Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นายชัยวัฒน์ สีครัง

นายชัยวัฒน์ สีครัง

Published by ชัยวัฒน์ สีครัง, 2022-06-16 06:12:17

Description: นายชัยวัฒน์ สีครัง

Search

Read the Text Version

1.จังหวดั ทม่ี ฝี นตกมากทส่ี ดุ จ.ระนอง เนอ่ื งจากเปนจังหวดั ทต่ี งั้ อยทู างภาคใตฝงตะวนั ตกไดรับอทิ ธพิ ลจากลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต อยางเต็มทที่ ําใหมฝี นตกชกุ หนาแนนกวาจังหวดั อนื่ ๆ และตก เกอื บตลอดปสวนฤดหู นาวโดยทว่ั ไปอากาศ เย็นเพราะอยไู กลจากอทิ ธพิ ลของ อากาศหนาวพอสมควร แตบางครัง้ อาจมฝี นตกไดเนอื่ งจากลมมรสมุ ตะวนั ออก เฉยี งเหนอื ทพ่ี ัดผานอาวไทยพาเอาฝนมาตกแตมปี รมิ าณนอยกวาจังหวดั ทอี่ ยู ทางดานตะวนั ออก ของภาคใต 2.จังหวดั ทผ่ี ลติ เกลอื ไดม้ ากทส่ี ดุ จ.สมทุ รสาคร จังหวดั สมทุ รสาครมภี มู ปิ ระเทศตดิ กบั ทะเล จงึ มกี ารทำอาชพี ทำนาเกลอื มาก ทส่ี ดุ ของประเทศไทย นาเกลอื เป็ นอาชพี ดงั้ เดมิ ของคนไทยทสี่ บื ทอดกนั มายาวนาน เป็ นภมู ปิ ัญญาของ มนุษยท์ ส่ี บื ทอดกนั มาตงั้ แตโ่ บราณซงึ่ ควรคา่ แกก่ ารรักษาภมู ปิ ัญญานไี้ วไ้ มใ่ หส้ ญู หายไป แตด่ ว้ ยประสบ ปัญหาหลายดา้ น ทำใหค้ นรนุ่ ใหมข่ าดแรงจงู ใจทจ่ี ะมาสบื ทอดตอ่ เสน้ ทางสายนาเกลอื จงึ ดเู หมอื นจะ คอ่ ยๆ เลอื นหายไปจากสงั คมไทย และวถิ นี าเกลอื กก็ ำลงั จะสญู หายไปเพราะทกุ วนั นช้ี าวนาเกลอื มี จำนวนลดลง 3.จังหวดั ทปี่ ลกู พรกิ ไทยมากทสี่ ดุ จ.จันทบรุ ี พรกิ ไทยแหง้ ถอื เป็ นเครอื่ งปรงุ ทส่ี ำคญั ในในอาหารไทยหลายชนดิ แหลง่ ปลกู พรกิ ไทยทสี่ ำคญั มากของประเทศไทยนัน้ อยทู่ จี่ งั หวดั จนั ทบรุ ี โดยพนื้ ทปี่ ลกู พรกิ ไทยรอ้ ยละ 95 ของประเทศอยใู่ นจงั หวดั จนั ทบรุ ี โดยพรกิ ไทยสามารถ สรา้ งรายไดเ้ ขา้ จงั หวดั จนั ทบรุ ปี ีละประมาณ 30 – 60 ลา้ นบาท

4.มะพรา้ วมมี ากทสี่ ดุ ท่ี เกาะสมยุ จ.สรุ าษฎรธ์ านี นายเศวต กลา่ ววา่ มะพรา้ วเกาะสมยุ ทอ่ี ายมุ ากๆ และใหผ้ ลผลติ อยู่ ปัจจบุ นั บางสวน มอี ายกุ วา่ 100 ปี ซง่ึ ไดร้ ับมรดกตกทอดมาจากบรรพบรุ ษุ เกษตรกรทมี่ คี วามเขา้ ใจก็ ปลกู ทดแทน ในอดตี ทผ่ี า่ นมานัน้ นอกจากอาชพี ทางทะเลแลว้ เกษตรกรอยไู่ ด ้ เพราะมะพรา้ ว ราคาซอื้ ขายแลว้ แตฤ่ ดกู าลแลว้ กก็ ารตดิ ผลมากนอ้ ยแคไ่ หน 5.สม้ โอลอื ชอื่ ของไทยปลกู ที่ อ.นครชยั ศรี จ.นครปฐม คํานยิ าม สม้ โอนครชยั ศรี ( Nakonchaisri pomelo ) หมายถงึ สม้ โอพันธทุ์ องดี และพันธขุ์ าวน้ำผง้ึ ซงึ่ ปลกู ในอำเภอ นครชยั ศรี อำเภอสามพรานและอำเภอพทุ ธมนฑลของจงั หวดั นครปฐม ลกั ษณะของสนิ คา้ (1) พันธสุ์ ม้ โอ : - พันธขุ์ าวน้ำผงึ้ และพันธทุ์ องดี (2) ลกั ษณะทางกายภาพ - รปู ทรง พันธทุ์ องดี กลมแป้น 6.จังหวดั ทป่ี ลกู เงาะมากทสี่ ดุ จ.จันทบรุ ี จงั หวดั ทป่ี ลกู เงาะมากเรยี งตามลำดบั ไดแ้ ก่ นครศรธี รรมราช สรุ าษฎรธ์ านี ชมุ พร นราธวิ าส พังงา ระนอง Page 12 ลองกอง ในปี 2546 ผลผลติ ลองกองทงั้ ประเทศมปี รมิ าณ 210, 838 ตนั ภาคใต ้ ผลติ ลองกองได ้ 157,317 ตนั หรอื รอ้ ยละ 74.16 ของผลผลติ ทงั้ ประเทศ จงั หวดั ทป่ี ลกู ลองกองมากเรยี งตามลำดบั 7.เงาะโรงเรยี นทมี่ ชี อ่ื ปลกู ที่ จ.สรุ าษฎรธ์ านี เงาะโรงเรยี นทอ่ี รอ่ ยทส่ี ดุ \"เงาะโรงเรยี นนาสาร\" เป็ นเงาะหนง่ึ ในผลไม ้ โปรดของใครหลายๆ คน เป็ นเงาะทหี่ วานกรอบ ผลสแี ดงเขม้ ปลายขนสี เขยี ว น่าทานมากๆ เป็ นผลไมข้ องดขี น้ึ ชอ่ื ของบา้ นนาสาร อ.นาสาร จ.สรุ าษฎรธ์ านี อ.บา้ น นาสาร เป็ นพน้ื ทที่ ม่ี ี \"ทรัพยใ์ นดนิ สนิ ในน้ำ \" ใตพ้ น้ื ดนิ ประกอบดว้ ยแรบ่ น ดนิ มผี ลไมเ้ งาะพันธตุ์ น้ แรกของประเทศไทย

8.หวายของไทยมมี ากทสี่ ดุ ที่ จ.ชมุ พร หวาย เปน็ พืชตระกลู ปาล์มทีเ่ ปน็ เถาเลือ้ ยและมหี นาม คุณสมบัตทิ ีด่ ขี องหวายคือมคี วามเหนียว แข็งแรงทนทาน และยืดหยุ่นได้ ในประเทศไทยพบวา่ มหี วายมากกวา่ 60 ชนิด 7 สกลุ กระจายตาม ภมู ภิ าคตา่ งๆ ของประเทศ บริเวณภาคเหนือพบในจังหวดั น่าน เชยี งใหม่ เชยี งราย แพร่ พะเยา แมฮ่ ่องสอน และสโุ ขทัย สำหรับชมุ ชนบนพืน้ ทีส่ งู ในภาคเหนือมกี ารใชป้ ระโยชน์จากหวายซ่ึงเปน็ พืช ท้องถ่นิ ในแง่การบริโภคและใชส้ อยภายในครัวเรือน และสามารถสร้างรายไดแ้ ก่ชมุ ชน โดยแบ่งการใช้ ประโยชน์เปน็ 2 9.บรุ จี ังหวดั ทมี่ แี รว่ ลุ แฟลมมากทสี่ ดุ จ.กาญจนบรุ ี แหลง่ แรต่ ะกว่ั สงั กะสี บรเิ วณอําเภอทองผาภมู ิ แรต่ ะกวั่ สงั กะสที พ่ี บในบรเิ วณ อําเภอทองผาภมู ิ จังหวดั กาญจนบรุ ี มรี อ่ งรอยการ ผลติ แรม่ าเป็ นเวลาชา้ นานมาก กวา่ 1,500 ปี ในปัจจบุ นั มเี หมอื งขนาดใหญท่ ที่ ําการผลติ แรอ่ ยู่ 4 เหมอื ง ไดแ้ ก่ เหมอื งสองทอ่ บอ่ ใหญ่ บอ่ นอ้ ย และบอ่ งาม สรปุ ลกั ษณะของแหลง่ แรต่ ะกว่ั - สงั กะสี ของพนื้ ทนี่ ด้ี งั นี้ (ไวยพจน์ วรกนก, 2546) แหลง่ แรต่ ะกวั่ -สงั กะสี ทพ่ี บใน บรเิ วณน้ี เป็ นแหลง่ แรเ่ กดิ ในชน้ หนิ อ ั ม้ แร่ ุ (stratabound deposit) แบบหนงึ่ ของรปู แบบ Mississippi Valley Type (MVT) model แหลง่ แรเ่ กดิ จาก สารละลายโลหะ (metallic brine) ทม่ี อี นุมลู ธาตตุ ะกวั่ -สงั กะสเี ขม้ ขน้ ในแอง่ หนิ ตน้ กําเนดิ ถกู แรงกด ตามธรรมชาตบิ บี อดั ใหเ้ ขา้ ไป แทรกตวั ตกตะกอนอยต่ ามแนวช ู น้ หนิ ป ั นู ตา่ ง ๆ แหลง่ แรเ่ กดิ ในชน้ หนิ ช ั น้ ั ใดชน้ หนึ ั ่งโดยเฉพาะ ใน หนิ ปนู หนิ ปนู โดโลไมต์ สเี ทาออ่ น ถงึ สขี าว ของยคุ ออรโ์ ดวเิ ชยี นตอนกลาง ถงึ ตอนปลาย หนิ คารบ์ อเนต เหลา่ นเี้ กดิ ในทะเลตนื้ บรเิ วณนา้ํ ขนึ้ -นา้ํ ลง มซี ากดกึ ดําบรรพส์ ะสมตวั อยู่ มาก แหลง่ แรต่ ะกว่ั -สงั กะสี ใน พนื้ ทน่ี ้ี มคี วามสมบรู ณข์ องสงั กะสรี อ้ ยละ 2-5 ตะกว่ั รอ้ ยละ 4-9 และเงนิ 60-120 กรัม/ตนั มธี าตปุ รอท (Hg) สงู ปรมิ าณธาตสุ ารหนู 24-6,400 ppm พลวง 100- 400 ppm ธาตเุ หล็ก (Fe) และแมงกานสี (Mn) ตาํ่ และมธี าตโุ มลบิ ดนิ ัม (Mo)

10.หนิ ออ่ นในประเทศไทยมมี ากที่ จ.สระบรุ ี โครงการจําแนกเขตเพอ่ื การจัดการดานธรณีวทิ ยาและทรัพยากรธรณีรายจังหวดั ดําเนนิ การภายใตแผนปฏบิ ตั ริ าชการ 4 ปพ.ศ. 2548 - 2551 ของกรมทรัพยากรธรณีใน ประเด็น ยทุ ธศาสตรการอนุรักษและจัดการการใชประโยชนทรัพยากรธรณีเปนไปอยาง สมดลุ และสอดคลองกบั แนวทางการพัฒนาทย่ี ง่ั ยนื โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเพอื่ ใหมกี ารบรหิ าร จัดการทรัพยากรธรณีใหเกดิ ประโยชน สงู สดุ สอดคลองกบั ฐานทรัพยากรธรรมชาตทิ มี่ อี ยู ในทองถนิ่ และเพอื่ เปนฐานการพัฒนาประเทศ การ จําแนกเขตแหลงทรัพยากรธรณีหมายถงึ การจําแนกเขตพน้ื ทแ่ี หลงทรัพยากรธรณี ออกเปนเขตเพอื่ การ สงวน การอนุรักษและการพัฒนาใชประโยชนพรอมกบั เสนอมาตรการหรอื แนวทาง บรหิ ารจัดการ สําหรับแตละเขตทไ่ี ดจําแนกไวดงั นัน้ ในการจําแนกเขตจงึ ควรคํานงึ ถงึ หลกั การอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาตเิ ปนสําคญั โดยพจิ ารณาแบบบรู ณาการรวมกบั ทรัพยากรธรรมชาตชิ นดิ อน่ื ๆ และรวม ถงึ สภาพสง่ิ แวดลอมดวย ทงั้ นเี้ พอ่ื ใหเกดิ ความสมดลุ ระหวางการใชประโยชนกบั การสงวนรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอม และใหเกดิ ความเปนธรรมและโปรงใสในการเขาถงึ ทรัพยากรธรรมชาติ 11.ภาคใดของประเทศไทยมกี ารเลยี้ งไหมมากทส่ี ดุ ภาคตะวนั ออก เฉยี งเหนอื หมอ่ นพันธสุ์ กลนคร ไดจ้ ากการผสมพันธรุ์ ะหวา่ งหมอ่ นพันธคุ์ ณุ ไพ tetraploid (2n = 56) กบั หมอ่ น พันธลุ์ นุ ๔๐ (2n = 28) ไดห้ มอ่ นลกู ผสม triploid ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ทส่ี ถานที ดลองหมอ่ นไหมสกลนคร ในปีพ.ศ. ๒๕๓๘ - ๒๕๔๑ คดั เลอื กไดพ้ ันธุ์ SKN-M95-3-82 ในปีพ.ศ. ๒๕๔๒ - ๒๕๔๕ ปลกู เปรยี บเทยี บพันธใุ์ นทอ้ งถนิ่ ตา่ ง ๆ ทส่ี ำนักวจิ ัยและพัฒนาการเกษตรเขตท่ี ๓ สว่ นแยกหมอ่ นไหม ศนู ย์ วจิ ัยและพัฒนาการเกษตรชยั ภมู เิ ลย สรุ นิ ทรแ์ ละสกลนคร และศนู ยห์ มอ่ นไหมเฉลมิ พระเกยี รตฯิ

ศรสี ะเกษ ไดน้ ำขอ้ มลู เสนอเป็ นพันธแุ์ นะนำตอ่ คณะอนุกรรมการการปรับปรงุ พันธุ์ ๒๕๔๗ และจะได ้ รวบรวมขอ้ มลู เพอื่ เสนอเป็ นพันธรุ์ ับรองตอ่ ไป เมอื่ สน้ิ สดุ การเปรยี บเทยี บพันธใุ์ นทอ้ งถน่ิ ในปี๒๕๕๐ 12.ตน้ ไมท้ ค่ี นโบราณเชอื่ วา่ ปลกู ไวใ้ นบา้ นเเลจ้ ะเป็ นมงคล ตน้ ขนุน ... ตน้ มะมว่ ง ... ตน้ มะขาม ... ตน้ มะยม ... ตน้ ราชพฤกษ์ หรอื ตน้ คนู ... ตน้ ไผ่


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook