๔๔ ¡ÒÃÃÒ§ҹμ¹àÁÍè× ¶¡Ù ÍÒŒ §à»š¹¾ÂÒ¹ การรายงานตนเม่ือถูกอางเปนพยาน หมายความถึงการที่ขาราชการตํารวจไดพบเห็น เหตุการณท่ีเกิดขึ้นแลวนํามาบอกเลาเรื่องราวตางๆ ท่ีไดดําเนินการไปหรือไดประสบพบเห็นมา เพ่ือนํามาเปนหลักฐานอางอิง หรือเปนหลักฐานประกอบคดีใหผูกระทําผิดไดรับโทษ เน่ืองจากเคย ปรากฏวาขาราชการตํารวจที่ถูกอางเปนพยานในคดีอาญาบางคนเบิกความเลอะเลือนแตกตางกับ ถอยคําของตนเองท่ีใหไวในช้ันสอบสวน หรือพยานท่ีรูเห็นเหตุการณมาดวยกันใหการคลาดเคล่ือน จากความเปนจริง กระทําใหเกิดความระแวงสงสัยในถอยคํานั้น เปนเหตุใหเสียความเที่ยงธรรม และบางทกี เ็ ปนผลใหตาํ รวจนัน่ เองตองมีโทษฐานแจง ความเท็จหรือเบกิ ความเทจ็ ได พฤตกิ ารณเ ชนน้ี ไมเปนท่ีพึงปรารถนาของทางราชการตํารวจ ใหพึงเขาใจวาการรักษาความสงบเรียบรอยน้ัน เปนหนาที่อันสําคัญของตํารวจใหพึงระลึกอยูเสมอวาตนมีหนาที่ในการนี้ย่ิงกวาบุคคลอื่นในการท่ีจะ ตองดูแลรักษาเหตุการณดวยความระมัดระวังใหเหมาะสมกับหนาที่เม่ือประสบเหตุการณที่เกิดขึ้น ตอ งพยายามสงั เกตและจดจาํ พฤตกิ ารณน นั้ ไวโ ดยละเอยี ดและดว ยความเทย่ี งธรรมเพอ่ื ประโยชนด งั วา นี้ จึงเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาที่จะตองอบรมผูใตบังคับบัญชาของตนใหเปนผูมีไหวพริบ รูจัก สงั เกตการณส งิ่ ทคี่ วรตอ งสงั เกตและจดจาํ อยา ใหเ ปน สงิ่ ทคี่ วรรคู วรเหน็ ตนเองมไิ ดส นใจสงั เกตหรอื จาํ ไว คร้ันถูกซักถามก็ใหถอยคําท่ีถูกตองไมไดบางคราวก็ใหการพอพนตัวเชนนี้เปนตน ไมควรจะใหมีอยู ในนิสัยของตํารวจเปนอันขาดเม่ือไมรูไมเห็นหรือจําไมไดก็ควรบอกไปตามตรงยังดีกวาบอกสงไปหรือ บอกเพอ่ื โออ วดหรือแสดงใหเ ห็นวา ตนรูเ หน็ เหตุการณถถ่ี วนตลอดในขอทีซ่ ักถาม ซึ่งไมเ ปน ความจรงิ อกี ประการหนง่ึ สงิ่ เฉพาะหนา ทค่ี วรรคู วรเหน็ แทๆ โดยมติ อ งใหค วามสงั เกตเปน พเิ ศษแตอ ยา งใด หรอื ไดรูเห็นมาแลวแตมิไดเอาใจใสที่จะสังเกตหรือจดจําไว คร้ันถึงเวลาใหถอยคําหรือเบิกความก็ไมรู ไมเ หน็ หรอื จาํ ไมไ ด ดงั นกี้ ไ็ มส มกบั หนา ทขี่ องตาํ รวจผรู กั ษาความสงบเรยี บรอ ยทดี่ ี ตาํ รวจตอ งพยายาม กระทําตนใหเปนผูมีไหวพริบทันตอเหตุการณ รูจักสังเกตในส่ิงท่ีควรสังเกต และจดจําไวเพื่อ ความเท่ียงธรรมในหนาท่ี เชิดชูเกียรติศักดิ์ของตํารวจใหเปนที่นิยมรักใครนับถือของประชาชนตอไป คดีบางเรื่องแมจะมีพยานตํารวจผูเดียวก็อาจถือเปนขอช้ีขาดไดโดยปราศจากขอสงสัย ฉะน้ัน ใหผบู ังคับบัญชาหมน่ั อบรมตํารวจในเรื่องน้ีและถือเปนความสาํ คัญสวนหนึง่ ในหนา ที่ของตาํ รวจดว ย ๑. คดีอาญาที่พนักงานอัยการอางตํารวจเปนพยาน ถาผูถูกอางเปนตํารวจ ชั้นประทวนหรือพลตํารวจใหเปนหนาท่ีของผูบังคับบัญชาผูทําการสอบสวนในคดีน้ันเรียกผูท่ีจะเปน พยานนั้นมาชี้แจงและทบทวนความจําของตนท่ีใหการไวในชั้นสอบสวน เพื่อปองกันการหลงลืม แตถ า ผถู กู อา งเปน พยานเปน ตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั รเปน หนา ทขี่ องนายตาํ รวจผถู กู อา งนน้ั จะตอ งเตรยี มตวั เปน พยานตามทบี่ นั ทกึ ไวใ นสาํ นวน แมส งสยั ประเดน็ ขอ ใดกใ็ หต ดิ ตอ พนกั งานอยั การผวู า คดใี นคดนี น้ั ๒. ถา จาํ เลยในคดที พี่ นกั งานอยั การฟอ งไดอ า งตาํ รวจคนใดเปน พยานจาํ เลยในคดอี าญา ก. คดีธรรมดา ใหตํารวจที่ถูกจําเลยอางรายงานชี้แจงขอความที่ตนรูเห็นตอ ผูบังคับบัญชาท่ีปกครองโดยตรงในท่ีน้ันทราบลวงหนาอยางนอย ๑ วัน ถาไมสามารถหรือไมมี
๔๕ เวลาพอท่ีจะรายงานใหทราบไดตามท่ีกําหนดนี้ก็ใหรายงานโดยเร็วที่สุดเทาท่ีสามารถจะทําได เมอื่ ผบู งั คบั บญั ชาโดยตรงรบั รายงานทราบกเ็ ปน พอ แตถ า ปรากฏวา เหตผุ ลทจ่ี ะเบกิ ความตามทจ่ี าํ เลย อางน้ันเกี่ยวกับระเบียบทางการของกรมตํารวจแลว ถาเปนตํารวจในกรุงเทพฯ ใหผูบังคับบัญชา เสนอไปจนถึงผกู ํากับการ หรือผบู ังคบั การ ข. คดีอุกฉกรรจ หรือคดีเก่ียวกับการเมือง หรือคดีสําคัญซึ่งจําเลยมีอิทธิพล ใหรายงานเหตุผลที่ตํารวจผูถูกอางเปนพยานรูเห็นเพียงใด จนถึงผูกํากับการหรือผูบังคับการดังกลาว ในทายวรรคกอน และใหเปนหนาท่ีของผูบังคับการหรือผูกํากับการพิจารณาเสนอผูบังคับบัญชา เหนือช้นั ทราบเปน เร่อื งๆ ไป ๓. คดีท่ีราษฎรฟองขาราชการตํารวจในคดีอาญา เนื่องจากการกระทําตามหนาที่ ถา ราษฎรอา งตาํ รวจเปน พยานใหต าํ รวจผทู จ่ี ะเปน พยานนน้ั รายงานขอ ความทต่ี นรเู หน็ ตอ ผบู งั คบั บญั ชา ของตนตามลําดับช้ัน ถาเปนตํารวจในกรุงเทพมหานครใหรายงานถึงผูบังคับการเวนแตหนวยใด มีผูบังคับบัญชาเพียงช้ันผูกํากับการก็ใหรายงานถึงผูกํากับการ และใหเปนหนาท่ีของผูกํากับการ หรอื ผบู ังคบั การพิจารณาวา การเปนพยานน้ันเก่ียวดว ยระเบียบแบบแผนหรือเกี่ยวถงึ ความเสอ่ื มเสีย แกสํานักงานตํารวจแหงชาติหรือไม แลวใหเสนอรายงานน้ันจนถึงสํานักงานตํารวจแหงชาติ โดยเฉพาะปรากฏวา พยานโจทกซ ง่ึ เปน นายตาํ รวจไดร บั หมายนดั ของศาลแลว ไมไ ปศาล และไมแ จง เหตุ ขดั ขอ งใหศ าลทราบ ทาํ ใหศ าลตอ งเลอื่ นการพจิ ารณาคดไี ปบอ ยๆ เปน เหตใุ หก ารพจิ ารณาคดขี องศาล ตองลาชาเสียหายแกราชการศาลและตัวคูความดวย เพราะคดีบางเร่ืองหากพยานไปศาลก็อาจ ทําใหการพิจารณาพิพากษาเสร็จไดในปน้ี แตเมื่อพยานสวนมากท่ีเปนนายตํารวจไมไปศาลตามนัด เชนน้ีจึงทําใหคดีของศาลตองคางการพิจารณาอันเปนเหตุใหคดีคางการพิจารณาของศาลอาญา คางปไปมากกวาท่ีควรจะเปน จึงใหนายตํารวจท่ีตองไปเปนพยานศาลไปตามกําหนดนัด ถาหากมี เหตุขดั ของ ขอใหแ จงใหศ าลทราบกอนวนั นัดพิจารณา เมื่อขาราชการตํารวจไดรับหมายศาลนัดใหไปเบิกความเปนพยานในคดีอาญาตองไป ตามกาํ หนดนดั หากมเี หตขุ ดั ขอ งตดิ ราชการ หรอื เจบ็ ปว ยอยา งรา ยแรงใหร บี แจง ใหผ บู งั คบั บญั ชาทราบ ทันที เม่ือผูบังคับบัญชาพิจารณาเหตุขัดของน้ันจะเปนการสมควรหรือไม หากเห็นวาไมสมควรก็ให แจงใหผูรับหมายไปศาลตามกําหนด ถาเห็นวาเหตุขัดของนั้นจําเปนและสมควรก็ใหรับรองและแจง ไปยังพนักงานอัยการหรือศาลแลวแตกรณีและตองแจงไปใหทราบกอนวันนัดพิจารณาของศาล หรือโดยดว นท่สี ดุ เทาทีจ่ ะดวนได μÇÑ ÍÂÒ‹ § ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨ¨ºÑ ¡ÁØ ÍÒÇØ¸»„¹ การทตี่ าํ รวจจะเปน พยานในคดตี า งๆ คอื การทเี่ ราไดร ว มกระทาํ การหรอื ปฏบิ ตั งิ านนนั้ ๆ และพนักงานสอบสวนไดสอบปากคําไวเปนพยานในคดี อาทิเชน เมื่อจับกุมจะตองนําตัวผูตองหา พรอมของกลาง สงใหพนักงานสอบสวนดําเนินคดี พนักงานสอบสวนไดรับตัวผูตองหาและ ของกลางไวแลว ก็ทําการสอบสวนผูตองหา และพยานจบั กุมแลว สรปุ สาํ นวนสงฟองศาล ตอ มาศาล
๔๖ จะมีหมายเรียกมายัง พยานผูทําการจับกุมและผูกลาวหาใหไปใหการท่ีศาล พยานจะตองเซ็นรับ หมายศาล และไปใหการตามวันเวลาท่ีระบุในหมายศาลใหตรง หากวาไมไปใหการโดยไมมีเหตุ จาํ เปน อาจจะถกู ศาลออกหมายจบั ไดใ นขอ หาขดั หมายศาล จงึ จาํ เปน จะตอ งจาํ วนั ทศ่ี าลนดั ใหแ มน ยาํ กอนถึงวันที่ศาลนัด ผูที่ถูกอางเปนพยานก็สามารถขอดูคําใหการที่ใหตอพนักงาน สอบสวนในชั้นสอบสวนได หรือผูบังคับบัญชาจะชี้แจงใหทองจําใหแมนยําวาไดใหการในช้ัน สอบสวนอยางไร เม่ือถึงวันนัดใหไปที่ศาลกอนเวลานัดหมายอาจจะไปถามเสมียนศาลวา คดีที่เรา เปนพยานน้ีใครเปนอัยการโจทก แลวขอดูคําใหการในสํานวนอีกทีก็ได เม่ือถึงเวลาขึ้นศาลจะมี เสมียนศาลบอกใหเราเขาไปในหอง ซ่ึงเรียกวาบัลลังกศาลเม่ือไปถึงและศาลมาถึงท่ีแทนบัลลังก ใหทําความเคารพศาล การไปศาลจะตองแตงเคร่ืองแบบใหเรียบรอย และหามพกอาวุธปนเขาไป ในศาลเดด็ ขาด จากน้นั จะมีขน้ั ตอนดงั นี้ ¢éѹμ͹·èÕ ñ เมื่อศาลเรียกเราแลว ตองไปยืนบนแทนที่เขาจัดไว แลวจะมีเสมียนศาล นาํ กลาวสาบานตนกอนจะใหก าร โดยใหเ รากลาวตาม ¢éѹμ͹·Õè ò ศาลจะมกี ารถามชือ่ นามสกลุ ยศ ตําแหนง ทอี่ ยู สงั กดั และหนา ที่ เชน ศาล - พยานมชี อื่ และนามสกุลอะไร มีอาชีพอะไร อยูท่ไี หน ยศอะไร ตาํ แหนง และสังกดั ไหนมหี นาทอ่ี ะไร พยาน - จะตองตอบตามท่ีศาลถาม ¢¹Ñé μ͹·èÕ ó ศาลจะใหพนักงานอยั การโจทกเ ปนผูสอบถามพยาน ซ่งึ พนักงานอยั การ จะสอบถามรายละเอียดในการจับกมุ และการแจงขอ หาตลอดจนคาํ ใหก ารของผูตองหา เชน อัยการโจทก “เมื่อวันท่ีเทาใด พยานจับกุมผูตองหาในขอหาอะไร มีของกลางอะไรบาง เหตุการณเปนอยางใด ผูตองหาใหการรับสารภาพหรือปฏิเสธขอกลาวหา และพยานเคยมีสาเหตุ โกรธเคอื งหรอื รจู กั กบั ผูตอ งหามากอนหรือไม” พยาน “เม่อื วนั ท่ี ๘ มกราคม ๒๕๓๙ เวลา ๑๙.๓๐ น. ขณะทขี่ า พเจาออกตรวจรักษา ความสงบเรียบรอยท่ีบริเวณสถานีขนสงสายเหนือไดพบผูตองหามีอาการเปนพิรุธและสังเกตเห็นมี วตั ถเุ หนบ็ อยทู เี่ อวขวาดา นหลงั คลา ยดา มปน จงึ ไดเ รยี กใหห ยดุ และเดนิ เขา ไปขอทาํ การตรวจคน ปรากฏวา พบอาวธุ ปน พกสน้ั ลูกซองเบอร ๑๒ พรอ มกระสุนในรงั เพลงิ จํานวน ๑ นัด ตรวจสอบและสอบถาม ปรากฏวาเปนปนไมมีทะเบียนและไมมีใบอนุญาตใหพกพาอาวุธปนแตอยางใด จึงไดแจงขอหาให ทราบวา มีอาวุธปนและเครื่องกระสุนปนไวในครอบครองโดยมิไดรับอนุญาตและพกพาอาวุธปน เครอื่ งกระสนุ ปน ไปในทสี่ าธารณะโดยไมม เี หตอุ นั สมควร ผตู อ งหาใหก ารรบั สารภาพตลอดขอ กลา วหา จงึ ไดบ นั ทกึ การจบั กมุ แลว ไดน าํ ตวั ผตู อ งหาพรอ มของกลางสง มอบใหพ นกั งานสอบสวนดาํ เนนิ คดตี อ ไป ขา พเจา ไมเคยมีสาเหตุโกรธเคืองหรอื รูจ ักกบั ผตู องหามากอ นแตอยา งใด”
๔๗ อัยการโจทก - บันทกึ การจับกมุ นพี้ ยานเขยี นและเซน็ ช่ือไวใ ชห รอื ไม พยาน - ใช ¢¹Ñé μ͹·èÕ ô ทนายจาํ เลยก็จะถามพยานและพยานตอ งตอบทนายจําเลยดว ย ¢Ñé¹μ͹·èÕ õ เมื่อศาลไดจดบันทึกคําใหการแตตนมาแลวอานใหฟงแลวถามวาถูกตอง หรือไม่ ถาหากวาถูกตองพยานกต็ อบวาถูกตอง ถาไมถ กู ตองก็ขอคา น และใหการไปใหม ¢é¹Ñ μ͹·Õè ö ศาลจะใหลงชื่อในคําจดบันทึกท่ีศาลจด เปนอันวาเสร็จจากการใหการ เปนพยานศาล แลวก็ทําความเคารพศาลเปน อันเสร็จส้ินกเ็ ดนิ ออกจากบลั ลังกได ¡ÒÃÃÒ§ҹμ¹àÁ×èÍä´ÃŒ ºÑ คาํ Êè§Ñ áμ‹§μé§Ñ ÂÒŒ ÂÊѧ¡Ñ´ การรายงานตนเม่อื ไดร ับคําสง่ั แตงต้ัง ยายสังกดั ใหปฏบิ ตั ติ ามหนังสอื ของ ตร.ท่ี ๐๐๐๔/ ว ๐๗๓ ลงวันท่ี ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ดังนี้ ๑. การเดนิ ทางไปรับตาํ แหนง ใหมเมอ่ื มคี ําสงั่ แตงต้ังใหป ฏิบตั ิ ดงั นี้ ๑.๑ ใหหัวหนาหนวยแจกจายคําส่ังลงไปตามลําดับชั้นจนถึงผูบังคับบัญชาชั้นตน ของขา ราชการตาํ รวจทไ่ี ดร บั การแตง ตง้ั โดยดว นทสี่ ดุ ทง้ั น้ี ตอ งกอ นวนั ทม่ี ผี ลตามทรี่ ะบใุ นคาํ สง่ั แตง ตงั้ ๑.๒ ใหผูบ ังคับบญั ชาชัน้ ตนระดบั แผนก สถานีตาํ รวจ กองกาํ กับการ ตํารวจภูธร จงั หวดั กองบงั คบั การ หรือกองบัญชาการหรอื เทยี บเทา แลว แตก รณี เรียกตัวผทู ่ีไดรบั การแตงตงั้ มา ลงลายมือช่ือรับทราบคําสั่งโดยดวน แลวใหรีบสงตัวผูนั้นเดินทางไปรับตําแหนงใหมถึงผูบังคับบัญชา ชัน้ ตนทางตําแหนงใหมภ ายในกาํ หนด ๕ วนั นบั แตว นั ทล่ี งลายมือช่อื รับทราบคําส่ัง แตท้งั นี้ตอ งไม กอนวันที่คําสั่งแตงตั้งมีผลบังคับใช หากผูออกคําสั่งแตงตั้งเห็นวาจําเปนตองใหขาราชการตํารวจผูใด พนจากตําแหนงเดิมโดยเรงดวนเพ่ือประโยชนของทางราชการ จะส่ังใหเดินทางไปรับตําแหนงใหม เร็วกวากําหนดระยะเวลาดังกลาวขางตนหรือในวันท่ีออกคําส่ังแตงตั้งก็ได แตจะตองแจงคําสั่งให ขาราชการตํารวจผูน้ันทราบทันที ภายในกําหนดระยะเวลาท่ีมีผลตามท่ีระบุในคําส่ังแตงตั้ง โดยหนงั สอื สง ตวั เดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนง ใหมใ หป รากฏรายละเอยี ดทเี่ ปน ประโยชนแ กส งั กดั ใหมด ว ย เชน คณุ วุฒิ อัตราเงนิ เดอื น อายตุ วั อายุราชการ หมายเลขสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห หนส้ี นิ ทค่ี า งชาํ ระ กบั ทางราชการ การอยรู ะหวา งตอ งหาหรอื ถกู ฟอ งคดีอาญา หรือการดาํ เนินการทางวินัย เปน ตน ๑.๓ หากผูท่ีไดรับการแตงตั้งไมสามารถท่ีจะเดินทางไปรับตําแหนงใหมไดภายใน กาํ หนดตามขอ ๑.๒ ใหด ําเนินการดงั น้ี ๑.๓.๑ การแตงต้ังขาราชการตํารวจระดับผูบังคับการหรือตําแหนง เทยี บเทาขึน้ ไปใหรายงานเหตุขดั ของตอ ผูบังคับบญั ชาตามลําดบั ชั้นจนถงึ ผบู ัญชาการตาํ รวจแหงชาติ เพื่อพจิ ารณาอนุมัติหรือไมอ นุมตั ิ
๔๘ ๑.๓.๒ การแตงตั้งขาราชการตํารวจระดับอ่ืนนอกจากขอ ๑.๓.๑ ให รายงานเหตุขอขัดของตอผูบังคับบัญชาตามลําดับช้ันจนถึงผูออกคําสั่งแตงต้ังเพื่อพิจารณาอนุมัติ หรือไมอนุมัติ ท้ังน้ี หามมิใหผูบังคับบัญชาอ่ืน นอกจากผูออกคําสั่งแตงต้ังพิจารณาอนุมัติหรือไม อนมุ ัติเปนอนั ขาด ๒. การรายงานตัวเม่ือไดรับคําสั่งแตงต้ัง เม่ือลงลายมือชื่อรับทราบคําส่ังแตงต้ังแลว ใหปฏิบตั ิ ดังน้ี ๒.๑ ใหรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรตอผูบังคับบัญชาที่ดํารงตําแหนงหัวหนา หนวยเหนือตนขึ้นไปหน่ึงระดับ โดยการรายงานตัวนี้ใหปรากฏคําสั่ง วัน เดือน ปที่ถูกแตงตั้ง ใหไป รับตําแหนง ณ ท่ีใด จะออกเดินทางในวัน เดือน ป ใด มีกําหนดภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับแตวันที่ ลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่งและเมื่อเดินทางไปถึงสังกัดใหมแลวใหรายงานเปนลายลักษณอักษรตอ ผูบังคับบัญชาท่ีดํารงตําแหนงหัวหนาหนวยเหนือตนขึ้นไปหนึ่งระดับทางหนวยสังกัดใหม โดยปรากฏรายละเอียดดังกลาวขางตนและใหบ อกวัน เดือน ป ทีไ่ ปถงึ มีกาํ หนดภายใน ๒๔ ชวั่ โมง นบั แตเวลา เดินทางไปถึง ณ ท่รี บั ตาํ แหนงใหม ๒.๒ นอกจากการรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรแลว ใหรายงานตัวดวยวาจา ตอผูบงั คับบญั ชาเชน เดยี วกบั ขอ ๒.๑ สําหรับหนวยงานซ่ึงมที ี่ตั้งนอกกรงุ เทพมหานคร ใหรายงานตวั ตอหัวหนาฝายปกครองทองถิ่นในระดับ กิ่งอําเภอ หรือ อําเภอ และจังหวัด โดยใหรายงานตัว ในโอกาสแรกท่เี ดินทางไปถงึ ณ ท่ีรบั ตาํ แหนงใหม ๓. สําหรับการเดินทางไปปฏิบัติหนาที่ทางสังกัดใหมของขาราชการตํารวจที่ถูกส่ังให สํารองราชการหรือประจําสวนราชการ ใหถือปฏิบัตติ ามขอ ๑ และ ๒ โดยอนุโลม
๔๙ แบบฟอรมรายงานการเดินทางเมอื่ ไดร ับคาํ สง่ั แตง ตั้งยายสงั กดั (เดมิ ) º¹Ñ ·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ สว นราชการ...................(สถานที่ที่สงั กัดอย)ู วนั ที่...........เดือน......................พ.ศ. ......... ท.่ี ........... เร่ือง รายงานการเดนิ ทางไปปฏบิ ัตหิ นา ทรี่ าชการทางสังกัดใหม เรียน ....................(ผูบ งั คบั บัญชาช้นั ตน) ตามคาํ ส่งั .......(ตร. หรอื บช.) ท.่ี ........../(ท่เี ทา ใด/พ.ศ.อะไร) ลง...........(วัน เดือน ป ของ คาํ สง่ั ) แตง ตง้ั กระผม.....................(ยศชอื่ ชอ่ื สกลุ )..................(ตาํ แหนง ) จาก................(สว นราชการ ทส่ี งั กดั เดิม) ใหไปดํารงตาํ แหนง...................(ณ สวนราชการสงั กัดใหม) โดยใหโ อนอตั รเงนิ เดือนเดมิ ไปรบั ทางสงั กดั ใหม ตงั้ แตวันท.่ี ................ตามความละเอียดแจงอยูแลวนัน้ กระผมไดเ ซน็ ทราบคาํ สงั่ ดงั กลาวแลว (ไมต อ งอางคาํ สง่ั อีก) แตว นั ที่ (วนั เดอื น ป) และ ขอออกเดนิ ทางไปปฏบิ ตั ิหนาทร่ี าชการทางสงั กดั ใหมวันที.่ ..............(วัน เดอื น ป) จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบ (ลงชอื่ ).............................(ลายเซ็น ยศชือ่ ช่อื สกุล) (............................)(ชื่อ ชอื่ สกลุ ตัวบรรจง) ตาํ แหนง..........................
๕๐ ตวั อยางคาํ สัง่ แตงตั้งโยกยา ย ส.ต.ต.สมัคร นักรบ ผบ.หมู กก. ๓ อศ. ไดรับคําส่ังแตงตั้งจาก บช.ศ. ท่ี ๑๑/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๓ เม.ย. ๒๕๕๑ ใหไปดํารงตําแหนง ผบ.หมู ผ.วิชาการ ศฝร.ภ.๒ (ชลบุรี) ท้ังนี้ ต้ังแตวันที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๑ เปนตนไป และ ส.ต.ต.สมัคร นักรบฯ เซ็นทราบคําส่ังตั้งแตวันท่ี ๕ พ.ค. ๒๕๕๑ และประสงคจะเดินทางในวันท่ี ๙ พ.ค. ๒๕๕๑ ในคําส่ังดังกลาวใหโอนอัตรา เงินเดือนไปจาย-รบั ณ สงั กัดใหม ต้ังแตว ันท่ี ๑ ม.ิ ย. ๒๕๕๑ ºÑ¹·Ö¡¢ŒÍ¤ÇÒÁ สว นราชการ กก. ๓ อศ. ท่.ี ........... วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เรอื่ ง รายงานการเดินทางไปปฏิบัติหนา ที่ราชการทางสงั กดั ใหม เรยี น สารวัตร แผนกวิชาทว่ั ไป กก. ๓ อศ. ตามคําสัง่ บช.ศ. ท่ี ๑๑/๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๒๓ เม.ย. ๒๕๕๑ แตง ตั้งกระผม ส.ต.ต.นักรบ อาวุธ ผบ.หมู ผ.วิชาท่ัวไป กก. ๓ อศ. ไปดํารงตําแหนง ผบ.หมู ผ.วิชาการ ศฝร.ภ. ๒ (ชลบุรี) โดยใหโอนอัตราเงินเดือนเดิมไปรับทางสังกัดใหมตั้งแตวันท่ี ๑ มิ.ย. ๒๕๕๑ ตามความละเอียดแจง อยูแ ลว น้นั กระผมไดเซ็นทราบคําส่ังดังกลาวแลวแตวันท่ี ๕ พ.ค. ๒๕๕๑ และขอออกเดินทางไป ปฏิบัติหนาทร่ี าชการทางสงั กดั ใหมว ันที่ ๙ พ.ค. ๒๕๕๑ จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ ส.ต.ต. นักรบ อาวุธ (นักรบ อาวุธ) ผบ.หมู ผ. วชิ าทัว่ ไป กก.๓ อศ.
๕๑ แบบฟอรมการเขียนรายงานทางสงั กดั ใหม º¹Ñ ·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ สวนราชการ................... วนั ท.ี่ ................................... ท.่ี .................................. เร่อื ง รายงานการเดินทางมารบั ตําแหนง หนาท่ีราชการทางสังกดั ใหม เรียน ............................................ ตามคาํ สงั่ ..........ท.ี่ ..../........ลง........แตง ตงั้ กระผม.................จาก................................. มาดํารงตําแหนง..................................................โดยใหโอนอัตราเงินเดือนไปรับทางสังกัดใหม ตงั้ แต............................................ดงั ความละเอยี ดแจง แลว น้นั กระผมไดเ ดนิ ทางมารบั ตาํ แหนง ใหม ณ ....................(สงั กดั ใหม) แลว ตง้ั แต. ................... (วนั เดือน ป ทรี่ ายงานตวั ปฏบิ ตั ิหนาท)ี่ และพรอ มท่จี ะปฏบิ ตั ิหนาท่ีราชการตัง้ แตบ ดั นี้เปนตน ไป จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ (ลงชอ่ื ).............................(ลายเซน็ ยศช่ือ ชือ่ สกลุ ) (............................)(ชื่อ ชือ่ สกุล ตวั บรรจง) ตําแหนง..........................
๕๒ ẺÃÒ§ҹμÇÑ ´ŒÇÂÇÒ¨Ò (ใหใชคาํ เตม็ ทง้ั หมด) ตามคาํ สง่ั ท.ี่ ........./...........ลง..............แตง ตง้ั ใหก ระผม................ตาํ แหนง .................... ไปดาํ รงตาํ แหนง.........................บดั น้ีกระผมพรอมทีจ่ ะเดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนง ใหมแลว ครับ ตามตัวอยางขางตนเขียนไดด งั นี้ รายงานผบู งั คบั บญั ชาสงั กดั เดมิ ใหร ายงานเสยี งดงั ฟง ชดั เจน ซง่ึ มใิ ชต ะโกน อกั ขระชดั เจน ถูกตองมีวรรคตอน ตามคําสง่ั กองบญั ชาการตํารวจภธู รภาค ๔ ท่ี ๑๐๐/๒๕๖๒ ลง ๑ ต.ค. ๒๕๖๒ แตงตง้ั ใหก ระผม สบิ ตํารวจเอก พทิ กั ษ สนั ตริ าษฎร ผบู ังคบั หมูปอ งกนั ปราบปราม สถานตี ํารวจภูธรอาํ เภอ เมอื งขอนแกน ไปดาํ รงตาํ แหนง ผบู งั คบั หมปู อ งกนั ปราบปราม สถานตี าํ รวจภธู รอาํ เภอเมอื งเลย บดั น้ี กระผมพรอมที่จะเดนิ ทางไปรบั ตําแหนงใหมแลวครับ ๑๐๐/๒๕๖๒ รายงานวา หน่งึ รอ ยทบั สองพนั หา รอ ยหกสิบสอง ÃÒ§ҹ¼ºÙŒ §Ñ ¤ºÑ ºÞÑ ªÒÊѧ¡Ñ´ãËÁ‹ ใหร ายงานดงั น้ี ตามคาํ สงั่ กองบัญชาการตาํ รวจภธู รภาค ๔ ที่ หนึ่งรอ ยทบั สองพันหา รอยหกสิบสอง ลง หนง่ึ ตลุ าคมสองพนั หา รอ ยหกสบิ สอง ใหก ระผม สบิ ตาํ รวจเอก พทิ กั ษ สนั ตริ าษฎร ผบู งั คบั หมปู อ งกนั ปราบปราม สถานีตํารวจภูธรอําเภอเมืองขอนแกน มาดํารงตําแหนง ผูบังคับหมูปองกันปราบปราม สถานตี ํารวจภูธรอาํ เภอเมืองเลย บดั น้ีกระผมพรอมที่จะปฏบิ ัติหนาทแี่ ลว ครบั หากเปน สภ.ซึ่งมิใช สภ.เมือง แลวจะตองรายงานวาเปนจังหวัดใดใหผูบังคับบัญชา ทราบดวย เนือ่ งจากบางอาํ เภอไมค นุ เคย ผบู ังคับบญั ชาอาจไมทราบวาอยใู นเขตจังหวัดใด
๕๓ ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡Òà ตร. º¹Ñ ·Ö¡¢ÍŒ ¤ÇÒÁ โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๔๕๓ ·Õè ๐๐๐๔.๒๕/ว ๐๗๓ Ç¹Ñ ·Õè ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ àÃÍ×è § แนวทางปฏบิ ัติในการเดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนงใหมแ ละการรายงานตวั ผบช.หรือผดู ํารงตาํ แหนงเทยี บเทา ผบก.ทส่ี งั กดั สง.ผบ.ตร. หรอื ผูดาํ รงตาํ แหนงเทียบเทา ดวย ตร.มีนโยบายที่จะปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการเดินทางไปรับตําแหนงใหม และการรายงานตัวเม่ือไดรับคําสั่งแตงตั้งของขาราชการตํารวจ เพ่ือใหเกิดความกระชับและมีผูไป ปฏิบัติงานในตําแหนงตางๆ หลังไดรับคําสั่งแตงตั้งอยางตอเนื่อง จึงกําหนดแนวทางปฏิบัติในการ เดนิ ทางไปรับตําแหนง ใหมแ ละการรายงานตวั เมื่อไดรับคาํ สง่ั แตงตั้งของขาราชการตํารวจ ดงั น้ี ๑. การเดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนงใหมเ ม่อื มีคาํ สง่ั แตง ตง้ั ใหป ฏบิ ัติ ดังนี้ ๑.๑ ใหหัวหนาหนวยแจกจายคําสั่งลงไปตามลําดับชั้นจนถึงผูบังคับบัญชาช้ันตน ของขา ราชการตาํ รวจทไี่ ดร บั การแตง ตงั้ โดยดว นทสี่ ดุ ทงั้ น้ี ตอ งกอ นวนั ทมี่ ผี ลตามทร่ี ะบใุ นคาํ สง่ั แตง ตงั้ ๑.๒ ใหผ ูบงั คับบญั ชาช้ันตน ระดบั แผนก สถานตี ํารวจ กองกาํ กบั การ ตํารวจภูธร จังหวัด กองบังคับการ หรือกองบญั ชาการหรือเทยี บเทา แลว แตกรณี เรียกตัวผูท ่ไี ดรับการแตง ตงั้ มา ลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่งโดยดวน แลวใหรีบสงตัวผูนั้นเดินทางไปรับตําแหนงใหมถึงผูบังคับบัญชา ชนั้ ตนทางตําแหนง ใหมภ ายในกาํ หนด ๕ วนั นบั แตว ันทีล่ งลายมือช่อื รบั ทราบคําส่ัง แตทง้ั นี้ตองไม กอนวันที่คําส่ังแตงต้ังมีผลบังคับใช หากผูออกคําส่ังแตงตั้งเห็นวาจําเปนตองใหขา ราชการตํารวจผูใด พนจากตําแหนงเดิมโดยเรงดวนเพ่ือประโยชนของทางราชการ จะสั่งใหเดินทางไปรับตําแหนงใหม เร็วกวากําหนดระยะเวลาดังกลาวขางตนหรือในวันที่ออกคําสั่งแตงตั้งก็ได แตจะตองแจงคําสั่งให ขาราชการตํารวจผูนั้นทราบทันที ภายในกําหนดระยะเวลาท่ีมีผลตามที่ระบุในคําสั่งแตงต้ัง โดยหนังสือสงตัวเดินทางไปรับตําแหนงใหมใหปรากฏรายละเอียดท่ีเปนประโยชนแกสังกัดใหมดวย เชน คณุ วฒุ ิ อตั ราเงนิ เดอื น อายตุ วั อายรุ าชการ หมายเลขสมาชกิ ฌาปนกจิ สงเคราะห หนส้ี นิ ทคี่ า งชาํ ระ กับทางราชการ การอยรู ะหวางตอ งหาหรือถกู ฟองคดีอาญา หรอื การดําเนนิ การทางวนิ ัย เปน ตน ๑.๓ หากผูท่ีไดรับการแตงตั้งไมสามารถท่ีจะเดินทางไปรับตําแหนงใหมได ภายในกําหนดตามขอ ๑.๒ ใหด าํ เนินการดังน้ี ๑.๓.๑ การแตง ตงั้ ขา ราชการตาํ รวจระดบั ผบู งั คบั การหรอื ตาํ แหนง เทยี บเทา ขึ้นไป ใหรายงานเหตุขัดของตอผูบังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ เพอ่ื พิจารณาอนุมัติหรือไมอ นมุ ตั ิ
๕๔ ๑.๓.๒ การแตง ตง้ั ขา ราชการตาํ รวจระดบั อน่ื นอกจากขอ ๑.๓.๑ ใหร ายงาน เหตขุ อ ขดั ขอ งตอ ผบู งั คบั บญั ชาตามลาํ ดบั ชน้ั จนถงึ ผอู อกคาํ สงั่ แตง ตง้ั เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ตั หิ รอื ไมอ นมุ ตั ิ ทัง้ น้ี หามมิใหผบู ังคับบญั ชาอนื่ นอกจากผอู อกคําสั่งแตง ตง้ั พจิ ารณาอนุมตั หิ รอื ไมอนุมัตเิ ปน อันขาด ๒. การรายงานตัวเม่ือไดรับคําส่ังแตงต้ัง เมื่อลงลายมือชื่อรับทราบคําส่ังแตงตั้ง แลว ใหปฏิบตั ิ ดงั นี้ ๒.๑ ใหรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรตอผูบังคับบัญชาที่ดํารงตําแหนงหัวหนา หนวยเหนือตนขึ้นไปหนึ่งระดับ โดยการรายงานตัวน้ีใหปรากฏคําสั่ง วัน เดือน ปที่ถูกแตงต้ัง ใหไป รับตําแหนง ณ ท่ีใด จะออกเดินทางในวัน เดือน ป ใด มีกําหนดภายใน ๔๘ ช่ัวโมง นับแตวันที่ ลงลายมือช่ือรับทราบคําส่ังและเมื่อเดินทางไปถึงสังกัดใหมแลวใหรายงานเปนลายลักษณอักษรตอ ผบู ังคับบญั ชาท่ีดํารงตําแหนง หัวหนาหนวยเหนอื ตนขนึ้ ไปหน่ึงระดบั ทางหนวยสงั กดั ใหม โดยปรากฏ รายละเอียดดังกลา วขา งตน และใหบ อกวัน เดอื น ป ท่ไี ปถึง มกี ําหนดภายใน ๒๔ ช่วั โมง นบั แตเ วลา เดินทางไปถงึ ณ ที่รบั ตาํ แหนง ใหม ๒.๒ นอกจากการรายงานตวั เปนลายลักษณอกั ษรแลว ใหรายงานตัวดวยวาจาตอ ผูบังคับบัญชาเชนเดียวกับขอ ๒.๑ สําหรับหนวยงานซึ่งมีท่ีตั้งนอกกรุงเทพมหานคร ใหรายงานตัว ตอหัวหนาฝายปกครองทองถ่ินในระดับ ก่ิงอําเภอ หรือ อําเภอ และจังหวัด โดยใหรายงานตัว ในโอกาสแรกที่เดนิ ทางไปถึง ณ ทรี่ ับตําแหนงใหม ๓. สําหรับการเดินทางไปปฏิบัติหนาท่ีทางสังกัดใหมของขาราชการตํารวจท่ีถูกส่ังให สาํ รองราชการหรือประจําสวนราชการ ใหถ อื ปฏิบตั ติ ามขอ ๑ และ ๒ โดยอนุโลม จึงแจง มาเพอ่ื ทราบและถือปฏบิ ัตติ อ ไป พล.ต.อ. (เสรพี ศิ ทุ ธ เตมียาเวส) รรท.ผบ.ตร.
๕๕ º··Õè ÷ ¡ÒÃÃÒ§ҹ¡ÒÃÊº× Êǹ ¡ÒÃμÃǨ¤Œ¹-¨Ñº¡ØÁ ËÅѡࡳ±· ÇèÑ ä»¢Í§¡ÒÃÊº× Êǹ “บนั ทกึ ” หมายถงึ ขอ ความทจี่ ดยอ ๆ ไวเ พอ่ื ชว ยเตอื นความทรงจาํ หรอื เพอ่ื เปน หลกั ฐาน “การ” หมายถึง กิจ งาน ธรุ ะ หนา ที่ “สบื สวน” หมายถึง เสาะหา ทบทวนไปมา “รายงาน” หมายถึง คาํ บอกเลา เรอ่ื งราวท่ีไดไปปฏิบตั มิ า ไปรู หรือไปเหน็ มา “สอบสวน” หมายถงึ ไลเ ลยี ง หรือไตรต รองเพอื่ เอาความผิดจริง ¡ÒÃÊ׺Êǹ¤Çº¤Ù‹¡Ñº¡ÒÃÊͺÊǹàÊÁÍ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๑๐) “การสืบสวน” หมายถึง การแสวงหาขอเท็จจริง และหลักฐานซึ่งเจาพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไดปฏิบัติไปตามอํานาจ และหนาท่ีเพอ่ื รักษาความสงบเรยี บรอ ยของประชาชนและเพื่อทจี่ ะทราบรายละเอียดแหงความผิด คําวา “การสอบสวน” ตามมาตรา ๒(๑๑) แหงกฎหมายเดียวกัน หมายความถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการดําเนินการท้ังหลายอื่นตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายนี้ ซง่ึ พนกั งานสอบสวนไดท าํ ไปเกยี่ วกบั ความผดิ ทก่ี ลา วหา เพอ่ื ทจ่ี ะทราบขอ เทจ็ จรงิ หรอื พสิ จู นค วามผดิ และเพื่อจะเอาตัวผกู ระทําผดิ มาฟองลงโทษ รายงานการสืบสวนก็คือ การที่ผูสืบสวนไดรายงานเหตุการณที่ตนออกไปสืบสวน ใหผบู งั คับบญั ชาทราบ ในรายงานการสบื สวนใหไดความวา ใคร อะไร ท่ไี หน เมอื่ ใด ทําไม อยา งไร แตใ นทางปฏบิ ตั แิ ลว ผสู บื สวนจะแจง เสนอผบู งั คบั บญั ชาในตอนทา ยของบนั ทกึ การสบื สวนและพรอ มกบั มีความเห็นวาควรจะปฏิบัติอยางไร ตอไป เชน เสนอวาควรตรวจคนบานผูตองสงสัยตามทาง สืบสวนวา ผูตองหาในคดปี ลนทรัพยจ ะมาพักอาศยั อยู เปน ตน ÃٻẺ¢Í§¡ÒÃÃÒ§ҹ¡ÒÃÊ׺Êǹ สํานักงานตํารวจแหงชาติไดมีการกําหนดหนาท่ีการงานและหลักเกณฑในการปฏิบัติ ในสถานีตํารวจ เพ่ือใหรูปแบบวิธีการปฏิบัติงานและอัตรากําลังขาราชการมีความเหมาะสมกับ ปริมาณและคุณภาพของงานโดยมีวัตถุประสงคใหการปฏิบัติหนาท่ีของขาราชการตํารวจเปนไป อยางมปี ระสทิ ธิภาพยิ่งขึน้ สาํ หรบั สถานตี าํ รวจนครบาลและสถานตี าํ รวจภธู รไดม กี ารกาํ หนดหนา ท่ี ออกเปน ๕ งาน คอื ๑. งานธรุ การ ๒. งานปองกนั ปราบปราม
๕๖ ๓. งานสืบสวน ๔. งานสอบสวน ๕. งานจราจร งานสบื สวนมสี ารวตั รสบื สวนเปน หวั หนา รบั ผดิ ชอบ มรี องสารวตั รสบื สวนและผบู งั คบั หมู เปน ผูรว มในการปฏบิ ตั งิ าน ในลักษณะท่มี กี ารบังคับลดหล่ันกันลงไป รปู แบบของการรายงานสาํ หรบั ผสู บื สวนรายงานขอ มลู ทไ่ี ดจ ากการสบื สวนมี ๔ แบบ คอื ๑. แบบ สส. ๑ รายงานการสบื สวนกอนเกดิ เหตุ และหลังเกิดเหตุ ๒. แบบ สส. ๒ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเบ้อื งตน หลงั เกดิ เหตุ) ๓. แบบ สส. ๓ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเพิ่มเตมิ ) ๔. แบบ สส. ๔ แบบบนั ทึกคําสงั่ ใหปฏิบตั ิและการรายงานผลการสืบสวน
๕๗ μÑÇÍÂÒ‹ § û٠Ẻ¢Í§¡ÒÃÃÒ§ҹÊ׺Êǹ แบบ สส.๑ สภ. ........................................ รายงานการสบื สวนกอ นเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตทุ ั่วๆ ไป วนั ท.่ี ........เดือน..................................พ.ศ. ............. เสนอ............................ ขา พเจา ....................................................ตาํ แหนง ............................................กบั พวก ............................คอื ....................................................ไดท าํ การสบื สวนกอ นเกดิ เหตุ เพอ่ื ผลในการ ปองกันและรักษาความสงบเรียบรอ ย มรี ายละเอยี ดทจ่ี ะรายงานดงั ตอไปนี้ ๑. เปน ผลการสบื สวนของวนั ท.่ี ........../............/...........เวลา...........................ถงึ วนั ท่ี .........../.............../..............เวลา...........................น. ๒. ทําการสืบสวนในเขตพ้ืนท.ี่ ............................. ๓. ขาวเกี่ยวกับคนรายท่ีเคยกระทําผิดในพ้ืนที่ คนรายท่ีมีภูมิลําเนาอยูในพื้นที่แตเคย กระทําผิดในพืน้ ที่อ่ืน และคนรา ยทีป่ ฏบิ ัติการคาบเกย่ี วกบั พื้นทที่ รี่ บั ผิดชอบ (๑) รายละเอยี ดของขาว.............................. (๒) แหลงขา ว.............................................. (๓) ความนา เชือ่ ถือของขาวพรอมเหตผุ ล.............................. ๔. ขา วเก่ยี วกับบคุ คลพนโทษที่อยหู รือเขา มาในพืน้ ท่ี (๑) รายละเอยี ดของขาว.............................. (๒) แหลง ขาว.............................................. (๓) ความนา เชื่อถือของขาวพรอ มเหตุผล.............................. (๔) ส่ิงทคี่ วรดาํ เนนิ การในขั้นตอไป ๕. ขา วทเี่ กย่ี วกบั บคุ คลทอ่ี ยหู รอื เขา มาในพนื้ ทที่ มี่ แี นวโนม จะกระทาํ ความผดิ หรอื สงสยั วาไดกระทาํ ความผิด (๑) รายละเอียดของขาว.............................. (๒) แหลง ขา ว.............................................. (๓) ความนาเชอื่ ถอื ของขาวพรอมเหตผุ ล.............................. (๔) สิ่งที่ควรดําเนนิ การในข้นั ตอ ไป
๕๘ ๖. ขา วเกีย่ วกบั แหลง มั่วสุม - แหลง อบายมขุ (๑) รายละเอียดของขาว.............................. (๒) แหลงขา ว.............................................. (๓) ความนาเชื่อถือของขา วพรอมเหตุผล.............................. (๔) สง่ิ ท่คี วรดําเนินการในข้นั ตอไป ๗. ขา วเกย่ี วกับการกระทําผดิ ท่ีเกิดขึ้นแลว (๑) รายละเอยี ดของขา ว.............................. (๒) แหลงขาว.............................................. (๓) ความนาเชอื่ ถอื ของขาวพรอ มเหตผุ ล.............................. (๔) ส่ิงที่ควรดาํ เนินการในข้นั ตอ ไป...................... ๘. ขา วอ่นื ๆ ทีค่ วรรายงานใหทราบ (๑) รายละเอยี ดของขาว.............................. (๒) แหลง ขา ว.............................................. (๓) ความนา เช่ือถอื ของขาวพรอ มเหตุผล.............................. (๔) ส่งิ ทคี่ วรดาํ เนินการในข้ันตอไป....................... (ลงช่อื )....................................ผูร ายงาน (..................................) ตาํ แหนง................................
๕๙ แบบ สส.๒ สภ. ........................................ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเบอ้ื งตน หลงั เกิดเหตุ) คดสี บื สวนท.ี่ ................/.................คดีรบั คาํ รองทุกขท ี.่ ................/................. เสนอ................................................... ๑. ขาพเจา .................................................................... ๒. ปฏิบัติหนาที่เวรสืบสวน ตั้งแตเวลา.................น. วันที่......../........./.......ถึงเวลา ....................................น. วนั ท่ี........../.............../............. ๓. เมอ่ื วนั ท.ี่ ....../.........../...........เวลา.................น. ไดร บั แจง จาก (ระบชุ อื่ ).................. ผูทําหนา ท.ี่ ............................. ๔. ไดรบั แจงวา...................... ๕. ขา พเจา ไปถงึ ที่เกดิ เหตเุ วลา.........................น. เสร็จสนิ้ เวลา.............................น. ๖. ชอื่ พนักงานสอบสวน (เบอ้ื งตน )............................... ๗. ชื่อพนกั งานสอบสวนผูร ับผดิ ชอบ............................. ๘. ชอื่ เจา หนาท่ีสืบสวน ทร่ี วมไปทาํ การสบื สวน ณ ที่เกดิ เหตุ ก. .......................................... ข. .......................................... ค. .......................................... ง. .......................................... ๙. รายละเอียดของเหตุท่เี กิดขึน้ มีดังนี้ (๑) เกดิ เหตเุ มือ่ .............................. (๒) สถานทีเ่ กิดเหต.ุ ........................ (๓) ผูเสียหาย ก. ชอื่ .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู ........โทรศพั ท. .......... ทที่ าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทส่ี ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ.................. ข. ชอื่ .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู ........โทรศพั ท. .......... ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทสี่ ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ.................. ค. ชอ่ื .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอี่ ย.ู ........โทรศพั ท. .......... ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทส่ี ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ..................
๖๐ (๔) ผตู าย ก. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอี่ ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ....................... ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอี่ ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ....................... ค. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ....................... (๕) ทรพั ยส นิ ท่ีถกู ประทุษรา ย (ใหระบุประเภท จํานวน ราคา ตําหนริ ูปพรรณและ รายละเอยี ดอืน่ ๆ)............................................. (๖) จํานวนคนราย...............คน จับได. ............คน (๗) คนรายทจี่ ับกมุ ได ก. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอน่ื ๆ................ ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอนื่ ๆ................ ค. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอนื่ ๆ................ (๘) คนรายทย่ี ังจับกมุ ไมได ก. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทค่ี วรสบื หาตวั .................. รายละเอียดอนื่ ๆ......................................... ข. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทคี่ วรสบื หาตวั .................. รายละเอียดอืน่ ๆ......................................... ค. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทคี่ วรสบื หาตวั .................. รายละเอียดอ่นื ๆ......................................... ง. กรณที ไี่ มท ราบชอ่ื ใหร ะบรุ ายละเอยี ดเทา ทท่ี ราบ..................................... (๙) ของกลางท่ไี ด (ใหร ะบปุ ระเภท จาํ นวน ราคา ตําหนริ ูปพรรณ และรายละเอียด อนื่ ๆ).............................................
๖๑ (๑๐) รายละเอยี ดของเหตุทีเ่ กดิ มูลเหต.ุ ....................... (๑๑) อาวธุ ทีใ่ ชในการกระทําความผิด ก. ประเภท....................ตําหนริ ปู พรรณโดยละเอยี ด.............. ข. ประเภท....................ตําหนิรูปพรรณโดยละเอียด.............. (๑๒) พาหนะท่ีใช ก. ประเภท....................รายละเอยี ดเกยี่ วกับพาหนะ............. (๑๓) พยานบุคคล ก. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.............................. ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.............................. ค. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.............................. (๑๔) พยานหลักฐานอน่ื ๆ ก. ......................สถานทพ่ี บ............... ข. ......................สถานทพ่ี บ............... ค. ......................สถานทพ่ี บ...............ลักษณะทพี่ บ (๑๕) แผนทเ่ี กดิ เหตุ ÅѡɳТͧʶҹ·èÕà¡´Ô àËμØ (๑๖) ความเหน็ ทางคดีเบ้ืองตน .................เหตุผล.................. (๑๗) การสบื สวนท่ไี ดดาํ เนนิ การไปแลว............................ (๑๘) ส่ิงที่ควรดําเนินการตอไป......................................... (ลงชอ่ื )..........................................ผูร ายงาน (.......................................) ตาํ แหนง .................................... ............/............/...........
๖๒ แบบ สส.๓ สภ. ........................................ รายงานการสืบสวนเฉพาะคดี (รายงานเพิม่ เติม) คดีสืบสวนท.่ี ........./...........คดีรบั คาํ รอ งทุกขท ่.ี .............../.................. วนั ท่ี.........เดอื น..................................พ.ศ. ............. เสนอ............................ ขา พเจา ......................................พรอ มกบั ...............................ไดท าํ การสบื สวนเพม่ิ เตมิ ตามคาํ ส่งั ของ................................เมือ่ วันท.ี่ ........../.............../..............ไดผ ลคืบหนา ดงั นี้ ๑. สืบสวนวันที่........../.........../..........เวลา.............น. ถึงวันที่........./.........../.......... เวลา.....................น. ๒. สถานท่ีทําการสืบสวน.............................. ๓. รายละเอียดของเหตุที่เกิดที่ไดเพิ่มเติม (ดูจากหัวขอรายละเอียด ในแบบรายงาน การสบื สวนเบื้องตนหลงั เกดิ เหตุ แบบ สส.๒ และรายงานเฉพาะในหวั ขอท่สี ืบสวนได) ................. ๔. ในขัน้ ตอไปน้ีเหน็ ควรดําเนนิ การดงั ตอไปนี้.................. (ลงชอื่ ).................................ผรู ายงาน (..............................) ตาํ แหนง .................................
๖๓ สภ. ........................................ แบบ สส.๔ แบบบันทึกคาํ สัง่ ใหป ฏบิ ตั แิ ละการรายงานผลการสืบสวน ช่อื ผสู ืบสวน ๑)....................................... ๓).......................................... ๒)....................................... ๔).......................................... วันที.่ ........./.........../..........เวลา.............น. ถึงเวลา.....................น. ภารกิจและขาวสาร ผลการปฏิบัติ ภารกิจ....................................... ขา วสารขอมลู ทค่ี วรทราบเพ่ือประกอบการปฏิบตั ิ................................. (ลงชอื่ ).................................ผูร ายงาน (..............................) ตาํ แหนง .................................
๖๔ μÑÇÍ‹ҧº¹Ñ ·Ö¡¡ÒÃÊ׺Êǹ เขยี นที่ สภ.บา นนาสาร วนั ที่ ๒ ม.ค. ๒๕๖๐ บนั ทกึ น้ีทาํ ขึน้ เพือ่ แสดงวา วันน้ีเวลา ๐๘.๐๐ น. ขาฯ ร.ต.ต.ธวัช รักงาม ตําแหนง รอง สว.สส.สภ.บานนาสาร ไดออกไปทาํ การสบื สวนคดปี ลน ทรัพยไดความจากการสบื สวนวา เม่อื วันท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ขณะที่นายแดง จันดี นางมี จันดี และเดก็ ชายแสง จนั ดี ราษฎรหมทู ่ี ๓ ตาํ บลทา ชี อาํ ภอบา นนาสาร จงั หวดั สรุ าษฎรธ านี กาํ ลงั นอนหลบั อยู ไดยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อนายแดงฯ ที่ประตูบานทางดานทิศเหนือ พอนายแดงฯ เปดประตู ออกมาจากแสงตะเกยี งท่จี ดุ ไวในบานไดสองสวางทําใหน ายแดงฯ เห็นมชี ายจาํ นวน ๔ คน แตง กาย ดวยเส้ือผาสีดําๆ ยืนถือปนลูกซองสั้นคนละกระบอกอยูที่ประตูบานทางดานทิศเหนือ ชาย ๓ คน ในจาํ นวนนน้ั ตรงเขา จบั ตวั นายแดง นางมี และเดก็ ชายแสงไว สว นอกี คนหนง่ึ ไดต รงเขา ไปในหอ งนอน ทําการตรวจคนทรัพยภายในหองนอนท่ีตูเส้ือผาของนายแดง นายแดงใสสายสรอยทองคําทําแบบ กา นไมข ดี หนัก ๒ บาท รวมราคา ๑,๖๐๐ บาท และมวี ิทยธุ านนิ ทรตลู ายไมสนี ้าํ ตาลราคา ๕๐๐ บาท ตั้งอยูบนหลังตูดังกลาว นายแดงฯ ไดเห็นคนเดินออกมาจากหองถือวิทยุและสรอยคอทองคําของ นายแดงฯ ออกมา และกอนที่คนรายท้ังสี่จะออกไปจากบานของนายแดงฯ ไดพูดจาขูนายแดงฯ วาถาไปแจงตํารวจ จะกลับมาฆาใหตายหมดทั้งบาน นายแดงฯ ไดใหการกับเจาพนักงานสอบสวน วาไดฟงสําเนียงพูดของคนรายท้ังส่ีคนแลวเขาใจวาเปนชาวอําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายแดงฯ คงเขา ใจวาคนรา ยท้ังส่ีคน คงจะมาพักอาศัยอยูในปา สงวน บา นทุง เบียน บานหมทู ่ี ๒ ตําบลทาชี อําเภอบานนาสาร จังหวัดสุราษฎรธานี นายแดงฯ ไดใหการอีกวาจากแสงตะเกียง ทาํ ใหน ายแดงฯ จําหนา คนรายทัง้ สไ่ี ด จากการสืบสวนยังท่ีเกิดเหตุนายแดงฯ ไดนําช้ีจุดท่ีเห็นคนรายท้ัง ๔ ถือปนลูกซองส้ัน อยหู นา ประตบู า นทางดา นทศิ เหนอื พอนายแดงฯ เปด ประตอู อกมากไ็ ดถ กู คนรา ยทง้ั สจ่ี บั ตวั พรอ มกบั นางมีฯ ภรรยาและเด็กชายแสงฯ ไวท่ีหองนอน สวนนายแดงฯ ถูกจับตัวไวท่ีขางประตูบานดังกลาว นายแดงฯ ไดนําช้ีท่ีที่นายแดงฯ เอาสายสรอยทองคําดังกลาววางไวบนชั้นบนของตูใสเสื้อผา และ บนหลังตูวิทยุธานินทรต้ังอยู นายแดงฯ ไดนําชี้เสนทางท่ีคนรายหลบหนี หลังจากการทําการปลน นายแดงฯ ซึ่งเสนทางดังกลาวเปนเสนทางเดินไปบานหมูที่ ๑ ไปทางทิศใตของบานนายแดงฯ รอ งรอยอน่ื ของคนรา ยไมมีปรากฏในที่เกิดเหตุ จากการสืบสวนท่ีบาน หมทู ่ี ๒ ตาํ บลทาชี บานทุงเบยี น จงึ ไดทราบจากนายสี แสงใส ราษฎร หมทู ี่ ๒ ตําบลทาชี วาเมอ่ื วนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. ขณะทน่ี ายสฯี กาํ ลงั ขบั เกวยี นบรรทกุ ถา นจะนาํ ไปทต่ี ลาดนาสารอยนู นั้ ไดม ชี ายจาํ นวน ๔ คน เปน ชาวอาํ เภอปากพนงั
๖๕ แตงกายดว ยเสอ้ื ผาสีดาํ ๆ ไดขอโดยสารมาลงท่ตี ลาดบา นนาํ้ พุ หมูท่ี ๔ ตาํ บลทา ชี เจาของรานขาย เครื่องดืม่ และสุราใหก ารวา เม่ือวันท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ไดม ีชายจํานวน ๔ คน แตง กายดว ยเสอ้ื ผา สดี าํ ๆ ลงจากเกวยี นของนายสฯี และเขา มาในรา นและไดส ง่ั สรุ ามาดมื่ เจา ของรา น ไดข าย สรุ า ชนดิ ๒๘ ดีกรี จาํ นวน ๓ ขวด ใหก บั ชายดงั กลาว ตอ มาเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ชายทัง้ ๔ คน ดังกลาวไดจายคาสุราและไดเดินออกจากรานไปทางทิศใตซ่ึงเสนทางดังกลาวเปนทางเดินไปบาน หมทู ่ี ๓ ตาํ บลทาชี เจาของรานไดใ หการอกี วา จากสําเนยี งพดู เขาใจวาเปนชาวอําเภอปากพนงั และ จากแสงตะเกียงท่ีจุดต้ังไวในรานทําใหสองสวาง จําหนาชายท้ังส่ีคนได ถาไดเห็นอีก และจากการ สอบถามผูใหญบานหมูที่ ๒ ตําบลทาชีทราบวามีชายอําเภอปากพนังพักอาศัยอยูท่ีบานนายใสฯ ๔ คน ซึ่งนายใส ก็ยังไมไดมาแจงการเขามาอยูในบานแตอยางใด และคนท้ัง ๔ ก็ไปๆ มาๆ ระหวางอําเภอบานนาสารกบั อําเภอปากพนงั อยูเปน ประจํา อานใหฟงแลว รับรองวา ถูกตอ ง (ลงช่อื ) นายแดง จนั ดี ผูเสียหาย (ลงชื่อ) นายสี แสงใส พยาน (ลงช่อื ) นายดาํ ทา ชี พยาน (ลงชื่อ) นายวนั ทา ชี พยาน (ลงชอื่ ) ร.ต.ต.ธวชั รักงาม บนั ทึก/อา น เสนอ รอง ผกก.หน. สภ.นาสาร (ตวั รายงานการสบื สวน) เพื่อทราบตามบันทึกดังกลาวขางตน และขาฯ เห็นควรทําการตรวจคนบานเรือนของ นายใส เชยี รใหญ ซง่ึ อยูทบ่ี านทงุ เบียน หมูที่ ๒ ตาํ บลทาชี เพอื่ พบสง่ิ ของท่ีไดม าจากการปลนทรัพย หรืออาวุธปนท่ีใชในการกระทําผิด และเพ่ือที่จะจับกุมตัวคนรายท้ัง ๔ คนดังกลาว จึงเห็นควรให นายแดง จันดี นายสี แสงใส และนายดาํ ทาชี รว มไปในการตรวจคน ดังกลา วดว ย เพอื่ ที่จะไดช้ตี ัว ยนื ยนั วาใชคนรายที่ปลนทรพั ยของนายแดงฯ ใชหรอื ไม ทงั้ นีเ้ พราะคนทงั้ ๓ ไดใ หก ารในชั้นสืบสวน วาเห็นหนาชายคนรายทง้ั ส่คี นอีกกจ็ าํ ได จะเห็นไดวาจากตัวอยางบันทึกการสืบสวนขางบนดังกลาวนี้ จะอยูในลักษณะตอนแรก สว นชว งตอนทสี่ องจะเหน็ เปน ตวั รายงานการสบื สวนเสนอผบู งั คบั บญั ชาของตน เพอ่ื ดาํ เนนิ การตอ ไป จากบันทึกการสืบสวนขางตนนี้ ปรากฏวารายละเอียดที่ตองการครบถวนวาบันทึกเขียนท่ีใด เม่ือใด เปนบันทึกอะไร รายละเอียดเปนอยางไร สวนชวงท่ีสองคือตัวรายงานบันทึกซึ่งเสนอผูบังคับบัญชา จะมีความคดิ เหน็ เสนอแนะรวมอยดู ว ย เพื่อทผ่ี ูบงั คบั บัญชาจะไดส ่งั การตามข้ันตอนตอ ไป
๖๖ ¡Òúѹ·Ö¡¡Ò乌 à¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¤´ÍÕ ÒÞÒËÃ×Íã¹Ë¹ÒŒ ·ตèÕ าํ ÃǨ การบนั ทกึ การคน ซง่ึ พอจะอธบิ ายไดส นั้ ๆ วา เมอื่ ทาํ การคน กม็ กี ารบนั ทกึ เกยี่ วกบั การคน นนั้ ผูท่ีทําการคนก็คือตํารวจนั่นเอง สวนจะคนอะไรที่ไหนน้ันก็แลวแตจุดประสงควาตองการหาสิ่งของ หรือบุคคล ซึ่งอยูในที่รโหฐาน แตสิ่งของที่ตองการพบหรือหามาน้ันจะตองเปนสิ่งของที่เกี่ยวของ กับคดสี วนบุคคลทจี่ ะคนหากม็ อี ยู ๒ ประเภทคอื ๑. การคนหาบคุ คลท่ีเปน ผตู อ งหา ๒. การคน หาบคุ คลทถี่ กู หนวงเหนีย่ วกกั ขงั โดยมิชอบดวยกฎหมาย º¹Ñ ·Ö¡¡Ò䌹 ความมุงหมายของการบนั ทึกการคน นั้นมีอยูดวยกัน ๓ ประการคอื ๑. เพื่อแสดงผลการปฏบิ ตั งิ านผทู าํ การคน ๒. เพือ่ หาหลักฐานประกอบในทางคดีใหร ัดกุมย่งิ ขึน้ ๓. เพือ่ เปนการปองกนั การทเี่ จา พนกั งานผูค นจะถกู ฟองรอง ความมุงหมายประการที่ ๑ นัน้ เพอ่ื แสดงผลการปฏบิ ตั งิ านของผทู าํ การคนหรือทีท่ ําการ ตรวจคน ซึ่งอาจไดรับคําส่ังจากผูบังคับบัญชาใหไปทําการคนเอง โดยมีหมายคนหรือโดยไมตองมี หมายคนซึ่งเขากรณียกเวน เม่ือไดทําการคนก็ทําการบันทึกเก่ียวกับการคนน้ันผลการคนเปน ประการใดก็จะปรากฏในบนั ทกึ การคน น้ันซ่งึ ผูบงั คับบญั ชาตรวจดูได ความมุงหมายประการท่ี ๒ เพ่ือหาหลักฐานประกอบในทางคดีใหรัดกุมยิ่งข้ึน คือ เมื่อจะดําเนินคดีกับคนรายตํารวจจะตองแสวงหาพยานหลักฐานตางๆ มาเปนเครื่องพิสูจนวา ใครเปน ผกู ระทําผดิ และไดก ระทําผดิ จรงิ หรอื ไม พยานหลกั ฐานสว นหน่ึงก็ไดม าจากการคน ความมุงหมายประการที่ ๓ เพื่อเปนการปองกันการท่ีเจาพนักงานผูคนจะถูกฟองรอง ในเร่ืองการคนน้ัน ตํารวจมักจะถูกรองเรียนหรือถูกฟองรองอยูบอยๆ เชน คนในที่รโหฐานโดยไมมี หมายคนคือเขาไปในบานของเขาโดยไมมีหมายคนหรืออาจจะมีหมายคนไปดวย แตไมไดบันทึกการ ตรวจคนไวเม่ือไมพบบุคคลหรือส่ิงของที่ตองการและไมปรากฏวาเจาของบานลงช่ือยินยอมใหคน ก็อาจถูกฟองรองขอหาบุกรุกได หรือเจาของบานอาจแจงวาตํารวจคนแลวทําใหทรัพยสินในบานน้ัน หายไป คือ กลาวหาวาตํารวจที่ทําการคนฉวยโอกาสขณะคนหาลักเอาทรัพยสินไป ซ่ึงในเรื่องน้ี ตํารวจก็มีทางปองกันไดก็ดวยการบันทึกการคนซ่ึงระบุขอความลงในบันทึกวาไดแสดงความบริสุทธ์ิ ทงั้ กอนและหลังคนแลว ซง่ึ ไมเปน ความจรงิ เพ่อื กลบเกล่ือนทต่ี นตอ งถูกตาํ รวจคน บา น การบนั ทกึ การคนนัน้ โอกาสทจี่ ะเกดิ ขน้ึ กโ็ ดยที่มกี ารคนโดยทีร่ โหฐานซง่ึ กม็ ักไดแก บาน ซ่ึงเปนท่ีอยูอาศัยของราษฎรนั่นเอง แตมิใชวาตํารวจจะตองมีการคนบานผูเก่ียวของในคดีที่เกิดข้ึน เสมอไป เพราะมบี างคดเี ทา นน้ั ทจี่ าํ เปน ตอ งคน บา น ถา เปน การคน หาตวั คนรา ยหรอื ผตู อ งหาอยา งนอ ย ก็ตองสืบทราบไดวา ผูตองหาเขาไปหลบซอนอยูในบานท่ีจะคนหรือจะคนหาส่ิงของที่ไดมาจากการ
๖๗ กระทําผิดอยางนอยก็ตองสืบทราบวาเปนบานของพรรคพวกท่ีผูตองหาหรือบานท่ีผูตองหาอยูอาศัย แตบ างคดไี มจําเปน ตองมกี ารคนบา นเลย เชน จับคนรายไดใ นสาธารณสถานพรอ มของกลางท่ีลักไป º¹Ñ ·¡Ö ¡Ò䌹¹¹éÑ ¨ÐࢌÒÁÒà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡ºÑ ¤´ÍÕ ÒÞÒ ËÃ×Íã¹Ë¹ŒÒ·Õè¢Í§ตาํ ÃǨ䴌 ò ¡Ã³Õ ¤Í× ๑. กรณีความผิดทางอาญายังไมเกิดขึ้น เนื่องจากตํารวจมิใชมีหนาที่เฉพาะดําเนินคดี กับคนรายที่กอคดีขึ้นแลว จึงติดตามจับตัวมาดําเนินคดี หากแตยังมีหนาท่ีปองกันมิไดคดีอาญา เกิดข้ึนหรือมิใหลุกลามใหญโตตอไปอีกดวย ในการปองกันน้ัน วิธีการอันหนึ่งท่ีใชก็คือการคน เม่ือคนแลวตองทําการบันทึกการคนน้ัน ที่ทําการคนนี้ก็เพ่ือคนหาสิ่งของซึ่งบุคคลครอบครองไว จะใชในการกระทําความผิดหรือมีไวเปนความผิด เชน ตํารวจทําการสืบสวนทราบมาวาบาน ก. มีคนแปลกหนาเขามาม่ัวสุมอยูเปนประจําไมปรากฏอาชีพ ตํารวจก็มีความเห็นวานาจะเปนคนราย หรือพวกมิจฉาชีพมาจากถ่ินอ่ืน ถาเปนพวกมิจฉาชีพก็นาจะมีอาวุธที่ผิดกฎหมายดวย จึงเขาคนใน บา น ก. เม่อื เขา คน ก็ตอ งมีบนั ทกึ การคนหรือกรณที ่มี ชี าวบานมากระซิบตาํ รวจวาเคยเหน็ ก. พกพา อาวธุ ปน ในเวลากลางคนื อยเู ปน ประจาํ ตาํ รวจขอตรวจสอบทางอาํ เภอหรอื กองทะเบยี นแผนกอาวธุ ปน ก็ไมปรากฏวา ก. เคยไดร บั อนญุ าตใหม ีอาวุธปนจึงเขาคน บา น ก. เพอื่ หาอาวธุ ปน เปน ตน ๒. กรณีความผิดทางอาญาเกิดข้ึนแลว กรณีนี้เมื่อคดีเกิดขึ้นตํารวจก็ตองแสวงหา พยานหลกั ฐานตา งๆ มาประกอบคดี เชน คนรา ยใชม ดี แทง ก.ตาย การสบื สวนสงสยั วา ข.เปน คนแทง แตตํารวจยังยึดมีดมาไมได ไมทราบวาอยูที่ใด ตํารวจก็ตองใชวิธีคนท่ีบานพักของ ข. หรือท่ี ข. มักจะไปพักอยูหรือในกรณีเปนคดีลักทรัพยตํารวจจับตัวคนรายท่ีลักได แตไมไดทรัพยสินที่คนราย ลักไป จุดท่ีตํารวจมุงคนหาทรัพยสินก็คือบานของคนราย ก็โดยการคน หรือบางคดีที่มีเอกสาร เก่ียวของตํารวจก็ตองเสาะหามาก็โดยการคน และการคนเพ่ือมุงหาส่ิงใดสิ่งหนึ่งอาจจะไปพบกับ สิ่งอื่นที่ไมไดมุงจะคนแตเปนประโยชนตอคดีก็ได นอกจากนี้แลวการท่ีจะชวยบุคคลท่ีถูก หนว งเหนย่ี วกกั ขงั โดยมชิ อบกช็ ว ยออกมาไดโ ดยการคน เมอ่ื ทาํ การคน กต็ อ งมกี ารบนั ทกึ การคน ทกุ ครงั้ ไป เพือ่ ความมุงหมายดังกลาวแลว ขา งตน ป.วิ.อาญา ไดแบงการคนไวเปน ๒ ลักษณะดวยกัน คือ คนโดยมีหมายคนกับคน โดยไมตองมีหมายคน ทั้งนี้เนื่องจากบุคคลไดรับการคุมครองใหมีสิทธิในทรัพยสินของตน บุคคลอื่น จะใชส ทิ ธใิ หก ระทบกระเทอื นหรอื รบกวนสทิ ธขิ องเขาโดยไมส จุ รติ ไมไ ด ในเรอ่ื งทอี่ ยอู าศยั เจา ของบา น มีสิทธิหามไมใหบุคคลภายนอกเขาไปก็ได แตในบางคร้ังบางคดีตํารวจจําเปนตองเขาไปทําการคน ในบานของราษฎรซึ่งเปนที่รโหฐานเพ่ือจะคนหาตัวคนรายหรือพยานหลักฐานตางๆ หากไมมี กฎหมายใหอํานาจ ตํารวจเขาไปคนในบานเรือนราษฎรไดแลว ก็ไมมีทางท่ีจะไดตัวคนราย ซ่ึงหลบซอนอยูในบานหรือไมไดพยานหลักฐานมาประกอบคดี ป.วิ.อาญา จึงใหอํานาจตํารวจที่ จะเขาไปคนในบานของราษฎรได ซึ่งเรียกวาคนในที่รโหฐาน นอกจากนี้แลว กฎหมายยังมี ขอ บญั ญตั พิ เิ ศษออกไปอกี ในกรณที เี่ รง ดว นตาํ รวจสามารถเขา ไปคน บา นราษฎรโดยไมต อ งมหี มายคน ก็ไดซ่งึ เปนขอยกเวน จากหลักท่วี าคนในทรี่ โหฐานจะตองมีหมายคน
๖๘ ÅѡɳТͧ¡Òú¹Ñ ·Ö¡¡Ò乌 บันทึกหมายความถึงหนังสือใดที่พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไวเปนหลักฐาน ในการสอบสวนความผดิ อาญา (ป.วิ.อาญา มาตรา ๒ อนุมาตรา ๒๐) ฉะน้ัน บันทึกการคนจึงเปนบันทึกตามความหมายดังกลาว ถือเปนหลักฐานในการ สอบสวน ป.วิ.อาญา มาตรา ๖๒ วรรค ๒ กลาววา “การแจงขอความในหมาย การสงหมายให ตรวจดูและวนั เดอื นปท ่ีจดั การเชน นั้นใหบ นั ทึกไวใ นหมายนั้น หมายความวาเม่ือทําการคนโดยมีหมายคน จะตองแจงขอความในหมายใหผูเกี่ยวของ ทราบหรอื ใหเ ขาตรวจดแู ลว ใหเ จา พนกั งานผตู รวจคน ทาํ การบนั ทกึ ในภายหลงั หมายวา ไดแ จง ขอ ความ ในหมายใหผูเกี่ยวของทราบ แลวพรอมทั้งลงวันเดือนปท่ีทําการคนไวดวย กรณีดังกลาวมิใชบันทึก การคน เปน แตเ พยี งรายละเอยี ดสว นหนง่ึ ของการบนั ทกึ การคน แตก ต็ อ งจดั การบนั ทกึ ไวต ามทกี่ ฎหมาย กําหนด สําหรับลักษณะสาระสําคัญของการบันทึกคนน้ัน ป.วิ.อาญา มาตรา ๖๓ ไดวางหลัก ไววา “เมื่อเจาพนักงานไดจัดการตามหมายอาญาแลวใหบันทึกรายละเอียดในการจัดการนั้น ถา จดั การตามหมายไมไดใ หบ นั ทึกพฤตกิ ารณไว” นอกจากนี้กฎหมายยังไดบัญญัติไวใหเจาพนักงานผูคนบันทึกรายละเอียดแหงการคน และสงิ่ ของทคี่ น ไดน นั้ ตอ งมบี ญั ชรี ายละเอยี ดไวบ นั ทกึ การคน และบญั ชสี ง่ิ ของนนั้ ใหอ า นใหผ คู รอบครอง สถานที่ บคุ คลในครอบครวั ผตู อ งหา จาํ เลย ผแู ทน หรอื พยานฟง แลว แตก รณี แลว ใหผ นู น้ั ลงลายมอื ชอื่ รบั รองไว (ป.ว.ิ อาญา มาตรา ๑๐๓) จะเห็นไดวาตามมาตรา ๖๓ และ มาตรา ๑๐๓ น้ีกฎหมายไมไดกําหนดแบบฟอรมใน การบนั ทึกไว จึงอาจวางหลักเกณฑการบนั ทกึ การคน ดังน้ี ๑) สถานท่ีบนั ทึก ๒) วัน เดือน ป ท่ีบนั ทกึ ๓) ชอ่ื ตําแหนง เจาพนักงานผูทาํ การบันทกึ ๔) พฤตกิ ารณต า งๆ ทเี่ กยี่ วขอ งกบั การคน นนั้ เปน สาระสาํ คญั ซงึ่ ในสว นหนง่ึ ของกฎหมาย ไดระบุใหพนักงานผูทําการคนตองปฏิบัติ เชน การแจงขอความในหมายลงช่ือในบันทึกการคน, ผคู รอบครองบา นทจี่ ะเขา ไปคน ไมย อมใหเ ขา คน อกี สว นหนงึ่ เปน พฤตกิ ารณท เ่ี กดิ ขนึ้ ในขณะทาํ การคน เชน เม่ือคนไปไดพบบุคคลหรือสิ่งของอะไรบางหรือไมพบเลย ใครเปนผูทําการตรวจคน มีพยาน หรอื ตัวแทนเปน ใครบาง กรณีที่การบรรยายตองลําดับเหตุการณหรือพฤติการณก็คือหลักใคร ทําอะไร ที่ไหน อยา งไร ใหบ รรยายเรยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ ตง้ั แตต าํ รวจผทู าํ หนา ทตี่ รวจคน รวมกนั เขา ไปในบา นที่ จะคน โดยมกี ารแสดงหมายตอผูครอบครองบา น มีการบันทึกในหมายคน ถงึ การแจงขอความในหมาย
๖๙ ผูตรวจคนแสดงความบริสุทธิ์และมีใครเปนพยานหรือนําการตรวจคน ตรวจคนท่ีใดบาง การคนเริ่ม แตเ วลาเทาใด ในระหวางการตรวจคน ไดพบสิ่งของหรอื บุคคลท่ตี องการอะไรบาง การคนไดส นิ้ สดุ ลง เวลาเทาใด ใชเวลาคนก่นี าที กช่ี ่วั โมง สาระสําคัญท่ี ป.ว.ิ อาญา กําหนดไวเปน พฤติการณท ผ่ี ูคน ควรบันทึกไวมีดังนี้ ๑) ÁÒμÃÒ öò บัญญัติวา “ภายใตบังคับแหงบทบัญญัติท้ังหลายในประมวล กฎหมายนี้ ซึ่งวาดวยการจับและคน เจาพนักงานผูจัดการตามหมายน้ันตองแจงขอความในหมาย ใหแ กผูเกย่ี วของทราบและถา มคี ําขอรอ งใหสง หมายนั้นใหเขาตรวจดู” ๒) ÁÒμÃÒ ùô บญั ญตั วิ า “ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจทที่ าํ การคน ในทร่ี โหฐาน สง่ั เจา ของหรือคนอยูใ นนั้น หรอื ผูรกั ษาสถานทซี่ ่ึงจะคน ให ยอมใหเขา ไปโดยมิหวงหา ม ..... ฯลฯ ..... ท้ังน้ี ใหพ นกั งานผูนั้นแสดงหมายหรอื ถาคน ไดโ ดยไมมหี มายกใ็ หแสดงนามหรอื ตําแหนง ถาบุคคลดังกลาวในวรรคตนมิยอมใหเขาไป เจาพนักงานมีอํานาจใชกําลังเพื่อเขาไป ในกรณีจาํ เปน จะเปด หรอื ทาํ ลายประตูบาน ประตเู รือน หนาตาง รั้ว หรอื ส่ิงกีดขวางอยางอน่ื ทาํ นอง เดยี วกันกไ็ ด ๓) ÁÒμÃÒ ù÷ ในกรณีท่ีคนโดยมีหมาย เจาพนักงานผูมีชื่อในหมายคนหรือ ผูรกั ษาการแทนเทานน้ั มีอาํ นาจเปนหวั หนา ไปจัดการใหเ ปนไปตามหมายนั้น ๔) ÁÒμÃÒ ùø การคนในท่ีรโหฐานนั้น จะคนไดแตเฉพาะเพ่ือหาตัวคนหรือส่ิงของที่ ตองการคน เทา นั้น แตมีขอ ยกเวน ดังน้ี (๑) ในกรณที ค่ี น หาสงิ่ ของโดยไมจ าํ กดั สงิ่ เจา พนกั งานผคู น มอี าํ นาจยดึ สงิ่ ของใดๆ ซึ่งนา จะใชเ ปนพยานหลักฐานเพ่อื เปน ประโยชนหรอื ยนั ตัวผูตองหาหรอื จําเลย (๒) เจาพนักงานซึ่งทําการคนมีอํานาจจับบุคคลหรือสิ่งของอื่นในที่คนนั้นได เมื่อมหี มายอีกตา งหาก หรอื ในกรณคี วามผดิ ซงึ่ หนา ๕) ÁÒμÃÒ ñðò บัญญัติวา “การคนในที่รโหฐานน้ัน กอนลงมือคนใหเจาพนักงาน ผูคนแสดงความบริสุทธิ์เสียกอน และเทาท่ีสามารถจะทําไดใหคนตอหนาผูครอบครองสถานที่ หรือบคุ คลในครอบครวั ของผนู น้ั หรือถาหาบุคคลเชนวานัน้ ไมไ ด ก็ใหคน ตอ หนาบุคคลอ่นื อยา งนอ ย สองคน ซึ่งเจา พนักงานไดข อรอ งมาเปนพยาน การคนท่ีอยูหรือสํานักงานของผูตองหาหรือจําเลยซ่ึงถูกควบคุมหรือขังอยูใหทําตอหนา ผูน้ัน ถาผูน้ันไมสามารถหรือไมติดใจมากํากับ จะต้ังผูแทนหรือพยานมากํากับก็ได ถาผูแทนหรือ พยานไมม ี ใหค น ตอหนา บุคคลในครอบครัวหรอื ตอ หนาพยานดงั กลา วในวรรคกอ น มาตรา ๑๐๒ วรรคสามบัญญัติวา “ส่ิงของใดที่ยึดไดตองใหผูครอบครองสถานที่ บุคคล ในครอบครัว ผูตองหา จําเลย ผูแทนหรือพยานดูเพ่ือใหรับรองวาถูกตอง ถาบุคคลเชนกลาวน้ัน รบั รองหรือไมยอมรับรองกใ็ หบ นั ทึกไว”
