1. การคัปปลงิ้2. วงจรอาร. ซ.ี คัปปล้งิ3. วงจรทรานสฟอรเ มอรคัปปล้ิง4. วงจรอมิ พีแดนซคัปปล้งิ5. วงจรคปั ปลิง้ โดยตรง1. บอกความหมายของการเชื่อมตอ สญั ญาณได2. อธิบายลกั ษณะของวงจรเช่ือมตอสญั ญาณได
131 การคปั ปลงิ้ คอื วธิ ีการถา ยทอดสญั ญาณจากทรานซสิ เตอรตัวหนง่ึ ไปยงั ทรานซสิ เตอรอกี ตัวหนึง่ หรอืการเชื่อมตอ สญั ญาณจากวงจรหนงึ่ ไปยังอกี วงจรหนง่ึ การนาํ วงจรขยายหลายๆ ภาค มาตอ ถงึ กนั จะตอ งใชว งจรเชอื่ มตอหรอื วงจรคัปปลง้ิ เพอ่ื ใหส ัญญาณที่ออกมาทางเอา ทพทุ ไมเ พย้ี นไปจากเดมิ โดยมอี ตั ราขยายกาํ ลงั เพม่ิ ขึ้นในอตั ราสวนทีจ่ ะใหส ญั ญาณมเี สถยี รภาพดที สี่ ดุและวงจรคัปปลงิ้ ทน่ี ํามาตอ จะตอ งมคี วามเหมาะสมหรือแมทซกนั (Match) จะทําใหการถายทอดสญั ญาณแรงทส่ี ดุ ลักษณะสําคัญในการคปั ปลง้ิ สญั ญาณ 1) ตองไมท าํ ใหวงจรท่มี าตอรวมดว ยทาํ งานผิด 2) อมิ พีแดนซของวงจรจะตอ งแมทซก ัน เพอื่ ผลของการถา ยทอดทางกําลงั ทด่ี ีทสี่ ดุ 3) ตอ งใหส ามารถถา ยทอดความถ่ีไดต ลอดยา นนน้ั ๆ เชน วงจรขยายเสียง ตอ งถายทอดสัญญาณความถ่ี ต้งั แต 20Hz – 20,000Hz 4) ตอ งเปน วงจรทจี่ ดั การทางอนิ เตอรเฟสอยางเหมาะสม การคปั ปล้งิ หรอื การเช่ือมตอวงจร การเชอื่ มตอ วงจรหรอื การคปั ปลง้ิ สามารถทําได 4 แบบ คอื 1) การคัปปลง้ิ ดว ยตัวตา นทานและคาปาซิเตอร หรอื อาร- ซี คปั ปล้งิ (R-C Coupling) 2) การคปั ปลง้ิ ดวยหมอ แปลงหรือทรานสฟอรเ มอร (Transformer Coupling) 3) การคปั ปลง้ิ ดวยอิมพีแดนซ (Impedance Coupling) 4) การคปั ปลงิ้ โดยตรง (Direct Coupling)วงจร อาร- ซี คปั ปลิง้ วงจร อาร- ซี คปั ปลง้ิ เปน วงจรทีน่ ยิ มใชกนั มากท่สี ุด โดยในวงจรจะตอตวั ตา นทาน (R) และตวั เกบ็ประจุ (C) ระหวา งขาคอลเลค็ เตอร (C) ของทรานซสิ เตอร ตัวหนา กับขาเบสของทรานซสิ เตอรต วั หลงั ตัวเก็บประจุCC ยงั ทําหนาทก่ี ั้นไฟกระแสตรงทไ่ี บอสั ทรานซสิ เตอรแตละตวั ไมใ หเ ขามาปะปนกัน ตัวตานทาน RE เปนตวั ทาํ ใหวงจรมเี สถียรภาพดขี ึน้ โดยมีอัตราขยายคงทไ่ี มขนึ้ กับอุณหภมู ิ ขอ เสยี ที่ใชต ัวเกบ็ ประจุในการคปั ปลงิ้ สญั ญาณ คือ คาความตานทานของตัวเก็บประจุหรือคา คาปาซิตีฟแอคแตนซ (XC) ไมคงท่ตี อสญั ญาณไฟสลับ ดงั นัน้ คาปาซเิ ตอร จงึ ไมยอมใหค วามถต่ี าํ่ ผานหรือผา นยาก เพราะฉะนนั้ สัญญาณทผี่ านไปไดข นาดของสญั ญาณจะไมคงทที่ ุกความถี่
132 RB1 RC1 RB3 +VCC C1 RC2 C2 Input CC RE1 Output RB2 CE RE2 ภาพท่ี 8-1 แสดงวงจร อาร- ซี คัปปลิง้วงจรทรานสฟอรเมอรค ัปปลง้ิ วงจรทรานสฟอรเ มอรคัปปลง้ิ เปนวงจรคปั ปลง้ิ ทอี่ าศัยหลกั การเหน่ียวนาํ ของทรานสฟอรเ มอรนอกจากทรานสฟอรเมอร ทําหนา ท่ใี นการคปั ปลิง้ สญั ญาณแลว ยงั ทาํ หนา ทเ่ี ปน โหลดของวงจร โดยขดไพรมาร่ีของทรานสฟอรเ มอร เปนตัวปอ งกนั แรงดนั ไฟตรงทเ่ี ขา ไปไบอัสทรานซสิ เตอรต วั หนา ไมใหเ ขามาปะปนกบัทรานซสิ เตอรต ัวหลงั ขอดขี องวงจร คอื วงจรสามารถถายทอดกําลงั งานไดส ูงสดุ ถาทรานสฟอรเ มอร มีคา อิมพแี ดนซท ี่สอดคลองกบั วงจร ขอเสีย ที่ใชท รานสฟอรเมอรในการคัปปลิง้ คอื ทรานสฟอรเ มอร เปนอปุ กรณท ม่ี ีคาความตา นทาน ไมคงท่ตี อสญั ญาณไฟสลับ ทําใหท รานสฟอรเ มอร ไมย อมใหค วามถี่สงู ผานหรอื ผานยาก ดงั นน้ั สญั ญาณทผ่ี า นไปไดขนาดของสัญญาณจะไมค งทีท่ กุ ความถ่ี โดยเฉพาะความถส่ี งู +VCC R1 R3 Outpu tInput R2 C1 RE1 C2 R4 C3 RE2 C4 ภาพท่ี 8-2 แสดงวงจรทรานสฟอรเ มอรค ัปปล้ิง
133วงจรอิมพีแดนซค ัปปล้งิ เปนวงจรทใ่ี ชโ ชคคอยลร ว มกับคอนเดนเซอร โดยใชโ ชค คอยล เปนโหลดทางคอลเลค็ เตอร (เปน การรวมเอาวงจรแบบที่ 1 กบั แบบที่ 2 เขา ไวดว ยกัน) +VCC RB1 RB2 RL CC3 CC1 CC2 OutputInput RE1 RE2 ภาพท่ี 8-3 แสดงวงจรอมิ พแี ดนซค ปั ปลิ้งวงจรคัปปลง้ิ โดยตรง การคปั ปลิง้ โดยตรง เปนวงจรทที่ ําใหเ สยี งมคี ณุ ภาพดที ีส่ ุด เพราะไมม อี ปุ กรณใดๆ ปดก้ันสัญญาณ ดังน้นัการคัปปลงิ้ โดยตรง จงึ เปน ทนี่ ิยมใชงานกันมาก เชน วงจรขยายกําลงั หรือเพาเวอรแอมป จะใหเ สยี งทม่ี คี ณุ ภาพสงูแตม ี ขอเสยี คือ การออกแบบทาํ ไดย าก เพราะจะออกแบบทีละภาคมาตอกนั ไมไ ด ตองออกแบบพรอ มกนั ทง้ั หมดเน่ืองจากตองใหแรงดนั ไฟตรงท่ีเอา ทพ ทุ ของภาคแรกเทากบั แรงดนั ไฟตรงที่อนิ พทุ ของภาคถดั ไปท่ีเช่อื มตอ กนั หากปจ จยั ดังกลาว ไมเ ปนไปตามเงือ่ นไข จะทาํ ใหจุดการทํางานของภาคหลังเปลี่ยนไป ไมส ามารถขยายสญั ญาณไดในคลาสท่ีตอ งการ +VCC RA RC1 RE2 C1 RE1Input C2 RC2 Output RB ภาพที่ 8-4 แสดงวงจรไดเร็คคปั ปลง้ิ
134 การคัปปลงิ้ คอื วิธีการถายทอดสญั ญาณจากทรานซสิ เตอรตวั หนง่ึ ไปยงั ทรานซสิ เตอรอกี ตัวหนึ่ง หรอืการเชอ่ื มตอ สญั ญาณจากวงจรหนงึ่ ไปยงั อกี วงจรหนง่ึ การนาํ วงจรขยายหลายๆ ภาคมาตอ กนั จะตอ งใชว งจรเชอ่ื มตอหรือวงจรคปั ปล้งิ เพื่อใหส ญั ญาณทอี่ อกมาทางเอาทพ ทุ ไมเพีย้ นไปจากเดิม โดยมอี ัตราขยายกําลงั เพม่ิ ขึ้นในอัตราสวนทจ่ี ะใหส ัญญาณมเี สถียรภาพดีทส่ี ุดและวงจรคัปปลงิ้ ทน่ี าํ มาตอจะตอ งมีความเหมาะสมหรอื แมทซก นั(Match) จะทําใหก ารถายทอดสญั ญาณแรงทส่ี ดุ ลักษณะสาํ คญั ในการคปั ปลิ้งสัญญาณ คือ ตองไมท าํ ใหวงจรทม่ี าตอรว มดว ยทาํ งานผิด อิมพแี ดนซข องวงจรจะตอ งแมทซก ัน เพือ่ ผลของการถายทอดทางกําลงั ทีด่ ที ี่สุด ตอ งใหส ามารถถา ยทอดความถีไ่ ดต ลอดยา นนน้ั ๆเชนวงจรขยายเสียง ตองถายทอดสัญญาณความถีต่ งั้ แต 20Hz – 20,000Hz และตองเปน วงจรทจ่ี ัดการทางอินเตอรเ ฟสอยา งเหมาะสม การเช่อื มตอวงจรหรอื การคปั ปลง้ิ สามารถทาํ ได 4 แบบ คอื 1. การคปั ปลิ้งดว ยตวั ตานทานและคาปาซเิ ตอร หรอื อาร- ซี คปั ปล้งิ (R-C Coupling) 2. การคัปปลิง้ ดวยหมอแปลงหรอื ทรานสฟอรเมอร (Transformer Coupling) 3. การคปั ปลง้ิ ดว ยอิมพแี ดนซ (Impedance Coupling) 4. การคัปปลง้ิ โดยตรง (Direct Coupling)
135ตอนท่ี 1 จงทําเครอ่ื งหมาย () ลงหนา ขอ ทีถ่ ูกตอ ง 6. อุปกรณทท่ี ําหนาทหี่ ลกั ในวงจรทรานสฟอรเ มอร คปั ปลงิ้ คอื ขอ ใด1. การถายทอดสญั ญาณจากทรานซิสเตอรต ัวหนง่ึ ไปยงั ทรานซิสเตอรอ กี ตวั หนึง่ เพื่อไมใ หส ัญญาณทาง ก. หมอแปลงเอาทพ ุทผดิ เพี้ยน คือ วธิ กี ารใด ข. ทรานซิสเตอร ค. อปุ กรณไทริสเตอร ก. การมลั ติพลายเออร ข. การเรก็ ตฟิ ายเออร ง. ตวั ตา นทานกบั ตัวเก็บประจุ ค. การแซมปลงิ้ 7. ขอเสียของวงจรทรานสฟอรเ มอรคปั ปลิ้ง คือขอ ใด ง. การคปั ปลิง้2. ขอใดไมใชล ักษณะสาํ คญั ในการคัปปลง้ิ สัญญาณ ก. ไมทนตออณุ หภูมิ ก. จดั วงจรท่ีนํามาตอรวมใหท าํ งานไมผดิ เพีย้ น ข. อมิ พีแดนซข องวงจรจะตอ งแมทซกนั ข. ใชอุปกรณร ว มมาก ค. สามารถถา ยทอดบางชวงความถ่ไี ด ค. ไมคงท่ีตอ สัญญาณไฟตรง ง. วงจรสามารถจดั การทางอินเตอรเ ฟส ง. ไมค งทีต่ อสัญญาณไฟสลับ3. ขอ ใดไมใชว ิธกี ารเช่อื มตอ วงจรหรือการคัปปลิ้ง ก. อาร-ซี คปั ปลงิ้ 8. โหลดของวงจรทรานสฟอรเ มอรคปั ปล้งิ คือขอใด ข. ทรานสฟอรเ มอรคัปปลงิ้ ก. หมอ แปลง ค. ทรานซสิ เตอรค ัปปลงิ้ ข. ทรานซสิ เตอร ง. ไดเรก็ คัปปลง้ิ4. อปุ กรณทท่ี าํ หนาทหี่ ลักในวงจร อาร- ซี คัปปล้ิง ค. อุปกรณไ ทรสิ เตอรคือขอ ใด ง. ตัวตา นทานกบั ตัวเก็บประจุ ก. หมอ แปลง 9. วงจรเพาเวอรแอมป ใชวิธกี ารใดในการเช่ือมตอ ข. ทรานซิสเตอร ค. อปุ กรณไ ทรสิ เตอร สญั ญาณ ง. ตัวตา นทานกบั ตัวเกบ็ ประจุ ก. ไดเรก็ คปั ปลิ้ง5. อปุ กรณทท่ี ําหนา ทหี่ ลกั ในวงจรอิมพีแดนซ ข. อาร- ซี คปั ปลงิ้คปั ปลงิ้ คือขอ ใด ก. หมอ แปลง ค. อิมพแี ดนซคัปปลง้ิ ข. ทรานซสิ เตอร ง. ทรานสฟอรเ มอรคปั ปล้งิ ค. อุปกรณไ ทรสิ เตอร 10. ขอเสยี ของวงจร อาร ซี คัปปลงิ้ คอื ขอ ใด ง. ตัวเกบ็ ประจกุ บั ตัวเหน่ยี วนํา ก. ไมท นตออณุ หภมู ิ ข. ใชอ ปุ กรณรวมมาก ค. ไมยอมใหความถต่ี ํ่าผา น ง. ไมย อมใหค วามถ่ีสงู ผา น
136ตอนท่ี 2 จงเตมิ คําลงในชองวา งใหสมบรู ณ1. การคปั ปล้งิ คอื ........................................................................................................................................................2. วงจรคปั ปลงิ้ สามารถถายทอดความถ่ีไดต ลอดยา นนัน้ ๆ ในชวงความถ่ี ต้งั แต ………………………………………………..3. อปุ กรณท ท่ี ําหนาทห่ี ลักในวงจร อาร- ซี คัปปลงิ้ คือ ................................................................................................4. อุปกรณทท่ี ําหนา ทหี่ ลกั ในวงจรอิมพีแดนซ คปั ปลงิ้ คือ ..........................................................................................5. ขอจาํ กดั ของวงจรคปั ปลงิ้ โดยตรง คอื ..................................................................................................................... เพราะ......................................................................................................................................................................ตอนท่ี 3 จงตอบคาํ ถามใหไดใจความสมบรู ณ1. การเชอื่ มตอวงจรหรอื การคปั ปลง้ิ มกี ่แี บบ อะไรบาง2. จงบอกลกั ษณะสําคญั ในการคปั ปล้ิงสัญญาณ3. จงบอกขอ ดขี องการคัปปลงิ้ แตล ะวิธี4. จงบอกขอเสียของการคัปปลงิ้ แตล ะวิธี5. ทาํ ไมตอ งใชวธิ กี ารคัปปลง้ิ แบบโดยตรง
137เจน สงสมพันธ. 2536. เทคโนโลยีอเิ ลก็ ทรอนิกส. กรงุ เทพฯ : สถาบันอเิ ล็กทรอนิกสก รุงเทพฯ.ชาญวทิ ย หาญรินทร. ม.ป.ป.. วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส. กรงุ เทพฯ : สํานกั พมิ พศ นู ยส ง เสริมอาชวี ะ.ธนกร คีรพี ทิ ักษ. 2537. สารกงึ่ ตัวนําและวงจร. ปทมุ ธานี : สกายบุค .ประพนั ธ พิพัฒนสุข และคณะ. ม.ป.ป.. ปฏบิ ตั อิ ปุ กรณอ ิเล็กทรอนิกสแ ละวงจร 2. กรุงเทพฯ : สํานกั พมิ พ ศูนยสง เสรมิ อาชีวะ.พนั ธศกั ดิ์ พุฒมิ านิตพงศ. 2549. วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส. กรุงเทพฯ : สํานกั พมิ พศูนยส ง เสรมิ วิชาการ._______. ม.ป.ป.. วงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส. กรุงเทพฯ : สาํ นักพิมพศ นู ยสง เสรมิ วิชาการ._______. 2557. อปุ กรณอ ิเลก็ ทรอนิกสและวงจร. กรุงเทพฯ : สาํ นักพิมพศูนยส งเสรมิ วิชาการ._______. ม.ป.ป.. อปุ กรณอ ิเล็กทรอนกิ สและวงจร. กรงุ เทพฯ : สํานักพมิ พศนู ยสง เสรมิ วชิ าการ._______. ม.ป.ป.. อุปกรณอิเล็กทรอนกิ สและวงจร. กรงุ เทพฯ : สํานกั พมิ พศูนยส ง เสรมิ อาชีวะ.วรี ธรรม ไชยยงค และไวพจน ศรีธญั . 2547. วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส. กรงุ เทพฯ : สาํ นกั พิมพว งั อกั ษร.________. 2552. วงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส. กรงุ เทพฯ : สาํ นักพมิ พวงั อกั ษร. พมิ พค ร้ังที่ 6.สถาบันอเิ ลก็ ทรอนกิ สก รงุ เทพ. 2542. คลาสของการขยาย. อิเล็กทรอนิกสแ ฮนดบ คุ 7, 33 : 48-54.สายัณต ชน่ื อารมณแ ละสมพศิ ปลองสวย. 2552. วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส. กรุงเทพฯ : บริษัท พฒั นาวชิ าการ (2535) จาํ กดั . พิมพค ร้ังท่ี 2.อดลุ ย กัลยาแกว . ม.ป.ป.. อุปกรณอิเลก็ ทรอนกิ สแ ละวงจร (อุปกรณอิเล็กทรอนกิ ส) . กรุงเทพฯ : สาํ นกั พิมพ ศนู ยส งเสรมิ อาชีวะ.________. 2556. อปุ กรณอเิ ล็กทรอนกิ สและวงจร. กรุงเทพฯ : สํานักพมิ พศูนยส ง เสรมิ อาชวี ะ.
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: