยอดทำหมันศตั รูของเยอรมันได้ เช่น รสั เซีย โปแลนด์ การ ผา่ ตดั ทำหมันนั้นชา้ และแพงเกนิ ไป และจะต้องเปน็ วิธีทไ่ี มส่ ังเกตไดง้ ่าย หมอ Adolf Pokorny บอกฮติ เลอร์ว่าใหใ้ ช้บอนที่นำมาจาก บราซลิ (Caladium seguinum ) มาเจอื ในอาหาร หรอื ป้ายบาดแผล จะ ทำให้เปน็ หมันได้ นำมาปลกู ในเรอื นกระจก การทดลองเปน็ ไปไดด้ ว้ ยดี แตว่ ่ามันชา้ ไป ความพยายามต่อมาคอื อา้ งวา่ ตรวจภายใน แต่แอบฉดี สารระคายเคอื ง เขา้ มดลกู ทำอย่างนี้หลายพันคน แตย่ ังไมเ่ ร็วพอ \"การทำหมนั โดยการฉายรังสีเอกซเรย\"์ จากรายงานถงึ ฮติ เลอร์กล่าววา่ วิธที ำคอื ให้เหย่ือเดินมาที่ หน้าเคาเตอรเ์ พ่อื แลว้ ใหก้ รอกเอกสารนานๆหน้าเคาเตอร์ ระหว่างนี้ก็ ปลอ่ ยรงั สเี อกซต์ ลอด 500-600 เรนิ ตเ์ กนตส์ ำหรับผู้ชาย เปน็ เวลา 2 นาที 300-350 เรนิ เกนต์ สำหรบั ผู้หญิง เปน็ เวลา 3 นาที เคร่อื งหน่ึงทำ ได้ 150-200 คน ถ้ามี 20 เครอื่ ง สามารถทำไดว้ นั ละ 3,000-4,000 คน ในหมู่คนยวิ 10 ลา้ นคนในยุโรป คิดว่าควรเลือกไว้ 2-3 ลา้ นคนมาทำ หมันเพ่ือใช้เปน็ แรงงานได้
58 การทดลองไข้รากสาดใหญ่ (Typhus) Spotted Fever (Fleckfieber) Experiments ธ.ค. 1941-มี.ค. 1945 ที่ค่าย Buchenwald และ Natzweiler ไข้รากสาดใหญ่ หรือ ไข้ไทฟัส (อังกฤษ: Typhus) เป็นกลุ่ม ของโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย โดยมีแมลงปรสิต (louse) เป็น พาหะ ชื่อโรคไทฟัสมาจากรากศัพท์ภาษากรีก typhos แปลว่าขี้เกียจ หรือขนุ่ มวั ซึ่งอธบิ ายสภาวะจิตใจของผูป้ ว่ ยด้วยโรคนี้ เชือ้ แบคทีเรียก่อ โรคนี้คือเชื้อกลุ่มริคเกตเซีย (Rickettsia) ซึ่งเป็นปรสิตที่จำเป็นต้องอยู่ ในเซลล์โฮสต์ตลอดเวลา ไม่มีวงชีพอิสระ เชื้อริคเกตเซียเป็นเชื้อที่ ระบาดอยู่ในสัตว์พวกหนู และแพร่กระจายเข้าสู่มนุษย์โดยเห็บ เหา หมัด โลน หรอื ไร พาหะเหล่าน้ีจะเจรญิ ได้ดภี ายใตภ้ าวะสขุ ลักษณะไม่ดี เช่นในเรอื นจำ ค่ายผู้ล้ภี ยั ในหมู่คนไร้บ้าน และในสนามรบ ไข้รากสาดใหญ่เป็นปัญหามากตอนที่เยอรมันรุกรานรัสเซีย เพราะมีวคั ซนี จำกดั ดงั นัน้ จุดประสงคก์ ารทดลองคือ พยายามหาวัคซีน ผลิตให้ได้จำนวนมากที่ราคาถูกกว่าวัคซีนเดิมท่ีมีใช้อยู่ วิธีทำโดยใหผ้ ้ทู ่ี สุขภาพแข็งแรง 75%มาฉีดวัคซีนและสารเคมีต่างๆที่ทดลองทำขึ้นที่มี ราคาถูก แล้วรอต่อไปสามถึงสี่สัปดาห์ แล้วนำมาทำให้ติดเชื้อโดยวิธี ต่างๆคือ บาดแผลขีดข่วน ฉดี เลอื ดเข้าร่างกาย ซงึ่ เชอื้ ก็นำมาจากหมดั ท่ี ติดโรค หรือให้หมัดกัดขา ส่วนคนที่เหลืออีก 25% ไม่ได้รับวัคซีนใดๆ นำมาต้ังใจให้ติดโรคเพ่ือไวเ้ ปรียบเทียบว่าถา้ ป่วยแล้วเปน็ อยา่ งไร คนท่ี ติดเชื้อจะมีอาการคมุ้ คลง่ั หลงเพอ้ ไม่กนิ อาหาร เสียชวี ติ คนที่รอดมา จะถูกฆ่าทงิ้
59 นกั โทษที่ผา่ นการทดลองไข้รากสาดใหญม่ ี 729 คน ในจำนวน น้ี 154 คนเสยี ชวี ติ คนท่เี ปน็ พาหะเดนิ ได้ตายทุกคน ซง่ึ ประมาณวา่ มี 90-120 คน นอกจากน้ยี งั มีการทดลองวัคซนี โรคอ่นื ๆด้วยท่ีคลา้ ยคลงึ กัน คือ yellow fever, smallpox, typhus, paratyphus
60 การทดลองยาพิษ” Experiments with Poison ธ.ค. 1943 - ต.ค.1944 ค่าย Buchenwald การทดลองนี้ไมไ่ ด้ต้องการเรือ่ งการรักษา แคอ่ ยากรวู้ ่าถา้ โดน ยาพษิ จะเป็นอยา่ งไร มีอาการอย่างไร นานเท่าไรจงึ ตาย การทดลองแรกทดลองแรกโดยใหน้ กั โทษรสั เซียสค่ี นไดก้ นิ สารพิษอลั คา ลอยดท์ ่เี จือปนในอาหาร แล้วหมอแอบดูอย่หู ลังม่านเพอ่ื ดูปฏิกรยิ า ร่างกาย คืออาเจยี น หมดสติ คนหนง่ึ ไมม่ ีอาการ แตไ่ มต่ ายจึงโดนฆ่า ด้วยการแขวนคอแลว้ จะได้เอาไปชนั สตู ร ตอ่ มามีการทดลองกระสนุ อาบยาพิษ ยิงเขา้ ทขี่ า ระยะแรกไม่มีอาการ ระยะตอ่ มา20-25 นาที ร่างกายกระตุก น้ำลายไหล พอ 40-45 นาที น้ำลายฟูมปาก 58 นาทบี างคนไมม่ ีชีพจร บางคนร่างกระตุก ยาพษิ ใช้ เวลา 2 ชั่วโมง 9 นาทีกอ่ นตาย
61 “เหยื่อส่วนใหญ่ถูกชักชวนให้หลงเช่ือ กลอุบายของเหลา่ นาซีในการทำการทดลองท่ี โหดร้ายนี้ บ้างก็ถูกหลอกว่าจะได้รับอิสระ บ้างก็ถูกหลอกว่าไปชำระล้างร่างกาย บาง รายก็โดนบังคับด้วยความไม่สมัครใจ ความ โหดร้ายของนาซีทีไ่ ม่มีวันลืมเลือน….”
62 แพทย์ทท่ี ำการทดลองกบั นกั โทษชาวยวิ KARL BRANDT SIEGFRIED HANDLOSER PAUL ROSTOCK OSKAR SCHROED KARL GENZKENER KARL GEBHARDT KURT BLOME RUDOLF BRANDT JOACHIM MRUGOWSKY HELMUT POPPENDICK WOLFRAM SIEVERS GERHARD ROSE
63 SIEGFRIED RUFF HANS WOLFGANG ROMBERG VIKTOR BRACK HERMANN BECKER-FREYSENGGEORG AUGUST WELTZ KONRAD SCHAEFER WALDEMAR HOVEN WILHELM BEIGLBOECK ADOLF POKORNY HERTA OBERHEUSER FRITZ FISCHER
64 บนั ทกึ ของ แอนนา แฟรงค์
65 ไดอารี่ของแอนน์ หรือที่รู้จักกันในนาม บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ซึ่งเธอเขยี นขึน้ เม่ือตอนอายุ 13-15 ปี เป็นหนังสือเกี่ยวกับการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่แพร่หลายไปทั่วโลก สำหรับชาวเนเธอร์แลนด์ เรื่องราวของเธอ ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดาที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผู้อื่นซึ่ง กำลังเดือดร้อนได้กลายมาเป็นเรื่องราวอันโดดเด่นของชาวดัตช์ในหน้า ประวัติศาสตร์ช่วงการถูกยึดครองของเนเธอร์แลนด์ในสงครามโลกครง้ั ที่สอง โดยในช่วงเวลานั้นมกี ารสังหารชาวดัตช์เชื้อสายยิวมากกว่าร้อย ละ 80 สงู เป็นอนั ดับสองรองจากประเทศโปแลนด์
66 อันเนอลีส มารี \"อันเนอ\" แฟรงค์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2472 ที่เมืองแฟรงก์เฟริ ์ต ประเทศเยอรมนี เปน็ บตุ รคี นท่สี องของ ออทโท แฟรงค์ และเอดิท ฮอลเลนเดอร์ มีพี่สาวชื่อ มาร์กอท แฟรงค์ ครอบครัวฟรังค์เป็นชาวยิวหัวก้าวหน้า อาศัยอยู่ในชุมชนผสมระหว่าง ชาวยิวกับพลเมืองอื่น ๆ ทำให้เด็ก ๆ เติบโต ขึ้นมาในแวดล้อมของ สหายกล่มุ ต่าง ๆ ทั้งคาทอลิ, โปรเตสแตนต์ และชาวยิวเอง พวกเขาไม่ใคร่เคร่งครัด ประเพณีในศาสนายูดายมากนัก เอดิทปกครองเด็ก ๆ อย่างเคร่งครัด มากกว่า ขณะที่ออทโทซึง่ เป็นนายทหารเยอรมนั ทีไ่ ดร้ ับเหรียญตราจาก สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ให้ความสนใจกับความรู้วิชาการและมีห้องสมุด ใหญ่เปน็ ของตวั เอง ทั้งพ่อและแมต่ า่ งสนับสนนุ ให้เด็ก ๆ อา่ นหนงั สอื
67 วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2476 มีการเลือกตั้งในเมืองแฟรงก์ เฟิร์ต และพรรคนาซีของฮิตเลอร์เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง มีการออก กฎหมายต่อตา้ นชาวยิวแทบจะในทันที ทำใหค้ รอบครัวฟรังคเ์ ร่ิมวติ กวา่ จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกตนหากยังคงอยู่ในเยอรมนีต่อไป ปีต่อมา เอดิท และเด็ก ๆ จึงเดินทางไปยังเมืองอาเคิน (Aachen) เพื่อพำนักอยู่กับ มารดาของเอดิท คือนางโรซา ฮอลเลนเดอร์ ออทโท ฟรังค์ยังคงอยู่ใน เมืองแฟรงก์เฟิร์ตต่อไป แต่ต่อมาเขาได้รับข้อเสนอให้ทำงานในบริษัท แห่งหนึ่งในอัมสเตอร์ดัมชื่อว่าโอเพคทา เขาจึงย้ายไปเริ่มต้นธรุ กิจที่นัน่ และพาครอบครวั ไปด้วย ครอบครัวฟรังค์เป็นหนึ่งในบรรดาชาวยิวกวา่ 300,000 คนท่ีอพยพออกจากเยอรมนีระหว่างปี พ.ศ. 2476 ถงึ 2482 อ็อตโต แฟรงค์ เริ่มทำงานที่บริษัทโอเพคทาซึ่งเป็นบริษัทจำหน่าย ผลไม้ เขามีห้องพักอาศัยแห่งหนึ่งบริเวณจัตุรัสแมร์เวเดอ (Merwedeplein) ในกรุงอัมสเตอร์ดัม จากนั้นเด็กหญิงทั้งสองจึงได้ เข้าโรงเรียน มาร์กอทได้เข้าโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง ส่วนอันเนอได้เข้า โรงเรียนแบบมอนเตสโซรี (Montessori) มาร์กอทมคี วามสามารถพิเศษ ด้านพีชคณิต ส่วนอันเนอชอบการอ่านและเขียนหนังสือ เพื่อนคนหนึ่ง ของเธอคือ ฮันเนอลี กอสลาร์ เล่าถึงเรื่องในวัยเด็กภายหลังว่า อันเนอ มักเขียนหนังสืออยู่เสมอ เธอจะเอามือป้องบังงานของเธอเอาไว้และไม่ ยอมพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับงานเขียนของเธอเลย มาร์กอทกับอันเนอมี บุคลิกทแ่ี ตกตา่ งกันอย่างเดน่ ชดั โดยทมี่ ารก์ อทเปน็ คนเรียบรอ้ ย เก็บตวั ชอบศึกษาหาความรู้ ส่วนอันเนอเป็นคนช่างพดู กระตอื รือรน้ และชอบ พบปะผู้คน
68 ปี พ.ศ. 2481 อ็อตโต แฟรงค์ เริ่มต้นทำบริษัทเพคทาคอน เป็นบริษัททีส่ อง โดยเป็นผู้แทนจำหนา่ ยสมุนไพร เกลือ และเครื่องเทศ ต่างๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตไส้กรอก บริษัทได้ว่าจ้างแฮร์มันน์ ฟัน แป็ลส์ มาเป็นที่ปรึกษาทางด้านเครื่องเทศ เขาเป็นพ่อค้าสัตว์ชาวยิวท่ี พาครอบครัวหนีมาจากเมืองออสนาบรึค (Osnabrück) ในเยอรมนี ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2482 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2483 เยอรมนีรุกรานเนเธอร์แลนด์ รฐั บาลผ้คู กุ คามเรมิ่ ราวชี าวยิวโดยบงั คบั ใชก้ ฎหมายเหยยี ดชนชาตอิ ย่าง ไม่เปน็ ธรรม มกี ารข้นึ ทะเบียนและแบ่งแยกชนชั้นอยา่ งชัดเจน มารก์ อท และแอนนาเป็นเด็กเรียนเก่งและมีเพื่อนมาก แต่ด้วยกฎหมายทีไ่ ม่เป็น ธรรมบังคับให้เดก็ ชาวยิวต้องเรียนในโรงเรียนยิวเทา่ นั้น ทั้งสองจึงต้อง ย้ายไปอยศู่ นู ยศ์ ึกษาของชาวยิวเทา่ นั้น เดอื นเมษายน พ.ศ. 2484 ออท โท ฟรังค์ พยายามปกป้องบริษัทเพคทาคอนจากการถูกยึดกิจการ เนื่องจากเป็นธุรกิจของชาวยิว เขาโอนหุ้นของเขาในเพคทาคอนไป ให้แก่โยฮันเนิส ไกลมัน แล้วลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ทรัพย์สิน ของบริษัททั้งหมดถูกโอนไปยังบริษัทคีสและคณะ ซึ่งมียัน คีส เป็น เจา้ ของ เดอื นธนั วาคม พ.ศ. 2484 อ็อตโตทำอย่างเดียวกนั กับบริษัทโอ เพคทา ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ปรากฏพิรุธ อ็อตโต แฟรงค์สามารถมีรายได้บ้าง แม้จะน้อยลงกว่าเดิมแต่ก็เพียงพอจะช่วย ยังชพี ครอบครวั ของเขาไว้ได้ ท่ามกลางการจับกุมและลงโทษชาวยิวที่เพิ่มขึ้นอย่างมากใน เยอรมนี ฤดูร้อนปีนั้นครอบครัวของแอนน์ตัดสินใจย้ายไปยังกรุง อัมสเตอรด์ มั ของเนเธอร์แลนด์ แต่แล้วในปี 1940 ระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ 2 กองทัพเยอรมันได้บุกเข้ายึดเนเธอร์แลนด์ พร้อมกับออก
69 กฎหมายแบ่งแยกเชอ้ื ชาติ ซง่ึ รวมถึงการประกาศเคอรฟ์ ิวสำหรับชาวยิว และบังคับใหพ้ วกเขาติดสญั ลกั ษณ์ดาวหกแฉกไวบ้ นเสื้อ ไม่กี่สัปดาห์หลังจากวันเกิดปีที่ 13 ของแอนน์ พี่สาวของเธอ ได้รับจดหมายให้เข้ารายงานตัวเพื่อกลับไปทำงานที่ค่ายกักกันใน เยอรมนี ครอบครัวแฟรงคจ์ ึงตดั สนิ ใจเขา้ ซ่อนตัวที่ห้องลับในบริษัทของ อ็อตโต แฟรงค์ พ่อของแอนน์ เพ่อื ความปลอดภัย พวกเขาอาศัยในห้อง ลับร่วมกับชาวยิวอีกหลายคนอย่างลำบากเป็นเวลากว่า 2 ปี ซึ่งแอนน์ ยังคงบันทึกเร่อื งราวของเธอลงในสมดุ อยเู่ สมอ
70 สมุดบันทึกเล่มแรกของแอนน์ แฟรงค์ เป็นสมุดลายตรา หมากรุกสีแดงที่เธอเก็บรักษาเอาไว้ในระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ถึง 5 ธันวาคม 1942 สมุดเล่มน้ีบันทึกเรื่องราวการ หลบซ่อนของครอบครัวเธอในช่วงเดือนแรก
71 วันที่ 12 มิ.ย. 1942 แอนน์ แฟรงค์ เด็กหญิงชาวยิววัย 13 ปี ได้รับสมุดบันทึกเป็นของขวัญวนั เกิดจากพ่อของเธอ แอนน์ตั้งช่อื มันวา่ คิตตี้ และเริ่มแบ่งปันประสบการณ์ของเธอกับสมุดสีแดงขาวเล่มนี้ เรอ่ื ยมา \"ออกจะแปลกไม่น้อยที่คนอย่างฉันเขียนสมุดบันทึก ไม่ใช่ เพราะฉันไมเ่ คยทำ แต่รู้สกึ วา่ แมแ้ ตต่ วั ฉนั หรอื ใครกต็ ามคงไมส่ นใจเร่ือง ความในใจของเด็กผู้หญิงอายุ 13 ปี\" เธอเขียนในบันทึก 8 วันหลังจาก นั้น เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2485 มาร์กอท ฟรังค์ ได้รับจดหมาย เรียกให้ไปรายงานตัวยังศูนย์กลางชาวยิวอพยพ เพื่อให้ย้ายที่อยู่ไปยัง คา่ ยทำงาน กอ่ นหนา้ น้พี อ่ ของอันเนอบอกเธอวา่ ครอบครวั จะต้องข้ึนไป ซ่อนตัวอยู่บนห้องใต้หลังคาของที่ทำการบริษัทบนถนนปรินเซินครัคต์ (Prinsengracht) ทซ่ี ึง่ พนกั งานของออทโททเี่ ชื่อถือได้จำนวนหน่ึงจะให้ การช่วยเหลือพวกเขา จดหมายเรียกตัวทำให้พวกเขาต้องรีบเร่งการ ซ่อนตัวเร็วกวา่ ทีค่ าดไวห้ ลายสปั ดาห์
72 ชีวิตใน อัคเตอรเ์ ฮยส์ ครอบครัวแฟรงค์ได้ยา้ ยไปยังทีห่ ลบซ่อนตัว ห้องพกั อาศยั เดิม ของพวกเขาถูกทิ้งไว้ในสภาพยุ่งเหยิง ให้ดูเหมือนว่าพวกเขารีบเร่งจาก ไปในทันที อ็อตโต แฟรงค์ ทิ้งข้อความไว้ฉบับหนึ่งบอกเป็นนัยว่าพวก เขาได้เดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์แล้ว พวกเขาจึงต้องเดินจากบ้านเป็น ระยะทางหลายกิโลเมตร แต่ละคนสวมเสื้อผ้าซ้อนกันหลายชั้นเพราะ พวกเขาไม่กล้าถือกระเป๋าเดินทางไปด้วย ที่ซ่อนของพวกเขาคือ อัค เตอร์เฮยส์ [Achterhuis เป็นคำภาษาดัตช์ หมายถึงพื้นที่ส่วนด้านหลงั ของบ้าน ฉบับแปลภาษาองั กฤษเรยี กทซ่ี อ่ นน้ีวา่ \"ห้องลบั \"
73 บา้ นทปี่ รินเซนิ ครคั ต์ กรงุ อัมสเตอรด์ มั ทีซ่ ่อนตัวของครอบครัวฟรงั ค์ เป็นพื้นท่ีว่างสามช้ัน เข้าไดจ้ ากช้ันพื้นดินของสำนักงานบริษัท โอเพคทา ภายในมีห้องเล็ก ๆ สองห้องบนชั้นที่หนึ่ง มีห้องอาบน้ำและ หอ้ งส้วมในตวั ชั้นบนเป็นห้องโลง่ ทใ่ี หญ่กว่า และมีห้องเล็ก ๆ ห้องหน่ึง อยู่ด้านข้าง จากห้องเล็ก ๆ นี้มีบันไดทอดออกไปยังห้องใต้หลังคา ใน เวลาต่อมาประตูทางเข้า อัคเตอร์เฮยส์ ถูกบังไว้ด้วยตู้หนังสือ เพื่อให้ แน่ใจว่ามันจะไม่ถูกค้นพบ ส่วนตัวอาคารหลักตั้งอยู่ห่างจากโบสถ์แว็ สเตอรแ์ กร์ก (Westerkerk) หน่งึ บล็อก ไมม่ กี ารบรรยายถึง
74 อ็อตโต แฟรงค์ พอ่ ของแอนน์ กับประตลู บั ท่เี ขากับ ครอบครัวซ่อนตัว ตู้หนังสอื กบั ทางเข้าลับท่ถี ูกเปดิ
75 วิคทอร์ คูเกลอร์, โยฮันเนิส ไกลมัน, มีป คีส และแบ็ป โฟสเกยล์ เป็นบรรดาพนักงานที่ล่วงรู้ว่าครอบครัวฟรังค์หลบอยู่ที่น่ัน ยัน คีส สามีของมีป และโยฮันเนิส แฮ็นดริก พ่อของโฟสเกยล์ เป็น \"ผู้ใหค้ วามชว่ ยเหลือ\" ตลอดช่วงเวลาทีค่ รอบครัวฟรังค์ซ่อนตัว พวกเขา นำข่าวจากนอกบ้านมาแจ้งให้ คอยรายงานสถานการณ์สงครามและ การเปลย่ี นแปลงทางการเมือง จัดเตรียมสง่ิ ของจำเป็นในชวี ิตประจำวัน ให้แน่ใจว่าครอบครัวแฟรงค์สามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีอาหาร เพียงพอ ซึ่งนับวันจะยิ่งเสาะหาอาหารได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนอเขียน ถงึ ความเสยี สละและความพยายามของพวกเขาที่พยายามจรรโลงจิตใจ ของคนในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาอันแสนอันตรายนั้น ทุกคนต่าง ตระหนักดีว่า หากถูกจับได้ พวกเขาจะต้องโทษถึงประหารฐานให้ท่พี ัก พงิ แก่ชาวยวิ ภายในห้องของแอนนา แฟรงค์
76 วันที่ 13 กรกฎาคม ครอบครัวฟัน แปลส์ ได้มาอาศัยรว่ มกัน ครอบครวั ฟรังค์ ไดแ้ ก่ แฮร์มัน, เอากสุ ต์ และปีเตอร์ ลูกชายอายุ 16 ปี เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายนพวกเขาก็ได้ต้อนรับฟริทซ์ ทันตแพทย์และเพื่อนของครอบครัว อันเนอบันทึกว่าเธอดีใจที่มีเพื่อนคยุ ด้วย แต่การมคี นจำนวนมากอยู่ร่วมกันในที่แคบ ๆ ทำให้เกิดความเครียด แอนนาใช้ห้องร่วมกับพเฟฟเฟอร์ เธอไม่สามารถทนเขาได้และรำคาญท่ี ต้องรับเขามาอยู่ด้วย เธอยังทะเลาะกับพเฟฟเฟอร์ซึ่งเธอให้ความเห็นวา่ โง่เง่า เธอระบุว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปริมาณ อาหารที่ได้รับแบ่งปัน ในเวลาต่อมา เธอเริ่มญาติดีกับปีเตอร์ผู้ขีอ้ ายและ เช่ืองชา้ แลว้ ท้งั สองกเ็ ริ่มตกหลุมรักกัน แอนนาได้จูบเขาเปน็ ครัง้ แรก ทว่า ความรู้สึกหลงใหลดูดดื่มของแอนนาค่อย ๆ เจือจางลง เธอตั้งคำถามกับ ตัวเองว่าความรู้สึกของเธอต่อปีเตอร์นั้นจริงแท้แค่ไหน หรือเป็นเพียง เพราะพวกเขาได้อยู่ร่วมในที่แห่งเดียวกันเท่านั้น แอนนา แฟรงค์ สนิท สนมกับบรรดาผู้ให้ความช่วยเหลอื พวกเขามาก อ็อตโต แฟรงค์ รำลกึ เรอ่ื ง นี้ในภายหลังวา่ เธอตื่นเต้นกระตือรอื ร้นที่จะได้พบพวกเขาทุก ๆ วัน เขา ยังสังเกตว่าเพื่อนสนิทที่สุดของแอนนาคือ แบ็ป โฟสเกยล์ \"เลขานุการ สาวผ้นู ัน้ ... พวกเธอทง้ั สองมกั ยืนกระซบิ กระซาบกนั อยู่ตรงมุมห้อง\" ในบนั ทกึ ของอแอนนา เธอบรรยายความสัมพนั ธร์ ะหว่างตัวเธอ กับสมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ และความแตกต่างในบุคลิกภาพของพวก เขาทั้งหลาย เธอเห็นว่าตัวเองมีความรู้สึกใกล้ชิดกับพ่อมากกว่าคนอื่น ๆ พ่อของเธอบอกภายหลังว่า \"ผมเข้ากับแอนนาได้ดีกว่ามาร์กอทซึ่งมักจะ ติดแม่แจ อาจเป็นเพราะมาร์กอทไม่ค่อยแสดงความรู้สึกของเธอออกมา เทา่ ไรนกั และดูเหมือนไมต่ ้องการการสนับสนนุ มากนกั เธอไม่ค่อยหัวเสยี กบั อารมณท์ ่เี ปลี่ยนแปลงไปมาเหมือนอย่าง ที่อันเนอเป็น\" หลังจากมาซ่อนตัว อันนากับมาร์กอทก็สนิทกันยิ่งข้ึน
77 กว่าเดิม แม้บางครั้งอันเนอจะรู้สึกอิจฉามาร์กอท เพราะสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านมกั ตำหนิเธอว่าไม่มคี วามอ่อนโยนสุภาพเหมือนอย่างพ่ีสาว แต่เมื่อ อันเนอเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สองสาวพี่น้องก็เข้ากันได้ดี ในบันทึกของเธอ วนั ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2487 แอนนาเขยี นว่า \"มาร์กอทดขี ้นึ มาก พกั หลงั นี้เธอไมท่ ำตัวเป็นแมวหง่าว และเริ่มเปน็ เพื่อนจริง ๆ สักที เธอไม่มองฉัน เป็นเด็กทารกอกี แลว้ \" แอนนาเขียนเรื่องความขัดแย้งกับแม่เอาไว้บ่อย ๆ รวมถึง ความขัดแย้งในใจของเธอเองเกี่ยวกับแม่ด้วย วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 เธอบรรยายถึง \"ความเสื่อมศรัทธา\" ที่มีต่อแม่ ทั้งยังไม่สามารถ \"ประจันหน้ากับความสะเพร่า เย็นชา และหัวใจที่แข็งกระด้าง\" ของแม่ เธอได้ ก่อนจะสรุปวา่ \"เขาไม่ใช่แม่สำหรับฉัน\" ต่อมาเมอื่ เธอทบทวนสมุด บันทึกของตัวเอง อันเนอรู้สึกละอายกับทัศนคติแย่ ๆ ของตัวเอง เธอ บันทึกว่า \"แอนนา นั่นเธอหรือที่จงเกลียดจงชังขนาดนั้น โอ อันเนอ เธอ ทำได้อย่างไร?\" อันเนอเริ่มเข้าใจว่า ความแตกต่างของพวกเขาเป็นผลมา จากความไม่เขา้ ใจกนั เป็นความผดิ ของเธอมากเท่า ๆ กบั ความผิดของแม่ แอนนายังเห็นว่าเธอได้เพิ่มความทุกข์ใจให้แก่แม่อย่างไม่จำเป็นเลย เม่ือ ตระหนกั ดังน้ี อนั เนอกเ็ ริ่มปฏบิ ตั ติ อ่ มารดาดว้ ยความเคารพมากย่ิงข้นึ
78 แมข่ องแอนนา แฟรงค์ ทง้ั มาร์กอทและแอนนาต่างหวงั จะได้กลบั ไปโรงเรยี นอีกครงั้ ทันทที ไ่ี ปได้ เพื่อจะได้ศึกษาเล่าเรียนต่อ มาร์กอทมีสมุดบันทึกส่วนตัวของเธอ เหมือนกัน แต่เข้าใจว่าสูญหายไป แอนนาใช้เวลาส่วนใหญไ่ ปกับการอ่าน และเล่าเรียน โดยยังเขียนและแก้ไขบันทึกของเธออยู่อย่างสม่ำเสมอ ซ่ึง นอกเหนอื จากการบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่ีพวกเขาประสบแล้ว เธอยัง บรรยายถึงความรู้สึกของเธอ ความเชื่อ ความปรารถนา และเรื่องต่าง ๆ ที่เธอไม่กล้าปรึกษาหารือกับใคร เมือ่ เธอมคี วามมัน่ ใจในการเขียนหนังสือ มากขึ้น เธอก็เริ่มบรรยายถึงเรื่องราวเชิงนามธรรม เช่นความเชื่อของเธอ ต่อพระผู้เป็นเจ้า และเรื่องการจำกัดความธรรมชาตขิ องมนุษย์ เธอเขียน บันทึกอย่างสม่ำเสมอทุกวันจนกระทั่งถึงบันทึกครั้งสุดท้ายในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2487
79 บันทกึ หนา้ สดุ ทา้ ยของแอนน์จบลงวนั ท่ี 1 ส.ค. 1942 ไม่ก่ีวัน ตอ่ จากนน้ั ท่ีซ่อนของพวกเขาถูกค้นพบโดยเจา้ หน้าทีต่ ำรวจ พวกเขาทั้งหมดถกู จบั กมุ และสง่ ตวั ไปยงั ค่ายกักกนั โดยแอนน์ ถูกส่งไปยังค่ายเอาชวิทซ์ ในโปแลนด์ ก่อนจะถูกย้ายมายังค่ายกักกัน แบร์เกิน-เบลเซนิ ในเยอรมนี ท่ีทีเ่ ธอเสียชีวติ ลงดว้ ยโรคไข้รากสาดใหญ่ หรือ Typhus ในเวลาต่อมา ดว้ ยวยั 15 ปี อ็อตโต แฟรงค์ เป็นคนเดียวในครอบครัวที่รอดชีวิตจาก ชว่ งเวลานน้ั เขาเดินทางกลบั ไปทีเ่ นเธอร์แลนด์และไดพ้ บกับ เมียป กีส์ ผู้ช่วยเหลือครอบครัวของเขาระหว่างการซอ่ นตัว เมียปมอบไดอารี่ของ แอนน์ที่เก็บไว้ได้ให้กับเขา ก่อนที่สมุดบันทึกเล่มนี้จะถูกตีพิมพ์เป็น หนังสือในปี 1947 และไดร้ บั ความสนใจจากท่ัวโลกจนทุกวนั นี้
80 บรรณานกุ รม -https://th.wikipedia.org/wiki/อดอลฟ์ _ฮิตเลอร์ -https://th.wikipedia.org/wiki/ฮอโลคอสต์ -https://waymagazine.org/interview-tul-nazi/ -https://www.the101.world/tul-interview-nazi-study/ -https://www.britannica.com/biography/Adolf-Hitler/Hitlers-place-i -https://th.wikipedia.org/wiki/เกตโตนาซี -https://th.wikipedia.org/wiki/ระบอบนาซี -https://www.catdumb.com/kristallnacht-the-night-of-broken-glass-378/ -https://th.wikipedia.org/wiki/การแก้ปญั หายวิ ครัง้ สุดท้าย -https://picpost.mthai.com/view/107835 -https://www.jewishvirtuallibrary.org/defendants-in-the-doctors-trial -http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2010 /06/X9332913/X9332913.html -https://www.jewishvirtuallibrary.org/malaria-experiments -https://en.wikipedia.org/wiki/Sulfur_mustard -http://iyfsearch.com/Holocaust_Victims.cfm -https://rarehistoricalphotos.com/holocaust-pictures/ -http://www.rmutphysics.com/teaching- glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=466&Itemid =11 -http://worldcivil14.blogspot.com/2015/12/auschwitz-concentration- camp.html?m=1
Search