๗๐ ในขอนี้เปนการกําหนดใหผูคนตองแสดงความบริสุทธ์ิกอนคนตอหนาเจาของบานหรือ คนในครอบครวั หรอื บคุ คลอน่ื อยา งนอ ย ๒ คน เปน พยานหรอื กรณคี น บา นเรอื นสาํ นกั งานของผตู อ งหา ก็ทําตอหนาผูตองหาหรือตัวแทนผูตองหา หรือพยานแลวแตกรณี กฎหมายกําหนดขึ้นเพ่ือปองกัน มใิ หผ คู น นาํ ของผดิ กฎหมายหรอื สงิ่ ของทมี่ งุ คน หาตดิ ตวั มาทาํ การคน เปน การยดั เยยี ดหรอื เรามกั ไดย นิ เสมอๆ วา “ตํารวจยัดของกลาง” จึงกําหนดมาตรการไวใ หผูค น แสดงความบรสิ ทุ ธ์ิ ๕) การลงลายมอื ชื่อในบนั ทึกการคน และบัญชรี ายละเอยี ดสง ของทีค่ น พบ ภายหลงั จากทไี่ ดค น แลว กฎหมายกาํ หนดใหบ คุ คลทเี่ กย่ี วขอ งดงั กลา วตาม มาตรา ๑๐๒ รับรองผลการคน ซ่ึงจะรับรองหรือไม ผูคนก็บันทึกไว น่ันหมายความวาใหผูครอบครองสถานที่หรือ พยานนน้ั ลงลายมอื ช่อื ในการบนั ทึกการคนนนั่ เอง ถาเขาไมย อมลงลายมือชื่อ ก็บันทกึ ไววาไมยอมลง ลายมอื ชอ่ื พรอมทง้ั เหตทุ ไ่ี มล งน้นั ดว ย μÑÇÍ‹ҧ¢¹Ñé μ͹»¯ºÔ ÑμãÔ ¹¡Ò乌 ã¹·èÕÃâ˰ҹ สมมุติวา นาย ก. ใชอาวุธมีดแทงนาย ข. ถึงแกความตายแลวหลบหนี พนักงาน ฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจชน้ั ผใู หญอ อกหมายจบั นาย ก. ในความผดิ ดงั กลา วไวแ ลว แตป รากฏวา นาย ก. ไดห ลบซอ นอยทู บี่ า นเลขท่ี ๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รนิ ทร แขวงอนสุ าวรยี เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร ซึ่งเปนบานของนายแดง พ.ต.อ.อัมพร โชคดี ผกก.สน.บางเขน จึงออกหมายคนใหกับ ร.ต.อ.ชาติ เชย่ี วชาญ รอง สวส. ร.ต.ต.วฒุ ิ มากมี รอง สวป. และ จ.ส.ต.เดน มีศรี ไปทําการคนบา นเลขท่ี ดงั กลาวเพื่อพบนาย ก. ซ่งึ มีหมายใหจบั เพอ่ื พบและยดึ อาวุธมดี ที่ใชในการกระทาํ ความผดิ โดยไดให ทาํ การคนในวนั ที่ ๒๘ ต.ค. ๒๕๓๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ถงึ เวลา ๑๒.๓๐ น. ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวก ไดน าํ หมายจบั นาย ก. และหมายคน ไปทาํ การคน บา นเลขทด่ี งั กลา ว ตามวัน เวลาท่ีกําหนดในหมายคน กอนการคน ร.ต.อ.ชาติฯ ไดแสดงหมายคนและแจงขอความ ในหมายใหแ กนายแดงทราบ และบนั ทกึ การแจง ขอความดังกลา วไวใ นหมายคนนั้นดวย จากน้ัน ร.ต.อ.ชาติฯ ร.ต.ต.วฒุ ิฯ และ จ.ส.ต.เดนฯ แสดงความบรสิ ทุ ธติ์ อ หนา นายแดง จนนายแดงพอใจแลว จึงเร่ิมทําการคนตอหนานายแดง การคนไดพบนาย ก. หลบซอนตัวอยูบน เพดานกบั หลงั คาบา น โดยมีคราบโลหิตตดิ อยทู ีเ่ สื้อนาย ก. สวม และพบมดี ปลายแหลมยาว ๑ คืบ มีคราบโลหิตตดิ อยซู กุ ซอนไวในหอ งนอนของนางแดง ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวกจงึ ทาํ การจบั นาย ก. ตามหมายจบั โดยแจง ขอ ความในหมายจบั เหตทุ ี่ จบั น้ันให นาย ก. ทราบแลว และยดึ อาวธุ มดี ไวเ ปนของกลาง เสรจ็ สน้ิ การคน เวลา ๑๒.๓๐ น. จ.ส.ต.เดน ฯ ทร่ี ว มคน เปน ผบู นั ทกึ รายละเอยี ดแหง การคน และบัญชีรายละเอียดของที่ยึด แลวอานใหนายแดงและผูท่ีเก่ียวของฟงแลวรับวาถูกตองใหนายแดง และผเู กี่ยวของลงลายมือชอื่ รับรองไว
๗๑ μÑÇÍÂÒ‹ § ºÑ¹·¡Ö ¡Ò乌 ๗๑/๖ ซอยหมูบานอัมรินทร แขวงอนุสาวรีย เขตบางเขน กรงุ เทพฯ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๘ บันทึกน้ีทําข้ึนเพ่ือแสดงวา วันน้ี (๒๘ ต.ค. ๒๕๓๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. ร.ต.อ.ชาติ เชี่ยวชาญ รอง สวส.สน.บางเขน ร.ต.ต.วฒุ ิ มากมี รอง สวป.สน.บางเขน และจ.ส.ต.เดน มศี รี ผบ.หมู สน.บางเขน ไดน ํา หมายคนของ พ.ต.อ.อัมพร โชคดี ผกก.สน.บางเขน มาทําการคนที่บานเลขที่ ๗๑/๖ ซอยหมูบานอัมรินทร แขวงอนุสาวรีย เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปนบานของนายแดง เพื่อพบและยึดอาวุธมีดท่ีใชใน การกระทําความผดิ ร.ต.อ.ชาตฯิ กับพวกไดแ สดงความบริสทุ ธ์ิจน นายแดง พอใจแลว จงึ เริ่มทาํ การคนตอหนา นายแดง ตงั้ แตเ วลา ๐๙.๐๐ น. เปน ตน ไป ของวันเดยี วกัน ผลการคน ปรากฏดงั นี้ เวลา ๑๑.๐๐ น. พบ นาย ก. หลบซอนตวั อยบู นเพดานติดกับหลงั คาบาน เส้อื ที่นาย ก. สวมมี คราบโลหิตติดอยูจึงทําการจับ นาย ก. ตามหมายจับโดยไดแจงขอความในหมายจับเหตุท่ีจับนั้นให นาย ก. ทราบดว ย พรอ มกับไดย ดึ เสอ้ื ทมี่ ีคราบโลหิตตดิ อยูไวเ ปน ของกลาง เวลา ๑๒.๐๐ น. พบมีดปลายแหลมยาว ๑ คืบ มีคราบโลหิตติดอยู ซุกซอนไวในหองนอนของ นายแดง จึงยึดไวเปนของกลาง การคนเสร็จส้ินลงเวลา ๑๒.๓๐ น. ของวันเดียวกัน ในการคนคร้ังนี้ เจา พนกั งานตาํ รวจ ผทู าํ การคน ไมไ ดข เู ขญ็ หรอื กระทาํ การใดๆ อนั เปน เหตใุ หเ กดิ ความเสยี หายแกร า งกายทรพั ยส นิ อยา งหนง่ึ อยา งใดของ นายแดง หรอื ของบคุ คลหนงึ่ บคุ คลใด ไดแ สดงความบรสิ ทุ ธอิ์ กี ครงั้ หนง่ึ จนนายแดงพอใจแลว อานบันทึกใหนายแดงและผเู กยี่ วขอ งฟง แลวรับรองวาถูกตอ ง จงึ ไดล งลายมอื ชื่อไวเ ปน หลักฐาน (ลงชื่อ).....................................................ผคู รอบครองบา น (นายแดง) (ลงชื่อ).....................................................ผูตองหา (นาย ก.) (ลงชอ่ื ) ร.ต.อ............................................หวั หนาผคู น (ชาติ เชีย่ วชาญ) (ลงชอ่ื ) ร.ต.ต............................................ผคู น (วฒุ ิ มากม)ี (ลงชอ่ื ) จ.ส.ต............................................ผูค น /บนั ทกึ /อาน (เดน มีศรี) (ลงชอื่ )......................................................พยาน (ถา มี) (..................................................) (ลงชอื่ )......................................................พยาน (ถา มี) (..................................................) ËÁÒÂàËμØ การคนตามตวั อยางนีเ้ ม่อื นาย ก. เปนผูต องหาคดีอาญา และมีหมายจบั หลบซอ นตัวอยูในบาน ของคนอื่น การคนของเจาพนักงานตํารวจ จึงตองมีท้ังหมายคนและหมายจับ ทั้งนี้เวนแตเมื่อ ทรี่ โหฐานนนั้ ผจู ะตอ งถกู จบั เปน เจา บา น กม็ อี าํ นาจคน โดยไมต อ งมหี มายคน แตต อ งมหี มายจบั เจา บา น ตาม ป.ว.ิ อาญา มาตรา ๙๒ (๕)
๗๒ μÇÑ Í‹ҧ ºÑÞªÃÕ ÒÂÅÐàÍÕ´ÊÔ§è ¢Í§·ÂèÕ ´Ö ๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รินทร แขวงอนสุ าวรีย เขตบางเขน กรงุ เทพฯ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๘ บนั ทกึ นท้ี าํ ขนึ้ เพอ่ื แสดงวา วนั นี้(๒๘ต.ค.๒๕๓๘)เวลา๐๙.๐๐น.ร.ต.อ.ชาติเชยี่ วชาญรองสวส.สน.บางเขน พรอ มกบั พวก ๓ นาย ไดน าํ หมายคน ของ พ.ต.อ.อมั พร โชคดี ผกก.สน.บางเขน มาทําการคน ทบ่ี า นเลขท่ี ๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รนิ ทร เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร ซง่ึ เปน บา นของนายแดง เพอ่ื พบนาย ก. ซงึ่ มหี มายใหจ บั และ เพอ่ื พบและยึดสิง่ ของซ่งึ จะเปนพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ร.ต.อ.ชาติ เชยี่ วชาญ กับพวก ไดเ ริ่มทําการคนต้ังแตเ วลา ๐๙.๐๐ น. เสร็จสิน้ เวลา ๑๒.๓๐ น. การคน ปรากฏพบส่งิ ของซง่ึ จะเปน พยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ตามบญั ชีรายละเอยี ดดังนี้ ลํา´Ñº ÃÒ¡Òà จาํ ¹Ç¹ ËÁÒÂàËμØ ๑. มดี ปลายแหลม ยาวประมาณ ๑ คืบ ๑ เลม มีคราบโลหติ ตดิ อยู ซุกซอน ๒. เสือ้ ของนาย ก. อยใู นหองนอนของนายแดง ๑ ตัว มีคราบโลหิตติดอยู พบในขณะท่ี นาย ก.สวม สงิ่ ของตามรายการดงั กลา วขา งตน ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวกไดย ดึ ไวเ พอื่ นาํ สง พ.ต.อ.อมั พรโชคดีผกก.สน.บางเขน (ผอู อกหมายคน ) เพ่อื ดําเนินการตอ ไป อานบันทึกใหน ายแดงและผูเกย่ี วของฟง แลว รับรองวาถกู ตอง จงึ ไดล งลายมอื ช่อื ไวเปน หลักฐาน (ลงช่อื ).....................................................ผูตอ งหา (นาย ก.) (ลงชอ่ื ).....................................................ผคู รอบครองบาน (นาย แดง) (ลงชอื่ ) ร.ต.อ............................................ผคู น (ชาติ เชีย่ วชาญ) (ลงชอ่ื ) ร.ต.ต...........................................ผคู น (วฒุ ิ มากมี) (ลงช่อื ) จ.ส.ต..........................................ผคู น/บันทกึ /อาน (เดน มีศร)ี (ลงช่อื ).....................................................พยาน (ถา มี) (...................................................) (ลงชื่อ).....................................................พยาน (ถาม)ี (...................................................) ËÁÒÂàËμØ มาตรา ๑๐๓ บญั ญตั วิ า “ใหเ จา พนกั งานผคู น บนั ทกึ รายละเอยี ดแหง การคน และสง่ิ ของทค่ี น ไดน น้ั ตอ งมี บัญชีรายละเอยี ดไว บนั ทกึ การคน และบญั ชขี องนน้ั ใหอ า นใหผ คู รอบครองสถานท่ี บคุ คลในครอบครวั ผตู อ งหา จาํ เลย ผแู ทน หรือพยานฟง แลวแตก รณี แลว ใหผ ูน ้นั ลงลายมือชื่อรับรองไว”
๗๓ »ÃÐ⪹º¹Ñ ·Ö¡¡Ò䌹 บันทึกการตรวจคนเปนหลักฐานท่ีเจาพนักงานกระทําเพื่อเปนหลักฐานแหงการปฏิบัติ หนาที่คือการคนน่ันเอง บันทึกการคนนั้นเปนส่ิงที่กฎหมายบัญญัติไวใหเจาพนักงานผูคนตองทํา (ป.วิ. อาญา มาตรา ๑๐๓) ประโยชนข องการทาํ บนั ทกึ การคน คอื เปน หลกั ฐานซง่ึ เจา พนกั งานผคู น เปน ผทู าํ ขนึ้ โดยมี ผูถูกคน หรือบุคคลอ่ืนรับรอง เพราะฉะน้ันการเขียนบันทึกการคนจึงเปนเสมือนบันทึกความจําของ ตาํ รวจวา ในวนั เวลาทคี่ น นน้ั ตาํ รวจไดท าํ อะไรไปบา ง นอกจากนยี้ งั เปน เครอื่ งแสดงใหเ หน็ วา การปฏบิ ตั ิ หนาที่ของตํารวจถูกตองตามกฎหมาย หรือไมอยางไร เพราะถาหากเจาพนักงานผูคนปฏิบัติหนาที่ ไมถูกตองตามท่ีกฎหมายใหอํานาจไวผูท่ีถูกคนก็ยอมที่จะไมลงช่ือซ่ึงเปรียบเสมือนการไมรับรอง การปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเจา พนกั งานนน่ั เอง การเขยี นบนั ทกึ การคน ไมม รี ปู แบบทแ่ี นน อน ดงั นนั้ ความสาํ คญั ของบันทึกการคนจึงอยูท่ีวาควรจะมีความละเอียดระบุถึงข้ันตอนตางๆ ที่ตํารวจเร่ิมลงมือคนไปจน เสร็จส้ินการคน เชน อาจจะเขียนวา คนบานใคร มีใครบางที่รวมทําการคน อาศัยอํานาจจากอะไร ตามหมายคน หรือวาคนโดยไมมีหมาย คนตอหนาใคร แสดงความบริสุทธ์ิกอนการคนอยางไร เรมิ่ ลงมอื คน เมอื่ ไร พบอะไรบา งทไี่ หน ใครเปน ผพู บ มกี ารจบั กมุ หรอื ไม มกี ารแจง ขอ หาหรอื ไม อยา งไร และควรจะระบุไปดวยวาตํารวจไมไดทําใหทรัพยสินของใครสูญหายหรือเสียหายแตประการใด แลวใหผูที่เก่ียวกับการคนลงชื่อการทําบันทึกไวเชนน้ี เพ่ือปองกันมิใหผูถูกตองหาปฏิเสธวา ของทคี่ น ไดไ มใ ชของตน
๗๔ ºÑ¹·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ เขียนท.่ี .................................................. วนั ท่ี...............เดอื น..............................พ.ศ. .............. บันทกึ น้แี สดงวา วันนี.้ ...................................เวลา.....................น. พนกั งานเจาหนา ท่ี ประกอบดว ย..................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ไดม าขอทาํ การตรวจคน บา นเลขท.ี่ ................ถนน...........................แขวง/ตาํ บล................................ เขต/อาํ เภอ..........................จงั หวดั ..........................โดยมี (นาย/นาง/นางสาว)................................. เปน เจา ของบา นหรอื ผดู แู ลแทนเจา ของบา น เนอื่ งจาก........................................................................ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ..................................................................................................พนกั งานเจา หนา ทช่ี ดุ ดงั กลา วไดพ บ (นาย/นาง/นางสาว).............................................................ซ่งึ เปน................................................. พนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดแสดงตัว และช้ีแจงวตั ถปุ ระสงคต อ (นาย/นาง/นางสาว).................................... เขาใจในวัตถุประสงคของพนักงานเจาหนาที่แลว จึงเปนผูนําทําการตรวจคน ซึ่งกอนลงมือทําการ ตรวจคน พนักงานเจาหนา ที่ทกุ คนไดแ สดงความบรสิ ุทธ์ใิ ห (นาย/นาง/นางสาว)................................. ดูเปน ท่ีพอใจแลว จงึ เร่มิ ทาํ การตรวจคน ผลการตรวจคน ปรากฏวา ............................................................................................ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ เสร็จส้ินการตรวจคนเวลา.............................น. หลังการตรวจคนพนักงานเจาหนาที่ ไดแ สดงความบรสิ ทุ ธิ์ให (นาย/นาง/นางสาว)...................................ดูจนเปนที่นา พอใจอีกคร้ังหนึง่ อนึ่ง ในการตรวจคนครั้งนี้ พนักงานเจาหนาที่ไดปฏิบัติอยางสุภาพ มิไดทําการขูเข็ญ บังคับ หรือกระทําประการหนึ่งประการใดอันเปนการประทุษรายแกกายหรือจิตใจตอผูหนึ่งผูใด อกี ทงั้ มไิ ดท าํ ใหทรพั ยส นิ อนื่ ใดเสียหาย สญู หาย เสอ่ื มคา หรอื ไรป ระโยชนแตป ระการใด ไดอานบันทึกนี้ให (นาย/นาง/นางสาว).........................................ฟงแลวรับวาเขาใจ ขอความในบนั ทึกนีด้ แี ละถูกตองเปนความจริงทกุ ประการ จึงลงลายมือชื่อไวเ ปน หลักฐาน (ลงชอื่ )................เจาบา นหรอื ผูดแู ลแทนเจา บาน (ลงชื่อ)..................พนกั งานเจาหนาท่ีผตู รวจคน (............) (..............) (ลงช่อื )................พนกั งานเจาหนา ท่ผี ตู รวจคน (ลงชอื่ )..................พนกั งานเจา หนา ท/่ี บนั ทกึ /อา น (.............) (..............) (ส ๕๖ - ๒๙)
๗๕ ºÑÞªÕ·Ã¾Ñ Â» ÃСͺºÑ¹·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ ลาํ ´Ñº ÃÒ¡ÒÃ·Ã¾Ñ ÂÊ ¹Ô จํา¹Ç¹/น้าํ ˹ѡ ÃÒ¤Ò ÊÀÒ¾/ตําË¹Ô ¨´Ø ·¾Õè º ËÁÒÂàËμØ ขาฯ ขอรับรองวาทรัพยตามรายการดังกลาวขางตน เปนทรัพยท่ีผูตรวจคนพบและยึด ไวต ามบันทกึ การตรวจคนและหมายคน ของศาล.......ที่......./.......ลงวนั ท่ี.......เดอื น........พ.ศ. ......จริง อานใหฟง แลว รับวา ถูกตอง จึงใหลงชอ่ื ไวเปน หลักฐาน (ลงชือ่ )................................................ผคู รอบครอง/ผูน ําการตรวจคน (ลงชื่อ)................................................ผตู รวจคน /บันทึก/อาน (ลงชื่อ)................................................ผูตรวจคน (ลงชือ่ )........................................พยาน (ถา มี) (ลงช่อื )........................................พยาน (ถาม)ี (ส ๕๖ - ๓๐) ไดร บั สําเนาบันทกึ การตรวจคนนไี้ วแลว (ลงช่อื )................................เจา บานหรือผูครอบครองสถานที่ (........................) ....../....../......
๗๖ ป.จ.ว.ขอ..............เวลา..............น. คดที .ี่ ............................................ บญั ชขี องกลางลําดบั ท.่ี .................. ºÑ¹·¡Ö ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ â´ÂäÁÁ‹ ÕËÁÒ¤¹Œ μÒÁ ».Ç.Ô ÍÒÞÒ Á.ùò (ô) สถานทบี่ ทึก................................................................................................................................ วนั /เดอื น/ป. .................................................................................................................................... วนั /เดอื น/ป. ................................................................................................................................... สถานทตี่ รวจคน ............................................................................................................................... นามเจาพนักงานตํารวจที่ทําการจับกุม.....(ระบุยศ ช่ือ นามสกุล ตําแหนง สังกัด ของเจาพนักงาน ตาํ รวจทที่ ําการจบั กมุ ทุกคน)......................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ไดรวมกันตรวจคนสถานท่ีดังกลาวขางตน เนื่องจากมีพยานหลักฐานตามสมควรวาทรัพยท่ีมีไวเปน ความผิด หรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือมีไวเพ่ือจะใชในการกระทําความผิด หรือ อาจใชเปนพยานหลักฐานพิสูจนการกระทําความผิด ไดซอนอยูหรืออยูในนั้น และมีเหตุอันควร เชอื่ วาหากเนิน่ ชา กวาจะเอาหมายคน มาได ทรัพยนั้นจะถกู โยกยายหรือทาํ ลายเสียกอน โดยมี (ระบุ ช่อื นามสกลุ อายุ ทีอ่ ยขู องผคู รอบครองหรือผนู าํ การตรวจคน )........................................................ ......................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ผลการตรวจคนปรากฏวา.....(พบหรือไมพบทรัพยตามเหตุท่ีเขาตรวจคนโดยไมมีหมายคน ถาพบให ระบวุ า พบทรพั ยต ามเหตทุ เ่ี ขา ตรวจคน ซง่ึ มรี ายละเอยี ดตามบญั ชที รพั ยท แ่ี นบทา ยบนั ทกึ การตรวจคน ) ...................................................................................................................................................... เสร็จส้ินการตรวจคน เวลา.........................น. อน่ึงในการตรวจคนครั้งนี้ เจาพนักงานตํารวจผูตรวจคนมิไดทําใหทรัพยสินของผูใด เสียหาย สูญหาย หรือเส่ือมคาแตประการใด และมิไดเอาทรัพยสินของผูหน่ึงผูใดมาเปนประโยชน ของตนเองแตอ ยางใด ไดอานบันทึกน้ีใหผูนําการตรวจคนฟงแลว รับวาถูกตองและไดมอบสําเนาบันทึก การตรวจคนกับบญั ชที รัพย (ถา มี) ใหผนู ําการตรวจคน ไวแ ลว จึงใหลงชอ่ื ไวเ ปนหลกั ฐาน (ลงชอ่ื )...........................................เจา บานหรือผูค รอบครอง/ผนู ําการตรวจคน (ลงชอ่ื )...........................................ผูตรวจคน /บนั ทกึ /อา น ตาํ แหนง.......................................... (ลงชื่อ)...........................................ผตู รวจคน (ลงช่อื )...........................................ผูตรวจคน (ลงช่อื )...........................................ผตู รวจคน ไดรบั สาํ เนาบันทึกการตรวจคนนไ้ี วแ ลว (ส ๕๖ - ๓๑) (ลงช่อื )...(......................./...................../.......................)....เจา บานหรือผูครอบครองสถานท่ี
๗๗ ºÞÑ ª·Õ Ã¾Ñ Â» ÃСͺºÑ¹·¡Ö ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ â´ÂäÁ‹ÁËÕ ÁÒ¤¹Œ μÒÁ ».Ç.Ô ÍÒÞÒ Á.ùò (ô) ลาํ ´ºÑ ÃÒ¡Ò÷ÃѾÂÊ Ô¹ จาํ ¹Ç¹/นํ้า˹ѡ ÃÒ¤Ò ÊÀÒ¾/ตําË¹Ô ¨Ø´·Õ辺 ËÁÒÂàËμØ ขาฯ ขอรับรองวาทรัพยตามรายการดังกลาวขางตน เปนทรัพยท่ีผูตรวจคนพบและยึด ไวต ามบันทกึ การตรวจคนจริง อา นใหฟงแลว รบั วาถูกตอง จงึ ใหล งชอื่ ไวเ ปนหลักฐาน (ลงชือ่ )................................................ผูค รอบครอง/ผนู ําการตรวจคน (ลงชอ่ื )................................................ผตู รวจคน/บันทกึ /อาน (ลงช่ือ)................................................ผูตรวจคน ไดร ับสาํ เนาบันทึกการตรวจคน นี้ไวแลว (ลงช่อื )................................เจาบา นหรือผคู รอบครองสถานที่ (........................) ....../....../...... (ส ๕๖ - ๓๒)
๗๘ ºÑ¹·Ö¡áÊ´§àËμØ¼Å·àèÕ ¢ŒÒ¤Œ¹â´ÂäÁ‹ÁÕËÁÒ¤Œ¹ สถานทบ่ี ันทึก.................................................... วันท่ี..............เดอื น............................พ.ศ. .............. เรอ่ื ง แสดงเหตผุ ลท่ีทําใหสามารถเขาคน ได เรียน นาย, นาง........................................................ผคู รอบครองสถานทท่ี ่ถี กู คน ดว ยเมอ่ื วนั ท.่ี .............เดอื น............................พ.ศ. .............. เวลาประมาณ..............น. เจา พนกั งานตาํ รวจคอื .................................................ตาํ แหนง ........................................................ เปนหวั หนา ในการคน/พรอ มดวยเจา พนักงานที่มชี ื่อทา ยบันทกึ การคน รวม.................................คน ไดเ ขา คน สถานท/่ี บา นเลขท.่ี ...............หมทู .่ี ................ตรอก/ซอย................................ ถนน...................ตาํ บล/แขวง.........................อาํ เภอ/เขต.........................จงั หวดั ............................ เนอ่ื งจากมพี ยานหลกั ฐานตามสมควรวา (สงิ่ ของตาม มาตรา ๙๒ (๔))........................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ไดซ อนหรอื อยูในนน้ั ประกอบท้ัง................................................................................ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ซึ่งเปนเหตุอันควรเช่ือวา เน่ืองจากการเนิ่นชากวาจะเอาหมายคนมาได ส่ิงของนั้นจะถูกโยกยาย/ หรอื ทาํ ลายเสยี กอ น ซง่ึ เปน เหตยุ กเวน ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจมอี าํ นาจคน ในทร่ี โหฐานได โดยไมต อ งมีหมายคน ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๙๒ (๔) รายละเอียดแหงการคนปรากฏตามสําเนาบันทึกการคน/และสําเนาบัญชีทรัพยที่ได จากการคน ซึ่งไดส ง มาพรอ มหนงั สือน้ีแลว เอกสารรวม...............................แผน จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ ร.ต. ..................................ผูคน (................................) ตาํ แหนง ..................................
๗๙ ºÑ¹·Ö¡¢ÍŒ ¤ÇÒÁñ ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡ÒÃ........................................................................â·Ã. .................................................... ·.èÕ ...............................Ç¹Ñ ·.èÕ .......................เดอื น..............................................พ.ศ. ...................... àÃ×èͧ รายงานเหตผุ ล และผลการคนโดยไมม ีหมายคน àÃÂÕ ¹ (ผบู ังคับบัญชาเหนือตนข้ึนไป ๑ ชนั้ ) ดว ยเมอ่ื วนั ท.่ี .............เดอื น........................พ.ศ. ............ เวลาประมาณ .......................น. เจา พนกั งานตาํ รวจคอื .................................................ตาํ แหนง ......................................เปน หวั หนา ในการคน /พรอ มดว ยเจา พนกั งานตาํ รวจคอื ........................................................................................ ......................................................................................................................รวม........................คน ไดไ ปคน สถานท/ี่ บา นเลขท.ี่ ........................หมทู .่ี .......................ตรอก/ซอย..................................... ถนน........................ตาํ บล/แขวง........................อาํ เภอ/เขต.........................จงั หวดั ......................... ซงึ่ มี นาย, นาง...........................................................................อาย.ุ .......................ป เปนเจาของบาน/ผูครอบครองสถานท่ี โดยไมมีหมายคนเนื่องจากมีพยานหลักฐานตามสมควรวา (ส่งิ ของตามมาตรา ๙๒ (๔))............................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ไดซอนหรอื อยใู นน้ัน ประกอบทัง้ ................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ซึ่งเปนเหตุอันควรเชื่อวา เน่ืองจากการเนิ่นชากวาจะเอาหมายคนมาได สิ่งของน้ันจะถูกโยกยาย/ หรอื ทาํ ลายเสยี กอ น ซง่ึ เปน เหตยุ กเวน ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจมอี าํ นาจคน ในทรี่ โหฐานได โดยไมตองมีหมายคน ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๙๒ (๔) เจาพนักงานผูตรวจคนไดมอบสําเนาการคน, บัญชีสิ่งของท่ีไดจากการคนและบันทึก แสดงเหตผุ ลในการคน ใหก ับ นาย, นาง..................................................................ไวเรยี บรอยแลว รายละเอียดแหงการคนปรากฏตามสําเนาบันทึกการคน/และสําเนาบัญชีทรัพยท่ีได จากการคน ซ่งึ ไดสง มาพรอมหนงั สือนแี้ ลว เอกสารรวม..............................แผน จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบ ร.ต. ..................................ผูคน (................................) ตําแหนง..................................
๘๐ ¡Òúѹ·¡Ö ¡ÒèѺ¡ØÁ การเขียนบันทึกการจบั กมุ ñ. ¡Å‹ÒÇนาํ บนั ทกึ การจบั กมุ นเี้ ปน การปฏบิ ตั งิ านขนั้ แรกของการจบั กมุ เมอื่ เราจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ ไดแลวเราก็ตองทําบันทึก หรือเขียนบันทึกการจับกุมใหไดเพ่ือเปนหลักฐานในคดีท่ีเราดําเนินการ จับกุมผูกระทําผิดนั้น วาเขากระทําความผิดอะไร มีผูกระทําผิดกี่คน และไดอะไรเปนของกลางบาง เราตองบันทึกไวโดยละเอียด เพ่ือเปนการปองกันตัวเราซึ่งอาจจะตองเปนผูตองหาหรือถูกฟองรอง จากผถู ูกจับกมุ หรือเครอื ญาติกเ็ ปนได ò. à¹é×ÍËÒ ความมุงหมายของการบันทึกการจับกุมเปนปองกันการถูกฟองหรือถูกรองเรียน แยกออกเปนขอๆ ไดดงั น้ี ก. แสดงถงึ ผลงานในการปฏิบตั ิหนา ที่ของผูทาํ การจับกมุ ข. เพื่อเปน หลกั ฐานในคดีที่เราไดป ฏบิ ตั มิ า และเปน การชวยความจาํ ค. เพอ่ื เปนการปองกันการถูกฟอ งรองของผจู บั กุมโดยผูถกู จับกุม Ç¸Ô Õทําº¹Ñ ·¡Ö ¡ÒèºÑ ¡ØÁ ก. ทําแบบบนั ทกึ ขอความในลักษณะที่เปน การบรรยาย ข. วางลาํ ดบั ข้ันตอนในการเขยี น - รวบรวมขอมลู ของการจับ เชน ใครจับใคร ขอ หาอะไรไดข องกลางหรือไม ทําไมถกู จบั จึงไดร ับบาดเจ็บ - วางโครงรางตามแบบ - ลงชื่อเขยี นตามโครงรางนน้ั ค. เน้ือเรอื่ งของการรายงานตองประกอบดว ย - สวนบทนํา กลาวถึงใคร มาจบั ใคร เม่อื ไร ในขอหาอะไร การจบั น้ีมหี มาย หรือไม ฯลฯ - กลาวถึงเรือ่ งราวในการจับกุม เชน จบั ไดหรือไม ไดข องกลางหรือไม มีผูตอ งหาหลบหนีไปไดห รอื ไม สรุป บทสรุปกลาวถึงวาไดจัดการกับผูตองหาท่ีจับไดอยางไร เกิดการเสียหาย ในขณะจับกุมหรือไม ¢ŒÍ¤ÇÃÊѧà¡μ ตามธรรมดาจะตองคนตัวผูตองหาดวยเสมอ เพราะผูตองหาอาจเอาของกลางที่ใชใน การกระทําผิดซุกซอนไว ถาหากพบแตเงินและเราไมสามารถจะยืนยันวาเปนเงินที่ไดจากการ กระทาํ ความผดิ จรงิ กอ็ าจจะไดเ ปน ขอ พริ ธุ วา ผตู อ งหาไดเ งนิ นน้ั มาจากการกระทาํ ความผดิ หรอื เราอาจได
๘๑ ของกลางอยา งอนื่ ๆ ดว ยก็ได อาจจะเปน เคร่อื งมอื หรืออุปกรณใ นการกระทําความผดิ อีกหลายอยาง เราตองยดึ ถือไวเ ปนของกลางนําไปไวเปนพยานหลักฐานในการฟอ งรองกระทาํ ผิดตอไป ÊÒÃÐสาํ ¤ÞÑ ·μÕè ŒÍ§ÃÐºãØ ¹ºÑ¹·Ö¡¡ÒèѺ ๑. สถานทีท่ ําการบนั ทกึ การจับกุม ๒. วนั เดือน ป ทที่ าํ การบนั ทกึ จับกมุ ๓. ชือ่ และตําแหนงเจา พนกั งานจับกมุ ๔. ชอื่ อายุ ภูมิลาํ เนา หมายเลขบัตรประชาชนของผูถกู จับ ๕. ของกลาง ๖. ตําแหนง ทีพ่ บของกลาง ๗. แจง ขอ กลา วหาและแจงสทิ ธแิ กผ ถู กู จบั ๘. พฤตกิ ารณใ นการกระทาํ ความผิด ๙. วัน เดือน ป และเวลา ตลอดจนสถานท่ี ซึ่งเกดิ การกระทาํ ผิดและจบั กุม ๑๐. บันทึกรายละเอียดวาการจับกุมครั้งน้ี เจาพนักงานผูจับมิไดทําใหทรัพยสินของผูใด เสียหาย สูญหาย หรือเสื่อมคาแตประการใด และมิไดทําใหผูใดไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ แตอ ยางใดและไดอา นบนั ทึกนีใ้ หผูถกู จบั ฟง รบั รองวาถูกตอ ง จึงใหล งลายมือชื่อ พรอมใหม อบสาํ เนา บนั ทึกการจับไว ๑ ฉบบั แลว ๑๑. ลายมอื ช่อื ของผูถูกจับ ๑๒.ลายมือชอ่ื เจาพนักงานผจู บั และผอู า น
๘๒ (ผนวก จ.) ป.จ.ว.ขอ ................เวลา................. คดอี าญาท่.ี ....................................... บัญชีของกลางลําดบั ท่.ี .............. ºÑ¹·¡Ö ¡ÒèѺ¡ÁØ สถานทบ่ี ันทึก.................................................... วนั ที.่ ......................เดือน.......................พ.ศ. ................ วนั นี้ (...............) เวลาประมาณ.............น. เจา พนกั งานผจู บั ประกอบดว ย................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ไดร ว มกนั จบั ๑. นาย/นาง/นางสาว..........................................อาย.ุ .............ป อยบู า นเลขท.่ี ............หม.ู ............ อําเภอ..........................จังหวดั ...............................หมายเลขบัตรประชาชน................................... ๒. นาย/นาง/นางสาว..........................................อาย.ุ .............ป อยบู า นเลขท.่ี ............หม.ู ............ อาํ เภอ..........................จังหวัด...............................หมายเลขบัตรประชาชน................................... พรอ มดว ยของกลาง.................................................................................................... ๑. ............................................................................................................................................. ๒. ............................................................................................................................................. ๓. ..............................................................................................รวม..............................รายการ จดุ ทพ่ี บของกลาง........................................................................................................ ...................................................................................................................................................... โดยแจง ขอ กลา วหาวา ................................................................................................. ...................(การกระทาํ ทอ่ี า งวา ผตู อ งหากระทาํ ความผดิ )................................................................ ...................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดเก่ยี วกับวนั เวลาและสถานที่เกดิ เหตุ)................................... ...................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดเกยี่ วกบั บคุ คลและสง่ิ ของทเี่ กยี่ วขอ ง)................................... .........................................................................................................................................................
๘๓ เหตใุ นการจับ จบั ตามหมายจบั ศาล................ท.ี่ ........./..............ลงวนั ท.่ี ........................... ซง่ึ เจาพนกั งานตาํ รวจผูจ บั ไดแ สดงตอผถู ูกจับแลว เมื่อผูจับกระทําความผิดซึ่งหนาดังบัญญัติไวในมาตรา ๘๐ แหงประมวล กฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา เมื่อพบผูถูกจับ โดยมีพฤติการณอันควรสงสัยวานาจะกอเหตุรายใหเกิด ภยนั ตรายแกบคุ คลหรือทรพั ยสนิ ของผูอ่นื โดยมเี คร่อื งมอื อาวธุ หรอื วัตถุ อยา งอน่ื อาจใชในการกระทําความผดิ เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับผูถูกจับ ตามมาตรา ๖๖(๒) แหงประมวล กฎหมายจบั ผถู กู จบั ได เปนการจับผูตองหาหรือจําเลยท่ีหนี หรือจะหลบหนีในระหวางถูกปลอย ช่ัวคราว ตามมาตรา ๑๑๗ แหงประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา บคุ คลทถ่ี กู จบั ตามกฎหมายจบั หลบหนหี รอื ผชู ว ยใหห นไี ปไดต ามมาตรา ๖๕ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เจา พนกั งานผูจบั ไดแ จง ใหผ ูถกู จบั ทราบวา มีสิทธิ ดังนี้ ๑. สิทธิที่จะใหการ หรือไมใหการก็ได และถอยคําของผูถูกจับน้ันอาจใชเปนพยานหลักฐานในการ พิจารณาคดไี ด ๒. สทิ ธิท่จี ะปรึกษาทนายความหรือผทู ี่จะเปน ทนายความเปน การเฉพาะตัว ๓. สิทธิแจงหรือขอใหเจาพนักงานแจงใหญาติหรือผูไววางใจทราบถึงการจับกุมและสถานที่ถูก จบั กมุ ในโอกาสแรก ๔. สทิ ธิใหทนายความหรอื ตนไววางใจเขาฟง การสอบปากคําของตนไดในช้นั สอบสวน ๕. สิทธิไดร ับการเย่ียมหรอื ติดตอกบั ญาติไดต ามสมควร ๖. สิทธิไดร ับการรักษาพยาบาลโดยเรว็ เมอ่ื เกิดการเจ็บปว ย เจาพนักงานตํารวจผูจับไดเอาตัวผูถูกจับไปยังที่ทําการของสถานีตํารวจ...................ซึ่ง เปนทที่ าํ การของพนักงานสอบสวน แหงหองท่ที ่ีถกู จบั ผรู บั ผดิ ชอบโดยทนั ที เมื่อไปถึงที่ทําการของพนักงานสอบสวน เจาพนักงานตํารวจผูจับไดแจงขอกลาวหาให ผจู บั ทราบอีกครงั้ หน่ึง ซง่ึ ผถู กู จบั ทราบและเขาใจขอ กลา วหาดแี ลวโดยตลอด เปน กรณหี มายจบั เจา พนกั งานตาํ รวจจบั ไดแ จง ใหผ ถู กู จบั ทราบ และอา นขอ ความ ในหมายจบั ใหผ ถู กู จบั ฟง แลว ผถู กู จบั ทราบขอ กลา วหาและรายละเอยี ดเกยี่ วขอ งกบั เหตแุ หง การจบั และสทิ ธขิ องผถู กู จบั ดงั กลา วขา งตน
๘๔ ไมยอมใหการ รบั สารภาพ ใหการ ปฏเิ สธ โดยมรี ายละเอยี ดวา ....................(กอ นเกดิ เหตุ ขณะเกดิ เหตุ หลงั เกดิ เหตุ จนกระทงั้ ถกู จบั ).................... (รายละเอยี ดไดจ ากคาํ ใหก ารของผตู อ งหา)....................................................................................... สถานทถี่ กู จบั .........................ตาํ บล/แขวง........................อาํ เภอ/เขต............................ จงั หวดั ....................เมอื่ วนั ท.่ี ..............เดอื น......................พ.ศ. .............เวลาประมาณ...................น. อนึ่ง ในการปฏิบัติหนาท่ีครั้งน้ี เจาพนักงานตํารวจผูจับไดปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมาย โดยมิไดจูงใจใหคําม่ันสัญญา ขูเข็ญ หลอกลวง ทรมาน หรือทําใหผูหน่ึงผูใดไดรับอันตรายแกกาย หรอื จิตใจ หรือทาํ ใหทรพั ยสนิ ของผหู นึ่งผูใดเสยี หาย สูญหาย เส่ือมคา หรือไรร าคาแตอ ยางใด ไดอ า นบนั ทกึ นใี้ หผ ถู กู จบั ฟง แลว รบั รองวา ถกู ตอ งตามความเปน จรงิ พรอ มไดม อบสาํ เนา บนั ทกึ การจับใหกับผถู กู จบั ไว คนละ ๑ ฉบบั แลว จงึ ใหลงลายมอื ชื่อไวเ ปน หลกั ฐาน (ลงชื่อ)...............................................ผตู อ งหา/ผรู บั มอบหมาย () (ลงชือ่ )...............................................ผตู องหา/ผรู ับมอบหมาย () (ลงชือ่ )...............................................ผูจบั กุม (ลงชื่อ)...............................................ผูจ บั กุม (ลงช่ือ)...............................................ผูจบั กุม/บันทึก/อา น ËÁÒÂàËμØ ๑. ถา เจาพนกั งานตาํ รวจผูจ ับไมแ จงสิทธใิ นบนั ทึกการจับนี้ ไมทําใหบ ันทึกการจับเสียไป ๒. ถาเจา พนักงานตาํ รวจผูจบั ไมมอบสําเนาบนั ทกึ การจบั กมุ ใหก ับผูจ บั คนละ ๑ ฉบับ อาจถูกฟอ ง ปฏบิ ัติหรือละเวนการปฏบิ ตั หิ นาที่โดยมชิ อบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ได
๘๕ ºÑ¹·Ö¡¡ÒèѺ¡ØÁ¼ÙŒμÍŒ §ËÒ·àÕè »š¹à´ç¡ËÃ×ÍàÂÒǪ¹ ʶҹ··èÕ Òí ºÑ¹·Ö¡ ......................................................................................................................................................... Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èºÕ ѹ·Ö¡ ........................................................................................................................................................ Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èÕ¨ºÑ ¡ØÁ ........................................................................................................................................................ ʶҹ·¨èÕ ºÑ ¡ÁØ ........................................................................................................................................................ à¨ÒŒ ˹ŒÒ·ÕèμÒí ÃǨ¼Ù¨Œ Ѻ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ä´áŒ ¨Œ§á¡‹¼ÙŒ·è¶Õ ¡Ù ¨ÑºμÒÁÃÒªÍè× ¢ÒŒ §Å‹Ò§Ç‹Òà¢ÒμŒÍ§¶Ù¡¨ºÑ ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ä´áŒ ¨§Œ ã˼Œ ¶ÙŒ Ù¡¨ºÑ ·ÃÒºÇ‹Ò ๑. ผูถกู จับมสี ทิ ธิทีจ่ ะไมใหการหรือใหก ารกไ็ ด ๒. ถอ ยคาํ ของผถู กู จับนั้นอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดีได ๓. ผูถกู จบั มสี ทิ ธจิ ะพบและปรกึ ษาทนายหรือผซู ่ึงจะเปน ทนายความ ๔. ถาผูถูกจับประสงคจะแจงใหญาติ หรือผูซ่ึงตนไววางใจทราบถึงการจับกุม ทสี่ ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไมเ ปน การขดั ขวางการจบั หรอื การควบคมุ ถกู จบั หรอื ทาํ ใหเ กดิ ความไมปลอดภัยแกบุคคลหนึ่งบุคคลใด เจาพนักงานสามารถอนุญาตใหผูถูกจับดําเนินการได ตามสมควรแกก รณี ਌Ò˹ŒÒ·μÕè íÒÃǨ¼Œ¨Ù ºÑ ä´áŒ ¨§Œ ¢ÍŒ ¡Å‹ÒÇËÒãËŒ¼ŒÙ¶¡Ù ¨Ñº·ÃÒºÇ‹Ò ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ (ส ๕๖ - ๒๘)
๘๖ ¼¶ÙŒ ¡Ù ¨ÑºÃѺ·ÃÒºÊ·Ô ¸áÔ ÅŒÇ ( ) ไมข อดําเนินการตามขอ ๔ ( ) ขอดําเนินการตามขอ ๔ และไดดําเนินการเรียบรอ ย ( ) ขอใหการรับวาเปนบุคคลตามหมายจับ และยังไมเคยถูกดําเนินคดี นม้ี ากอ น 㹡ÒèѺ¡ØÁ¼μÙŒ ŒÍ§ËҤçÑé ¹Õé ਌Ò˹ŒÒ·èÕμÒí ÃǨª´Ø ¨Ñº¡ÁØ ä´¡Œ ÃÐทาํ ä»μÒÁอาํ ¹Ò¨áÅÐ˹Ҍ ·Õè â´Â มีหมายจับ มคี าํ สง่ั ศาล กระทําความผิดซึง่ หนา ดังไดบ ัญญตั ิไวในมาตรา ๘๐ มีพฤติการณอันควรสงสัยวาผูน้ันนาจะกอเหตุรายใหเกิดภยันตราย แกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอ่ืนโดยมีเคร่ืองมือ อาวุธหรือวัตถุอยางอ่ืนอันสามารถอาจใชในการ กระทําความผิด เมื่อมีเหตุท่ีจะออกหมายจับบุคคลนั้นตามมาตรา ๖๖ (๒) แตมี ความจาํ เปนเรงดว นทีไ่ มอาจขอใหศาลออกหมายจบั บคุ คลนั้นได เปนการจับกุมผูตองหาหรือจําเลยที่หนีหรือจะหลบหนีในระหวาง ถูกปลอยชว่ั คราว ตามมาตรา ๑๑๗ ¡Òû¯ºÔ μÑ ¢Ô ͧà¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹¼ŒÙ¨ºÑ μÍ‹ à´¡ç ËÃÍ× àÂÒǪ¹¼ŒÙ¶¡Ù ¨ºÑ ¡ÃзÒí â´Â (Á.öù) แจงแกเดก็ หรอื เยาวชนวา เขาตอ งถูกจับ แจง ขอ กลา วหารวมท้ังสทิ ธิตามกฎหมายใหท ราบ กรณีมหี มายจับไดแ สดงตอผถู กู จบั นาํ ตัวไปยังท่ที ําการของพนักงานสอบสวนแหงทอ งท่ถี กู จับทันที แจงเหตุแหงการจับกุมใหบิดา มารดา ผูปกครอง บุคคลหรือผูแทน องคการ ซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยูดวย กรณีอยูดวยในขณะจับกุม / ในโอกาสแรกเทาท่ีสามารถ ทาํ ได ทําบันทึกการจับกุม โดยแจงขอกลาวหาและรายละเอียดเก่ียวกับเหตุแหงการจับให ผูถ ูกจบั ทราบ และไดก ระทาํ ตอหนา ผูป กครอง บุคคลหรอื ผแู ทนองคก ารซึ่งเด็กหรอื เยาวชนอยูด ว ย ในกรณที ี่ขณะทาํ บนั ทกึ มีบคุ คลดังกลาวอยูดวย ในการจบั กมุ และควบคมุ ไดก ระทาํ โดยละมนุ ละมอ ม โดยคาํ นงึ ถงึ ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน มนษุ ย และไมเ ปน การประจาน มไิ ดใ ชว ธิ กี ารเกนิ กวา ทจ่ี าํ เปน เพอ่ื ปอ งกนั การหลบหนหี รอื เพอื่ ความปลอดภยั ของเด็กหรอื เยาวชนผูถูกจบั หรอื บคุ คลอื่น และมิไดใ ชเ ครอื่ งพันธนาการแกเ ด็ก
๘๗ เจาหนาที่ตํารวจผูจับไดอานบันทึกใหผูถูกจับฟงแลวและผูถูกจับไดอานดวยตนเองแลว รับวาถูกตองและไดมอบสําเนาบันทึกการจับกุมใหแกผูถูกจับเรียบรอย จึงใหลงลายมือช่ือไวเปน หลักฐาน (ลงชื่อ).............................................ผูตอ งหา (ลงช่ือ).............................................ผปู กครอง (ถาม)ี (ลงช่อื )...................................ผูจ บั กมุ (ลงช่อื ).................................ผจู ับกุม (ลงช่อื )...................................ผจู บั กุม (ลงชื่อ).................................ผจู ับกมุ (ลงช่ือ)...................................ผจู บั กุม (ลงชอื่ )...................................ผจู บั กมุ /บนั ทกึ (ส ๕๖ - ๒๘)
๘๘ ป.จ.ว.ขอ ....................เวลา...........น. ลงวันท.่ี ............................................ คดอี าญาที.่ ....................................... บญั ชขี องกลางลาํ ดบั ท่.ี ...................... ºÑ¹·¡Ö ¡ÒèºÑ ¡ØÁ.............................พนักงานสอบสวน ʶҹ·ºèÕ ¹Ñ ·¡Ö ..............................ก...ก...๑....บ..ก....ป..อ...ศ................................................................................. Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·ºÕè ¹Ñ ·¡Ö .............๘.......ส..ิง..ห..า..ค...ม...๒...๕...๕...๐.......เ.ว..ล...า......๑...๕...๐...๐......น............................................ Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·¨èÕ ºÑ ..................๘.......ส..งิ..ห..า..ค...ม...๒...๕...๕...๐.......เ.ว..ล...า......๑...๔...๑...๐......น............................................ ʶҹ·¨èÕ ºÑ ¡ÁØ .................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ¹ÒÁà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨ·¨Õè ºÑ ¡ÁØ .......น...ํา.โ..ด..ย....พ.....ต....ท.....อ..ภ...ชิ ..ัย....ห..ว..ล...จ..ิต..ต... .ส...ว....ก..ก....๑....บ...ก....ป...อ..ศ....,...ด....ต.....ท..อ...ง..ใ.บ.. .เ.ณ...ร..ส..วุ..ร..ร.ณ....,..ด....ต....ห...ญ...งิ...ช..ว..น..พ...ศิ...ส..ข.ุ ..เ.ป..ย..ม...,..จ....ส....ต....ร..งั..ส..ร..ร..ค...ศ..กุ..ษ...ร..,..ส....ต....อ.....ร.ฐั..ส...ร.ร..ค... เ..ล..ศิ ..ป...ร.ะ..เ..ส..ร..ฐิ ...พ..ร..อ...ม..ด..ว..ย.. .แ..ล..ะ...น...า..ย..ภ...า..น..พุ...ัน..ธ....ท..ัศ...น..ศ..ร..ีว..ร..ก..า..ร...ผ...ูร.ับ...ม..อ...บ..อ...าํ..น..า..จ..ช...ว ..ง.จ...า..ก..บ..ร..ิษ...ัท....โ.ร..เ.ล..ก็..ซ... .เ.อ...ส....เ.อ......จ..าํ..ก..ัด....ก..ับ...พ...ว..ก...... ......................................................................................................................................................... ä´ÃŒ ‹ÇÁ¡¹Ñ ¨ºÑ ¡ÁØ μÑÇ ๑. ............................................ผตู องหาท่ี ๑ อายุ....................ป ๒. ............................................ผูตองหาท่ี ๒ อายุ....................ป ¾ÃÍŒ Á´ÇŒ ¢ͧ¡ÅÒ§.....๑........น..า..ฬ...ก..า..ท...ี่ม..เี.ค...ร.่ือ...ง..ห..ม..า..ย...ก..า..ร..ค..า..ป..ล...อ..ม..ย...่ีห..อ...โ.ร..เ.ล..็ก..ซ... ..........จ..าํ ..น..ว..น....๒...๐...ช...ิน้ ..... ....................................๒........น..า..ฬ...ก ..า..ท...ี่ม..ีเ.ค...ร.ื่อ...ง..ห..ม...า.ย...ก..า..ร..ค..า..ป...ล..อ..ม...ย..หี่...อ..เ.บ...ร..ท..ล..่งิ...........จ...ํา.น...ว..น....๑..๐....ช..ิ้น...... ....................................๓........ก..ร..ะ..เ.ป..า..ถ...อื ..ท...ี่ม..ีเ.ค...ร..อ่ื ..ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า..ป...ล..อ...ม..ย..ี่ห...อ..ช..า..แ...น..ล.......จ...ํา.น...ว..น....๒...๐...ช...ิ้น..... ....................................๔........ก..ร..ะ..เ.ป..า..ส...ต..า..ง..ค..ท...ม่ี ..ีเ.ค...ร.อ่ื...ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า..เ.ล...ีย..น...ย..่หี ..อ...โ.ค...ล.......จ...ํา.น...ว..น....๕...๐...ช...นิ้ ..... ......................................................................................................................................................... ..................................................................(..Ã..Ç..Á....ô.....Ã..Ò..Â..¡..Ò..Ã....จ..ํา..¹..Ç..¹.....ñ..ð..ð.....ª..Ôé¹..)................................ ......................................................................................................................................................... ตาํ á˹§‹ ·¾èÕ º¢Í§¡ÅÒ§ (ÃÐºãØ ËªŒ ´Ñ ਹ) ..ว..า..ง..อ..ย...ูบ..น...แ..ผ..ง..ล..อ..ย...ไ.ม...ม..ีช..่อื.../.เ.ล..ข..ท...ี่ .ด..งั..ก..ล...า..ว.ข...า.ง..ต...น...ล...ัก..ษ..ณ...ะ.. .เ.ส..น...อ..จ..าํ..ห...น..า..ย..ใ..ห..แ..ก...ป..ร..ะ..ช..า..ช...น..ท...่วั ..ไ.ป..................................................................................................... â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇÒ‹ ..เ.ส..น...อ..จ..าํ..ห..น...า ..ย..ซ..ง่ึ..ส..นิ ..ค..า..ท...ม่ี ..เี.ค..ร..อ่ื..ง..ห...ม..า..ย..ก..า..ร..ค..า ..ป..ล..อ...ม..เ.ค..ร..อ่ื..ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า ..ข..อ..ง..บ..คุ..ค...ล..อ..นื่..ท...ไี่.ด.. .จ..ด..ท...ะ..เ.บ..ยี...น..แ..ล...ว..ใ.น...ร.า..ช...อ..า..ณ...า..จ..ัก...ร........................................................................................................ 㹪¹éÑ ¨ºÑ ¡ÁØ ¼μŒÙ ÍŒ §ËÒ·ÃÒºáÅÐà¢ÒŒ 㨢͌ ¡ÅÒ‹ ÇËÒâ´ÂμÅÍ´áÅÇŒ ãË¡Œ ÒÃ..ร..บั...ส..า..ร.ภ...า..พ..ว..า..เ.ป...น ..ผ...จู ..าํ .ห...น..า..ย.. .ส..ิน..ค...า..ด..ัง..ก..ล..า..ว..ข..า..ง..ต..น...จ..ร..ิง....................................................................................................................
๘๙ Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·àèÕ ¡´Ô àËμ.Ø ......................๘.......ส..งิ..ห...า..ค..ม....พ...ศ....๒...๕..๕...๐....เ.ว..ล..า..ป...ร..ะ..ม..า..ณ.....๑..๔....๑..๐....น.................... ¾ÄμÔ¡Òóá Ë‹§¤´.Õ ...ต..า..ม..ว..นั..เ.ว..ล..า..ท..เ่ี.ก..ดิ...เ.ห..ต..ุ.เ.จ..า ..พ..น..กั..ง..า..น..ต..าํ..ร..ว..จ.ไ..ด..ร .ว..ม..ก...บั ..ผ..เู.ส..ยี..ห..า..ย..อ...อ..ก..ท..าํ..ก..า..ร..ส..บื ..ส..ว..น..ต..า..ม.. ส...ถ..า..น..ท...่ดี ..งั..ก..ล..า..ว..ข..า..ง..ต..น....จ..า..ก..ก..า..ร..ส..บื...ส..ว..น..พ...บ..ว..า..ท...่บี ..ร..เิ.ว..ณ...ท...เี่ .ก..ดิ..เ..ห..ต..ุม...ีก..า..ร..ก..ร..ะ..ท..าํ..ค..ว..า..ม...ผ..ดิ ...โ..ด..ย..ก..า..ร..จ..ํา..ห...น..า..ย.. ส...นิ ..ค..า..ท...ม่ี ..เี.ค...ร.อ่ื...ง.ห...ม..า..ย..ก..า..ร..ค..า..ข..อ...ง.บ...ร.ษิ...ทั..ฯ...ผ...เู .ส..ยี..ห...า..ย..จ..ร..งิ .เ.ม...อ่ื ..เ.จ..า..พ...น..กั..ง..า..น..ต...าํ ..ร.ว..จ..ไ..ด..เ.ด..นิ...ท..า..ง..ม..า..ท...เี่ .ก..ดิ..เ.ห...ต..พุ...บ.. ¹...Ò..Â../..¹.....Ê..../..¹..Ò..§...(.ท..ร..า..บ..ช..อ่ื...ภ..า..ย..ห...ล..งั..).ก...าํ .ล...งั .เ.ส...น..อ...ข..า.ย...ส..นิ ..ค..า. .ด...งั .ก..ล...า .ว..ข..า..ง..ต..น...ใ.ห..ก...บั ..ป...ร.ะ..ช..า..ช..น...ท..วั่..ไ..ป...เ.จ..า..ห..น...า ..ท..ี่ ต...ํา..ร..ว..จ..จ..ึง..ไ.ด..แ..ส...ด..ง..ต..ัว..พ...ร..อ..ม..บ...ัต..ร..ป...ร.ะ...จ..ํา..ต..ัว..ข..า..ร..า..ช..ก..า..ร..ใ.ห... ..¹..Ò..Â.../..¹....Ê...../..¹..Ò..§....ด..ูแ...ล..ว....พ...ร.อ...ม..ท...้ัง..ใ.ห...ผ..ูเ.ส..ีย...ห..า..ย.. .ต..ร..ว..จ..ส..อ...บ..ส...ิน..ค...า..ด..ัง..ก..ล...า..ว..แ..ล..ว..ย...ืน..ย..ั.น..ว..า..ส..ิ.น..ค...า..ด..ัง..ก..ล..า..ว...เ.ป..น...ส..ิน...ค..า..ท...่ีล..ะ..เ..ม..ิด...ล..ิข..ส..ิท...ธ..ิ์ข..อ...ง.บ...ร..ิษ..ั.ท..ผ..ู.เ.ส..ีย..ห...า..ย.. .เ.จ..า ..พ..น...กั ..ง..า.น...ต..าํ..ร..ว..จ..จ..งึ ..ไ.ด..แ..จ..ง..ข..อ..ก...ล..า ..ว..ห..า..,..ส..ทิ...ธ..ใ์ิ .ห..ผ. ..ตู ..อ..ง..ห...า.ท...ร..า..บ...จ..งึ..ไ.ด..ค...ว..บ..ค..มุ...ต..วั..ผ..ตู..อ. ..ง..ห..า..พ...ร.อ...ม..ข..อ...ง.ก..ล...า..ง. .น..าํ..ส..ง...พ...น..กั..ง..า..น...ส..อ..บ...ส..ว..น....บ..ก...ป...ศ..ท.....ด..าํ..เ.น...ิน..ค...ด..ตี ..า..ม..ก...ฎ..ห...ม..า..ย..ต..อ...ไ.ป.......................................................... ไดแ จง สิทธิใ์ หผตู อ งหาทราบวา ๑. ผูถ กู จบั มีสิทธิท่ีจะไมใหก ารหรอื ใหการในชัน้ จับกุมก็ได ๒. ถอยคําใหก ารของผถู กู จับอาจใชเ ปน พยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ด ๓. ผูถกู จับมสี ิทธพิ บและปรกึ ษาทนายความหรือผทู ีจ่ ะเปนทนายความได ๔. ผูถกู จบั มีสทิ ธแิ จงใหญ าติผูไวว างใจทราบเหตแุ หง การจบั กมุ ตามสมควรแกกรณีได อน่ึงในการจับกุมคร้ังน้ีเจาพนักงานตํารวจทุกนายไดกระทําไปตามอํานาจหนาท่ี มิได บงั คบั ขเู ขญ็ หรอื ทาํ รา ยรา งกายผหู นง่ึ ผใู ดจนไดร บั อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจแตอ ยา งใด และมไิ ดท าํ ให ทรัพยสินของผูใดชํารุด เสียหาย หรือเสื่อมคาแตอยางใด และมิไดเรียกรอง รับหรือรับวาจะรับเอา ซง่ึ ทรพั ยส นิ ของผหู นงึ่ ผใู ดมาเปน ประโยชนส ว นตนหรอื ผอู นื่ แตอ ยา งใด และไดท าํ สาํ นวนบนั ทกึ จบั กมุ และมอบใหแ กผตู องหาแลวจาํ นวน ๑ ชดุ อา นบันทกึ ใหฟง และใหอา นเองแลว รับวาถกู ตอง จึงใหล งลายมือชอ่ื ไวเ ปน หลักฐาน (ลงชอื่ ).......................................ผตู องหา (ลงชอื่ ).......................................จบั กุม/กรมทรัพย (ลงชอื่ ).......................................ผูตองหา (ลงชื่อ).......................................จบั กมุ (ลงช่ือ).......................................ผตู องหา (ลงชอ่ื ).......................................จบั กุม (ลงช่อื ).......................................ผูต อ งหา (ลงชื่อ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จับกมุ (ลงชื่อ).......................................จับกุม (ลงชอื่ ).......................................จับกมุ (ลงชอื่ ).......................................จบั กุม (ลงชือ่ ).......................................จับกุม (ลงชอ่ื ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จับกุม/บันทกึ /อาน ËÁÒÂàËμØ ไดร ับสาํ เนาบนั ทึกจบั กมุ ไวเรยี บรอ ยแลว (ลงช่อื )...............................................ผตู องหา (............................................)
๙๐ ป.จ.ว.ขอ ........เวลา.......น. ลงวันท่.ี ..... คดอี าญาท.ี่ ......................................... บัญชีของกลางลําดับท.ี่ ........................ º¹Ñ ·Ö¡¡ÒèºÑ ʶҹ·èÕทํา¡Òúѹ·¡Ö ส.ทล.๒ (เพชรบรุ )ี กก.๒ บก.ทล. Çѹ à´Í× ¹ »‚ ·Õèº¹Ñ ·¡Ö ๑๓ ม.ิ ย. ๒๕๕๔ เวลา ๐๖.๓๐ น. Çѹ à´×͹ »‚ ·¨Õè ºÑ ๑๓ มิ.ย. ๒๕๕๔ เวลา ๐๕.๔๕ น. ʶҹ·èըѺ ถ.เลียบคลองชลประทาน (สุเอช) หมู ๓ บา นไรเพรยี ด ต.บา นหมอ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ¹ÒÁ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨ·èըѺ¡ØÁ พ.ต.ต.สถาพร คําหริ่ง สว.ส.ทล.กก.๒ บก.ทล., ร.ต.ท.ประจักษ เทศทอง, ด.ต.ไพศาล เจริญเรอื งทรพั ย, ด.ต.วรากร สระสาํ ราญ, ด.ต.พนา กาญจนรกั ษ, ด.ต.ปตภิ ทั ร พลู สาํ ราญ ผบ.หมู ส.ทล.๒ กก.๒ บก.ทล., ร.ต.ท.ประนาม แดงสวุ รรณ รอง สวป. สภ.เมืองเพชรบุรี, ด.ต.เตยี ม พวงประทมุ , ด.ต.ฉตั รวรรณ พันธแ กว และ ด.ต.ประจวบ ทัดจนั ทร ผบ.หมู ป. สภ.เมอื ง เพชรบรุ ี ä´ÃŒ ‹ÇÁ¡Ñ¹ทาํ ¡ÒèѺ¡ÁØ μÇÑ ๑. นายสมชาย หรอื เกรส จันทรจวง อายุ ๒๖ ป ไทย-ไทย บัตรประจําตัวประชาชน เลขที่ - อยบู า นเลขท่ี ๑๐๘/๑ หมูท ี่ (บานเวยี งคอย) ต.เวยี งคอย อ.เมอื ง จ.เพชรบุรี ผูถ ูกจบั ¾ÃŒÍÁ´ŒÇ¢ͧ¡ÅÒ§ÁÕ ๑. สายนําสัญญาณวิทยุ มีขอความระบุบริษัทการไฟฟาสวนภูมิภาค จํานวน ๓ มวน (ประมาณ ๑๐๐ เมตร) ๒. มีดปลอกสายไฟ จาํ นวน ๑ เลม ๓. รถจกั รยานยนต ยห่ี อ ฮอนดา รนุ เวฟ ๑๐๐ สนี า้ํ เงนิ เลขทะเบยี น กนล-๘๕๗ เพชรบรุ ี จาํ นวน ๑ คัน ตําá˹‹§·èÕ¾º¢Í§¡ÅÒ§ สายนําสัญญาณวิทยุของกลางรายการท่ี ๑ มวนเปนวงกลมวางอยูบน เบาะรถจักรยานยนตของกลางรายการท่ี ๓ โดยมีเชือกไนลอนผูกติดไวกับรถจักรยานยนตดังกลาว มดี ของกลางรายการท่ี ๒ วางอยูตะแกรงดา นหนาของรถจกั รยานยนตของกลางรายการท่ี ๓ และรถ ของกลางรายการท่ี ๓ จอดลมอยูบรเิ วณถนนเลียบคลองชลประทาน หมูที่ ๓ ทเ่ี กดิ เหตุ â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇÒ‹ เมื่อวันท่ี ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. ขณะเจาหนาที่ตํารวจ ทางหลวงออกตรวจในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ จนกระทั่งผานมายังถนนเพชรเกษม (แยกบานลาด) พบรถจกั รยานยนตข องผตู อ งหาขบั ขมี่ งุ หนา ไปทางพระนครครี ี มสี ายนาํ สญั ญาณวทิ ยแุ ละถงุ พลาสตกิ
๙๑ สีเหลืองวางอยูดานทายของรถคันดังกลาว เจาหนาท่ีจึงไดเรียกเพื่อขอทําการตรวจสอบ ปรากฏวา ผูขับข่ีไมยอมจอดแตโดยดีและเล้ียวรถกลับและขับข่ีหนีโดยมุงหนาไปทาง อ.บานลาด เจาหนาที่ ตํารวจทางหลวงจึงไดขบั รถวทิ ยตุ รวจการณ หมายเลข ๒๒๒๒ ติดตามไป พรอมทั้งแจง วิทยุประสาน ตาํ รวจภธู ร สภ.เมอื งเพชรบรุ ี ชว ยสกัดจบั จนกระทัง่ ถึงบริเวณที่ริมคลองชลประทานทเ่ี กิดเหตุ ผขู บั ข่ี ไดขับรถหลบหนีไปมา กระท่ังรถจักรยานยนตคันดังกลาวเกิดเสียหลักและลมลง จากน้ันผูขับขี่ไดวิ่ง หลบหนีเขาไปยังบริเวณปาในหมูบาน ตอมาเจาหนาที่ตํารวจชุดจับกุมไดติดตามจนพบ ผูถูกจับ ซ่ึงเขาไปหลบอยูในกองฟาง «Öè§¡ÒáÃÐทํา¢Í§¼ÙŒ¶Ù¡¨Ñº¹éÕ໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ลักทรัพยในเวลา กลางคืนหรอื รับของโจร” ตามประมวลกฎหมายอาญา จงึ แจงขอกลา วหาใหผ ถู กู จับทราบ ¾ÃŒÍÁ·Ñé§á¨Œ§ãËŒ¼ÙŒ¶Ù¡¨Ñº·ÃÒº´ŒÇÂÇ‹Ò ผูถูกจับมีสิทธิที่จะไมใหการหรือใหการได และถอยคําของ ผูถูกจับนั้นอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีไดและมีสิทธิท่ีจะพบหรือปรึกษา ทนายความหรือผูซ่ึงจะเปนทนายความ ผูถูกจับรับทราบขอกลาวหาและสิทธิของผูถูกจับขางตนแลว ¢ÍãËŒ¡Òà ปฏิเสธขอกลาวหาลักทรัพยในเวลากลางคืน แตรับสารภาพขอกลาวหารับของโจร ตลอดขอกลาวหา และใหการเพ่ิมเติมวา ตนไดของกลางรายการท่ี ๑ มาจากริมคลองเลียบถนน สายหาดเจาสําราญ บริเวณบานหนองไมเหลืองโดยมีผูนําสายสงสัญญาณวิทยุมาทิ้งไว ตนจึงไดนํา สายนําสัญญาณวิทยุของกลางรายการที่ ๑ ไปท่ีบานของตนเพ่ือเผาพลาสติกที่หอหุมออกและ จะนําทองแดงไปขายทร่ี านขายของเกา ในละแวกบา นผถู กู จับ Ç¹Ñ à´×͹ »‚·Õàè ¡Ô´àËμØ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๕.๔๕ น. อน่ึง ในการจับคร้ังนี้ เจาพนักงานตํารวจมิไดทําใหทรัพยสินของผูใดเสียหาย สูญหาย หรือเส่ือมคาแตป ระการใด และมไิ ดท าํ ใหผ ใู ดไดร ับอนั ตรายแกก ายหรอื จิตใจแตอยา งใด ไดอานบันทึกนี้ใหผูถูกจับฟงแลว รับรองวาถูกตอง จึงใหลงช่ือไวเปนหลักฐาน และ นําตัวผูถูกจับ พรอมดวยของกลางสงพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ดําเนินคดี ตามกฎหมายตอ ไป ......................................................ผูถกู จับ (นายสมชายหรือเกรส จันทรจ วง) ร.ต.ท.........................................ผจู บั ด.ต.........................................ผจู ับ (ประจกั ษ เทศทอง) (ปติภทั ร พลู สาํ ราญ) ด.ต.........................................ผจู บั ด.ต.........................................ผูจ ับ (ไพศาล เจริญเรอื งทรัพย) (พนา กาญจนรักษ)
๙๒ ด.ต.........................................ผจู ับ ร.ต.ท.........................................ผจู บั (วรากร สระสําราญ) (ประนาม แดงสวุ รรณ) ด.ต.........................................ผูจบั ด.ต...........................................ผจู ับ (เตียม พวงประทุม) (ฉัตรวรรณ พันธแกว) ด.ต.........................................ผจู บั พ.ต.ต.......................................ผูจ บั (ประจวบ ทดั จันทร) (สถาพร คาํ หริ่ง) สว.ส.ทล.๒ กก.๒ บก.ทล. ไดรบั สําเนาบันทกึ จบั นี้ไวแ ลว (ลงชือ่ )........................................ผูตอ งหา (สมชายหรอื เกรส จนั ทรจ วง) ๑๓/๐๖/๒๕๕๔
๙๓ ป.จ.ว.ขอ ๒ เวลา ๑๖.๓๐ น. ค. ๓๐๖ /๕๙ ย. ๖๖ /๕๙ º¹Ñ ·Ö¡¡ÒèºÑ ¡ØÁ ʶҹ·èÕทํา¡Òú¹Ñ ·Ö¡ สภ.ลอง จว.แพร Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èºÕ ѹ·¡Ö ๒๘ กนั ยายน ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. Çѹ/à´×͹/»‚ ·è¨Õ ºÑ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๑๔.๕๐ น. ʶҹ·èÕà¡´Ô àËμØ/¨ºÑ ¡ØÁ บนถนนในหมบู าน หนารา นรา นขายกว ยเตีย๋ ว เลขท่ี ๔๕ หมู ๕ ต.บานปน อ.ลอง จ.แพร บันทึกไวเปนหลักฐานเพ่ือแสดงวาวันนี้ เจาหนาที่ตํารวจ สภ.ลองฯ โดยการนําของ พ.ต.อ.ถนัด พลพานิช ผกก.สภ.ลองฯ พ.ต.ท.ประชัน เข่ือนเกา รอง ผกก.(ป.)ฯ พ.ต.ท.เฉลิมชัย จินดารัตน รอง ผกก.สส.ฯ รวมวางแผนและส่ังการให พ.ต.ท.ภูวสิษฎ คหบดีกนกกุล สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.ประชา คงคารักษ รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.มณู สงคราม รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท.ยงยทุ ธ คาวนั ดี รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท.ณรงค วงครอบ, ร.ต.ท.อรุณ หลาวงศ, ร.ต.ต.เสงย่ี ม แสนมลู , ร.ต.ต.ออม ดอนแกว , ร.ต.ต.กฤต ฝก ฝาย, ด.ต.สุริยันต อินทรกราํ่ , ด.ต.สาเลศ เครือตุย, ด.ต.จรี ศกั ดิ์ ยานสกลุ , ด.ต.เกรียงไกร ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ ใหรว มกนั จับกมุ ตัวนายเกรยี งไกร ใจรา ย หรอื แมก อายุ ๓๒ ป ทอ่ี ยู ๑๒๓ หมู ๑ ต.บานปน อ.ลอง จ.แพร เลขประจาํ ตวั ประชาชน............................... ¾ÃŒÍÁ´ŒÇ¢ͧ¡ÅÒ§ ยาเสพติดใหโทษประเภท ๑ (ยาบาหรือเมทแอมเฟตามีน) ชนดิ เมด็ สีสมแดง ลักษณะกลมแบน ดานหนง่ึ ประทบั ตวั อักษร wy เปนรอ งลกึ จํานวน ๑ เมด็ ตําá˹‹§·Õ辺¢Í§¡ÅÒ§ พบยาบา (หรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางตามรายการ บรรจุอยูในถุงพลาสติกใสแบบปด-เปดดานบน ซุกซอนอยูในกระเปาคาดเอวลายพรางแบบทหาร ซึ่งนายไกรสรฯ คาดเอวอยูขณะถกู จับกมุ â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇ‹Ò ๑. มียาเสพติดใหโทษประเภท ๑ (ยาบาหรือเมทแอมเฟตามีน) ไวใน ความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ๒. เสพและเปนผูขับข่ีรถเสพยาเสพติดใหโทษประเภท ๑ (ยาบาหรือ เมทแอมเฟตามนี ) โดยผิดกฎหมาย ¾ÃŒÍÁ¹éÕ䴌ᨌ§ÊÔ·¸ÔμÒÁ¡®ËÁÒ ใหผูถูกจับกุมทราบวา ผูถูกจับมีสิทธิท่ีจะใหการ หรือไมใหการก็ไดและถอยคําของผูถูกจับน้ันอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีและมีสิทธิ ท่ีจะพบและปรึกษาทนายความหรือผูซึ่งที่จะเปนทนายความได ถาประสงคจะแจงใหญาติหรือผูซ่ึง ผูถูกจับกุมไววางใจ ไดทราบถึงการจับกุม ที่สามารถดําเนินการไดโดยสะดวกและไมเปนการขัดขวาง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106