Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นำ้บวย

นำ้บวย

Published by yada-por, 2021-11-22 02:32:43

Description: นำ้บวย

Search

Read the Text Version

แผน่ ดิสก์ diskette คอื Extreme History – หวนคนื วันวาน “แผ่นดิสเกต็ ต์ (Diskette)” อุปกรณ์เกบ็ ข้อมลู ในตานาน โดย TeammyInside - 28 พ.ค. 2020 0

หลังจากท่หี ายไปนานร่วมสัปดาห์ บทความ Extreme History ยังมาพร้อมกบั เรือ่ งราวน่าสนใจเหมือนเดิมนะ ครบั วันน้ผี มจะพาเพื่อน ๆ ยอ้ นเวลาไปยงั สมยั เด็ก ที่อุปกรณ์เก็บข้อมลู แบบพกพายังมีขนาดใหญ่และความจุ น้อย หนงึ่ ในนน้ั คือแผน่ ดสิ เก็ตต์ (Diskette) หรอื บางคนเรียกวา่ ฟลอปปีดิสก์ (Floppy disk) เรามาดูจดุ เริ่มต้น ของมันพร้อม ๆ กันเลย Yoshiro Nakamatsu โยชิโร นากามตั สึ (Yoshiro Nakamatsu) หน่งึ ในนกั ประดิษฐ์ชาวญปี่ นุ่ ที่มผี ลงานกวา่ 3200 ชนิ้ ตลอดชวี ิต ของเขา และมหี ลายชิน้ ทเ่ี คยผา่ นมีเรามานกั ต่อนัก ไมว่ ่าจะเปน็ แผ่นซีดี, เครื่องเล่นคาราโอเกะ, นาฬิกาดจิ ิตอล , ถังปั๊มป์ซอส, แท็กซม่ี ิเตอร์ และที่ขาดไมไ่ ด้คอื แผน่ ดสิ เกต็ ต์ จนทาให้เขาถูกโหวตให้เป็นหนง่ึ นกั วิทยาศาสตร์ผู้ ยิง่ ใหญ่ในประวตั ิศาสตร์ ฐานะเดียวกับอะคิมีดสี , ไมเคิล ฟาราเดย์, แมรี คูรี และนโิ คลสั เทสลา โยชโิ รได้เผยว่าตนเองได้คดิ ค้นดสิ เก็ตตข์ ึ้นมาตัง้ แตป่ ี 1950 แลว้ ล่ะ แตต่ อนนกี้ าลังมองหาบริษัททีเ่ ขาจะขาย สญั ญาใหผ้ ลิตอยู่ ในตอนแรกมีบรษิ ทั ญปี่ นุ่ ติดตอ่ มาขอซื้อสิทธบิ ัตรถึง 6 แห่ง สดุ ท้ายเขาได้ขายให้กับทาง IBM และจุดเร่ิมต้นของยุคดสิ เกต็ ต์จงึ เรม่ิ ขน้ึ

เครื่องอา่ น Minnow เหตผุ ลในการเข้าซ้ือสิทธิบัตรเพื่อผลติ ดสิ เก็ตต์ของ IBM มาจากวศิ วกรที่พัฒนาเคร่ือง RAMAC ต้องการ อุปกรณ์จัดเกบ็ ข้อมูลท่มี ขี นาดเล็ก พกพาสะดวก และถอดเก็บไดโ้ ดยไม่มีขอ้ มลู เสียหาย จึงมกี ารเสนอ ความเห็นนเ้ี ข้าสู่ที่ประชุม ซง่ึ ก็ยงั ไม่มีการดาเนนิ การใด ๆ จนกระทง่ั ปี 1967 บอสใหญ่ส่ังใหศ้ ูนย์พัฒนา หนว่ ยความจาท่ีซานโฮเซ แคลิฟอร์เนีย พัฒนาระบบโหลดไมโครโคด้ สาหรบั เครื่องเมนเฟรม System/370 ท่ี เล็กและราคาไม่แพง (เดมิ ใช้เทปวดิ โี อขนาดเทา่ หนงั สือเล่มหนา ๆ ซงึ่ มันไม่ตอบโจทย์) งานนีจ้ ึงตกไปอยู่ในมือ ของเดวิด โนเบิล (David L. Noble) เมื่อไดส้ ทิ ธิบัตกิ ารผลิตดสิ เก็ตต์มา จึงไดแ้ ผ่นดิสเก็ตตต์ วั จริงเสียงจริงช้นิ แรกข้นึ มา ดิสเก็ตตแ์ ผน่ แรกฝีมอื โนเบลิ ถกู เรียกวา่ Memory disk มคี วามจุ 80 กโิ ลไบต์ ขนาด 8 น้ิว หนา 1.5 มิลลเิ มตร และอา่ นข้อมลู ได้อย่างเดียว จะเขยี นทบั หรือลบไม่ได้ โดยใชง้ านรว่ มกบั เครอ่ื งอา่ นทช่ี ื่อเล่นว่า มนิ นาว (Minnow) เปน็ รุ่น 23FD ซง่ึ ขนาดเครอื่ งใหญม่ ากกก

Diskette 8 น้ิวของ IBM หลังจากนัน้ ดิสเก็ตต์และเคร่ืองอา่ นมินนาวไดถ้ ูกนาไปใช้ในแผนกอนื่ ของ IBM อย่างกวา้ งขวาง ถึงแม้ข้อมูล ภายในจะเปน็ แบบอา่ นอย่างเดียว แต่มนั ช่วยใหก้ ารสง่ ต่อชุดคาส่งั เป็นไปอยา่ งงา่ ยดาย จนกระท่ังในปี 1970 โนเบิลรว่ มกบั วศิ วกรอกี 25 คนชว่ ยปรบั ปรงุ แผ่นดิสเกตต์ใหม้ ีความจุมากข้นึ รวมถึงเครื่องมนิ นาวเองก็ถกู อัป เกรดความเร็วในการอ่านข้อมูล แลเปล่ยี นชื่อใหม่เปน็ อิกอร์ (Igor) เครอ่ื งอา่ นดิสเก็ตตร์ ุ่น 33FD จากนั้นก็เป็น ร่นุ 43FD และรุน่ 53FD ทีม่ าพร้อมดสิ เกตต์ความจสุ ูงถึง 1200 กโิ ลไบต์ ในปี 1972 อลนั ชูการต์ (Alan Shugart) หวั หน้าของโนเบิล (เขาคือคนที่ส่งั โนเบลิ ให้ไปพัฒนาดิสเกต็ ต์ !!) ได้ ลาออกจาก IBM ไปทางานในบรษิ ทั Memorex แลว้ ออกแผ่นดสิ เก็ตต์ความจุ 175 กิโลไบต์ พรอ้ มเคร่อื งอา่ น Memorex 650 ตัดหนา้ แตท่ ่ีเจ๋งกว่าคือเซตดิสเกตต์และเคร่อื งอา่ นนี้สามารถอา่ นและเขียนขอ้ มูลได้ แผน่ ดิสกจ์ าก Memorex

ตรงน้ีอาจมีคนงง ระหวา่ งแบบอา่ นอย่างเดยี วกบั แบบอ่านและเขียนได้ เอางา่ ย ๆ คือกระบวนการนน้ั ต้องจบ ลงที่เครือ่ งเดยี ว นนั่ หมายความว่า แบบอ่านอยา่ งเดยี วจะถูกอดั ข้อมลู ลงบนแผ่นแมเ่ หลก็ ด้วยอปุ กรณ์เฉพาะ แตก่ ารอา่ นแผ่นสามารถอา่ นด้วยเครื่องอา่ นดิสเกต็ ต์ ในขณะท่ีแบบอ่านและเขียนสามารถทาได้ภายในเครื่อง อ่านดิสเกต็ ต์เลย หลังจากนัน้ ชกู ารต์ หันไปต้ังบรษิ ทั ของตนเองชอื่ วา่ Shugart Associates พร้อมส่งดสิ เก็ตต์ขนาด 8 น้ิว ความ จุ 800 กโิ ลไบตแ์ ละเคร่ืองอ่านรุ่นใหม่ลงสู่ตลาดขายปลีก เปน็ คร้งั แรกทม่ี ีการวางจาหนา่ ยอปุ กรณ์เก็บข้อมลู สาหรับ PC แต่ไมน่ านกเ็ ริ่มมีเสียงลกู ค้าบ่นว่า “ดสิ เก็ตต์ 8 นวิ้ มนั ใหญเ่ กินไป” ชกู ารต์ จงึ ใหว้ ศิ วกรออกแบบ เสียใหม่ จนได้ดสิ เกต็ ตข์ นาด 5.25 น้ิว ความจุ 110 กิโลไบต์ พรอ้ มเครื่องอา่ นร่นุ SA-400 กลายเป็นว่ามัน กลายเป็นดิสเก็ตต์ท่ขี ายดีทส่ี ุดของชูการ์ตเลยทเี ดียว เพราะเฉล่ยี แลว้ บรษิ ัทสามารถขายเคร่ืองอ่านพรอ้ ม ดสิ เกต็ ตไ์ ด้ถึง 4,000 ชดุ ต่อวัน !! Shugart “SA400” พร้อมแผ่นดสิ เกตต์ สาหรับมาตรฐานดิสเก็ตตท์ ่เี ราเคยเหน็ กันในปจั จบุ นั คือขนาด 3.5 น้วิ พฒั นาโดยบริษัท SONY ของญปี่ นุ่ ในปี 1980 โดยญี่ปุ่นพยายามสรา้ งมาตรฐานดสิ เก็ตต์ข้นึ มาเพอื่ สู้กับฝัง่ ของสหรัฐอเมริกา ในตอนนน้ั มี SONY ขาย แบบฮาร์ดเซลล์มาก ทั้งการโฆษณาถึงขนาดท่เี ล็กกว่าท้ังตัวเคร่ืองอ่านและดิสเกต็ ต์, พกพาสะดวกใสก่ ระเปา๋ ได้ , มีกรอบแข็งหุ้มแผ่นแมเ่ หลก็ หรือแผน่ โลหะปิดหนา้ สมั ผสั ของแม่เหลก็ ทีส่ ามารถเด้งกลับไดเ้ องหลงั อ่าน ขอ้ มลู เสรจ็ แลว้ (ดิสเก็ตตส์ มัยกอ่ นจะไม่มีแผ่นโลหะนท้ี าให้ขอ้ มลู ในจานแมเ่ หล็กอาจได้รับความเสียหาย) แม้ จะมหี ลายบรษิ ัททาดิสเก็ตตข์ นาดอน่ื ๆ ออกมาขาย แตส่ ุดทา้ ย SONY ก็กลายเป็นผู้ครองตลาด พร้อมความจุ สูงสุดถึง 1.44 เมกะไบต์

3.5 Floppy disk แต่สดุ ทา้ ยเทคโนโลยที ด่ี กี ว่าจะทาใหเ้ ทคโนโลยีเกา่ ต้องหายไป ด้วยการมาถงึ ของแผ่นซดี ี, แฟลชไดรฟ์ หรือ กระทั่ง HDD ท่รี าคาถูกลง ทาใหด้ สิ เก็ตตถ์ ูกลดบทบาทลง จน SONY ประกาศเลือกผลติ แผน่ ดสิ เก็ตตไ์ ปในปี 2010 ครบั ผมยังรูส้ กึ เสียดายที่ไม่ได้หามาเก็บไว้สกั เชอ่ื ว่าดสิ เกต็ ต์นย้ี ังแฝงความทรงจาดี ๆ มากมายในวยั เด็ก ของใครหลายคน (และบางคนอาจจะเคยตดิ ตงั้ ระบบปฏบิ ัตกิ ารรุ่นเกา่ อยา่ ง OS/2 ดว้ ยดสิ เก็ตตก์ ็ได้นะ) ก่อนจะจาก กนั ไปเดย๋ี วผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับคาถามหน่ึง ทเ่ี คยมคี นถามเข้ามาในเพจนานแลว้ ละ่ นอ้ งคนหนึ่งถามผมวา่ “พี่ครับ ทาไมไดรฟ์ถงึ เร่ิมด้วยตวั C ไมเ่ ร่มิ ด้วยตวั A” นน่ั เปน็ เพราะในคอมยุคเกา่ ทีย่ ังไม่มี HDD ใช้ จะมกี าร รนั ระบบปฏบิ ัติการ DOS ผ่านดสิ เก็ตต์ โดยเครอ่ื งจะสารองไดรฟ์ A ไวส้ าหรับดิสเกต็ ต์ที่เปน็ ระบบปฏิบัตกิ าร และใชไ้ ดรฟ์ B สาหรับดิสเก็ตต์เก็บข้อมลู หรือโปรแกรมตา่ ง ๆ หลังจากน้นั ท่ี HDD เริ่มมรี าคาถูกลง พอติดตง้ั

ในคอมที่มีไดรฟ์ดสิ เก็ตต์อยแู่ ล้ว (A/B) เจา้ HDD จงึ ได้รบั ตัว C ไปแทน จากนั้นมาไดรฟ์ C จึงกลายเปน็ ตวั แทนของไดรฟร์ ะบบไปโดยปริยาย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook