Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือแพะ1

คู่มือแพะ1

Published by kamonnit ice, 2021-09-01 08:25:26

Description: คู่มือแพะ1

Search

Read the Text Version

ก ลุ่ ม วิ ส า ห กิ จ ชุ ม ช น ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร เ ลี ย ง แ พ ะ ตํา บ ล ส้ า น โ ค ร ง ก า ร 1 ตํา บ ล 1 ม ห า ว ท ย า ลั ย พื น ที ตํา บ ล ส้ า น

1 การเลี้ยงแพะ สัตว์เลี้ยงที่ได้ผลผลิตหลายอย่าง การเลี้ยงแพะขายได้ทั้งเนื้อ นม หนัง และขน แต่การเลีย้ งแพะในประเทศไทยสว่ นใหญ่ยังขาดขอ้ มูลบางอย่างทำให้ผลผลิตได้น้อย กวา่ ท่คี วรจะเป็น แพะเป็นสัตว์ที่หลายคนคิดว่ากลิ่นเหม็นสาบ สกปรก ไม่เหมาะที่จะนำมาเลี้ยง ใครจะคิด บา้ งว่า แพะเป็นสัตว์ที่เล้ียงง่าย และเหมาะสมกบั สภาพเศรษฐกจิ ในปจั จบุ ัน เพราะเปน็ สัตว์เล้ียงที่ ใชเ้ ลย้ี งทดแทนโคกระบอื และยงั มีค่าใชจ้ า่ ยไม่สงู มากอกี ดว้ ย ข้อดีของการเลยี้ งแพะมีดงั นี้ เลีย้ งแพะใช้ระยะเวลาส้นั กว่าเลี้ยงวัว แพะหากนิ เกง่ และกินใบไม้ได้หลายชนดิ แพะทนทานตอ่ ทกุ สภาพอากาศ แพะมีขนาดตวั เล็ก ใช้พื้นทนี่ ้อย จดั การง่าย แพะใหผ้ ลผลิตไดท้ ัง้ เน้ือ นม หนังและขน วตั ถปุ ระสงค์ในการเลี้ยงแพะ เพ่ือเปน็ การสง่ เสริมการสรา้ งอาชพี และสรา้ งรายได้ให้กบั เกษตรกร เพ่ือให้เกษตรกรมีองคค์ วามรู้ในการพัฒนาต่อยอดอาชพี การเลี้ยงแพะ ซง่ึ อาจกลายมาเป็น อาชพี หลกั ในอนาคตได้

