แผนการจดั การเรยี นร้มู ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 4 ชอื่ หนว่ ย ประโยคควบคมุ การทำงาน สอนครงั้ ท่ี 5 ชือ่ เรอื่ ง ประโยคควบคมุ การทำงาน ช่วั โมงรวม 3 จำนวนชัว่ โมง 3 1. สาระสำคญั การเขียนโปรแกรมทกุ ภาษาคอมพิวเตอร์ รวมทง้ั ภาษาจาวา ในการนำตวั โปรแกรมมาชว่ ยแก้ปัญหา งานหนึ่งๆ ตัวโปรแกรมจะทำงานต้องมีพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล และนำข้อมูลมาในการคำนวณค่าอย่าง ต่อเนอ่ื ง ซ่งึ ในการตดิ ตอ่ กบั พนื้ ท่ขี องหน่วยความจำตวั โปรแกรมสามารถทำได้โดยผ่านองค์ประกอบท่ีเรียกว่า ตัวแปร และในการทำงานของโปรแกรมต้องมีการนำค่าข้อมูลในตัวแปรมาทำการคำนวณตามลักษณะต่างๆ ตามขอ้ กำหนดของผู้ใช้งานท่ีตอ้ งการให้โปรแกรมทำหน้าที่ใด การคำนวณของโปรแกรมคอมพวิ เตอร์สามารถ ทำการคำนวณตามลักษณะของมนุษย์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ยงั สามารถทำการคำนวณเฉพาะโปรแกรม คอมพิวเตอรท์ ม่ี รี ูปแบบการคำนวณทแ่ี ตกตา่ งจากมนษุ ย์ไดด้ ว้ ย 2. สมรรถนะประจำหน่วย ใช้ประโยคควบคุมการทำงาน 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 บอกความสำคัญของการประโยคควบคมุ การทำงานได้ 3.1.2 อธิบายความแตกต่างระหว่างการตดั สนิ ใจกับการวนรอบได้ 3.1.3 อธิบายข้นั ตอนการการทำงานของประโยคควบคุมการทำงานได้ 3.2 ด้านทกั ษะ นกั เรยี นมคี วามรู้ ทักษะพืน้ ฐานเกย่ี วกับประโยคควบคมุ การทำงานและมที ศั นคติท่ีดี 3.3 คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (อ้างองิ จากค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ และ สมรรถนะข้ามสายงาน) 3.3.1 เขา้ เรยี นตรงเวลา 3.3.2 แตง่ กายตามระเบยี บการปฏบิ ัตงิ าน 3.3.3 ผลงานประณตี เรยี บรอ้ ย 3.3.4 ปดิ เครื่องคอมพิวเตอรเ์ มือ่ เลิกใชง้ าน 3.3.5 มีน้ำใจชว่ ยเหลือผอู้ ืน่ และการปฏบิ ัตงิ านรว่ มกับผู้อื่น 4. เนือ้ หาสาระการเรียนรู้ 4.1 ประโยคตามลำดบั 4.2 ประโยคการตัดสินใจ 4.3 ประโยคการวนลปู 4.4 ประโยคการควบคุมอน่ื ๆ เพ่มิ เตมิ
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอน ครแู จง้ จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดผลประเมนิ ผล ข้อตกลงขณะเรียน และใหน้ กั เรียนทำ แบบทดสอบก่อนเรยี น 5.1 ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น 5.1.1 ผู้สอนจัดเตรยี มเอกสาร พรอ้ มกับแนะนำรายวิชา วธิ ีการให้คะแนนและวธิ ีการเรยี นเร่อื ง ประโยคควบคมุ การทำงาน 5.1.2 ผ้สู อนแจง้ จุดประสงค์การเรียนของหนว่ ยที่ 4 และขอให้ผเู้ รยี นร่วมกันทำกิจกรรมการ เรยี นการสอน 5.1.3 ผสู้ อนให้ผู้เรยี นแสดงความรู้ โดยต้งั คำถามวา่ ประโยคควบคุมการทำงานมีหลักการ อย่างไรพรอ้ มให้เหตุผลประกอบ 5.2 ข้นั สอน 5.2.1 ผสู้ อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกีย่ วกบั ประโยคควบคุมการ ทำงาน โดยให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน 5.2.2 ผู้สอนอธิบายเนอื้ หาเกีย่ วกับบทเรยี นวชิ า การเขียนโปรแกรมโดยใช้เครือ่ งมือกราฟกิ โหมด หน่วยท่ี 4 เรือ่ ง ประโยคควบคมุ การทำงานและใหผ้ ู้เรยี นศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 4 5.2.3 ผู้สอนและผ้เู รยี นรว่ มกนั อธบิ ายพร้อมยกตวั อยา่ งถึงประโยคควบคมุ การทำงานตามทไ่ี ด้ ศกึ ษาจากบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน 5.3 ขนั้ ประกอบกจิ กรรมการเรยี น 5.3.1 ผสู้ อนให้ผเู้ รียนทำแบบฝกึ หดั ทา้ ยหนว่ ยท่ี 4 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละเท่า ๆ กันทำการศกึ ษาเรื่อง 5.4 กลยุทธใ์ นการจัดการเรียนรู้ 5.4.1 ครูให้เพอ่ื นชว่ ยเพอ่ื น ให้นักเรยี นกลุ่มเกง่ และปานกลาง อยู่กับกลุ่มนักเรยี นท่เี รยี นออ่ น ชว่ ยกันทำความเข้าใจในเนือ้ หา 5.4.2 สอนแบบ Active Learning โดยใช้เคร่ืองมอื บนอนิ เทอรเ์ นต็ http://www.linoit.com สอบถามนักเรียนวา่ นกั เรยี นอยากไดห้ อ้ งเรยี นอยา่ งไรเรียนแลว้ มีความสขุ แสดงความคิดเห็นแตล่ ะคน เพื่อ เปน็ การกระตุ้นเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี น 5.5 ขนั้ สรปุ 5.5.1 ผสู้ อนและผู้เรียนร่วมกนั สรปุ เนื้อหาท่ีได้เรยี นให้มคี วามเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกัน 5.5.2 ผสู้ อนให้ผู้เรยี นศึกษาเพิ่มเตมิ นอกหอ้ งเรียน ดว้ ยบทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนที่จดั ทำขนึ้ 5.6 ข้ันทดสอบหลงั เรียน นักเรียนทำใบกิจกรรมท่ี 4 และแบบทดสอบหลงั เรยี น 6. สือ่ การเรียนร้/ู แหลง่ การเรียนรู้ 6.1 สอ่ื สิง่ พิมพ์ 6.1.1 เอกสารประกอบการสอนวชิ าจาวาเดกส์ทอปเบ้ืองตน้ 6.1.2 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เร่ือง ประโยคควบคุมการทำงาน 6.1.3 ใบกจิ กรรมท่ี 4 เรอ่ื ง ประโยคควบคุมการทำงาน 6.1.4 แบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง ประโยคควบคุมการทำงาน
6.2 ส่อื โสตทศั น์ 6.2.1 Powerpoint เรื่อง ประโยคควบคมุ การทำงาน 6.2.2 เครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร์ 6.2.3 เคร่อื งคอมพวิ เตอร์แบบพกพา (Notebook) 6.3 อนื่ ๆ (โปรดระบุ)
7. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วิชาอน่ื 7.1 การบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษา S: Science T: Technology E: Engineering M: Mathematics • การคน้ หาขอ้ มูล • ใช้อนิ เทอร์เนต็ สืบค้น วธิ ีการค้นหาข้อมลู ใน 6 • คำนวณเวลาในการ คดั เลือกหรอื คัด ขอ้ มลู ขน้ั ตอน สืบค้นข้อมูล แยกข้อมลู ในสิง่ • ใช้เทคโนโลยี • การกำหนดหัวขอ้ ตา่ งๆทอ่ี ย่รู อบตัว ออกแบบสอ่ื โฆษณา • การเลือกแหลง่ ข้อมลู เรา ผลติ ภัณฑ์อาหาร • การเตรียมอปุ กรณ์ • ใชเ้ ทคโนโลยีในการ • การคน้ หาและรวบรวม นำเสนอผลงาน ข้อมลู • การพจิ ารณา • การสรุปผล
8. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสกู่ ารจัดการเรยี นรู้ 8.1 ผูส้ อน ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ตอ่ ไปน้ี 3 ห่วง ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การสร้างภมู ิคุม้ กันในตัว ประเด็น เนื้อหา - เนอ้ื หาสอดคล้องกบั - ตอ้ งการให้ผเู้ รียนรู้เรอื่ ง - สรุปเนื้อหาใหอ้ า่ นเข้าใจ - ประโยคควบคุม สมรรถนะ ตวั ชีว้ ดั เหมาะสม ความหมายของคอมพวิ เตอร์ งา่ ยมีภาพประกอบเนือ้ หา การทำงาน กับเวลาทกี่ ำหนดและวัย องค์ประกอบ และสารสนเทศ - เรยี งเนือ้ หาตามลำดบั การ ของผเู้ รยี น เรยี นรู้ เวลา - กำหนดเวลาในแตล่ ะ - จัดการเรยี นรไู้ ดค้ รบถว้ น - จัดการเรียนรู้ได้ครบถ้วน 3 ชวั่ โมง กิจกรรมเหมาะสมกับกิจกรรม ตามทอี่ อกแบบไว้ ตามทอ่ี อกแบบไว้ และวยั ของผเู้ รียน - กำหนดเวลาในแต่ละ กิจกรรมไว้เกินจรงิ เลก็ น้อย เพอ่ื รองรบั การเปลย่ี นแปลง ทอี่ าจเกดิ ระหว่างจดั กจิ กรรม การจดั กิจกรรม - แบง่ กลมุ่ ผู้เรียนให้พอดีกบั - ต้องการให้ผูเ้ รียนปฏบิ ัติ - แบ่งกลมุ่ คละ จำนวนนกั เรียน กิจกรรมอย่างท่ัวถึงตาม ความสามารถของนกั เรียน - กำหนดกิจกรรมการเรยี นรู้ ความสามารถ - เตรียมชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม เหมาะสมกบั เวลาทกี่ ำหนด - เพื่อตอ้ งการให้ผู้เรยี นเกดิ การ ตามลำดับกิจกรรมการเรียน - มอบหมายภาระงานและ เรียนรู้ตามเปา้ หมายท่ีกำหนด - สังเกตพฤติกรรมและให้ ชิ้นงานเหมาะสมกับ - ผเู้ รยี นนำความรูไ้ ป ความช่วยเหลอื เมือ่ นักเรียน ความสามารถผู้เรยี นและ ประยุกตใ์ ช้กับภาระงานได้ มีปัญหา สอดคล้องกบั เปา้ หมายการ - รับฟงั ความคดิ เหน็ และ - ฝึกการคน้ คว้าหาความรู้ เรยี นรู้ วเิ คราะห์ วิจารณ์อย่างมเี หตผุ ล จากเพือ่ น และระบบ อินเทอร์เนต็ เพ่อื แกป้ ัญหาในแบบฝกึ ปฏบิ ัติ และใบงาน
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภูมิคุ้มกนั ในตัว ประเด็น - ตอ้ งการให้ผเู้ รยี นปฏิบัติ การจัดกิจกรรม - แบง่ กลุม่ ผู้เรยี นให้พอดกี บั กิจกรรมอยา่ งทว่ั ถงึ ตาม - แบ่งกลุ่มคละ จำนวนนักเรียน ความสามารถ ความสามารถของนักเรยี น ส่ือ/อปุ กรณ์ - กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ - เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ู้เรียนเกิดการ - เตรยี มชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม เหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด เรียนรู้ตามเป้าหมายท่ีกำหนด ตามลำดบั กิจกรรมการเรียน แหลง่ เรยี นรู้/ - มอบหมายภาระงานและ - ผูเ้ รียนนำความรไู้ ป - สงั เกตพฤตกิ รรมและให้ ฐานการเรียนรู้ ชน้ิ งานเหมาะสมกับ ประยุกตใ์ ช้กับภาระงานได้ ความชว่ ยเหลอื เมอื่ นักเรยี น ความสามารถผเู้ รยี นและ - รบั ฟังความคิดเห็น และ มีปัญหา สอดคลอ้ งกับเปา้ หมายการ วิเคราะห์ วิจารณอ์ ยา่ งมเี หตุผล - ฝกึ การค้นควา้ หาความรู้ เรยี นรู้ จากเพอื่ น และระบบ - ต้องการให้นักเรียนได้ปฏบิ ัติ อนิ เทอร์เน็ต - จำนวนใบความรู้ ใบงาน กจิ กรรมได้จริงตามจดุ ประสงค์ เพื่อแกป้ ัญหาในแบบฝึก และวัสดอุ ุปกรณ์ เหมาะสม การเรยี นร้ทู ี่กำหนดไว้ ปฏิบัติ และใบงาน กับกิจกรรม และปริมาณ - เตรยี มสือ่ อปุ กรณใ์ หพ้ รอ้ ม เพียงพอกบั จำนวนนกั เรยี น - ตอ้ งการใหน้ กั เรยี นใชว้ สั ดุ ก่อนการจดั กจิ กรรม -ตรวจความพร้อมของเคร่ือง อุปกรณท์ ีม่ คี วามพร้อมใน - มลี ำดบั ข้นั ตอนการใช้ส่ือ คอมพวิ เตอรก์ อ่ นเรยี น และ ห้องปฏิบัติการ มาปฏิบัติการ และจดั เก็บอยา่ งเป็นระบบ ปิดเครือ่ ง ทดลองตามตัวชว้ี ัด - มีความชำนาญในการใช้ -เกบ็ เก้าอีน้ ่ังให้เรียบรอ้ ยหลัง สื่ออปุ กรณ์ เลิกเรยี น เพ่ือความเรยี บรอ้ ย และประหยัด - เตรยี มหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร - ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอรใ์ ห้พร้อมกอ่ น เหมาะสมกบั กจิ กรรมที่ การทดลอง กำหนด
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การสร้างภมู ิคุ้มกนั ในตวั ประเด็น - จดั ทำแบบประเมินผลงาน - ตอ้ งการประเมนิ ผลการเรียนรู้ - วางแผนการวดั / การประเมนิ ผล และประเมนิ พฤติกรรมได้ เหมาะสมกบั เป้าหมายการ เรียนรู้ ตามเป้าหมายทก่ี ำหนด ประเมนิ ผลตามข้นั ตอนของ กิจกรรม - แบบประเมนิ ผลมกี าร ตรวจสอบความเทย่ี งตรงใน การวดั ตามตวั ช้ีวดั เงอ่ื นไขความรทู้ ่คี รูตอ้ งมกี อ่ นสอน 3. หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความหมายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 4. จิตวิทยาในการสอน 2. การใชค้ อมพิวเตอร์ 3. มีความยุตธิ รรม เงื่อนไขคุณธรรมของครู 4. ตรงต่อเวลา 1. มคี วามรักเมตตาศิษย์ 2. มคี วามรบั ผดิ ชอบ 8.2 คุณลกั ษณะอยู่อยา่ งพอเพยี งท่เี กิดกับผูเ้ รียน พอประมาณ มีเหตุผล มภี มู ิค้มุ กันในตวั ทด่ี ี 1. นักเรียนกำหนดหนา้ ท่ีของสมาชิก 1. นักเรียนนำขอ้ มลู การหา 1. วางแผนการทำงานกล่มุ อยา่ ง ภายในกล่มุ ได้เหมาะสมกับศกั ยภาพของ คำตอบมาวิเคราะหไ์ ดอ้ ยา่ ง ละเอียดเปน็ ข้นั ตอน แตล่ ะคน เปน็ เหตุเป็นผลเพ่ืออธิบาย 2. เตรียมวสั ดอุ ุปกรณก์ ารทดลองได้ 2. นกั เรยี นใช้วสั ดุอปุ กรณใ์ นการทดลอง สรุปเนือ้ หาสาระ ครบถว้ น และตรงตามกิจกรรมการ ได้เหมาะสมกับกจิ กรรมการทดของ 2. นกั เรียนสามารถนำข้อมูล ทดลอง 3. นกั เรียนสามารถหาคำตอบได้ มาตอบคำถามได้อยา่ งถกู ตอ้ ง 3. ศกึ ษาวธิ กี ารทำใบงานอยา่ ง สอดคลอ้ งกับอุปกรณ์ทมี่ ี รอบคอบ เงอ่ื นไขความรู้ 1. ประโยคควบคุมการทำงาน 2. หลักการพัฒนาการเขยี นโปรแกรม เงอ่ื นไขคณุ ธรรม 1. ความสามัคคีในกลุ่ม 2. ความรบั ผดิ ชอบ 3. แบ่งปันและเอ้อื เฟอ้ื เผอื่ แผ่
สง่ ผลต่อความสมดุล มนั่ คง ย่ังยนื ใน 4 มิติ ดังนี้ ด้าน สมดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลงในดา้ นต่างๆ องคป์ ระกอบ วัตถุ สังคม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม - มคี วามรู้เกย่ี วกับ ความรู้ - ความรู้ในการสืบคน้ - มีความรู้ในการจดั แบ่ง - มีความรู้ในการดแู ล คอมพวิ เตอรใ์ นการ ประยุกตใ์ ช้ใน ข้อมูลจากคอมพวิ เตอร์ หน้าท่ภี ายในกลุ่มไดอ้ ยา่ ง รกั ษาความสะอาดการ กจิ กรรมในท้องถิ่น อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม จัดการขยะอย่าง ใชเ้ ทคโนโลยใี น ชวี ติ ประจำวนั ได้ - มีความร้ใู นการปฏิบตั ิตน ถูกต้องของ - ตระหนักถึงคุณค่า ท่ีจะทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่ืน หอ้ งปฏบิ ัติการ ของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ทักษะ - มีทกั ษะในการใชว้ สั ดุ - ทำงานรว่ มกันภายใน - รกั ษาความสะอาด อุปกรณอ์ ยา่ งปลอดภยั กลมุ่ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ของห้องปฏบิ ตั ิการ และประหยัด จนสำเร็จและมีความสุข คอมพิวเตอรใ์ นการ สืบคน้ ขอ้ มูล ค่านิยม - เห็นความสำคญั ของการ - มีความรับผดิ ชอบตอ่ การ - มจี ิตสำนกึ ในการ ใชว้ ัสดุอุปกรณใ์ นการ ทำงานของกล่มุ รกั ษาสภาพแวดลอ้ ม สบื คน้ ขอ้ มลู อย่างประหยัด - ยอมรับความคิดเหน็ ซงึ่ ของหอ้ งปฏิบัติการ คมุ้ ค่า กันและกนั มคี วามเสยี สละ คอมพวิ เตอร์ใหส้ ะอาด อดทน เป็นระเบยี บ 9. การวัดและประเมนิ ผล รายการประเมิน วิธีการ เครื่องมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมินผา่ น - การทดสอบกอ่ นเรยี น การทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ขอ้ ได้ระดบั 2 ข้นึ ไป การประเมนิ ระหว่างเรียน การสงั เกต แบบประเมินพฤตกิ รรม ตอบคำถามทุกขอ้ การซักถาม การเรยี น ไดร้ ะดับ 2 ขน้ึ ไป การทำแบบฝึกปฏบิ ตั ิ ต้งั คำถามให้ครอบคลมุ จุดประสงค์ ตอบถูก 8 ข้อขน้ึ ไป การประเมนิ หลังเรียน การทดสอบ แบบฝึกหัดและใบ กจิ กรรมที่ 4 แบบทดสอบหลังเรยี น จำนวน 10 ข้อ
10. บันทกึ หลงั สอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 10.1.1 เนอื้ หาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 10.1.2 สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน 10.1.3 เวลาที่กำหนดไว้ในแผนการสอนมีความเหมาะสม 10.2 ผลการเรียนรขู้ องนักเรียน นกั ศึกษา 10.2.1 นักศกึ ษาส่วนใหญม่ คี วามสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรยี น อภิปรายตอบคำถามในกลมุ่ และ ร่วมกนั ปฏิบตั ิใบงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 10.2.2 นักศึกษากระตือรอื ร้นและรับผิดชอบในการทำงานกลมุ่ เพอ่ื ให้งานสำเรจ็ ทนั เวลาท่ี กำหนด 10.2.3 นกั ศกึ ษาเลือกสามารถนำความรไู้ ปใชไ้ ด้จริงในชวี ิตประจำวนั 10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถนำความร้ทู ี่ไดจ้ ากการเรยี นรูใ้ นหนว่ ยนไ้ี ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั และ เชือ่ มโยงกบั วิชาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ 5 ชือ่ หนว่ ย คลาสและออ็ บเจกต์ สอนคร้ังที่ 6 ช่อื เร่อื ง คลาสและอ็อบเจกต์ ช่วั โมงรวม 3 จำนวนช่วั โมง 3 1. สาระสำคญั ในการเขียนโปรแกรมภาษาเชิงวัตถุ เป็นการเขียนโปรแกรมโดยนำสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาเป็น ต้นแบบในการคิดกำหนดข้อมูล กำหนดหน้าที่ของสิ่งๆนั้นว่ามีความสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งธรรมชาติสิ่ง รอบตัวของมนุษย์ ของหนึ่งสิ่งจะประกอบไปด้วยข้อมูลของสิ่งนั้นๆว่ามีความแตกต่างกับสิ่งอื่นอย่างไรถือวา่ เปน็ คณุ สมบัติของสง่ิ นัน้ รวมท้ังสิ่งตา่ งๆ ในชวี ิตจรงิ จะมปี ฏิสัมพนั ธ์ กันระหวา่ งวตั ถุ รวมทง้ั ของในแต่ละสิ่งจะ มารวมกนั เปน็ กล่มุ หนึ่ง เพือ่ กำหนดให้มชี ือ่ ๆ หน่ึงท่ีมีความเปน็ เฉพาะของสง่ิ นนั้ ๆ ดงั นัน้ การเขียนโปรแกรมเชิง วัตถุ จงึ เป็นการเขยี นโปรแกรมทสี่ ามารถเขา้ ถงึ ในการแก้ปัญหา โดยมีแนวคิดจากธรรมชาติมากำหนดเป็นหลัก ในการเขียนโปรแกรม 2. สมรรถนะประจำหน่วย ใชค้ ลาสและอ็อบเจกต์ 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 บอกทำงานระหวา่ งคลาสกบั แพ็กเกจได้ 3.1.2 อธิบายการกำหนดการสร้างออ็ บเจกต์ได้ 3.1.3 บอกการสร้างคอนสตรัคเตอร์ได้ 3.2 ดา้ นทกั ษะ นักเรียนมีความรู้ ทกั ษะพ้นื ฐานเกย่ี วกับคลาสและออ็ บเจกต์และมีทัศนคติที่ดี 3.3 คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (อ้างองิ จากค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ และ สมรรถนะขา้ มสายงาน) 3.3.1 เขา้ เรยี นตรงเวลา 3.3.2 แต่งกายตามระเบยี บการปฏิบัตงิ าน 3.3.3 ผลงานประณตี เรยี บรอ้ ย 3.3.4 ปดิ เครอื่ งคอมพวิ เตอร์เมื่อเลกิ ใช้งาน 3.3.5 มีนำ้ ใจชว่ ยเหลอื ผูอ้ ่ืนและการปฏบิ ัติงานร่วมกบั ผอู้ นื่ 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 4.1 ประโยคตามลำดบั 4.2 ประโยคการตดั สินใจ 4.3 ประโยคการวนลูป 4.4 ประโยคการควบคมุ อ่นื ๆ เพ่ิมเติม
5. กจิ กรรมการเรียนการสอน ครูแจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดผลประเมนิ ผล ข้อตกลงขณะเรียน และใหน้ ักเรยี นทำ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 5.1 ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน 5.1.1 ผู้สอนจดั เตรียมเอกสาร พรอ้ มกับแนะนำรายวิชา วิธกี ารใหค้ ะแนนและวธิ ีการเรียนเรือ่ ง คลาสและออ็ บเจกต์ 5.1.2 ผสู้ อนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นของหน่วยที่ 5 และขอให้ผูเ้ รียนรว่ มกนั ทำกจิ กรรมการ เรยี นการสอน 5.1.3 ผู้สอนให้ผเู้ รยี นแสดงความรู้ โดยต้งั คำถามวา่ คลาสและอ็อบเจกตม์ หี ลักการอยา่ งไรพรอ้ ม ให้เหตุผลประกอบ 5.2 ขั้นสอน 5.2.1 ผ้สู อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั ความร้เู บือ้ งต้นเกยี่ วกบั คลาสและออ็ บเจกต์ โดย ใหผ้ ู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน 5.2.2 ผสู้ อนอธิบายเนื้อหาเก่ยี วกับบทเรียนวิชา การเขยี นโปรแกรมโดยใช้เครอื่ งมอื กราฟกิ โหมด หนว่ ยท่ี 5 เรื่อง คลาสและอ็อบเจกต์และให้ผูเ้ รยี นศึกษาเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยที่ 5 5.2.3 ผสู้ อนและผูเ้ รยี นรว่ มกันอธิบายพร้อมยกตัวอยา่ งถงึ คลาสและอ็อบเจกต์ตามท่ีได้ศึกษา จากบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน 5.3 ขนั้ ประกอบกิจกรรมการเรยี น 5.3.1 ผสู้ อนให้ผู้เรยี นทำแบบฝกึ หัดท้ายหนว่ ยที่ 5 5.3.2 ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นแบ่งกลมุ่ ๆ ละเท่า ๆ กันทำการศกึ ษาเรอื่ ง 5.4 กลยทุ ธ์ในการจัดการเรียนรู้ 5.4.1 ครูใหเ้ พ่ือนชว่ ยเพื่อน ใหน้ กั เรียนกล่มุ เกง่ และปานกลาง อยกู่ บั กลมุ่ นักเรียนทเ่ี รียนอ่อน ช่วยกนั ทำความเข้าใจในเนอ้ื หา 5.4.2 สอนแบบ Active Learning โดยใชเ้ คร่อื งมอื บนอินเทอร์เนต็ http://www.linoit.com สอบถามนกั เรยี นวา่ นกั เรียนอยากไดห้ อ้ งเรยี นอยา่ งไรเรียนแลว้ มีความสขุ แสดงความคดิ เห็นแตล่ ะคน เพือ่ เปน็ การกระต้นุ เตรียมความพรอ้ มในการเรยี น 5.5 ขน้ั สรุป 5.5.1 ผู้สอนและผู้เรียนรว่ มกนั สรุปเน้อื หาทไ่ี ดเ้ รยี นให้มคี วามเข้าใจในทิศทางเดยี วกนั 5.5.2 ผสู้ อนให้ผู้เรียนศกึ ษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรยี น ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนท่ีจดั ทำข้นึ 5.6 ขัน้ ทดสอบหลังเรียน นักเรยี นทำใบกิจกรรมที่ 5 และแบบทดสอบหลงั เรียน 6. สอ่ื การเรียนร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้ 6.1 สอื่ สง่ิ พิมพ์ 6.1.1 เอกสารประกอบการสอนวิชาจาวาเดกส์ทอปเบ้ืองตน้ 6.1.2 แบบทดสอบก่อนเรยี น เรอื่ ง คลาสและออ็ บเจกต์ 6.1.3 ใบกจิ กรรมท่ี 5 เรือ่ ง คลาสและออ็ บเจกต์ 6.1.4 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง คลาสและอ็อบเจกต์
6.2 ส่ือโสตทัศน์ 6.2.1 Powerpoint เร่อื ง คลาสและอ็อบเจกต์ 6.2.2 เครือ่ งฉายโปรเจคเตอร์ 6.2.3 เครอ่ื งคอมพวิ เตอรแ์ บบพกพา (Notebook) 6.3 อนื่ ๆ (โปรดระบุ)
7. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วิชาอน่ื 7.1 การบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษา S: Science T: Technology E: Engineering M: Mathematics • การคน้ หาขอ้ มูล • ใช้อนิ เทอร์เนต็ สืบค้น วธิ ีการค้นหาข้อมลู ใน 6 • คำนวณเวลาในการ คดั เลือกหรอื คัด ขอ้ มลู ขน้ั ตอน สืบค้นข้อมูล แยกข้อมลู ในสิง่ • ใช้เทคโนโลยี • การกำหนดหัวขอ้ ตา่ งๆทอ่ี ย่รู อบตัว ออกแบบสอ่ื โฆษณา • การเลือกแหลง่ ข้อมลู เรา ผลติ ภัณฑ์อาหาร • การเตรียมอปุ กรณ์ • ใชเ้ ทคโนโลยีในการ • การคน้ หาและรวบรวม นำเสนอผลงาน ข้อมลู • การพจิ ารณา • การสรุปผล
8. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสูก่ ารจดั การเรยี นรู้ 8.1 ผู้สอน ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ตอ่ ไปน้ี 3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภูมิคมุ้ กนั ในตัว ประเดน็ - ต้องการใหผ้ เู้ รยี นรู้เรอื่ ง - เน้อื หาสอดคลอ้ งกบั ความหมายของคอมพิวเตอร์ - สรุปเนื้อหาให้อา่ นเขา้ ใจ เนื้อหา สมรรถนะ ตัวช้ีวดั เหมาะสม องค์ประกอบ และสารสนเทศ ง่ายมีภาพประกอบเนื้อหา - คลาสและออ็ บ กบั เวลาที่กำหนดและวยั - เรียงเนื้อหาตามลำดับการ เจกต์ ของผู้เรยี น - จดั การเรยี นรู้ได้ครบถว้ น เรียนรู้ - กำหนดเวลาในแตล่ ะ ตามท่ีออกแบบไว้ - จดั การเรียนรู้ได้ครบถว้ น เวลา กิจกรรมเหมาะสมกับกจิ กรรม ตามท่อี อกแบบไว้ 3 ชวั่ โมง และวยั ของผเู้ รียน - ต้องการใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ัติ - กำหนดเวลาในแตล่ ะ กจิ กรรมอย่างทว่ั ถงึ ตาม กิจกรรมไวเ้ กนิ จรงิ เล็กนอ้ ย การจัดกิจกรรม - แบ่งกลุม่ ผู้เรียนให้พอดกี ับ ความสามารถ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง จำนวนนักเรยี น - เพือ่ ต้องการใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การ ทีอ่ าจเกดิ ระหว่างจัด - กำหนดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรียนรตู้ ามเปา้ หมายท่ีกำหนด กิจกรรม เหมาะสมกับเวลาทกี่ ำหนด - ผเู้ รียนนำความรู้ไป - แบง่ กล่มุ คละ - มอบหมายภาระงานและ ประยุกตใ์ ชก้ ับภาระงานได้ ความสามารถของนักเรียน ชิ้นงานเหมาะสมกบั - รับฟังความคดิ เหน็ และ - เตรียมชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม ความสามารถผเู้ รียนและ วเิ คราะห์ วิจารณอ์ ย่างมีเหตุผล ตามลำดับกิจกรรมการเรยี น สอดคล้องกบั เป้าหมายการ - สังเกตพฤตกิ รรมและให้ เรียนรู้ ความช่วยเหลอื เมอื่ นักเรยี น มีปญั หา - ฝึกการคน้ ควา้ หาความรู้ จากเพ่อื น และระบบ อนิ เทอร์เนต็ เพอ่ื แกป้ ัญหาในแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ และใบงาน
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภูมิคุ้มกนั ในตัว ประเด็น - ตอ้ งการให้ผเู้ รยี นปฏิบัติ การจัดกิจกรรม - แบง่ กลุม่ ผู้เรยี นให้พอดกี บั กิจกรรมอยา่ งทว่ั ถงึ ตาม - แบ่งกลุ่มคละ จำนวนนักเรียน ความสามารถ ความสามารถของนักเรยี น ส่ือ/อปุ กรณ์ - กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ - เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ู้เรียนเกิดการ - เตรยี มชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม เหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด เรียนรู้ตามเป้าหมายท่ีกำหนด ตามลำดบั กิจกรรมการเรียน แหลง่ เรยี นรู้/ - มอบหมายภาระงานและ - ผูเ้ รียนนำความรไู้ ป - สงั เกตพฤตกิ รรมและให้ ฐานการเรียนรู้ ชน้ิ งานเหมาะสมกับ ประยุกตใ์ ช้กับภาระงานได้ ความชว่ ยเหลอื เมอื่ นักเรยี น ความสามารถผเู้ รยี นและ - รบั ฟังความคิดเห็น และ มีปัญหา สอดคลอ้ งกับเปา้ หมายการ วิเคราะห์ วิจารณอ์ ยา่ งมเี หตุผล - ฝกึ การค้นควา้ หาความรู้ เรยี นรู้ จากเพอื่ น และระบบ - ต้องการให้นักเรียนได้ปฏบิ ัติ อนิ เทอร์เน็ต - จำนวนใบความรู้ ใบงาน กจิ กรรมได้จริงตามจดุ ประสงค์ เพื่อแกป้ ัญหาในแบบฝึก และวัสดอุ ุปกรณ์ เหมาะสม การเรยี นร้ทู ี่กำหนดไว้ ปฏิบัติ และใบงาน กับกิจกรรม และปริมาณ - เตรยี มสือ่ อปุ กรณใ์ หพ้ รอ้ ม เพียงพอกบั จำนวนนกั เรยี น - ตอ้ งการใหน้ กั เรยี นใชว้ สั ดุ ก่อนการจดั กจิ กรรม -ตรวจความพร้อมของเคร่ือง อุปกรณท์ ีม่ คี วามพร้อมใน - มลี ำดบั ข้นั ตอนการใช้ส่ือ คอมพวิ เตอรก์ อ่ นเรยี น และ ห้องปฏิบัติการ มาปฏิบัติการ และจดั เก็บอยา่ งเป็นระบบ ปิดเครือ่ ง ทดลองตามตัวชว้ี ัด - มีความชำนาญในการใช้ -เกบ็ เก้าอีน้ ่ังให้เรียบรอ้ ยหลัง สื่ออปุ กรณ์ เลิกเรยี น เพ่ือความเรยี บรอ้ ย และประหยัด - เตรยี มหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร - ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอรใ์ ห้พร้อมกอ่ น เหมาะสมกบั กจิ กรรมที่ การทดลอง กำหนด
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสรา้ งภูมิคุ้มกันในตัว ประเดน็ - จัดทำแบบประเมินผลงาน - ตอ้ งการประเมินผลการเรียนรู้ - วางแผนการวดั / การประเมินผล และประเมนิ พฤติกรรมได้ เหมาะสมกับเป้าหมายการ เรียนรู้ ตามเป้าหมายท่กี ำหนด ประเมนิ ผลตามข้ันตอนของ กจิ กรรม - แบบประเมินผลมกี าร ตรวจสอบความเทยี่ งตรงใน การวดั ตามตัวชีว้ ดั เง่อื นไขความรทู้ ี่ครูตอ้ งมีก่อนสอน 3. หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. ความหมายคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ 4. จติ วทิ ยาในการสอน 2. การใชค้ อมพวิ เตอร์ 3. มีความยตุ ิธรรม เงื่อนไขคุณธรรมของครู 4. ตรงตอ่ เวลา 1. มคี วามรกั เมตตาศษิ ย์ 2. มีความรับผิดชอบ 8.2 คุณลักษณะอยอู่ ย่างพอเพียงท่เี กิดกบั ผู้เรยี น พอประมาณ มเี หตุผล มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตัวทีด่ ี 1. นกั เรียนกำหนดหนา้ ที่ของสมาชิก 1. นกั เรียนนำข้อมลู การหา 1. วางแผนการทำงานกล่มุ อยา่ ง ภายในกลุ่มได้เหมาะสมกับศักยภาพของ คำตอบมาวิเคราะหไ์ ด้อยา่ ง ละเอยี ดเป็นขัน้ ตอน แต่ละคน เป็นเหตุเป็นผลเพ่อื อธบิ าย 2. เตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์การทดลองได้ 2. นกั เรยี นใช้วัสดุอุปกรณใ์ นการทดลอง สรุปเน้อื หาสาระ ครบถ้วน และตรงตามกิจกรรมการ ไดเ้ หมาะสมกับกจิ กรรมการทดของ 2. นักเรยี นสามารถนำข้อมูล ทดลอง 3. นักเรียนสามารถหาคำตอบได้ มาตอบคำถามได้อยา่ งถูกต้อง 3. ศึกษาวธิ ีการทำใบงานอย่าง สอดคล้องกับอปุ กรณ์ทมี่ ี รอบคอบ เงอ่ื นไขความรู้ 1. คลาสและออ็ บเจกต์ 2. หลักการพฒั นาการเขยี นโปรแกรม เงอื่ นไขคณุ ธรรม 1. ความสามัคคีในกลมุ่ 2. ความรบั ผดิ ชอบ 3. แบ่งปนั และเอ้ือเฟ้อื เผื่อแผ่
สง่ ผลต่อความสมดุล มนั่ คง ย่ังยนื ใน 4 มิติ ดังนี้ ด้าน สมดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลงในดา้ นต่างๆ องคป์ ระกอบ วัตถุ สังคม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม - มคี วามรู้เกย่ี วกับ ความรู้ - ความรู้ในการสืบคน้ - มีความรู้ในการจดั แบ่ง - มีความรู้ในการดแู ล คอมพวิ เตอรใ์ นการ ประยุกตใ์ ช้ใน ข้อมูลจากคอมพวิ เตอร์ หน้าท่ภี ายในกลุ่มไดอ้ ยา่ ง รกั ษาความสะอาดการ กจิ กรรมในท้องถิ่น อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม จัดการขยะอย่าง ใชเ้ ทคโนโลยใี น ชวี ติ ประจำวนั ได้ - มีความร้ใู นการปฏิบตั ิตน ถูกต้องของ - ตระหนักถึงคุณค่า ท่ีจะทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่ืน หอ้ งปฏบิ ัติการ ของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ทักษะ - มีทกั ษะในการใชว้ สั ดุ - ทำงานรว่ มกันภายใน - รกั ษาความสะอาด อุปกรณอ์ ยา่ งปลอดภยั กลมุ่ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ของห้องปฏบิ ตั ิการ และประหยัด จนสำเร็จและมีความสุข คอมพิวเตอรใ์ นการ สืบคน้ ขอ้ มูล ค่านิยม - เห็นความสำคญั ของการ - มีความรับผดิ ชอบตอ่ การ - มจี ิตสำนกึ ในการ ใชว้ ัสดุอุปกรณใ์ นการ ทำงานของกล่มุ รกั ษาสภาพแวดลอ้ ม สบื คน้ ขอ้ มลู อย่างประหยัด - ยอมรับความคิดเหน็ ซงึ่ ของหอ้ งปฏิบัติการ คมุ้ ค่า กันและกนั มคี วามเสยี สละ คอมพวิ เตอร์ใหส้ ะอาด อดทน เป็นระเบยี บ 9. การวัดและประเมนิ ผล รายการประเมิน วิธีการ เครื่องมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมินผา่ น - การทดสอบกอ่ นเรยี น การทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ขอ้ ได้ระดบั 2 ข้นึ ไป การประเมนิ ระหว่างเรียน การสงั เกต แบบประเมินพฤตกิ รรม ตอบคำถามทุกขอ้ การซักถาม การเรยี น ไดร้ ะดับ 2 ขน้ึ ไป การทำแบบฝึกปฏบิ ตั ิ ต้งั คำถามให้ครอบคลมุ จุดประสงค์ ตอบถูก 8 ข้อขน้ึ ไป การประเมนิ หลังเรียน การทดสอบ แบบฝึกหัดและใบ กจิ กรรมที่ 5 แบบทดสอบหลังเรยี น จำนวน 10 ข้อ
10. บันทกึ หลงั สอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 10.1.1 เนอื้ หาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 10.1.2 สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน 10.1.3 เวลาที่กำหนดไว้ในแผนการสอนมีความเหมาะสม 10.2 ผลการเรียนรขู้ องนักเรียน นกั ศึกษา 10.2.1 นักศกึ ษาส่วนใหญม่ คี วามสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรยี น อภิปรายตอบคำถามในกลมุ่ และ ร่วมกนั ปฏิบตั ิใบงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 10.2.2 นักศึกษากระตือรอื ร้นและรับผิดชอบในการทำงานกลมุ่ เพอ่ื ให้งานสำเรจ็ ทนั เวลาท่ี กำหนด 10.2.3 นกั ศกึ ษาเลือกสามารถนำความรไู้ ปใชไ้ ด้จริงในชวี ิตประจำวนั 10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถนำความร้ทู ี่ไดจ้ ากการเรยี นรูใ้ นหนว่ ยนไ้ี ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั และ เชือ่ มโยงกบั วิชาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม
แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 6 ชอื่ หนว่ ย วงจรชวี ิตแอพเพ็ต สอนคร้ังท่ี 7 - 8 ชื่อเรอ่ื ง วงจรชีวติ แอพเพต็ ช่วั โมงรวม 6 จำนวนช่ัวโมง 6 1. สาระสำคญั การเขยี นโปรแกรมด้วยภาษาจาวาท่ีผ่านมามีการเรยี กใช้แอพเพ็ตมาบางแล้ว ในบทนี้จะเป็นการทำ ความรู้จกั แอพเพต็ เร่มิ จากโครงสร้างการทำงานอย่างเป็นระบบ และการใช้งานอย่างหลากหลาย ดว้ ยแอพเพ็ต เปน็ ท่นี ยิ มใช้งานบนระบบอนิ เทอร์เน็ตในปัจจุบนั ด้วยตัวแอพเพ็ตเป็นโค๊ดขนาดเล็กที่ไดแ้ ทรก(ฝัง)ตัวอยู่ในใน HTML ดว้ ยเปน็ ลักษณะสคริปตจ์ าวา ทำให้เมอื่ ทำการรันหรือเรียกใช้งานเวบ็ เพจ็ ท่เี ป็นลักษณะท่ีมีการโต้ตอบ (Active web) กันระหว่างผู้ใช้งานกับตัวแม่ข่าย เป็นไปอย่างราบรืน่ ทำให้สคริปต์จาวาที่เป็นโค๊ดแอพเพ็ตมี การใช้หนว่ ยความจำที่น้อย จึงเป็นทีน่ ิยมใช้งานจนถึงปัจจบุ นั 2. สมรรถนะประจำหน่วย ใช้วงจรชีวิตแอพเพ็ต 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ดา้ นความรู้ 3.1.1 บอกทำงานวงจรชวี ิตแอพเพ็ตได้ 3.1.2 อธบิ ายประโยชน์การทำงานการโปรแกรมด้วยแอพเพต็ ได้ 3.1.3 บอกการโปรแกรมตามวงจรชีวิตแอพเพต็ ได้ 3.2 ด้านทกั ษะ นักเรยี นมีความรู้ ทักษะการโปรแกรมภาษาจาวาดว้ ยการเรยี กใชแ้ อพเพต็ และมที ัศนคติทดี่ ี 3.3 คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (อ้างองิ จากคา่ นิยมหลักของคนไทย 12 ประการ และ สมรรถนะข้ามสายงาน) 3.3.1 เข้าเรียนตรงเวลา 3.3.2 แตง่ กายตามระเบยี บการปฏบิ ัติงาน 3.3.3 ผลงานประณีตเรยี บรอ้ ย 3.3.4 ปิดเครื่องคอมพิวเตอรเ์ มอ่ื เลิกใชง้ าน 3.3.5 มนี ้ำใจชว่ ยเหลือผ้อู ืน่ และการปฏิบัตงิ านรว่ มกับผูอ้ ื่น 4. เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ 4.1 วงจรชวี ติ แอพเพ็ต 4.2 การเขยี นโค๊ดแอพเพ็ตแทรกในภาษาไฮเปอร์เท็กตม์ าร์คอพั (HTML) 4.3 แอพเพต็ กบั กราฟิก 4.4 แอพเพต็ กบั เสยี ง 4.5 แอพเพต็ กับภาพ 4.6 แอพเพ็ตกับเทรดสำหรบั ภาพเคล่ือนไหว 4.7 การสร้างเทรด 4.8 การสรา้ งเทรดสำหรบั ภาพเคลอื่ นไหว
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอน ครูแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การวดั ผลประเมนิ ผล ขอ้ ตกลงขณะเรียน และให้นกั เรยี นทำ แบบทดสอบก่อนเรียน 5.1 ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น 5.1.1 ผู้สอนจัดเตรยี มเอกสาร พรอ้ มกบั แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรยี นเร่อื ง วงจรชวี ติ แอพเพ็ต 5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 6 และขอให้ผู้เรยี นรว่ มกนั ทำกจิ กรรมการ เรยี นการสอน 5.1.3 ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงความรู้ โดยตั้งคำถามว่า วงจรชีวิตแอพเพ็ตมหี ลักการอยา่ งไรพร้อม ให้เหตุผลประกอบ 5.2 ข้นั สอน 5.2.1 ผสู้ อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับความร้เู บือ้ งตน้ เกี่ยวกบั วงจรชีวิตแอพเพ็ต โดยให้ ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 5.2.2 ผสู้ อนอธบิ ายเนื้อหาเกยี่ วกับบทเรยี นวชิ า การเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ คร่อื งมอื กราฟิกโหมด หนว่ ยท่ี 6 เรือ่ ง วงจรชีวติ แอพเพต็ และให้ผู้เรียนศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยที่ 6 5.2.3 ผ้สู อนและผู้เรยี นรว่ มกนั อธิบายพรอ้ มยกตัวอย่างถึงวงจรชวี ิตแอพเพ็ตตามทไี่ ด้ศึกษาจาก บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน 5.3 ขัน้ ประกอบกจิ กรรมการเรยี น 5.3.1 ผสู้ อนให้ผ้เู รียนทำแบบฝกึ หัดทา้ ยหน่วยท่ี 6 5.3.2 ผูส้ อนให้ผเู้ รยี นแบง่ กล่มุ ๆ ละเทา่ ๆ กันทำการศกึ ษาเรือ่ ง 5.4 กลยทุ ธใ์ นการจดั การเรยี นรู้ 5.4.1 ครใู ห้เพื่อนชว่ ยเพ่อื น ให้นกั เรียนกล่มุ เก่งและปานกลาง อยู่กับกลุม่ นกั เรียนท่ีเรยี นอ่อน ช่วยกนั ทำความเข้าใจในเนอื้ หา 5.4.2 สอนแบบ Active Learning โดยใช้เครื่องมอื บนอนิ เทอร์เน็ต http://www.linoit.com สอบถามนกั เรยี นว่า นกั เรียนอยากได้ห้องเรยี นอยา่ งไรเรยี นแลว้ มีความสขุ แสดงความคิดเห็นแตล่ ะคน เพ่ือ เป็นการกระตนุ้ เตรยี มความพร้อมในการเรยี น 5.5 ขัน้ สรุป 5.5.1 ผ้สู อนและผู้เรียนรว่ มกนั สรปุ เนอ้ื หาที่ไดเ้ รียนให้มคี วามเข้าใจในทิศทางเดยี วกัน 5.5.2 ผ้สู อนให้ผเู้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกหอ้ งเรียน ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนท่ีจัดทำขน้ึ 5.6 ขน้ั ทดสอบหลงั เรียน นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 6 และแบบทดสอบหลงั เรียน 6. ส่อื การเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้ 6.1 ส่ือส่งิ พิมพ์
6.1.1 เอกสารประกอบการสอนวชิ าจาวาเดกส์ทอปเบ้อื งต้น 6.1.2 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรอ่ื ง วงจรชีวติ แอพเพต็ 6.1.3 ใบกจิ กรรมที่ 6 เรื่อง วงจรชีวิตแอพเพ็ต 6.1.4 แบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง วงจรชีวติ แอพเพ็ต 6.2 สื่อโสตทศั น์ 6.2.1 Powerpoint เรื่อง วงจรชีวิตแอพเพต็ 6.2.2 เครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร์ 6.2.3 เครื่องคอมพวิ เตอร์แบบพกพา (Notebook) 6.3 อนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ
7. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วิชาอน่ื 7.1 การบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษา S: Science T: Technology E: Engineering M: Mathematics • การคน้ หาขอ้ มูล • ใช้อนิ เทอร์เนต็ สืบค้น วธิ ีการค้นหาข้อมลู ใน 6 • คำนวณเวลาในการ คดั เลือกหรอื คัด ขอ้ มลู ขน้ั ตอน สืบค้นข้อมูล แยกข้อมลู ในสิง่ • ใช้เทคโนโลยี • การกำหนดหัวขอ้ ตา่ งๆทอ่ี ย่รู อบตัว ออกแบบสอ่ื โฆษณา • การเลือกแหลง่ ข้อมลู เรา ผลติ ภัณฑ์อาหาร • การเตรียมอปุ กรณ์ • ใชเ้ ทคโนโลยีในการ • การคน้ หาและรวบรวม นำเสนอผลงาน ข้อมลู • การพจิ ารณา • การสรุปผล
8. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสูก่ ารจดั การเรยี นรู้ 8.1 ผูส้ อน ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ตอ่ ไปน้ี 3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภูมิคมุ้ กนั ในตัว ประเด็น - ต้องการใหผ้ เู้ รยี นรู้เรอื่ ง - เนือ้ หาสอดคลอ้ งกบั ความหมายของคอมพิวเตอร์ - สรุปเนื้อหาให้อา่ นเขา้ ใจ เนื้อหา สมรรถนะ ตวั ช้ีวดั เหมาะสม องค์ประกอบ และสารสนเทศ ง่ายมีภาพประกอบเนื้อหา - วงจรชีวติ แอพ กบั เวลาทก่ี ำหนดและวยั - เรียงเนื้อหาตามลำดับการ เพ็ต ของผู้เรยี น - จดั การเรยี นรู้ได้ครบถว้ น เรียนรู้ - กำหนดเวลาในแตล่ ะ ตามท่ีออกแบบไว้ - จดั การเรียนรู้ได้ครบถว้ น เวลา กจิ กรรมเหมาะสมกับกจิ กรรม ตามท่อี อกแบบไว้ 3 ชั่วโมง และวัยของผเู้ รียน - ต้องการใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ัติ - กำหนดเวลาในแตล่ ะ กจิ กรรมอย่างทว่ั ถงึ ตาม กิจกรรมไวเ้ กนิ จรงิ เล็กนอ้ ย การจัดกิจกรรม - แบง่ กลมุ่ ผู้เรยี นให้พอดกี ับ ความสามารถ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง จำนวนนักเรียน - เพือ่ ต้องการใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การ ทีอ่ าจเกดิ ระหว่างจัด - กำหนดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรียนรตู้ ามเปา้ หมายท่ีกำหนด กิจกรรม เหมาะสมกับเวลาทกี่ ำหนด - ผเู้ รียนนำความรู้ไป - แบง่ กล่มุ คละ - มอบหมายภาระงานและ ประยุกตใ์ ชก้ ับภาระงานได้ ความสามารถของนักเรียน ช้ินงานเหมาะสมกบั - รับฟังความคดิ เหน็ และ - เตรียมชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม ความสามารถผเู้ รียนและ วเิ คราะห์ วิจารณอ์ ย่างมีเหตุผล ตามลำดับกิจกรรมการเรยี น สอดคล้องกบั เป้าหมายการ - สังเกตพฤตกิ รรมและให้ เรียนรู้ ความช่วยเหลอื เมอื่ นักเรยี น มีปญั หา - ฝึกการคน้ ควา้ หาความรู้ จากเพ่อื น และระบบ อนิ เทอร์เนต็ เพอ่ื แกป้ ัญหาในแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ และใบงาน
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภูมิคุ้มกนั ในตัว ประเด็น - ตอ้ งการให้ผเู้ รยี นปฏิบัติ การจัดกิจกรรม - แบง่ กลุม่ ผู้เรยี นให้พอดกี บั กิจกรรมอยา่ งทว่ั ถงึ ตาม - แบ่งกลุ่มคละ จำนวนนักเรียน ความสามารถ ความสามารถของนักเรยี น ส่ือ/อปุ กรณ์ - กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ - เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ู้เรียนเกิดการ - เตรยี มชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม เหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด เรียนรู้ตามเป้าหมายท่ีกำหนด ตามลำดบั กิจกรรมการเรียน แหลง่ เรยี นรู้/ - มอบหมายภาระงานและ - ผูเ้ รียนนำความรไู้ ป - สงั เกตพฤตกิ รรมและให้ ฐานการเรียนรู้ ชน้ิ งานเหมาะสมกับ ประยุกตใ์ ช้กับภาระงานได้ ความชว่ ยเหลอื เมอื่ นักเรยี น ความสามารถผเู้ รยี นและ - รบั ฟังความคิดเห็น และ มีปัญหา สอดคลอ้ งกับเปา้ หมายการ วิเคราะห์ วิจารณอ์ ยา่ งมเี หตุผล - ฝกึ การค้นควา้ หาความรู้ เรยี นรู้ จากเพอื่ น และระบบ - ต้องการให้นักเรียนได้ปฏบิ ัติ อนิ เทอร์เน็ต - จำนวนใบความรู้ ใบงาน กจิ กรรมได้จริงตามจดุ ประสงค์ เพื่อแกป้ ัญหาในแบบฝึก และวัสดอุ ุปกรณ์ เหมาะสม การเรยี นร้ทู ี่กำหนดไว้ ปฏิบัติ และใบงาน กับกิจกรรม และปริมาณ - เตรยี มสือ่ อปุ กรณใ์ หพ้ รอ้ ม เพียงพอกบั จำนวนนกั เรยี น - ตอ้ งการใหน้ กั เรยี นใชว้ สั ดุ ก่อนการจดั กจิ กรรม -ตรวจความพร้อมของเคร่ือง อุปกรณท์ ีม่ คี วามพร้อมใน - มลี ำดบั ข้นั ตอนการใช้ส่ือ คอมพวิ เตอรก์ อ่ นเรยี น และ ห้องปฏิบัติการ มาปฏิบัติการ และจดั เก็บอยา่ งเป็นระบบ ปิดเครือ่ ง ทดลองตามตัวชว้ี ัด - มีความชำนาญในการใช้ -เกบ็ เก้าอีน้ ่ังให้เรียบรอ้ ยหลัง สื่ออปุ กรณ์ เลิกเรยี น เพ่ือความเรยี บรอ้ ย และประหยัด - เตรยี มหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร - ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอรใ์ ห้พร้อมกอ่ น เหมาะสมกบั กจิ กรรมที่ การทดลอง กำหนด
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การสรา้ งภมู ิค้มุ กนั ในตัว ประเดน็ - จัดทำแบบประเมนิ ผลงาน - ต้องการประเมนิ ผลการเรียนรู้ - วางแผนการวัด/ การประเมินผล และประเมินพฤติกรรมได้ เหมาะสมกับเป้าหมายการ เรยี นรู้ ตามเป้าหมายท่ีกำหนด ประเมนิ ผลตามขั้นตอนของ กิจกรรม - แบบประเมนิ ผลมกี าร ตรวจสอบความเทีย่ งตรงใน การวดั ตามตวั ชี้วดั เง่ือนไขความรู้ที่ครูตอ้ งมกี ่อนสอน 3. หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ความหมายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 4. จติ วิทยาในการสอน 2. การใชค้ อมพิวเตอร์ 3. มีความยตุ ธิ รรม เงอื่ นไขคุณธรรมของครู 4. ตรงตอ่ เวลา 1. มคี วามรกั เมตตาศิษย์ 2. มีความรบั ผิดชอบ 8.2 คุณลักษณะอยอู่ ยา่ งพอเพียงท่ีเกิดกบั ผเู้ รยี น พอประมาณ มเี หตุผล มีภมู ิคมุ้ กันในตวั ท่ีดี 1. นักเรยี นกำหนดหนา้ ทข่ี องสมาชกิ 1. นกั เรียนนำขอ้ มลู การหา 1. วางแผนการทำงานกลมุ่ อยา่ ง ภายในกลุ่มไดเ้ หมาะสมกบั ศกั ยภาพของ คำตอบมาวิเคราะห์ไดอ้ ยา่ ง ละเอยี ดเปน็ ขัน้ ตอน แต่ละคน เปน็ เหตุเปน็ ผลเพ่ืออธบิ าย 2. เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์การทดลองได้ 2. นกั เรยี นใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ในการทดลอง สรปุ เนือ้ หาสาระ ครบถ้วน และตรงตามกิจกรรมการ ไดเ้ หมาะสมกับกจิ กรรมการทดของ 2. นักเรียนสามารถนำข้อมลู ทดลอง 3. นกั เรียนสามารถหาคำตอบได้ มาตอบคำถามไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3. ศึกษาวิธกี ารทำใบงานอย่าง สอดคลอ้ งกบั อุปกรณท์ ่มี ี รอบคอบ เงอ่ื นไขความรู้ 1. วงจรชีวติ แอพเพ็ต 2. หลักการพัฒนาการเขียนโปรแกรม เงอื่ นไขคณุ ธรรม 1. ความสามัคคีในกลุ่ม 2. ความรับผดิ ชอบ 3. แบ่งปันและเออื้ เฟอ้ื เผือ่ แผ่
สง่ ผลต่อความสมดุล มนั่ คง ย่ังยนื ใน 4 มิติ ดังนี้ ด้าน สมดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลงในดา้ นต่างๆ องคป์ ระกอบ วัตถุ สังคม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม - มคี วามรู้เกย่ี วกับ ความรู้ - ความรู้ในการสืบคน้ - มีความรู้ในการจดั แบ่ง - มีความรู้ในการดแู ล คอมพวิ เตอรใ์ นการ ประยุกตใ์ ช้ใน ข้อมูลจากคอมพวิ เตอร์ หน้าท่ภี ายในกลุ่มไดอ้ ยา่ ง รกั ษาความสะอาดการ กจิ กรรมในท้องถิ่น อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม จัดการขยะอย่าง ใชเ้ ทคโนโลยใี น ชวี ติ ประจำวนั ได้ - มีความร้ใู นการปฏิบตั ิตน ถูกต้องของ - ตระหนักถึงคุณค่า ท่ีจะทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่ืน หอ้ งปฏบิ ัติการ ของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ทักษะ - มีทกั ษะในการใชว้ สั ดุ - ทำงานรว่ มกันภายใน - รกั ษาความสะอาด อุปกรณอ์ ยา่ งปลอดภยั กลมุ่ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ของห้องปฏบิ ตั ิการ และประหยัด จนสำเร็จและมีความสุข คอมพิวเตอรใ์ นการ สืบคน้ ขอ้ มูล ค่านิยม - เห็นความสำคญั ของการ - มีความรับผดิ ชอบตอ่ การ - มจี ิตสำนกึ ในการ ใชว้ ัสดุอุปกรณใ์ นการ ทำงานของกล่มุ รกั ษาสภาพแวดลอ้ ม สบื คน้ ขอ้ มลู อย่างประหยัด - ยอมรับความคิดเหน็ ซงึ่ ของหอ้ งปฏิบัติการ คมุ้ ค่า กันและกนั มคี วามเสยี สละ คอมพวิ เตอร์ใหส้ ะอาด อดทน เป็นระเบยี บ 9. การวัดและประเมนิ ผล รายการประเมิน วิธีการ เครื่องมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมินผา่ น - การทดสอบกอ่ นเรยี น การทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ขอ้ ได้ระดบั 2 ข้นึ ไป การประเมนิ ระหว่างเรียน การสงั เกต แบบประเมินพฤตกิ รรม ตอบคำถามทุกขอ้ การซักถาม การเรยี น ไดร้ ะดับ 2 ขน้ึ ไป การทำแบบฝึกปฏบิ ตั ิ ต้งั คำถามให้ครอบคลมุ จุดประสงค์ ตอบถูก 8 ข้อขน้ึ ไป การประเมนิ หลังเรียน การทดสอบ แบบฝึกหัดและใบ กจิ กรรมที่ 6 แบบทดสอบหลังเรยี น จำนวน 10 ข้อ
10. บันทกึ หลงั สอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 10.1.1 เนอื้ หาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 10.1.2 สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน 10.1.3 เวลาที่กำหนดไว้ในแผนการสอนมีความเหมาะสม 10.2 ผลการเรียนรขู้ องนักเรียน นกั ศึกษา 10.2.1 นักศกึ ษาส่วนใหญม่ คี วามสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรยี น อภิปรายตอบคำถามในกลมุ่ และ ร่วมกนั ปฏิบตั ิใบงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 10.2.2 นักศึกษากระตือรอื ร้นและรับผิดชอบในการทำงานกลมุ่ เพอ่ื ให้งานสำเรจ็ ทนั เวลาท่ี กำหนด 10.2.3 นกั ศกึ ษาเลือกสามารถนำความรไู้ ปใชไ้ ด้จริงในชวี ิตประจำวนั 10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถนำความร้ทู ี่ไดจ้ ากการเรยี นรูใ้ นหนว่ ยนไ้ี ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั และ เชือ่ มโยงกบั วิชาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม
แผนการจดั การเรยี นรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 7 ชื่อหน่วย ส่วนติดต่อกบั ผู้ใช้แบบกราฟิก (GUI) ด้วย AWT สอนครงั้ ท่ี 9 - 10 ชื่อเรื่อง ส่วนตดิ ตอ่ กบั ผ้ใู ช้แบบกราฟกิ (GUI) ด้วย AWT ชั่วโมงรวม 6 จำนวนชวั่ โมง 6 1. สาระสำคัญ การเขยี นโปรแกรมภาษาจาวาใหม้ กี ารตอบสนองความตอ้ งการของผู้ใช้งาน ทงั้ ทางด้านการรับขอ้ มลู จากผ้งู าน ดา้ นความนา่ สนใจ ความสวยงามของหนา้ เว็บ รวมท้งั งา่ ยต่อการใชง้ านน้นั โปรแกรมภาษาจาวาได้ สร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับผู้พัฒนาโปรแกรมไว้อย่างสมบูรณ์แบบมากๆ ด้วยส่วนติดต่อกับ ผู้ใช้งานแบบกราฟิก ด้วยแพ็กเกจของกลุ่ม AWT (Abstract Windows Toolkit) และกลุ่ม Swing เพื่อให้ ความสามารถในการสื่อสารระหว่างระบบของโปรแกรมกับผู้ใช้งานได้ทำงานอย่างถกู ต้อง ดังนั้นในการสร้าง GUI โปรแกรมตอ้ ง import java.awt.* กบั java.awt.event.* และ javax.swing.* เสมอ 2. สมรรถนะประจำหนว่ ย สรา้ งส่วนติดตอ่ กับผู้ใชแ้ บบกราฟกิ (GUI) ดว้ ย AWT 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 3.1.1 บอกความสำคัญการสร้างสว่ นติดตอ่ กับผใู้ ช้แบบกราฟิก (GUI) ได้ 3.1.2 บอกความแตกต่างระหว่าง AWT และ Swing ได้ 3.1.3 บอกการโปรแกรม GUI ดว้ ย Swing และ AWT ได้ 3.2 ด้านทกั ษะ นักเรยี นมีความรู้ ทกั ษะการโปรแกรมภาษาจาวาการจดั องคป์ ระกอบ GUI และมที ัศนคติที่ดี 3.3 คณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ (อ้างองิ จากค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ และ สมรรถนะขา้ มสายงาน) 3.3.1 เขา้ เรยี นตรงเวลา 3.3.2 แต่งกายตามระเบียบการปฏบิ ัติงาน 3.3.3 ผลงานประณีตเรยี บร้อย 3.3.4 ปดิ เครือ่ งคอมพิวเตอร์เม่อื เลิกใชง้ าน 3.3.5 มนี ้ำใจชว่ ยเหลอื ผ้อู น่ื และการปฏบิ ัตงิ านร่วมกบั ผู้อน่ื 4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 4.1 สว่ นติดตอ่ กบั ผู้ใชแ้ บบกราฟิก (GUI) ด้วย AWT 4.2 ความสัมพันธ์ระหวา่ ง AWT และ Swing 4.3 การโปรแกรม GUI ดว้ ย Swing และ AWT 4.4 การจัดวางองค์ประกอบ 4.5 สร้าง Basic Event Handling
5. กจิ กรรมการเรียนการสอน ครแู จง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ การวดั ผลประเมนิ ผล ขอ้ ตกลงขณะเรยี น และใหน้ กั เรยี นทำ แบบทดสอบก่อนเรยี น 5.1 ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรียน 5.1.1 ผสู้ อนจัดเตรยี มเอกสาร พรอ้ มกบั แนะนำรายวชิ า วิธีการใหค้ ะแนนและวิธกี ารเรียนเรอื่ ง สว่ นติดต่อกับผู้ใชแ้ บบกราฟิก (GUI) ด้วย AWT 5.1.2 ผสู้ อนแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นของหนว่ ยที่ 7 และขอให้ผ้เู รียนรว่ มกนั ทำกจิ กรรมการ เรยี นการสอน 5.1.3 ผ้สู อนให้ผูเ้ รยี นแสดงความรู้ โดยตัง้ คำถามวา่ สว่ นติดตอ่ กับผใู้ ช้แบบกราฟิก (GUI) ด้วย AWTมหี ลักการอยา่ งไรพร้อมใหเ้ หตผุ ลประกอบ 5.2 ข้ันสอน 5.2.1 ผ้สู อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เบ้อื งต้นเกี่ยวกบั ส่วนตดิ ตอ่ กบั ผู้ใชแ้ บบ กราฟิก (GUI) ด้วย AWT โดยให้ผูเ้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 5.2.2 ผู้สอนอธิบายเน้อื หาเกี่ยวกบั บทเรยี นวชิ า การเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครอื่ งมอื กราฟิกโหมด หน่วยที่ 7 เร่ือง ส่วนตดิ ต่อกับผูใ้ ช้แบบกราฟิก (GUI) ด้วย AWTและให้ผู้เรยี นศึกษาเอกสารประกอบการสอน หน่วยที่ 7 5.2.3 ผู้สอนและผู้เรยี นรว่ มกันอธิบายพรอ้ มยกตัวอยา่ งถึงส่วนตดิ ต่อกับผใู้ ช้แบบกราฟิก (GUI) ด้วย AWTตามที่ไดศ้ กึ ษาจากบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน 5.3 ขน้ั ประกอบกิจกรรมการเรียน 5.3.1 ผูส้ อนให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดทา้ ยหนว่ ยที่ 7 5.3.2 ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นแบ่งกลมุ่ ๆ ละเท่า ๆ กันทำการศกึ ษาเรือ่ ง 5.4 กลยทุ ธ์ในการจดั การเรียนรู้ 5.4.1 ครใู หเ้ พื่อนช่วยเพ่อื น ให้นักเรียนกลุม่ เก่งและปานกลาง อยกู่ ับกลุ่มนกั เรยี นทีเ่ รียนออ่ น ชว่ ยกันทำความเข้าใจในเนื้อหา 5.4.2 สอนแบบ Active Learning โดยใชเ้ คร่ืองมือบนอนิ เทอรเ์ น็ต http://www.linoit.com สอบถามนกั เรียนวา่ นักเรยี นอยากไดห้ อ้ งเรียนอยา่ งไรเรียนแล้วมีความสขุ แสดงความคดิ เห็นแตล่ ะคน เพือ่ เปน็ การกระตนุ้ เตรยี มความพร้อมในการเรยี น 5.5 ขนั้ สรุป 5.5.1 ผสู้ อนและผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ เนือ้ หาทีไ่ ด้เรียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั 5.5.2 ผู้สอนให้ผ้เู รียนศึกษาเพิม่ เตมิ นอกหอ้ งเรยี น ด้วยบทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนที่จัดทำขนึ้ 5.6 ขน้ั ทดสอบหลังเรยี น นกั เรยี นทำใบกิจกรรมที่ 7 และแบบทดสอบหลังเรียน 6. สอื่ การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้ 6.1 สอ่ื ส่งิ พิมพ์ 6.1.1 เอกสารประกอบการสอนวชิ าจาวาเดกส์ทอปเบอ้ื งตน้ 6.1.2 แบบทดสอบก่อนเรยี น เรือ่ ง สว่ นติดต่อกบั ผู้ใช้แบบกราฟกิ (GUI) ด้วย AWT
6.1.3 ใบกจิ กรรมที่ 7 เร่อื ง สว่ นตดิ ตอ่ กบั ผู้ใชแ้ บบกราฟิก (GUI) ดว้ ย AWT 6.1.4 แบบทดสอบหลังเรียน เร่ือง สว่ นติดต่อกบั ผูใ้ ชแ้ บบกราฟิก (GUI) ด้วย AWT 6.2 ส่ือโสตทัศน์ 6.2.1 Powerpoint เร่ือง สว่ นติดต่อกับผู้ใช้แบบกราฟกิ (GUI) ด้วย AWT 6.2.2 เครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร์ 6.2.3 เครื่องคอมพิวเตอรแ์ บบพกพา (Notebook) 6.3 อืน่ ๆ (โปรดระบุ)
7. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วิชาอน่ื 7.1 การบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษา S: Science T: Technology E: Engineering M: Mathematics • การคน้ หาขอ้ มูล • ใช้อนิ เทอร์เนต็ สืบค้น วธิ ีการค้นหาข้อมลู ใน 6 • คำนวณเวลาในการ คดั เลือกหรอื คัด ขอ้ มลู ขน้ั ตอน สืบค้นข้อมูล แยกข้อมลู ในสิง่ • ใช้เทคโนโลยี • การกำหนดหัวขอ้ ตา่ งๆทอ่ี ย่รู อบตัว ออกแบบสอ่ื โฆษณา • การเลือกแหลง่ ข้อมลู เรา ผลติ ภัณฑ์อาหาร • การเตรียมอปุ กรณ์ • ใชเ้ ทคโนโลยีในการ • การคน้ หาและรวบรวม นำเสนอผลงาน ข้อมลู • การพจิ ารณา • การสรุปผล
8. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การจดั การเรียนรู้ 8.1 ผ้สู อน ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน ตอ่ ไปนี้ 3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสร้างภูมิคมุ้ กันในตัว ประเด็น - ตอ้ งการใหผ้ เู้ รยี นรูเ้ รอื่ ง - เนื้อหาสอดคล้องกับ ความหมายของคอมพิวเตอร์ - สรปุ เนือ้ หาใหอ้ ่านเขา้ ใจ เน้อื หา สมรรถนะ ตัวชีว้ ดั เหมาะสม องค์ประกอบ และสารสนเทศ งา่ ยมภี าพประกอบเน้อื หา - ส่วนติดตอ่ กบั กบั เวลาท่กี ำหนดและวัย - เรียงเน้อื หาตามลำดบั การ ผใู้ ช้แบบกราฟกิ ของผเู้ รยี น - จดั การเรียนรไู้ ด้ครบถ้วน เรยี นรู้ (GUI) ด้วย AWT - กำหนดเวลาในแตล่ ะ ตามทอ่ี อกแบบไว้ - จดั การเรียนรไู้ ดค้ รบถว้ น กจิ กรรมเหมาะสมกบั กจิ กรรม ตามท่ีออกแบบไว้ เวลา และวัยของผูเ้ รยี น - ตอ้ งการให้ผเู้ รยี นปฏบิ ัติ - กำหนดเวลาในแตล่ ะ 3 ช่ัวโมง กิจกรรมอย่างทวั่ ถึงตาม กจิ กรรมไว้เกินจรงิ เลก็ น้อย - แบ่งกลมุ่ ผู้เรียนให้พอดีกับ ความสามารถ เพื่อรองรบั การเปลย่ี นแปลง การจดั กิจกรรม จำนวนนักเรยี น - เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การ ท่ีอาจเกิดระหว่างจัด - กำหนดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรยี นร้ตู ามเป้าหมายทกี่ ำหนด กิจกรรม เหมาะสมกบั เวลาที่กำหนด - ผเู้ รียนนำความรู้ไป - แบ่งกลุ่มคละ - มอบหมายภาระงานและ ประยกุ ต์ใชก้ บั ภาระงานได้ ความสามารถของนักเรยี น ชน้ิ งานเหมาะสมกบั - รับฟังความคดิ เหน็ และ - เตรียมชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม ความสามารถผู้เรียนและ วิเคราะห์ วิจารณอ์ ยา่ งมีเหตุผล ตามลำดบั กจิ กรรมการเรยี น สอดคลอ้ งกบั เปา้ หมายการ - สังเกตพฤตกิ รรมและให้ เรียนรู้ ความช่วยเหลอื เมอ่ื นักเรยี น มปี ัญหา - ฝกึ การคน้ ควา้ หาความรู้ จากเพอ่ื น และระบบ อินเทอร์เน็ต เพ่ือแก้ปญั หาในแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ และใบงาน
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภูมิคุ้มกนั ในตัว ประเด็น - ตอ้ งการให้ผเู้ รยี นปฏิบัติ การจัดกิจกรรม - แบง่ กลุม่ ผู้เรยี นให้พอดกี บั กิจกรรมอยา่ งทวั่ ถงึ ตาม - แบ่งกลุ่มคละ จำนวนนักเรียน ความสามารถ ความสามารถของนักเรยี น ส่ือ/อปุ กรณ์ - กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ - เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ู้เรียนเกิดการ - เตรยี มชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม เหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด เรียนรู้ตามเป้าหมายท่ีกำหนด ตามลำดบั กิจกรรมการเรียน แหลง่ เรยี นรู้/ - มอบหมายภาระงานและ - ผูเ้ รียนนำความรไู้ ป - สงั เกตพฤตกิ รรมและให้ ฐานการเรียนรู้ ชน้ิ งานเหมาะสมกับ ประยุกตใ์ ช้กับภาระงานได้ ความชว่ ยเหลอื เมอื่ นักเรยี น ความสามารถผู้เรยี นและ - รบั ฟังความคิดเห็น และ มีปัญหา สอดคลอ้ งกับเปา้ หมายการ วิเคราะห์ วิจารณ์อยา่ งมเี หตุผล - ฝกึ การค้นควา้ หาความรู้ เรยี นรู้ จากเพอื่ น และระบบ - ต้องการให้นักเรียนได้ปฏบิ ัติ อนิ เทอร์เน็ต - จำนวนใบความรู้ ใบงาน กจิ กรรมได้จริงตามจดุ ประสงค์ เพื่อแกป้ ัญหาในแบบฝึก และวัสดอุ ุปกรณ์ เหมาะสม การเรยี นร้ทู ี่กำหนดไว้ ปฏิบัติ และใบงาน กับกิจกรรม และปริมาณ - เตรยี มสือ่ อปุ กรณใ์ หพ้ รอ้ ม เพียงพอกบั จำนวนนกั เรยี น - ตอ้ งการใหน้ กั เรียนใชว้ สั ดุ ก่อนการจดั กจิ กรรม -ตรวจความพร้อมของเคร่ือง อุปกรณท์ ีม่ คี วามพร้อมใน - มลี ำดบั ข้นั ตอนการใช้ส่ือ คอมพวิ เตอรก์ อ่ นเรยี น และ ห้องปฏิบัติการ มาปฏิบัติการ และจดั เก็บอยา่ งเป็นระบบ ปิดเครือ่ ง ทดลองตามตัวช้วี ัด - มีความชำนาญในการใช้ -เกบ็ เก้าอีน้ ่ังให้เรียบรอ้ ยหลัง สื่ออปุ กรณ์ เลิกเรยี น เพ่ือความเรยี บรอ้ ย และประหยัด - เตรยี มหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร - ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอรใ์ ห้พร้อมกอ่ น เหมาะสมกบั กจิ กรรมท่ี การทดลอง กำหนด
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การสร้างภมู ิคุ้มกนั ในตวั ประเดน็ - จัดทำแบบประเมินผลงาน - ตอ้ งการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ - วางแผนการวดั / การประเมนิ ผล และประเมินพฤติกรรมได้ เหมาะสมกับเป้าหมายการ เรยี นรู้ ตามเป้าหมายทกี่ ำหนด ประเมินผลตามขั้นตอนของ กจิ กรรม - แบบประเมินผลมีการ ตรวจสอบความเท่ยี งตรงใน การวัดตามตัวชวี้ ดั เงื่อนไขความร้ทู ่ีครูต้องมีก่อนสอน 3. หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. ความหมายคอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 4. จติ วิทยาในการสอน 2. การใช้คอมพิวเตอร์ 3. มีความยุติธรรม เงอ่ื นไขคณุ ธรรมของครู 4. ตรงตอ่ เวลา 1. มคี วามรกั เมตตาศษิ ย์ 2. มีความรบั ผดิ ชอบ 8.2 คุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงทีเ่ กดิ กบั ผ้เู รียน พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู ิคุม้ กันในตวั ท่ีดี 1. นกั เรียนกำหนดหนา้ ท่ขี องสมาชกิ 1. นักเรียนนำข้อมลู การหา 1. วางแผนการทำงานกลุ่มอยา่ ง ภายในกลุ่มได้เหมาะสมกับศักยภาพของ คำตอบมาวิเคราะห์ได้อยา่ ง ละเอยี ดเป็นข้ันตอน แต่ละคน เป็นเหตุเปน็ ผลเพอ่ื อธิบาย 2. เตรียมวัสดอุ ุปกรณ์การทดลองได้ 2. นกั เรียนใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในการทดลอง สรปุ เนอื้ หาสาระ ครบถ้วน และตรงตามกิจกรรมการ ไดเ้ หมาะสมกับกิจกรรมการทดของ 2. นกั เรยี นสามารถนำข้อมลู ทดลอง 3. นกั เรียนสามารถหาคำตอบได้ มาตอบคำถามไดอ้ ย่างถูกต้อง 3. ศกึ ษาวิธีการทำใบงานอยา่ ง สอดคล้องกับอปุ กรณท์ ่มี ี รอบคอบ เงอื่ นไขความรู้ 1. ส่วนตดิ ต่อกับผู้ใช้แบบกราฟกิ (GUI) ด้วย AWT 2. หลักการพัฒนาการเขยี นโปรแกรม เงอ่ื นไขคณุ ธรรม 1. ความสามัคคีในกลุม่ 2. ความรับผดิ ชอบ 3. แบ่งปันและเอื้อเฟอื้ เผ่ือแผ่
สง่ ผลต่อความสมดุล มนั่ คง ย่ังยนื ใน 4 มิติ ดังนี้ ด้าน สมดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลงในดา้ นต่างๆ องคป์ ระกอบ วัตถุ สังคม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม - มคี วามรู้เกย่ี วกับ ความรู้ - ความรู้ในการสืบคน้ - มีความรู้ในการจดั แบ่ง - มีความรู้ในการดแู ล คอมพวิ เตอรใ์ นการ ประยุกตใ์ ช้ใน ข้อมูลจากคอมพวิ เตอร์ หน้าท่ภี ายในกลุ่มไดอ้ ยา่ ง รกั ษาความสะอาดการ กจิ กรรมในท้องถิ่น อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม จัดการขยะอย่าง ใชเ้ ทคโนโลยใี น ชวี ติ ประจำวนั ได้ - มีความร้ใู นการปฏิบตั ิตน ถูกต้องของ - ตระหนักถึงคุณค่า ท่ีจะทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่ืน หอ้ งปฏบิ ัติการ ของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ทักษะ - มีทกั ษะในการใชว้ สั ดุ - ทำงานรว่ มกันภายใน - รกั ษาความสะอาด อุปกรณอ์ ยา่ งปลอดภยั กลมุ่ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ของห้องปฏบิ ตั ิการ และประหยัด จนสำเร็จและมีความสุข คอมพิวเตอรใ์ นการ สืบคน้ ขอ้ มูล ค่านิยม - เห็นความสำคญั ของการ - มีความรับผดิ ชอบตอ่ การ - มจี ิตสำนกึ ในการ ใชว้ ัสดุอุปกรณใ์ นการ ทำงานของกล่มุ รกั ษาสภาพแวดลอ้ ม สบื คน้ ขอ้ มลู อย่างประหยัด - ยอมรับความคิดเหน็ ซงึ่ ของหอ้ งปฏิบัติการ คมุ้ ค่า กันและกนั มคี วามเสยี สละ คอมพวิ เตอร์ใหส้ ะอาด อดทน เป็นระเบยี บ 9. การวัดและประเมนิ ผล รายการประเมิน วิธีการ เครื่องมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมินผา่ น - การทดสอบกอ่ นเรยี น การทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ขอ้ ได้ระดบั 2 ข้นึ ไป การประเมนิ ระหว่างเรียน การสงั เกต แบบประเมินพฤตกิ รรม ตอบคำถามทุกขอ้ การซักถาม การเรยี น ไดร้ ะดับ 2 ขน้ึ ไป การทำแบบฝึกปฏบิ ตั ิ ต้งั คำถามให้ครอบคลมุ จุดประสงค์ ตอบถูก 8 ข้อขน้ึ ไป การประเมนิ หลังเรียน การทดสอบ แบบฝึกหัดและใบ กจิ กรรมที่ 7 แบบทดสอบหลังเรยี น จำนวน 10 ข้อ
10. บันทกึ หลงั สอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 10.1.1 เนอื้ หาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 10.1.2 สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน 10.1.3 เวลาที่กำหนดไว้ในแผนการสอนมีความเหมาะสม 10.2 ผลการเรียนรขู้ องนักเรียน นกั ศึกษา 10.2.1 นักศกึ ษาส่วนใหญม่ คี วามสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรยี น อภิปรายตอบคำถามในกลมุ่ และ ร่วมกนั ปฏิบตั ิใบงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 10.2.2 นักศึกษากระตือรอื ร้นและรับผิดชอบในการทำงานกลมุ่ เพอ่ื ให้งานสำเรจ็ ทนั เวลาท่ี กำหนด 10.2.3 นกั ศกึ ษาเลือกสามารถนำความรไู้ ปใชไ้ ด้จริงในชวี ิตประจำวัน 10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถนำความร้ทู ี่ไดจ้ ากการเรยี นรูใ้ นหนว่ ยนไ้ี ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั และ เชือ่ มโยงกบั วิชาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม
แผนการจดั การเรียนรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 8 ชื่อหนว่ ย ไฟล์สตรีม สอนครงั้ ท่ี 11-13 ชอ่ื เรอ่ื ง ไฟล์สตรีม ช่วั โมงรวม 9 จำนวนชวั่ โมง 9 1. สาระสำคัญ การเขียนโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความถูกต้อง ความรวดเร็ว นั้นจำเป็นอย่างย่งิ ต้อง ทำการจัดการกับข้อมูลก่อนทำการประมวลผล และหลังการประมวลผลให้เป็นระบบ การเขียนโปรแกรม พื้นฐานทัว่ ไป การประมวลผลข้อมูล จะทำการคำนวณข้อมูลต่างๆ ผ่านทางตัวแปรหรือออบเจ็กต์ แล้วนำผล การประมวลผล ไปแสดงผ่านทางหน้าจอภาพ เป็นการจบการทำงาน แต่ถ้าต้องการเขียนโปรแกรมให้มี ประสทิ ธิภาพสงู ขน้ึ ในการประมวลผลต้องการที่จะนำผลการคำนวณทป่ี ระมวลผลแล้ว ไปทำการจัดเก็บไว้ใช้ งานในภายหลงั โปรแกรมตอ้ งทำการตดิ ต่อกับหน่วยความจำภายนอกซีพียู เพื่อนำข้อมูลทไี่ ดไ้ ปบนั ทกึ เป็นการ สำรองข้อมลู ไว้ ซึ่งหนว่ ยความจำภายนอกที่สามารถทำการติดต่อได้สะดวกท่ีสุด เปน็ การติดต่อกับแฟ้มข้อมูล (File) โดยแฟ้มข้อมูลน้ัน เป็นตัวติดต่อกับโปรแกรมซึ่งทำหน้าที่ทั้งสองดา้ นคือเป็น แฟ้มอินพุต (Input File) คือ เป็นการให้ตัวโปรแกรมทำการอ่านข้อมูลจากแฟ้มขอ้ มูลมาประมวลผล ส่วนแฟ้มเอาต์พุต (Output File) เป็นการนำข้อมูลจาก การประมวลผลไปทำการจัดเกบ็ ไวใ้ นแฟม้ ขอ้ มูล นน่ั เอง 2. สมรรถนะประจำหน่วย ใช้ไฟล์สตรีม 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ดา้ นความรู้ 3.1.1 บอกความสำคญั การสร้างไฟล์สตรีมได้ 3.1.2 บอกการตรวจสอบการทำงานด้วย try … catch / finally ได้ 3.1.3 บอกการโปรแกรมคารแ์ ร็คเตอรส์ ตรีมได้ 3.2 ด้านทกั ษะ นกั เรียนมีความรู้ ทกั ษะการโปรแกรมภาษาจาวาการรบั -สง่ ข้อมลู ด้วยไฟล์สตรมี และมี ทศั นคติทด่ี ี 3.3 คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (อ้างองิ จากคา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ และ สมรรถนะข้ามสายงาน) 3.3.1 เขา้ เรียนตรงเวลา 3.3.2 แต่งกายตามระเบียบการปฏบิ ตั ิงาน 3.3.3 ผลงานประณตี เรียบร้อย 3.3.4 ปดิ เคร่อื งคอมพวิ เตอรเ์ มอื่ เลกิ ใชง้ าน 3.3.5 มนี ้ำใจช่วยเหลอื ผูอ้ ่ืนและการปฏบิ ัตงิ านร่วมกบั ผู้อื่น 4. เน้อื หาสาระการเรียนรู้ 4.1 ไฟล์สตรีม 4.2 ไบทส์ ตรมี 4.3 การใช้คำสัง่ try … catch / finally
4.4 คาร์แรค็ เตอรส์ ตรีม 5. กิจกรรมการเรียนการสอน ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวดั ผลประเมินผล ขอ้ ตกลงขณะเรยี น และใหน้ ักเรยี นทำ แบบทดสอบก่อนเรยี น 5.1 ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น 5.1.1 ผู้สอนจดั เตรียมเอกสาร พรอ้ มกบั แนะนำรายวชิ า วธิ ีการใหค้ ะแนนและวิธกี ารเรียนเรอ่ื ง ไฟลส์ ตรมี 5.1.2 ผู้สอนแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นของหนว่ ยท่ี 8 และขอให้ผู้เรยี นรว่ มกันทำกจิ กรรมการ เรียนการสอน 5.1.3 ผสู้ อนให้ผเู้ รียนแสดงความรู้ โดยตง้ั คำถามวา่ ไฟล์สตรมี มหี ลักการอย่างไรพรอ้ มใหเ้ หตุผล ประกอบ 5.2 ขน้ั สอน 5.2.1 ผูส้ อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับความร้เู บอ้ื งต้นเก่ยี วกับไฟลส์ ตรีม โดยให้ผูเ้ รียน ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 5.2.2 ผสู้ อนอธิบายเนอ้ื หาเก่ยี วกบั บทเรียนวิชา การเขียนโปรแกรมโดยใชเ้ ครอ่ื งมือกราฟิกโหมด หนว่ ยที่ 8 เรือ่ ง ไฟลส์ ตรีมและใหผ้ ู้เรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน หนว่ ยที่ 8 5.2.3 ผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกันอธบิ ายพร้อมยกตัวอยา่ งถึงไฟลส์ ตรมี ตามที่ไดศ้ ึกษาจากบทเรียน คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน 5.3 ข้นั ประกอบกจิ กรรมการเรยี น 5.3.1 ผู้สอนให้ผูเ้ รยี นทำแบบฝึกหัดทา้ ยหน่วยท่ี 8 5.3.2 ผสู้ อนให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละเทา่ ๆ กันทำการศกึ ษาเรอื่ ง 5.4 กลยุทธใ์ นการจัดการเรยี นรู้ 5.4.1 ครใู หเ้ พื่อนช่วยเพ่ือน ให้นักเรียนกลุม่ เกง่ และปานกลาง อยู่กับกลมุ่ นักเรยี นทีเ่ รียนอ่อน ชว่ ยกนั ทำความเข้าใจในเน้ือหา 5.4.2 สอนแบบ Active Learning โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื บนอินเทอร์เน็ต http://www.linoit.com สอบถามนักเรยี นว่า นักเรียนอยากได้ห้องเรียนอยา่ งไรเรยี นแล้วมคี วามสุข แสดงความคดิ เหน็ แต่ละคน เพอื่ เป็นการกระตุ้นเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี น 5.5 ขัน้ สรุป 5.5.1 ผูส้ อนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้อื หาทไี่ ด้เรียนให้มีความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกัน 5.5.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาเพม่ิ เตมิ นอกหอ้ งเรยี น ด้วยบทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนท่ีจัดทำขน้ึ 5.6 ขั้นทดสอบหลังเรยี น นกั เรียนทำใบกจิ กรรมที่ 8 และแบบทดสอบหลังเรยี น 6. สอ่ื การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้
6.1 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.1.1 เอกสารประกอบการสอนวชิ าจาวาเดกส์ทอปเบ้อื งต้น 6.1.2 แบบทดสอบกอ่ นเรียน เร่ือง ไฟล์สตรีม 6.1.3 ใบกจิ กรรมที่ 8 เร่อื ง ไฟล์สตรมี 6.1.4 แบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง ไฟลส์ ตรีม 6.2 ส่ือโสตทัศน์ 6.2.1 Powerpoint เร่ือง ไฟลส์ ตรีม 6.2.2 เครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร์ 6.2.3 เครื่องคอมพวิ เตอร์แบบพกพา (Notebook) 6.3 อ่ืนๆ (โปรดระบ)ุ
7. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วิชาอน่ื 7.1 การบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษา S: Science T: Technology E: Engineering M: Mathematics • การคน้ หาขอ้ มูล • ใช้อนิ เทอร์เนต็ สืบค้น วธิ ีการค้นหาข้อมลู ใน 6 • คำนวณเวลาในการ คดั เลือกหรอื คัด ขอ้ มลู ขน้ั ตอน สืบค้นข้อมูล แยกข้อมลู ในสิง่ • ใช้เทคโนโลยี • การกำหนดหัวขอ้ ตา่ งๆทอ่ี ย่รู อบตัว ออกแบบสอ่ื โฆษณา • การเลือกแหลง่ ข้อมลู เรา ผลติ ภัณฑ์อาหาร • การเตรียมอปุ กรณ์ • ใชเ้ ทคโนโลยีในการ • การคน้ หาและรวบรวม นำเสนอผลงาน ข้อมลู • การพจิ ารณา • การสรุปผล
8. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสกู่ ารจัดการเรยี นรู้ 8.1 ผู้สอน ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ต่อไปน้ี 3 ห่วง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภมู ิคมุ้ กนั ในตวั ประเดน็ - ต้องการใหผ้ ูเ้ รยี นรเู้ รอื่ ง - เนอ้ื หาสอดคลอ้ งกับ ความหมายของคอมพิวเตอร์ - สรปุ เนอ้ื หาใหอ้ ่านเขา้ ใจ เนือ้ หา สมรรถนะ ตัวชวี้ ัด เหมาะสม องคป์ ระกอบ และสารสนเทศ งา่ ยมภี าพประกอบเน้ือหา - ไฟล์สตรีม กบั เวลาที่กำหนดและวยั - เรยี งเนอ้ื หาตามลำดับการ ของผูเ้ รียน - จดั การเรยี นรไู้ ดค้ รบถว้ น เรียนรู้ เวลา - กำหนดเวลาในแตล่ ะ ตามทีอ่ อกแบบไว้ - จัดการเรยี นรไู้ ด้ครบถ้วน 3 ช่ัวโมง กจิ กรรมเหมาะสมกับกจิ กรรม ตามท่ีออกแบบไว้ และวยั ของผูเ้ รียน - ตอ้ งการให้ผเู้ รียนปฏิบัติ - กำหนดเวลาในแตล่ ะ การจดั กิจกรรม กิจกรรมอยา่ งท่ัวถงึ ตาม กิจกรรมไวเ้ กนิ จรงิ เล็กน้อย - แบ่งกลุ่มผู้เรียนให้พอดกี ับ ความสามารถ เพอื่ รองรบั การเปลีย่ นแปลง จำนวนนักเรียน - เพื่อตอ้ งการให้ผูเ้ รียนเกิดการ ทอี่ าจเกดิ ระหวา่ งจัด - กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ เรยี นรู้ตามเปา้ หมายทีก่ ำหนด กิจกรรม เหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด - ผเู้ รยี นนำความรู้ไป - แบง่ กล่มุ คละ - มอบหมายภาระงานและ ประยุกตใ์ ชก้ บั ภาระงานได้ ความสามารถของนักเรยี น ชิน้ งานเหมาะสมกับ - รบั ฟังความคดิ เห็น และ - เตรียมชุดคำถามให้พรอ้ ม ความสามารถผเู้ รียนและ วเิ คราะห์ วิจารณอ์ ย่างมเี หตผุ ล ตามลำดบั กจิ กรรมการเรียน สอดคล้องกับเป้าหมายการ - สังเกตพฤติกรรมและให้ เรยี นรู้ ความช่วยเหลอื เม่อื นกั เรียน มปี ัญหา - ฝึกการคน้ คว้าหาความรู้ จากเพื่อน และระบบ อินเทอร์เน็ต เพื่อแก้ปญั หาในแบบฝึก ปฏิบัติ และใบงาน
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภูมิคุ้มกนั ในตัว ประเด็น - ตอ้ งการให้ผเู้ รยี นปฏิบัติ การจัดกิจกรรม - แบง่ กลุม่ ผู้เรยี นให้พอดกี บั กิจกรรมอยา่ งทว่ั ถงึ ตาม - แบ่งกลุ่มคละ จำนวนนักเรียน ความสามารถ ความสามารถของนักเรยี น ส่ือ/อปุ กรณ์ - กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ - เพอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ู้เรียนเกิดการ - เตรยี มชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม เหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด เรียนรู้ตามเป้าหมายท่ีกำหนด ตามลำดบั กิจกรรมการเรียน แหลง่ เรยี นรู้/ - มอบหมายภาระงานและ - ผูเ้ รียนนำความรไู้ ป - สงั เกตพฤตกิ รรมและให้ ฐานการเรียนรู้ ชน้ิ งานเหมาะสมกับ ประยุกตใ์ ช้กับภาระงานได้ ความชว่ ยเหลอื เมอื่ นักเรยี น ความสามารถผเู้ รยี นและ - รบั ฟังความคิดเห็น และ มีปัญหา สอดคลอ้ งกับเปา้ หมายการ วิเคราะห์ วิจารณอ์ ยา่ งมเี หตุผล - ฝกึ การค้นควา้ หาความรู้ เรยี นรู้ จากเพอื่ น และระบบ - ต้องการให้นักเรียนได้ปฏบิ ัติ อนิ เทอร์เน็ต - จำนวนใบความรู้ ใบงาน กจิ กรรมได้จริงตามจดุ ประสงค์ เพื่อแกป้ ัญหาในแบบฝึก และวัสดอุ ุปกรณ์ เหมาะสม การเรยี นร้ทู ี่กำหนดไว้ ปฏิบัติ และใบงาน กับกิจกรรม และปริมาณ - เตรยี มสือ่ อปุ กรณใ์ หพ้ รอ้ ม เพียงพอกบั จำนวนนกั เรยี น - ตอ้ งการใหน้ กั เรยี นใชว้ สั ดุ ก่อนการจดั กจิ กรรม -ตรวจความพร้อมของเคร่ือง อุปกรณท์ ีม่ คี วามพร้อมใน - มลี ำดบั ข้นั ตอนการใช้ส่ือ คอมพวิ เตอรก์ อ่ นเรยี น และ ห้องปฏิบัติการ มาปฏิบัติการ และจดั เก็บอยา่ งเป็นระบบ ปิดเครือ่ ง ทดลองตามตัวชว้ี ัด - มีความชำนาญในการใช้ -เกบ็ เก้าอีน้ ่ังให้เรียบรอ้ ยหลัง สื่ออปุ กรณ์ เลิกเรยี น เพ่ือความเรยี บรอ้ ย และประหยัด - เตรยี มหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร - ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอรใ์ ห้พร้อมกอ่ น เหมาะสมกบั กจิ กรรมที่ การทดลอง กำหนด
3 ห่วง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตวั ประเดน็ - จดั ทำแบบประเมนิ ผลงาน - ต้องการประเมินผลการเรยี นรู้ - วางแผนการวดั / การประเมินผล และประเมินพฤตกิ รรมได้ เหมาะสมกับเป้าหมายการ เรียนรู้ ตามเปา้ หมายทก่ี ำหนด ประเมินผลตามข้ันตอนของ กจิ กรรม - แบบประเมนิ ผลมกี าร ตรวจสอบความเทย่ี งตรงใน การวัดตามตวั ชวี้ ดั เง่ือนไขความรูท้ ่ีครูต้องมกี อ่ นสอน 3. หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 1. ความหมายคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ 4. จิตวทิ ยาในการสอน 2. การใช้คอมพวิ เตอร์ 3. มีความยตุ ธิ รรม เงือ่ นไขคุณธรรมของครู 4. ตรงต่อเวลา 1. มีความรกั เมตตาศษิ ย์ 2. มคี วามรับผิดชอบ 8.2 คุณลักษณะอยอู่ ยา่ งพอเพียงทเ่ี กิดกับผู้เรยี น พอประมาณ มเี หตุผล มภี มู คิ ้มุ กนั ในตวั ท่ีดี 1. นกั เรียนกำหนดหน้าทขี่ องสมาชิก 1. นกั เรียนนำข้อมูลการหา 1. วางแผนการทำงานกลุม่ อยา่ ง ภายในกลุม่ ได้เหมาะสมกับศกั ยภาพของ คำตอบมาวิเคราะหไ์ ด้อย่าง ละเอียดเป็นขั้นตอน แตล่ ะคน เป็นเหตเุ ป็นผลเพอ่ื อธิบาย 2. เตรียมวสั ดุอปุ กรณ์การทดลองได้ 2. นักเรยี นใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในการทดลอง สรุปเน้ือหาสาระ ครบถว้ น และตรงตามกจิ กรรมการ ไดเ้ หมาะสมกบั กจิ กรรมการทดของ 2. นกั เรยี นสามารถนำข้อมูล ทดลอง 3. นักเรยี นสามารถหาคำตอบได้ มาตอบคำถามได้อย่างถกู ตอ้ ง 3. ศกึ ษาวิธีการทำใบงานอย่าง สอดคลอ้ งกบั อุปกรณท์ ี่มี รอบคอบ เง่อื นไขความรู้ 1. ไฟล์สตรมี 2. หลักการพฒั นาการเขียนโปรแกรม เงอื่ นไขคุณธรรม 1. ความสามัคคีในกลมุ่ 2. ความรบั ผิดชอบ 3. แบง่ ปันและเอ้อื เฟอื้ เผอื่ แผ่
สง่ ผลต่อความสมดุล มนั่ คง ย่ังยนื ใน 4 มิติ ดังนี้ ด้าน สมดุลและพร้อมรบั การเปล่ียนแปลงในดา้ นต่างๆ องคป์ ระกอบ วัตถุ สังคม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม - มคี วามรู้เกย่ี วกับ ความรู้ - ความรู้ในการสืบคน้ - มีความรู้ในการจดั แบ่ง - มีความรู้ในการดแู ล คอมพวิ เตอรใ์ นการ ประยุกตใ์ ช้ใน ข้อมูลจากคอมพวิ เตอร์ หน้าท่ภี ายในกลุ่มไดอ้ ยา่ ง รกั ษาความสะอาดการ กจิ กรรมในท้องถิ่น อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม จัดการขยะอย่าง ใชเ้ ทคโนโลยใี น ชวี ติ ประจำวนั ได้ - มีความร้ใู นการปฏิบตั ิตน ถูกต้องของ - ตระหนักถึงคุณค่า ท่ีจะทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่ืน หอ้ งปฏบิ ัติการ ของเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ทักษะ - มีทกั ษะในการใชว้ สั ดุ - ทำงานรว่ มกันภายใน - รกั ษาความสะอาด อุปกรณอ์ ยา่ งปลอดภยั กลมุ่ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ของห้องปฏบิ ตั ิการ และประหยัด จนสำเร็จและมีความสุข คอมพิวเตอรใ์ นการ สืบคน้ ขอ้ มูล ค่านิยม - เห็นความสำคญั ของการ - มีความรับผดิ ชอบตอ่ การ - มจี ิตสำนกึ ในการ ใชว้ ัสดุอุปกรณใ์ นการ ทำงานของกล่มุ รกั ษาสภาพแวดลอ้ ม สบื คน้ ขอ้ มลู อย่างประหยัด - ยอมรับความคิดเหน็ ซงึ่ ของหอ้ งปฏิบัติการ คมุ้ ค่า กันและกนั มคี วามเสยี สละ คอมพวิ เตอร์ใหส้ ะอาด อดทน เป็นระเบยี บ 9. การวัดและประเมนิ ผล รายการประเมิน วิธีการ เครื่องมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมินผา่ น - การทดสอบกอ่ นเรยี น การทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ขอ้ ได้ระดบั 2 ข้นึ ไป การประเมนิ ระหว่างเรียน การสงั เกต แบบประเมินพฤตกิ รรม ตอบคำถามทุกขอ้ การซักถาม การเรยี น ไดร้ ะดับ 2 ขน้ึ ไป การทำแบบฝึกปฏบิ ตั ิ ต้งั คำถามให้ครอบคลมุ จุดประสงค์ ตอบถูก 8 ข้อขน้ึ ไป การประเมนิ หลังเรียน การทดสอบ แบบฝึกหัดและใบ กจิ กรรมที่ 8 แบบทดสอบหลังเรยี น จำนวน 10 ข้อ
10. บันทกึ หลงั สอน 10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ 10.1.1 เนอื้ หาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 10.1.2 สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน 10.1.3 เวลาที่กำหนดไว้ในแผนการสอนมีความเหมาะสม 10.2 ผลการเรียนรขู้ องนักเรียน นกั ศึกษา 10.2.1 นักศกึ ษาส่วนใหญม่ คี วามสนใจใฝ่รู้ เขา้ ใจในบทเรยี น อภิปรายตอบคำถามในกลมุ่ และ ร่วมกนั ปฏิบตั ิใบงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 10.2.2 นักศึกษากระตือรอื ร้นและรับผิดชอบในการทำงานกลมุ่ เพอ่ื ให้งานสำเรจ็ ทนั เวลาท่ี กำหนด 10.2.3 นกั ศกึ ษาเลือกสามารถนำความรไู้ ปใชไ้ ด้จริงในชวี ิตประจำวนั 10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถนำความร้ทู ี่ไดจ้ ากการเรยี นรูใ้ นหนว่ ยนไ้ี ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั และ เชือ่ มโยงกบั วิชาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม
แผนการจัดการเรียนรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 9 ชื่อหนว่ ย การประยุกต์การตดิ ตอ่ ฐานข้อมลู กบั เครอื ข่าย สอนคร้งั ท่ี 14-15 ช่อื เรอ่ื ง การประยกุ ต์การตดิ ต่อฐานขอ้ มูลกับเครือขา่ ย ชั่วโมงรวม 6 จำนวนช่ัวโมง 6 1. สาระสำคัญ ในการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาจาวา นักเขียนโปรแกรมนิยมใช้เครื่องมือที่ช่วยในการเขียนโค๊ด ประกอบด้วย 2 ตวั คอื โปรแกรม Edit Plus เหมาะกับการพฒั นาโปรแกรมในระดับเบ้ืองตน้ และเม่ือต้องการ พฒั นาโปรแกรมภาษาจาวาใหม้ คี วามสามารถทหี่ ลากหลายมากขน้ึ รวมทั้งในการนำโปรแกรมภาษาจาวามาทำ การเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล ที่มีการทำงานในลักษณะการเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลบนเครื่องแม่ข่ายจริง หรือ ทำการเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลบนเครื่องแม่ข่าย (Server) จำลอง ซึ่งต้องใช้โปรแกรมตัวที่สองมาช่วย ประกอบการทำงานให้อำนวยความสะดวกมากขึ้นดว้ ยNetbeansIDE ส่วนด้านฐานขอ้ มลู ที่นำมาประกอบการ ประยุกตใ์ นการทำงานนั้น พบวา่ ถา้ ผพู้ ัฒนาโปรแกรมตอ้ งการใช้เทคโนโลยีท่ีมีระบบการทำงานแบบเบ็ดเสร็จ และอำนวยความสะดวกในทกุ ๆ ด้านโดยมงี บประมาณในการพัฒนาโปรแกรมประยกุ ตอ์ ยา่ งไมจ่ ำกัด มักนิยม ใช้เทคโนโลยีของไมโครซอฟต์ ซง่ึ มีฐานขอ้ มูลให้เลือกใช้สองระดับด้วยกันคอื ไมโครซอฟตแ์ อค็ เซส (Microsoft Access) เหมาะกับการพัฒนาฐานข้อมูลที่นำมาใช้กับองค์กรขนาดเล็ก แต่ถ้าต้องการให้ระบบฐานข้อมูลมี อย่างไม่จำกัด โปรแกรมเอสคิวแอลเซิฟเวอร์ (SQL Server) สามารถทำงานได้เต็มระบบสมบูรณ์แบบท่ี ครบถ้วน ด้วยระบบฐานข้อมูลของตระกูลไมโครซอฟต์ ต้องมีงบประมาณในการดำเนินการ พัฒนาอย่าง เหมาะสมด้วยเช่นกัน แต่ในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน ก็มีทางเลือกให้กับ นกั พัฒนาโปรแกรมรุ่นใหม่ ได้มีเวที หรือช่องทางในการทำงานโดยไม่ผูกกับงบประมาณในการสร้างสรรค์งาน ได้อย่างเหมาะสม จึงมีกลุ่มที่รวมตัวกันที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบันอย่าง ต่อเนื่อง โดยทำการสรา้ งระบบฐานข้อมูลทเ่ี ป็นลักษณะที่ทุกคน มีส่วนร่วมสร้าง รว่ มพฒั นา รว่ มแบ่งบัน และ มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่นำเทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกันไปจำหน่าย แต่สามารถนำระบบฐานข้อมูลไป ประยุกต์ใช้กับองค์กรของแต่ละองค์กรได้อย่างอสิ ระเต็มท่ี จึงทำให้เกิดระบบลิขสิทธิ์ที่เรียกว่า โอเพ็นซอร์ส (Open Source) ซึง่ ฐานขอ้ มลู ท่ีเปน็ โอเพ็นซอรส์ ได้แก่ มายเอ็สควิ แอล (MySQL) น่ันเอง 2. สมรรถนะประจำหน่วย ประยกุ ตก์ ารติดต่อฐานขอ้ มูลกับเครือขา่ ย 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ดา้ นความรู้ 3.1.1 บอกการโปรแกรมการเช่อื มต่อเนต็ บีนส์กบั มายเอ็สควิ แอลได้ 3.1.2 อธิบายความคำสำคัญของมายเอ็สควิ แอลได้ 3.1.3 อธบิ ายการเขยี นโปรแกรมภาษาจาวาประยุกตใ์ ชง้ านตามทกี่ ำหนดได้ 3.2 ด้านทกั ษะ นกั เรยี นมคี วามรู้ ทกั ษะการโปรแกรมภาษาจาวากบั มายเอ็สควิ แอลและมีทศั นคติทีด่ ี 3.3 คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ (อา้ งอิง จากคา่ นิยมหลักของคนไทย 12 ประการ และ สมรรถนะขา้ มสายงาน) 3.3.1 เขา้ เรยี นตรงเวลา 3.3.2 แตง่ กายตามระเบียบการปฏบิ ตั งิ าน
3.3.3 ผลงานประณตี เรยี บร้อย 3.3.4 ปดิ เครอื่ งคอมพิวเตอรเ์ มอื่ เลิกใชง้ าน 3.3.5 มีน้ำใจชว่ ยเหลอื ผู้อน่ื และการปฏบิ ัตงิ านรว่ มกบั ผูอ้ ื่น 4. เน้ือหาสาระการเรยี นรู้ 4.1 วิชวลสตูดโิ อโคด้ 4.2 มายเอส็ คิวแอล (MySql) 4.3 การเช่ือมตอ่ เน็ตบนี สก์ ับมายเอ็สคิวแอล 4.4 การกำหนดคุณลกั ษณะมายเอ็สควิ แอล 5. กิจกรรมการเรียนการสอน ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ การวดั ผลประเมนิ ผล ขอ้ ตกลงขณะเรียน และให้นกั เรยี นทำ แบบทดสอบก่อนเรยี น 5.1 ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน 5.1.1 ผู้สอนจดั เตรยี มเอกสาร พร้อมกบั แนะนำรายวิชา วธิ กี ารให้คะแนนและวธิ กี ารเรยี นเรอื่ ง การประยุกตก์ ารตดิ ตอ่ ฐานข้อมูลกบั เครือข่าย 5.1.2 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 9 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ เรียนการสอน 5.1.3 ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นแสดงความรู้ โดยตง้ั คำถามวา่ การประยุกตก์ ารตดิ ต่อฐานข้อมูลกับ เครอื ข่ายมหี ลกั การอยา่ งไรพรอ้ มให้เหตุผลประกอบ 5.2 ขั้นสอน 5.2.1 ผสู้ อนทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความรู้เบ้อื งตน้ เกี่ยวกับการประยุกตก์ ารติดตอ่ ฐานข้อมูลกบั เครอื ขา่ ย โดยให้ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน 5.2.2 ผสู้ อนอธบิ ายเนื้อหาเกยี่ วกับบทเรยี นวชิ า การเขยี นโปรแกรมโดยใชเ้ ครือ่ งมอื กราฟิกโหมด หนว่ ยท่ี 9 เรอ่ื ง การประยุกตก์ ารติดต่อฐานขอ้ มลู กบั เครอื ข่ายและให้ผู้เรยี นศึกษาเอกสารประกอบการสอน หน่วยที่ 9 5.2.3 ผสู้ อนและผูเ้ รียนรว่ มกันอธบิ ายพร้อมยกตัวอย่างถึงการประยุกตก์ ารติดตอ่ ฐานขอ้ มูลกับ เครอื ข่ายตามทไี่ ด้ศกึ ษาจากบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน 5.3 ขน้ั ประกอบกิจกรรมการเรยี น 5.3.1 ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดทา้ ยหนว่ ยที่ 9 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละเท่า ๆ กนั ทำการศึกษาเรือ่ ง 5.4 กลยุทธ์ในการจัดการเรยี นรู้ 5.4.1 ครใู หเ้ พือ่ นชว่ ยเพอื่ น ใหน้ กั เรียนกลุ่มเก่งและปานกลาง อย่กู ับกลมุ่ นกั เรยี นท่ีเรยี นออ่ น ช่วยกนั ทำความเข้าใจในเนอ้ื หา 5.4.2 สอนแบบ Active Learning โดยใชเ้ คร่อื งมอื บนอนิ เทอร์เนต็ http://www.linoit.com สอบถามนกั เรียนว่า นกั เรยี นอยากได้หอ้ งเรียนอยา่ งไรเรยี นแล้วมคี วามสขุ แสดงความคดิ เหน็ แต่ละคน เพ่ือ เป็นการกระตุ้นเตรียมความพร้อมในการเรยี น 5.5 ข้นั สรปุ 5.5.1 ผสู้ อนและผู้เรยี นร่วมกนั สรปุ เนอ้ื หาที่ได้เรียนให้มคี วามเข้าใจในทิศทางเดียวกนั
5.5.2 ผสู้ อนให้ผ้เู รียนศึกษาเพิม่ เตมิ นอกห้องเรยี น ดว้ ยบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทำขนึ้ 5.6 ขน้ั ทดสอบหลงั เรียน นกั เรียนทำใบกจิ กรรมท่ี 9 และแบบทดสอบหลงั เรยี น 6. ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ การเรยี นรู้ 6.1 สื่อสงิ่ พิมพ์ 6.1.1 เอกสารประกอบการสอนวิชาจาวาเดกส์ทอปเบอ้ื งต้น 6.1.2 แบบทดสอบก่อนเรยี น เรื่อง การประยกุ ตก์ ารตดิ ต่อฐานขอ้ มูลกบั เครือข่าย 6.1.3 ใบกจิ กรรมท่ี 9 เร่อื ง การประยกุ ตก์ ารติดต่อฐานข้อมลู กับเครอื ขา่ ย 6.1.4 แบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง การประยุกตก์ ารตดิ ต่อฐานข้อมูลกับเครือขา่ ย 6.2 สอื่ โสตทัศน์ 6.2.1 Powerpoint เร่ือง การประยุกต์การติดตอ่ ฐานข้อมลู กับเครอื ข่าย 6.2.2 เคร่อื งฉายโปรเจคเตอร์ 6.2.3 เครื่องคอมพวิ เตอร์แบบพกพา (Notebook) 6.3 อน่ื ๆ (โปรดระบ)ุ
7. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วิชาอน่ื 7.1 การบูรณาการสะเตม็ ศกึ ษา S: Science T: Technology E: Engineering M: Mathematics • การคน้ หาขอ้ มูล • ใช้อนิ เทอร์เนต็ สืบค้น วธิ ีการค้นหาข้อมลู ใน 6 • คำนวณเวลาในการ คดั เลือกหรอื คัด ขอ้ มลู ขน้ั ตอน สืบค้นข้อมูล แยกข้อมลู ในสิง่ • ใช้เทคโนโลยี • การกำหนดหัวขอ้ ตา่ งๆทอ่ี ย่รู อบตัว ออกแบบสอ่ื โฆษณา • การเลือกแหลง่ ข้อมลู เรา ผลติ ภัณฑ์อาหาร • การเตรียมอปุ กรณ์ • ใชเ้ ทคโนโลยีในการ • การคน้ หาและรวบรวม นำเสนอผลงาน ข้อมลู • การพจิ ารณา • การสรุปผล
8. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การจดั การเรียนรู้ 8.1 ผ้สู อน ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ตอ่ ไปนี้ 3 ห่วง ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล การสร้างภูมิคมุ้ กันในตัว ประเดน็ - ต้องการให้ผเู้ รียนรเู้ รอ่ื ง - เนือ้ หาสอดคล้องกบั ความหมายของคอมพวิ เตอร์ - สรปุ เนือ้ หาใหอ้ ่านเขา้ ใจ เนื้อหา สมรรถนะ ตัวชี้วัด เหมาะสม องค์ประกอบ และสารสนเทศ ง่ายมภี าพประกอบเน้อื หา - การประยกุ ต์ กบั เวลาทก่ี ำหนดและวัย - เรียงเน้อื หาตามลำดบั การ การตดิ ตอ่ ของผู้เรียน - จัดการเรยี นรไู้ ดค้ รบถว้ น เรียนรู้ ฐานขอ้ มูลกับ ตามท่ีออกแบบไว้ เครือขา่ ย - กำหนดเวลาในแตล่ ะ - จดั การเรียนรไู้ ดค้ รบถว้ น กจิ กรรมเหมาะสมกับกิจกรรม - ต้องการใหผ้ ้เู รยี นปฏิบัติ ตามท่ีออกแบบไว้ เวลา และวยั ของผเู้ รียน กิจกรรมอย่างท่วั ถงึ ตาม - กำหนดเวลาในแตล่ ะ 3 ช่ัวโมง ความสามารถ กจิ กรรมไว้เกินจรงิ เลก็ น้อย - แบง่ กลุม่ ผู้เรยี นให้พอดีกบั - เพอื่ ตอ้ งการให้ผูเ้ รียนเกดิ การ เพ่อื รองรบั การเปลย่ี นแปลง การจัดกิจกรรม จำนวนนกั เรยี น เรียนรตู้ ามเป้าหมายทก่ี ำหนด ที่อาจเกิดระหว่างจัด - กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ - ผเู้ รียนนำความรูไ้ ป กิจกรรม เหมาะสมกับเวลาท่กี ำหนด ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ภาระงานได้ - แบ่งกลุ่มคละ - มอบหมายภาระงานและ - รบั ฟังความคิดเห็น และ ความสามารถของนักเรยี น ชิ้นงานเหมาะสมกบั วิเคราะห์ วิจารณอ์ ย่างมีเหตุผล - เตรียมชุดคำถามใหพ้ รอ้ ม ความสามารถผูเ้ รียนและ ตามลำดบั กจิ กรรมการเรยี น สอดคล้องกบั เป้าหมายการ - สังเกตพฤตกิ รรมและให้ เรยี นรู้ ความช่วยเหลอื เมอ่ื นักเรยี น มปี ัญหา - ฝกึ การคน้ ควา้ หาความรู้ จากเพอ่ื น และระบบ อินเทอร์เน็ต เพือ่ แก้ปญั หาในแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ และใบงาน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370