Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Book14_การเขียนรายงานในหน้าที่ตำรวจ

Book14_การเขียนรายงานในหน้าที่ตำรวจ

Published by thanatphat2606, 2020-04-15 08:30:33

Description: Book14_การเขียนรายงานในหน้าที่ตำรวจ

Keywords: Book14_การเขียนรายงานในหน้าที่ตำรวจ

Search

Read the Text Version

๔๔ ¡ÒÃÃÒ§ҹμ¹àÁÍè× ¶¡Ù ÍÒŒ §à»š¹¾ÂÒ¹ การรายงานตนเม่ือถูกอางเปนพยาน หมายความถึงการที่ขาราชการตํารวจไดพบเห็น เหตุการณท่ีเกิดขึ้นแลวนํามาบอกเลาเรื่องราวตางๆ ท่ีไดดําเนินการไปหรือไดประสบพบเห็นมา เพ่ือนํามาเปนหลักฐานอางอิง หรือเปนหลักฐานประกอบคดีใหผูกระทําผิดไดรับโทษ เน่ืองจากเคย ปรากฏวาขาราชการตํารวจที่ถูกอางเปนพยานในคดีอาญาบางคนเบิกความเลอะเลือนแตกตางกับ ถอยคําของตนเองท่ีใหไวในช้ันสอบสวน หรือพยานท่ีรูเห็นเหตุการณมาดวยกันใหการคลาดเคล่ือน จากความเปนจริง กระทําใหเกิดความระแวงสงสัยในถอยคํานั้น เปนเหตุใหเสียความเที่ยงธรรม และบางทกี เ็ ปนผลใหตาํ รวจนัน่ เองตองมีโทษฐานแจง ความเท็จหรือเบกิ ความเทจ็ ได พฤตกิ ารณเ ชนน้ี ไมเปนท่ีพึงปรารถนาของทางราชการตํารวจ ใหพึงเขาใจวาการรักษาความสงบเรียบรอยน้ัน เปนหนาที่อันสําคัญของตํารวจใหพึงระลึกอยูเสมอวาตนมีหนาที่ในการนี้ย่ิงกวาบุคคลอื่นในการท่ีจะ ตองดูแลรักษาเหตุการณดวยความระมัดระวังใหเหมาะสมกับหนาที่เม่ือประสบเหตุการณที่เกิดขึ้น ตอ งพยายามสงั เกตและจดจาํ พฤตกิ ารณน นั้ ไวโ ดยละเอยี ดและดว ยความเทย่ี งธรรมเพอ่ื ประโยชนด งั วา นี้ จึงเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาที่จะตองอบรมผูใตบังคับบัญชาของตนใหเปนผูมีไหวพริบ รูจัก สงั เกตการณส งิ่ ทคี่ วรตอ งสงั เกตและจดจาํ อยา ใหเ ปน สงิ่ ทคี่ วรรคู วรเหน็ ตนเองมไิ ดส นใจสงั เกตหรอื จาํ ไว คร้ันถูกซักถามก็ใหถอยคําท่ีถูกตองไมไดบางคราวก็ใหการพอพนตัวเชนนี้เปนตน ไมควรจะใหมีอยู ในนิสัยของตํารวจเปนอันขาดเม่ือไมรูไมเห็นหรือจําไมไดก็ควรบอกไปตามตรงยังดีกวาบอกสงไปหรือ บอกเพอ่ื โออ วดหรือแสดงใหเ ห็นวา ตนรูเ หน็ เหตุการณถถ่ี วนตลอดในขอทีซ่ ักถาม ซึ่งไมเ ปน ความจรงิ อกี ประการหนง่ึ สงิ่ เฉพาะหนา ทค่ี วรรคู วรเหน็ แทๆ โดยมติ อ งใหค วามสงั เกตเปน พเิ ศษแตอ ยา งใด หรอื ไดรูเห็นมาแลวแตมิไดเอาใจใสที่จะสังเกตหรือจดจําไว คร้ันถึงเวลาใหถอยคําหรือเบิกความก็ไมรู ไมเ หน็ หรอื จาํ ไมไ ด ดงั นกี้ ไ็ มส มกบั หนา ทขี่ องตาํ รวจผรู กั ษาความสงบเรยี บรอ ยทดี่ ี ตาํ รวจตอ งพยายาม กระทําตนใหเปนผูมีไหวพริบทันตอเหตุการณ รูจักสังเกตในส่ิงท่ีควรสังเกต และจดจําไวเพื่อ ความเท่ียงธรรมในหนาท่ี เชิดชูเกียรติศักดิ์ของตํารวจใหเปนที่นิยมรักใครนับถือของประชาชนตอไป คดีบางเรื่องแมจะมีพยานตํารวจผูเดียวก็อาจถือเปนขอช้ีขาดไดโดยปราศจากขอสงสัย ฉะน้ัน ใหผบู ังคับบัญชาหมน่ั อบรมตํารวจในเรื่องน้ีและถือเปนความสาํ คัญสวนหนึง่ ในหนา ที่ของตาํ รวจดว ย ๑. คดีอาญาที่พนักงานอัยการอางตํารวจเปนพยาน ถาผูถูกอางเปนตํารวจ ชั้นประทวนหรือพลตํารวจใหเปนหนาท่ีของผูบังคับบัญชาผูทําการสอบสวนในคดีน้ันเรียกผูท่ีจะเปน พยานนั้นมาชี้แจงและทบทวนความจําของตนท่ีใหการไวในชั้นสอบสวน เพื่อปองกันการหลงลืม แตถ า ผถู กู อา งเปน พยานเปน ตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั รเปน หนา ทขี่ องนายตาํ รวจผถู กู อา งนน้ั จะตอ งเตรยี มตวั เปน พยานตามทบี่ นั ทกึ ไวใ นสาํ นวน แมส งสยั ประเดน็ ขอ ใดกใ็ หต ดิ ตอ พนกั งานอยั การผวู า คดใี นคดนี น้ั ๒. ถา จาํ เลยในคดที พี่ นกั งานอยั การฟอ งไดอ า งตาํ รวจคนใดเปน พยานจาํ เลยในคดอี าญา ก. คดีธรรมดา ใหตํารวจที่ถูกจําเลยอางรายงานชี้แจงขอความที่ตนรูเห็นตอ ผูบังคับบัญชาท่ีปกครองโดยตรงในท่ีน้ันทราบลวงหนาอยางนอย ๑ วัน ถาไมสามารถหรือไมมี

๔๕ เวลาพอท่ีจะรายงานใหทราบไดตามท่ีกําหนดนี้ก็ใหรายงานโดยเร็วที่สุดเทาท่ีสามารถจะทําได เมอื่ ผบู งั คบั บญั ชาโดยตรงรบั รายงานทราบกเ็ ปน พอ แตถ า ปรากฏวา เหตผุ ลทจ่ี ะเบกิ ความตามทจ่ี าํ เลย อางน้ันเกี่ยวกับระเบียบทางการของกรมตํารวจแลว ถาเปนตํารวจในกรุงเทพฯ ใหผูบังคับบัญชา เสนอไปจนถึงผกู ํากับการ หรือผบู ังคบั การ ข. คดีอุกฉกรรจ หรือคดีเก่ียวกับการเมือง หรือคดีสําคัญซึ่งจําเลยมีอิทธิพล ใหรายงานเหตุผลที่ตํารวจผูถูกอางเปนพยานรูเห็นเพียงใด จนถึงผูกํากับการหรือผูบังคับการดังกลาว ในทายวรรคกอน และใหเปนหนาท่ีของผูบังคับการหรือผูกํากับการพิจารณาเสนอผูบังคับบัญชา เหนือช้นั ทราบเปน เร่อื งๆ ไป ๓. คดีท่ีราษฎรฟองขาราชการตํารวจในคดีอาญา เนื่องจากการกระทําตามหนาที่ ถา ราษฎรอา งตาํ รวจเปน พยานใหต าํ รวจผทู จ่ี ะเปน พยานนน้ั รายงานขอ ความทต่ี นรเู หน็ ตอ ผบู งั คบั บญั ชา ของตนตามลําดับช้ัน ถาเปนตํารวจในกรุงเทพมหานครใหรายงานถึงผูบังคับการเวนแตหนวยใด มีผูบังคับบัญชาเพียงช้ันผูกํากับการก็ใหรายงานถึงผูกํากับการ และใหเปนหนาท่ีของผูกํากับการ หรอื ผบู ังคบั การพิจารณาวา การเปนพยานน้ันเก่ียวดว ยระเบียบแบบแผนหรือเกี่ยวถงึ ความเสอ่ื มเสีย แกสํานักงานตํารวจแหงชาติหรือไม แลวใหเสนอรายงานน้ันจนถึงสํานักงานตํารวจแหงชาติ โดยเฉพาะปรากฏวา พยานโจทกซ ง่ึ เปน นายตาํ รวจไดร บั หมายนดั ของศาลแลว ไมไ ปศาล และไมแ จง เหตุ ขดั ขอ งใหศ าลทราบ ทาํ ใหศ าลตอ งเลอื่ นการพจิ ารณาคดไี ปบอ ยๆ เปน เหตใุ หก ารพจิ ารณาคดขี องศาล ตองลาชาเสียหายแกราชการศาลและตัวคูความดวย เพราะคดีบางเร่ืองหากพยานไปศาลก็อาจ ทําใหการพิจารณาพิพากษาเสร็จไดในปน้ี แตเมื่อพยานสวนมากท่ีเปนนายตํารวจไมไปศาลตามนัด เชนน้ีจึงทําใหคดีของศาลตองคางการพิจารณาอันเปนเหตุใหคดีคางการพิจารณาของศาลอาญา คางปไปมากกวาท่ีควรจะเปน จึงใหนายตํารวจท่ีตองไปเปนพยานศาลไปตามกําหนดนัด ถาหากมี เหตุขดั ของ ขอใหแ จงใหศ าลทราบกอนวนั นัดพิจารณา เมื่อขาราชการตํารวจไดรับหมายศาลนัดใหไปเบิกความเปนพยานในคดีอาญาตองไป ตามกาํ หนดนดั หากมเี หตขุ ดั ขอ งตดิ ราชการ หรอื เจบ็ ปว ยอยา งรา ยแรงใหร บี แจง ใหผ บู งั คบั บญั ชาทราบ ทันที เม่ือผูบังคับบัญชาพิจารณาเหตุขัดของน้ันจะเปนการสมควรหรือไม หากเห็นวาไมสมควรก็ให แจงใหผูรับหมายไปศาลตามกําหนด ถาเห็นวาเหตุขัดของนั้นจําเปนและสมควรก็ใหรับรองและแจง ไปยังพนักงานอัยการหรือศาลแลวแตกรณีและตองแจงไปใหทราบกอนวันนัดพิจารณาของศาล หรือโดยดว นท่สี ดุ เทาทีจ่ ะดวนได μÇÑ ÍÂÒ‹ § ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨ¨ºÑ ¡ÁØ ÍÒÇØ¸»„¹ การทตี่ าํ รวจจะเปน พยานในคดตี า งๆ คอื การทเี่ ราไดร ว มกระทาํ การหรอื ปฏบิ ตั งิ านนนั้ ๆ และพนักงานสอบสวนไดสอบปากคําไวเปนพยานในคดี อาทิเชน เมื่อจับกุมจะตองนําตัวผูตองหา พรอมของกลาง สงใหพนักงานสอบสวนดําเนินคดี พนักงานสอบสวนไดรับตัวผูตองหาและ ของกลางไวแลว ก็ทําการสอบสวนผูตองหา และพยานจบั กุมแลว สรปุ สาํ นวนสงฟองศาล ตอ มาศาล

๔๖ จะมีหมายเรียกมายัง พยานผูทําการจับกุมและผูกลาวหาใหไปใหการท่ีศาล พยานจะตองเซ็นรับ หมายศาล และไปใหการตามวันเวลาท่ีระบุในหมายศาลใหตรง หากวาไมไปใหการโดยไมมีเหตุ จาํ เปน อาจจะถกู ศาลออกหมายจบั ไดใ นขอ หาขดั หมายศาล จงึ จาํ เปน จะตอ งจาํ วนั ทศ่ี าลนดั ใหแ มน ยาํ กอนถึงวันที่ศาลนัด ผูที่ถูกอางเปนพยานก็สามารถขอดูคําใหการที่ใหตอพนักงาน สอบสวนในชั้นสอบสวนได หรือผูบังคับบัญชาจะชี้แจงใหทองจําใหแมนยําวาไดใหการในช้ัน สอบสวนอยางไร เม่ือถึงวันนัดใหไปที่ศาลกอนเวลานัดหมายอาจจะไปถามเสมียนศาลวา คดีที่เรา เปนพยานน้ีใครเปนอัยการโจทก แลวขอดูคําใหการในสํานวนอีกทีก็ได เม่ือถึงเวลาขึ้นศาลจะมี เสมียนศาลบอกใหเราเขาไปในหอง ซ่ึงเรียกวาบัลลังกศาลเม่ือไปถึงและศาลมาถึงท่ีแทนบัลลังก ใหทําความเคารพศาล การไปศาลจะตองแตงเคร่ืองแบบใหเรียบรอย และหามพกอาวุธปนเขาไป ในศาลเดด็ ขาด จากน้นั จะมีขน้ั ตอนดงั นี้ ¢éѹμ͹·èÕ ñ เมื่อศาลเรียกเราแลว ตองไปยืนบนแทนที่เขาจัดไว แลวจะมีเสมียนศาล นาํ กลาวสาบานตนกอนจะใหก าร โดยใหเ รากลาวตาม ¢éѹμ͹·Õè ò ศาลจะมกี ารถามชือ่ นามสกลุ ยศ ตําแหนง ทอี่ ยู สงั กดั และหนา ที่ เชน ศาล - พยานมชี อื่ และนามสกุลอะไร มีอาชีพอะไร อยูท่ไี หน ยศอะไร ตาํ แหนง และสังกดั ไหนมหี นาทอ่ี ะไร พยาน - จะตองตอบตามท่ีศาลถาม ¢¹Ñé μ͹·èÕ ó ศาลจะใหพนักงานอยั การโจทกเ ปนผูสอบถามพยาน ซ่งึ พนักงานอยั การ จะสอบถามรายละเอียดในการจับกมุ และการแจงขอ หาตลอดจนคาํ ใหก ารของผูตองหา เชน อัยการโจทก “เมื่อวันท่ีเทาใด พยานจับกุมผูตองหาในขอหาอะไร มีของกลางอะไรบาง เหตุการณเปนอยางใด ผูตองหาใหการรับสารภาพหรือปฏิเสธขอกลาวหา และพยานเคยมีสาเหตุ โกรธเคอื งหรอื รจู กั กบั ผูตอ งหามากอนหรือไม” พยาน “เม่อื วนั ท่ี ๘ มกราคม ๒๕๓๙ เวลา ๑๙.๓๐ น. ขณะทขี่ า พเจาออกตรวจรักษา ความสงบเรียบรอยท่ีบริเวณสถานีขนสงสายเหนือไดพบผูตองหามีอาการเปนพิรุธและสังเกตเห็นมี วตั ถเุ หนบ็ อยทู เี่ อวขวาดา นหลงั คลา ยดา มปน จงึ ไดเ รยี กใหห ยดุ และเดนิ เขา ไปขอทาํ การตรวจคน ปรากฏวา พบอาวธุ ปน พกสน้ั ลูกซองเบอร ๑๒ พรอ มกระสุนในรงั เพลงิ จํานวน ๑ นัด ตรวจสอบและสอบถาม ปรากฏวาเปนปนไมมีทะเบียนและไมมีใบอนุญาตใหพกพาอาวุธปนแตอยางใด จึงไดแจงขอหาให ทราบวา มีอาวุธปนและเครื่องกระสุนปนไวในครอบครองโดยมิไดรับอนุญาตและพกพาอาวุธปน เครอื่ งกระสนุ ปน ไปในทสี่ าธารณะโดยไมม เี หตอุ นั สมควร ผตู อ งหาใหก ารรบั สารภาพตลอดขอ กลา วหา จงึ ไดบ นั ทกึ การจบั กมุ แลว ไดน าํ ตวั ผตู อ งหาพรอ มของกลางสง มอบใหพ นกั งานสอบสวนดาํ เนนิ คดตี อ ไป ขา พเจา ไมเคยมีสาเหตุโกรธเคืองหรอื รูจ ักกบั ผตู องหามากอ นแตอยา งใด”

๔๗ อัยการโจทก - บันทกึ การจับกมุ นพี้ ยานเขยี นและเซน็ ช่ือไวใ ชห รอื ไม พยาน - ใช ¢¹Ñé μ͹·èÕ ô ทนายจาํ เลยก็จะถามพยานและพยานตอ งตอบทนายจําเลยดว ย ¢Ñé¹μ͹·èÕ õ เมื่อศาลไดจดบันทึกคําใหการแตตนมาแลวอานใหฟงแลวถามวาถูกตอง หรือไม่ ถาหากวาถูกตองพยานกต็ อบวาถูกตอง ถาไมถ กู ตองก็ขอคา น และใหการไปใหม ¢é¹Ñ μ͹·Õè ö ศาลจะใหลงชื่อในคําจดบันทึกท่ีศาลจด เปนอันวาเสร็จจากการใหการ เปนพยานศาล แลวก็ทําความเคารพศาลเปน อันเสร็จส้ินกเ็ ดนิ ออกจากบลั ลังกได ¡ÒÃÃÒ§ҹμ¹àÁ×èÍä´ÃŒ ºÑ คาํ Êè§Ñ áμ‹§μé§Ñ ÂÒŒ ÂÊѧ¡Ñ´ การรายงานตนเม่อื ไดร ับคําสง่ั แตงต้ัง ยายสังกดั ใหปฏบิ ตั ติ ามหนังสอื ของ ตร.ท่ี ๐๐๐๔/ ว ๐๗๓ ลงวันท่ี ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ดังนี้ ๑. การเดนิ ทางไปรับตาํ แหนง ใหมเมอ่ื มคี ําสงั่ แตงต้ังใหป ฏิบตั ิ ดงั นี้ ๑.๑ ใหหัวหนาหนวยแจกจายคําส่ังลงไปตามลําดับชั้นจนถึงผูบังคับบัญชาชั้นตน ของขา ราชการตาํ รวจทไ่ี ดร บั การแตง ตง้ั โดยดว นทสี่ ดุ ทง้ั น้ี ตอ งกอ นวนั ทม่ี ผี ลตามทรี่ ะบใุ นคาํ สง่ั แตง ตงั้ ๑.๒ ใหผูบ ังคับบญั ชาชัน้ ตนระดบั แผนก สถานีตาํ รวจ กองกาํ กับการ ตํารวจภูธร จงั หวดั กองบงั คบั การ หรือกองบัญชาการหรอื เทยี บเทา แลว แตก รณี เรียกตัวผทู ่ีไดรบั การแตงตงั้ มา ลงลายมือช่ือรับทราบคําสั่งโดยดวน แลวใหรีบสงตัวผูนั้นเดินทางไปรับตําแหนงใหมถึงผูบังคับบัญชา ชัน้ ตนทางตําแหนงใหมภ ายในกาํ หนด ๕ วนั นบั แตว นั ทล่ี งลายมือช่อื รับทราบคําส่ัง แตท้งั นี้ตอ งไม กอนวันที่คําสั่งแตงตั้งมีผลบังคับใช หากผูออกคําสั่งแตงตั้งเห็นวาจําเปนตองใหขาราชการตํารวจผูใด พนจากตําแหนงเดิมโดยเรงดวนเพ่ือประโยชนของทางราชการ จะส่ังใหเดินทางไปรับตําแหนงใหม เร็วกวากําหนดระยะเวลาดังกลาวขางตนหรือในวันท่ีออกคําส่ังแตงตั้งก็ได แตจะตองแจงคําสั่งให ขาราชการตํารวจผูน้ันทราบทันที ภายในกําหนดระยะเวลาท่ีมีผลตามท่ีระบุในคําส่ังแตงตั้ง โดยหนงั สอื สง ตวั เดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนง ใหมใ หป รากฏรายละเอยี ดทเี่ ปน ประโยชนแ กส งั กดั ใหมด ว ย เชน คณุ วุฒิ อัตราเงนิ เดอื น อายตุ วั อายุราชการ หมายเลขสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห หนส้ี นิ ทค่ี า งชาํ ระ กบั ทางราชการ การอยรู ะหวา งตอ งหาหรอื ถกู ฟอ งคดีอาญา หรือการดาํ เนินการทางวินัย เปน ตน ๑.๓ หากผูท่ีไดรับการแตงตั้งไมสามารถท่ีจะเดินทางไปรับตําแหนงใหมไดภายใน กาํ หนดตามขอ ๑.๒ ใหด ําเนินการดงั น้ี ๑.๓.๑ การแตงต้ังขาราชการตํารวจระดับผูบังคับการหรือตําแหนง เทยี บเทาขึน้ ไปใหรายงานเหตุขดั ของตอ ผูบังคับบญั ชาตามลําดบั ชั้นจนถงึ ผบู ัญชาการตาํ รวจแหงชาติ เพื่อพจิ ารณาอนุมัติหรือไมอ นุมตั ิ

