แหล่งท่องเที่ยว อำเภอโพธำรำม
โครงการศกึ ษาวิธกี ารฟ้ืนฟทู ่ดี นิ เส่ือมโทรมเขาชะงมุ้ อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาริ ต.เขาชะงุม้ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูท่ีดินเส่ือมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดาริ ตาบล เขาชะงุ้ม อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เดิมพื้นที่โครงการเป็นฟาร์มปศุสัตว์และปลูก พืชไร่ มีการใช้ดนิ อยา่ งผิดวธิ ี จึงทาใหห้ นา้ ดนิ เสียหาย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์เกิดความ แห้งแลง้ ไม่สามารถปลูกพืชผกั ได้ หรอื ปลูกไดแ้ ตผ่ ลผลติ ลดลงมาก พืน้ ท่ถี ูกปล่อย ท้ิงร้าง บางส่วนมีการขุดลูกรังไปขาย ดินสวนใหญ่เป็นดินต้ืน เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย และปนกรวด พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้เสด็จพระราชดาเนินทอดพระเนตร โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูท่ีดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ ครั้งแรก เม่ือวันที่ 26 พฤศจิกายน 2529 ได้มีพระราชดาริ “ให้ดาเนินการศึกษาวิธีการปรับปรุงดินเส่ือมโทรม ให้สามารถใช้ ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ ท่ีน่ีเหมาะแก่การเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงเกษตร ได้ทั้ง ความรู้ และเพลิดเพลิน พื้นที่กว่า 849ไร่ เป็นแหล่งศึกษาดูงานของนักศึกษาและ ประชาชนท่ัวไป เราจะได้ชมพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ พระราชทานพระราชดาริในการปรับปรุงท่ีดินเสื่อมโทรมแห่งนี้ จนมีสภาพท่ีอุดมสมบูรณ์ ขึน้ กว่าในอดีตมาก หนงึ่ ในพระราชดาริแนะนาว่า“ให้ช่วยดูแลรักษาป่าอย่าไปรังแกป่า ถ้า ปล่อยทิ้งไว้ไม่ให้ใครรบกวนป่า ระยะเวลา 30-40 ปี ป่าแห่งนี้จะคืนสภาพจากเต็งรังเป็น ปา่ เบญจพรรณ”
โครงการศึกษาวธิ กี ารฟ้นื ฟทู ี่ดนิ เส่อื มโทรมเขาชะง้มุ อนั เนื่องมาจากพระราชดาริ
วัดเขาชอ่ งพราน ถา้ คา้ งคาวร้อยลา้ น ยามอาทติ ย์ใกล้อัสดง แสงสดุ ทา้ ยจากขอบฟา้ กาลังจะลบั หายไป เหล่านกบินกลับรัง แต่กลับ เป็นจุดเริม่ ต้นของปรากฏการณ์อัศจรรย์ท่ีเกิดขึ้นในบรเิ วณวัดเขาช่องพราน เป็นประจาทุกวัน อันเป็นที่กล่าวขานลือไกลถึง บรรดาค้างคาวหนูจานวนมหาศาลร้อยล้านตัว บินออกจากถ้า เป็นสายควันดาโบกสะบดั เปลี่ยนทศิ ทางการเคลือ่ นไหวไปมา เป็นเวลากว่า 1 ชม.เพื่อออกหา กินและจะกลับมายังบริเวณถ้าแห่งน้ีอีกคร้ังก่อนอรุณรุ่ง เป็นภาพอันน่าประทับใจ ของ ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เป็นอย่างย่ิง ทางวัดเขาช่องพราน จึงได้ร่วมกัน ปรับปรุงสถานท่ีให้สวยงาม และเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมค้างคาว ที่วัดเขาช่องพรานน้ีมี ลานจอดรถกว้างขวาง และมีร้านอาหาร ไว้บริการผู้ที่เข้ามาชมด้วย (ยังมีมูลค้างคาวท่ีเขา นามาจาหน่าย ถา้ สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเตมิ ได้ท่ี โทร.032-354643)
สถานที่เทย่ี วภายในวัดเขาชอ่ งพราน ถา้ พระนอน ลกึ ประมาณ 120เมตร ภายในถา้ มีทีก่ ว้างบา้ ง แคบบา้ งทีก่ ว้างท่ีสดุ ประมาณ 14 เมตร มพี ระพทุ ธไสยาสน์อยู่ 1 องค์ขนาดยาวประมาณ 8 เมตร สงู ประมาณ 1 เมตร และมีพระพุทธรูปตา่ งๆ ในถา้ อกี ประมาณกวา่ 200 องค์ ไม่ ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผสู้ ร้างแตส่ นั นิษฐานวา่ ใครสร้างข้นึ ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยาบ้าง สโุ ขทัยบ้าง ข้นึ บนั ได 499ขัน้ ชมทวิ ทัศน์บนยอดเขา นมัสการพระบรมธาตบุ วรวสิ ทุ ธิ เจดยี ์ ตรงจดุ นีส้ ามารถมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกล ชมพระอาทิตยล์ บั ขอบฟ้า และอยู่ เหนอื ปากถา้ ค้างคาว สามารถมองเหน็ ค้างคาวออกจากถ้าจากมุมน้ีได้ ถา้ ค้างคาว ซ่ึงอยู่หา่ งจากปากถ้าพระนอนประมาณ 40 เมตร ปากถา้ อย่สู ูงจาก พนื้ ดินประมาณ 20 เมตร ปากถ้ากว้างประมาณ 1 เมตร ภายในกว้างมากและมืด ทึบ เปน็ ทีอ่ าศยั ของค้างคาวหนจู านวนมากหลายล้านตัว ทุกวันเวลาประมาณ 18.00-18.30 น. ค้างคาวจะบินออกจากถ้าไปหากนิ และจะบินกลับเข้าถ้าเวลารุ่งเชา้ 05.00 น. ส่งิ ท่ีนา่ ประทบั ใจสาหรบั นกั ท่องเทย่ี วคือ การมาดูคา้ งคาวบินออกจาก ปากถา้ ด้วยความเรว็ พรอ้ มกันโดยมจี า่ ฝงู เปน็ ตวั นา มีลักษณะคล้ายควันดาท่พี ่งุ ออก จากปลอ่ งใช้เวลาประมาณ 1 ชวั่ โมง
อุทยานสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช ตาบลเขาชะงุม้ อาเภอโพธาราม จังหวดั ราชบรุ ี อุทยานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ต้ังอยู่ที่ตาบลเขาชะงุ้ม อาเภอโพธาราม จงั หวัดราชบรุ ี จากประวัตศิ าสตรส์ าคญั ของจังหวัดราชบุรี ท่ีมีชาวราชบุรีต่างน้อมสานึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสมเด็จพระเจ้าตาก สินมหาราช จากประวัติศาสตร์เส้นทางแห่งสมรภูมิรบ “ศึกบางแก้ว” ให้ นักท่องเที่ยวท้ังชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนนักเรียนนักศึกษา ประชาชนท่ัวไปได้เข้ามาศึกษาและเที่ยวชมตามเส้นทางสมรภูมิรบ ของ พระเจ้าตาก ประกอบด้วยบ้านโคกกระต่าย บ้านนางแก้ว บ้านเขาชะงุ้ม และบ้านเตาปูน อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี รวมไปถึงสถานท่ีขุดดิน สมรภูมิ 1ใน 10 สถานท่ีสมรภูมิรบของประเทศไทยที่นาไปเก็บรวบรวมไว้ ในพิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติ
อทุ ยานสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
วดั ถา้ นา้ วัดถ้าน้า หมู่ท่ี ๕ ตาบลนางแก้ว อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี บริเวณวัดมีเน้ือท่ี ประมาณ 10 ไร่ ภายในมสี ถานทท่ี ่องเท่ียวทน่ี ่าสนใจไดแ้ ก่ ถา้ นา้ ภายในถ้า เปน็ ถ้าท่ีมนี า้ อยู่ ภายในถ้าเกือบเต็มพื้นที่ โดยน้าที่เข้ามาภายในถ้าเป็นน้าที่ไหลมาจาก ลาคลองที่ติดกับวัด และไหลออกไปอีกทางหน่ึง ซ่ึงเรียกว่า ปล่องน้า ในน้าจะมีพันธ์ุปลาน้าจืดจานวนมาก ส่วน ใหญ่ในช่วงหน้าน้าจะมีประมาณน้ามาก ในช่วงหน้าแล้งน้าจะลดลง และยังคงมีน้าในถ้า ตลอด อากาศภายในถ้าอากาศเย็นสบาย มีทางเดินที่ทางวัดสร้างข้ึนมาเป็นทางปูน สาหรับ เดินชมหินงอกหินย้อนภายในถ้าน้า และนมัสการพระพุทธรูปภายในถ้าน้า นักท่องเที่ยวที่ สนใจสามารถเข้าชมได้ บริเวณภายในถ้าจะมืด จะมีไฟเปิดตลอดทางเข้าถ้า และจะมี พระภกิ ษทุ ่ีคอยดูแลถา้ น้า วัดถ้าน้า เปน็ แหลง่ ท่องเท่ียวทมี่ จี ุดเดน่ คือมพี ระพทุ ธรปู ศักด์สิ ทิ ธอ์ิ ยู่ภายในถ้าวัด อยู่ตาแหน่งท่ีสูงขึ้นไปมองเห็นแต่ไกล ภายในถ้ามีน้าไหลเวียนภายในถ้าตลอดเวลาและ สภาพหินภายนอกจะเป็นก้อนชิ้นเดียวตันทั้งก้อน หินภายในถ้าเป็นหินแกรนิตอย่างเดียวกัน แต่มีโพรงอากาศเป็นรอยหลุมอยู่ในเนื้อหิน และมีเสาสินที่เกิดน้ีขนาดใหญ่มาก โดยสันนิษฐานวา่ เกดิ จากการน้าทบ่ี นเพดานถ้าหยดจนกลายเปน็ เสาหิน ภายนอกถ้า จะมีลิงอาศัยอยู่บริเวณเขา นักท่องเทย่ี วท่ีไปเทีย่ วชมสามารถนาอาหาร ไปเล้ยี งลงิ ได้ ข้อมลู ท่องเทย่ี ว • ช่ือ : วดั ถ้านา้ • ประเภท : พทุ ธศาสนาสถาน(วัด) , ถ้าธรรมชาติ • ท่ีต้ัง : หม่ทู ี่ ๕ ตาบลนางแก้ว อาเภอโพธาราม จังหวดั ราชบรุ ี
วัดถา้ สาลิกา “ถ้าสาริกา” ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นอีกถ้าหนึ่งที่มีประวัติ ยาวนานต้ังแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่ีครั้งหนึ่งได้เข้าแวะพักยังถ้าสาริกา พร้อมไพร่พล ถ้าสาริกา มีลักษณะเด่น เป็นถ้าที่มีหินงอก หินย้อยสวยงามและภายใน เป็นห้องโถงใหญ่ ท่ีแยกเป็นถ้าร้อน ถ้าเย็น ถ้าสาลิกาเดิมมีช่ือว่า ถ้าตีเหล็ก เพราะ สถานท่ีแห่งน้ีเป็นสถานท่ีตีเหล็กของชาวบ้านในสมัยก่อน และได้เปล่ียนชื่อมาเป็น ถ้าสาริกา เพราะชาวบ้านสมัยน้ันได้เข้าไปในถ้า และพบเห็นนกสาริกาอยู่หลายคู่จึง เปลี่ยนชื่อมาเป็นถ้าสาริกา พ.ศ. 2511 มีการสร้างปูชนีวัตถุ 2 รูป คือ พระสังกระจาย และพระสวี รี พร้อมถวายเงนิ สร้างบนั ไดขน้ึ ถ้าจนสาเร็จ สมัยก่อนเป็นสานักสงฆ์ มีผู้แวะ เวียนมาปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจา ต่อมาจึงได้รับอนุญาตให้เป็นวัดถ้าสาริกา เมื่อปี พ.ศ. 2530
ประวตั ถิ ้าสาริกา ถ้าสาริกาในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชทรงเป็นแม่ทัพในการทา สงครามในชว่ งเวลาน้นั นายทองด้วง (ร.๑) ได้ดารงตาแหน่งเป็นหลวงยกระบัตร หรือ เป็นพ่อเมืองราชบุรี ซึ่งมีความชานาญในพื้นท่ี ได้เป็นผู้นาทางให้กับพระเจ้าตากฯ ใน ครั้งน้ันพระเจ้าตากฯ ได้เข้าแวะพักยังถ้าสาริกา พร้อมไพร่พล และได้นาไพร่พล เดินทางต่อไปยังเมืองจันทบุรี และในเวลาต่อมา นายทองด้วงก็ขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ เป็นปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์จักรี ต่อมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๔ ไดเ้ สดจ็ ประพาสโดยทางเรือเพือ่ ศึกษาเสน้ ทางประวตั ิศาสตร์ และเสด็จประพาสมายัง ถ้าสาริกา เพ่ือทรงศึกษาเส้นทางการทาสงครามของพระเจ้าตากสินมหาราช โดยมี หลักฐานการประพาสครั้งน้ัน ปรากฏบนแผ่นหิน โดยการสลักลงบนหินทางด้าน ขวามือก่อน ทางขึ้นถ้าฯจนถึงสมัย (ร.ศ.๑๑๘) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๕ ก็ทรงเสด็จประพาสศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ เพราะทรง เห็นว่าสมเด็จพระราชบิดา รัชกาลท่ี ๔ เสด็จประพาสยังถ้าแห่งนี้ จึงเสด็จประพาส มายังถ้าแห่งน้ีบ้าง โดยมีหลักฐานปรากฏ (พระปรมาภิไธย ย่อ จ.ป.ร.) โดยการสลัก บนหินบริเวณปากทางก่อนเข้าถ้าด้านบนซ้ายมือ ฉะน้ันถ้าสาริกา จึงเป็นถ้าที่มี ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ควรแก่กากรอนุรักษ์และการศึกษาของอนุชนรุ่นหลัง เพราะปรากฏวา่ มพี ระมหากษตั ริยถ์ ึง ๔ พระองค์ ทรงเคยเสด็จมายังถ้านี้ ภายในของ ถ้าก็มีความสวยงามของหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ และภายในยังมีพระประธาน (หลวงพ่อใหญ่) ประดิษฐานอยู่ โดยมี หลวงพอ่ แทน ธมฺมโชติ วดั ธรรมเสน เป็นผู้สร้าง พระประธาน
วัดโคกทอง วดั โคกทอง ต้ังอยู่เลขที่ 52 บา้ นโคกทอง หมู่ท่ี 1 ตาบลเตาปูน อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเน้ือที่ 43 ไร่ อาณาเขตทิศเหนือ จดท่ีดินเอกชน ทิศใต้จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกจดถนน ทิศตะวันตกจด ที่ดินเอกชน มีท่ีธรณีสงฆ์จานวน 1 แปลง เนื้อที่ 23 ไร่ ตั้งเม่ือ พ.ศ. 2450 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเม่ือ พ.ศ. 2473 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าท่ีทราบนามคือ รูปที่ 1 พระอธการจุ่นน้อยสนธิ รูปที่ 2 พระอธิการสงวน ฟักจุ้ย รูปท่ี 3 พระครอู เุ ทศธรรมคณุ ปัจจุบนั มีพระครทู องใบ ปัญจสฺ โี ล เป็นเจา้ อาวาส และในปี พ.ศ. 2525 ไดบ้ ูรณะเพมิ่ เติมเป็นอาคารคอนกรตี เสรมิ เหล็ก กุฏสิ งฆ์ จานวน 3 หลัง เปน็ อาคารไม้ 1 หลงั และตึก 2 หลัง วหิ าร กวา้ ง 6 เมตร ยาว 25 เมตร เป็น อาคารคอนกรีตเสริมเหลก็ สรา้ งเมื่อ พ.ศ. 2545 ศาลาบาเพญ็ กศุ ล จานวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสรมิ เหล็ก ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจาอุโบสถ และหลวงพ่ออู่ ทองขนาดใหญ่
วดั ขนอน วัดขนอนหนังใหญ่ เป็นสิ่งท่ีอยู่คู่กับเมืองโพธาราม ราชบุรีมาเนิ่นนาน เรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเท่ียวที่สาคัญ ของจังหวัดราชบุรีเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นที่ รวบรวมเก่ยี วกับศลิ ปะการแสดงหนังใหญท่ ่ีมีมาแตโ่ บราณ และยงั มกี ารแสดงถงึ พระ ราชกรณียกิจท่ีสาคัญของพระมหากษัตริย์ รวมถึงได้กราบไหว้พระทาบุญเพ่ือเป็น สริ ิมงคลอกี ดว้ ย ประวัติความเป็นมา หนังใหญ่วัดขนอน สร้างข้ึนในสมัยพระบาทรัชกาลท่ี 5 โดยผู้ริเร่ิมในการ แกะสลักตัวหนังคอื ทา่ นพระครูศรทั ธาสุนทร (หลวงปูก่ ลอ่ ม) และไดม้ ีการจดั ทาชุด แรกคือ ชุดหนุมานถวายแหวน และได้มีการสืบทอดต่อเนื่องเรื่อยมา และวัดขนอน ยงั เป็นเพียงวัดเดียวที่มคี ณะหนงั ใหญ่จัดการแสดงอยภู่ ายในวัด
วดั พระศรีอารย์ วัดพระศรีอารย์ เป็นวัดท่ีสร้างข้ึนตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่า เร่ิมก่อสร้างเม่ือประมาณ พ.ศ. ๒๒๗๕ เดิมวัดชื่อ วัดสระอาน จนในปี พ.ศ.๒๕๐๐ ได้ เปล่ียนชื่อจากวัดสระอาน มาเป็น วัดพระศรีอารย์ในปัจจุบันน้ี อุโบสถทองคาร้อยล้าน ได้ก่อสร้างเม่ือ พ.ศ.๒๕๑๐ โดยพระครูสิริพัฒนกิจ (หลวงพ่อขันธ์ กนฺตธโร) ภายในมี พระอุโบสถทองคาร้อยล้าน รูปแบบอุโบสถเป็นศิลปะอยุธยาตอนปลาย ประดับด้วย ลวดลายปูนป้ัน จิตรกรรมเร่ืองพระมหาชนก ทศชาติพระเจ้าห้าพระองค์ พระประธาน ในพระอุโบสถเป็น ปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวท้ังองค์ท่ีได้อัญเชิญมา จากประเทศพม่า นอกจากน้ียังมีพระพุทธรูปคู่วัด คือ พระศรีอารย์ เป็นพระพุทธรูป เก่าแก่พิมพ์พระศรีอารย์ซ่ึงมีลักษณะเด่น คือ มีตาลปัตรอยู่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป จีวรจับกลีบคล้ายพระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ท่ีทุกคน เคารพกราบไหว้ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 37 ปี ภายในวัดยังมีต้นสาละที่นามาจาก ประเทศอินเดยี
ฝาผนงั แตง่ แตม้ ดว้ ย จติ รกรรมเรื่องพระมหาชนก พระเจา้ ๕ พระองค์
วดั เขาช่องพราน ถ้าค้างคาวร้อยล้าน วัดเขาช่องพราน อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็น สถานท่ีอัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ผู้ท่ีมาเยี่ยมชมจะพบกับเหล่าฝูง ค้างคาวจานวนมหาศาล ที่บินออกมาจากถ้าช่วงยามเย็นของทุกวัน บินเป็นสาย ยาวบนท้องฟ้า นานกว่าช่ัวโมง นับเป็นเรื่องแปลกที่คร้ังหนึ่งต้องมาเห็นด้วยตา ตัวเอง ถ้าค้างคาว ใชเ้ ส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับตรงไปทางจังหวัดราชบุรี จะลอดใต้สะพานลอยที่จะไป จ.กาญจนบุรี จะผ่านส หกรโคนมหนองโพธิ์ จะพบสะพานลอยข้ามส่ีแยกบางแพไปยัง จ.ราชบุรี (ไม่ต้อง ข้ึนสะพานลอย) ให้ชิดซา้ ย จากน้นั จะพบไฟแดง ให้เลี้ยวขวาเพ่ือไปยัง อ.โพธาราม ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3080 ขับมาประมาณ 5.4 กม. จะข้ามสะพานแม่น้า แม่กลอง จากนั้นจะพบสามแยก (แยกซ้ายไปทางวัดเขาช่องพราน แยกขวาไปวัด ขนอน) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3089 ประมาณ 11.6 กม. จะพบวัดเขาชอ่ งพราน ติดถนนทางด้านขวามอื
วัดหนองโพ วัดหนองโพ ตงั้ อยูเ่ ลขที่ 156 หมู่ท่ี 9 ตาบลหนองโพ อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบรุ ี เร่ิมก่อตง้ั วดั เมื่อปี พ.ศ. 2349 มเี นื้อท่ี 20 ไร่ 2 งาน วัดหนองโพเป็นที่ ประดิษฐานของพระบรมสารีรกิ ธาตแุ ละมพี ระพทุ ธรปู ศักดิส์ ิทธิ์ หลวงพ่อดาอายุเก่าแก่ กว่า 200 ปี วัดหนองโพเป็นวัดเดียวในตาบลหนองโพ สืบเน่ืองจากวัดหนองโพมีอายุ ครบ 200 ปีและหลวงพ่อดาเป็นพระพุทธรูปประจาวัด อยู่คู่กับวัดหนองโพมาโดย ตลอดตั้งแตส่ รา้ งวดั มา โดยลักษณะองค์ มีขนาดหน้าตกั กวา้ ง 29 น้วิ เท่าองค์จริง ลายจีวรดอกพิกุล โดยเชื่อว่าเป็นพระรัตนหรือเป็นพระรุ่นช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ซ่ึงมี ความขลังความศักดิ์สิทธ์ิ ท่ีชาวบ้านตาบลหนองโพนับถือและได้กล่าวขวัญเล่าลือสืบ กันมา โดยเฉพาะเรื่องของการห้าม ฟ้า ดิน อากาศ หรือเร่ืองขอพรต่างๆก็จะได้สม ประสงค์ สิ่งท่อี งคห์ ลวงพ่อดาชอบ คอื ประทดั พวงมาลยั และภาพยนตร์ เป็นตน้
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: