๙๔ ÁÒμÃÒ õö ในกรณีบุคคลตามมาตรา ๕๓ เปนเจาหนาท่ีของรัฐและคณะกรรมการ ป.ป.ท. เหน็ วา การดาํ เนนิ การหรอื ใหถ อ ยคาํ หรอื แจง เบาะแสหรอื ขอ มลู ของบคุ คลดงั กลา วเปน ประโยชน ตอการปองกันและปราบปรามการทุจริตอยางยิ่ง และสมควรไดรับการยกยองใหเปนแบบอยางแก เจา หนา ทข่ี องรฐั และประชาชนโดยทว่ั ไป คณะกรรมการ ป.ป.ท. อาจเสนอคณะรฐั มนตรเี พอื่ การพจิ ารณา เลอื่ นข้ันเงนิ เดอื น และระดบั ตาํ แหนงใหแ กบคุ คลน้ันเปนกรณพี ิเศษก็ได ท้ังน้ี ตามหลกั เกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ท. กาํ หนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ÁÒμÃÒ õ÷ ในกรณีบุคคลตามมาตรา ๕๓ เปนเจาหนาที่ของรัฐเม่ือบุคคลนั้นรองขอ ตอคณะกรรมการ ป.ป.ท. วาหากยังคงปฏิบัติหนาท่ีในสังกัดเดิมตอไป อาจถูกกลั่นแกลงหรือไดรับ การปฏบิ ตั โิ ดยไมเ ปน ธรรม อนั เนอื่ งจากการกลา วหาหรอื การใหถ อ ยคาํ หรอื แจง เบาะแสหรอื ขอ มลู นน้ั และคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาแลวเห็นวา มเี หตอุ ันควรเชอ่ื ไดว านาจะมเี หตดุ งั กลาว ใหเ สนอตอ นายกรฐั มนตรเี พอื่ พจิ ารณาสงั่ การใหไ ดร บั ความคมุ ครองหรอื มมี าตรการอน่ื ใดตามทเ่ี หน็ สมควรตอ ไป ÁÒμÃÒ õø บุคคลหรือผูถูกกลาวหารายใดซึ่งมีสวนเกี่ยวของในการกระทําผิดกับ เจาหนาท่ีของรัฐซ่ึงเปนผูถูกกลาวหารายอื่น หากไดใหถอยคําหรือแจงเบาะแสหรือขอมูลอันเปน สาระสําคัญในการท่ีจะใชเปนพยานในการวินิจฉัยช้ีมูลการกระทําผิดของเจาหนาท่ีของรัฐรายอ่ืนน้ัน หากคณะกรรมการ ป.ป.ท. เห็นสมควรจะกันผูนั้นไวเปนพยานโดยไมดําเนินคดีก็ได ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วธิ กี ารและเงอื่ นไขท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ท. กาํ หนด ËÁÇ´ ó/ñ ÁÒμáÒû͇ §¡¹Ñ ¡Ò÷¨Ø ÃÔμã¹ÀÒ¤Ã°Ñ [òñ] ÁÒμÃÒ õø/ñ ในกรณีดังตอไปน้ี ใหคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาดําเนินการตาม มาตรา ๑๗ (๒) โดยเรว็ (๑) เมื่อปรากฏวากฎหมาย กฎ ขอบังคับ หรือมาตรการใดลาสมัย ขาดประสิทธิภาพ หรอื ขาดการบงั คบั ใชอ ยา งทวั่ ถงึ เปน ชอ งทางใหเ จา หนา ทขี่ องรฐั กระทาํ การทจุ รติ ในภาครฐั หรอื เปน เหตุ ใหเจาหนาที่ของรัฐไมอ าจปฏิบัติหนาทใี่ หเกิดผลดตี อราชการได (๒) เมื่อปรากฏวาการดําเนินการปองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐไมบรรลุผล เพราะไมม ีกฎหมาย กฎ ระเบยี บ หรอื ขอ บังคบั เกีย่ วกบั วนิ ยั หรอื มาตรการทจ่ี าํ เปน ÁÒμÃÒ õø/ò ในกรณที ค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ท. เห็นวา หนวยงานของรัฐใดมวี ิธีปฏิบัติ หรอื การดาํ เนนิ งานทเ่ี ปน เหตใุ หเ กดิ ความเดอื ดรอ นแกผ ใู ชบ รกิ ารหรอื ประชาชน และสอ ไปในทางทจุ รติ ในภาครัฐ หรือเปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกทางราชการอยางรายแรง ใหสํานักงานแจงใหหัวหนา หนวยงานของรัฐนัน้ ทราบ
๙๕ เมอื่ ไดร บั แจง ตามวรรคหนงึ่ หวั หนา หนว ยงานของรฐั มหี นา ทตี่ อ งสงั่ การใหม กี ารตรวจสอบ และดําเนินการ แลวแจงผลการดําเนินการใหสํานักงานทราบภายในสามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับแจง หากจะตอ งดาํ เนนิ การแกไ ขปรบั ปรงุ ตอ งกาํ หนดระยะเวลาทจี่ ะดาํ เนนิ การแลว เสรจ็ ใหส าํ นกั งานทราบดว ย ในกรณที ห่ี วั หนา หนว ยงานของรฐั นน้ั จงใจไมด าํ เนนิ การหรอื ดาํ เนนิ การไมแ ลว เสรจ็ ภายในกาํ หนดเวลา ดังกลาวโดยไมมีเหตุอนั สมควร ใหค ณะกรรมการ ป.ป.ท. รายงานใหค ณะรัฐมนตรแี ละคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ เพ่ือดาํ เนนิ การตามอํานาจหนาท่ีตอ ไป ÁÒμÃÒ õø/ó ในกรณที คี่ ณะกรรมการ ป.ป.ท. หรอื สาํ นกั งานพบวา การดาํ เนนิ โครงการใด มกี ารกาํ หนดวงเงนิ สงู เกนิ ทเี่ ปน จรงิ หรอื ไมค มุ คา ใหแ จง ใหส าํ นกั งานการตรวจเงนิ แผน ดนิ เพอ่ื ดาํ เนนิ การ ตามอํานาจหนา ทต่ี อ ไป ËÁÇ´ ô àºç´àμÅ´ç ÁÒμÃÒ õù ใหสํานักงานจัดทําบัญชีเรื่องกลาวหาเจาหนาที่ของรัฐท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ท. รบั ไวพ จิ ารณาและผลการดาํ เนนิ การ เพอ่ื สง ใหส าํ นกั งาน ป.ป.ช. ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบ รฐั ธรรมนญู วา ดว ยการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ทราบ เพอื่ เปน การประสานงานตามระยะเวลา วิธกี าร และรายการท่ตี กลงรวมกนั ÁÒμÃÒ öð ในการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหก รรมการ อนกุ รรมการ พนกั งาน ป.ป.ท. และเจา หนา ท่ี ป.ป.ท. เปนเจา พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ในการดําเนินการไตสวนขอเท็จจริงตามพระราชบัญญัตินี้ ใหกรรมการ อนุกรรมการ และพนักงาน ป.ป.ท. เปนพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจช้ันผูใหญและเจาหนาที่ ป.ป.ท. เปนพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจโดยใหมีอํานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เชนเดียวกับพนักงานสอบสวนดวย เวนแตอํานาจในการจับและคุมขัง ใหแจงพนักงานฝายปกครอง หรอื ตาํ รวจเปนผดู ําเนนิ การ ÁÒμÃÒ öñ[òò] คา ใชจ า ยในเรอ่ื งดงั ตอ ไปน้ี รวมทงั้ วธิ กี ารเบกิ จา ย ใหเ ปน ไปตามระเบยี บ สาํ นักนายกรฐั มนตรีโดยไดร ับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง (๑) การไตสวนขอ เทจ็ จริง การแสวงหาขอมูล และการรวบรวมพยานหลกั ฐาน (๒) การมาชวยปฏิบัติของหนวยงานของรัฐหรือเจาหนาท่ีของหนวยงานของรัฐตาม มาตรา ๑๘ (๔) (๓) การดําเนินการอ่ืนใดอันจําเปนแกการปองกันและปราบปรามการทุจริตตาม พระราชบญั ญัติน้ี
๙๖ ÁÒμÃÒ öñ/ñ[òó] ในการดําเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ ถาผูถูกกลาวหา หรือจําเลยหลบหนีไปในระหวางถูกดําเนินคดีหรือระหวางการพิจารณาของศาล มิใหนับระยะเวลาที่ ผูถูกกลาวหาหรือจําเลยหลบหนีรวมเปนสวนหนึ่งของอายุความ และเม่ือไดมีคําพิพากษาถึงที่สุด ใหลงโทษจําเลย ถาจําเลยหลบหนีไปในระหวางตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหลงโทษ มิใหนําบทบัญญัติ แหง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๘ มาใชบงั คบั ËÁÇ´ õ º·¡Ó˹´â·É ÁÒμÃÒ öò ผใู ดไมม าใหถ อ ยคาํ หรอื ไมส ง เอกสารหรอื หลกั ฐานหรอื ไมด าํ เนนิ การใด ๆ ตามมาตรา ๑๘ (๑) และ (๒) โดยไมมีเหตอุ นั สมควร ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หกเดือน หรือปรบั ไมเกนิ หนงึ่ หมน่ื บาท หรือท้งั จาํ ทั้งปรับ ÁÒμÃÒ öó ผูใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ท่ีส่ังตามมาตรา ๔๘ ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หกเดือน หรอื ปรบั ไมเ กินหนึง่ หมืน่ บาท หรือทงั้ จําท้ังปรับ ÁÒμÃÒ öô ผใู ดเปด เผยขอ ความ ขอ เทจ็ จรงิ หรอื ขอ มลู ทไ่ี ดม าเนอ่ื งจากการปฏบิ ตั หิ นา ที่ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี โดยมไิ ดร บั มอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ท. และมใิ ชก ารกระทาํ ตามหนา ท่ี ราชการหรือเพ่ือประโยชนแกการตรวจสอบหรือไตสวนขอเท็จจริง หรือเพื่อประโยชนแกทางราชการ หรือประโยชนสาธารณะ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทงั้ จาํ ท้ังปรับ ÁÒμÃÒ öõ กรรมการ อนกุ รรมการ พนกั งาน ป.ป.ท. หรอื เจา หนา ท่ี ป.ป.ท. ผใู ดกระทาํ การทุจรติ ในภาครฐั ตอ งระวางโทษเปน สองเทาของโทษที่กําหนดไวส าํ หรับความผดิ น้นั º·à©¾ÒСÒÅ ÁÒμÃÒ öö ใหดําเนินการแตงตั้งคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครฐั ใหแลว เสร็จภายในหกสบิ วนั นบั แตว นั ที่พระราชบัญญตั ิน้ใี ชบ ังคับ ÁÒμÃÒ ö÷ ใหก ระทรวงยตุ ธิ รรม สาํ นกั งานปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ในภาครฐั สาํ นักงาน ก.พ.ร. สํานกั งาน ก.พ. สํานักงบประมาณและหนวยงานท่เี กย่ี วของรว มกนั จดั ทําโครงสรา ง สาํ นกั งาน กรอบอตั รากาํ ลงั ขา ราชการและพนกั งานราชการและกาํ หนดงบประมาณ รวมถงึ การดาํ เนนิ การ อื่นใดอันจําเปน เพ่ือรองรับการดําเนินการตามอํานาจหนาที่ของสํานักงานปองกันและปราบปราม การทจุ รติ ในภาครฐั ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ภายในสามสิบวนั นบั แตวนั ทีพ่ ระราชบญั ญัตินี้ใชบ งั คบั
๙๗ ในระยะเริ่มแรก การกําหนดโครงสราง อัตรากําลังและงบประมาณตามวรรคหน่ึง ตองรองรับการปฏบิ ตั ิงานตามอาํ นาจหนาท่ีของสาํ นักงานปอ งกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ในเขตพื้นทีต่ ามความจาํ เปนและเหมาะสมดวย ผูร บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอก สรุ ยทุ ธ จุลานนท นายกรฐั มนตรี ËÁÒÂàËμØ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คอื โดยทปี่ จ จบุ นั รฐั บาลมนี โยบายสาํ คญั และเรงดวนในการปอ งกนั และปราบปรามการทุจริต แตยังไมม สี ว นราชการในสว นของฝายบรหิ ารทมี่ ี อาํ นาจหนา ทรี่ บั ผดิ ชอบเกยี่ วกบั การปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ โดยตรง ทาํ ใหร ฐั บาลไมส ามารถ กาํ กบั ดูแลและผลกั ดนั เพื่อใหการดาํ เนินการตามนโยบายดังกลา วเปนไปอยา งมีประสทิ ธิภาพและตรง ตามเปาหมายท่ีวางไว อีกทั้งคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติซ่ึงเปนองคกร อิสระที่มีอํานาจในการปองกันและปราบปรามการทุจริตของเจาหนาที่ของรัฐมีภารกิจที่อยูในความ รบั ผดิ ชอบจาํ นวนมาก สมควรทจี่ ะมสี ว นราชการในฝา ยบรหิ ารทร่ี บั ผดิ ชอบในการดาํ เนนิ การดา นนโยบาย ดงั กลา ว และเปน ศนู ยก ลางประสานงานกบั หนว ยงานของรฐั ทเี่ กยี่ วขอ งทงั้ หมด รวมทง้ั กาํ หนดมาตรการ ตางๆ เพื่อใหการปองกันและปราบปรามการทุจริตในฝายบริหารสามารถดําเนินการในลักษณะ บรู ณาการและมปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขน้ึ จงึ จําเปน ตอ งตราพระราชบญั ญตั ิน้ี
๙๘ ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ÁÔ ÒμáÒâͧ½Ò† ºÃËÔ ÒÃ㹡Òû͇ §¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡Ò÷¨Ø ÃμÔ (©ººÑ ·èÕ ò) ¾.È.òõõù[òô] ÁÒμÃÒ ò พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตน ไป ÁÒμÃÒ òó บรรดาการดําเนินการใดๆ ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ท. คณะอนุกรรมการ ไตสวนขอ เทจ็ จริง พนกั งาน ป.ป.ท. และเจา หนา ท่ี ป.ป.ท. ไดก ระทําไปตามบทบญั ญตั แิ หงพระราช บัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ กอนวันที่ พระราชบัญญัตนิ ้ใี ชบังคับ ใหเปน อันใชได ÁÒμÃÒ òô ใหกรรมการตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งดํารงตําแหนงอยูในวันกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ เปนกรรมการตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ ซงึ่ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญตั นิ ้ี ÁÒμÃÒ òõ ใหเลขาธิการตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งดํารงตําแหนงอยูในวันกอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ เปนเลขาธิการตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ ซึง่ แกไ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญัตินี้ ÁÒμÃÒ òö ใหผูดํารงตําแหนงพนักงาน ป.ป.ท. และเจาหนาท่ี ป.ป.ท. ตามพระราช บัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ อยูในวันกอน วันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ เปนพนักงาน ป.ป.ท. และเจาหนาที่ ป.ป.ท. ตามพระราชบัญญัติ มาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบญั ญัติน้ี ÁÒμÃÒ ò÷ บรรดาขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคําสั่งท่ีออกตามบทบัญญัติ แหงพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๕๑ กอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ และยังมีผลใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหย ังคงมีผลใชบงั คบั ตอ ไปเทา ทไี่ มขัดหรอื แยงกบั พระราชบญั ญตั ิน้ี จนกวาจะไดมขี อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคาํ สง่ั ทอี่ อกตามบทบัญญตั แิ หง พระราชบญั ญัตมิ าตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ.๒๕๕๑ ซงึ่ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั ÁÒμÃÒ òø ใหนายกรฐั มนตรรี ักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
๙๙ ËÁÒÂàËμØ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั นี้ คอื โดยทป่ี จ จบุ นั การปอ งกนั และปราบปราม การทุจริตในภาครัฐมีกระบวนการไตสวนขอเท็จจริงและการดําเนินการลาชา และกอใหเกิดปญหา ในทางปฏิบัติซึ่งไมสอดคลองกับสภาพการณและรูปแบบของการทุจริตท่ีมีความซับซอนยิ่งขึ้น เพอ่ื เปน การแกไ ขปญ หาดงั กลา ว สมควรปรบั ปรงุ กระบวนการไตส วนขอ เทจ็ จรงิ และกาํ หนดใหเ ลขาธกิ าร คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งพนักงานและเจาหนาที่ของรัฐของ สาํ นกั งานคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ในภาครฐั ไดช ว ยเหลอื และสนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิ หนา ทขี่ องคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ในภาครฐั ใหเ หมาะสมและเกดิ ประสทิ ธภิ าพ ยิ่งขึ้น นอกจากน้ี ไดมีการปรับปรุงโครงสรางของคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครฐั ในสว นของการไดม า องคป ระกอบ คณุ สมบตั แิ ละลกั ษณะตอ งหา ม และการพน จากตาํ แหนง ของคณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ในภาครฐั และกาํ หนดใหส าํ นกั งานคณะกรรมการ ปองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเปนสวนราชการท่ีไมสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรอื ทบวง เพอื่ ใหม คี วามเปน อสิ ระในการปฏบิ ตั งิ าน รวมทงั้ เพม่ิ เตมิ มาตรการปอ งกนั และปราบปราม การทุจริตในภาครัฐ อันจะมีผลใหการปองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐบรรลุผลและเกิด ประโยชนแกประชาชน จงึ จาํ เปน ตองตราพระราชบัญญตั นิ ้ี [๑] ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๕/ตอนท่ี ๒๑ ก/หนา ๑/๒๔ มกราคม ๒๕๕๑ [๒] มาตรา ๔ วรรคหน่ึง แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหาร ในการปอ งกันและปราบปรามการทจุ รติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๓] มาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหาร ในการปองกนั และปราบปรามการทุจริต (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๔] มาตรา ๕/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกันและ ปราบปรามการทจุ ริต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๕] มาตรา ๗ วรรคสอง แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั มิ าตรการของฝา ยบรหิ ารในการ ปอ งกนั และปราบปรามการทุจรติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๖] มาตรา ๙ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตมิ าตรการของฝา ยบริหารในการปองกนั และปราบปรามการทุจริต (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๗] มาตรา ๑๐ แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทุจรติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๘] มาตรา ๑๙ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั มิ าตรการของฝา ยบรหิ ารในการปอ งกนั และปราบปรามการทุจรติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙
๑๐๐ [๙] มาตรา ๒๓/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทจุ ริต (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๐] มาตรา ๒๓/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทจุ ริต (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๑] มาตรา ๓๐ วรรคสาม เพมิ่ โดยพระราชบญั ญตั มิ าตรการของฝา ยบรหิ ารในการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๒] มาตรา ๓๐/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทจุ ริต (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๓] มาตรา ๓๓ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทจุ ริต (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๔] มาตรา ๓๔ วรรคสาม แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหาร ในการปองกันและปราบปรามการทุจรติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๕] มาตรา ๓๕ (๑) แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการ ปองกันและปราบปรามการทุจรติ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๖] มาตรา ๔๗ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั มิ าตรการของฝา ยบรหิ ารในการปอ งกนั และปราบปรามการทุจริต (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๗] มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหาร ในการปองกนั และปราบปรามการทุจริต (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๘] มาตรา ๕๑/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๑๙] มาตรา ๕๒ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั มิ าตรการของฝา ยบรหิ ารในการปอ งกนั และปราบปรามการทุจรติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๒๐] มาตรา ๕๒/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๒๑] หมวด ๓/๑ มาตรการปองกนั การทจุ รติ ในภาครัฐ มาตรา ๕๘/๑ ถึง มาตรา ๕๘/๓ เพมิ่ โดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกนั และปราบปรามการทุจรติ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๒๒] มาตรา ๖๑ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัตมิ าตรการของฝา ยบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทจุ รติ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๒๓] มาตรา ๖๑/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝายบริหารในการปองกัน และปราบปรามการทจุ รติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ [๒๔] ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๓/ตอนท่ี ๓๘ ก/หนา ๓๙/๒๙ เมษายน ๒๕๕๙
๑๐๑
๑๐๒ จัดพมิ พโ ดย โรงพิมพตํารวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสิต กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘
“เปนหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล” พลตํารวจเอก จักรทิพย ชัยจินดา ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110