2 สามารถแบ่งตามสายพันธุ์แพะที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย เป็น 2 ประเภทคือพันธุ์แพะที่ นำเขา้ มาจากตา่ งประเทศและพนั ธแ์ุ พะพ้นื เมอื งดังน้ี (กรมปศุสัตว์,2549) สายพันธ์แุ พะท่นี ำเขา้ มาจากต่างประเทศ พันธบุ์ อร(์ Boer) ปัจจบุ นั ประเทศไทยนิยมเล้ียงแพะพนั ธุน์ เี้ พอื่ ผลติ เป็นแพะเนื้อมากขึ้นเพราะเป็นแพะ เนื้อที่มีขนาดรูปร่างใหญ่ล่าสัน มีลำตัวใหญ่ยาวและกว้าง มีกล้ามเนื้อมากและมี ลักษณะของกระดูกโครงร่างใหญ่แข็งแรง ลักษณะสีลำตัวเป็นสีขาวมีสีน้าตาลแดงท่ี หัวและคอ หัวโหนกนูน ดั้งจมูกโด่งและงุ้มลง เขาเอนไปด้านหลังและงอโค้งลง ใบหู ยาวและหอ้ ยลงมเี คราแต่ไม่มีต่ิง (Wattle) ที่ใต้คอ แพะพันธุน์ ีม้ ขี อ้ ดีในการเลี้ยงเป็น แพะเนื้อเพราะมีขนาดใหญ่ ให้เนื้อมาก หนังจะมีคณุ ภาพดี อัตรา การเจริญเติบโตดี หากมีการดูแลให้อาหารข้นเสริมแต่มีข้อด้อยในเรือ่ งของการที่แม่แพะให้นมน้อย ไม่ เพยี งพอในการเลย้ี งลูกแฝด พันธแ์ุ บลค็ เบงกอล(Black Bengal) ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศ อินเดีย บังคลาเทศ มีสีดำสนทิ ตลอดลำตวั ซึ่งพบเป็นส่วนมากในแพะพนั ธุน์ ี้แตอ่ าจจะพบสีอื่นได้บ้างคือ สีขาวสนี ำ้ ตาล สี ขาวปนดำหรือสนี ้ำตาลปนดำ ลักษณะขนสัน้ เป็นมนั เงา ดั้งจมูก ลาดตรง หน้าเล็กสั้น มีเขาและมีเคราทั้งตัวผู้และตวั เมยี ใบหูมีขนาดเล็กส้ัน แพะ พันธน์ุ ีม้ กี ารให้ลกู แฝดสองสูงมากบางคร้ังอาจไดล้ กู แฝดถึงสี่ตวั นอกจากนนั้ แบล็คเบง กอลมีข้อดใี นเรอ่ื งของการเจรญิ เตบิ โตท่ีดีและรวดเรว็ ศักยภาพในระบบสบื พันธุ์ดี ให้ เนื้อที่นุ่มมีกลิ่นและรสชาติทีด่ ี ไขมันน้อย ให้หนังที่นิ่มมีคุณภาพดีเลศิ มีมูลค่าสูง ใช้ ทำกระเปา๋ เคร่อื งหนงั ไดด้ ี พนั ธ์ุซาเนน(Saanen) เป็นแพะพนั ธ์ทุ ่ีให้ปรมิ าณนำ้ นมสูงมากจนได้รบั ฉายาวาเปน็ ราชนิ ีแห่งแพะนม มีถิ่น กำเนิดอยใู นประเทศสวิสเซอร์แลนด่์ มีสขี าวแต่บางตวั อาจจะเป็นสคี รมี หรือสีเทามี ติ่งใต้คอ 2 ติ่ง หรืออาจจะไม่มีติง่ ได้แต่การมีติ่งถือเป็นลกั ษณะดีที่พึงประสงค์ของ เกษตรกรในประเทศไทยที่นิยมเลี้ยงแพะพันธุ์นี้ใบหูสั้นตั้งตรงชี้ไปข้างหน้า หัวมี ลักษณะแบน ดั้งจมูกลาดตรงเรียวยาว แนวสันหลังตรงขนานไปกับพื้น แม่แพะ พนั ธุซ์ าเนนนม้ี ีอัตราของการคลอดลูกแฝดทคี่ ่อนข้างสงู

3 พนั ธุ์แองโกลนเู บียน( AngloNubian) แพะพนั ธทุ์ เ่ี กดิ จากการปรบั ปรงุ พนั ธุโ์ ดยผสมพนั ธร์ุ ะหวา่ งแพะอียิปต์พันธ์ุซาไร บแี พะอนิ เดยี พันธ์ุจามนาปารแี ละแพะจาก สวสิ เซอร์แลนดพ์ นั ธท์ุ อกเก็นเบิร์ก ซึ่งได้มีการการพัฒนาสายพันธุ์ในประเทศอังกฤษ เนื่องจากแพะพันธุ์แองโกล นูเบียนสืบเชื้อสายมาจากแพะในเขตร้อนจึงสามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพ อากาศรอ้ นได้ แพะพนั ธุ์แองโกลนูเบียนน้นั มสี หี ลายสีต้ังแตส่ ีดำน้ำตาลเทาและ สีขาว ลักษณะท่วั ไปเปน็ แพะขนาดใหญล่ ำตวั ยาวและกวา้ งเม่ือโตเต็ม ลักษณะ หัวโหนกนนู ใบหใู หญย่ าวและห้อยตกลง ดั้งจมกู โด่งและสันจมกู โคง้ งุ้ม ไม่มีต่ิง (Wattle) ใต้คอ ตัวผู้มักมีเคราแต่ตัวเมียไม่มี เขาจะมีลักษณะสั้นเอนแนบติดกบหลังหัวแพะพันธุ์นี้ให้นมเฉลี่ยประมาณวันละ 1 กิโลกรัมเฉล่ีย ประมาณ 300 กิโลกรัมตลอดระยะ 300 วัน แม่แพะมีอัตราของการคลอดลูกแฝดสูง ข้อดีของแพะพันธุ์นี้คือมีขนที่สั้นและนุ่มละเอียดเป็นมันจงึ สามารถทนทานและสามารถปรับตัวในสภาพอากาศร้อนไดด้ ีรวมทั้งแพะพันธุ์นีม้ ีชว่ งขายาวซึง่ เป็นลักษณะดที ี่จะช่วยทาให้การรีดนมง่ายอีกท้ังไม่ เส่ยี งต่อการเปน็ โรคเต้านมอกั เสบ พันธ์ุทอกเก็นเบิร์น (Toggenberg) มีถิ่นกำเนิดอยูในประเทศสวิสเซอร์แลนด์่เป็นแพะนมพันธุ์ที่มีรูปร่างขนาดกลาง มี ความสูงที่วัดจากหัวไหล่60-75 เซนติเมตร เพศผู้มีน้าหนกั ประมาณ 60กิโลกรมั และ เพศเมียหนักประมาณ 45 กิโลกรัม หัวมีลักษณะแบน ดั้งจมูกลาดตรง ไม่มีเครา ไม่มี เขาทง้ั ตัวผู้และตัวเมยี มตี งิ ใต้คอ่ ขนสน้ั มสี ไี ด้หลากหลายสตี ั้งแตน่ า้ ตาล นา้ ตาลแก่เทา แกมเหลือง มีสีขาวแซมที่ดั้งจมูกขอบใบหูปลายขาทั้ง4ข้าง และหาง ใบหูมีลักษณะที่ สั้นแต่ตั้งชัน และชี้ไปข้างหน้า แพะพันธุ์นี้มีข้อดีที่สามารถปรับตัวเข้ากับ สภาพแวดล้อมทีอ่ าศัยอยู่ได้ดมี ีนิสัยดีสงบ นุ่มนวล ไม่ขี้ตกใจ ซึ่งเป็นข้อดีที่ทาให้มีคน นยิ มเลย้ี งแพะพันธ์ุนี้กันมาก แต่กย็ ังไมเ่ ปน็ ทีแ่ พรห่ ลาย นักเมื่อเทียบกบั แพะนมพนั ธุ์ซาเนนและพันธ์แุ องโกลนูเบยี น แพะพ้นื เมือง (Native goats) แพะพันธุ์พ้ืนเมืองเปน็ แพะที่มีขนาดเลก็ มกี ารเลี้ยงและขยายพันธุ์กนั อย่างแพร่หลายในแถบ ชนบทในเขตภาคใต้ของประเทศไทย ลักษณะสีของลำตัวแพะ มีหลากหลายตั้งแต่สีเหลือง แดง น้ำตาลแดงน้ำตาลเข้ม ดำ หรืออาจมีลักษณะแบบสีผสม เช่น ขาวน้ำตาล ขาวดำ น้ำตาลดำ อาจพบลำตัวแพะมีลายจุด ลสย เป็นวง เป็นแต้ม หรือมีลายกระด่างกระดำ ลักษณะนิสัยค่อนข้างร่าเริงและมีความอดทนสูงต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาทิเช่น สภาพอากาศร้อน หรือความชื้นที่มีมากจากสภาพฝนตกชุกในเขต ภาคใต้ของไทย แพะ พ้ืนเมืองมขี นาดเล็กจงึ ทำใหป้ ราดเปรยี ว คล่องตวั ในการซอกแซกหากินใบไม้ตามพุ่มไม้และ ปีนป่ายคล่องแคล่ว เชื่อง ไม่ตื่นคนหากินเก่ง กินอาหารได้หลากหลาย แพะพื้นเมืองมีการ สันนิษฐานว่าการนำเข้ามาเลี้ยงได้มาจากสายพันธุ์แพะในประเทศอินเดียและประเทศ มาเลเซยี

4 การเลี้ยงแบบผูกล่าม การเลี้ยงแบบนี้ใช้เชือกผูกล่ามที่คอแพะแล้วนำไปผูกให้แพะหา หญ้ากินรอบบริเวณที่ผูก โดยปกติเชือกที่ใช้ผูกล่ามแพะมักมีความยาวประมาณ 5-10 เมตร การ เล้ยี งแบบนีผ้ ู้เลีย้ งจะตอ้ งมีนำ้ และอาหารแร่ธาตไุ ว้ให้แพะกินเป็นประจำดว้ ย ในเวลากลางคนื ก็ต้อง นำแพะกลบั ไปเล้ียงไว้ในคอกหรือเพิงที่มที ่หี ลบฝน การผกู ลา่ มแพะควรเลอื กพื้นท่ีท่ีมีร่มเงาท่ีแพะ สามารถหลบแดดหรอื ฝนไวบ้ า้ ง หากจะใหด้ ีเมื่อฝนตกควรไดน้ ำแพะกลบั เข้าเลย้ี งในคอก การเลย้ี งแบบปล่อย การเล้ยี งแบบปล่อยน้มี ักจะปล่อยแพะให้ออกหากินอาหารเองใน เวลากลางวนั โดยปกตมิ กั ปลอ่ ยแพะหากินอาหาร ตอนสายแล้วไล่ตอ้ นกลับเข้าคอกตอนเทีย่ ง หรือ ปล่อยแพะออกหากนิ อาหารกินตอนบา่ ยแล้วไล่ต้อนกลับเขา้ คอกตอนเย็น หากพน้ื ท่ีมีหญา้ อดุ ม สมบรู ณแ์ พะจะกินอาหารเพยี ง 1-2 ชัว่ โมงกเ็ พยี งพอแล้ว การเล้ยี งแบบผสมผสานกบั การปลูกพืช การเลีย้ งแบบน้ี ทำการเล้ียงได้ 3 ลักษณะ ทกี่ ล่าวข้างต้น แต่การเล้ยี งลกั ษณะน้ี จะเลี้ยงแพะปะปนไปกับการปลกู พืช เช่น ปลูกยางพารา ปลกู ปาลม์ น้ำมันและปลุกมะพรา้ ว ในภาคใต้ โดยให้แพะหากินหญ้าใต้ยางท่มี ีขนาดโตพอสมควร การเลี้ยงแบบนี้ทำใหเ้ ราไมต่ ้องออกแรงการเพาะปลูกเพยี งอยา่ งเดียว

5 การประมาณอายขุ องแพะสามารถดูได้จากฟนั ของแพะ แพะมีฟนั ลา่ ง 8 ซี่ ฟันแท้ของแพะ จะงอกข้นึ มาแทนฟันน้ำนมเป็นคู่ ตงั้ แต่อายุ 1 ปี ถงึ 4 ปี และหลงั จากแพะอายุได้ 4 ปี แลว้ ฟัน แท้จะคอ่ ยๆหลดุ ไปซ่ึงจะเข้าใจมากขนึ้ เม่ือดจู ากฟันของแพะ อายุประมาณ 13-15 เดือน ฟนั แทซ้ ีก่ ลาง 2 ซี่ งอกขน้ึ มาแทนฟันน้ำนม อายุประมาณ 18 - 21 เดือน ฟันแทอ้ ีก 2 ซ่ี งอกเพ่ิมขึน้ มาแทนฟันน้ำนม รวม เป็นฟันแท้ 4 ซี่ อายปุ ระมาณ 22 - 26 เดือน ฟันแท้อกี 2 ซง่ี อกเพม่ิ ข้ึนมาแทนฟนั นำ้ นม รวมเปน็ ฟนั แท้ 6 ซ่ี จึงเหลอื ฟันน้ำนม 2 ซ่ีอยู่ดา้ นขา้ ง ขา้ งละ 1 ซี่ อายุประมาณ 27 - 32 เดือน แพะจะมีฟันแทท้ ้ัง 8

6 เนอื่ งจากความต้องการทางโภชนาอาหารของแพะในแต่ละช่วงอายุ มคี วามต้องการที่ไม่เหมอื นกัน จงึ จดั ตามหลกั ความต้องการโภชนาอาหารได้ดงั น้ี แพะใหผ้ ลผลิต (แพะรดี นม) มีความต้องการอาหารขน้ ในสูตรโปรตนี 16% ไขมนั 2.5% ในปรมิ าณเฉลีย่ 800 – 1000 กรมั / ตัว/วนั โดยมีการแบ่งใหก้ ินวันละ 2ครั้ง ในเวลา เช้า-เย็น แพะรุ่น ช่วงอายุ 3เดอื น อาหารขน้ 2 % / น้ำหนกั ตวั ใช้อาหารขน้ สูตรโปรตีน 14-16% ไขมัน 2.5% แพะต้งั ท้อง ให้อาหารขน้ สตู รโปรตนี 16% ไขมัน2.5% ในอตั ราส่วน 2-2.5% ของนำ้ หนักตัว แพะพอ่ -แม่พนั ธ์ุ ให้อาหารขน้ สตู รโปรตนี 16% ไขมัน2.5% วนั ละ 200กรัม/วนั การเลย้ี งดูแม่พนั ธ์ุแพะ แพะพันธ์พุ ืน้ เมืองมกั เร่ิมเป็นสดั ต้งั แตอ่ ายุน้อย ๆ โดยอาการเปน็ สดั ของแพะ ตวั เมยี จะเป็นประมาณ 3 วนั หลังจากนน้ั จะเปน็ สดั ครั้งตอ่ ไปห่างจากคร้งั แรกประมาณ 21 วนั แพะตวั เมยี เริ่มใหไ้ ด้รับการผสมพันธุ์ เม่ืออายุ 8 เดอื น การผสมพันธุแ์ พะตวั เมียต้ังแต่อายุยงั น้อย ๆอาจทำให้แพะแคระแกร็นได้ หลังจากได้รบั การผสมพนั ธแุ์ ล้วอาจจะปลอ่ ยแพะตวั เมยี เข้าฝูงโดยไมต่ ้องใหก้ ารดูแลเปน็ พเิ ศษแต่ อยา่ งใด นอกจากแพะตวั เมียน้ันจะผอมหรือป่วย ถา้ แพะตัวเมยี ทีไ่ ด้รับการผสมพันธุ์แลว้ กลับมาเป็นสัดอีก ภายหลังจากผสมพันธุไ์ ปแล้ว 21 วนั ใหท้ ำการผสมพนั ธ์ุใหมห่ ากแพะตวั เมยี ยงั กลับเปน็ สดั ใหมอ่ ีก และพ่อ พันธ์แุ พะทใ่ี ช่ผสมมีความสมบูรณ์พันธุด์ ี กค็ วรจะคดั แพะตวั เมยี ทีผ่ สมไมต่ ดิ น้ที ้งิ เสีย การใหอ้ าหารแพะตง้ั ท้อง แมแ่ พะจำเป็นต้องนำอาหารไปเพอื่ บำรงุ ลกู ในทอ้ งและสะสมเปน็ ไขมันเพ่ือใชก้ ่อนคลอดอกี ดว้ ย ในกรณที ่ี เปน็ แม่แพะสาวซึ่งยังเตบิ โตไมเ่ ต็มท่ยี ังจำเปน็ ตอ้ งนำอาหารไปใชเ้ พ่ือการเติบโตของตนเองอีกดว้ ย แพะสาวน้ัน จงึ จะเจริญเตบิ โตได้ตามปกติจำนวนอาหารข้นสำหรับแม่แพะอมุ้ ท้องประมาณตัวละ 0.6-0.7 กก./วัน(โปรตีน

7 16-18%)ทั้งน้ีขึ้นอยูก่ ับสภาพท่ัวไปของแม่แพะ ให้หญ้าสดและหญ้าแหง้ คุณภาพดถี า้ เป็นแมแ่ พะทีร่ ดี นมอยู่ ควรหยดุ รีดนมก่อนครบกำหนดคลอด 6 สปั ดาห์ เม่อื ใกล้คลอด 4-5 วนั จะตอ้ งลดอาหารเมลด็ ธัญพชื โดยเพม่ิ รำข้าวแทน เพ่ือช่วยระบายท้อง การใหอ้ าหารแพะท่ีกำลังให้นม ขั้นตอนการให้อาหารแพะนมควรปฏบิ ตั ดิ ังน้ี 1. ลดอาหารขน้ ลงให้เหลือวนั ละ 0.2 กโิ ลกรมั /วนั กอ่ นคลอดหนง่ึ สปั ดาห์ 2. ให้อาหารขน้ วนั ละ 0.2-0.4 กโิ ลกรัม/วนั เปน็ เวลา 2 สัปดาห์ หลังจากคลอดลกู 3. หลงั จากคลอดลูกแล้ว 2 สปั ดาห์ ใหค้ อ่ ยๆ เพ่ิมอาหารข้นมากข้นึ ตามปรมิ าณน้ำนม ที่รดี ได้ คอื ประมาณ 0.3-0.5 กโิ ลกรัม/นำ้ นม 1 กิโลกรมั 4. เมื่อให้อาหารแม่แพะแลว้ ต้องคอยสังเกตว่าแมแ่ พะกนิ อาหารที่ให้น้นั หมดหรอื 5. ไม่ถา้ ไม่หมดใหล้ ดอาหารลงจนกระทั่งแม่แพะกนิ หมด การใหอ้ าหารแม่แพะรีดนมแยกใหท้ ลี ะตัว และใหใ้ นขณะรีดนม การให้อาหารลกู แพะ ลกู แพะต้ังแต่แรกเกิดจนถึงหย่านมสามารถเลีย้ งโดยให้ดูดนมแมโ่ ดยตรงรดี ให้กนิ หรอื เล้ียงด้วยนมเทยี ม แต่จะโดยวิธใี ดก็ตามลกู แพะต้องไดร้ บั นมนำ้ เหลอื งจากแม่นานประมาณ 3-4 วนั การเลีย้ งลูกแพะด้วยนมเทยี ม ให้ปฏบิ ัติดังนี้ 1. อ่นุ นมทลี่ ะลายนำ้ แล้ว ให้มอี ุณหภมู ิ 40 องศาเซนเซียส กอ่ นให้ลูกแพะกินทุกครั้ง 2. ลา้ งขวด หวั นม และจานใส่นมให้สะอาด หลังจากลูกแพะกินนมแล้วทกุ ครั้งไป 3. ให้ลกู แพะกินนมเทยี ม ประมาณวันละ 0.7-0.9 ลติ ร โดยแบ่งใหเ้ ปน็ 3-5 ครง้ั ตั้งแต่เกิด จนกระทง่ั อายุ 2 สปั ดาห์ 4. เริม่ ใหอ้ าหารลูกอ่อน (Calf Starter) เมอื่ ลกู แพะอายุได้ 3-4 สัปดาห์ แลว้ ค่อยๆ เพ่มิ ปรมิ าณ อาหารขน้ ตามทล่ี ูกแพะกินแล้วทอ้ งไม่เสีย 5. ควรใหล้ กู แพะหยา่ นมเมือ่ อายุ 3 เดือน (Weaning age) หรือหยา่ นมเม่ือลูกแพะสามารถกินหญ้า แห้งและอาหารขน้ ได้มากแลว้ การดูแลลกู แพะ

8 ควรใหล้ กู แพะกนิ นมน้ำเหลืองของแมแ่ พะและปล่อยให้ลกู แพะได้อยู่กบั แมแ่ พะ 3-5 วนั ถา้ ต้องการ รดี นมแพะก็ใหแ้ ยกแมแ่ พะออก ระยะนเี้ ลย้ี งลูกแพะด้วยหางนมละลายนำ้ ในอตั ราสว่ นหางนม 1 ส่วน ตอ่ นำ้ 8 ส่วน การให้อาหารลกู แพะในระยะต่าง ๆ สามารถดไู ดจ้ ากตารางในเรื่องการให้อาหาร ซ่ึงจะ ได้กล่าวตอ่ ไป เกษตรกรไทยโดยทวั่ ไป มกั ไม่ได้แยกลกู แพะออกจากแม่ตั้งแตเ่ ล็ก สว่ นใหญจ่ ะปล่อย ลูกแพะให้อยู่กบั แมแ่ พะจนมันโต ซงึ่ ด้วยเหตนุ ีจ้ งึ ทำใหแ้ ม่แพะมกั ไมส่ มบูรณ์และผสมพันธ์ุ ไดช้ ้า เพราะแมแ่ พะไม่ค่อยเป็นสัด ดงั น้นั ทางที่ดีหากเกษตรกรยงั ให้ลกู แพะอยู่กับแมแ่ พะต้ังแต่เล็ก ๆ กค็ วร แยกลูกแพะออกจากแม่แพะเม่อื ลูกแพะมีอายุได้ประมาณ 3 เดือน ลกู แพะทมี่ ีอายุ 3 เดือน เรา สามารถทำการคดั เลือกไว้เป็นพอ่ -แม่พันธ์ุแพะตวั ผทู้ ่ีไม่ต้องการผสมพันธกุ์ ็ทำการตอนในระยะน้ี หาก ไม่ต้องการใหแ้ พะมเี ขาก็อาจกำจดั โดยจีเ้ ขาดว้ ยเหล็กร้อนหรือสารเคมีกไ็ ด้ การใหอ้ าหารแพะรนุ่ แพะรนุ่ ควรให้อาหารในปริมาณท่ีเพียงพอต่อการดำรงชวี ิตสรา้ งความเจรญิ เตบิ โตแตต่ ้องไม่มากจนอว้ นถ้า มอี าหารหยาบคณุ ภาพดีมีพน้ื ทีม่ ากพอให้แพะรนุ่ ไดอ้ อกกำลงั กายจะช่วยเสรมิ สร้าง ใหแ้ พะรนุ่ โตเรว็ ข้นึ และควรให้อาหารข้นรว่ มดว้ ยประมาณ 0.12-0.7 กก. (โปรตีน 20%) มากหรือนอ้ ย ขึน้ อยกู่ ับคณุ ภาพของหญา้ ที่กิน การให้อาหารพ่อพันธ์ุแพะ แพะพ่อพันธ์ทุ ี่ไม่ได้ใชผ้ สมให้กนิ หญ้าในแปลงอย่างเดียวก็พอแล้วถา้ ไม่มแี ปลงหญา้ คณุ ภาพดี อาจใชห้ ญ้า แหง้ คุณภาพดเี ลย้ี งแทนแตค่ วรใหอ้ าหารขน้ เสรมิ ดว้ ย ประมาณวันละ 0.7 กก. แตต่ ้องดแู ลอยา่ ให้พ่อแพะ อว้ นพ่อแพะก่อนปล่อยคมุ ฝงู 2 สปั ดาห์ให้อาหารขน้ วันละ 0.5-0.9กก.และให้กนิ ไปตลอดฤดูกาลจนกว่าจะงด ผสมพนั ธุใ์ ห้พ่อพนั ธไ์ุ ด้ออกกำลงั กายสมำ่ เสมอ มแี ร่ธาตุให้เลยี กนิ ตามชอบ จดั นำ้ สะอาดใหก้ ินตลอดเวลา

โ ค ร ง ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ ชุ ม ช น ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร เ ลี ย ง แ พ ะ ตํา บ ล ส้ า น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook