Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พัฒนาการทางทวีปยุโรป

พัฒนาการทางทวีปยุโรป

Published by student9009, 2020-07-02 10:28:20

Description: พัฒนาการทางทวีปยุโรป

Search

Read the Text Version

พฒั นาการของทวปี ยโุ รป

พฒั นาการทางดา้ นการปกครอง ในอดีตดินแดนส่วนใหญ่ของทวปี ยโุ รปมีกษตั ริยเ์ ป็นประมุขสูงสุด แมแ้ ต่ในสมยั กรีก เมื่อกวา่ ๕๐๐ ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช การปกครองแบบกษตั ริยก์ เ็ ป็นที่รู้จกั กนั แพร่หลาย เม่ือจกั รวรรดิโรมนั ล่มสลายลงใน ค.ศ. ๔๗๖ ยโุ รปไดเ้ ขา้ สู่ยคุ กลาง (ค.ศ. ๔๗๖-๑๔๙๒) ท่ีระยะแรกๆบา้ นเมืองแตกแยกจากการเขา้ รุกรานของชนเผา่ กอท (Goth) หรือชนเผา่ เยอรมนั ท่ี อพยพลงมาจากตอนเหนือ เกิดเป็นระบอบการปกครองแบบฟิ วดลั (feudalism) หรือการปกครองแบบกระจาย อานาจการปกครองตกอยใู่ นมือของขนุ นางเจา้ ของท่ีดิน และมีการใชก้ ฎหมายจารีตประเพณี เยอรมนั อยา่ งไรกด็ ีกษตั ริยก์ ย็ งั คงไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นเจา้ ของแผน่ ดินและเป็นพระประมุข (แต่ไม่มีอานาจ) แต่ในปลายสมยั กลางกษตั ริยต์ ่างสามารถสถาปนาอานาจปกครองแบบรวมศนู ยอ์ านาจ และสร้างรัฐชาติ (nation state) ท่ีรวมดินแดนต่างๆ เขา้ เป็นชาติเดียวกนั ได้ ซ่ึงพระราชอานาจใน การปกครองของกษตั ริยใ์ นดินแดนต่างๆ มีพฒั นาการท่ีแตกต่างกนั เช่น

ระบอบกษตั ริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ในองั กฤษ พระเจา้ จอหน์ (ค.ศ.๑๑๙๙-๑๒๑๖) ทรงยอมรับแมกนาคาร์ตาหรือมหากฎบตั รที่ ขนุ นาง พระ พ่อคา้ และประชาชนรวมตวั กนั บีบบงั คบั ใหย้ อมรับขอ้ ตกลงที่เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ในการจากดั พระราชอานาจไม่ใหใ้ ชอ้ านาจเกินขอบเขตในการเกบ็ ภาษีอากร การลงโทษ และอื่นๆ ต่อมาไดเ้ กิดรัฐสภา ที่ประกอบดว้ ย สภาขนุ นาง (House of Lords) และ สภาสามญั (House of Commons) ท่ีมีส่วนในการลดอานาจของกษตั ริย์ ระบอบกษตั ริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ฝร่ังเศสใน ค.ศ. ๑๖๑๔ หลงั สงครามกบั สเปน สภาฐานนั ดร (Estates General) ซ่ึงเป็นตวั แทนของ ชนช้นั ต่างๆ ไดป้ ระกาศยบุ ตวั และประกาศให้ “อานาจอธิปไตรสูงสุดเป็นของกษตั ริยเ์ พราะทรงเป็นผู้ ไดร้ ับมงกฎุ จากพระเป็นเจา้ ” จึงทาใหไ้ ม่มีการเรียกประชุมสภาฐานนั ดรอีกเป็นเวลา ๑๗๕ ปี ทาใหก้ ษตั ริยฝ์ รั่งเศสไม่มีสภาที่จะควบคุมการใชพ้ ระราชอานาจ อานาจของกษตั ริยจ์ ึงไดเ้ พมิ่ พูนข้ึนอีก ลกั ษณะของระบอบการปกครองที่มีกษตั ริยเ์ ป็นศนู ยก์ ลางแห่งอานาจดงั กล่าวน้ีกไ็ ดร้ ับการ พฒั นาข้ึนในปรัสเซีย และประสบความสาเร็จในออสเตรีย รัฐเซีย ไดม้ ีการเรียกช่วงระยะเวลาดงั กล่าว วา่ ยคุ แห่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Age of Absolutism) อยา่ งไรกด็ ี ในคริสตศ์ ตวรรษที่ ๑๙ อานาจของกษตั ริยเ์ ริ่มถูกต่อตา้ น มีการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ จากการแพร่ขยายของลทั ธิเสรีนิยมและชาตินิยม ทาใหร้ ูปแบบการปกครองประเทศต่างๆ มีการ เปล่ียนแปลง เกิดการปฏิวตั ิในดินแดนต่างๆ ทว่ั ยโุ รป รัฐสภาจึงมีบทบาทสาคญั และกษตั ริยต์ อ้ งตกอยู่ ภายใตอ้ านาจการควบคุมของรัฐสภา

ระบอบการปกครองในทวปี ยุโรปในปัจจุบนั ๑) ระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบที่เนน้ ความเป็นปัจเจกบุคคลนิยม (individualism) เหตุผล นิยม (rationalism) และเสรีภาพ (freedom) หลกั การสาคญั ของแนวความคิดประชาธิปไตย คือ สิทธิ เสรีภาพของประชาชน ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคภายใตก้ ฎหมาย ๒) ระบอบเผดจ็ การคอมมวิ นิสต์ เป็นระบอบการปกครองท่ีอา้ งอุดมการณ์ของลทั ธิมากซ์ในการ สร้างสงั คมที่ปราศจากชนช้นั และมีความเสมอภาคกนั ในดา้ นต่างๆ

พฒั นาการทางเศรษฐกิจ ในยคุ กลางชาวไร่ชาวนาส่วนใหญ่ต่างสูญเสียอิสรภาพ ตอ้ งอยใู่ นสังกดั ของขนุ นางเจา้ ของที่ดินและ ดารงชีวติ อยใู่ นเขตท่ีดินในปกครองของขนุ นาง และเป็นที่เพาะปลูกและอยอู่ าศยั เศรษฐกิจในเขตแมเนอร์เป็นเศรษฐกิจพอเล้ียงตนเอง (self-sufficient economy) ก่อนที่ยโุ รปจะฟ้ื นตวั จนสามารถสร้างความเป็นปึ กแผน่ และปลอดภยั จากการรุกรานของพวกอนารยชน จานวนประชากรไดเ้ พิม่ มาก ข้ึนและสามารถผลิตสินคา้ เพ่ือการคา้ ขายท้งั ภายในประเทศและส่งออกได้ ในช่วงระยะเวลาดงั กล่าวเมืองกลายเป็นที่ต้งั ของศนู ยก์ ลางการคา้ และเศรษฐกิจ องคก์ รการคา้ และองคก์ ร ช่างฝีมือแต่ละประเภท กลายเป็นที่ฝึ กงานเพื่อพฒั นาฝีมือ เกิดระบบทุนนิยม (capitalism) ต่อมาทาใหพ้ ่อคา้ ที ร่ารวยซ่ึงเป็นผมู้ ีอิทธิพลท้งั ในดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม และการปกครอง เศรษฐกิจการคา้ ของชาติตะวนั ตกมีการ ขยายตวั มากยงิ่ ข้ึนเม่ือเกิดการคา้ ขายในระดบั โลก เศรษฐกจิ แบบพาณชิ ยนิยม โดยรัฐเขา้ ควบคุมอุตสาหกรรมและการคา้ ภายในประเทศ ส่งเสริมการดาเนิน ธุรกิจของพอ่ คา้ จากความเชื่อวา่ การควบคุมและการดาเนินธุรกิจต่างๆ จะทาใหร้ ัฐมน่ั คง ดงั น้นั จึงถือเป็น หนา้ ท่ีและความจาเป็นของรัฐที่จะดาเนินการเพอ่ื เป็นเจา้ ของทรัพยากรต่างๆ เศรษฐกจิ แบบทนุ นิยม ดา้ นเศรษฐกิจน้นั ดาเนินนโยบายภายในท่ีรัฐบาลไม่ควรเขา้ ไปกา้ วก่ายกบั การคา้ การคา้ เสรีดงั กล่าวไดร้ ับการสนบั สนุนนายทุน อีกท้งั สอดคลอ้ งกบั ลทั ธิเสรีนิยม จึงทาใหเ้ กิดการสะสมทุน การลงทุน และขยายทุนอยา่ งกวา้ งขวาง โดยรัฐใหก้ ารสนบั สนุนและออกกฎหมายต่างๆ เพือ่ คุม้ ครองสิทธิ เสรีภาพในการทาธุรกิจและการคา้ ในโลกปัจจุบนั ระบบทุนนิยมและแนวคิดไลส์เซ แฟร์ และการคา้ เสรีกย็ งั คงเป็นนโยบายเศรษฐกิจท่ี สาคญั ของประเทศประชาธิปไตย โดยรัฐเขา้ มามีบทบาทในดา้ นการวางนโยบาย การควบคุมคุณภาพและ วธิ ีการผลิต ตลอดจนการดูแลในเรื่องสวสั ดิการของผใู้ ชแ้ รงงานดว้ ย เศรษฐกจิ แบบสังคมนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจท่ีพฒั นามาจากแนวความคิดของคาร์ล มากซ์ นกั สังคมนิยมท่ีมี ชื่อเสียงของยโุ รป เกิดข้ึนกลางคริสตศ์ ตวรรษที่ ๑๙ เพอื่ ตอบโตก้ ารขยายตวั ของลทั ธิทุนนิยมและการเอารัดเอา เปรียบชนช้นั แรงงาน เขาตอ้ งการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เสมอภาค คือ การยกเลิกกรรมสิทธ์ิทรัพยส์ ินส่วน บุคคล และใหม้ ีการจดั การทางการผลิตโดยชนช้นั แรงงาน ซ่ึงชนช้นั แรงงานจะใชอ้ านาจเผดจ็ การในการ ปกครองเพอื่ ผลกั ดนั นโยบายสงั คมนิยมใหบ้ รรลุผลสาเร็จ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook