- 51 - ใบเนือ้ หำ สัปดำห์ท่ี 1 ช่ือวิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครื่องมือกรำฟิกโหมด จำนวน 4 ชั่วโมง รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดับชน้ั ปวช. ชอ่ื หน่วย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม สำระสำคัญ คอมพวิ เตอร์ เปน็ อปุ กรณท์ างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อยา่ งหนึง่ ซงึ่ ไมส่ ามารถทางานดว้ ยตนเองได้ แตจ่ ะ สามารถทางานไดต้ ามชุดคาสง่ั ในโปรแกรมที่ป้อนเขา้ สเู่ คร่ือง ซง่ึ จะทางานตามคาส่ังทีละคาสัง่ (Step by Step) โดยคาสงั่ ท่เี ครอื่ งคอมพวิ เตอรส์ ามารถเข้าใจได้ จะต้องอยใู่ นรปู แบบของภาษาเคร่อื ง (Machine Language) แตถ่ ้ามีการเขยี นด้วยภาษาอ่ืนท่ีไมใ่ ช่ภาษาเคร่ือง หรอื ทเี่ รยี กว่า ภาษาช้ันสูง (High-level Language) กจ็ ะตอ้ งมตี วั แปลภาษา เช่น คอมไพเลอร์ (Compiler) หรือ อินเตอร์พรี เตอร์ (Interpreter) ทาการแปลภาษาชนั้ สงู นัน้ ใหเ้ ปน็ ภาษาเคร่ืองอกี ทหี นงึ่ ในการเขยี นโปรแกรม หรอื ภาษาคอมพวิ เตอรน์ ี้ โดยทั่วไปแล้วแต่ละภาษาจะมีหลักเกณฑ์ในการเขยี นและการออกแบบ โปรแกรมเหมือนกนั จุดประสงค์กำรเรยี นกำรสอน จดุ ประสงคท์ ่ัวไป นักเรยี น มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจแนวคิดในการพฒั นาโปรแกรม จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 1. อธิบายความหมายของการเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ได้ 2. อธิบายหลกั การพัฒนาการเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ 3. อธิบายหลักการออกแบบและพฒั นาโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมือกราฟิกโหมดได้ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม 1. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 2. การบูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สำระกำรเรยี นรู้ 1. ความหมายของการเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ 2. หลักการพัฒนาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3. หลักการออกแบบและพฒั นาโปรแกรมโดยใชเ้ ครือ่ งมือกราฟกิ โหมด เน้ือหำสำระ ควำมหมำยของกำรเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (องั กฤษ: Computer programming) หรือเรยี กให้ส้นั ลงว่า
- 52 - ใบเนือ้ หำ สัปดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ช่ัวโมง ช่ือวชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมือกรำฟิกโหมด รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดับชนั้ ปวช. ชือ่ หน่วย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม การเขียนโปรแกรม (อังกฤษ: Programming) หรือ การเขียนโคด้ (Coding) เปน็ ขน้ั ตอนการเขยี น ทดสอบ และดูแลซอร์สโค้ดของโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ซงึ่ ซอรส์ โค้ดน้ันจะเขยี นดว้ ยภาษาโปรแกรม ขนั้ ตอนการเขียนโปรแกรมตอ้ งการความรใู้ นหลายดา้ นด้วยกัน เกย่ี วกบั โปรแกรมทต่ี อ้ งการจะเขยี น และข้นั ตอนวธิ ีท่จี ะใช้ ซง่ึ ในวศิ วกรรมซอฟตแ์ วรน์ น้ั การเขียนโปรแกรมถอื เป็นเพียงขน้ั หน่งึ ในวงจร ชวี ติ ของการพฒั นาซอฟต์แวร์ การเขยี นโปรแกรมจะได้มาซงึ่ ซอร์สโคด้ ของโปรแกรมน้นั ๆ โดยปกตแิ ลว้ จะอยู่ในรปู แบบของ ขอ้ ความธรรมดา ซงึ่ ไม่สามารถนาไปใช้งานได้ จะต้องผ่านการคอมไพลต์ ัวซอรส์ โคด้ นัน้ ใหเ้ ปน็ ภาษาเครื่อง (Machine Language) เสียก่อนจึงจะได้เปน็ โปรแกรมท่ีพร้อมใช้งาน หลกั การพัฒนาการเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ การพฒั นาโปรแกรมประกอบดว้ ย 1. การวเิ คราะห์ปัญหา 2. การออกแบบโปรแกรม 3. การเขียนโปรแกรมดว้ ยภาษาคอมพวิ เตอร์ 4. การทดสอบและแกไ้ ขโปรแกรม 5. การทาเอกสารประกอบโปรแกรม 6. การบารุงรักษาโปรแกรม
- 53 - ใบเนอื้ หำ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ชว่ั โมง ชอ่ื วิชำกำรเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ คร่ืองมอื กรำฟิกโหมด รหสั วชิ ำ 2204 - 2107 ระดับช้นั ปวช. ช่ือหน่วย แนวคิดในกำรพฒั นำโปรแกรม การวเิ คราะหป์ ญั หา การบารงุ รกั ษา การออกแบบ โปรแกรม โปรแกรม การทาเอกสาร การเขียนโปรแกรม ประกอบโปรแกรม ด้วยภาษา คอมพวิ เตอร์ การทดสอบ และแกไ้ ขโปรแกรม ภาพข้นั ตอนการพฒั นาโปรแกรม
- 54 - ใบเนือ้ หำ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ช่ัวโมง ช่อื วิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครื่องมอื กรำฟิกโหมด รหสั วิชำ 2204 - 2107 ระดบั ช้ัน ปวช. ชือ่ หน่วย แนวคิดในกำรพฒั นำโปรแกรม 1. กำรวิเครำะหป์ ญั หำ การวเิ คราะห์ปัญหา ประกอบดว้ ยขัน้ ตอนตา่ ง ๆ ดังน้ี 1.1 กาหนดวัตถุประสงค์ของงาน เพ่ือพิจารณาว่าโปรแกรมต้องทาการประมวลผล อะไรบา้ ง 1.2 พิจารณาข้อมูลนาเข้า เพ่ือให้ทราบว่าจะต้องนาข้อมูลอะไรเข้าคอมพิวเตอร์ ข้อมูลมี คุณสมบัตเิ ปน็ อยา่ งไร ตลอดจนถึงลกั ษณะและรูปแบบของขอ้ มูลทีจ่ ะนาเข้า 1.3 พิจารณาการประมวลผล เพ่ือให้ทราบว่าโปรแกรมมีข้ันตอนการประมวลผลอย่างไร และมเี งอื่ นไปการประมวลผลอะไรบา้ ง 1.4 พจิ ารณาขอ้ สนเทศนาออก เพ่อื ใหท้ ราบวา่ มขี ้อสนเทศอะไรท่ีจะแสดง ตลอดจน รปู แบบและสอื่ ท่จี ะใช้ในการแสดงผล 2. กำรออกแบบโปรแกรม การออกแบบข้ันตอนการทางานของโปรแกรมเป็นข้ันตอนท่ีใช้ เป็นแนวทางในการลงรหัส โปรแกรม ผู้ออกแบบขั้นตอนการทางานของโปรแกรมอาจใช้เคร่ืองมือต่าง ๆ ช่วยในการออกแบบ อาทิเช่น คาส่ังลาลอง (Pseudocode) หรือ ผังงาน (Flow chart) การออกแบบโปรแกรมน้ันไม่ต้อง พะวงกบั รปู แบบคาสง่ั ภาษาคอมพวิ เตอร์ แตใ่ หม้ ุ่งความสนใจไปท่ีลาดับขนั้ ตอนในการประมวลผลของ โปรแกรมเทา่ น้ัน 3. กำรเขยี นโปรแกรมดว้ ยภำษำคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรมเป็นการนาเอาผลลัพธ์ของการออกแบบโปรแกรม มาเปล่ียนเป็นโปรแกรม ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหน่ึง ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องให้ความสนใจต่อรูปแบบคาสั่งและ กฎเกณฑข์ องภาษาท่ใี ช้ เพอื่ ใหก้ ารประมวลผลเป็นไปตามผลลัพธท์ ไี่ ด้ออกแบบไว้ นอกจากน้ันผเู้ ขียน โปรแกรมควรแทรกคาอธิบายการทางานต่าง ๆ ลงในโปรแกรมเพือ่ ให้โปรแกรมนน้ั มคี วามกระจ่างชัด และงา่ ยต่อการตรวจสอบและ โปรแกรมนีย้ ังใช้เปน็ ส่วนหนึง่ ของเอกสารประกอบ
- 55 - ใบเนอ้ื หำ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ชว่ั โมง ชือ่ วชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เครอ่ื งมอื กรำฟิกโหมด รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดับชน้ั ปวช. ชอ่ื หน่วย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม 4. กำรทดสอบและแก้ไขโปรแกรม การทดสอบโปรแกรมเป็นการนาโปรแกรมทลี่ งรหสั แลว้ เข้า คอมพวิ เตอร์ เพ่อื ตรวจสอบรปู แบบ กฎเกณฑ์ของภาษา และผลการทางานของโปรแกรมนัน้ ถ้าพบวา่ ยังไม่ถกู กแ็ กไ้ ขให้ถกู ต้องตอ่ ไป ข้ันตอนการทดสอบและแกไ้ ขโปรแกรม อาจแบ่งไดเ้ ป็น 3 ข้นั 4.1 สร้างแฟ้มเกบ็ โปรแกรมซึ่งสว่ นใหญน่ ิยมนาโปรแกรมเข้าผ่านทางแปน้ พมิ พ์โดยใช้โปรแกรม ประมวลคา 4.2 ใชต้ วั แปลภาษาคอมพิวเตอรแ์ ปลโปรแกรมที่สรา้ งขน้ึ เปน็ ภาษาเคร่ือง โดยระหว่างการแปล จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของรปู แบบและกฎเกณฑใ์ นการใช้ภาษา ถ้าคาส่งั ใด มรี ปู แบบไม่ถกู ต้องกจ็ ะแสดงข้อผดิ พลาดออกมาเพ่อื ใหผ้ ู้เขยี นนาไป แกไ้ ขต่อไป ถา้ ไมม่ ีข้อผดิ พลาด เราจะไดโ้ ปรแกรมภาษาเครื่องทีส่ ามารถให้คอมพิวเตอรป์ ระมวลผลได้ 4.3 ตรวจสอบความถกู ต้องของการประมวลผลของโปรแกรม โปรแกรมท่ถี ูกตอ้ งตามรปู แบบ และกฎเกณฑ์ของภาษา แตอ่ าจให้ผลลัพธข์ องการประมวลผลไม่ถกู ต้องกไ็ ด้ ดังน้ันผ้เู ขยี นโปรแกรม จาเปน็ ต้องตรวจสอบว่าโปรแกรมประมวลผลถูกต้องตามต้อง การหรือไม่ วธิ กี ารหนง่ึ กค็ ือ สมมติ ขอ้ มลู ตวั แทนจากขอ้ มลู จริงนาไปให้โปรแกรมประมวลผลแลว้ ตรวจสอบผลลพั ธ์ ว่าถกู ตอ้ งหรือไม่ ถ้า พบวา่ ไม่ถกู ต้องกต็ อ้ งดาเนินการแก้ไขโปรแกรมตอ่ ไป การสมมติข้อมูลตวั แทนเพอื่ การทดสอบเป็นสิง่ ท่ี มคี วามสาคญั เปน็ อย่างมาก ลักษณะของข้อมูลตัวแทนทด่ี คี วรจะสมมติท้งั ขอ้ มลู ท่ถี กู ต้องและขอ้ มูลที่ ผิด พลาด เพื่อทดสอบว่าโปรแกรมท่ีพฒั นาขึน้ สามารถครอบคลมุ การปฏิบตั ิงานในเงอื่ นไขต่าง ๆ ได้ ครบถว้ น นอกจากนีอ้ าจตรวจสอบการทางานของโปรแกรมด้วยการสมมติตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ที จะประมวลผล แล้วทาตามคาส่งั ทลี ะคาสงั่ ของโปรแกรมนน้ั ๆ วธิ กี ารน้ีอาจทาไดย้ ากถา้ โปรแกรมมี ขนาดใหญ่ หรือมีการประมวลผลท่ซี ับซ้อน 5. กำรทำเอกสำรประกอบโปรแกรม การทาเอกสารประกอบโปรแกรมเปน็ งานทสี่ าคญั ของการพัฒนา โปรแกรม เอกสารประกอบ โปรแกรมชว่ ยให้ผใู้ ชโ้ ปรแกรมเข้าใจวตั ถุประสงค์ ข้อมลู ที่จะต้องใช้กับโปรแกรม ตลอดจนผลลัพธท์ ี่จะ ไดจ้ ากโปรแกรม การทาโปรแกรมทุกโปรแกรมจึงควรตอ้ งทาเอกสารกากบั เพื่อใช้สาหรบั การอ้างอิง เมื่อจะใชง้ านโปรแกรมและเมอื่ ต้องการแก้ไขปรบั ปรุง โปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมทจ่ี ัดทา
- 56 - ควรประกอบดว้ ยหัวข้อต่อไปนี้ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ชัว่ โมง ใบเนือ้ หำ ชอ่ื วชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมือกรำฟิกโหมด รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดบั ชนั้ ปวช. ชอื่ หน่วย แนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม 1. วตั ถปุ ระสงค์ 2. ประเภทและชนดิ ของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ท่ใี ช้ในโปรแกรม 3. วิธกี ารใชโ้ ปรแกรม 4. แนวคิดเกีย่ วกับการออกแบบโปรแกรม 5. รายละเอียดโปรแกรม 6. ข้อมูลตัวแทนที่ใช้ทดสอบ 7. ผลลัพธข์ องการทดสอบ 6. กำรบำรงุ รกั ษำโปรแกรม เมอื่ โปรแกรมผา่ นการตรวจสอบตามข้ันตอนเรียบร้อยแล้ว และถกู นามาให้ผใู้ ช้ได้ใช้งาน ในชว่ ง แรกผูใ้ ช้อาจจะยังไม่คุ้นเคยกอ็ าจทาให้เกิดปัญหาข้ึนมาบา้ ง ดังนัน้ จึงต้องมผี คู้ อยควบคมุ ดแู ลและคอย ตรวจสอบการทางาน การบารงุ รกั ษาโปรแกรมจึงเปน็ ข้ันตอนทผี่ ูเ้ ขียนโปรแกรมตอ้ งคอยเฝ้าดแู ละหา ขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรมในระหว่างทผี่ ใู้ ช้ใช้งานโปรแกรม และปรบั ปรงุ โปรแกรมเม่ือเกดิ ขอ้ ผิดพลาด ขึ้น หรือในการใช้งานโปรแกรมไปนาน ๆ ผใู้ ชอ้ าจต้องการเปลย่ี นแปลง การทางานของระบบงานเดิมเพ่ือให้เหมาะกับ เหตุการณ์ นักเขียนโปรแกรมก็จะต้องคอยปรับปรุง แกไ้ ขโปรแกรมตามความต้องการของผใู้ ช้ท่ี เปล่ียนแปลงไปน่ันเอง หลักกำรออกแบบและพฒั นำโปรแกรมโดยใชเ้ ครอ่ื งมือกรำฟกิ โหมด GUI ยอ่ มาจาก Graphical User Interface GUI (อ่านว่า จียูไอ หรอื กยุ )คอื การติดต่อกับผ้ใู ช้ โดยใชภ้ าพสญั ลกั ษณ์ เปน็ การออกแบบสว่ นของโปรแกรมคอมพวิ เตอรใ์ ห้มีการโต้ตอบกบั ผูใ้ ช้ โดยการ ใช้ Icon ,รปู ภาพ และสญั ลักษณอ์ ่นื ๆ เพอื่ แทนลักษณะต่าง ๆ ของโปรแกรม แทนทีผ่ ู้ใช้จะพิมพ์คาสง่ั ต่าง ๆในการทางาน ช่วยทาใหผ้ ู้ใชง้ านสามารถทางานไดง้ า่ ย และรวดเร็วข้นึ ไมจ่ าเป็นตอ้ งจดจาคาส่งั ต่าง ๆ ของโปรแกรมมากนกั ถอื เปน็ วิธีการให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้คอมพวิ เตอร์ ให้ตดิ ตอ่ ส่อื สารกบั ระบบโดยผา่ นทางภาพ เช่น ใชเ้ มาสก์ ดเลือก icon แทนการพิมพ์คาสั่งดงั แตก่ ่อน โดยเฉพาะในบาง โปรแกรมทีม่ คี าส่งั มาก ๆ เชน่ โปรแกรม Autocad
- 57 - ใบเนื้อหำ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ช่ัวโมง ช่อื วิชำกำรเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครอ่ื งมอื กรำฟิกโหมด รหสั วชิ ำ 2204 - 2107 ระดับชน้ั ปวช. ช่อื หนว่ ย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม ท่ีใช้ในการวาดแบบ ซึ่งจะมี คาส่ังต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้างรูปมากมาย ผู้ใช้สามารถใช้เม้าส์ (mouse) เลือกคาส่ังทตี่ ้องการจะวาดจาก Icons ที่ปรากฏในโปรแกรมและใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องพิมพ์คาส่ัง ตา่ ง ๆ ทางแป้นพิมพ์ ช่วยทาให้เกิดความรวดเร็วในการทางาน และไม่ตอ้ งเสียเวลาในการเรียนรู้และ จดจาคาสั่งท่ีต้องการมากนัก เพียงดูจาก Icons ท่ีปรากฏในโปรแกรมก็สามารถใช้งานได้ทันที ตัวอย่างโปรแกรมที่ช่วยออกแบบโปรแกรมทใี่ ช้ GUI เช่น Microsoft Visual Basic เปน็ ตน้ ขัน้ ตอนการเขยี นโปรแกรม 1. ขน้ั วเิ คราะห์งาน (Job Analysis) 2. ขน้ั การออกแบบลาดบั ขน้ั ตอนสาหรบั โปรแกรม (Program Design) 3. ขนั้ ดาเนนิ การเขยี นโปรแกรม (Program Coding) 4. ขน้ั ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม (Program Testing and Debugging) 5. ขน้ั บารงุ รกั ษาโปรแกรม (Program Maintenance) 6. ขน้ั เขียนเอกสารประกอบ (Documentation) 1. ข้ันวิเครำะห์งำน (Job Analysis) ในการวเิ คราะห์งานนี้เป็นขน้ั แรกท่ีสาคัญมาก ซึ่งเราจะต้องกาหนดจดุ ประสงค์ของการวเิ คราะห์ งานและข้ันตอนวิธกี ารวเิ คราะหง์ านแตล่ ะอย่างใหไ้ ด้ ในการวิเคราะหง์ านแต่ละอย่างมี จุดป ระ สงค์ ของการวเิ คราะห์งานท่ีสาคญั ดังนี้ 1. เพอ่ื หาวตั ถุประสงค์ของการเขียนโปรแกรม 2. เพอ่ื หารูปแบบผลลพั ธท์ ตี่ ้องการ 3. เพอื่ หาขอ้ มลู นาเข้าทตี่ อ้ งใส่เข้าไปในโปรแกรม 4. เพอ่ื หาตวั แปรที่จาเป็นต้องใช้ในโปรแกรมเพ่ือหาข้ันตอนวธิ ีการทางานของโปรแกรม 5. เพอ่ื หาขัน้ ตอนวิธีการทางานของโปรแกรม
- 58 - ใบเน้ือหำ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ชั่วโมง ชอื่ วิชำกำรเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครือ่ งมือกรำฟิกโหมด รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดับชนั้ ปวช. ชอื่ หน่วย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม ในการวิเคราะห์งานแตล่ ะอยา่ งมีขน้ั ตอนวิธกี ารวิเคราะห์งานท่ีสาคัญดงั น้ี 1. การหาวตั ถุประสงค์ของการเขยี นโปรแกรม ผู้เขียนจะต้องทราบวา่ ตอ้ งการเขยี นโปรแกรมเพื่อแกป้ ญั หาอะไรบา้ งซง่ึ จะทาให้เขยี น โปรแกรมไดต้ รงกบั ความต้องการหรอื วัตถปุ ระสงคข์ องงานนัน้ 2. การหารปู แบบผลลัพธ์ทีต่ ้องการ รปู แบบผลลัพธอ์ าจอยู่ในลกั ษณะของข้อความหรือตัวเลขหรอื ตารางหรือแผนภมู หิ รืออาจ ใชผ้ สมกัน 3. การหาข้อมูลนาเข้าที่ตอ้ งใสเ่ ข้าไปในโปรแกรม ผเู้ ขียนโปรแกรมจะตอ้ งหาข้อมลู นาเข้า โดยคานงึ ถึงขั้นตอนวธิ กี ารคานวณ และขอ้ มลู ท่ี จาเปน็ ต้องใส่เขา้ ไปเพ่ือใหไ้ ด้ผลลพั ธท์ ตี่ ้องการ ตัวอยา่ งเช่น ตอ้ งการเขยี นโปรแกรมคานวณหาพน้ื ทส่ี ามเหลี่ยม - สตู รคานวณพนื้ ท่สี ามเหลี่ยมมุมฉาก = ½ x ฐาน x สงู - ดังน้ันส่งิ ทีต่ อ้ งป้อนเขา้ ไปเพ่อื ใหไ้ ด้ผลลพั ธ์คอื ความยาวของฐานและความสูง ของรูป สามเหลยี่ ม 4. การหาตวั แปรท่ีจาเป็นตอ้ งใช้ในโปรแกรม ตวั แปรหมายถึงชือ่ ที่ผเู้ ขยี นโปรแกรมต้งั ขึน้ เองตามหลกั การตงั้ ช่ือตัวแปรของ ภาษาคอมพิวเตอร์ เพอื่ ใชใ้ นการอ้างองิ การเกบ็ ข้อมลู และเรียกใช้ข้อมลู ภายในตวั แปรดงั นนั้ ผเู้ ขียน โปรแกรมจะต้องตงั้ ช่อื ตัวแปรทีใ่ ช้ในการเกบ็ ข้อมูลทัง้ หมดภายในโปรแกรม ตัวอยา่ งเช่น ต้องการเขยี นโปรแกรมคานวณหาพน้ื ท่ีสามเหล่ยี ม - รปู แบบของการคานวณ คือ Area=½ x Basex High - ดงั นั้นตวั แปรท่ใี ช้คอื B (สาหรบั เก็บค่าความยาวฐานของสามเหลยี่ ม) H (สาหรับเกบ็ ค่าความสูงของสามเหลย่ี ม) Area (สาหรับเก็บผลลพั ธ์ที่ไดจ้ ากการคานวณ)
- 59 - ใบเน้อื หำ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ชัว่ โมง ช่ือวิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครอ่ื งมือกรำฟิกโหมด รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดับชั้น ปวช. ชื่อหน่วย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม 5. การหาขั้นตอนวิธีการทางานของโปรแกรม การหาขัน้ ตอนวธิ กี ารทางานของโปรแกรมจะข้นึ อยกู่ ับลกั ษณะของการแกป้ ญั หาดังน้นั นักเขยี นโปรแกรมที่มคี วามชานาญในระดับหนงึ่ แลว้ จะสามารถหาขัน้ ตอนวธิ ีการทางานของโปรแกรม ไดโ้ ดยไม่ยาก ตวั อยา่ งเช่น ตอ้ งการเขียนโปรแกรมคานวณหาพน้ื ท่สี ามเหลี่ยม 1. เริ่มต้นทางาน 2. รบั ขอ้ มูลค่าความยาวฐานและสูงของสามเหลีย่ มผา่ นทางคยี ์บอรด์ 3. คานวณพืน้ ท่สี ามเหลย่ี มตามสตู รArea=½ x Basex High 4. พมิ พค์ ่าความยาวฐานความสงู และพ้ืนทส่ี ามเหลี่ยมออกทางจอภาพ 5. จบการทางาน 2. ขั้นกำรออกแบบลำดบั ขนั้ ตอนสำหรบั โปรแกรม (Program Design) วิธีการในการออกแบบข้นั ตอนสาหรบั โปรแกรมมผี คู้ ดิ ไวห้ ลายวธิ ี เช่น 1. การเขยี นเปน็ อลั กอรทิ มึ (Algorithm) 2. ผังงาน (Flowchart) 3. รหสั เทียม (Pseudo-code) 4. แผนภูมโิ ครงสร้าง (Structure Charts) ซง่ึ แต่ละวิธี มจี ดุ ประสงค์เพ่ือแสดงลาดับขน้ั ตอนกระบวนการแก้ปญั หางาน เพ่ือให้ได้ผลลัพธต์ ามตอ้ งการ กอ่ นไปสู่ข้นั ตอนการเขยี นคาสัง่ งาน 3. ขั้นดำเนนิ กำรเขียนโปรแกรม (Program Coding) ในขนั้ ตอนนจ้ี ะเปน็ การนาผังงานท่สี ร้างจากข้ันตอนการออกแบบลาดบั ข้ันตอน มาแปลให้เป็น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยใช้คาส่งั ของภาษาคอมพวิ เตอร์ สง่ิ ทต่ี อ้ งพิจารณา คอื 1. การเลอื กใช้ภาษาคอมพวิ เตอรท์ ีม่ ีประสทิ ธภิ าพการทางานของคาส่งั ในภาษาเหมาะสมกบั ระบบงาน 2. ภาษาท่เี หมาะสมกบั ความรูค้ วามสามารถของผู้เขยี นโปรแกรม
- 60 - ใบเนอ้ื หำ สัปดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ชว่ั โมง ชือ่ วชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เครือ่ งมือกรำฟิกโหมด รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดับชนั้ ปวช. ชื่อหนว่ ย แนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม 4. ขัน้ ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม (Program Testing and Debugging) หลงั จากดาเนินการในข้นั ตอนของการเขยี นโปรแกรมแล้วก็จะต้องมาดาเนนิ การในการทดสอบ และแกไ้ ขโปรแกรมก่อนนาไปใชง้ านจริง เพื่อตรวจสอบโปรแกรมว่ามขี ้อผดิ พลาดในการทางานหรอื ไม่ ซึง่ ความผิดพลาดในโปรแกรมที่เกิดขน้ึ จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด 1. Syntax error 2. Run-time error 3. Logical error 1. Syntax error 1.1 เกิดจากการเขยี นไวยากรณข์ องภาษาผิด 1.2 ตรวจพบได้ในขณะทาการแปล(compile)โปรแกรม 1.3 สามารถแกไ้ ขไดง้ า่ ยทส่ี ุด ตวั อยา่ งเช่นคาสั่ง printf( ) ในภาษา Cต้องเขยี นด้วยตัวอักษรตัวเล็กแตเ่ ขียนเปน็ PRINTF( )เปน็ ต้นโดยส่วนมากความผิดพลาดทางไวยากรณ์สามารถแกไ้ ขโดยการเขียนคาส่ังให้ถกู ต้องตามไวยากรณ์ ของภาษานนั้ ๆ 2. Run-time error 2.1 เป็นความผิดพลาดของโปรแกรมในระหวา่ งการปฏิบตั งิ าน 2.2 ตรวจไม่พบในขณะทาการแปลโปรแกรม เช่น คาสัง่ 1/xโดยกาหนดให้ x>=0 และ x <=10 ซ่งึ การหารด้วย 0 จะทาให้เกิดขอ้ ผิดพลาดตอน Run-time(ซึง่ ในการแปลจะไม่พบขอ้ ผิดพลาด) 3. Logical error 3.1 เกดิ จากการตีความหมายของปญั หาผิดไป 3.2 เปน็ ขอ้ ผิดพลาดที่แก้ไขได้ยากทีส่ ุด
- 61 - ใบเน้อื หำ สปั ดำห์ท่ี 1 จำนวน 4 ชั่วโมง ชื่อวิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครือ่ งมอื กรำฟิกโหมด รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดับชนั้ ปวช. ชอ่ื หน่วย แนวคิดในกำรพฒั นำโปรแกรม เชน่ x = b เขียน x = b/2*a ตคี วามเปน็ x = b*a จะผดิ ท่ถี ูกต้องเปน็ x = b/(2*a) วธิ กี ารตรวจหาความผิดพลาดแบบนีค้ อื ตรวจสอบการคานวณผลลพั ธข์ องโปรแกรมว่าตรงกบั ผลลัพธ์ที่คานวณด้วยมือหรอื เคร่ืองคดิ เลขหรือไมถ่ า้ ไมต่ รงกันแสดงว่าเกิดความผิดพลาดทางตรรกะขึ้น วธิ กี ารแกไ้ ขก็คอื การแก้ไขสตู รให้ถูกตอ้ ง หรอื แกไ้ ขลาดับการทางานให้ถกู ต้อง เมื่อผูเ้ ขยี นโปรแกรมได้ทาการทดสอบโปรแกรมและแกไ้ ขความผดิ พลาดที่เกิดขนึ้ เรยี บร้อยแล้ว ขัน้ ตอนตอ่ ไปกค็ วรจดั ทาค่มู ือการใช้โปรแกรมเพราะจะทาให้ผู้ใช้โปรแกรมสามารถใชง้ านได้ถกู ต้อง โดยคู่มอื การใช้โปรแกรมทด่ี ีควรจัดทาในลกั ษณะทแี่ สดงการทางานเปน็ ขัน้ ตอนผใู้ ชโ้ ปรแกรมสามารถ ปฏบิ ัตติ ามได้จริง 5. ข้ันบำรงุ รกั ษำโปรแกรม (Program Maintenance) โปรแกรมที่พัฒนาข้ึนก็ตอ้ งมคี าแนะนาใหผ้ ใู้ ช้โปรแกรมปฏิบตั ิตวั อย่างเชน่ การเกบ็ โปรแกรม ตน้ ฉบับควรเกบ็ ไวใ้ นกลอ่ งท่มี ดิ ชิดปอ้ งกันฝนุ่ ได้ไมค่ วรเกบ็ ไวบ้ นโต๊ะทางานไม่ควรเกบ็ ไวใ้ นรถยนต์ เพราะอาจถูกอากาศรอ้ นทาใหเ้ สยี ไดน้ อกจากนีต้ ้องมกี ารสาเนาโปรแกรมตน้ ฉบบั เอาไวอ้ ยา่ งนอ้ ย1ชดุ แลว้ นาชุดท่ีสาเนาไปใชไ้ ม่ควรใช้โปรแกรมต้นฉบบั โดยตรงควรเกบ็ เอาไว้สาหรับกรณีท่ีโปรแกรมสาเนา เกดิ ปัญหาจะไดน้ าโปรแกรมต้นฉบับมาทาสาเนาและใช้งานไดท้ นั ที 6. ขัน้ เขยี นเอกสำรประกอบ (Documentation) เม่ือผู้เขยี นโปรแกรมไดท้ าการทดสอบโปรแกรมและแกไ้ ขความผิดพลาดท่ีเกดิ ขนึ้ เรยี บร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ควรจัดทาคมู่ ือการใช้โปรแกรมเพราะจะทาให้ผู้ใชโ้ ปรแกรมสามารถใชง้ านได้ถูกตอ้ ง โดยคู่มือการใชโ้ ปรแกรมทด่ี คี วรจัดทาในลักษณะท่แี สดงการทางานเป็นขั้นตอนผู้ใชโ้ ปรแกรมสามารถ ปฏิบัติตามได้จรงิ
- 62 - ใบมอบงำน หน่วยท่ี 1 ชื่อวชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เครือ่ งมอื กรำฟิกโหมด รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดับชัน้ ปวช. สอนคร้งั ที่ 1 ชอื่ หนว่ ย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม ช่ือเรือ่ ง อภิปรำย เรื่อง แนวคิดในกำรพฒั นำโปรแกรม จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม กกกกกกกอภปิ ราย เรือ่ ง แนวคดิ ในการพฒั นาโปรแกรม ข้อตกลงเบื้องตน้ กกกกกกกใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม ๆ ละ 3 - 5 คน อภปิ รายเก่ียวกบั ความหมายของการเขยี นโปรแกรม คอมพวิ เตอร์ หลักการพัฒนาการเขยี นโปรแกรมและหลกั การออกแบบและพฒั นาโปรแกรมโดยใช้ เคร่อื งมอื กราฟกิ โหมดพรอ้ มท้ังนาเสนอสรปุ จากแนวคิดของกล่มุ สื่อกำรเรียนกำรสอน กกกกกกก1. สือ่ สิ่งพมิ พ์ กกกกกกกกกก1.1 หนังสอื การเขยี นโปรแกรมโดยใช้เคร่อื งมือกราฟิกโหมด กกกกกกกกกก1.2 ใบมอบงาน ใบงาน กกกกกกกกกก1.3 แบบประเมนิ ผล กกกกกกก2. สอ่ื โสตทัศน์ กกกกกกกกกก2.1 สอื่ Power Point ประกอบการสอน กกกกกกกกกก2.2 เครอ่ื งโปรเจคเตอร์ กกกกกกกกกก2.3 เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook) ลำดบั ข้ันตอนกำรดำเนนิ งำน กกกกกกก1. แบง่ กลมุ่ นกั เรียนอตั ราสว่ น 1: 3 : 1 โดยคละคนเกง่ ปานกลางและออ่ น ใหน้ กั เรยี นเลอื กประธาน เลขานุการ กกกกกกก2. แต่ละกลุ่มอภิปรายแนวคิดเกยี่ วกับความหมายของการเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ หลักการพฒั นาการเขยี นโปรแกรมและหลักการออกแบบและพฒั นาโปรแกรมโดยใชเ้ ครอื่ งมอื กราฟกิ โหมด กกกกกกก3. ให้แตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการอภปิ รายแนวคดิ เกีย่ วกับความหมายของการเขียนโปรแกรม คอมพวิ เตอร์ หลักการพฒั นาการเขียนโปรแกรมและหลักการออกแบบและพฒั นาโปรแกรมโดยใช้ เครอ่ื งมือกราฟิกโหมดหน้าช้นั เรียนตามแบบประเมนิ ผลใบมอบงาน เกณฑ์กำรประเมนิ
- 63 - กกกกกกกคะแนนรวมตามแบบประเมินผลใบมอบงาน ไมต่ ่ากว่าร้อยละ 60 แบบประเมนิ ผลใบมอบงำน หน่วยท่ี 1 ชื่อวชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมอื กรำฟิกโหมด สอนครั้งท่ี 1 รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดบั ชน้ั ปวช. ชื่อหนว่ ย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม ชื่อเร่อื ง แนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม หัวขอ้ อภิปรำย เรือ่ งแนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม ชอ่ื กลมุ่ …………………………………………………………………………………………………………………..……. สมำชิกกลุ่ม 1. ……………………………………………. 2. ……………………………………………………… 3. …………………………………………… 4. …………………………………..…………………… 5. …………………………………………… รำยกำรประเมนิ คะแนนเตม็ ผลคะแนน หมำยเหตุ 1. การแบง่ หนา้ ที่ 10 …………. 2. การทางานเป็นทมี 10 …………. 3. ความรบั ผิดชอบ 10 …………. 4. การอภปิ รายกลุม่ 10 …………. 5. การแสดงความคิดเหน็ 10 …………. 6. ความพร้อมในการนาเสนอ 10 …………. 7. บุคลิกในการนาเสนอ 10 …………. 8. ความชัดเจนของการนาเสนอ 10 …………. 9. การตอบข้อซักถาม 10 …………. 10. การสรปุ ประเด็นสาคญั 10 …………. รวมคะแนนท่ไี ด้ ลงช่ือ..............................................ครูผปู้ ระเมนิ เกณฑ์กำรประเมนิ (นายพรพิทกั ษ์ ศรีแกว้ ) ได้ร้อยละ 80 – 100 ดมี าก ได้รอ้ ยละ 70 – 79 ดี ไดร้ ้อยละ 60 – 69 พอใช้ ไดร้ อ้ ยละ 50 – 59 ตอ้ งปรับปรงุ นอ้ ยกวา่ 50 ต่ากวา่ เกณฑ์
- 64 - ใบงำนท่ี 1 หน่วยท่ี 1 ช่อื วิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครื่องมอื กรำฟิกโหมด สอนครง้ั ที่ 1 รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดบั ช้ัน ปวช. ชือ่ หนว่ ย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม เรอ่ื ง/งำน แผนภมู ิขั้นตอนกำรพฒั นำโปรแกรม 1. วัตถปุ ระสงค์ กกก1.1 อธิบายและเขียนแผนภูมิขั้นตอนการพฒั นาโปรแกรมได้ กกก1.2 ปฏิบตั ิใช้งานเครอื่ งคอมพิวเตอรใ์ นการค้นหาข้อมลู ได้ กกก1.3 ปฏบิ ตั ใิ ชง้ านโปรแกรมนาเสนอขอ้ มูลเขียนแผนภาพแนวคิดในการพัฒนาโปรแกรมได้ กกก1.4 ปฏบิ ัติส่งไฟลข์ อ้ มูลแผนภาพแนวคิดในการพัฒนาโปรแกรมทางอนิ เทอร์เน็ตได้ 2. เครอื่ งมือและอุปกรณ์ ลาดับท่ี รายการ จานวน 1 เครือ่ งคอมพิวเตอร์ 1 ชดุ แบบตัง้ โตะ๊ 2 ระบบเครอื ขา่ ย 1 ระบบ อนิ เทอร์เนต็ 1 โปรแกรม 3 โปรแกรมบราวเซอร์ 4 โปรแกรมนาเสนอ 1 โปรแกรม ข้อมลู
- 65 - ใบงำนที่ 1 หนว่ ยที่ 1 ชือ่ วชิ ำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ คร่ืองมอื กรำฟิกโหมด สอนครง้ั ที่ 1 รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดบั ชัน้ ปวช. ช่อื หนว่ ย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม เรือ่ ง/งำน แผนภำพแนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม 3. กำรวเิ ครำะห์งำน กกก3.1 เตรยี มเคร่อื งมือ อปุ กรณ์ กกก3.2 ปฏิบัติการใชง้ านโปรแกรมบราวเซอร์ค้นหาข้อมลู กกก3.3 ปฏบิ ตั กิ ารใช้งานโปรแกรมนาเสนอขอ้ มลู กกก3.4 ปฏบิ ัติเขียนภาพแนวคิดในการพัฒนาโปรแกรมโดยโปรแกรมนาเสนอขอ้ มลู กกก3.5 ปฏิบัติการใชง้ านโปรแกรมนาเสนอขอ้ มูลบนั ทกึ งานชอื่ ไฟล์ ใบงานที่ 1.1 กกก3.6 ปฏิบัติการใชง้ านโปรแกรมบราวเซอร์สง่ งาน ท่ี http://gg.gg/2204_2107 กกก3.7 ปฏบิ ัตกิ ารสร้างโฟลเดอร์เปน็ รหัสประจาตวั นกั เรียน เช่น 60220400xx กกก3.8 ปฏบิ ัตกิ ารอพั โหลดไฟล์ ใบงานท่ี 1.1 ไว้ในโฟลเดอร์ที่สรา้ งโฟลเดอร์เป็นรหัสประจาตัว นกั เรยี น กกก3.9 เก็บเครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ Shut down เครื่องคอมพวิ เตอรแ์ ละปดิ สวติ ซ์หนา้ จอ 4. ทฤษฎี คอมพวิ เตอร์ เปน็ อปุ กรณ์ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ ย่างหนึ่ง ซ่งึ ไม่สามารถทางานด้วยตนเองได้ แตจ่ ะ สามารถทางานไดต้ ามชุดคาสงั่ ในโปรแกรมท่ีปอ้ นเข้าส่เู ครอ่ื ง ซง่ึ จะทางานตามคาสั่งทีละคาสงั่ (Step by Step) โดยคาสัง่ ที่เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์สามารถเขา้ ใจได้ จะตอ้ งอยู่ในรูปแบบของภาษาเคร่อื ง (Machine Language) แต่ถา้ มีการเขียนดว้ ยภาษาอ่นื ท่ไี ม่ใชภ่ าษาเคร่ือง หรอื ท่ีเรียกวา่ ภาษาชัน้ สูง (High-level Language) กจ็ ะตอ้ งมตี ัวแปลภาษา เช่น คอมไพเลอร์ (Compiler) หรอื อนิ เตอรพ์ รี เตอร์ (Interpreter) ทาการแปลภาษาช้นั สูงนน้ั ใหเ้ ปน็ ภาษาเครอื่ งอีกทหี นึง่
- 66 - ใบงำนท่ี 1 หนว่ ยที่ 1 ชอ่ื วิชำกำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เครอ่ื งมือกรำฟิกโหมด สอนครัง้ ท่ี 1 รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดบั ชนั้ ปวช. ชอ่ื หนว่ ย แนวคิดในกำรพฒั นำโปรแกรม เรือ่ ง/งำน แผนภำพแนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม 5. ลำดับข้นั กำรทดลอง / ปฏบิ ตั ิงำน กกก5.1 เปดิ โปรแกรมบราวเซอร์ เข้าไปเวบ็ ไซต์ http://www.google.com กกก5.2 ค้นหาข้อมูลแนวคิดในการพัฒนาโปรแกรม กกก5.3 ปฏบิ ตั ิเขยี นภาพแนวคดิ ในการพัฒนาโปรแกรมโดยโปรแกรมนาเสนอขอ้ มูล กกก5.5 บันทกึ งานช่ือไฟล์ ใบงานที่ 1.1 กกก5.6 ส่งงานทางอนิ เทอรเ์ นต็ ที่ http://gg.gg/2204_2107 กกก5.7 เกบ็ เครื่องมือ อุปกรณ์ Shut down เครอ่ื งคอมพิวเตอรแ์ ละปิดสวิตซห์ นา้ จอ 1. ไมค่ วรเปิด-ปิดเครอ่ื งบอ่ ยๆ ถ้าจาเปน็ ตอ้ งใชบ้ ่อยๆให้ใช้โปรแกรมรักษาหนา้ จอ(screen sever) และตงั้ ค่าการประหยดั พลังงานแทน โดยใหค้ ลิกขวาที่วา่ งๆบน Desk top และเลอื ก Screen saver (การรกั ษาหนา้ จอ) แล้วก็ต้ังเวลาและลกั ษณะไดต้ ามต้องการว่าจะใหจ้ อภาพเกดิ screen sever ภายในกน่ี าที ถ้าไมไ่ ดใ้ ชง้ านติดต่อกนั แต่ถ้าจะตั้งให้จอภาพปดิ หรอื จะปิดการทางานของ Hard disk ถ้าปล่อยทิง้ ไวน้ านๆ กใ็ ห้คลิกตอ่ ที่ Energy แลว้ ก็เลือกเวลาที่จะใหจ้ อปิด, เวลาที่จะให้ เครือ่ งเตรียมพรอ้ ม, และเวลาท่ีจะใหใ้ หป้ ิด Hard disk เมอ่ื เคร่ืองไม่ได้ถกู ใช้งานนานๆ แลว้ กค็ ลกิ Apply และ OK 2. ปมุ่ restart ทตี่ ัว case ใช้ในกรณที ่ีจาเป็นจริงๆ เช่นเครอ่ื งแฮงค์ (คา้ ง) ปดิ โปรแกรมไม่ได้ และ shut down ไม่ได้ 3. ไมจ่ าเปน็ อยา่ เปดิ ฝาเครือ่ งแลว้ ไปถูกตอ้ งอุปกรณ์ขา้ งใน เช่น ไมโครชิพ เพราะอาจมีไฟฟ้า สถิตจากตวั เราที่จะทาให้ไมโครชิปเสียหายได้ (ถ้าจาเป็นตอ้ งจับกใ็ ห้แตะทีต่ ัว CASE หรอื โครงก่อน เพื่อปลอ่ ยไฟฟ้าสถติ ท่ีอาจมีอย่ใู นตัวเราใหห้ มดไปกอ่ น) ข้อแนะนำ : ลดความเสีย่ งจากภัยของไวรัส มวี ิธีการตา่ งๆ เป็นจานวนมากท่ีคุณสามารถกระทาได้เพือ่ ปอ้ งกัน คอมพิวเตอร์และเครือข่ายของคุณให้ปลอดภยั จากไวรัส การใชซ้ อฟตแ์ วรป์ อ้ งกนั ไวรัสและทาให้ ซอฟต์แวร์ดงั กลา่ วทนั สมยั อยเู่ สมอเปน็ สง่ิ ที่ควรทาเป็นลาดับแรก
- 67 - ใบงำนที่ 1 หนว่ ยที่ 1 ชอื่ วิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ คร่ืองมอื กรำฟิกโหมด สอนครัง้ ท่ี 1 รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดับชน้ั ปวช. ชื่อหนว่ ย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม เรื่อง/งำน แผนภำพแนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม 6. สรปุ ผลกำรทดลอง / ปฏบิ ตั ิงำน …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 7. คำถำมท้ำยกำรทดลอง / ปฏบิ ตั งิ ำน กกก7.1 แผนภาพแนวคิดในการพฒั นาโปรแกรมมีกข่ี ้ันตอน กกก7.2 นักเรียนคิดว่าการเขียนโปรแกรมขั้นตอนใดสาคัญที่สุด กกก7.2 ผูเ้ รียนสามารถนาความรู้ท่ีได้จากการปฏิบัติใบงานไปใช้กับชีวิตประจาวันได้อยา่ งไร
- 68 - ใบประเมินผลกำรปฏบิ ตั ิงำนท่ี 1 หนว่ ยที่ 1 ชอ่ื วิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครอื่ งมอื กรำฟิกโหมด สัปดำห์ท่ี 1 รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดับชั้น ปวช. ชือ่ หน่วย แนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม ชื่อเรือ่ ง แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม รหัสนกั ศกึ ษำ………………...………… ช่ือ-สกุล ผู้เข้ารับการฝึก………………………………..…………………….. ระดับ ปวช. ช้นั ปที ี่....................... แผนกวชิ า....................................................................................... รำยกำรประเมนิ คะแนนเต็ม คะแนนทไี่ ด้ หมำยเหตุ 1. การจดั เตรียมวัสดุอุปกรณ์ 10 2. การปฏบิ ัติการเขียนขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม 10 3. บนั ทกึ ผลการทดลอง/ปฏิบัตงิ าน 10 4. อภิปรายผลการทดลอง/ปฏบิ ัติงาน 10 5. สรปุ ผลการทดลอง/ปฏิบัติงาน 10 6. ตรงตามเวลา 10 7. การจดั เกบ็ เครือ่ งมอื และอุปกรณ์ 10 รวม 70 เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน (ขอ้ ท่ี 1 - 5) เกณฑ์กำรประเมิน 10 คะแนนหมายถงึ สามารถปฏิบัติงานไดอ้ ยา่ ง ไดร้ ้อยละ 80 – 100 ดีมาก อสิ ระโดยไม่ตอ้ งขอคาแนะนาจากครูผู้สอน 70 – 79 ดี 7 คะแนนหมายถงึ สามารถปฏิบตั งิ านได้โดย 60 – 69 พอใช้ ขอรับคาแนะนาจากครูผู้สอนเป็นบางคร้ัง 50 – 59 ตอ้ งปรบั ปรงุ 5 คะแนนหมายถึง สามารถปฏบิ ตั ิงานได้โดย นอ้ ยกวา่ 50 ตา่ กว่าเกณฑ์ ขอรับคาแนะนาจากครูผู้สอนอยา่ งใกล้ชิด รวมคะแนนระดับความสามารถ …………. คะแนนคดิ เปน็ รอ้ ยละ…………… ผลการฝกึ ผ่าน ไมผ่ ่าน ลงชอื่ ..................................... ลงช่อื ..................................... (..........................................) (นายพรพทิ กั ษ์ ศรแี กว้ ) นกั เรยี นร่วมประเมนิ ครูผู้สอน
- 69 - แบบฝกึ หดั หน่วยที่ 1 ชื่อวิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครอ่ื งมอื กรำฟิกโหมด สอนคร้ังที่ 1 รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดับช้นั ปวช. ชอ่ื หน่วย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม เรอ่ื ง/งำน แผนภำพแนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม คาชแี้ จง 1. แบบฝกึ หัดชนดิ เตมิ คา จานวน 5 ข้อ ๆ ละ 1 คะแนน คะแนนเต็ม 5 คะแนน 2. ใหน้ ักเรียนเขยี นคาตอบลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง 3. เวลาที่ใช้ในการทาแบบฝึกหัด จานวน 15 นาที 1. จงอธบิ ายข้ันตอนการออกแบบและพัฒนาโปรแกรม …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. อธิบายขอ้ แตกต่างระหวา่ งโปรแกรมท่ัวไปกบั การเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครอ่ื งมือกราฟกิ โหมด …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
- 70 - แบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 1 สอนครง้ั ท่ี 1 ชอ่ื วชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่อื งมือกรำฟิกโหมด รหสั วชิ ำ 2204 - 2107 ระดับช้ัน ปวช. ช่อื หน่วย แนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม เรื่อง/งำน แผนภำพแนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม 3. คน้ หาขอ้ มูลเกย่ี วกบั ภาษาทใี่ ช้ในการเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครอ่ื งมอื กราฟกิ โหมด พรอ้ ม ยกตวั อยา่ ง …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. จากโปรแกรมตวั อยา่ งในข้อ 3. ใหท้ าการวเิ คราะห์โปรแกรมเพือ่ คน้ หาข้อมูลดังต่อไปนี้ 4.1 จุดประสงคข์ องโปรแกรม 4.2 ข้อมูลนาเข้า (Input) ของโปรแกรม 4.3 การประมวลของโปรแกรม 4.4 ขอ้ มลู นาออก (Output) ของโปรแกรม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….
- 71 - แบบฝกึ หัด หนว่ ยท่ี 1 สอนคร้งั ที่ 1 ช่ือวชิ ำกำรเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครือ่ งมอื กรำฟิกโหมด รหสั วชิ ำ 2204 - 2107 ระดับชนั้ ปวช. ชือ่ หน่วย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม เรื่อง/งำน แผนภำพแนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม 5. การจดั ทาเอกสารประกอบโปรแกรมตวั อย่างใน ข้อ 3. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
- 72 - ใบเฉลยแบบฝึกหดั หน่วยที่ 1 สอนครง้ั ที่ 1 ชอื่ วิชำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครอ่ื งมอื กรำฟิกโหมด รหสั วชิ ำ 2204 - 2107 ระดบั ชั้น ปวช. ช่ือหนว่ ย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม เร่ือง/งำน แผนภำพแนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม 1. จงอธบิ ายขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาโปรแกรม …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. อธิบายข้อแตกต่างระหวา่ งโปรแกรมทัว่ ไปกบั การเขยี นโปรแกรมโดยใช้เคร่อื งมือกราฟิกโหมด …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
- 73 - ใบเฉลยแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 1 สอนครั้งที่ 1 ชอ่ื วชิ ำกำรเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครือ่ งมือกรำฟิกโหมด รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดับช้นั ปวช. ชอ่ื หน่วย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม เรอ่ื ง/งำน แผนภำพแนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม 3. คน้ หาขอ้ มูลเกีย่ วกับภาษาทใี่ ช้ในการเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครอ่ื งมือกราฟิกโหมด พร้อม ยกตัวอย่าง …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. จากโปรแกรมตวั อยา่ งในข้อ 3. ให้ทาการวิเคราะห์โปรแกรมเพ่อื ค้นหาขอ้ มูลดงั ต่อไปนี้ 4.1 จุดประสงคข์ องโปรแกรม 4.2 ขอ้ มูลนาเข้า (Input) ของโปรแกรม 4.3 การประมวลของโปรแกรม 4.4 ข้อมลู นาออก (Output) ของโปรแกรม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….
- 74 - ใบเฉลยแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 1 สอนครัง้ ที่ 1 ช่ือวิชำกำรเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครอื่ งมอื กรำฟิกโหมด รหัสวชิ ำ 2204 - 2107 ระดับชั้น ปวช. ช่ือหนว่ ย แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม เรอื่ ง/งำน แผนภำพแนวคิดในกำรพฒั นำโปรแกรม 5. การจัดทาเอกสารประกอบโปรแกรมตัวอย่างใน ข้อ 3. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
- 75 - แบบทดสอบหลังเรียน วชิ ำ กำรเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครือ่ งมอื กรำฟิกโหมด รหสั วิชำ 2204 – 2107 ระดับชน้ั ปวช. หนว่ ยท่ี 1 เร่ือง แนวคดิ ในกำรพฒั นำโปรแกรม คำชแ้ี จง กกก1. ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบท่ีถกู ต้องท่ีสุดเพียงขอ้ เดยี วทาเครือ่ งหมาย (X) ลงในกระดาษคาตอบ กกก2. แบบทดสอบมีลักษณะแบบปรนัย จานวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน 1. ข้อใดคือความหมายของโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ก. คาสง่ั คอมพิวเตอรช์ ุดหนึ่งๆทีเ่ ขยี นข้นึ เป็นภาษาคอมพวิ เตอร์ ข. วงจรภายในเครือ่ งคอมพิวเตอร์ ค. การประมวลผลของ CPU ง. ถูกทกุ ขอ้ 2. ข้อใดไม่ใชภ่ าษาสาหรับเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ก. JAVA ข. COBOL ค. ANDROID ง. PASCAL 3. หลักการพัฒนาโปรแกรมข้ันตอนใดมุ้งเน้นไปท่ลี าดับขั้นตอนในการประมวลผลของโปรแกรม ก. ขนั้ ตอนการเขียนโปรแกรม ข. ขนั้ ตอนการทดสอบโปรแกรม ค. ข้ันตอนการออกแบบโปรแกรม ง. ขน้ั ตอนการบารุงรกั ษาโปรแกรม
- 76 - 4. การทาเอกสารประกอบโปรแกรมมีความสาคัญอย่างไร ก. ชว่ ยให้ทราบถงึ ขอ้ มลู ท่ีโปรแกรมจะต้องทาการประมวลผล ข. ช่วยใหท้ ราบถงึ ลาดบั ขัน้ ตอนการทางานของโปรแกรม ค. ตรวจสอบความถูกตอ้ งในการทางานของโปรแกรม ง. ชว่ ยใหผ้ ู้ใชเ้ ข้าใจวัตถุประสงคข์ องโปรแกรม 5. ข้ันตอนที่สาคัญทส่ี ุดในการพัฒนาโปรแกรมคือขอ้ ใด ก. การวิเคราะหง์ าน ข. การออกแบบ ค. การเขียนโปรแกรม ง. การทดสอบโปรแกรม 6. Syntax Error คอื ข้อผิดพลาดชนิดใด ก. ข้อผิดพลาดจากการทางานของโปรแกรม ข. ข้อผิดพลากจากผู้ใช้ ค. ข้อผดิ พลาดจากไวยากรณ์ ง. ข้อผิดพลาดทางด้านตรรกะ 7. Logical Error คอื ข้อผดิ พลาดชนดิ ใด ก. ขอ้ ผดิ พลาดจากการทางานของโปรแกรม ข. ข้อผดิ พลากจากผู้ใช้ ค. ขอ้ ผดิ พลาดจากไวยากรณ์ ง. ข้อผดิ พลาดทางด้านตรรกะ
- 77 - 8. Runtime Error คอื ขอ้ ผิดพลาดชนดิ ใด ก. ข้อผิดพลาดจากการทางานของโปรแกรม ข. ข้อผดิ พลากจากผู้ใช้ ค. ข้อผิดพลาดจากไวยากรณ์ ง. ขอ้ ผดิ พลาดทางด้านตรรกะ 9. จดุ ประสงคข์ องการ Debugging มไี วเ้ พอ่ื อะไร ก. เพอ่ื ดแู ลความเรยี บรอ้ ยของโปรแกรม ข. เพ่ือแกไ้ ขข้อผดิ พลาดของโปรแกรม ค. เพือ่ กาหนดคุณสมบตั ิให้โปรแกรม ง. เพื่ออธบิ ายการทางานของโปรแกรม 10. ขอ้ ใดคือภาษาที่ใช้ในการออกแบบและพฒั นาโปรแกรมโดยใช้เคร่อื งมอื กราฟิกโหมด ก. Python ข. Perl ค. Visual Basic ง. Pascal
- 78 - เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น วชิ ำ กำรเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครือ่ งมือกรำฟกิ โหมด รหสั วิชำ 2204 – 2107 ระดบั ชนั้ ปวช. หนว่ ยที่ 1 เรื่อง แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม ข้อท่ี คำตอบ 1. ก 2. ค 3. ค 4. ง 5. ข 6. ค 7. ง 8. ก 9. ข 10. ค
- 79 - แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรเข้ำร่วมกิจกรรมกลุ่ม ชอื่ วชิ ำ กำรเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมือกรำฟกิ โหมด หน่วยท่ี 1 รหัสวิชำ 2204 - 2107 ระดบั ชนั้ ปวช. ช่ือหน่วย แนวคิดในกำรพฒั นำโปรแกรม จำนวน 4 ช่ัวโมง คำช้แี จง ใหท้ ำเครอื่ งหมำย ✓ หำกนักเรยี นมพี ฤติกรรมนนั้ ลงในชอ่ งรำยกำร พฤตกิ รรม ท่ี ชอ่ื - สกลุ ควำมรว่ มมือ กำรแบง่ กำรรบั ฟัง กำรตัง้ ใจ ทำงำนตำมหน้ำที่ รวม ทำงำน มอบหมำย หน้ำทีใ่ นกลุม่ ควำมคิดเห็น 4 3 2 1 4 3 2 1 43 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 เกณฑ์กำรวัดผล ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแต่ละพฤติกรรมดงั นี้ 1..ดีมาก = 4 ประสิทธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ 90 – 100 % หรือปฏบิ ตั ิบอ่ ยคร้ัง 2..ดี = 3 ประสทิ ธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ 70 – 89 % หรือปฏิบัติบางครั้ง 3..ปานกลาง = 2 ประสิทธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ 50 – 69 % หรอื ปฏิบตั ิครัง้ เดยี ว 4..ปรับปรงุ = 1 ประสิทธิภาพอยูใ่ นเกณฑ์ น้อยกวา่ 50 % หรอื ไม่เคยปฏบิ ตั ิเลย ลงชื่อ..............................ครูผูป้ ระเมิน ( นายพรพิทักษ์ ศรีแก้ว ) .............../............./..............
- 80 - แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้รำยบุคคล ช่ือวชิ ำ กำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมอื กรำฟกิ โหมด หนว่ ยที่ 1 รหสั วิชำ 2204 - 2107 ระดับชัน้ ปวช. ช่อื หนว่ ย แนวคดิ ในกำรพัฒนำโปรแกรม จำนวน 4 ชั่วโมง คำช้ีแจง ให้ทำเคร่อื งหมำย ✓ หำกนักเรยี นมีพฤติกรรมน้ัน ลงในชอ่ งรำยกำร พฤติกรรม ท่ี ชอื่ - สกุล ควำมสนใจ กำรแสดงควำม กำรตอบ กำรยอมรับ ทำงำน รวม คิดเหน็ คำถำม ควำมคดิ เห็น ตำมหนำ้ ท่ี มอบหมำย คนอนื่ 4 3 2 1 4 3 2 1 43 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 เกณฑก์ ำรวัดผล ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดงั นี้ 1..ดมี าก = 4 สนใจฟงั ไม่หลับ ไม่พูดคุยในช้นั เรยี น มีคาถาม ตอบคาถามถกู ทางานสง่ ตามเวลา 2..ดี = 3 พฤตกิ รรมการแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70 % 3..ปานกลาง = 2 พฤติกรรมการแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50 % 4..ปรบั ปรงุ = 1 เขา้ ชน้ั เรียน แตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก ส่งงานไมค่ รบ ส่งงานไมต่ รงเวลา ลงชอ่ื ..............................ครูผู้ประเมนิ ( นายพรพทิ กั ษ์ ศรแี ก้ว ) .............../............./..............
- 81 - แบบสรปุ ผลประเมินคุณธรรม จริยธรรม คำ่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ วิชำ กำรเขียนโปรแกรมโดยใช้เคร่ืองมอื กรำฟิกโหมด รหัสวชิ ำ 2204 – 2107 ระดับช้นั ปวช. หน่วยท่ี 1 เร่อื ง แนวคิดในกำรพัฒนำโปรแกรม การประเมนิ ผลดา้ นจติ พิสยั ตามคา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ ( คะแนนเต็ม 30 คะแนน ) ท่ี รำยกำรประเมิน 1 มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2 ซือ่ สตั ย์ เสียสละ อดทน 3 กตญั ญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4 ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษา เล่าเรียน ทั้งทางตรงและทางอ้อม 5 รักษาวฒั นธรรม ประเพณีไทยอนั งดงาม 6 มีศลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวงั ดีต่อผู้อื่นเผ่ือแผ่และแบ่งปนั 7 เข้าใจการเรยี นร้กู ารเป็นประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ ที่ถูกตอ้ ง 8 มรี ะเบยี บ วินัย เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยรู้จกั เคารพผ้ใู หญ่ 9 มีสติ รตู้ ัว รู้คิด รู้ทา รู้ปฏบิ ตั ิ ตามพระราชดารสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั 10 รจู้ กั ดารงตนอยู่โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รูจ้ ักอดออมไว้ใชเ้ มอื่ ยามจาเป็น มไี ว้พอกินพอใช้ ถา้ เหลอื กแ็ จกจ่ายจาหนา่ ยและพรอ้ มท่ีจะขยายกจิ การเม่อื มคี วามพร้อมเมอื่ มี ภมู ิคมุ้ กนั 11 มคี วามเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออานาจฝ่ายต่าหรือกิเลส มคี วามละอายเกรง กลวั ตอ่ บาปตามหลกั ของศาสนา 12 คานงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง เกณฑ์กำรให้คะแนนตำมพฤตกิ รรมทีแ่ สดงออก คะแนน พฤตกิ รรมทม่ี ีกำรปฏบิ ัติ 4 คะแนน 3 คะแนน พฤตกิ รรมท่ีมีการปฏิบัตคิ อ่ นข้างมาก 2 คะแนน พฤตกิ รรมท่มี ีการปฏบิ ตั ปิ านกลาง 1 คะแนน พฤตกิ รรมทมี่ กี ารปฏบิ ัติค่อนข้างนอ้ ย พฤติกรรมทม่ี ีการปฏบิ ตั ินอ้ ยทส่ี ุด
- 82 - บรรณำนุกรม กิตินนั ท์ พลสวสั ด์ิ. (2559). Professional Visual Basic 2015. พมิ พค์ รัง้ ท่ี 1. นนทบุรี : ไออีซี พรีเมียร์. ณฐั ธยาน์ ธีรกุลจินดาภรณ.์ (2558). พืน้ ฐานการเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์. พิมพค์ ร้ังที่ 1. นนทบุรี : ศนู ยห์ นงั สือ เมอื งไทย. พฒั พงษ์ อมรวงศ.์ (2560). พน้ื ฐานการเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร.์ พมิ พค์ รั้งที่ 1. ปทมุ ธานี : มีเดีย อินเทลลเิ จนซ์ เทคโนโลยี. บัญชา ปะสลี ะเตสงั . (2558). สรา้ ง Windows Application ด้วย Visual Basic 2015. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยเู คชนั่ . มนสั ชยั กีรติผจญ. (2558). การเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมอื กราฟิกโหมด. พมิ พค์ ร้ังที่ 1. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์เอมพันธ์. อภิชัย ตระหง่านศร.ี (2557). การเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครื่องมอื กราฟิกโหมด. พิมพค์ รั้งท่ี 1. กรุงเทพฯ : สานักพมิ พว์ ังอกั ษร. โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์ และ สมโภชน์ ชื่นเอี่ยม. (2560). การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์. กรุงเทพฯ : ซเี อด็ ยเู คชั่น.
Search