๔๘ ๑.๓.๒ การแตงตั้งขาราชการตํารวจระดับอ่ืนนอกจากขอ ๑.๓.๑ ให รายงานเหตุขอขัดของตอผูบังคับบัญชาตามลําดับช้ันจนถึงผูออกคําสั่งแตงต้ังเพื่อพิจารณาอนุมัติ หรือไมอนุมัติ ท้ังน้ี หามมิใหผูบังคับบัญชาอ่ืน นอกจากผูออกคําสั่งแตงต้ังพิจารณาอนุมัติหรือไม อนมุ ัติเปนอนั ขาด ๒. การรายงานตัวเม่ือไดรับคําสั่งแตงต้ัง เม่ือลงลายมือชื่อรับทราบคําส่ังแตงต้ังแลว ใหปฏิบตั ิ ดังน้ี ๒.๑ ใหรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรตอผูบังคับบัญชาที่ดํารงตําแหนงหัวหนา หนวยเหนือตนขึ้นไปหน่ึงระดับ โดยการรายงานตัวนี้ใหปรากฏคําสั่ง วัน เดือน ปที่ถูกแตงตั้ง ใหไป รับตําแหนง ณ ท่ีใด จะออกเดินทางในวัน เดือน ป ใด มีกําหนดภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับแตวันที่ ลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่งและเมื่อเดินทางไปถึงสังกัดใหมแลวใหรายงานเปนลายลักษณอักษรตอ ผูบังคับบัญชาท่ีดํารงตําแหนงหัวหนาหนวยเหนือตนขึ้นไปหนึ่งระดับทางหนวยสังกัดใหม โดยปรากฏรายละเอียดดังกลาวขางตนและใหบ อกวัน เดือน ป ทีไ่ ปถงึ มีกาํ หนดภายใน ๒๔ ชวั่ โมง นบั แตเวลา เดินทางไปถึง ณ ท่รี บั ตาํ แหนงใหม ๒.๒ นอกจากการรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรแลว ใหรายงานตัวดวยวาจา ตอผูบงั คับบญั ชาเชน เดยี วกบั ขอ ๒.๑ สําหรับหนวยงานซ่ึงมที ี่ตั้งนอกกรงุ เทพมหานคร ใหรายงานตวั ตอหัวหนาฝายปกครองทองถิ่นในระดับ กิ่งอําเภอ หรือ อําเภอ และจังหวัด โดยใหรายงานตัว ในโอกาสแรกท่เี ดินทางไปถงึ ณ ท่ีรบั ตาํ แหนงใหม ๓. สําหรับการเดินทางไปปฏิบัติหนาที่ทางสังกัดใหมของขาราชการตํารวจที่ถูกส่ังให สํารองราชการหรือประจําสวนราชการ ใหถือปฏิบัตติ ามขอ ๑ และ ๒ โดยอนุโลม

๔๙ แบบฟอรมรายงานการเดินทางเมอื่ ไดร ับคาํ สง่ั แตง ตั้งยายสงั กดั (เดมิ ) º¹Ñ ·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ สว นราชการ...................(สถานที่ที่สงั กัดอย)ู วนั ที่...........เดือน......................พ.ศ. ......... ท.่ี ........... เร่ือง รายงานการเดนิ ทางไปปฏบิ ัตหิ นา ทรี่ าชการทางสังกัดใหม เรียน ....................(ผูบ งั คบั บัญชาช้นั ตน) ตามคาํ ส่งั .......(ตร. หรอื บช.) ท.่ี ........../(ท่เี ทา ใด/พ.ศ.อะไร) ลง...........(วัน เดือน ป ของ คาํ สง่ั ) แตง ตง้ั กระผม.....................(ยศชอื่ ชอ่ื สกลุ )..................(ตาํ แหนง ) จาก................(สว นราชการ ทส่ี งั กดั เดิม) ใหไปดํารงตาํ แหนง...................(ณ สวนราชการสงั กัดใหม) โดยใหโ อนอตั รเงนิ เดือนเดมิ ไปรบั ทางสงั กดั ใหม ตงั้ แตวันท.่ี ................ตามความละเอียดแจงอยูแลวนัน้ กระผมไดเ ซน็ ทราบคาํ สงั่ ดงั กลาวแลว (ไมต อ งอางคาํ สง่ั อีก) แตว นั ที่ (วนั เดอื น ป) และ ขอออกเดนิ ทางไปปฏบิ ตั ิหนาทร่ี าชการทางสงั กดั ใหมวันที.่ ..............(วัน เดอื น ป) จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบ (ลงชอื่ ).............................(ลายเซ็น ยศชือ่ ช่อื สกุล) (............................)(ชื่อ ชอื่ สกลุ ตัวบรรจง) ตาํ แหนง..........................

๕๐ ตวั อยางคาํ สัง่ แตงตั้งโยกยา ย ส.ต.ต.สมัคร นักรบ ผบ.หมู กก. ๓ อศ. ไดรับคําส่ังแตงตั้งจาก บช.ศ. ท่ี ๑๑/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๓ เม.ย. ๒๕๕๑ ใหไปดํารงตําแหนง ผบ.หมู ผ.วิชาการ ศฝร.ภ.๒ (ชลบุรี) ท้ังนี้ ต้ังแตวันที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๑ เปนตนไป และ ส.ต.ต.สมัคร นักรบฯ เซ็นทราบคําส่ังตั้งแตวันท่ี ๕ พ.ค. ๒๕๕๑ และประสงคจะเดินทางในวันท่ี ๙ พ.ค. ๒๕๕๑ ในคําส่ังดังกลาวใหโอนอัตรา เงินเดือนไปจาย-รบั ณ สงั กัดใหม ต้ังแตว ันท่ี ๑ ม.ิ ย. ๒๕๕๑ ºÑ¹·Ö¡¢ŒÍ¤ÇÒÁ สว นราชการ กก. ๓ อศ. ท่.ี ........... วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เรอื่ ง รายงานการเดินทางไปปฏิบัติหนา ที่ราชการทางสงั กดั ใหม เรยี น สารวัตร แผนกวิชาทว่ั ไป กก. ๓ อศ. ตามคําสัง่ บช.ศ. ท่ี ๑๑/๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๒๓ เม.ย. ๒๕๕๑ แตง ตั้งกระผม ส.ต.ต.นักรบ อาวุธ ผบ.หมู ผ.วิชาท่ัวไป กก. ๓ อศ. ไปดํารงตําแหนง ผบ.หมู ผ.วิชาการ ศฝร.ภ. ๒ (ชลบุรี) โดยใหโอนอัตราเงินเดือนเดิมไปรับทางสังกัดใหมตั้งแตวันท่ี ๑ มิ.ย. ๒๕๕๑ ตามความละเอียดแจง อยูแ ลว น้นั กระผมไดเซ็นทราบคําส่ังดังกลาวแลวแตวันท่ี ๕ พ.ค. ๒๕๕๑ และขอออกเดินทางไป ปฏิบัติหนาทร่ี าชการทางสงั กดั ใหมว ันที่ ๙ พ.ค. ๒๕๕๑ จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ ส.ต.ต. นักรบ อาวุธ (นักรบ อาวุธ) ผบ.หมู ผ. วชิ าทัว่ ไป กก.๓ อศ.

๕๑ แบบฟอรมการเขียนรายงานทางสงั กดั ใหม º¹Ñ ·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ สวนราชการ................... วนั ท.ี่ ................................... ท.่ี .................................. เร่อื ง รายงานการเดินทางมารบั ตําแหนง หนาท่ีราชการทางสังกดั ใหม เรียน ............................................ ตามคาํ สงั่ ..........ท.ี่ ..../........ลง........แตง ตงั้ กระผม.................จาก................................. มาดํารงตําแหนง..................................................โดยใหโอนอัตราเงินเดือนไปรับทางสังกัดใหม ตงั้ แต............................................ดงั ความละเอยี ดแจง แลว น้นั กระผมไดเ ดนิ ทางมารบั ตาํ แหนง ใหม ณ ....................(สงั กดั ใหม) แลว ตง้ั แต. ................... (วนั เดือน ป ทรี่ ายงานตวั ปฏบิ ตั ิหนาท)ี่ และพรอ มท่จี ะปฏบิ ตั ิหนาท่ีราชการตัง้ แตบ ดั นี้เปนตน ไป จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ (ลงชอ่ื ).............................(ลายเซน็ ยศช่ือ ชือ่ สกลุ ) (............................)(ชื่อ ชือ่ สกุล ตวั บรรจง) ตําแหนง..........................

๕๒ ẺÃÒ§ҹμÇÑ ´ŒÇÂÇÒ¨Ò (ใหใชคาํ เตม็ ทง้ั หมด) ตามคาํ สง่ั ท.ี่ ........./...........ลง..............แตง ตง้ั ใหก ระผม................ตาํ แหนง .................... ไปดาํ รงตาํ แหนง.........................บดั น้ีกระผมพรอมทีจ่ ะเดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนง ใหมแลว ครับ ตามตัวอยางขางตนเขียนไดด งั นี้ รายงานผบู งั คบั บญั ชาสงั กดั เดมิ ใหร ายงานเสยี งดงั ฟง ชดั เจน ซง่ึ มใิ ชต ะโกน อกั ขระชดั เจน ถูกตองมีวรรคตอน ตามคําสง่ั กองบญั ชาการตํารวจภธู รภาค ๔ ท่ี ๑๐๐/๒๕๖๒ ลง ๑ ต.ค. ๒๕๖๒ แตงตง้ั ใหก ระผม สบิ ตํารวจเอก พทิ กั ษ สนั ตริ าษฎร ผบู ังคบั หมูปอ งกนั ปราบปราม สถานตี ํารวจภูธรอาํ เภอ เมอื งขอนแกน ไปดาํ รงตาํ แหนง ผบู งั คบั หมปู อ งกนั ปราบปราม สถานตี าํ รวจภธู รอาํ เภอเมอื งเลย บดั น้ี กระผมพรอมที่จะเดนิ ทางไปรบั ตําแหนงใหมแลวครับ ๑๐๐/๒๕๖๒ รายงานวา หน่งึ รอ ยทบั สองพนั หา รอ ยหกสิบสอง ÃÒ§ҹ¼ºÙŒ §Ñ ¤ºÑ ºÞÑ ªÒÊѧ¡Ñ´ãËÁ‹ ใหร ายงานดงั น้ี ตามคาํ สงั่ กองบัญชาการตาํ รวจภธู รภาค ๔ ที่ หนึ่งรอ ยทบั สองพันหา รอยหกสิบสอง ลง หนง่ึ ตลุ าคมสองพนั หา รอ ยหกสบิ สอง ใหก ระผม สบิ ตาํ รวจเอก พทิ กั ษ สนั ตริ าษฎร ผบู งั คบั หมปู อ งกนั ปราบปราม สถานีตํารวจภูธรอําเภอเมืองขอนแกน มาดํารงตําแหนง ผูบังคับหมูปองกันปราบปราม สถานตี ํารวจภูธรอาํ เภอเมืองเลย บดั น้ีกระผมพรอมที่จะปฏบิ ัติหนาทแี่ ลว ครบั หากเปน สภ.ซึ่งมิใช สภ.เมือง แลวจะตองรายงานวาเปนจังหวัดใดใหผูบังคับบัญชา ทราบดวย เนือ่ งจากบางอาํ เภอไมค นุ เคย ผบู ังคับบญั ชาอาจไมทราบวาอยใู นเขตจังหวัดใด

๕๓ ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡Òà ตร. º¹Ñ ·Ö¡¢ÍŒ ¤ÇÒÁ โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๔๕๓ ·Õè ๐๐๐๔.๒๕/ว ๐๗๓ Ç¹Ñ ·Õè ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ àÃÍ×è § แนวทางปฏบิ ัติในการเดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนงใหมแ ละการรายงานตวั ผบช.หรือผดู ํารงตาํ แหนงเทยี บเทา ผบก.ทส่ี งั กดั สง.ผบ.ตร. หรอื ผูดาํ รงตาํ แหนงเทียบเทา ดวย ตร.มีนโยบายที่จะปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการเดินทางไปรับตําแหนงใหม และการรายงานตัวเม่ือไดรับคําสั่งแตงตั้งของขาราชการตํารวจ เพ่ือใหเกิดความกระชับและมีผูไป ปฏิบัติงานในตําแหนงตางๆ หลังไดรับคําสั่งแตงตั้งอยางตอเนื่อง จึงกําหนดแนวทางปฏิบัติในการ เดนิ ทางไปรับตําแหนง ใหมแ ละการรายงานตวั เมื่อไดรับคาํ สง่ั แตงตั้งของขาราชการตํารวจ ดงั น้ี ๑. การเดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนงใหมเ ม่อื มีคาํ สง่ั แตง ตง้ั ใหป ฏบิ ัติ ดังนี้ ๑.๑ ใหหัวหนาหนวยแจกจายคําสั่งลงไปตามลําดับชั้นจนถึงผูบังคับบัญชาช้ันตน ของขา ราชการตาํ รวจทไี่ ดร บั การแตง ตงั้ โดยดว นทสี่ ดุ ทงั้ น้ี ตอ งกอ นวนั ทมี่ ผี ลตามทร่ี ะบใุ นคาํ สง่ั แตง ตงั้ ๑.๒ ใหผ ูบงั คับบญั ชาช้ันตน ระดบั แผนก สถานตี ํารวจ กองกาํ กบั การ ตํารวจภูธร จังหวัด กองบังคับการ หรือกองบญั ชาการหรือเทยี บเทา แลว แตกรณี เรียกตัวผูท ่ไี ดรับการแตง ตงั้ มา ลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่งโดยดวน แลวใหรีบสงตัวผูนั้นเดินทางไปรับตําแหนงใหมถึงผูบังคับบัญชา ชนั้ ตนทางตําแหนง ใหมภ ายในกาํ หนด ๕ วนั นบั แตว ันทีล่ งลายมือช่อื รบั ทราบคําส่ัง แตทง้ั นี้ตองไม กอนวันที่คําส่ังแตงต้ังมีผลบังคับใช หากผูออกคําส่ังแตงตั้งเห็นวาจําเปนตองใหขา ราชการตํารวจผูใด พนจากตําแหนงเดิมโดยเรงดวนเพ่ือประโยชนของทางราชการ จะสั่งใหเดินทางไปรับตําแหนงใหม เร็วกวากําหนดระยะเวลาดังกลาวขางตนหรือในวันที่ออกคําสั่งแตงตั้งก็ได แตจะตองแจงคําสั่งให ขาราชการตํารวจผูนั้นทราบทันที ภายในกําหนดระยะเวลาท่ีมีผลตามที่ระบุในคําสั่งแตงต้ัง โดยหนังสือสงตัวเดินทางไปรับตําแหนงใหมใหปรากฏรายละเอียดท่ีเปนประโยชนแกสังกัดใหมดวย เชน คณุ วฒุ ิ อตั ราเงนิ เดอื น อายตุ วั อายรุ าชการ หมายเลขสมาชกิ ฌาปนกจิ สงเคราะห หนส้ี นิ ทคี่ า งชาํ ระ กับทางราชการ การอยรู ะหวางตอ งหาหรือถกู ฟองคดีอาญา หรอื การดําเนนิ การทางวนิ ัย เปน ตน ๑.๓ หากผูท่ีไดรับการแตงตั้งไมสามารถท่ีจะเดินทางไปรับตําแหนงใหมได ภายในกําหนดตามขอ ๑.๒ ใหด าํ เนินการดังน้ี ๑.๓.๑ การแตง ตงั้ ขา ราชการตาํ รวจระดบั ผบู งั คบั การหรอื ตาํ แหนง เทยี บเทา ขึ้นไป ใหรายงานเหตุขัดของตอผูบังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ เพอ่ื พิจารณาอนุมัติหรือไมอ นมุ ตั ิ

๕๔ ๑.๓.๒ การแตง ตง้ั ขา ราชการตาํ รวจระดบั อน่ื นอกจากขอ ๑.๓.๑ ใหร ายงาน เหตขุ อ ขดั ขอ งตอ ผบู งั คบั บญั ชาตามลาํ ดบั ชน้ั จนถงึ ผอู อกคาํ สงั่ แตง ตง้ั เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ตั หิ รอื ไมอ นมุ ตั ิ ทัง้ น้ี หามมิใหผบู ังคับบญั ชาอนื่ นอกจากผอู อกคําสั่งแตง ตง้ั พจิ ารณาอนุมตั หิ รอื ไมอนุมัตเิ ปน อันขาด ๒. การรายงานตัวเม่ือไดรับคําส่ังแตงต้ัง เมื่อลงลายมือชื่อรับทราบคําส่ังแตงตั้ง แลว ใหปฏิบตั ิ ดงั นี้ ๒.๑ ใหรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรตอผูบังคับบัญชาที่ดํารงตําแหนงหัวหนา หนวยเหนือตนขึ้นไปหนึ่งระดับ โดยการรายงานตัวน้ีใหปรากฏคําสั่ง วัน เดือน ปที่ถูกแตงต้ัง ใหไป รับตําแหนง ณ ท่ีใด จะออกเดินทางในวัน เดือน ป ใด มีกําหนดภายใน ๔๘ ช่ัวโมง นับแตวันที่ ลงลายมือช่ือรับทราบคําส่ังและเมื่อเดินทางไปถึงสังกัดใหมแลวใหรายงานเปนลายลักษณอักษรตอ ผบู ังคับบญั ชาท่ีดํารงตําแหนง หัวหนาหนวยเหนอื ตนขนึ้ ไปหน่ึงระดบั ทางหนวยสงั กดั ใหม โดยปรากฏ รายละเอียดดังกลา วขา งตน และใหบ อกวัน เดอื น ป ท่ไี ปถึง มกี ําหนดภายใน ๒๔ ช่วั โมง นบั แตเ วลา เดินทางไปถงึ ณ ที่รบั ตาํ แหนง ใหม ๒.๒ นอกจากการรายงานตวั เปนลายลักษณอกั ษรแลว ใหรายงานตัวดวยวาจาตอ ผูบังคับบัญชาเชนเดียวกับขอ ๒.๑ สําหรับหนวยงานซึ่งมีท่ีตั้งนอกกรุงเทพมหานคร ใหรายงานตัว ตอหัวหนาฝายปกครองทองถ่ินในระดับ ก่ิงอําเภอ หรือ อําเภอ และจังหวัด โดยใหรายงานตัว ในโอกาสแรกที่เดนิ ทางไปถึง ณ ทรี่ ับตําแหนงใหม ๓. สําหรับการเดินทางไปปฏิบัติหนาท่ีทางสังกัดใหมของขาราชการตํารวจท่ีถูกส่ังให สาํ รองราชการหรือประจําสวนราชการ ใหถ อื ปฏิบตั ติ ามขอ ๑ และ ๒ โดยอนุโลม จึงแจง มาเพอ่ื ทราบและถือปฏบิ ัตติ อ ไป พล.ต.อ. (เสรพี ศิ ทุ ธ เตมียาเวส) รรท.ผบ.ตร.

๕๕ º··Õè ÷ ¡ÒÃÃÒ§ҹ¡ÒÃÊº× Êǹ ¡ÒÃμÃǨ¤Œ¹-¨Ñº¡ØÁ ËÅѡࡳ±· ÇèÑ ä»¢Í§¡ÒÃÊº× Êǹ “บนั ทกึ ” หมายถงึ ขอ ความทจี่ ดยอ ๆ ไวเ พอ่ื ชว ยเตอื นความทรงจาํ หรอื เพอ่ื เปน หลกั ฐาน “การ” หมายถึง กิจ งาน ธรุ ะ หนา ที่ “สบื สวน” หมายถึง เสาะหา ทบทวนไปมา “รายงาน” หมายถึง คาํ บอกเลา เรอ่ื งราวท่ีไดไปปฏิบตั มิ า ไปรู หรือไปเหน็ มา “สอบสวน” หมายถงึ ไลเ ลยี ง หรือไตรต รองเพอื่ เอาความผิดจริง ¡ÒÃÊ׺Êǹ¤Çº¤Ù‹¡Ñº¡ÒÃÊͺÊǹàÊÁÍ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๑๐) “การสืบสวน” หมายถึง การแสวงหาขอเท็จจริง และหลักฐานซึ่งเจาพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไดปฏิบัติไปตามอํานาจ และหนาท่ีเพอ่ื รักษาความสงบเรยี บรอ ยของประชาชนและเพื่อทจี่ ะทราบรายละเอียดแหงความผิด คําวา “การสอบสวน” ตามมาตรา ๒(๑๑) แหงกฎหมายเดียวกัน หมายความถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการดําเนินการท้ังหลายอื่นตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายนี้ ซง่ึ พนกั งานสอบสวนไดท าํ ไปเกยี่ วกบั ความผดิ ทก่ี ลา วหา เพอ่ื ทจ่ี ะทราบขอ เทจ็ จรงิ หรอื พสิ จู นค วามผดิ และเพื่อจะเอาตัวผกู ระทําผดิ มาฟองลงโทษ รายงานการสืบสวนก็คือ การที่ผูสืบสวนไดรายงานเหตุการณที่ตนออกไปสืบสวน ใหผบู งั คับบญั ชาทราบ ในรายงานการสบื สวนใหไดความวา ใคร อะไร ท่ไี หน เมอื่ ใด ทําไม อยา งไร แตใ นทางปฏบิ ตั แิ ลว ผสู บื สวนจะแจง เสนอผบู งั คบั บญั ชาในตอนทา ยของบนั ทกึ การสบื สวนและพรอ มกบั มีความเห็นวาควรจะปฏิบัติอยางไร ตอไป เชน เสนอวาควรตรวจคนบานผูตองสงสัยตามทาง สืบสวนวา ผูตองหาในคดปี ลนทรัพยจ ะมาพักอาศยั อยู เปน ตน ÃٻẺ¢Í§¡ÒÃÃÒ§ҹ¡ÒÃÊ׺Êǹ สํานักงานตํารวจแหงชาติไดมีการกําหนดหนาท่ีการงานและหลักเกณฑในการปฏิบัติ ในสถานีตํารวจ เพ่ือใหรูปแบบวิธีการปฏิบัติงานและอัตรากําลังขาราชการมีความเหมาะสมกับ ปริมาณและคุณภาพของงานโดยมีวัตถุประสงคใหการปฏิบัติหนาท่ีของขาราชการตํารวจเปนไป อยางมปี ระสทิ ธิภาพยิ่งขึน้ สาํ หรบั สถานตี าํ รวจนครบาลและสถานตี าํ รวจภธู รไดม กี ารกาํ หนดหนา ท่ี ออกเปน ๕ งาน คอื ๑. งานธรุ การ ๒. งานปองกนั ปราบปราม

๕๖ ๓. งานสืบสวน ๔. งานสอบสวน ๕. งานจราจร งานสบื สวนมสี ารวตั รสบื สวนเปน หวั หนา รบั ผดิ ชอบ มรี องสารวตั รสบื สวนและผบู งั คบั หมู เปน ผูรว มในการปฏบิ ตั งิ าน ในลักษณะท่มี กี ารบังคับลดหล่ันกันลงไป รปู แบบของการรายงานสาํ หรบั ผสู บื สวนรายงานขอ มลู ทไ่ี ดจ ากการสบื สวนมี ๔ แบบ คอื ๑. แบบ สส. ๑ รายงานการสบื สวนกอนเกดิ เหตุ และหลังเกิดเหตุ ๒. แบบ สส. ๒ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเบ้อื งตน หลงั เกดิ เหตุ) ๓. แบบ สส. ๓ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเพิ่มเตมิ ) ๔. แบบ สส. ๔ แบบบนั ทึกคําสงั่ ใหปฏิบตั ิและการรายงานผลการสืบสวน

๕๗ μÑÇÍÂÒ‹ § û٠Ẻ¢Í§¡ÒÃÃÒ§ҹÊ׺Êǹ แบบ สส.๑ สภ. ........................................ รายงานการสบื สวนกอ นเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตทุ ั่วๆ ไป วนั ท.่ี ........เดือน..................................พ.ศ. ............. เสนอ............................ ขา พเจา ....................................................ตาํ แหนง ............................................กบั พวก ............................คอื ....................................................ไดท าํ การสบื สวนกอ นเกดิ เหตุ เพอ่ื ผลในการ ปองกันและรักษาความสงบเรียบรอ ย มรี ายละเอยี ดทจ่ี ะรายงานดงั ตอไปนี้ ๑. เปน ผลการสบื สวนของวนั ท.่ี ........../............/...........เวลา...........................ถงึ วนั ท่ี .........../.............../..............เวลา...........................น. ๒. ทําการสืบสวนในเขตพ้ืนท.ี่ ............................. ๓. ขาวเกี่ยวกับคนรายท่ีเคยกระทําผิดในพ้ืนที่ คนรายท่ีมีภูมิลําเนาอยูในพื้นที่แตเคย กระทําผิดในพืน้ ที่อ่ืน และคนรา ยทีป่ ฏบิ ัติการคาบเกย่ี วกบั พื้นทที่ รี่ บั ผิดชอบ (๑) รายละเอยี ดของขาว.............................. (๒) แหลงขา ว.............................................. (๓) ความนา เชือ่ ถือของขาวพรอมเหตผุ ล.............................. ๔. ขา วเก่ยี วกับบคุ คลพนโทษที่อยหู รือเขา มาในพืน้ ท่ี (๑) รายละเอยี ดของขาว.............................. (๒) แหลง ขาว.............................................. (๓) ความนา เชื่อถือของขาวพรอ มเหตุผล.............................. (๔) ส่ิงทคี่ วรดาํ เนนิ การในขั้นตอไป ๕. ขา วทเี่ กย่ี วกบั บคุ คลทอ่ี ยหู รอื เขา มาในพนื้ ทที่ มี่ แี นวโนม จะกระทาํ ความผดิ หรอื สงสยั วาไดกระทาํ ความผิด (๑) รายละเอียดของขาว.............................. (๒) แหลง ขา ว.............................................. (๓) ความนาเชอื่ ถอื ของขาวพรอมเหตผุ ล.............................. (๔) สิ่งที่ควรดําเนนิ การในข้นั ตอ ไป

๕๘ ๖. ขา วเกีย่ วกบั แหลง มั่วสุม - แหลง อบายมขุ (๑) รายละเอียดของขาว.............................. (๒) แหลงขา ว.............................................. (๓) ความนาเชื่อถือของขา วพรอมเหตุผล.............................. (๔) สง่ิ ท่คี วรดําเนินการในข้นั ตอไป ๗. ขา วเกย่ี วกับการกระทําผดิ ท่ีเกิดขึ้นแลว (๑) รายละเอยี ดของขา ว.............................. (๒) แหลงขาว.............................................. (๓) ความนาเชอื่ ถอื ของขาวพรอ มเหตผุ ล.............................. (๔) ส่ิงที่ควรดาํ เนินการในข้นั ตอ ไป...................... ๘. ขา วอ่นื ๆ ทีค่ วรรายงานใหทราบ (๑) รายละเอยี ดของขาว.............................. (๒) แหลง ขา ว.............................................. (๓) ความนา เช่ือถอื ของขาวพรอ มเหตุผล.............................. (๔) ส่งิ ทคี่ วรดาํ เนินการในข้ันตอไป....................... (ลงช่อื )....................................ผูร ายงาน (..................................) ตาํ แหนง................................

๕๙ แบบ สส.๒ สภ. ........................................ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเบอ้ื งตน หลงั เกิดเหตุ) คดสี บื สวนท.ี่ ................/.................คดีรบั คาํ รองทุกขท ี.่ ................/................. เสนอ................................................... ๑. ขาพเจา .................................................................... ๒. ปฏิบัติหนาที่เวรสืบสวน ตั้งแตเวลา.................น. วันที่......../........./.......ถึงเวลา ....................................น. วนั ท่ี........../.............../............. ๓. เมอ่ื วนั ท.ี่ ....../.........../...........เวลา.................น. ไดร บั แจง จาก (ระบชุ อื่ ).................. ผูทําหนา ท.ี่ ............................. ๔. ไดรบั แจงวา...................... ๕. ขา พเจา ไปถงึ ที่เกดิ เหตเุ วลา.........................น. เสร็จสนิ้ เวลา.............................น. ๖. ชอื่ พนักงานสอบสวน (เบอ้ื งตน )............................... ๗. ชื่อพนกั งานสอบสวนผูร ับผดิ ชอบ............................. ๘. ชอื่ เจา หนาท่ีสืบสวน ทร่ี วมไปทาํ การสบื สวน ณ ที่เกดิ เหตุ ก. .......................................... ข. .......................................... ค. .......................................... ง. .......................................... ๙. รายละเอียดของเหตุท่เี กิดขึน้ มีดังนี้ (๑) เกดิ เหตเุ มือ่ .............................. (๒) สถานทีเ่ กิดเหต.ุ ........................ (๓) ผูเสียหาย ก. ชอื่ .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู ........โทรศพั ท. .......... ทที่ าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทส่ี ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ.................. ข. ชอื่ .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู ........โทรศพั ท. .......... ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทสี่ ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ.................. ค. ชอ่ื .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอี่ ย.ู ........โทรศพั ท. .......... ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทส่ี ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ..................

๖๐ (๔) ผตู าย ก. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอี่ ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ....................... ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอี่ ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ....................... ค. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ....................... (๕) ทรพั ยส นิ ท่ีถกู ประทุษรา ย (ใหระบุประเภท จํานวน ราคา ตําหนริ ูปพรรณและ รายละเอยี ดอืน่ ๆ)............................................. (๖) จํานวนคนราย...............คน จับได. ............คน (๗) คนรายทจี่ ับกมุ ได ก. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอน่ื ๆ................ ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอนื่ ๆ................ ค. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอนื่ ๆ................ (๘) คนรายทย่ี ังจับกมุ ไมได ก. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทค่ี วรสบื หาตวั .................. รายละเอียดอนื่ ๆ......................................... ข. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทคี่ วรสบื หาตวั .................. รายละเอียดอืน่ ๆ......................................... ค. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทคี่ วรสบื หาตวั .................. รายละเอียดอ่นื ๆ......................................... ง. กรณที ไี่ มท ราบชอ่ื ใหร ะบรุ ายละเอยี ดเทา ทท่ี ราบ..................................... (๙) ของกลางท่ไี ด (ใหร ะบปุ ระเภท จาํ นวน ราคา ตําหนริ ูปพรรณ และรายละเอียด อนื่ ๆ).............................................

๖๑ (๑๐) รายละเอยี ดของเหตุทีเ่ กดิ มูลเหต.ุ ....................... (๑๑) อาวธุ ทีใ่ ชในการกระทําความผิด ก. ประเภท....................ตําหนริ ปู พรรณโดยละเอยี ด.............. ข. ประเภท....................ตําหนิรูปพรรณโดยละเอียด.............. (๑๒) พาหนะท่ีใช ก. ประเภท....................รายละเอยี ดเกยี่ วกับพาหนะ............. (๑๓) พยานบุคคล ก. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.............................. ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทท่ี าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.............................. ค. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............ ทที่ าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.............................. (๑๔) พยานหลักฐานอน่ื ๆ ก. ......................สถานทพ่ี บ............... ข. ......................สถานทพ่ี บ............... ค. ......................สถานทพ่ี บ...............ลักษณะทพี่ บ (๑๕) แผนทเ่ี กดิ เหตุ ÅѡɳТͧʶҹ·èÕà¡´Ô àËμØ (๑๖) ความเหน็ ทางคดีเบ้ืองตน .................เหตุผล.................. (๑๗) การสบื สวนท่ไี ดดาํ เนนิ การไปแลว............................ (๑๘) ส่ิงที่ควรดําเนินการตอไป......................................... (ลงชอ่ื )..........................................ผูร ายงาน (.......................................) ตาํ แหนง .................................... ............/............/...........

๖๒ แบบ สส.๓ สภ. ........................................ รายงานการสืบสวนเฉพาะคดี (รายงานเพิม่ เติม) คดีสืบสวนท.่ี ........./...........คดีรบั คาํ รอ งทุกขท ่.ี .............../.................. วนั ท่ี.........เดอื น..................................พ.ศ. ............. เสนอ............................ ขา พเจา ......................................พรอ มกบั ...............................ไดท าํ การสบื สวนเพม่ิ เตมิ ตามคาํ ส่งั ของ................................เมือ่ วันท.ี่ ........../.............../..............ไดผ ลคืบหนา ดงั นี้ ๑. สืบสวนวันที่........../.........../..........เวลา.............น. ถึงวันที่........./.........../.......... เวลา.....................น. ๒. สถานท่ีทําการสืบสวน.............................. ๓. รายละเอียดของเหตุที่เกิดที่ไดเพิ่มเติม (ดูจากหัวขอรายละเอียด ในแบบรายงาน การสบื สวนเบื้องตนหลงั เกดิ เหตุ แบบ สส.๒ และรายงานเฉพาะในหวั ขอท่สี ืบสวนได) ................. ๔. ในขัน้ ตอไปน้ีเหน็ ควรดําเนนิ การดงั ตอไปนี้.................. (ลงชอื่ ).................................ผรู ายงาน (..............................) ตาํ แหนง .................................

๖๓ สภ. ........................................ แบบ สส.๔ แบบบันทึกคาํ สัง่ ใหป ฏบิ ตั แิ ละการรายงานผลการสืบสวน ช่อื ผสู ืบสวน ๑)....................................... ๓).......................................... ๒)....................................... ๔).......................................... วันที.่ ........./.........../..........เวลา.............น. ถึงเวลา.....................น. ภารกิจและขาวสาร ผลการปฏิบัติ ภารกิจ....................................... ขา วสารขอมลู ทค่ี วรทราบเพ่ือประกอบการปฏิบตั ิ................................. (ลงชอื่ ).................................ผูร ายงาน (..............................) ตาํ แหนง .................................

๖๔ μÑÇÍ‹ҧº¹Ñ ·Ö¡¡ÒÃÊ׺Êǹ เขยี นที่ สภ.บา นนาสาร วนั ที่ ๒ ม.ค. ๒๕๖๐ บนั ทกึ น้ีทาํ ขึน้ เพือ่ แสดงวา วันน้ีเวลา ๐๘.๐๐ น. ขาฯ ร.ต.ต.ธวัช รักงาม ตําแหนง รอง สว.สส.สภ.บานนาสาร ไดออกไปทาํ การสบื สวนคดปี ลน ทรัพยไดความจากการสบื สวนวา เม่อื วันท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ขณะที่นายแดง จันดี นางมี จันดี และเดก็ ชายแสง จนั ดี ราษฎรหมทู ่ี ๓ ตาํ บลทา ชี อาํ ภอบา นนาสาร จงั หวดั สรุ าษฎรธ านี กาํ ลงั นอนหลบั อยู ไดยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อนายแดงฯ ที่ประตูบานทางดานทิศเหนือ พอนายแดงฯ เปดประตู ออกมาจากแสงตะเกยี งท่จี ดุ ไวในบานไดสองสวางทําใหน ายแดงฯ เห็นมชี ายจาํ นวน ๔ คน แตง กาย ดวยเส้ือผาสีดําๆ ยืนถือปนลูกซองสั้นคนละกระบอกอยูที่ประตูบานทางดานทิศเหนือ ชาย ๓ คน ในจาํ นวนนน้ั ตรงเขา จบั ตวั นายแดง นางมี และเดก็ ชายแสงไว สว นอกี คนหนง่ึ ไดต รงเขา ไปในหอ งนอน ทําการตรวจคนทรัพยภายในหองนอนท่ีตูเส้ือผาของนายแดง นายแดงใสสายสรอยทองคําทําแบบ กา นไมข ดี หนัก ๒ บาท รวมราคา ๑,๖๐๐ บาท และมวี ิทยธุ านนิ ทรตลู ายไมสนี ้าํ ตาลราคา ๕๐๐ บาท ตั้งอยูบนหลังตูดังกลาว นายแดงฯ ไดเห็นคนเดินออกมาจากหองถือวิทยุและสรอยคอทองคําของ นายแดงฯ ออกมา และกอนที่คนรายท้ังสี่จะออกไปจากบานของนายแดงฯ ไดพูดจาขูนายแดงฯ วาถาไปแจงตํารวจ จะกลับมาฆาใหตายหมดทั้งบาน นายแดงฯ ไดใหการกับเจาพนักงานสอบสวน วาไดฟงสําเนียงพูดของคนรายท้ังส่ีคนแลวเขาใจวาเปนชาวอําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายแดงฯ คงเขา ใจวาคนรา ยท้ังส่ีคน คงจะมาพักอาศัยอยูในปา สงวน บา นทุง เบียน บานหมทู ่ี ๒ ตําบลทาชี อําเภอบานนาสาร จังหวัดสุราษฎรธานี นายแดงฯ ไดใหการอีกวาจากแสงตะเกียง ทาํ ใหน ายแดงฯ จําหนา คนรายทัง้ สไ่ี ด จากการสืบสวนยังท่ีเกิดเหตุนายแดงฯ ไดนําช้ีจุดท่ีเห็นคนรายท้ัง ๔ ถือปนลูกซองส้ัน อยหู นา ประตบู า นทางดา นทศิ เหนอื พอนายแดงฯ เปด ประตอู อกมากไ็ ดถ กู คนรา ยทง้ั สจ่ี บั ตวั พรอ มกบั นางมีฯ ภรรยาและเด็กชายแสงฯ ไวท่ีหองนอน สวนนายแดงฯ ถูกจับตัวไวท่ีขางประตูบานดังกลาว นายแดงฯ ไดนําช้ีท่ีที่นายแดงฯ เอาสายสรอยทองคําดังกลาววางไวบนชั้นบนของตูใสเสื้อผา และ บนหลังตูวิทยุธานินทรต้ังอยู นายแดงฯ ไดนําชี้เสนทางท่ีคนรายหลบหนี หลังจากการทําการปลน นายแดงฯ ซึ่งเสนทางดังกลาวเปนเสนทางเดินไปบานหมูที่ ๑ ไปทางทิศใตของบานนายแดงฯ รอ งรอยอน่ื ของคนรา ยไมมีปรากฏในที่เกิดเหตุ จากการสืบสวนท่ีบาน หมทู ่ี ๒ ตาํ บลทาชี บานทุงเบยี น จงึ ไดทราบจากนายสี แสงใส ราษฎร หมทู ี่ ๒ ตําบลทาชี วาเมอ่ื วนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. ขณะทน่ี ายสฯี กาํ ลงั ขบั เกวยี นบรรทกุ ถา นจะนาํ ไปทต่ี ลาดนาสารอยนู นั้ ไดม ชี ายจาํ นวน ๔ คน เปน ชาวอาํ เภอปากพนงั

๖๕ แตงกายดว ยเสอ้ื ผาสีดาํ ๆ ไดขอโดยสารมาลงท่ตี ลาดบา นนาํ้ พุ หมูท่ี ๔ ตาํ บลทา ชี เจาของรานขาย เครื่องดืม่ และสุราใหก ารวา เม่ือวันท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ไดม ีชายจํานวน ๔ คน แตง กายดว ยเสอ้ื ผา สดี าํ ๆ ลงจากเกวยี นของนายสฯี และเขา มาในรา นและไดส ง่ั สรุ ามาดมื่ เจา ของรา น ไดข าย สรุ า ชนดิ ๒๘ ดีกรี จาํ นวน ๓ ขวด ใหก บั ชายดงั กลาว ตอ มาเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ชายทัง้ ๔ คน ดังกลาวไดจายคาสุราและไดเดินออกจากรานไปทางทิศใตซ่ึงเสนทางดังกลาวเปนทางเดินไปบาน หมทู ่ี ๓ ตาํ บลทาชี เจาของรานไดใ หการอกี วา จากสําเนยี งพดู เขาใจวาเปนชาวอําเภอปากพนงั และ จากแสงตะเกียงท่ีจุดต้ังไวในรานทําใหสองสวาง จําหนาชายท้ังส่ีคนได ถาไดเห็นอีก และจากการ สอบถามผูใหญบานหมูที่ ๒ ตําบลทาชีทราบวามีชายอําเภอปากพนังพักอาศัยอยูท่ีบานนายใสฯ ๔ คน ซึ่งนายใส ก็ยังไมไดมาแจงการเขามาอยูในบานแตอยางใด และคนท้ัง ๔ ก็ไปๆ มาๆ ระหวางอําเภอบานนาสารกบั อําเภอปากพนงั อยูเปน ประจํา อานใหฟงแลว รับรองวา ถูกตอ ง (ลงช่อื ) นายแดง จนั ดี ผูเสียหาย (ลงชื่อ) นายสี แสงใส พยาน (ลงช่อื ) นายดาํ ทา ชี พยาน (ลงชื่อ) นายวนั ทา ชี พยาน (ลงชอื่ ) ร.ต.ต.ธวชั รักงาม บนั ทึก/อา น เสนอ รอง ผกก.หน. สภ.นาสาร (ตวั รายงานการสบื สวน) เพื่อทราบตามบันทึกดังกลาวขางตน และขาฯ เห็นควรทําการตรวจคนบานเรือนของ นายใส เชยี รใหญ ซง่ึ อยูทบ่ี านทงุ เบียน หมูที่ ๒ ตาํ บลทาชี เพอื่ พบสง่ิ ของท่ีไดม าจากการปลนทรัพย หรืออาวุธปนท่ีใชในการกระทําผิด และเพ่ือที่จะจับกุมตัวคนรายท้ัง ๔ คนดังกลาว จึงเห็นควรให นายแดง จันดี นายสี แสงใส และนายดาํ ทาชี รว มไปในการตรวจคน ดังกลา วดว ย เพอื่ ที่จะไดช้ตี ัว ยนื ยนั วาใชคนรายที่ปลนทรพั ยของนายแดงฯ ใชหรอื ไม ทงั้ นีเ้ พราะคนทงั้ ๓ ไดใ หก ารในชั้นสืบสวน วาเห็นหนาชายคนรายทง้ั ส่คี นอีกกจ็ าํ ได จะเห็นไดวาจากตัวอยางบันทึกการสืบสวนขางบนดังกลาวนี้ จะอยูในลักษณะตอนแรก สว นชว งตอนทสี่ องจะเหน็ เปน ตวั รายงานการสบื สวนเสนอผบู งั คบั บญั ชาของตน เพอ่ื ดาํ เนนิ การตอ ไป จากบันทึกการสืบสวนขางตนนี้ ปรากฏวารายละเอียดที่ตองการครบถวนวาบันทึกเขียนท่ีใด เม่ือใด เปนบันทึกอะไร รายละเอียดเปนอยางไร สวนชวงท่ีสองคือตัวรายงานบันทึกซึ่งเสนอผูบังคับบัญชา จะมีความคดิ เหน็ เสนอแนะรวมอยดู ว ย เพื่อทผ่ี ูบงั คบั บัญชาจะไดส ่งั การตามข้ันตอนตอ ไป

๖๖ ¡Òúѹ·Ö¡¡Ò乌 à¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¤´ÍÕ ÒÞÒËÃ×Íã¹Ë¹ÒŒ ·ตèÕ าํ ÃǨ การบนั ทกึ การคน ซง่ึ พอจะอธบิ ายไดส นั้ ๆ วา เมอื่ ทาํ การคน กม็ กี ารบนั ทกึ เกยี่ วกบั การคน นนั้ ผูท่ีทําการคนก็คือตํารวจนั่นเอง สวนจะคนอะไรที่ไหนน้ันก็แลวแตจุดประสงควาตองการหาสิ่งของ หรือบุคคล ซึ่งอยูในที่รโหฐาน แตสิ่งของที่ตองการพบหรือหามาน้ันจะตองเปนสิ่งของที่เกี่ยวของ กับคดสี วนบุคคลทจี่ ะคนหากม็ อี ยู ๒ ประเภทคอื ๑. การคนหาบคุ คลท่ีเปน ผตู อ งหา ๒. การคน หาบคุ คลทถี่ กู หนวงเหนีย่ วกกั ขงั โดยมิชอบดวยกฎหมาย º¹Ñ ·Ö¡¡Ò䌹 ความมุงหมายของการบนั ทึกการคน นั้นมีอยูดวยกัน ๓ ประการคอื ๑. เพื่อแสดงผลการปฏบิ ตั งิ านผทู าํ การคน ๒. เพือ่ หาหลักฐานประกอบในทางคดีใหร ัดกุมย่งิ ขึน้ ๓. เพือ่ เปนการปองกนั การทเี่ จา พนกั งานผูค นจะถกู ฟองรอง ความมุงหมายประการที่ ๑ นัน้ เพอ่ื แสดงผลการปฏบิ ตั งิ านของผทู าํ การคนหรือทีท่ ําการ ตรวจคน ซึ่งอาจไดรับคําส่ังจากผูบังคับบัญชาใหไปทําการคนเอง โดยมีหมายคนหรือโดยไมตองมี หมายคนซึ่งเขากรณียกเวน เม่ือไดทําการคนก็ทําการบันทึกเก่ียวกับการคนน้ันผลการคนเปน ประการใดก็จะปรากฏในบนั ทกึ การคน น้ันซ่งึ ผูบงั คับบญั ชาตรวจดูได ความมุงหมายประการท่ี ๒ เพ่ือหาหลักฐานประกอบในทางคดีใหรัดกุมยิ่งข้ึน คือ เมื่อจะดําเนินคดีกับคนรายตํารวจจะตองแสวงหาพยานหลักฐานตางๆ มาเปนเครื่องพิสูจนวา ใครเปน ผกู ระทําผดิ และไดก ระทําผดิ จรงิ หรอื ไม พยานหลกั ฐานสว นหน่ึงก็ไดม าจากการคน ความมุงหมายประการที่ ๓ เพื่อเปนการปองกันการท่ีเจาพนักงานผูคนจะถูกฟองรอง ในเร่ืองการคนน้ัน ตํารวจมักจะถูกรองเรียนหรือถูกฟองรองอยูบอยๆ เชน คนในที่รโหฐานโดยไมมี หมายคนคือเขาไปในบานของเขาโดยไมมีหมายคนหรืออาจจะมีหมายคนไปดวย แตไมไดบันทึกการ ตรวจคนไวเม่ือไมพบบุคคลหรือส่ิงของที่ตองการและไมปรากฏวาเจาของบานลงช่ือยินยอมใหคน ก็อาจถูกฟองรองขอหาบุกรุกได หรือเจาของบานอาจแจงวาตํารวจคนแลวทําใหทรัพยสินในบานน้ัน หายไป คือ กลาวหาวาตํารวจที่ทําการคนฉวยโอกาสขณะคนหาลักเอาทรัพยสินไป ซ่ึงในเรื่องน้ี ตํารวจก็มีทางปองกันไดก็ดวยการบันทึกการคนซ่ึงระบุขอความลงในบันทึกวาไดแสดงความบริสุทธ์ิ ทงั้ กอนและหลังคนแลว ซง่ึ ไมเปน ความจรงิ เพ่อื กลบเกล่ือนทต่ี นตอ งถูกตาํ รวจคน บา น การบนั ทกึ การคนนัน้ โอกาสทจี่ ะเกดิ ขน้ึ กโ็ ดยที่มกี ารคนโดยทีร่ โหฐานซง่ึ กม็ ักไดแก บาน ซ่ึงเปนท่ีอยูอาศัยของราษฎรนั่นเอง แตมิใชวาตํารวจจะตองมีการคนบานผูเก่ียวของในคดีที่เกิดข้ึน เสมอไป เพราะมบี างคดเี ทา นน้ั ทจี่ าํ เปน ตอ งคน บา น ถา เปน การคน หาตวั คนรา ยหรอื ผตู อ งหาอยา งนอ ย ก็ตองสืบทราบไดวา ผูตองหาเขาไปหลบซอนอยูในบานท่ีจะคนหรือจะคนหาส่ิงของที่ไดมาจากการ

๖๗ กระทําผิดอยางนอยก็ตองสืบทราบวาเปนบานของพรรคพวกท่ีผูตองหาหรือบานท่ีผูตองหาอยูอาศัย แตบ างคดไี มจําเปน ตองมกี ารคนบา นเลย เชน จับคนรายไดใ นสาธารณสถานพรอ มของกลางท่ีลักไป º¹Ñ ·¡Ö ¡Ò䌹¹¹éÑ ¨ÐࢌÒÁÒà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡ºÑ ¤´ÍÕ ÒÞÒ ËÃ×Íã¹Ë¹ŒÒ·Õè¢Í§ตาํ ÃǨ䴌 ò ¡Ã³Õ ¤Í× ๑. กรณีความผิดทางอาญายังไมเกิดขึ้น เนื่องจากตํารวจมิใชมีหนาที่เฉพาะดําเนินคดี กับคนรายที่กอคดีขึ้นแลว จึงติดตามจับตัวมาดําเนินคดี หากแตยังมีหนาท่ีปองกันมิไดคดีอาญา เกิดข้ึนหรือมิใหลุกลามใหญโตตอไปอีกดวย ในการปองกันน้ัน วิธีการอันหนึ่งท่ีใชก็คือการคน เม่ือคนแลวตองทําการบันทึกการคนน้ัน ที่ทําการคนนี้ก็เพ่ือคนหาสิ่งของซึ่งบุคคลครอบครองไว จะใชในการกระทําความผิดหรือมีไวเปนความผิด เชน ตํารวจทําการสืบสวนทราบมาวาบาน ก. มีคนแปลกหนาเขามาม่ัวสุมอยูเปนประจําไมปรากฏอาชีพ ตํารวจก็มีความเห็นวานาจะเปนคนราย หรือพวกมิจฉาชีพมาจากถ่ินอ่ืน ถาเปนพวกมิจฉาชีพก็นาจะมีอาวุธที่ผิดกฎหมายดวย จึงเขาคนใน บา น ก. เม่อื เขา คน ก็ตอ งมีบนั ทกึ การคนหรือกรณที ่มี ชี าวบานมากระซิบตาํ รวจวาเคยเหน็ ก. พกพา อาวธุ ปน ในเวลากลางคนื อยเู ปน ประจาํ ตาํ รวจขอตรวจสอบทางอาํ เภอหรอื กองทะเบยี นแผนกอาวธุ ปน ก็ไมปรากฏวา ก. เคยไดร บั อนญุ าตใหม ีอาวุธปนจึงเขาคน บา น ก. เพอื่ หาอาวธุ ปน เปน ตน ๒. กรณีความผิดทางอาญาเกิดข้ึนแลว กรณีนี้เมื่อคดีเกิดขึ้นตํารวจก็ตองแสวงหา พยานหลกั ฐานตา งๆ มาประกอบคดี เชน คนรา ยใชม ดี แทง ก.ตาย การสบื สวนสงสยั วา ข.เปน คนแทง แตตํารวจยังยึดมีดมาไมได ไมทราบวาอยูที่ใด ตํารวจก็ตองใชวิธีคนท่ีบานพักของ ข. หรือท่ี ข. มักจะไปพักอยูหรือในกรณีเปนคดีลักทรัพยตํารวจจับตัวคนรายท่ีลักได แตไมไดทรัพยสินที่คนราย ลักไป จุดท่ีตํารวจมุงคนหาทรัพยสินก็คือบานของคนราย ก็โดยการคน หรือบางคดีที่มีเอกสาร เก่ียวของตํารวจก็ตองเสาะหามาก็โดยการคน และการคนเพ่ือมุงหาส่ิงใดสิ่งหนึ่งอาจจะไปพบกับ สิ่งอื่นที่ไมไดมุงจะคนแตเปนประโยชนตอคดีก็ได นอกจากนี้แลวการท่ีจะชวยบุคคลท่ีถูก หนว งเหนย่ี วกกั ขงั โดยมชิ อบกช็ ว ยออกมาไดโ ดยการคน เมอ่ื ทาํ การคน กต็ อ งมกี ารบนั ทกึ การคน ทกุ ครงั้ ไป เพือ่ ความมุงหมายดังกลาวแลว ขา งตน ป.วิ.อาญา ไดแบงการคนไวเปน ๒ ลักษณะดวยกัน คือ คนโดยมีหมายคนกับคน โดยไมตองมีหมายคน ทั้งนี้เนื่องจากบุคคลไดรับการคุมครองใหมีสิทธิในทรัพยสินของตน บุคคลอื่น จะใชส ทิ ธใิ หก ระทบกระเทอื นหรอื รบกวนสทิ ธขิ องเขาโดยไมส จุ รติ ไมไ ด ในเรอ่ื งทอี่ ยอู าศยั เจา ของบา น มีสิทธิหามไมใหบุคคลภายนอกเขาไปก็ได แตในบางคร้ังบางคดีตํารวจจําเปนตองเขาไปทําการคน ในบานของราษฎรซึ่งเปนที่รโหฐานเพ่ือจะคนหาตัวคนรายหรือพยานหลักฐานตางๆ หากไมมี กฎหมายใหอํานาจ ตํารวจเขาไปคนในบานเรือนราษฎรไดแลว ก็ไมมีทางท่ีจะไดตัวคนราย ซ่ึงหลบซอนอยูในบานหรือไมไดพยานหลักฐานมาประกอบคดี ป.วิ.อาญา จึงใหอํานาจตํารวจที่ จะเขาไปคนในบานของราษฎรได ซึ่งเรียกวาคนในที่รโหฐาน นอกจากนี้แลว กฎหมายยังมี ขอ บญั ญตั พิ เิ ศษออกไปอกี ในกรณที เี่ รง ดว นตาํ รวจสามารถเขา ไปคน บา นราษฎรโดยไมต อ งมหี มายคน ก็ไดซ่งึ เปนขอยกเวน จากหลักท่วี าคนในทรี่ โหฐานจะตองมีหมายคน

๖๘ ÅѡɳТͧ¡Òú¹Ñ ·Ö¡¡Ò乌 บันทึกหมายความถึงหนังสือใดที่พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไวเปนหลักฐาน ในการสอบสวนความผดิ อาญา (ป.วิ.อาญา มาตรา ๒ อนุมาตรา ๒๐) ฉะน้ัน บันทึกการคนจึงเปนบันทึกตามความหมายดังกลาว ถือเปนหลักฐานในการ สอบสวน ป.วิ.อาญา มาตรา ๖๒ วรรค ๒ กลาววา “การแจงขอความในหมาย การสงหมายให ตรวจดูและวนั เดอื นปท ่ีจดั การเชน นั้นใหบ นั ทึกไวใ นหมายนั้น หมายความวาเม่ือทําการคนโดยมีหมายคน จะตองแจงขอความในหมายใหผูเกี่ยวของ ทราบหรอื ใหเ ขาตรวจดแู ลว ใหเ จา พนกั งานผตู รวจคน ทาํ การบนั ทกึ ในภายหลงั หมายวา ไดแ จง ขอ ความ ในหมายใหผูเกี่ยวของทราบ แลวพรอมทั้งลงวันเดือนปท่ีทําการคนไวดวย กรณีดังกลาวมิใชบันทึก การคน เปน แตเ พยี งรายละเอยี ดสว นหนง่ึ ของการบนั ทกึ การคน แตก ต็ อ งจดั การบนั ทกึ ไวต ามทกี่ ฎหมาย กําหนด สําหรับลักษณะสาระสําคัญของการบันทึกคนน้ัน ป.วิ.อาญา มาตรา ๖๓ ไดวางหลัก ไววา “เมื่อเจาพนักงานไดจัดการตามหมายอาญาแลวใหบันทึกรายละเอียดในการจัดการนั้น ถา จดั การตามหมายไมไดใ หบ นั ทึกพฤตกิ ารณไว” นอกจากนี้กฎหมายยังไดบัญญัติไวใหเจาพนักงานผูคนบันทึกรายละเอียดแหงการคน และสงิ่ ของทคี่ น ไดน นั้ ตอ งมบี ญั ชรี ายละเอยี ดไวบ นั ทกึ การคน และบญั ชสี ง่ิ ของนนั้ ใหอ า นใหผ คู รอบครอง สถานที่ บคุ คลในครอบครวั ผตู อ งหา จาํ เลย ผแู ทน หรอื พยานฟง แลว แตก รณี แลว ใหผ นู น้ั ลงลายมอื ชอื่ รบั รองไว (ป.ว.ิ อาญา มาตรา ๑๐๓) จะเห็นไดวาตามมาตรา ๖๓ และ มาตรา ๑๐๓ น้ีกฎหมายไมไดกําหนดแบบฟอรมใน การบนั ทึกไว จึงอาจวางหลักเกณฑการบนั ทกึ การคน ดังน้ี ๑) สถานท่ีบนั ทึก ๒) วัน เดือน ป ท่ีบนั ทกึ ๓) ชอ่ื ตําแหนง เจาพนักงานผูทาํ การบันทกึ ๔) พฤตกิ ารณต า งๆ ทเี่ กยี่ วขอ งกบั การคน นนั้ เปน สาระสาํ คญั ซงึ่ ในสว นหนง่ึ ของกฎหมาย ไดระบุใหพนักงานผูทําการคนตองปฏิบัติ เชน การแจงขอความในหมายลงช่ือในบันทึกการคน, ผคู รอบครองบา นทจี่ ะเขา ไปคน ไมย อมใหเ ขา คน อกี สว นหนงึ่ เปน พฤตกิ ารณท เ่ี กดิ ขนึ้ ในขณะทาํ การคน เชน เม่ือคนไปไดพบบุคคลหรือสิ่งของอะไรบางหรือไมพบเลย ใครเปนผูทําการตรวจคน มีพยาน หรอื ตัวแทนเปน ใครบาง กรณีที่การบรรยายตองลําดับเหตุการณหรือพฤติการณก็คือหลักใคร ทําอะไร ที่ไหน อยา งไร ใหบ รรยายเรยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ ตง้ั แตต าํ รวจผทู าํ หนา ทตี่ รวจคน รวมกนั เขา ไปในบา นที่ จะคน โดยมกี ารแสดงหมายตอผูครอบครองบา น มีการบันทึกในหมายคน ถงึ การแจงขอความในหมาย

๖๙ ผูตรวจคนแสดงความบริสุทธิ์และมีใครเปนพยานหรือนําการตรวจคน ตรวจคนท่ีใดบาง การคนเริ่ม แตเ วลาเทาใด ในระหวางการตรวจคน ไดพบสิ่งของหรอื บุคคลท่ตี องการอะไรบาง การคนไดส นิ้ สดุ ลง เวลาเทาใด ใชเวลาคนก่นี าที กช่ี ่วั โมง สาระสําคัญท่ี ป.ว.ิ อาญา กําหนดไวเปน พฤติการณท ผ่ี ูคน ควรบันทึกไวมีดังนี้ ๑) ÁÒμÃÒ öò บัญญัติวา “ภายใตบังคับแหงบทบัญญัติท้ังหลายในประมวล กฎหมายนี้ ซึ่งวาดวยการจับและคน เจาพนักงานผูจัดการตามหมายน้ันตองแจงขอความในหมาย ใหแ กผูเกย่ี วของทราบและถา มคี ําขอรอ งใหสง หมายนั้นใหเขาตรวจดู” ๒) ÁÒμÃÒ ùô บญั ญตั วิ า “ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจทที่ าํ การคน ในทร่ี โหฐาน สง่ั เจา ของหรือคนอยูใ นนั้น หรอื ผูรกั ษาสถานทซี่ ่ึงจะคน ให ยอมใหเขา ไปโดยมิหวงหา ม ..... ฯลฯ ..... ท้ังน้ี ใหพ นกั งานผูนั้นแสดงหมายหรอื ถาคน ไดโ ดยไมมหี มายกใ็ หแสดงนามหรอื ตําแหนง ถาบุคคลดังกลาวในวรรคตนมิยอมใหเขาไป เจาพนักงานมีอํานาจใชกําลังเพื่อเขาไป ในกรณีจาํ เปน จะเปด หรอื ทาํ ลายประตูบาน ประตเู รือน หนาตาง รั้ว หรอื ส่ิงกีดขวางอยางอน่ื ทาํ นอง เดยี วกันกไ็ ด ๓) ÁÒμÃÒ ù÷ ในกรณีท่ีคนโดยมีหมาย เจาพนักงานผูมีชื่อในหมายคนหรือ ผูรกั ษาการแทนเทานน้ั มีอาํ นาจเปนหวั หนา ไปจัดการใหเ ปนไปตามหมายนั้น ๔) ÁÒμÃÒ ùø การคนในท่ีรโหฐานนั้น จะคนไดแตเฉพาะเพ่ือหาตัวคนหรือส่ิงของที่ ตองการคน เทา นั้น แตมีขอ ยกเวน ดังน้ี (๑) ในกรณที ค่ี น หาสงิ่ ของโดยไมจ าํ กดั สงิ่ เจา พนกั งานผคู น มอี าํ นาจยดึ สงิ่ ของใดๆ ซึ่งนา จะใชเ ปนพยานหลักฐานเพ่อื เปน ประโยชนหรอื ยนั ตัวผูตองหาหรอื จําเลย (๒) เจาพนักงานซึ่งทําการคนมีอํานาจจับบุคคลหรือสิ่งของอื่นในที่คนนั้นได เมื่อมหี มายอีกตา งหาก หรอื ในกรณคี วามผดิ ซงึ่ หนา ๕) ÁÒμÃÒ ñðò บัญญัติวา “การคนในที่รโหฐานน้ัน กอนลงมือคนใหเจาพนักงาน ผูคนแสดงความบริสุทธิ์เสียกอน และเทาท่ีสามารถจะทําไดใหคนตอหนาผูครอบครองสถานที่ หรือบคุ คลในครอบครวั ของผนู น้ั หรือถาหาบุคคลเชนวานัน้ ไมไ ด ก็ใหคน ตอ หนาบุคคลอ่นื อยา งนอ ย สองคน ซึ่งเจา พนักงานไดข อรอ งมาเปนพยาน การคนท่ีอยูหรือสํานักงานของผูตองหาหรือจําเลยซ่ึงถูกควบคุมหรือขังอยูใหทําตอหนา ผูน้ัน ถาผูน้ันไมสามารถหรือไมติดใจมากํากับ จะต้ังผูแทนหรือพยานมากํากับก็ได ถาผูแทนหรือ พยานไมม ี ใหค น ตอหนา บุคคลในครอบครัวหรอื ตอ หนาพยานดงั กลา วในวรรคกอ น มาตรา ๑๐๒ วรรคสามบัญญัติวา “ส่ิงของใดที่ยึดไดตองใหผูครอบครองสถานที่ บุคคล ในครอบครัว ผูตองหา จําเลย ผูแทนหรือพยานดูเพ่ือใหรับรองวาถูกตอง ถาบุคคลเชนกลาวน้ัน รบั รองหรือไมยอมรับรองกใ็ หบ นั ทึกไว”

๗๐ ในขอนี้เปนการกําหนดใหผูคนตองแสดงความบริสุทธ์ิกอนคนตอหนาเจาของบานหรือ คนในครอบครวั หรอื บคุ คลอน่ื อยา งนอ ย ๒ คน เปน พยานหรอื กรณคี น บา นเรอื นสาํ นกั งานของผตู อ งหา ก็ทําตอหนาผูตองหาหรือตัวแทนผูตองหา หรือพยานแลวแตกรณี กฎหมายกําหนดขึ้นเพ่ือปองกัน มใิ หผ คู น นาํ ของผดิ กฎหมายหรอื สงิ่ ของทมี่ งุ คน หาตดิ ตวั มาทาํ การคน เปน การยดั เยยี ดหรอื เรามกั ไดย นิ เสมอๆ วา “ตํารวจยัดของกลาง” จึงกําหนดมาตรการไวใ หผูค น แสดงความบรสิ ทุ ธ์ิ ๕) การลงลายมอื ชื่อในบนั ทึกการคน และบัญชรี ายละเอยี ดสง ของทีค่ น พบ ภายหลงั จากทไี่ ดค น แลว กฎหมายกาํ หนดใหบ คุ คลทเี่ กย่ี วขอ งดงั กลา วตาม มาตรา ๑๐๒ รับรองผลการคน ซ่ึงจะรับรองหรือไม ผูคนก็บันทึกไว น่ันหมายความวาใหผูครอบครองสถานที่หรือ พยานนน้ั ลงลายมอื ช่อื ในการบนั ทึกการคนนนั่ เอง ถาเขาไมย อมลงลายมือชื่อ ก็บันทกึ ไววาไมยอมลง ลายมอื ชอ่ื พรอมทง้ั เหตทุ ไ่ี มล งน้นั ดว ย μÑÇÍ‹ҧ¢¹Ñé μ͹»¯ºÔ ÑμãÔ ¹¡Ò乌 ã¹·èÕÃâ˰ҹ สมมุติวา นาย ก. ใชอาวุธมีดแทงนาย ข. ถึงแกความตายแลวหลบหนี พนักงาน ฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจชน้ั ผใู หญอ อกหมายจบั นาย ก. ในความผดิ ดงั กลา วไวแ ลว แตป รากฏวา นาย ก. ไดห ลบซอ นอยทู บี่ า นเลขท่ี ๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รนิ ทร แขวงอนสุ าวรยี  เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร ซึ่งเปนบานของนายแดง พ.ต.อ.อัมพร โชคดี ผกก.สน.บางเขน จึงออกหมายคนใหกับ ร.ต.อ.ชาติ เชย่ี วชาญ รอง สวส. ร.ต.ต.วฒุ ิ มากมี รอง สวป. และ จ.ส.ต.เดน มีศรี ไปทําการคนบา นเลขท่ี ดงั กลาวเพื่อพบนาย ก. ซ่งึ มีหมายใหจบั เพอ่ื พบและยดึ อาวุธมดี ที่ใชในการกระทาํ ความผดิ โดยไดให ทาํ การคนในวนั ที่ ๒๘ ต.ค. ๒๕๓๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ถงึ เวลา ๑๒.๓๐ น. ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวก ไดน าํ หมายจบั นาย ก. และหมายคน ไปทาํ การคน บา นเลขทด่ี งั กลา ว ตามวัน เวลาท่ีกําหนดในหมายคน กอนการคน ร.ต.อ.ชาติฯ ไดแสดงหมายคนและแจงขอความ ในหมายใหแ กนายแดงทราบ และบนั ทกึ การแจง ขอความดังกลา วไวใ นหมายคนนั้นดวย จากน้ัน ร.ต.อ.ชาติฯ ร.ต.ต.วฒุ ิฯ และ จ.ส.ต.เดนฯ แสดงความบรสิ ทุ ธติ์ อ หนา นายแดง จนนายแดงพอใจแลว จึงเร่ิมทําการคนตอหนานายแดง การคนไดพบนาย ก. หลบซอนตัวอยูบน เพดานกบั หลงั คาบา น โดยมีคราบโลหิตตดิ อยทู ีเ่ สื้อนาย ก. สวม และพบมดี ปลายแหลมยาว ๑ คืบ มีคราบโลหิตตดิ อยซู กุ ซอนไวในหอ งนอนของนางแดง ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวกจงึ ทาํ การจบั นาย ก. ตามหมายจบั โดยแจง ขอ ความในหมายจบั เหตทุ ี่ จบั น้ันให นาย ก. ทราบแลว และยดึ อาวธุ มดี ไวเ ปนของกลาง เสรจ็ สน้ิ การคน เวลา ๑๒.๓๐ น. จ.ส.ต.เดน ฯ ทร่ี ว มคน เปน ผบู นั ทกึ รายละเอยี ดแหง การคน และบัญชีรายละเอียดของที่ยึด แลวอานใหนายแดงและผูท่ีเก่ียวของฟงแลวรับวาถูกตองใหนายแดง และผเู กี่ยวของลงลายมือชอื่ รับรองไว

๗๑ μÑÇÍÂÒ‹ § ºÑ¹·¡Ö ¡Ò乌 ๗๑/๖ ซอยหมูบานอัมรินทร แขวงอนุสาวรีย เขตบางเขน กรงุ เทพฯ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๘ บันทึกน้ีทําข้ึนเพ่ือแสดงวา วันน้ี (๒๘ ต.ค. ๒๕๓๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. ร.ต.อ.ชาติ เชี่ยวชาญ รอง สวส.สน.บางเขน ร.ต.ต.วฒุ ิ มากมี รอง สวป.สน.บางเขน และจ.ส.ต.เดน มศี รี ผบ.หมู สน.บางเขน ไดน ํา หมายคนของ พ.ต.อ.อัมพร โชคดี ผกก.สน.บางเขน มาทําการคนที่บานเลขที่ ๗๑/๖ ซอยหมูบานอัมรินทร แขวงอนุสาวรีย เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปนบานของนายแดง เพื่อพบและยึดอาวุธมีดท่ีใชใน การกระทําความผดิ ร.ต.อ.ชาตฯิ กับพวกไดแ สดงความบริสทุ ธ์ิจน นายแดง พอใจแลว จงึ เริ่มทาํ การคนตอหนา นายแดง ตงั้ แตเ วลา ๐๙.๐๐ น. เปน ตน ไป ของวันเดยี วกัน ผลการคน ปรากฏดงั นี้ เวลา ๑๑.๐๐ น. พบ นาย ก. หลบซอนตวั อยบู นเพดานติดกับหลงั คาบาน เส้อื ที่นาย ก. สวมมี คราบโลหิตติดอยูจึงทําการจับ นาย ก. ตามหมายจับโดยไดแจงขอความในหมายจับเหตุท่ีจับนั้นให นาย ก. ทราบดว ย พรอ มกับไดย ดึ เสอ้ื ทมี่ ีคราบโลหิตตดิ อยูไวเ ปน ของกลาง เวลา ๑๒.๐๐ น. พบมีดปลายแหลมยาว ๑ คืบ มีคราบโลหิตติดอยู ซุกซอนไวในหองนอนของ นายแดง จึงยึดไวเปนของกลาง การคนเสร็จส้ินลงเวลา ๑๒.๓๐ น. ของวันเดียวกัน ในการคนคร้ังนี้ เจา พนกั งานตาํ รวจ ผทู าํ การคน ไมไ ดข เู ขญ็ หรอื กระทาํ การใดๆ อนั เปน เหตใุ หเ กดิ ความเสยี หายแกร า งกายทรพั ยส นิ อยา งหนง่ึ อยา งใดของ นายแดง หรอื ของบคุ คลหนงึ่ บคุ คลใด ไดแ สดงความบรสิ ทุ ธอิ์ กี ครงั้ หนง่ึ จนนายแดงพอใจแลว อานบันทึกใหนายแดงและผเู กยี่ วขอ งฟง แลวรับรองวาถูกตอ ง จงึ ไดล งลายมอื ชื่อไวเ ปน หลักฐาน (ลงชื่อ).....................................................ผคู รอบครองบา น (นายแดง) (ลงชื่อ).....................................................ผูตองหา (นาย ก.) (ลงชอ่ื ) ร.ต.อ............................................หวั หนาผคู น (ชาติ เชีย่ วชาญ) (ลงชอ่ื ) ร.ต.ต............................................ผคู น (วฒุ ิ มากม)ี (ลงชอ่ื ) จ.ส.ต............................................ผูค น /บนั ทกึ /อาน (เดน มีศรี) (ลงชอื่ )......................................................พยาน (ถา มี) (..................................................) (ลงชอื่ )......................................................พยาน (ถา มี) (..................................................) ËÁÒÂàËμØ การคนตามตวั อยางนีเ้ ม่อื นาย ก. เปนผูต องหาคดีอาญา และมีหมายจบั หลบซอ นตัวอยูในบาน ของคนอื่น การคนของเจาพนักงานตํารวจ จึงตองมีท้ังหมายคนและหมายจับ ทั้งนี้เวนแตเมื่อ ทรี่ โหฐานนนั้ ผจู ะตอ งถกู จบั เปน เจา บา น กม็ อี าํ นาจคน โดยไมต อ งมหี มายคน แตต อ งมหี มายจบั เจา บา น ตาม ป.ว.ิ อาญา มาตรา ๙๒ (๕)

๗๒ μÇÑ Í‹ҧ ºÑÞªÃÕ ÒÂÅÐàÍÕ´ÊÔ§è ¢Í§·ÂèÕ ´Ö ๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รินทร แขวงอนสุ าวรีย เขตบางเขน กรงุ เทพฯ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๘ บนั ทกึ นท้ี าํ ขนึ้ เพอ่ื แสดงวา วนั นี้(๒๘ต.ค.๒๕๓๘)เวลา๐๙.๐๐น.ร.ต.อ.ชาติเชยี่ วชาญรองสวส.สน.บางเขน พรอ มกบั พวก ๓ นาย ไดน าํ หมายคน ของ พ.ต.อ.อมั พร โชคดี ผกก.สน.บางเขน มาทําการคน ทบ่ี า นเลขท่ี ๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รนิ ทร เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร ซง่ึ เปน บา นของนายแดง เพอ่ื พบนาย ก. ซงึ่ มหี มายใหจ บั และ เพอ่ื พบและยึดสิง่ ของซ่งึ จะเปนพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ร.ต.อ.ชาติ เชยี่ วชาญ กับพวก ไดเ ริ่มทําการคนต้ังแตเ วลา ๐๙.๐๐ น. เสร็จสิน้ เวลา ๑๒.๓๐ น. การคน ปรากฏพบส่งิ ของซง่ึ จะเปน พยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ตามบญั ชีรายละเอยี ดดังนี้ ลํา´Ñº ÃÒ¡Òà จาํ ¹Ç¹ ËÁÒÂàËμØ ๑. มดี ปลายแหลม ยาวประมาณ ๑ คืบ ๑ เลม มีคราบโลหติ ตดิ อยู ซุกซอน ๒. เสือ้ ของนาย ก. อยใู นหองนอนของนายแดง ๑ ตัว มีคราบโลหิตติดอยู พบในขณะท่ี นาย ก.สวม สงิ่ ของตามรายการดงั กลา วขา งตน ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวกไดย ดึ ไวเ พอื่ นาํ สง พ.ต.อ.อมั พรโชคดีผกก.สน.บางเขน (ผอู อกหมายคน ) เพ่อื ดําเนินการตอ ไป อานบันทึกใหน ายแดงและผูเกย่ี วของฟง แลว รับรองวาถกู ตอง จงึ ไดล งลายมอื ช่อื ไวเปน หลักฐาน (ลงช่อื ).....................................................ผูตอ งหา (นาย ก.) (ลงชอ่ื ).....................................................ผคู รอบครองบาน (นาย แดง) (ลงชอื่ ) ร.ต.อ............................................ผคู น (ชาติ เชีย่ วชาญ) (ลงชอ่ื ) ร.ต.ต...........................................ผคู น (วฒุ ิ มากมี) (ลงช่อื ) จ.ส.ต..........................................ผคู น/บันทกึ /อาน (เดน มีศร)ี (ลงช่อื ).....................................................พยาน (ถา มี) (...................................................) (ลงชื่อ).....................................................พยาน (ถาม)ี (...................................................) ËÁÒÂàËμØ มาตรา ๑๐๓ บญั ญตั วิ า “ใหเ จา พนกั งานผคู น บนั ทกึ รายละเอยี ดแหง การคน และสง่ิ ของทค่ี น ไดน น้ั ตอ งมี บัญชีรายละเอยี ดไว บนั ทกึ การคน และบญั ชขี องนน้ั ใหอ า นใหผ คู รอบครองสถานท่ี บคุ คลในครอบครวั ผตู อ งหา จาํ เลย ผแู ทน หรือพยานฟง แลวแตก รณี แลว ใหผ ูน ้นั ลงลายมือชื่อรับรองไว”

๗๓ »ÃÐ⪹º¹Ñ ·Ö¡¡Ò䌹 บันทึกการตรวจคนเปนหลักฐานท่ีเจาพนักงานกระทําเพื่อเปนหลักฐานแหงการปฏิบัติ หนาที่คือการคนน่ันเอง บันทึกการคนนั้นเปนส่ิงที่กฎหมายบัญญัติไวใหเจาพนักงานผูคนตองทํา (ป.วิ. อาญา มาตรา ๑๐๓) ประโยชนข องการทาํ บนั ทกึ การคน คอื เปน หลกั ฐานซง่ึ เจา พนกั งานผคู น เปน ผทู าํ ขนึ้ โดยมี ผูถูกคน หรือบุคคลอ่ืนรับรอง เพราะฉะน้ันการเขียนบันทึกการคนจึงเปนเสมือนบันทึกความจําของ ตาํ รวจวา ในวนั เวลาทคี่ น นน้ั ตาํ รวจไดท าํ อะไรไปบา ง นอกจากนยี้ งั เปน เครอื่ งแสดงใหเ หน็ วา การปฏบิ ตั ิ หนาที่ของตํารวจถูกตองตามกฎหมาย หรือไมอยางไร เพราะถาหากเจาพนักงานผูคนปฏิบัติหนาที่ ไมถูกตองตามท่ีกฎหมายใหอํานาจไวผูท่ีถูกคนก็ยอมที่จะไมลงช่ือซ่ึงเปรียบเสมือนการไมรับรอง การปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเจา พนกั งานนน่ั เอง การเขยี นบนั ทกึ การคน ไมม รี ปู แบบทแ่ี นน อน ดงั นนั้ ความสาํ คญั ของบันทึกการคนจึงอยูท่ีวาควรจะมีความละเอียดระบุถึงข้ันตอนตางๆ ที่ตํารวจเร่ิมลงมือคนไปจน เสร็จส้ินการคน เชน อาจจะเขียนวา คนบานใคร มีใครบางที่รวมทําการคน อาศัยอํานาจจากอะไร ตามหมายคน หรือวาคนโดยไมมีหมาย คนตอหนาใคร แสดงความบริสุทธ์ิกอนการคนอยางไร เรมิ่ ลงมอื คน เมอื่ ไร พบอะไรบา งทไี่ หน ใครเปน ผพู บ มกี ารจบั กมุ หรอื ไม มกี ารแจง ขอ หาหรอื ไม อยา งไร และควรจะระบุไปดวยวาตํารวจไมไดทําใหทรัพยสินของใครสูญหายหรือเสียหายแตประการใด แลวใหผูที่เก่ียวกับการคนลงชื่อการทําบันทึกไวเชนน้ี เพ่ือปองกันมิใหผูถูกตองหาปฏิเสธวา ของทคี่ น ไดไ มใ ชของตน

๗๔ ºÑ¹·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ เขียนท.่ี .................................................. วนั ท่ี...............เดอื น..............................พ.ศ. .............. บันทกึ น้แี สดงวา วันนี.้ ...................................เวลา.....................น. พนกั งานเจาหนา ท่ี ประกอบดว ย..................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ไดม าขอทาํ การตรวจคน บา นเลขท.ี่ ................ถนน...........................แขวง/ตาํ บล................................ เขต/อาํ เภอ..........................จงั หวดั ..........................โดยมี (นาย/นาง/นางสาว)................................. เปน เจา ของบา นหรอื ผดู แู ลแทนเจา ของบา น เนอื่ งจาก........................................................................ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ..................................................................................................พนกั งานเจา หนา ทช่ี ดุ ดงั กลา วไดพ บ (นาย/นาง/นางสาว).............................................................ซ่งึ เปน................................................. พนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดแสดงตัว และช้ีแจงวตั ถปุ ระสงคต อ (นาย/นาง/นางสาว).................................... เขาใจในวัตถุประสงคของพนักงานเจาหนาที่แลว จึงเปนผูนําทําการตรวจคน ซึ่งกอนลงมือทําการ ตรวจคน พนักงานเจาหนา ที่ทกุ คนไดแ สดงความบรสิ ุทธ์ใิ ห (นาย/นาง/นางสาว)................................. ดูเปน ท่ีพอใจแลว จงึ เร่มิ ทาํ การตรวจคน ผลการตรวจคน ปรากฏวา ............................................................................................ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ เสร็จส้ินการตรวจคนเวลา.............................น. หลังการตรวจคนพนักงานเจาหนาที่ ไดแ สดงความบรสิ ทุ ธิ์ให (นาย/นาง/นางสาว)...................................ดูจนเปนที่นา พอใจอีกคร้ังหนึง่ อนึ่ง ในการตรวจคนครั้งนี้ พนักงานเจาหนาที่ไดปฏิบัติอยางสุภาพ มิไดทําการขูเข็ญ บังคับ หรือกระทําประการหนึ่งประการใดอันเปนการประทุษรายแกกายหรือจิตใจตอผูหนึ่งผูใด อกี ทงั้ มไิ ดท าํ ใหทรพั ยส นิ อนื่ ใดเสียหาย สญู หาย เสอ่ื มคา หรอื ไรป ระโยชนแตป ระการใด ไดอานบันทึกนี้ให (นาย/นาง/นางสาว).........................................ฟงแลวรับวาเขาใจ ขอความในบนั ทึกนีด้ แี ละถูกตองเปนความจริงทกุ ประการ จึงลงลายมือชื่อไวเ ปน หลักฐาน (ลงชอื่ )................เจาบา นหรอื ผูดแู ลแทนเจา บาน (ลงชื่อ)..................พนกั งานเจาหนาท่ีผตู รวจคน (............) (..............) (ลงช่อื )................พนกั งานเจาหนา ท่ผี ตู รวจคน (ลงชอื่ )..................พนกั งานเจา หนา ท/่ี บนั ทกึ /อา น (.............) (..............) (ส ๕๖ - ๒๙)

๗๕ ºÑÞªÕ·Ã¾Ñ Â» ÃСͺºÑ¹·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ ลาํ ´Ñº ÃÒ¡ÒÃ·Ã¾Ñ Âʏ ¹Ô จํา¹Ç¹/น้าํ ˹ѡ ÃÒ¤Ò ÊÀÒ¾/ตําË¹Ô ¨´Ø ·¾Õè º ËÁÒÂàËμØ ขาฯ ขอรับรองวาทรัพยตามรายการดังกลาวขางตน เปนทรัพยท่ีผูตรวจคนพบและยึด ไวต ามบันทกึ การตรวจคนและหมายคน ของศาล.......ที่......./.......ลงวนั ท่ี.......เดอื น........พ.ศ. ......จริง อานใหฟง แลว รับวา ถูกตอง จึงใหลงชอ่ื ไวเปน หลักฐาน (ลงชือ่ )................................................ผคู รอบครอง/ผูน ําการตรวจคน (ลงชื่อ)................................................ผตู รวจคน /บันทึก/อาน (ลงชื่อ)................................................ผูตรวจคน (ลงชือ่ )........................................พยาน (ถา มี) (ลงช่อื )........................................พยาน (ถาม)ี (ส ๕๖ - ๓๐) ไดร บั สําเนาบันทกึ การตรวจคนนไี้ วแลว (ลงช่อื )................................เจา บานหรือผูครอบครองสถานที่ (........................) ....../....../......

๗๖ ป.จ.ว.ขอ..............เวลา..............น. คดที .ี่ ............................................ บญั ชขี องกลางลําดบั ท.่ี .................. ºÑ¹·¡Ö ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ â´ÂäÁÁ‹ ÕËÁÒ¤¹Œ μÒÁ ».Ç.Ô ÍÒÞÒ Á.ùò (ô) สถานทบี่ ทึก................................................................................................................................ วนั /เดอื น/ป. .................................................................................................................................... วนั /เดอื น/ป. ................................................................................................................................... สถานทตี่ รวจคน ............................................................................................................................... นามเจาพนักงานตํารวจที่ทําการจับกุม.....(ระบุยศ ช่ือ นามสกุล ตําแหนง สังกัด ของเจาพนักงาน ตาํ รวจทที่ ําการจบั กมุ ทุกคน)......................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ไดรวมกันตรวจคนสถานท่ีดังกลาวขางตน เนื่องจากมีพยานหลักฐานตามสมควรวาทรัพยท่ีมีไวเปน ความผิด หรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือมีไวเพ่ือจะใชในการกระทําความผิด หรือ อาจใชเปนพยานหลักฐานพิสูจนการกระทําความผิด ไดซอนอยูหรืออยูในนั้น และมีเหตุอันควร เชอื่ วาหากเนิน่ ชา กวาจะเอาหมายคน มาได ทรัพยนั้นจะถกู โยกยายหรือทาํ ลายเสียกอน โดยมี (ระบุ ช่อื นามสกลุ อายุ ทีอ่ ยขู องผคู รอบครองหรือผนู าํ การตรวจคน )........................................................ ......................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ผลการตรวจคนปรากฏวา.....(พบหรือไมพบทรัพยตามเหตุท่ีเขาตรวจคนโดยไมมีหมายคน ถาพบให ระบวุ า พบทรพั ยต ามเหตทุ เ่ี ขา ตรวจคน ซง่ึ มรี ายละเอยี ดตามบญั ชที รพั ยท แ่ี นบทา ยบนั ทกึ การตรวจคน ) ...................................................................................................................................................... เสร็จส้ินการตรวจคน เวลา.........................น. อน่ึงในการตรวจคนครั้งนี้ เจาพนักงานตํารวจผูตรวจคนมิไดทําใหทรัพยสินของผูใด เสียหาย สูญหาย หรือเส่ือมคาแตประการใด และมิไดเอาทรัพยสินของผูหน่ึงผูใดมาเปนประโยชน ของตนเองแตอ ยางใด ไดอานบันทึกน้ีใหผูนําการตรวจคนฟงแลว รับวาถูกตองและไดมอบสําเนาบันทึก การตรวจคนกับบญั ชที รัพย (ถา มี) ใหผนู ําการตรวจคน ไวแ ลว จึงใหลงชอ่ื ไวเ ปนหลกั ฐาน (ลงชอ่ื )...........................................เจา บานหรือผูค รอบครอง/ผนู ําการตรวจคน (ลงชอ่ื )...........................................ผูตรวจคน /บนั ทกึ /อา น ตาํ แหนง.......................................... (ลงชื่อ)...........................................ผตู รวจคน (ลงช่อื )...........................................ผูตรวจคน (ลงช่อื )...........................................ผตู รวจคน ไดรบั สาํ เนาบันทึกการตรวจคนนไ้ี วแ ลว (ส ๕๖ - ๓๑) (ลงช่อื )...(......................./...................../.......................)....เจา บานหรือผูครอบครองสถานท่ี

๗๗ ºÞÑ ª·Õ Ã¾Ñ Â» ÃСͺºÑ¹·¡Ö ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ â´ÂäÁ‹ÁËÕ ÁÒ¤¹Œ μÒÁ ».Ç.Ô ÍÒÞÒ Á.ùò (ô) ลาํ ´ºÑ ÃÒ¡Ò÷ÃѾÂʏ Ô¹ จาํ ¹Ç¹/นํ้า˹ѡ ÃÒ¤Ò ÊÀÒ¾/ตําË¹Ô ¨Ø´·Õ辺 ËÁÒÂàËμØ ขาฯ ขอรับรองวาทรัพยตามรายการดังกลาวขางตน เปนทรัพยท่ีผูตรวจคนพบและยึด ไวต ามบันทกึ การตรวจคนจริง อา นใหฟงแลว รบั วาถูกตอง จงึ ใหล งชอื่ ไวเ ปนหลักฐาน (ลงชือ่ )................................................ผูค รอบครอง/ผนู ําการตรวจคน (ลงชอ่ื )................................................ผตู รวจคน/บันทกึ /อาน (ลงช่ือ)................................................ผูตรวจคน ไดร ับสาํ เนาบันทึกการตรวจคน นี้ไวแลว (ลงช่อื )................................เจาบา นหรือผคู รอบครองสถานที่ (........................) ....../....../...... (ส ๕๖ - ๓๒)

๗๘ ºÑ¹·Ö¡áÊ´§àËμØ¼Å·àèÕ ¢ŒÒ¤Œ¹â´ÂäÁ‹ÁÕËÁÒ¤Œ¹ สถานทบ่ี ันทึก.................................................... วันท่ี..............เดอื น............................พ.ศ. .............. เรอ่ื ง แสดงเหตผุ ลท่ีทําใหสามารถเขาคน ได เรียน นาย, นาง........................................................ผคู รอบครองสถานทท่ี ่ถี กู คน ดว ยเมอ่ื วนั ท.่ี .............เดอื น............................พ.ศ. .............. เวลาประมาณ..............น. เจา พนกั งานตาํ รวจคอื .................................................ตาํ แหนง ........................................................ เปนหวั หนา ในการคน/พรอ มดวยเจา พนักงานที่มชี ื่อทา ยบันทกึ การคน รวม.................................คน ไดเ ขา คน สถานท/่ี บา นเลขท.่ี ...............หมทู .่ี ................ตรอก/ซอย................................ ถนน...................ตาํ บล/แขวง.........................อาํ เภอ/เขต.........................จงั หวดั ............................ เนอ่ื งจากมพี ยานหลกั ฐานตามสมควรวา (สงิ่ ของตาม มาตรา ๙๒ (๔))........................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ไดซ อนหรอื อยูในนน้ั ประกอบท้ัง................................................................................ ....................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ซึ่งเปนเหตุอันควรเช่ือวา เน่ืองจากการเนิ่นชากวาจะเอาหมายคนมาได ส่ิงของนั้นจะถูกโยกยาย/ หรอื ทาํ ลายเสยี กอ น ซง่ึ เปน เหตยุ กเวน ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจมอี าํ นาจคน ในทร่ี โหฐานได โดยไมต อ งมีหมายคน ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๙๒ (๔) รายละเอียดแหงการคนปรากฏตามสําเนาบันทึกการคน/และสําเนาบัญชีทรัพยที่ได จากการคน ซึ่งไดส ง มาพรอ มหนงั สือน้ีแลว เอกสารรวม...............................แผน จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ ร.ต. ..................................ผูคน (................................) ตาํ แหนง ..................................

๗๙ ºÑ¹·Ö¡¢ÍŒ ¤ÇÒÁñ ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡ÒÃ........................................................................â·Ã. .................................................... ·.èÕ ...............................Ç¹Ñ ·.èÕ .......................เดอื น..............................................พ.ศ. ...................... àÃ×èͧ รายงานเหตผุ ล และผลการคนโดยไมม ีหมายคน àÃÂÕ ¹ (ผบู ังคับบัญชาเหนือตนข้ึนไป ๑ ชนั้ ) ดว ยเมอ่ื วนั ท.่ี .............เดอื น........................พ.ศ. ............ เวลาประมาณ .......................น. เจา พนกั งานตาํ รวจคอื .................................................ตาํ แหนง ......................................เปน หวั หนา ในการคน /พรอ มดว ยเจา พนกั งานตาํ รวจคอื ........................................................................................ ......................................................................................................................รวม........................คน ไดไ ปคน สถานท/ี่ บา นเลขท.ี่ ........................หมทู .่ี .......................ตรอก/ซอย..................................... ถนน........................ตาํ บล/แขวง........................อาํ เภอ/เขต.........................จงั หวดั ......................... ซงึ่ มี นาย, นาง...........................................................................อาย.ุ .......................ป เปนเจาของบาน/ผูครอบครองสถานท่ี โดยไมมีหมายคนเนื่องจากมีพยานหลักฐานตามสมควรวา (ส่งิ ของตามมาตรา ๙๒ (๔))............................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ไดซอนหรอื อยใู นน้ัน ประกอบทัง้ ................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ซึ่งเปนเหตุอันควรเชื่อวา เน่ืองจากการเนิ่นชากวาจะเอาหมายคนมาได สิ่งของน้ันจะถูกโยกยาย/ หรอื ทาํ ลายเสยี กอ น ซง่ึ เปน เหตยุ กเวน ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจมอี าํ นาจคน ในทรี่ โหฐานได โดยไมตองมีหมายคน ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๙๒ (๔) เจาพนักงานผูตรวจคนไดมอบสําเนาการคน, บัญชีสิ่งของท่ีไดจากการคนและบันทึก แสดงเหตผุ ลในการคน ใหก ับ นาย, นาง..................................................................ไวเรยี บรอยแลว รายละเอียดแหงการคนปรากฏตามสําเนาบันทึกการคน/และสําเนาบัญชีทรัพยท่ีได จากการคน ซ่งึ ไดสง มาพรอมหนงั สือนแี้ ลว เอกสารรวม..............................แผน จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบ ร.ต. ..................................ผูคน (................................) ตําแหนง..................................

๘๐ ¡Òúѹ·¡Ö ¡ÒèѺ¡ØÁ การเขียนบันทึกการจบั กมุ ñ. ¡Å‹ÒÇนาํ บนั ทกึ การจบั กมุ นเี้ ปน การปฏบิ ตั งิ านขนั้ แรกของการจบั กมุ เมอื่ เราจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ ไดแลวเราก็ตองทําบันทึก หรือเขียนบันทึกการจับกุมใหไดเพ่ือเปนหลักฐานในคดีท่ีเราดําเนินการ จับกุมผูกระทําผิดนั้น วาเขากระทําความผิดอะไร มีผูกระทําผิดกี่คน และไดอะไรเปนของกลางบาง เราตองบันทึกไวโดยละเอียด เพ่ือเปนการปองกันตัวเราซึ่งอาจจะตองเปนผูตองหาหรือถูกฟองรอง จากผถู ูกจับกมุ หรือเครอื ญาติกเ็ ปนได ò. à¹é×ÍËÒ ความมุงหมายของการบันทึกการจับกุมเปนปองกันการถูกฟองหรือถูกรองเรียน แยกออกเปนขอๆ ไดดงั น้ี ก. แสดงถงึ ผลงานในการปฏิบตั ิหนา ที่ของผูทาํ การจับกมุ ข. เพื่อเปน หลกั ฐานในคดีที่เราไดป ฏบิ ตั มิ า และเปน การชวยความจาํ ค. เพอ่ื เปนการปองกันการถูกฟอ งรองของผจู บั กุมโดยผูถกู จับกุม Ç¸Ô Õทําº¹Ñ ·¡Ö ¡ÒèºÑ ¡ØÁ ก. ทําแบบบนั ทกึ ขอความในลักษณะที่เปน การบรรยาย ข. วางลาํ ดบั ข้ันตอนในการเขยี น - รวบรวมขอมลู ของการจับ เชน ใครจับใคร ขอ หาอะไรไดข องกลางหรือไม ทําไมถกู จบั จึงไดร ับบาดเจ็บ - วางโครงรางตามแบบ - ลงชื่อเขยี นตามโครงรางนน้ั ค. เน้ือเรอื่ งของการรายงานตองประกอบดว ย - สวนบทนํา กลาวถึงใคร มาจบั ใคร เม่อื ไร ในขอหาอะไร การจบั น้ีมหี มาย หรือไม ฯลฯ - กลาวถึงเรือ่ งราวในการจับกุม เชน จบั ไดหรือไม ไดข องกลางหรือไม มีผูตอ งหาหลบหนีไปไดห รอื ไม สรุป บทสรุปกลาวถึงวาไดจัดการกับผูตองหาท่ีจับไดอยางไร เกิดการเสียหาย ในขณะจับกุมหรือไม ¢ŒÍ¤ÇÃÊѧà¡μ ตามธรรมดาจะตองคนตัวผูตองหาดวยเสมอ เพราะผูตองหาอาจเอาของกลางที่ใชใน การกระทําผิดซุกซอนไว ถาหากพบแตเงินและเราไมสามารถจะยืนยันวาเปนเงินที่ไดจากการ กระทาํ ความผดิ จรงิ กอ็ าจจะไดเ ปน ขอ พริ ธุ วา ผตู อ งหาไดเ งนิ นน้ั มาจากการกระทาํ ความผดิ หรอื เราอาจได

๘๑ ของกลางอยา งอนื่ ๆ ดว ยก็ได อาจจะเปน เคร่อื งมอื หรืออุปกรณใ นการกระทําความผดิ อีกหลายอยาง เราตองยดึ ถือไวเ ปนของกลางนําไปไวเปนพยานหลักฐานในการฟอ งรองกระทาํ ผิดตอไป ÊÒÃÐสาํ ¤ÞÑ ·μÕè ŒÍ§ÃÐºãØ ¹ºÑ¹·Ö¡¡ÒèѺ ๑. สถานทีท่ ําการบนั ทกึ การจับกุม ๒. วนั เดือน ป ทที่ าํ การบนั ทกึ จับกมุ ๓. ชือ่ และตําแหนงเจา พนกั งานจับกมุ ๔. ชอื่ อายุ ภูมิลาํ เนา หมายเลขบัตรประชาชนของผูถกู จับ ๕. ของกลาง ๖. ตําแหนง ทีพ่ บของกลาง ๗. แจง ขอ กลา วหาและแจงสทิ ธแิ กผ ถู กู จบั ๘. พฤตกิ ารณใ นการกระทาํ ความผิด ๙. วัน เดือน ป และเวลา ตลอดจนสถานท่ี ซึ่งเกดิ การกระทาํ ผิดและจบั กุม ๑๐. บันทึกรายละเอียดวาการจับกุมครั้งน้ี เจาพนักงานผูจับมิไดทําใหทรัพยสินของผูใด เสียหาย สูญหาย หรือเสื่อมคาแตประการใด และมิไดทําใหผูใดไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ แตอ ยางใดและไดอา นบนั ทึกนีใ้ หผูถกู จบั ฟง รบั รองวาถูกตอ ง จึงใหล งลายมือชื่อ พรอมใหม อบสาํ เนา บนั ทึกการจับไว ๑ ฉบบั แลว ๑๑. ลายมอื ช่อื ของผูถูกจับ ๑๒.ลายมือชอ่ื เจาพนักงานผจู บั และผอู า น

๘๒ (ผนวก จ.) ป.จ.ว.ขอ ................เวลา................. คดอี าญาท่.ี ....................................... บัญชีของกลางลําดบั ท่.ี .............. ºÑ¹·¡Ö ¡ÒèѺ¡ÁØ สถานทบ่ี ันทึก.................................................... วนั ที.่ ......................เดือน.......................พ.ศ. ................ วนั นี้ (...............) เวลาประมาณ.............น. เจา พนกั งานผจู บั ประกอบดว ย................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ไดร ว มกนั จบั ๑. นาย/นาง/นางสาว..........................................อาย.ุ .............ป อยบู า นเลขท.่ี ............หม.ู ............ อําเภอ..........................จังหวดั ...............................หมายเลขบัตรประชาชน................................... ๒. นาย/นาง/นางสาว..........................................อาย.ุ .............ป อยบู า นเลขท.่ี ............หม.ู ............ อาํ เภอ..........................จังหวัด...............................หมายเลขบัตรประชาชน................................... พรอ มดว ยของกลาง.................................................................................................... ๑. ............................................................................................................................................. ๒. ............................................................................................................................................. ๓. ..............................................................................................รวม..............................รายการ จดุ ทพ่ี บของกลาง........................................................................................................ ...................................................................................................................................................... โดยแจง ขอ กลา วหาวา ................................................................................................. ...................(การกระทาํ ทอ่ี า งวา ผตู อ งหากระทาํ ความผดิ )................................................................ ...................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดเก่ยี วกับวนั เวลาและสถานที่เกดิ เหตุ)................................... ...................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดเกยี่ วกบั บคุ คลและสง่ิ ของทเี่ กยี่ วขอ ง)................................... .........................................................................................................................................................

๘๓ เหตใุ นการจับ จบั ตามหมายจบั ศาล................ท.ี่ ........./..............ลงวนั ท.่ี ........................... ซง่ึ เจาพนกั งานตาํ รวจผูจ บั ไดแ สดงตอผถู ูกจับแลว เมื่อผูจับกระทําความผิดซึ่งหนาดังบัญญัติไวในมาตรา ๘๐ แหงประมวล กฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา เมื่อพบผูถูกจับ โดยมีพฤติการณอันควรสงสัยวานาจะกอเหตุรายใหเกิด ภยนั ตรายแกบคุ คลหรือทรพั ยสนิ ของผูอ่นื โดยมเี คร่อื งมอื อาวธุ หรอื วัตถุ อยา งอน่ื อาจใชในการกระทําความผดิ เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับผูถูกจับ ตามมาตรา ๖๖(๒) แหงประมวล กฎหมายจบั ผถู กู จบั ได เปนการจับผูตองหาหรือจําเลยท่ีหนี หรือจะหลบหนีในระหวางถูกปลอย ช่ัวคราว ตามมาตรา ๑๑๗ แหงประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา บคุ คลทถ่ี กู จบั ตามกฎหมายจบั หลบหนหี รอื ผชู ว ยใหห นไี ปไดต ามมาตรา ๖๕ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เจา พนกั งานผูจบั ไดแ จง ใหผ ูถกู จบั ทราบวา มีสิทธิ ดังนี้ ๑. สิทธิที่จะใหการ หรือไมใหการก็ได และถอยคําของผูถูกจับน้ันอาจใชเปนพยานหลักฐานในการ พิจารณาคดไี ด ๒. สทิ ธิท่จี ะปรึกษาทนายความหรือผทู ี่จะเปน ทนายความเปน การเฉพาะตัว ๓. สิทธิแจงหรือขอใหเจาพนักงานแจงใหญาติหรือผูไววางใจทราบถึงการจับกุมและสถานที่ถูก จบั กมุ ในโอกาสแรก ๔. สทิ ธิใหทนายความหรอื ตนไววางใจเขาฟง การสอบปากคําของตนไดในช้นั สอบสวน ๕. สิทธิไดร ับการเย่ียมหรอื ติดตอกบั ญาติไดต ามสมควร ๖. สิทธิไดร ับการรักษาพยาบาลโดยเรว็ เมอ่ื เกิดการเจ็บปว ย เจาพนักงานตํารวจผูจับไดเอาตัวผูถูกจับไปยังที่ทําการของสถานีตํารวจ...................ซึ่ง เปนทที่ าํ การของพนักงานสอบสวน แหงหองท่ที ่ีถกู จบั ผรู บั ผดิ ชอบโดยทนั ที เมื่อไปถึงที่ทําการของพนักงานสอบสวน เจาพนักงานตํารวจผูจับไดแจงขอกลาวหาให ผจู บั ทราบอีกครงั้ หน่ึง ซง่ึ ผถู กู จบั ทราบและเขาใจขอ กลา วหาดแี ลวโดยตลอด เปน กรณหี มายจบั เจา พนกั งานตาํ รวจจบั ไดแ จง ใหผ ถู กู จบั ทราบ และอา นขอ ความ ในหมายจบั ใหผ ถู กู จบั ฟง แลว ผถู กู จบั ทราบขอ กลา วหาและรายละเอยี ดเกยี่ วขอ งกบั เหตแุ หง การจบั และสทิ ธขิ องผถู กู จบั ดงั กลา วขา งตน

๘๔ ไมยอมใหการ รบั สารภาพ ใหการ ปฏเิ สธ โดยมรี ายละเอยี ดวา ....................(กอ นเกดิ เหตุ ขณะเกดิ เหตุ หลงั เกดิ เหตุ จนกระทงั้ ถกู จบั ).................... (รายละเอยี ดไดจ ากคาํ ใหก ารของผตู อ งหา)....................................................................................... สถานทถี่ กู จบั .........................ตาํ บล/แขวง........................อาํ เภอ/เขต............................ จงั หวดั ....................เมอื่ วนั ท.่ี ..............เดอื น......................พ.ศ. .............เวลาประมาณ...................น. อนึ่ง ในการปฏิบัติหนาท่ีครั้งน้ี เจาพนักงานตํารวจผูจับไดปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมาย โดยมิไดจูงใจใหคําม่ันสัญญา ขูเข็ญ หลอกลวง ทรมาน หรือทําใหผูหน่ึงผูใดไดรับอันตรายแกกาย หรอื จิตใจ หรือทาํ ใหทรพั ยสนิ ของผหู นึ่งผูใดเสยี หาย สูญหาย เส่ือมคา หรือไรร าคาแตอ ยางใด ไดอ า นบนั ทกึ นใี้ หผ ถู กู จบั ฟง แลว รบั รองวา ถกู ตอ งตามความเปน จรงิ พรอ มไดม อบสาํ เนา บนั ทกึ การจับใหกับผถู กู จบั ไว คนละ ๑ ฉบบั แลว จงึ ใหลงลายมอื ชื่อไวเ ปน หลกั ฐาน (ลงชื่อ)...............................................ผตู อ งหา/ผรู บั มอบหมาย () (ลงชือ่ )...............................................ผตู องหา/ผรู ับมอบหมาย () (ลงชือ่ )...............................................ผูจบั กุม (ลงชื่อ)...............................................ผูจ บั กุม (ลงช่ือ)...............................................ผูจบั กุม/บันทึก/อา น ËÁÒÂàËμØ ๑. ถา เจาพนกั งานตาํ รวจผูจ ับไมแ จงสิทธใิ นบนั ทึกการจับนี้ ไมทําใหบ ันทึกการจับเสียไป ๒. ถาเจา พนักงานตาํ รวจผูจบั ไมมอบสําเนาบนั ทกึ การจบั กมุ ใหก ับผูจ บั คนละ ๑ ฉบับ อาจถูกฟอ ง ปฏบิ ัติหรือละเวนการปฏบิ ตั หิ นาที่โดยมชิ อบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ได

๘๕ ºÑ¹·Ö¡¡ÒèѺ¡ØÁ¼ÙŒμÍŒ §ËÒ·àÕè »š¹à´ç¡ËÃ×ÍàÂÒǪ¹ ʶҹ··èÕ Òí ºÑ¹·Ö¡ ......................................................................................................................................................... Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èºÕ ѹ·Ö¡ ........................................................................................................................................................ Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èÕ¨ºÑ ¡ØÁ ........................................................................................................................................................ ʶҹ·¨èÕ ºÑ ¡ÁØ ........................................................................................................................................................ à¨ÒŒ ˹ŒÒ·ÕèμÒí ÃǨ¼Ù¨Œ Ѻ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ä´áŒ ¨Œ§á¡‹¼ÙŒ·è¶Õ ¡Ù ¨ÑºμÒÁÃÒªÍè× ¢ÒŒ §Å‹Ò§Ç‹Òà¢ÒμŒÍ§¶Ù¡¨ºÑ ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ä´áŒ ¨§Œ ã˼Œ ¶ÙŒ Ù¡¨ºÑ ·ÃÒºÇ‹Ò ๑. ผูถกู จับมสี ทิ ธิทีจ่ ะไมใหการหรือใหก ารกไ็ ด ๒. ถอ ยคาํ ของผถู กู จับนั้นอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดีได ๓. ผูถกู จบั มสี ทิ ธจิ ะพบและปรกึ ษาทนายหรือผซู ่ึงจะเปน ทนายความ ๔. ถาผูถูกจับประสงคจะแจงใหญาติ หรือผูซ่ึงตนไววางใจทราบถึงการจับกุม ทสี่ ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไมเ ปน การขดั ขวางการจบั หรอื การควบคมุ ถกู จบั หรอื ทาํ ใหเ กดิ ความไมปลอดภัยแกบุคคลหนึ่งบุคคลใด เจาพนักงานสามารถอนุญาตใหผูถูกจับดําเนินการได ตามสมควรแกก รณี ਌Ò˹ŒÒ·μÕè íÒÃǨ¼Œ¨Ù ºÑ ä´áŒ ¨§Œ ¢ÍŒ ¡Å‹ÒÇËÒãËŒ¼ŒÙ¶¡Ù ¨Ñº·ÃÒºÇ‹Ò ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ (ส ๕๖ - ๒๘)

๘๖ ¼¶ÙŒ ¡Ù ¨ÑºÃѺ·ÃÒºÊ·Ô ¸áÔ ÅŒÇ ( ) ไมข อดําเนินการตามขอ ๔ ( ) ขอดําเนินการตามขอ ๔ และไดดําเนินการเรียบรอ ย ( ) ขอใหการรับวาเปนบุคคลตามหมายจับ และยังไมเคยถูกดําเนินคดี นม้ี ากอ น 㹡ÒèѺ¡ØÁ¼μÙŒ ŒÍ§ËҤçÑé ¹Õé ਌Ò˹ŒÒ·èÕμÒí ÃǨª´Ø ¨Ñº¡ÁØ ä´¡Œ ÃÐทาํ ä»μÒÁอาํ ¹Ò¨áÅÐ˹Ҍ ·Õè â´Â มีหมายจับ มคี าํ สง่ั ศาล กระทําความผิดซึง่ หนา ดังไดบ ัญญตั ิไวในมาตรา ๘๐ มีพฤติการณอันควรสงสัยวาผูน้ันนาจะกอเหตุรายใหเกิดภยันตราย แกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอ่ืนโดยมีเคร่ืองมือ อาวุธหรือวัตถุอยางอ่ืนอันสามารถอาจใชในการ กระทําความผิด เมื่อมีเหตุท่ีจะออกหมายจับบุคคลนั้นตามมาตรา ๖๖ (๒) แตมี ความจาํ เปนเรงดว นทีไ่ มอาจขอใหศาลออกหมายจบั บคุ คลนั้นได เปนการจับกุมผูตองหาหรือจําเลยที่หนีหรือจะหลบหนีในระหวาง ถูกปลอยชว่ั คราว ตามมาตรา ๑๑๗ ¡Òû¯ºÔ μÑ ¢Ô ͧà¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹¼ŒÙ¨ºÑ μÍ‹ à´¡ç ËÃÍ× àÂÒǪ¹¼ŒÙ¶¡Ù ¨ºÑ ¡ÃзÒí â´Â (Á.öù) แจงแกเดก็ หรอื เยาวชนวา เขาตอ งถูกจับ แจง ขอ กลา วหารวมท้ังสทิ ธิตามกฎหมายใหท ราบ กรณีมหี มายจับไดแ สดงตอผถู กู จบั นาํ ตัวไปยังท่ที ําการของพนักงานสอบสวนแหงทอ งท่ถี กู จับทันที แจงเหตุแหงการจับกุมใหบิดา มารดา ผูปกครอง บุคคลหรือผูแทน องคการ ซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยูดวย กรณีอยูดวยในขณะจับกุม / ในโอกาสแรกเทาท่ีสามารถ ทาํ ได ทําบันทึกการจับกุม โดยแจงขอกลาวหาและรายละเอียดเก่ียวกับเหตุแหงการจับให ผูถ ูกจบั ทราบ และไดก ระทาํ ตอหนา ผูป กครอง บุคคลหรอื ผแู ทนองคก ารซึ่งเด็กหรอื เยาวชนอยูด ว ย ในกรณที ี่ขณะทาํ บนั ทกึ มีบคุ คลดังกลาวอยูดวย ในการจบั กมุ และควบคมุ ไดก ระทาํ โดยละมนุ ละมอ ม โดยคาํ นงึ ถงึ ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน มนษุ ย และไมเ ปน การประจาน มไิ ดใ ชว ธิ กี ารเกนิ กวา ทจ่ี าํ เปน เพอ่ื ปอ งกนั การหลบหนหี รอื เพอื่ ความปลอดภยั ของเด็กหรอื เยาวชนผูถูกจบั หรอื บคุ คลอื่น และมิไดใ ชเ ครอื่ งพันธนาการแกเ ด็ก

๘๗ เจาหนาที่ตํารวจผูจับไดอานบันทึกใหผูถูกจับฟงแลวและผูถูกจับไดอานดวยตนเองแลว รับวาถูกตองและไดมอบสําเนาบันทึกการจับกุมใหแกผูถูกจับเรียบรอย จึงใหลงลายมือช่ือไวเปน หลักฐาน (ลงชื่อ).............................................ผูตอ งหา (ลงช่ือ).............................................ผปู กครอง (ถาม)ี (ลงช่อื )...................................ผูจ บั กมุ (ลงช่อื ).................................ผจู ับกุม (ลงช่อื )...................................ผจู บั กุม (ลงชื่อ).................................ผจู ับกมุ (ลงช่ือ)...................................ผจู บั กุม (ลงชอื่ )...................................ผจู บั กมุ /บนั ทกึ (ส ๕๖ - ๒๘)

๘๘ ป.จ.ว.ขอ ....................เวลา...........น. ลงวันท.่ี ............................................ คดอี าญาที.่ ....................................... บญั ชขี องกลางลาํ ดบั ท่.ี ...................... ºÑ¹·¡Ö ¡ÒèºÑ ¡ØÁ.............................พนักงานสอบสวน ʶҹ·ºèÕ ¹Ñ ·¡Ö ..............................ก...ก...๑....บ..ก....ป..อ...ศ................................................................................. Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·ºÕè ¹Ñ ·¡Ö .............๘.......ส..ิง..ห..า..ค...ม...๒...๕...๕...๐.......เ.ว..ล...า......๑...๕...๐...๐......น............................................ Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·¨èÕ ºÑ ..................๘.......ส..งิ..ห..า..ค...ม...๒...๕...๕...๐.......เ.ว..ล...า......๑...๔...๑...๐......น............................................ ʶҹ·¨èÕ ºÑ ¡ÁØ .................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ¹ÒÁà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨ·¨Õè ºÑ ¡ÁØ .......น...ํา.โ..ด..ย....พ.....ต....ท.....อ..ภ...ชิ ..ัย....ห..ว..ล...จ..ิต..ต... .ส...ว....ก..ก....๑....บ...ก....ป...อ..ศ....,...ด....ต.....ท..อ...ง..ใ.บ.. .เ.ณ...ร..ส..วุ..ร..ร.ณ....,..ด....ต....ห...ญ...งิ...ช..ว..น..พ...ศิ...ส..ข.ุ ..เ.ป..ย..ม...,..จ....ส....ต....ร..งั..ส..ร..ร..ค...ศ..กุ..ษ...ร..,..ส....ต....อ.....ร.ฐั..ส...ร.ร..ค... เ..ล..ศิ ..ป...ร.ะ..เ..ส..ร..ฐิ ...พ..ร..อ...ม..ด..ว..ย.. .แ..ล..ะ...น...า..ย..ภ...า..น..พุ...ัน..ธ....ท..ัศ...น..ศ..ร..ีว..ร..ก..า..ร...ผ...ูร.ับ...ม..อ...บ..อ...าํ..น..า..จ..ช...ว ..ง.จ...า..ก..บ..ร..ิษ...ัท....โ.ร..เ.ล..ก็..ซ... .เ.อ...ส....เ.อ......จ..าํ..ก..ัด....ก..ับ...พ...ว..ก...... ......................................................................................................................................................... ä´ÃŒ ‹ÇÁ¡¹Ñ ¨ºÑ ¡ÁØ μÑÇ ๑. ............................................ผตู องหาท่ี ๑ อายุ....................ป ๒. ............................................ผูตองหาท่ี ๒ อายุ....................ป ¾ÃÍŒ Á´ÇŒ ¢ͧ¡ÅÒ§.....๑........น..า..ฬ...ก..า..ท...ี่ม..เี.ค...ร.่ือ...ง..ห..ม..า..ย...ก..า..ร..ค..า..ป..ล...อ..ม..ย...่ีห..อ...โ.ร..เ.ล..็ก..ซ... ..........จ..าํ ..น..ว..น....๒...๐...ช...ิน้ ..... ....................................๒........น..า..ฬ...ก ..า..ท...ี่ม..ีเ.ค...ร.ื่อ...ง..ห..ม...า.ย...ก..า..ร..ค..า..ป...ล..อ..ม...ย..หี่...อ..เ.บ...ร..ท..ล..่งิ...........จ...ํา.น...ว..น....๑..๐....ช..ิ้น...... ....................................๓........ก..ร..ะ..เ.ป..า..ถ...อื ..ท...ี่ม..ีเ.ค...ร..อ่ื ..ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า..ป...ล..อ...ม..ย..ี่ห...อ..ช..า..แ...น..ล.......จ...ํา.น...ว..น....๒...๐...ช...ิ้น..... ....................................๔........ก..ร..ะ..เ.ป..า..ส...ต..า..ง..ค..ท...ม่ี ..ีเ.ค...ร.อ่ื...ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า..เ.ล...ีย..น...ย..่หี ..อ...โ.ค...ล.......จ...ํา.น...ว..น....๕...๐...ช...นิ้ ..... ......................................................................................................................................................... ..................................................................(..Ã..Ç..Á....ô.....Ã..Ò..Â..¡..Ò..Ã....จ..ํา..¹..Ç..¹.....ñ..ð..ð.....ª..Ôé¹..)................................ ......................................................................................................................................................... ตาํ á˹§‹ ·¾èÕ º¢Í§¡ÅÒ§ (ÃÐºãØ ËªŒ ´Ñ ਹ) ..ว..า..ง..อ..ย...ูบ..น...แ..ผ..ง..ล..อ..ย...ไ.ม...ม..ีช..่อื.../.เ.ล..ข..ท...ี่ .ด..งั..ก..ล...า..ว.ข...า.ง..ต...น...ล...ัก..ษ..ณ...ะ.. .เ.ส..น...อ..จ..าํ..ห...น..า..ย..ใ..ห..แ..ก...ป..ร..ะ..ช..า..ช...น..ท...่วั ..ไ.ป..................................................................................................... â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇÒ‹ ..เ.ส..น...อ..จ..าํ..ห..น...า ..ย..ซ..ง่ึ..ส..นิ ..ค..า..ท...ม่ี ..เี.ค..ร..อ่ื..ง..ห...ม..า..ย..ก..า..ร..ค..า ..ป..ล..อ...ม..เ.ค..ร..อ่ื..ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า ..ข..อ..ง..บ..คุ..ค...ล..อ..นื่..ท...ไี่.ด.. .จ..ด..ท...ะ..เ.บ..ยี...น..แ..ล...ว..ใ.น...ร.า..ช...อ..า..ณ...า..จ..ัก...ร........................................................................................................ 㹪¹éÑ ¨ºÑ ¡ÁØ ¼μŒÙ ÍŒ §ËÒ·ÃÒºáÅÐà¢ÒŒ 㨢͌ ¡ÅÒ‹ ÇËÒâ´ÂμÅÍ´áÅÇŒ ãË¡Œ ÒÃ..ร..บั...ส..า..ร.ภ...า..พ..ว..า..เ.ป...น ..ผ...จู ..าํ .ห...น..า..ย.. .ส..ิน..ค...า..ด..ัง..ก..ล..า..ว..ข..า..ง..ต..น...จ..ร..ิง....................................................................................................................

๘๙ Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·àèÕ ¡´Ô àËμ.Ø ......................๘.......ส..งิ..ห...า..ค..ม....พ...ศ....๒...๕..๕...๐....เ.ว..ล..า..ป...ร..ะ..ม..า..ณ.....๑..๔....๑..๐....น.................... ¾ÄμÔ¡ÒóᏠˋ§¤´.Õ ...ต..า..ม..ว..นั..เ.ว..ล..า..ท..เ่ี.ก..ดิ...เ.ห..ต..ุ.เ.จ..า ..พ..น..กั..ง..า..น..ต..าํ..ร..ว..จ.ไ..ด..ร .ว..ม..ก...บั ..ผ..เู.ส..ยี..ห..า..ย..อ...อ..ก..ท..าํ..ก..า..ร..ส..บื ..ส..ว..น..ต..า..ม.. ส...ถ..า..น..ท...่ดี ..งั..ก..ล..า..ว..ข..า..ง..ต..น....จ..า..ก..ก..า..ร..ส..บื...ส..ว..น..พ...บ..ว..า..ท...่บี ..ร..เิ.ว..ณ...ท...เี่ .ก..ดิ..เ..ห..ต..ุม...ีก..า..ร..ก..ร..ะ..ท..าํ..ค..ว..า..ม...ผ..ดิ ...โ..ด..ย..ก..า..ร..จ..ํา..ห...น..า..ย.. ส...นิ ..ค..า..ท...ม่ี ..เี.ค...ร.อ่ื...ง.ห...ม..า..ย..ก..า..ร..ค..า..ข..อ...ง.บ...ร.ษิ...ทั..ฯ...ผ...เู .ส..ยี..ห...า..ย..จ..ร..งิ .เ.ม...อ่ื ..เ.จ..า..พ...น..กั..ง..า..น..ต...าํ ..ร.ว..จ..ไ..ด..เ.ด..นิ...ท..า..ง..ม..า..ท...เี่ .ก..ดิ..เ.ห...ต..พุ...บ.. ¹...Ò..Â../..¹.....Ê..../..¹..Ò..§...(.ท..ร..า..บ..ช..อ่ื...ภ..า..ย..ห...ล..งั..).ก...าํ .ล...งั .เ.ส...น..อ...ข..า.ย...ส..นิ ..ค..า. .ด...งั .ก..ล...า .ว..ข..า..ง..ต..น...ใ.ห..ก...บั ..ป...ร.ะ..ช..า..ช..น...ท..วั่..ไ..ป...เ.จ..า..ห..น...า ..ท..ี่ ต...ํา..ร..ว..จ..จ..ึง..ไ.ด..แ..ส...ด..ง..ต..ัว..พ...ร..อ..ม..บ...ัต..ร..ป...ร.ะ...จ..ํา..ต..ัว..ข..า..ร..า..ช..ก..า..ร..ใ.ห... ..¹..Ò..Â.../..¹....Ê...../..¹..Ò..§....ด..ูแ...ล..ว....พ...ร.อ...ม..ท...้ัง..ใ.ห...ผ..ูเ.ส..ีย...ห..า..ย.. .ต..ร..ว..จ..ส..อ...บ..ส...ิน..ค...า..ด..ัง..ก..ล...า..ว..แ..ล..ว..ย...ืน..ย..ั.น..ว..า..ส..ิ.น..ค...า..ด..ัง..ก..ล..า..ว...เ.ป..น...ส..ิน...ค..า..ท...่ีล..ะ..เ..ม..ิด...ล..ิข..ส..ิท...ธ..ิ์ข..อ...ง.บ...ร..ิษ..ั.ท..ผ..ู.เ.ส..ีย..ห...า..ย.. .เ.จ..า ..พ..น...กั ..ง..า.น...ต..าํ..ร..ว..จ..จ..งึ ..ไ.ด..แ..จ..ง..ข..อ..ก...ล..า ..ว..ห..า..,..ส..ทิ...ธ..ใ์ิ .ห..ผ. ..ตู ..อ..ง..ห...า.ท...ร..า..บ...จ..งึ..ไ.ด..ค...ว..บ..ค..มุ...ต..วั..ผ..ตู..อ. ..ง..ห..า..พ...ร.อ...ม..ข..อ...ง.ก..ล...า..ง. .น..าํ..ส..ง...พ...น..กั..ง..า..น...ส..อ..บ...ส..ว..น....บ..ก...ป...ศ..ท.....ด..าํ..เ.น...ิน..ค...ด..ตี ..า..ม..ก...ฎ..ห...ม..า..ย..ต..อ...ไ.ป.......................................................... ไดแ จง สิทธิใ์ หผตู อ งหาทราบวา ๑. ผูถ กู จบั มีสิทธิท่ีจะไมใหก ารหรอื ใหการในชัน้ จับกุมก็ได ๒. ถอยคําใหก ารของผถู กู จับอาจใชเ ปน พยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ด ๓. ผูถกู จับมสี ิทธพิ บและปรกึ ษาทนายความหรือผทู ีจ่ ะเปนทนายความได ๔. ผูถกู จบั มีสทิ ธแิ จงใหญ าติผูไวว างใจทราบเหตแุ หง การจบั กมุ ตามสมควรแกกรณีได อน่ึงในการจับกุมคร้ังน้ีเจาพนักงานตํารวจทุกนายไดกระทําไปตามอํานาจหนาท่ี มิได บงั คบั ขเู ขญ็ หรอื ทาํ รา ยรา งกายผหู นง่ึ ผใู ดจนไดร บั อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจแตอ ยา งใด และมไิ ดท าํ ให ทรัพยสินของผูใดชํารุด เสียหาย หรือเสื่อมคาแตอยางใด และมิไดเรียกรอง รับหรือรับวาจะรับเอา ซง่ึ ทรพั ยส นิ ของผหู นงึ่ ผใู ดมาเปน ประโยชนส ว นตนหรอื ผอู นื่ แตอ ยา งใด และไดท าํ สาํ นวนบนั ทกึ จบั กมุ และมอบใหแ กผตู องหาแลวจาํ นวน ๑ ชดุ อา นบันทกึ ใหฟง และใหอา นเองแลว รับวาถกู ตอง จึงใหล งลายมือชอ่ื ไวเ ปน หลักฐาน (ลงชอื่ ).......................................ผตู องหา (ลงชอื่ ).......................................จบั กุม/กรมทรัพย (ลงชอื่ ).......................................ผูตองหา (ลงชื่อ).......................................จบั กมุ (ลงช่ือ).......................................ผตู องหา (ลงชอ่ื ).......................................จบั กุม (ลงช่อื ).......................................ผูต อ งหา (ลงชื่อ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จับกมุ (ลงชื่อ).......................................จับกุม (ลงชอื่ ).......................................จับกมุ (ลงชอื่ ).......................................จบั กุม (ลงชือ่ ).......................................จับกุม (ลงชอ่ื ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จับกุม/บันทกึ /อาน ËÁÒÂàËμØ ไดร ับสาํ เนาบนั ทึกจบั กมุ ไวเรยี บรอ ยแลว (ลงช่อื )...............................................ผตู องหา (............................................)

๙๐ ป.จ.ว.ขอ ........เวลา.......น. ลงวันท่.ี ..... คดอี าญาท.ี่ ......................................... บัญชีของกลางลําดับท.ี่ ........................ º¹Ñ ·Ö¡¡ÒèºÑ ʶҹ·èÕทํา¡Òúѹ·¡Ö ส.ทล.๒ (เพชรบรุ )ี กก.๒ บก.ทล. Çѹ à´Í× ¹ »‚ ·Õèº¹Ñ ·¡Ö ๑๓ ม.ิ ย. ๒๕๕๔ เวลา ๐๖.๓๐ น. Çѹ à´×͹ »‚ ·¨Õè ºÑ ๑๓ มิ.ย. ๒๕๕๔ เวลา ๐๕.๔๕ น. ʶҹ·èըѺ ถ.เลียบคลองชลประทาน (สุเอช) หมู ๓ บา นไรเพรยี ด ต.บา นหมอ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ¹ÒÁ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨ·èըѺ¡ØÁ พ.ต.ต.สถาพร คําหริ่ง สว.ส.ทล.กก.๒ บก.ทล., ร.ต.ท.ประจักษ เทศทอง, ด.ต.ไพศาล เจริญเรอื งทรพั ย, ด.ต.วรากร สระสาํ ราญ, ด.ต.พนา กาญจนรกั ษ, ด.ต.ปตภิ ทั ร พลู สาํ ราญ ผบ.หมู ส.ทล.๒ กก.๒ บก.ทล., ร.ต.ท.ประนาม แดงสวุ รรณ รอง สวป. สภ.เมืองเพชรบุรี, ด.ต.เตยี ม พวงประทมุ , ด.ต.ฉตั รวรรณ พันธแ กว และ ด.ต.ประจวบ ทัดจนั ทร ผบ.หมู ป. สภ.เมอื ง เพชรบรุ ี ä´ÃŒ ‹ÇÁ¡Ñ¹ทาํ ¡ÒèѺ¡ÁØ μÇÑ ๑. นายสมชาย หรอื เกรส จันทรจวง อายุ ๒๖ ป ไทย-ไทย บัตรประจําตัวประชาชน เลขที่ - อยบู า นเลขท่ี ๑๐๘/๑ หมูท ี่ (บานเวยี งคอย) ต.เวยี งคอย อ.เมอื ง จ.เพชรบุรี ผูถ ูกจบั ¾ÃŒÍÁ´ŒÇ¢ͧ¡ÅÒ§ÁÕ ๑. สายนําสัญญาณวิทยุ มีขอความระบุบริษัทการไฟฟาสวนภูมิภาค จํานวน ๓ มวน (ประมาณ ๑๐๐ เมตร) ๒. มีดปลอกสายไฟ จาํ นวน ๑ เลม ๓. รถจกั รยานยนต ยห่ี อ ฮอนดา รนุ เวฟ ๑๐๐ สนี า้ํ เงนิ เลขทะเบยี น กนล-๘๕๗ เพชรบรุ ี จาํ นวน ๑ คัน ตําá˹‹§·èÕ¾º¢Í§¡ÅÒ§ สายนําสัญญาณวิทยุของกลางรายการท่ี ๑ มวนเปนวงกลมวางอยูบน เบาะรถจักรยานยนตของกลางรายการท่ี ๓ โดยมีเชือกไนลอนผูกติดไวกับรถจักรยานยนตดังกลาว มดี ของกลางรายการท่ี ๒ วางอยูตะแกรงดา นหนาของรถจกั รยานยนตของกลางรายการท่ี ๓ และรถ ของกลางรายการท่ี ๓ จอดลมอยูบรเิ วณถนนเลียบคลองชลประทาน หมูที่ ๓ ทเ่ี กดิ เหตุ â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇÒ‹ เมื่อวันท่ี ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. ขณะเจาหนาที่ตํารวจ ทางหลวงออกตรวจในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ จนกระทั่งผานมายังถนนเพชรเกษม (แยกบานลาด) พบรถจกั รยานยนตข องผตู อ งหาขบั ขมี่ งุ หนา ไปทางพระนครครี ี มสี ายนาํ สญั ญาณวทิ ยแุ ละถงุ พลาสตกิ

๙๑ สีเหลืองวางอยูดานทายของรถคันดังกลาว เจาหนาท่ีจึงไดเรียกเพื่อขอทําการตรวจสอบ ปรากฏวา ผูขับข่ีไมยอมจอดแตโดยดีและเล้ียวรถกลับและขับข่ีหนีโดยมุงหนาไปทาง อ.บานลาด เจาหนาที่ ตํารวจทางหลวงจึงไดขบั รถวทิ ยตุ รวจการณ หมายเลข ๒๒๒๒ ติดตามไป พรอมทั้งแจง วิทยุประสาน ตาํ รวจภธู ร สภ.เมอื งเพชรบรุ ี ชว ยสกัดจบั จนกระทัง่ ถึงบริเวณที่ริมคลองชลประทานทเ่ี กิดเหตุ ผขู บั ข่ี ไดขับรถหลบหนีไปมา กระท่ังรถจักรยานยนตคันดังกลาวเกิดเสียหลักและลมลง จากน้ันผูขับขี่ไดวิ่ง หลบหนีเขาไปยังบริเวณปาในหมูบาน ตอมาเจาหนาที่ตํารวจชุดจับกุมไดติดตามจนพบ ผูถูกจับ ซ่ึงเขาไปหลบอยูในกองฟาง «Öè§¡ÒáÃÐทํา¢Í§¼ÙŒ¶Ù¡¨Ñº¹éÕ໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ลักทรัพยในเวลา กลางคืนหรอื รับของโจร” ตามประมวลกฎหมายอาญา จงึ แจงขอกลา วหาใหผ ถู กู จับทราบ ¾ÃŒÍÁ·Ñé§á¨Œ§ãËŒ¼ÙŒ¶Ù¡¨Ñº·ÃÒº´ŒÇÂÇ‹Ò ผูถูกจับมีสิทธิที่จะไมใหการหรือใหการได และถอยคําของ ผูถูกจับนั้นอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีไดและมีสิทธิท่ีจะพบหรือปรึกษา ทนายความหรือผูซ่ึงจะเปนทนายความ ผูถูกจับรับทราบขอกลาวหาและสิทธิของผูถูกจับขางตนแลว ¢ÍãËŒ¡Òà ปฏิเสธขอกลาวหาลักทรัพยในเวลากลางคืน แตรับสารภาพขอกลาวหารับของโจร ตลอดขอกลาวหา และใหการเพ่ิมเติมวา ตนไดของกลางรายการท่ี ๑ มาจากริมคลองเลียบถนน สายหาดเจาสําราญ บริเวณบานหนองไมเหลืองโดยมีผูนําสายสงสัญญาณวิทยุมาทิ้งไว ตนจึงไดนํา สายนําสัญญาณวิทยุของกลางรายการที่ ๑ ไปท่ีบานของตนเพ่ือเผาพลาสติกที่หอหุมออกและ จะนําทองแดงไปขายทร่ี านขายของเกา ในละแวกบา นผถู กู จับ Ç¹Ñ à´×͹ »‚·Õàè ¡Ô´àËμØ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๕.๔๕ น. อน่ึง ในการจับคร้ังนี้ เจาพนักงานตํารวจมิไดทําใหทรัพยสินของผูใดเสียหาย สูญหาย หรือเส่ือมคาแตป ระการใด และมไิ ดท าํ ใหผ ใู ดไดร ับอนั ตรายแกก ายหรอื จิตใจแตอยา งใด ไดอานบันทึกนี้ใหผูถูกจับฟงแลว รับรองวาถูกตอง จึงใหลงช่ือไวเปนหลักฐาน และ นําตัวผูถูกจับ พรอมดวยของกลางสงพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ดําเนินคดี ตามกฎหมายตอ ไป ......................................................ผูถกู จับ (นายสมชายหรือเกรส จันทรจ วง) ร.ต.ท.........................................ผจู บั ด.ต.........................................ผจู ับ (ประจกั ษ เทศทอง) (ปติภทั ร พลู สาํ ราญ) ด.ต.........................................ผจู บั ด.ต.........................................ผูจ ับ (ไพศาล เจริญเรอื งทรัพย) (พนา กาญจนรักษ)

๙๒ ด.ต.........................................ผจู ับ ร.ต.ท.........................................ผจู บั (วรากร สระสําราญ) (ประนาม แดงสวุ รรณ) ด.ต.........................................ผูจบั ด.ต...........................................ผจู ับ (เตียม พวงประทุม) (ฉัตรวรรณ พันธแกว) ด.ต.........................................ผจู บั พ.ต.ต.......................................ผูจ บั (ประจวบ ทดั จันทร) (สถาพร คาํ หริ่ง) สว.ส.ทล.๒ กก.๒ บก.ทล. ไดรบั สําเนาบันทกึ จบั นี้ไวแ ลว (ลงชือ่ )........................................ผูตอ งหา (สมชายหรอื เกรส จนั ทรจ วง) ๑๓/๐๖/๒๕๕๔

๙๓ ป.จ.ว.ขอ ๒ เวลา ๑๖.๓๐ น. ค. ๓๐๖ /๕๙ ย. ๖๖ /๕๙ º¹Ñ ·Ö¡¡ÒèºÑ ¡ØÁ ʶҹ·èÕทํา¡Òú¹Ñ ·Ö¡ สภ.ลอง จว.แพร Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èºÕ ѹ·¡Ö ๒๘ กนั ยายน ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ น. Çѹ/à´×͹/»‚ ·è¨Õ ºÑ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๑๔.๕๐ น. ʶҹ·èÕà¡´Ô àËμØ/¨ºÑ ¡ØÁ บนถนนในหมบู าน หนารา นรา นขายกว ยเตีย๋ ว เลขท่ี ๔๕ หมู ๕ ต.บานปน อ.ลอง จ.แพร บันทึกไวเปนหลักฐานเพ่ือแสดงวาวันนี้ เจาหนาที่ตํารวจ สภ.ลองฯ โดยการนําของ พ.ต.อ.ถนัด พลพานิช ผกก.สภ.ลองฯ พ.ต.ท.ประชัน เข่ือนเกา รอง ผกก.(ป.)ฯ พ.ต.ท.เฉลิมชัย จินดารัตน รอง ผกก.สส.ฯ รวมวางแผนและส่ังการให พ.ต.ท.ภูวสิษฎ คหบดีกนกกุล สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.ประชา คงคารักษ รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.มณู สงคราม รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท.ยงยทุ ธ คาวนั ดี รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท.ณรงค วงครอบ, ร.ต.ท.อรุณ หลาวงศ, ร.ต.ต.เสงย่ี ม แสนมลู , ร.ต.ต.ออม ดอนแกว , ร.ต.ต.กฤต ฝก ฝาย, ด.ต.สุริยันต อินทรกราํ่ , ด.ต.สาเลศ เครือตุย, ด.ต.จรี ศกั ดิ์ ยานสกลุ , ด.ต.เกรียงไกร ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ ใหรว มกนั จับกมุ ตัวนายเกรยี งไกร ใจรา ย หรอื แมก อายุ ๓๒ ป ทอ่ี ยู ๑๒๓ หมู ๑ ต.บานปน อ.ลอง จ.แพร เลขประจาํ ตวั ประชาชน............................... ¾ÃŒÍÁ´ŒÇ¢ͧ¡ÅÒ§ ยาเสพติดใหโทษประเภท ๑ (ยาบาหรือเมทแอมเฟตามีน) ชนดิ เมด็ สีสมแดง ลักษณะกลมแบน ดานหนง่ึ ประทบั ตวั อักษร wy เปนรอ งลกึ จํานวน ๑ เมด็ ตําá˹‹§·Õ辺¢Í§¡ÅÒ§ พบยาบา (หรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางตามรายการ บรรจุอยูในถุงพลาสติกใสแบบปด-เปดดานบน ซุกซอนอยูในกระเปาคาดเอวลายพรางแบบทหาร ซึ่งนายไกรสรฯ คาดเอวอยูขณะถกู จับกมุ â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇ‹Ò ๑. มียาเสพติดใหโทษประเภท ๑ (ยาบาหรือเมทแอมเฟตามีน) ไวใน ความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ๒. เสพและเปนผูขับข่ีรถเสพยาเสพติดใหโทษประเภท ๑ (ยาบาหรือ เมทแอมเฟตามนี ) โดยผิดกฎหมาย ¾ÃŒÍÁ¹éÕ䴌ᨌ§ÊÔ·¸ÔμÒÁ¡®ËÁÒ ใหผูถูกจับกุมทราบวา ผูถูกจับมีสิทธิท่ีจะใหการ หรือไมใหการก็ไดและถอยคําของผูถูกจับน้ันอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีและมีสิทธิ ท่ีจะพบและปรึกษาทนายความหรือผูซึ่งที่จะเปนทนายความได ถาประสงคจะแจงใหญาติหรือผูซ่ึง ผูถูกจับกุมไววางใจ ไดทราบถึงการจับกุม ที่สามารถดําเนินการไดโดยสะดวกและไมเปนการขัดขวาง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook