ก
ข
ค ฉุยฉายพราหมณ์ (ท่าราฉบับกรมศิลปากร) นางสาวลลั ลลิลล์ ภูษี ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้นั ปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 รายวชิ าภาษาไทยเพ่ืออาชพี วทิ ยาลัยนาฏศิลปสพุ รรณบรุ ี สถาบันบณั ฑิตพฒั นศลิ ป์ กระทรวงวัฒนธรรม
ก คานา ตาราเล่มนี้จัดทาข้ึนเพื่อเป็นคู่มือเกี่ยวกับ “ฉุยฉายพราหมณ์” เพอื่ ให้ผ้ทู ี่กาลงั จะศึกษาเร่ืองฉยุ ฉายพราหมณ์ไดม้ ีความรู้และเกิดความเข้าใจ ท่ีสามารถนาไปต่อยอดได้ โดยเนื้อหาในตารากล่าวถึงประวัติความเป็นมา ของราฉุยฉายพราหมณ์ โอกาสที่ใชใ้ นการแสดง เคร่ืองแต่งกาย เคร่ืองดนตรี และท่าราของเพลงฉุยฉายพราหมณ์ ฉบับกรมศิลปากร ผู้เขียนเรียบเรียง เนอ้ื หาทง้ั หมดจากประสบการณข์ องผู้เขียนในฐานะท่ีเคยได้ต่อท่ารามา รวม ไปถึงการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพ่ิมเติมจากอินเทอร์เน็ต อีกท้ังการได้รับ คาปรึกษาจากคุณครผู เู้ ชย่ี วชาญด้านนาฏศิลปไ์ ทย ตาราเล่มนี้เหมาะสาหรับผู้เรียนด้านนาฏศิลป์ไทย ในสาขาวิชา นาฏศิลป์ไทยละครพระ สาขาวิชานาฏศิลป์ไทยละครนาง สาขาวิชา นาฏศิลป์ไทยโขนพระ รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจเก่ียวกับการ ราฉุยฉายพราหมณ์ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ท่ีสนใจจะได้รับความรู้และ ความเข้าใจเก่ียวกับราฉุยฉายพราหมณ์ เข้าใจในท่ารา อันจะนาไปสู่การ พัฒนาความสามารถหรือได้เผยแพร่ การแสดงชุดน้ีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อกี ทั้งอนุรักษใ์ หว้ ัฒนธรรมไทยอยู่สบื ไปถึงคนร่นุ หลงั ได้ ผเู้ ขียนขอขอบคุณ คณุ ครูองั คณา โชติโภคา สาหรบั ความช่วยเหลอื อย่างเต็มกาลังจากคุณครูผู้ถ่ายทอดท่าราฉุยฉายพราหมณ์ ขอบคุณ เพื่อนที่ช่วยถ่ายภาพประกอบการจัดทารูปเล่ม ขอบคุณน้องจากวิทยาลัยที่ ช่วยแต่งหน้า แต่งตัว ด้วยน้าใจจากคุณครู เพื่อน น้อง รวมไปถึงได้รับ การสนับสนนุ จากครอบครวั ตาราเล่มนี้จึงสาเร็จออกมาอยา่ งสมบูรณ์ ลลั ลลลิ ล์ ภษู ี กมุ ภาพนั ธ์ 2546
ข สารบัญ หนา้ คานา.............................................................................................................ก สารบญั ..........................................................................................................ข สารบญั ภาพ...................................................................................................ง ประวัตคิ วามเปน็ มาของราฉุยฉายพราหมณ.์ .................................................1 ความหมายของคาวา่ ฉุยฉาย........................................................2 โอกาสที่ใชใ้ นการแสดง..................................................................4 เครอ่ื งแต่งกายฉยุ ฉายพราหมณ์.....................................................................5 เครือ่ งดนตรีและเพลงทใ่ี ชใ้ นการราฉุยฉายพราหมณ์.....................................7 บทรอ้ งและทา่ ราเพลงฉุยฉายพราหมณ์ (ฉบบั กรมศลิ ปากร).......................10 บทรอ้ งเพลงฉุยฉายพราหมณ.์ .....................................................11 ทา่ ราเพลงฉยุ ฉายพราหมณ์ (ฉบบั กรมศิลปากร).........................12
ค ประวัตผิ ู้เขียน.............................................................................................97 บรรณานกุ รม..............................................................................................98
ง สารบญั แผนภาพ แผนภาพท่ี หนา้ 1 ภาพที่ 1 เครอ่ื งแต่งกายฉุยฉายพราหมณ์ ด้านหนา้ .......................................6 2 ภาพที่ 2 เครอ่ื งแตง่ กายฉุยฉายพราหมณ์ ดา้ นหลงั .......................................6 3 ภาพที่ 3 วงปี่พาทย์เครื่องหา้ .........................................................................8
๑ ประวัตคิ วามเปน็ มาของราฉยุ ฉายพราหมณ์ สาระสาคญั การทราบท่ีมา ประวัติความเป็นมาของเน้ือเร่ืองหรือการแสดงใด การแสดงหนึ่ง จะทาให้ผู้แสดงมีความเข้าใจในการสื่อท่ารา สีหน้าท่าทาง ออกมาได้ชัดเจนย่ิงข้ึน ดังนั้นผู้แสดงที่ต้องการให้การแสดงออกมาได้อย่างมี ประสิทธิภาพจะต้องศึกษาประวัตความเป็นมาของการแสดง ถึงแม้จะเป็น เพียงแคร่ าชดุ หนึง่ กต็ าม
๒ ประวัติความเป็นมาของราฉุยฉายพราหมณ์ ความหมายของคาว่า “ฉยุ ฉาย” คาว่า “ฉุยฉาย” ในความหมายตามพจนานุกรม เป็นคาวิเศษณ์ หมายถึง กรดี กราย ในอีกความหมายหน่ึง แสดงถึงลักษณะอุปนิสัยของคนที่ ไมเ่ อาการเอางาน ทาการอยา่ งใดอย่างหนงึ่ โดยไม่มคี วามจริงจัง สนใจเฉพาะ การแต่งกายให้สวยงาม แล้วกรีดกรายเดินไปเดินมาเท่านั้น จึงมีการเรียกผู้ท่ี มอี ปุ นสิ ัยดังกล่าววา่ เป็นการทาตัวฉุยฉายไปฉยุ ฉายมา ในทางนาฏกรรม ราฉุยฉาย หมายถึง การราประเภทราเดี่ยว ชนิดหน่ึงเป็นการแสดงท่ีตัวละครเกิดความภูมิใจในการแปลงกายหรือ แตง่ กายใหม่ได้สวยงาม ผแู้ สดงฉยุ ฉายต้องมฝี มี ือและใช้ความสามารถในการ ร่ายราชั้นสูง เพ่ือให้มีความโดดเด่นตลอดท้ังสีหน้า ท่าทางที่ผู้แสดงจะต้อง ตีตามบทรอ้ งใหเ้ ข้าถึงบทบาทและเปน็ ท่ีตรึงตาของผู้ชม ต้องเปิดเผยอารมณ์ และความภาคภูมใิ จภายในออกมาด้วยทา่ รา สีหนา้ ใหช้ ัดเจนอย่างงดงาม ฉุยฉายพราหมณ์ เป็นการร่ายราทงี่ ดงามของตัวละครพระ เป็นการ แสดงชดุ หนึง่ ในบทละครเบกิ โรง เร่ืองพระคเณศเสียงา บทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ข้ึนจาก ตานานของเทพเจ้า โดยพระนารายณ์แปลงเป็นพราหมณ์น้อยไปเฝ้าพระ อิศวรและพระอุมามีลีลาท่าราของตัวพระท่ีมีลักษณะของความเป็น หนมุ่ นอ้ ยที่มคี วามงดงามและท่าทน่ี วยนาดกรดี กรายแต่สง่างาม ประวตั คิ วามเปน็ มา การราฉุยฉายพราหมณ์ เนอื้ เรือ่ งกล่าวถึงปรศุรามผูป้ กครองบรรดา นกั สทิ ธ์ิวิทยาต่าง ๆ เปน็ ท่ีโปรดปรานของพระอศิ วร ทรงใหเ้ ขา้ เฝ้าได้ทกุ เวลา
๓ วันหนึ่งพระอิศวรและพระอุมากาลังบรรทมอยู่ในพระท่ี โดยมีพระคเณศ ผู้เป็นโอรสคอยดูแลอยู่ ปรศุรามเดินทางมาเข้าเฝ้าพระอิศวร แต่ดันถูก พระคเณศขดั ขวางไม่ให้เขา้ เฝา้ จึงเกดิ ตอ่ สู้กัน ปรศุรามโกรธมาก จึงใช้ขวาน เพชรทีพ่ ระอิศวรประทานให้ขว้างออกไป พระคเณศเห็นขวานก็จาได้ว่าเป็น ของพระบิดาจึงตรงเข้ารับขวานถูกงาหัก พระอิศวรและพระอุมาได้ยินเสียง อึกทึก จึงออกมาดูพบพระคเณศงาหัก พระอุมาโกรธมาก จึงสาปปรศุราม ใหส้ ิ้นฤทธิ์ รา่ งกายแขง็ เปน็ ทอ่ นไมล้ ม้ ลงนอน พระอิศวรทรงเมตตา แนะนาให้ตั้งจิตน้อมบูชาระลึกถึง พระนารายณ์ พระนารายณ์ทราบเร่ืองจึงแปลงร่างเป็นพราหมณ์หนุ่มน้อย ออกมาร่ายราเมื่อพระอุมาทอดพระเนตรเห็นก็ทรงช่ืนชอบให้ความเมตตา ตรัสประทานพรให้ตามท่ีเจ้าพราหมณ์จะขอ พระนารายณ์แปลงประทาน ขอกาลังคืนให้ปรศุรามก่ึงหน่ึง และอีกก่ึงหนึ่งมอบให้พระคเณศ การแสดง ชดุ น้จี ึงมีชือ่ วา่ ฉยุ ฉายพราหมณ์ ผู้ที่ราฉุยฉายพราหมณ์เป็นคนแรก คือ หลวงไพจิตรนันทการ (ทองแล่ง สุวรรณภารต) บุตรชายของพระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณ- ภารต) มารดาเล้ียงคือ คุณหญิงนัฏกานุรักษ์ ลุงคือพระยาพรหมาภิบาล (ทองใบ สุวรรณภารต) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์บทเบิกโรง ชุดพระคเณศเสียงา ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระยานัฏกานุรักษ์คิดประดิษฐ์ท่าราและฝึกหัด หลวงไพจิตรนันทการให้แสดงเป็นพราหมณ์ จัดแสดงครั้งแรกในงานฉลอง พระสุพรรณบัฏของจางวางเอกนายพลโท เจ้าพระยารามราฆพ เมอื่ วันท่ี 30 ธันวาคม พุทธศักราช 2464 และจัดแสดงครั้งท่ี 2 โดยแสดง ถวายสมเดจ็ พระพันปี หลวงไพจิตรนันทการได้รับพระราชทานเงินรางวัลเป็น จานวนเงนิ 20 บาท
๔ ต่อมารูปแบบท่าร่ายราในปัจจุบันของกรมศิลปากร เป็นผลงาน การปรับปรุงของนางลมุล ยมะคุปต์ อดีตผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร โดยเป็นลีลาท่าราของตัวพระที่มีลักษณะ ของความเปน็ หนมุ่ น้อยทีม่ คี วามงดงามและท่าทีน่ วยนาดกรดี กราย ก า ร ร า ฉุ ย ฉ า ย พ ร า ห ม ณ์ นี้ ส า ม า ร ถ ตั ด ท อ น ใ ห้ ส้ั น ล ง ไ ด้ ต า ม ความเหมาะสม เชน่ ร้องฉุยฉายบทแรกตอ่ ดว้ ยแม่ศรบี ทใดบทหน่ึง เน้ือรอ้ งในหนังสืออธิบายนาฏศลิ ป์ไทยของนายธนิต อยู่โพธ์ิ ในบท สุดสวยเอย มีท่ีแตกต่างจากปัจจุบัน คือใช้ว่า \"งามหัตถ์งามกรช่างฟ้อน ระทวย\" โอกาสทใี่ ช้ในการแสดง แต่โบราณการราฉุยฉายพราหมณ์จัดแสดงเฉพาะในการแสดง เบิกโรงเท่าน้ันไม่นิยมนาออกมาแสดงราเดี่ยว แต่ในปัจจุบันการราฉุยฉาย พราหมณ์เป็นที่นิยมจึงทาให้พบเห็นได้ในโอกาสงานต่าง ๆ โดยทั่วไป มักใช้ เป็นการราเบิกโรงและการแสดงในงานเบ็ดเตล็ดทัว่ ไป การแสดงในงานเบ็ดเตล็ดท่ัวไปน้ัน สามารถพบเห็นได้ตามโอกาส ต่าง ๆ โดยการราเดี่ยว มักนิยมใช้ในงานมงคลและอวมงคลก็ได้ เช่น งานเกษียณอายุราชการ งานข้นึ บา้ นใหม่ งานแตง่ งานบวช งานศพ เป็นตน้ ความยาวของชุดการแสดงน้ีมีความแตกต่างกัน คือ มีทั้งฉุยฉาย พราหมณ์แบบเต็มและแบบตัด โดยการแสดงฉุยฉายพราหมณ์แบบเต็ม ใช้เวลาแสดงประมาณ ๑๒ นาที และฉุยฉายพราหมณ์แบบตัดใช้เวลาแสดง ประมาณ ๗ นาที
๕ เครอ่ื งแต่งกายฉุยฉายพราหมณ์ สาระสาคญั ในการราหรือการแสดง องค์ประกอบสาคัญที่จะทาให้การแสดง สวยงาม น่าชมและสมบรู ณ์มากขน้ึ กค็ ือ เครือ่ งแต่งกายและเครือ่ งประดบั ทงั้ รา่ งกาย ศรี ษะ ทง้ั น้ีทัง้ นัน้ เคร่อื งแต่งกาย เครื่องประดับต่าง ๆ ยังสามารถบ่ง บอกถงึ ฐานะของตวั ละครหรอื ที่เรยี กว่า ไว้ใชแ้ บ่งชนชนั้ ของตัวละคร ดังนั้นผู้ แสดงจึงจาเป็นตอ้ งเรียนรู้ถงึ การแตง่ กายเพ่ือที่จะทราบถึงชดุ ของตัวละครน้ัน และแต่งกายออกมาไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
๖ เคร่ืองแตง่ กายฉยุ ฉายพราหมณ์ เครือ่ งแตง่ กายในการราฉยุ ฉายพราหมณ์ ผูแ้ สดงแต่งกายยืนเครื่อง ตัวพระ สวมเสื้อแขนสั้นสีขาว ปักด้วยลายอุณาโลม ขลิบแขนสีแดง นุ่งผ้า จีบโจงหางหงส์สีแดง สวมศิราภรณ์กระบังหน้า ในส่วนของการแต่งกาย ยืนเคร่ืองตัวพระในชุด ฉุยฉายพราหมณ์ ประกอบด้วย กระบังหน้า อุบะ ดอกไม้ทัด เก้ียว ป่ินปักผม เสื้อแขนสั้นปักลายอุณาโลม (สีขาว) สนับเพลา พาหุรดั (สีแดง) ผ้านงุ่ หรอื หางหงส์ (สีแดง) ห้อยหน้า ห้อยข้าง รดั สะเอวหรือ รัดองค์ กรองคอ (สีแดง) ทับทรวง สังวาล เข็มขัด กาไลข้อมือหรือกาไลแผง และกาไลข้อเทา้ โดยเครื่องประดบั นัน้ ส่วนมากจะนยิ มใช้เคร่อื งประดบั สเี งิน ดา้ นหนา้ ดา้ นหลงั ภาพที่ 1 เครอื่ งแต่งกายฉุยฉายพราหมณ์ ดา้ นหน้า ภาพที่ 2 เคร่ืองแต่งกายฉุยฉายพราหมณ์ ดา้ นหลงั
๗ เครอ่ื งดนตรีและเพลงทใ่ี ช้ในการราฉุยฉายพราหมณ์ สาระสาคญั เคร่ืองดนตรีและบทเพลงที่ใช้ในการแสดงเป็นส่ิงสาคัญท่ีทาให้ ผู้แสดงสามารถราออกมาได้ตรงตามจังหวะทานอง ดังน้ันการเรียนรู้เรื่อง เคร่ืองดนตรี จะทาให้ผู้แสดงทราบเสียงของเครื่องดนตรีชนิดน้ัน ๆ และฟัง เสียงของเครื่องดนตรีออก อันจะส่งผลให้ผู้แสดงราสามารถราได้ตรงจังหวะ ทานองเพลง
๘ เครือ่ งดนตรีและเพลงท่ใี ช้ในการราฉุยฉายพราหมณ์ เคร่ืองดนตรีท่ีใช้ในการแสดงราฉุยฉายพราหมณ์น้ัน จะใช้เป็น วงปี่พาทย์ไม้แข็งหรือป่ีพาทย์เคร่ืองห้า โดยประกอบด้วย ระนาดเอก ฆ้องวงใหญ่ ตะโพน กลองทดั ฉ่ิง และปใี่ น ภาพท่ี 3 วงปพ่ี าทยเ์ ครือ่ งห้า ในส่วนของ เพลงท่ีใช้ ประกอบการแสดงฉุยฉายพราหมณ์ ได้แก่ เพลงรัว เพลงฉุยฉาย เพลงแม่ศรี เพลงเร็ว และเพลงลา เพลงรัว เป็นเพลงหน้าพาทย์เบ้อื งตน้ ใช้สาหรบั การแสดงฤทธิ์หรอื การเกดิ ปรากฏการณโ์ ดยฉบั พลนั เชน่ เม่ือพระนารายณ์แปลงเปน็ พราหมณ์ ใช้เพลงรัวเพ่อื ให้ผู้แสดงวงิ่ ออกมาจากหลงั เวที
๙ เพลงฉยุ ฉาย เปน็ เพลงหน้าพาทยท์ ่ีใช้ประกอบกริ ยิ าของตวั โขน และละครแสดงถึงความภาคภมู ใิ จในความงามทพ่ี ระนารายณแ์ ปลงกาย เป็นพราหมณ์นอ้ ย เพลงแม่ศรี เปน็ เพลงหน้าพาทย์ทใ่ี ช้ประกอบการแสดงกริ ิยา สนกุ สนาน รา่ เริง แสดงอารมณแ์ ละความภาคภมู ิใจในความงามของตน เพลงรัว เปน็ เพลงหนา้ พาทย์ทใี่ ชป้ ระกอบการแสดงกริ ยิ าการเดิน อยา่ งนวยนาด เพลงลา เปน็ เพลงหน้าพาทย์ที่บรรเลงตอ่ จากเพลงเรว็ เมอื่ จบการรา การแตง่ กาย ท้ังน้ีท้ังน้ัน ในการแสดงอาจเปลี่ยนลีลาของทานองเพลงได้ ขึ้นอยู่ กบั ความสามารถของนกั ดนตรีและลกู เลน่ ของเคร่ืองดนตรี โดยอาจมีลีลาของ ทานองเพลงเสียงสงู หรือเสยี งต่า แต่ต้องคานึงถึงเสียงของนักร้องด้วยเช่นกัน ให้คยี ข์ องเครอื่ งดนตรีและคีย์ของนักร้องเป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน เพ่ือที่จะทา ใหก้ ารแสดงไม่ติดขัด ฟงั แล้วลื่นหู อีกทัง้ ยงั สรา้ งความประทับใจให้แก่ผู้ชมได้ อีกด้วย
๑๐ บทร้องและทา่ ราเพลงฉุยฉายพราหมณ์ สาระสาคญั ในการแสดงฉุยฉายพราหมณ์ เป็นการราท่ีมีบทร้อง ส่ือความงาม ของพราหมณท์ เี่ ปน็ หญิงแปลงมาและท่าราท่สี วยงาม ผแู้ สดงจะตอ้ งตีบทตาม เนื้อร้องรวมไปถึงการส่ือท่าทางอารมณ์ของบทร้องน้ี ผู้แสดงจะต้องทราบ เนื้อร้องและจาให้แม่นยา เพื่อการร่วมอารมณ์ตีบทท่าทางไปกับเพลง ในราฉยุ ฉายพราหมณ์
๑๑ บทร้องเพลงฉุยฉายพราหมณ์ บทร้องฉยุ ฉายพราหมณใ์ นบทละครเบิกโรง เร่ือง พระคเณศเสียงา บทพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั ปีพ่ าทย์ทาเพลงรวั - รอ้ งเพลงฉุยฉาย - ฉยุ ฉายเอย ช่างงามขาชา่ งราโยกยา้ ย สะเอวแสนอ่อนอรชรชว่ งกาย วิจิตรยง่ิ ลายท่ีคนประดิษฐ์ สองเนตรคมขาแสงดามนั ขลับ ชม้อยเนตรจบั ยง่ิ สวยสดุ พิศ สดุ สวยเอย ยิ่งพิศยิง่ เพลินเชิญให้งงงวย งามหัตถง์ ามกรก็อ่อนระทวย ชา่ งนาดช่างนวยสวยยว่ั นยั นา ท้งั หัตถ์ท้งั กรกฟ็ ้อนถูกแบบ ดยู ลดแู ยบสวยยิง่ เทวา - ร้องเพลงแม่ศรี – น่าชมเอย นา่ ชมเจา้ พราหมณ์ ดทู ่วั ตวั งาม ไม่ทรามจนนิด ดูผดุ ดูผอ่ ง เหมอื นทองทาติด ยิง่ เพง่ ยง่ิ พศิ ยิ่งคิดชมเอย น่ารักเอย นา่ รกั ดรณุ เหมอื นแรกจะรุน่ จะรู้เดียงสา เจา้ ย้มิ เจา้ แยม้ แก้มเหมือนมาลา จอ่ จิตตดิ ตา เสยี จรงิ เจา้ เอย - ปี่พาทย์ทาเพลงเร็ว - ลา -
๑๒ ทา่ ราเพลงฉยุ ฉายพราหมณ์ ฉบบั กรมศลิ ปากร ท่าท่ี 1 ปพี่ าทยท์ าเพลงรวั ศีรษะ: เอียงซ้าย - เอยี งขวา (ตามข้างมือจีบ) มือ: ทาท่าสอดสร้อยมาลา โดยเร่ิมจากมือซ้ายจีบหงายที่ชายพก มือขวาต้ัง วงบน จากนน้ั ยนื่ มือขา้ งท่ีจีบออกมาหงายข้อมอื ระดับเอวขา้ งลาตวั แลว้ ตง้ั ขนึ้ เปน็ วงบน มอื อีกข้างนามาจีบคว่าแล้วหงายทช่ี ายพก ทาสลบั กนั ตามทานอง เท้า: ซอยเทา้ ว่งิ ออกมาแลว้ จากนนั้ ซอยเท้าอยูก่ บั ท่ี
๑๓ ทา่ ท่ี 2 ปพ่ี าทยท์ าเพลงรวั ศีรษะ: เอียงซ้าย - เอยี งขวา - เอียงซ้าย มอื : มอื ขวาต้ังวงบน มอื ซา้ ยจบี หงายทช่ี ายพก จากนน้ั ทาเปน็ ทา่ สอดสร้อย มาลาเปลย่ี นเปน็ มอื ขวาตง้ั วงบน มอื ซา้ ยจีบหงายทช่ี ายพก เทา้ : ถอนเท้าซา้ ยหันมาจากซ้ายมอื จากน้ันยกเท้าขวาก้าวข้างพร้อมหันมา อีกขา้ งหนึ่ง (กลับหลังหนั )
๑๔ ทา่ ท่ี 3 ปี่พาทยท์ าเพลงรวั ศีรษะ: เอยี งซ้าย - เอยี งขวา มอื : ปล่อยมือซา้ ยออกมาเป็นผาลาสั้น มือขวาตั้งวงกลาง จากน้ันพลิกข้อมือ ขวาเป็นผาลาส้ัน มือซ้ายนาข้ึนมากดข้อมือลงระดับสายตาแต่อยู่ข้างลาตัว เป็นทา่ ปอ้ ง เทา้ : เม่ือหันมาแลว้ กระทงุ้ เท้าซา้ ยแลว้ กระดก
๑๕ ทา่ ท่ี 4 ร้องเพลงฉยุ ฉาย: (เออ้ื น...) ศรี ษะ: เอียงซ้าย - เอียงขวา มือ: มือทัง้ สองขา้ งชอ้ นจีบหงายระดับหางคิว้ อยู่ข้างลาตวั จากนน้ั ปลอ่ ยเปน็ วงบนทง้ั สองขา้ ง เทา้ : จรดเทา้ ซ้ายแลว้ ซอยเท้าหนั หลงั (กลับหลังหัน) แล้วจรดเท้าขวาซอย เทา้ หนั ทิศหนา้
๑๖ ทา่ ท่ี 5 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: ฉยุ ฉายเอย ศีรษะ: ลกั คอขวา 1 คร้ัง - เอียงซา้ ย มอื : มอื ทงั้ สองข้างช้อนเปน็ จีบหงาย มือขวาอยรู่ ะดับไหล่แขนตึง มือซ้ายเป็น จีบปกข้าง จากนั้นม้วนมือซ้ายเป็นวงบน มือขวาต้ังวงกลางแล้วหงาย ขอ้ มือขนึ้ ปลายนว้ิ ช้ลี งแขนตึง เทา้ : ฉายเทา้ ขวาเขา้ มาอยู่คกู่ ับเทา้ ซา้ ย จากน้นั กา้ วหน้าเท้าขวาแลว้ กระทงุ้ เท้าซ้าย
๑๗ ท่าท่ี 6 ร้องเพลงฉุยฉาย: ชา่ งงามขา ศรี ษะ: เอยี งซ้าย - เอยี งขวา มือ: นามือซ้ายมาอยู่ระดับอกข้างหน้าโดยหงายข้อมือข้ึน งอแขน มือขวา จีบคว่าอยรู่ ะดบั ไหลแ่ ลว้ ข้ึนเป็นทา่ บัวชูฝัก มอื ซา้ ยตง้ั ขอ้ มอื ขึ้นเปน็ วงหน้า เท้า: ฉายเทา้ ขวามาอยคู่ ู่กับเทา้ ซา้ ยแล้วก้าวหนา้ เท้าขวา ยกเทา้ ซ้ายสะดุง้ ข้ึน
๑๘ ทา่ ที่ 7 ร้องเพลงฉุยฉาย: ชา่ งราโยกย้าย ศีรษะ: เอยี งซา้ ย - เอยี งขวา - เอียงซา้ ย - เอยี งขวา มือ: ลดมือทั้งสองข้างลงมาโดยมือยังต้ังข้อมือไว้เหมือนเดิม มือขวาลดลงมา อยู่ระดับผาลาส้ัน มือซ้ายเป็นวงล่าง จากนั้นเคลื่อนมือขวามาตั้งวงล่าง มอื ซ้ายเคลอื่ นมาอย่ขู า้ งลาตวั จบี ควา่ แล้วดงึ ขนึ้ อยรู่ ะดับไหล่ แขนตึง เท้า: ก้าวข้างเท้าซ้ายแล้วโย้น้าหนักกลับมาท่ีเท้าขวา โดยท่ียังก้าวข้าง เท้าซ้ายอยู่ จากนั้นโย้น้าหนักกลับไปที่ข้างซ้ายเป็นก้าวข้างปกติแล้วกระดก เท้าขวา *หมายเหต:ุ กลับไปเริม่ ทาท่าเดมิ ต้ังแตท่ ่าท่ี 4 - ท่าท่ี 7
๑๙ ท่าท่ี 8 ร้องเพลงฉยุ ฉาย: สะเอวแสนออ่ น ศีรษะ: เอียงซา้ ย - เอียงขวา มือ: นามือท้ังสองข้างมาเท้าสะเอวแล้วจีบคว่าม้วนออกเป็นเท้าสะเอว เหมือนเดิม เท้า: หันทางขวามือตัวเอง ก้าวหน้าเท้าขวาแล้วลากเท้าซ้ายมาก้าวหน้า พร้อมหมุนตวั มาอกี ข้างทางซ้าย (กลบั หลงั หัน)
๒๐ ท่าท่ี 9 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: อรชรชว่ งกาย ศีรษะ: เอยี งซา้ ย - เอยี งขวา มือ: มือท้ังสองข้างจีบล่อแก้ว (คือการจีบโดยใช้น้ิวโป้งจรดกับน้ิวกลางแบบ วงกลม) มอื ซ้ายม้วนเป็นจีบล่อแก้วระดับวงบน มือขวาม้วนจีบล่อแก้วระดับ ชายพก เท้า: ก้าวหนา้ เท้าขวาแล้วกระดกเท้าซ้ายพร้อมกับหมุนตัวมาอีกข้างทางขวา (กลับหลงั หัน)
๒๑ ท่าที่ 10 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: วิจิตรย่ิงลาย ศีรษะ: เอยี งซ้าย - เอียงขวา มือ: มือซ้ายจีบหงายอยู่ข้างลาตัวระดับไหล่ มือขวาต้ังวงกลาง จากนั้นม้วน มอื ซา้ ยเป็นวงบน มือขวาพลิกข้อมอื ลงเป็นผาลาสั้น เทา้ : ก้าวขา้ งเทา้ ซา้ ยแล้วยกเทา้ ขวา พร้อมกบั ค่อย ๆ หมนุ ตัวมาทศิ หน้า
๒๒ ท่าท่ี 11 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: ท่ีคนประดษิ ฐ์ ศรี ษะ: เอียงซา้ ย มือ: นามอื ขวามาต้งั วงบน มือซา้ ยหยิบจีบควา่ งอแขนแล้วหงายจีบข้ึนแขนตึง อยูร่ ะดบั ไหล่ ตีไหล่เร็วเล็กน้อย เท้า: เมื่อหันมาทิศหน้าแล้วก้าวหน้าเท้าขวา ก้าวหน้าเท้าซ้าย แล้วจรด เทา้ ขวา *หมายเหตุ: กลับไปเร่ิมทาท่าเดิมโดยทาสลับข้างกันในทุกท่าตั้งแต่ท่าท่ี 8 - ท่าท่ี 11
๒๓ ทา่ ท่ี 12 ร้องเพลงฉยุ ฉาย: สองเนตรคมขา ศรี ษะ: เอยี งขวา - เอียงซา้ ย - เอียงขวา มอื : มอื ทั้งสองขา้ งจบี คว่าแลว้ ม้วนเปน็ ทา่ เทา้ สะเอว เท้า: ฉายเทา้ ขวามาอยูค่ กู่ ับเทา้ ซา้ ยแลว้ ก้าวขา้ งเท้าขวา จากน้นั โย้น้าหนักตัว มาทขี่ ้างซา้ ย โดยทย่ี งั เป็นเท้าขวาก้าวข้างอยู่
๒๔ ทา่ ท่ี 13 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: แสนดา ศีรษะ: เอียงซ้าย มือ: มือซ้ายเทา้ สะเอว มือขวาจีบควา่ ท่ปี ากแลว้ วาดออกไปขา้ งลาตวั เท้า: จรดเทา้ ขวาแล้วซอยเทา้ อยู่กบั ท่ี
๒๕ ทา่ ท่ี 14 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: มนั ขลบั ศีรษะ: เอียงซ้าย - เอียงงขวา มือ: มือซา้ ยเทา้ สะเอว มือขวาคอ่ ย ๆ จีบต้ังท่อี กแลว้ วาดออกเป็นวงกลาง เท้า: เฉียงทางซ้าย 45 องศา แล้วฉายเท้าขวามาคู่กับเท้าซ้าย จากน้ัน ถอนเท้าขวา เฉียงทางขวา 45 องศา เท้าซา้ ยวางเป็นท่ายืนนง่ิ
๒๖ ท่าท่ี 15 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: ชมอ้ ยเนตรจับ ศีรษะ: เอยี งขวา – เอยี งซ้าย – พยักหน้าเล็กนอ้ ย 1 ครั้ง มือ: มอื ท้งั สองข้างกามือหลวม ๆ อยู่ระดับสะโพก เท้า: ซอยเท้าขึ้นหน้าเล็กน้อย เฉียงทางขวา 45 องศา แล้วสะดุดเท้าซ้าย วางเทา้ ขวาแล้ววางเท้าซ้ายเป็นทา่ ยืนน่ิง
๒๗ ทา่ ที่ 16 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: ย่งิ สวยสุดพศิ ศีรษะ: เอยี งซา้ ย - เอยี งขวา มือ: มือซ้ายหงายท้องแขน งอแขน อยู่ระดับเอวข้างลาตัว มือขวาจีบคว่า งอแขน อยู่ระดบั เอวข้างลาตวั เหมอื นกัน จากน้นั นามือซ้ายต้ังวงหน้า มือขวา ตง้ั เปน็ ท่าบัวชฝู กั เท้า: กา้ วข้างเทา้ ซา้ ยแล้วกระดกเทา้ ขวา *หมายเหตุ: กลับไปเร่มิ ทาท่าเดิมโดยทาสลบั ข้างกันในทุกทา่ ตั้งแต่ทา่ ที่ 12 - ท่าท่ี 16
๒๘ ทา่ ที่ 17 ปี่พาทยท์ าเพลงฉยุ ฉาย ศรี ษะ: เอียงซ้าย - เอียงขวา (ตามขา้ งมือจบี สง่ หลัง) มือ: มือทั้งสองข้างอยู่ข้างหน้าระดับอก มือซ้ายตั้งข้อมือเป็นวงหน้า มือขวา จีบหงายอยู่คู่กัน จากนั้นช้อนมือซ้ายเป็นจีบหงายแขนตึงข้างหน้า มือขวา จบี สง่ หลัง จากนนั้ ทาเหมอื นเดมิ สลบั ข้างกนั ทา 3 ชุด เท้า: ฉายเท้าขวาลงมาคู่กับข้างซ้ายแล้วก้าวหน้า จากน้ันฉายเท้าซ้าย ขึ้นมาแลว้ กา้ วหน้า แลว้ คร้งั สุดท้ายฉายเท้าขวาขึ้นมาแล้วก้าวหนา้ ขวา
๒๙ ท่าที่ 18 ป่ีพาทย์ทาเพลงฉยุ ฉาย ศรี ษะ: เอยี งซ้าย - เอียงขวา (มองมือจีบ เอียงศรี ษะตามข้างมอื ทต่ี ง้ั ข้อมือ) มือ: จากมอื ขวาหมดจีบสง่ หลงั ให้นามาอยู่ข้างลาตัวช้อนเป็นจีบหงายแขนตึง ระดบั ไหล่ มอื ซ้ายปล่อยเปน็ ต้งั วงกลางแขนตงึ แล้วทาเหมอื นเดิมสลบั ข้างกนั ทา 5 ชุด เท้า: เท้าขวาก้าวหน้าอยู่แล้วกระทุ้งเท้าซ้าย จากน้ันฉายเท้าขวาลงมา แลว้ วางหลัง ฉายเท้าซา้ ยลงมาแลว้ วางหลงั ทาเหมอื นเดิมสลับขา้ งกัน 5 ชดุ
๓๐ ท่าที่ 19 ร้องเพลงฉุยฉาย: (เอื้อน...) ศรี ษะ: เอียงซา้ ย - เอียงขวา มอื : มอื ซา้ ยตั้งวงบน มือขวาจีบส่งหลัง แลว้ จากนนั้ ทาสลับข้างกันโดย ปล่อย จีบมอื ขวามาตง้ั วงบน มือซ้ายนามาจีบสง่ หลัง เท้า: หันทางขวาแล้วจรดเท้าซ้ายซอยเท้าหันอีกข้างทางซ้าย (กลับหลังหัน) แลว้ จรดเท้าขวาซอยเท้าหันมาทิศหน้า
๓๑ ทา่ ท่ี 20 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: สดุ สวยเอย ศรี ษะ: เอยี งซ้าย - เอียงขวา มือ: มือซ้ายหงายท้องแขน งอแขน อยู่ระดับเอวข้างลาตัว มือขวาจีบคว่า งอแขน อยู่ระดบั เอวข้างลาตัวเหมอื นกัน จากน้นั นามอื ซา้ ยตั้งวงหน้า มือขวา ตั้งเปน็ ทา่ บวั ชูฝกั เท้า: กา้ วข้างเท้าซ้ายแล้วกระดกเทา้ ขวา
๓๒ ท่าที่ 21 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: ย่งิ คดิ ยง่ิ เพลิน ศรี ษะ: เอียงซา้ ย - เอยี งขวา มือ: มือทัง้ สองขา้ งจบี คว่าแลว้ มว้ นเป็นท่าเทา้ สะเอว เทา้ : ฉายเท้าขวามาอยคู่ กู่ ับเทา้ ซ้ายแลว้ ก้าวขา้ งเทา้ ขวา จากนั้นโย่น้าหนักตัว มาทข่ี า้ งซา้ ย โดยทีย่ งั เป็นเท้าขวากา้ วหนา้ อยู่
๓๓ ทา่ ท่ี 22 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: เชิญใหง้ งงวย ศรี ษะ: เอียงขวา – เอียงซ้าย – หยักหน้าเล็กนอ้ ย 1 ครัง้ มือ: นามือทงั้ สองขา้ งมาตัง้ วงลา่ ง แลว้ มือขวานาไปจีบส่งหลัง มือซ้ายจีบคว่า ทช่ี ายพกแล้วปลอ่ ยเปน็ วงลา่ ง เทา้ : ซอยเท้าขึน้ หนา้ เลก็ น้อยพร้อมหันทางขวา ก้าวข้างเท้าซ้ายแล้วก้าวข้าง เทา้ ขวาซอยเทา้ หมนุ รอบตวั มาอกี ขา้ ง (กลับหลังหนั ) โดยหมนุ มาจากขวา *หมายเหต:ุ กลบั ไปเรมิ่ ทาท่าเดมิ โดยทาสลับขา้ งกนั ในทุกทา่ ต้งั แตท่ ่าที่ 19 - ท่าที่ 22
๓๔ ท่าที่ 23 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: งามหตั ถง์ ามกร ศีรษะ: เอยี งขวา - เอียงซ้าย มือ: มือซ้ายเท้าสะเอว มือขวาอยู่ข้างลาตัว จีบคว่าม้วนเป็นวงกลางแล้ว แขนตึงระดบั ไหล่ จากนน้ั ทาอกี ขา้ งนงึ นามือขวามาเท้าสะเอว มือซา้ ยอยู่ขา้ ง ลาตัว จีบคว่าม้วนเปน็ วงกลางแลง่ แขนตงึ ระดบั ไหล่ เท้า: ถอนเท้าขวาลากเท้าซ้ายมาวางเป็นท่ายืน แล้ววางหลังเท้าขวาลาก เท้าซ้ายมาวางเปน็ ท่ายืน
๓๕ ท่าท่ี 24 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: กอ็ อ่ นระทวย ศรี ษะ: เอยี งซา้ ย - เอียงขวา มอื : นามอื ขวาตัง้ วงบน มือซ้ายจีบคว่าข้างลาตัวงอศอกระดับเอวแล้วเคล่ือน มาเป็นจีบหงายที่ชายพก เป็นท่าสอดสร้อยมาลา จากนั้นปล่อยมือจีบข้าง ซา้ ยไปต้งั วงบน มอื ขวาลดลงมาจีบควา่ ระดับเอวแล้วปลอ่ ยขึน้ เปน็ วงกลาง เท้า: กา้ วหนา้ เท้าขวาพรอ้ มหันทางขวา กระทงุ้ แล้วกระดกเทา้ ซา้ ย
๓๖ ทา่ ท่ี 25 ร้องเพลงฉุยฉาย: ช่างนาด ศีรษะ: เอยี งซ้าย มอื : มอื ซ้ายต้ังวงบนเหมือนเดิมจากทา่ ท่แี ลว้ มอื ขวาช้อนเปน็ จบี หงายแขนตึง ระดบั ไหล่ เท้า: หันมาทิศหน้าโดยที่ยังไม่วางเท้าจากกระดก แต่หันมาพร้อมกับยก เท้าซา้ ย
๓๗ ท่าที่ 26 ร้องเพลงฉุยฉาย: ช่างนวย ศรี ษะ: เอียงขวา มือ: นามอื ซ้ายลดลงไปจบี สง่ หลัง มือขวาปลอ่ ยเป็นวงบน เทา้ : จากยกเทา้ ซ้าย ก็ก้าวหนา้ เทา้ ซา้ ยลงมา
๓๘ ทา่ ที่ 27 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: สวยย่ัวนยั นา ศรี ษะ: เอียงซ้าย – เอยี งขวา - พยกั หน้าเลก็ นอ้ ย 1 คร้งั มอื : นามือท้ังสองมาต้งั ที่ระดับอกแล้วประกบกนั แล้วใชฝ้ ่ามือถวู นเบา ๆ เทา้ : ซอยเท้าขนึ้ หนา้ เล็กน้อยแล้วหันทางซ้าย สะดุดเท้าขวาแล้ววางเท้าขวา เป็นท่ายืน *หมายเหต:ุ กลบั ไปเรมิ่ ทาท่าเดิมตั้งแตท่ า่ ท่ี 23 - ทา่ ท่ี 27
๓๙ ทา่ ที่ 28 ร้องเพลงฉยุ ฉาย: ทั้งหัตถท์ ัง้ กร ศีรษะ: ยอ้ นคนื เอียงซา้ ยเล็กน้อย - เอยี งขวา – เอียวซา้ ย มือ: มือทั้งสองข้างจีบคว่าอยู่ข้างลาตัวระดับเอว งอแขน แล้วต้ังข้อมือเป็น จบี หงายแขนตึง ระดบั ไหล่ จากน้นั ปลอ่ ยมือท้ังสองข้างหงายท้องแขนแล้วตั้ง ข้อมือขึ้น เปน็ วงกลางแขนตงึ เท้า: ถอนเท้าซา้ ยวางหลงั หันทศิ หน้า แล้ววางเทา้ ซ้ายเปน็ ทา่ ยืน จากนั้นถอน เท้าซ้ายวางหลัง แลว้ วางเท้าขวาเป็นทา่ ยืน
๔๐ ทา่ ท่ี 29 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: ก็ฟ้อนถูกแบบ ศรี ษะ: ย้อนคืนเอยี งขวาเลก็ นอ้ ย - เอียงซา้ ย - เอยี งขวา มอื : มือซ้ายหงายทอ้ งแขนเลก็ น้อยแลว้ พลกิ ข้อมอื ขึ้นตงั้ วงบน มือขวาจีบคว่า ระดับเอวข้างลาตัวแล้วดึงข้ึนปล่อยเป็นวงบน พร้อมมือซ้ายลดลงมาจีบคว่า ข้างลาตวั ระดบั เอวแลว้ ดงึ ข้ึนแขนตึงระดบั ไหล่ เท้า: ก้าวหน้าเท้าขวา แล้วกระทุ้งเท้าซา้ ย
๔๑ ทา่ ที่ 30 รอ้ งเพลงฉุยฉาย: ดูยลดแู ยบ ศรี ษะ: เอียงซา้ ย - เอยี งขวา มือ: นามือซายจีบส่งหลัง มือขวาจีบคว่าที่ชายพกแล้วปล่อยเป็นวงล่าง จากน้นั ทาอกี ขา้ ง นามือขวามาจบี สง่ หลงั มอื ซ้ายจากท่จี บี สง่ หลงั นามาปล่อย เป็นวงล่าง เท้า: ถอนเท้าขวาวางหลังพร้อมกับหันทางขวามือ วางเท้าซ้ายเป็นท่ายืน จากน้นั ถอนเท้าซ้ายวางหลังพร้อมกันอีกข้างทางซ้าย (กลับหลังหัน) วางเท้า ขวาเป็นท่ายนื
๔๒ ทา่ ท่ี 31 รอ้ งเพลงฉยุ ฉาย: สวยย่งิ เทวา ศีรษะ: เอยี งขวา - เอียงซ้าย มือ: มือซ้ายแทงมือออกไปต้ังผาลาส้ัน มือขวาจีบคว่าระดับเอวข้างลาตัว งอแขน แล้วตีไหล่เร็วเล็กน้อยพร้อมส่งมือขวาไปตั้งเป็นบัวชูฝัก มือซ้าย จีบควา่ ระดับไหล่ แขนตงึ เทา้ : กา้ วขา้ งเท้าขวา แล้วยกเท้าซา้ ย *หมายเหต:ุ กลบั ไปเรม่ิ ทาทา่ เดิมต้งั แตท่ า่ ท่ี 28 - ท่าที่ 31
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108