Basic Electronics 03 Diode Applications DK 1 Chapter 3 Diode Applications Diode Applications 2
เน้ือหา : การวเิ คราะหเ สน โหลด การประมาณไดโอด ไดโอดใน วงจรอเิ ล็กทรอนกิ สท างดิจิตอล วงจรเรยี งกระแส วงจรขลิบสญั ญาณ วงจรแคลมป สญั ญาณ วงจรทวแี รงดนั ซีเนอรไดโอด Diode Applications 3 บทนาํ การวเิ คราะหวงจรไดโอด จะนิยมใชว งจรสมมลู (Equivalent Circuit) เพื่อใหการวิเคราะหกระทาํ ไดโดยงา ย โดยทวั่ ไปวงจรสมมลู แบบ Ideal และ Simplifiy ก็ เพียงพอเน่ืองจากยังคงใหผ ลลัพธท่ใี กลเคยี งกับไดโอดจริง เราสามารถใชก ราฟลักษณะสมบตั ิ (Characteristic) ของ ไดโอดจริง ท่ีไดจากโรงงานผูผลิต มาวิเคราะหเพ่ือหาผลลัพธไ ด เชน เดียวกัน โดยวธิ ีทางกราฟ ซง่ึ จะไดคาที่ถูกตองมากกวา แต ยุง ยากกวา Diode Applications 4
การวิเคราะหเสน โหลด (LOAD-LINE ANALYSIS) การวเิ คราะหเชิงกราฟฟก (Graphic Approach) การวเิ คราะหเ ชิงกราฟฟกเพ่ือหาจุดทาํ งาน (Point of Operation) หรือ จดุ สงบ (Quiecent Point) ของวงจร จะไดก ราฟลักษณะสมบตั ขิ องวงจรดงั รูป (b) กราฟลักษณะสมบตั ขิ อง วงจร จะประกอบดวย กราฟสองเสน คือ 1. Diode Characteristic 2. Load Line จดุ ตดั ของสองเสน คือ Operating Point (a) วงจร ไดโอดแบบอนกุ รม (b) ลกั ษณะสมบตั ขิ องวงจร Diode Applications 5 เสนกราฟ Diode Characteristic ไดม าจากขอมลู ใน Data Sheet ของไดโอดเบอรนนั ๆ จากโรงงานผูผ ลิต เสน Load line หาไดโ ดยพิจารณาจากวงจร การวาดเสน Load Line โดยใช KVL E = VD+IDR 1. หาจุดตัดในแนวแกน X (VD) เมือ่ ID = 0 --> VD = E 2. หาจุดตดั ในแนวแกน Y (ID) เมื่อ VD = 0 --> ID = E/R 3. ลากเสน ตรงระหวา งจดุ ตัด Diode Applications จุดตัดของสองกรฟคือ จุดทํางาน (Operating Point) ซึ่ง เปน คาแรงดันท่ีตกครอม (VDq) ไดโอด และกระแสทไ่ี หลผาน (IDq) 6
ตัวอยางท่ี 1 วงจรดังรูป (a) มีลักษณะสมบตั ิของไดโอดดังรูป (b) จงหา (a) VDQ และ IDQ (b) VR Diode Applications 7 วิธที ํา วาดเสนโหลดลงไปในกราฟ ลักษณะสมบตั ขิ อง ไดโอด (a) หาจดุ ตดั ของเสนโหลดท่ี แกน X และ Y จดุ ตดั คือ Q-point ดงั น้นั ท่ี VD = 0V VDq = 0.78 V ID = E/R = 10V/1kΩ = 10 mA Idq = 9.25 mA ท่ี ID = 0A (b) หา VR VD = E = 10 V VR = IDR = 9.25mAx1kΩ = 9.25 V Diode Applications 8
ตัวอยา งท่ี 2 9 เชนเดยี วกับ ตัวอยางที่ 1 แตเปล่ียนคา R = 2 kΩ. จุดตัดบนแกน X : ID = E/R = 10V/2kΩ = 5 mA จุดตัดบนแกน Y : VD = E = 10 V (a) Q-point VDQ = 0.7 V IDQ = 4.6 mA (b) VR VR = IDQR = 4.6mAx2 kΩ = 9.2 V Diode Applications การวเิ คราะหวงจรไดโอด โดยใชว งจรสมมูลอยางงาย การวเคราะหว งจรโดยใชก ราฟจริงจะยงุ ยากในการไดก ราฟของ ไดโอดแตละตัว ซึ่งเราสามารถทําใหงายไดโดยใชก ราฟวงจรสมมลู อยางงาย (Simplified Equivalent Circuit) Diode Applications 10
ตวั อยางที่ 3 จากตัวอยางที่ 1 ใหหาจดุ ทาํ งานของวงจรโดยใช แบบจําลองวงจรสมมลู อยางงาย (Simplified Equivalent Circuit) ของ Si ไดโอด Diode Applications 11 วิธที าํ 1. วาดกราฟ Simplified Equivalent Circuit เปนเสนตรง ต้งั ฉากกับแกน X ท่ี VD=0.7V และ ID=0mA เมือ่ VD< 0.7V 2. ลากเสน ตรง Load Line โดยหาจดุ ตัดแกน X,Y เหมอื น ตวั อยางท่ี 1 3. จดุ ทาํ งาน คือจดุ ตัดของเสน ท้ังสอง ดังนั้น Q-Point คอื Idq = 9.25mA VDq = 0.7V Diode Applications 12
การวเิ คราะหวงจรไดโอด โดยใชแบบจําลองไดโอดอุดมคติ ในหลายกรณีการวิเคราะหว งจร กน็ ิยมใชแบบจําลองอุดมคติ (Ideal Diode Model) ถาระดบั แรงดันในวงจรมีคา สูง เนื่องจะไมม ีผลกระทบของ ความผดิ พลาดจากนกั Diode Applications 13 ตัวอยางที่ 4 วิธีทํา เชนเดียวกับตัวอยา งท่ี 1 ใหหาจุด 1. วาดกราฟ Ideal Diode Model เปน ทาํ งาน โดยใช Ideal Diode Model เสนตรง ตง้ั ฉากกบั แกน X ท่ี VD=0V และ ID=0mA เม่ือ VD< 0V 2. ลากเสนตรง Load Line โดยหา จดุ ตัดแกน X,Y เหมอื น ตัวอยางท่ี 1 3. จุดทาํ งาน คือจดุ ตัดของเสน ท้ังสอง ดังน้นั Q-Point คือ Idq = 10 mA VDq = 0 V Diode Applications 14
การวิเคราะหว งจรโดยวธิ ีการทางคณิตศาสตร ประมาณไดโอด (DIODE APPROXIMATIONS) ในการวิเคราะหโดยวิธีการคํานวณ จะใชการประมาณ ซ่งึ ผลลัพธที่ไดใกลเคยี ง ความจรงิ ในระดบั ท่ียอมรับได วงจรอนุกรมไดโอดดังรูป (a) ถา R >> rac จะสามารถใขกราฟไดโอดดังรปู (b) ได (a) (b) 15 Diode Applications การประมาณไดโอดแบบ ซลิ ิกอนและเยอรมันเนยี ม เมื่อไดโอด ON จะเปรียบเปน แหลง จายแรงดันขนาด 0.7V (Si) หรือ 0.3 V(Ge) Diode Applications เม่ือไดโอด OFF จะเปรียบเสมือนวงจร เปด (Open Circuit) 16
การประมาณไดโอดแบบอุดมคติ เม่ือไดโอด ON จะเปรียบเสมือนเปน วงจรปด (Close Circuit) เม่อื ไดโอด OFF จะเปรียบเสมือนวงจรเปด (Open Circuit) Diode Applications 17 ขอ พจิ ารณาในการวิเคราะหว งจรไดโอด * แรงดนั เทรสโฮลด (Thredhold, VT) คอื ระดับแรงดนั ไบแอส เดนิ หนา ท่ีทาํ ใหไดโอด ON โดยที่ Ge มี VT ≅ 0.3 V และ Si มี VT ≅ 0.7 V * เมือ่ ไดโอด ON แลว แรงดนั ครอ มไดโอด จะคงทเ่ี ทากบั VT แม จะมกี ารเพ่ิมแหลงจายแรงดันในวงจร * เม่ือไดโอด ON สามารถเขียนแทนไดโอดไดดวย แหลง จาย แรงดัน VT โดยข้วั บวกอยทู ่ขี าแอโนดของไดโอด Diode Applications 18
การพิจารณาสถานะของไดโอดในวงจร 1. แทนท่ีตําแหนง ไดโอดดว ย ความตา นทานที่สูงมากๆ 2. คาํ นวณวาตาํ แนงไดโอดมีกระแสไหลทศิ ทางใดและแรงดันครอมมคี า เทาใดโดยที่ i. ถา กระแสไหล Forward และ แรงดันครอมมากกวา 0.7 Volt ถือวา ไดโอด ON ii. ถากระแสไหล Forward และ แรงดนั ครอ มนอยกวา 0.7 Volt หรือ กระแสไหล Reverse ถอื วา ไดโอด OFF 3. แทนที่ตําแหนง ไดโอดดวย i. แหลงจา ยแรงดัน 0.7 โวลท ถาไดโอด ON ii. Open Circuit ถาไดโอด OFF Diode Applications 19 ตวั อยาง a R1=1K Ω R1=1KΩ + + ID + R D=1MΩ VO 5.0 VD + - - - 5.0V - พสิ จู นการ ON R1=1KΩ + ++ VO กระแส ID Forward 5.0V VD=0.7V - แรงดัน VD = 5 V > 0.7 V -- น่นั คือ ไดโอด ON Diode Applications 20
ตัวอยา ง b R1=1KΩ R1=1KΩ + 0.5V + + ID + RD=1MΩ - VO 0.5V VD - - - พสิ ูจนการ ON < 0.7 V R1=1K Ω + กระแส ID Forward + V-O แรงดัน VD = 0.5 V 0.5V - นน่ั คอื Diode OFF Diode Applications 21 ตวั อยาง c R1=1KΩ R 1=1KΩ - 5.0V + - ID + R=D 1M Ω + VO 5.0 VD - + - กระแส ID Reverse R1=1K Ω + แรงดัน VD = -5.0V - V-O Diode OFF 5.0V Diode Applications + 22
ตัวอยา ง d R1=10K R1=10kΩ Ω + 5.0V R1=1KΩ + ID + RD= R2 5.0V VD 1MΩ 1kΩ - -- กระแส ID Forward R1=10kΩ R1=1KΩ แรงดัน VD 23 จาก R/ = 1MΩ//1kΩ ≅ 1kΩ + 5.0V VD = 5.0Vx(R/ /R1+ R/ ) = 5.0x(1kΩ/11kΩ) - ไดโอด OFF Diode Applications ตวั อยา งท่ี 5 สาํ หรับวงจรอนุกรมของไดโอดดังรูป จงหา VD, VR, และ ID Diode Applications 24
วิธีทํา เน่อื งจากระดับแรงดนั 0.5V นอยกวาแรงดันเทรสโฮลดของไดโอดแบบซลิ กิ อน ทําใหไดโอด ไม ON ดังน้ัน ID = 0 A VR = IDR = (0 A) 1.2 kΩ =0V แรงดันครอ มไดโอด VD = E = 0.5 V Diode Applications 25 ตัวอยา งท่ี 6 จงคํานวณหา ID1, VD2, และ Vo สําหรับวงจรในรปู Diode Applications 26
วิธีทํา 27 ไดโอด D2 จะ OFF เนอื่ งจากถูกไบแอสยอนกลับ ดังนัน้ ID1 = 0 A และ Vo = IDR =0V และ VD2 = E-VD1-Vo = 12 V - 0 - 0 = 12 V ดงั นั้น VD1 = 0 V Diode Applications ตวั อยางท่ี 7 จงคาํ นวณหากระแส I1, I2, และ ID2 ของวงจรในรปู วธิ ีทํา แหลงจายแรงดันตอ ใหล ักษณะทาํ ให ไดโอด ไบแอสเดนิ หนา และแรงดนั คลอม D2 มากพอท่ี ทําให D2 ON ดงั นนั้ D1 และ D2 ON Diode Applications 28
Diode Applications จาก KVL E = V2+VT1+VT2 ดังนนั้ V2 = 20-0.7-0.7 V = 18.6 V และ I2 = V2 /R2 = 18.6 V/ 5.6 kΩ = 3.32 mA และ I1 = VT2/R1 = 0.7 V/3.3kΩ = 0.212 mA และ ID2 = I2 - 11 = 3.32mA-0.212mA = 3.108 mA 29 ไดโอดในวงจรอิเล็กทรอนิกสท างดจิ ิตอล เกตแบบออร (OR GATES) ตารางความจรงิ ของ OR gate Input1 Input2 Output 000 011 101 111 จากวงจร Output จะไดเ ปน 1 ถา Input ใด Input หนงึ่ เปน 1 30 Diode Applications
ตัวอยางท่ี 8 จงหาแรงดันเอาทพุต Vo และกระแสทไ่ี หลผาน I สาํ หรบั วงจรในรูป วิธีทาํ ไดโอด D1 จะ ON เน่อื งจากมี กระแสไหลจากแหลงจาย E ผาน R ลงกราวด ไดโอด D2 OFF หมายเหตุ วงจรนเี้ ปน การตอให Input1 เปน 1, Input2 เปน 0 31 โดยท่ี Logic 1 ประมาณ 10V และ Logic 0 ประมาณ 0 โวลท Diode Applications ดงั นั้นทีเ่ อาทพตุ 32 Vo = E-VD = 10-0.7 = 9.3 V น่นั คือ VO มีลอจกิ เปน 1 และ I = Vo/R = 9.3V/1kΩ = 9.3mA Diode Applications
เกตแบบแอนด (AND GATE) ตารางความจริง AND gate Input1 Input2 Output 000 010 100 111 จากวงจร Output จะไดเปน 0 ถา Input ใด Input หน่ึง เปน 0 33 Diode Applications ตวั อยางท่ี 9 จงหา Vo สาํ หรับเกตแบบ AND ของรูป ดงั รปู วิธีทํา จากวงจร ไดโอด D1 OFF ไดโอด D2 ON หมายเหตุ วงจรนเ้ี ปนการตอให Input1 เปน 1, Input2 เปน 0 34 โดยที่ Logic 1 ประมาณ 10V และ Logic 0 ประมาณ 0 โวลท Diode Applications
ที่เอาทพุต 35 Vo = 0.7 นั่นคอื VO มีลอจิกเปน 0 และ I = (E-Vo)/R = 9.3V/1kΩ = 9.3mA Diode Applications วงจรเรียงกระแส (RECTIFIER) เปนวงจรท่ใี ชเปลีย่ นไฟฟากระแสสลับ ใหเปนไฟฟากระแสตรง โดยเอาทพตุ ที่ได จะเปน สัญญาณ DC มีลักษณะเปนชว งๆ เรยี กวากระแสตรงแบบพลั ส (Pulsating DC) แยกออกเปน 1. วงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคลื่น (HALF-WAVE RECTIFIER) 2. วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลน่ื (FULLLF-WAVE RECTIFIER) Diode Applications 36
วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลืน่ (Half-Wave Rectifier) Diode Applications 37 38 ชว งนาํ กระแส (t = 0 -> T/2) ชว งไมนาํ กระแส (t = T/2 -> T) Diode Applications
สญั ญาณเรียงกระแสแบบครึง่ คล่นื คา เฉลี่ยของสัญญาณเอาทพ ุตคือ การอินทเิ กรต Vo ซง่ึ เทา กับ Vdc = 0.318 Vm Diode Applications 39 ผลกระทบของแรงดันเทรสโฮลด เมือ่ คิดคาแรงดันเทรสโฮลของไดโอด VT จะทําใหคาเฉลี่ย 40 ของแรงดันเอาทพตุ เทากับ VDC = 0.318 (Vm - VT) Diode Applications
ตัวอยา งท่ี 10 จงวาดเอาทพุต Vo และคํานวณระดับแรงดนั DC ของ เอาทพ ตุ สําหรบั วงจรในรูป Diode Applications 41 42 วิธีทาํ VDC = -0.318Vo = -0.318(20 V) = -6.36 V Diode Applications
แรงดันยอนกลบั คายอด (Peak Inverse Voltage, PIV) บางครัง้ เรียกวา peak reverse voltage, PRV หมายถงึ อัตราพกิ ัดแรงดนั ยอนกลบั สูงสุดทไ่ี ดโอดสามารถจะทนได ซึง่ เปน คุณสมบัตขิ องไดโอดแตละตวั การพิจารณาวา ไดโอดในวงจรจะรบั ภาระแรงดันยอนกลับเทาไร ตองพิจารณาเมื่อ ไดโอด OFF และมีแรงดันยอนกลับสงู สดุ Diode Applications 43 วงจร Halfwave Rectifier ดังรูป ไดโอดจะมเี จอภาระแรงดันยอนกลับ สูงสุดเทา กับ Vm ดังนั้นตองเลือกใช ไดโอดทีม่ คี า PIV ณ Vm 44 Diode Applications
วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื แบบบลิดจ (BRIDGED FULL- WAVE RECTIFER) Diode Applications 45 46 ชวงเวลา (t = 0 -> T/2) vi เปน บวก ชว งเวลา (t = T/2 -> T) vi เปน ลบ Diode Applications
สัญญาณเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืนแบบบลิดจ คาเฉลย่ี ของสัญญาณเอาทพตุ คือ การอินทิเกรต Vo ซ่งึ เทา กบั 47 VDC = 2(0.318)Vm หรอื VDC = 0.636Vm Diode Applications ผลกระทบของแรงดันเทรสโฮลด ผลกระทบจะเปน สองเทา เน่ืองจากกระแสไฟฟา ไหลผานการไบแอสเดนิ หนา ไดโอด 2 ตัว เมอ่ื คดิ คาแรงดันเทรสโฮลของไดโอด VT จะทําใหค าเฉลี่ยของแรงดนั เอาทพตุ เทากับ VDC = 0.636(Vm - 2VT) Diode Applications 48
แรงดนั ยอ นกลบั คา ยอด (Peak Inverse Voltage, PIV) เชน เดียวกันการพจิ ารณาวา ไดโอดในวงจร แบบบลิดจ จะรบั ภาระแรงดนั ยอนกลบั เทา ไร ตอ งพจิ ารณาเมื่อ ไดโอด OFF และมแี รงดนั ยอนกลับสงู สดุ จากรูปจะมีแรงดันยอนกลบั ครอม Diode มากที่สุดคอื แรงดนั คลอม VR = Vm ดงั นัน้ ตองเลือกใช ไดโอดทีม่ ีคา PIV ณ Vm Diode Applications 49 วงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบหมอ แปลงเซ็นเตอรแทป็ (Center-Tapped Transformer Full-wave Rectifier) หมอแปลงแบบเซ็นเตอรแทป็ (CT) จะมี ขวั้ ท่ีขดลวดทุตยิ ภูมิ (Secondary Coil) 3 ขั้ว โดยข้ัวหนึง่ จะตอมาจากตรงกลางของขดลวด Diode Applications 50
ชวงเวลา (t = 0 -> T/2) vi เปนบวก 51 ชว งเวลา (t = T/2 -> T) vi เปน ลบ Diode Applications สญั ญาณเรียงกระแสแบบเต็มคล่นื ของวงจรหมอแปลงเซ็นเตอรแ ทป คา เฉลี่ยของสัญญาณเอาทพ ุตจะเหมือนกบั การใชว งจรบลดิ จ 52 VDC = 0.636Vm Diode Applications
แรงดนั ยอ นกลับคายอด (Peak Inverse Voltage, PIV) ในขณะทีไ่ ดโอด OFF แรงดันครอมไดโอด จะเทากบั แรงดันที่ขดลวดทุติยภมู ิ (Primary Coil) ของหมอ แปลง บวกกับแรงดนั ทคี่ รอมตัวตานทาน R ดังนั้นตองเลอื กใช ไดโอดทม่ี ีคา PIV ณ 2Vm Diode Applications 53 วงจรขลบิ สัญญาณ (CLIPPER CIRCUIT) เปนวงจรทีต่ ัดสัญญาณบางสวนออกไปโดยไมทําใหส ญั ญาณทีเ่ หลือมี การบิดเบือน แบง ออกไดเ ปน 2 แบบ คือ วงจรขลิบสัญญาณแบบอนกุ รม (Series Clipper Circuit) วงจรขลบิ สัญญาณแบบขนาน (Pallarel Clipper) Diode Applications 54
วงจรขลบิ สญั ญาณแบบอนกุ รม (Series Clipper Circuit) วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คล่นื ถือเปนวงจรขลิบสญั ญาณอยางงา ย 55 Diode Applications ตัวอยางท่ี 11 จากรูปจงหารูปคลน่ื ของเอาทพุต โดยใช Ideal Diode Diode Applications 56
วธิ ที าํ จดุ ท่ีทําใหส ัญญาณเริ่มขลบิ คอื จดุ ท่ี vD=0V. และ i=0mA ดังนัน้ เม่ือ vi = -V จึงถือเปนแรงดันขดี เริ่มขลิบสญั ญาณ โดยท่ี ไดโอดจะ ON เม่ือ vi>-V และไดโอดจะเริม่ OFF เมื่อ vi<-V Diode Applications 57 รปู สญั ญาณเอาทพ ุตของวงจร Diode Applications 58
วงจรขลิบสญั ญาณแบบขนาน (Parallel Clipper Circuit) Diode Applications 59 ตวั อยา งที่ 12 จงหา vo ของวงจรดังรูปโดยใช Ideal DIode Diode Applications 60
วิธีทาํ จดุ ขีดเร่มิ ขลิบจะเปนจดุ ที่ id = 0 และ vd = 0 พอดี ดวยการแทนคา ไดโอด ดว ยสวทิ ช ON และกระแส id= 0 จะไดว า vi = vR+vD+V = 0+0+V =V น่นั คอื แรงดนั ขีดเร่มิ ขลบิ จะอยูที่ vi = V Diode Applications 61 62 ดงั นน้ั เม่ือ vi>V จะทําใหไดโอด OFF โดยท่ี vo = vi เมอื่ vi<V จะทาํ ใหไ ดโอด ON โดยท่ี vo = vd Diode Applications
ผลกระทบของแรงดันเทรสโฮลด Diode Applications 63 ตารางสรปุ วงจรขลิบสญั ญาณ Diode Applications 64
ตารางสรุปวงจรขลบิ สัญญาณ (ตอ) Diode Applications 65 วงจรแคลมป (CLAMPER) ทาํ หนาที่ยกหรือลดระดบั สัญญาณอินพตุ โดยวงจรจะประกอบดว ย ตวั เกบ็ ประจุ, ไดโอด และตัวตานทาน Diode Applications 66
ตวั อยางท่ี 13 วงจรแคลมปส ัญญาณแบบพ้ืนฐาน Diode Applications 67 วธิ ที าํ ในขว งคร่งึ คลน่ื บวก (t = 0 -> T/2) C จะถูก Charge ประจุ ผาน D จนมีระดับแรงดนั เทา กับ V ในขว งคร่งึ คลื่นลบ (t = T/2 -> T) C จะถูกเปนเสมอื นแหลงจายแรงดันคงท่ีขนาด V ใหแหลง จายแรงดนั ใน วงจร จะมี vi ตอ อนุกรมกับ V ดังน้นั แรงดันคลอม R ในชวงน้จี ะเทากับ -2V Diode Applications 68
อนิ พตุ และเอาทพตุ ที่ได Diode Applications 69 สรุปวงจรแคลมป Diode Applications 70
สรปุ วงจรแคลมป (ตอ ) Diode Applications 71 วงจรทวแี รงดนั (Voltage-Multiplier Circuits) สามารถเพ่มิ ระดับยอดสัญญาณใหเปน 2 เทา, 3 เทา, 4เทา หรือหลายๆ เทาได Diode Applications 72
วงจรทวีคณู แรงดนั (Voltage Doubler) ทําหนาทเี่ พม่ิ แรงดนั อินพุด ใหไ ดเ อาทพตุ ที่มคี าสูงสุดเปนสองเทา อินพตุ ของวงจรทวแี รงดันในทนี่ ี้คอื แรงดนั ทขี่ ดลวดทตุ ยิ ภมู ิ จะเปน สัญญาณไฟฟากระแสสลบั Vi มีคา สงู สุด = Vm Diode Applications 73 หลกั การทํางาน ในชวงเวลา t= 0-T/2 เม่ือ D1 ON, C1 จะถูก Charge ประจุผาน D1 จน มีแรงดนั ตกครอ มสูงสดุ = Vm ในชว งเวลา t= T/2-T C1 จะเปน เสมือนแหลงจายแรงดันขนาด Vm ดงั น้นั C2 จะถูก Chage ประจุ ดวย แรงดนั ขนาด Vm+Vi ซ่ึงทคี่ าสูงสดุ แรงดันครอม C2 = 2Vm Diode Applications 74
นน่ั คอื เม่ือเวลาผา นพน ไป 1 คาบแรงดนั ทเี่ อาทพุตจะมีคาเทากบั 2Vm หมายเหตุ แรงดันเอาทพตุ จะเปน แรงดัน DC ซ่ึงกระแสท่ีจะถูกนําไปใชงานจะเปน ประจทุ ่ีอยูใน C2 Diode Applications 75 วงจรทวีแรงดันหลายเทา วงจรดังรปู น้ีจะเลือกใชแ รงดนั เอาทพุตได ตงั้ แต 2Vm, 3Vm จนถงึ 4Vm Diode Applications 76
ซเี นอรไดโอด (ZENER DIODES) เม่ือตอวงจรแบบ Farward Bias ซเี นอรไดโอด จะมีลักษณะเหมอื นไดโอด ปกติคือนํากระแสได แตเ ม่ือตอแรงดนั ให Reverse Bias ซีเนอรจะไมนํากระแสจนเมอ่ื แรงดันท่ี ครอมมีคา มากกวา VZ ก็จะกลับมานํากระแสอีกคร้งั Diode Applications การใชง าน ซเี นอรจะตอแบบ Reverse Bias โดยในรูปจะแสดงสถาวะ ON และ สภาวะ OFF ของซเี นอร 77 วงจรซเี นอรไดโอด Diode Applications 78
การวเิ คราะหวงจร ซีเนอร จะแทนซีเนอรด วยวงจรสมมลู คอื เปน Open Circuit ถา ซีเนอร OFF และแทนดวย แหลงจายแรงดันขนาด VZ ถา ซเี นอร ON (a) การแทนทซ่ี เี นอรเม่ือ OFF (b) การแทนท่ซี ีเนอรเม่ือ ON Diode Applications 79 การวิเคราะหเพ่ือตรวจสอบการ ON หรอื OFF ของซเี นอรใ นวงจร การตรวจสอบสถานะของซเี นอร โดย 1. แทนท่ีซีเนอรด วยตวั ตานทานทม่ี คี าสูงมากๆ หรือการ Open Circuit 2. คาํ นวณเพ่ือหาแรงดันครอมตําแหนงนั้น ถาแรงดันมีคา มากกวา VZ แสดงวา ซีเนอร ON ถาแรงดันมีคา นอยกวา VZ แสดงวา ซีเนอร OFF 3. เมอื่ ทราบสถานะแลวกใ็ หแทนซีเนอรด วยวงจรสมมูลตามสถานะท่ีเปน (Open หรอื VZ) Diode Applications 80
ตัวอยา งท่ี 14 วงจรดังรูป เม่อื VZ = 10V, Vi = 16V, RL = 1.2 kΩ, และ R= 1 kΩ ซีเนอรไดโอดมีอัตราการทนกําลงั สงู สดุ PZM = 30 mW (a) หา VL, VR, IZ, และ PZ (b) เชน เดียวกันกบั เมื่อเปลี่ยน RL เปน 3 kΩ. Diode Applications 81 วธิ ที าํ (a) ตรวจสอบวา ซเี นอร ON หรือไม โดยแทนท่ี ตาํ แหนง ซเี นอรดวย Open Circuit แลว หา V V = (1.2 kΩ) (16V) (1.2kΩ+1kΩ) = 8.73 V จะเห็นวา มคี าตา่ํ กวา VZ จงึ ทาํ ให ซเี นอร OFF * การคํานวณคาตางก็วเิ คราะหเหมือนไมมี ซีเนอรอยู ได 82 VL = 8.73V, VR=7.27V, Iz = 0A, และ Pz = 0 W Diode Applications
(b) เมอ่ื RL=3k ตรวจสอบการ ON ของซเี นอร V = (3 kΩ)x(16V) (3kΩ+1kΩ) = 12 V จะเหน็ วา มคี าสงู กวา VZ จงึ ทํา ให ซเี นอร ON แทนที่ซีเนอรด ว ย แหลงจายแรงดนั 10 V Diode Applications 83 เมอื่ แทนทซี่ เี นอรด วยแหลงจายแรงดนั 10 V 84 ดังน้นั VL = Vz = 10V และ VR = 6V Iz = 2.67mA Power Dissipation Pz = VzIz = (10V)(2.67mA) = 26.7 mW Diode Applications
การอนุกรมซเี นอรไ ดโอด (Series Zeners) แรงดนั ครอมซเี นอรท ่ตี ออนุกรมกนั จะมีคา เทากับดงั รูป VZ = VZ1+VZ2 Diode Applications 85 Diode Applications 86
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: