ทฤษฎใี หม่ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รัชกาลท่ี ๙ ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”
\"...การพัฒนาประเทศจาเปน็ ตอ้ งทาตามลาดบั ขัน้ ตอ้ งสร้างพ้ืนฐาน คือ ความพอมี พอกนิ พอใช้ ของประชาชนสว่ นใหญ่เปน็ เบอื้ งต้นก่อน โดยใชว้ ธิ ีการและอุปกรณท์ ่ปี ระหยดั แตถ่ กู ตอ้ งตามหลักวชิ า เมื่อไดพ้ ้ืนฐานม่นั คง พร้อมพอควร และปฏิบตั ไิ ด้แล้ว จึงคอ่ ยสรา้ ง คอ่ ยเสรมิ ความเจรญิ และฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สงู ขึน้ โดยลาดับตอ่ ไป...\" พระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศ มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพธิ ีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ วันท่ี 18 กรกฎาคม 2517 “…ทฤษฎใี หม่ ยดื หย่นุ ได้ และตอ้ งยดื หยุ่นเหมอื นชวี ิตของเราทกุ คนต้องมียืดหยุ่น…” พระราชดารสั ในพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศ มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ สวนสมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี จงั หวดั เพชรบุรี เมือ่ วนั ที่ 14 กรกฏาคม 2541 ทฤษฎใี หม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั รชั กาลท่ี ๙ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
“ศาสตร์พระราชา” คือ องคค์ วามร้ทู ี่พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทรงค้นพบถูกทดลองมาแลว้ อยา่ งเป็นระบบมากกวา่ 4,000 แหง่ และได้รบั การเรียกขานว่า “ทฤษฎ”ี ศาสตร์ ทฤษฎี ศาสตร์ หมายถึง ข้อเทจ็ จรงิ หรือกฎที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ ทฤษฎี คอื สมมตฐิ านทไี่ ดร้ ับการตรวจสอบและทดลองหลาย ศาสตร์ หมายถงึ กระบวนการและกิจกรรมทที่ าให้ได้ความรู้ คร้งั หลายหน จนสามารถอธบิ ายข้อเทจ็ จรงิ สามารถคาดคะเน ทส่ี ามารถทดสอบได้ ทานายเหตกุ ารณท์ ่ัวๆ ไปที่เกย่ี วข้องกับปรากฏการณ์นัน้ อย่าง ถกู ต้อง และมเี หตผุ ลเปน็ ทย่ี อมรบั ของคนท่ัวไป จึงเป็นผลให้ ศาสตร์ ทพี่ ระองคท์ รงคน้ พบถกู ทดลองมาแลว้ สมมตฐิ านกลายเปน็ ทฤษฎี อยา่ งเปน็ ระบบ ทีเ่ รยี กวา่ science หรือ ศาสตร์ ทฤษฎีใหมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ ๙ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
เปรียบเทียบการบรหิ ารจัดการน้าระหวา่ ง “แบบเก่า” กบั “แบบใหม”่ ทฤษฎเี กา่ ทฤษฎใี หม่ การเกบ็ นา้ ตามฤดกู าลไว้ใน การสร้างพืน้ ท่ีรองรบั นา้ ในพนื้ ท่ขี องตนเองเพอื่ ใชใ้ นการเกษตร โดยไม่ตอ้ งรอ ทร่ี องรบั น้า เชน่ เข่ือน/อ่างเก็บน้า น้าตามฤดกู าลจากเข่อื น/อ่างเก็บนา้ ด้วยการยอมปรบั พื้นทที่ าการเกษตร และใช้ประโยชน์จากนา้ โดยรอให้ 20 – 30% สรา้ งเป็นพนื้ ทร่ี องรบั นา้ จะทาให้มีนา้ เพยี งพอต่อการทาเกษตร ในพื้นท่ขี องตนเอง ทีเ่ รียกพ้นื ทร่ี องรบั นา้ เป็นภาษาทว่ั ไปว่า ขุดสระนา้ น้าผา่ นทางคลองชลประทาน ขดุ หนองน้า ทาโคก สร้างฝาย ขุดคลองไสไ้ ก่ และสามารถป้ัน/สร้างคันนา ไปยังพื้นที่เกษตรนัน้ ให้มีขนาดใหญ่ เพื่อปลูกพืช ผักเกษตรอน่ื ๆ ไวร้ ับประทานได้ ซึ่งเปน็ การใช้นา้ รว่ มกนั ในทว่ั ทกุ พื้นที่รองรับนา้ ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั รชั กาลที่ ๙ ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ประโยชน์ของทฤษฎีใหม่ ทฤษฎใี หม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัว รชั กาลท่ี ๙ การสรา้ ง “คันนา” ชว่ ยกน้ั นา้ หลาก ประยุกต์สู่ ไมใ่ หไ้ หลทว่ มในพ้นื ทเ่ี กษตร คนั นาที่สูง ทาใหม้ ีน้าขังในนามาก ปลาและสัตว์นา้ กไ็ ด้มาอาศัย ขา้ วจะโตไวและงอกงาม จากปุย๋ ธรรมชาติ คือ ข้ีปลา เม่อื มปี ลา มสี ตั ว์นา้ อาศัย ก็จะช่วยกันดแู ลพชื คอยกนิ แมลง และวัชพืชท่กี ่อกวนตน้ ขา้ วในนา ชว่ ยประหยดั ยาฆ่ายา่ ยาฆ่าแมลง สขุ ภาพดี มพี ชื ผัก ปลอดสารพษิ ไว้รบั ประทานในครอบครวั ทฤษฎีใหมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
คือ การทาเกษตรกรรมที่ถกู พัฒนาจากบรรพบุรษุ โดยการปรบั เปลยี่ นจากฐาน จากดิน จากอารยธรรม จากบริบทของพน้ื ที่ จากวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ซึ่งเปน็ การพฒั นาแบบไมม่ ที ่ีสิน้ สดุ “โคก หนอง นา โมเดล” ศาสตรพ์ ระราชา ๙ทฤษฎี การปฏบิ ตั ิ แบ่งเปน็ 3 ระดับ : ปรัชญา บนั ได ขั้น ทฤษฎใี หมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙ ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
๙ทฤษฎบี นั ได ขั้น ส่คู วามยงั่ ยนื ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎใี หมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
๙ทฤษฎบี นั ได ขน้ั ขัน้ พื้นฐาน 1 – 4 ขน้ั แรก สร้างไ“ดป้ดวล้ ยกู กปาา่ ร ๓ อยา่ ง ประโยชน์ ๔ อยา่ ง” 1 สู่ความพอเพยี ง พอกิน “เงินทองเปน็ ของมายา ขา้ วปลาสขิ องจริง” สามารถแก้ไขปญั หา 2 ความยากจน พอใช้ หนส้ี นิ 3 ปลูกไมใ้ หพ้ อใช้ มสี มนุ ไพรรักษาโรค ทรพั ยากรเสอื่ มโทรม ปลูกไมใ้ หพ้ ออยู่ คอื มีไม้สาหรับสรา้ ง ขาดแคลนน้า พออยู่ ท่ีอยอู่ าศยั ใหร้ ม่ เงา ประโยชนข์ อง ภยั แล้ง 4 ป่าเหลา่ น้ี ทาใหเ้ กดิ ความ พอร่มเยน็ พอรม่ เย็น บ5ุญ “ย่งิ ทายงิ่ ได้ 7 “ใช้ภมู ปิ ญั ญาในการเก็บรกั ษา 6 ยิ่งใหย้ งิ่ ม”ี เกบ็ และสร้างมลู คา่ เพ่มิ ” ทาน ขน้ั กา้ วหน้า 8 “ม่งั ค่ัง ยงั่ ยนื ” ค้าขายดว้ ยคณุ คา่ จากการ 5 - 9 ขัน้ ขาย เพ่ิมมลู คา่ สามารถถา่ ยทอดเร่ืองราวดี ๆ 9 ส่งผลต่อใหผ้ ู้บรโิ ภคกนิ อยา่ งมจี ิตสานกึ “การสร้างเครือขา่ ยเชื่อมโยงกัน” “การสร้างพลัง” เครือข่าย เพอ่ื ขยายผลความสาเร็จตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความรู้ + คุณธรรม ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว รัชกาลท่ี ๙ ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
เกษตรทฤษฎใี หม่ : หลกั การออกแบบพืน้ ที่ดว้ ยภูมิสังคม พน้ื ทล่ี ่มุ นา้ / หลุมขนมครก 1 ถาด มหี ลายหลมุ 1 หลุม 1 แปลง โคก หนอง นา โมเดล ทฤษฎใี หมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัว รชั กาลที่ ๙ ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
ภมู สิ งั คม ภูมิ สังคม กายภาพ วฒั นธรรม ดนิ นา้ ลม ไฟ ความเชอื่ ภมู ิปญั ญา หลักการออกแบบพ้ืนทด่ี ว้ ยภูมิสงั คม : สังคม สาคญั กวา่ ภูมิ เพราะฉะนั้นตอ้ งออกแบบตามคนอยู่ (วฒั นธรรมการกิน การอยทู่ แ่ี ตกต่างกนั พชื ผกั ท่กี ินแตกตา่ งกัน ความตอ้ งการยา้ ของพืช ผัก ตา่ งกนั ) ทฤษฎีใหมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙ ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
การออกแบบหลุมขนมครก โคก หนอง นา ตอ้ งคานงึ ถงึ ตวั แปรสาคญั คอื “ดิน นา้ ลม ไฟ และ คน” ทฤษฎีใหมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั รัชกาลที่ ๙ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
หลกั การออกแบบพน้ื ทดี่ ้วยภมู สิ งั คม รจู้ ักดิน น้า เตรียมพนื้ ท่ี หวั ใจสาคัญคอื รลู้ กั ษณะของดนิ เพื่อใช้ประโยชน์ ความต้องการของ “คน” และรูว้ ิธปี รบั ปรงุ ดนิ จากทิศทางลม ไฟ ออกแบบตามความตอ้ งการ และวิถีชีวิต ความเปน็ อยู่ของคน ดิน ลมร้จู ักรกั ษาน้า (ฝน) สารวจทิศทาง คน จากธรรมชาติ ของดวงอาทิตย์ การรูจ้ กั ทางนา้ เข้าออก ในแต่ละฤดู เพอื่ วางตาแหน่งหนองนา้ เพือ่ ใชป้ ระโยชนจ์ ากแสงแดด ที่เหมาะสม ทฤษฎใี หมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รัชกาลที่ ๙ ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ขดุ หนอง มาถมทา “โคก” และโคกควรอยู่ทางทศิ ตะวันตก บน “โคก” ให้ปลกู ป่า 3 อย่าง ควรปลูกไม้ 5 ระดับ ประโยชน์ 4 อย่าง ไมส่ งู ไมก้ ลาง ไม้เตย้ี เรย่ี ดิน และพืชหวั ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัว รัชกาลท่ี ๙ ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
การเก็บน้าด้วยโคก หนอง นา โมเดล การเกบ็ น้าจากธรรมชาติ (นา้ ฝน) ไว้ใชป้ ระโยชนใ์ นรปู แบบต่าง ๆ ทฤษฎีใหมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว รัชกาลที่ ๙ ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
การเกบ็ น้าดว้ ยโคก หนอง นา โมเดล 1. โคก : การเกบ็ นา้ บนโคก โดยการเอาดนิ ท่ีขดุ หนองมาถมเปน็ โคก การเกบ็ น้าคือเกบ็ ไวบ้ นดินในระบบรากของต้นไม้ การ ปลูกตน้ ไมบ้ นโคกควรปลูกไม้ 5 ระดับ ไม่น้อย กวา่ 21 ชนดิ และนา้ ทีถ่ กู เกบ็ ไวจ้ ะชว่ ยสร้าง ความชมุ่ ชืน้ ใหก้ ับดนิ ทฤษฎใี หมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั รชั กาลท่ี ๙ ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
การเกบ็ น้าดว้ ยโคก หนอง นา โมเดล 2. หนอง : การขุดหนองน้า ตอ้ งคานงึ ถงึ ปริมาณน้าฝนและขนาดของพ้นื ท่ี และต้องขุดให้คนโค้ง มีระดับตืน้ ลึกแตกตา่ งกนั ตอ้ งมกี ารคานวณปรมิ าตรนา้ เพื่อให้เพยี งพอ ต่อการใช้ประโยชน์ ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั รัชกาลที่ ๙ ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
การเกบ็ น้าดว้ ยโคก หนอง นา โมเดล 3. นา : การเก็บนา้ ในนา ทาได้ด้วยการยกหัวคันนาขึ้นสูง นาที่ทาก็เป็น นาน้าลึก ทาใหม้ ผี ลผลิตดี บนหัวคันนาสามารถ ปลูกพชื ผัสวนครวั นาไปขายได้ เปรียบเหมือนมี “หัวคนั นาทองคา” ทฤษฎีใหมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รชั กาลท่ี ๙ ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
การเกบ็ นา้ ดว้ ยโคก หนอง นา โมเดล 4. คลองไส้ไก่ : คือลาคลองเลก็ ๆ ท่คี ดเคย้ี วไปมาอยใู่ นพ้ืนท่ี เป็นการจัดการนา้ เพื่อให้น้าเดินทางในพน้ื ท่ี เกษตรอย่างทั่วถงึ และถา้ มบี อ่ พกั นา้ เป็นระยะ จะทาให้นา้ ซึมไดอ้ ย่างทั่วถึง เป็นการลดภาระ การรดน้า ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั รัชกาลท่ี ๙ ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
การเกบ็ น้าดว้ ยโคก หนอง นา โมเดล 5. ฝายชะลอนา้ : สร้างข้ึนเพอื่ ดกั ตะกอนจากคลองไส้ไก่ หรอื ทางนา้ ตา่ ง ๆ ฝายจะช่วยลดความแรงของน้า และดะกอน และยังนาตะกอนที่ไดม้ าทาปยุ๋ หมักไดอ้ ีกดว้ ย ทฤษฎใี หม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ ๙ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
โคก หนอง นา พลกิ ฟ้ืนพ้นื ที่แลง้ “พระอาจารย์สงั คม ธนปัญโญ” เหน็ ความทุกข์ เหน็ ความแห้งแล้ง ความลาบาก ทุกข์ยากของคน จึงไดใ้ ช้หลกั “อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทยั นิโรธ มรรค” และไดน้ อ้ มนา แนวคิดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางปฏิบัตใิ หเ้ กิดทางพ้นทุกข์ ยายทา คุณวนั ทา บุญปญั ญา เกตรกร คณุ สงคราม ขนุ สริ ิ ไมเ่ ช่อื ว่า คนแรกของ จ.สุรนิ ทร์ ที่ทาการเกษตรแบบ เกษตรทฤษฏใี หม่ และการทาไร่ ทานา โคก หนอง นา ปี 2516 เป็นคนมงุ่ ม่นั แบบผสมผสาน จะทาใหย้ ง่ั ยนื รา่ เรงิ แจม่ ใส แต่คนในครอบครวั ไมเ่ หน็ ดว้ ย จนกระทง่ั เหน็ ผลท่ีเกดิ ขนึ้ จรงิ ในพนื้ ที่ คณุ สาเรงิ สีโกตะเพชร ชาวจังหวัดสรุ นิ ทร์ เช่อื ม่ันในอาชีพเกษตรกรรมว่าจะเปน็ อาชพี ท่สี ร้างความมั่นคงใหช้ ีวิตได้ และเช่ือว่า โคก หนอง นา คือแนวคดิ ที่ทาใหช้ าวบา้ น เข้าใจและปฏิบตั ติ ามได้งา่ ยขน้ึ ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว รชั กาลที่ ๙ ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพฒั นาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย
คุณบุสดี ขุนสิริ เกษตรทร่ี กั ในการทาเกษตร วถิ ชี ีวติ ทแี่ ตกตา่ ง โดยมีครอบครวั สนบั สนนุ เหน็ ด้วย และ รว่ มกันพัฒนาพน้ื ทต่ี ามแบบ โคก หนอง นา คณุ จารัส คางาม มพี อกนิ พอใชจ้ ากการทาเกษตร คอื แนวทางท่ีทาใหอ้ ยู่รอดและอย่ไู ด้ และเผ่อื แผแ่ บ่งปนั พืช ผล ใหเ้ พอ่ื นบา้ น ดว้ ยความตระหนกั คดิ วา่ “การสร้างความดี โคมกเดลหนอง นา มีแตค่ ุณ จะชว่ ยหนุนนาใหส้ ุขทกุ คนื วนั ” คณุ คานงึ อารีเออื้ ช่างซ่อมจักรยายน คิดมาตลอดวา่ การทานา ก่อใหเ้ กิดหนส้ี ิน จนไดม้ าลงมอื ทา และเปลี่ยนความคิด มาเปน็ เกษตรกร จนยดึ เปน็ อาชพี หลกั ในปจั จบุ นั คุณณชั ยา แกว้ มาลา อดีตสาวโรงงาน เช่ือมนั่ ในอาชพี เกษตรกรรม ไมม่ เี งนิ เดือน ไมม่ เี งินใช้ แต่มีกินทกุ เดือน และมีกินทกุ วนั ทฤษฎใี หมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว รชั กาลท่ี ๙ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ท่มี าของขอ้ มลู : เกษตรทฤษฎใี หม่ (1 - 8)
ทฤษฎใี หม่ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รัชกาลท่ี ๙ ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”
Search
Read the Text Version
- 1 - 23
Pages: