หม้อแปลงไฟกฟ้าแกนอากาศ เป็นหม้อแปลงที่ขดลวดทกุ ขดพันบนแกน หรือฐานรอง ทาํ มาจากวัสดทุ เ่ี ปน็ ฉนวน เช่นพลาสตกิ ไฟเบอร์ และ PVC
หม้อแปลงไฟกฟ้าแกนเฟอร์ไรท์ เป็นหมอ้ แปลงทีแ่ กนหรือฐานรองรบั เสน้ ลวดทําดว้ ย เฟอรไ์ รต์ ที่มีสว่ นผสมแตกตา่ งกนั
หมอ้ แปลงไฟกฟา้ แกนเหลก็ เปน็ หม้อแปลงท่แี กนหรอื ฐานรองรับเสน้ ลวดทําด้วย แผ่นเหลก็ บางเคลือบฉนวนวางซ้อนกนั มีผลให้เกิดค่าความ เหน่ียวนาํ ท่มี ากขนึ้ และชว่ ยลดการสญู เสยี เนื่องจากกระแส ไหลวน
ชนดิ ของหมอ้ แปลงไฟฟา้ แกนเหล็ก 1. หม้อแปลงเพ่มิ แรงดัน (Step Up Transformer) 2. หมอ้ แปลงลดแรงดนั (Step Down Transformer) 3. หม้อแปลงกําลัง (Power Transformer) 4. หมอ้ แปลงออโต้ (Auto Transformer) 5. หม้อแปลงเทอรอยด์ (Toroidal Transformer)
หม้อแปลงเพ่ิมแรงดนั ก(Step Up Transformer) เป็นหม้อแปลงไฟฟ้าทท่ี าํ หนา้ ทเ่ี พิ่มแรงดันไฟสลับ ทดี่ า้ นส่งออก เอาตพ์ ุต หรอื ขดทุตยิ ภมู มิ ีค่าแรงดันมากกว่าค่า แรงดันทปี่ อ้ นเขา้ มา
หม้อแปลงลดแรงดนั (Sกtep Down Transformer) เปน็ หมอ้ แปลงไฟฟา้ ที่ทําหนา้ ทล่ี ดแรงดันไฟสลบั ท่ี สง่ ออกทางขดทตุ ิยภูมิ มีคา่ แรงดนั นอ้ ยกวา่ ค่าแรงดันที่ป้อน เขา้ มา th.wikipedia.org
หม้อแปลงกาํ ลัง (Pกower Transformer) เปน็ หม้อแปลงไฟฟา้ ที่มลี ักษณะการพันขดลวดแบบ หลายขดรวมกนั อยใู่ นหม้อแปลงทางขดทตุ ิยภูมิ มที ั้งขดเพ่มิ แรงดันและขดลดแรงดัน
หมอ้ แปลงออโต้ (Auto Transformer) เปน็ หม้อแปลงไฟฟา้ ทมี่ ลี ักษณะการพันขดลวดทุกขด อยบู่ นแกนเดยี วกัน มีขดลวดพันออกมาใชง้ านเพยี งขดเดยี ว แยกชดุ จา่ ยแรงดันออกมามาตามคา่ ท่ตี อ้ งการเปน็ จดุ ๆ มีจุด ต่อร่วมจดุ เดยี วกัน จุดใดเป็นจุดจา่ ยแรงดนั เขา้ เรียกว่า ขดปฐมภมู ิ จดุ ใดเป็นจุดจ่ายแรงดันออก เรียกว่า ขดทุตยิ ภมู ิ
หมอ้ แปลงเทอรอยด์ (กToroidal Transformer) เปน็ หมอ้ แปลงไฟฟ้าแกนเหล็กแผ่นบางเคลือบฉนวน วางซอ้ นกันในรปู วงแหวน
การอา่ นคา่ ความเหนย่ี วนํา คา่ ความเหน่ยี วนํา มักแสดงโดยการพิมพค์ า่ ลงบน ตวั เหนย่ี วนํา แสดงเปน็ รหัสตัวเลข หรอื แสดงเปน็ แถบสีแบบ ตัวตา้ นทาน สว่ นคา่ ความผิดพลาดในกรณกี ารพิมพ์ค่าหรอื ใช้ รหัสตวั เลขนั้นจะมีการพิมพ์เป็นตวั อกั ษร ดังน้ี http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-04.html
กรณพี มิ พ์ค่าบนตัวเหนีย่ วนํา ถา้ ค่าความเหนยี่ วนาํ ไมเ่ กิน 100 uH จะใชต้ ัวเลข 3 ตวั และ ใช้ R แทนจดุ ทศนยิ มดงั นี้
กรณพี ิมพค์ ่าบนตัวเหนี่ยวนาํ ถ้าคา่ มากกวา่ 100 uH ขน้ึ ไป จะใช้ตัวเลข 4 ตวั โดยตัวท่ี 1-3 ใหอ้ า่ นคา่ ตามตัวเลขทพ่ี มิ พ์ สว่ นตัวท่ี 4 แสดงเลขยกกําลังหรอื ตัวเตมิ ศนู ย์ ดังตวั อย่าง
กรณีแสดงเปน็ รหัสตวั เลข จะใช้ตัวเลข 3 ตัวโดยตัวท่ี 1-2 ใหอ้ ่านคา่ ตามตวั เลขทพ่ี ิมพ์ ส่วนตัวท่ี 3 แสดงเลขยกกาํ ลังหรอื ตัวเตมิ ศนู ย์ ดงั ตัวอยา่ ง
กรณีแสดงเปน็ แถบสีแบบตวั ต้านทาน อาจจะมลี กั ษณะเป็นแถบ 3 สี แถบ 4 สี หรือแสดงเปน็ จดุ อ่านคา่ เปน็ หนว่ ย uH แตก่ ารอ่านคา่ ยงั มลี ักษณะ คล้ายกับ การอา่ นคา่ แถบสขี องตวั ต้านทาน
การตอ่ ตัวเหนี่ยวนํา หมายถงึ การนาํ เอาตัวตา้ นทานหลายๆ ตัว มาตอ่ เขา้ ดว้ ยกนั ซง่ึ สามารถแบง่ ออกได้ 3 แบบ คือ 1. การตอ่ ตวั ต้านทานแบบอนุกรม 2. การตอ่ ตวั ต้านทานแบบขนาน 3. การตอ่ ตวั ต้านทานแบบผสม http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-04.html
การตอ่ ตวั ตา้ นทานแบบอนกุ รม หมายถึง การนาํ เอาตวั ตา้ นทานหลายๆ ตวั มาต่อเขา้ ดว้ ยกนั โดยให้ปลายของความตา้ นทานตวั แรกต่อกบั ปลาย ด้านหน่งึ ของตวั ตา้ นทานตัวที่ 2 สว่ นปลายอีกดา้ นหนงึ่ ของ ตวั ตา้ นทานตัวที่ 2 จะตอ่ เขา้ กบั ปลายดา้ นหนงึ่ ของตัวตา้ นทาน ตัวที่ 3 และส่วนปลายอีกด้านหน่งึ ของตัวตา้ นทานตัวท่ี 3 จะตอ่ เขา้ กับปลายด้านหนึ่งของตวั ต้านทานตัวถดั ไป
R1 R2 R3 Rn RT RT = R1 + R2 + R3 +…….Rn เมื่อ RT คือ ความตา้ นทานรวมท้ังหมดภายในวงจร R1,2,3 คือ ความต้านทานภายในวงจร Rn คอื ความตา้ นทานตวั สุดทา้ ยภายในวงจร
ตวั อยา่ งที่ 1 จงหาคา่ ความตา้ นทานรวม R1= 50 R2= 20 R3= 15 R4= 25 RT = R1 + R2 + R3 + R4 = 50 + 20 + 15 + 25 = 110
ตวั อย่างท่ี 2 จงหาคา่ ความตา้ นทานรวม R1= 15 R2= 27 R3= 33 RT RT = R1 + R2 + R3 = 15 + 27 + 33 = 75
ตวั อย่างที่ 3 จงหาค่าความตา้ นทาน R2 R1= 47 R2= ? R3= 39 RT= 120 RT = R1 + R2 + R3 120 = 47 + R2 + 39 120 - 47 - 39 = R2 R2 = 34
การต่อตวั ต้านทานแบบขนาน หมายถึง การนําเอาตวั ตา้ นทานหลายๆ ตวั มาต่อกนั ให้อยใู่ นระหวา่ ง 2 จดุ โดยใหป้ ลายด้านหน่งึ ของตัวตา้ นทาน ทกุ ๆ ตัว มาต่อรวมกนั ที่จุดๆ หน่ึง และใหป้ ลายอีกดา้ นหน่งึ ของตัวต้านทานทกุ ๆ ตัว มาตอ่ รวมกันอีกที่จดุ ๆ หนงึ่
R1 R2 เมื่อ RT คือความต้านทานรวมท้ังหมดภายในวงจร R1,2,3 คอื ความตา้ นทานภายในวงจร R3 Rn คอื ความตา้ นทานตวั สดุ ท้ายภายในวงจร Rn RT RT
1. กรณตี ่อตวั ต้านทานขนานกนั 2 ตวั R1 R2 RT = R1 x R2 R1 + R2 เมือ่ RT คือ ความตา้ นทานรวมทงั้ หมดภายในวงจร R1,2 คือ ความต้านทานภายในวงจร RT
ตัวอยา่ งท่ี 4 จงหาค่าความต้านทานรวม R1= 15 R2= 12 RT
2. กรณตี ่อตัวตา้ นทานขนานกนั หลายตวั ค่าไม่ซ้ํากนั R1 R2 R3 1 1 1 1 1 Rn RT = R1 + R2 + R3 +….+ Rn RT
ตัวอยา่ งที่ 5 จงหาคา่ ความต้านทานรวม R1= 5 1 11 1 1 R2= 2 RT = R1 + R2 + R3 + R4 R3= 8 R4= 4 RT
ตัวอย่างท่ี 6 จงหาค่าความตา้ นทานรวม R1= 10 1 11 1 R2= 12 RT = R1 + R2 + R3 R3= 18 RT
3. กรณตี ่อตวั ต้านทานขนานกนั หลายตัวคา่ เหมอื นกนั R1 R2 R R3 n Rn เม่อื R คือ ความตา้ นทานในวงจร n คอื จาํ นวนตวั ตา้ นทานภายในวงจร RT
ตัวอย่างที่ 7 จงหาคา่ ความตา้ นทานรวม R1= 20 R2= 20 R 20 R3= 20 n= 4 R4= 20 = 5 RT
กาการรตต่อ่อตตัววั ตตา้ น้าทนาทนแาบนบแผบสมบผสม หมายถึง การนาํ เอาตัวต้านทานหลายๆ ตัว มาตอ่ กัน ในลักษณะอนุกรมและขนานผสมผสานกัน การต่อแบบผสม สามารถทําไดห้ ลายลักษณะ เช่น 1. อนกุ รม-ขนาน 2. ขนาน-อนกุ รม 3. อนุกรม-ขนาน-อนุกรม 4. ขนาน-อนกุ รม-ขนาน
ตวั อย่างท่ี 8 จงหาคา่ ความตา้ นทานรวม R1 = 22 k R2 = 18 k R3 = 50 k
ตวั อย่างที่ 9 จงหาคา่ ความต้านทานรวม R1 = 50 R2 = 33 R2 = 39 R3 = 47
การตรวจสอบตวั เหนีย่ วนาํ การตรวจสอบตัวเหนย่ี วนาํ วา่ มีสภาพดหี รอื ชํารดุ สามารถตรวจสอบได้โดยใชม้ ัลตมิ เิ ตอร์ตั้งย่านวัดโอห์ม แลว้ ใช้สายวดั ตอ่ กับขาของตัวเหนย่ี วนําท้ังสองดา้ น ผลท่เี กดิ ข้ึนมี 3 กรณี คือ 1. ด/ี ใช้งานได้ 2. ขาด 3. ช็อต http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-04.html
1. กรณีเข็มของมิเตอรเ์ บ่ียงเบนให้เห็นค่าความต้านทาน แสดงว่าเปน็ ตวั เหน่ยี วนําท่ดี ี สามารถนาํ ไปใชง้ านได้
2. กรณที ี่เข็มของมเิ ตอร์ไม่ขนึ้ หรืออยู่ในตาํ แหน่งของอินฟินิตี้ แสดงวา่ ตวั เหน่ียวนาํ ขาด
3. กรณีที่เข็มของมเิ ตอร์เบี่ยงเบนจนเข้าใกล้ 0 หรือเป็น 0 แสดงว่าตัวเหนี่ยวนําช็อต
การประยกุ ต์ใช้งานตวั เหนยี่ วนํา 1. ใช้ในการปอ้ งกันความถี่วิทยุเข้ามารบกวนแหล่งจา่ ยไฟฟ้า กระแสตรง ทเี่ รียกวา่ อาร์เอฟโชค้ (RF Choke : Radio Frequency Choke) ซึ่งหมายถงึ ตวั เหน่ยี วนาํ ทใ่ี ช้ปอ้ งกัน สัญญาณความถวี่ ิทยไุ ม่ใหผ้ ่านไป ในขณะเดยี วกันก็ปลอ่ ยให้ สญั ญาณกระแสตรง และสัญญาณความถีต่ ํ่าเช่นสัญญาณเสยี ง ผ่านไปได้ อารเ์ อฟโชค้ มรี ปู ร่างและชื่อเรยี กตา่ งๆ กนั http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/book-04.html
2. ใช้ในงานรับความถีว่ ิทยุในวทิ ยแุ บบ AM ในลกั ษณะของ คอยล์อากาศ (Antenna Coil) และคอยลอ์ อสซลิ เลเตอร์ (Oscillator Coil) 3. ทําเป็นขดลวดโซลินอยด์ สาํ หรบั โซลินอยดท์ ี่แรงดึงไม่มากนัก นิยมทาํ เป็นกลอนล็อกประตู ชูปา้ ยโฆษณาแบบเปล่ยี นข้อความได้ และใช้กบั กลไกของเล่นอเิ ล็กทรอนิกส์ต่างๆ เชน่ หุน่ ยนต์ รถเดก็ เล่น กลไกอนิ เตอรล์ ็อกของเคร่อื งหยอดเหรียญตา่ งๆ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192